โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน
เนนการคิด
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต
เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว
จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด
โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด
เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย
แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด
ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ
สอดคลองกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ
ตามระดับพฤติกรรมการคิด
ที่ระบุไวในตัวชี้วัด
วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด
และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ
คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน
ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป
หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนที่ 1
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
1
พ 1.1
1 1-8 A ความรู ความจํา 1, 3, 35, 39 4
2 9, 11-12, 14-16 B ความเขาใจ 2, 4, 25, 31, 37 5
3 10,13 C การนําไปใช 5-6, 18 3
พ 2.1
1 17, 19-21 D การวิเคราะห 7-15, 17, 21-23, 26-30, 33-34,
36, 38
22
2 18, 22-24
3 25-32 E การสังเคราะห 40 1
พ 4.1 1 33-40 F การประเมินคา 16, 19-20, 24, 32 5
2
พ 1.1
1 1-8 A ความรู ความจํา 1-2 2
2 10, 12, 15, 16 B ความเขาใจ 3-4, 8, 15, 19, 25, 35 7
3 9, 11, 13-14 C การนําไปใช 21, 27-29, 36, 40 6
พ 2.1
1 17, 19 D การวิเคราะห 5-7, 9-12, 14, 16-18, 20, 22-24,
30-34, 37-39
23
2 18, 20
3 21-32 E การสังเคราะห 26 1
พ 4.1 1 33-40 F การประเมินคา 13 1
(1)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
4. เพราะอะไรการดูแลรักษาความแข็งแรงใหกับสุขภาพ
รางกายนับตั้งแตในวัยเด็ก จึงมีความสําคัญอยางมาก
ตอชีวิต
1. หัวออน สอนงาย
2. ยังไมคอยรูเรื่อง พูดอะไรก็เชื่อฟง
3. เปนวัยแหงการปลูกฝงเรื่องราวตางๆ
4. เปนวัยที่เริ่มตนการเจริญเติบโตทางดานตางๆ
5. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น
เชน มีประจําเดือน ฝนเปยก หงุดหงิด มีกลิ่นตัว เปนสิว
เปนตน นักเรียนจะปฏิบัติตนอยางไร
1. บอกพอแมใหรับรู
2. ปลอยใหเปนไปตามธรรมชาติ
3. ไมบอกใครเพราะถือเปนเรื่องนาอาย
4. หมั่นรักษาสุขภาพอนามัยและสภาพจิตใจของตนเอง
6. วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุคือระยะใด
1. ระยะซอม
2. ระยะแซม
3. ระยะสราง
4. ระยะเสริม
4. เพราะอะไรการดูแลรักษาความแข็งแรงใหกับสุขภาพ
รางกายนับตั้งแตในวัยเด็กB
5. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น
เชนC
66. วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุคือระยะใด
1.D
1. พัฒนาการการเคลื่อนไหวในขอใดที่ไมถูกตอง
1. อายุประมาณ 10 เดือน-1 ป เกาะยืน
เกาะเดิน ตั้งไข
2. อายุประมาณ 2 ป กระโดด 2 เทา ตักอาหาร
รับประทานเอง
3. อายุประมาณ 4-6 ป คืบ พลิกควํ่า-หงาย
หันตามเสียงเรียกชื่อ
4. อายุประมาณแรกเกิด-3 เดือน หันตาม
เสียงเรียกชื่อ มือควาสิ่งของ
2. ขอใดเปนลักษณะการแสดงออกของวัยรุนที่ชัดเจน
มากที่สุด
1. หงุดหงิด อารมณแปรปรวนงาย
2. มีความผูกพันกับเพื่อนตางเพศมาก
3. พยายามเอาชนะความรูสึกแบบเด็กๆ
4. คิดหมกหมุน กังวลถึงการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย
3. ชวงวัยใดที่ถือวาเปนชวงวิกฤตของชีวิต
1. วัยรุน
2. วัยเรียน
3. วัยผูใหญตอนตน
4. วัยผูใหญกลางคน
1. พัฒนาการการเคลื่อนไหวในขอใดที่
1.A
2. ขอใดเปนลักษณะการแสดงออกของวัยรุนที่ชัดเจน
มากที่สุดB
3. ชวงวัยใดที่ถือวาเปนชวงวิกฤตของชีวิต
1.A
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 1
แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 1
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
(2)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. จากขอ6.วงจรดังกลาวใหคุณคาตอบุคคลอยางไรเดนชัดที่สุด
1. ชวยปลูกฝงคานิยม
2. ชะลอความเสื่อมของอวัยวะตางๆ
3. ทําใหโครงสรางและรูปรางสมสวน
4. ชวยใหดํารงชีวิตในชวงบั้นปลายชีวิตได
8. “คุณแมมักอารมณเสีย ชอบตําหนิ และตอวาแกว
บอยๆ ไมวาแกวจะทําอะไรก็ไมถูกใจทานเลยสักอยาง
บางครั้งหงุดหงิดโดยไมมีสาเหตุ มักมีอาการนอยใจ
และซึมเศรา”
จากบทความดังกลาว ถานักเรียนเปนแกว นักเรียน
จะปฏิบัติอยางไร
1. พาทานไปพบจิตแพทย
2. อยูหางๆ ทานใหมากที่สุด
3. พยายามอดทนและเขาใจในตัวทาน
4. อารมณเสียใสทานบาง ทานจะไดเขาใจความรูสึกเรา
9. ขอใดคืออิทธิพลของชุมชนที่มีผลตอพฤติกรรมของวัยรุน
1. แจนชวยแมขายขนมที่ตลาด
2. แพรวเรียนทําขนมจากอินเทอรเน็ต
3. ตนนัดกับเดนเพื่อเลนดนตรีที่หองซอมดนตรี
4. ดาวแยกประเภทขยะกอนทิ้งลงในถังขยะในหมูบาน
10. อินเทอรเน็ตมีอิทธิพลตอวัยรุน เพราะอะไร
1. เปนสื่อที่เขาถึงไดงาย
2. เปนสื่อที่ไดรับการยอมรับ
3. เปนสื่อที่มีขอมูลหลากหลาย
4. เปนสื่อที่เปนประโยชนตอวัยรุน
11. อานบทสนทนาตอไปนี้แลวตอบคําถาม
ลูก : แมคะ หนูอยากไดโทรศัพทมือถือเครื่องใหมคะ
แม : เครื่องเกาใชไมไดแลวหรือลูก
ลูก : ………………………………………..
คําตอบในขอใดแสดงถึงอิทธิพลของกลุมเพื่อนที่มีตอลูก
1. เครื่องนี้ลาสมัยแลวคะแม
2. เครื่องของหนูพังแลวคะ ใชงานไมไดแลว
3. เพื่อนๆ เขามีรุนใหมๆ ที่ถายรูปได ใชงานอินเทอรเน็ต
ไดกันหมดแลวคะ
4. โทรศัพทมือถือรุนใหมๆ สมัยนี้ใชงานไดหลากหลาย
ดีคะ คงใชประโยชนไดดีกวาเครื่องนี้
7.7. จากขอ
1.D
88.
C
9.
D
10.
D
11.
D
12. จากขอ 11. ถานักเรียนเปนแม นักเรียนจะทําอยางไร
1. ตําหนิที่ลูกใชของฟุมเฟอยตามเพื่อนและตัดเงินคาขนม
2. ซื้อโทรศัพทมือถือใหลูก เพราะกลัววาลูกจะอายเพื่อนๆ
3. อธิบายใหลูกเขาใจวา ควรซื้อ โทรศัพทมือถือ เพราะ
มีความจําเปน และใชงานอยางมีประโยชน ไมควรซื้อ
โทรศัพทมือถือ เพราะเห็นวาเพื่อนมี
4. บอกลูกวา ลูกควรใชโทรศัพทมือถือที่เหมาะกับการ
ใชงานของเราจริงๆ ไมควรซื้อเพราะเห็นวาเพื่อนๆ มี
และถาลูกอยากไดรุนใหมๆ ก็ควรเก็บเงินซื้อเอง
13. ขอใดคืออิทธิพลของสื่อตางประเทศที่มีผลตอพฤติกรรม
ของวัยรุน
1. ปรีดาชอบรองเพลงสากล
2. สุดาแตงตัวตามนักรองเกาหลี
3. มารตีติดตามขาวราชวงศอังกฤษ
4. บัญชาชอบดูฟุตบอลตางประเทศ
14. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถาม
“ครอบครัวหนึ่ง มีลูก 3 คน คนที่ 1 และ 2 เปน
ผูหญิง สวนคนสุดทองเปนผูชาย แมเลี้ยงลูกเพียง
ลําพังคนเดียว เพราะพอไดเสียชีวิตไปตั้งแตลูกคน
สุดทองเพิ่งคลอด ดวยอุบัติเหตุทางรถยนต ลูกสาว
ทั้งสองคนจึงชวยแมเลี้ยงนองคนสุดทอง”
ครอบครัวนี้ควรเลี้ยงลูกคนสุดทองอยางไรใหถูกเอกลักษณ
ทางเพศ
1. พาลูกคนสุดทองไปเขาคายกีฬา
2. พาทุกคนไปเที่ยวรวมกันวันหยุด
3. ใหเลนกับพี่สาวทั้งสองคนอยางใกลชิด
4. พาไปทํากิจกรรมรวมกันกับพี่สาวทั้งสองคน
15. ขอใดมีอิทธิพลตอวัยรุนมากที่สุด
1. กิจกรรมกลุม
2. กฎของโรงเรียน
3. คําชื่นชมของพอแม
4. การรณรงคในชุมชน
12.12. จากขอ 11. ถานักเรียนเปนแม นักเรียนจะทําอยางไร
1. ตําหนิที่ลูกใชของฟุมเฟอยตามเพื่อนและตัดเงินคาขนมD
13.13. ขอใดคืออิทธิพลของสื่อตางประเทศที่มีผลตอพฤติกรรม
ของวัยรุนD
14.14. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถาม
D
15.15. ขอใดมีอิทธิพลตอวัยรุนมากที่สุด
1. กิจกรรมกลุมD
(3)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
16. การใหคําชื่นชมลูกเมื่อลูกทําความดี มีความสําคัญอยางไร
1. ทําใหลูกรูสึกภูมิใจ
2. ทําใหลูกแสดงพฤติกรรมนั้นอีก
3. สงเสริมใหลูกมีพฤติกรรมทําความดี
4. สงเสริมใหลูกทําความดีแลวจะไดคําชื่นชม
17. “การวางแผนครอบครัว หมายถึง การตั้งเปาหมาย
เพื่อใหครอบครัวมีความพรอมในดานตางๆ ตั้งแตการ
เลือกคูครอง ความพรอมดานที่อยูอาศัยและอาชีพ การ
แตงงาน การวางแผนที่จะมีบุตร การเวนชวงระยะหาง
การมีบุตร การมีจํานวนบุตรที่เหมาะสม การเปน
พอแมที่ดีเพื่อเลี้ยงดูบุตรใหเปนคนดีมีคุณภาพและ
มีความสุข”
ขอใดไมใชการวางแผนครอบครัวที่ดี
1. วันชัยตอเติมบาน
2. วิชัยไมตองการมีบุตรแลว จึงทําหมัน
3. ปราณีใหบุตรเรียนพิเศษเฉพาะสถานที่เรียนพิเศษชื่อดัง
4. วิยะดาหยุดกินยาคุมกําเนิด เพราะตองการมีบุตร
คนที่ 2
18. การใชยาในขอใดเปนอันตรายตอทารกในครรภ
1. แตวกินยาคลอเฟนิรามีนเมื่อมีนํ้ามูกไหลมาก
2. เดือนกินยาพาราเซตามอลเมื่อมีอาการปวดศีรษะ
3. ดาวกินยาคลายกลามเนื้อเมื่อมีอาการอักเสบของ
กลามเนื้อ
4. ตายเหน็บยาตานเชื้อราในชองคลอดเมื่อมีอาการคัน
ในชองคลอด
19. การมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ มีผลดีอยางไร
1. มีเวลาใชชีวิตคู
2. กําหนดขนาดของครอบครัวได
3. ไมตองรับภาระในการเลี้ยงดูมาก
4. บุตรไดรับการเลี้ยงดูอยางมีคุณภาพ
20. การตรวจสุขภาพกอนการแตงงานมีประโยชนอยางไร
1. หาความผิดปกติของรางกาย
2. ตรวจความพรอมในการมีบุตร
3. ตรวจความสมบูรณของรางกาย
4. ตรวจหาโรคที่ถายทอดทางพันธุกรรม
16.16. การใหคําชื่นชมลูกเมื่อลูกทําความดี มีความสําคัญอยางไร
1. ทําใหลูกรูสึกภูมิใจF
17.17.
D
18.18. การใชยาในขอใดเปนอันตรายตอทารกในครรภ
1. แตวกินยาคลอเฟนิรามีนเมื่อมีนํ้ามูกไหลมากC
19.19. การมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ มีผลดีอยางไร
1. มีเวลาใชชีวิตคูF
20.20. การตรวจสุขภาพกอนการแตงงานมีประโยชนอยางไร
1. หาความผิดปกติของรางกายF
21. ครอบครัวของหยงและกวง เปนครอบครัวคนจีน มีฐานะดี
หยงและกวงตองการมีลูก 3 คน ไวสืบตระกูล ขณะนี้หยง
และกวงมีลูก 2 คน คือ หมวยและหมิว ขอใดควรเปนการ
วางแผนของครอบครัวของหยงและกวง
1. กวงทําหมันถาวร
2. หยงกินยาเม็ดคุมกําเนิด
3. หยงและกวงปรึกษาหมอเพื่อเลือกเพศบุตร
4. หยงและกวงปรึกษาหมอเพื่อทําเด็กหลอดแกว
22. บุหรี่มีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของทารกในครรภ
เพราะอะไร
1. เกิดการหดตัวของหลอดเลือด ทําใหสารอาหารและ
แกสออกซิเจนไปเลี้ยงทารกไดไมเพียงพอ
2. เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด ทําใหสารอาหารและ
แกสออกซิเจนไปเลี้ยงทารกไดไมเพียงพอ
3. ทารกเปนโรคหลอดเลือดอุดตัน เกิดลิ่มเลือดในสมอง
ทําใหสารอาหารและแกสออกซิเจนไปเลี้ยงรางกาย
ไมเพียงพอ
4. ทําใหเซลลในสมองตาย รางกายไมเกิดการพัฒนาการ
23. “การสงเสริมสุขภาพจิต เปนการปองกันไมใหเกิด
ปญหาสุขภาพจิต ตองเริ่มตั้งแตทารกอยูในครรภ
มารดา หรือเริ่มตั้งแตสถาบันครอบครัว ซึ่งเปนสถาบัน
แหงแรกที่มีอิทธิพลสําคัญตอพฤติกรรมของบุคคล
บุคลิกภาพและการปรับตัว ถาสภาวะภายในครอบครัว
และสัมพันธภาพระหวางสมาชิกในครอบครัวเปนไป
ดวยดี พอแมใหความรักความเขาใจ และเอาใจใส
ดูแลลูก มีความรูความเขาใจในการอบรมเลี้ยงดูลูก
อยางเหมาะสม ครอบครัวนั้นยอมจะสรางเด็กที่มี
ชีวิตปกติสุข”
จากขอความที่ขีดเสนใตขางตน ขอใดสรุปไดถูกตอง
1. ถาแมกินอาหารดีๆ ลูกก็จะมีสุขภาพจิตดี
2. ถาแมดูแลสุขภาพดี ลูกก็จะมีชีวิตปกติสุข
3. ถาแมดูแลสุขภาพจิตดี ลูกก็จะมีชีวิตปกติสุข
4. ถาแมดูแลสุขภาพจิตดี ลูกก็จะมีสุขภาพจิตดี
21.21. ครอบครัวของหยงและกวง เปนครอบครัวคนจีน มีฐานะดี
หยงและกวงตองการมีลูก 3 คน ไวสืบตระกูล ขณะนี้หยงD
22.22. บุหรี่มีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของทารกในครรภ
เพราะอะไรD
23.23.
F
(4)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
24. “ภาวะครรภเสี่ยง หมายถึง การตั้งครรภที่มีภาวะ
เสี่ยงซึ่งสงผลกระทบตอแมและทารกในครรภ โดยอาจ
ทําใหเกิดอันตรายหรือเสียชีวิตไดทั้งในขณะตั้งครรภ
ขณะคลอด หรือหลังคลอด”
ขอใดไมใชภาวะครรภเสี่ยง
1. แมเปนโรคไต
2. บุตรคลอดสัปดาหที่ 39
3. บุตรมีนํ้าหนัก 2,100 กรัม
4. ทารกหยุดการเจริญเติบโต
25. ขอใดไมใชความขัดแยงที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว
1. สามีภรรยาทะเลาะกัน
2. พอตอวาเพื่อนที่ผิดเวลานัด
3. แมโกรธลูกที่ไมยอมเชื่อฟง
4. แมไมพอใจนองชายที่กลับบานดึก
26. ปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใดเปนปญหามากที่สุด
1. ปญหาบานแตก 2. ปญหาการถูกตําหนิ
3. ปญหาเขาใจผิดกัน 4. ปญหาทะเลาะวิวาท
27. ขอใดคือความขัดแยงในครอบครัวที่มีความรุนแรง
มากที่สุด
1. การทํารายทางเพศ
2. การดาทอ การกักขัง
3. การทะเลาะโตเถียงกัน
4. การทํารายรางกายจนเสียชีวิต
28. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักจะเกิดมาจาก
สาเหตุใด
1. ไมมีเวลาใหกันและกัน
2. ความไมซื่อสัตยตอคูครอง
3. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน
4. ขาดความตระหนักในบทบาทหนาที่ของตน
29. สาเหตุความขัดแยงระหวางพอแมกับลูกสวนใหญ
เกิดมาจากสาเหตุใด
1. พอแมจูจี้ขี้บน 2. การเขากันไมได
3. การเรียนของลูก 4. การคบเพื่อนของลูก
30. ปญหาความขัดแยงที่เกิดขึ้นระหวางพอแมกับลูก สวนใหญ
จะเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีลูกในชวงวัยใด
1. วัยรุน 2. วัยเด็ก
3. วัยเรียน 4. วัยทํางาน
24.24.
D
25.25. ขอใด
1. สามีภรรยาทะเลาะกันB
26.26. ปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใดเปนปญหามากที่สุด
1. ปญหาบานแตก 2. ปญหาการถูกตําหนิD
27.27. ขอใดคือความขัดแยงในครอบครัวที่มีความรุนแรง
มากที่สุดD
28.28. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักจะเกิดมาจาก
สาเหตุใดD
29.29. สาเหตุความขัดแยงระหวางพอแมกับลูกสวนใหญ
เกิดมาจากสาเหตุใดD
30.
D
31. ขอใดไมใชสาเหตุของความขัดแยงในครอบครัว
1. ชองวางระหวางวัย
2. ความชอบที่เหมือนๆ กัน
3. การใชความรุนแรงตัดสินปญหา
4. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน
32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด
ความขัดแยงในครอบครัวไดหรือไม อยางไร
1. ไมได เพราะแตละคนจะมีพฤติกรรมบางอยางที่
แตกตางกัน จึงยากตอการปรับตัวเขาหากัน
2. ได เพราะเปนการสรางความไววางใจซึ่งกันและกัน
มีความจริงใจและความเอื้ออาทรตอกัน
3. ได เพราะเปนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง
เพื่อใหสามารถอยูดวยกันไดอยางมีความสุข
4. ไมได เพราะแตละคนจะไมยอมรับและไมพรอมที่จะ
ปรับปรุงแกไขพฤติกรรมบางอยางเพื่อปรับตัวเขาหากัน
33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน
ลําดับแรกที่จะสงผลใหรางกายไดนําพลังงานไปใชได
อยางเต็มที่
1. นม 2. แปง
3. ไขมัน 4. เนื้อสัตว
34. การเลือกบริโภคอาหารตามธรรมชาติมีขอดีอยางไร
1. มีใหบริโภคตลอดทั้งป
2. ราคาถูกและหาซื้อไดงาย
3. สะดวกตอการนํามารับประทาน
4. รางกายสามารถยอยและดูดซึมไดงาย
35. วัยกอนเรียนควรไดรับอาหารประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
1. โจก 2. นมสด
3. นมแม 4. กลวยบด
36. เพราะเหตุใดทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน จึงควรรับประทาน
นมแมแตเพียงอยางเดียว
1. เพราะทารกยังไมมีฟนบดเคี้ยวอาหาร
2. เพราะทารกยังเล็ก ไมสามารถรับประทานอาหาร
อื่นได
3. เพราะทารกยังไมมีระบบการยอยอาหารที่มี
ประสิทธิภาพเทาที่ควร
4. เพราะนมแมมีสารอาหารครบถวนเพียงพอตอความ
ตองการของทารก
31.31. ขอใด
1. ชองวางระหวางวัยB
32.32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด32.
ความขัดแยงในครอบครัวไดหรือไม อยางไรF
33.33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน33.
