Successfully reported this slideshow.
Your SlideShare is downloading. ×

ธรรมภาคปฏิบัติ บทที่ ๔ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน

Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad
Ad

Check these out next

1 of 76 Ad

ธรรมภาคปฏิบัติ บทที่ ๔ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน

ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่ www.philosophychicchic.com

ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวปฏิบัติแบบ พอง-ยุบ

ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่ www.philosophychicchic.com

ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวปฏิบัติแบบ พอง-ยุบ

Advertisement
Advertisement

More Related Content

Slideshows for you (20)

Viewers also liked (20)

Advertisement

Similar to ธรรมภาคปฏิบัติ บทที่ ๔ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน (20)

More from Padvee Academy (20)

Advertisement

Recently uploaded (20)

ธรรมภาคปฏิบัติ บทที่ ๔ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัิติวิปัสสนากรรมฐาน

  1. 1. บทที่ ๔ ลำดับขั้นตอนกำรปฏิบัติวิปัสสนำกรรมฐำน ตำมแนวกำรปฏิบัติแบบพอง - ยุบ พองหนอ... ยุบหนอ.....
  2. 2. ควำมหมำยของวิปัสสนำกัมมัฏฐำน  กำรกระทำอันเป็นที่ตั้งแห่งกำรเห็นแจ้งในขันธ์ ๕ หรือ รูปนำม ที่มำปรำกฏทำงทวำรทั้ง ๖ โดยควำมเป็นพระไตร ลักษณ์ คือ อนิจจัง ควำมไม่เที่ยง ทุกขัง ควำมทนอยู่ในสภำพ เดิมไม่ได้ อนัตตำ ควำมไม่เป็นไปตำมอำนำจบังคับบัญชำของ ใคร องค์ธรรมได้แก่ ปัญญำเจตสิก
  3. 3. ลำดับขั้นตอนกำรปฏิบัติวิปัสสนำ  ๑. กรำบสติปัฏฐำน ๔  ๒. เดินจงกรม  ๓. กรำบสติปัฏฐำน ๔  ๔. นั่งสมำธิ  ๕. กรำบสติปัฏฐำน ๔  ๖. กำหนดอิริยำบถย่อย... ห้องสุขำ... ดื่มน้ำ ฯลฯ
  4. 4. หลักกำรกรำบสติปัฏฐำน ๔  ๑. กำหนดปล่อยมือ กำหนดว่ำ เคลื่อนหนอๆๆๆ  ๒. ขณะยืน ยืนหนอๆๆๆ, (อยำกนั่งหนอๆๆ)  ๓. ขณะขยับเท้ำ ขยับหนอๆๆ  ๔. ขณะลง ลงหนอๆๆ หรือ ย่อหนอๆๆ, ถูกหนอ, ขยับหนอๆๆ
  5. 5.  ๑. นั่งในท่ำเทพธิดำ หรือนั่งกระโย่ง ตัว – ศีรษะตรง  ๒. เข่ำชิดกัน / วำงมือไว้บนเข่ำ ทั้งสองข้ำง (หลับตำ) หลับหนอ  ๓. กำหนดยกมือขึ้นที่ละข้ำงมำ ที่หน้ำอก ยกหนอๆๆๆ ถูก หนอ (ยกเป็นธรรมชำติ ไม่ เกร็ง)
