แนวข้อ สอบ
วิ ช า แ ป ล บ า ลี เ ป็ น ไ ท ย แ ป ล
ไทยเป็น บาลี ๑
๑. การแปลยกศัพท์ขึ้นมาให้เห็นว่า
ศัพท์ใดแปลว่าอย่างไร เรียกว่าการ
แปลอย่างไร
ก. การแปลยกศัพท์
ข. การแปลโดยพยัญชนะ
ค. การแปลโดยอรรถ
ง. ถูกทุกข้อ
๒. การแปลโดยอรรถคื อ การแปล
อย่างไร
ก. แปลโดยพยัญชนะ
ข. แปลโดยรักษารูปไวยากรณ์
ค. แปลเอาใจความเป็นหลัก
ง. แปลโดยยกศัพท์บาลีขึ้นมา
๓. ศั พ ท์ เ ป็ น ศั พ ท์ ใ นบทประธาน
พิเศษ
ก. ปุริโส ข. กญฺญา
ค. ตถา
ง. กุลํ
๔. ประโยคลั ก ขณะเป็ น ประโยคที่
ประกอบรูปมาจากวิภัตติใด
ก. สัตตมีวิภัตติ ข. ฉัฏฐีวิภัตติ
ค. ปัญจมีวิภัตติ ง. ปฐมาวิภัตติ
๕ . ก า ร แ ป ล บ า ลี เ ป็ น ไ ท ย มี กี่
ประเภท
ก. ๑
ข. ๒
ค. ๓
ง. ๔
๖. บทอาลปนะ มี ค วามหมายตาม
ข้อใด
ก. คําที่ใช้สําหรับถาม
ข. คําที่ใช้สําหรับเรียกร้อง
ค. คําที่ใช้สําหรับตอบ
ง. คํา ที่ ใ ช้ สํา หรั บ ขอความช่ ว ย
เหลือ
๗. ยคฺเฆ มีความหมายว่าอย่างไร

ก. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ข. ขอเดชะ
ค. แนะท่านผู้เจริญ
ง. ดูก่อนท่านผู้มีอายุ
๘. ลําดับการแปลบาลีมีกี่ลําดับ
ก. ๗
ข. ๙
ค. ๑๑
ง. ๑๓
๙. การแปลบาลีมีกี่ประเภท
ก. ๑
ข. ๒
ค. ๓
ง. ๔
๑๐. บทใดต่ อ ไปนี้ ที่ ใช้ ลํา ดั บ ร้ อ ง
เรียกทักทายกัน
ก. อาลปนะ
ข. นิบาต
ค. ประธาน
ง . กิ ริ ย า ใ น
ระหว่าง
๑๑. ประโยคแทรก คือข้อใด
ก. ประโยคที่ แ ทรกเข้ า มาระหว่ ง
ประโยคหลัก
ข. ประโยคที่แทรกเข้ามาท้ายบท
ค. บรรดาบทนามบทใดบทหนึ่ ง ที่
อยู่หน้ากิริยาในระหว่าง
ง. บทที่ทําหน้าที่ขยายประธาน
๑ ๒ . ข้ อ ใ ด ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง
ประโยคว่ า นาย ใช้ ใ ห้ พ่ อ ครั ว หุ ง
ข้าวสุก
ก. สามิโก สูทํ โอทนํ ปาจาเปติ ฯ
ข. สามิโก โอทนํ สูทํ ปาจาเปติ ฯ
ค. สามิโก สูทํ ปาจาเปติ โอทนํ ฯ
ง. สามิ โก โอทนํ ปาจาเปติ โอทนํ
ฯ
๑๓. ประโยคแทรกเรียกว่าอะไร
ก. ประโยคที่ แ ทรกเข้ า มาระหว่ า ง
ประโยคหลัก
ข. กิริยาหลักของประโยคซึ่งจะขา
เสียมิได้
2