ลําดับแรกที่จะสงผลใหรางกายไดนําพลังงานไปใชไดD
34.34. การเลือกบริโภคอาหารตามธรรมชาติมีขอดีอยางไร
1. มีใหบริโภคตลอดทั้งปD
35.35. วัยกอนเรียนควรไดรับอาหารประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
1. โจก 2. นมสดA
36.36. เพราะเหตุใดทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน จึงควรรับประทาน
นมแมแตเพียงอยางเดียวD
(5)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
37. การกําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมควรคํานึงถึงสิ่งใด
เปนหลัก
1. รสชาติของอาหาร
2. เวลาในการประกอบอาหาร
3. ความตองการอาหารของแตละวัย
4. งบประมาณในการกําหนดรายการอาหาร
38. อาหารประเภทใดที่เด็กวัยเรียนควรหลีกเลี่ยง
1. นมจืด
2. แกงจืด
3. ผลไมอบแหง
4. ขนมขบเคี้ยว
37.37. การกําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมควรคํานึงถึงสิ่งใด
เปนหลักB
38.38. อาหารประเภทใดที่เด็กวัยเรียนควรหลีกเลี่ยง
1. นมจืดD
39. ในแตละวันวัยรุนควรไดรับพลังงานประมาณกี่กิโลแคลอรี
1. 1,000 กิโลแคลอรี
2. 2,000 กิโลแคลอรี
3. 3,000 กิโลแคลอรี
4. 4,000 กิโลแคลอรี
40. ถานักเรียนตองทําอาหารมื้อเชาใหแมรับประทาน นักเรียน
ควรกําหนดรายการอาหารอยางไรเพื่อใหเหมาะสมกับวัย
ของทาน
1. ขนมปง 2 แผน กาแฟ 1 แกว
2. ขนมจีนแกงเขียวหวานไก 1 จาน
3. ขาวตมหมูสับ 1 ถวย นมสด 1 แกว
4. ผัดซีอิ๊ว 1 จาน สมเขียวหวาน 1 ผล
39.39. ในแตละวันวัยรุนควรไดรับพลังงานประมาณกี่กิโลแคลอรี
1. 1,000 กิโลแคลอรีA
40.40. ถานักเรียนตองทําอาหารมื้อเชาใหแมรับประทาน นักเรียน
ควรกําหนดรายการอาหารอยางไรเพื่อใหเหมาะสมกับวัยE
(6)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ถาในครอบครัวนักเรียนมีผูสูงอายุจะมีแนวทางในการปฏิบัติตอทานอยางไรบางจึงจะเปนแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกตองเหมาะสม
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. เปรียบเทียบครอบครัว 2 ครอบครัว แลวบอกวาอิทธิพลของครอบครัวจะทําใหลูกทั้งสองครอบครัวเปนอยางไร
ครอบครัวที่ 1 มีพอ แม ลูกสาว ครอบครัวมีฐานะดี พอแมมีหนาที่การงานที่ดี ลูกสาวเรียนเกง เพราะพอแมสงให
เรียนพิเศษทุกวัน ลูกสาวก็เรียนตามที่พอแมตองการ และแมก็คอยไปรับไปสงลูกตามที่ตางๆ โดยไมปลอยใหลูกไปไหน
มาไหนเพียงลําพัง และอบรมสั่งสอนใหลูกทําในสิ่งที่ถูกตอง และอยูในกฎระเบียบที่ครอบครัววางไว และจะลงโทษเมื่อ
ลูกทําผิด
ครอบครัวที่ 2 มีแม และลูกสาว แมเปนคนทํางานเกง หาเงินเลี้ยงลูกดวยตัวเอง จึงไมคอยมีเวลาใหลูก ลูกจึงตอง
ชวยเหลือตัวเอง และทํางานบานใหแม แมไมเคยบังคับใหเรียนพิเศษ ไมมีกฎระเบียบใหลูกปฏิบัติตาม ใหลูกทําในสิ่งที่
ตนเองตองการ และคอยใหคําปรึกษาเมื่อลูกทําผิด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. นักเรียนคิดวา ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว มีประโยชนอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. ใหนักเรียนอานบทความแลวตอบคําถาม
เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา
แตเก็บตัวอยูในหองมาเปนเวลา3 วัน จนกระทั่งเปนเหตุใหปวดทองอยางรุนแรงตองเขารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยดวน
จากเหตุการณดังกลาวนักเรียนมีแนวทางในการปองกันและแกไขความขัดแยงที่เกิดขึ้นอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. หากนักเรียนตองกําหนดรายการอาหารใน 1 วัน ใหกับคุณตาของนักเรียน นักเรียนจะมีหลักในการกําหนดรายการอาหาร
อยางไรใหเหมาะสมกับทาน เพื่อใหทานไดรับสารอาหารอยางครบถวนและเพียงพอตอความตองการของรางกาย
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
1.1. ถาในครอบครัวนักเรียนมีผูสูงอายุจะมีแนวทางในการปฏิบัติตอทานอยางไรบางจึงจะเปน
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................CC
2.2. เปรียบเทียบครอบครัว 2 ครอบครัว แลวบอกวาอิทธิพลของครอบครัวจะทําใหลูกทั้งสองครอบครัวเปนอยางไร
D
3. นักเรียนคิดวา ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว มีประโยชนอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................DD
เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา
4. ใหนักเรียนอานบทความแลวตอบคําถาม
เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา
D
5.5. หากนักเรียนตองกําหนดรายการอาหารใน 1 วัน ใหกับคุณตาของนักเรียน นักเรียนจะมีหลักในการกําหนดรายการอาหาร
อยางไรใหเหมาะสมกับทาน เพื่อใหทานไดรับสารอาหารอยางครบถวนและเพียงพอตอความตองการของรางกายC
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(7)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
5. ผูสูงอายุคนใดมีการรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี
1. ยายแมวปวยเปนอัลไซเมอรไมสามารถจําใครได
2. ตาพราวมักหลงทางบอยๆ เพราะจําทางกลับบานไมได
3. ยายชาชอบหลงลืม และเกิดความทอแทในชีวิตบอยๆ
4. ตาทิมชอมอานหนังสือและไปเขารวมกิจกรรมทาง
สังคมเปนจํา
6. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมตรงตามชวงอายุ เชน
อายุ 3 เดือน วัดรอบศีรษะไดประมาณ 40 เซนติเมตร
นั่งทรงตัวไดเมื่ออายุ 10 เดือน เปนตน นักเรียนคิดวา
ทารกนั้นผิดปกติหรือไม
1. ไมผิดปกติ เนื่องจากขึ้นอยูกับพันธุกรรมของแตละคน
2. ผิดปกติ เนื่องจากมีพัฒนาการที่ไมเปนไปตามเกณฑที่
กําหนด
3. ไมผิดปกติ เนื่องจากเกณฑที่กําหนดนั้นไมไดระบุเปน
กฎเกณฑตายตัว
4. ผิดปกติ เนื่องจากมีพัฒนาการที่เร็วกวากําหนดและ
ผิดปกติไปจากทารกทั่วไป
7. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกในลักษณะใด
ที่ไมเปนไปตามวัยและตองพาไปพบแพทย
1. ศีรษะเล็กหรือใหญเกินไป
2. สูงกวาเกณฑ 2 เซนติเมตร
3. มีฟนซี่แรกขึ้นเมื่ออายุ 6-8 เดือน
4. นํ้าหนักมากกวาเกณฑ 1 กิโลกรัม
5.5. ผูสูงอายุคนใดมีการรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี
1. ยายแมวปวยเปนอัลไซเมอรไมสามารถจําใครไดD
6.6. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมตรงตามชวงอายุ เชน
อายุ 3 เดือน วัดรอบศีรษะไดประมาณ 40 เซนติเมตรD
7.7. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกในลักษณะใด
ที่ไมเปนไปตามวัยและตองพาไปพบแพทยD
1. ชวงวัยใดเปนชวงที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหม
มากที่สุด
1. วัยรุน 2. วัยเรียน
3. วัยผูใหญ 4. วัยสูงอายุ
2. เมื่อเด็กอายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
ทางสติปญญา ขอใดที่แสดงออกไดอยางชัดเจน
1. อานหนังสือ
2. นับเลข 1 2 3
3. ชอบพูดชอบซักถาม
4. บอกชื่อเพศและวาดรูป
3. ขอใดเปนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของวัยรุน
1. เวฟเริ่มคบเพื่อนตางเพศ
2. กอยรักสวยรักงามมากขึ้น
3. จิ๊บใจรอนมักเอาแตใจตนเอง
4. แอมมีรูปรางสรีระที่เปนสัดสวนมากขึ้น
4. เพราะเหตุใดจึงกลาววา “ผูใหญเปนชวงวัยที่ดีที่สุด
เพราะรางกายสมบูรณเต็มที่”
1. เปนชวงโตเต็มวัย
2. เปนวัยที่สามารถดูแลตนเองได
3. เปนชวงที่มีการดูแลตนเองมากที่สุด
4. เปนชวงที่อวัยวะตางๆ ทํางานไดดีเกือบทุกดาน
1.1. ชวงวัยใดเปนชวงที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหม
มากที่สุดA
2.2. เมื่อเด็กอายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
ทางสติปญญา ขอใดที่แสดงออกไดอยางชัดเจนA
3.3. ขอใดเปนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของวัยรุน
1. เวฟเริ่มคบเพื่อนตางเพศB
4.4. เพราะเหตุใดจึงกลาววา “ผูใหญเปนชวงวัยที่ดีที่สุด
เพราะรางกายสมบูรณเต็มที่”B
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 2
แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 1
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
(8)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
8. ขอใดกลาวถึงปจจัยภายในที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต
และพัฒนาการของเด็กวัยเรียนไดถูกตองที่สุด
1. เปนผลกระทบที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดู
2. เปนผลกระทบที่เกิดมาจากภาวะดานสุขภาพ
3. เปนปจจัยที่เกิดจากสภาพทางธรรมชาติของคนเรา
4. เปนปจจัยที่สงผลกระทบมาจากอิทธิพลของ
สิ่งแวดลอม
อานบทความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 9
จากผลโครงการวิจัยเรื่อง“เด็กไทยในมิติวัฒนธรรม”
ของ ดร.อมรวิชช นาครทรรพ ไดสรุปถึงเด็กไทยใน
มิติตางๆ 5 เรื่องที่นาเปนหวงอยางยิ่ง คือ ในมิติ
ศาสนาและครอบครัว พบวาสถานการณครอบครัว
ไทยในปจจุบันออนแอจนนาวิตก ในขณะที่การจด
ทะเบียนสมรสมีนอยลง แตอัตราการหยารางกลับ
สูงขึ้น ยิ่งกวานั้นการที่ครอบครัวตองดิ้นรนตอสูกับ
ปญหาคุณภาพชีวิต ทําใหพอแมหางเหินกับลูกและ
วัยรุนโดยเฉลี่ยใชเวลากับครอบครัวนอยลง และยัง
หางเหินจากสถาบันศาสนามากขึ้นดวย จากการสํารวจ
พบวาวัยรุนจํานวนไมนอยไมเคยไปวัดฟงเทศนเลย
ในรอบ 1 เดือน และยังไมคอยไดทําบุญตักบาตร แต
กลับเลือกที่จะไปใชชีวิตตามหางสรรพสินคา ดูหนัง
คุยโทรศัพท หรือเลนอินเทอรเน็ตเพื่อพูดคุยหรือเพื่อ
ความบันเทิงมากกวา สวนมิติของการบริโภค พบวา
ปจจุบันเด็กและเยาวชนไทยกําลังเผชิญกับกระแส
“วัฒนธรรมกิน ดื่ม ชอปฯ” อันเปนตัวเรงใหเกิดคานิยม
บริโภคอยางมหาศาล เด็กวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณา
ใหใชจายอยางฟุมเฟอย นิยมแฟชั่นราคาแพง
หรือของมียี่หอ รวมถึงการนิยมบริโภคของมึนเมา
ตางๆ ก็มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ทําใหเกิดปญหาอุบัติเหตุ
ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธโดยไมตั้งใจ
ที่มา : คัดลอกบางสวนมาจากบทความของอมรรัตน
เทพกําปนาทกลุมประชาสัมพันธ สํานักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
9. จากบทความขางตน สื่อโฆษณามีอิทธิพลตอวัยรุนอยางไร
1. วัยรุนนิยมบริโภคมากขึ้น
2. วัยรุนมีเพศสัมพันธมากขึ้น
3. วัยรุนเลนอินเทอรเน็ตมากขึ้น
4. วัยรุนหางเหินจากศาสนามากขึ้น
8.8. ขอใดกลาวถึงปจจัยภายในที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต
และพัฒนาการของเด็กวัยเรียนไดถูกตองที่สุดB
9.9. จากบทความขางตน สื่อโฆษณามีอิทธิพลตอวัยรุนอยางไร
1. วัยรุนนิยมบริโภคมากขึ้นD
10. “เด็กในวันนี้ คือผูใหญในวันหนา”
จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก
1. สุขภาพของเด็กในวันหนา
2. คุณภาพของเด็กในวันหนา
3. ความฉลาดของเด็กในวันหนา
4. การเจริญเติบโตของเด็กในวันหนา
11. สิ่งที่ควรระวังในการใชอินเทอรเน็ตคือขอใด
1. ประวิทยใชอินเทอรเน็ตดูภาพยนตร
2. วิไลใชอินเทอรเน็ตในการคนควาขอมูล
3. วีณาใชอินเทอรเน็ตในการแชตกับเพื่อน
4. ปราโมทยใชอินเทอรเน็ตในการเลนเกมออนไลน
12. สิ่งใดตอไปนี้ชวยสงเสริมใหวัยรุนมีความกลาแสดงออก
มากขึ้น
1. กฎ ระเบียบ ของโรงเรียน
2. กิจกรรมการประกวดดนตรี
3. อุปกรณเทคโนโลยีที่ทันสมัย
4. การเลือกเรียนวิชาที่ตนเองชอบ
13. การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน มีความ
สําคัญอยางไร
1. วัยรุนดูรายการโทรทัศนที่เหมาะสมกับวัยของตนเองได
2. วัยรุนสามารถเลือกดูรายการโทรทัศนไดตามตองการ
3. วัยรุนเลือกดูรายการโทรทัศนโดยใชวิจารณญาณในการ
รับชมได
4. วัยรุนขอคําแนะนําจากผูปกครองเมื่อดูรายการ
โทรทัศนที่ไมเหมาะสมกับตนเองได
14. วัยรุนที่ติดอินเทอรเน็ตมาก จะสงผลอยางไรตอพัฒนาการ
ดานสังคม
1. เกิดพฤติกรรมรุนแรง
2. มีความอดทนนอยลง
3. แตงกายตามกระแสนิยม
4. ขาดทักษะการเขารวมกลุม
15. เพราะเหตุใดวัยรุนจึงมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น”
1. กลัวแมไมเชื่อ
2. ตัดปญหาเพื่อไมใหถูกแมบน
3. ตองการเปนที่ยอมรับของเพื่อน
4. เพื่อตองการความกลมกลืนกับเพื่อน
10.
จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก
10.
จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก
D
จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก
D
จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก
11.11. สิ่งที่ควรระวังในการใชอินเทอรเน็ตคือขอใด
1. ประวิทยใชอินเทอรเน็ตดูภาพยนตรD
12.12. สิ่งใดตอไปนี้ชวยสงเสริมใหวัยรุนมีความกลาแสดงออก
มากขึ้นD
13.13. การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน มีความ
สําคัญอยางไรF
14.14. วัยรุนที่ติดอินเทอรเน็ตมาก จะสงผลอยางไรตอพัฒนาการ
ดานสังคมD
15.15. เพราะเหตุใดวัยรุนจึงมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น”
1. กลัวแมไมเชื่อB
(9)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
16. อิทธิพลทางสังคมในขอใดสามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรม
ตางๆ ทั้งที่เหมาะสมและไมเหมาะสมของวัยรุนได
1. อิทธิพลของชุมชน
2. อิทธิพลของครอบครัว
3. อิทธิพลของกลุมเพื่อน
4. อิทธิพลของสังคมเสมือนจริง
17. ปานวาดและสมชายแตงงานกัน และวางแผนจะมีบุตร
ในอีก 2 ปขางหนา ขอใดเปนการวางแผนครอบครัวที่ดี
1. สมชายทําหมัน
2. ปานวาดฝงยาคุมกําเนิด
3. ปานวาดนับระยะปลอดภัย
4. ปานวาดกินยาเม็ดคุมกําเนิดแบบ 21 เม็ด
18. ถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ขอใด
มีผลกระทบตอการตั้งครรภ
1. ลูกคนแรกมีหมูเลือด Rh-
2. ลูกคนแรกมีหมูเลือด Rh+
3. ลูกคนที่สองมีหมูเลือด Rh-
4. ลูกคนที่สองมีหมูเลือด Rh+
19. การที่มารดาไปฝากครรภที่สถานพยาบาลเพื่อใหแพทย
นัดตรวจเปนระยะๆ จัดวาเปนการอนามัยเจริญพันธุขอใด
1. ภาวะการมีบุตรยาก
2. การอนามัยแมและเด็ก
3. การวางแผนครอบครัว
4. การแทงและภาวะแทรกซอน
20. การทําแทงเปนบาปหรือไม เพราะเหตุใด
1. บาป เพราะถือเปนการฆาคน
2. บาป เพราะไมมีความรักลูกของตน
3. ไมบาป เพราะเด็กยังไมคลอดออกมา
4. ไมบาป เพราะถาเด็กเกิดมาจะตองไดรับความลําบาก
21. การปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัว
สามารถทําไดอยางไร
1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี
2. ทํากิจกรรมดวยกันทุกวัน
3. รับประทานขาวมื้อเย็นรวมกันทุกวัน
4. หาเวลาวางพูดคุยปรึกษาหารือกัน
16.16. อิทธิพลทางสังคมในขอใดสามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรม
ตางๆ ทั้งที่เหมาะสมและไมเหมาะสมของวัยรุนไดD
17.17. ปานวาดและสมชายแตงงานกัน และวางแผนจะมีบุตร
ในอีก 2 ปขางหนา ขอใดเปนการวางแผนครอบครัวที่ดีD
18.18. ถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ขอใด
มีผลกระทบตอการตั้งครรภD
19.19. การที่มารดาไปฝากครรภที่สถานพยาบาลเพื่อใหแพทย
นัดตรวจเปนระยะๆ จัดวาเปนการอนามัยเจริญพันธุขอใดB
20.20. การทําแทงเปนบาปหรือไม เพราะเหตุใด
1. บาป เพราะถือเปนการฆาคนD
21.21. การปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัว
สามารถทําไดอยางไรC
22. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด
นาจะไดผลดีที่สุด
1. ใหความรักตอทุกคนในครอบครัว
2. เรียนรูวิธีการควบคุมอารมณของตนเอง
3. ลดความเครียดในครอบครัวดวยกิจกรรมตางๆ
4. สรางความมั่นคงในอารมณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง
23. เพราะเหตุใด จึงไมควรใชความรุนแรงในการแกปญหา
1. เพราะจะทําใหตางฝายตางผิดใจกัน
2. เพราะจะทําใหปญหาที่เกิดขึ้นจบลงไดยาก
3. เพราะจะทําใหปญหายิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น
4. เพราะจะทําใหตางฝายตางไมยอมซึ่งกันและกัน
24. บุคคลใดสามารถสรางสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลใน
ครอบครัวไดอยางเหมาะสม
1. บุคคลที่พูดจาสุภาพ
2. บุคคลที่มีภาวะซึมเศรา
3. บุคคลที่ไมรับฟงเหตุผล
4. บุคคลที่ไมเคารพกฎกติกาในครอบครัว
25. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญอยางไรตอการ
ปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัว
1. เพื่อหาขอยุติอยางสันติวิธี
2. เพื่อชวยปรับพฤติกรรมใหเหมาะสม
3. เพื่อใหสมาชิกในครอบครัวยึดถือปฏิบัติ
4. เพื่อใหสมาชิกในครอบครัวเกิดความไววางใจกัน
26. เมื่อนักเรียนเห็นวานองสาวกําลังนั่งรองไหอยู นักเรียนจะ
มีวิธีในการสรางสัมพันธภาพอยางไรใหนองสาวรูสึกดี
1. ยิ้มให
2. ใหกําลังใจ
3. ปลอยใหรองไหไปเรื่อยๆ
4. ถามคาดคั้นวาเกิดอะไรขึ้น
27. นักเรียนควรปฏิบัติตนอยางไรเพื่อปองกันการเกิดความ
ขัดแยงในครอบครัว
1. พูดจากันบางครั้ง 2. ไมคอยมีเวลาใหกัน
3. ปรับตัวเขาหากัน 4. สรางความกลัวเกรง
28. นักเรียนจะมีเทคนิคการพูดอยางไรที่สามารถปองกัน
การเกิดความขัดแยงในครอบครัวได
1. พูดอยางจริงใจ 2. พูดประชดประชัน
3. พูดดวยอารมณโกรธ 4. พูดดวยนํ้าเสียงรุนแรง
22.22. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด
นาจะไดผลดีที่สุดD
23.23. เพราะเหตุใด จึงไมควรใชความรุนแรงในการแกปญหา
1. เพราะจะทําใหตางฝายตางผิดใจกันD
24.24. บุคคลใดสามารถสรางสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลใน
ครอบครัวไดอยางเหมาะสมD
25.25. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญอยางไรตอการ
ปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัวB
26.26. เมื่อนักเรียนเห็นวานองสาวกําลังนั่งรองไหอยู นักเรียนจะ
มีวิธีในการสรางสัมพันธภาพอยางไรใหนองสาวรูสึกดีE
27.27. นักเรียนควรปฏิบัติตนอยางไรเพื่อปองกันการเกิดความ
ขัดแยงในครอบครัวC
28.28. นักเรียนจะมีเทคนิคการพูดอยางไรที่สามารถปองกัน
การเกิดความขัดแยงในครอบครัวไดC
(10)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
29. เมื่อวัยรุนมีปญหาควรเลือกปฏิบัติตามขอใด
1. ทําตัวใหสนุกสนาน
2. ปรึกษาคนที่ไวใจได
3. หาทางแกปญหาดวยตนเอง
4. พยายามไมแสดงความรูสึกใหใครรู
30. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด
นาจะไดผลดีที่สุด
1. ใหความรักตอทุกคนในครอบครัว
2. เรียนรูวิธีการควบคุมอารมณของตนเอง
3. ลดความเครียดในครอบครัวดวยกิจกรรมตางๆ
4. สรางความมั่นคงในอารมณมีความเชื่อมั่นในตนเอง
31. ขอใดคือสัมพันธภาพในครอบครัว
1. ปลิวลมชวยแมทิ้งขยะทุกวัน
2. นํ้าหอมติดการพนันฟุตบอล
3. ลูกไมพูดจาไพเราะและมีกิริยามารยาทเรียบรอย
4. พลอยเปนคนมีความรับผิดชอบในงานที่ไดรับ
มอบหมาย
32. “สามีของสุดาเปนคนเจาชูมากและชอบออกเที่ยว
กลางคืน ทําใหสุดากับสามีทะเลาะกันเปนประจํา”
จากขอความนี้ทําใหเกิดปญหาอันเนื่องมาจากสาเหตุใด
1. ไมมีเวลาใหกันและกัน
2. ไมซื่อสัตยตอคูครองของตน
3. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน
4. ขาดความตระหนักในบทบาทหนาที่ของตน
33. อาหารประเภทใดที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
1. ขาวตมปลา 2. สลัดผักไขตม
3. แกงมัสมั่นไก 4. ผัดเปรี้ยวหวานไก
34. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน
จะสงผลตอสุขภาพในวัยผูใหญไดหรือไม เพราะเหตุใด
1. สงผล เพราะสุขภาพจะไมดีตั้งแตวัยรุน
2. สงผล เพราะเปนการสะสมความเสี่ยงตอการเกิดโรค
3. ไมสงผล เพราะรางกายของวัยรุนจะขับไขมันและ
นํ้าตาลไดดี
4. ไมสงผล เพราะเมื่อเปนผูใหญไขมันและนํ้าตาลจะสลาย
ตัวหมด
29.29. เมื่อวัยรุนมีปญหาควรเลือกปฏิบัติตามขอใด
1. ทําตัวใหสนุกสนานC
30.30. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด
นาจะไดผลดีที่สุดD
31.31. ขอใดคือสัมพันธภาพในครอบครัว
1. ปลิวลมชวยแมทิ้งขยะทุกวันD
32.32.
