Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Inside out

467 views

Published on

by Tracy Huston
Inside-Out:
Stories and Methods for Generating Collective Will to Create the Future We Want

Published in: Leadership & Management
  • Be the first to comment

Inside out

  1. 1. พันเอก มารวย ส่งทานินทร์ maruays@hotmail.com 8 กรกฎาคม 2557
  2. 2. by Tracy Huston
  3. 3.  แนวคิดเรื่อง ดีจากภายใน (Inside-Out) โดย Tracy Huston มี ที่มาจาก U-Theory ในหนังสือบัดเดี๋ยวนี้ (Presencing) ซึ่ง ประพันธ์โดย Peter Senge  เป็นวิธีการใช้พัฒนาผู้นา เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ต้องการ  Huston ใช้ประสบการณ์มากมายจากการเล่าเรื่อง และการทา กิจกรรมกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบ ที่เริ่มจากภายในออกมา
  4. 4. Inside-out เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน ควรเริ่มจากภายในออกมา
  5. 5. 5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา  1. อุปนิสัยเดิมทาให้เรามีข้อจากัด (Habits hardwire us into limited ways of being) เรามักใช้โครงสร้างแบบลาดับชั้น (Hierarchical constructs) เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต  วิธีการนี้ ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้อยคือ โครงสร้างแบบลาดับชั้นที่มี อยู่ อาจทาให้เกิดการตอบสนองที่ไม่ทันกาล เพื่อแก้ไขอุปนิสัยนี้ เราต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดและมุมมอง ที่เริ่มมาจากภายใน
  6. 6. 5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา  2. เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ (We base our self-worth on what we know) เราชื่นชมผู้เชี่ยวชาญ และคัดสรรว่าจ้างผู้นาที่ คาดว่าจะมีคาตอบ แต่นี่คือกับดัก  ทฤษฎีว่าด้วยความซับซ้อน (Complexity Theory) แสดงให้เห็นว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ความรู้สึกจากข้างในจะ สามารถช่วยเราได้ และช่วยให้เราได้พัฒนาตนเองอีกด้วย
  7. 7. 5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา  3. เรารู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ได้ในบริเวณที่จัดไว้ให้จาเพาะตัว (We are most comfortable working in silos) ด้วยโครงสร้างที่ต่างคน ต่างอยู่ ทาให้เราแยกตัวจากผู้อื่น  แต่สิ่งที่สมควรทาคือ การทางานแบบสหสาขา (cross- functionally and across boundaries) เพื่อเติมเต็มให้แก่กันและกัน
  8. 8. 5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา  4. เรานิยมการครองอาณาเขตและการมีอานาจเหนือผู้อื่น (We like to hold on to territory and power over others) ผลการวิจัย พบว่า เมื่อได้รับการแต่งตั้ง ผู้คนมักหวงอานาจ  เพื่อหาหนทางใหม่ ผู้ที่มีอานาจ ควรรู้จักการแบ่งปันอานาจ  ความรู้สึกที่ดีมาจากภายใน จะช่วยให้รู้จักการปล่อยวาง
  9. 9. 5 ข้อเสนอแนะที่ให้เริ่มจากภายในออกมา  5. เราสร้างป้อมปราการเพื่อให้เรารู้สึกเข้มแข็ง (We invest in fortresses as if these will make us strong) เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับ โครงสร้างทางกายภาพ  ความเข้มแข็งที่แท้จริงต้องมาจากภายใน ที่มีความตั้งมั่นและ พากเพียรไม่ท้อถอย
  10. 10. The interior of the self กระบวนการและโครงสร้างไม่สามารถก่อเกิดการปฏิบัติ ต้องอาศัยบุคคล