  6. 6.  ๔. พนมมือเป็นรูปดอกบัว (หัวแม่มือจรดนิ้วชี้)  ๕. ยกมือขึ้น หัวแม่มือจรด ระหว่ำงคิ้วสองข้ำง ขึ้นหนอๆๆๆ ถูกหนอ  ๖. ก่อนจะน้อมตัวลงกรำบ ให้ระลึกถึงคุณพระพุทธว่ำ ข้ำพเจ้ำไหว้พระพุทธ, พระ ธรรม, พระสงฆ์
  7. 7.  ๗. น้อมตัวลงช้ำๆ ลงหนอๆๆๆ  ๘. ขณะศอก หรือสันมือถูกพื้น ให้กำหนดรู้อำกำรนั้นว่ำ ถูกหนอ  ๙. เคลื่อนมือออกที่ละข้ำง พร้อม กำหนดรู้อำกำร (ขวำ ไปซ้ำย) แล้วคว่ำมือลงที่ละข้ำง กำหนด ว่ำ เคลื่อนหนอๆๆ
  8. 8.  ๑๐. น้อมศีรษะลงแนบกับพื้น ระหว่ำงฝ่ำมือทั้งสอง (ไม่ห่ำง หรือ ชิดเกินไป)  ๑๑. เงยศีรษะขึ้น เงยหนอๆๆ  ๑๒. กำหนดพลิก – เคลื่อนมือ มำอยู่ในท่ำเดิม  ๑๓. ยกตัวขึ้นทั้งศีรษะและมือ ที่แนบกับระหว่ำงคิ้ว จนตัว ตั้งตรง
  9. 9.  ๑๔. ตั้งตัวให้ตรง ศีรษะตรง (สูดหำยใจลึกๆ)  ๑๕. กรำบให้ครบ ๓ ครั้ง แล้วเอำมือลงมำที่หน้ำอก  ๑๖. ปล่อยมือให้ลงที่หน้ำขำ ที่ละข้ำง ให้เป็นธรรมชำติ
  10. 10.  ๑๗. นั่งอยู่ในท่ำเดิม  ๑๘. ขยับชันเข่ำเพื่อลุกขึ้น ขยับหนอๆๆๆ  ๑๙. ขณะลุกขึ้น ลุกหนอๆๆ
  11. 11. สำธิตวิธีกรำบสติปัฏฐำน ๔
  12. 12. ข้อควรระวังในกำรกรำบ  ๑. เข่ำชิดกัน  ๒. ยกมือทีละข้ำง /ช้ำๆ /รู้อำกำรเคลื่อน /ไม่เกร็ง  ๓. พนมมือให้เป็นรูปดอกบัว  ๔. ยกมือขึ้นสู่หน้ำผำก (ศีรษะไม่ก้มมำรับ)  ๕. ระลึกถึงคุณพระพุทธ/ ธรรม/ สงฆ์ ก่อนกรำบ
  13. 13. ข้อควรระวังในกำรกรำบ  ๖. หัวแม่มือจรดหน้ำผำกตลอด น้อมตัวลง  ๗. วำงศอกครอบเข่ำ (อย่ำต่อเข่ำ)  ๘. ขยับเคลื่อนมือทีละข้ำง  ๙. ยกตัวขึ้น หัวแม่มือจรดหน้ำผำกตลอด  ๑๐. เวลำปล่อยมือลงช้ำๆ, อย่ำเกร็ง, ที่ละข้ำง  ๑๑. เวลำกรำบมีควำมรู้สึกอย่ำงไรบ้ำง ?  ๑๒. ขณะยกมือ – ปล่อยมือลง หนักหรือเบำ ?  ๑๓. ขณะกรำบ คำบริกรรมกับอำกำรตรงกันหรือเปล่ำ?
  14. 14. ประโยชน์กำรกรำบสติปัฏฐำน  ๑. เป็นกำรรวมสติ สมำธิ ก่อนที่จะเดินหรือนั่ง  ๒. เป็นกำรระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  ๓. ทำให้เวทนำ ควำมปวดเมื่อย คลำยลงไป  ๔. สติ สมำธิ ต่อเนื่องได้ดี ไม่มีรอยรั่ว