ค. บทที่เรียงอยู่หน้ากิริยาคุมพากย์
บ้าง
ง. บทกิริยาที่อยู่ในระหว่างประโยค
ต่างๆ
๑ ๔ . ข้ อ ใ ด ห ม า ย ถึ ง บ ท ที่ เ ป็ น
เจ้าของกิริยาในประโยคที่ประกอบ
รูปศัพท์มาจากปฐมาวิภัตติ
ก. บทขยายประธาน
ข. บทประธาน
ค. บทกิริยาในระหว่าง
ง. บทขยายกิริยาในระหว่าง
๑๕. บทอาลปนะ มีกี่ประเภท
ก. ๒
ข. ๓
ค. ๔
ง. ๕
๑๖. บทกิ ริ ย าในระหว่ า ง กิ ริ ย าที่
แจกไม่ได้คือข้อใด
ก. อนฺต
ข. มาน
ค. ตาวี
ง. ตฺวาน
๑๗. บทอาลปนะนิบาต มีกี่ตัว
ก. ๕
ข. ๑๐
ค. ๑๕
ง. ๒๐
๑๘. บทอาลปนะใช้สําหรับอะไร
ก. ถาม
ข. ตะโกน
ค. ทักทาย
ง. บอกกล่าว
๑๙. ข้อใดให้ความหมายการแปล
ยกศัพท์ ได้ถูกต้อง
ก. การแปลเอาใจความเป็นหลัก
ข. การแปลโดยยกศัพท์บาลีขึ้นมา
ให้เห็นว่า ศัพท์ใดแปลว่าอย่างไร
ค. แปลโดยยกศัพท์ แต่ไม่ยกศัพท์
บาลีขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ข้อ ค
๒๐. การแปลบาลี มี ๓ ประเภท
ยกเว้นข้อใด
ก. การแปลยกศัพท์
ข. การแปลโดยพยัญชนะ

ค. การแปลโดยอาศั ย ศั พ ท์ พ ระ
อภิธรรม
ง. การแปลโดยอรรถ
๒๑. ข้อใดคือการแปลโดยอรรถ
ก. แปลแบบรั ก ษารู ป ไวยากรณ์ ไ ว้
ครบ
ข. เหมือนการแปลโดยยกศัพท์ แต่
ไม่ยกศัพท์ขึ้นมา
ค. แปลเอาใจความเป็นหลัก
ง. แปลทีละคํา
๒๒. บทอาลปนะ คือ อะไร
ก. คําที่ใช้สําหรับร้องเรียก
ข. บทขยายประธาน
ค. บทขยายกิริยาในระหว่าง
ง. ประโยคที่แทรกเข้ามา
๒๔. การแปลโดยยกศัพท์ แต่ไปยก
ศัพท์ขึ้นมาให้เห็น เป็นแปลแบบใด
ก. การแปลโดยพยัญชนะ
ข. การแปลโดยอรรถ
ค. การแปลยกศัพท์
ง. การแปลโดยอรรถ การแปลยก
ศัพท์
๒๕. บทอาลปนะ มี ๒ ประเภท คือ
อะไร บ้าง
ก. อาลปนะ บทประธาน
ข. ประโยคอนาทร ประโยค
ลักขณะ
ค. อาลปนะนาม อาลปนะนิบาต
ง. อาลปนะนาม บทกาลสัตตมี
๒๖. ข้อใดอยู่ในลํา ดับการแปลอัน
แรก
ก. อาลปนะ
ข . นิ บ า ต ต้ น
ข้อความ
ค. บทกาลสัตตมี ง. บทประธาน
๒๗. บทกิริยาในระหว่าง คืออะไร
ก. บทที่บอกกาลเวลา
3

ข . บ ท ที่ เ ป็ น เ จ้ า ข อ ง กิ ริ ย า ใ น
ประโยค
ค. บทที่ทำาหน้าที่ขยายประธายของ
ประโยค
ง. บทกิริยาที่อยู่ในระหว่างประโยค
ต่างๆ
๒๘. อ. เจ้ า นาย ยังพ่ อ ครัว ให้ หุ ง
อยู่ ซึ่งข้าวสุก ฯ ข้อใดเรียงถูกต้อง
ก. สามิโก สูทำ โอทนำ ปาจาเปติ ฯ
ข. สามิโก โอทนำ สูทำ ปาจาเปติ ฯ
ค. สามิโก ปาจาเปติ โอทนำ สูทำ ฯ
ง. สามิโก ปาจาเปติ สูทำ โอทนำ ฯ
๒๙. ลำาดับการแปลมี ๑๑ ขั้น ขั้นที่
๙ คือ ข้อใด
ก. บทประธาน ข . บ ท กิ ริ ย า ใ น
ระหว่าง
ค. ประโยคแทรก ง. บทขยาย
ประโยคแทรก
๓๐.คำา ถามเกี่ ย วกั บ การแปลบท
อาลปนะ ประโยคต่อ ไปนี้ข้อ ใดให้
ความหมายถูกต้อง
๑. อมฺโภ ตฺวำ กุหึ ยาสิ ฯ
ก. แนะผู้ เ จริ ญ อ. ท่ า น จงไป ใน
ที่ไหน
ข. แนะผู้ เ จริ ญ อ.ท่ า น จะไป ณ

