Learning Community

                                                                                    มากขึ้ น ตามไปด ว ย ป จ เจกบุ ค คลได รั บ
                     ชุมชนแหงการเรียนรู : วิถีสูการพัฒนา                         ผลกระทบจากปญหาสังคมอยางหลีกเลี่ยง
                     การศึกษาที่ยงยืน
                                 ั่                                                 ไม ไ ด ความรู ความสามารถของป จ เจก
                     (Learning Community : A Mean to Sustainable
                                                                                    บุ ค คลที่ มี อ ยู ไม เ พี ย งพอที่ จ ะจั ด การกั บ
                     Educational Development)
                                                            สุนทรี คนเที่ยง         ปญหาที่เกิดขึ้นได ความรวมมือของบุคคล
                                  รหัส 4762504 สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน            จึงเปนทางออกที่ดีในการเผชิญกับสภาพ
                                                                                    สั ง คมที่ ซั บ ซ อ น เมื่ อ บุ ค คลร ว มมื อ กั น จะ
                                  มหาสมุ ท รเกิ ด ขึ้ น จากหยดน้ํ า เล็ ก ๆ         กอใหเกิดพลังในการแกปญหา และพัฒนา
                      จากทองฟา แหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดินมา                   สังคมได การเรีย นรูที่เ หมาะสมกั บสภาพ
                      รวมกันกอใหเกิดพลังและชีวิตมากมายเหลือ                       สังคมปจจุบันจึงเปนการเรียนรูรวมกันของ                 1
                      คณานับ พลังและชีวิตดังกลาวมีคุณประโยชน                      บุคคล
                      อยางมากกับโลก เปรียบไดกับการรวมตัวกัน                       • วิวัฒนาการการศึกษากอนสูที่มาของ
                      ของบุคคล สามารถกอใหเกิดพลังอันยิ่งใหญ                           ชุมชนแหงการเรียนรู
                      ในการพัฒนาสรรพสิ่งได ความรวมมือ การ                                        ห า ก ม อ ง ย อ น ก ลั บ ไ ป ถึ ง
                      รวมพลั ง ดั ง กล า วยั ง ก อ ให เ กิ ด การเรี ย นรู ที่   วิวัฒนาการทางการศึกษาจนถึงยุคปจจุบัน
                      ตอเนื่องและยั่งยืนดวยเชนกัน                                จะเห็ น ว า วิ วั ฒ นาการดั ง กล า วมี ผ ลต อ
                                  การเรียนรู ของบุคคลมักจะสังเกตได                มุ ม มองที่ เ ปลี่ ย นไปเกี่ ย วกั บ การเรี ย นรู
                      จากการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่บุคคลมีอยูเดิม                    Toffler (1980 แปลและเรียบเรียงโดย รจิต
                      ซึ่ ง อาจเป น การเปลี่ ย นพฤติ ก รรม ความเชื่ อ              ลักษณ แสงอุไร และคณะ ,2533, หนา
                      ความคิด ทัศนคติ ฯลฯ การเรียนทําใหบุคคล                       20) ไดแบงของการศึกษาไว 3 ยุค คือ
                      แสดงออกไดเปน 3 รูปแบบ คือ 1) จดจําและ                                      1)          คลื่นอารยธรรมยุคแรก
                      นําไปปรับแก (remind & remediate) 2)รับรู                    (First Wave Civilization) : เปนยุค
                      และสรางสิ่งใหม (receive & reconstruct) 3)                   การศึ ก ษาในสั ง คมเกษตรกรรม วิ ถี ชี วิ ต
                      วิจัยและ สะทอนคิด (research & reflect)                       ของคนในสังคมในยุคนี้เปน ไปอยางเรีย บ
                      (Spohere,2000, pp.4-5) เดิมทีการเรียนรูถูก                   ง า ย การดํ า รงชี วิ ต ขึ้ น อยู กั บ ธรรมชาติ
                      มองว า เป น เรื่ อ งของป จ เจกบุ ค คล บุ ค คล              การศึ ก ษาเป น การถ า ยทอดองค ค วามรู ที่
                      สามารถพัฒ นาตนโดยการรั บ ความรูจ ากผู รู                   บรรพบุ รุ ษ ได บั น ทึ ก ไว โอกาสทางการ
                      หรือ แหลง ความรูตา ง ๆ การพัฒ นาดัง กลา ว                 ศึกษาเปนของบุคคลที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ
                      กอใหเกิดประโยชนตอบุคคลนั้น ๆ เทานั้น แต                 ดี ยุ ค นี้ ครู คื อ ผู มี บ ทบาทสํ า คั ญ ในการ
                      ป จ จุ บั น สั ง คมขยายตั ว ขึ้ น ความซั บ ซ อ นใน          สอน เปนผูรู และผูมีความสามารถในการ
Curriculum & Instruction คมมีมากขึ้น ปญหาสังคมมีมากและซับซอน
                      สัง                                                           ถายทอดความรูใหกับผูเรียน สวนผูเรียน
Learning Community

                      เป น เพี ย งผู รั บ ความรู และปฏิ บั ติ ต ามคํ า สั่ ง   ความสามารถในการนํ า ความรู ไ ปใช ใ น
                      สอนของครู                                                   สถานการณ ที่ ห ลากหลายได จุด เน น ของ
                                     2)             คลื่ น อารยธรรมยุค ที่ 2      การศึ ก ษาในยุ ค นี้ มิ ไ ด เ ป น เพี ย งการรั บ รู
                      (Second Wave Civilization) เปนยุคของการ                    ข อ มู ล และทั ก ษะต า งๆเท า นั้ น แต ใ ห
                      จัดการศึกษาสําหรับการรองรับการขยายตัว                       ความสําคัญกับความเขาใจในทฤษฎีที่มา
                      ของอุ ต สาหกรรม ในยุ ค นี้ ผู บ ริ ห ารมี บ ทบาท           ของขอมูลนั้นๆ และเนนการวิจัยเปน ฐาน
                      เปน“ นาย (boss) ในขณะที่ครูผูสอนเปน                      (Research- based Approach) โดยถือวา
                      เสมือน “คนงาน” (workers) นักเรียนเปน                       การวิจัยเปนวิถีทางในการสรางองคความรู
                      เหมือน“ วัตถุดิบ” (materials)ที่ถูกครูผูสอน                                  ในยุคแหงขอมูลขาวสารนี้ เกิด
                      แปรรูปใหเปนไปตามคําสั่งที่ไดรับจากผูบริหาร              การเคลื่อนของกระบวนทัศนทางการศึกษา                       2
                      ในการแปรรูป”วัตถุดิบ” (นักเรียน)นั้น ครูผูสอน              สูกระบวนทัศนใหม (A Shift to New
                      จะหนาที่บรรยาย ถามคําถาม ออกคําสั่ง เพื่อ                  Paradigms in Education) กอนยุคแหง
                      ผลิ ต นั ก เรี ย นสู เ ส น ทางอาชี พ และการเป น          ขอมูลขาวสาร กระบวนทัศนในการจัดการ
                      พลเมื อ งที่ พึ ง ประสงค ต อ สั ง คม ในยุ ค นี้           สถานศึกษา (Schooling Paradigm) สงผล
                      คุ ณ ภาพของสถาบั น การศึ ก ษาจะถู ก ตั ด สิ น               ให ก ารเรี ย นการสอนมุ ง ค น หาและฝ ก ฝน
                      ดวยมาตรฐาน (Standards) ความสอดคลอง                        ผู เ รี ย นให เ ข า สู ร ะบบอุ ต สาหกรรม ต อ มา
                      ตรงกัน (Synchronization) ความชํานาญ                         กระบวนทั ศ น ใ นการจั ด การสถานศึ ก ษา
                      พิเศษ (Specialization) และ การรวมอํานาจสู                  เคลื่อนไป ผูเรียนเปน individual entity
                      ศู น ย ก ลางและการยึ ด ถื อ ค า นิ ย มส ว นใหญ          การจัดการศึกษาจึงตองมุงเนนการพัฒนา
                      (Centralization and valued bigness) ในยุค                   ผูเรียนแบบองครวม ผูเรียนแตละคนไดรับ
                      นี้ การจั ด การศึ ก ษาจึ ง มุ ง คนสู ก ารผลิ ต ทาง        การติ ด อาวุ ธ ทางป ญ ญา และได รั บ การ
                      อุตสาหกรรมโดย เนนการผลิตที่มีปริมาณมาก                     ยอมรั บ ว า เป น บุ ค คลที่ ส มบู ร ณ แนวคิ ด
                      (Mass Production) ทําใหการจัดการศึกษา                      ดังกลาวนํามาสูความเชื่อที่วา ระบบการจัด
                      ละเลย การพัฒนากลอมเกลาจิตใจไป                              การศึ ก ษาสามารถตอบสนองต อ ความ
                                     3) คลื่นอารยธรรมยุคที่ 3 ยุคแหง             ตองการจําเปนของผูเรียนแตละคนได
                      ขอมูลขาวสาร (Third Wave Civilization :                                      เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ การจั ด
                      Information Age) ในยุคนี้กระบวนการในชั้น                    การศึกษาในยุคนี้กับ การจัดการศึกษาใน
                      เรียนแบบเดิมไมเพียงพอที่จะสนองตอบการ                       ยุ ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม จ ะ พ บ ว า ใ น ยุ ค
                      เปลี่ ย นแปลงที่ เ กิ ด ขึ้ น ได การเรี ย นรู ใ น         อุ ต สาหกรรม ผู เ รี ย นจะได รั บ การพั ฒ นา
                      หองเรียนจึงไมไดจําเพาะเพียงใหเกิดความรู                ดานความรูความสามารถ ตามหลักสูตรที่
Curriculum & Instruction ยั ง ต อ งพั ฒ นาทั ก ษะการคิ ด วิ เ คราะห แ ละ
                      แต                                                         ระบุ ไ ว อ ย า งชั ด เจน ผู เ รี ย นถู ก กํ า หนดให
Learning Community

                     เ รี ย น รู ใ น สิ่ ง ที่ ผู กํ า ห น ดห ลั ก สู ต ร คิ ด ว า                 กระบวนทัศน          กระบวนทัศน
                                                                                                               เกา               ใหม
                     เหมาะสม การแบงแยกผูเรียนใชการวัด ความรู
                                                                                                      • ผูเรียน          • ผูเรียน
                     ทางวิ ช าการระดั บ สู ง ซึ่ ง วิ ธี ก ารเช น นี้ นั ก                             สามารถ              สามารถ
                     การศึกษายุคปจจุบันเห็นวาเปนขอจํากัดทาง                                         ปฏิบัติตาม          กําหนดกรอบ
                     การศึ ก ษาที่ ขี ด กรอบให กั บ ความสํ า เร็ จ ของ                                 คําสั่งได          ปญหา
                                                                                                                            ออกแบบงาน
                     ผู เ รี ย น หลั ก สู ต รของโรงเรี ย นมี เ ป า หมายที่
                                                                                                                            วางแผน สราง
                     การแสดงออกทางไหวพริบระดับสูง (Superior                                                                 และประเมิน
                     Intelligence) แนนอนวาหลักสูตรดังกลาวมี                                                              ผลงานของ
                     วิวัฒนาการมาจากความตองการจําเปนในยุค                                                                 ตนเองได และ
                     อุตสาหกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับลักษณะไหว                                                                 รวมมือกัน       3
                                                                                            ความ
                                                                                                                            คนหาวิธีการ
                     พริบเชนนี้เปนที่ยอมรับกันทั่วไป และผูเรียนใน                     ตองการตอ
                                                                                                                            แกปญหาที่
                                                                                                                                   
                     ระบบโรงเรี ย นถู ก จั ด แบ ง เป น กลุ ม โดยใช ผ ล               ผลผลิตทาง
                                                                                          การศึกษา                          แปลกใหม
                     จากการวัดสติปญญาเปนเกณฑ ( Purkey &                                  (ตอ)                         • ผูเรียน
                     Novak, 1984)                                                                                           สามารถบูรณา
                                                                                                                            การเครื่องมือ
                     • การเปลี่ ย นแปลงสู ยุ ค ชุ ม ชนแห ง การ                                      • ผูเรียนไดรับ      กับกิจกรรมใน
                            เรียนรู                                                                    การฝกฝน            การทํางาน
                            ตอไปนี้ เปนการเปรียบเทียบลักษณะการ                                        กิจกรรมที่          อยางไมจํากัด
                     จัดการสถานศึกษาตามกระบวนทัศนเดิม(ยุค                                              ทักษะการใช         ขอบเขต
                     อุตสาหกรรม) และกระบวนทัศนใหมที่มุงเนน                                          เครื่องมือกับ
                                                                                                        กิจกรรมใน
                     การสรางองคความรู (ยุคขอมูลขาวสาร)
                                                                                                        การทํางาน
                                                                                                        นอยมาก
                                          กระบวนทัศน       กระบวนทัศน                               • จัดหลักสูตร      • จัดหลักสูตร
                                                  เกา             ใหม
                                                                                                        จากสวนยอย          ดวยมุมมอง
                                         • ผูเรียนมีทักษะ • ผูเรียน
                                                                                                        สูสวนใหญ       โดยภาพรวมสู
                                           พื้นฐานในการ      สามารถ
                                                                                                        เนนการ           สวนยอย เนน
                                           อาน เขียนและ     จัดการกับ
                                                                                                        พัฒนาทักษะ        การเกิดความคิด
                                           คํานวณ            ความซับซอน
                          ความ                                                                          พื้นฐาน           รวบยอด(Big
                                                             คนหาและใช                  หลักสูตร
                       ตองการตอ                                                                                         concepts)
                                                             แหลงขอมูล
                       ผลผลิตทาง
                        การศึกษา                             จนกลายเปน
                                                             การเรียนรู
                                                             ตลอดชีวิต

Curriculum & Instruction
Learning Community

                                     กระบวนทัศน       กระบวนทัศน                           กระบวนทัศน กระบวนทัศน
                                           เกา               ใหม                                    เกา      ใหม
                                     • ยึดหลักสูตรที่ • ใหคุณคาอยาง                       • เปนผูแสวงหา
                                                                                                        • เปนผูคนหา
                        หลักสูตร       กําหนดไวทุก     มากกับ                                 คําตอบที่  ลักษณะ
                          (ตอ)        ประการ           คําถามของ                              ถูกตองในการ
                                                                                                          สําคัญ/
                                                        ผูเรียน                               ตรวจสอบการ เอกลักษณ
                                   • กิจกรรมใน        • กิจกรรมใน                              เรียนรูของของผูเรียน
                                                                               ครูผูสอน
                                     หลักสูตรยึด        หลักสูตร                               ผูเรียน   เพื่อทําความ
                                                                                 (ตอ)
                                     ตําราเรียนและ      มุงเนนขอมูล                                    เขาใจ
                                     แบบฝกเปน         ปฐมภูมิและ                                        ความคิดของ
                       กิกรรมการ     สวนใหญ           การผสมผสาน                                        ผูเรียน เพือ่
                          เรียน                         เนื้อหา                                           กําหนด
                                                                                                                              4
                        การสอน                          (Primary                                          บทเรียน
                                                        sources of                       • การวัดผลการ • การวัดผลการ
                                                        data and                           เรียนรูของ    เรียนรูของ
                                                        manipulative                       ผูเรียนแยก    ผูเรียนเกียว
                                                                                                                     ่
                                                        materials)                         สวนจากการ     โยงสัมพันธกบ  ั
                                   • เปรียบเหมือน • เปรียบเหมือน                           สอน สวนใหญ   การสอน และ
                                     กระดานชนวน         นักคิด (                           วัดดวยการ     วัดจากการ
                                                                              การวัด และ
                                     ที่วางเปลา       Thinker) ผู                       ทดสอบ          สังเกตการทํา
                                                                              ประเมิน ผล
                                     (Blank             เผยความรู                         (Testing)      กิจกรรม การ
                                     slates) ที่        ทฤษฎีเกี่ยวกับ                                    แสดงผลงาน
                                     ครูผูสอนเปนผู   โลก                                               และแฟม
                         ผูเรียน
                                     ใสขอมูลตาง                                                        สะสมงาน
                                     ลงไป                                                                 (Portfolio)
                                   • ทํางานที่                                                            ของนักเรียน
                                     มอบหมาย          • ทํางานที่                    แหลงที่มา : Gabehart, E. Mark (2000).
                                     ลําพัง             มอบหมาย                         จากการเปรียบเทียบขอมูล
                                                        เปนกลุม           ขางตน ทําใหเห็นวาดวยกระบวนทัศนที่
                                  • เปนผูใหการ     • เปนผูประสาน
                                                                            เคลื่อนไป (Paradigm Shift) สงผลใหการ
                                     สั่ง(Didactic)     สัมพันธ
                                     และเปนผู         (Interactive)       จัดการศึกษาในสถาบันการศึกษาเปลียน   ่
                                     กระจาย             เปนผูจัด          ตามไป โดยสรุปสิ่งที่ปรับเปลี่ยน คือ
                       ครูผูสอน     ความรูสู         สภาวะ               เปาหมายของการจัดการศึกษา หลักสูตรที่
                                     ผูเรียน           แวดลอมให          ใชในสถานศึกษา กิจกรรมการเรียนการ
                                                        ผูเรียนเกิดการ
                                                        เรียนรู
                                                                            สอน แนวคิดทีมีตอผูเรียน บทบาทของ
                                                                                           ่
Curriculum & Instruction
Learning Community