  15. 15. หลักกำรกำหนดยืน  ๑. ยืนตัวตรง หลังตรง ศีรษะตรง มือแนบข้ำงลำตัว  ๒. ทอดสำยตำลงพื้นห่ำงจำกปลำย เท้ำ ๔ ศอก  ๓. กำหนดเก็บมือ เคลื่อนหนอๆๆ  ๔. เก็บมือได้ ๓ แบบ (ไขว้ไว้ด้ำนหน้ำ ไขว้ไว้ด้ำนหลัง – กอดอกไว้)
  16. 16.  ๕. กำรยกมือเก็บให้ยกเป็น ธรรมชำติ, ไม่เกร็งมือ  ๖. ทำควำมรู้สึกถึงกำรยืน (อำกำร ตั้งตรงของร่ำงกำยทั้งหมด)  ๗. ทำควำมรู้สึกถึงอำกำรยืนทั้งร่ำง ไม่จับอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่ง  ๘. กำหนดอำกำรยืนนั้นว่ำ ยืนหนอๆๆๆ
  17. 17. ท่ำกำรเก็บมือ ๓ แบบ ไว้ด้ำนหลัง ไว้ด้ำนหน้ำ กอดอก
  18. 18. หลักกำรกำหนดเดินจงกรม  ๑. เก็บสำยตำ  ๒. เดินช้ำๆกว่ำปกติ เป็นธรรมชำติ, ไม่เกร็ง  ๓. ไม่หลับตำเดิน ไม่ก้มหน้ำมองดูเท้ำ ไม่ออกออกเสียง ไม่ขยับปำกตำมเสียงพูด
  19. 19.  ๔. ไม่ยกเท้ำสูง ไม่ก้ำวเท้ำยำว วำงเท้ำให้เสมอกัน ไม่เอำส้น หรือปลำยเท้ำลงก่อน  ๕. ไม่หยุดในระหว่ำงคำว่ำ ขวำ ย่ำง หนอ – ซ้ำย ย่ำง หนอ ให้เดินติดต่อกันไปเป็นเส้นด้ำย
  20. 20.  ๖. ไม่สักแต่บริกรรมโดยไม่รู้ อำกำรเคลื่อนไหว  ๗. คำบริกรรมกับอำกำรเคลื่อน ของเท้ำให้ไปพร้อมกัน จบลง พร้อมกัน  ๘. ขณะยกเท้ำ บริกรรมว่ำ ขวำ ขณะเคลื่อนเท้ำไป ว่ำ ย่ำง ขณะวำงเท้ำลง ว่ำ หนอ
  21. 21.  ๙. กำหนดพร้อมรู้อำกำร เคลื่อนไหวของเท้ำ จำกขณะหนึ่งไปสู่ขณะหนึ่ง  ๑๐. สุดทำงเดิน ยืนหนอๆๆ  ๑๑. กำหนด กลับหนอๆๆ  ๑๒. ถ้ำได้ต้นจิตให้ว่ำ... อยำกเดินหนอๆๆ และ อยำกกลับหนอๆๆ ก่อน
  22. 22. ท่าการเดินที่ถูกและไม่ถูกต้อง
  23. 23. วิธีกำหนดกลับตัว
  24. 24. คำบริกรรมขณะเดิน  ๑. เก็บมือ - เคลื่อนหนอๆๆๆ  ๒. ขณะยืน - ยืนหนอๆๆ  ๓. ขณะเดิน – (อยำกเดินหนอ) ขวำย่ำงหนอ ซ้ำยย่ำงหนอ  ๔. สุดทำงเดิน ยืนหนอๆๆ  ๕. ขณะกลับ – (อยำกกลับ หนอ) กลับหนอๆๆๆๆๆ
  25. 25. อย่ายกเท้าสูง อย่ายกทั้งฝ่าเท้า อย่าก้าวขายาว
  26. 26. อย่าเอาส้นลงก่อน อย่าเอาปลายเท้าลงก่อน วางเท้าลงทั้งฝ่าเท้า
  27. 27. สำธิตวิธีเดินจงกรม-กลับ
  28. 28. วิธีกำหนดอำรมณ์ที่แทรกขณะที่เดินจงกรม  ๑. ถ้ำคิด ให้หยุดเดิน แล้วกำหนดว่ำ ..คิดหนอๆๆ  ๒. ถ้ำได้ยินเสียง ให้กำหนดว่ำ ยินหนอๆๆ  ๓. ถ้ำได้กลิ่น ให้กำหนดว่ำ กลิ่นหนอๆๆ
  29. 29.  ๔. ถ้ำปวด ให้หยุดเดิน กำหนด ว่ำปวดหนอๆๆ, ถ้ำเมื่อยให้ กำหนดว่ำ เมื่อยหนอๆๆๆๆ  ๕. กำหนดจนอำกำรเบำลง ไม่ รบกวนจิต ก็ให้เดินต่อไปได้  ๖. อย่ำกำหนดเพื่อให้หำย กำหนดเพื่อรู้อำกำร ว่ำเขำมี ลักษณะเป็นอย่ำงไร?
