พุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่:
พุทธวิธีคลายเครียด
กายเครียด ใจก็เครียด
• ตัวอย่างที่แสดงให้เห็น
ชัดเจนก็คือ เมื่อสมัยที่พระองค์
ทรงบาเพ็ญทุกรกิริยาทรมาน
พระวรกายก็ด้วยทรงมีความ
เข้าใจว่าคนจะมีสุขได้ ก็ด้วย
ความทุกข์ หมายความว่าต้อง
ผ่านความทุกข์ยากมาก่อนจึงจะ
สามารถเข้าถึงความสุขได้ นี่คือ
เหตุผลสาคัญที่ทาให้พระพุทธ
องค์ต้องทรงบาเพ็ญทุกรกิริยา
อะไรคือเหตุผลที่ทาให้พระพุทธองค์
บาเพ็ญทุกรกิริยา ??
• ต่อมาก็ได้ทรงค้นพบความจริงว่า ความสุขไม่จาเป็นต้องเข้าถึงด้วยความ
ทุกข์ ความสุขสามารถเข้าถึงด้วยความสุข กล่าวคือ ความสุขจะเข้าถึงได้
ด้วยการทาเหตุปัจจัยของความสุข
• เมื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามเหตุปัจจัย คนที่มีปราโมทย์ มีปีติ มีปัสสัทธิ ก็
ย่อมมีจะมีความสุข เพราะได้ทาเห็นปัจจัยของความสุขถูกต้อง
• ปัญหาสาคัญของการทาทุกกรกิริยา คือ การทาให้ร่างกาย
เครียด พระพุทธเจ้าตรัสเล่าว่า ขณะที่ทรงบาเพ็ญทุกรกิริยา
ทรมานพระวรกายนั้น ความเพียรก็เป็นไปด้วยดี สติของ
พระองค์ก็ดีมีความชัดเจน แต่ไม่สาเร็จประโยชน์เพราะกาย
เครียด และความเครียดนี้พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นอกุศลธรรม
เป็นบาปที่จะต้องกาจัดออกไป
อกุศลธรรม ๑๐ ประการ
• ๑. โลภะ ความคิดจะเอาของคนอื่น
• ๒. โทสะ ความขัดเคืองคับแค้นใจ
• ๓. ถีนมิทธะ ความหดหู่ท้อแท้วุ่นวายใจ
• ๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้ งซ่านวุ่นวายใจ
• ๕. วิจิกิจฉา ความระแวงคลางแคลงใน
• ๖. โกธนะ ความมักโกรธ ความโกรธบ่อยๆ
• ๗. สังกิลิฎฐะ ความมีจิตขุ่นมัว
• ๘. สารัทธกาย ความมีกายเครียด
• ๙. กุสีตะ ความเกียจคร้าน
• ๑๐. อสมาหิตะ ความไม่มีสมาธิ
ความเครียดคืออะไร
• ความเครียด เป็นภาวะของอารมณ์ หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น
เมื่อเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่ทาให้รู้สึกไม่สบายใจ คับข้องใจ
หรือถูกบีบคั้น กดดันจนทาให้เกิดความรู้สึกทุกข์ใจ สับสน โกรธ
หรือเสียใจ
• ในวงการแพทย์ยอมรับว่าความเครียด (Stress) ทาให้เกิด
โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ความเครียดทาให้การสร้างภูมิ
ต้านทานของร่ายกายลดลง เกิดภาวะไม่สมดุลทางฮอร์โมน
กลายเป็นตัวส่งเสริมให้เซลล์มะเร็งขยายตัวได้ง่าย
ความเครียดเกิดจากอะไร
• ๑ เครียดเพราะอารมณ์สุดโต่ง เช่น รักมาก โลภมาก โกรธมาก
เกลียดมาก หลงมาก อิจฉามาก ริษยามาก นินทามาก
สุนัขตายอื้อ ขนย้ายบอบช้า
ความเครียดเกิดจากอะไร
• ๒. เครียดเพราะความคิดที่เป็นพิษ เช่น คิดว่าตนถูกใส่ร้าย คิด
ว่าตนถูกกลั่นแกล้ง คิดว่าตนไม่สมหวัง คิดว่าเราต้องเอาชนะ
คนนั้นให้ได้ เราแพ้ไม่ได้ ความคิดเช่นนี้ จะทาให้เรามีปมด้อย
ในชีวิต
ความเครียดเกิดจากอะไร
• ๓. เครียดเพราะปากท้อง คนที่ไม่มีจะกินก็ทุกข์เพราะไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะหา
