วรรณกรรม พระนิพนธ์มงคลวิเสสกถา
ประวัติความเป็นมา
• เป็นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระญาวชิรญาณวโรรส
• สานวนเทศนาโวหาร ร้อยแก้วชนิดเรียงความแก้กระทู้ธรรม
• เป็นบทพระธรรมเทศนาที่แสดงต่อหน้าพระที่นั่ง ในมหาสมาคมสันนิบาต
พระราชพิธีสาคัญ เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา
• อธิบายหลักธรรมซึ่งเป็นการพรรณนาจริยาวัตรของพระเจ้าแผ่นดิน
ในประโยชน์ที่ได้บาเพ็ญมาแล้วและที่จะบาเพ็ญบารมีในโอกาสต่อไป
• เกิดขึ้นเมื่อ ร.ศ.๑๑๙ (พ.ศ.๒๔๓) โดยสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราช
ประดิษฐ์ ได้เทศน์ถวายมาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๔ จนถึงสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าเทศน์ต่อจนถึง ร.ศ.๑๒๙(พ.ศ.๒๔๕๓) ภายหลัง
อาพาธ มงคลวิเสสกถาจึงมี ๑๑ ศก
แรงบัลดาลใจในการแต่ง
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรณาณวโรรส ทรงพรรณนาถึง
พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงปกครองบ้านเมือง และดูแล
อาณาประชาราษฏร์ ทำให้ทรงเหน็ดเหนื่อย จึงประสงค์จะให้พระองค์เกิดปีติ
ปราโมทย์ในพระราชจริยาวัตร อีกทั้งเป็นการอุปถัมถ์พระมหากษัตริย์ เป็น
อุบายถวายโอวาทอย่างแยบยล ละเมียดละไม และเพื่อให้ได้พิจารณาถึงสิ่งที่
ทาไปแล้ว และสิ่งที่ยังไม่ได้ทา
ประวัติผู้นิพนธ์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรณาณวโรรส
ประสูติเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๔๐๒ ตรงกับ
วันพฤหัสบดี แรม ๗ ค่า เดือน ๕ ปีวอก
เป็นพระเจ้าลูกยาเธอใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ในเจ้าจอมมารดา (แพ) นับเป็นพระราช
โอรสลาดับที่ ๔๗ ในบรรดาโอรสธิดาทั้งหมด
หากจะนับในบรรดาพระเจ้าลูกเธอร่วมพระชนนี เดียวกัน นับเป็นองค์ที่ ๔
เมื่อทรงพระเยาว์ได้ศึกษาทั้ง
ภาษาบาลีและภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๑๖
ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดพระศรี
รัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จกรมพระ
ยาปวเรศวริยาลงกรณ์เป็นพระอุปัชฌาย์
ประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร
ต่อมาครั้นลาผนวชแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดให้เสด็จเข้ารับราชการ ดารงตาแหน่ง เลขานุการพนักงาน
ความฎีกา จนพระชนม์พรรษาครบอุปสบทเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒
ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร
และดารงตาแหน่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้าระหว่าง พ.ศ.
๒๔๕๓ - ๒๔๖๔ รวม ๑๒ ปี มีผลงานนิพนธ์ในทางศาสนาหลาย
เรื่อง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ปีระกา พ.ศ.๒๔๖๔ มี
พระชนมายุรวม ๖๒ ปี ๔๒ พระพรรษา
เนื้อเรื่องย่อ
พระมงคลวิเสสกกถา เป็นเทศนาโวหาร ใช้เนื่องในพระราช
พิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื้อเรื่อง
แสดงถึงหลักธรรมของพระเจ้าแผ่นดินตามหลักทศพิศราชธรรม
และพระราชจริยาวัตร ตั้งแต่ ศก ๑๑๙ หรือปี พ.ศ.๒๔๔๓ จนถึงศก
๑๒๙ หรือ พ.ศ.๒๔๕๓ แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ อัตตสมบัติ กล่าวถึง
สมบัติส่วนพระองค์ และปรหิตสมบัติ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่
ทรงบาเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
ในศก ๑๑๙ พ.ศ.๒๔๔๓
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องปุพเพกตปุญญตา อัตตสัมมาปนิธิ
และ รัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๑ พ.ศ.๒๔๔๕
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องสัทธาสัมปทา สามัตถิยะ และรัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๒ พ.ศ.๒๔๔๖
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องพาหุสัจจะ อุบายกุศลและรัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๓ พ.ศ.๒๔๔๗
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับสมานัตตตา การุณภาพและรัฏฐาภิปาลโนบาย
(รัฏฐาภิปาลโนบาย คือ วิธีการปกครองบ้านเมือง.)