  30. 30.  ๗. ถ้ำอยำกเปลี่ยนแขน ให้ กำหนดว่ำ เมื่อยหนอๆๆๆ ปวดหนอๆๆๆ อยำกเปลี่ยน หนอๆๆ แล้วค่อยๆเปลี่ยน เคลื่อนหนอๆๆๆๆๆๆๆ  ๘. เดินให้ครบตำมเวลำที่ อำจำรย์กำหนดให้ (เดินก่อน นั่งสมำธิทุกครั้ง)
  31. 31. ปัจจุบันของกำรเดิน  ๑. ขณะว่ำขวำ/ซ้ำย เท้ำที่ยกขึ้นกับ คำบริกรรมพร้อมกัน  ๒. ขณะว่ำย่ำง เท้ำเคลื่อนไป...  ๓. ขณะว่ำหนอ หย่อนเท้ำลงสู่พื้น...  ๔. ไม่เกร็ง ไม่ยกเท้ำสูง ไม่ก้ำวขำยำว วำงเท้ำเสมอกัน  ๕. ไม่หยุดในระหว่ำงขวำย่ำงหนอ ให้ติดกันไป
  32. 32. ผลของกำรเดินที่เป็นปัจจุบัน  ๑. สติ สมาธิเกาะอยู่ที่เท้าได้นาน  ๒. แม้มีอารมณ์อื่นแทรกเข้ามา ก็รู้ตัวไว กาหนดก็หายไปไว  ๓. เวทนาไม่มี เพลินในการเดิน  ๔. เดินได้ช้า เป็นธรรมชาติ ไม่มีการเกร็ง  ๕. รับรู้อาการของธาตุ หนัก เบา ตึง หย่อน การเคลื่อนไหว ฯลฯ ได้ชัดเจน
  33. 33. ข้อควรระวังในกำรเดินจงกรม  ๑. อย่าลืมเก็บมือ ทุกสถานที่ๆเดินไป  ๒. เก็บสายตา /ช้าๆ  ๓. อย่าลืมกาหนดอารมณ์ที่แทรกเข้า มา คิดหนอ ได้ยินหนอ - เมื่อยหนอ - ขยับหนอ เป็นต้น  ๔. ก่อนนั่งลง อย่าลืมปล่อยมือ  ๕. ถ้าได้ต้นจิต อย่าลืมใส่ด้วย  ๖. กาหนด และรู้อาการไปด้วย / อย่าท่องแต่ปาก...
  34. 34. ประโยชน์ของกำรเดินจงกรม  ๑. ทนต่อกำรทำควำมเพียร  ๒. ทนต่อกำรเดินทำงไกล  ๓. มีอำพำธน้อย  ๔. อำหำรที่ดื่ม เคี้ยว บริโภคเข้ำไป ย่อยง่ำย  ๕. สมำธิที่ได้ขณะเดินจงกรม ตั้งอยู่ได้นำน
  35. 35. ลำดับขั้นกำรนั่งสมำธิ  ปล่อยมือ  ย่อตัวลงนั่ง  นั่งในท่ำที่ตัวชอบ ( มี ๓ แบบ)  หลับตำ แล้วเก็บมือ  กำหนดอำรมณ์ที่ชัด  กำหนดอำรมณ์ที่แทรก  คลำยมือ /ลืมตำทีหลัง
  36. 36. วิธีย่อตัวลงนั่งสมำธิ  ๑. ปล่อยมือ /ย่อตัวลง /ขยับนั่ง ด้วยกำรกำหนดสติตลอด  ๒. นั่งตัวตรง หลังตรง ศีรษะตรง / หลังไม่พิง  ๓. นั่งสมำธิตำมแบบที่ตนเอง สะดวก สบำย (๓ แบบ)
  37. 37. ท่ำนั่งสมำธิ ๓ แบบ
  38. 38. ท่ำวำงมือ ๒ แบบ
  39. 39. วางมือไว้ที่หน้าท้อง
  40. 40. ท่ำนั่งสมำธิบนเก้ำอี้ นั่งในท่ำที่สบำยไม่พิงพนัก
  41. 41. วิธีแต่งท่ำนั่งให้สบำย
  42. 42. ท่ำนั่งที่สมควร-ไม่สมควร
  43. 43. วิธีกำหนดเก็บ-คลำยมือ