อาหารที่ไหนมาใส่ท้อง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะนอนที่ใด ส่วนคนมีกินแล้ว มีที่อยู่
ปลอดภัยแล้วก็กังวลเป็นทุกข์จะถูกปล้นจี้ ถูกขโมย ถูกเอาเปรียบ
วิธีคลายเครียดด้วยสมาธิ
• สมาธิ คือ การทาใจและอารมณ์ให้นิ่ง ปัญหาต่างๆ ที่เราแก้
ไม่ได้ มองไม่เห็น เมื่อใจนิ่ง อารมณ์เย็น ก็จะเปิ ดออกมาให้เรา
เห็นปม
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๑ กล้าเผชิญความจริง
• ความเครียด ทั้งปวงเกิดจากความวิตกกังวล คนเราจะวิตกกังวลทุกอย่าง
เมื่อความจริงยังไม่ปรากฏ แต่เมื่อเผชิญความจริงแล้ว สติปัญญาที่จะ
แก้ปัญหาก็มาเอง
• แม้เรื่องอริยสัจ ๔ ก็เป็นเรื่องสอนให้คนกล้าเผชิญความจริง โดยเฉพาะ
ทรงสอนเรื่อง ”ทุกข์” ทรงนาเสนอความทุกข์ประเภทต่างๆ เช่น ทรงสอน
วิธีหาเหตุแห่งทุกข์นั้นว่ามาจากความทะยานอยาก เมื่อเรารู้ชัดถึงเหตุ
แห่งทุกแล้ว วิธีการแก้ไขปัญหาก็จะตามมา
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๒ เข้าใจเรื่องอารมณ์ของตนและของคน “จริต ๖”
• พระพุทธเจ้า ตรัสแสดงความแตกต่างของคนไว้ที่ จริต คนเหมือนกัน แต่
ถ้าจริตต่างกัน ก็จะมีอารมณ์ต่างๆ กัน ความต่างกันของอารมณ์นี่เอง ที่
ทาให้มนุษย์เราคิดต่างกัน เกิดความขัดแย้งกันตลอดเวลา กระทั่งนา
ความเครียดมาให้เรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงจาเป็นต้องเรียนรู้พฤติกรรมของ
คนในจริต ๖ เมื่อเราเข้าใจลักษณะของคนแล้ว เราก็จะไม่เครียด
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๓ ไม่คาดหวัง แต่พิจารณาความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง
• ความเครียดอย่างหนึ่งมักเกิดจากความคาดหวัง เป็นธรรมดาที่มนุษย์ทา
อะไรมักหวังผลตอบสนอง เมื่อลงทุนก็หวังกาไร ไม่มีใครหวังขาดทุน แม้
ทาบุญยังหวังผลบุญ เมื่อหวังจึงมีทั้งสมหวังและผิดหวัง สมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงสอนให้คนรู้จักหลักความจริง ๓ ข้อ คือ
▫ ความเปลี่ยนแปลง
▫ ความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
▫ และความที่เราไม่อาจยื้อสิ่งใดๆ ไว้ในอานาจได้ตลอดไป
หมั่นพิจารณาสรรพสิ่งที่เราเผชิญว่า
• “ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป”
• “ชีวิตมีได้มีเสียเสมอ การเสียบางอย่าง ก็เพื่อให้ได้บางอย่างมา”
• “ไม่มีใครได้ตลอด แก้วที่เต็มน้าแล้วจะรับน้าใหม่ไม่ได้ เราหัด
ทาชีวิตให้พร่องบ้างก็ดีเพื่อรองรับสิ่งใหม่”
• “สิ่งที่ดีที่สุดไม่มี มีแต่สิ่งที่ดีพอสมควร”
• “อย่าแสวงหาคนดีที่ดีที่สุดในชีวิต ท่านจะหาอะไรไม่ได้เลย”
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๔ ปิ ด เปิ ดประตูรับรู้ให้เป็นเวลา
• พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้รู้จักผัสสะ คือ รสชาติแห่งการรับสัมผัสทางตา หู
จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่หลง และที่สาคัญมีสติ ปิ ด เปิ ด เมื่อถึงเวลาอัน
เหมาะสมเหมือนกับใช้โทรศัพท์มือถือ ต้องรู้จักปิ ดเมื่อขับขี่ยานพาหนะ
ต้องรู้จักปิ ดเมื่ออยู่ในที่ประชุม หรือชุมชน หรือเวลานอน เป็นต้น โลกยุค
