สื ่ อ ประกอบการสอน
วิ ช า พระพุ ท ธศาสนา
เรื ่ อ ง หลั ก ธรรมทาง
พระพุ ท ธศาสนา
ระดั บ ชั ้ น ม. 4

จั ด ทำ า โดย
อ. พั ช ราภรณ์ ภิ ม ุ ข
กลุ ่ ม สาระการเรี ย นรู ้
สั ง คมศึ ก ษาศาสนาและ
วั ฒ นธรรม
หลั ก ธรรม
ทางพระพุ ท ธ
  ศาสนา


หลักอริยสัจ
    4
หัวข้อหลักธรรม
อริยสัจ (ธรรมที่ควรรู้)
    ทุกข์ 4
           ขันธ์ 5
     สมุทัย (ธรรมที่ควรละ)
           นิยาม 5
           อกุศลวิตก 3
     นิโรธ (ธรรมที่ควร
บรรลุ)
           ภาวนา 4
     มรรค (ธรรมที่ควร
เจริญ)
           อุบาสกธรรม 5
ทุกข์
(ธรรมทีควรรู้)
       ่



   ขันธ์ 5
ขั น ธ์ 5
           รูปขันธ์    รูป
ขันธ์ 5
                      เวทนา
           นามขันธ์
                       สัญญา
          วิญญาณ สังขาร
รู ป ขั น ธ์ = ร่ า งกาย
ขั น ธ์ 5

                         เวทนา =รู ้ ส ึ ก


                      สั ญ ญา =จำ า ได้ ห มายรู ้


                      สั ง ขาร =นึ ก คิ ด
      วิ ญ ญาณ = รั บ รู ้
รู ป ขั น ธ์ =
  ร่ า งกาย, พฤติ ก ร
  รม
  ปฐวี ธ าตุ ( ้ ดิหมด
              ทั ง น )
  เนื ้ อ , หนั ง , กระดู ก
  ของร่ า งกาย้ า ) นำ ้ า
     อาโปธาตุ ( นำ
    ใน ร่ า งกาย , เลื อ ด
     เตโชธาตุ ( ไฟ) อุ ณ หภู ม ิ
วาโยธาตุ ( ลม) ส่ ว น
ที ่ ส ั ่ น สะเทื อ น
เวทนา = ความรู ้ ส ึ ก ที ่ เ กิ ด ต่ อ สิ ่ ง ที ่ ร

    สุขเวทนา                         ทุกขเวทนา




                  อุเบกขาเวทนา
สัญญา =จำาได้หมายรู้
คือ รู้จักสิงนั้น ๆ เมื่อไปพบเข้าอีก
            ่
รู้ว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสและอารมณ์ที่เกิดขึ้นน

     รูป      รส      กลิ่น    เสีย    สัมผั อารมณ์
                                             อารมณ
                               ง       ส
สั ง ขาร
สั ง ขาร=นึ สิ ่ ง ทีด รุ ง
         คื อ ก คิ ่ ป           หิ ว จั ง . .
แต่ ง จิ ต หรื อ สิ ่ ง ที ่    อยากหมำ ่ า
กระตุ ้ น ผลั ก ดั น ให้        เบอร์ เ กอร์
มนุ ษ ย์ ก ระทำ า การ
อย่ า งใดอย่ า งหนึ ่ ง หรื อ
สั งย กว่ า= วิ ญ ญาณ +
เรี ขาร แรงจู ง ใจ
เวทนา + สั ญ ญา
วิ ญ ญาณ = รั บ รู ้
         จักขุ
         วิญญาณ
        ชิวหาวิญาณ
   ฆานวิญญาณ
โสตวิญญาณ
    มโนวิญญาณ
   กายวิญญาณ
สมุทัย (ธรรมที่ควรละ)




นิยาม 5        อกุศลวิตก
นิ ย าม หมายถึง กฎธรรมชาติ 5
             ประการ

อุตุนยาม หมายถึง กฎ
      ิ
     ธรรมชาติ
เกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ
     ฤดูกาล
นิ ย าม หมายถึง กฎธรรมชาติ 5
              ประการ

    พีชนิยาม หมายถึง
ฎธรรมชาติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์
นิ ย าม หมายถึง กฎธรรมชาติ 5
                ประการ


    จิตตนิยาม หมายถึง
ธรรมชาติเกี่ยวกับการทำางานของจิต
นิ ย าม หมายถึง กฎธรรมชาติ 5
                 ประการ

         ธรรมนิยาม
หมายถึง กฎธรรมชาติเกี่ยวกับ
วามเป็นเหตุเป็นผลของสิ่งทั้งปวง
นิ ย าม หมายถึง กฎธรรมชาติ 5
            ประการ


   กรรมนิยาม หมายถึง
กฎธรรมชาติเกี่ยวกับพฤติกรรม
       ของมนุษย์
กฎแห่งกรรม
คนหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น



ผูทำากรรมดี ย่อมได้รับผลดี
  ้



ผูทำากรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชัว
  ้                         ่
ความเข้าใจในเรื่องของกรรม
 กรรมและผลของ
 กรรมบางครั้งก็ขึ้นอยู่
 กับเงื่อนไขอย่างอื่น
 เช่น กาลเวลา


 ความเป็นไปในชีวิต
 ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ใช่
 ว่าจะเป็นผลจากกรรม
 เก่าเสียทั้งหมด
ผลของกรรมระดับผลทางสังคม
   การทำาความดีจะได้ผล
    เต็มทีหรือไม่ในระดับที่
          ่
    เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่
    กับว่ามีความพร้อมดังนี้
    หรือไม่


       1. ทำาดีถูกที่
    หรือไม่
ผลของกรรมระดับผลทางสังคม
   การทำาความดีจะได้ผล
    เต็มทีหรือไม่ในระดับที่
          ่
    เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่
    กับว่ามีความพร้อมดังนี้
    หรือไม่


    2. บุคลิกรูปร่าง
    เหมาะสมหรือไม่
ผลของกรรมระดับผลทางสังคม
   การทำาความดีจะได้ผล
    เต็มทีหรือไม่ในระดับที่
          ่
    เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่
    กับว่ามีความพร้อมดังนี้
    หรือไม่
3. ทำาดีถูกกาลเวลาหรือไม่
ผลของกรรมระดับผลทางสังคม
   การทำาความดีจะได้ผล
    เต็มทีหรือไม่ในระดับที่
          ่
    เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่
    กับว่ามีความพร้อมดังนี้
    หรือไม่
    4. ทำาดีเต็มที่หรือไม่
ตามหลักจูฬกัมมวิภังคสูตร
 ได้กำาหนดสิ่งที่เป็นผลของกรรมเก่า
               ไว้ คือ
 ความประณีตสวยงาม
  หรือไม่สวยงามของรูป
  ร่างที่มีมาโดยกำาเนิด
 การเกิดในตระกูลสูง
  หรือตำ่า
 ความรำ่ารวยหรือ
  ยากจน
 ความสามารถทางสติ
  ปัญญา หรือความโง่
  เขลาที่มีมาแต่กำาเนิด
คุ ณ ค่ า ทางจริ ย ธรรมของนิ ย าม
                  5
 ทำาให้มองชีวิตประกอบด้วยเหตุปจจัยที่
                               ั
  หลากหลาย          กฎแห่งกรกรมและกฎ
  ธรรมชาติ
 ทำาให้เป็นคนใจกว้าง ไม่มองชีวิตเป็นเรื่อง
  คับแคบ       สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรง
  จุด
 ทำาให้มองเห็นว่าชีวิตเป็นกระบวนการทาง
  ธรรมชาติ       เป็นไปตามเหตุและปัจจัย
 ทำาให้เข้าใจว่ากรรมนิยามหรือกฎแห่ง
อกุศลวิตก 3
อกุ ศ ลวิ ต ก 3
    คื อ ความนึ ก คิ ด ที ่ ไ ม่ ด ี

 กามวิตก   คือ ความนึกคิดทีประกอบ
                            ่
  ด้วยความโลภ
 พยาบาทวิตก คือ ความนึกคิดที่
  ประกอบด้วยความอาฆาตพยาบาท
 วิหิงสาวิตก คือ ความนึกคิดทีประกอบ
                              ่
  ด้วยการเบียดเบียนมุงร้าย
                      ่
วิ ต ก คื อ การคิ ด การใคร่ ค รวญ

กุศลวิตก คือ ความนึกคิดทีอกุศลวิตก 3 คือ ความนึกคิดที่ไม
                         ่ดีงาม

นกขัมมวิตก                    1. กามวิตก คือความนึกคิด
                              ที่ประกอบด้วยความโลภ
ความนึกคิดที่ไม่ยึดติดเกี่ยวกับอะไร
. อพยาบาทวิตก        2. พยาบาทวิตก คือความนึกคิด
อ ความคิดที่ประกอบด้วยเมตตา
                     ที่ประกอบด้วยความอาฆาตพยาบ