  44. 44. หลักกำรนั่งสมำธิ  ๑. นั่งตัวตรง หลังตรง ศีรษะตรง /ไม่พิงกำแพง  ๒. หลับตำ /มือวำงซ้อนกันไว้ที่ หน้ำตัก /วำงที่เข่ำ  ๓. หำยใจเป็นธรรมชำติ ไม่ตะเบ็งท้อง, ไม่กลั้นลม,
  45. 45.  ๔. เอำใจใส่อำกำรเคลื่อนไหว ของท้อง ขณะท้องพองขึ้น พองหนอ ขณะท้องยุบลง ยุบหนอ  ๕. พองยุบไม่มี หรือเคยทำ พุทโธมำก่อน ให้กำหนด นั่งหนอ ถูกหนอ แทนก่อน
  46. 46.  ๖. นั่งให้ครบเวลำที่อำจำรย์ให้  ๗. คลำยสมำธิ - อยำกพัก หนอๆๆๆ  ๘. คลำยมือ – ลืมตำ – เคลื่อน หนอๆๆๆๆ  ๙. ลืมหนอๆๆๆ เห็นหนอๆๆ กระพริบหนอๆๆๆ
  47. 47. วิธีกำหนดอำกำรพอง- ยุบ  ๑. พองยุบพอดีๆ / พองหนอ...ยุบหนอ  ๒. พองยุบสั้น / พอง... ยุบ  ๓. พองยุบยำว /พองหนอๆๆ, ยุบ หนอๆๆ  ๔. พองยุบไม่ชัด ไม่มี / นั่งหนอๆ…ถูก หนอๆ แทน  ๕. พองยุบทิ้งช่วง / พองหนอ...นั่งหนอ ...ยุบหนอ  ๖. พองยุบเร็วมำกๆ /รู้หนอๆๆๆๆ
  48. 48.  ๑. นั่งหนอ รู้อำกำรนั่ง ถูกหนอ รู้อำกำรถูกตะโพกซ้ำย  ๒. นั่งหนอ รู้อำกำรนั่ง ถูกหนอ รู้อำกำรถูกตะโพกขวำ  ๓. นั่งหนอ รู้อำกำรนั่ง ถูกหนอ รู้อำกำรถูกที่ฝ่ำมือ ๔ ๒๓ วิธีนั่ง กาหนด นั่งหนอ ถูกหนอ ๑ นั่งหนอ ถูกหนอ
  49. 49. วิธีกำหนดอำรมณ์ที่แทรกขณะนั่งสมำธิ  ๑. ถ้ำคิด ให้ทิ้งอำรมณ์เดิม แล้วกำหนดว่ำ ..คิดหนอๆๆ  ๒. ถ้ำได้ยินเสียง ให้กำหนดว่ำ ยินหนอๆๆ  ๓. ถ้ำได้กลิ่น ให้กำหนดว่ำ กลิ่นหนอๆๆ
  50. 50.  ๔. ถ้ำปวด ให้ทิ้งอำรมณ์เดิม กำหนดว่ำปวดหนอๆๆ, ถ้ำเมื่อยให้กำหนดว่ำ เมื่อยหนอๆๆๆๆ  ๕. กำหนดจนอำกำรเบำลง ไม่รบกวนจิต ก็ให้กำหนดอำรมณ์ ที่ชัดต่อไป  ๖. อย่ำกำหนดเพื่อให้หำย กำหนด เพื่อรู้อำกำร ว่ำเขำมีลักษณะเป็น อย่ำงไร?
  51. 51.  ๗. ถ้ำอยำกเปลี่ยนแขน ให้กำหนดว่ำ เมื่อยหนอๆๆๆ ปวดหนอๆๆๆ อยำกเปลี่ยน หนอๆๆ แล้วค่อยๆเปลี่ยน เคลื่อนหนอๆๆๆๆๆๆๆ  ๘. นั่งให้ครบตำมเวลำที่ อำจำรย์กำหนดให้ (เดินก่อน นั่งสมำธิทุกครั้ง)
  52. 52. วิธีกำหนดอำรมณ์ในขณะนั่ง  ๑. นั่งหนอ ถูกหนอ  ๒. พองหนอ ยุบหนอ  ๓. คิดหนอ, เบื่อหนอ  ๔. ปวดหนอ, เมื่อยหนอ  ๕ คันหนอ, เย็นหนอ, ร้อนหนอ  ๖. ได้ยินหนอ, กลิ่นหนอ  ๗. โกรธหนอ, ไม่ชอบหนอ คิด หนอๆๆ