                      ผูเรียน ผูสอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู        ใหการดําเนินการสงผลใหการจัดการศึกษา
                                     แมแนวคิดตอการจัดการศึกษาจะ          มีพลัง แตดูเหมือนวาผลลัพธที่ไดไม
                      เปลี่ยนไป แตสภาพการเรียนการสอนยังมี                 กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทีมีประสิทธิภาพ
                                                                                                        ่
                      ลักษณะดังที่ Gabehart (2000) กลาวไวดังนี้          Gabehart ใหเหตุผลวาที่เปนเชนนี้เพราะ
                              ครูพูดบรรยายเปนสวนใหญในการ                การพัฒนาดําเนินการกันอยางแยกสวน ไม
                              จัดการเรียนการสอน                            มีความสอดคลองแลกบูรณาการใหเปนไป
                              การเรียนการสอนยึดตําราเรียนเปนสวน          ตามเปาหมายเดียวกัน หรือไมไดทําควบคู
                              ใหญ                                         กันผลที่ปรากฎจึงทําใหการจัดการศึกษาไม
                              สภาพทัวไปของหองเรียนไมสงเสริมให
                                        ่                                  ประสบผลสําเร็จเทาที่ควร
                              เกิดการรวมมือ แตสงเสริมการแยกตัว                    ในศตวรรษนี้(ศตวรรษที่ 21) เมื่อ      5
                              ลําพัง และเนนทักษะระดับพื้นฐาน              สังคมเปลี่ยนไป ภารกิจสําคัญของนักการ
                              มากกวาการฝกการใหเหตุผลระดับสูง            ศึกษาไมใชเพียงแครับรูถึงการเปลี่ยนแปลง
                              การจัดการเรียนการสอนยังไมสงเสริม           เทานั้น แตยัง ตองกาวออกมาจาก
                              ใหผูเรียนรูจกคิดเทาที่ควร
                                             ั                             โครงสรางการจัดการศึกษาที่จํากัด
                              การจัดการในสถานศึกษาอยูบนฐาน                ความคิดตามกระบวนทัศนเดิม มาสูการ
                              ความเชื่อที่วา ผูเรียนจะตองเรียนในสิงที่
                                                                   ่      ปฏิบัติที่ใหอิสระ และการคํานึงถึง
                              กําหนดแนนอนไวในหลักสูตร                    สมรรถภาพทีหลากหลายและ พหุปญญา
                                                                                           ่
                           อยางไรก็ตาม Gabehart ไดเสนอแนะไววา          ของผูเรียน (Students’ diverse potential
                      หากจะพัฒนาการจัดการศึกษาใหไดผลดีนั้น               and multiple intelligences) การจัดการ
                      จะตองดําเนินการใน 3 ประการตอไปนี้ควบคู            ศึกษาตองหาวิธีการที่เปนระบบในการเพิม   ่
                      กันไป                                                ศักยภาพใหกบผูเรียน เปนการใหอํานาจ
                                                                                             ั
                         o การเปลี่ยนแปลงที่คํานึงถึงความ                  (Empower) (นักการศึกษาบางทานใชคํา
                             สอดคลองกันระหวางการสอนกับ                   วา “ติดอาวุธทางปญญา) ในการเรียนรูแก
                             การเรียน                                      ผูเรียน การเปดเผย (Release)องคความรู
                         o การบูรณาการเทคโนโลยีในการจัด                    ตางๆ สูผูเรียน หรือการปลดปลอยผูเรียนให
                             การศึกษา                                      เรียนรูอยางอิสระ พัฒนาการศึกษาบน
                         o การปรับโครงสรางการจัดการศึกษา                  พื้นฐานของความรวมมือ (Collaboration)
                      Gabehart เนนวา แมในอดีตที่ผานมาการ               การรับผิดชอบรวมกัน(Shared
                      พัฒนาการศึกษาจะมีการดําเนินพัฒนาทั้งการ              responsibility) คํานึงถึงความยืดหยุน
                      เรียน การสอน การใชเทคโนโลยี การปรับ                 (Flexibility) ในการจัดการศึกษาและการ
                      โครงสรางการบริหารองคกร โดยมีเปาหมายที่
Curriculum & Instruction                                                   เรียนรูของผูเรียน และการสงเสริมภาวะ
Learning Community

                      ผูนํา (Leadership) ใหผูเรียน (Whitaker,       Senge(1990,p.4) กลาววา ในการพัฒนา
                      1993 cited by Shantz and Glenn, 2003             องคกรตางๆ ตองอาศัยความรวมมือ การ
                      p.208)                                           จัดการบริหารองคกรที่กาหนดนโยบายจาก
                                                                                                 ํ
                                กระบวนทัศนทางการศึกษาในยุคแหง        ระดับสูงสูผูปฏิบัติระดับลางไมสามารถนํา
                      ขอมูลขาวสารนี้ เปนแนวทางใหการพัฒนา           องคกรสูความสําเร็จได สิ่งทีจําเปนอยางยิง
                                                                                                         ่         ่
                      บุคคลมีความสามารถในดาน การมองโลกให             ในการพัฒนาองคกร คือ ความรวมมือกัน
                      กวางขึ้น การมองทางเลือกในอนาคต ทักษะ            ของทุกฝาย เปนการพัฒนาที่ทาใหเกิดการ
                                                                                                           ํ
                      การตัดสินใจ และการเปนพลเมืองที่                 เรียนรู เพื่อพัฒนาบุคคลอยางเต็มตาม
                      กระตือรือรนและรับผิดชอบ( Wideen,1993,           ศักยภาพ และตอเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งจะ
                      p 35 ) เมื่อการศึกษามีเปาหมายในการพัฒนา         นําไปสูการพัฒนาที่ยงยืน
                                                                                              ั่                       6
                      บุคคลเปนดังกลาว Wideen มองวา สิงทีจะ่ ่                  ดังนันการจัดการศึกษาที่จะนํา
                                                                                       ้
                      ปรากฏตามมาอีก คือ ลักษณะที่จะทําให              สังคมใหเกิดการพัฒนาที่ยงยืน นาจะมี
                                                                                                      ั่
                      บุคคลมี แรงจูงใจ (Motivation) มี                 จุดเริ่มตนจากการจัดการศึกษาในระบบ
                      ความสามารถในการคาดการณและเตรียมรับ              สถาบันการศึกษา นับวาเปนองคกรที่
                      การเปลี่ยนแปลง (Anticipation of change)          รับผิดชอบโดยตรงตอภารกิจการพัฒนาการ
                      สามารถคิดแบบมีวิจารณญาณ (Critical                เรียนรู Newberry (1994 cited by Shantz
                      thinking) รูกลั่นกรองคานิยมที่พงประสงค
                                                        ึ              and Glenn, 2003 p.208) ระบุลักษณะ
                      (Values clarification) มีทักษะในการตัดสินใจ      ขององคกรที่มประสิทธิภาพ ไววา กระบวน
                                                                                         ี
                      การตัดสินใจ (Decision making) ความคิด            ทัศนของการจัดการในสถานศึกษาควรหลุด
                      สรางสรรค (Creativity) สิ่งเหลานีกอใหเกิด
                                                          ้            ออกจากแนวคิดเดิม ที่มงผลสัมฤทธิ์
                                                                                                   ุ
                      ความเปนอยูที่ดีขึ้น (A Better world) ความ
                                                                      ทางการเรียนโดยยึดคะแนนสูงสุดจากการ
                      เปนพลเมืองทีดี (Citizenship and
                                      ่                                ทดสอบเพียงอยางเดียว ไปสูการให
                      stewardship)                                     ความสําคัญกับ บุคคล กลุมคนที่มีความ
                                มุมมองที่ Wideen เปนภาพสะทอนให      เปนผูนาในการมีสวนรวม (Participative
                                                                                ํ
                      เห็นถึงกระบวนทัศนของการศึกษาที่เคลื่อนไป        leadership) มีรูปแบบการทํางานที่
                      จากกระบวนทัศนเดิมในยุคอุตสาหกรรม การ            สรางสรรค (Innovative work style) และ
                      จัดการศึกษาที่มีเปาหมายดังที่กลาวไปขางตน     กรอบความคิดในการคนหาผลที่เกิดจาก
                      ทําใหบุคคลสามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมที่มี      การแสดงออกถึงความสามารถของบุคคล
                      ความซับซอนและปญหาอุปสรรคเพิ่มขึ้น แต          อยางสูงสุด Newberry คาดหวังวาจุดเนน
                      ความสามารถและทักษะของปจเจกบุคคลไม              ดังกลาว จะทําใหการจัดการศึกษาเปด
Curriculum & Instruction ยงพอ ตอสภาพสังคมในยุคนี้
                      เพี                                              กวาง (Open) กวางขวาง (Inclusive)
Learning Community

                      บังเกิดผลกับผูเรียนทุกรูปแบบ (ทังแบบ
                                                          ้               ของครูผูสอนในระดับชั้นเดียวกันใน
                      traditional และ non-traditional)                    โรงเรียนหนึ่ง ๆ การดําเนินงานของ
                                   ดังที่กลาวไปขางตนในขอเสนอแนะ       คณะกรรมการโรงเรียน บุคลากรใน
                      ของ Gabehart เกียว การดําเนินการที่ตองทํา
                                               ่                          ภาควิชาที่จัดการเรียนการสอน
                      พรอมกันใน ดานความสอดคลองกันระหวาง               ระดับอุดมศึกษา องคกรวิชาชีพ
                      การสอน กับการเรียน การบูรณาการ                      ระดับชาติ หรือแมแตคณะครูทุกคนใน
                      เทคโนโลยีในการจัดการศึกษา และ การปรับ               โรงเรียน โดยมักจะเรียกหรืออางวา การ
                      โครงสรางการจัดการศึกษา หรืออาจกลาวได             รวมตัวดังกลาว เปนชุมชนแหงการเรียนรู
                      อีกนัยหนึงวาเปนการปฏิรูปการศึกษาทังระบบ
                                 ่                             ้          ซึ่งดูเหมือนวา คําวา “ชุมชนแหงการ
                      นั้น คําถามที่เกิดขึ้นตอมาจากขอเสนอแนะนี้         เรียนรู”จะถูกใชมากมาย เมื่อเปนเชนนี้
                                                                                                                     7
                      ก็คือ กิจกรรม ในการฝกบุคลากรเพื่อสงเสริม          ความหมายของ ชุมชนแหงการเรียนรู ดู
                      การปรับโครงสรางการจัดการเรียนการสอน                จะยังคลุมเครือ ซึ่งอาจสงผลให เปาหมาย
                      ควรมีลักษณะเชนไร และ จะบูรณาการ                    ในการพัฒนาการเรียนรูไมชดเจนไปดวย
                                                                                                        ั
                      เทคโนโลยีสหลักสูตร ไดอยางไร แนวทางหนึง
                                     ู                            ่      DuFour (2004, p. 26 ) พยายามที่จะทํา
                      ที่พอจะสรุปไดจาก ขอเสนอ -แนะ และมุมมอง            ใหความหมายของคําวา “ชุมชนแหงการ
                      ที่ไดกลาวไปขางตน ก็คือ ความรวมมือ และ          เรียนรู” ใหมีความชัดเจนยิงขึ้น DuFour
                                                                                                     ่
                      การรวมพลัง วิถีทางหนึ่งที่จะทําใหพลังและ           ใหคําจํากัดความ “ชุมชนแหงการเรียนรู”  
                      ความรวมมือ บังเกิดผล คือ การสรางชุมชน             วาเปน การรวมตัวของบุคลากร
                      แหงการเรียนรู (Creation of learning               โดยเฉพาะบุคลากรวิชาชีพ ที่มีเปาหมาย
                      Community)                                          ที่ชัดเจนในการรวมตัวกัน เพือปฏิบัติ
                                                                                                          ่
                         • ความหมายของชุมชนแหงการเรียนรู                ภารกิจหรือทํากิจกรรมตาง ๆ จนเปนสวน
                             ในชวงเวลาทีผานมามีสถานศึกษาที่จัด
                                             ่                            หนึงของวัฒนธรรมโรงเรียน (School
                                                                               ่
                         การศึกษาในระบบหลายแหง เริ่มไดรับการ            Culture)
                         พัฒนาองคกรใหเปนชุมชนแหงการเรียนรู                         สวน Astuto and Others
                         ของบุคลากรวิชาชีพ (Professional                (1993,p.5) ใหความหมายของ“ชุมชนแหง
                         Learning Community) สถานศึกษาหลาย              การเรียนรู” ในสถานศึกษา ไววา เปนความ
                                                                                      
                         แหงพยายามกาวเขาสูการเปลี่ยนแปลงทีมา ่      รวมมือกันของผูบริหารและครูผูสอนในการ
                         พรอมกับกระบวนทัศนทางการศึกษาที่              แสวงหา และเรียนรูรวมกัน และลงมือ
                         เปลี่ยนไป ความพยายามดังกลาวปรากฏให           ปฏิบัติกิจกรรม เพื่อเปาหมายในการเพิ่ม
                         เห็นในรูปแบบตางๆ เชน การรวมตัวกันของ         ประสิทธิภาพ ใหกับวิชาชีพ และเปาหมาย
Curriculum & Instructionบุคลากรในสถานศึกษา การทํางานรวมกัน             สูงสุดคือ ผลประโยชนที่จะเกิดกับผูเรียน
Learning Community

                                      นักการศึกษาไทยก็ไดให              สมาชิกทุกคน มีระบบสื่อสารที่ดีระหวาง
                      ความหมายของชุมชนแหงการเรียนรูไวเชนกัน           สมาชิก โดยการรวมตัวกันทําอยาง
                      นาตยา ปลนธนานนท (2547, หนา 4 ) กลาว
                                    ั                                     กระตือรือรนและตอเนื่อง โดยสมาชิกใน
                      วา “ชุมชนแหงการเรียนรู” หมายถึงกลุมคนที่
                                                                         ชุมชนเกิดแรงจูงใจจากภายใน (Intrinsic
                      มีความสนใจรวมกัน เรียนรูแลกเปลี่ยนกัน จน          Motivation) ในการรวมกิจกรรม เพราะ
                      เปนแรงกระตุนใหเกิดความรูสึกในเรื่องความ
                                                                         ไดรบอิสระในการคิด ทํางาน และ
                                                                              ั
                      เปนเจาของในกลุม (sense of membership)            สรางสรรคสิ่งใหมๆ ตามความตองการที่
                      ผลที่เกิดขึ้นตอมา คือ การปฏิบัติกิจกรรม หรือ       แทจริงของตนเองและองคกร
                      ภารกิจรวมกันที่เรียกวาเปน Communities of         • ลักษณะสําคัญของชุมชนแหงการ
                      Practice                                                เรียนรู                                 8
                               สวน Padavil ( 2004, p.10) กลาววา                   จากของสรุปขางตน สิ่งที่ตอง
                      ในชุมชนแหงการเรียนรูนั้น ครูผูสอน นักเรียน
                                                                         คํานึงถึงและใหความสําคัญในการพัฒนา
                      บุคลากรสนับสนุนฝายตาง ๆ ผูปกครอง                 “ชุมชนแหงการเรียนรู” คือลักษณะของ
                      ผูบริหาร และบุคคลอื่น ๆ ทีเ่ กี่ยวของใน           “ชุมชนแหงการเรียนรู” Padavil (2004, p.
                      โรงเรียนถือเปนสมาชิกของชุมชนหนึงที่มี ่            12) ไดใหลักษณะหลักของชุมชนแหงการ
                      จุดหมายเดียวกัน คือ “การเรียนรู”                   เรียนรูไว 4 ประการ คือ
                               นอกจากนี้ Senge (1990,p.3) ยังให            1) ความรูสึกเปนเจาของในชุมชน (A
                      ความหมายของ “ชุมชนแหงการเรียนรู” ไววา                 Sense of Belonging to the
                      เปนองคกรที่กลุมบุคคลแสดงความสามารถใน                   Community)
                      การสรางสรรคงานที่บงเกิดผลที่เปนที่ตองการ
                                               ั                            2) การทํางานรวมกันและการเรียนรู
                      อยางแทจริงของบุคลากร และขององคกร โดย                   รวมกันในกลุม
                      สมาชิกมีอิสระในการคิด การทํางาน และการ                3) การมีสวนรวมของบุคลากรทุกคนใน
                      สรางสรรคงานอยางเต็มที่                                 องคกร โดยใชสิ่งแวดลอมทีมีกิจกรรม
                                                                                                           ่
                                จากแนวคิดขางตนพอจะสรุป                        เปนหลัก และ
                      ความหมายของ “ชุมชนแหงการเรียนรู” วา                 4) สมาชิกทุกคนในกลุมคือ ผูเรียน
                                                                                                   