D
33.33. อาหารประเภทใดที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
1. ขาวตมปลา 2. สลัดผักไขตมD
34.34. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน
จะสงผลตอสุขภาพในวัยผูใหญไดหรือไม เพราะเหตุใดD
35. อาหารสําหรับบุคคลในวัยใดที่แตกตางจากวัยอื่นๆ
1. วัยรุน 2. วัยทารก
3. วัยเรียน 4. วัยผูใหญ
36. ถานักเรียนมีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน อาหารชนิดใด
ที่นักเรียนควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
1. สลัดผัก 2. ขาวมันไก
3. ตมเลือดหมู 4. เกาเหลาลูกชิ้น
37. วัยรุนหญิงตองการสารอาหารชนิดใดมากกวาวัยรุนชาย
1. โปรตีน 2. เกลือแร
3. วิตามิน 4. ธาตุเหล็ก
อานตารางตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 38.
รายการอาหารใน 1 วัน
มื้อเชา ขาวสวย2 ทัพพี ไขเจียว1 ฟอง ผัดพริกถั่วฝกยาว
หมูสับ 1 ถวย นํ้าสมคั้น 1 แกว
อาหารวาง ขนมปงทาเนย 2 แผน นมสด 1 แกว
มื้อกลางวัน กวยเตี๋ยวไก 1 ถวย กลวยบวชชี 1 ถวย
มื้อเย็น ขาวสวย 3 ทัพพี ยําวุนเสน 1 ถวย แกงจืด
ผักกาดขาว1 ถวย ผัดผักรวม1 ถวย สมเขียวหวาน
1 ผล มะละกอ 6-8 ชิ้นคํา
กอนนอน นมสด 1 แกว
38. จากตารางดังกลาว เปนการกําหนดรายการอาหาร
ที่เหมาะสมของวัยใด
1. วัยรุน 2. วัยผูใหญ
3. วัยเรียน 4. วัยสูงอายุ
39. ขอใดคือปญหาที่สําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทาน-
อาหารไมถูกตอง
1. รับประทานจุ
2. ชอบดื่มนํ้าอัดลม
3. รับประทานจุบจิบ
4. รับประทานอาหารจานดวน
40. นักเรียนควรกําหนดอาหารประเภทใดใหกับผูสูงอายุจึงจะ
เหมาะสมที่สุด
1. อาหารพวกไขมัน
2. อาหารพวกผักและผลไม
3. อาหารพวกเนื้อสัตวตางๆ
4. อาหารพวกขาว แปง นํ้าตาล
35.35. อาหารสําหรับบุคคลในวัยใดที่แตกตางจากวัยอื่นๆ
1. วัยรุน 2. วัยทารกB
36.36. ถานักเรียนมีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน อาหารชนิดใด
ที่นักเรียนควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดC
37.37. วัยรุนหญิงตองการสารอาหารชนิดใดมากกวาวัยรุนชาย
1. โปรตีน 2. เกลือแรD
38.38. จากตารางดังกลาว เปนการกําหนดรายการอาหาร
ที่เหมาะสมของวัยใดD
39.39. ขอใดคือปญหาที่สําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทาน-
อาหารD
40.40. นักเรียนควรกําหนดอาหารประเภทใดใหกับผูสูงอายุจึงจะ
เหมาะสมที่สุดC
(11)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. นักเรียนคิดวาวัยรุน วัยผูใหญ และวัยสูงอายุ มีการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา
ที่แสดงออกมาอยางเห็นไดชัดอยางไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนใชสื่อใดในชีวิตประจําวันมากที่สุด และสื่อนั้นมีอิทธิพลตอนักเรียนอยางไร และนักเรียนจะเลือกใชสื่อนั้นอยางไร
เพื่อใหไดประโยชนตอตนเองมากที่สุด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. “การใหความรูเรื่องอนามัยเจริญพันธุ และการวางแผนครอบครัว เพื่อใหเด็กที่เกิดมาไมพิการ และมีสุขภาพที่ดี
เปนสิ่งจําเปน ซึ่งสาเหตุของความพิการเกิดไดจากพันธุกรรม อายุการตั้งครรภ อายุพอและแม อาหารที่ไดรับ
สิ่งแวดลอมที่เปนพิษ หากจะปองกันความพิการตั้งแตกําเนิดก็ตองอาศัยหลายปจจัยดวยกัน”
นักเรียนมีวิธีการปองกันไมใหเด็กที่เกิดมาพิการไดอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. จากสภาพสังคมในปจจุบัน นักเรียนคิดวาสาเหตุและพฤติกรรมใดที่กอใหเกิดความขัดแยงในครอบครัวมากที่สุด และมีแนวทาง
ในการปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงดังกลาวไดอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. นักเรียนเคยกําหนดรายการอาหารที่ตองรับประทานใน 1 วันหรือไม และรายการอาหารใน 1 วันของนักเรียนมีอะไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
1.1. นักเรียนคิดวาวัยรุน
ที่แสดงออกมาอยางเห็นไดชัดอยางไรบางD
2.2. นักเรียนใชสื่อใดในชีวิตประจําวันมากที่สุด และสื่อนั้นมีอิทธิพลตอนักเรียนอยางไร และนักเรียนจะเลือกใชสื่อนั้นอยางไร
เพื่อใหไดประโยชนตอตนเองมากที่สุดD
3.3.
D
4.4. จากสภาพสังคมในปจจุบัน
ในการปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงดังกลาวไดอยางไรD
5.5. นักเรียนเคยกําหนดรายการอาหารที่ตองรับประทานใน
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................C
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(12)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 4. เมื่อแรกเกิดทารกจะนอนขดตัว แขนขางอ คอออน แตพออายุไดประมาณ 1-3 เดือน ทารกจะชันคอ
และสามารถที่จะเคลื่อนไหวแขนขาไดดี
2. ตอบ ขอ 1. วัยรุนเปนชวงวัยตอระหวางวัยเด็กกับวัยผูใหญที่นับวามีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา โดยสิ่งที่แสดงออกมาอยางชัดเจน คือ วัยรุน
มักจะมีอารมณแปรปรวนและหงุดหงิดงาย
3. ตอบ ขอ 4. วัยผูใหญกลางคนเปนวัยที่มีความแปรเปลี่ยนทางอารมณไดคอนขางมาก ทําใหมีความเครียดสูง นับวาเปน
วัยวิกฤตตอนกลางของชีวิต หรือที่เรียกวา วัยทอง
4. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากวัยเด็กเปนวัยที่เริ่มตนการเจริญเติบโตดานตางๆ การดูแลรักษาสุขภาพรางกายจึงมีความสําคัญ
เพราะจะนําไปสูการมีสุขภาพที่ดีในวัยตอไป
5. ตอบ ขอ 4. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น เชน มีประจําเดือน ฝนเปยก หงุดหงิด มีกลิ่นตัว
เปนสิว เปนตน นักเรียนจะตองปฏิบัติตนดวยการหมั่นรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองใหสะอาดอยูเสมอ
และคอยบริหารจิตใจใหสดชื่นแจมใสไมเครียด รวมทั้งยอมรับและเขาใจตอการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นวาเปน
เรื่องธรรมชาติ ไมใชเรื่องนาอายแตอยางใด
6. ตอบ ขอ 1. วัยสูงอายุเปนวัยที่มีการเสื่อมของระบบตางๆ ของรางกายอยางตอเนื่อง ดังนั้นวงจรสุขภาพในวัยสูงอายุนี้
จึงเปนวัยที่อยูในชวงของระยะซอมแซมสวนที่สึกหรอ
7. ตอบ ขอ 2. จากที่ไดกลาวในขอ 7. ไปแลววา วัยสูงอายุเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสูสภาพของความเสื่อมตามวัย
วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุนี้จึงอยูในระยะซอมแซมสวนที่สึกหรอ เพื่อชวยชะลอความเสื่อมของอวัยวะตางๆ
8. ตอบ ขอ 3. จากลักษณะดังกลาวกําลังสื่อใหเห็นวาคุณแมของแกวกําลังเริ่มเขาสูภาวะของการเปนวัยทอง ซึ่งจะเริ่ม
มีอารมณบางประเภทที่เดนชัดขึ้น เชน อารมณอยากกลับเปนหนุมสาว เนื่องจากภาวะสังขารที่เสื่อมลง
ความผันผวนของอารมณซึ่งเกิดจากสาเหตุนานาชนิด เปนตน ซึ่งแกวในฐานะที่เปนลูกนั้น จะตองพยายาม
อดทนและเขาใจในตัวทานใหมากๆ อยาโตเถียงหรือทอดทิ้งทานใหอยูเพียงลําพังเด็ดขาด ควรหาเวลาพา
ทานไปเที่ยวพักผอนหยอนใจ พยายามพูดคุยกับทานใหมากขึ้น ใหทานรูสึกไดถึงความรักที่เรามีตอทาน
และยังถือเปนการชวยสรางความผอนคลายใหกับทานไดอีกทางหนึ่งดวย
9. ตอบ ขอ 4. 1. การแยกประเภทขยะกอนทิ้งเปนความรับผิดชอบของเราที่มีตอชุมชน สังคมที่เราอยู
2. การเลนดนตรีเปนอิทธิพลของกลุมเพื่อนที่มีความสนใจในดนตรีเหมือนกัน
3. การเรียนทําขนมจากอินเทอรเน็ตเปนอิทธิพลของสื่อในการเรียนรูผานสื่อตางๆ
4. การขายขนมที่ตลาดเปนอิทธิพลของครอบครัวที่เปนแมคาขายขนม
10. ตอบ ขอ 1. เพราะอินเทอรเน็ต เปนเครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันเปนจํานวนมากครอบคลุมไปทั่วโลก มีการ
ประยุกตใชงานหลากหลายรูปแบบ อินเทอรเน็ตจึงเปนแหลงรวบรวมขอมูล รวมทั้งความบันเทิงตางๆ
ไวมากมาย สามารถใชงานไดงายและสะดวกรวดเร็ว จึงมีผูนิยมใชงานอินเทอรเน็ตจํานวนมาก โดยเฉพาะ
วัยรุนซึ่งเปนวัยที่รูจักคุนเคยกับการใชอินเทอรเน็ตมากกวาวัยผูใหญ จึงนิยมใชงานอินเทอรเน็ตเพื่อการ
คนควาขอมูล รับขาวสาร ติดตอสื่อสาร เพราะสามารถใชงานไดงายกวาการสื่อสารชนิดอื่นๆ และเขาถึงได
จากอุปกรณสื่อสารตางๆ ได เชน โทรศัพทมือถือ แท็บเล็ต เปนตน
ตอนที่ 1 ชุดที่ 1
เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 1
(13)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
11. ตอบ ขอ 3. เพราะวัยรุนเปนวัยที่ใหความสําคัญกับเพื่อนมาก วัยรุนจึงพูดคุย ปรึกษา และทํากิจกรรมรวมกับเพื่อน
มากกวาการใชเวลากับครอบครัว การไดรับการยอมรับจากกลุมเพื่อนจึงเปนสิ่งสําคัญ กลุมเพื่อนจึงมีอิทธิพล
ตอพฤติกรรมของวัยรุนเปนอยางมาก วัยรุนจะเลือกคบเพื่อนที่มีลักษณะคลายๆ กัน คนที่มีลักษณะที่แตกตาง
ออกไป มักจะไมไดรับการยอมรับจากเพื่อนกลุมนั้น
1. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะเห็นวาเครื่องเกาใชไมไดแลว
2. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะอยากตามเทคโนโลยีที่ทันสมัย
3. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะตองการใชงานที่หลากหลายขึ้น
4. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะตองการมีโทรศัพทมือถือรุนที่ใชงานไดเหมือนเพื่อนๆ
12. ตอบ ขอ 4. เพราะแมควรตักเตือนลูกดวยเหตุผล ไมใชอารมณ และอธิบายใหเห็นความสําคัญและความจําเปนของ
โทรศัพทมือถือที่ลูกตองใชงานจริงๆ มากกวาการซื้อตามเพื่อนหรือกระแสนิยม และถาลูกอยากไดจริงๆ
ลูกก็ตองพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อโทรศัพทมือถือดวยตนเอง ไมควรขอเงินจากพอแม ลูกจะไดรูคุณคาของ
สิ่งของ ซึ่งกวาจะไดมาตองใชความอดทน และการเก็บหอมรอมริบ
13. ตอบ ขอ 2. เพราะวัยรุนเปนวัยที่ชื่นชอบดารา นักรอง และจะทําตัวตามแบบอยางที่ชื่นชอบ ประกอบกับกระแสนิยม
นักรองเกาหลีในหมูวัยรุนปจจุบัน จึงทําใหเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ และทําตามบุคคลที่ตนเองชื่นชอบ
ตามกลุมเพื่อนไดงาย
14. ตอบ ขอ 1. เพราะครอบครัวนี้มีผูหญิง 3 คน และลูกคนสุดทองเปนผูชายเพียงคนเดียว ควรมีเอกลักษณของเพศชาย
การถูกเลี้ยงดูและอยูกับเพศหญิง อาจทําใหเอกลักษณทางเพศเปนไปในทางเพศหญิงมากกวาเพศชาย
การเลี้ยงดูลูกผูชาย จึงควรทํากิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดเอกลักษณทางเพศชาย เชน การเลนกีฬา การเลน
หุนยนต เปนตน มากกวากิจกรรมของเพศหญิง เชน การเลนตุกตา การเลนขายขาวแกง เปนตน
15. ตอบ ขอ 1. เพราะวัยรุน เปนวัยที่ใหความสําคัญกับเพื่อนรวมวัยคอนขางมาก เนื่องจากเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงใน
ดานตางๆ อยางรวดเร็ว จึงเปนเหตุใหวัยรุนมักรวมตัวกันเปนกลุม เพราะจะไดพูดคุย ปรึกษา และเขาใจ
ปญหาของกันและกันไดดีกวาคนตางวัย การทํากิจกรรมกลุม จึงมีอิทธิพลตอวัยรุนมากกวา กฎของโรงเรียน
คําชื่นชมของพอแม และการรณรงคในชุมชน
16. ตอบ ขอ 3. เพราะคําชื่นชมเมื่อลูกทําความดี เปนพฤติกรรมที่ทําใหวัยรุนรูสึกภูมิใจที่ไดทําความดี วัยรุนก็จะทําพฤติกรรม
นั้นอีก เพราะเปนสิ่งที่ทําแลวไมรูสึกถูกตอตานจากพอแม และจะปฏิบัติจนเกิดเปนนิสัย ทําใหวัยรุนเห็นคุณคา
ของการทําความดีโดยไมหวังผลตอบแทน
17. ตอบ ขอ 3. 1. วันชัยตอเติมบาน เพื่อสรางที่อยูอาศัยใหมีความเหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัว
2. วิชัยไมตองการมีบุตรแลว จึงทําหมัน ถามีจํานวนบุตรเหมาะสมแลว จึงสมควรทําหมัน
3. ปราณีใหบุตรเรียนพิเศษเฉพาะสถานที่เรียนพิเศษชื่อดัง การเรียนควรสงเสริมในดานที่บุตรสนใจ
และไมมีขอจํากัด ถาสถานที่เรียนมีคุณภาพดีเชนกัน
4. วิยะดาหยุดกินยาคุมกําเนิด เพราะตองการมีบุตรคนที่ 2 เมื่อพรอมที่จะมีบุตรเพิ่ม ก็ควรหยุดการ
คุมกําเนิด
18. ตอบ ขอ 3. เพราะยาพาราเซตามอล ยาคลอเฟนิรามีน เปนยาสามัญประจําบาน ที่หญิงตั้งครรภสามารถใชไดโดยไมเปน
อันตรายตอทารกในครรภ เพื่อรักษาอาการเจ็บปวยเล็กๆ นอยๆ สวนยาตานเชื้อราประเภททาที่ผิวหนัง
หรือสอดในชองคลอดจะไมเปนอันตรายตอทารกในครรภ เพราะตัวยาไมซึมเขาสูกระแสเลือด สวนยาคลาย
กลามเนื้อ ไมควรรับประทานขณะตั้งครรภ เพราะอาจมีผลกระทบตอระบบหัวใจของทารกในครรภ
(14)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
19. ตอบ ขอ 4. “การวางแผนครอบครัว หมายถึง การตั้งเปาหมายเพื่อใหครอบครัวมีความพรอมในดานตางๆ ตั้งแตการเลือก
คูครอง ความพรอมดานที่อยูอาศัยและอาชีพ การแตงงาน การวางแผนที่จะมีบุตร การเวนชวงระยะหางการ
มีบุตร การมีจํานวนบุตรที่เหมาะสม การเปนพอแมที่ดีเพื่อเลี้ยงดูบุตรใหเปนคนดีมีคุณภาพและมีความสุข”
ดังนั้นการมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ จะทําใหพอแมไมตองรับภาระการเลี้ยงดูที่หนักเกินไป สามารถกําหนด
ขนาดของครอบครัวได มีเวลาใชชีวิตคู ทําใหชีวิตคูไมเกิดปญหา และผลของสิ่งเหลานี้ทายสุดแลวจะทําให
เราสามารถเลี้ยงดูบุตรไดอยางมีคุณภาพ
20. ตอบ ขอ 4. เพราะการตรวจรางกายกอนการแตงงาน เปนการปองกันการติดโรคที่สามารถติดตอจากคูสมรส ปองกันการ
แพรเชื้อไปสูบุตร ซึ่งพอแมบางคนอาจเปนพาหะนําโรคโดยที่ไมรูตัว การตรวจสุขภาพกอนแตงงาน มีดังนี้
• ตรวจหมูเลือด เพื่อสะดวกในกรณีตองการเลือดฉุกเฉิน
• ตรวจความเขากันของเลือด เพื่อหาความผิดปกติของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง วามีความผิดปกติของ
โรคธาลัสซีเมียหรือไม ซึ่งโรคนี้เปนโรคที่เกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม
• ตรวจชนิดของเลือด(RhFactor) คนไทยโดยทั่วไปจะมีคาRh+ แตบางคนอาจพบวามีคาRh- ถาฝายใด
ฝายหนึ่งมีเลือด Rh- เมื่อตั้งครรภจะทําใหเสี่ยงตอการแทงบุตรไดสูงมาก
• ตรวจความสมบูรณของเม็ดเลือด ซึ่งเปนการตรวจหาภูมิคุมกันและเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากพบวามีเชื้อ
แสดงวาเปนพาหะนําโรค ซึ่งสามารถติดตอกันทางเพศสัมพันธและสายเลือด ถาหากไมมีการปองกันที่ดี
ก็อาจทําใหบุตรมีโอกาสติดเชื้อได
• ตรวจหาภูมิคุมกันหัดเยอรมัน หากไมมี ควรฉีดวัคซีนและคุมกําเนิดไวอยางนอย3 เดือน เพราะหากติดเชื้อ
ระหวางการตั้งครรภ อาจทําใหทารกพิการหรือแทงได
• ตรวจหาเชื้อไวรัส HIV
21. ตอบ ขอ 3. เพราะหยงและกวง ตองการมีบุตรไวสืบตระกูล คือ ตองมีบุตรเปนเพศชาย ซึ่งในขณะนี้หยงและกวง มีบุตรสาว
แลว 2 คน และตองการมีบุตรอีกแค 1 คนเทานั้น ตามที่วางแผนไววาจะมีเพียง 3 คน การวางแผน-
ครอบครัวของหยงและกวง จึงตองใหบุตรคนที่ 3 เปนเพศชาย ดังนั้น หยงและกวงจึงตองปรึกษาหมอเพื่อ
เลือกเพศบุตรใหตรงกับความตองการ ซึ่งครอบครัวของหยงและกวงสามารถทําได เพราะมีฐานะดี
22. ตอบ ขอ 1. เพราะสารนิโคติน คารบอนมอนอกไซดในควันบุหรี่ และทารจะมีผลตอการทํางานของสารสื่อประสาท
อะเซติลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอรอีพิเนฟริน (norepinephrine) สงผลให
มีการขัดขวางการพัฒนาของเซลลประสาทของทารก มีการหดตัวของหลอดเลือดดําในมดลูก ทําใหเลือดผาน
รกลดลง ทารกจึงไดรับสารอาหารและแกสออกซิเจนไมเพียงพอ มีผลใหนํ้าหนักแรกเกิดนอย ขาดสารอาหาร
ในระยะตั้งครรภและเพิ่มอัตราการตายในวัยทารก นอกจากนี้ยังกอใหเกิดปญหาดานพัฒนาการและพฤติกรรม
เชน เชาวนปญญาบกพรอง มีปญหาการเรียน ซุกซนมากผิดปกติ สมาธิสั้น พฤติกรรมกาวราว ตลอดจน
มีปญหาดานการเขาสังคม ผลดังกลาวจะพบไดตั้งแตในระยะแรกของการตั้งครรภจนกระทั่งทารกเกิด
23. ตอบ ขอ 2. เพราะปจจัยที่ทําใหเกิดภาวะครรภเสี่ยง เชน
• มีประวัติเคยคลอดบุตร แลวบุตรเสียชีวิตในครรภระหวางคลอดและหลังคลอดมากอน
• มีประวัติทารกคลอดกอนและหลังกําหนด
• มีประวัติเคยแทงบุตรมาแลวไมตํ่ากวา 2 ครั้ง
• มีประวัติเคยคลอดบุตรนํ้าหนักนอยกวา 2,500 กรัม หรือมากกวา 4,000 กรัม
• มีประวัติทารกโตชาในครรภ
• คุณแมตั้งครรภมีอายุนอยกวา 16 ป หรือมากกวา 40 ป
• มีความดันโลหิตสูง โดยความดันมากกวาหรือเทากับ 140/90 มม. ปรอท
(15)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
• เปนเบาหวานชนิดตองพึ่งพาอินซูลิน
• เปนโรคไต โรคหัวใจ
• ติดยาเสพติดหรือสุรา
• เปนโรคทางอายุรกรรมตางๆ เชน โลหิตจาง ตอมไทรอยดเปนพิษ ภาวะภูมิคุมกันไวเกิน (SLE)
โรคธาลัสซีเมีย โรคลมชัก วัณโรค เปนตน
• เปนโรคติดเชื้อ HIV (โรคเอดส) กามโรค หรือพาหะตับอักเสบบี
24. ตอบ ขอ 4. เพราะสุขภาพของแมขณะตั้งครรภมีอิทธิพลตอชีวิตลูกในอนาคตอยางมาก สภาพความขัดแยงทางอารมณจะ
สงผลไปสูลูกในครรภ นอกจากนี้ความสัมพันธระหวางอารมณและจิตใจของแมยังกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง
การทํางานของตอมไรทอตางๆ ในการผลิตฮอรโมนที่จะไปหลอเลี้ยงบํารุงลูกในครรภอีกดวย ความเครียด
และความทุกขของแมจะถายทอดสูลูกทันที ทําใหกลายเปนเด็กหงุดหงิดงาย เลี้ยงยาก งอแง เมื่อโตขึ้นก็จะ