ในศกที่ ๑๒๕ พ.ศ.๒๔๔๙
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องกาลัญญุตา ปุตตสังคหะ และรัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๖ พ.ศ.๒๔๕๐
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องวิริยะสมบัติ โลกัตถจริยา และรัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๗ พ.ศ.๒๔๕๑
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องมิตรสมบัติ มัตตัญญุตา และรัฏฐาภิปาลโนบาย
ในศกที่ ๑๒๘ พ.ศ.๒๔๕๒
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องธรรมภาษิตสัตยาธิษฐาน
ในศกที่ ๑๒๙ พ.ศ.๒๔๕๓
เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องกัตตุกัมยตาฉันทะ ปุคคลัญญุตา
รัฏฐาภิปาลโนบาย คาถวายพระพร พร้อมทั้งรตนัตตยปภาวาภิยาจนคาถา
รูปแบบของวรรณกรรม
บทนิพนธ์มงคลวิเสสกถา เป็นวรรณกรรมมีลักษณะเป็นร้อยแก้วชนิด
เรียงความแก้กระทู้ธรรม และมีการการผสมกันระหว่างร้อยแก้ว กับ ร้อยกรอง
มีรูปแบบการเขียนเชิงเทศนาโวหาร โดยมีการวางโครงร่าง
ในการเขียน วิธีการเขียนภาษาที่ใช้เขียน ตลอดทั้งการจัดลาดับเนื้อหา
ให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน
สรุป
พระมงคลวิเสสกถา เป็นวรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเฉลิมพระเกียรติ
พระเจ้าแผ่นดิน เป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาษาไทยกับภาษาบาลี มีลักษณะการแต่งเป็น
ร้อยแก้ว ไพเราะด้วยสานวนเทศนาโวหาร ก่อให้เกิดศรัทธาปสาทะแก่ผู้สดับ เป็น
การแต่งแบบเรียงความแก้กระทู้ธรรม ด้วยการยกธรรมภาษิตมาตั้งเป็นบทอุทเทส
เพื่ออธิบายหลักธรรม เชื่อมโยงกับพระราชกรณียกิจโดยแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ อัตต
สมบัติ กล่าวถึงสมบัติส่วนพระองค์ และปรหิตสมบัติ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่
ทรงบาเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน เกี่ยวกับบ้านเมืองรวมถึงการพัฒนาด้าน
คมนาคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อความสงบสุขของประชาชน รวมถึงการทานุ
บารุงพระพุทธศาสนา การปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ และการวางแบบแผนในการปกครอง
คณะสงฆ์ ให้มีความปกติสุขเรียบร้อย และป็นประโยชน์แก่การศึกษา
คณะสงฆ์ในอดีตได้นาบทมงคลวิเสสกถาเป็นหลักสูตรการ
ออกข้อสอบวิชาแต่งไทยเป็นมคธ ชั้นประโยค ป.ธ.๙ ในอดีต

มงคลวิเสสกถา

  • 1.
    วรรณกรรม พระนิพนธ์มงคลวิเสสกถา ประวัติความเป็นมา • เป็นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระญาวชิรญาณวโรรส • สานวนเทศนาโวหาร ร้อยแก้วชนิดเรียงความแก้กระทู้ธรรม • เป็นบทพระธรรมเทศนาที่แสดงต่อหน้าพระที่นั่ง ในมหาสมาคมสันนิบาต พระราชพิธีสาคัญ เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา • อธิบายหลักธรรมซึ่งเป็นการพรรณนาจริยาวัตรของพระเจ้าแผ่นดิน ในประโยชน์ที่ได้บาเพ็ญมาแล้วและที่จะบาเพ็ญบารมีในโอกาสต่อไป • เกิดขึ้นเมื่อ ร.ศ.๑๑๙ (พ.ศ.๒๔๓) โดยสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราช ประดิษฐ์ ได้เทศน์ถวายมาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๔ จนถึงสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ สมเด็จพระมหาสมณเจ้าเทศน์ต่อจนถึง ร.ศ.๑๒๙(พ.ศ.๒๔๕๓) ภายหลัง อาพาธ มงคลวิเสสกถาจึงมี ๑๑ ศก
  • 2.
    แรงบัลดาลใจในการแต่ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรณาณวโรรส ทรงพรรณนาถึง พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงปกครองบ้านเมืองและดูแล อาณาประชาราษฏร์ ทำให้ทรงเหน็ดเหนื่อย จึงประสงค์จะให้พระองค์เกิดปีติ ปราโมทย์ในพระราชจริยาวัตร อีกทั้งเป็นการอุปถัมถ์พระมหากษัตริย์ เป็น อุบายถวายโอวาทอย่างแยบยล ละเมียดละไม และเพื่อให้ได้พิจารณาถึงสิ่งที่ ทาไปแล้ว และสิ่งที่ยังไม่ได้ทา
  • 3.
    ประวัติผู้นิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรณาณวโรรส ประสูติเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายนพ.ศ.๒๔๐๒ ตรงกับ วันพฤหัสบดี แรม ๗ ค่า เดือน ๕ ปีวอก เป็นพระเจ้าลูกยาเธอใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ในเจ้าจอมมารดา (แพ) นับเป็นพระราช โอรสลาดับที่ ๔๗ ในบรรดาโอรสธิดาทั้งหมด หากจะนับในบรรดาพระเจ้าลูกเธอร่วมพระชนนี เดียวกัน นับเป็นองค์ที่ ๔
  • 4.