                      เปนการรวมตัวของบุคลากรทางการศึกษา ซึง         ่          สวน DuFour (2004) ใหความสําคัญ
                      ไดแก ครูผูสอน ผูบริหาร ผูปกครอง บุคลากร
                                                                         กับวัฒนธรรมองคกร หรือ โรงเรียน โดย
                      ในชุมชนอื่น ๆ และนักเรียน ในการทํากิจกรรม           DuFour กลาววา วัฒนธรรมองคกร หรือ
                      หรือดําเนินการเพื่อเปาหมายของ “การเรียนรู”        โรงเรียน หมายถึง การปฏิบัติภารกิจในองคื
                      มีวัฒนธรรมองคกรแหงความรวมมือ การ                 กรที่ทาเปนประจําจนเปนวิถการดําเนินชีวต
                                                                                 ํ                    ี            ิ
Curriculum & Instructionางานเปนทีม คํานึงถึงการมีสวนรวมของ
                      ทํ                                                  ในองคกร นับไดวา วัฒนธรรมองคกร หรือ
Learning Community

                      โรงเรียน เปนการสะทอนใหเห็นถึง การกระทํา                       จากตัวอยางของวัฒนธรรม
                      ตามบทบาทหนาที่ และปฏิสมพันธระหวาง
                                                       ั                 โรงเรียนของไทยที่กลาวไปนั้น ภาพที่
                      บุคลากร ในองคกร ในสถานศึกษา บุคคลที่              ชัดเจนของการปฏิบัติตามคําสั่ง
                      ตองเกี่ยวของสัมพันธกน และมีบทบาทหนาที่ที่
                                                ั                        ปฏิบัติงานตามรูปแบบที่เคยปฏิบัติ หากมี
                      แตกตางกัน บุคลากรในองคกรในทีนี้ขอ   ่            สิ่งใหมเขามาจําเปนตองมีตวอยางทีชัดเจน
                                                                                                          ั     ่
                      แบงเปน ผูบริหาร ครูผูสอน บุคลากรสนับสนุน       ผูบริหารโรงเรียนยังคงเปนผูมีอํานาจในการ
                                                                                                        
                      การสอน นักเรียน ผูปกครอง และ ชุมชน                สั่งการ และติดตาม กํากับดูแลการทํางาน
                      บทบาท หนาที่ และปฏิสัมพันธ ของบุคคล              ของครูผูสอนและบุคลากรสนับสนุนอื่น ๆ
                      เหลานี้อาจดูคลายกันในแตละองคกร เชน ใน         ครูผูสอน นอกจากจะตองปฏิบัติตามคําสั่ง
                      สถานศึกษาของไทย ผูบริหาร คือ ผูมีอานาจ มี
                                                              ํ          ของผูบริหารแลว ยังตองเปนผูรูและ           9
                      บทบาทในการกําหนดนโยบาย หรือรับ                     ถายทอดความรู ใหกับนักเรียน นักเรียน
                      นโยบายจากหนวยงานตนสังกัด แลวสั่งการให          เปนผูรับความรูและปฏิบัติตามคําสังสอน
                                                                                                              ่
                      ครูผูสอนปฏิบัติตามนโยบาย นอกจาก นี้               ของครู ผูปกครองและชุมชนมีสวนรวมใน
                      ผูบริหารยังเปนผูตัดสินความดี ความชอบของ         การจัดการศึกษานอย ดวยเพราะไมรูถง     ึ
                      บุคคลใตบังคับบัญชาไดอีกดวย สวนครูผสอน ู       บทบาทวาควรมีสวนรวมในการจัด
                      มีหนาที่ปฏิบัติตามนโยบาย และจัดการเรียน           การศึกษาไดโดยยกหนาที่การใหการศึกษา
                      การสอนที่คิดวาเปนไปตามนโยบายที่ผูบริหาร         กับลูกหลานของตนเองเปนเรื่องของ
                      กําหนด เปนผูรูที่มีหนาที่รับผิดชอบ และตัดสิน
                                                                        โรงเรียนและครูผูสอนไป
                      ผลการเรียนของผูเรียน บุคลากรสนับสนุน มี                         วัฒนธรรมโรงเรียนในประเทศ
                      บทบาทหนาทีใหการดําเนินการในโรงเรียน
                                           ่                             ไทยทีกลาวไปขางตนมีชองวางที่เห็นชัดวา
                                                                                ่
                      เปนไปตามระเบียบ ปฏิบัตตามคําสั่งของ
                                                     ิ                   หางไกลจากวัฒนธรรมโรงเรียนที่จะ
                      ผูบริหาร หรือครูผูสอนที่คิดวามีตาแหนงที่สูง
                                                          ํ              กอใหเกิดชุมชนแหงการเรียนรู ตามแนวคิด
                      กวาตน นักเรียน คือผูที่ตองเชื่อฟง และปฏิบัติ
                                                                        ของ DuFour ได ชองวางดังกลาวนี้เปนสิ่งที่
                      ตามสิ่งที่ครูสั่งสอน ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่        ผูรับผิดชอบดานการศึกษาควรตระหนัก
                      โรงเรียนกําหนด ผูปกครอง คือ ผูที่มีความ          ภาระหนาทีทจะเติมเต็มชองวางใหเกิด
                                                                                      ่ ี่
                      ตั้งใจที่จะใหบตรหลานของตนเองไดรูในสิ่งที่
                                         ุ                               วัฒนธรรมโรงเรียนทีเ่ ปนความรวมมือกัน
                      กําหนดไวในหลักสูตร มีความคาดหวังวา               นั้นตองใชพลังมากมายในทีจะสรางชุมชน
                                                                                                      ่
                      ครูผูสอน คือ ผูมีความสามารถ และรับผิดชอบ         แหงการเรียนรูใหเกิดขึ้นได
                                                                                           
                      การเรียนรูของนักเรียน สวนชุมชนนั้นมี                       แนวคิดที่สาคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรม
                                                                                             ํ
                      บทบาทและมีสวนรวมในกิจกรรมของโรงเรียน             โรงเรียนที่จะทําการรวมตัวของบุคลากรใน
Curriculum & Instructionอยมาก ในชวงเวลาที่ผานมา
                      น                                                 การปฏิบัติภารกิจหรือกิจกรรมตาง ๆ ของ
Learning Community

                      โรงเรียนเปน ชุมชนแหงการเรียนรูที่มี             ปรองดองกัน หากไดมีโอกาสทํากิจกรรม
                      ประสิทธิภาพ นั้น Padavil (2004, p. 10) ยัง         รวมกัน คนไทยมีประเพณีในการพึ่งพากัน
                      มองวา ในสถานศึกษา นักเรียน บุคลากร                มาแตโบราณ ไมวาจะเปนการลงแขกเกี่ยว
                      สนับสนุนฝายตาง ๆ ผูปกครอง ผูบริหาร และ         ขาว ประเพณีบุญตาง ๆ ซึ่งก็ดูวาหากมี
                      บุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวของในโรงเรียนถือวาเปน    ความตั้งใจและจริงใจที่จะพัฒนาใหเกิด
                      สมาชิกของชุมชนหนึง ๆ ทีมีจุดหมายเดียวกัน
                                              ่ ่                        การรวมตัวกันเมื่อรวมมือกัน ความรูสกเปน
                                                                                                                 ึ
                      คือ “การเรียนรู”                                  เจาของก็จะเกิดขึ้นไดไมยากนัก
                                 ลักษณะหลักของชุมชนแหงการเรียนรู                 นอกจากนี้ขอชวนคิดอีกประการ
                      ที่ Padavil ไดสรุปมาจากแนวคิดของ                  หนึง ตามลักษณะหลักของชุมชนแหงการ
                                                                             ่
                      McCatep (1994) และ Wool (1992) นัน      ้          เรียนรูตามแนวคิดของ Padavil คือ              10
                      สอดคลอง กับความคิดของ DuFour ในสวน               สมาชิกทุกคนในกลุม คือ “ผูเรียน. เดิม
                      การเนนวัฒนธรรมโรงเรียน และเติมเต็มไดกับ          ความคิดเกี่ยวกับการเรียนและการศึกษา
                      แนวคิดของ DuFour ในการทํางานรวมกัน                จะถูกตีกรอบอยูในสถานศึกษา (ซึ่งอาจ
                      และการเรียนรูรวมกันในกลุม และ การมอง
                                                                       ยังคงมีอยูในความคิดของบางสวนใน
                      สมาชิกทุกคนในกลุมเปน “ผูเรียน” และ              สังคม) เมื่อใดก็ตามที่บุคคลจบการศึกษา
                      ความรูสึกเปนเจาของในชุมชน                       แลว ภาระหนาที่ในการเรียนก็จบลง
                                 สิ่งที่ชวนคิดสําหรับสถานศึกษา           ความคิดเชนนีหากมีในครูผสอนก็จะ
                                                                                          ้              ู
                      โรงเรียนในประเทศไทยในการพัฒนาชุมชน                 กอใหเกิดปญหาในการพัฒนาวิชาชีพได
                      แหงการเรียนรูนั้น คือ จะทําอยางไรใหสมาชิก
                                                                        เพราะครูผูสอนหลายคนอาจคิดวาหนาที่
                      ในสถานศึกษาเกิดความรูสกเปนเจาของใน
                                                     ึ                   “การเรียน” เปนของนักเรียน สวนหนาที่
                      ชุมชน ดังที่กลาวไปแลววา สภาพของโรงเรียน         “การสอน” เปนของครู หากในปจจุบน      ั
                      ในประเทศไทยสวนใหญเปนการรวมอํานาจอยู            ครูผูสอนหรือบุคลากรสนับสนุนอืน ๆ มี
                                                                                                            ่
                      ที่ผูบริหาร การทํางานตามคําสั่งยอมกอใหเกิด     ความคิดเชนนี้ โอกาสของการพัฒนา
                      ความรูสึกเปนเจาของนอยมาก เชนเดียวกับ          โรงเรียนใหเปนชุมชนแหงการเรียนรูก็คงอยู
                      วัฒนธรรมของการทํางานรวมกันเปนทีม การ             อีกไกล ซึ่งก็ตองเปนภารกิจหนักและเปน
                                                                                        
                      เรียนรูรวมกัน จนมีผูกลาวถึงความสามารถใน        หลักอีกประการหนึงของผูรบผิดชอบทาง
                                                                                               ่       ั
                      การทํางานเปนทีมของคนไทยวา เปนไปไดยาก           การศึกษาตองใหความสําคัญ ในการ
                      เมื่อเปรียบเทียบกับการทํางานแบบเดี่ยว ๆ ทั้ง       ปรับเปลี่ยนความคิดของครูผูสอน แตก็
                      ที่คนไทยจํานวนมากมีความสามารถจนเปนที่             นับวาจุดเริ่มตนที่ดีเกิดขึนแลวในสังคม
                                                                                                     ้
                      ยอมรับในระดับโลก แตอยางไรก็ตามวิถชีวิต   ี       การศึกษาไทยตั้งแตมีพระราชบัญญัติ
Curriculum & Instruction เดิมของคนไทยจะมีพื้นฐานจากการรักใคร
                      ดั่ง                                               การศึกษาแหงชาติ พุทธศักราช 2542 ที่
Learning Community

                     ระบุถึงการเรียนรูตลอดชีวิตไว ซึ่งก็เปน                • อิสรภาพทางความคิด กระทํา และ
                     แนวทางหนึ่งที่ทกฝายตองหันมามองและตอง
                                        ุ                                            สรางสรรค (Freedom to think,
                     ผลักดันใหเกิดการเรียนรูดังกลาวขึ้น                           work and create)
                               ในชุมชนแหงการเรียนรูในสถานศึกษา              • ความรับผิดชอบที่เกิดจากแรงจูงใจ
                     มีองคประกอบที่สําคัญอยู 3 ประการ คือ                          ภายใน (Autonomous
                     เปาหมายของชุมชนแหงการเรียนรู บุคลากร                         commitment : from intrinsic
                     ในชุมชน และวิธีดําเนินการในชุมชน ในสวน                         motivation)
                     ของเปาหมายของชุมชนแหงการเรียนรูคือ การ           • สภาพความเปนจริงของชุมชนแหง
                     เรียนรูของบุคลากรในชุมชน ซึ่งกลุมใหญกคอ
                                                                ็ ื          การเรียนรู
                     ผูเรียน แตก็ไมไดหมายความวา ผูเรียนเทานั้น                ในชวงเวลาทีความเคลื่อนไหวทาง
                                                                                                  ่                   11
                     ที่จะเรียนรูได เพราะ Padavil ก็กลาวไวแลววา    การศึกษา และแนวคิดการพัฒนาการ
                     เปาหมายของการรวมตัวรวมมือกันเปน “การ             เรียนรูที่เปลียนไป การใหความสําคัญตอ
                                                                                         ่
                     เรียนรูของทุกคน” องคประกอบดานบุคลากร             ความรวมมือกันพัฒนาการเรียนรู ก็ไดมี
                     ในชุมชนแหงการเรียนรูในสถานศึกษา ไดแก            ตัวอยางของการพัฒนาโรงเรียนใหเปน
                     ครูผูสอน ผูเรียน ผูบริหาร บุคลากรสนับสนุน        ชุมชนแหงการเรียนรูและยังเกิดผลที่เปน
                     ผูปกครอง บุคลากรอื่น ๆ ในชุมชน สวน ดาน           การเรียนรูของผูเรียน ในทีนขอยกตัวอยาง
                                                                                                      ่ ี้
                     วิธีดําเนินการเปนสิ่งสําคัญทีสุด ซึ่งจะกลาวถึง
                                                   ่                     ความรวมมือที่มีรูปแบบการเปนชุมชนแหง
                     ในโอกาสตอไป                                        การเรียนรู ที่สอดคลองกับแนวคิดทีกลาว
                                                                                                              ่
                               จากแนวคิดทีกลาวมาขางตนขอสรุป
                                             ่                           มาขางตน ไดแก ผลจากการวิจัยเพื่อพัฒนา
                     ลักษณะของชุมชนแหงการเรียนรูไว ดังนี้             ชุมชนแหงการเรียนรู ที่มีความหลากหลาย
                     ชุมชนแหงการเรียนรูควรมี :                         ของบุคลากร ในรัฐ Texas โดยการจัดใหมี
                          • ความรวมมือ (Collaboration)                  ชุมชนแหงการเรียนรูของครู (Teachers
                          • การสื่อสาร การสนทนา ระบบ                     Learning Communities : TLCs ) ที่มงการ ุ
                               เครือขาย(Communication /                 พัฒนาวิชาชีพ โดยใหมีความรวมมือกัน
                               Conversation ,Network System)             อยางตอเนื่อง มีการทํางานและการ
                          • การทํางานเปนทีม (Team Working)              ปรับปรุงพัฒนาอยางไมหยุดนิ่ง โครงสราง
                          • การมีสวนรวม (Involvement/
                                                                        ของชุมชนแหงการเรียนรูครูผสอนยังคงอยู
                                                                                                           ู
                               Participation)                            หลังจากการอบรมโดยใชการวิจัยเปนงาน
                          • การเปนเจาของรวมกัน (Owner                 เรื่องรูปแบบการสอนทีจัดเพือสนองความ
                                                                                                    ่ ่
                               Sharing)                                  หลากหลายของผูเรียน กระบวนการสราง
Curriculum & Instruction                                                 ชุมชนแหงการเรียนรูเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง
Learning Community

                      ครูปฏิบัติการสอนไปพรอม ๆ กับการใชความ           อานและวิเคราะห บทความ นําปญหาที่
                      พยายามในการวิเคราะหความพยายามในการ               พบมาถกเพื่อหาทางแกปญหา การประชุม
                      ปรับปรุงโรงเรียน ตรวจสอบผลสําเร็จประจํา           จะจบลงดวยการอวยพรวันเกิดใหสมาชิก
                      สัปดาห แกปญหาการจัดการเรียนการสอน
                                                                       การซื้อบานใหมหรือขาวที่นายินดีตาง ๆ
                                                                                                       