ก. ข้ า แต่ ภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ ท.
จงฟัง ซึ่งธรรม
ข. ดู ก่อ นภิ กษุ ทั้ งหลาย อ.เธอ ท.
จงฟัง ซึ่งธรรม
ค. แนะภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ ท.
ย่อมฟัง ซึ่งธรรม
ง. ดู ก่ อ นภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ จง
ฟัง ซึ่งธรรม
๓. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ท่ า นจงให้
ซึ่งสิกขาบท แก่พวกเราทั้งหลาย ฯ
ก. อาจริย ตุมฺเห อมฺหากำ สิกฺขาปทำ
เทหิ ฯ
ข. อาจริ ย ตฺ วำ อมฺ ห ากำ สิ กฺ ข าปทำ
เทถ ฯ
ค. อาจริย ตุมฺเห อมฺหากำ สิกฺขาปทำ
เทถ ฯ
ง. อาจริย ตฺวำ มยฺหำ สิกฺขาปทำ เทหิ
ฯ
๔.ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอพระองค์

ที่ไหน

จ ง ท ร ง แ ส ด ง ซึ่ ง ธ ร ร ม แ ก่ ข้ า

ค. แนะท่านผู้เจริญ อ.ท่าน ย่อมไป

พระองค์เถิด ฯ

ณ ที่ไหน หรือ

ก. ภนฺเต ตุมฺเห มม ธมฺมำ เทเสถ ฯ

ง. แนะผู้ เ จริ ญ อ.ท่ า น ท. จะไป

ข. ภนฺเต ตฺวำ มยฺหำ ธมฺมำ เทเสถ ฯ

ที่ไหน

ค. ภนฺเต มยฺหำ ธมฺมำ เทเสถ ฯ

๒. ภิกฺขเว ตุมฺเห ธมฺมำ สุณาถ ฯ

ง. ภนฺเต ตุมฺเห มม ธมฺมำ เทเสหิ ฯ
4

๓๑. คำาถามเกี่ยวกับการแปลบท

๓. ได้ ยิ น ว่ า อาจารย์ เป็ น ไข้ ห นั ก

นิบาตต้นข้อความ

หรือ ฯ

ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง
๑. ตฺวำ กิร อิมสฺมึ นคเร วสสิ ฯ
ก. ได้ ยิ น ว่ า อ.ท่ า น ย่ อ มอยู่ ใน
เมืองนี้หรือ ฯ
ข. ได้ยินว่า อ.ท่าน จะอยู่ ในเมือง
นี้หรือ ฯ
ค. ทราบว่ า อ.ท่ า น กำา ลั ง อยู่ ใน
เมืองนี้หรือ ฯ
ง. ข่าวว่า อ.ท่าน อยุ่แล้ว ในเมือง
นี้หรือ ฯ
๒. อาจริย จ อมฺหากำ สิปฺปํ กเถสิ ฯ
ก. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ก็ อ.ท่ า น
จงบอก ซึ่งศิลปะ แก่เรา ท.
ข. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ก็ อ.ท่ า น
จงให้ ซึ่ งศิล ปะ แก่กระผม ท. เถิ ด
ฯ
ค. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ อนึ่ ง ขอ

ก. อาจริ โย กิ ร ทุ กฺข คิ ล าโน โหติ
ฯ
ข. กิร อาจริโย ทุกฺขคิ ลาโน โหติ
ฯ
ค. กิร อาจริโย ทุกฺขอาพาโธ โหติ
ฯ
ง. อาจริโย กิร ทุกฺขาพาโธ โหหิ ฯ
๔.ข้าแต่ท่ านผูเจริ ญ ถ้ าว่ า ท่านจั ก
อาจเพื่ อ กระทำา ซึ่ ง การงานนี้ แ ก่
กระผมไซร้ ฯ
ก. ภนฺ เ ต เจ ตุ มฺ เ ห มยฺ หำ อิ มำ กมฺ มำ
กาตุ สกฺขิสสถ ฯ
ฺ
ข. สเจ ภนฺ เ ต ตุ มฺ เ ห มม อิ ทำ กมฺ มำ
กาตุ สกฺขิสสถ ฯ
ฺ
ค. สเจ เม ภนฺ เ ต อิ ทำ กมฺ มำ กาตุ
สกฺขิสสถ ฯ
ฺ
ง. ถูกทุกข้อ

