ประเภท
กรรมฐานในทาง
พระพุทธศาสนา
สมถกรรมฐาน ฝึกจิตให้
สงบ มั่นคง พร้อมใช้งาน
วิปัสสนากรรมฐาน ฝึกจิต
ให้เกิดปัญญา รู้เห็นตาม
ความเป็นจริง ละ ปล่อยวาง
กรรมฐานในพระพุทธศาสนา
•จุดมุ่งหมาย
•อารมณ์กรรมฐาน
•วิธีการปฏิบัติ
•ผลการปฏิบัติ
สมถกรรมฐาน
• จุดมุ่งหมาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกจิตให้เกิดความ
สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน แน่วแน่ ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว พร้อม
ใช้งาน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเจริญวิปัสสนา
อารมณ์ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ท่านรวบรวมอารมณ์
สมถกรรมฐานไว้เป็นหมวดหมู่ ๔๐ อย่าง ได้แก่
- กสิณ ๑๐ - อสุภะ ๑๐ - อนุสสติ ๑๐
- พรหมวิหาร ๔ - อรูป ๔
- อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ - จตุธาตุววัตถาน ๑
• วิธีการปฏิบัติ ประคองจิตให้แนบแน่นอยู่กับอารมณ์
อย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาอารมณ์ ๔๐ อย่าง จนจิต
แนบสนิทอยู่กับอารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่าน ซัดส่าย คิดเรื่องอื่น
• ผลของการปฏิบัติ เมื่อจิตตั้งมั่นแน่วแน่เป็นสมาธิแล้ว
จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า ฌาน แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท
คือ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ รวมเรียกว่า สมาบัติ ๘
• และเกิดผลพลอยได้พิเศษ เรียกว่า อภิญญา ๕ ได้แก่
- แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ - หูทิพย์ - ตาทิพย์
- รู้วาระจิตของผู้อื่น - ระลึกชาติได้
วิปัสสนากรรมฐาน
• จุดมุ่งหมาย เพื่อให้เกิดปัญญาทรู้เห็นตามความเป็น
จริง (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
• อารมณ์ มีรูปนาม ขันธ์ ๕ (วิปัสสนาภูมิ ๖) เป็น
อารมณ์
• วิธีการปฏิบัติ ใช้สติปัญญากาหนดรู้เท่าทันอารมณ์
ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามเป็นจริงแล้ว ปล่อย ละ วาง
• ผลของการปฏิบัติ ญาณ วิชชา มรรค ผล นิพพาน
• วิปัสสนากรรมฐาน เป็นวิธีการฝึกจิตให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่ง
ต่าง ๆ อย่างมีสติสัมปชัญญะ เพื่อป้องกันกาจัดกิเลสไม่ให้เกิดขึ้น
ในขันธสันดานและเพื่อกาจัดอนุสัยกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจให้หมด
ไป
• ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานเต็มที่แล้วจะเกิดผลคือยถาภูตญาทัส
สนะ กล่าวคือปัญญาที่รู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริงว่า
“สรรพสิ่งล้วนตกอยู่ในลักษณะ ๓ ประการ คือ ไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ เป็นอนัตตา”
• เมื่อพิจารณาเห็นดังนี้แล้วจิตก็จะปล่อยวางไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น
ด้วยอานาจอุปาทานในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สามารถกาจัดกิเลส
ได้อย่างถาวร บรรลุมรรค ผล นิพพาน จิตเข้าถึงสภาวะที่บริสุทธิ์
อารมณ์กรรมฐาน
• อารมณ์ หมายถึง สิ่งที่จิตยึดเหนี่ยวในขณะเจริญกรรมฐาน
หรือ สิ่งที่เป็นอุปกรณ์ใช้สาหรับทากรรมฐาน
• อารมณ์ของสมถกรรมฐาน ท่านรวบรวมไว้ ๔๐ อย่าง คือ
• หมวดกสิณ ๑๐ วัตถุอันจูงใจ หรือกัมมัฏฐานที่ใช้วัตถุสาหรับ
เพ่งเพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เป็นต้น
• หมวดอสุภะ ๑๐ พิจารณาซากศพที่อยู่ในสภาพต่าง ๆ โดย
ความไม่งามเป็นอารมณ์ เช่น อุทธุมาตกะ พิจารณาซากศพที่
เน่าพองขึ้นอืด เป็นต้น
• หมวดอนุสสติ ๑๐ อารมณ์ที่ควรระลึกถึงเนือง ๆ เช่น พุทธานุสสติ
ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า เป็นต้น
• หมวดอัปปมัญญา หรือ พรหมวิหาร ๔ ธรรมที่พึงแผ่ไปยังสรรพ
สัตว์ไม่มีประมาณไม่จากัดขอบเขต เช่น เมตตา แผ่ความปรารถนาดี
ไปยังสรรพสัตว์
• หมวดอาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ ความสาคัญในอาหารว่าเป็นของปฏิกูล
• หมวดจตุธาตุววัตถาน ๑ การกาหนดร่างกายโดยความเป็นธาตุ ๔
