LOGO
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็ นปรัชญาทีพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวทรงมีพระ
                                           ่
ราชดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวตแก่ พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่ า ๒๕
                                      ิ
ปี ตั้งแต่ ก่อนวิกฤติการณ์ ทางเศรษฐกิจ และเมือภายหลังได้ ทรงเน้ นยาแนวทางการ
                                             ่                    ้
แก้ ไขเพือให้ รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้ อย่ างมันคงและยังยืนภายใต้ กระแส
            ่                                     ่        ่
โลกาภิวฒน์ และความเปลียนแปลงต่ าง ๆ
          ั                 ่
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
       เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชีถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัตตนของประชาชน
                                      ้                          ิ
ในทุกระดับตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและ
บริหารประเทศให้ ดาเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพือให้ ก้าว
                                                                        ่
ทันต่ อโลกยุคโลกาภิวตน์
                      ั
       ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็ นที่
จะต้ องมีระบบภูมค้ มกันในตัวทีดพอสมควรต่ อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการ
                   ิุ             ่ ี
เปลียนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนีจะต้ องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และ
     ่                                  ้
ความระมัดระวังอย่ างยิง ในการนาวิชาการต่ าง ๆ มาใช้ ในการวางแผนและการดาเนินการ
                        ่
ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้ องเสริมสร้ างพืนฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะ
                                                 ้
เจ้ าหน้ าทีของรัฐนักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้ มสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์
            ่                                          ี
สุ จริตและให้ มความรอบรู้ ทเี่ หมาะสม ดาเนินชีวตด้ วยความอดทน ความเพียร มีสติ
                ี                              ิ
ปัญญา และความรอบคอบ เพือให้ สมดุลและพร้ อมต่อการรองรับการเปลียนแปลงอย่ าง
                                ่                                   ่
รวดเร็วและกว้ างขวางทั้งด้ านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้ อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้
เป็ นอย่ างดี
• กรอบแนวคิด เป็ นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็ น โดยมีพนฐานื้
  มาจากวิถีชีวตดั้งเดิมของสั งคมไทย สมารถนามาประยุกต์ ใช้ ได้ตลอดเวลา และเป็ นการมองโลกเชิง
                 ิ
  ระบบที่มีการเปลียนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้ นการรอดพ้ นจากภัย และวิกฤต เพือความมั่นคง และ
                    ่                                                          ่
  ความยังยืน ของการพัฒนา
          ่
• คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ ใช้ กับการปฏิบัติตนได้ ในทุกระดับโดยเน้ นการ
  ปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่ างเป็ นขั้นตอน
• คานิยาม ความพอเพียงจะต้ องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้ อม ๆ กัน ดังนี้
• ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่ น้อยเกินไปและไม่ มากเกินไปโดยไม่ เบียดเบียนตนเองและ
  ผู้อน เช่ นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
      ื่
• ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสิ นใจเกียวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้ องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล
                                        ่
  โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกียวข้ องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่ าจะเกิดขึนจากการกระทานั้น ๆ อย่าง
                                ่                                        ้
  รอบคอบ
• การมีภูมิค้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้ พร้ อมรับผลกระทบและการเปลียนแปลงด้ านต่ าง ๆ
               ุ                                                                 ่
  ที่จะเกิดขึนโดยคานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ ต่ าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึนในอนาคตทั้งใกล้และ
             ้                                                               ้
  ไกล
เงือนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่ าง ๆ ให้ อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้ อง
   ่
อาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็ นพืนฐาน กล่ าวคือ
                                     ้
          -เงือนไขความรู้ ประกอบด้ วย ความรอบรู้ เกียวกับวิชาการต่ าง ๆ ทีเ่ กียวข้ อง
               ่                                      ่                        ่
อย่ างรอบด้ าน ความรอบคอบทีจะนาความรู้ เหล่ านั้นมาพิจารณาให้ เชื่อมโยงกัน เพือ
                                   ่                                                 ่
ประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
           -เงือนไขคุณธรรม ทีจะต้ องเสริมสร้ างประกอบด้ วย มีความตระหนักใน
                 ่             ่
คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สติปัญญาในการ
