ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล โดย ครูสุจินต์  เย้าดุสิต โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช
เลขยกกำลัง   บทนิยาม   เมื่อ  a  เป็นจำนวนจริงใดๆ และ  n  เป็นจำนวนเต็มบวก a n  หมายถึง  a    a    a    a    …..    a  จำนวน  n  ตัว เช่น  2 5  = 2    2    2    2    2 บทนิยาม   a 0  = 1  เมื่อ  a  เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ากับศูนย์ บทนิยาม   a -n  = 1 / a n  เมื่อ  a  เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ากับศูนย์ และ  n  เป็นจำนวนเต็มบวก เช่น  3 -2   =  1 /3 2   =  1/9
สมบัติของเลขยกกำลัง ทฤษฎีบท   เมื่อ  a , b  เป็นจำนวนจริงที่ไม่เป็นศูนย์ และ  m , n  เป็นจำนวนเต็ม 1)  a m .a n  = a m+n   2)  (a m ) n  = a mn   3)  (ab) n  = a n b n 4)  (a / b) n  = a n / b n   5)  a m / a n  = a m-n ตัวอย่าง   จงหาค่าของ   (2 -3 x 2 y 4 /2 x -1 ) -2
2 .   รากที่  n  ในระบบจำนวนจริง และจำนวนจริงในรูปกรณฑ์ บทนิยาม   เมื่อ  x , y  เป็นจำนวนจริง  y  เป็นรากที่สองของ  x  ก็ต่อเมื่อ  y 2  = x สมบัติของรากที่สอง 1)  เมื่อ  x    0   , y    0 ตัวอย่าง   จงหาค่าของ  วิธีทำ  2)   เมื่อ  x    0   , y > 0
3.  เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ บทนิยาม   เมื่อ  a  เป็นจำนวนจริง  n  เป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า  1  และ  a  มีรากที่  n ตัวอย่าง   จงทำให้ส่วนไม่ติดกรณฑ์ บทนิยาม   เมื่อ  a  เป็นจำนวนจริง  p , q  เป็นจำนวนเต็มที่  (p,q) = 1 , q > 0  และ  R  โดยที่  p < 0  แล้ว  a  ต้องไม่เป็นศูนย์
4.  ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล บทนิยาม   ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล คือ  f = {(x,y)  R  R  /  y = a x  , a>0 , a  1} y   ข้อสังเกต   1)  กราฟของ  y = a x   ผ่านจุด  (0,1)  เสมอ   2)  ถ้า  a > 1  แล้ว  y = a x   เป็นฟังก์ชันเพิ่ม 3)  ถ้า  0  < a < 1  แล้ว  y = a x   เป็นฟังก์ชันลด 4)  y = a x   เป็นฟังก์ชัน  1-1  จาก  R  ไป  R + 5 )  โดยสมบัติของฟังก์ชัน  1-1  จะได้  a x  = a y   ก็ต่อเมื่อ   x = y
5.  ฟังก์ชันลอการิทึม จาก  f = {(x,y)   R  R  /  y = a x  , a>0 , a  1}  ซึ่งเป็นฟังก์ชัน  1-1  จาก  R  ไป  R + จึงมีฟังก์ชันอินเวอร์สคือ  f -1  = {(x,y)   R +  R  /  x = a y  , a>0 , a  1}  จาก  x = a y   สามารถเขียนในรูป  y = f(x)  ได้ โดยกำหนดเป็น  y = log a x เช่น  9  = 3 2   เขียนในรูปลอการิทึมเป็น  2  = log 3 9 32 = 2 5  เขียนในรูปลอการิทึมเป็น  5 = log 2 32 บทนิยาม   ฟังก์ชันลอการิทึมคือฟังก์ชันที่เขียนอยู่ในรูป f = {(x,y)   R +  R  /  y = log a x , a>0 , a  1}  เช่น  y = log 2 x  , f(x) = log 5 x
y x ข้อสังเกต   1)  กราฟของ  y = log a x  ผ่านจุด  (1,0)  เสมอ 2)  ถ้า  a > 1  แล้ว  y = log a x  เป็นฟังก์ชันเพิ่ม   ถ้า  0  < a < 1  แล้ว  y = log a x  เป็นฟังก์ชันลด 3)  y = log a x  เป็นฟังก์ชัน  1-1  จาก  R +   ไปทั่วถึง  R 4)  โดยสมบัติของฟังก์ชัน  1-1  จะได้  log a x = log a y  ก็ต่อเมื่อ  x = y