ท่ า น จ ง บ อ ก ซึ่ ง ศิ ล ป ะ ท . แ ก่

๕. อนึ่ง ขอท่าน จงเป็นผู้มีความสุข

กระผม ฯ

เถิด ฯ

ง . ข้ า แต่ ท่ า น อ า จ า ร ย์ จริ ง อ ยู่

ก. ปน ตฺวำ สุขิโต โหหิ ฯ

อ.ท่าน ท. จงบอก ซึ่งศิลปะ แก่เรา

ข. ตฺวำ ปน สุขิโต โหหิ ฯ

ท. เถิด ฯ

ค. ตฺวำ ปน สุขิโต โหถ ฯ
ง. ตฺวำ ปน สุขิโต โหติ ฯ
5

๓๒. คำำถำมเกี่ยวกับกำรแปลบท

ข. หิยฺโย คำมำ คจฺฉำมิ ฯ

กำลสัตตมี

ค. หิยฺโย คำมำ อคมำสิ ฯ

ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่ำวถูกต้อง

ง. หิยฺโย คำมำ คโตสิ ฯ

ที่สุด

๔. ในกำลนี้ พวกมนุษย์ ย่อมถวำย

๑. หิยฺโย กุหึ คโตสิ ฯ

ซึ่งเภสัช แก่ภิกษุทั้งหลำย ฯ

ก. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ณ
ที่ไหน ย่อมเป็น ฯ

ข. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว
ในที่ไหน ฯ
ค. อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ในที่ ไ หน เมื่ อ
วำนนี้ ฯ
ง. เมื่ อ วำนนี้ อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ณ

ก. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ
เทนฺติ ฯ
ข. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺขู นำ เภสชฺ ชำ
ททนฺติ ฯ
ค. อทิ ำ นิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ
เทติ ฯ
ง. อิ ท ำนิ มนุ สฺ โ ส ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ

ที่ไหน ฯ

เทนฺติ ฯ

๒. ปำโต ภิกฺขุ ปิณฺฑำย คำมำ ปำวิสิ

๕. ในอดีตผมอยู่ที่เมืองสำรคำม ฯ

ฯ
ก. อ.ภิกษุ ย่อมเข้ำไป สู่บ้ำน เพื่อ
บิณฑบำต ในตอนเช้ำ ฯ
ข. ในเวลำเช้ำ อ.ภิกษุ เข้ำไปแล้ว
สู่บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ
ค. ในเวลำเข้ ำ อ.ภิก ษุ เข้ ำไปอยู่ สู่
บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ

ง. อ.ภิ ก ษุ เข้ ำ ไปอยู่ ซึ่ ง หมู่ บ้ ำ น
เพื่อบิณฑบำต ในเวลำเช้ำ ฯ
๓. เมื่อวำนนี้ ผมไปบ้ำน ฯ
ก. หิยฺโย อหำ คำมำ คโตมฺหิ ฯ

ก. อิทำนิ อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ
ฯ
ข. ตทำ อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ
ค. อตีเต อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ
ง. อตี เต อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ
ฯ
5

๓๒. คำำถำมเกี่ยวกับกำรแปลบท

ข. หิยฺโย คำมำ คจฺฉำมิ ฯ

กำลสัตตมี

ค. หิยฺโย คำมำ อคมำสิ ฯ

ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่ำวถูกต้อง

ง. หิยฺโย คำมำ คโตสิ ฯ

ที่สุด

๔. ในกำลนี้ พวกมนุษย์ ย่อมถวำย

๑. หิยฺโย กุหึ คโตสิ ฯ

ซึ่งเภสัช แก่ภิกษุทั้งหลำย ฯ

ก. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ณ
ที่ไหน ย่อมเป็น ฯ

ข. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว
ในที่ไหน ฯ
ค. อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ในที่ ไ หน เมื่ อ
วำนนี้ ฯ
ง. เมื่ อ วำนนี้ อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ณ

ก. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ
เทนฺติ ฯ
ข. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺขู นำ เภสชฺ ชำ
ททนฺติ ฯ
ค. อทิ ำ นิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ
เทติ ฯ
ง. อิ ท ำนิ มนุ สฺ โ ส ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ

ที่ไหน ฯ

เทนฺติ ฯ

๒. ปำโต ภิกฺขุ ปิณฺฑำย คำมำ ปำวิสิ

๕. ในอดีตผมอยู่ที่เมืองสำรคำม ฯ

ฯ
ก. อ.ภิกษุ ย่อมเข้ำไป สู่บ้ำน เพื่อ
บิณฑบำต ในตอนเช้ำ ฯ
ข. ในเวลำเช้ำ อ.ภิกษุ เข้ำไปแล้ว
สู่บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ
ค. ในเวลำเข้ ำ อ.ภิก ษุ เข้ ำไปอยู่ สู่
บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ

ง. อ.ภิ ก ษุ เข้ ำ ไปอยู่ ซึ่ ง หมู่ บ้ ำ น
เพื่อบิณฑบำต ในเวลำเช้ำ ฯ
๓. เมื่อวำนนี้ ผมไปบ้ำน ฯ
ก. หิยฺโย อหำ คำมำ คโตมฺหิ ฯ

ก. อิทำนิ อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ
ฯ
ข. ตทำ อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ
ค. อตีเต อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ
ง. อตี เต อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ
ฯ