 3. อวิหิงสาวิตก คือ   3. วิหิงสาวิตก คือ ความนึกคิด
 ความนึกคิดที่ไม่คดร้ายผู่ประกอบด้วยการเบียดเบียนมุ่งร
                    ิ  ที อื่น
                          ้
นิยาม 5           อกุศลวิตก


            สมุทัย

     พิจารณาให้เห็นโทษ

ลด             เพื่อ            กำาจัด


       ละ              บรรเทา
นิโรธ
(ธรรมทีควรบรรลุ)
       ่




    ภาวนา 4
ภาวนา 4

ภาวนา 4 หมาย
 ถึ ง การทำ า ให้ ม ี
 ขึ ้ น การทำ า ให้
 เกิ ด ขึ ้ น การ
 เจริ ญ หรื อ การ
 พั ฒ นาตน มี 4
 ประการ ได้ แ ก่
ภาวนา 4
1. กายภาวนา หรือ     ตา
   กายสังวร               หู
หมายถึง การฝึกอบรม
   ทางกาย                  จมู ก

                               ลิ ้ น

                          กาย
ภาวนา 4


กายเมื ่ อ ถู ก ฝึ ก แล้ ว
ภาวนา 4
        2. สี ล ภาวนา
 หมายถึ ง การฝึ ก อบรมตน
ามประพฤติ ท ี ่ ต ั ้ ง อยู ่ ใ นระเบี ย บวิ น ั ย
  ไม่ ส ร้ า งความเดื อ ดร้ อ น
ภาวนา 4


         3. จิ ต ตภาวนา
ง การฝึ ก อบรมทางจิ ต ใจให้ เ ข้ ม แข็ ง
    มั ่ น คงเจริ ญ งอกงาม
ภาวนา 4
จิตตภาวนา      ทาน

                     ปิยวาจา
สังคหวัตถุ 4
                     อัตถจริยา

               สมานัตตา
ภาวนา 4
        จิตที่ฝึกแล้วสามารถประสบความสำาเร
จิตตภาวนา
               โดยปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท 4

                  ฉันทะ
 อิทธิบาท 4                  วิริยะ

                           จิตตะ
              วิมังสา
ภาวนา 4
   4. ปั ญ ญาภาวนา
มายถึ ง การฝึ ก อบรมปั ญ ญา
าใจสิ ่ ง ทั ้ ง หลายตามความเป็ น จริ ง
คุณค่าทางจริยธรรมของ
         ภาวนา 4
 มนุษย์สามารถพัฒนาตนเอง      เมือรู้จัก
                                 ่
  พัฒนาตนเองจะเป็นเครื่องวัดความเป็น
  มนุษย์หรือจำาแนกคนและสัตว์ออกจากกัน
 การพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีความรู้ความ
  สามารถ จะต้องกระทำาครบทั้ง 4 ด้าน คือ
  กาย ศีล จิต(สมาธิ) ปัญญา
 การพัฒนาที่ถูกต้อง ต้องดำาเนินตามขั้น
  ตอนของภาวนาทัง 4 ให้ครบถ้วน
                  ้
พระสัทธรรม 3    วุฒิธรรม 4



อุบาสกธรรม 5                 พละ 5



              มรรค
         (ธรรมที่ควรเจริญ)
สัทธรรม 3
สัทธรรม 3 คือ ธรรมที่ดี หรือธรรม
            ของคนดี
• 1. ปริยติธรรม คือ การศึกษาเรียนรู้หลัก
          ั
  ธรรมคำาสอนของพระพุทธเจ้าให้เกิดความ
  รู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง
• 2. ปฏิบติสทธรรม คือ การนำาหลักธรรมคำา
            ั ั
  สอนที่ได้ศึกษาไปลงมือปฏิบติ_(มรรค 8)
                             ั
  ถือว่าสำาคัญมาก
• 3. ปฏิเวธสัทธรรม คือ การได้รับผลจาก
  การปฏิบติได้แก่ ความสำาเร็จ ความสุข
             ั
  ความสงบใจ
ความสัมพันธ์ ปริยัติ ปฏิบติ ปฏิเวธ
                         ั

  ปริ ย ั ต ิ   การศึกษาแผนที่ วิธีการเดินทาง


 ปฏิ บ ั ต ิ         การเดิน
                     ทาง
 ปฏิ เ วธ        ถึงจุดหมายปลายทาง
วุฒิธรรม
4
วุ ฒ ิ ธ รรม 4
วุฒิธรรม 4 คือ คุณธรรมหรือหลักการที่ก่อให้เกิด
  ความเจริญงอกงามหรือหลักธรรมที่สนับสนุนให้
  มีปญญา 4 ประการ
     ั


• สัปปุริสสังเสวะ คือ การคบหาสัตบุรุษหรือ
  คนดี
• สัทธัมมัสสวนะ คือ การฟังสัทธรรม หรือ
  เอาใจใส่ศึกษาความรู้จริง
• โยนิโสมนสิการ คือ การคิดหาเหตุผลโดย
คุ ณ ค่ า ของวุ ฒ ิ ธ รรม 4
• หลักปัญญาวุฒิธรรมเป็นหลักธรรม
  สนับสนุนให้มปัญญา
               ี
• สามารถนำาหลักธรรมนี้พฒนาชีวิตทัง
                       ั         ้
  ชีวิตได้ทกแง่ทกมุม
           ุ     ุ
สรุ ป วุ ฒ ิ ธ รรมเพื ่ อ ให้ จ ำ า ได้
                ง่ า ย คื อ
• คบคนดีที่เป็นปราชญ์
• ฉลาดรู้จกฟังคำาของท่าน
            ั
• วิจารณ์วจัยด้วยปัญญา
              ิ
• น้อมนำามาปฏิบติให้สมภูมิ
                     ั
พละ 5
   ธรรมอันเป็นกำาลัง หรือธรรมอันเป็นพลัง
    ทำาให้เกิดความมั่นคง
   ทำาให้ดำาเนินชีวิตด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่น
    ไหวต่อภัยหรืออุปสรรคต่าง ๆ
   เพื่อเป็นแนวทางสูการบรรลุอริยมรรค
                      ่
    อริยผลโดยตรง
พละ 5            คื อ ธรรมอั น เป็ น
                      กำ า ลั ง
   สัทธา คือ ความเชือที่มีปญญาหรือเหตุผลเป็น
                       ่    ั
    พื้นฐาน
   วิริยะ คือ ความเพียรในสิงที่ถูกต้อง
                              ่
   สติ คือ ความระลึกได้ หรือความเป็นผู้มีสติอยู่
    ตลอดเวลา
   สมาธิ คือ ความตั้งมั่นแห่งจิต หรือการควบคุม
    จิตให้สงบนิงไม่ฟุ้งซ่าน
                ่
   ปัญญา คือ ความรอบรู้ ซึ่งมี บ่อเกิดอยู่ 3 ทาง
    ได้แก่ สุตมยปัญญา
คุ ณ ค่ า ของจริ ย ธรรมของพละ
                     5
   พละ 5 จะต้องปฏิบัติให้ได้สมดุลกันเสมอ คือ
      สัทธา ต้องพอดีกับ ปัญญา
       วิริยะ ต้องพอดีกับ สมาธิ
       สติ    ควบคุมทั้ง สัทธา วิริยะ สมาธิ และปัญญา

คนมีศรัทธา แต่ขาดปัญญา จะกลายเป็นคนงมงาย เชื่อ
  คนง่าย
คนมีปัญญา แต่ขาดศรัทธา จะกลายเป็นคนหัวดื้อ
คนมีวิริยะ แต่ขาดสมาธิ จะกลายเป็นคนเหนือยเปล่า
                                       ่
  หรือฟุงซ่าน
         ้
คนมีสมาธิ แต่ขาดวิระยะ จะกลายเป็นคนเกียจคร้านติด
  อยู่ในสุขทีเกิดจากสมาธิ
             ่
อุบาสกธรรม
5
อุบาสกธรรม 5
 มีศรัทธา คือ มีความเชื่อปัญญาการตรัสรู้
  ของพระพุทธเจ้า และคำาสอน
 มีศีล คือ รักษากาย วาจาให้เรียบร้อย
 ไม่ถือเอามงคลตื่นข่าว คือ ไม่เชื่อข่าวลือ
  อย่างไร้เหตุผลแต่ให้เชื่อให้หลักของกรรม
 ไม่แสวงหาเขตบุญนอกหลักพระพุทธ
  ศาสนา คือ ยึดมั่นในการทำาบุญตามหลัก
  พระพุทธศาสนา คือ บุญกิริยาวัตถุ 10
 ขวนขวายในการอุปภัมภ์บำารุงพระพุทธ
บุญกิรยาวัตถุ 10
                     ิ

   การบริจาคทาน
   รักษาศีล
   การเจริญภาวนา
   อ่อนน้อมถ่อมตน
   ช่วยเหลือกิจการของผู้อื่น
   การให้ส่วนบุญ
   การอนุโมทนาส่วนบุญ
   การฟังธรรม
   การแสดงธรรม
   การนำาความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องตามทำานองคลอง
    ธรรม
พระสัทธรรม 3    วุฒิธรรม 4