                      รวมกัน แลกเปลี่ยนกลวิธีการสอน พิจารณา            เวลาที่ใชในการประชุมจะใชประมาณ 2
                      ผลงานของนักเรียน เรียนรูทจะวิเคราะห
                                                      ี่                ชั่วโมง ตัวอยางที่เปนรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น
                      ความกาวหนาของนักเรียน สรางความสัมพันธ         จากชุมชนดังกลาว ไดแก การทํางาน
                      ในเพื่อนรวมงานในการนิเทศเพื่อพัฒนางาน            รวมกันของครูผูสอนภาษาอังกฤษเปน
                      และเรียนรู ในสิ่งที่ตนและกลุมจําเปนตอง        ภาษาที่สองและครูผูสอนวิชาสามัญอืน ๆ   ่
                      เรียนรูเพิมเติม เปาหมายการทํางานรวมกัน
                                 ่                                      เปาหมายคือ การอานออก เขียนไดของ               12
                      ของชุมชนแหงการเรียนรูของครูผูสอน (ที่มี        นักเรียนทุกคน โรงเรียนแหงนี้ไดใหครูทก     ุ
                      ความแตกตางกัน) คือ ความสําเร็จในการสอน           คนไดอบรมวิธการจัดการเรียนการสอน
                                                                                         ี
                      และการเรียนรูของนักเรียน โอกาสที่สมาชิกใน
                                                                       แบบเดียวกัน (โดยปกติมักจะใหครูไดรับ
                      ชุมชนแหงการเรียนรูจะไดรับคือ การรวมมือกัน     การอบรมแยกตามวิชาเอก) จากนั้นครูใน
                      ตรวจสอบการทํางาน ทดลอง นําผลไปใช                 ทีมจะมีโอกาสนําวิธีการไปใช และมีการ
                      ประเมินและเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนา                ดําเนินการสอน วิเคราะหสถานการณทง        ั้
                      ตลอดเวลาและตอเนื่อง                              ผลงานของนักเรียน ดึงความรวมมือของ
                                ในชุมชนแหงการเรียนรู ครูมีบทบาทที่    ผูปกครอง ชุมชนและตัวผูเรียนเองเขามา
                      หลากหลาย อาทิ นักวิจัย นักวิจารณ ผูเรียน        เพื่อใหเปนไปตาม
                      ผูสอน-ครูผูสอน ไดเรียนรูที่จะกําจัดความกลัว
                                                                       เปาหมาย บรรยากาศการทํางานเปนไป
                      และยอมใหครูคนอื่นเขามาสังเกตการสอนของ           อยางเขาอกเขาใจและเปนทางบวก พบวา
                      ตน (อาจใชวิธการนิเทศแบบเพื่อนชวยเพื่อน :
                                         ี                              ความสําเร็จเกิดขึ้นได นักเรียนเปนไปตาม
                      peer coaching)                                    เปาหมายที่วางไว ครูก็ไดเกิดการเรียนรู
                                ในแตละสัปดาหครูที่รวมในชุมชนแหง     อยางตอเนื่อง
                      การเรียนรูมกแลกเปลี่ยนกันถึงความสําเร็จ
                                   ั                                              เครื่องมือทีทําใหเกิดชุมชนแหงการ
                                                                                              ่
                      สูงสุดของสัปดาหนน ๆ โดยจะมีกจกรรมอื่น ๆ
                                             ั้           ิ             เรียนรู ในรัฐ Texas อีกประการหนึ่งคือ
                      ตามมา เชน การวิเคราะหผลงานของนักเรียน           รูปแบบการสอนเปนทีม การวางแผนการ
                      เชน งานเขียนของนักเรียนหรือผลที่ไดจากการ        สอนรวมกัน จัดการเรียนการสอนรวมกัน
                      วัดผลการเรียนรูของผูเรียน บางครั้งอาจมีการ      แกไขปญหารวมกัน ประเมินผลและชื่นชม
                      เสนอรูปแบบการสอนที่ประสบผลสําเร็จให              ในความสําเร็จ รับทราบการแกไขปญหาดู
Curriculum & Instruction ่อนครูคนอืน ๆ กิจกรรมอืน ๆ อาจเปนการ
                      เพื            ่              ่                   จะเปนการเจาะลึกลงไปถึงตนเหตุของ
Learning Community

                      ปญหา/คําถามตาง ๆ ในรูปแบบของการ                  จะสงเสริมการเรียนรูอยางหยั่งลึกของการ
                      ทํางานเปนทีม ครูจะศึกษาและอานงานวิจย        ั    ทํางานเปนทีม กระบวนการนี้ (การทํางาน)
                      หรืออาจติดตอกับนักวิจัยโดยตรง                     การเรียนรูเปนทีมของครู นําไปสูสัมฤทธิผล
                      ขณะเดียวกันครูก็เกิดการเรียนรูจากบุคลากร          ในระดับสูงของผูเรียน
                      ในทีมดวย รายงานการวิจัย กลาววา การ                        การมีสวนรวมของครูเปน
                      ทํางานเปนทีมที่จะบังเกิดผล ตองอาศัยฐาน           กระบวนการทีมีพลัง สถานศึกษาจะตอง
                                                                                             ่
                      จากความรวมมือ รอยละ 95 ของครูเห็นวา             แนใจวาทุกคนเปนสวนหนึงของทีมที่มง
                                                                                                      ่           ุ
                      การสรางขอผูกมัดและความสัมพันธที่ดี              เปาหมายใหนกเรียนเกิดการเรียนรู แตละ
                                                                                         ั
                      ระหวางครูผูสอน ผูบริหารและผูปกครอง เปน
                                                                        ทีมจะตองมีเวลาพบปะกันในระหวางวัน
                      ขั้นตอนแรกทีสําคัญที่สุดในการปฏิรูป
                                      ่                                  ทํางานตลอดปการศึกษา ทีมจะใชความ               13
                      กระบวนการเรียนรูแบบรวมมือกันทําให               พยายามในการตอบคําถามสําคัญ ๆ ที่
                      สมาชิกที่มีความแตกตางกัน มองขามความ              เกี่ยวของกับการเรียนรูและระบุผลที่เปน
                      ขัดแยงที่เกิดจากความหลากหลายนัน       ้           การสะทอนจุดเนนนั้น ๆ
                      กิจกรรมทีทีมผูทํางานเรียนรูจากการไดสนทนา
                                   ่                                               แตอยางไรก็ตามเปนทีทราบกันดี
                                                                                                          ่
                      เกี่ยวกับความเชื่อ คานิยม และอคติของ              วา โดยธรรมชาติการทํางานลําพัง คนจะ
                      สมาชิกและการฝกจัดการกับอารมณ รวมถึง              รูสึกปลอดภัยกวาทํางานรวมกับผูอื่น จึงทํา
                      การพัฒนาทักษะในการสื่อสาร สิงสําคัญที่
                                                           ่             ใหการเกิดความรวมมือกันในองคกรจนเปน
                      จะตองคํานึงถึงคือ การใหเวลาในการสราง            วัฒนธรรมการทํางานอยางหนึ่งคอนขาง
                      ความเชื่อใจ และการสนทนาพูดคุยกันใน                 ยาก DuFour เสนอแนะวา การรวมมือที่มี
                      สมาชิกของชุมชนแหงการเรียนรูนนเองั้               ความหมายจะเกิดขึ้นตองหยุดการกระทํา
                                     ผลการดําเนินการขางตน              หลาย ๆ ประการ โรงเรียนตองยกเลิกการ
                      สอดคลองกับแนวคิด ในการสรางวัฒนธรรม               ยกระดับครูทําใหเปนไปตามมาตรฐานของ
                      แหงความรวมมือ (A Culture of                      รัฐหรือ หลักสูตรทองถิน เพียงเพราะคิดวา
                                                                                                  ่
                      Collaboration) ของ DuFour ในการผนึก                นั่น คือ สิ่งประกันวา นักเรียนทุกคนเปนไป
                      กําลังเพื่อสรางชุมชนแหงการเรียนรูที่ยงยืน
                                                               ั่        ตามเปาหมายหลักสูตร ทังที่เมื่อนํา
                                                                                                        ้
                      DuFour (2004) กลาววา การรวมมือที่มพลัง   ี      หลักสูตรไปใชจริงความสนใจตอสิ่งที่จะเกิด
                      เปนคุณลักษณะหนึงของชุมชนแหงการเรียนรู
                                           ่                             กับผูเรียนนอยมาก สิงที่บุคลากรในองคกร
                                                                                                ่
                      ของบุคลากรวิชาชีพและเปนกระบวนการทีเ่ ปน          ควรใหความสําคัญคือ การหาแนวปฏิบัตที่       ิ
                      ระบบที่ทาใหครูผูสอนรวมกันวิเคราะหและ
                                 ํ                                       จะพัฒนาใหผเู รียนเกิดการเรียนรู อีก
                      พัฒนาแนวปฏิบัติของหองเรียน ครูผูสอนจะ            ประการหนึ่งทีตองกําจัดไปคือ ขออางเรื่อง
                                                                                           ่
Curriculum & Instruction งานเปนทีม รวมกันทํางานในวงจรคําถามที่
                      ทํา                                                เวลา มักมีขออางเสมอเรื่องของเวลาทีหาได
                                                                                                                ่
Learning Community

                      ยากในการรวมมือกัน สิงทีสถาบันควรคิดคือ
                                                   ่ ่
                      การฝกฝนใหบุคลากรในสถาบันไดทางาน      ํ
                      รวมกัน อยางไรก็ตามก็มหลายองคกรที่
                                                    ี
                      ประสบผลสําเร็จอยางแทจริงในการสราง
                      วัฒนธรรมแหงความรวมมือ
                                     ตัวอยางที่เปนรูปธรรมที่ปรากฏให
                      เห็นในสภาพการศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรมความ
                      รวมมือที่ดูจะบังเกิดผลที่นาชื่นชมคือ ตัวอยาง
                                                      
                      ของ Highland Park Elementary School
                      (Desjay and Novak, 2004) ใน Manchester                       14
                      รัฐ Connecticut ที่มีความรวมมือกันระหวาง
                      ทีมงาน 4 ทีมงาน ไดแก ทีมพัฒนาโรงเรียน
                      (The School Improvement Team) ทีม
                      พัฒนาชวยเหลือนักเรียน (The Student
                      Assistance Team) และสมาคมผูปกครองครู
                      (The Parents Teachers Association : PTA)
                      ทีมงานทัง 4 ทีมทํางานรวมกันโดยอาศัยขอมูล
                                  ้
                      ที่รวบรวมและใชประโยชนรวมกัน ความ
                      รวมมือที่ปรากฏใหเห็นชัดเจนทียกเปนตัวอยาง
                                                          ่
                      ไดคือ การรวมมือกันแกปญหา ผลการสอบ
                      วิชาคณิตศาสตรของนักเรียน Grade 6 ทีไม      ่
                      เปนทีนาพอใจ และยังลดลงไปจากเดิม
                             ่ 
                      โรงเรียนจึงไดดําเนินการแกปญหากันทุกสวน
                      ในโรงเรียน โดย กําหนดเปนเปาหมายที่ชัดเจน
                      ของโรงเรียน และดําเนินการโดยความรวมมือ
                      กันทั้งผูบริหารโรงเรียน ครูผูสอน ผูปกครอง ขอ
                      ความรวมมือจากผูเชี่ยวชาญในกรณีที่จาเปน  ํ
                      รวมถึงผูเ รียนเองก็รวมมือกันแกปญหา
                      ดังกลาว เพื่อใหเห็นภาพของความรวมมือ
                      ดังกลาวจึงขอเสนอขอมูลดังแผนภูมิภาพใน
Curriculum & Instruction าถัดไป
                      หน
Learning Community

                      ความเปนไปไดของการพัฒนาชุมชน                        พัฒนาการการเรียนรูของผูเรียนเปนทีนา
                                                                                                                 ่
                      แหงการเรียนรูในสภาพการศึกษาไทย                     พอใจ อีกตัวอยางหนึ่งของการพัฒนา
                                                                           องคกรที่ประสบผลสําเร็จของไทย ไดแก
                          จากตัวอยางขางตน จะเห็นวา ความ                การปฏิรูปโรงเรียน ของโรงเรียนประสาน
                      รวมมือของบุคลากรในองคกรทุกสวนมี                   สามัคคีวทยา ใชหลักการ ประสานใจ ให
                                                                                        ิ
                      ความสําคัญ ตอการพัฒนาการเรียนรู นัน        ้       เวลา พากันทํา นําไปใช ผลของการปฏิบติ     ั
                      หมายความวา ความรวมมือเปน กุญแจสําคัญ              ทําใหเกิดการพัฒนา ทังโรงเรียนในดาน
                                                                                                   ้
                      ที่จะทําให วัฒนธรรมในโรงเรียน สามารถนํา             ผูเรียน กระบวนการ ปจจัย อยางเปนที่นา
                      องคกรไปสูเปาหมายปลายทางได หากมอง                 พอใจ
                      ภาพของสถาบันการศึกษาของไทย ความ                                   จากการศึกษารายละเอียดของ         15
                      รวมมือเริ่มปรากฏใหเห็นอาจไมสามารถกลาว            กรณีตัวอยางทั้งสองโรงเรียน พบวา แนว
                      ไดวาเปนวัฒนธรรมแหงความรวมมือ แตก็ถือ           ทางการปฏิรูปองคกร เปนลักษณะนโยบาย
                      วาเปนจุดเริ่มตนที่ดี มีโรงเรียนหลาย ๆ แหงที่     ที่มาจากหนวยงานตนสังกัด ยังไมปรากฏ
                      จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวธีการจัด
                                                     ิ                     วาการดําเนินงานมาจากความคิดริเริ่มของ
                      ตารางเวลา ของโรงเรียน โดยมีเวลาให                   บุคลากรในโรงเรียนอยางแทจริง จึงเห็นได
                      บุคลากรไดพบปะ พูดคุย รวมกันแกปญหาการ             วา ยังมีชองวางของสภาพความเปนจริง กับ
                      จัดการศึกษาในโรงเรียนมากขึ้น บางโรงเรียน             ลักษณะองคกรที่จะเปนชุมชนแหงการเรียน
                      จัดใหครูไดพบปะพูดคุยกับทุกวันหลังเลิกเรียน         รูอยูคอนขางมาก
                      หรือใชเวลาชวงบายในบางวันที่เปนกิจกรรม                         นอกจากนีการจัดการศึกษาไทยใน
                                                                                                ้
                      อิสระสําหรับผูเ รียนใหครูไดพบปะพูดคุยกัน          ปจจุบันยังใหความสนใจเกียวกับการใช
                                                                                                       ่
                      ซึ่งสิ่งเหลานี้ถอไดวาเปนการเริ่มตนที่ดี หากมี
                                       ื                                   ขอมูล (Data) เพื่อการจัดการศึกษาไมมาก
                      การมองการรวมตัวกันนี้อยางเปนระบบ และมี             พอ สิ่งทีพบเกียวกับการใชขอมูล ยังคงเปน
                                                                                      ่     ่               
                      เปาหมายรวมถึงการจัดการที่เปนระบบ                  การรวบรวมขอมูลเพื่อเปนหลักฐานในการ
                      มากกวานี้ วัฒนธรรมแหงความรวมมือก็คงเกิด           ตรวจสอบบางประการ ไมปรากฏใหเห็นวา
                      ไดในไมชาและจะเปนการพัฒนาที่ยงยืนตอไป
                                                             ั่            มีองคกรใดที่ใชระบบขอมูลสารสนเทศ
                                 ในปจจุบนนี้มสถานศึกษาหลายแหงที่
                                          ั ี                              (Information System) ในการจัด
                      พัฒนาองคกรใหสูองคการแหงการเรียนรู เชน         การศึกษาในระดับโรงเรียนไดอยางมี
                      โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จังหวัดชัยภูมิ           ประสิทธิภาพ ซึ่งเปนประเด็นที่ผูรับผิดชอบ
                      ไดพัฒนาโรงเรียนโดยใชแนวทางปฏิรูป 5 ป .             จัดการศึกษาโดยเฉพาะผูทตองการผลักดัน
                                                                                                         ี่
                      ไดแก เปดตัว ปรับโฟกัส เปาหมาย ปลง และ            ใหเกิดชุมชนแหงการเรียนรูควรตอง
                      ปอเต็กตึ้ง เมื่อครูปฏิรูปตนเองผลที่ตามมาคือ
Curriculum & Instruction                                                   คํานึงถึงอีกประการหนึงเชนกัน
                                                                                                     ่
Learning Community

                                 สิ่งสําคัญ อีกประการหนึ่งทีขาดไมได
                                                            ่            อาจไดมีการเริมตนคิด ปฏิบติบางแลวใน
                                                                                        ่                ั
                      ในการดําเนินการเพื่อใหเกิดชุมชนแหงการ            บางองคกร ผูเ ขียนได : ศึกษา แนวคิดการ
                      เรียนรู คือ การใหบุคลากรในชุมชนไดติดตาม         พัฒนาองคกรแหงการเรียนรูตามแนวคิด
                                                                                                       