ดาเนินชีวต   ิ
       แนวทางปฏิบัต/ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
                       ิ    ่
มาประยุกต์ ใช้ คือ การพัฒนาทีสมดุลและยังยืน พร้ อมรับต่อการเปลียนแปลงในทุก
                                 ่          ่                      ่
ด้ าน ทั้งด้ านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้ อม ความรู้ และเทคโนโลยี
หลักการนาเอาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในชีวตประจาวัน
                                          ิ

       การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวตประจาวัน คือการใช้ จ่ายในชีวตประจาวัน ไม่ ใช้
                                                 ิ                             ิ
จ่ ายในเรื่องทีเ่ ห็นว่ าไม่ จาเป็ น มีการจัดสรรค่ าใช้ จ่ายในแต่ ละวัน แบ่ งเงินส่ วนหนึ่งไว้ ใช้
จ่ ายในยามฉุกเฉิน รวมถึงนาเงินทีเ่ หลือทีได้ จากค่ าขนมและค่ าใช้ จ่ายในแต่ ละวันมาออมไว้
                                               ่
ทาให้ ข้าพเจ้ าไม่ ต้องรบกวนเงินของบิดามารดา อีกประการหนึ่งข้ าพเจ้ าจะใช้ สิ่งของทุกชิ้น
อย่ างรู้ คุณค่ า โดยมีการคิดคานวณก่ อนทีจะซื้อของสิ่งๆหนึ่งว่ าสิ่งของนั้นๆสามารถใช้ ได้ นาน
                                             ่
แค่ ไหน คุ้มหรือไม่ กบการซือในแต่ ละครั้ง การกระทานีนอกจากจะได้ ของใช้ ทมี
                          ั        ้                         ้                      ี่
ประสิทธิภาพแล้ วยังเป็ นการประหยัดเงินและตรงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวภูมพลอดุลยเดชมหาราชพ่อหลวงของเราอีกด้ วย
                                      ิ
ตัวอย่างการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในชีวตประจาวัน
                                                   ิ
1.การไม่ ใช้ จ่ายฟุ่ มเฟื อย - ไม่ ใช้ จ่ายเงินเกินความจาเป็ น ไม่ ใช้ จ่ายสิ้นเปลือง เช่ น การ
ซื้อของทีไม่ จาเป็ น พวกสิ่งของทีไร้ ประโยชน์ หาคุณค่ าไม่ ได้ เมือเราไม่ ใช้ จ่ายฟุ่ มเฟื อย
                ่                     ่                                ่
แล้ ว เงินทีเ่ หลือฉันก็เก็บ หยอดใส่ กระปุก เพือเป็ นการประหยัดภายในครอบครัว ไม่ นา
                                                  ่
เงินไปใช้ เกินวัยของตนเอง
2.การใช้ นาหรือไฟ อย่ างประหยัด - ใช้ นาให้ รู้ คุณค่ า ไม่ เปิ ดนาทิงไว้ หรือ ปิ ดนาให้ สนิท
                  ้                                                       ้
นาทีเ่ หลือจากการล้ างผลไม้ อาหาร จะนาไปรดต้นไม้ และไฟ ไม่ เปิ ดไฟนอน และปิ ด
เครื่องใช้ ไฟฟาให้ สนิท ด้ วยการถอดปลัก และเมือไม่ อยู่บ้าน สารวจว่ ามีเครื่องใช้ ไฟฟา
                    ้                        ๊        ่                                      ้
ใดบ้ างทียงไม่ ได้ ปิด จะปิ ดให้ สนิท
              ่ั
   3.การหารายได้ เข้ าครอบครัว - ช่ วยพ่ อแม่ ทางาน เพือนาไปขาย และปลูกผักนาไปขาย
                                                              ่
เพือหารายได้ เข้ าครอบครัว และเมือหารายได้ มาแล้ ว จะไม่ นาเงินไปใช้ จ่ายในสิ่งที่
    ่                                   ่
สุ ร่ ุยสุ ร่าย พร้ อมทั้งทาบัญชีรายรับ-รายจ่ าย เพือรู้ การใช้ จ่ายภายในครอบครัว เป็ นการรู้
                                                    ่
ว่ าภาวะทางการเงินภายในครอบครัวของฉันนั้น เป็ นอย่ างไรบ้ างอะไรทีมนไม่ จาเป็ นหรือ
                                                                                ่ ั
เป็ นสิ่งทีทาให้ ครอบครัวต้ องมาสิ้นเปลือง
              ่
เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับบุคคลทัวไป เศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชน์ ต่อประชาชน
                                               ่
     ทุกคนไม่ ใช่ เฉพาะแต่ เกษตรกรเท่ านั้น แต่ ประชาชนโดยทัวไปไม่ ว่านิสิต นักศึกษา นักเรียน
                                                            ่
     ข้ าราชการ พนักงานบริษัทก็สามารถนาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ใช้ ในการ
     เรียน การทางาน ตลอดจนการดาเนินชีวตประจาวันได้ ซึ่งสามารถกระทาได้ ดงนี้
                                                 ิ                               ั
·   ควรยึดหลักความประหยัด ตัดทอนค่ าใช้ จ่ายในทุกด้ าน และสละความฟุ่ มเฟื อยในการดารง
     ชีพอย่ างจริงจัง
·   ควรประกอบอาชีพด้ วยความสุ จริตและถูกต้ อง แม้ จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนในการดารง
     ชีพก็ตาม
·   ควรลดละการแก่ งแย่ งผลประโยชน์ และการแข่ งบันทางการค้ าขาย ตลอดจนการประกอบ
     อาชีพทีมการต่ อสู้ อย่ างรุนแรง
              ่ ี
·   ควรขวนขวายใฝ่ หาความรู้ ให้ มรายได้ เพิมพูนขึนจนถึงขั้นพอเพียงในการดารงชีวตเป็ น
                                    ี        ่     ้                               ิ
     เป้ าหมายสาคัญ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกร แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์
     ต่ อเกษตรกรเป็ นอย่ างมาก
พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวได้ พระราชทานแนวคิดทีเ่ รียกว่ า “การเกษตร
  ทฤษฎีใหม่” เพือส่ งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้ มความรู้ ความเข้ าใจ ตลอดจน
                      ่                                 ี
  สามารถนาไปประยุกต์ ใช้ ในการประกอบอาชีพ โดยจะต้ องตั้งอยู่บนพืนฐาน        ้
  หลักการทฤษฎีใหม่ สาหรับเกษตรกรนั้น แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงตาม
  แนวพระราชดาริจะตั้งอยู่บนพืนฐานหลักการ “ทฤษฎีใหม่” 3 ขึนคือ
                                   ้                                      ้
 ขั้นทีหนึ่ง มีความพอเพียงเลียงตัวเองได้ บนพืนฐานของความประหยัด ขจัดการใช้