• หมวดอรูป ๔ กรรมฐานที่กาหนดเอาสิ่งที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ เช่น
อากาสานัญจายตนะ กาหนดที่ว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ เป็นต้น
อารมณ์ของวิปัสสนากรรมฐาน
• ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคท่านรวบรวมไว้เป็น ๖ หมวด คือ
• หมวดขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
• หมวดอายตนะ ๑๒ ได้แก่ ภายใน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ภายนอก รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์
• หมวดธาตุ ๑๘ เช่น จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น
• หมวดอินทรีย์ ๒๒ เช่น จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ เป็นต้น
• หมวดอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมทัย นิโรธ มรรค
• หมวดปฏิจจสมุปบาท ๑๒ เช่น อวิชชา สังขาร วิญญาณ เป็นต้น
จุดมุ่งหมายของกรรมฐาน
ก. จุดมุ่งหมายของสมถกรรมฐาน
• ปฏิบัติเพื่อให้จิตเกิดสมาธิสงบ แน่วแน่ ตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน
จนสามารถระงับนิวรณ์ ๕ คือ
• ๑ กามฉันทะ ความพอใจในกาม
• ๒ พยาบาท ความคิดร้ายขัดเคืองใจ
• ๓ ถีนมิทธะ ความท้อแท้หดหู่
• ๔ อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านราคาญใจ
• ๕ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย
• สมาธิที่ระงับนิวรณ์ ๕ ได้จนเข้าถึงความสงบระดับฌานนั้นจะมี
ระดับที่ต่าง กันโดยถือเอาความละเอียดของจิตเป็นข้อแบ่งแยกดังนี้
• สมาธิที่เกิดจากการกาหนดสิ่งที่มีรูปร่างเป็นอารมณ์ เรียกว่า รูปฌาน
๔ มีระดับความละเอียดของจิต ดังนี้
๑. ปฐมฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๕ อย่างคือ วิตก วิจาร ปีติ สุข
เอกัคคตา
๒. ทุติยฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๓ อย่างคือ ปีติ สุข
เอกัคคตา
๓. ตติยฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ สุข เอกัคคตา
๔. จตุตถฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ อุเบกขา
เอกัคคตา
• สมาธิที่เกิดจากการกาหนดสิ่งที่ไม่มีรูปร่างเป็นอารมณ์
เรียกว่า อรูปฌาน ๔ มีระดับความละเอียดของจิต ดังนี้
๑ อากาสานัญจายตนะ ฌานอันกาหนดอากาศคือช่องว่างหา
ที่สุดมิได้เป็นอารมณ์
๒ วิญญานัญจายตนะ ฌานอันกาหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้เป็น
อารมณ์
๓ อากิญจัญญายตนะ ฌานอันกาหนดภาวะที่ไม่มีอะไร ๆ เป็น
อารมณ์
๔ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฌานที่เข้าถึงภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่
ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
อภิญญา ความรู้ความสามารถพิเศษเหนือธรรมดา
• นอกจากนี้ผู้เจริญสมถกรรมฐานจนสามารถทาฌานให้เกิดขึ้น
แล้วยังจะได้รับผลพลอยได้คือความสามารถพิเศษซึ่งเรียกว่า
อภิญญา ๕ อย่าง ได้แก่
• (๑) แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้
• (๒) มีหูทิพย์
• (๓) กาหนดรู้ใจคนอื่นได้
• (๔) ระลึกชาติได้
• (๕) มีตาทิพย์
ข. จุดมุ่งหมายของวิปัสสนากรรมฐาน
• วิปัสสนากรรมฐาน เป็นวิธีการฝึกจิตให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ
อย่างมีสติสัมปชัญญะ เพื่อป้องกันกาจัดกิเลสไม่ให้เกิดขึ้นในขันธ
สันดานและเพื่อกาจัดอนุสัยกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจให้หมดไป
• ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานเต็มที่แล้วจะเกิดผลคือยถาภูตญาทัสสนะ
กล่าวคือปัญญาที่รู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริงว่าสรรพสิ่งล้วน
ตกอยู่ในลักษณะ ๓ ประการ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
• เมื่อพิจารณาเห็นดังนี้แล้วจิตก็จะปล่อยวางไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น
ด้วยอานาจอุปาทานในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สามารถกาจัดกิเลสได้
อย่างถาวร บรรลุมรรค ผล นิพพาน จิตเข้าถึงสภาวะที่บริสุทธิ์

กรรมฐาน (สื่อการสอน ๒) สัปดาห์ที่ ๒

  • 1.