เปนเด็กเจาอารมณ ความสนใจสั้น มีอาการซุกซนผิดปกติ และที่สําคัญหากแมเกิดภาวะปฏิเสธอาหาร
เนื่องจากมีอารมณเศราทําใหไดรับสารอาหารที่จําเปนในการเจริญเติบโตไมเพียงพอ เปนผลใหเกิดการ
หยุดชะงักการเจริญเติบโตของเนื้อสมอง จนกลายเปนปญญาออนได สวนแมที่สุขภาพจิตดี มีความสุข ลูก
ในทองก็จะไดรับการถายทอดใหมีพื้นฐานทางอารมณที่ดี เมื่อเกิดมาเด็กจะมีความสามารถในการปรับตัวดี
เปนเด็กเลี้ยงงาย มีสมองไว และสติปญญาดี สุขภาพจิตของแมขณะตั้งครรภ จึงเปนปจจัยสําคัญตออนาคต
ของลูกและอนาคตของชาติดวย
25. ตอบ ขอ 2. ความขัดแยงในครอบครัว คือ สถานการณความกดดันจากเรื่องที่เกี่ยวของกับครอบครัว การมีความคิด
หรือแสดงออกในเรื่องตางๆ ที่ไมสามารถตกลงกันได จนเกิดการตําหนิ กลาวโทษ หรือทํารายซึ่งกันและกัน
ซึ่งมักจะเกิดจากความขัดแยงระหวางสามีภรรยา พอกับลูกหรือแมกับลูก
26. ตอบ ขอ 1. ปญหาบานแตก เปนปญหาความขัดแยงในครอบครัวที่รายแรงมากที่สุด เนื่องจากอาจทําใหบุคคลภายใน
ครอบครัวตองกระจัดกระจายพลัดพรากกัน โดยอาจเกิดจากการที่พอแมทะเลาะวิวาทกันจนถึงขั้นอยาราง
และแยกตัวไปคนละทาง เชน บางคนอาจไปสรางครอบครัวใหม แตงงานมีสามีใหม มีภรรยาใหม
มีลูกคนใหม เปนตน
27. ตอบ ขอ 4. ความขัดแยงในครอบครัวที่ถือไดวามีความรุนแรงมากที่สุด คือ การทํารายรางกายจนเสียชีวิต เพราะเสมือน
กับการไดฆาชีวิตสมาชิกในครอบครัวของตนเองที่มีความรักความผูกพันกันมานาน ซึ่งเปนสิ่งที่ไมสมควร
อยางยิ่ง เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวจะตองมีความรัก ใหอภัยซึ่งกันและกัน และเปนที่ปรึกษาที่ดีใหแกกัน
28. ตอบ ขอ 2. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักเกิดจากสาเหตุความไมซื่อสัตยตอคูครองของตน โดยบางคนอาจคิดนอกใจ
ตอคูครองของตน ซึ่งหากอีกฝายหนึ่งทราบเรื่อง จะสงผลใหเกิดความเสียใจ และคิดวาเปนการไมใหเกียรติกัน
ทั้งนี้อาจนําไปสูการมีปากเสียงกันได และอาจรุนแรงถึงขั้นตองเลิกรากันไป หรือบางคนอาจมีความหึงหวง
มากไปจนเกินเหตุ ก็อาจทําใหคูครองรูสึกอึดอัดและเกิดความรําคาญใจ ซึ่งอาจนําไปสูความขัดแยงได
29. ตอบ ขอ 1. สวนใหญเกิดมาจากนิสัยจูจี้จุกจิกขี้บนของพอแม ซึ่งพอแมบางคนอาจจะเขมงวดกับลูกในทุกๆ เรื่อง และ
เมื่อลูกไมเปนไปตามที่คาดหวังไวก็จะตอวา จนทําใหลูกเกิดความรําคาญและไมอยากจะฟง เมื่อลูกไม
สนใจหรือไมปรับปรุงตัวเอง พอแมก็ยิ่งวากลาวหนักขึ้นอีก จึงอาจเปนเหตุใหลูกกาวราว ถกเถียง และเกิด
ความขัดแยงขึ้น
(16)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
30. ตอบ ขอ 1. ปญหาความขัดแยงระหวางพอแมกับลูก สวนใหญจะพบในครอบครัวที่มีลูกอยูในชวงวัยรุน โดยพอแมอาจจะ
ปรับตัวไมทันกับการเปลี่ยนแปลงในดานอารมณจิตใจของวัยรุน ซึ่งจะเปนชวงที่มีอารมณรุนแรงและตองการ
ความเปนอิสระสูง
31. ตอบ ขอ 2. ทุกครอบครัวยอมมีความขัดแยงเกิดขึ้นระหวางบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยสาเหตุของความขัดแยงในครอบครัว
เชน ชองวางระหวางวัย การใชความรุนแรงตัดสินปญหา นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน เปนตน
32. ตอบ ขอ 3. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากันสามารถปองกันการเกิดความขัดแยงในครอบครัวได โดยอาจใชการพูดคุยกัน
ใหมากขึ้นเพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ผูอื่นอยากใหเราปรับปรุงตัว และเมื่อทราบแลวก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
บางอยางเพื่อใหสามารถอยูดวยกันไดอยางมีความสุข
33. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากนักเรียนอยูในชวงวัยรุน ซึ่งเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางรางกายและเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว
ดังนั้นอาหารที่ควรเลือกรับประทานเปนลําดับแรก คือ เนื้อสัตว ซึ่งจะใหสารอาหารโปรตีนที่มีสวนชวยใน
การสรางเซลลตางๆ และนําพลังงานไปใชไดอยางเต็มที่
34. ตอบ ขอ 4. อาหารตามธรรมชาติเปนอาหารที่มีสารอาหารอยางเหมาะสม ซึ่งจะมีแรธาตุและวิตามินที่มีอยูในธรรมชาติ
ซึ่งรางกายสามารถยอยและดูดซึมไดงาย ตลอดจนปลอดภัยจากสารปนเปอนและสารเคมีตางๆ เชน ธัญพืช
ขาวไมขัดสี ผักปลอดสารพิษ พืชผักผลไมออรแกนิก เปนตน
35. ตอบ ขอ 2. วัยกอนเรียนเปนชวงที่เด็กกําลังเจริญเติบโต จึงควรไดรับสารอาหารอยางครบถวน ซึ่งอาหารที่เหมาะสม
สําหรับเด็กวัยกอนเรียนนี้ คือ นมสด โดยใหเด็กดื่มนมเปนประจําจนเกิดเปนนิสัย เนื่องจากนมเปนแหลง
โปรตีนที่สําคัญซึ่งชวยในการเจริญเติบโตและเสริมสรางความแข็งแรงใหแกรางกาย
36. ตอบ ขอ 4. เพราะนํ้านมแมเปนอาหารที่ดีที่สุดสําหรับทารก ซึ่งจะมีสารอาหารครบถวนทั้งโปรตีน วิตามิน และแรธาตุ
ตางๆ ชวยในการสรางภูมิคุมกัน อีกทั้งมีฮอรโมนและสารกระตุนการเจริญเติบโตของสมองซึ่งมีผลตอการ
พัฒนาระดับสติปญญาของทารกอีกดวย
37. ตอบ ขอ 3. ควรคํานึงถึงความตองการอาหารของแตละวัย เนื่องจากแตละวัยจะมีความตองการอาหารในปริมาณที่
แตกตางกันออกไป ซึ่งการไดรับสารอาหารที่เหมาะสมตามความตองการของรางกายในแตละวัยนั้นจะสงผล
ทําใหรางกายเจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม เชน วัยรุนตองการโปรตีนวันละประมาณ
1.2-2.1 กรัม นักกีฬาควรไดรับโปรตีนในปริมาณที่มากกวาปกติ เปนตน
38. ตอบ ขอ 4. เด็กวัยเรียนเปนวัยที่มีพัฒนาการของการเจริญเติบโตในทุกระบบ เพื่อสุขภาพที่ดีควรใหเด็กหลีกเลี่ยงขนม
ขบเคี้ยว เนื่องจากจะมีไขมันและโซเดียมสูง และอาจกอใหเกิดโทษตอรางกายอีกดวย เชน โรคอวน โรคไต
โรคความดันโลหิตสูง เปนตน
39. ตอบ ขอ 2. วัยรุนเปนวัยที่รางกายมีการเจริญเติบโตเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว รางกายจึงจําเปนตองไดรับสารอาหารที่ครบถวน
ทั้ง5 หมู ในปริมาณที่เพียงพอตอความตองการของรางกาย โดยวัยรุนควรไดรับพลังงานในแตละวันประมาณ
2,000 กิโลแคลอรี
40. ตอบ ขอ 3. เนื่องจากแมของนักเรียนจะอยูในวัยผูใหญที่มีอายุระหวาง 45-60 ป เปนวัยที่ฮอรโมนเพศเริ่มทํางาน
นอยลง รวมทั้งยังมีโรคตางๆ เขามารุมเราไดงาย ดังนั้นอาหารที่เหมาะสมสําหรับในวัยนี้ คือ ขาวตมหมูสับ
1 ถวย และนมสด1 แกว ทั้งนี้เพื่อเปนการปองกันและชะลอความเสื่อมของรางกายควรบริโภคเนื้อสัตวตางๆ
ในปริมาณที่พอเหมาะ และเสริมแคลเซียมใหรางกายดวยนมสดพรองมันเนยไขมันตํ่า เพื่อลดภาวะ
กระดูกพรุน
(17)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ พิจารณาขอบขายของการสงเสริมสุขภาพทั้ง3 ดาน ไดแก การสงเสริมสุขภาพกาย การสงเสริมสุขภาพจิต
และการสงเสริมสุขภาพทางสังคม รวมทั้งการใหความสําคัญและเคารพยกยองผูสูงอายุ พยายามเอาใจใสทาน
โดยไมทําใหทานรูสึกวากําลังโดดเดี่ยว หาเวลาคุยกับทานและรับฟงทาน เพื่อใหทานรูสึกวาลูกหลานยังให
ความสําคัญไมไดทอดทิ้ง
2. แนวตอบ ครอบครัวที่1ลูกจะเปนคนที่อยูในกรอบเหมือนถูกบังคับอยูตลอดเวลาไดรับความชวยเหลือจากครอบครัวตลอด
อาจทําใหเมื่ออยูในสภาพสังคมที่ไมเหมือนกับครอบครัว แลวเจอปญหาตางๆ อาจจะแกไขไมได หรือเมื่อเกิด
ความผิดพลาดในชีวิต อาจจะทําใหกลัวความผิด กลัวการถูกลงโทษ จนแกปญหาดวยวิธีที่ไมถูกตอง
ครอบครัวที่ 2 ลูกจะเปนคนที่แกปญหาไดดีกวาครอบครัวที่ 1 เพราะจะตองชวยเหลือตนเอง มีความคิด
ในการใชชีวิต แกปญหาไดเองเมื่อแมไมอยู แตการแกปญหานั้นก็อาจจะเกิดจากการลองผิดลองถูก แตก็จะ
มีแมคอยใหคําปรึกษาทุกครั้งเมื่อทําผิด
3. แนวตอบ ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว ทําใหนักเรียนมีทักษะ
และความรูในการเตรียมความพรอมกอนเขาสูวัยที่จะสามารถเลือกคูครองและตัดสินใจใชชีวิตคู โดยการ
ตระหนักถึงความพรอมทางดานรางกาย ดานวุฒิภาวะ ดานการศึกษา รวมไปถึงผลกระทบที่อาจเกิดจาก
ความไมพรอมในดานตางๆ จึงไมนําไปสูการตั้งครรภกอนวัยอันควร ทําใหนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถ
วางแผนการแตงงาน การมีบุตร วิธีปฏิบัติตนที่เหมาะสมระหวางการตั้งครรภ และเลี้ยงดูบุตรใหเติบโตมา
ไดอยางมีคุณภาพ
4. แนวตอบ • พอแมควรมีทักษะในการสื่อสารที่ดีกับลูก โดยใชคําพูด ภาษา ทาทางเพื่อแสดงออกถึงความรูสึกและ
ความคิดเห็นอยางเหมาะสม
• ลูกควรยอมรับและพรอมที่จะปรับปรุงแกไขพฤติกรรมที่ไมดีของตนเอง
• ทั้งแมและลูกควรพยายามปรับตัวเขาหากัน โดยอาจใชการพูดคุยกันใหมากขึ้น
• ตั้งกติกาของครอบครัว โดยอาจจะใหลูกสามารถเลนเกมคอมพิวเตอรไดสัปดาหละ 1 วัน
(พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน)
5. แนวตอบ ผูสูงอายุจะมีความตองการอาหารและสารอาหารเชนเดียวกันกับวัยอื่นๆ แตจะมีความแตกตางกันในเรื่อง
ของลักษณะและปริมาณที่ลดลงจากวัยผูใหญ เพราะมีกิจกรรมตางๆ นอยลง ซึ่งหลักในการกําหนดรายการ
อาหารสําหรับผูสูงอายุมี ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด หวานจัด และเผ็ดจัด รวมไปถึงอาหารประเภทที่มีกะทิในปริมาณ
มากๆ
2. อาหารควรเปนอาหารที่มีคุณภาพ เชน คารโบไฮเดรตในรูปเชิงซอน คือ ไมไดผานขบวนการขัดสี และ
โปรตีนจากปลา
3. เนนใหใชวิธีการนึ่งมากกวาการทอด เพื่อลดปริมาณไขมันที่รางกายจะไดรับเกินเขาไป
4. อาหารเสริมที่แนะนํา ควรเสริมผักและผลไมใหมากขึ้น พวกตําลึง ผักบุง คะนา มะเขือเทศ สมเขียวหวาน
กลวยสุก มะละกอสุก จะชวยเพิ่มใหผูสูงอายุไดรับกากใย ชวยใหระบบขับถายดี
ตอนที่ 2
(18)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 2. ชวงวัยเรียนเปนวัยที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหมมากที่สุด เนื่องจากเปนระยะที่เด็กในวัยนี้ตอง
เริ่มเขาโรงเรียน และตองใชเวลาในการปรับตัวเปนอยางมาก
2. ตอบ ขอ 3. เด็กวัยเรียนเมื่ออายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสติปญญาที่เห็นไดชัด คือ รูจักกลาว
คําขอบคุณ เลาเรื่องสั้น ชอบพูด ชอบซักถาม และบอกสีไดถูกตอง สามารถซื้อขนมหรือสิ่งของไดเอง
เริ่มรูจักวัน เวลา และนับเลข 1-10 ได
3. ตอบ ขอ 1. การเปลี่ยนแปลงดานสังคมของวัยรุน เชน ตองการเปนที่ยอมรับของเพื่อน ปลีกตัวออกหางจากพอแม
เริ่มมีความรักกับเพื่อนตางเพศ เปนตน สวนการมีรูปรางสรีระที่เปนสัดสวน และรักสวยรักงามถือเปนการ
เปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย และการใจรอน เอาแตใจ ถือเปนการเปลี่ยนแปลงทางดานจิตใจและอารมณ
4. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากรางกายของวัยผูใหญจะมีความเจริญสมบูรณของระบบอวัยวะตางๆ ไดดีเกือบทุกดาน ซึ่งถือวาเปน
ชวงที่เหมาะสมตอการสรางครอบครัวและการมีบุตร
5. ตอบ ขอ 4. ตาทิมเปนผูสูงอายุที่สามารถดํารงรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี ซึ่งพบวาผูสูงอายุที่มีสุขภาพดี
มีความกระฉับกระเฉง กระตือรือรน หมั่นศึกษาหาความรู และพัฒนาความจําอยูเสมอ จะมีสติปญญาที่
ไมเสื่อมถอย
6. ตอบ ขอ 3. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมเปนไปตามเกณฑที่กําหนดดังกลาวนั้นไมถือวาผิดปกติเนื่องจากระดับพัฒนาการ
ของทารกในแตละชวงวัยที่กําหนดไวนั้นไมไดระบุเปนกฎเกณฑตายตัว แตอาจจะบอกลักษณะพัฒนาการ
อยางคราวๆ วาทารกแตละชวงอายุมีพัฒนาการอยางไร ดังนั้นหากทารกจะมีพัฒนาการที่เกิดขึ้นชา-เร็ว
กวาเกณฑที่กําหนด 1-2 เดือน ก็ไมถือวาผิดปกติแตอยางใด แตทั้งนี้ทั้งนั้นหากพบวาทารกมีพัฒนาการ
ที่ชากวาเกณฑที่กําหนดมาก เชน อายุ 1 ป ยังไมควํ่า อายุ 2 ปยังไมเดิน ควรปรึกษาแพทยเพื่อหาความ
ผิดปกติดังกลาว
7. ตอบ ขอ 1. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกที่ไมเปนไปตามวัย ซึ่งสามารถสังเกตไดชัดเจน เชน ศีรษะเล็ก
หรือใหญเกินไป บงบอกถึงการเจริญเติบโตของสมอง อาจจะเกิดจากการที่สมองเจริญเติบโตผิดปกติ เชน
ขาดอากาศขณะคลอด หรืออาจจะเปนโรคทางพันธุกรรม ปากบางเปนปากปลา (ไมเห็นริมฝปาก) หรือ
ปากแหวงเพดานโหว แขนขายาวไมเทากันทั้งสองขาง ทองผูกเรื้อรัง ซึ่งเปนสัญญาณของการเคลื่อนไหว
ลําไสมีปญหา หรืออาจจะมีปญหาเรื่องการยอยและการดูดซึม เปนตน หากพบวาทารกมีอาการลักษณะ
ดังกลาวจะตองพาไปพบแพทยทันที
8. ตอบ ขอ 1. วัยเรียนเปนชวงวัยที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนในการใชชีวิตใหมและเปนวัยแหงการเรียนรูสิ่งตางๆ เนื่องจาก
เปนระยะที่ตองเริ่มเขาโรงเรียนและตองใชเวลาปรับตัว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงตางๆ ในชวงวัยนี้จึงมักมี
อิทธิพลมาจากครอบครัวและโรงเรียนเปนสําคัญ การอบรมเลี้ยงดูจึงถือเปนปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลตอการ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กวัยเรียน
ตอนที่ 1
ชุดที่ 2
เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 1
(19)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
9. ตอบ ขอ 1. เพราะจากขอความ “สวนมิติของการบริโภค ก็พบวาปจจุบันเด็กและเยาวชนไทยกําลังเผชิญกับกระแส
“วัฒนธรรมกิน ดื่ม ชอปฯ” อันเปนตัวเรงใหเกิดคานิยมบริโภคอยางมหาศาล เด็กวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณา
ใหใชจายอยางฟุมเฟอย นิยมแฟชั่นราคาแพงหรือของมียี่หอ อาทิ โทรศัพทมือถือ นาฬกา นํ้าหอม
กระเปาถือ เปนตน รวมถึงการนิยมบริโภคของมึนเมาตางๆ ก็มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ทําใหเกิดปญหาอุบัติเหตุ
ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธโดยไมตั้งใจ” ทําใหเห็นวาวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณาใหนิยมบริโภคสิ่งตางๆ
เชน อาหารหรือสิ่งของที่เปนที่นิยม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน จนเกิดการใชจายที่ฟุมเฟอย
10. ตอบ ขอ 2. เพราะประเทศชาติตองการความเจริญกาวหนา และเติบโตอยางมีคุณภาพ ประเทศชาติจึงคาดหวังใหคน
ในสังคมเปนคนที่มีคุณภาพในทุกดาน เพื่อชวยกันพัฒนาประเทศ ซึ่งคนที่จะพัฒนาประเทศไดก็คือ คนที่
เจริญเติบโตเปนผูใหญ มีความรู ความสามารถในการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีคุณธรรมและ
จริยธรรม เพื่อการอยูรวมกันในสังคมไดอยางมีความสุขสงบ และคนที่จะเจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีคุณภาพ
ก็ตองเปนเด็กๆ ที่ไดรับการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนใหเปนคนดี ไดรับความรู และพัฒนาความสามารถใหเปน
ผูใหญที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนั้นสังคมจึงคาดหวังใหเด็กในวันนี้ เจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีคุณภาพใน
วันขางหนา เพื่อพัฒนาประเทศใหเจริญกาวหนาตอไป
11. ตอบ ขอ 3. 1. สิ่งที่ตองระวังในการแชตผานอินเทอรเน็ต คือ อาจถูกหลอกลวงจากบุคคลอื่นไดงาย เพราะเพื่อนที่รูจักกัน
ทางอินเทอรเน็ต สามารถสรางขอมูลอะไรก็ไดที่ไมใชความจริง และพูดคุยทําใหเราไววางใจจนเกิดการ
นัดเจอกัน และนําไปสูการหลอกลวงทรัพยสิน การลอลวงไปคาประเวณี การลวงละเมิดทางเพศ หรือ
อาจเกิดอาชญากรรมได ซึ่งกอใหเกิดผลเสียรายแรงกวาขออื่นๆ
2. สิ่งที่ตองระวังในการเลนเกมออนไลน คือ ชนิดของเกมที่เลนและการใชเวลาในการเลน ควรหลีกเลี่ยง
เกมที่ใชความรุนแรง เพราะจะสั่งสมใหมีพฤติกรรมที่รุนแรง และควรใชเวลาในการเลนเกมไมมากจน
เกินไป จนทําใหเกิดการติดเกม ซึ่งจะสงผลเสียทําใหเสียการเรียน
3. สิ่งที่ตองระวังในการคนควาขอมูล คือ แหลงที่คนควา ควรมาจากแหลงที่นาเชื่อถือ และถาเปดไปเจอ
แหลงที่ไมดี เชน เว็บโป เว็บหาคู เปนตน ก็ควรปดทันที เพื่อจะไดขอมูลที่ถูกตอง และไมเปนอันตราย
ตอตนเอง
4. สิ่งที่ตองระวังในการดูภาพยนตร คือ ชนิดของภาพยนตร ไมควรเปนภาพยนตรที่ใชความรุนแรง
หรือภาพยนตรโปเปลือย เพราะจะนําไปสูการเกิดความรุนแรง หรือเกิดอารมณทางเพศได ทําใหเรา
หมกหมุน
12. ตอบ ขอ 2. เพราะโรงเรียนมีอิทธิพลตอพฤติกรรมของวัยรุนตั้งแตวัยเด็ก โดยเริ่มจากความสัมพันธกับเพื่อนนักเรียน
ดวยกันเอง ความสัมพันธกับครูอาจารย การเปรียบเทียบตนเองกับเพื่อนนักเรียนรวมชั้นในดานตางๆ ทั้ง
ความสามารถ การศึกษา และการปฏิบัติกิจกรรม แตละปที่เด็กเติบโตขึ้น เด็กใชเวลาสวนใหญอยูในโรงเรียน
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในชวงวัยรุน เด็กจะอยูในสิ่งแวดลอมทางโรงเรียนมากกวาสิ่งแวดลอมทางบาน
หรืออื่นๆ โรงเรียนจึงถือเปนสถานที่ที่ทําหนาที่แทนครอบครัว ในการอบรมสั่งสอน พัฒนาใหเด็กมีคุณภาพ
ในดานตางๆ ทั้งบุคลิกภาพและสติปญญา มีคุณธรรมและจริยธรรม
1. กฎ ระเบียบ ของโรงเรียน ชวยทําใหเด็กมีระเบียบวินัย มีความอดทน อยูรวมกันไดภายใตกฎที่กําหนด