สมบัติของลอการิทึม เมื่อ  a , M , N  เป็นจำนวนจริงบวกที่  a   1  และ  k  เป็นจำนวนจริง 1)  log a MN  =  log a M + log a N 2)  log a  M /  N = log a M – log a N 3)  log a  M k   =  k log a M 4)  log a  a  =  1 5)  log a  1  =  0 6)  log a kM = 1 / k log a M 7)  log b  a  =  1 /  log a b
6.  การหาค่าของลอการิทึม ลอการิทึมสามัญ  หมายถึงลอการิทึมฐาน  10   ซึ่งนิยมเขียนโดยไม่มีฐานกำกับ เช่น  log 10 7  เขียนแทนด้วย  log 7 log 10 15  เขียนแทนด้วย  log 15 พิจารณาค่าของลอการิทึมของจำนวนเต็มที่สามารถเขียนในรูป  10 n   เมื่อ  n   I  log 10  = log 10 1  = 1 log 100 = log 10 2  = 2 log 1000 = log 10 3  = 3 ดังนั้น  log 10 n  = n
จำนวนจริงบวก  N   ใดๆ สามารถเขียนในรูป  N 0 x 10 n   ได้เสมอ เมื่อ  1  < N 0 <10  และ  n  เป็นจำนวนเต็ม   เนื่องจาก  N  =  N 0 x 10 n ดังนั้น  log N  =  log (N 0 x 10 n ) =  log N 0 + log 10 n =  log N 0  + n log N 0   เรียกว่า แมนทิสซา  (mantissa)  ของ  log N n  เรียกว่า แคแรกเทอริสติก  (characteristic)  ของ  log N
ตัวอย่าง  จงหาค่าของ  log 45 2 0   พร้อมทั้งบอก แมนทิสซาและแคแรกเทอริสติก วิธีทำ   เนื่องจาก  log 45 2 0  =  log (4.5 2 x 10 3 ) =  log 4.5 2  + log 10 3 =  0.65 51  + 3 =  3.6542 ดังนั้น  log 4510  =  3.65 51 แมนทิสซาของ  log 45 2 0  คือ  0.6551 แคแรกเทอริสติกของ  log 45 2 0  คือ  3
แอนติลอการิทึม ตัวอย่าง   กำหนดให้  log N = 2.5159  จงหาค่า  N วิธีทำ   เนื่องจาก  log N  =  2.5159 =  0.5159 + 2 =  log 3.28 + log 10 2 =  log (3.28 x 10 2 ) =  log 328 ดังนั้น  N  =  328
7.  การเปลี่ยนฐานของลอการิทึม กำหนดให้  y  =  log b x จะได้   x  =  b y log a  x  =  log a  b y log a  x  =  y log a  b y  = ดังนั้น  log b x  =   ตัวอย่าง   จงหาค่าของ  log 2 24
ลอการิทึมธรรมชาติ  (Natural logarithms) ลอการิทึมธรรมชาติ คือลอการิทึมฐาน  e  เมื่อ  e  เป็นสัญลักษณ์แทนจำนวนอตรรกยะ ซึ่งมีค่าประมาณ  2.7182818  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ ลอการิทึมแบบเนเปียร์ ”   (Napierian Logarithms)   ในการเขียนลอการิทึมธรรมชาติจะไม่นิยมเขียนฐานกำกับ ดังนี้ log e x  เขียนแทนด้วย  ln x log e 3  เขียนแทนด้วย  ln 3 log e 20  เขียนแทนด้วย  ln 20 การหาค่าลอการิทึมธรรมชาติทำได้โดยการเปลี่ยนฐานให้เป็นลอการิทึมสามัญ ซึ่ง  log e = log 2.7182818 = 0.4343 ตัวอย่าง   จงหาค่าของ  ln 25
8.  สมการเอ็กซ์โพเนนเชียลและสมการลอการิทึม สมการเอ็กซ์โพเนนเชียล  คือสมการที่มีตัวแปรเป็นเลขชี้กำลัง ในการหาคำตอบของสมการ ทำได้โดยใช้สมบัติของฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียลและสมบัติของฟังก์ชันลอการิทึม ตัวอย่าง   จงหาเซตคำตอบของสมการ  2 x .2 2x+1  = 4 x-2 วิธีทำ   2 x+2x+1   =  (2 2 ) x-2 2 3x+1   =  2 2x-4 จะได้  3x+1  =  2x-4 x  =  -5 ดังนั้น  คำตอบของสมการ คือ  {-5} ตัวอย่าง   จงหาเซตคำตอบของสมการ  4 x  + 2 x+1  – 24 = 0
สมการลอการิทึม  คือสมการที่มีลอการิทึมของตัวแปร การหาคำตอบของสมการทำได้ โดยใช้สมบัติของฟังก์ชันลอการิทึม ตัวอย่าง   จงหาเซตคำตอบของสมการ  log 2 (x-2) + log 2 (x-3) = 1 วิธีทำ   log 2 (x-2) + log 2 (x-3) = 1 log 2 (x-2)(x-3)  =  log 2 2 จะได้  (x-2)(x-3)  =  2 x 2 - 5x + 4  =  0 (x-1)(x-4)  =  0 x  =  1 , 4 ดังนั้น  คำตอบของสมการ   คือ  {4}  เพราะว่า เมื่อตรวจคำตอบ  x = 1  หาค่าไม่ได้

7

  • 1.
    ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล โดย ครูสุจินต์ เย้าดุสิต โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช
  • 2.
    เลขยกกำลัง บทนิยาม เมื่อ a เป็นจำนวนจริงใดๆ และ n เป็นจำนวนเต็มบวก a n หมายถึง a  a  a  a  …..  a จำนวน n ตัว เช่น 2 5 = 2  2  2  2  2 บทนิยาม a 0 = 1 เมื่อ a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ากับศูนย์ บทนิยาม a -n = 1 / a n เมื่อ a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่เท่ากับศูนย์ และ n เป็นจำนวนเต็มบวก เช่น 3 -2 = 1 /3 2 = 1/9
  • 3.
    สมบัติของเลขยกกำลัง ทฤษฎีบท เมื่อ a , b เป็นจำนวนจริงที่ไม่เป็นศูนย์ และ m , n เป็นจำนวนเต็ม 1) a m .a n = a m+n 2) (a m ) n = a mn 3) (ab) n = a n b n 4) (a / b) n = a n / b n 5) a m / a n = a m-n ตัวอย่าง จงหาค่าของ (2 -3 x 2 y 4 /2 x -1 ) -2
  • 4.
    2 . รากที่ n ในระบบจำนวนจริง และจำนวนจริงในรูปกรณฑ์ บทนิยาม เมื่อ x , y เป็นจำนวนจริง y เป็นรากที่สองของ x ก็ต่อเมื่อ y 2 = x สมบัติของรากที่สอง 1) เมื่อ x  0 , y  0 ตัวอย่าง จงหาค่าของ วิธีทำ 2) เมื่อ x  0 , y > 0
  • 5.
    3. เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะบทนิยาม เมื่อ a เป็นจำนวนจริง n เป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า 1 และ a มีรากที่ n ตัวอย่าง จงทำให้ส่วนไม่ติดกรณฑ์ บทนิยาม เมื่อ a เป็นจำนวนจริง p , q เป็นจำนวนเต็มที่ (p,q) = 1 , q > 0 และ  R โดยที่ p < 0 แล้ว a ต้องไม่เป็นศูนย์
  • 6.
    4. ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลบทนิยาม ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล คือ f = {(x,y)  R  R / y = a x , a>0 , a  1} y ข้อสังเกต 1) กราฟของ y = a x ผ่านจุด (0,1) เสมอ 2) ถ้า a > 1 แล้ว y = a x เป็นฟังก์ชันเพิ่ม 3) ถ้า 0 < a < 1 แล้ว y = a x เป็นฟังก์ชันลด 4) y = a x เป็นฟังก์ชัน 1-1 จาก R ไป R + 5 ) โดยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ a x = a y ก็ต่อเมื่อ x = y
  • 7.
    5. ฟังก์ชันลอการิทึมจาก f = {(x,y)  R  R / y = a x , a>0 , a  1} ซึ่งเป็นฟังก์ชัน 1-1 จาก R ไป R + จึงมีฟังก์ชันอินเวอร์สคือ f -1 = {(x,y)  R +  R / x = a y , a>0 , a  1} จาก x = a y สามารถเขียนในรูป y = f(x) ได้ โดยกำหนดเป็น y = log a x เช่น 9 = 3 2 เขียนในรูปลอการิทึมเป็น 2 = log 3 9 32 = 2 5 เขียนในรูปลอการิทึมเป็น 5 = log 2 32 บทนิยาม ฟังก์ชันลอการิทึมคือฟังก์ชันที่เขียนอยู่ในรูป f = {(x,y)  R +  R / y = log a x , a>0 , a  1} เช่น y = log 2 x , f(x) = log 5 x
  • 8.
    y x ข้อสังเกต 1) กราฟของ y = log a x ผ่านจุด (1,0) เสมอ 2) ถ้า a > 1 แล้ว y = log a x เป็นฟังก์ชันเพิ่ม ถ้า 0 < a < 1 แล้ว y = log a x เป็นฟังก์ชันลด 3) y = log a x เป็นฟังก์ชัน 1-1 จาก R + ไปทั่วถึง R 4) โดยสมบัติของฟังก์ชัน 1-1 จะได้ log a x = log a y ก็ต่อเมื่อ x = y
  • 9.
    สมบัติของลอการิทึม เมื่อ a , M , N เป็นจำนวนจริงบวกที่ a  1 และ k เป็นจำนวนจริง 1) log a MN = log a M + log a N 2) log a M / N = log a M – log a N 3) log a M k = k log a M 4) log a a = 1 5) log a 1 = 0 6) log a kM = 1 / k log a M 7) log b a = 1 / log a b
  • 10.