แนวข้อสอบวิชาแปลบาลีเป็นไทย แปลไทยเป็นบาลี ๑ ครั้งที่ ๑

  • 1.
    แนวข้อ สอบ วิ ชา แ ป ล บ า ลี เ ป็ น ไ ท ย แ ป ล ไทยเป็น บาลี ๑ ๑. การแปลยกศัพท์ขึ้นมาให้เห็นว่า ศัพท์ใดแปลว่าอย่างไร เรียกว่าการ แปลอย่างไร ก. การแปลยกศัพท์ ข. การแปลโดยพยัญชนะ ค. การแปลโดยอรรถ ง. ถูกทุกข้อ ๒. การแปลโดยอรรถคื อ การแปล อย่างไร ก. แปลโดยพยัญชนะ ข. แปลโดยรักษารูปไวยากรณ์ ค. แปลเอาใจความเป็นหลัก ง. แปลโดยยกศัพท์บาลีขึ้นมา ๓. ศั พ ท์ เ ป็ น ศั พ ท์ ใ นบทประธาน พิเศษ ก. ปุริโส ข. กญฺญา ค. ตถา ง. กุลํ ๔. ประโยคลั ก ขณะเป็ น ประโยคที่ ประกอบรูปมาจากวิภัตติใด ก. สัตตมีวิภัตติ ข. ฉัฏฐีวิภัตติ ค. ปัญจมีวิภัตติ ง. ปฐมาวิภัตติ ๕ . ก า ร แ ป ล บ า ลี เ ป็ น ไ ท ย มี กี่ ประเภท ก. ๑ ข. ๒ ค. ๓ ง. ๔ ๖. บทอาลปนะ มี ค วามหมายตาม ข้อใด ก. คําที่ใช้สําหรับถาม ข. คําที่ใช้สําหรับเรียกร้อง ค. คําที่ใช้สําหรับตอบ ง. คํา ที่ ใ ช้ สํา หรั บ ขอความช่ ว ย เหลือ ๗. ยคฺเฆ มีความหมายว่าอย่างไร ก. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข. ขอเดชะ ค. แนะท่านผู้เจริญ ง. ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ๘. ลําดับการแปลบาลีมีกี่ลําดับ ก. ๗ ข. ๙ ค. ๑๑ ง. ๑๓ ๙. การแปลบาลีมีกี่ประเภท ก. ๑ ข. ๒ ค. ๓ ง. ๔ ๑๐. บทใดต่ อ ไปนี้ ที่ ใช้ ลํา ดั บ ร้ อ ง เรียกทักทายกัน ก. อาลปนะ ข. นิบาต ค. ประธาน ง . กิ ริ ย า ใ น ระหว่าง ๑๑. ประโยคแทรก คือข้อใด ก. ประโยคที่ แ ทรกเข้ า มาระหว่ ง ประโยคหลัก ข. ประโยคที่แทรกเข้ามาท้ายบท ค. บรรดาบทนามบทใดบทหนึ่ ง ที่ อยู่หน้ากิริยาในระหว่าง ง. บทที่ทําหน้าที่ขยายประธาน ๑ ๒ . ข้ อ ใ ด ใ ห้ ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ประโยคว่ า นาย ใช้ ใ ห้ พ่ อ ครั ว หุ ง ข้าวสุก ก. สามิโก สูทํ โอทนํ ปาจาเปติ ฯ ข. สามิโก โอทนํ สูทํ ปาจาเปติ ฯ ค. สามิโก สูทํ ปาจาเปติ โอทนํ ฯ ง. สามิ โก โอทนํ ปาจาเปติ โอทนํ ฯ ๑๓. ประโยคแทรกเรียกว่าอะไร ก. ประโยคที่ แ ทรกเข้ า มาระหว่ า ง ประโยคหลัก ข. กิริยาหลักของประโยคซึ่งจะขา เสียมิได้
  • 2.
    2 ค. บทที่เรียงอยู่หน้ากิริยาคุมพากย์ บ้าง ง. บทกิริยาที่อยู่ในระหว่างประโยค ต่างๆ ๑๔ . ข้ อ ใ ด ห ม า ย ถึ ง บ ท ที่ เ ป็ น เจ้าของกิริยาในประโยคที่ประกอบ รูปศัพท์มาจากปฐมาวิภัตติ ก. บทขยายประธาน ข. บทประธาน ค. บทกิริยาในระหว่าง ง. บทขยายกิริยาในระหว่าง ๑๕. บทอาลปนะ มีกี่ประเภท ก. ๒ ข. ๓ ค. ๔ ง. ๕ ๑๖. บทกิ ริ ย าในระหว่ า ง กิ ริ ย าที่ แจกไม่ได้คือข้อใด ก. อนฺต ข. มาน ค. ตาวี ง. ตฺวาน ๑๗. บทอาลปนะนิบาต มีกี่ตัว ก. ๕ ข. ๑๐ ค. ๑๕ ง. ๒๐ ๑๘. บทอาลปนะใช้สําหรับอะไร ก. ถาม ข. ตะโกน ค. ทักทาย ง. บอกกล่าว ๑๙. ข้อใดให้ความหมายการแปล