    เมื่อทรงพระเยาว์ได้ศึกษาทั้ง ภาษาบาลีและภาษาอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๑๖ ทรงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดพระศรี รัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จกรมพระ ยาปวเรศวริยาลงกรณ์เป็นพระอุปัชฌาย์ ประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาครั้นลาผนวชแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้เสด็จเข้ารับราชการ ดารงตาแหน่ง เลขานุการพนักงาน ความฎีกา จนพระชนม์พรรษาครบอุปสบทเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๒ ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร
  • 5.
    และดารงตาแหน่ง สมเด็จพระสังฆราชเจ้าระหว่าง พ.ศ. ๒๔๕๓- ๒๔๖๔ รวม ๑๒ ปี มีผลงานนิพนธ์ในทางศาสนาหลาย เรื่อง สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ปีระกา พ.ศ.๒๔๖๔ มี พระชนมายุรวม ๖๒ ปี ๔๒ พระพรรษา เนื้อเรื่องย่อ พระมงคลวิเสสกกถา เป็นเทศนาโวหาร ใช้เนื่องในพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื้อเรื่อง แสดงถึงหลักธรรมของพระเจ้าแผ่นดินตามหลักทศพิศราชธรรม และพระราชจริยาวัตร ตั้งแต่ ศก ๑๑๙ หรือปี พ.ศ.๒๔๔๓ จนถึงศก ๑๒๙ หรือ พ.ศ.๒๔๕๓ แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ อัตตสมบัติ กล่าวถึง สมบัติส่วนพระองค์ และปรหิตสมบัติ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่ ทรงบาเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน
  • 6.
    ในศก ๑๑๙ พ.ศ.๒๔๔๓ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องปุพเพกตปุญญตาอัตตสัมมาปนิธิ และ รัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๑ พ.ศ.๒๔๔๕ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องสัทธาสัมปทา สามัตถิยะ และรัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๒ พ.ศ.๒๔๔๖ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องพาหุสัจจะ อุบายกุศลและรัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๓ พ.ศ.๒๔๔๗ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับสมานัตตตา การุณภาพและรัฏฐาภิปาลโนบาย (รัฏฐาภิปาลโนบาย คือ วิธีการปกครองบ้านเมือง.)
  • 7.
    ในศกที่ ๑๒๕ พ.ศ.๒๔๔๙ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องกาลัญญุตาปุตตสังคหะ และรัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๖ พ.ศ.๒๔๕๐ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องวิริยะสมบัติ โลกัตถจริยา และรัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๗ พ.ศ.๒๔๕๑ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องมิตรสมบัติ มัตตัญญุตา และรัฏฐาภิปาลโนบาย ในศกที่ ๑๒๘ พ.ศ.๒๔๕๒ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องธรรมภาษิตสัตยาธิษฐาน ในศกที่ ๑๒๙ พ.ศ.๒๔๕๓ เป็นการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องกัตตุกัมยตาฉันทะ ปุคคลัญญุตา รัฏฐาภิปาลโนบาย คาถวายพระพร พร้อมทั้งรตนัตตยปภาวาภิยาจนคาถา
  • 8.
    รูปแบบของวรรณกรรม บทนิพนธ์มงคลวิเสสกถา เป็นวรรณกรรมมีลักษณะเป็นร้อยแก้วชนิด เรียงความแก้กระทู้ธรรม และมีการการผสมกันระหว่างร้อยแก้วกับ ร้อยกรอง มีรูปแบบการเขียนเชิงเทศนาโวหาร โดยมีการวางโครงร่าง ในการเขียน วิธีการเขียนภาษาที่ใช้เขียน ตลอดทั้งการจัดลาดับเนื้อหา ให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน
  • 9.
    สรุป พระมงคลวิเสสกถา เป็นวรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าแผ่นดิน เป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาษาไทยกับภาษาบาลีมีลักษณะการแต่งเป็น ร้อยแก้ว ไพเราะด้วยสานวนเทศนาโวหาร ก่อให้เกิดศรัทธาปสาทะแก่ผู้สดับ เป็น การแต่งแบบเรียงความแก้กระทู้ธรรม ด้วยการยกธรรมภาษิตมาตั้งเป็นบทอุทเทส เพื่ออธิบายหลักธรรม เชื่อมโยงกับพระราชกรณียกิจโดยแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ อัตต สมบัติ กล่าวถึงสมบัติส่วนพระองค์ และปรหิตสมบัติ กล่าวถึงพระราชกรณียกิจที่ ทรงบาเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน เกี่ยวกับบ้านเมืองรวมถึงการพัฒนาด้าน คมนาคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อความสงบสุขของประชาชน รวมถึงการทานุ บารุงพระพุทธศาสนา การปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ และการวางแบบแผนในการปกครอง คณะสงฆ์ ให้มีความปกติสุขเรียบร้อย และป็นประโยชน์แก่การศึกษา คณะสงฆ์ในอดีตได้นาบทมงคลวิเสสกถาเป็นหลักสูตรการ ออกข้อสอบวิชาแต่งไทยเป็นมคธ ชั้นประโยค ป.ธ.๙ ในอดีต