ฟังก์ชันลอการิทึม (  Logarithm  function )
บทนิยาม   ฟังก์ชันลอการิทึม คือ ฟังก์ชัน   f   =   {   (x,y)  ∈  R + ×R  |  y =   log a x; a >  0 , a  ≠   1   }   ฟังก์ชันลอการิทึม (  Logarithm function )   เป็นฟังก์ชันผกผันของฟังก์ชันเอกซ์โพแนนเชียล หรือ  f  = { (x,y)  ∈  R×R +   |   y = a x , a >  0 , a  ≠  1  }   จากบทนิยาม ความสัมพันธ์ระหว่าง  x   กับ  y  ที่เขียนในรูป  x = a y   มีความหมายเดียวกับ  y = log a x y = log a x  ก็ต่อเมื่อ   x = a y
สมบัติของลอการิทึม เมื่อ  a, M, N  เป็นจำนวนจริงบวก , a  ≠  1  และ  x  เป็นจำนวนจริง 1. log a  MN = log a  M + log a  N 2. log a   ( M/N) = log a  M – log a  N 3. log a  M n  = n log a  M 4. log a   a = 1 5.  log a   1  = 0 6. 10 log M  = M 7. log N  M = log a  M / log a  N  เมื่อ  N  ≠  1   8. M log N  = N log M 9. log a  M = 1 / log M  a; M  ≠  1 10. log b  a = 1 / log a  b 11. log a n  M   = 1 / n   log a  M 12. log a n  a M   = M / N
กราฟของฟังก์ชันลอการิทึม จากสมการ  y= log a   x; x > 0; a > 0  และ  a  ≠  1 จึงสามารถแบ่ง  a  ได้เป็น  2  ช่วง คือ  a > 1  และ  0 < a < 1 เมื่อนำมาเขียนกราฟได้ดังนี้
ข้อสังเกตจากกราฟ 1.  กราฟของฟังก์ชัน  y = log a   x; a > 0  และ  a  ≠   1  จะผ่านจุด  ( 1 , 0 )  เสมอ 2.  ถ้า  0  < a < 1  แล้ว  y = log a   x   เป็น   ฟังก์ชันลด ถ้า  a > 1  แล้ว  y = log a  x   เป็น  ฟังก์ชันเพิ่ม 3.  ฟังก์ชันลอการิทึมเป็นฟังก์ชัน  1-1  จาก  R +   ไปทั่วถึง  R 4.  ฟังก์ชันลอการิทึมเป็นฟังก์ชัน  1-1  จะได้ว่า  log a   x = log a   y  ก็ต่อเมื่อ  x = y 5.  เนื่องจาก  y = log a   x   ก็ต่อเมื่อ  a y   = x เมื่อแทนค่า  y  ในสมการหลัง จะได้  10 log x  = x และเมื่อแทนค่า  x   ในสมการแรก จะได้  y   = log a   a y ดังนั้น  10 log x  = x y   = log a  a y
จงเขียนสมการแต่ละข้อให้อยู่ในรูปลอการิทึม 1.  2 5   =  32  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 2   32  =  5 2.  5 4   = 625  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 5  625 =  4  3.  3  =  3 1  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 3   3  = 1 4.  1  =  9 0   เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 9  1 = 0 5.  1000  =  10 3  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 10  1000 = 3 6.  0.0001  = 10 -4  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 10  0.0001  = -4 7.  729 = 3 6   เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 3  729 = 6 8.  11 3   = 1331  เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ  log 11   1331  = 3