        ่                        ้                ้
  จ่ าย
 ขั้นทีสอง รวมพลังกันในรู ปกลุ่ม เพือทาการผลิต การตลาด การจัดการ รวมทั้งด้ าน
          ่                               ่
  สวัสดิการ การศึกษา และการพัฒนาสังคม
 ขั้นทีสาม สร้ างเครือข่ ายกลุ่มอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ หลากหลาย
            ่
  โดยประสานความร่ วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคองค์ กรพัฒนา ภาคเอกชน และภาครัฐ
  ในด้ านเงินทุน การตลาด การผลิต การจัดการและข่ าวสารข้ อมูล
เศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับคณิตศาสตร์
      ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับคณิตศาสตร์ การดาเนินชีวตตามแนวพระราชดาริ
                                                              ิ
พอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว ทรงเข้ าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมือได้
                                                                           ่
พระราชทานแนวพระราชดาริ หรือพระบรมราโชวาทในด้ านต่ างๆ จะทรงคานึงถึงวิถี
ชีวต สภาพสังคมของประชาชนด้ วย เพือไม่ ให้ เกิดความขัดแย้ งทางความคิด ทีอาจ
   ิ                                      ่                              ่
นาไปสู่ ความขัดแย้ งในทางปฏิบัตได้ิ
      แนวพระราชดาริในการดาเนินชีวตแบบพอเพียง
                                        ิ
๑. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่ าใช้ จ่ายในทุกด้ าน ลดละความฟุ่ มเฟื อยในการใช้ ชีวติ
๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้ วยความถูกต้ อง ซื่อสัตย์ สุจริต
๓. ละเลิกการแก่ งแย่ งผลประโยชน์ และแข่ งขันกันในทางการค้ าแบบต่ อสู้ กนอย่ างรุนแรง
                                                                       ั
๔. ไม่หยุดนิ่งทีจะหาทางให้ ชีวตหลุดพ้ นจากความทุกข์ ยาก ด้ วยการขวนขวายใฝ่ หา
                 ่              ิ
ความรู้ ให้ มรายได้ เพิมพูนขึน จนถึงขั้นพอเพียงเป็ นเป้ าหมายสาคัญ
               ี       ่      ้
๕. ปฏิบัตตนในแนวทางทีดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา
             ิ              ่
ความสาคัญของทฤษฎีใหม่

๑. มีการบริหารและจัดแบ่ งทีดนแปลงเล็กออกเป็ นสัดส่ วนทีชัดเจน เพือประโยชน์
                            ่ ิ                        ่         ่
   สู งสุ ดของเกษตรกร ซึ่งไม่ เคยมีใครคิดมาก่ อน
๒. มีการคานวณโดยใช้ หลักวิชาการเกียวกับปริมาณนาทีจะกักเก็บให้ พอเพียงต่ อการ
                                      ่          ้ ่
   เพาะปลูกได้ อย่ างเหมาะสมตลอดปี
๓. มีการวางแผนทีสมบูรณ์ แบบสาหรับเกษตรกรรายย่ อย โดยมีถง ๓ ขั้นตอน
                    ่                                       ึ
ทฤษฎีใหม่ ข้ ันต้ น ให้ แบ่ งพืนทีออกเป็ น ๔ ส่ วน ตามอัตราส่ วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐
                               ้ ่

ซึ่งหมายถึง
 พืนทีส่วนทีหนึ่ง ประมาณ ๓๐% ให้ ขุดสระเก็บกักนาเพือใช้ เก็บกักนาฝนในฤดูฝน และใช้
      ้ ่             ่                                   ้ ่             ้
    เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ ง ตลอดจนการเลียงสัตว์ และพืชนาต่ างๆ
                                                 ้              ้
 พืนทีส่วนทีสอง ประมาณ ๓๐% ให้ ปลูกข้ าวในฤดูฝนเพือใช้ เป็ นอาหารประจาวันสาหรับ
        ้ ่       ่                                           ่
    ครอบครัวให้ เพียงพอตลอดปี เพือตัดค่ าใช้ จ่ายและสามารถพึงตนเองได้
                                        ่                         ่
 พืนทีส่วนทีสาม ประมาณ ๓๐% ให้ ปลูกไม้ ผล ไม้ ยนต้ น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ
       ้ ่              ่                               ื
    เพือใช้ เป็ นอาหารประจาวัน หากเหลือบริโภคก็นาไปจาหน่ าย
          ่
 พืนทีส่วนทีสี่ ประมาณ ๑๐% เป็ นทีอยู่อาศัย เลียงสัตว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอืนๆ
         ้ ่        ่                        ่       ้                                 ่
             ทฤษฎีใหม่ ข้นทีสอง เมือเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ปฏิบัตในทีดนของตนจน
                           ั ่       ่                                      ิ ่ ิ
    ได้ ผลแล้ ว ก็ต้องเริ่มขั้นทีสอง คือให้ เกษตรกรรวมพลังกันในรู ป กลุ่ม หรือ สหกรณ์ ร่ วม
                                 ่
    แรงร่ วมใจกันดาเนินการในด้ าน
ทฤษฎีใหม่ข้นทีสอง
                                           ั ่

เมือเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ปฏิบัตในทีดนของตนจนได้ ผลแล้ ว ก็ต้องเริ่ม
       ่                                        ิ ่ ิ
   ขั้นทีสอง คือให้ เกษตรกรรวมพลังกันในรูป กลุ่ม หรือ สหกรณ์ ร่ วมแรงร่ วมใจกัน
          ่
   ดาเนินการในด้ านต่ างๆคือ
(๑) การผลิต (พันธุ์พช เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ)
                         ื
   - เกษตรกรจะต้ องร่ วมมือในการผลิต โดยเริ่ม ตั้งแต่ ข้นเตรียมดิน การหาพันธุ์พช
                                                           ั                      ื
   ปุ๋ ย การจัดหานา และอืนๆ เพือการเพาะปลูก
                     ้      ่   ่
(๒) การตลาด (ลานตากข้ าว ยุ้ง เครื่องสีข้าว การจาหน่ ายผลผลิต)
   - เมือมีผลผลิตแล้ ว จะต้ องเตรียมการต่ างๆ เพือการขายผลผลิตให้ ได้ ประโยชน์
            ่                                     ่
   สู งสุ ด เช่ น การเตรียมลานตากข้ าวร่ วมกัน การจัดหายุ้งรวบรวมข้ าว เตรียมหาเครื่อง
   สีข้าว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลิตให้ ได้ ราคาดีและลดค่ าใช้ จ่ายลงด้ วย