    6. การหาค่าของลอการิทึมลอการิทึมสามัญ หมายถึงลอการิทึมฐาน 10 ซึ่งนิยมเขียนโดยไม่มีฐานกำกับ เช่น log 10 7 เขียนแทนด้วย log 7 log 10 15 เขียนแทนด้วย log 15 พิจารณาค่าของลอการิทึมของจำนวนเต็มที่สามารถเขียนในรูป 10 n เมื่อ n  I log 10 = log 10 1 = 1 log 100 = log 10 2 = 2 log 1000 = log 10 3 = 3 ดังนั้น log 10 n = n
  • 11.
    จำนวนจริงบวก N ใดๆ สามารถเขียนในรูป N 0 x 10 n ได้เสมอ เมื่อ 1 < N 0 <10 และ n เป็นจำนวนเต็ม เนื่องจาก N = N 0 x 10 n ดังนั้น log N = log (N 0 x 10 n ) = log N 0 + log 10 n = log N 0 + n log N 0 เรียกว่า แมนทิสซา (mantissa) ของ log N n เรียกว่า แคแรกเทอริสติก (characteristic) ของ log N
  • 12.
    ตัวอย่าง จงหาค่าของ log 45 2 0 พร้อมทั้งบอก แมนทิสซาและแคแรกเทอริสติก วิธีทำ เนื่องจาก log 45 2 0 = log (4.5 2 x 10 3 ) = log 4.5 2 + log 10 3 = 0.65 51 + 3 = 3.6542 ดังนั้น log 4510 = 3.65 51 แมนทิสซาของ log 45 2 0 คือ 0.6551 แคแรกเทอริสติกของ log 45 2 0 คือ 3
  • 13.
    แอนติลอการิทึม ตัวอย่าง กำหนดให้ log N = 2.5159 จงหาค่า N วิธีทำ เนื่องจาก log N = 2.5159 = 0.5159 + 2 = log 3.28 + log 10 2 = log (3.28 x 10 2 ) = log 328 ดังนั้น N = 328
  • 14.
    7. การเปลี่ยนฐานของลอการิทึมกำหนดให้ y = log b x จะได้ x = b y log a x = log a b y log a x = y log a b y = ดังนั้น log b x = ตัวอย่าง จงหาค่าของ log 2 24
  • 15.
    ลอการิทึมธรรมชาติ (Naturallogarithms) ลอการิทึมธรรมชาติ คือลอการิทึมฐาน e เมื่อ e เป็นสัญลักษณ์แทนจำนวนอตรรกยะ ซึ่งมีค่าประมาณ 2.7182818 หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ ลอการิทึมแบบเนเปียร์ ” (Napierian Logarithms) ในการเขียนลอการิทึมธรรมชาติจะไม่นิยมเขียนฐานกำกับ ดังนี้ log e x เขียนแทนด้วย ln x log e 3 เขียนแทนด้วย ln 3 log e 20 เขียนแทนด้วย ln 20 การหาค่าลอการิทึมธรรมชาติทำได้โดยการเปลี่ยนฐานให้เป็นลอการิทึมสามัญ ซึ่ง log e = log 2.7182818 = 0.4343 ตัวอย่าง จงหาค่าของ ln 25
  • 16.
    8. สมการเอ็กซ์โพเนนเชียลและสมการลอการิทึมสมการเอ็กซ์โพเนนเชียล คือสมการที่มีตัวแปรเป็นเลขชี้กำลัง ในการหาคำตอบของสมการ ทำได้โดยใช้สมบัติของฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียลและสมบัติของฟังก์ชันลอการิทึม ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบของสมการ 2 x .2 2x+1 = 4 x-2 วิธีทำ 2 x+2x+1 = (2 2 ) x-2 2 3x+1 = 2 2x-4 จะได้ 3x+1 = 2x-4 x = -5 ดังนั้น คำตอบของสมการ คือ {-5} ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบของสมการ 4 x + 2 x+1 – 24 = 0
  • 17.
    สมการลอการิทึม คือสมการที่มีลอการิทึมของตัวแปรการหาคำตอบของสมการทำได้ โดยใช้สมบัติของฟังก์ชันลอการิทึม ตัวอย่าง จงหาเซตคำตอบของสมการ log 2 (x-2) + log 2 (x-3) = 1 วิธีทำ log 2 (x-2) + log 2 (x-3) = 1 log 2 (x-2)(x-3) = log 2 2 จะได้ (x-2)(x-3) = 2 x 2 - 5x + 4 = 0 (x-1)(x-4) = 0 x = 1 , 4 ดังนั้น คำตอบของสมการ คือ {4} เพราะว่า เมื่อตรวจคำตอบ x = 1 หาค่าไม่ได้