                      และประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งในราย                 ของ Peter M. Senge (1990, 2004) ตาม
                      กิจกรรมยอยและโดยภาพรวม เพราะการ                   แนวทาง The fifth disciplines ซึ่งไดแก
                      ติดตามและประเมินผลจะกอใหเกิดการใช               System Thinking , Personal Mastery ,
                      ขอมูลยอนกลับที่ดี ซึ่งเปนไปดังความเชื่อที่      Models, Shared Vision, และ Team
                      Brookfield (1986, p. 24) ไดกลาวไววา การ        Learning ซึ่งกระบวนการทัง 5 ตอง
                                                                                                     ้
                      เรียนรูของผูใหญจะเพิ่มขึนโดยการใหขอมูล
                                                  ้                      ดําเนินการควบคูกันไป ทุกอยางไม
                      ยอนกลับในความกาวหนาอยางสม่ําเสมอ ซึง      ่    สามารถพัฒนาแยกสวนได (รายละเอียด          16
                      ก็นาคิดอีกวา ในสถานการณการจัดการศึกษา           เพิ่มเติมจะนําเสนอเปนบทความตอไป ที่จะ
                      ในแทบทุกระดับ โดยเฉพาะระดับโรงเรียนและ             เปนวิธีการสรางชุมชนแหงการเรียนรู)
                      หองเรียน การใหขอมูลยอนกลับใน
                      ความกาวหนาที่เปนไปตามสภาพจริง เกิดขึ้น
                      หรือไม โดยใครอยางไร คําตอบก็ดูเหมือนวา
                      จะเปน “ไมมีการดําเนินการในลักษณะนี้
                      เกิดขึ้นในสภาพการศึกษาไทย”
                                 แนวคิดในการพัฒนาชุมชนแหงการ
                      เรียนรู ในขณะนี้เชื่อกันวาจะทําใหเกิดการ
                      พัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)
                      ขึ้นได อยางไรก็ตามความเปนไปไดที่จะเกิด
                      ชุมชนแหงการเรียนรูนนจะมีมากนอยก็ขนอยู
                                               ั้               ึ้
                      กับความรวมมือของทุกฝายที่เกียวของ ในการ
                                                       ่
                      จัดการศึกษาโดยอาจตองเริมตนทีการ
                                                    ่     ่
                      ปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด (a shift of mind)
                      การกําหนดเปาหมายของการพัฒนาทีมุง “การ ่
                      เรียนรู” เปนหลัก การใหความสําคัญกับ
                              
                      การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาวัฒนธรรม
                      องคกร ความรวมมือ การทํางานเปนทีม และ
                      ระบบสนับสนุนตาง ๆ รวมถึงการใหขอมูล
Curriculum & Instruction นกลับของความกาวหนาตาง ๆ (ทั้งหมดนี้
                      ยอ
Learning Community




                     เอกสารอางอิง
                     DuFour, Richard, (2004) What is a              Toffler, Alvin. (1980) แปลและเรียบเรียง
                            “Professional Learning                           โดย รจิตลักษณ แสงอุไร และ
                            Community” ? Educational                         คณะ (2533) คลื่นลูกทีสาม่
                            Leadership, May 2004, Volume 61                  กรุงเทพฯ : บริษัทนานมี จํากัด
                            Number 8. (6-11)
                                                                    Wideen, M. F. (1994). The struggle for
                     Brookfield (1986)                              change. London: Falmer Press.
                                                                                                              17
                     Gabehart Mark E. (2003) Teaching,                   นาตยา ปลนธนานนท (2547) การ
                                                                                   ั
                           Learning, and Reform in the 21st         ออกแบบหลักสูตรICTและการสอน e-
                           Century Classroom Tech Forum:            Collaborative Learning (ตอนที่ 1)
                           Year 2000-2003                           http://www.ku,ac,th/e-magazine/

                     Padavil (2004)                                     สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
                                                                    (2546) การปฏิรูปการเรียนรูทั้งโรงเรียน
                     Purkey, W. W. & Novak, J. M. (1984).           : กรณีตัวอยาง โรงเรียนกาญจนา
                            Inviting school success: A self-        ภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ กรุงเทพฯ : บริษัท
                            concept approach to teaching            พริกหวานกราฟฟคจํากัด
                            and learning. Belmont, CA:
                            Wadsworth Publishing Co.                    สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
                                                                    (2546) การปฏิรูปการเรียนรูทั้งโรงเรียน
                     Sange,Peter M. (1990) The Fifth                : กรณีตัวอยาง โรงเรียนประสาน
                           Discipline : The Art and Practice        สามัคคีวิทยา กรุงเทพฯ : บริษัทพริก
                           of the Learning Organization. New
                                                                    หวานกราฟฟคจํากัด
                           York : Doubleday.
                   Shantz, Doreen, Rideout, Glenn(2003)
                    EDUCATION VERSUS SCHOOLING:
                    SEEKING NEW PARADIGMS FOR A NEW
                    CENTURY , Education, Vol. 124, Issue 1