เปนพื้นฐานในการอยูรวมกันในสังคมเดียวกัน
2. กิจกรรมการประกวดดนตรี ชวยสงเสริมใหเด็กที่มีความสามารถดานดนตรี ไดมีพื้นที่ใหเด็กไดแสดง
ความสามารถ
(20)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
3. อุปกรณเทคโนโลยีที่ทันสมัย ชวยสงเสริมใหเด็กใชเทคโนโลยีที่ทันสมัยได กาวทันโลกปจจุบันที่
เจริญกาวหนาไปอยางรวดเร็ว
4. การเลือกเรียนวิชาที่ตนเองชอบ ชวยสงเสริมความถนัดของเด็ก ทําใหเด็กมีความอยากรูอยากเรียน
สามารถเลือกแนวทางของตนเองได และมีประสิทธิภาพในการทํางานเพิ่มมากขึ้น
13. ตอบ ขอ 3. เพราะการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน เพื่อจัดระดับความเหมาะสมของรายการตางๆ
ใหผูชมสามารถเลือกดูไดวารายการใดที่มีความเหมาะสมตอตัวเองและคนรอบขาง เชน รายการใดที่เด็กควรดู
รายการใดที่ผูใหญควรใหคําแนะนํา หรือรายการใดที่ไมเหมาะสมตอเด็กและเยาวชน เปนตน ซึ่งวัยรุน
เปนวัยที่สามารถใชวิจารณญาณในการเลือกดูรายการโทรทัศนที่เหมาะสมกับตนเองได คือ สามารถเลือก
ดูรายการโทรทัศนที่ตนเองควรดูหรือไมควรดูได เมื่อดูแลวจึงเกิดความคิด พิจารณาไดวาสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด
สิ่งใดควรทําและสิ่งใดไมควรทํา ผลของการกระทําคืออะไรบาง และขอรับคําแนะนําจากผูใหญเมื่อไมเขาใจได
14. ตอบ ขอ 4. เพราะพัฒนาการดานสังคม คือ การอยูรวมกับผูอื่น และสามารถทํากิจกรรมรวมกันได การที่วัยรุนติด
อินเทอรเน็ตมาก จะทําใหใชเวลาจดจออยูกับอินเทอรเน็ตมากจนเกินไป จนขาดการเขาสังคมโดยการพบปะ
พูดคุยกับเพื่อน ขาดทักษะการอยูรวมกัน ไมมีการปรับตัวใหเขากับสังคม
15. ตอบ ขอ 3. เหตุที่วัยรุนมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น” เนื่องจากวัยรุนชอบทําตามกลุมเพื่อนถึงแมจะรูวาสิ่งนั้นดี
หรือไมดีก็ตาม เพื่อใหเปนที่ยอมรับของเพื่อน
16. ตอบ ขอ 1. อิทธิพลของชุมชนที่มีตอวัยรุนนั้น เปนสวนที่เสริมสถาบันทางสังคมอื่นๆ ใหมีผลตอการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของวัยรุนมากขึ้น เพราะชุมชนเปนสภาพแวดลอมที่สามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือ
ไมเหมาะสมของวัยรุนได
17. ตอบ ขอ 4. 1. ยาเม็ดคุมกําเนิดแบบ 21 เม็ด เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว ชนิดกิน จะมีเม็ดยาคุมกําเนิด 21 เม็ด
เมื่อกินยาหมดแลว ใหเวนระยะไป 7 วัน จึงจะเริ่มกินแผงใหม ยาเม็ดคุมกําเนิด 1 แผง สามารถ
คุมกําเนิดไดนาน 1 เดือน เมื่อตองการมีบุตรก็กินยาเม็ดคุมกําเนิดแผงสุดทายใหหมด แลวไมตองกิน
แผงใหม จึงจะสามารถมีบุตรได
2. การนับระยะปลอดภัย หรือ หนา 7 หลัง 7 เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว โดยการนับระยะกอนมี
ประจําเดือน 7 วัน ซึ่งเปนระยะที่ไขฝอและสลายตัวออกมาพรอมกับเลือดประจําเดือน และนับระยะ
หลังมีประจําเดือนวันแรก 7 วัน (นับวันแรกเปนวันที่ 1) ซึ่งเปนระยะที่รังไขเริ่มเขาสูกระบวนการ
สรางไข โดยไขจะสุกประมาณวันที่ 14 วิธีการนี้จะมีโอกาสเสี่ยงตอการตั้งครรภมากกวาวิธีอื่นๆ
3. ยาฝงคุมกําเนิด หรือ ยาคุมกําเนิดแบบฝง เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว โดยการฝงฮอรโมนเพศหญิง
ที่ทําเปนแทงเล็กๆ เขาไปที่ใตผิวหนังใตทองแขนดานที่ไมถนัดของผูหญิง มีทั้งแบบฝง 3 ป และ 5 ป
4. การทําหมัน เปนการคุมกําเนิดแบบถาวร ในเพศชายตองมีการผาตัด เพื่อตัดทอนําตัวอสุจิและผูก
ทอนําตัวอสุจิทั้งสองขาง
18. ตอบ ขอ 3. เพราะถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ลูกจะมีหมูเลือด Rh+ เนื่องจาก Rh+ เปนลักษณะ
เดน ลูกคนแรกจะปลอดภัยเนื่องจากเซลลเม็ดเลือดแดงของลูกพลัดหลงไปในระบบเลือดของแมผาน
ทางรก กระตุนใหแมสรางแอนติบอดี้ตอตานเม็ดเลือดของลูกขึ้นมา แตในปริมาณนอยและชา แตถาทอง
ถัดไป ถาลูกเปน Rh- ก็จะไมมีผลกระทบตอการตั้งครรภ แตถาลูกคนที่สองเปน Rh+ ก็จะมีโอกาสเสี่ยง
สูงมากในการเกิดโรคแทรกซอน เชน ภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออาจถึงแกชีวิตได เพราะลูกคนตอไป
จะไดรับอันตรายจากแอนติบอดีของแม เนื่องจากแมสรางแอนติบอดีไดมาก เมื่อเลือดแมสงอาหาร
(21)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
เขาไปเลี้ยงทารกโดยผานทางรก แอนติบอดีของแมจะทําปฏิกิริยารวมตัวกับแอนติเจนที่ผิวเม็ดเลือดแดง
ของลูก ทําใหเลือดของลูกตกตะกอน และลูกจะเสียชีวิตกอนเกิด โรคนี้มีชื่อเรียกอยางเปนทางการวา
อีรีโทรบลาสโทซิสฟทาลิส (Erythroblastosis fetalis)
19. ตอบ ขอ 2. การที่มารดาตั้งครรภไปรับการตรวจตามที่แพทยนัดอยางสมํ่าเสมอนั้น ถือเปนหลักการอนามัยแมและเด็ก
เพื่อใหการตั้งครรภและการคลอดดําเนินไปอยางปกติตามธรรมชาติและปลอดภัย
20. ตอบ ขอ 1. การทําแทงคือการฆาคน เมื่อขึ้นชื่อวาฆาก็บาปทั้งนั้น แมจะตั้งใจหรือไมไดตั้งใจก็ตาม และไมวาการทําแทง
ครั้งนี้จะมาจากการโดนขมขืน หรือวาเปนโรคหัด หรือถาคลอดออกมาแลวเด็กจะพิการ ก็ถือวาบาปทั้งสิ้น
21. ตอบ ขอ 1. การมีทักษะการสื่อสารที่ดี เปนการสรางความสัมพันธกับบุคคลอื่น โดยการใชคําพูดที่ดี ใชภาษาทาทาง
เพื่อแสดงออกถึงความรูสึกไดอยางเหมาะสม รูจักการพูดใหกําลังใจ เขาใจความรูสึกของสมาชิกในครอบครัว
รวมทั้งเปนผูฟงที่ดี ซึ่งถือเปนแนวทางปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัวไดเปนอยางดี
22. ตอบ ขอ 1. ความรักเปนตัวแปรสําคัญที่จะทําใหสมาชิกในครอบครัวรูสึกอบอุน มีกําลังใจ ไววางใจซึ่งกันและกัน หากมี
ปญหาความขัดแยงเกิดขึ้นก็สามารถปรึกษาหารือกันไดอยางสนิทใจ และชวยกันหาวิธีการแกไขปญหา
ไปไดอยางราบรื่นโดยไมใชความรุนแรง
23. ตอบ ขอ 3. เพราะการใชความรุนแรงในการแกปญหา เชน การทะเลาะ ดุดา ขมขู ชกตอย เปนตน จะทําใหปญหา
ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจทําใหปญหายิ่งบานปลายขึ้นไปอีก ดังนั้นหากเกิดปญหาขึ้นเราจึงควร
พูดจากันดวยเหตุผล หรือชวยกันแกปญหา เพื่อหาขอยุติอยางสันติวิธี จึงจะทําใหเกิดความปรองดองและ
มีสัมพันธภาพที่ดีตอกันทั้งสองฝาย
24. ตอบ ขอ 1. การพูดจาอยางสุภาพออนหวาน เปนการสรางสัมพันธภาพที่ดีอยางหนึ่ง เนื่องจากสงผลใหบุคคลรอบขาง
มีความตองการที่จะใกลชิดหรืออยากพูดคุยกับเรามากขึ้น
25. ตอบ ขอ 3. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญ เนื่องจากเพื่อใหสมาชิกในครอบครัวยึดถือปฏิบัติ ซึ่งจะสงผลให
สมาชิกในครอบครัวอยูรวมกันอยางมีความสุขและมีระเบียบวินัย เชน ไมโกรธกันนานเกิน 2 วัน ไมพูด
ประชดประชันกัน เปนตน
26. ตอบ ขอ 2. การใหกําลังใจถือเปนการสรางสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งการที่ใครก็ตามเมื่อกําลังเศราอยูไมวาจะดวยเรื่องใดก็ตาม
หากไดรับกําลังใจโดยอาจจะมาจากคําพูดหรือการกระทํา ยอมทําใหเกิดความรูสึกดีขึ้นมาได และที่สําคัญ
ยังถือเปนการสรางสัมพันธภาพที่ดีตอกันดวย
27. ตอบ ขอ 3. พยายามปรับตัวเขาหากันเปนสิ่งสําคัญที่ควรปฏิบัติ โดยอาจใชการพูดคุยกันใหมากขึ้นเพื่อรับทราบถึงสิ่งที่
ผูอื่นอยากใหเราปรับปรุงตัว ทั้งนี้เพื่อใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสงบสุข ราบรื่น และมีความสุข
28. ตอบ ขอ 1. ควรพูดอยางจริงใจ เพราะผูฟงจะสามารถรับรูไดวาผูพูดมีความจริงใจในการพูดหรือไม หากผูพูดพูดอยาง
จริงใจ ผูฟงก็จะยอมรับฟงอยางเปดใจเชนกัน เพียงเทานี้ก็สามารถหลีกเลี่ยงปญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ภายในครอบครัวได และยอมทําใหบุคคลในครอบครัวมีความสุข
29. ตอบ ขอ 2. เมื่อวัยรุนมีปญหา วัยรุนควรเลือกปรึกษาพอแม หรือญาติพี่นอง หรือบุคคลคนที่ไวใจได อยาเก็บเอาไวคนเดียว
เผื่อวาบางทีการไดระบายออกมาจะชวยใหวัยรุนคลายความกังวลลงไดบาง และผูที่เราไปปรึกษาอาจจะมี
คําแนะนําดีๆ หรืออาจสามารถชวยเราแกไขปญหาตางๆ ใหคลี่คลายลงไดบาง เพราะทานมีวุฒิภาวะและ
ประสบการณมากกวาเราซึ่งอาจนําพาเราไปสูทางออกที่ดีได
(22)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
30. ตอบ ขอ 1. ความรักเปนตัวแปรสําคัญที่จะทําใหสมาชิกในครอบครัวรูสึกอบอุน มีกําลังใจ ไววางใจซึ่งกันและกัน หากมี
ปญหาความขัดแยงเกิดขึ้นก็สามารถปรึกษาหารือกันไดอยางสนิทใจ และชวยกันหาวิธีการแกไขปญหาไปได
อยางราบรื่นโดยไมใชความรุนแรง
31. ตอบ ขอ 4. สัมพันธภาพในครอบครัว เปนความสัมพันธระหวางสมาชิกในครอบครัว ซึ่งสิ่งที่แสดงใหเห็นถึงการมี
สัมพันธภาพที่ดีตอกันในครอบครัว ไดแก การทํากิจกรรมรวมกัน มีสารสนทนาพูดคุย ปรึกษาหารือกัน มี
การแสดงออกซึ่งความรัก เอื้ออาทรตอกันทั้งทางกาย วาจา ใจ และปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ของตนอยาง
เหมาะสม
32. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากคิดนอกใจตอคูครองของตนซึ่งอาจนําไปสูการมีปากเสียงกันไดและอาจรุนแรงถึงขั้นตองเลิกรากันไป
33. ตอบ ขอ 3. วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด และเผ็ดจัด รวมถึงอาหารที่มีกะทิในปริมาณมาก ซึ่ง
แกงมัสมั่นไกเปนอาหารที่มีสวนผสมของกะทิในปริมาณมาก และรสชาติทั่วไปก็มักจะจัดจานตามแบบฉบับ
ของอาหารไทย ดังนั้นจึงจัดวาเปนอาหารที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
34. ตอบ ขอ 2. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน จะสงผลตอสุขภาพเมื่อเขาสูวัยผูใหญ เนื่องจาก
รางกายจะสะสมปริมาณไขมันที่ไมดีหรือไมจําเปนเอาไวในรางกาย ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นระบบการเผาผลาญ
จะนอยลงและมีโอกาสเสี่ยงตอการเกิดโรคตางๆ มากมาย เชน โรคอวน โรคหัวใจ โรคไขมันอุดตัน
ในเสนเลือด โรคความดันโลหิตสูง เปนตน
35. ตอบ ขอ 2. อาหารของวัยทารกจะแตกตางจากวัยอื่นๆ เนื่องจากทารกยังเด็กอยูเพราะมีอายุตั้งแตแรกเกิด-2 ป อาหาร
ของทารกจึงควรเปนอาหารออน รสไมจัดจาน ไมมีไขมัน ไมมีคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะทารกแรกเกิด
ในระยะ 6 เดือนแรก ควรไดรับนํ้านมแมเพียงอยางเดียว เพราะการไดรับอาหารอื่นๆ นอกจากนํ้านมแม
อาจทําใหเกิดผลเสียตอสุขภาพของทารกได เชน ทองอืด เปนตน
36. ตอบ ขอ 2. ผูที่มีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารจานดวนที่มีไขมันสูง เชน ขาวมันไก ขาวขาหมู
เปนตน เนื่องจากจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงและใหปริมาณแคลอรี 596 กิโลแคลอรี ตอ 1 จาน
37. ตอบ ขอ 4. วัยรุนหญิงจะตองการธาตุเหล็กมากกวาวัยรุนชาย เนื่องจากการมีประจําเดือนของวัยรุนหญิง ซึ่งสงผลให
วัยรุนหญิงเสี่ยงตอการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้นวัยรุนหญิงจึงควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เชน ตับ
เนื้อสัตว ปลา และผักใบเขียว รวมถึงการรับประทานผลไมที่มีวิตามินซีสูง เพื่อชวยใหการดูดซึมธาตุเหล็ก
ไดดีขึ้น
38. ตอบ ขอ 1. จากตารางดังกลาวเปนการกําหนดรายการอาหารของวัยรุน ซึ่งวัยรุนจะอยูในชวงอายุ13-25 ป โดยรางกาย
จะตองการพลังงานเพื่อทดแทนการเผาผลาญพลังงานที่สูญเสียไป ดังนั้นวัยรุนจึงควรรับประทานอาหารที่
หลากหลาย กินใหพอดีและกินใหครบ ควรเนนเนื้อสัตว ขาว แปง นม และผักผลไม เพื่อที่รางกายจะไดนํา
พลังงานไปใชไดอยางเต็มที่
39. ตอบ ขอ 4. ทุกขอลวนเปนปญหาสําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทานอาหารไมถูกตองทั้งสิ้น แตในปจจุบันพบวา
วัยรุนจํานวนมากนิยมรับประทานอาหารจานดวน เชน พิซซา มันฝรั่งทอด แซนดวิช แฮมเบอรเกอร เปนตน
ซึ่งการรับประทานอาหารเหลานี้บอยๆ อาจกอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพตามมาได
40. ตอบ ขอ 2. ควรเลือกผักและผลไมจึงจะเหมาะสมที่สุด เพราะชวยบํารุงสุขภาพ ทําใหผิวพรรณเปลงปลั่ง บํารุงสายตา
เพิ่มความตานทานโรค และยังมีเสนใยที่มีสวนชวยในการขับถาย ทําใหผูสูงอายุไมเกิดอาการทองผูก
(23)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ
ตอนที่ 2
วัย รางกาย จิตใจและอารมณ สังคม สติปญญา
วัยรุน เปนการเปลี่ยนแปลงที่
เกี่ยวกับสวนสูง นํ้าหนัก
กระดูก และตอมไรทอ
เปลี่ยนแปลงงาย รวดเร็ว
รุนแรง จนอาจกลาวไดวา
เปนแบบพายุบุแคม
ไมชอบอยูกับสมาชิก
ในครอบครัว ชอบรวมกลุม
กับคนวัยเดียวกันมากกวา
เกิดขึ้นไดจากการปฏิบัติและ
เรียนรูดวยตนเอง
วัยผูใหญ มีความเจริญสมบูรณของ
อวัยวะและระบบตางๆ ไดดี
เกือบทุกดาน ซึ่งถือเปนชวงที่
เหมาะสมตอการมีบุตร
ขึ้นอยูกับเหตุการณที่สําคัญ
ของชีวิต เชน การประกอบ
อาชีพ การเลือกคู เปนตน
มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก
ทําใหปฏิสัมพันธทางสังคม
เปลี่ยนแปลงไปตามสถาน
ภาพและบทบาทของตนเอง
พัฒนาไดไปจนถึงวัยผูใหญ
ตอนตน เนื่องจากเปนวัยที่
พรอมเรียนรูและฝกฝนสิ่ง
ตางๆ ไดอยางลึกซึ้ง
วัยสูงอายุ - ผิวหนังเหี่ยวยน
- ผมเปนสีขาว
- กระดูกบางและเปราะ
- การมองเห็นและการรับรส
ไมดี
ขึ้นอยูกับพัฒนาการและ
บุคลิกภาพ โดยจะมีอารมณ
และความรูสึก เชน เหงา
วาเหว การยอนคิดถึง
ความหลัง เปนตน
มีการเปลี่ยนแปลงอยู 2
รูปแบบ คือ แบบที่มีความ
สัมพันธกับสังคม บุตรหลาน
เพื่อน และตัดทอนความ
สัมพันธที่เกี่ยวของลง
จําแนกได 3 กลุม คือ
ผูที่หมั่นศึกษาหาความรู
ผูที่มีความเสื่อมทางสติ
ปญญา ผูที่มีสติปญญา
เสื่อมถอยอยางรวดเร็ว
2. แนวตอบ ใชอินเทอรเน็ตมากที่สุด เพราะเปนสื่อที่ใกลตัว สามารถใชศึกษาคนควาไดอยางรวดเร็ว และยังใชติดตอ
สื่อสารกับเพื่อนไดงาย อีกทั้งยังใชเพื่อความบันเทิงไดหลากหลายรูปแบบ เราจึงควรเลือกใชอินเทอรเน็ต
เพื่อหาขอมูลที่เปนประโยชนตอตนเอง เพื่อความบันเทิงอยางสรางสรรค ไมควรเปดเว็บไซตที่ไมเหมาะสม
และไมควรใหขอมูลสวนตัวของตนเองกับบุคคลอื่นที่รูจักผานอินเทอรเน็ต
3. แนวตอบ การปองกันไมใหเด็กที่เกิดมามีความพิการ สามารถทําไดดังนี้
1. การวางแผนครอบครัว เพื่อกําหนดระยะเวลาการมีบุตรใหเหมาะสมกับอายุของพอและแม คือ แมไมควร
ตั้งครรภแรกเมื่ออายุเกิน 35 ป หรือตั้งครรภเมื่ออายุเกิน 40 ปขึ้นไป และเพื่อตรวจหาโรคที่ถายทอด
ทางพันธุกรรม จะสามารถปองกันโรคที่อาจเกิดอันตรายรายแรงได เชน ธาลัสซีเมีย หรือโรคที่เกิดจาก
โครโมโซม เชน อาการดาวน เปนตน
2. หลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยงที่ทําใหเกิดความพิการ เชน เครื่องดื่มแอลกอฮอล การสูบบุหรี่ การใชยาเสพติด
การปองกันโรคติดตอที่ทําใหเกิดความพิการตั้งแตกําเนิด เชน โรคซิฟลิส โรคหัดเยอรมัน
3. การดูแลสุขภาพของแมที่มีโรคประจําตัวทั้งกอนและระหวางการตั้งครรภ เชน โรคเบาหวาน โรคลมชัก
4. การตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด เพื่อคนหาความผิดปกติตั้งแตกําเนิดเพื่อใหการรักษาไดอยางรวดเร็ว
4. แนวตอบ ขึ้นอยูกับคําตอบของนักเรียน โดยนักเรียนอาจตอบวา ความขัดแยงระหวางสามีภรรยาเนื่องจากนิสัยและ
ความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน ซึ่งมีแนวทางในการปองกันและแกไข คือ พยายามที่จะปรับตัวเขาหากัน
โดยการยอมรับและทําความเขาใจซึ่งกันและกัน
5. แนวตอบ ขึ้นอยูกับคําตอบของนักเรียน โดยตัวอยางรายการอาหารใน 1 วัน ของนักเรียนอาจมีดังนี้
มื้อเชา : ขาวสวย 1 ทัพพี ไขเจียว 1 ฟอง
ผัดพริกถั่วฝกยาวหมูสับ 1 ถวย นํ้าสมคั้น 1 แกว
อาหารวาง : ขนมปงทาเนย 2 แผน นมสด 1 แกว
มื้อกลางวัน : กวยเตี๋ยวไก 1 ถวย กลวยบวชชี 1 ถวย
มื้อเย็น : ขาวสวย 3 ทัพพี ยําวุนเสน 1 ถวย
แกงจืดผักกาดขาว 1 ถวย ผัดผักรวม 1 ถวย
สมเขียวหวาน 1 ผล มะละกอ 6-8 ชิ้นคํา
กอนนอน : นมสด 1 แกว
(24)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนที่ 2
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
1
พ. 4.1
2 1-8 A ความรูความจํา 11, 17, 23, 33 4
3 9-16 B ความเขาใจ 4, 9, 13, 18, 21-22, 25, 35 8
4 17-20, 23-24 C การนําไปใช 3, 5-7, 16, 29, 34, 38 8
5 21-22 D การวิเคราะห 1-2, 8, 10, 14-15, 19-20, 26-28, 30,
32, 36, 39-40
16
พ. 5.1
1 25-26
2 27, 29-31 E การสังเคราะห 37 1
3 32 F การประเมินคา 24, 31 2
4 28
5 33-40
2
พ. 4.1
2 1-8 A ความรูความจํา 9, 33, 35-36, 4
3 9-16 B ความเขาใจ 2, 10, 13, 21, 25, 34, 37 7
4 17, 21-22, 24 C การนําไปใช 5-6, 14-15, 27, 29, 38-40 9
5 18-20, 23 D การวิเคราะห 4, 7-8, 11-12, 16-17, 19-20, 22, 24,
26, 28, 30, 32
15
พ. 5.1
1 25-26, 28, 30
2 27, 29, 31-32 E การสังเคราะห 3, 18, 31 3
3 - F การประเมินคา 1, 23 2
4 -
5 33-40
(25)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ดูตารางตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 4.-5.