    ประเภท กรรมฐานในทาง พระพุทธศาสนา สมถกรรมฐาน ฝึกจิตให้ สงบ มั่นคงพร้อมใช้งาน วิปัสสนากรรมฐาน ฝึกจิต ให้เกิดปัญญา รู้เห็นตาม ความเป็นจริง ละ ปล่อยวาง
  • 2.
  • 3.
    สมถกรรมฐาน • จุดมุ่งหมาย มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกจิตให้เกิดความ สงบไม่ฟุ้งซ่าน แน่วแน่ ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว พร้อม ใช้งาน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเจริญวิปัสสนา อารมณ์ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ท่านรวบรวมอารมณ์ สมถกรรมฐานไว้เป็นหมวดหมู่ ๔๐ อย่าง ได้แก่ - กสิณ ๑๐ - อสุภะ ๑๐ - อนุสสติ ๑๐ - พรหมวิหาร ๔ - อรูป ๔ - อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ - จตุธาตุววัตถาน ๑
  • 4.
    • วิธีการปฏิบัติ ประคองจิตให้แนบแน่นอยู่กับอารมณ์ อย่างใดอย่างหนึ่งในบรรดาอารมณ์๔๐ อย่าง จนจิต แนบสนิทอยู่กับอารมณ์ ไม่ฟุ้งซ่าน ซัดส่าย คิดเรื่องอื่น • ผลของการปฏิบัติ เมื่อจิตตั้งมั่นแน่วแน่เป็นสมาธิแล้ว จะเกิดสภาวะที่เรียกว่า ฌาน แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔ รวมเรียกว่า สมาบัติ ๘ • และเกิดผลพลอยได้พิเศษ เรียกว่า อภิญญา ๕ ได้แก่ - แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้ - หูทิพย์ - ตาทิพย์ - รู้วาระจิตของผู้อื่น - ระลึกชาติได้
  • 5.
    วิปัสสนากรรมฐาน • จุดมุ่งหมาย เพื่อให้เกิดปัญญาทรู้เห็นตามความเป็น จริง(อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) • อารมณ์ มีรูปนาม ขันธ์ ๕ (วิปัสสนาภูมิ ๖) เป็น อารมณ์ • วิธีการปฏิบัติ ใช้สติปัญญากาหนดรู้เท่าทันอารมณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามเป็นจริงแล้ว ปล่อย ละ วาง • ผลของการปฏิบัติ ญาณ วิชชา มรรค ผล นิพพาน
  • 6.
    • วิปัสสนากรรมฐาน เป็นวิธีการฝึกจิตให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่ง ต่างๆ อย่างมีสติสัมปชัญญะ เพื่อป้องกันกาจัดกิเลสไม่ให้เกิดขึ้น ในขันธสันดานและเพื่อกาจัดอนุสัยกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจให้หมด ไป • ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานเต็มที่แล้วจะเกิดผลคือยถาภูตญาทัส สนะ กล่าวคือปัญญาที่รู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริงว่า “สรรพสิ่งล้วนตกอยู่ในลักษณะ ๓ ประการ คือ ไม่เที่ยง เป็น ทุกข์ เป็นอนัตตา” • เมื่อพิจารณาเห็นดังนี้แล้วจิตก็จะปล่อยวางไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น ด้วยอานาจอุปาทานในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สามารถกาจัดกิเลส ได้อย่างถาวร บรรลุมรรค ผล นิพพาน จิตเข้าถึงสภาวะที่บริสุทธิ์
  • 8.
    อารมณ์กรรมฐาน • อารมณ์ หมายถึงสิ่งที่จิตยึดเหนี่ยวในขณะเจริญกรรมฐาน หรือ สิ่งที่เป็นอุปกรณ์ใช้สาหรับทากรรมฐาน • อารมณ์ของสมถกรรมฐาน ท่านรวบรวมไว้ ๔๐ อย่าง คือ • หมวดกสิณ ๑๐ วัตถุอันจูงใจ หรือกัมมัฏฐานที่ใช้วัตถุสาหรับ เพ่งเพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ เช่น ปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เป็นต้น • หมวดอสุภะ ๑๐ พิจารณาซากศพที่อยู่ในสภาพต่าง ๆ โดย ความไม่งามเป็นอารมณ์ เช่น อุทธุมาตกะ พิจารณาซากศพที่ เน่าพองขึ้นอืด เป็นต้น
  • 9.