Curriculum & Instruction

วิถีสู่การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน

  • 1.
    Learning Community มากขึ้ น ตามไปด ว ย ป จ เจกบุ ค คลได รั บ ชุมชนแหงการเรียนรู : วิถีสูการพัฒนา ผลกระทบจากปญหาสังคมอยางหลีกเลี่ยง การศึกษาที่ยงยืน ั่ ไม ไ ด ความรู ความสามารถของป จ เจก (Learning Community : A Mean to Sustainable บุ ค คลที่ มี อ ยู ไม เ พี ย งพอที่ จ ะจั ด การกั บ Educational Development) สุนทรี คนเที่ยง ปญหาที่เกิดขึ้นได ความรวมมือของบุคคล รหัส 4762504 สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน จึงเปนทางออกที่ดีในการเผชิญกับสภาพ สั ง คมที่ ซั บ ซ อ น เมื่ อ บุ ค คลร ว มมื อ กั น จะ มหาสมุ ท รเกิ ด ขึ้ น จากหยดน้ํ า เล็ ก ๆ กอใหเกิดพลังในการแกปญหา และพัฒนา จากทองฟา แหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดินมา สังคมได การเรีย นรูที่เ หมาะสมกั บสภาพ รวมกันกอใหเกิดพลังและชีวิตมากมายเหลือ สังคมปจจุบันจึงเปนการเรียนรูรวมกันของ 1 คณานับ พลังและชีวิตดังกลาวมีคุณประโยชน บุคคล อยางมากกับโลก เปรียบไดกับการรวมตัวกัน • วิวัฒนาการการศึกษากอนสูที่มาของ ของบุคคล สามารถกอใหเกิดพลังอันยิ่งใหญ ชุมชนแหงการเรียนรู ในการพัฒนาสรรพสิ่งได ความรวมมือ การ ห า ก ม อ ง ย อ น ก ลั บ ไ ป ถึ ง รวมพลั ง ดั ง กล า วยั ง ก อ ให เ กิ ด การเรี ย นรู ที่ วิวัฒนาการทางการศึกษาจนถึงยุคปจจุบัน ตอเนื่องและยั่งยืนดวยเชนกัน จะเห็ น ว า วิ วั ฒ นาการดั ง กล า วมี ผ ลต อ การเรียนรู ของบุคคลมักจะสังเกตได มุ ม มองที่ เ ปลี่ ย นไปเกี่ ย วกั บ การเรี ย นรู จากการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่บุคคลมีอยูเดิม Toffler (1980 แปลและเรียบเรียงโดย รจิต ซึ่ ง อาจเป น การเปลี่ ย นพฤติ ก รรม ความเชื่ อ ลักษณ แสงอุไร และคณะ ,2533, หนา ความคิด ทัศนคติ ฯลฯ การเรียนทําใหบุคคล 20) ไดแบงของการศึกษาไว 3 ยุค คือ แสดงออกไดเปน 3 รูปแบบ คือ 1) จดจําและ 1) คลื่นอารยธรรมยุคแรก นําไปปรับแก (remind & remediate) 2)รับรู (First Wave Civilization) : เปนยุค และสรางสิ่งใหม (receive & reconstruct) 3) การศึ ก ษาในสั ง คมเกษตรกรรม วิ ถี ชี วิ ต วิจัยและ สะทอนคิด (research & reflect) ของคนในสังคมในยุคนี้เปน ไปอยางเรีย บ (Spohere,2000, pp.4-5) เดิมทีการเรียนรูถูก ง า ย การดํ า รงชี วิ ต ขึ้ น อยู กั บ ธรรมชาติ มองว า เป น เรื่ อ งของป จ เจกบุ ค คล บุ ค คล การศึ ก ษาเป น การถ า ยทอดองค ค วามรู ที่ สามารถพัฒ นาตนโดยการรั บ ความรูจ ากผู รู บรรพบุ รุ ษ ได บั น ทึ ก ไว โอกาสทางการ หรือ แหลง ความรูตา ง ๆ การพัฒ นาดัง กลา ว ศึกษาเปนของบุคคลที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ กอใหเกิดประโยชนตอบุคคลนั้น ๆ เทานั้น แต ดี ยุ ค นี้ ครู คื อ ผู มี บ ทบาทสํ า คั ญ ในการ ป จ จุ บั น สั ง คมขยายตั ว ขึ้ น ความซั บ ซ อ นใน สอน เปนผูรู และผูมีความสามารถในการ Curriculum & Instruction คมมีมากขึ้น ปญหาสังคมมีมากและซับซอน สัง ถายทอดความรูใหกับผูเรียน สวนผูเรียน
  • 2.
    Learning Community เป น เพี ย งผู รั บ ความรู และปฏิ บั ติ ต ามคํ า สั่ ง ความสามารถในการนํ า ความรู ไ ปใช ใ น สอนของครู สถานการณ ที่ ห ลากหลายได จุด เน น ของ 2) คลื่ น อารยธรรมยุค ที่ 2 การศึ ก ษาในยุ ค นี้ มิ ไ ด เ ป น เพี ย งการรั บ รู (Second Wave Civilization) เปนยุคของการ ข อ มู ล และทั ก ษะต า งๆเท า นั้ น แต ใ ห จัดการศึกษาสําหรับการรองรับการขยายตัว ความสําคัญกับความเขาใจในทฤษฎีที่มา ของอุ ต สาหกรรม ในยุ ค นี้ ผู บ ริ ห ารมี บ ทบาท ของขอมูลนั้นๆ และเนนการวิจัยเปน ฐาน เปน“ นาย (boss) ในขณะที่ครูผูสอนเปน (Research- based Approach) โดยถือวา เสมือน “คนงาน” (workers) นักเรียนเปน การวิจัยเปนวิถีทางในการสรางองคความรู เหมือน“ วัตถุดิบ” (materials)ที่ถูกครูผูสอน ในยุคแหงขอมูลขาวสารนี้ เกิด แปรรูปใหเปนไปตามคําสั่งที่ไดรับจากผูบริหาร การเคลื่อนของกระบวนทัศนทางการศึกษา 2 ในการแปรรูป”วัตถุดิบ” (นักเรียน)นั้น ครูผูสอน สูกระบวนทัศนใหม (A Shift to New จะหนาที่บรรยาย ถามคําถาม ออกคําสั่ง เพื่อ Paradigms in Education) กอนยุคแหง ผลิ ต นั ก เรี ย นสู เ ส น ทางอาชี พ และการเป น ขอมูลขาวสาร กระบวนทัศนในการจัดการ พลเมื อ งที่ พึ ง ประสงค ต อ สั ง คม ในยุ ค นี้ สถานศึกษา (Schooling Paradigm) สงผล คุ ณ ภาพของสถาบั น การศึ ก ษาจะถู ก ตั ด สิ น ให ก ารเรี ย นการสอนมุ ง ค น หาและฝ ก ฝน ดวยมาตรฐาน (Standards) ความสอดคลอง ผู เ รี ย นให เ ข า สู ร ะบบอุ ต สาหกรรม ต อ มา ตรงกัน (Synchronization) ความชํานาญ กระบวนทั ศ น ใ นการจั ด การสถานศึ ก ษา พิเศษ (Specialization) และ การรวมอํานาจสู เคลื่อนไป ผูเรียนเปน individual entity ศู น ย ก ลางและการยึ ด ถื อ ค า นิ ย มส ว นใหญ การจัดการศึกษาจึงตองมุงเนนการพัฒนา (Centralization and valued bigness) ในยุค ผูเรียนแบบองครวม ผูเรียนแตละคนไดรับ นี้ การจั ด การศึ ก ษาจึ ง มุ ง คนสู ก ารผลิ ต ทาง การติ ด อาวุ ธ ทางป ญ ญา และได รั บ การ อุตสาหกรรมโดย เนนการผลิตที่มีปริมาณมาก ยอมรั บ ว า เป น บุ ค คลที่ ส มบู ร ณ แนวคิ ด (Mass Production) ทําใหการจัดการศึกษา ดังกลาวนํามาสูความเชื่อที่วา ระบบการจัด ละเลย การพัฒนากลอมเกลาจิตใจไป การศึ ก ษาสามารถตอบสนองต อ ความ 3) คลื่นอารยธรรมยุคที่ 3 ยุคแหง ตองการจําเปนของผูเรียนแตละคนได ขอมูลขาวสาร (Third Wave Civilization : เมื่ อ เปรี ย บเที ย บกั บ การจั ด Information Age) ในยุคนี้กระบวนการในชั้น การศึกษาในยุคนี้กับ การจัดการศึกษาใน เรียนแบบเดิมไมเพียงพอที่จะสนองตอบการ ยุ ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม จ ะ พ บ ว า ใ น ยุ ค เปลี่ ย นแปลงที่ เ กิ ด ขึ้ น ได การเรี ย นรู ใ น อุ ต สาหกรรม ผู เ รี ย นจะได รั บ การพั ฒ นา หองเรียนจึงไมไดจําเพาะเพียงใหเกิดความรู ดานความรูความสามารถ ตามหลักสูตรที่ Curriculum & Instruction ยั ง ต อ งพั ฒ นาทั ก ษะการคิ ด วิ เ คราะห แ ละ แต ระบุ ไ ว อ ย า งชั ด เจน ผู เ รี ย นถู ก กํ า หนดให
  • 3.
    Learning Community เ รี ย น รู ใ น สิ่ ง ที่ ผู กํ า ห น ดห ลั ก สู ต ร คิ ด ว า กระบวนทัศน กระบวนทัศน เกา ใหม เหมาะสม การแบงแยกผูเรียนใชการวัด ความรู • ผูเรียน • ผูเรียน ทางวิ ช าการระดั บ สู ง ซึ่ ง วิ ธี ก ารเช น นี้ นั ก สามารถ สามารถ การศึกษายุคปจจุบันเห็นวาเปนขอจํากัดทาง ปฏิบัติตาม กําหนดกรอบ การศึ ก ษาที่ ขี ด กรอบให กั บ ความสํ า เร็ จ ของ คําสั่งได ปญหา ออกแบบงาน ผู เ รี ย น หลั ก สู ต รของโรงเรี ย นมี เ ป า หมายที่ วางแผน สราง การแสดงออกทางไหวพริบระดับสูง (Superior และประเมิน Intelligence) แนนอนวาหลักสูตรดังกลาวมี ผลงานของ วิวัฒนาการมาจากความตองการจําเปนในยุค ตนเองได และ อุตสาหกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับลักษณะไหว รวมมือกัน 3 ความ คนหาวิธีการ พริบเชนนี้เปนที่ยอมรับกันทั่วไป และผูเรียนใน ตองการตอ แกปญหาที่  ระบบโรงเรี ย นถู ก จั ด แบ ง เป น กลุ ม โดยใช ผ ล ผลผลิตทาง การศึกษา แปลกใหม จากการวัดสติปญญาเปนเกณฑ ( Purkey & (ตอ) • ผูเรียน Novak, 1984) สามารถบูรณา การเครื่องมือ • การเปลี่ ย นแปลงสู ยุ ค ชุ ม ชนแห ง การ • ผูเรียนไดรับ กับกิจกรรมใน เรียนรู การฝกฝน การทํางาน ตอไปนี้ เปนการเปรียบเทียบลักษณะการ กิจกรรมที่ อยางไมจํากัด จัดการสถานศึกษาตามกระบวนทัศนเดิม(ยุค ทักษะการใช ขอบเขต อุตสาหกรรม) และกระบวนทัศนใหมที่มุงเนน เครื่องมือกับ กิจกรรมใน การสรางองคความรู (ยุคขอมูลขาวสาร) การทํางาน นอยมาก กระบวนทัศน กระบวนทัศน • จัดหลักสูตร • จัดหลักสูตร เกา ใหม จากสวนยอย ดวยมุมมอง • ผูเรียนมีทักษะ • ผูเรียน สูสวนใหญ โดยภาพรวมสู พื้นฐานในการ สามารถ เนนการ สวนยอย เนน อาน เขียนและ จัดการกับ พัฒนาทักษะ การเกิดความคิด คํานวณ ความซับซอน ความ พื้นฐาน รวบยอด(Big คนหาและใช หลักสูตร ตองการตอ concepts) แหลงขอมูล ผลผลิตทาง การศึกษา จนกลายเปน การเรียนรู ตลอดชีวิต Curriculum & Instruction
  • 4.
    Learning Community กระบวนทัศน กระบวนทัศน กระบวนทัศน กระบวนทัศน เกา ใหม เกา ใหม • ยึดหลักสูตรที่ • ใหคุณคาอยาง • เปนผูแสวงหา • เปนผูคนหา หลักสูตร กําหนดไวทุก มากกับ คําตอบที่ ลักษณะ (ตอ) ประการ คําถามของ ถูกตองในการ สําคัญ/ ผูเรียน ตรวจสอบการ เอกลักษณ • กิจกรรมใน • กิจกรรมใน เรียนรูของของผูเรียน ครูผูสอน หลักสูตรยึด หลักสูตร ผูเรียน เพื่อทําความ (ตอ) ตําราเรียนและ มุงเนนขอมูล เขาใจ แบบฝกเปน ปฐมภูมิและ ความคิดของ กิกรรมการ สวนใหญ การผสมผสาน ผูเรียน เพือ่ เรียน เนื้อหา กําหนด 4 การสอน (Primary บทเรียน sources of • การวัดผลการ • การวัดผลการ data and เรียนรูของ เรียนรูของ manipulative ผูเรียนแยก ผูเรียนเกียว ่ materials) สวนจากการ โยงสัมพันธกบ ั • เปรียบเหมือน • เปรียบเหมือน สอน สวนใหญ การสอน และ กระดานชนวน นักคิด ( วัดดวยการ วัดจากการ การวัด และ ที่วางเปลา Thinker) ผู ทดสอบ สังเกตการทํา ประเมิน ผล (Blank เผยความรู (Testing) กิจกรรม การ slates) ที่ ทฤษฎีเกี่ยวกับ แสดงผลงาน ครูผูสอนเปนผู โลก และแฟม ผูเรียน ใสขอมูลตาง สะสมงาน ลงไป (Portfolio) • ทํางานที่ ของนักเรียน มอบหมาย • ทํางานที่ แหลงที่มา : Gabehart, E. Mark (2000). ลําพัง มอบหมาย จากการเปรียบเทียบขอมูล เปนกลุม ขางตน ทําใหเห็นวาดวยกระบวนทัศนที่ • เปนผูใหการ • เปนผูประสาน เคลื่อนไป (Paradigm Shift) สงผลใหการ สั่ง(Didactic) สัมพันธ และเปนผู (Interactive) จัดการศึกษาในสถาบันการศึกษาเปลียน ่ กระจาย เปนผูจัด ตามไป โดยสรุปสิ่งที่ปรับเปลี่ยน คือ ครูผูสอน ความรูสู สภาวะ เปาหมายของการจัดการศึกษา หลักสูตรที่ ผูเรียน แวดลอมให ใชในสถานศึกษา กิจกรรมการเรียนการ ผูเรียนเกิดการ เรียนรู สอน แนวคิดทีมีตอผูเรียน บทบาทของ ่ Curriculum & Instruction
  • 5.
    Learning Community ผูเรียน ผูสอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู ใหการดําเนินการสงผลใหการจัดการศึกษา แมแนวคิดตอการจัดการศึกษาจะ มีพลัง แตดูเหมือนวาผลลัพธที่ไดไม เปลี่ยนไป แตสภาพการเรียนการสอนยังมี กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทีมีประสิทธิภาพ ่ ลักษณะดังที่ Gabehart (2000) กลาวไวดังนี้ Gabehart ใหเหตุผลวาที่เปนเชนนี้เพราะ ครูพูดบรรยายเปนสวนใหญในการ การพัฒนาดําเนินการกันอยางแยกสวน ไม จัดการเรียนการสอน มีความสอดคลองแลกบูรณาการใหเปนไป การเรียนการสอนยึดตําราเรียนเปนสวน ตามเปาหมายเดียวกัน หรือไมไดทําควบคู ใหญ กันผลที่ปรากฎจึงทําใหการจัดการศึกษาไม สภาพทัวไปของหองเรียนไมสงเสริมให ่ ประสบผลสําเร็จเทาที่ควร เกิดการรวมมือ แตสงเสริมการแยกตัว ในศตวรรษนี้(ศตวรรษที่ 21) เมื่อ 5 ลําพัง และเนนทักษะระดับพื้นฐาน สังคมเปลี่ยนไป ภารกิจสําคัญของนักการ มากกวาการฝกการใหเหตุผลระดับสูง ศึกษาไมใชเพียงแครับรูถึงการเปลี่ยนแปลง การจัดการเรียนการสอนยังไมสงเสริม เทานั้น แตยัง ตองกาวออกมาจาก ใหผูเรียนรูจกคิดเทาที่ควร ั โครงสรางการจัดการศึกษาที่จํากัด การจัดการในสถานศึกษาอยูบนฐาน ความคิดตามกระบวนทัศนเดิม มาสูการ ความเชื่อที่วา ผูเรียนจะตองเรียนในสิงที่  ่ ปฏิบัติที่ใหอิสระ และการคํานึงถึง กําหนดแนนอนไวในหลักสูตร สมรรถภาพทีหลากหลายและ พหุปญญา ่ อยางไรก็ตาม Gabehart ไดเสนอแนะไววา ของผูเรียน (Students’ diverse potential หากจะพัฒนาการจัดการศึกษาใหไดผลดีนั้น and multiple intelligences) การจัดการ จะตองดําเนินการใน 3 ประการตอไปนี้ควบคู ศึกษาตองหาวิธีการที่เปนระบบในการเพิม ่ กันไป ศักยภาพใหกบผูเรียน เปนการใหอํานาจ ั o การเปลี่ยนแปลงที่คํานึงถึงความ (Empower) (นักการศึกษาบางทานใชคํา สอดคลองกันระหวางการสอนกับ วา “ติดอาวุธทางปญญา) ในการเรียนรูแก การเรียน ผูเรียน การเปดเผย (Release)องคความรู o การบูรณาการเทคโนโลยีในการจัด ตางๆ สูผูเรียน หรือการปลดปลอยผูเรียนให การศึกษา เรียนรูอยางอิสระ พัฒนาการศึกษาบน o การปรับโครงสรางการจัดการศึกษา พื้นฐานของความรวมมือ (Collaboration) Gabehart เนนวา แมในอดีตที่ผานมาการ การรับผิดชอบรวมกัน(Shared พัฒนาการศึกษาจะมีการดําเนินพัฒนาทั้งการ responsibility) คํานึงถึงความยืดหยุน เรียน การสอน การใชเทคโนโลยี การปรับ (Flexibility) ในการจัดการศึกษาและการ โครงสรางการบริหารองคกร โดยมีเปาหมายที่ Curriculum & Instruction เรียนรูของผูเรียน และการสงเสริมภาวะ
  • 6.
    Learning Community ผูนํา (Leadership) ใหผูเรียน (Whitaker, Senge(1990,p.4) กลาววา ในการพัฒนา 1993 cited by Shantz and Glenn, 2003 องคกรตางๆ ตองอาศัยความรวมมือ การ p.208) จัดการบริหารองคกรที่กาหนดนโยบายจาก ํ กระบวนทัศนทางการศึกษาในยุคแหง ระดับสูงสูผูปฏิบัติระดับลางไมสามารถนํา ขอมูลขาวสารนี้ เปนแนวทางใหการพัฒนา องคกรสูความสําเร็จได สิ่งทีจําเปนอยางยิง ่ ่ บุคคลมีความสามารถในดาน การมองโลกให ในการพัฒนาองคกร คือ ความรวมมือกัน กวางขึ้น การมองทางเลือกในอนาคต ทักษะ ของทุกฝาย เปนการพัฒนาที่ทาใหเกิดการ ํ การตัดสินใจ และการเปนพลเมืองที่ เรียนรู เพื่อพัฒนาบุคคลอยางเต็มตาม กระตือรือรนและรับผิดชอบ( Wideen,1993, ศักยภาพ และตอเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งจะ p 35 ) เมื่อการศึกษามีเปาหมายในการพัฒนา นําไปสูการพัฒนาที่ยงยืน ั่ 6 บุคคลเปนดังกลาว Wideen มองวา สิงทีจะ่ ่ ดังนันการจัดการศึกษาที่จะนํา ้ ปรากฏตามมาอีก คือ ลักษณะที่จะทําให สังคมใหเกิดการพัฒนาที่ยงยืน นาจะมี ั่ บุคคลมี แรงจูงใจ (Motivation) มี จุดเริ่มตนจากการจัดการศึกษาในระบบ ความสามารถในการคาดการณและเตรียมรับ สถาบันการศึกษา นับวาเปนองคกรที่ การเปลี่ยนแปลง (Anticipation of change) รับผิดชอบโดยตรงตอภารกิจการพัฒนาการ สามารถคิดแบบมีวิจารณญาณ (Critical เรียนรู Newberry (1994 cited by Shantz thinking) รูกลั่นกรองคานิยมที่พงประสงค ึ and Glenn, 2003 p.208) ระบุลักษณะ (Values clarification) มีทักษะในการตัดสินใจ ขององคกรที่มประสิทธิภาพ ไววา กระบวน ี การตัดสินใจ (Decision making) ความคิด ทัศนของการจัดการในสถานศึกษาควรหลุด สรางสรรค (Creativity) สิ่งเหลานีกอใหเกิด ้ ออกจากแนวคิดเดิม ที่มงผลสัมฤทธิ์ ุ ความเปนอยูที่ดีขึ้น (A Better world) ความ  ทางการเรียนโดยยึดคะแนนสูงสุดจากการ เปนพลเมืองทีดี (Citizenship and ่ ทดสอบเพียงอยางเดียว ไปสูการให stewardship) ความสําคัญกับ บุคคล กลุมคนที่มีความ มุมมองที่ Wideen เปนภาพสะทอนให เปนผูนาในการมีสวนรวม (Participative ํ เห็นถึงกระบวนทัศนของการศึกษาที่เคลื่อนไป leadership) มีรูปแบบการทํางานที่ จากกระบวนทัศนเดิมในยุคอุตสาหกรรม การ สรางสรรค (Innovative work style) และ จัดการศึกษาที่มีเปาหมายดังที่กลาวไปขางตน กรอบความคิดในการคนหาผลที่เกิดจาก ทําใหบุคคลสามารถดํารงชีวิตอยูในสังคมที่มี การแสดงออกถึงความสามารถของบุคคล ความซับซอนและปญหาอุปสรรคเพิ่มขึ้น แต อยางสูงสุด Newberry คาดหวังวาจุดเนน ความสามารถและทักษะของปจเจกบุคคลไม ดังกลาว จะทําใหการจัดการศึกษาเปด Curriculum & Instruction ยงพอ ตอสภาพสังคมในยุคนี้ เพี กวาง (Open) กวางขวาง (Inclusive)