จงเขียนสมการต่อไปนี้เป็นสมการในรูปเลขยกกำลัง 1.  log 10  100  = 2  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  100  = 10 2 2.  log 2  32 = 5  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  32  =  2 5 3.  log 3  27 = 3  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  27  =  3 3 4.  log 4  1024  =  5  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  1024  = 4 5 5.  log 5  15625 = 6  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  15625  = 5 6   6.  log 10  (0.01)  = -2  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  0.01  = 10 -2 7.  log 9  1 = 0  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  1  = 9 0 8.  log 8  64  =  2  เขียนสมการเลขยกกำลังได้  64  = 8 2
จงใช้สมบัติของลอการิทึมเขียนพจน์ที่กำหนดให้ในรูปผลบวก ,  ผลต่าง หรือผลคูณของลอการิทึมอื่นๆ จนกว่าจะไม่สามารถใช้สมบัติใดได้อีก  (  กำหนดให้ลอการิทึมในแต่ละข้อหาค่าได้  ) 1.  Log a  2xy 3  / 5z =  log a  2 xy 3  – log a  5z =  log a  2 +  log a   x + log a  y 3  – (  log a  5 +  log a  2) =  log a  2 +  log a  x + 3log a   y – log a  5 –  log a  2
2.  log 3   a (a 2 -8) / 2x+7 =  log 3   a + log 3  (a 2 -8) – (log 3  2x + log 3  7) =  log 3  a(a 2 -8)  –  log 3   2x+7 =  log 3   a + log 3  ( a 2 -8) – ( log 3  2 +  log 3   x + log 3  7) =  log 3  a + log 3  ( a 2 -8) –  log 3   2 –  log 3   x – log 3  7
เมื่อลอการิทึมในแต่ละข้อต่อไปนี้หาค่าได้ จงเขียนแต่ละข้อให้อยู่ในรูปของลอการิทึมพจน์เดียว 1.  log 3   a + 2log 3 b + 4log 3 c d =  log 3   a + log 3   b 2  +  log 3  c d 4 =  log 3  ( a.b 2 . c d 4 ) =  log 3   ab 2 c d 4
2.  log 8  ( log 4  ( log 2  16)) =  log 8  ( log 4  ( log 2  2 4 )) =  log 8  ( log 4  4) =  log 8  1 =  0 3.  3(log 3  25 + 2 log 3  81 – 2 log 3  135) =  3 (log 3  5 2  +  2log 3  3 4  – 2 log 3  3 3  . 5) =  3 (2log 3  5 + 2 log 3  3 4 ) – 2 log 3  3 3 .5 =  3.2 (log 3  5.3 4  / 3 3 .5) =  6log 3  (3 4  / 3 3 ) =  6log 3  3 =  6
ลอการิทึมสามัญ Common logarithm ลอการิทึมสามัญ   หมายถึง  ลิการิทึมฐาน  10  จะเขียน  log 10  N  แทนด้วย  log N ดังนั้น  log N = log (N 0  x  10 n  )   = log N 0  + log 10 n   = log   N 0  + n   เรียก  n   ซึ่งเป็น การหาค่า  log N  ทำโดยเขียน  N  เป็น  N 0  x 10 n   โดยที่  1   ≤   N 0  < 10, n  ∈   I จำนวนเต็มว่า  ค่าแคแรคเทอริสติก  ( characteristic )   เรียก  log N 0   ซึ่งมีค่าเป็นเลขทศนิยมที่ มากกว่า  0  แต่น้อยกว่า  1  ว่า ค่าแมนทิสซา  ( mantissa ) แอนติลอการิทึม  เป็นวิธีการหาค่า  N  เมื่อโจทย์กำหนด  log N  ให้มีสมบัติ คือ 1.  Antilog a = x  เมื่อ  log x = a 2.  Antilog  ( log a )  = a
 