ยกศัพท์ ได้ถูกต้อง ก. การแปลเอาใจความเป็นหลัก ข. การแปลโดยยกศัพท์บาลีขึ้นมา ให้เห็นว่า ศัพท์ใดแปลว่าอย่างไร ค. แปลโดยยกศัพท์ แต่ไม่ยกศัพท์ บาลีขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ข้อ ค ๒๐. การแปลบาลี มี ๓ ประเภท ยกเว้นข้อใด ก. การแปลยกศัพท์ ข. การแปลโดยพยัญชนะ ค. การแปลโดยอาศั ย ศั พ ท์ พ ระ อภิธรรม ง. การแปลโดยอรรถ ๒๑. ข้อใดคือการแปลโดยอรรถ ก. แปลแบบรั ก ษารู ป ไวยากรณ์ ไ ว้ ครบ ข. เหมือนการแปลโดยยกศัพท์ แต่ ไม่ยกศัพท์ขึ้นมา ค. แปลเอาใจความเป็นหลัก ง. แปลทีละคํา ๒๒. บทอาลปนะ คือ อะไร ก. คําที่ใช้สําหรับร้องเรียก ข. บทขยายประธาน ค. บทขยายกิริยาในระหว่าง ง. ประโยคที่แทรกเข้ามา ๒๔. การแปลโดยยกศัพท์ แต่ไปยก ศัพท์ขึ้นมาให้เห็น เป็นแปลแบบใด ก. การแปลโดยพยัญชนะ ข. การแปลโดยอรรถ ค. การแปลยกศัพท์ ง. การแปลโดยอรรถ การแปลยก ศัพท์ ๒๕. บทอาลปนะ มี ๒ ประเภท คือ อะไร บ้าง ก. อาลปนะ บทประธาน ข. ประโยคอนาทร ประโยค ลักขณะ ค. อาลปนะนาม อาลปนะนิบาต ง. อาลปนะนาม บทกาลสัตตมี ๒๖. ข้อใดอยู่ในลํา ดับการแปลอัน แรก ก. อาลปนะ ข . นิ บ า ต ต้ น ข้อความ ค. บทกาลสัตตมี ง. บทประธาน ๒๗. บทกิริยาในระหว่าง คืออะไร ก. บทที่บอกกาลเวลา
  • 3.
    3 ข . บท ที่ เ ป็ น เ จ้ า ข อ ง กิ ริ ย า ใ น ประโยค ค. บทที่ทำาหน้าที่ขยายประธายของ ประโยค ง. บทกิริยาที่อยู่ในระหว่างประโยค ต่างๆ ๒๘. อ. เจ้ า นาย ยังพ่ อ ครัว ให้ หุ ง อยู่ ซึ่งข้าวสุก ฯ ข้อใดเรียงถูกต้อง ก. สามิโก สูทำ โอทนำ ปาจาเปติ ฯ ข. สามิโก โอทนำ สูทำ ปาจาเปติ ฯ ค. สามิโก ปาจาเปติ โอทนำ สูทำ ฯ ง. สามิโก ปาจาเปติ สูทำ โอทนำ ฯ ๒๙. ลำาดับการแปลมี ๑๑ ขั้น ขั้นที่ ๙ คือ ข้อใด ก. บทประธาน ข . บ ท กิ ริ ย า ใ น ระหว่าง ค. ประโยคแทรก ง. บทขยาย ประโยคแทรก ๓๐.คำา ถามเกี่ ย วกั บ การแปลบท อาลปนะ ประโยคต่อ ไปนี้ข้อ ใดให้ ความหมายถูกต้อง ๑. อมฺโภ ตฺวำ กุหึ ยาสิ ฯ ก. แนะผู้ เ จริ ญ อ. ท่ า น จงไป ใน ที่ไหน ข. แนะผู้ เ จริ ญ อ.ท่ า น จะไป ณ ก. ข้ า แต่ ภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ ท. จงฟัง ซึ่งธรรม ข. ดู ก่อ นภิ กษุ ทั้ งหลาย อ.เธอ ท. จงฟัง ซึ่งธรรม ค. แนะภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ ท. ย่อมฟัง ซึ่งธรรม ง. ดู ก่ อ นภิ ก ษุ ทั้ ง หลาย อ.เธอ จง ฟัง ซึ่งธรรม ๓. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ท่ า นจงให้ ซึ่งสิกขาบท แก่พวกเราทั้งหลาย ฯ ก. อาจริย ตุมฺเห อมฺหากำ สิกฺขาปทำ เทหิ ฯ ข. อาจริ ย ตฺ วำ อมฺ ห ากำ สิ กฺ ข าปทำ เทถ ฯ ค. อาจริย ตุมฺเห อมฺหากำ สิกฺขาปทำ เทถ ฯ ง. อาจริย ตฺวำ มยฺหำ สิกฺขาปทำ เทหิ ฯ ๔.ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอพระองค์ ที่ไหน จ ง ท ร ง แ ส ด ง ซึ่ ง ธ ร ร ม แ ก่ ข้ า ค. แนะท่านผู้เจริญ อ.ท่าน ย่อมไป พระองค์เถิด ฯ ณ ที่ไหน หรือ ก. ภนฺเต ตุมฺเห มม ธมฺมำ เทเสถ ฯ ง. แนะผู้ เ จริ ญ อ.ท่ า น ท. จะไป ข. ภนฺเต ตฺวำ มยฺหำ ธมฺมำ เทเสถ ฯ ที่ไหน ค. ภนฺเต มยฺหำ ธมฺมำ เทเสถ ฯ ๒. ภิกฺขเว ตุมฺเห ธมฺมำ สุณาถ ฯ ง. ภนฺเต ตุมฺเห มม ธมฺมำ เทเสหิ ฯ