  • 7.
    Learning Community บังเกิดผลกับผูเรียนทุกรูปแบบ (ทังแบบ ้ ของครูผูสอนในระดับชั้นเดียวกันใน traditional และ non-traditional) โรงเรียนหนึ่ง ๆ การดําเนินงานของ ดังที่กลาวไปขางตนในขอเสนอแนะ คณะกรรมการโรงเรียน บุคลากรใน ของ Gabehart เกียว การดําเนินการที่ตองทํา ่ ภาควิชาที่จัดการเรียนการสอน พรอมกันใน ดานความสอดคลองกันระหวาง ระดับอุดมศึกษา องคกรวิชาชีพ การสอน กับการเรียน การบูรณาการ ระดับชาติ หรือแมแตคณะครูทุกคนใน เทคโนโลยีในการจัดการศึกษา และ การปรับ โรงเรียน โดยมักจะเรียกหรืออางวา การ โครงสรางการจัดการศึกษา หรืออาจกลาวได รวมตัวดังกลาว เปนชุมชนแหงการเรียนรู อีกนัยหนึงวาเปนการปฏิรูปการศึกษาทังระบบ ่ ้ ซึ่งดูเหมือนวา คําวา “ชุมชนแหงการ นั้น คําถามที่เกิดขึ้นตอมาจากขอเสนอแนะนี้ เรียนรู”จะถูกใชมากมาย เมื่อเปนเชนนี้  7 ก็คือ กิจกรรม ในการฝกบุคลากรเพื่อสงเสริม ความหมายของ ชุมชนแหงการเรียนรู ดู การปรับโครงสรางการจัดการเรียนการสอน จะยังคลุมเครือ ซึ่งอาจสงผลให เปาหมาย ควรมีลักษณะเชนไร และ จะบูรณาการ ในการพัฒนาการเรียนรูไมชดเจนไปดวย ั เทคโนโลยีสหลักสูตร ไดอยางไร แนวทางหนึง ู ่ DuFour (2004, p. 26 ) พยายามที่จะทํา ที่พอจะสรุปไดจาก ขอเสนอ -แนะ และมุมมอง ใหความหมายของคําวา “ชุมชนแหงการ ที่ไดกลาวไปขางตน ก็คือ ความรวมมือ และ เรียนรู” ใหมีความชัดเจนยิงขึ้น DuFour  ่ การรวมพลัง วิถีทางหนึ่งที่จะทําใหพลังและ ใหคําจํากัดความ “ชุมชนแหงการเรียนรู”  ความรวมมือ บังเกิดผล คือ การสรางชุมชน วาเปน การรวมตัวของบุคลากร แหงการเรียนรู (Creation of learning โดยเฉพาะบุคลากรวิชาชีพ ที่มีเปาหมาย Community) ที่ชัดเจนในการรวมตัวกัน เพือปฏิบัติ ่ • ความหมายของชุมชนแหงการเรียนรู ภารกิจหรือทํากิจกรรมตาง ๆ จนเปนสวน ในชวงเวลาทีผานมามีสถานศึกษาที่จัด ่ หนึงของวัฒนธรรมโรงเรียน (School ่ การศึกษาในระบบหลายแหง เริ่มไดรับการ Culture) พัฒนาองคกรใหเปนชุมชนแหงการเรียนรู สวน Astuto and Others ของบุคลากรวิชาชีพ (Professional (1993,p.5) ใหความหมายของ“ชุมชนแหง Learning Community) สถานศึกษาหลาย การเรียนรู” ในสถานศึกษา ไววา เปนความ  แหงพยายามกาวเขาสูการเปลี่ยนแปลงทีมา ่ รวมมือกันของผูบริหารและครูผูสอนในการ พรอมกับกระบวนทัศนทางการศึกษาที่ แสวงหา และเรียนรูรวมกัน และลงมือ เปลี่ยนไป ความพยายามดังกลาวปรากฏให ปฏิบัติกิจกรรม เพื่อเปาหมายในการเพิ่ม เห็นในรูปแบบตางๆ เชน การรวมตัวกันของ ประสิทธิภาพ ใหกับวิชาชีพ และเปาหมาย Curriculum & Instructionบุคลากรในสถานศึกษา การทํางานรวมกัน สูงสุดคือ ผลประโยชนที่จะเกิดกับผูเรียน
  • 8.
    Learning Community นักการศึกษาไทยก็ไดให สมาชิกทุกคน มีระบบสื่อสารที่ดีระหวาง ความหมายของชุมชนแหงการเรียนรูไวเชนกัน สมาชิก โดยการรวมตัวกันทําอยาง นาตยา ปลนธนานนท (2547, หนา 4 ) กลาว ั กระตือรือรนและตอเนื่อง โดยสมาชิกใน วา “ชุมชนแหงการเรียนรู” หมายถึงกลุมคนที่  ชุมชนเกิดแรงจูงใจจากภายใน (Intrinsic มีความสนใจรวมกัน เรียนรูแลกเปลี่ยนกัน จน Motivation) ในการรวมกิจกรรม เพราะ เปนแรงกระตุนใหเกิดความรูสึกในเรื่องความ  ไดรบอิสระในการคิด ทํางาน และ ั เปนเจาของในกลุม (sense of membership) สรางสรรคสิ่งใหมๆ ตามความตองการที่ ผลที่เกิดขึ้นตอมา คือ การปฏิบัติกิจกรรม หรือ แทจริงของตนเองและองคกร ภารกิจรวมกันที่เรียกวาเปน Communities of • ลักษณะสําคัญของชุมชนแหงการ Practice เรียนรู 8 สวน Padavil ( 2004, p.10) กลาววา จากของสรุปขางตน สิ่งที่ตอง ในชุมชนแหงการเรียนรูนั้น ครูผูสอน นักเรียน  คํานึงถึงและใหความสําคัญในการพัฒนา บุคลากรสนับสนุนฝายตาง ๆ ผูปกครอง “ชุมชนแหงการเรียนรู” คือลักษณะของ ผูบริหาร และบุคคลอื่น ๆ ทีเ่ กี่ยวของใน “ชุมชนแหงการเรียนรู” Padavil (2004, p. โรงเรียนถือเปนสมาชิกของชุมชนหนึงที่มี ่ 12) ไดใหลักษณะหลักของชุมชนแหงการ จุดหมายเดียวกัน คือ “การเรียนรู”  เรียนรูไว 4 ประการ คือ นอกจากนี้ Senge (1990,p.3) ยังให 1) ความรูสึกเปนเจาของในชุมชน (A ความหมายของ “ชุมชนแหงการเรียนรู” ไววา  Sense of Belonging to the เปนองคกรที่กลุมบุคคลแสดงความสามารถใน Community) การสรางสรรคงานที่บงเกิดผลที่เปนที่ตองการ ั 2) การทํางานรวมกันและการเรียนรู อยางแทจริงของบุคลากร และขององคกร โดย รวมกันในกลุม สมาชิกมีอิสระในการคิด การทํางาน และการ 3) การมีสวนรวมของบุคลากรทุกคนใน สรางสรรคงานอยางเต็มที่ องคกร โดยใชสิ่งแวดลอมทีมีกิจกรรม ่ จากแนวคิดขางตนพอจะสรุป เปนหลัก และ ความหมายของ “ชุมชนแหงการเรียนรู” วา  4) สมาชิกทุกคนในกลุมคือ ผูเรียน  เปนการรวมตัวของบุคลากรทางการศึกษา ซึง ่ สวน DuFour (2004) ใหความสําคัญ ไดแก ครูผูสอน ผูบริหาร ผูปกครอง บุคลากร  กับวัฒนธรรมองคกร หรือ โรงเรียน โดย ในชุมชนอื่น ๆ และนักเรียน ในการทํากิจกรรม DuFour กลาววา วัฒนธรรมองคกร หรือ หรือดําเนินการเพื่อเปาหมายของ “การเรียนรู”  โรงเรียน หมายถึง การปฏิบัติภารกิจในองคื มีวัฒนธรรมองคกรแหงความรวมมือ การ กรที่ทาเปนประจําจนเปนวิถการดําเนินชีวต ํ ี ิ Curriculum & Instructionางานเปนทีม คํานึงถึงการมีสวนรวมของ ทํ ในองคกร นับไดวา วัฒนธรรมองคกร หรือ
  • 9.
    Learning Community โรงเรียน เปนการสะทอนใหเห็นถึง การกระทํา จากตัวอยางของวัฒนธรรม ตามบทบาทหนาที่ และปฏิสมพันธระหวาง ั โรงเรียนของไทยที่กลาวไปนั้น ภาพที่ บุคลากร ในองคกร ในสถานศึกษา บุคคลที่ ชัดเจนของการปฏิบัติตามคําสั่ง ตองเกี่ยวของสัมพันธกน และมีบทบาทหนาที่ที่ ั ปฏิบัติงานตามรูปแบบที่เคยปฏิบัติ หากมี แตกตางกัน บุคลากรในองคกรในทีนี้ขอ ่ สิ่งใหมเขามาจําเปนตองมีตวอยางทีชัดเจน ั ่ แบงเปน ผูบริหาร ครูผูสอน บุคลากรสนับสนุน ผูบริหารโรงเรียนยังคงเปนผูมีอํานาจในการ  การสอน นักเรียน ผูปกครอง และ ชุมชน สั่งการ และติดตาม กํากับดูแลการทํางาน บทบาท หนาที่ และปฏิสัมพันธ ของบุคคล ของครูผูสอนและบุคลากรสนับสนุนอื่น ๆ เหลานี้อาจดูคลายกันในแตละองคกร เชน ใน ครูผูสอน นอกจากจะตองปฏิบัติตามคําสั่ง สถานศึกษาของไทย ผูบริหาร คือ ผูมีอานาจ มี ํ ของผูบริหารแลว ยังตองเปนผูรูและ 9 บทบาทในการกําหนดนโยบาย หรือรับ ถายทอดความรู ใหกับนักเรียน นักเรียน นโยบายจากหนวยงานตนสังกัด แลวสั่งการให เปนผูรับความรูและปฏิบัติตามคําสังสอน ่ ครูผูสอนปฏิบัติตามนโยบาย นอกจาก นี้ ของครู ผูปกครองและชุมชนมีสวนรวมใน ผูบริหารยังเปนผูตัดสินความดี ความชอบของ การจัดการศึกษานอย ดวยเพราะไมรูถง ึ บุคคลใตบังคับบัญชาไดอีกดวย สวนครูผสอน ู บทบาทวาควรมีสวนรวมในการจัด มีหนาที่ปฏิบัติตามนโยบาย และจัดการเรียน การศึกษาไดโดยยกหนาที่การใหการศึกษา การสอนที่คิดวาเปนไปตามนโยบายที่ผูบริหาร กับลูกหลานของตนเองเปนเรื่องของ กําหนด เปนผูรูที่มีหนาที่รับผิดชอบ และตัดสิน  โรงเรียนและครูผูสอนไป ผลการเรียนของผูเรียน บุคลากรสนับสนุน มี วัฒนธรรมโรงเรียนในประเทศ บทบาทหนาทีใหการดําเนินการในโรงเรียน ่ ไทยทีกลาวไปขางตนมีชองวางที่เห็นชัดวา ่ เปนไปตามระเบียบ ปฏิบัตตามคําสั่งของ ิ หางไกลจากวัฒนธรรมโรงเรียนที่จะ ผูบริหาร หรือครูผูสอนที่คิดวามีตาแหนงที่สูง ํ กอใหเกิดชุมชนแหงการเรียนรู ตามแนวคิด กวาตน นักเรียน คือผูที่ตองเชื่อฟง และปฏิบัติ  ของ DuFour ได ชองวางดังกลาวนี้เปนสิ่งที่ ตามสิ่งที่ครูสั่งสอน ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ ผูรับผิดชอบดานการศึกษาควรตระหนัก โรงเรียนกําหนด ผูปกครอง คือ ผูที่มีความ ภาระหนาทีทจะเติมเต็มชองวางใหเกิด ่ ี่ ตั้งใจที่จะใหบตรหลานของตนเองไดรูในสิ่งที่ ุ วัฒนธรรมโรงเรียนทีเ่ ปนความรวมมือกัน กําหนดไวในหลักสูตร มีความคาดหวังวา นั้นตองใชพลังมากมายในทีจะสรางชุมชน ่ ครูผูสอน คือ ผูมีความสามารถ และรับผิดชอบ แหงการเรียนรูใหเกิดขึ้นได  การเรียนรูของนักเรียน สวนชุมชนนั้นมี แนวคิดที่สาคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรม ํ บทบาทและมีสวนรวมในกิจกรรมของโรงเรียน โรงเรียนที่จะทําการรวมตัวของบุคลากรใน Curriculum & Instructionอยมาก ในชวงเวลาที่ผานมา น การปฏิบัติภารกิจหรือกิจกรรมตาง ๆ ของ
  • 10.
    Learning Community โรงเรียนเปน ชุมชนแหงการเรียนรูที่มี ปรองดองกัน หากไดมีโอกาสทํากิจกรรม ประสิทธิภาพ นั้น Padavil (2004, p. 10) ยัง รวมกัน คนไทยมีประเพณีในการพึ่งพากัน มองวา ในสถานศึกษา นักเรียน บุคลากร มาแตโบราณ ไมวาจะเปนการลงแขกเกี่ยว สนับสนุนฝายตาง ๆ ผูปกครอง ผูบริหาร และ ขาว ประเพณีบุญตาง ๆ ซึ่งก็ดูวาหากมี บุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวของในโรงเรียนถือวาเปน ความตั้งใจและจริงใจที่จะพัฒนาใหเกิด สมาชิกของชุมชนหนึง ๆ ทีมีจุดหมายเดียวกัน ่ ่ การรวมตัวกันเมื่อรวมมือกัน ความรูสกเปน ึ คือ “การเรียนรู” เจาของก็จะเกิดขึ้นไดไมยากนัก ลักษณะหลักของชุมชนแหงการเรียนรู นอกจากนี้ขอชวนคิดอีกประการ ที่ Padavil ไดสรุปมาจากแนวคิดของ หนึง ตามลักษณะหลักของชุมชนแหงการ ่ McCatep (1994) และ Wool (1992) นัน ้ เรียนรูตามแนวคิดของ Padavil คือ 10 สอดคลอง กับความคิดของ DuFour ในสวน สมาชิกทุกคนในกลุม คือ “ผูเรียน. เดิม การเนนวัฒนธรรมโรงเรียน และเติมเต็มไดกับ ความคิดเกี่ยวกับการเรียนและการศึกษา แนวคิดของ DuFour ในการทํางานรวมกัน จะถูกตีกรอบอยูในสถานศึกษา (ซึ่งอาจ และการเรียนรูรวมกันในกลุม และ การมอง   ยังคงมีอยูในความคิดของบางสวนใน สมาชิกทุกคนในกลุมเปน “ผูเรียน” และ สังคม) เมื่อใดก็ตามที่บุคคลจบการศึกษา ความรูสึกเปนเจาของในชุมชน แลว ภาระหนาที่ในการเรียนก็จบลง สิ่งที่ชวนคิดสําหรับสถานศึกษา ความคิดเชนนีหากมีในครูผสอนก็จะ ้ ู โรงเรียนในประเทศไทยในการพัฒนาชุมชน กอใหเกิดปญหาในการพัฒนาวิชาชีพได แหงการเรียนรูนั้น คือ จะทําอยางไรใหสมาชิก  เพราะครูผูสอนหลายคนอาจคิดวาหนาที่ ในสถานศึกษาเกิดความรูสกเปนเจาของใน ึ “การเรียน” เปนของนักเรียน สวนหนาที่ ชุมชน ดังที่กลาวไปแลววา สภาพของโรงเรียน “การสอน” เปนของครู หากในปจจุบน ั ในประเทศไทยสวนใหญเปนการรวมอํานาจอยู ครูผูสอนหรือบุคลากรสนับสนุนอืน ๆ มี ่ ที่ผูบริหาร การทํางานตามคําสั่งยอมกอใหเกิด ความคิดเชนนี้ โอกาสของการพัฒนา ความรูสึกเปนเจาของนอยมาก เชนเดียวกับ โรงเรียนใหเปนชุมชนแหงการเรียนรูก็คงอยู วัฒนธรรมของการทํางานรวมกันเปนทีม การ อีกไกล ซึ่งก็ตองเปนภารกิจหนักและเปน  เรียนรูรวมกัน จนมีผูกลาวถึงความสามารถใน หลักอีกประการหนึงของผูรบผิดชอบทาง ่ ั การทํางานเปนทีมของคนไทยวา เปนไปไดยาก การศึกษาตองใหความสําคัญ ในการ เมื่อเปรียบเทียบกับการทํางานแบบเดี่ยว ๆ ทั้ง ปรับเปลี่ยนความคิดของครูผูสอน แตก็ ที่คนไทยจํานวนมากมีความสามารถจนเปนที่ นับวาจุดเริ่มตนที่ดีเกิดขึนแลวในสังคม ้ ยอมรับในระดับโลก แตอยางไรก็ตามวิถชีวิต ี การศึกษาไทยตั้งแตมีพระราชบัญญัติ Curriculum & Instruction เดิมของคนไทยจะมีพื้นฐานจากการรักใคร ดั่ง การศึกษาแหงชาติ พุทธศักราช 2542 ที่
  • 11.
    Learning Community ระบุถึงการเรียนรูตลอดชีวิตไว ซึ่งก็เปน • อิสรภาพทางความคิด กระทํา และ แนวทางหนึ่งที่ทกฝายตองหันมามองและตอง ุ สรางสรรค (Freedom to think, ผลักดันใหเกิดการเรียนรูดังกลาวขึ้น work and create) ในชุมชนแหงการเรียนรูในสถานศึกษา • ความรับผิดชอบที่เกิดจากแรงจูงใจ มีองคประกอบที่สําคัญอยู 3 ประการ คือ ภายใน (Autonomous เปาหมายของชุมชนแหงการเรียนรู บุคลากร commitment : from intrinsic ในชุมชน และวิธีดําเนินการในชุมชน ในสวน motivation) ของเปาหมายของชุมชนแหงการเรียนรูคือ การ • สภาพความเปนจริงของชุมชนแหง เรียนรูของบุคลากรในชุมชน ซึ่งกลุมใหญกคอ  ็ ื การเรียนรู ผูเรียน แตก็ไมไดหมายความวา ผูเรียนเทานั้น ในชวงเวลาทีความเคลื่อนไหวทาง ่ 11 ที่จะเรียนรูได เพราะ Padavil ก็กลาวไวแลววา การศึกษา และแนวคิดการพัฒนาการ เปาหมายของการรวมตัวรวมมือกันเปน “การ เรียนรูที่เปลียนไป การใหความสําคัญตอ ่ เรียนรูของทุกคน” องคประกอบดานบุคลากร ความรวมมือกันพัฒนาการเรียนรู ก็ไดมี ในชุมชนแหงการเรียนรูในสถานศึกษา ไดแก ตัวอยางของการพัฒนาโรงเรียนใหเปน ครูผูสอน ผูเรียน ผูบริหาร บุคลากรสนับสนุน ชุมชนแหงการเรียนรูและยังเกิดผลที่เปน ผูปกครอง บุคลากรอื่น ๆ ในชุมชน สวน ดาน การเรียนรูของผูเรียน ในทีนขอยกตัวอยาง ่ ี้ วิธีดําเนินการเปนสิ่งสําคัญทีสุด ซึ่งจะกลาวถึง ่ ความรวมมือที่มีรูปแบบการเปนชุมชนแหง ในโอกาสตอไป การเรียนรู ที่สอดคลองกับแนวคิดทีกลาว ่ จากแนวคิดทีกลาวมาขางตนขอสรุป ่ มาขางตน ไดแก ผลจากการวิจัยเพื่อพัฒนา ลักษณะของชุมชนแหงการเรียนรูไว ดังนี้ ชุมชนแหงการเรียนรู ที่มีความหลากหลาย ชุมชนแหงการเรียนรูควรมี : ของบุคลากร ในรัฐ Texas โดยการจัดใหมี • ความรวมมือ (Collaboration) ชุมชนแหงการเรียนรูของครู (Teachers • การสื่อสาร การสนทนา ระบบ Learning Communities : TLCs ) ที่มงการ ุ เครือขาย(Communication / พัฒนาวิชาชีพ โดยใหมีความรวมมือกัน Conversation ,Network System) อยางตอเนื่อง มีการทํางานและการ • การทํางานเปนทีม (Team Working) ปรับปรุงพัฒนาอยางไมหยุดนิ่ง โครงสราง • การมีสวนรวม (Involvement/  ของชุมชนแหงการเรียนรูครูผสอนยังคงอยู ู Participation) หลังจากการอบรมโดยใชการวิจัยเปนงาน • การเปนเจาของรวมกัน (Owner เรื่องรูปแบบการสอนทีจัดเพือสนองความ ่ ่ Sharing) หลากหลายของผูเรียน กระบวนการสราง Curriculum & Instruction ชุมชนแหงการเรียนรูเกิดขึ้นอยางตอเนื่อง