กำหนด  log 4.85 = 0.6857  จงหาค่าของ 1.  log 485  =  (4.85 x  10 2 )  =  0.6857 + 2 =  2.6857 2.  log 0.485  =  (4.85 x   10 -1 ) = 0.6857 - 1 = -0.3143 3.  log 0.000485  =  (4.85 x 10 -4 ) =  0.6857 - 4 =  -3.3143 4.  log 4850000  =  (4.85 x 10 6 ) =  0.6857 + 6 =  6.6857
กำหนด  Antilog  0.4082  = 2.56  จงหาค่า  N  เมื่อกำหนด 1.  log N  =  4.4082 =  log (0.4082 + 4) =  2.56 + log 10 4 =  log 2.56 x  10 4 =  25600 2.  log N  =  0.4082 - 2 =  log (0.4082 – 2) =  2.56 – log 10 2 =  log 2.56 x  10 -2 =  0.0256 3.  log N  =  3.4082 =  log (0.4082 + 3) =  2.56 + log 10 3 =  log 2.56 x  10 3 =  2560 4.  log N  =  -0.5918 =  log (0.4080 - 1) =  2.56 – log 10 =  log 2.56 x 10 -1 =  0.256
ลอการิทึมธรรมชาติ ลอการิทึมธรรมชาติ   คือ  log  ฐาน  e  เมื่อ  e  เป็นจำนวนอตรรกยะ และ  e   มีค่าประมาณ 2.718  ;   log e   x  จะเขียนแทนด้วย  In x  เช่น  log e  3  เขียนแทนด้วย  In 3 การหาค่าของ  In x  ทำได้โดยเปลี่ยนให้เป็นลอการิทึมสามัญ ดังนั้น  In x = log e   x = log x / log e = log x / 0.4343 สมบัติต่างๆ ของ  In x  ก็เช่นเดียวกับ  log a   M  เช่น  In xy = In x + In y  เป็นต้น
จงหา   ln 423  ( เมื่อ   log 4.23  =  0.6263 ) ln 423   =    ( 2.3026 )( log 423 )  =    ( 2.3026 )( log 4.23 x 10 2   ) =    ( 2.3026 )( 0.6263  +  2 )  =    ( 2.3026 )( 2.6263 )  =   6.0473 จงหาค่าของข้อต่อไปนี้ In 72  กำหนด  log 72 = 1.8573 =  log 72 / log e =  1.8573 / 0.4343 =  4.2765
สมการลอการิทึม หลักการทั่วไปในการแก้สมการ 1.  สมการที่อยู่ในรูป  log a   x = c; x > 0, a > 0  และ  a  ≠  1  ให้จัดอยู่ในรูป  a c  = x 2.  สมการที่อยู่ในรูป  log a  x = log a   b; x > 0, b > 0, a > 0, a   ≠  1  ให้ปลด  log  เป็น  x = b 3.  สมการเอกซ์โพเนนเชียลที่ไม่สามารถทำฐานให้เท่ากันได้ ให้ใส่  log  ทั้งสองข้างเพื่อหาค่า เช่น  2 x   =  5 2x-1 เขียนเป็น  log 2 x   =  log 5 2x-1 และใช้สมบัติของ  log  หาค่า  x 4.  ค่าตัวแปรที่ได้ต้องตรวจคำตอบ โดยค่าที่ได้จะเป็นคำตอบก็ต่อเมื่อแทนค่าของตัวแปรใน สมการทุกพจน์ต้องเป็นจริงตามนิยาม
 
ถ้า  x   และ  y   สอดคล้องสมการ   log k  x . Log 5  k = 1   เมื่อ   k > 1   และ   10 2y  = 625   ตามลำดับแล้วข้อใดต่อไปนี้ผิด   ก )   5 < x + y < 7 ข )   3 < x + y < 4 ค )   0 < xy < 10 วิธีทำ  จากโจทย์  log k  x . log 5  x = 1  เมื่อ   k > 1  log 5  x  =  1 จะได้  x  =  5 จากโจทย์  10 2y   =  625 2y  =  log 10  625 2y  =  log 10  5 4 2y  =  4log 10  5 y  =  2log 105 ง )   0 <  x  <  1   -y  2