(๓) การเป็ นอยู่ (กะปิ นาปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ ม ฯลฯ)
                            ้
    - ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้ องมีความเป็ นอยู่ทดพอสมควร โดยมีปัจจัยพืนฐานในการ
                                                    ี่ ี                      ้
   ดารงชีวต เช่ น อาหารการกินต่ างๆ กะปิ นาปลา เสื้อผ้า ทีพอเพียง
            ิ                                ้            ่
(๔) สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู้)
   - แต่ ละชุมชนควรมีสวัสดิภาพและบริการทีจาเป็ น เช่ น มีสถานีอนามัยเมือยามป่ วยไข้
                                               ่                            ่
   หรือมีกองทุนไว้ ก้ ูยมเพือประโยชน์ ในกิจกรรมต่ างๆ ของชุมชน
                          ื ่
(๕) การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกษา)
   - ชุมชนควรมีบทบาทในการส่ งเสริมการศึกษา เช่ น มีกองทุนเพือการศึกษาเล่ าเรียนให้ แก่
                                                                   ่
   เยาวชนของชมชนเอง
(๖) สังคมและศาสนา - ชุมชนควรเป็ นทีรวมในการพัฒนาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็ น
                                           ่
   ทียดเหนี่ยว โดยกิจกรรมทั้งหมดดังกล่ าวข้ างต้ น จะต้ องได้ รับความร่ วมมือจากทุกฝ่ ายที่
     ่ึ
   เกียวข้ อง ไม่ ว่าส่ วนราชการ องค์ กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้นเป็ นสาคัญ
      ่
ทฤษฎีใหม่ ข้ ันทีสาม
                                                 ่

 เมือดาเนินการผ่านพ้นขั้นทีสองแล้ ว เกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้ าวหน้ า
      ่                        ่
 ไปสู่ ข้นทีสามต่ อไป คือติดต่ อประสานงาน เพือจัดหาทุน หรือแหล่ งเงิน เช่ น ธนาคาร
         ั ่                                 ่
 หรือบริษท ห้ างร้ านเอกชน มาช่ วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวต ทั้งนี้ ทั้งฝ่ าย
             ั                                                      ิ
 เกษตรกรและฝ่ ายธนาคาร หรือบริษัทเอกชนจะได้ รับประโยชน์ ร่วมกัน กล่ าวคือ
 - เกษตรกรขายข้ าวได้ ราคาสู ง (ไม่ ถูกกดราคา)
 - ธนาคารหรือบริษัทเอกชนสามารถซือข้ าวบริโภคในราคาตา (ซื้อข้ าวเปลือกตรงจาก
                                        ้                   ่
 เกษตรกรและมาสีเอง)
 - เกษตรกรซือเครื่องอุปโภคบริโภคได้ ในราคาตา เพราะรวมกันซือเป็ นจานวนมาก
                 ้                             ่              ้
 (เป็ นร้ านสหกรณ์ ราคาขายส่ ง)
 - ธนาคารหรือบริษทเอกชน จะสามารถกระจายบุคลากร เพือไปดาเนินการในกิจกรรม
                      ั                                   ่
 ต่ างๆ ให้ เกิดผลดี
กรณีศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงทีใช้ คณิตศาสตร์ บริหารจัดการทีดินและ
                                 ่                            ่
   นาเพือการเกษตรตามแนว การเกษตรทฤษฏีใหม่
    ้ ่

1.การบริหารจัดการทีดนและนาเพือการเกษตรตามแนว การเกษตรทฤษฏีใหม่ มีอย่ างไร
                         ่ ิ         ่
  พืนทีปลูกข้ าว 30 % พืนทีปลูกพืชผักผลไม้ 30 % พืนทีเ่ ป็ นแหล่ งนา 30 %
    ้ ่                          ้ ่                          ้               ้
  พืนทีเ่ ป็ นทีอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 10 %
     ้          ่              ้
2.ตามแนวการเกษตรทฤษฏีใหม่ หากเรามีทดน 40 ไร่ เราจะแบ่ งทีดนสาหรับปลูกข้ าว
                                            ี่ ิ                      ่ ิ
  ปลูกพืชผักผลไม้ เป็ นแหล่ งนา เป็ นทีอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ เป็ นพืนทีอย่ างละกีไร่
                                   ้    ่             ้              ้ ่          ่
ทักษะการคิด

• การหาพืนทีปลูกข้ าว
                 ้ ่
       พืนที่ 100 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ไร่
         ้                    ้ ่
       พืนที่ 1 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ÷ 100
           ้               ้ ่
       พืนที่ 40 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่
             ้              ้ ่
  พืนทีปลูกข้ าว 12 ไร่
      ้ ่
• การหาพืนทีพชผักผลไม้ คิดเช่ นเดียวกัน
                ้ ่ ื
  พืนทีปลูกผักผลไม้ 30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่
     ้ ่
• การหาพืนทีแหล่ งนา คิดเช่ นเดียวกัน
               ้ ่
  พืนทีแหล่ งนา
    ้ ่              ้  30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่
• การหาพืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์
              ้ ่ ี่         ้
  พืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 10 ÷ 100 × 40 = 4 ไร่
     ้ ่ ี่              ้
  รวมพืนทีท้งหมด
           ้ ่ ั
  ปลูกข้ าว 12 ไร่
  พืนทีปลูกผักผลไม้ 12 ไร่
      ้ ่
  พืนทีแหล่ งนา 12 ไร่
    ้ ่          ้
  พืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 4 ไร่
       ้ ่ ี่              ้
          รวมพืนทีท้งหมด 12+12+12+4=40 ไร่
                   ้ ่ ั
คณะผู้จัดทา
ด.ช. ธัชชัย       ปานทอง            เลขที่ 4    ม.3/16
ด.ช. ธีรพล        ธิอุด             เลขที่ 5    ม.3/16
ด.ช. ลภัชพล       นิมมานเกียรติกล
                                ุ   เลขที่ 7    ม.3/16
ด.ญ. ธนพร         ศรีวกล
                       ิุ           เลขที่ 21   ม.3/16
ด.ญ. ธัญกร        ชิวารักษ์         เลขที่ 23   ม.3/16
ด.ญ. ปวริศา       นพรัตน์           เลขที่ 28   ม.3/16
ด.ญ. พิมพ์ สิริ   เลืองฤทธิวุฒิ
                     ่              เลขที่ 30   ม.3/16

เศรษฐกิจพอเพียง

  • 1.