อุบาสกธรรม 5                 พละ 5



              มรรค
         (ธรรมที่ควรเจริญ)
มงคล 38
• สงเคราะห์บุตร
• สงเคราะห์ภรรยา
• ความสันโดษ
มงคล 38 การสงเคราะห์ บ ุ ต ร
               มีคุณธรรม


               ตั้งอยูในศีล
                      ่
อภิชาตบุตร
             มีคุณสมบัติอื่นๆ
               ดีกว่าพ่อแม่     เรน ได้ ร ั บ
                                 คั ด เลื อ ก
              สร้างชื่อเสียง       ให้ เ ป็ น
             ให้แก่วงค์ตระกูล      ตั ว แทน
                                รณรงค์ ต ่ อ
                                ต้ า นการค้ า
มงคล 38 การสงเคราะห์ บ ุ ต ร
  อนุชาตบุตร
                        ศีล

เท่าเทียมกับพ่อแม่     ธรรม


                     คุณสมบัติ
มงคล 38 การสงเคราะห์ บ ุ ต ร

  อวชาตบุตร
                    ไม่มศล
                        ี ี

ด้อยกว่ากับพ่อแม่   ไม่มธรรม
                        ี


                    คุณสมบัติ
มงคล 38 การสงเคราะห์ บ ุ ต ร
        ปั จ จั ย ในการสงเคราะห์ บ ุ ต ร

 อาหาร                                      เอาใจใส่
              สงเคราะห์ด้วย   สงเคราะห์ด้วย
                                            ความเข้าใ
                  อามิส           ธรรม
เครื่องนุ่งห่ม
                                           ความอบอุ่น
     ยารักษาโรค
              ที่อยู่อาศัย        สั่งสอน ความรัก
หลักการในการสงเคราะห์บุตร
                          ความรัก
              เมตตา     ความปราถนาดี

                          ความสงสาร
              กรุณา     คิดช่วยให้ลูกพ้น
พรหมวิหาร 4              จากความทุกข์

                             ความยินดี
              มุทิตา    เมือบุตรอยูดีมสุข
                           ่        ่ ี

              อุเบกขา     ความวางใจ
                           เป็นกลาง
หลักการในการสงเคราะห์บุตร
           ห้ามทำาความชั่ว


        ให้ดำารงตนอยูในความดี
                     ่


ทิศ 6     ให้ศึกษาศิลปวิทยา


         หาคู่ครองทีสมควรให้
                    ่

           มอบทรัพย์สมบัติ
         ให้ตามโอกาสอันควร
มงคล 38 การสงเคราะห์ ภ รรยา
• หลั ก ในการเลื อ กคู ่ ค รอง มี ห ลั ก
  เกณฑ์ 4 ประการ เรี ย กว่ า
   หลั ก สมชี ว ิ ต าธรรม 4 ได้ แ ก่
                     สมสัทธา คือ มีศรัทธา
     เสมอเหมือนกัน
                     สมสีลา คือ มีศลธรรม
                                   ี
     เสมอเหมือนกัน
                     สมจาคา คือ มีความเสีย
มงคล 38 การสงเคราะห์ ภ รรยา
หลั ก ธรรมในการครองเรื อ น 4 ประการ
                 สัจจะ      ความซื่อสัตย์
    จริงใจต่อกัน

                   ทมะ       รู้จักข่มจิตใจ

                   ขันติ     อดทน อดกลั้น

                   จาคะ       เสียสละ ไม่
มงคล 38 การสงเคราะห์ ภ รรยา
หลั ก ธรรมทิ ศ 6 สามี - ภรรยาพึ ง ปฏิ บ ั ต ิ ต ่ อ
 กั น
                       สามีที่ดควรปฏิบติต่อ
                               ี      ั
 ภรรยา 5 ประการ
                             ยกย่องให้เกียรติ
                             ไม่ดูกหมิ่นภรรยา
                             ไม่นอกใจภรรยา
                             มอบความเป็นใหญ่
 ในบ้านให้
                             หาเครื่องประดับมา
 มอบให้ตามโอกาส                              อัน
มงคล 38 การสงเคราะห์ ภ รรยา
               ภรรยาที ่ ด ี
               ควรปฏิ บ ั ต ิ ต ่ อ
                 สามี 5
                 ประการคื อ
               จัดการงานภายใน
                  บ้านให้ดี
               สงเคราะห์ญาติมิตร
                  ของสามี
               ไม่นอกใจสามี
มงคล 38 ความ
                                    จีวร
          สั น โดษ
                                        บิณฑบาต
โดษที่สอนพระภิกษุ คือ
ามมักน้อย รู้จักพอใจในปัจจัย 4             เสนาสนะ

                                     เภสัช

                                   ยินดีในสิ่งที่ตนมี
สันโดษที่สอนบุคคลธรรมดา            ยินดีในสิงที่ตนทำา
                                            ่

                                 ตามกำาลังความสามาร
มงคล 38
 มงคล น โดษ
ความสั 38 ความสั น โดษ
            • ความสั น โดษตาม
              หลั ก พระพุ ท ธ
              ศาสนามี 3
              ประเภทได้ แ ก่
              ยถาลาภสั น โดษ
              คื อ ความยิ น ดี ต าม
              ที ่ ไ ด้
              ยถาพลสั น โดษ
              คื อ ความยิ น ดี ต าม
              กำ า ลั ง ที ่ ม ี อ ยู ่
คุ ณ ค่ า ของสั น โดษ
•   สอนให้ ร ู ้ จ ั ก พอ
•   สอนให้ ร ู ้ จ ั ก ประมาณตน
•   สอนให้ ไ ม่ ล ะโมบโลภมาก
•   ลดความเห็ น แก่ ต ั ว
•   คนที ่ ม ี ส ั น โดษจึ ง เป็ น คนที ่ ส งบสุ ข
•   คนในสั ง คมมี ค วามสามั ค คี ป องดอง
    กั น
มงคล 38 ความสั น โดษ
        แนวทางการปฏิ บ ั ต ิ
         ตนเพื ่ อ ให้ ส ั น โดษ
         ได้ แ ก่
          รู ้ จ ั ก วิ เ คราะห์
         ตนเอง
          ฝึ ก ฝนตนเองให้ ม ี
         สติ แ ละมี เ หตุ ผ ล
          ควบคุ ม พฤติ ก รรม
         ของตน
สรุ ป สั น โดษ
                                    รู้จักตนเอง
             ความหมาย
 สั น โดษ     ที ่ แ ท้ จ ริ ง
                                 ต้องมีฉันทะ(พอใจ)

                 ไม่ ใ ช่
                                   ความเกียจคร้าน

ปลีกตัวออกจากสังคม
                 ขาดความกระตือรือร้น
กรุณาเลือกคำาถาม
È ก คำาถามข้อที่ 1          คำาถามข้อที่ 11
    คำาถามข้อที่ 21
    คำาถามข้อที่ 2    คำาถามข้อที่ 12
    คำาถามข้อที่ 22
    คำาถามข้อที่ 3          คำาถามข้อที่ 13
    คำาถามข้อที่ 23
    คำาถามข้อที่ 4    คำาถามข้อที่ 14
    คำาถามข้อที่ 24
    คำาถามข้อที่ 5          คำาถามข้อที่ 15
    คำาถามข้อที่ 25
    คำาถามข้อที่ 6    คำาถามข้อที่ 16
จบการนำ า
  เสนอแล้ ว
  แต่ เ ดี ๋ ย ว. . .
   . . วั น นี ้ ค ุ ณ
ทำ า ความดี ห รื อ
    ยั ง ค่ ะ . . . . .
1.พระสั ม มาสั ม พุ ท ธ
เจ้ า ในความหมาย
ของพุ ท ธคื อ ข้ อ ใด
 ก. พระปัจเจกพุทธ
 ข. พระพุทธาพุทธะ
 ค. พระอนุพุทธะ
 ง. พระสัพพัญญ
 พุทธะ
ค่ า ของพุ ท ธะที ่ แ สดงออกมาใน
โลกั ต ถจริ ย า คื อ ข้ ด ใด

  ก. การสังสอนธรรม
          ่
  ข การมีพุทธบริษัท
  ค. การตรัสรู้ดวยตนเอง
                ้
  ง. การก่อตังพระศาสนา
             ้
ข้ อ ใดจั ด เป็ น อนุ พ ุ ท ธะ

   ก. พระพุทธทาสภิกขุ
   ข. พระเทพมุนี
   ค. พระพุทธเจ้า
   ง.
   พระอัญญาโกทัญญะ
ล่ า วไม่ ถ ู ก ต้ อ งเกี ่ ย วกั บ อริ ย สั จ 4

  ก. ทุกข์        ธรรมทีควรรู้
                        ่
  ข. นิโรธ        ธรรมที่ควรบรรลุ
  ค. สมุทัย       ธรรมทีควรระลึก
                          ่
  ง. มรรค         ธรรมที่ควรเจริญ
5.ข้ อ ใดกล่ า วไม่
 ถู ก ต้ อ ง
ก. สัญญาจำาได้
ข. สังขารร่างกาย
ค. วิญญาณรับรู้
ง. เวทนาความรู้สกึ
สั ท ธา วิ ร ิ ย ะ สติ สมาธิ
ญา ตรงกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด

     ก. อุบาสกธรรม 5
     ข. วุฒิธรรม 5
     ค. พละ 5
     ง. สัทธรรม
วนไทยที ่ ก ล่ า วว่ า
อกระเชอก้ น รั ่ ว ตรงกั บ ข้ อ ใด

   ก. สมาธิ
   ข. สติ
   ค. ปัญญา
   ง. วิริยะ
รรยาคู ่ น ี ้ ม ี ค วามเหมาะสมกั น มาก
ทานช่ ว ยเหลื อ ผู ้ อ ื ่ น เหมื อ นกั น
 ดั ง กล่ า วกสอดคล้ อ งกั น ข้ อ ใด

   ก. สมสีลา
   ข. สมจาคา
   ค. สมปัญญา
   ง. สมสัทธา
ไม่ ย อมไปกั บ เพื ่ อ นๆที ่ ช วน
ล้ า เพราะนึ ก ถึ ง ภรรยาและลู ก ๆ
บ้ า น การกระทำ า ของโชคดี
 งกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด
    ก. สัจจะ
    ข. ทมะ
    ค. ขันติ
    ง. จาคะ
ใดมี ค วามหมายสอดคล้ อ งกั บ
ยาม

   ก. อดเปรี้ยวไว้กนหวาน
                     ิ
   ข. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
   ค. เกลือจิ้มเกลือ
   ง. หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนัน
                                    ้
อง ยิ น ดี ก ั บ ผลงานของตนเอง
งวั ล รองชนะเลศแสดงว่ า รงรอง
 รมสอดคล้ อ งกั บ ข้ อ ใด
  ก. ยถาลาภสันโดษ
  ข. ยถาพลสันโดษ
  ค. ยถาสารุปปสันโดษ
  ง. สันโดษ
ใด หมายถึ ง หลั ก ธรรมที ่ ท ำ า ให้
 ประสบกั บ ความเจริ ญ งอกงาม

   ก.   พละ 5
   ข.   ภาวนา 4
   ค.   วุฒิธรรม 4
   ง.   อุบาสกธรรม
และภรรยาที ่ ม ี ค วามประพฤติ
 กั น จะครองชี ว ิ ต คู ่ อ ยู ่ ไ ด้ น าน
ทั ้ ง คู ่ ม ี ค วามเหมาะสมในเรื ่ อ งใด

  ก. สมสีลา
  ข. สมจาคา
  ค. สมปัญญา
  ง. สมสัทธา
นสรวง รู ้ ส ึ ก โล่ ง อก
 ื ่ อ ย และมี ค วามสุ ข ที ่ ส ามารถ
นในคณะที ่ ต นเองต้ อ งการ

    ก. ปริยัติ
    ข. ปฏิบัติ
    ค. ปฏิเวธ
    ง. ปฏิรูป
วนา 4 เป็ น หลั ก ธรรมที ่ จ ั ด
อริ ย สั จ 4 ข้ อ ใด


   ก. ทุกข์
   ข. นิโรธ
   ค. มรรค
   ง. สมุทย ั
นั ก เรี ย นต้ อ งการให้ ต นมี ค วาม
 ะอดทนในการศึ ก ษาเล่ า เรี ย น
กอบรมภาวนาข้ อ ใด

   ก.   กายภาวนา
   ข.   สี ล ภาวนา
   ค.   จิ ต ตภาวนา
   ง.   ภาวนา
มนึ ก คิ ด ที ่ ป ระกอบด้ ว ยการเบี ย ด
 ร้ า ย ตรงกั บ ข้ อ ใด

   ก. อกุศลวิตก
   ข. กามวิตก
   ค. พยาบาทวิตก
   ง. วิสิงสาวิตก
ฝึ ก อบรมให้ ต ั ้ ง อยู ่ ใ นระเบี ย บ
ม่ เ บี ย ดเบี ย นผู ้ อ ื ่ น ตรงกั บ
รมในข้ อ ใด
    ก. กายสังวร
    ข. สีลภาวนา
    ค. จิตตภาวนา
    ง. ปัญญาภาวนา
นการเดิ น ทางไปท่ อ งเที ่ ย ว
นที ่ เ ปรี ย บเสมื อ นกั บ ข้ อ ใด

    ก. ปริยัติ
    ข. ปฏิบัติ
    ค. ปฏิเวธ
    ค. ปฏิรูป
ที ่ ก ่ อ ให้ เ กิ ด ความเจริ ญ งอกงาม
ิ บ ั ต ิ ต รงกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด

  ก. พละ 5
  ข. สัทธรรม
  ค. วุฒิธรรม
  ง. ภาวนา
รไม่ ถ ื อ มงคลตื ่ น ข่ า ว
ม่ แ สวงหาเขตบุ ญ นอกหลั ก
ทธศษสนา สอดคล้ อ งกั บ
รรมในข้ อ ใด

   ก. อุบาสกธรรม
   ข. พละ 5
   ค. สัทธรรม
   ง. ภาวนา
ดี ย เป็ น ลู ก ที ่ ม ี ค ุ ณ ธรรม มี ศ ี ล
มบั ต ิ เ ที ย บเท่ า กั บ พ่ อ แม่
บุ ต รประเภทใด
    ก. อภิชาตบุตร
    ข. อนุชาตบุตร
    ค. อวชาตบุตร
    ง. นวชาตบุตร
นิ โ สมนสิ ก ารมี ค วามหมายตรง
ใด


  ก. การคิดหาเหตุผลโดยถูกวิธี
  ข. การปฏิบัตธรรมสมควรแก่ธรรม
              ิ
  ค. การคบหาสัตบุรุษหรือคนดี
  ง. การเอาใจใส่ศกษาหาความรู้
                 ึ
ข้ อ ใดจั ด เป็ น หลั ก ธรรม
มวิ ห าร 4
  ก.   เมตตา   กรุณา มุทิตา อุเบกขา
  ข.   เมตตา   สัจจะ วิริยะ สติ
  ค.   ฉันทะ   วิริยะ จิตตะ วิมงสา
                               ั
  ง.   สัทธา   ศีล จาคะ ปัญญา
พรหล้ า คิ ด แต่ จ ะขโมยของ
พนเค้ ก พฤติ ก รรมของ
รหล้ า จั ด เป็ น วิ ต กในข้ อ ใด

      ก.   วิหิงสาวิตก
      ข.   พยายามวิตก
      ค.   กามวิตก
      ง.   วิตกจริต
ารกระทำ า ในข้ อ ใดจั ด เป็ น
าภาวนา

 ก. เอมมี่ ตั้งใจอ่านหนังสือทุกวัน
 b. เจนนี่ ปฏิบติตามกฎระเบียบของ
                 ั
   โรงเรียน
 ค. นาธาน
     ตั้งใจทำางานทีได้รับมอบหมายด้วยความสุขมร
                    ่                      ุ
 ง. นาเดีย
     ออกกำาลังกายทุกวัน
อใดไม่ จ ั ด อยู ่ ใ นหลั ก อริ ย สั จ
วด มรรค

   ก.   อุบาสกธรรม3
   ข.   พละ 5
   ค.   สัทธรรม 3
   ง.   ขันธ์ 5
อใดเป็ น ความหมายของธรรม
นพลั ง ทำ า ให้ เ กิ ด ความมั ่ น คง


    ก. พละ 5
    ข. สัทธรรม
    ค. วุฒิธรรม
    ง. ภาวนา
ารี เป็ น นั ก เรี ย นทุ น ที ่ ม ี ค วาม
ฤติ ด ี แ ละได้ ร ั บ ทุ น จนถึ ง ระดั บ
ญาเอก แล้ ว กลั บ มาทำ า ให้ ก ั บ
 ศชาติ นารี จ ั ด เป็ น บุ ต ร
 ทใด

    ก. อภิชาตบุตร
    ข. อนุชาตบุตร
    ค. อวชาตบุตร
    ง. นวชาตบุตร
สขีภริยา มีความหมายตรงกับข้อใด

  ก.   ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงโจร
                             ่
  ข.   ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงนาย ่
  ค.   ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงเพื่อน
                               ่
  ง.   ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงทาส
                           ่

ถ้าทำาถูกเดี๋ยวมี
   รางวัลจ๊ะ

ตังใจทำาใหม่
  ้
อีกครั้งครับ
    สู..สู้
      ้

ลองใหม่คะ.. ลอง
         ่
    ใหม่..
 คราวนีอย่าให้
       ้
  พลาดนะค่ะ.

อะไรนะครับ..อ๋อ.คุณ
 รู้วาทำายังไม่ถูกใช่
     ่
       ไหมครับ..
ผิดค่ะ

ผิดนะค่ะ

ผิดครับผม...