=  2 (1 – log 2) =  2 (1 - 0.3010) จะได้  y  =  1.398 =  2 (0.699) ตอบ  ข้อ  4 ดังนั้น   0 <  x   <  1   ผิด -y  2
อสมการลอการิทึม หลักการทั่วไปในการแก้อสมการ การแก้อสมการลอการิทึม  แก้โดยใช้ความรู้เรื่องฟังก์ชันเพิ่มและฟังก์ชันลดมาช่วยแก้ปัญหา นั่นคือ เมื่อ  x 1   > 0,   x 2   > 0 1.  ถ้า  a   > 1  แล้ว  log a  x 1   < log a   x 2   ก็ต่อเมื่อ  x 1  < x 2 2.  ถ้า  0  < a < 1  แล้ว  log a   x 1  < log a   x 2   ก็ต่อเมื่อ  x 1   > x 2
จงแก้อสมการ  log 4   ( 2x+3 )  < log 4   ( x-1 ) log 4  ( 2x+3 )  <  log 4   ( x-1 ) 2x+3  <  x-1 2 x+3+1  <  x 2 x+4  <  x 2x-x  <  -4 x  <  -4
1.  คำตอบของอสมการ  e x 2 in2  < 2 x   คือข้อใดต่อไปนี้ วิธีทำ   จากโจทย์ e x 2 in2   <  2 x e in2x 2   <  2 x 2 x 2   <  2 x x 2   <  x   x 2 -x  <  0 x(x-1)  <  0 จะได้  x  ∈  (0,1) X  ∈  (0,1) ตอบ   ไม่มีคำตอบ ก )  (- ∞ , in2)  ค )  (   in3 , ∞   ) in3  in2 ข )  (0, in2 )  ง )  ไม่มีคำตอบ in3
คือเซตในข้อใดต่อไปนี้ ก )  (0,1) ข )  [10,  ∞  ) ค )   (0,1)  ∪  [10,  ∞ ) ง )  (0,1)  ∪ (1,  ∞ ) วิธีทำ   จากโจทย์จะได้ว่า  log 2 x + log 3 x + … + log 9 x + log 10 x  ≤   1 สามารถพิจารณา   x   เป็น  2 กรณี ดังนี้ กรณี  1   เมื่อ  0 < x < 1 log x (10)  ≤   1 เนื่องจาก  x  ∈  0 < x < 1 และ  10  (10 > 1) เป็นตัวเลขต่างกันทำให้   log x (10) < 0 แสดงว่า   X  ∈  (0,1)   ทำให้   log x (10)  ≤   1   เป็นจริง กรณี  2   เมื่อ  X > 1 log x (10)  ≤   1 10  ≤   x x  ≥   10 แสดงว่า  x  ∈  [10, ∞ ) ดังนั้น  เซตคำตอบของอสมการคือ  (0,1)  ∪  [10, ∞ ) ตอบ  ข้อ  3 2.  เซตคำตอบของอสมการ  1+   1 +   ..   +1   +   1   ≤   1 log2x  log3x  log9x  log10x

ลอการิทึม..[1]

  • 1.
  • 2.
    บทนิยาม ฟังก์ชันลอการิทึม คือ ฟังก์ชัน f = { (x,y) ∈ R + ×R | y = log a x; a > 0 , a ≠ 1 } ฟังก์ชันลอการิทึม ( Logarithm function ) เป็นฟังก์ชันผกผันของฟังก์ชันเอกซ์โพแนนเชียล หรือ f = { (x,y) ∈ R×R + | y = a x , a > 0 , a ≠ 1 } จากบทนิยาม ความสัมพันธ์ระหว่าง x กับ y ที่เขียนในรูป x = a y มีความหมายเดียวกับ y = log a x y = log a x ก็ต่อเมื่อ x = a y
  • 3.
    สมบัติของลอการิทึม เมื่อ a, M, N เป็นจำนวนจริงบวก , a ≠ 1 และ x เป็นจำนวนจริง 1. log a MN = log a M + log a N 2. log a ( M/N) = log a M – log a N 3. log a M n = n log a M 4. log a a = 1 5. log a 1 = 0 6. 10 log M = M 7. log N M = log a M / log a N เมื่อ N ≠ 1 8. M log N = N log M 9. log a M = 1 / log M a; M ≠ 1 10. log b a = 1 / log a b 11. log a n M = 1 / n log a M 12. log a n a M = M / N
  • 4.