  • 4.
    4 ๓๑. คำาถามเกี่ยวกับการแปลบท ๓. ได้ยิ น ว่ า อาจารย์ เป็ น ไข้ ห นั ก นิบาตต้นข้อความ หรือ ฯ ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง ๑. ตฺวำ กิร อิมสฺมึ นคเร วสสิ ฯ ก. ได้ ยิ น ว่ า อ.ท่ า น ย่ อ มอยู่ ใน เมืองนี้หรือ ฯ ข. ได้ยินว่า อ.ท่าน จะอยู่ ในเมือง นี้หรือ ฯ ค. ทราบว่ า อ.ท่ า น กำา ลั ง อยู่ ใน เมืองนี้หรือ ฯ ง. ข่าวว่า อ.ท่าน อยุ่แล้ว ในเมือง นี้หรือ ฯ ๒. อาจริย จ อมฺหากำ สิปฺปํ กเถสิ ฯ ก. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ก็ อ.ท่ า น จงบอก ซึ่งศิลปะ แก่เรา ท. ข. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ ก็ อ.ท่ า น จงให้ ซึ่ งศิล ปะ แก่กระผม ท. เถิ ด ฯ ค. ข้ า แต่ ท่ า นอาจารย์ อนึ่ ง ขอ ก. อาจริ โย กิ ร ทุ กฺข คิ ล าโน โหติ ฯ ข. กิร อาจริโย ทุกฺขคิ ลาโน โหติ ฯ ค. กิร อาจริโย ทุกฺขอาพาโธ โหติ ฯ ง. อาจริโย กิร ทุกฺขาพาโธ โหหิ ฯ ๔.ข้าแต่ท่ านผูเจริ ญ ถ้ าว่ า ท่านจั ก อาจเพื่ อ กระทำา ซึ่ ง การงานนี้ แ ก่ กระผมไซร้ ฯ ก. ภนฺ เ ต เจ ตุ มฺ เ ห มยฺ หำ อิ มำ กมฺ มำ กาตุ สกฺขิสสถ ฯ ฺ ข. สเจ ภนฺ เ ต ตุ มฺ เ ห มม อิ ทำ กมฺ มำ กาตุ สกฺขิสสถ ฯ ฺ ค. สเจ เม ภนฺ เ ต อิ ทำ กมฺ มำ กาตุ สกฺขิสสถ ฯ ฺ ง. ถูกทุกข้อ ท่ า น จ ง บ อ ก ซึ่ ง ศิ ล ป ะ ท . แ ก่ ๕. อนึ่ง ขอท่าน จงเป็นผู้มีความสุข กระผม ฯ เถิด ฯ ง . ข้ า แต่ ท่ า น อ า จ า ร ย์ จริ ง อ ยู่ ก. ปน ตฺวำ สุขิโต โหหิ ฯ อ.ท่าน ท. จงบอก ซึ่งศิลปะ แก่เรา ข. ตฺวำ ปน สุขิโต โหหิ ฯ ท. เถิด ฯ ค. ตฺวำ ปน สุขิโต โหถ ฯ ง. ตฺวำ ปน สุขิโต โหติ ฯ
  • 5.
    5 ๓๒. คำำถำมเกี่ยวกับกำรแปลบท ข. หิยฺโยคำมำ คจฺฉำมิ ฯ กำลสัตตมี ค. หิยฺโย คำมำ อคมำสิ ฯ ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่ำวถูกต้อง ง. หิยฺโย คำมำ คโตสิ ฯ ที่สุด ๔. ในกำลนี้ พวกมนุษย์ ย่อมถวำย ๑. หิยฺโย กุหึ คโตสิ ฯ ซึ่งเภสัช แก่ภิกษุทั้งหลำย ฯ ก. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ณ ที่ไหน ย่อมเป็น ฯ ข. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ในที่ไหน ฯ ค. อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ในที่ ไ หน เมื่ อ วำนนี้ ฯ ง. เมื่ อ วำนนี้ อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ณ ก. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ เทนฺติ ฯ ข. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺขู นำ เภสชฺ ชำ ททนฺติ ฯ ค. อทิ ำ นิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ เทติ ฯ ง. อิ ท ำนิ มนุ สฺ โ ส ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ ที่ไหน ฯ เทนฺติ ฯ ๒. ปำโต ภิกฺขุ ปิณฺฑำย คำมำ ปำวิสิ ๕. ในอดีตผมอยู่ที่เมืองสำรคำม ฯ ฯ ก. อ.ภิกษุ ย่อมเข้ำไป สู่บ้ำน เพื่อ บิณฑบำต ในตอนเช้ำ ฯ ข. ในเวลำเช้ำ อ.ภิกษุ เข้ำไปแล้ว สู่บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ ค. ในเวลำเข้ ำ อ.ภิก ษุ เข้ ำไปอยู่ สู่ บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ ง. อ.ภิ ก ษุ เข้ ำ ไปอยู่ ซึ่ ง หมู่ บ้ ำ น เพื่อบิณฑบำต ในเวลำเช้ำ ฯ ๓. เมื่อวำนนี้ ผมไปบ้ำน ฯ ก. หิยฺโย อหำ คำมำ คโตมฺหิ ฯ ก. อิทำนิ อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ ฯ ข. ตทำ อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ ค. อตีเต อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ ง. อตี เต อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ ฯ
  • 6.
    5 ๓๒. คำำถำมเกี่ยวกับกำรแปลบท ข. หิยฺโยคำมำ คจฺฉำมิ ฯ กำลสัตตมี ค. หิยฺโย คำมำ อคมำสิ ฯ ประโยคต่อไปนี้ข้อใดกล่ำวถูกต้อง ง. หิยฺโย คำมำ คโตสิ ฯ ที่สุด ๔. ในกำลนี้ พวกมนุษย์ ย่อมถวำย ๑. หิยฺโย กุหึ คโตสิ ฯ ซึ่งเภสัช แก่ภิกษุทั้งหลำย ฯ ก. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ณ ที่ไหน ย่อมเป็น ฯ ข. เมื่อวำนนี้ อ.ท่ำน เป็นผู้ไปแล้ว ในที่ไหน ฯ ค. อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ในที่ ไ หน เมื่ อ วำนนี้ ฯ ง. เมื่ อ วำนนี้ อ.ท่ ำ น ไปแล้ ว ณ ก. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ เทนฺติ ฯ ข. อิ ท ำนิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺขู นำ เภสชฺ ชำ ททนฺติ ฯ ค. อทิ ำ นิ มนุ สฺ ส ำ ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ เทติ ฯ ง. อิ ท ำนิ มนุ สฺ โ ส ภิ กฺ ขู นำ เภสชฺ ชำ ที่ไหน ฯ เทนฺติ ฯ ๒. ปำโต ภิกฺขุ ปิณฺฑำย คำมำ ปำวิสิ ๕. ในอดีตผมอยู่ที่เมืองสำรคำม ฯ ฯ ก. อ.ภิกษุ ย่อมเข้ำไป สู่บ้ำน เพื่อ บิณฑบำต ในตอนเช้ำ ฯ ข. ในเวลำเช้ำ อ.ภิกษุ เข้ำไปแล้ว สู่บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ ค. ในเวลำเข้ ำ อ.ภิก ษุ เข้ ำไปอยู่ สู่ บ้ำน เพื่อบิณฑบำต ฯ ง. อ.ภิ ก ษุ เข้ ำ ไปอยู่ ซึ่ ง หมู่ บ้ ำ น เพื่อบิณฑบำต ในเวลำเช้ำ ฯ ๓. เมื่อวำนนี้ ผมไปบ้ำน ฯ ก. หิยฺโย อหำ คำมำ คโตมฺหิ ฯ ก. อิทำนิ อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ ฯ ข. ตทำ อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ ค. อตีเต อหำ มหำสำรคำเม วสึ ฯ ง. อตี เต อหำ มหำสำรคำเม วสำมิ ฯ