โรค อัตราการเจ็บปวย
ตอประชาชน 100,000 คน
1. โรคติดตอทางเพศ
สัมพันธ
956.8
2. โรคเรื้อรัง 763.4
3. โรคอุบัติใหม 638.2
4. โรคอุบัติซํ้า 514.3
4. กลุมโรคใดเปนปญหาที่สําคัญของสังคมไทยที่ควรไดรับการ
แกไขและปองกัน
1. โรคเรื้อรัง
2. โรคอุบัติซํ้า
3. โรคอุบัติใหม
4. โรคติดตอทางเพศสัมพันธ
5. นักเรียนจะใหความรูการปองกันโรคติดตอทางเพศสัมพันธ
กับนักเรียนคนอื่นๆ อยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
1. ใชถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ
2. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร
3. ไมมีเพศสัมพันธกับบุคคลอื่นที่ไมใชคูครอง
4. มีเพศสัมพันธอยางปลอดภัยดวยการใชยาคุมกําเนิด
4.4. กลุมโรคใดเปนปญหาที่สําคัญของสังคมไทยที่ควรไดรับการ
แกไขและปองกันB
5. นักเรียนจะใหความรูการปองกันโรคติดตอทางเพศสัมพันธ
กับนักเรียนคนอื่นๆ อยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุดC
1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยสวนใหญเกิดมาจาก
สาเหตุใด
1. ภาวะความเครียด
2. ไมดูแลสุขภาพรางกายใหแข็งแรง
3. พฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล
4. ไมออกกําลังกายเพื่อสรางเสริมสุขภาพ
2. เราสามารถปองกันโรคภัยไขเจ็บตางๆ ไดหรือไม
เพราะอะไร
1. ได ถาเราเอาใจใสดูแลตนเองอยางถูกวิธี
2. ไมได เพราะแตละคนมีภูมิคุมกันไมเหมือนกัน
3. ไมได เพราะปจจุบันมีโรคใหมๆ เกิดขึ้นมากมาย
4. ได ถาไดรับการสนับสนุนงบประมาณอยางเต็มที่
3. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไมใหเกิดการ
เจ็บปวยไดดวยวิธีใด
1. ตรวจสุขภาพทุก 3 ป
2. ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอในชวงเชา ครั้งละ 2-3
ชั่วโมง
3. นอนหลับในเวลากลางวัน เพื่อทดแทนการนอนหลับ
ในเวลากลางคืน
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชนและหลากหลาย เสริม
ดวยผักและผลไมทุกมื้อ
1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยสวนใหญเกิดมาจาก
สาเหตุใดD
2. เราสามารถปองกัน
เพราะอะไรD
3. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพ
เจ็บปวยC
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 1
แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
(26)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
6. หากนักเรียนตองคลุกคลีกับผูปวยที่เปนโรคไขหวัดใหญ
ชนิดสายพันธุH5N1 นักเรียนจะมีวิธีการปฏิบัติตนอยางไร
เพื่อปองกันตนเองไมใหติดเชื้อโรคดังกลาว
1. ไมรับประทานสัตวปกทุกชนิด
2. ใหผูปวยลางมือดวยนํ้ากับสบูกอนทุกครั้ง
3. สวมหนากากอนามัยทุกครั้งเมื่อใกลชิดผูปวย
4. สวมชุดปองกันเพื่อไมใหติดเชื้อโรคจากผูปวย
7. ด.ช. เอ อายุ12 ป ปวยดวยโรคเบาหวาน นักเรียนซึ่งเปนพี่
ของ ด.ช. เอ จะมีวิธีการดูแลนองชายของตนเองอยางไร
1. ใหนองรับประทานเนื้อสัตวที่ติดมันเปนบางครั้ง
2. ซื้อยาควบคุมระดับนํ้าตาลมาใหนองรับประทาน
3. พยายามชวนนองเลน หรือทํากิจกรรมตางๆ ใหมากขึ้น
4. ใหนองรับประทานผลไมที่มีรสหวานแทนอาหาร
จําพวกแปง
8. ขอใดไมใชการดูแลสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพดี
1. ฝกซอมกีฬาทุกวัน
2. นั่งสมาธิเปนครั้งคราว
3. ดื่มนมเปนประจําทุกวัน
4. เลนเกมคอมพิวเตอรทุกวัน
9. การจัดการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนจะตองคํานึงถึง
สิ่งใดกอนเปนลําดับแรก
1. จํานวนประชาชนที่เขามามีสวนรวม
2. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับชุมชนของตน
3. งบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ
4. รูปแบบของการจัดทํากิจกรรมหรือโครงการ
10. ชุมชนในลักษณะใดนาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด
1. ชุมชนเมือง 2. ชุมชนแออัด
3. ชุมชนชนบท 4. ชุมชนชานเมือง
11. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือ
สถานการณตางๆ ที่เกิดขึ้นเปนปกติวิสัย
1. การสังเกต
2. การสัมภาษณ
3. การทําแบบทดสอบ
4. การทําแบบสอบถาม
6. หากนักเรียนตองคลุกคลีกับผูปวยที่เปนโรคไขหวัดใหญ
ชนิดสายพันธุH5N1 นักเรียนจะมีวิธีการปฏิบัติตนอยางไรC
7. ด.ช. เอ อายุ12 ป ปวยดวยโรคเบาหวาน นักเรียนซึ่งเปนพี่
ของ ด.ช. เอ จะมีวิธีการดูแลนองชายของตนเองอยางไรC
8. ขอใด
1.D
9. การจัดการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนจะตองคํานึงถึง
สิ่งใดกอนเปนลําดับแรกB
10. ชุมชนในลักษณะใดนาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด
1.D
11. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือ
สถานการณตางๆ ที่เกิดขึ้นเปนปกติวิสัยA
12. เพราะเหตุใดในชุมชนชนบทจึงประสบกับปญหาการจัด
บริการสุขภาพของรัฐ
1. ขาดการจัดการที่ดี
2. ขาดความรูความสามารถ
3. ขาดแคลนเรื่องสาธารณูปโภค
4. ขาดบุคลากรและงบประมาณ
13. การแกไขปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จ จําเปนตองไดรับ
ความรวมมือจากใคร
1. รัฐบาล 2. ประธานชุมชน
3. เจาหนาที่ของรัฐ 4. ทุกคนรวมมือกัน
14. เพราะเหตุใดชุมชนเมือง จึงมักจะมีปญหาดาน
อาชญากรรม
1. เพราะมีสิ่งแวดลอมที่ไมเหมาะสม
2. เพราะมีประชาชนอยูเปนจํานวนมาก
3. เพราะการคมนาคมมีความสะดวกสบาย
4. เพราะมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกตางกัน
15. บุคคลใดไมสามารถแกไขปญหาสุขภาพในชุมชนไดอยาง
เหมาะสม
1. จุบจัดกิจกรรมสรางเสริมสุขภาพใหมากขึ้น
2. กุกสนับสนุนใหมีบุคลากรทางการแพทยในชุมชน
3. นัดปรับปรุงสภาพแวดลอมในชุมชนใหมีความสวยงาม
4. แกวเนนใหประชาชนในชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สุขภาพ
16. หากนักเรียนไดมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมสรางเสริม
สุขภาพในชุมชน นักเรียนจะเลือกจัดกิจกรรมใด
1. กิจกรรมบําบัด
2. กิจกรรมสรางอาชีพ
3. กิจกรรมนวดแผนไทย
4. กิจกรรมรอง เลน เตนรํา
17. ขอใดคือสิ่งสําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการ
ออกกําลังกาย
1. การเตรียมตนเอง
2. การเตรียมกิจกรรม
3. การเตรียมการปองกัน
4. การเตรียมงบประมาณ
12. เพราะเหตุใดในชุมชนชนบทจึงประสบกับปญหาการจัด
บริการสุขภาพของรัฐD
13. การแกไขปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จ จําเปนตองไดรับ
ความรวมมือจากใครB
14. เพราะเหตุใดชุมชนเมือง จึงมักจะมีปญหาดาน
อาชญากรรมD
15. บุคคลใด
เหมาะสมD
16. หาก
สุขภาพในชุมชน นักเรียนจะเลือกจัดกิจกรรมใดC
17. ขอใดคือสิ่งสําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการ
ออกกําลังกายA
(27)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
18. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายมีความ
สําคัญอยางไร
1. เพื่อเตือนความจํา
2. เพื่อสํารวจสุขภาพของตนเอง
3. เพื่อกระตุนใหออกกําลังกายมากขึ้น
4. เพื่อสามารถตรวจสอบผลการปฏิบัติ
19. ในชวงเทศกาลปใหมจะมีวันหยุดติดตอกันหลายวัน และ
นักเรียนตองการพักผอนเพื่อเปนการฟนฟูสมรรถภาพ
ใหแกรางกาย นักเรียนจะมีการวางแผนและจัดเวลาใน
การพักผอนอยางไรเปนลําดับแรก
1. เตรียมรางกายของตนเองใหพรอม
2. เลือกทํากิจกรรมตามที่ตนเองสนใจ
3. ประเมินผลหลังจากการทํากิจกรรมพักผอน
4. วิเคราะหถึงผลดีและผลเสียที่จะไดรับจากการพักผอน
20. เมื่อรางกายเกิดความเหนื่อยลา และออนเพลีย การพักผอน
ในขอใดเหมาะสมที่สุด
1. การเดินเลน
2. การทองเที่ยว
3. การนอนหลับ
4. การดูหนัง ฟงเพลง
21. กระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายขั้นตอนใดสําคัญ
ที่สุด และถาหากขาดขั้นตอนนี้ไปจะทําใหกระบวนการ
พัฒนาสมรรถภาพทางกายสิ้นสุดลง
1. การวางแผน 2. การปรับปรุง
3. การปฏิบัติตามแผน 4. การตรวจสอบคุณภาพ
22. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกายใหแข็งแรงอยูเสมอ
สัมพันธกับขอความใด
1. การมีนํ้าใจเปนนักกีฬา
2. การมีครอบครัวที่อบอุน
3. การมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี
4. การเปนที่ชื่นชอบของบุคคลอื่น
23. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเองควรคํานึงถึง
สิ่งตางๆ ตอไปนี้ ยกเวนขอใด
1. ความสะดวกในการปฏิบัติ
2. สภาพแวดลอมและสถานที่
3. วัตถุประสงคและเปาหมาย
4. การชักชวนบุคคลอื่นเขารวมกิจกรรม
18. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายมีความ
สําคัญอยางไรB
19. ในชวงเทศกาลปใหมจะมีวันหยุดติดตอกันหลายวัน และ
นักเรียนตองการพักผอนเพื่อเปนการฟนฟูสมรรถภาพD
20. เมื่อรางกายเกิดความเหนื่อยลา และออนเพลีย การพักผอน
ในขอใดเหมาะสมที่สุดD
21. กระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายขั้นตอนใดสําคัญ
ที่สุด และถาหากขาดขั้นตอนนี้ไปจะทําใหกระบวนการB
22. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกายใหแข็งแรงอยูเสมอ
สัมพันธกับขอความใดB
23. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเองควรคํานึงถึง
สิ่งตางๆ ตอไปนี้A
24. นักเรียนคิดวาผูที่เจ็บปวยบอยๆ เปนไปไดหรือไมวาจะมี
สาเหตุหนึ่งมาจากการไมคอยออกกําลังกาย
1. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายจะทําใหเราลืมความ
เจ็บปวย
2. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายถือเปนการสราง
เสริมสมรรถภาพทางกายที่ดี
3. เปนไปไมได เพราะการออกกําลังกายไมมีผลอะไรกับ
รางกายอยูแลว
4. เปนไปไมได เพราะการออกกําลังกายไมไดมีอิทธิพล
มากพอที่จะทําใหเราเจ็บปวยได
25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด
1. สูบบุหรี่เปนประจํา
2. รับประทานอาหารที่มีรสจัด
3. นอนหลับวันละ 5-6 ชั่วโมง
4. ออกกําลังกายวันละ 2-3 ชั่วโมง
26. ปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพปจจัยใดที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได
1. เศรษฐกิจ 2. พันธุกรรม
3. สิ่งแวดลอม 4. พฤติกรรมของบุคคล
27. แนวทางการปองกันความเสี่ยงตอสุขภาพในเรื่องของ
พฤติกรรมการรับประทานอาหารขอใดเหมาะสมที่สุด
1. งดอาหารบางมื้อ
2. เคี้ยวอาหารใหละเอียด
3. รับประทานอาหารจุกจิก
4. เลือกรับประทานอาหารแตที่ตนเองชอบ
28. เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลเขาไปในปริมาณมาก
เปนประจํา จะสงผลกระทบอยางไรตอสมอง
1. ทําใหเสียสติ
2. ทําใหเปนโรคจิต
3. ทําใหเซลลสมองบวม
4. ทําใหเปนโรคสมองพิการ
29. หากเพื่อนของนักเรียนพูดถึงเรื่องราวที่ไมดีของบุคคลที่ 3
ใหนักเรียนฟง ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนรูจักและคุนเคย
นักเรียนควรทําอยางไร
1. แนะนําเพื่อนวาไมควรพูดใหผูอื่นเสียหาย
2. พยายามชักชวนใหเพื่อนพูดขยายความมากขึ้น
3. ไมแสดงความคิดเห็น และเปลี่ยนหัวขอสนทนา
4. พิจารณาวาถาเปนความจริงควรบอกใหผูนั้นแกไข
24. นักเรียนคิดวาผูที่เจ็บปวยบอยๆ เปนไปไดหรือไมวาจะมี
สาเหตุหนึ่งมาจากการไมคอยออกกําลังกายF
25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด
1.B
26. ปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพปจจัยใดที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได
1.D
27. แนวทางการปองกันความเสี่ยงตอสุขภาพในเรื่องของ
พฤติกรรมการรับประทานอาหารขอใดเหมาะสมที่สุดD
28. เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลเขาไปในปริมาณมาก
เปนประจํา จะสงผลกระทบอยางไรตอสมองD
29. หากเพื่อนของนักเรียนพูดถึงเรื่องราวที่ไมดีของบุคคล
ใหนักเรียนฟง ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนรูจักและคุนเคยC
(28)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
30. สิ่งใดตอไปนี้สามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง
ในสังคมไดมากที่สุด
1. การพูดแตสิ่งดีไมขัดแยง
2. การชวยเหลือซึ่งกันและกัน
3. การใหมากกวาการรับจากผูอื่น
4. การใหอภัยและเคารพในศักดิ์ศรีความเปนมนุษย
ของผูอื่น
31. แนวทางปองกันการใชความรุนแรง ขอใดเหมาะสมที่สุด
1. ทําจิตใจใหสงบ
2. ตอตานคานิยมที่ผิดๆ
3. จัดการกับอารมณและความเครียดกอน
4. เกลียดชังการใชความรุนแรงทุกกรณี
32. นักเรียนคิดวาสื่อใดมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของ
วัยรุนมากที่สุด
1. โทรทัศน 2. หนังสือพิมพ
3. เกมออนไลน 4. อินเทอรเน็ต
33. ขอใดไมใชหลักปฏิบัติในการชวยฟนคืนชีพ
1. กดหนาอกใหมีจังหวะเร็วและแรงเพื่อใหผูปวยฟน
เร็วขึ้น
2. ระหวางอยูในรถพยาบาลอยาหยุดการปฏิบัติการ
ชวยชีวิต
3. ผูปวยที่มีการอุดกั้นทางเดินลมหายใจไมควรเปาลม
เขาปากผูปวย
4. ถาไดยินเสียงเหมือนกระดูกแตกหรือหักตองหยุดการ
กดหนาอกทันที
34. หากพบบุคคลกําลังนอนหมดสติอยูริมถนน สิ่งแรกที่
นักเรียนควรปฏิบัติคือขอใด
1. เคลื่อนยายผูปวย
2. นวดหัวใจและผายปอด
3. ดูการตอบสนองของผูปวย
4. คลายเสื้อผาใหหายใจสะดวก
35. สําหรับผูปวยที่ไมรูสึกตัว ควรจับชีพจรบริเวณใด
จึงจะสะดวกและงายที่สุด
1. บริเวณคอ
2. บริเวณขอมือ
3. บริเวณขาหนีบ
4. บริเวณขอพับแขน
30. สิ่งใดตอไปนี้สามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง
ในสังคมไดมากที่สุดD
31. แนวทางปองกันการใชความรุนแรง ขอใดเหมาะสมที่สุด
1. ทําจิตใจใหสงบF
32. นักเรียนคิดวาสื่อใดมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของ
วัยรุนมากที่สุดD
33. ขอใด
1.A
34. หากพบบุคคลกําลังนอนหมดสติอยูริมถนน สิ่งแรกที่
นักเรียนควรปฏิบัติคือขอใดC
35. สําหรับผูปวยที่ไมรูสึกตัว ควรจับชีพจรบริเวณใด
จึงจะสะดวกและงายที่สุดB
36. ขอใดไมใชภาวะแทรกซอนจากการวางมือที่ไมถูกตอง
ในการนวดหัวใจ
1. ปอดฉีก
2. ตับแตก
3. กระดูกซี่โครงหัก
4. เสนเลือดในสมองแตก
37. หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหเปนวิทยากรใหความรูเรื่อง
การชวยฟนคืนชีพแกนักเรียนคนอื่นๆ นักเรียนจะเลือก
ใหความรูเรื่องใด
1. ขั้นตอนในการนวดหัวใจ
2. แหลงขอความชวยเหลือฉุกเฉิน
3. หลักการพื้นฐานในการชวยฟนคืนชีพ
4. วิธีการชวยฟนคืนชีพเหตุการณสําลักควันไฟ
38. การชวยเหลือผูปวยที่ไมรูสึกตัวจากการจมนํ้า ซึ่ง
สามารถคลําชีพจรไดแตไมมีการหายใจ นักเรียน
ควรปฏิบัติอยางไร
1. ชวยหายใจดวยวิธีนวดหัวใจ
2. ชวยหายใจดวยวิธีปากตอปาก
3. ชวยหายใจดวยวิธีการเขยาตัวแรงๆ
4. ชวยหายใจดวยวิธีการเปดทางเดินหายใจ
39. การใหความชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อต ควรคํานึงถึง
สิ่งใดเปนอันดับแรก
1. ความปลอดภัยของตนเอง
2. ความปลอดภัยของผูปวย
3. ความรับผิดชอบของบุคคล
4. ความเสียหายของทรัพยสิน
40. เหตุการณใดตอไปนี้ที่นักเรียนตองโทรแจงเหตุเพื่อ
ขอความชวยเหลือจากระบบการแพทยฉุกเฉิน
1. ผูปวยเปนไขหวัด มีไข
2. ผูปวยเบาหวาน ปสสาวะบอย
3. ผูปวยมะเร็ง รับประทานอาหารไมได
4. ผูปวยทางเดินหายใจอุดตัน หายใจติดขัด
36. ขอใด
ในการนวดหัวใจD
37. หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหเปนวิทยากรใหความ
การชวยฟนคืนชีพแกนักเรียนคนอื่นๆ นักเรียนจะเลือกE
38. การชวยเหลือผูปวยที่ไมรูสึกตัวจากการจมนํ้า ซึ่ง
สามารถคลําชีพจรไดแตไมมีการหายใจ นักเรียนC
39. การใหความชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อต ควรคํานึงถึง
สิ่งใดเปนอันดับแรกD
40. เหตุการณใดตอไปนี้ที่นักเรียนตองโทรแจงเหตุเพื่อ
ขอความชวยเหลือจากระบบการแพทยฉุกเฉินD
(29)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันโรคเพื่อไมใหเกิดการเจ็บปวยของตนเองไดอยางไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนสามารถมีสวนรวมในการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนไดอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความสําคัญอยางไรกับนักเรียน
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. สื่อตางๆ มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชความรุนแรงของวัยรุนอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. หากนักเรียนอยูในเหตุการณไฟไหม และพบเห็นคนกําลังสําลักควันไฟ นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
1.