    กราฟของฟังก์ชันลอการิทึม จากสมการ y= log a x; x > 0; a > 0 และ a ≠ 1 จึงสามารถแบ่ง a ได้เป็น 2 ช่วง คือ a > 1 และ 0 < a < 1 เมื่อนำมาเขียนกราฟได้ดังนี้
  • 5.
    ข้อสังเกตจากกราฟ 1. กราฟของฟังก์ชัน y = log a x; a > 0 และ a ≠ 1 จะผ่านจุด ( 1 , 0 ) เสมอ 2. ถ้า 0 < a < 1 แล้ว y = log a x เป็น ฟังก์ชันลด ถ้า a > 1 แล้ว y = log a x เป็น ฟังก์ชันเพิ่ม 3. ฟังก์ชันลอการิทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จาก R + ไปทั่วถึง R 4. ฟังก์ชันลอการิทึมเป็นฟังก์ชัน 1-1 จะได้ว่า log a x = log a y ก็ต่อเมื่อ x = y 5. เนื่องจาก y = log a x ก็ต่อเมื่อ a y = x เมื่อแทนค่า y ในสมการหลัง จะได้ 10 log x = x และเมื่อแทนค่า x ในสมการแรก จะได้ y = log a a y ดังนั้น 10 log x = x y = log a a y
  • 6.
    จงเขียนสมการแต่ละข้อให้อยู่ในรูปลอการิทึม 1. 2 5 = 32 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 2 32 = 5 2. 5 4 = 625 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 5 625 = 4 3. 3 = 3 1 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 3 3 = 1 4. 1 = 9 0 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 9 1 = 0 5. 1000 = 10 3 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 10 1000 = 3 6. 0.0001 = 10 -4 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 10 0.0001 = -4 7. 729 = 3 6 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 3 729 = 6 8. 11 3 = 1331 เขียนอยู่ในรูปลอการิทึมได้ คือ log 11 1331 = 3
  • 7.
    จงเขียนสมการต่อไปนี้เป็นสมการในรูปเลขยกกำลัง 1. log 10 100 = 2 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 100 = 10 2 2. log 2 32 = 5 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 32 = 2 5 3. log 3 27 = 3 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 27 = 3 3 4. log 4 1024 = 5 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 1024 = 4 5 5. log 5 15625 = 6 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 15625 = 5 6 6. log 10 (0.01) = -2 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 0.01 = 10 -2 7. log 9 1 = 0 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 1 = 9 0 8. log 8 64 = 2 เขียนสมการเลขยกกำลังได้ 64 = 8 2
  • 8.
    จงใช้สมบัติของลอการิทึมเขียนพจน์ที่กำหนดให้ในรูปผลบวก , ผลต่าง หรือผลคูณของลอการิทึมอื่นๆ จนกว่าจะไม่สามารถใช้สมบัติใดได้อีก ( กำหนดให้ลอการิทึมในแต่ละข้อหาค่าได้ ) 1. Log a 2xy 3 / 5z = log a 2 xy 3 – log a 5z = log a 2 + log a x + log a y 3 – ( log a 5 + log a 2) = log a 2 + log a x + 3log a y – log a 5 – log a 2
  • 9.
    2. log3 a (a 2 -8) / 2x+7 = log 3 a + log 3 (a 2 -8) – (log 3 2x + log 3 7) = log 3 a(a 2 -8) – log 3 2x+7 = log 3 a + log 3 ( a 2 -8) – ( log 3 2 + log 3 x + log 3 7) = log 3 a + log 3 ( a 2 -8) – log 3 2 – log 3 x – log 3 7
  • 10.
  • 11.
    2. log8 ( log 4 ( log 2 16)) = log 8 ( log 4 ( log 2 2 4 )) = log 8 ( log 4 4) = log 8 1 = 0 3. 3(log 3 25 + 2 log 3 81 – 2 log 3 135) = 3 (log 3 5 2 + 2log 3 3 4 – 2 log 3 3 3 . 5) = 3 (2log 3 5 + 2 log 3 3 4 ) – 2 log 3 3 3 .5 = 3.2 (log 3 5.3 4 / 3 3 .5) = 6log 3 (3 4 / 3 3 ) = 6log 3 3 = 6
  • 12.