ยังไม่ถูกครับ

    ผมเอาใจช่วย
          ครับ
ตังใจหน่อย เดี๋ยว
  ้
     ก็ตองทำาถูก
        ้
ขอโทษ...จ๊ะเฮ
   วอน             
ผมจะตั้งใจทำา   คุณยังทำา
   ครับ         ไม่ถกนะมิ
                    ู
 คราวนีใม่
         ้          นวู
  พลาด....

เอ..ยังไม่ถูก
 ตังใจ..อีก
   ้
  ครั้งครับ

 พยายามเข้า
คุณต้องทำา ได้
  แน่..แน่คะ
           ่

 ตั้งใจทำา
หน่อยครับ

ผิด..เห็น..
เห็น.. ครับ

    ลองอีกที
คราวนีตอง้ ้
ตังใจให้มาก
  ้
     นะค่ะ

ถูกต้องนะ
   ครับ

ผมรู้วาคุณเก่ง.
      ่
        ..
เจ๋งสุด สุดครับ

ชนะเลิศ...ถ้วยนี้
 เป็นของคุณ

คุณเก่งมากครับ
   เยี่ยมจริงๆ

ถูกต้อง
ครับผม
ถูกต้อง..
์   ถู..   ถูก..
                   .นะครับ

 เยี่ยมไป
 เลย......
ทำาข้อต่อ
ไปเลยนะ
     ค่ะ

ถูกต้องนะค่ะ...เก่
   งม๊าก มาก

พี่ชายว่า.
    .ถูก
ต้อง..ครับ
   ผม..