    • หมวดอนุสสติ ๑๐อารมณ์ที่ควรระลึกถึงเนือง ๆ เช่น พุทธานุสสติ ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า เป็นต้น • หมวดอัปปมัญญา หรือ พรหมวิหาร ๔ ธรรมที่พึงแผ่ไปยังสรรพ สัตว์ไม่มีประมาณไม่จากัดขอบเขต เช่น เมตตา แผ่ความปรารถนาดี ไปยังสรรพสัตว์ • หมวดอาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ ความสาคัญในอาหารว่าเป็นของปฏิกูล • หมวดจตุธาตุววัตถาน ๑ การกาหนดร่างกายโดยความเป็นธาตุ ๔ • หมวดอรูป ๔ กรรมฐานที่กาหนดเอาสิ่งที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ เช่น อากาสานัญจายตนะ กาหนดที่ว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ เป็นต้น
  • 10.
    อารมณ์ของวิปัสสนากรรมฐาน • ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคท่านรวบรวมไว้เป็น ๖หมวด คือ • หมวดขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ • หมวดอายตนะ ๑๒ ได้แก่ ภายใน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ภายนอก รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ • หมวดธาตุ ๑๘ เช่น จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ เป็นต้น • หมวดอินทรีย์ ๒๒ เช่น จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ เป็นต้น • หมวดอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมทัย นิโรธ มรรค • หมวดปฏิจจสมุปบาท ๑๒ เช่น อวิชชา สังขาร วิญญาณ เป็นต้น
  • 11.
    จุดมุ่งหมายของกรรมฐาน ก. จุดมุ่งหมายของสมถกรรมฐาน • ปฏิบัติเพื่อให้จิตเกิดสมาธิสงบแน่วแน่ ตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน จนสามารถระงับนิวรณ์ ๕ คือ • ๑ กามฉันทะ ความพอใจในกาม • ๒ พยาบาท ความคิดร้ายขัดเคืองใจ • ๓ ถีนมิทธะ ความท้อแท้หดหู่ • ๔ อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านราคาญใจ • ๕ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย
  • 12.
    • สมาธิที่ระงับนิวรณ์ ๕ได้จนเข้าถึงความสงบระดับฌานนั้นจะมี ระดับที่ต่าง กันโดยถือเอาความละเอียดของจิตเป็นข้อแบ่งแยกดังนี้ • สมาธิที่เกิดจากการกาหนดสิ่งที่มีรูปร่างเป็นอารมณ์ เรียกว่า รูปฌาน ๔ มีระดับความละเอียดของจิต ดังนี้ ๑. ปฐมฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๕ อย่างคือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ๒. ทุติยฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๓ อย่างคือ ปีติ สุข เอกัคคตา ๓. ตติยฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ สุข เอกัคคตา ๔. จตุตถฌาน มีธรรมที่เป็นองค์ประกอบ ๒ อย่าง คือ อุเบกขา เอกัคคตา
  • 13.
    • สมาธิที่เกิดจากการกาหนดสิ่งที่ไม่มีรูปร่างเป็นอารมณ์ เรียกว่า อรูปฌาน๔ มีระดับความละเอียดของจิต ดังนี้ ๑ อากาสานัญจายตนะ ฌานอันกาหนดอากาศคือช่องว่างหา ที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ ๒ วิญญานัญจายตนะ ฌานอันกาหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้เป็น อารมณ์ ๓ อากิญจัญญายตนะ ฌานอันกาหนดภาวะที่ไม่มีอะไร ๆ เป็น อารมณ์ ๔ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฌานที่เข้าถึงภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
  • 14.
  • 15.
    ข. จุดมุ่งหมายของวิปัสสนากรรมฐาน • วิปัสสนากรรมฐานเป็นวิธีการฝึกจิตให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ อย่างมีสติสัมปชัญญะ เพื่อป้องกันกาจัดกิเลสไม่ให้เกิดขึ้นในขันธ สันดานและเพื่อกาจัดอนุสัยกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจให้หมดไป • ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานเต็มที่แล้วจะเกิดผลคือยถาภูตญาทัสสนะ กล่าวคือปัญญาที่รู้เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริงว่าสรรพสิ่งล้วน ตกอยู่ในลักษณะ ๓ ประการ คือ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา • เมื่อพิจารณาเห็นดังนี้แล้วจิตก็จะปล่อยวางไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น ด้วยอานาจอุปาทานในสิ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สามารถกาจัดกิเลสได้ อย่างถาวร บรรลุมรรค ผล นิพพาน จิตเข้าถึงสภาวะที่บริสุทธิ์