    ลอการิทึมสามัญ Common logarithmลอการิทึมสามัญ หมายถึง ลิการิทึมฐาน 10 จะเขียน log 10 N แทนด้วย log N ดังนั้น log N = log (N 0 x 10 n ) = log N 0 + log 10 n = log N 0 + n เรียก n ซึ่งเป็น การหาค่า log N ทำโดยเขียน N เป็น N 0 x 10 n โดยที่ 1 ≤ N 0 < 10, n ∈ I จำนวนเต็มว่า ค่าแคแรคเทอริสติก ( characteristic ) เรียก log N 0 ซึ่งมีค่าเป็นเลขทศนิยมที่ มากกว่า 0 แต่น้อยกว่า 1 ว่า ค่าแมนทิสซา ( mantissa ) แอนติลอการิทึม เป็นวิธีการหาค่า N เมื่อโจทย์กำหนด log N ให้มีสมบัติ คือ 1. Antilog a = x เมื่อ log x = a 2. Antilog ( log a ) = a
  • 13.
  • 14.
    กำหนด log4.85 = 0.6857 จงหาค่าของ 1. log 485 = (4.85 x 10 2 ) = 0.6857 + 2 = 2.6857 2. log 0.485 = (4.85 x 10 -1 ) = 0.6857 - 1 = -0.3143 3. log 0.000485 = (4.85 x 10 -4 ) = 0.6857 - 4 = -3.3143 4. log 4850000 = (4.85 x 10 6 ) = 0.6857 + 6 = 6.6857
  • 15.
    กำหนด Antilog 0.4082 = 2.56 จงหาค่า N เมื่อกำหนด 1. log N = 4.4082 = log (0.4082 + 4) = 2.56 + log 10 4 = log 2.56 x 10 4 = 25600 2. log N = 0.4082 - 2 = log (0.4082 – 2) = 2.56 – log 10 2 = log 2.56 x 10 -2 = 0.0256 3. log N = 3.4082 = log (0.4082 + 3) = 2.56 + log 10 3 = log 2.56 x 10 3 = 2560 4. log N = -0.5918 = log (0.4080 - 1) = 2.56 – log 10 = log 2.56 x 10 -1 = 0.256
  • 16.
    ลอการิทึมธรรมชาติ ลอการิทึมธรรมชาติ คือ log ฐาน e เมื่อ e เป็นจำนวนอตรรกยะ และ e มีค่าประมาณ 2.718 ; log e x จะเขียนแทนด้วย In x เช่น log e 3 เขียนแทนด้วย In 3 การหาค่าของ In x ทำได้โดยเปลี่ยนให้เป็นลอการิทึมสามัญ ดังนั้น In x = log e x = log x / log e = log x / 0.4343 สมบัติต่างๆ ของ In x ก็เช่นเดียวกับ log a M เช่น In xy = In x + In y เป็นต้น
  • 17.
    จงหา   ln 423 ( เมื่อ   log 4.23  =  0.6263 ) ln 423   =    ( 2.3026 )( log 423 )  =    ( 2.3026 )( log 4.23 x 10 2   ) =    ( 2.3026 )( 0.6263  +  2 )  =    ( 2.3026 )( 2.6263 )  =   6.0473 จงหาค่าของข้อต่อไปนี้ In 72 กำหนด log 72 = 1.8573 = log 72 / log e = 1.8573 / 0.4343 = 4.2765
  • 18.
    สมการลอการิทึม หลักการทั่วไปในการแก้สมการ 1. สมการที่อยู่ในรูป log a x = c; x > 0, a > 0 และ a ≠ 1 ให้จัดอยู่ในรูป a c = x 2. สมการที่อยู่ในรูป log a x = log a b; x > 0, b > 0, a > 0, a ≠ 1 ให้ปลด log เป็น x = b 3. สมการเอกซ์โพเนนเชียลที่ไม่สามารถทำฐานให้เท่ากันได้ ให้ใส่ log ทั้งสองข้างเพื่อหาค่า เช่น 2 x = 5 2x-1 เขียนเป็น log 2 x = log 5 2x-1 และใช้สมบัติของ log หาค่า x 4. ค่าตัวแปรที่ได้ต้องตรวจคำตอบ โดยค่าที่ได้จะเป็นคำตอบก็ต่อเมื่อแทนค่าของตัวแปรใน สมการทุกพจน์ต้องเป็นจริงตามนิยาม
  • 19.