ถูก
ต้อง
ครับ

ถูกต้อง
 ครับ

ถูกต้อง
 ครับ

ถูกต้อง
 ครับ

หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

  • 1.
    สื ่ อประกอบการสอน วิ ช า พระพุ ท ธศาสนา เรื ่ อ ง หลั ก ธรรมทาง พระพุ ท ธศาสนา ระดั บ ชั ้ น ม. 4 จั ด ทำ า โดย อ. พั ช ราภรณ์ ภิ ม ุ ข กลุ ่ ม สาระการเรี ย นรู ้ สั ง คมศึ ก ษาศาสนาและ วั ฒ นธรรม
  • 2.
    หลั ก ธรรม ทางพระพุท ธ ศาสนา หลักอริยสัจ 4
  • 3.
    หัวข้อหลักธรรม อริยสัจ (ธรรมที่ควรรู้) ทุกข์ 4 ขันธ์ 5 สมุทัย (ธรรมที่ควรละ) นิยาม 5 อกุศลวิตก 3 นิโรธ (ธรรมที่ควร บรรลุ) ภาวนา 4 มรรค (ธรรมที่ควร เจริญ) อุบาสกธรรม 5
  • 4.
  • 5.
    ขั น ธ์5 รูปขันธ์ รูป ขันธ์ 5 เวทนา นามขันธ์ สัญญา วิญญาณ สังขาร
  • 6.
    รู ป ขัน ธ์ = ร่ า งกาย ขั น ธ์ 5 เวทนา =รู ้ ส ึ ก สั ญ ญา =จำ า ได้ ห มายรู ้ สั ง ขาร =นึ ก คิ ด วิ ญ ญาณ = รั บ รู ้
  • 7.
    รู ป ขัน ธ์ = ร่ า งกาย, พฤติ ก ร รม ปฐวี ธ าตุ ( ้ ดิหมด ทั ง น ) เนื ้ อ , หนั ง , กระดู ก ของร่ า งกาย้ า ) นำ ้ า อาโปธาตุ ( นำ ใน ร่ า งกาย , เลื อ ด เตโชธาตุ ( ไฟ) อุ ณ หภู ม ิ วาโยธาตุ ( ลม) ส่ ว น ที ่ ส ั ่ น สะเทื อ น
  • 8.
    เวทนา = ความรู้ ส ึ ก ที ่ เ กิ ด ต่ อ สิ ่ ง ที ่ ร สุขเวทนา ทุกขเวทนา อุเบกขาเวทนา
  • 9.
    สัญญา =จำาได้หมายรู้ คือ รู้จักสิงนั้นๆ เมื่อไปพบเข้าอีก ่ รู้ว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสและอารมณ์ที่เกิดขึ้นน รูป รส กลิ่น เสีย สัมผั อารมณ์ อารมณ ง ส
  • 10.
    สั ง ขาร สัง ขาร=นึ สิ ่ ง ทีด รุ ง คื อ ก คิ ่ ป หิ ว จั ง . . แต่ ง จิ ต หรื อ สิ ่ ง ที ่ อยากหมำ ่ า กระตุ ้ น ผลั ก ดั น ให้ เบอร์ เ กอร์ มนุ ษ ย์ ก ระทำ า การ อย่ า งใดอย่ า งหนึ ่ ง หรื อ สั งย กว่ า= วิ ญ ญาณ + เรี ขาร แรงจู ง ใจ เวทนา + สั ญ ญา
  • 11.
    วิ ญ ญาณ= รั บ รู ้ จักขุ วิญญาณ ชิวหาวิญาณ ฆานวิญญาณ โสตวิญญาณ มโนวิญญาณ กายวิญญาณ
  • 12.
  • 13.
    นิ ย ามหมายถึง กฎธรรมชาติ 5 ประการ อุตุนยาม หมายถึง กฎ ิ ธรรมชาติ เกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ ฤดูกาล
  • 14.
    นิ ย ามหมายถึง กฎธรรมชาติ 5 ประการ พีชนิยาม หมายถึง ฎธรรมชาติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์
  • 15.
    นิ ย ามหมายถึง กฎธรรมชาติ 5 ประการ จิตตนิยาม หมายถึง ธรรมชาติเกี่ยวกับการทำางานของจิต
  • 16.
    นิ ย ามหมายถึง กฎธรรมชาติ 5 ประการ ธรรมนิยาม หมายถึง กฎธรรมชาติเกี่ยวกับ วามเป็นเหตุเป็นผลของสิ่งทั้งปวง
  • 17.
    นิ ย ามหมายถึง กฎธรรมชาติ 5 ประการ กรรมนิยาม หมายถึง กฎธรรมชาติเกี่ยวกับพฤติกรรม ของมนุษย์
  • 18.
  • 19.
    ความเข้าใจในเรื่องของกรรม  กรรมและผลของ กรรมบางครั้งก็ขึ้นอยู่ กับเงื่อนไขอย่างอื่น เช่น กาลเวลา  ความเป็นไปในชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ใช่ ว่าจะเป็นผลจากกรรม เก่าเสียทั้งหมด
  • 20.
    ผลของกรรมระดับผลทางสังคม  การทำาความดีจะได้ผล เต็มทีหรือไม่ในระดับที่ ่ เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่ กับว่ามีความพร้อมดังนี้ หรือไม่ 1. ทำาดีถูกที่ หรือไม่
  • 21.
    ผลของกรรมระดับผลทางสังคม  การทำาความดีจะได้ผล เต็มทีหรือไม่ในระดับที่ ่ เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่ กับว่ามีความพร้อมดังนี้ หรือไม่ 2. บุคลิกรูปร่าง เหมาะสมหรือไม่
  • 22.
    ผลของกรรมระดับผลทางสังคม  การทำาความดีจะได้ผล เต็มทีหรือไม่ในระดับที่ ่ เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่ กับว่ามีความพร้อมดังนี้ หรือไม่ 3. ทำาดีถูกกาลเวลาหรือไม่
  • 23.
    ผลของกรรมระดับผลทางสังคม  การทำาความดีจะได้ผล เต็มทีหรือไม่ในระดับที่ ่ เป็นผลทางสังคม ขึ้นอยู่ กับว่ามีความพร้อมดังนี้ หรือไม่ 4. ทำาดีเต็มที่หรือไม่
  • 24.
    ตามหลักจูฬกัมมวิภังคสูตร ได้กำาหนดสิ่งที่เป็นผลของกรรมเก่า ไว้ คือ  ความประณีตสวยงาม หรือไม่สวยงามของรูป ร่างที่มีมาโดยกำาเนิด  การเกิดในตระกูลสูง หรือตำ่า  ความรำ่ารวยหรือ ยากจน  ความสามารถทางสติ ปัญญา หรือความโง่ เขลาที่มีมาแต่กำาเนิด
  • 25.
    คุ ณ ค่า ทางจริ ย ธรรมของนิ ย าม 5  ทำาให้มองชีวิตประกอบด้วยเหตุปจจัยที่ ั หลากหลาย กฎแห่งกรกรมและกฎ ธรรมชาติ  ทำาให้เป็นคนใจกว้าง ไม่มองชีวิตเป็นเรื่อง คับแคบ สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรง จุด  ทำาให้มองเห็นว่าชีวิตเป็นกระบวนการทาง ธรรมชาติ เป็นไปตามเหตุและปัจจัย  ทำาให้เข้าใจว่ากรรมนิยามหรือกฎแห่ง
  • 26.
  • 27.
    อกุ ศ ลวิต ก 3 คื อ ความนึ ก คิ ด ที ่ ไ ม่ ด ี  กามวิตก คือ ความนึกคิดทีประกอบ ่ ด้วยความโลภ  พยาบาทวิตก คือ ความนึกคิดที่ ประกอบด้วยความอาฆาตพยาบาท  วิหิงสาวิตก คือ ความนึกคิดทีประกอบ ่ ด้วยการเบียดเบียนมุงร้าย ่
  • 28.
    วิ ต กคื อ การคิ ด การใคร่ ค รวญ กุศลวิตก คือ ความนึกคิดทีอกุศลวิตก 3 คือ ความนึกคิดที่ไม ่ดีงาม นกขัมมวิตก 1. กามวิตก คือความนึกคิด ที่ประกอบด้วยความโลภ ความนึกคิดที่ไม่ยึดติดเกี่ยวกับอะไร . อพยาบาทวิตก 2. พยาบาทวิตก คือความนึกคิด อ ความคิดที่ประกอบด้วยเมตตา ที่ประกอบด้วยความอาฆาตพยาบ 3. อวิหิงสาวิตก คือ 3. วิหิงสาวิตก คือ ความนึกคิด ความนึกคิดที่ไม่คดร้ายผู่ประกอบด้วยการเบียดเบียนมุ่งร ิ ที อื่น ้
  • 29.
    นิยาม 5 อกุศลวิตก สมุทัย พิจารณาให้เห็นโทษ ลด เพื่อ กำาจัด ละ บรรเทา
  • 30.
  • 31.
    ภาวนา 4 ภาวนา 4หมาย ถึ ง การทำ า ให้ ม ี ขึ ้ น การทำ า ให้ เกิ ด ขึ ้ น การ เจริ ญ หรื อ การ พั ฒ นาตน มี 4 ประการ ได้ แ ก่
  • 32.
    ภาวนา 4 1. กายภาวนาหรือ ตา กายสังวร หู หมายถึง การฝึกอบรม ทางกาย จมู ก ลิ ้ น กาย
  • 33.
    ภาวนา 4 กายเมื ่อ ถู ก ฝึ ก แล้ ว
  • 34.
    ภาวนา 4 2. สี ล ภาวนา หมายถึ ง การฝึ ก อบรมตน ามประพฤติ ท ี ่ ต ั ้ ง อยู ่ ใ นระเบี ย บวิ น ั ย ไม่ ส ร้ า งความเดื อ ดร้ อ น
  • 35.
    ภาวนา 4 3. จิ ต ตภาวนา ง การฝึ ก อบรมทางจิ ต ใจให้ เ ข้ ม แข็ ง มั ่ น คงเจริ ญ งอกงาม
  • 36.
    ภาวนา 4 จิตตภาวนา ทาน ปิยวาจา สังคหวัตถุ 4 อัตถจริยา สมานัตตา
  • 37.
    ภาวนา 4 จิตที่ฝึกแล้วสามารถประสบความสำาเร จิตตภาวนา โดยปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท 4 ฉันทะ อิทธิบาท 4 วิริยะ จิตตะ วิมังสา
  • 38.
    ภาวนา 4 4. ปั ญ ญาภาวนา มายถึ ง การฝึ ก อบรมปั ญ ญา าใจสิ ่ ง ทั ้ ง หลายตามความเป็ น จริ ง
  • 39.
    คุณค่าทางจริยธรรมของ ภาวนา 4  มนุษย์สามารถพัฒนาตนเอง เมือรู้จัก ่ พัฒนาตนเองจะเป็นเครื่องวัดความเป็น มนุษย์หรือจำาแนกคนและสัตว์ออกจากกัน  การพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีความรู้ความ สามารถ จะต้องกระทำาครบทั้ง 4 ด้าน คือ กาย ศีล จิต(สมาธิ) ปัญญา  การพัฒนาที่ถูกต้อง ต้องดำาเนินตามขั้น ตอนของภาวนาทัง 4 ให้ครบถ้วน ้