  • 2.
    “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็ นปรัชญาทีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ ่ ราชดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนินชีวตแก่ พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่ า ๒๕ ิ ปี ตั้งแต่ ก่อนวิกฤติการณ์ ทางเศรษฐกิจ และเมือภายหลังได้ ทรงเน้ นยาแนวทางการ ่ ้ แก้ ไขเพือให้ รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้ อย่ างมันคงและยังยืนภายใต้ กระแส ่ ่ ่ โลกาภิวฒน์ และความเปลียนแปลงต่ าง ๆ ั ่
  • 3.
    ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็ นปรัชญาชีถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัตตนของประชาชน ้ ิ ในทุกระดับตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและ บริหารประเทศให้ ดาเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพือให้ ก้าว ่ ทันต่ อโลกยุคโลกาภิวตน์ ั ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจาเป็ นที่ จะต้ องมีระบบภูมค้ มกันในตัวทีดพอสมควรต่ อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการ ิุ ่ ี เปลียนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนีจะต้ องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และ ่ ้ ความระมัดระวังอย่ างยิง ในการนาวิชาการต่ าง ๆ มาใช้ ในการวางแผนและการดาเนินการ ่ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้ องเสริมสร้ างพืนฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะ ้ เจ้ าหน้ าทีของรัฐนักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้ มสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ่ ี สุ จริตและให้ มความรอบรู้ ทเี่ หมาะสม ดาเนินชีวตด้ วยความอดทน ความเพียร มีสติ ี ิ ปัญญา และความรอบคอบ เพือให้ สมดุลและพร้ อมต่อการรองรับการเปลียนแปลงอย่ าง ่ ่ รวดเร็วและกว้ างขวางทั้งด้ านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้ อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็ นอย่ างดี
  • 4.
    • กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็ น โดยมีพนฐานื้ มาจากวิถีชีวตดั้งเดิมของสั งคมไทย สมารถนามาประยุกต์ ใช้ ได้ตลอดเวลา และเป็ นการมองโลกเชิง ิ ระบบที่มีการเปลียนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้ นการรอดพ้ นจากภัย และวิกฤต เพือความมั่นคง และ ่ ่ ความยังยืน ของการพัฒนา ่ • คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ ใช้ กับการปฏิบัติตนได้ ในทุกระดับโดยเน้ นการ ปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่ างเป็ นขั้นตอน • คานิยาม ความพอเพียงจะต้ องประกอบด้วย ๓ คุณลักษณะ พร้ อม ๆ กัน ดังนี้ • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่ น้อยเกินไปและไม่ มากเกินไปโดยไม่ เบียดเบียนตนเองและ ผู้อน เช่ นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ื่ • ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสิ นใจเกียวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้ องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล ่ โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกียวข้ องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่ าจะเกิดขึนจากการกระทานั้น ๆ อย่าง ่ ้ รอบคอบ • การมีภูมิค้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้ พร้ อมรับผลกระทบและการเปลียนแปลงด้ านต่ าง ๆ ุ ่ ที่จะเกิดขึนโดยคานึงถึงความเป็ นไปได้ของสถานการณ์ ต่ าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึนในอนาคตทั้งใกล้และ ้ ้ ไกล
  • 5.
    เงือนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่ างๆ ให้ อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้ อง ่ อาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็ นพืนฐาน กล่ าวคือ ้ -เงือนไขความรู้ ประกอบด้ วย ความรอบรู้ เกียวกับวิชาการต่ าง ๆ ทีเ่ กียวข้ อง ่ ่ ่ อย่ างรอบด้ าน ความรอบคอบทีจะนาความรู้ เหล่ านั้นมาพิจารณาให้ เชื่อมโยงกัน เพือ ่ ่ ประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ -เงือนไขคุณธรรม ทีจะต้ องเสริมสร้ างประกอบด้ วย มีความตระหนักใน ่ ่ คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้ สติปัญญาในการ ดาเนินชีวต ิ แนวทางปฏิบัต/ผลทีคาดว่ าจะได้ รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ิ ่ มาประยุกต์ ใช้ คือ การพัฒนาทีสมดุลและยังยืน พร้ อมรับต่อการเปลียนแปลงในทุก ่ ่ ่ ด้ าน ทั้งด้ านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้ อม ความรู้ และเทคโนโลยี
  • 6.
    หลักการนาเอาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในชีวตประจาวัน ิ การนาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวตประจาวัน คือการใช้ จ่ายในชีวตประจาวัน ไม่ ใช้ ิ ิ จ่ ายในเรื่องทีเ่ ห็นว่ าไม่ จาเป็ น มีการจัดสรรค่ าใช้ จ่ายในแต่ ละวัน แบ่ งเงินส่ วนหนึ่งไว้ ใช้ จ่ ายในยามฉุกเฉิน รวมถึงนาเงินทีเ่ หลือทีได้ จากค่ าขนมและค่ าใช้ จ่ายในแต่ ละวันมาออมไว้ ่ ทาให้ ข้าพเจ้ าไม่ ต้องรบกวนเงินของบิดามารดา อีกประการหนึ่งข้ าพเจ้ าจะใช้ สิ่งของทุกชิ้น อย่ างรู้ คุณค่ า โดยมีการคิดคานวณก่ อนทีจะซื้อของสิ่งๆหนึ่งว่ าสิ่งของนั้นๆสามารถใช้ ได้ นาน ่ แค่ ไหน คุ้มหรือไม่ กบการซือในแต่ ละครั้ง การกระทานีนอกจากจะได้ ของใช้ ทมี ั ้ ้ ี่ ประสิทธิภาพแล้ วยังเป็ นการประหยัดเงินและตรงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวภูมพลอดุลยเดชมหาราชพ่อหลวงของเราอีกด้ วย ิ
  • 7.