  • 20.
    ถ้า x และ y สอดคล้องสมการ log k x . Log 5 k = 1 เมื่อ k > 1 และ 10 2y = 625 ตามลำดับแล้วข้อใดต่อไปนี้ผิด ก ) 5 < x + y < 7 ข ) 3 < x + y < 4 ค ) 0 < xy < 10 วิธีทำ จากโจทย์ log k x . log 5 x = 1 เมื่อ k > 1 log 5 x = 1 จะได้ x = 5 จากโจทย์ 10 2y = 625 2y = log 10 625 2y = log 10 5 4 2y = 4log 10 5 y = 2log 105 ง ) 0 < x < 1 -y 2
  • 21.
    = 2(1 – log 2) = 2 (1 - 0.3010) จะได้ y = 1.398 = 2 (0.699) ตอบ ข้อ 4 ดังนั้น 0 < x < 1 ผิด -y 2
  • 22.
    อสมการลอการิทึม หลักการทั่วไปในการแก้อสมการ การแก้อสมการลอการิทึม แก้โดยใช้ความรู้เรื่องฟังก์ชันเพิ่มและฟังก์ชันลดมาช่วยแก้ปัญหา นั่นคือ เมื่อ x 1 > 0, x 2 > 0 1. ถ้า a > 1 แล้ว log a x 1 < log a x 2 ก็ต่อเมื่อ x 1 < x 2 2. ถ้า 0 < a < 1 แล้ว log a x 1 < log a x 2 ก็ต่อเมื่อ x 1 > x 2
  • 23.
    จงแก้อสมการ log4 ( 2x+3 ) < log 4 ( x-1 ) log 4 ( 2x+3 ) < log 4 ( x-1 ) 2x+3 < x-1 2 x+3+1 < x 2 x+4 < x 2x-x < -4 x < -4
  • 24.
    1. คำตอบของอสมการ e x 2 in2 < 2 x คือข้อใดต่อไปนี้ วิธีทำ จากโจทย์ e x 2 in2 < 2 x e in2x 2 < 2 x 2 x 2 < 2 x x 2 < x x 2 -x < 0 x(x-1) < 0 จะได้ x ∈ (0,1) X ∈ (0,1) ตอบ ไม่มีคำตอบ ก ) (- ∞ , in2) ค ) ( in3 , ∞ ) in3 in2 ข ) (0, in2 ) ง ) ไม่มีคำตอบ in3
  • 25.
    คือเซตในข้อใดต่อไปนี้ ก ) (0,1) ข ) [10, ∞ ) ค ) (0,1) ∪ [10, ∞ ) ง ) (0,1) ∪ (1, ∞ ) วิธีทำ จากโจทย์จะได้ว่า log 2 x + log 3 x + … + log 9 x + log 10 x ≤ 1 สามารถพิจารณา x เป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณี 1 เมื่อ 0 < x < 1 log x (10) ≤ 1 เนื่องจาก x  ∈ 0 < x < 1 และ 10 (10 > 1) เป็นตัวเลขต่างกันทำให้ log x (10) < 0 แสดงว่า X ∈ (0,1) ทำให้ log x (10) ≤ 1 เป็นจริง กรณี 2 เมื่อ X > 1 log x (10) ≤ 1 10 ≤ x x ≥ 10 แสดงว่า x  ∈ [10, ∞ ) ดังนั้น เซตคำตอบของอสมการคือ (0,1) ∪ [10, ∞ ) ตอบ ข้อ 3 2. เซตคำตอบของอสมการ 1+ 1 + .. +1 + 1 ≤ 1 log2x log3x log9x log10x