  • 40.
    พระสัทธรรม 3 วุฒิธรรม 4 อุบาสกธรรม 5 พละ 5 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)
  • 41.
  • 42.
    สัทธรรม 3 คือธรรมที่ดี หรือธรรม ของคนดี • 1. ปริยติธรรม คือ การศึกษาเรียนรู้หลัก ั ธรรมคำาสอนของพระพุทธเจ้าให้เกิดความ รู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง • 2. ปฏิบติสทธรรม คือ การนำาหลักธรรมคำา ั ั สอนที่ได้ศึกษาไปลงมือปฏิบติ_(มรรค 8) ั ถือว่าสำาคัญมาก • 3. ปฏิเวธสัทธรรม คือ การได้รับผลจาก การปฏิบติได้แก่ ความสำาเร็จ ความสุข ั ความสงบใจ
  • 43.
    ความสัมพันธ์ ปริยัติ ปฏิบติปฏิเวธ ั ปริ ย ั ต ิ การศึกษาแผนที่ วิธีการเดินทาง ปฏิ บ ั ต ิ การเดิน ทาง ปฏิ เ วธ ถึงจุดหมายปลายทาง
  • 44.
  • 45.
    วุ ฒ ิธ รรม 4 วุฒิธรรม 4 คือ คุณธรรมหรือหลักการที่ก่อให้เกิด ความเจริญงอกงามหรือหลักธรรมที่สนับสนุนให้ มีปญญา 4 ประการ ั • สัปปุริสสังเสวะ คือ การคบหาสัตบุรุษหรือ คนดี • สัทธัมมัสสวนะ คือ การฟังสัทธรรม หรือ เอาใจใส่ศึกษาความรู้จริง • โยนิโสมนสิการ คือ การคิดหาเหตุผลโดย
  • 46.
    คุ ณ ค่า ของวุ ฒ ิ ธ รรม 4 • หลักปัญญาวุฒิธรรมเป็นหลักธรรม สนับสนุนให้มปัญญา ี • สามารถนำาหลักธรรมนี้พฒนาชีวิตทัง ั ้ ชีวิตได้ทกแง่ทกมุม ุ ุ
  • 47.
    สรุ ป วุฒ ิ ธ รรมเพื ่ อ ให้ จ ำ า ได้ ง่ า ย คื อ • คบคนดีที่เป็นปราชญ์ • ฉลาดรู้จกฟังคำาของท่าน ั • วิจารณ์วจัยด้วยปัญญา ิ • น้อมนำามาปฏิบติให้สมภูมิ ั
  • 48.
    พละ 5  ธรรมอันเป็นกำาลัง หรือธรรมอันเป็นพลัง ทำาให้เกิดความมั่นคง  ทำาให้ดำาเนินชีวิตด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่น ไหวต่อภัยหรืออุปสรรคต่าง ๆ  เพื่อเป็นแนวทางสูการบรรลุอริยมรรค ่ อริยผลโดยตรง
  • 49.
    พละ 5 คื อ ธรรมอั น เป็ น กำ า ลั ง  สัทธา คือ ความเชือที่มีปญญาหรือเหตุผลเป็น ่ ั พื้นฐาน  วิริยะ คือ ความเพียรในสิงที่ถูกต้อง ่  สติ คือ ความระลึกได้ หรือความเป็นผู้มีสติอยู่ ตลอดเวลา  สมาธิ คือ ความตั้งมั่นแห่งจิต หรือการควบคุม จิตให้สงบนิงไม่ฟุ้งซ่าน ่  ปัญญา คือ ความรอบรู้ ซึ่งมี บ่อเกิดอยู่ 3 ทาง ได้แก่ สุตมยปัญญา
  • 50.
    คุ ณ ค่า ของจริ ย ธรรมของพละ 5  พละ 5 จะต้องปฏิบัติให้ได้สมดุลกันเสมอ คือ สัทธา ต้องพอดีกับ ปัญญา วิริยะ ต้องพอดีกับ สมาธิ สติ ควบคุมทั้ง สัทธา วิริยะ สมาธิ และปัญญา คนมีศรัทธา แต่ขาดปัญญา จะกลายเป็นคนงมงาย เชื่อ คนง่าย คนมีปัญญา แต่ขาดศรัทธา จะกลายเป็นคนหัวดื้อ คนมีวิริยะ แต่ขาดสมาธิ จะกลายเป็นคนเหนือยเปล่า ่ หรือฟุงซ่าน ้ คนมีสมาธิ แต่ขาดวิระยะ จะกลายเป็นคนเกียจคร้านติด อยู่ในสุขทีเกิดจากสมาธิ ่
  • 51.
  • 52.
    อุบาสกธรรม 5  มีศรัทธาคือ มีความเชื่อปัญญาการตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้า และคำาสอน  มีศีล คือ รักษากาย วาจาให้เรียบร้อย  ไม่ถือเอามงคลตื่นข่าว คือ ไม่เชื่อข่าวลือ อย่างไร้เหตุผลแต่ให้เชื่อให้หลักของกรรม  ไม่แสวงหาเขตบุญนอกหลักพระพุทธ ศาสนา คือ ยึดมั่นในการทำาบุญตามหลัก พระพุทธศาสนา คือ บุญกิริยาวัตถุ 10  ขวนขวายในการอุปภัมภ์บำารุงพระพุทธ
  • 53.
    บุญกิรยาวัตถุ 10 ิ  การบริจาคทาน  รักษาศีล  การเจริญภาวนา  อ่อนน้อมถ่อมตน  ช่วยเหลือกิจการของผู้อื่น  การให้ส่วนบุญ  การอนุโมทนาส่วนบุญ  การฟังธรรม  การแสดงธรรม  การนำาความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องตามทำานองคลอง ธรรม
  • 54.
    พระสัทธรรม 3 วุฒิธรรม 4 อุบาสกธรรม 5 พละ 5 มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)
  • 55.
    มงคล 38 • สงเคราะห์บุตร •สงเคราะห์ภรรยา • ความสันโดษ
  • 56.
    มงคล 38 การสงเคราะห์บ ุ ต ร มีคุณธรรม ตั้งอยูในศีล ่ อภิชาตบุตร มีคุณสมบัติอื่นๆ ดีกว่าพ่อแม่ เรน ได้ ร ั บ คั ด เลื อ ก สร้างชื่อเสียง ให้ เ ป็ น ให้แก่วงค์ตระกูล ตั ว แทน รณรงค์ ต ่ อ ต้ า นการค้ า
  • 57.
    มงคล 38 การสงเคราะห์บ ุ ต ร อนุชาตบุตร ศีล เท่าเทียมกับพ่อแม่ ธรรม คุณสมบัติ
  • 58.
    มงคล 38 การสงเคราะห์บ ุ ต ร อวชาตบุตร ไม่มศล ี ี ด้อยกว่ากับพ่อแม่ ไม่มธรรม ี คุณสมบัติ
  • 59.
    มงคล 38 การสงเคราะห์บ ุ ต ร ปั จ จั ย ในการสงเคราะห์ บ ุ ต ร อาหาร เอาใจใส่ สงเคราะห์ด้วย สงเคราะห์ด้วย ความเข้าใ อามิส ธรรม เครื่องนุ่งห่ม ความอบอุ่น ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย สั่งสอน ความรัก
  • 60.
    หลักการในการสงเคราะห์บุตร ความรัก เมตตา ความปราถนาดี ความสงสาร กรุณา คิดช่วยให้ลูกพ้น พรหมวิหาร 4 จากความทุกข์ ความยินดี มุทิตา เมือบุตรอยูดีมสุข ่ ่ ี อุเบกขา ความวางใจ เป็นกลาง
  • 61.
    หลักการในการสงเคราะห์บุตร ห้ามทำาความชั่ว ให้ดำารงตนอยูในความดี ่ ทิศ 6 ให้ศึกษาศิลปวิทยา หาคู่ครองทีสมควรให้ ่ มอบทรัพย์สมบัติ ให้ตามโอกาสอันควร
  • 62.
    มงคล 38 การสงเคราะห์ภ รรยา • หลั ก ในการเลื อ กคู ่ ค รอง มี ห ลั ก เกณฑ์ 4 ประการ เรี ย กว่ า หลั ก สมชี ว ิ ต าธรรม 4 ได้ แ ก่ สมสัทธา คือ มีศรัทธา เสมอเหมือนกัน สมสีลา คือ มีศลธรรม ี เสมอเหมือนกัน สมจาคา คือ มีความเสีย
  • 63.
    มงคล 38 การสงเคราะห์ภ รรยา หลั ก ธรรมในการครองเรื อ น 4 ประการ สัจจะ ความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน ทมะ รู้จักข่มจิตใจ ขันติ อดทน อดกลั้น จาคะ เสียสละ ไม่
  • 64.
    มงคล 38 การสงเคราะห์ภ รรยา หลั ก ธรรมทิ ศ 6 สามี - ภรรยาพึ ง ปฏิ บ ั ต ิ ต ่ อ กั น สามีที่ดควรปฏิบติต่อ ี ั ภรรยา 5 ประการ ยกย่องให้เกียรติ ไม่ดูกหมิ่นภรรยา ไม่นอกใจภรรยา มอบความเป็นใหญ่ ในบ้านให้ หาเครื่องประดับมา มอบให้ตามโอกาส อัน
  • 65.
    มงคล 38 การสงเคราะห์ภ รรยา ภรรยาที ่ ด ี ควรปฏิ บ ั ต ิ ต ่ อ สามี 5 ประการคื อ จัดการงานภายใน บ้านให้ดี สงเคราะห์ญาติมิตร ของสามี ไม่นอกใจสามี
  • 66.
    มงคล 38 ความ จีวร สั น โดษ บิณฑบาต โดษที่สอนพระภิกษุ คือ ามมักน้อย รู้จักพอใจในปัจจัย 4 เสนาสนะ เภสัช ยินดีในสิ่งที่ตนมี สันโดษที่สอนบุคคลธรรมดา ยินดีในสิงที่ตนทำา ่ ตามกำาลังความสามาร
  • 67.
    มงคล 38 มงคลน โดษ ความสั 38 ความสั น โดษ • ความสั น โดษตาม หลั ก พระพุ ท ธ ศาสนามี 3 ประเภทได้ แ ก่ ยถาลาภสั น โดษ คื อ ความยิ น ดี ต าม ที ่ ไ ด้ ยถาพลสั น โดษ คื อ ความยิ น ดี ต าม กำ า ลั ง ที ่ ม ี อ ยู ่
  • 68.
    คุ ณ ค่า ของสั น โดษ • สอนให้ ร ู ้ จ ั ก พอ • สอนให้ ร ู ้ จ ั ก ประมาณตน • สอนให้ ไ ม่ ล ะโมบโลภมาก • ลดความเห็ น แก่ ต ั ว • คนที ่ ม ี ส ั น โดษจึ ง เป็ น คนที ่ ส งบสุ ข • คนในสั ง คมมี ค วามสามั ค คี ป องดอง กั น
  • 69.
    มงคล 38 ความสัน โดษ แนวทางการปฏิ บ ั ต ิ ตนเพื ่ อ ให้ ส ั น โดษ ได้ แ ก่ รู ้ จ ั ก วิ เ คราะห์ ตนเอง ฝึ ก ฝนตนเองให้ ม ี สติ แ ละมี เ หตุ ผ ล ควบคุ ม พฤติ ก รรม ของตน
  • 70.