    ตัวอย่างการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ในชีวตประจาวัน ิ 1.การไม่ ใช้ จ่ายฟุ่ มเฟื อย - ไม่ ใช้ จ่ายเงินเกินความจาเป็ น ไม่ ใช้ จ่ายสิ้นเปลือง เช่ น การ ซื้อของทีไม่ จาเป็ น พวกสิ่งของทีไร้ ประโยชน์ หาคุณค่ าไม่ ได้ เมือเราไม่ ใช้ จ่ายฟุ่ มเฟื อย ่ ่ ่ แล้ ว เงินทีเ่ หลือฉันก็เก็บ หยอดใส่ กระปุก เพือเป็ นการประหยัดภายในครอบครัว ไม่ นา ่ เงินไปใช้ เกินวัยของตนเอง 2.การใช้ นาหรือไฟ อย่ างประหยัด - ใช้ นาให้ รู้ คุณค่ า ไม่ เปิ ดนาทิงไว้ หรือ ปิ ดนาให้ สนิท ้ ้ นาทีเ่ หลือจากการล้ างผลไม้ อาหาร จะนาไปรดต้นไม้ และไฟ ไม่ เปิ ดไฟนอน และปิ ด เครื่องใช้ ไฟฟาให้ สนิท ด้ วยการถอดปลัก และเมือไม่ อยู่บ้าน สารวจว่ ามีเครื่องใช้ ไฟฟา ้ ๊ ่ ้ ใดบ้ างทียงไม่ ได้ ปิด จะปิ ดให้ สนิท ่ั 3.การหารายได้ เข้ าครอบครัว - ช่ วยพ่ อแม่ ทางาน เพือนาไปขาย และปลูกผักนาไปขาย ่ เพือหารายได้ เข้ าครอบครัว และเมือหารายได้ มาแล้ ว จะไม่ นาเงินไปใช้ จ่ายในสิ่งที่ ่ ่ สุ ร่ ุยสุ ร่าย พร้ อมทั้งทาบัญชีรายรับ-รายจ่ าย เพือรู้ การใช้ จ่ายภายในครอบครัว เป็ นการรู้ ่ ว่ าภาวะทางการเงินภายในครอบครัวของฉันนั้น เป็ นอย่ างไรบ้ างอะไรทีมนไม่ จาเป็ นหรือ ่ ั เป็ นสิ่งทีทาให้ ครอบครัวต้ องมาสิ้นเปลือง ่
  • 8.
    เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับบุคคลทัวไป เศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชน์ ต่อประชาชน ่ ทุกคนไม่ ใช่ เฉพาะแต่ เกษตรกรเท่ านั้น แต่ ประชาชนโดยทัวไปไม่ ว่านิสิต นักศึกษา นักเรียน ่ ข้ าราชการ พนักงานบริษัทก็สามารถนาหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ใช้ ในการ เรียน การทางาน ตลอดจนการดาเนินชีวตประจาวันได้ ซึ่งสามารถกระทาได้ ดงนี้ ิ ั · ควรยึดหลักความประหยัด ตัดทอนค่ าใช้ จ่ายในทุกด้ าน และสละความฟุ่ มเฟื อยในการดารง ชีพอย่ างจริงจัง · ควรประกอบอาชีพด้ วยความสุ จริตและถูกต้ อง แม้ จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนในการดารง ชีพก็ตาม · ควรลดละการแก่ งแย่ งผลประโยชน์ และการแข่ งบันทางการค้ าขาย ตลอดจนการประกอบ อาชีพทีมการต่ อสู้ อย่ างรุนแรง ่ ี · ควรขวนขวายใฝ่ หาความรู้ ให้ มรายได้ เพิมพูนขึนจนถึงขั้นพอเพียงในการดารงชีวตเป็ น ี ่ ้ ิ เป้ าหมายสาคัญ เศรษฐกิจพอเพียงสาหรับเกษตรกร แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์ ต่ อเกษตรกรเป็ นอย่ างมาก
  • 9.
    พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัวได้ พระราชทานแนวคิดทีเ่รียกว่ า “การเกษตร ทฤษฎีใหม่” เพือส่ งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้ มความรู้ ความเข้ าใจ ตลอดจน ่ ี สามารถนาไปประยุกต์ ใช้ ในการประกอบอาชีพ โดยจะต้ องตั้งอยู่บนพืนฐาน ้ หลักการทฤษฎีใหม่ สาหรับเกษตรกรนั้น แนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงตาม แนวพระราชดาริจะตั้งอยู่บนพืนฐานหลักการ “ทฤษฎีใหม่” 3 ขึนคือ ้ ้  ขั้นทีหนึ่ง มีความพอเพียงเลียงตัวเองได้ บนพืนฐานของความประหยัด ขจัดการใช้ ่ ้ ้ จ่ าย  ขั้นทีสอง รวมพลังกันในรู ปกลุ่ม เพือทาการผลิต การตลาด การจัดการ รวมทั้งด้ าน ่ ่ สวัสดิการ การศึกษา และการพัฒนาสังคม  ขั้นทีสาม สร้ างเครือข่ ายกลุ่มอาชีพและขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ หลากหลาย ่ โดยประสานความร่ วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคองค์ กรพัฒนา ภาคเอกชน และภาครัฐ ในด้ านเงินทุน การตลาด การผลิต การจัดการและข่ าวสารข้ อมูล
  • 11.
    เศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับคณิตศาสตร์ การดาเนินชีวตตามแนวพระราชดาริ ิ พอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว ทรงเข้ าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมือได้ ่ พระราชทานแนวพระราชดาริ หรือพระบรมราโชวาทในด้ านต่ างๆ จะทรงคานึงถึงวิถี ชีวต สภาพสังคมของประชาชนด้ วย เพือไม่ ให้ เกิดความขัดแย้ งทางความคิด ทีอาจ ิ ่ ่ นาไปสู่ ความขัดแย้ งในทางปฏิบัตได้ิ แนวพระราชดาริในการดาเนินชีวตแบบพอเพียง ิ ๑. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่ าใช้ จ่ายในทุกด้ าน ลดละความฟุ่ มเฟื อยในการใช้ ชีวติ ๒. ยึดถือการประกอบอาชีพด้ วยความถูกต้ อง ซื่อสัตย์ สุจริต ๓. ละเลิกการแก่ งแย่ งผลประโยชน์ และแข่ งขันกันในทางการค้ าแบบต่ อสู้ กนอย่ างรุนแรง ั ๔. ไม่หยุดนิ่งทีจะหาทางให้ ชีวตหลุดพ้ นจากความทุกข์ ยาก ด้ วยการขวนขวายใฝ่ หา ่ ิ ความรู้ ให้ มรายได้ เพิมพูนขึน จนถึงขั้นพอเพียงเป็ นเป้ าหมายสาคัญ ี ่ ้ ๕. ปฏิบัตตนในแนวทางทีดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา ิ ่
  • 12.
    ความสาคัญของทฤษฎีใหม่ ๑. มีการบริหารและจัดแบ่ งทีดนแปลงเล็กออกเป็นสัดส่ วนทีชัดเจน เพือประโยชน์ ่ ิ ่ ่ สู งสุ ดของเกษตรกร ซึ่งไม่ เคยมีใครคิดมาก่ อน ๒. มีการคานวณโดยใช้ หลักวิชาการเกียวกับปริมาณนาทีจะกักเก็บให้ พอเพียงต่ อการ ่ ้ ่ เพาะปลูกได้ อย่ างเหมาะสมตลอดปี ๓. มีการวางแผนทีสมบูรณ์ แบบสาหรับเกษตรกรรายย่ อย โดยมีถง ๓ ขั้นตอน ่ ึ
  • 13.
    ทฤษฎีใหม่ ข้ ันต้น ให้ แบ่ งพืนทีออกเป็ น ๔ ส่ วน ตามอัตราส่ วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ ้ ่ ซึ่งหมายถึง  พืนทีส่วนทีหนึ่ง ประมาณ ๓๐% ให้ ขุดสระเก็บกักนาเพือใช้ เก็บกักนาฝนในฤดูฝน และใช้ ้ ่ ่ ้ ่ ้ เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ ง ตลอดจนการเลียงสัตว์ และพืชนาต่ างๆ ้ ้  พืนทีส่วนทีสอง ประมาณ ๓๐% ให้ ปลูกข้ าวในฤดูฝนเพือใช้ เป็ นอาหารประจาวันสาหรับ ้ ่ ่ ่ ครอบครัวให้ เพียงพอตลอดปี เพือตัดค่ าใช้ จ่ายและสามารถพึงตนเองได้ ่ ่  พืนทีส่วนทีสาม ประมาณ ๓๐% ให้ ปลูกไม้ ผล ไม้ ยนต้ น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ ้ ่ ่ ื เพือใช้ เป็ นอาหารประจาวัน หากเหลือบริโภคก็นาไปจาหน่ าย ่  พืนทีส่วนทีสี่ ประมาณ ๑๐% เป็ นทีอยู่อาศัย เลียงสัตว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอืนๆ ้ ่ ่ ่ ้ ่ ทฤษฎีใหม่ ข้นทีสอง เมือเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ปฏิบัตในทีดนของตนจน ั ่ ่ ิ ่ ิ ได้ ผลแล้ ว ก็ต้องเริ่มขั้นทีสอง คือให้ เกษตรกรรวมพลังกันในรู ป กลุ่ม หรือ สหกรณ์ ร่ วม ่ แรงร่ วมใจกันดาเนินการในด้ าน
  • 14.
    ทฤษฎีใหม่ข้นทีสอง ั ่ เมือเกษตรกรเข้ าใจในหลักการและได้ ปฏิบัตในทีดนของตนจนได้ ผลแล้ ว ก็ต้องเริ่ม ่ ิ ่ ิ ขั้นทีสอง คือให้ เกษตรกรรวมพลังกันในรูป กลุ่ม หรือ สหกรณ์ ร่ วมแรงร่ วมใจกัน ่ ดาเนินการในด้ านต่ างๆคือ (๑) การผลิต (พันธุ์พช เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ) ื - เกษตรกรจะต้ องร่ วมมือในการผลิต โดยเริ่ม ตั้งแต่ ข้นเตรียมดิน การหาพันธุ์พช ั ื ปุ๋ ย การจัดหานา และอืนๆ เพือการเพาะปลูก ้ ่ ่ (๒) การตลาด (ลานตากข้ าว ยุ้ง เครื่องสีข้าว การจาหน่ ายผลผลิต) - เมือมีผลผลิตแล้ ว จะต้ องเตรียมการต่ างๆ เพือการขายผลผลิตให้ ได้ ประโยชน์ ่ ่ สู งสุ ด เช่ น การเตรียมลานตากข้ าวร่ วมกัน การจัดหายุ้งรวบรวมข้ าว เตรียมหาเครื่อง สีข้าว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลิตให้ ได้ ราคาดีและลดค่ าใช้ จ่ายลงด้ วย
  • 15.