ใหม่ อาจมองดูเหมือนโก้เก๋ทันสมัย แต่แท้จริงแล้วนั่นคือ สายในที่ต่อท่อ
ความเครียดเข้ามาถึงใต้หมอน หากไม่รู้จักปิ ด เปิ ด
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๕ คนส่วนมากเครียดเรื่องของคนอื่นมิใช่เรื่องของตน
• โดยธรรมชาติ คนเรามักเป็นทุกข์ เพราะเรื่องคนอื่น เรื่องของตนมีน้อย
เรื่องของคนอื่นที่ไม่ใช่เรื่องส่วนรวม เราควรทิ้งไว้นอกประตูบ้าน ไม่นา
ขยะความคิดใดๆ เข้าบ้านของเราเอง การนาไฟในออก นาไฟนอกเข้ามา
บ้าน คือ ปัญหาที่สังคมแก้ไม่ตก บ้านใดเรือนใด ครอบครัวใด ฉลาดเรื่อง
ไฟ ก็จะไม่ถูกไฟเผาไหม้ให้ร้อนรน
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา
• วิธีที่ ๖ ฝึกแผ่เมตตา นึกถึงกฎแห่งกรรมมากกว่ากฎหมาย
• ในทางพระพุทธศาสนา ทรงสอนให้รู้จักผ่อนคลายด้วยการนึกถึงกฎแห่ง
กรรม นึกว่า สัตว์โลกมีกรรมเป็นของๆ ตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรม
เป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ไม่ว่าจะทา
กรรมใดๆ ดีหรือชั่ว ก็จักได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป ไม่มีเปลี่ยนแปลง
คิดได้อย่างนี้แล้วสบายใจ
วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา (สุดท้าย)
• วิธีที่ ๗ นึกถึงธรรมชาติที่เหมือนกันของสัตว์ทั้งหลาย
• มองให้เห็นความเสมอกันระหว่างสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งคนอื่นและตัวเรา
เองว่า ต้องเผชิญความลาบากในสังสารวัฏเหมือนกัน คือ ต้องดูแลขันธ์ ๕
ต้องถูกโรคภัยเบียดเบียน ต้องแก่ ต้องเจ็บ และสุดท้าย “สัตว์ทั้งหลาย
ต้องตาย” ความตายเป็นปลายทางของชีวิตเหมือนกันหมด ไม่ว่าผู้นั้นจะ
ยากดีมีจนอย่างไร เขาและเราก็ไม่ต่างอะไรกัน เราไม่ต้องเครียดเพราะ
น้อยใจไปอิจฉาเขา ไม่ต้องเครียดไปโกรธเขา หากแต่มองให้เห็นปัญหา
ต่างๆ ในชีวิตเขาเหมือนกันกับเรา
บทสรุป
• ความสุขมักซ่อนตัวอยู่ใจกลางความเศร้า ความเหงามักซ่อน
ตัวอยู่ในความเริงร่า ความกล้ามักซ่อนตัวอยู่ในความกลัว ขอให้
มั่นใจเถิดว่า ปัญญามักซ่อนตัวอยู่ภายในปัญหาเสมอ ขอให้เรานิ่ง
คิด หยุดแล้วคิดให้นิ่ง ลึกซึ้งและหยุดความคิดให้ได้ ก็จะเห็นว่า
ปัญหาแต่ละอย่างนั้นมีทางออกเสมอ
• ความเครียด คลายได้ และความเครียดก็กาจัดให้หมดไปได้
ตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านพุทธวิธีแบบประยุกต์ดังได้กล่าวมาแล้วนี้
ความสุขเกิดขึ้นได้เพราะความสงบ
ที่ใดสงบ..นั่นแหละที่นั่นมีสุข :)
The End
ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

พุทธวิธีคลายเครียด

  • 1.
  • 2.
    กายเครียด ใจก็เครียด • ตัวอย่างที่แสดงให้เห็น ชัดเจนก็คือเมื่อสมัยที่พระองค์ ทรงบาเพ็ญทุกรกิริยาทรมาน พระวรกายก็ด้วยทรงมีความ เข้าใจว่าคนจะมีสุขได้ ก็ด้วย ความทุกข์ หมายความว่าต้อง ผ่านความทุกข์ยากมาก่อนจึงจะ สามารถเข้าถึงความสุขได้ นี่คือ เหตุผลสาคัญที่ทาให้พระพุทธ องค์ต้องทรงบาเพ็ญทุกรกิริยา อะไรคือเหตุผลที่ทาให้พระพุทธองค์ บาเพ็ญทุกรกิริยา ??