  53. 53. ข้อควรระวังในกำรนั่ง  อย่ำลืมกำหนดเก็บมือ /หลับตำก่อนเก็บ  นั่งตัวให้ตรง  อำรมณ์ไหนชัดให้กำหนดอำรมณ์นั้น  อย่ำลืมกำหนดอำรมณ์ที่แทรกเข้ำมำ  กำหนดและรู้อำกำร (ไม่ท่องเฉยๆ)  เวลำออก อย่ำลืมกำหนดคลำยมือ (อย่ำเพิ่งลืมตำ)
  54. 54. ท่ำนอนกำหนด ๑. นอนท่ำสีหไสยำสน์ พองหนอ ยุบหนอ ๒. นอนท่ำแบบธรรมดำ นอนหนอ ถูกหนอ
  55. 55. หลักกำรกำหนดนอน-ตื่น  ๑. กาหนดจิตที่อยากพัก อยากนอนหนอ เอนหนอ ถูกหนอ ยกหนอ มาหนอ วางหนอ  ๒. กาหนดอาการพองหนอยุบหนอ จนหลับไป  ๓. ตื่นมา – ได้ยินหนอ ลืมหนอ เห็นหนอ กระพริบหนอ ลุกหนอ ฯลฯ
  56. 56. สำธิตกำรรับประทำนอำหำร
  57. 57. หลักกำรกำหนดอิริยำบถย่อย  ๑. ช้ำๆๆๆ  ๒. กำหนดต้นจิตก่อน  ๓. กำหนดถี่ๆ (หนอให้มำก)  ๔. ตำมรู้อำกำรเคลื่อนไหว ของมือให้ตลอด  ๕. กำหนดที่ละอย่ำง อย่ำทำ พร้อมกันสองอย่ำง
  58. 58. หลักกำรส่งอำรมณ์  ๑. ขณะเดินมำให้กำหนดตลอดทำง  ๒. ขณะรอส่งอำรมณ์อยู่นอกห้องให้ เก็บสำยตำ-ไม่คุยกัน  ๓. ขณะเปิ ดประตูเข้ำไป-ปล่อยมือ- ย่อตัวลง-กรำบ ให้ช้ำๆ  ๔. ขณะส่งอำรมณ์ให้พนมมือด้วย  ๕. เมื่อส่งอำรมณ์จบแล้ว ค่อยถอย กลับด้วยกำรกำหนดสติ..
  59. 59.  ๖. จะลุกขึ้น – เก็บมือ – เปิ ดประตู- ต้องช้ำๆ  ๗. เดิน-นั่ง ได้นำนเท่ำไร?  ๘. เดินระยะไหน หรือกำหนดว่ำอย่ำงไร ?  ๙. ขณะเดินได้ปัจจุบันไหม  ๑๐. มีอะไรแทรกเข้ำมำขณะเดิน... แล้วทำอย่ำงไร?  ๑๑. มีปัญหำอะไรในกำรเดินบ้ำง?
  60. 60.  ๑๒. ขณะนั่ง กำหนดอะไร.. อำกำรเป็นอย่ำงไร..  ๑๓. มีอะไรแทรกเข้ำมำ ขณะนั่ง..กำหนดอย่ำงไร..  ๑๔. มีปัญหำอะไรเกี่ยวกับ กำรนั่งบ้ำง ?  ๑๕. กำหนดอิริยำบถย่อยได้ มำกน้อยอย่ำงไร..  ๑๖. ขณะส่งอำรมณ์ให้พนม มือด้วย
  61. 61. วิธีกำหนดลุกขึ้น
  62. 62. สรุปหลักกำรปฏิบัติธรรม  ๑. เก็บสำยตำ  ๒. เก็บวำจำ /งดกำรพูด  ๓. ช้ำๆ เหมือนคนป่วย  ๔. ทำเหมือนคนไม่มีปัญญำ ไม่วิเครำะห์วิจำรณ์  ๕. กำหนดให้ได้ปัจจุบัน
  63. 63. สรุปหลักกำรปฏิบัติธรรม  ๖. กำหนดและรู้อำกำร (อย่ำท่องเฉยๆ)  ๗. อำรมณ์ไหนชัดเจน กำหนดอำรมณ์นั้น  ๘. ทำให้ต่อเนื่อง (ตั้งแต่ตื่นนอนถึงเข้ำนอน)  ๙. ให้กำหนดเหมือนคนดูละคร อย่ำเป็นผู้กำกับ หรือผู้แสดง  ๑๐. อย่ำลืมกำหนดต้นจิต
  64. 64. ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่ www.philosophychicchic.com สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

×