    (๓) การเป็ นอยู่(กะปิ นาปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ ม ฯลฯ) ้ - ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้ องมีความเป็ นอยู่ทดพอสมควร โดยมีปัจจัยพืนฐานในการ ี่ ี ้ ดารงชีวต เช่ น อาหารการกินต่ างๆ กะปิ นาปลา เสื้อผ้า ทีพอเพียง ิ ้ ่ (๔) สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู้) - แต่ ละชุมชนควรมีสวัสดิภาพและบริการทีจาเป็ น เช่ น มีสถานีอนามัยเมือยามป่ วยไข้ ่ ่ หรือมีกองทุนไว้ ก้ ูยมเพือประโยชน์ ในกิจกรรมต่ างๆ ของชุมชน ื ่ (๕) การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกษา) - ชุมชนควรมีบทบาทในการส่ งเสริมการศึกษา เช่ น มีกองทุนเพือการศึกษาเล่ าเรียนให้ แก่ ่ เยาวชนของชมชนเอง (๖) สังคมและศาสนา - ชุมชนควรเป็ นทีรวมในการพัฒนาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็ น ่ ทียดเหนี่ยว โดยกิจกรรมทั้งหมดดังกล่ าวข้ างต้ น จะต้ องได้ รับความร่ วมมือจากทุกฝ่ ายที่ ่ึ เกียวข้ อง ไม่ ว่าส่ วนราชการ องค์ กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้นเป็ นสาคัญ ่
  • 16.
    ทฤษฎีใหม่ ข้ ันทีสาม ่  เมือดาเนินการผ่านพ้นขั้นทีสองแล้ ว เกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้ าวหน้ า ่ ่ ไปสู่ ข้นทีสามต่ อไป คือติดต่ อประสานงาน เพือจัดหาทุน หรือแหล่ งเงิน เช่ น ธนาคาร ั ่ ่ หรือบริษท ห้ างร้ านเอกชน มาช่ วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวต ทั้งนี้ ทั้งฝ่ าย ั ิ เกษตรกรและฝ่ ายธนาคาร หรือบริษัทเอกชนจะได้ รับประโยชน์ ร่วมกัน กล่ าวคือ - เกษตรกรขายข้ าวได้ ราคาสู ง (ไม่ ถูกกดราคา) - ธนาคารหรือบริษัทเอกชนสามารถซือข้ าวบริโภคในราคาตา (ซื้อข้ าวเปลือกตรงจาก ้ ่ เกษตรกรและมาสีเอง) - เกษตรกรซือเครื่องอุปโภคบริโภคได้ ในราคาตา เพราะรวมกันซือเป็ นจานวนมาก ้ ่ ้ (เป็ นร้ านสหกรณ์ ราคาขายส่ ง) - ธนาคารหรือบริษทเอกชน จะสามารถกระจายบุคลากร เพือไปดาเนินการในกิจกรรม ั ่ ต่ างๆ ให้ เกิดผลดี
  • 17.
    กรณีศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงทีใช้ คณิตศาสตร์ บริหารจัดการทีดินและ ่ ่ นาเพือการเกษตรตามแนว การเกษตรทฤษฏีใหม่ ้ ่ 1.การบริหารจัดการทีดนและนาเพือการเกษตรตามแนว การเกษตรทฤษฏีใหม่ มีอย่ างไร ่ ิ ่ พืนทีปลูกข้ าว 30 % พืนทีปลูกพืชผักผลไม้ 30 % พืนทีเ่ ป็ นแหล่ งนา 30 % ้ ่ ้ ่ ้ ้ พืนทีเ่ ป็ นทีอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 10 % ้ ่ ้ 2.ตามแนวการเกษตรทฤษฏีใหม่ หากเรามีทดน 40 ไร่ เราจะแบ่ งทีดนสาหรับปลูกข้ าว ี่ ิ ่ ิ ปลูกพืชผักผลไม้ เป็ นแหล่ งนา เป็ นทีอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ เป็ นพืนทีอย่ างละกีไร่ ้ ่ ้ ้ ่ ่
  • 18.
    ทักษะการคิด • การหาพืนทีปลูกข้ าว ้ ่ พืนที่ 100 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ไร่ ้ ้ ่ พืนที่ 1 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ÷ 100 ้ ้ ่ พืนที่ 40 ไร่ เป็ นพืนทีปลูกข้ าว 30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่ ้ ้ ่ พืนทีปลูกข้ าว 12 ไร่ ้ ่ • การหาพืนทีพชผักผลไม้ คิดเช่ นเดียวกัน ้ ่ ื พืนทีปลูกผักผลไม้ 30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่ ้ ่ • การหาพืนทีแหล่ งนา คิดเช่ นเดียวกัน ้ ่ พืนทีแหล่ งนา ้ ่ ้ 30 ÷ 100 × 40 = 12 ไร่
  • 19.
    • การหาพืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ ้ ่ ี่ ้ พืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 10 ÷ 100 × 40 = 4 ไร่ ้ ่ ี่ ้ รวมพืนทีท้งหมด ้ ่ ั ปลูกข้ าว 12 ไร่ พืนทีปลูกผักผลไม้ 12 ไร่ ้ ่ พืนทีแหล่ งนา 12 ไร่ ้ ่ ้ พืนทีทอยู่อาศัยและเลียงสัตว์ 4 ไร่ ้ ่ ี่ ้ รวมพืนทีท้งหมด 12+12+12+4=40 ไร่ ้ ่ ั
  • 20.
    คณะผู้จัดทา ด.ช. ธัชชัย ปานทอง เลขที่ 4 ม.3/16 ด.ช. ธีรพล ธิอุด เลขที่ 5 ม.3/16 ด.ช. ลภัชพล นิมมานเกียรติกล ุ เลขที่ 7 ม.3/16 ด.ญ. ธนพร ศรีวกล ิุ เลขที่ 21 ม.3/16 ด.ญ. ธัญกร ชิวารักษ์ เลขที่ 23 ม.3/16 ด.ญ. ปวริศา นพรัตน์ เลขที่ 28 ม.3/16 ด.ญ. พิมพ์ สิริ เลืองฤทธิวุฒิ ่ เลขที่ 30 ม.3/16