  • 3.
    • ต่อมาก็ได้ทรงค้นพบความจริงว่า ความสุขไม่จาเป็นต้องเข้าถึงด้วยความ ทุกข์ความสุขสามารถเข้าถึงด้วยความสุข กล่าวคือ ความสุขจะเข้าถึงได้ ด้วยการทาเหตุปัจจัยของความสุข • เมื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามเหตุปัจจัย คนที่มีปราโมทย์ มีปีติ มีปัสสัทธิ ก็ ย่อมมีจะมีความสุข เพราะได้ทาเห็นปัจจัยของความสุขถูกต้อง
  • 4.
    • ปัญหาสาคัญของการทาทุกกรกิริยา คือการทาให้ร่างกาย เครียด พระพุทธเจ้าตรัสเล่าว่า ขณะที่ทรงบาเพ็ญทุกรกิริยา ทรมานพระวรกายนั้น ความเพียรก็เป็นไปด้วยดี สติของ พระองค์ก็ดีมีความชัดเจน แต่ไม่สาเร็จประโยชน์เพราะกาย เครียด และความเครียดนี้พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นอกุศลธรรม เป็นบาปที่จะต้องกาจัดออกไป
  • 5.
    อกุศลธรรม ๑๐ ประการ •๑. โลภะ ความคิดจะเอาของคนอื่น • ๒. โทสะ ความขัดเคืองคับแค้นใจ • ๓. ถีนมิทธะ ความหดหู่ท้อแท้วุ่นวายใจ • ๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้ งซ่านวุ่นวายใจ • ๕. วิจิกิจฉา ความระแวงคลางแคลงใน • ๖. โกธนะ ความมักโกรธ ความโกรธบ่อยๆ • ๗. สังกิลิฎฐะ ความมีจิตขุ่นมัว • ๘. สารัทธกาย ความมีกายเครียด • ๙. กุสีตะ ความเกียจคร้าน • ๑๐. อสมาหิตะ ความไม่มีสมาธิ
  • 6.
    ความเครียดคืออะไร • ความเครียด เป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่ทาให้รู้สึกไม่สบายใจ คับข้องใจ หรือถูกบีบคั้น กดดันจนทาให้เกิดความรู้สึกทุกข์ใจ สับสน โกรธ หรือเสียใจ
  • 7.
    • ในวงการแพทย์ยอมรับว่าความเครียด (Stress)ทาให้เกิด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ความเครียดทาให้การสร้างภูมิ ต้านทานของร่ายกายลดลง เกิดภาวะไม่สมดุลทางฮอร์โมน กลายเป็นตัวส่งเสริมให้เซลล์มะเร็งขยายตัวได้ง่าย
  • 8.
    ความเครียดเกิดจากอะไร • ๑ เครียดเพราะอารมณ์สุดโต่งเช่น รักมาก โลภมาก โกรธมาก เกลียดมาก หลงมาก อิจฉามาก ริษยามาก นินทามาก
  • 9.
  • 10.
    ความเครียดเกิดจากอะไร • ๒. เครียดเพราะความคิดที่เป็นพิษเช่น คิดว่าตนถูกใส่ร้าย คิด ว่าตนถูกกลั่นแกล้ง คิดว่าตนไม่สมหวัง คิดว่าเราต้องเอาชนะ คนนั้นให้ได้ เราแพ้ไม่ได้ ความคิดเช่นนี้ จะทาให้เรามีปมด้อย ในชีวิต
  • 11.
    ความเครียดเกิดจากอะไร • ๓. เครียดเพราะปากท้องคนที่ไม่มีจะกินก็ทุกข์เพราะไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะหา อาหารที่ไหนมาใส่ท้อง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะนอนที่ใด ส่วนคนมีกินแล้ว มีที่อยู่ ปลอดภัยแล้วก็กังวลเป็นทุกข์จะถูกปล้นจี้ ถูกขโมย ถูกเอาเปรียบ
  • 13.