  11. 11. ผลดีของการรวมความรู้สึกจากภายใน 4 ประการ  1. มีความรู้สึกร่วมที่ชัดเจน (There is a very clear and shared sense of a common situation) สถานการณ์ (situation) เป็น บริบทสาคัญที่ทาให้เกิดการกระทา ก่อเกิดเป็นจุดมุ่งหมาย หรือ วิสัยทัศน์  สถานการณ์รวมถึง เวลา สถานที่ เหตุการณ์ และบุคคล ทั้งที่เป็น ปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมา  สถานการณ์เป็นตัวกาหนดให้เราต้องผูกพันกัน มีความเข้าใจ ร่วมกัน มีความจาเป็นต้องลงมือทาร่วมกัน
  12. 12. ผลดีของการรวมความรู้สึกจากภายใน 4 ประการ  2. มีความรู้สึกผูกพัน และปรารถนาร่วมกันในการลงมือปฏิบัติ (There is a collective will to engage in the situation – a shared sense of determination that transcends the ordinary, calls us into action) เมื่อเกิดวิกฤต ทาให้เราต้องลงมือทาในสิ่งที่สาคัญโดย เร่งด่วน ตามพันธสัญญาที่เป็นความหวังร่วมกัน  ความหวังร่วม เกิดจากมีความปรารถนา ความเชื่อ และความ ต้องการร่วมกัน ทั้งในระดับการปฏิบัติและจิตวิญญาณ  ความหวังร่วม ต้องร่วมมือกัน จึงจะมีพลัง
  13. 13. ผลดีของการรวมความรู้สึกจากภายใน 4 ประการ  3. ไม่มีสิ่งใดมาเป็นอุปสรรคต่อความต้องการนั้น ๆ (There are no structural obstacles – people are free to do what is needed, unencumbered by formal rules and protocols) ลักษณะทาง กายภาพหรือกระบวนการ ไม่ใช่สิ่งกีดขวางในการร่วมมือกัน ใน การจัดการกับวิกฤตที่เผชิญอยู่  มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะควบคุมได้ มนุษย์มีความสามารถใน การจัดระเบียบรูปแบบ ของความจาเป็น ได้ด้วยตนเอง
  14. 14. ผลดีของการรวมความรู้สึกจากภายใน 4 ประการ  4. เราต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน (We remember we need each other – not soloists but ensemble performers) เราไม่สามารถทา ได้สาเร็จเพียงลาพัง  ต้องร่วมมือกันและกัน เพราะเรามีความหวังร่วมกัน
  15. 15. Many instruments, playing a shared song เครื่องดนตรีหลากชิ้ น เล่นเป็ นเพลงร่วมกัน
  16. 16.  De-mechanization Methods เป็นการรับรู้รับทราบความเป็นจริง โดยใช้ทุกประสาทสัมผัส และไม่มีการตัดสินถูกผิดตามความเชื่อ ที่ปรุงแต่งของเรา  หลายคนใช้โยคะหรือการทาสมาธิ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง กายและจิตภายใน  เช่นเดียวกับศิลปินที่ปล่อยกายและใจ ให้ดูดดื่มไปกับการรับรู้ ของระบบสัมผัสอย่างเสรี  ต่อไป จะเป็นตัวอย่างที่ใช้ในการปลดปล่อยละวาง ความเป็น ตัวตนของตนก่อนเข้าสู่กิจกรรมที่เป็นเนื้ อหาหลัก
  17. 17. ก่อนเริ่มกิจกรรม (ใช้เวลา 5 นาที)  นั่งหรือนอนราบในท่าที่สบาย หลับตาให้สนิทตลอดรายการ หายใจลึก ๆ ช้า ๆ เข้าทางจมูก ออกทางปาก 2-3 รอบ  จากนั้นให้นึกถึงดวงแก้วใสและอบอุ่นลูกเล็ก ๆ วิ่งโคจรจาก ปลายเท้าซ้ายขึ้นมาตามขาผ่านกระดูกสันหลังไปไหล่ซ้าย แขน ซ้าย มือซ้าย ปลายนิ้ ว แล้วเลื่อนไปที่ท้ายทอย ขึ้นบนศีรษะ ผ่าน หน้าผาก ใบหน้า ตาซ้าย ตาขวา จมูก ปาก คาง ลาคอ ไปไหล่ ขวา แขนขวา มือขวา นิ้ วมือ ขึ้นมาไหล่ขวา ไปตามสันหลัง ลงไป ขาขวา เข่าขวา เท้าขวา ข้อเท้าขวา นิ้ วเท้าขวา ลืมตาช้า ๆ (จบ)
  18. 18. ฝึกการรับรู้ร่างกาย  นั่งบนเก้าอี้ ให้ถือหนังสือ 1 เล่ม หลับตาให้สนิทตลอดการฝึก  ยืนช้า ๆ ให้รับรู้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ อทุกมัดที่ทาหน้าที่ ค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าวช้า ๆ ให้รู้สึกการทางานของ ร่างกายทุกส่วน ก้าวอีก 1 ก้าว ช้า ๆ รับรู้ความรู้สึก ปล่อย หนังสือจากมือ ใช้ทุกประสาทรับรู้หนังสือตก ค่อย ๆ ก้มลงหยิบ หนังสือโดยไม่เปิดตาอย่างช้า ๆ รับรู้การทางานของร่างกาย ค่อย ๆ ยืนขึ้นช้า ๆ รับรู้ความรู้สึกของร่างกาย ลืมตาช้าๆ (จบ)  ต่อไปตลอดวัน ให้พยายามฝึกรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย
  19. 19. การปลดปล่อยอารมณ์เสีย  แทนที่จะแสดงอารมณ์ออกมา ให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์เป็นการ แสดงออกทางกายแทน  วิธีการ นั่งสบาย ๆ หลับตา ปิดเปลือกตาแน่น ๆ แล้วปล่อย 9 ครั้ง ทาจมูกบานแล้วหุบ 9 ครั้ง ทาปากจู๋แล้วแยกเขี้ยว 9 ครั้ง  หายใจเข้ายาวทางจมูก ให้รู้สึกถึงในท้อง คือท้องพอง แล้วปล่อย ลมหายใจออกทางปาก หายใจเข้ารู้ว่าหายใจเข้าถึงพุง หายใจ ออกทางปาก เน้นการรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออก  สักพัก จะรู้สึกถึงการได้ปลดปล่อยความเครียด จิตใจจะสบาย
  20. 20.  กิจกรรมกลุ่มที่แนะนาให้ทานี้ เพื่อพัฒนาแรงบันดาลใจร่วมกัน และสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะกรณีมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม ที่ต้องอาศัยความ ร่วมมือกันแบบข้ามขอบเขต เพื่อสร้างสิ่งแตกต่างไปจากเดิมได้ อย่างยั่งยืน
  21. 21.  แบ่งผู้เข้าประชุมกลุ่มละ 6-10 คน  ให้แต่ละคนวาดภาพ (หรือบรรยาย) สถานการณ์ปัจจุบันของ องค์กร หรือสิ่งแวดล้อม ในมุมมองของแต่ละคนออกมาเสนอให้ คนในกลุ่มฟัง โดยไม่มีการตัดสินถูกผิด  ผู้ประสานงาน (Facilitator) พยายามรวบรวมสิ่งที่ทุกคนนาเสนอ ออกมาเป็นภาพรวมที่เป็นความจริงร่วมกัน (Shared Current Reality) โดยใช้เทคนิค Café dialog เพื่อได้เป็นภาพรวมของกลุ่ม  แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอ
  22. 22.  แต่ละกลุ่มทบทวนภาพสถานการณ์ร่วมของกลุ่ม  เลือกใช้การตั้งสติ จากวิธีก่อนเข้าสู่กิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง  สมาชิกกลุ่มแต่ละคน ให้หลับตาแล้วนึกว่าตนเองอยู่ในภาพนั้น แล้วถามตนเองว่า เราต้องการอะไร หรือเราตั้งใจจะทาอะไร ให้ นึกต่อไปว่าตนเองได้ทาในสิ่งที่ต้องการนั้น  แต่ละคนวาดภาพที่ตนได้คาดหวังไว้ แล้วนาเสนอให้คนในกลุ่ม ฟัง จากนั้นนาภาพติดไว้ที่ฝาผนัง  ผู้ประสานงาน รวบรวมแนวคิดหรือคาบรรยาย พยายามปรับ รูปภาพของกลุ่มให้เป็นที่ยอมรับ
  23. 23.  เขียนบทบาทหรือหน้าที่ ของแต่ละกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ว่ามีส่วนในการขับเคลื่อนระบบใหม่อย่างไร มีปฏิสัมพันธ์หรือ ต้องทางานร่วมมือกับใครบ้าง มีบทบาทในการสนับสนุนอย่างไร เช่นเดียวกับเครื่องดนตรีหลากชิ้น ที่ร่วมกันเล่นเพลงเดียวกัน  ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงาน
  24. 24. One Square Mile การเริ่มต้นใหม่ อาจเป็นหนทางออกของปัญหาที่ติดขัดมานาน
  25. 25.  การเริ่มต้นใหม่ ให้สมมุติว่ามีพื้นที่เปล่าๆ อยู่ 1 ตารางไมล์  ให้ถามตนเองว่า จริง ๆ แล้ว เราต้องการอะไรบ้างที่จาเป็น แล้ว สิ่งที่ต้องการนั้น จะทาให้ความหวังเกิดเป็นจริงได้อย่างไร  ระดมสมอง หาวิธีการใหม่ที่ไม่ซ้ากับของเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การจัดรูปแบบโครงสร้างหรือกระบวนการ โดยถามว่า ต้องใช้ใคร เขาต้องการสิ่งใดบ้าง ทาอย่างไรเขาจึงจะรู้สึกปลอดภัยและมี ความสุข ต้องมีสิ่งแวดล้อมอย่างไรในการสนับสนุนเขา โดย พยายามมองนอกกรอบ  นาความคิดมาวาดลงในกระดาษ หาวิธีทาให้เป็นจริง แล้วนาเสนอ
  26. 26. Gandhi ขอขอบคุณ พันเอกหญิง อังคณา สุเมธสิทธิกุล ที่กรุณาให้หนังสือเล่มนี้ มาศึกษา

×