  • 12.
    Learning Community ครูปฏิบัติการสอนไปพรอม ๆ กับการใชความ อานและวิเคราะห บทความ นําปญหาที่ พยายามในการวิเคราะหความพยายามในการ พบมาถกเพื่อหาทางแกปญหา การประชุม ปรับปรุงโรงเรียน ตรวจสอบผลสําเร็จประจํา จะจบลงดวยการอวยพรวันเกิดใหสมาชิก สัปดาห แกปญหาการจัดการเรียนการสอน  การซื้อบานใหมหรือขาวที่นายินดีตาง ๆ  รวมกัน แลกเปลี่ยนกลวิธีการสอน พิจารณา เวลาที่ใชในการประชุมจะใชประมาณ 2 ผลงานของนักเรียน เรียนรูทจะวิเคราะห ี่ ชั่วโมง ตัวอยางที่เปนรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น ความกาวหนาของนักเรียน สรางความสัมพันธ จากชุมชนดังกลาว ไดแก การทํางาน ในเพื่อนรวมงานในการนิเทศเพื่อพัฒนางาน รวมกันของครูผูสอนภาษาอังกฤษเปน และเรียนรู ในสิ่งที่ตนและกลุมจําเปนตอง ภาษาที่สองและครูผูสอนวิชาสามัญอืน ๆ ่ เรียนรูเพิมเติม เปาหมายการทํางานรวมกัน ่ เปาหมายคือ การอานออก เขียนไดของ 12 ของชุมชนแหงการเรียนรูของครูผูสอน (ที่มี นักเรียนทุกคน โรงเรียนแหงนี้ไดใหครูทก ุ ความแตกตางกัน) คือ ความสําเร็จในการสอน คนไดอบรมวิธการจัดการเรียนการสอน ี และการเรียนรูของนักเรียน โอกาสที่สมาชิกใน  แบบเดียวกัน (โดยปกติมักจะใหครูไดรับ ชุมชนแหงการเรียนรูจะไดรับคือ การรวมมือกัน การอบรมแยกตามวิชาเอก) จากนั้นครูใน ตรวจสอบการทํางาน ทดลอง นําผลไปใช ทีมจะมีโอกาสนําวิธีการไปใช และมีการ ประเมินและเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนา ดําเนินการสอน วิเคราะหสถานการณทง ั้ ตลอดเวลาและตอเนื่อง ผลงานของนักเรียน ดึงความรวมมือของ ในชุมชนแหงการเรียนรู ครูมีบทบาทที่ ผูปกครอง ชุมชนและตัวผูเรียนเองเขามา หลากหลาย อาทิ นักวิจัย นักวิจารณ ผูเรียน เพื่อใหเปนไปตาม ผูสอน-ครูผูสอน ไดเรียนรูที่จะกําจัดความกลัว  เปาหมาย บรรยากาศการทํางานเปนไป และยอมใหครูคนอื่นเขามาสังเกตการสอนของ อยางเขาอกเขาใจและเปนทางบวก พบวา ตน (อาจใชวิธการนิเทศแบบเพื่อนชวยเพื่อน : ี ความสําเร็จเกิดขึ้นได นักเรียนเปนไปตาม peer coaching) เปาหมายที่วางไว ครูก็ไดเกิดการเรียนรู ในแตละสัปดาหครูที่รวมในชุมชนแหง อยางตอเนื่อง การเรียนรูมกแลกเปลี่ยนกันถึงความสําเร็จ ั เครื่องมือทีทําใหเกิดชุมชนแหงการ ่ สูงสุดของสัปดาหนน ๆ โดยจะมีกจกรรมอื่น ๆ ั้ ิ เรียนรู ในรัฐ Texas อีกประการหนึ่งคือ ตามมา เชน การวิเคราะหผลงานของนักเรียน รูปแบบการสอนเปนทีม การวางแผนการ เชน งานเขียนของนักเรียนหรือผลที่ไดจากการ สอนรวมกัน จัดการเรียนการสอนรวมกัน วัดผลการเรียนรูของผูเรียน บางครั้งอาจมีการ แกไขปญหารวมกัน ประเมินผลและชื่นชม เสนอรูปแบบการสอนที่ประสบผลสําเร็จให ในความสําเร็จ รับทราบการแกไขปญหาดู Curriculum & Instruction ่อนครูคนอืน ๆ กิจกรรมอืน ๆ อาจเปนการ เพื ่ ่ จะเปนการเจาะลึกลงไปถึงตนเหตุของ
  • 13.
    Learning Community ปญหา/คําถามตาง ๆ ในรูปแบบของการ จะสงเสริมการเรียนรูอยางหยั่งลึกของการ ทํางานเปนทีม ครูจะศึกษาและอานงานวิจย ั ทํางานเปนทีม กระบวนการนี้ (การทํางาน) หรืออาจติดตอกับนักวิจัยโดยตรง การเรียนรูเปนทีมของครู นําไปสูสัมฤทธิผล ขณะเดียวกันครูก็เกิดการเรียนรูจากบุคลากร ในระดับสูงของผูเรียน ในทีมดวย รายงานการวิจัย กลาววา การ การมีสวนรวมของครูเปน ทํางานเปนทีมที่จะบังเกิดผล ตองอาศัยฐาน กระบวนการทีมีพลัง สถานศึกษาจะตอง ่ จากความรวมมือ รอยละ 95 ของครูเห็นวา แนใจวาทุกคนเปนสวนหนึงของทีมที่มง ่ ุ การสรางขอผูกมัดและความสัมพันธที่ดี เปาหมายใหนกเรียนเกิดการเรียนรู แตละ ั ระหวางครูผูสอน ผูบริหารและผูปกครอง เปน  ทีมจะตองมีเวลาพบปะกันในระหวางวัน ขั้นตอนแรกทีสําคัญที่สุดในการปฏิรูป ่ ทํางานตลอดปการศึกษา ทีมจะใชความ 13 กระบวนการเรียนรูแบบรวมมือกันทําให พยายามในการตอบคําถามสําคัญ ๆ ที่ สมาชิกที่มีความแตกตางกัน มองขามความ เกี่ยวของกับการเรียนรูและระบุผลที่เปน ขัดแยงที่เกิดจากความหลากหลายนัน ้ การสะทอนจุดเนนนั้น ๆ กิจกรรมทีทีมผูทํางานเรียนรูจากการไดสนทนา ่ แตอยางไรก็ตามเปนทีทราบกันดี ่ เกี่ยวกับความเชื่อ คานิยม และอคติของ วา โดยธรรมชาติการทํางานลําพัง คนจะ สมาชิกและการฝกจัดการกับอารมณ รวมถึง รูสึกปลอดภัยกวาทํางานรวมกับผูอื่น จึงทํา การพัฒนาทักษะในการสื่อสาร สิงสําคัญที่ ่ ใหการเกิดความรวมมือกันในองคกรจนเปน จะตองคํานึงถึงคือ การใหเวลาในการสราง วัฒนธรรมการทํางานอยางหนึ่งคอนขาง ความเชื่อใจ และการสนทนาพูดคุยกันใน ยาก DuFour เสนอแนะวา การรวมมือที่มี สมาชิกของชุมชนแหงการเรียนรูนนเองั้ ความหมายจะเกิดขึ้นตองหยุดการกระทํา ผลการดําเนินการขางตน หลาย ๆ ประการ โรงเรียนตองยกเลิกการ สอดคลองกับแนวคิด ในการสรางวัฒนธรรม ยกระดับครูทําใหเปนไปตามมาตรฐานของ แหงความรวมมือ (A Culture of รัฐหรือ หลักสูตรทองถิน เพียงเพราะคิดวา ่ Collaboration) ของ DuFour ในการผนึก นั่น คือ สิ่งประกันวา นักเรียนทุกคนเปนไป กําลังเพื่อสรางชุมชนแหงการเรียนรูที่ยงยืน ั่ ตามเปาหมายหลักสูตร ทังที่เมื่อนํา ้ DuFour (2004) กลาววา การรวมมือที่มพลัง ี หลักสูตรไปใชจริงความสนใจตอสิ่งที่จะเกิด เปนคุณลักษณะหนึงของชุมชนแหงการเรียนรู ่ กับผูเรียนนอยมาก สิงที่บุคลากรในองคกร ่ ของบุคลากรวิชาชีพและเปนกระบวนการทีเ่ ปน ควรใหความสําคัญคือ การหาแนวปฏิบัตที่ ิ ระบบที่ทาใหครูผูสอนรวมกันวิเคราะหและ ํ จะพัฒนาใหผเู รียนเกิดการเรียนรู อีก พัฒนาแนวปฏิบัติของหองเรียน ครูผูสอนจะ ประการหนึ่งทีตองกําจัดไปคือ ขออางเรื่อง ่ Curriculum & Instruction งานเปนทีม รวมกันทํางานในวงจรคําถามที่ ทํา เวลา มักมีขออางเสมอเรื่องของเวลาทีหาได ่
  • 14.
    Learning Community ยากในการรวมมือกัน สิงทีสถาบันควรคิดคือ ่ ่ การฝกฝนใหบุคลากรในสถาบันไดทางาน ํ รวมกัน อยางไรก็ตามก็มหลายองคกรที่ ี ประสบผลสําเร็จอยางแทจริงในการสราง วัฒนธรรมแหงความรวมมือ ตัวอยางที่เปนรูปธรรมที่ปรากฏให เห็นในสภาพการศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรมความ รวมมือที่ดูจะบังเกิดผลที่นาชื่นชมคือ ตัวอยาง  ของ Highland Park Elementary School (Desjay and Novak, 2004) ใน Manchester 14 รัฐ Connecticut ที่มีความรวมมือกันระหวาง ทีมงาน 4 ทีมงาน ไดแก ทีมพัฒนาโรงเรียน (The School Improvement Team) ทีม พัฒนาชวยเหลือนักเรียน (The Student Assistance Team) และสมาคมผูปกครองครู (The Parents Teachers Association : PTA) ทีมงานทัง 4 ทีมทํางานรวมกันโดยอาศัยขอมูล ้ ที่รวบรวมและใชประโยชนรวมกัน ความ รวมมือที่ปรากฏใหเห็นชัดเจนทียกเปนตัวอยาง ่ ไดคือ การรวมมือกันแกปญหา ผลการสอบ วิชาคณิตศาสตรของนักเรียน Grade 6 ทีไม ่ เปนทีนาพอใจ และยังลดลงไปจากเดิม ่  โรงเรียนจึงไดดําเนินการแกปญหากันทุกสวน ในโรงเรียน โดย กําหนดเปนเปาหมายที่ชัดเจน ของโรงเรียน และดําเนินการโดยความรวมมือ กันทั้งผูบริหารโรงเรียน ครูผูสอน ผูปกครอง ขอ ความรวมมือจากผูเชี่ยวชาญในกรณีที่จาเปน ํ รวมถึงผูเ รียนเองก็รวมมือกันแกปญหา ดังกลาว เพื่อใหเห็นภาพของความรวมมือ ดังกลาวจึงขอเสนอขอมูลดังแผนภูมิภาพใน Curriculum & Instruction าถัดไป หน
  • 15.
    Learning Community ความเปนไปไดของการพัฒนาชุมชน พัฒนาการการเรียนรูของผูเรียนเปนทีนา ่ แหงการเรียนรูในสภาพการศึกษาไทย พอใจ อีกตัวอยางหนึ่งของการพัฒนา องคกรที่ประสบผลสําเร็จของไทย ไดแก จากตัวอยางขางตน จะเห็นวา ความ การปฏิรูปโรงเรียน ของโรงเรียนประสาน รวมมือของบุคลากรในองคกรทุกสวนมี สามัคคีวทยา ใชหลักการ ประสานใจ ให ิ ความสําคัญ ตอการพัฒนาการเรียนรู นัน ้ เวลา พากันทํา นําไปใช ผลของการปฏิบติ ั หมายความวา ความรวมมือเปน กุญแจสําคัญ ทําใหเกิดการพัฒนา ทังโรงเรียนในดาน ้ ที่จะทําให วัฒนธรรมในโรงเรียน สามารถนํา ผูเรียน กระบวนการ ปจจัย อยางเปนที่นา องคกรไปสูเปาหมายปลายทางได หากมอง พอใจ ภาพของสถาบันการศึกษาของไทย ความ จากการศึกษารายละเอียดของ 15 รวมมือเริ่มปรากฏใหเห็นอาจไมสามารถกลาว กรณีตัวอยางทั้งสองโรงเรียน พบวา แนว ไดวาเปนวัฒนธรรมแหงความรวมมือ แตก็ถือ ทางการปฏิรูปองคกร เปนลักษณะนโยบาย วาเปนจุดเริ่มตนที่ดี มีโรงเรียนหลาย ๆ แหงที่ ที่มาจากหนวยงานตนสังกัด ยังไมปรากฏ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวธีการจัด ิ วาการดําเนินงานมาจากความคิดริเริ่มของ ตารางเวลา ของโรงเรียน โดยมีเวลาให บุคลากรในโรงเรียนอยางแทจริง จึงเห็นได บุคลากรไดพบปะ พูดคุย รวมกันแกปญหาการ วา ยังมีชองวางของสภาพความเปนจริง กับ จัดการศึกษาในโรงเรียนมากขึ้น บางโรงเรียน ลักษณะองคกรที่จะเปนชุมชนแหงการเรียน จัดใหครูไดพบปะพูดคุยกับทุกวันหลังเลิกเรียน รูอยูคอนขางมาก หรือใชเวลาชวงบายในบางวันที่เปนกิจกรรม นอกจากนีการจัดการศึกษาไทยใน ้ อิสระสําหรับผูเ รียนใหครูไดพบปะพูดคุยกัน ปจจุบันยังใหความสนใจเกียวกับการใช ่ ซึ่งสิ่งเหลานี้ถอไดวาเปนการเริ่มตนที่ดี หากมี ื ขอมูล (Data) เพื่อการจัดการศึกษาไมมาก การมองการรวมตัวกันนี้อยางเปนระบบ และมี พอ สิ่งทีพบเกียวกับการใชขอมูล ยังคงเปน ่ ่  เปาหมายรวมถึงการจัดการที่เปนระบบ การรวบรวมขอมูลเพื่อเปนหลักฐานในการ มากกวานี้ วัฒนธรรมแหงความรวมมือก็คงเกิด ตรวจสอบบางประการ ไมปรากฏใหเห็นวา ไดในไมชาและจะเปนการพัฒนาที่ยงยืนตอไป ั่ มีองคกรใดที่ใชระบบขอมูลสารสนเทศ ในปจจุบนนี้มสถานศึกษาหลายแหงที่ ั ี (Information System) ในการจัด พัฒนาองคกรใหสูองคการแหงการเรียนรู เชน การศึกษาในระดับโรงเรียนไดอยางมี โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จังหวัดชัยภูมิ ประสิทธิภาพ ซึ่งเปนประเด็นที่ผูรับผิดชอบ ไดพัฒนาโรงเรียนโดยใชแนวทางปฏิรูป 5 ป . จัดการศึกษาโดยเฉพาะผูทตองการผลักดัน ี่ ไดแก เปดตัว ปรับโฟกัส เปาหมาย ปลง และ ใหเกิดชุมชนแหงการเรียนรูควรตอง ปอเต็กตึ้ง เมื่อครูปฏิรูปตนเองผลที่ตามมาคือ Curriculum & Instruction คํานึงถึงอีกประการหนึงเชนกัน ่
  • 16.
    Learning Community สิ่งสําคัญ อีกประการหนึ่งทีขาดไมได ่ อาจไดมีการเริมตนคิด ปฏิบติบางแลวใน ่ ั ในการดําเนินการเพื่อใหเกิดชุมชนแหงการ บางองคกร ผูเ ขียนได : ศึกษา แนวคิดการ เรียนรู คือ การใหบุคลากรในชุมชนไดติดตาม พัฒนาองคกรแหงการเรียนรูตามแนวคิด  และประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งในราย ของ Peter M. Senge (1990, 2004) ตาม กิจกรรมยอยและโดยภาพรวม เพราะการ แนวทาง The fifth disciplines ซึ่งไดแก ติดตามและประเมินผลจะกอใหเกิดการใช System Thinking , Personal Mastery , ขอมูลยอนกลับที่ดี ซึ่งเปนไปดังความเชื่อที่ Models, Shared Vision, และ Team Brookfield (1986, p. 24) ไดกลาวไววา การ Learning ซึ่งกระบวนการทัง 5 ตอง ้ เรียนรูของผูใหญจะเพิ่มขึนโดยการใหขอมูล ้ ดําเนินการควบคูกันไป ทุกอยางไม ยอนกลับในความกาวหนาอยางสม่ําเสมอ ซึง ่ สามารถพัฒนาแยกสวนได (รายละเอียด 16 ก็นาคิดอีกวา ในสถานการณการจัดการศึกษา เพิ่มเติมจะนําเสนอเปนบทความตอไป ที่จะ ในแทบทุกระดับ โดยเฉพาะระดับโรงเรียนและ เปนวิธีการสรางชุมชนแหงการเรียนรู) หองเรียน การใหขอมูลยอนกลับใน ความกาวหนาที่เปนไปตามสภาพจริง เกิดขึ้น หรือไม โดยใครอยางไร คําตอบก็ดูเหมือนวา จะเปน “ไมมีการดําเนินการในลักษณะนี้ เกิดขึ้นในสภาพการศึกษาไทย” แนวคิดในการพัฒนาชุมชนแหงการ เรียนรู ในขณะนี้เชื่อกันวาจะทําใหเกิดการ พัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ขึ้นได อยางไรก็ตามความเปนไปไดที่จะเกิด ชุมชนแหงการเรียนรูนนจะมีมากนอยก็ขนอยู ั้ ึ้ กับความรวมมือของทุกฝายที่เกียวของ ในการ ่ จัดการศึกษาโดยอาจตองเริมตนทีการ ่ ่ ปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด (a shift of mind) การกําหนดเปาหมายของการพัฒนาทีมุง “การ ่ เรียนรู” เปนหลัก การใหความสําคัญกับ  การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาวัฒนธรรม องคกร ความรวมมือ การทํางานเปนทีม และ ระบบสนับสนุนตาง ๆ รวมถึงการใหขอมูล Curriculum & Instruction นกลับของความกาวหนาตาง ๆ (ทั้งหมดนี้ ยอ
  • 17.
    Learning Community เอกสารอางอิง DuFour, Richard, (2004) What is a Toffler, Alvin. (1980) แปลและเรียบเรียง “Professional Learning โดย รจิตลักษณ แสงอุไร และ Community” ? Educational คณะ (2533) คลื่นลูกทีสาม่ Leadership, May 2004, Volume 61 กรุงเทพฯ : บริษัทนานมี จํากัด Number 8. (6-11) Wideen, M. F. (1994). The struggle for Brookfield (1986) change. London: Falmer Press. 17 Gabehart Mark E. (2003) Teaching, นาตยา ปลนธนานนท (2547) การ ั Learning, and Reform in the 21st ออกแบบหลักสูตรICTและการสอน e- Century Classroom Tech Forum: Collaborative Learning (ตอนที่ 1) Year 2000-2003 http://www.ku,ac,th/e-magazine/ Padavil (2004) สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2546) การปฏิรูปการเรียนรูทั้งโรงเรียน Purkey, W. W. & Novak, J. M. (1984). : กรณีตัวอยาง โรงเรียนกาญจนา Inviting school success: A self- ภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ กรุงเทพฯ : บริษัท concept approach to teaching พริกหวานกราฟฟคจํากัด and learning. Belmont, CA: Wadsworth Publishing Co. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2546) การปฏิรูปการเรียนรูทั้งโรงเรียน Sange,Peter M. (1990) The Fifth : กรณีตัวอยาง โรงเรียนประสาน Discipline : The Art and Practice สามัคคีวิทยา กรุงเทพฯ : บริษัทพริก of the Learning Organization. New หวานกราฟฟคจํากัด York : Doubleday. Shantz, Doreen, Rideout, Glenn(2003) EDUCATION VERSUS SCHOOLING: SEEKING NEW PARADIGMS FOR A NEW CENTURY , Education, Vol. 124, Issue 1 Curriculum & Instruction