C
2.
C
3.
D
4.
D
5.
C
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(30)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
2. จุดประสงคของขอความนี้ เพื่ออะไร
1. รายงานผลกระทบที่เกิดขึ้น
2. รายงานสถานการณการเจ็บปวย
3. เสนอแนวทางการแกไขปญหาสุขภาพ
4. เสนอบทบาทผูที่มีสวนรับผิดชอบในการแกไขปญหา
3. นักเรียนมีแนวทางการปองกันการเกิดโรคดังกลาว
ไดอยางไร
1. ฉีดวัคซีนปองกัน
2. หลีกเลี่ยงการใชยาพรํ่าเพรื่อ
3. หมั่นพบแพทยเปนประจําทุกเดือน
4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
4. บุคคลใดสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไดเหมาะสมที่สุด
1. นิดชอบดื่มกาแฟในมื้อเชา
2. หนอยดื่มนํ้าสะอาดเปนประจํา
3. นอยรับประทานอาหารทะเลบอยครั้ง
4. นามักจะใชนํ้ามันหมูสําหรับทอดอาหาร
5. คุณแมของนักเรียนมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคมะเร็ง
นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันหรือใหความดูแลทานได
อยางไร
1. พาแมไปตรวจสุขภาพทุกๆ เดือน
2. ชวนแมไปดูคอนเสิรตศิลปนที่เราชื่นชอบ
3. ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารใหเหมาะสม
4. ใหแมรับประทานยาสมุนไพรเพื่อปองกันโรค
2. จุดประสงคของขอความนี้ เพื่ออะไร
1.B
3. นักเรียนมีแนวทางการปองกันการเกิดโรคดังกลาว
ไดอยางไรE
4. บุคคลใดสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไดเหมาะสมที่สุด
1.D
5. คุณแมของนักเรียนมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคมะเร็ง
นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันหรือใหความดูแลทานไดC
1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยในปจจุบันมีสาเหตุ
มาจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล นักเรียนเห็นดวย
หรือไม อยางไร
1. เห็นดวย เพราะคนไทยชอบมีพฤติกรรมเลียนแบบ
บุคคลอื่นๆ
2. เห็นดวย เพราะปจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมและการ
ดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสม
3. ไมเห็นดวย เพราะสาเหตุหลักมาจากการไมมีเวลา
ออกกําลังกาย
4. ไมเห็นดวย เพราะขึ้นอยูกับพฤติกรรมการดํารงชีวิต
ของแตละบุคคล
อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 2.-3.
จากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบวา
ในป พ.ศ. 2555 มีผูปวยนอกเขารับการรักษาดวย
โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงเปนจํานวน
รวมทั้งสิ้น 51,978 คน ซึ่งถือไดวาเปนสาเหตุสําคัญ
ของการเจ็บปวยเปนอันดับหนึ่ง และสงผลกระทบ
ตอดัชนีชี้วัดสภาวะสุขภาพที่สําคัญของประชาชนใน
ประเทศ อีกทั้งยังชี้ใหเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม
การศึกษา คุณภาพของการบริการทางการแพทย และ
ความสุขของประชาชนภายในประเทศอีกดวย
1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยในปจจุบันมีสาเหตุ
มาจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล นักเรียนเห็นดวยF
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 2
แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
(31)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
6. การปองกันไมใหเกิดโรคความดันโลหิตสูง ควรปฏิบัติ
ดังตอไปนี้ยกเวน ขอใด
1. พักผอนใหเพียงพอ
2. ไมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล
3. รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด
4. ทําจิตใจใหราเริงแจมใสอยูเสมอ
7. ควรปฏิบัติตนในเรื่องใดจนเปนนิสัย เพื่อใหตนเอง
มีสุขภาพดี
1. ออกกําลังกายทุกวัน
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน
3. ปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแหงชาติ
4. หลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ
8. ขอใดคือกลุมโรคที่พบมากที่สุด และควรรีบดําเนินการ
แกไขปองกันการเกิดโรคอยางเรงดวน
1. โรคติดตอ 2. โรคอุบัติซํ้า
3. โรคอุบัติใหม 4. โรคไมติดตอ
9. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมี
จุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไวลวงหนา
1. การสังเกต 2. การสัมภาษณ
3. การทําแบบสอบถาม 4. การทําแบบทดสอบ
10. เมื่อเก็บรวบรวมขอมูลทางดานสุขภาพของชุมชนไดแลว
ขั้นตอนตอไปคือขอใด
1. สังเกต 2. สัมภาษณ
3. วิเคราะหปญหา 4. หาแนวทางแกไขปญหา
11. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ มีความจําเปนตอการ
แกปญหาสุขภาพของชุมชนอยางไร
1. เพื่อนํามาใชเปนหลักฐาน
2. เพื่อจะไดเบิกงบประมาณไดถูก
3. เพื่อใหประชาชนมีสวนรวมมากขึ้น
4. เพื่อใหไดรับทราบถึงขอมูลปญหาสุขภาพ
12. โครงการสรางเสริมสุขภาพในขอใดชวยสรางเสริม
ภูมิคุมกันโรคใหกับคนในชุมชน
1. โครงการเมาไมขับ
2. โครงการแอโรบิกยามเชา
3. โครงการบานเรือนสะอาด
4. โครงการโรงอาหารปลอดภัย
6. การ
ดังตอไปนี้C
7. ควรปฏิบัติตนในเรื่องใดจนเปนนิสัย
มีสุขภาพดีD
8. ขอใดคือกลุมโรคที่พบมากที่สุด
แกไขปองกันการเกิดโรคอยางเรงดวนD
9. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมี
จุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไวลวงหนาA
10. เมื่อเก็บรวบรวมขอมูลทางดานสุขภาพของชุมชนไดแลว
ขั้นตอนตอไปคือขอใดB
11. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ มีความจําเปนตอการ
แกปญหาสุขภาพของชุมชนอยางไรD
12. โครงการสรางเสริมสุขภาพในขอใดชวยสรางเสริม
ภูมิคุมกันโรคใหกับคนในชุมชนD
13. อนามัยชุมชน คือขอใดในการสรางเสริมสุขภาพที่เปนไป
ตามหลักการ 5 อ.
1. การลดพฤติกรรมเสี่ยงตางๆ
2. ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอ
3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน
4. การจัดสภาพแวดลอมภายในชุมชน
14. หากนักเรียนพบวาประชาชนในชุมชนปวยเปนโรคพยาธิ
จํานวนมาก นักเรียนจะมีแนวทางแกไขปญหานั้นได
อยางไร
1. แจกยาถายพยาธิใหประชาชนในหมูบาน
2. จัดโครงการรับประทานอาหารปลอดสารพิษ
3. สงเสริมใหชาวบานรักษาความสะอาดบานเรือน
4. รณรงคใหประชาชนรับประทานอาหารที่สุก สะอาด
15. หากสถิติการเจ็บปวยในชุมชนของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น
นักเรียนจะแกไขปญหานั้นอยางไร
1. จัดโครงการกินดีสุขภาพดี
2. จัดโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพ
3. จัดโครงการปลูกพืชสมุนไพร
4. จัดโครงการดนตรีบําบัดความเครียด
16. พฤติกรรมใดของคนในชุมชนที่ควรปรับเปลี่ยนเพื่อการ
มีสุขภาพอนามัยที่ดี
1. การขี่จักรยานในชุมชน
2. การเครงเครียดกับการทํางาน
3. การแขงขันกีฬาทุกวันอาทิตย
4. การบริโภคผักพื้นบานและพืชสมุนไพร
17. เพราะเหตุใดเราจึงตองมีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
อยูเสมอ
1. เพื่อการมีสุขภาพที่ดี
2. เพื่อผอนคลายกลามเนื้อ
3. เพื่อปองกันการบาดเจ็บ
4. เพื่อใชเวลาวางใหเปนประโยชน
18. ในการสรางสมรรถภาพทางกายที่ดี จะตองปฏิบัติตน
อยางไร
1. พักผอนใหเพียงพอ
2. รับประทานเนื้อสัตวมากๆ
3. รับประทานผักผลไมมากๆ
4. ออกกําลังกายเปนประจําทุกวัน
13. อนามัยชุมชน คือขอใดในการสรางเสริมสุขภาพที่เปนไป
ตามหลักการ 5 อ.B
14. หากนักเรียนพบวาประชาชนในชุมชนปวยเปนโรคพยาธิ
จํานวนมาก นักเรียนจะมีแนวทางแกไขปญหานั้นไดC
15. หากสถิติการเจ็บปวยในชุมชนของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น
นักเรียนจะแกไขปญหานั้นอยางไรC
16. พฤติกรรมใดของคนในชุมชนที่ควรปรับเปลี่ยนเพื่อการ
มีสุขภาพอนามัยที่ดีD
17. เพราะเหตุใดเราจึงตองมีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
อยูเสมอD
18. ในการสรางสมรรถภาพทางกายที่ดี จะตองปฏิบัติตน
อยางไรE
(32)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
19. ขอใดไมใชสัญญาณอันตรายอันเนื่องมาจากการ
ออกกําลังกาย
1. เวียนศีรษะหลังออกกําลังกาย
2. นอนไมหลับหลังการออกกําลังกาย
3. ปวดราวบริเวณหนาอกระหวางออกกําลังกาย
4. อัตราการเตนของหัวใจแรงและเร็วขณะออกกําลังกาย
20. อาการใดที่ควรหยุดเลนกีฬาหรือหยุดออกกําลังกายทันที
1. รูสึกสดชื่นหลังจากเตนแอโรบิก
2. วิ่ง 2 กิโลเมตรแตไมรูสึกเหนื่อย
3. เหนื่อยผิดปกติ และหายใจติดขัด
4. มีชีพจรเตนอยูที่ 60-100 ครั้งตอนาที
หลังออกกําลังกาย
21. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพ
ทางกายดวยตนเอง
1. เพื่อการมีสมรรถภาพทางกายที่ดี
2. เพื่อปรับปรุงและสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย
3. เพื่อจัดลําดับที่สมรรถภาพทางกายของนักเรียน
4. เพื่อตรวจสอบความสมบูรณและความสามารถในการ
เคลื่อนไหวรางกาย
22. ปจจัยที่ทําใหมีสมรรถภาพทางกายที่ดี คือขอใด
1. พรสวรรค 2. มีตนแบบ
3. การฝกฝน 4. มีความพรอม
23. ใครเลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพ
ทางกายของตนเองไดอยางเหมาะสม
1. หนึ่งออกกําลังกายทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
2. โบจางครูฝกมาสอนที่บาน เพื่อใหมีสมรรถภาพ
ทางกายดีขึ้น
3. นอยออกกําลังกายดวยการปนจักรยานวันละสิบ
กิโลเมตร
4. บัวเลือกเลนกีฬาหลายๆ ประเภท โดยคํานึงถึง
ความสามารถของตนเอง
24. เพราะเหตุใดในขณะที่ทดสอบสมรรถภาพทางกายจึง
ไมอนุญาตใหนักเรียนไปทํากิจกรรมอื่น
1. เพราะทําใหเสียเวลา
2. เพราะครูกําลังทดสอบอยู
3. เพราะมีผลตอการทดสอบ
4. เพราะทําใหไมเปนระเบียบ
19. ขอใ
ออกกําลังกายD
20. อาการใดที่ควรหยุดเลนกีฬาหรือหยุดออกกําลังกายทันที
1.D
21. ขอใดกลาว
ทางกายดวยตนเองB
22. ปจจัยที่ทําใหมีสมรรถภาพทางกายที่ดี คือขอใด
1.D
23. ใครเลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพ
ทางกายของตนเองไดอยางเหมาะสมF
24. เพราะเหตุใดในขณะที่ทดสอบสมรรถภาพทางกายจึง
ไมอนุญาตใหนักเรียนไปทํากิจกรรมอื่นD
25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ
1. การดื่มนํ้าวันละ 8-10 แกว
2. การนอนหลับวันละ 8 ชั่วโมง
3. การรับประทานอาหารหมักดอง
4. การออกกําลังกายวันละ 30 นาที
26. พฤติกรรมของบุคคลใดมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
1. สมหมายดื่มสุราแลวขับรถไปสงของ
2. สมปองตรวจเช็กสภาพรถกอนใชทุกครั้ง
3. สมหญิงรูสึกงวงจึงแวะพักที่ปมนํ้ามันกอน
4. สมชายขับรถกลับบานที่ตางจังหวัดชวงตรุษจีน
27. เมื่อพบเห็นเพื่อนกําลังจะเขาไปในแหลงอบายมุข สิ่งแรก
ที่นักเรียนควรทําคือขอใด
1. รีบแจงครูใหทราบทันที
2. มองดูดวยความสนุกสนาน
3. โทรบอกผูปกครองของเพื่อน
4. หามเพื่อนไมใหเขาไปในสถานที่แหงนั้น
28. บุคคลกลุมใดมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด
1. วัยรุน 2. วัยเด็ก
3. วัยชรา 4. วัยผูใหญ
29. หากนักเรียนตองการพักผอน นักเรียนควรไปสถานที่ใด
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณเสี่ยง
1. รานเกม
2. ชมคอนเสิรต
3. สวนสาธารณะ
4. สถานเริงรมย
30. ความรุนแรงในวัยรุนขอใดรุนแรงที่สุด
1. การรีดไถเงิน
2. การชกตอยกัน
3. การยกพวกตีกัน
4. การลวงละเมิดทางเพศ
31. เมื่อเกิดปญหาความขัดแยงที่อาจนําไปสูการใชความ
รุนแรง ควรใชวิธีในการแกไขปญหาอยางไรจึงจะ
เหมาะสมที่สุด
1. พูดคุยกันใหรูเรื่อง
2. การประนีประนอม
3. หาคนกลางมาตัดสิน
4. ใชหลักกฎหมายมาตัดสิน
25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ
1.B
26. พฤติกรรมของบุคคลใดมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
1.D
27. เมื่อพบเห็นเพื่อนกําลังจะเขาไปในแหลงอบายมุข
ที่นักเรียนควรทําคือขอใดC
28. บุคคลกลุมใดมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด
1.D
29. หากนักเรียนตองการพักผอน นักเรียนควรไปสถานที่ใด
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณเสี่ยงC
30. ความรุนแรงในวัยรุนขอใดรุนแรงที่สุด
1.D
31. เมื่อเกิดปญหาความขัดแยงที่อาจนําไปสูการใชความ
รุนแรง ควรใชวิธีในการแกไขปญหาอยางไรจึงจะE
(33)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
32. แนวทางการแกปญหาโดยไมใชความรุนแรงขอใดไดผลดี
ที่สุด
1. เดือนพูดคุยกับบุคคลในครอบครัวเสมอ
2. นอยปลูกฝงใหมีจิตสํานึกเรื่องสิทธิมนุษยชน
3. แกวมักจะแกปญหาดวยการใชถอยคําที่นุมนวล
4. หญิงสรางทัศนคติที่เห็นวาการใชความรุนแรงเปนสิ่ง
ไมถูกตอง
33. ขอใดไมใชหลักในการชวยฟนคืนชีพขั้นพื้นฐาน
1. การนวดหัวใจ
2. การชวยหายใจ
3. การนวดฝาเทา
4. การเปดทางเดินหายใจ
34. การจัดทาผูปวยเพื่อชวยฟนคืนชีพ ควรจัดอยูในทาใด
1. นอนควํ่าบนพื้นนุม
2. นอนควํ่าบนพื้นเรียบ
3. นอนหงายราบบนพื้นเรียบที่แข็ง
4. นอนหงายราบบนพื้นเรียบที่ออนนุม
35. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ
คือบริเวณใด
1. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 1 นิ้วมือ
2. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 2 นิ้วมือ
3. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ
4. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 4 นิ้วมือ
36. ในการนวดหัวใจควรกดหนาอกใหมีความลึกเทาใด
จึงเหมาะสมที่สุด
1. 3 นิ้ว 2. 4 นิ้ว
3. 1.5-2 นิ้ว 4. เทาใดก็ได
32. แนวทางการแกปญหาโดยไมใชความรุนแรงขอใดไดผลดี
ที่สุดD
33. ขอใด
1.A
34. การจัดทาผูปวยเพื่อชวยฟนคืนชีพ ควรจัดอยูในทาใด
1.B
35. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ
คือบริเวณใดA
36. ในการนวดหัวใจควรกดหนาอกใหมีความลึกเทาใด
จึงเหมาะสมที่สุดA
37. ลักษณะอาการใดที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน
1. มึนงง ซึม
2. ปลุกไมตื่น
3. กระสับกระสาย
4. รูมานตาขยาย
38. นักเรียนสามารถชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อตไดอยางไร
เปนลําดับแรก
1. ผายปอดใหผูปวย
2. รีบนําสงโรงพยาบาลทันที
3. ผายปอดสลับกับการนวดหัวใจ
4. ตรวจดูชีพจรและการหายใจ
39. หากนักเรียนพบเห็นสิ่งแปลกปลอมหลุดลงไปในลําคอ
ของเด็ก นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร
1. กอดดานหลังและรัดแรงๆ
2. จับเด็กอาปากแลวใชคีมคีบออก
3. ใหเด็กนอนควํ่าและตบที่หลังเบาๆ
4. จับขาขึ้นใหหัวหอยลง และตบหลังเบาๆ
40. หากนักเรียนพบเห็นผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกดี แตมีอาการ
เจ็บหนาอกเล็กนอย นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไร
1. ชวยเปดทางเดินหายใจ
2. ชวยพยุงใหผูปวยไดพักผอน
3. ชวยหายใจและนวดหัวใจทันที
4. ชวยนวดผอนคลายใหแกผูปวย
37. ลักษณะอาการใดที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน
1.B
38. นักเรียนสามารถชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อตไดอยางไร
เปนลําดับแรกC
39. หากนักเรียนพบเห็นสิ่งแปลกปลอมหลุดลงไปในลําคอ
ของเด็ก นักเรียนควรปฏิบัติอยางไรC
40. หากนักเรียนพบเห็นผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกดี แตมีอาการ
เจ็บหนาอกเล็กนอย นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไรC
(34)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อปองกันการเกิดโรคตางๆ ไดอยางไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. หัวใจสําคัญของการแกไขปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชนคืออะไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. การพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความจําเปนอยางไรตอการดําเนินชีวิตของเรา
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. แนวทางการปองกันและแกไขปญหาความรุนแรงของคนไทย สามารถทําไดอยางไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. เมื่อพบผูปวยฉุกเฉินเราจําเปนตองโทรศัพทแจงศูนยบริการชวยชีวิต จะตองใหขอมูลอะไรแกเจาหนาที่บาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
1.1. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อปองกันการเกิดโรคตางๆ ไดอยางไรบาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................C
2. หัวใจสําคัญของการแกไขปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชนคืออะไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D
3. การพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความจําเปนอยางไรตอการดําเนินชีวิตของเรา
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D
4.4. แนวทางการปองกันและแกไข
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................E
5. เมื่อพบผูปวยฉุกเฉินเราจําเปนตองโทรศัพทแจงศูนยบริการชวยชีวิต จะตองใหขอมูลอะไรแกเจาหนาที่บาง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................B