    วิธีคลายเครียดด้วยสมาธิ • สมาธิ คือการทาใจและอารมณ์ให้นิ่ง ปัญหาต่างๆ ที่เราแก้ ไม่ได้ มองไม่เห็น เมื่อใจนิ่ง อารมณ์เย็น ก็จะเปิ ดออกมาให้เรา เห็นปม
  • 14.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๑กล้าเผชิญความจริง • ความเครียด ทั้งปวงเกิดจากความวิตกกังวล คนเราจะวิตกกังวลทุกอย่าง เมื่อความจริงยังไม่ปรากฏ แต่เมื่อเผชิญความจริงแล้ว สติปัญญาที่จะ แก้ปัญหาก็มาเอง • แม้เรื่องอริยสัจ ๔ ก็เป็นเรื่องสอนให้คนกล้าเผชิญความจริง โดยเฉพาะ ทรงสอนเรื่อง ”ทุกข์” ทรงนาเสนอความทุกข์ประเภทต่างๆ เช่น ทรงสอน วิธีหาเหตุแห่งทุกข์นั้นว่ามาจากความทะยานอยาก เมื่อเรารู้ชัดถึงเหตุ แห่งทุกแล้ว วิธีการแก้ไขปัญหาก็จะตามมา
  • 15.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๒เข้าใจเรื่องอารมณ์ของตนและของคน “จริต ๖” • พระพุทธเจ้า ตรัสแสดงความแตกต่างของคนไว้ที่ จริต คนเหมือนกัน แต่ ถ้าจริตต่างกัน ก็จะมีอารมณ์ต่างๆ กัน ความต่างกันของอารมณ์นี่เอง ที่ ทาให้มนุษย์เราคิดต่างกัน เกิดความขัดแย้งกันตลอดเวลา กระทั่งนา ความเครียดมาให้เรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงจาเป็นต้องเรียนรู้พฤติกรรมของ คนในจริต ๖ เมื่อเราเข้าใจลักษณะของคนแล้ว เราก็จะไม่เครียด
  • 16.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๓ไม่คาดหวัง แต่พิจารณาความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง • ความเครียดอย่างหนึ่งมักเกิดจากความคาดหวัง เป็นธรรมดาที่มนุษย์ทา อะไรมักหวังผลตอบสนอง เมื่อลงทุนก็หวังกาไร ไม่มีใครหวังขาดทุน แม้ ทาบุญยังหวังผลบุญ เมื่อหวังจึงมีทั้งสมหวังและผิดหวัง สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงสอนให้คนรู้จักหลักความจริง ๓ ข้อ คือ ▫ ความเปลี่ยนแปลง ▫ ความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ▫ และความที่เราไม่อาจยื้อสิ่งใดๆ ไว้ในอานาจได้ตลอดไป
  • 17.
    หมั่นพิจารณาสรรพสิ่งที่เราเผชิญว่า • “ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วก็ดับไป” • “ชีวิตมีได้มีเสียเสมอ การเสียบางอย่าง ก็เพื่อให้ได้บางอย่างมา” • “ไม่มีใครได้ตลอด แก้วที่เต็มน้าแล้วจะรับน้าใหม่ไม่ได้ เราหัด ทาชีวิตให้พร่องบ้างก็ดีเพื่อรองรับสิ่งใหม่” • “สิ่งที่ดีที่สุดไม่มี มีแต่สิ่งที่ดีพอสมควร” • “อย่าแสวงหาคนดีที่ดีที่สุดในชีวิต ท่านจะหาอะไรไม่ได้เลย”
  • 18.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๔ปิ ด เปิ ดประตูรับรู้ให้เป็นเวลา • พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้รู้จักผัสสะ คือ รสชาติแห่งการรับสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่หลง และที่สาคัญมีสติ ปิ ด เปิ ด เมื่อถึงเวลาอัน เหมาะสมเหมือนกับใช้โทรศัพท์มือถือ ต้องรู้จักปิ ดเมื่อขับขี่ยานพาหนะ ต้องรู้จักปิ ดเมื่ออยู่ในที่ประชุม หรือชุมชน หรือเวลานอน เป็นต้น โลกยุค ใหม่ อาจมองดูเหมือนโก้เก๋ทันสมัย แต่แท้จริงแล้วนั่นคือ สายในที่ต่อท่อ ความเครียดเข้ามาถึงใต้หมอน หากไม่รู้จักปิ ด เปิ ด
  • 19.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๕คนส่วนมากเครียดเรื่องของคนอื่นมิใช่เรื่องของตน • โดยธรรมชาติ คนเรามักเป็นทุกข์ เพราะเรื่องคนอื่น เรื่องของตนมีน้อย เรื่องของคนอื่นที่ไม่ใช่เรื่องส่วนรวม เราควรทิ้งไว้นอกประตูบ้าน ไม่นา ขยะความคิดใดๆ เข้าบ้านของเราเอง การนาไฟในออก นาไฟนอกเข้ามา บ้าน คือ ปัญหาที่สังคมแก้ไม่ตก บ้านใดเรือนใด ครอบครัวใด ฉลาดเรื่อง ไฟ ก็จะไม่ถูกไฟเผาไหม้ให้ร้อนรน
  • 20.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา • วิธีที่ ๖ฝึกแผ่เมตตา นึกถึงกฎแห่งกรรมมากกว่ากฎหมาย • ในทางพระพุทธศาสนา ทรงสอนให้รู้จักผ่อนคลายด้วยการนึกถึงกฎแห่ง กรรม นึกว่า สัตว์โลกมีกรรมเป็นของๆ ตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรม เป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ไม่ว่าจะทา กรรมใดๆ ดีหรือชั่ว ก็จักได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป ไม่มีเปลี่ยนแปลง คิดได้อย่างนี้แล้วสบายใจ
  • 21.