    สรุ ป สัน โดษ รู้จักตนเอง ความหมาย สั น โดษ ที ่ แ ท้ จ ริ ง ต้องมีฉันทะ(พอใจ) ไม่ ใ ช่ ความเกียจคร้าน ปลีกตัวออกจากสังคม ขาดความกระตือรือร้น
  • 71.
    กรุณาเลือกคำาถาม È ก คำาถามข้อที่1 คำาถามข้อที่ 11 คำาถามข้อที่ 21 คำาถามข้อที่ 2 คำาถามข้อที่ 12 คำาถามข้อที่ 22 คำาถามข้อที่ 3 คำาถามข้อที่ 13 คำาถามข้อที่ 23 คำาถามข้อที่ 4 คำาถามข้อที่ 14 คำาถามข้อที่ 24 คำาถามข้อที่ 5 คำาถามข้อที่ 15 คำาถามข้อที่ 25 คำาถามข้อที่ 6 คำาถามข้อที่ 16
  • 72.
    จบการนำ า เสนอแล้ ว แต่ เ ดี ๋ ย ว. . . . . วั น นี ้ ค ุ ณ ทำ า ความดี ห รื อ ยั ง ค่ ะ . . . . .
  • 73.
    1.พระสั ม มาสัม พุ ท ธ เจ้ า ในความหมาย ของพุ ท ธคื อ ข้ อ ใด ก. พระปัจเจกพุทธ ข. พระพุทธาพุทธะ ค. พระอนุพุทธะ ง. พระสัพพัญญ พุทธะ
  • 74.
    ค่ า ของพุท ธะที ่ แ สดงออกมาใน โลกั ต ถจริ ย า คื อ ข้ ด ใด ก. การสังสอนธรรม ่ ข การมีพุทธบริษัท ค. การตรัสรู้ดวยตนเอง ้ ง. การก่อตังพระศาสนา ้
  • 75.
    ข้ อ ใดจัด เป็ น อนุ พ ุ ท ธะ ก. พระพุทธทาสภิกขุ ข. พระเทพมุนี ค. พระพุทธเจ้า ง. พระอัญญาโกทัญญะ
  • 76.
    ล่ า วไม่ถ ู ก ต้ อ งเกี ่ ย วกั บ อริ ย สั จ 4 ก. ทุกข์ ธรรมทีควรรู้ ่ ข. นิโรธ ธรรมที่ควรบรรลุ ค. สมุทัย ธรรมทีควรระลึก ่ ง. มรรค ธรรมที่ควรเจริญ
  • 77.
    5.ข้ อ ใดกล่า วไม่ ถู ก ต้ อ ง ก. สัญญาจำาได้ ข. สังขารร่างกาย ค. วิญญาณรับรู้ ง. เวทนาความรู้สกึ
  • 78.
    สั ท ธาวิ ร ิ ย ะ สติ สมาธิ ญา ตรงกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด ก. อุบาสกธรรม 5 ข. วุฒิธรรม 5 ค. พละ 5 ง. สัทธรรม
  • 79.
    วนไทยที ่ กล่ า วว่ า อกระเชอก้ น รั ่ ว ตรงกั บ ข้ อ ใด ก. สมาธิ ข. สติ ค. ปัญญา ง. วิริยะ
  • 80.
    รรยาคู ่ นี ้ ม ี ค วามเหมาะสมกั น มาก ทานช่ ว ยเหลื อ ผู ้ อ ื ่ น เหมื อ นกั น ดั ง กล่ า วกสอดคล้ อ งกั น ข้ อ ใด ก. สมสีลา ข. สมจาคา ค. สมปัญญา ง. สมสัทธา
  • 81.
    ไม่ ย อมไปกับ เพื ่ อ นๆที ่ ช วน ล้ า เพราะนึ ก ถึ ง ภรรยาและลู ก ๆ บ้ า น การกระทำ า ของโชคดี งกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด ก. สัจจะ ข. ทมะ ค. ขันติ ง. จาคะ
  • 82.
    ใดมี ค วามหมายสอดคล้อ งกั บ ยาม ก. อดเปรี้ยวไว้กนหวาน ิ ข. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ค. เกลือจิ้มเกลือ ง. หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนัน ้
  • 83.
    อง ยิ นดี ก ั บ ผลงานของตนเอง งวั ล รองชนะเลศแสดงว่ า รงรอง รมสอดคล้ อ งกั บ ข้ อ ใด ก. ยถาลาภสันโดษ ข. ยถาพลสันโดษ ค. ยถาสารุปปสันโดษ ง. สันโดษ
  • 84.
    ใด หมายถึ งหลั ก ธรรมที ่ ท ำ า ให้ ประสบกั บ ความเจริ ญ งอกงาม ก. พละ 5 ข. ภาวนา 4 ค. วุฒิธรรม 4 ง. อุบาสกธรรม
  • 85.
    และภรรยาที ่ มี ค วามประพฤติ กั น จะครองชี ว ิ ต คู ่ อ ยู ่ ไ ด้ น าน ทั ้ ง คู ่ ม ี ค วามเหมาะสมในเรื ่ อ งใด ก. สมสีลา ข. สมจาคา ค. สมปัญญา ง. สมสัทธา
  • 86.
    นสรวง รู ้ส ึ ก โล่ ง อก ื ่ อ ย และมี ค วามสุ ข ที ่ ส ามารถ นในคณะที ่ ต นเองต้ อ งการ ก. ปริยัติ ข. ปฏิบัติ ค. ปฏิเวธ ง. ปฏิรูป
  • 87.
    วนา 4 เป็น หลั ก ธรรมที ่ จ ั ด อริ ย สั จ 4 ข้ อ ใด ก. ทุกข์ ข. นิโรธ ค. มรรค ง. สมุทย ั
  • 88.
    นั ก เรีย นต้ อ งการให้ ต นมี ค วาม ะอดทนในการศึ ก ษาเล่ า เรี ย น กอบรมภาวนาข้ อ ใด ก. กายภาวนา ข. สี ล ภาวนา ค. จิ ต ตภาวนา ง. ภาวนา
  • 89.
    มนึ ก คิด ที ่ ป ระกอบด้ ว ยการเบี ย ด ร้ า ย ตรงกั บ ข้ อ ใด ก. อกุศลวิตก ข. กามวิตก ค. พยาบาทวิตก ง. วิสิงสาวิตก
  • 90.
    ฝึ ก อบรมให้ต ั ้ ง อยู ่ ใ นระเบี ย บ ม่ เ บี ย ดเบี ย นผู ้ อ ื ่ น ตรงกั บ รมในข้ อ ใด ก. กายสังวร ข. สีลภาวนา ค. จิตตภาวนา ง. ปัญญาภาวนา
  • 91.
    นการเดิ น ทางไปท่อ งเที ่ ย ว นที ่ เ ปรี ย บเสมื อ นกั บ ข้ อ ใด ก. ปริยัติ ข. ปฏิบัติ ค. ปฏิเวธ ค. ปฏิรูป
  • 92.
    ที ่ ก่ อ ให้ เ กิ ด ความเจริ ญ งอกงาม ิ บ ั ต ิ ต รงกั บ หลั ก ธรรมในข้ อ ใด ก. พละ 5 ข. สัทธรรม ค. วุฒิธรรม ง. ภาวนา
  • 93.
    รไม่ ถ ือ มงคลตื ่ น ข่ า ว ม่ แ สวงหาเขตบุ ญ นอกหลั ก ทธศษสนา สอดคล้ อ งกั บ รรมในข้ อ ใด ก. อุบาสกธรรม ข. พละ 5 ค. สัทธรรม ง. ภาวนา
  • 94.
    ดี ย เป็น ลู ก ที ่ ม ี ค ุ ณ ธรรม มี ศ ี ล มบั ต ิ เ ที ย บเท่ า กั บ พ่ อ แม่ บุ ต รประเภทใด ก. อภิชาตบุตร ข. อนุชาตบุตร ค. อวชาตบุตร ง. นวชาตบุตร
  • 95.
    นิ โ สมนสิก ารมี ค วามหมายตรง ใด ก. การคิดหาเหตุผลโดยถูกวิธี ข. การปฏิบัตธรรมสมควรแก่ธรรม ิ ค. การคบหาสัตบุรุษหรือคนดี ง. การเอาใจใส่ศกษาหาความรู้ ึ
  • 96.
    ข้ อ ใดจัด เป็ น หลั ก ธรรม มวิ ห าร 4 ก. เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ข. เมตตา สัจจะ วิริยะ สติ ค. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมงสา ั ง. สัทธา ศีล จาคะ ปัญญา
  • 97.
    พรหล้ า คิด แต่ จ ะขโมยของ พนเค้ ก พฤติ ก รรมของ รหล้ า จั ด เป็ น วิ ต กในข้ อ ใด ก. วิหิงสาวิตก ข. พยายามวิตก ค. กามวิตก ง. วิตกจริต
  • 98.
    ารกระทำ า ในข้อ ใดจั ด เป็ น าภาวนา ก. เอมมี่ ตั้งใจอ่านหนังสือทุกวัน b. เจนนี่ ปฏิบติตามกฎระเบียบของ ั โรงเรียน ค. นาธาน ตั้งใจทำางานทีได้รับมอบหมายด้วยความสุขมร ่ ุ ง. นาเดีย ออกกำาลังกายทุกวัน
  • 99.
    อใดไม่ จ ัด อยู ่ ใ นหลั ก อริ ย สั จ วด มรรค ก. อุบาสกธรรม3 ข. พละ 5 ค. สัทธรรม 3 ง. ขันธ์ 5
  • 100.
    อใดเป็ น ความหมายของธรรม นพลัง ทำ า ให้ เ กิ ด ความมั ่ น คง ก. พละ 5 ข. สัทธรรม ค. วุฒิธรรม ง. ภาวนา
  • 101.
    ารี เป็ นนั ก เรี ย นทุ น ที ่ ม ี ค วาม ฤติ ด ี แ ละได้ ร ั บ ทุ น จนถึ ง ระดั บ ญาเอก แล้ ว กลั บ มาทำ า ให้ ก ั บ ศชาติ นารี จ ั ด เป็ น บุ ต ร ทใด ก. อภิชาตบุตร ข. อนุชาตบุตร ค. อวชาตบุตร ง. นวชาตบุตร
  • 102.
    สขีภริยา มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงโจร ่ ข. ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงนาย ่ ค. ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงเพื่อน ่ ง. ภรรยาที่ประพฤติตนเยียงทาส ่
  • 103.
  • 104.
  • 105.
     ลองใหม่คะ.. ลอง ่ ใหม่.. คราวนีอย่าให้ ้ พลาดนะค่ะ.
  • 106.
  • 107.
  • 108.
  • 109.
  • 110.
  • 111.
    ผมเอาใจช่วย ครับ ตังใจหน่อย เดี๋ยว ้ ก็ตองทำาถูก ้
  • 112.
    ขอโทษ...จ๊ะเฮ วอน  ผมจะตั้งใจทำา คุณยังทำา ครับ ไม่ถกนะมิ ู คราวนีใม่ ้ นวู พลาด....
  • 113.
  • 114.
  • 115.
  • 116.
  • 117.
    ลองอีกที คราวนีตอง้ ้ ตังใจให้มาก ้ นะค่ะ
  • 118.
  • 119.
     ผมรู้วาคุณเก่ง. ่ .. เจ๋งสุด สุดครับ
  • 120.
  • 121.
     คุณเก่งมากครับ เยี่ยมจริงๆ
  • 122.
  • 123.
    ถูกต้อง.. ์ ถู.. ถูก.. .นะครับ
  • 124.
  • 125.
  • 126.
     พี่ชายว่า. .ถูก ต้อง..ครับ ผม..
  • 127.
  • 128.
  • 129.
  • 130.