    วิธีกาจัดความเครียดด้วยปัญญา (สุดท้าย) • วิธีที่๗ นึกถึงธรรมชาติที่เหมือนกันของสัตว์ทั้งหลาย • มองให้เห็นความเสมอกันระหว่างสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งคนอื่นและตัวเรา เองว่า ต้องเผชิญความลาบากในสังสารวัฏเหมือนกัน คือ ต้องดูแลขันธ์ ๕ ต้องถูกโรคภัยเบียดเบียน ต้องแก่ ต้องเจ็บ และสุดท้าย “สัตว์ทั้งหลาย ต้องตาย” ความตายเป็นปลายทางของชีวิตเหมือนกันหมด ไม่ว่าผู้นั้นจะ ยากดีมีจนอย่างไร เขาและเราก็ไม่ต่างอะไรกัน เราไม่ต้องเครียดเพราะ น้อยใจไปอิจฉาเขา ไม่ต้องเครียดไปโกรธเขา หากแต่มองให้เห็นปัญหา ต่างๆ ในชีวิตเขาเหมือนกันกับเรา
  • 22.
    บทสรุป • ความสุขมักซ่อนตัวอยู่ใจกลางความเศร้า ความเหงามักซ่อน ตัวอยู่ในความเริงร่าความกล้ามักซ่อนตัวอยู่ในความกลัว ขอให้ มั่นใจเถิดว่า ปัญญามักซ่อนตัวอยู่ภายในปัญหาเสมอ ขอให้เรานิ่ง คิด หยุดแล้วคิดให้นิ่ง ลึกซึ้งและหยุดความคิดให้ได้ ก็จะเห็นว่า ปัญหาแต่ละอย่างนั้นมีทางออกเสมอ • ความเครียด คลายได้ และความเครียดก็กาจัดให้หมดไปได้ ตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านพุทธวิธีแบบประยุกต์ดังได้กล่าวมาแล้วนี้
  • 23.
  • 25.

Editor's Notes

  • #4 โพชฌงค์ หรือ โพชฌงค์ 7 คือธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ หรือองค์ของผู้ตรัสรู้ มีเจ็ดอย่างคือ สติ (สติสัมโพชฌงค์) ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง ธัมมวิจยะ (ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์) ความเฟ้นธรรม ความสอดส่องสืบค้นธรรม วิริยะ (วิริยสัมโพชฌงค์) ความเพียร ปีติ (ปีติสัมโพชฌงค์) ความอิ่มใจ ปัสสัทธิ (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์) ความสงบกายใจ สมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์) ความมีใจตั้งมั่น จิตแน่วในอารมณ์ อุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์) ความมีใจเป็นกลาง เพราะเห็นตามเป็นจริง
  • #15 ยกตัวอย่างนักกีฬาก่อนแข่งขันก็วิตกกังวลเกรงจะแพ้แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ยอมความจริงของตัวเอง เช่น ถ้าเราเป็นหนี้ก็ยอมรับว่าเราเป็นหนี้ คือเป็นหนี้อยู่เท่าไร วิธีการแก้ไขปัญหาถึงจะตามมา
  • #17 ข้อนี้มีความสำคัญมากต่อการคลายเครียด หรือกำจัดความเครียด