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(35)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 3. สาเหตุการเจ็บปวยและการตายของคนไทย สวนใหญเกิดจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสม เชน
พฤติกรรมการบริโภคอาหาร การอยูในสภาพแวดลอมที่เปนพิษ การละเลยการออกกําลังกาย เปนตน
ซึ่งสงผลใหบุคคลขาดการใสใจดูแลสุขภาพของตนเอง จึงเปนสาเหตุใหนําไปสูการเกิดโรคตางๆ มากมาย
โดยเฉพาะกลุมโรคไมติดตอหรือโรคเรื้อรัง
2. ตอบ ขอ 1. โรคภัยไขเจ็บตางๆ เราสามารถปองกันได โดยการเอาใจใสดูแลตนเองอยางถูกวิธี เชน รับประทานอาหาร
ใหครบ 5 หมู และหลากหลาย ออกกําลังกายสมํ่าเสมอ ทําจิตใจใหราเริง แจมใส ไมวิตกกังวล และ
หลีกเลี่ยงปจจัยตางๆ ที่กอใหเกิดความเครียด ซึ่งหากทุกคนสามารถปฏิบัติไดตามที่กลาวมา ก็ยอมสามารถ
ปองกันตนเองใหพนจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ ได
3. ตอบ ขอ 4. การดูแลสุขภาพตนเองไมใหเกิดการเจ็บปวย ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชนครบ5 หมู และหลากหลาย
เสริมดวยผักและผลไมทุกมื้อที่เพียงพอตอความตองการของรางกาย เนื่องจากจะชวยสงเสริมใหรางกายของ
ตนเองมีสุขภาพดี สมบูรณแข็งแรง และปราศจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ
4. ตอบ ขอ 4. โรคติดตอทางเพศสัมพันธ เปนกลุมโรคที่เปนปญหาของสังคมไทย ซึ่งควรไดรับการแกไขและปองกัน
เนื่องจากเปนโรคที่สามารถแพรเชื้อใหกับบุคคลหนึ่งไปสูอีกบุคคลหนึ่งไดดวยการมีเพศสัมพันธ เชน
โรคเอดส เปนตน โดยโรคดังกลาวจะมีความรุนแรง และทําใหเสียชีวิตลงไดในที่สุด
5. ตอบ ขอ 2. ควรใหนักเรียนคนอื่นๆ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร โดยควรเสนอถึงผลกระทบตางๆ ที่อาจ
จะเกิดขึ้นเมื่อมีเพศสัมพันธ เชน การตั้งครรภกอนวัยอันควร เสียอนาคต เกิดโรคติดตอทางเพศสัมพันธ
เปนตน ทั้งนี้เพื่อใหนักเรียนไดเกิดความตระหนัก และสามารถปองกันตนเองไดอยางถูกตองเหมาะสม
6. ตอบ ขอ 3. ควรสวมหนากากอนามัยทุกครั้งเมื่อตองใกลชิดกับผูปวย เนื่องจากเชื้อโรคสามารถแพรกระจายดวยการไอ
จาม ใสโดยตรง ซึ่งหากไมสวมหนากากอนามัยปองกันก็อาจสงผลใหเกิดการติดเชื้อโรคดังกลาวจากผูปวย
ได โดยการสวมหนากากอนามัยนั้นควรลางมือใหสะอาดกอนจึงจะสวมหนากากอนามัย ควรสวมใสหนากาก
อนามัยใหพอดีกับใบหนา และใหผาปดตั้งแตจมูกจนถึงคาง โดยเฉพาะบริเวณสันจมูกดานที่มีโลหะจะอยูบน
สันจมูกพอดี และที่สําคัญควรเปลี่ยนหนากากอนามัยทุกวันเพื่อสุขอนามัยที่ดีทั้งตอตนเองและผูปวย
7. ตอบ ขอ 3. ควรพยายามชวนนองเลน หรือทํากิจกรรมตางๆ ใหมากขึ้น เนื่องจากสามารถผอนคลายความเครียดได
เพราะความเครียดจะมีผลตอการกระตุนการหลั่งฮอรโมนบางชนิดในรางกาย ซึ่งจะไปขัดขวางการทํางาน
ของอินซูลิน นอกจากนี้ยังถือไดวาเปนการออกกําลังกายดวย เพราะการออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอนั้น
จะสามารถรักษานํ้าหนักตัวใหเหมาะสมได โดยควรออกกําลังกายอยางนอยสัปดาหละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ
ประมาณ 20 - 30 นาที
8. ตอบ ขอ 4. การเลนเกมคอมพิวเตอรทุกวันเปนเวลาติดตอกันหลายชั่วโมง จะสงผลกระทบตอสุขภาพ เชน ปญหาทาง
สายตา โรคอวน ปวดเมื่อยตามรางกาย เปนตน นอกจากนี้ยังทําใหเกิดลักษณะนิสัยที่กาวราว และใชความ
รุนแรงในการตัดสินและแกไขปญหา
ตอนที่ 1
ชุดที่ 1
เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 2
(36)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
9. ตอบ ขอ 2. จะตองมีความรูความเขาใจในเบื้องตนเกี่ยวกับชุมชนของตนเองกอน เพราะชุมชนที่มีความแตกตางกัน
จะมีสภาพและความเหมาะสมในการจัดการสุขภาพชุมชนที่แตกตางกันออกไป โดยการจัดการสรางเสริม
สุขภาพชุมชนนั้น จะตองดําเนินการในลักษณะการจัดการสุขภาพชุมชนทั้งระบบ คือ มีการดําเนินงาน
อยางเปนระบบ ดําเนินงานโดยชุมชนเอง และเนนการจัดการสุขภาพโดยรวม
10. ตอบ ขอ 2. ชุมชนที่นาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด คือ ชุมชนแออัด เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยูกันอยางหนาแนน
จึงเปนเหตุที่อาจกอใหเกิดการกระจายของเชื้อโรคได และสงผลใหสมาชิกภายในชุมชนเกิดการเจ็บปวย
ไดงาย หรือเกิดปญหาทางสุขภาพตามมา
11. ตอบ ขอ 1. การสังเกต เปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือสถานการณที่เกิดขึ้นเปนปกติ หรืออาจเกิดขึ้น
ทันทีทันใด ซึ่งวิธีนี้ตองอาศัยประสาทสัมผัสของผูสังเกตเปนหลัก จึงจะตองมีขอกําหนดหรือเงื่อนไขสําหรับ
ใชในการสังเกต ตลอดจนผูสังเกตตองมีความตั้งใจ มีประสาทสัมผัสที่ดี และตองมีความสามารถในการรับรู
หรือสื่อความหมายได
12. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากการใหบริการสุขภาพของรัฐในบางพื้นที่ยังไมทั่วถึงทั้งในดานบุคลากรและงบประมาณ จึงทําให
ประชาชนไมไดรับบริการทางสุขภาพอยางทั่วถึงเทาที่ควร
13. ตอบ ขอ 4. การแกปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จจําเปนตองไดรับความรวมมือจากทุกคนเพราะถาทุกคนในชุมชนรวมมือกัน
ก็จะชวยใหชุมชนสามารถกําหนดแนวทางและเกิดกระบวนการเรียนรูรวมกันในการแกไขปญหาสุขภาพใน
ชุมชนของตนเองได
14. ตอบ ขอ 4. เพราะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกตางกัน ซึ่งพบวามีการแขงขันทางดานวัตถุสูง ประกอบกับ
สภาพความสลับซับซอนของสังคม จึงทําใหการสอดสองดูแลจากเจาหนาที่สามารถทําไดในขีดจํากัด
สงผลใหปญหาอาชญากรรมทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
15. ตอบ ขอ 3. นัดไมสามารถแกไขปญหาสุขภาพในชุมชนไดอยางเหมาะสม เนื่องจากปรับปรุงสภาพแวดลอมใหมี
ความสวยงามเทานั้นแตไมไดคํานึงถึงการจัดสิ่งแวดลอมที่เอื้อตอสุขภาพของประชาชนในชุมชน ซึ่งนัด
ควรจัดสิ่งแวดลอมและจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอมเพื่อลดปญหามลภาวะตางๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เชน
อากาศเสีย นํ้าเสีย ขยะมูลฝอย เปนตน สิ่งเหลานี้จะเปนปจจัยที่ชวยสรางเสริมใหประชาชนในชุมชน
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
16. ตอบ ขอ 4. ควรเลือกจัดกิจกรรมรอง เลน เตนรํา เนื่องจากเปนกิจกรรมที่ชวยสรางเสริมสุขภาพรางกายใหแข็งแรง
นอกจากนี้ยังสงผลดีตอสุขภาพจิตอีกดวย เพราะกิจกรรมดังกลาวจะชวยทําใหมีอารมณแจมใส และสามารถ
ผอนคลายความเครียดได
17. ตอบ ขอ 1. การเตรียมตนเองเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกาย โดยจะตองเตรียม
รางกายใหพรอม และสรางแรงจูงใจในการออกกําลังกายใหกับตนเอง เชน การสรางพลังแกตนเอง
การประเมินตนเอง เปนตน
18. ตอบ ขอ 4. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกาย เปนสิ่งสําคัญที่มีประโยชนอยางยิ่ง เนื่องจากจะทําใหสามารถ
ตรวจสอบไดวาแตละบุคคลปฏิบัติไดตามเปาหมายที่วางไวหรือไม อีกทั้งยังชวยหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บและ
ปญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได
(37)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
19. ตอบ ขอ 2. ควรมีการเตรียมการในการเลือกกิจกรรมตามที่ตนเองชอบหรือสนใจกอน เพราะหากเราไดทํากิจกรรมตาม
ที่เราไดเลือกไวแลว ก็ยอมสงผลใหการพักผอนในครั้งนั้นๆ ประสบผลสําเร็จ และรางกายพักผอนไดอยาง
เต็มประสิทธิภาพ
20. ตอบ ขอ 3. การนอนหลับเปนการพักผอนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรางกายไดผอนคลายจากความเหนื่อยลา และยัง
สามารถชวยเสริมสรางพลังใหแกรางกาย ซึ่งควรไดรับการพักผอนอยางนอยวันละ 8-10 ชั่วโมง
21. ตอบ ขอ 1. ขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและทางกลไกที่สําคัญที่สุด คือ การวางแผน เนื่องจากเปน
จุดเริ่มตนของการปฏิบัติกิจกรรมใดก็ตาม เพื่อใหเกิดความสําเร็จและมีประสิทธิภาพอยางสูงสุด ซึ่งจําเปน
จะตองคํานึงถึงปจจัยสวนบุคคล เชน ความเต็มใจ ความรู ความสามารถ แรงสนับสนุนของครอบครัวและ
สังคม เปนตน เพราะถาไมมีการวางแผนจะทําใหการออกกําลังกายเปนไปอยางไมมีทิศทาง และไมสามารถ
ประเมินไดวาชวยพัฒนาสมรรถภาพทางกายและทางกลไกของเราไดดีมากนอยเพียงใด
22. ตอบ ขอ 3. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกาย จะชวยใหรางกายมีการเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ สรางภูมิตานทานโรค
ทําใหเปนผูมีสุขภาพดี บุคลิกภาพดี และมีประสิทธิภาพในการดําเนินชีวิตประจําวันไดดียิ่งขึ้น
23. ตอบ ขอ 1. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ควรคํานึงถึงการจัดเตรียมสภาพแวดลอม สถานที่ รวมถึง
แตงกายใหเหมาะสม กําหนดตารางเวลาการออกกําลังกายเปนประจําอยางตอเนื่อง กําหนดวัตถุประสงค
และเปาหมายรวมถึงการประเมินอยางชัดเจน และชักชวนใหบุคคลอื่นเขารวมกิจกรรม เพราะการวางแผน
พัฒนาสมรรถภาพโดยลําพังเพียงคนเดียวอาจเกิดความเบื่อหนายไดงาย
24. ตอบ ขอ 2. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายเปนวิธีหนึ่งที่ชวยเสริมสรางสมรรถภาพทางกาย สรางภูมิคุมกันโรค และ
ระบบกลามเนื้อใหแข็งแรง
25. ตอบ ขอ 1. การสูบบุหรี่เปนประจํา เปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด เนื่องจากบุหรี่ประกอบไปดวยสารเคมีตางๆ
ที่มีอันตรายตอสุขภาพ ไดแก นิโคติน ทาร คารบอนมอนอกไซด ไฮโดรเจนไซยาไนด ไนโตรเจนไดออกไซด
แอมโมเนีย และสารกัมมันตภาพรังสี ซึ่งถาหากรางกายสะสมสารเหลานี้เปนเวลานานจะสงผลใหเกิดโรค
ตางๆ ได สําหรับพฤติกรรมเสี่ยงในขออื่นๆ นั้น ถือเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอการเกิดโรคเชนเดียวกัน แตนอยกวา
การสูบบุหรี่
26. ตอบ ขอ 2. พันธุกรรม เนื่องจากเปนลักษณะความผิดปกติที่ไดรับการถายทอดจากยีน ซึ่งบางลักษณะอาจไมกระทบตอ
สุขภาพมากนัก แตบางลักษณะก็ทําใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพโดยตรง เชน เบาหวาน ธาลัสซีเมีย เปนตน
27. ตอบ ขอ 2. การเคี้ยวอาหารใหละเอียด เปนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีสวนชวยไมใหเกิดความเสี่ยงตอสุขภาพ
เนื่องจากจะทําใหไมเกิดอาการปวดทอง เพราะการเคี้ยวอาหารไมละเอียดจะทําใหกระเพาะอาหารตองทํางาน
หนักในการยอยอาหาร ดังนั้นการเคี้ยวอาหารที่ถูกตองควรเคี้ยวอยางนอย 50 ครั้งตอคํา เพราะจะสามารถ
ชวยรักษาระบบการยอยอาหารใหทํางานไดอยางเปนปกติ
28. ตอบ ขอ 4. เมื่อดื่มสุราเขาไปในรางกายแลว เอทิลแอลกอฮอลที่มีอยูในสุราจะออกฤทธิ์กดประสาทสวนกลางซึ่งสงผล
ทําใหเปนโรคสมองพิการได โดยจะมีอาการสมองเสื่อม ประสาทหลอน หูแวว และเปนโรคพิษสุราเรื้อรังได
ในที่สุด
29. ตอบ ขอ 3. ไมควรแสดงความคิดเห็น และพยายามเปลี่ยนเรื่องสนทนาไปคุยเรื่องอื่นแทน ซึ่งถาเราใชวิธีนี้หลายๆ ครั้ง
เพื่อนบางคนก็จะรูสึกวาเราไมชอบการวิจารณผูอื่น สําหรับการแนะนําเพื่อน อาจใชไดในบางกรณี เพราะ
บางคนอาจจะคิดวาเราไปหักหนาเขา และมีผลตอสัมพันธภาพตามมา การรักษานํ้าใจแบบบัวไมใหชํ้า
นํ้าไมใหขุนจึงเปนวิธีที่ดีที่สุด
(38)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
30. ตอบ ขอ 4. การใหอภัยและเคารพในศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของผูอื่นจะสามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง
ในสังคมไดมากที่สุด เพราะหากทุกคนมีการใหอภัย เขาใจและยอมรับความแตกตางซึ่งกันและกัน ก็ยอม
สงผลใหอยูรวมกันในสังคมไดอยางสันติสุข และมีความปลอดภัย
31. ตอบ ขอ 3. อารมณและความเครียดเปนปฏิกิริยาทางจิตใจที่ตอบสนองตอสิ่งเรา ซึ่งหากเกิดความเครียดเราสามารถที่จะ
แสดงพฤติกรรมตางๆ ออกมาโดยที่เราไมรูตัว โดยอาจจะแสดงพฤติกรรมกาวราวหรือความรุนแรง ดังนั้น
จึงควรที่จะลดความเครียดตางๆ ใหผอนคลายลง เชน ฟงเพลง ดูหนัง ทําบุญตักบาตร เปนตน
32. ตอบ ขอ 3. เกมออนไลนมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของวัยรุนมากที่สุด โดยเฉพาะเกมที่มีการตอสูโดยใชอาวุธตางๆ
จะทําใหวัยรุนเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมจากตัวละครในเกม และนําพฤติกรรมที่ไมดีเหลานั้นมาปฏิบัติ
กับผูอื่นในสังคม จนอาจกอความเดือดรอนใหกับผูอื่นได
33. ตอบ ขอ 1. การกดหนาอกผูปวยใหมีจังหวะเร็วและแรงเกินไป เปนหลักการปฏิบัติที่ไมถูกตอง เพราะอาจทําใหหัวใจชํ้า
หรือกระดูกหักได
34. ตอบ ขอ 3. ควรดูการตอบสนองของผูปวย โดยดูวาผูปวยยังรูสึกตัวหรือไม ซึ่งอาจจะใชการเขยาตัวเบาๆ หรืออาจจะ
ถามเสียงดังๆ หากผูปวยไมมีการตอบสนองแสดงวาไมรูสึกตัว อาจใชการสังเกต การฟง และแกมสัมผัส
ในการตรวจสอบได
35. ตอบ ขอ 2. การจับชีพจรที่สะดวกและงายที่สุด คือ บริเวณขอมือ เนื่องจากสามารถหาเสนเลือดแดงไดงายที่สุด โดยใชนิ้ว
3 นิ้วของมืออีกขางหนึ่ง คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง สัมผัสการเตนของชีพจร
36. ตอบ ขอ 4. การนวดหัวใจจะเปนการกดที่บริเวณหนาอกหรือหนาทองของผูปวย หากปฏิบัติไมถูกตองอาจกอใหเกิด
อันตรายขึ้นได เชน ปอดฉีก ตับแตก กระดูกซี่โครงหัก เปนตน ซึ่งไมเกี่ยวของกับภาวะแทรกซอนของ
เสนเลือดในสมองแตก
37. ตอบ ขอ 3. ควรใหความรูในเรื่องหลักการพื้นฐานในการชวยฟนคืนชีพ เนื่องจากเปนหลักการพื้นฐานสําคัญที่ทุกคน
จําเปนจะตองทราบเพื่อใหความชวยเหลือแกบุคคลอื่นๆ ที่ประสบอุบัติเหตุหรือกําลังจะเสียชีวิต โดยจะตอง
ใหความรูเรื่องหลัก ABC (The ABC of Resuscitation) คือ การเปดทางเดินหายใจ (Airway : A) การชวย-
หายใจ (Breathing : B) และการนวดหัวใจ (Circulation : C)
38. ตอบ ขอ 2. ควรชวยหายใจดวยวิธีปากตอปาก เนื่องจากผูปวยจะเกิดอาการหายใจไมออกหรือหายใจไมเขา เพราะหายใจ
เอานํ้าเขาไปแทนที่ แตถาผูปวยหัวใจหยุดเตน ใหปฏิบัติดวยวิธีการนวดหัวใจ
39. ตอบ ขอ 1. ควรคํานึงถึงความปลอดภัยของตนเองกอน เนื่องจากจะตองเปนผูชวยเหลือผูปวย ซึ่งถาไมมีความ
ระมัดระวังหรือเกิดความประมาท ก็ยอมสงผลใหตนเองเกิดการบาดเจ็บ และอาจสงผลกระทบไปยัง
ผูปวยได
40. ตอบ ขอ 4. เมื่อพบผูปวยทางเดินหายใจอุดตัน มีอาการหายใจติดขัด ควรรีบโทรแจงเหตุฉุกเฉินทันที โดยในขณะที่
กําลังรอรถพยาบาลอยูนั้น ผูชวยเหลือควรทําการชวยหายใจและนวดหัวใจผูปวยรวมดวยเพื่อไมใหผูปวย
หยุดหายใจกะทันหัน ซึ่งถาหากหยุดการชวยหายใจอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได
(39)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ มีพฤติกรรมการดํารงชีวิตของตนเองอยางเหมาะสม เชน รับประทานอาหารที่มีประโยชน ออกกําลังกายอยาง
สมํ่าเสมอ ทําจิตใจใหราเริง แจมใส นอนหลับพักผอนใหเพียงพอ ไมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล ไมยุงเกี่ยว
กับสารเสพติด เปนตน นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสุขภาพประจําป ฉีดวัคซีนปองกันโรคติดตอบางชนิด
และไมละเลยกับการไปพบแพทยแมจะมีอาการปวยเพียงเล็กนอย
2. แนวตอบ โดยการเขารวมโครงการหรือกิจกรรมตางๆ ในชุมชนของตนเอง เพราะนักเรียนถือไดวาเปนประชาชน
คนหนึ่งในชุมชน ซึ่งเปนตัวแปรสําคัญในการรวมดําเนินงานใหบรรลุเปาหมาย เพื่อปรับปรุง ปกปองสุขภาพ
ของตนเอง ครอบครัว และชุมชนใหมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตอไป
3. แนวตอบ การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความสําคัญ เนื่องจากเปนการสํารวจคนหาจุดเดนและจุดดอย
ของตนเองตอการฝกปฏิบัติ พรอมทั้งลงมือแกไขและพัฒนาในแนวทางที่ถูกตองได เปนการเตรียมการฝก
ปฏิบัติอยางมีระบบในการดําเนินงานใหเปนไปตามแผนที่กําหนดไว เปนการวิเคราะหสถานการณการฝก
ปฏิบัติสมรรถภาพทางกายและทางกลไกที่คาดการณไวในอนาคต เพื่อใหสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางใน
การปฏิบัติที่ดีที่สุดได
4. แนวตอบ เนื่องจากสื่อตางๆ เชน เกมออนไลน อินเทอรเน็ต คลิปวิดีโอ เปนตน จะนําเสนอเนื้อหา รูปภาพ เหตุการณ
ที่รุนแรง สรางทัศนคติและปลูกฝงการใชความรุนแรงใหแกเด็กและวัยรุน จึงทําใหเด็กและวัยรุนสวนใหญ
เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม
5. แนวตอบ ควรยายผูปวยออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยยายผูปวยไปอยูในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ จากนั้นคลายเสื้อผา
ของผูปวยใหหลวมเพื่อใหผูปวยหายใจไดสะดวก และตรวจดูบาดแผลที่อาจถูกไฟลวกหรือถูกความรอนที่ทําให
พุพอง ซึ่งถามีใหรีบปฐมพยาบาลทันที ถาผูปวยหายใจไมสะดวกใหชวยฟนคืนชีพดวยการผายปอด จากนั้น
สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงทางดานการหายใจและชีพจร แลวรีบนําผูปวยสงสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด
ตอนที่ 2
(40)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 2. เห็นดวย เพราะปจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสมรวมถึงสภาพแวดลอมที่เปนพิษ
อันเปนผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ความเชื่อ จึงสงผลใหประชาชนขาดการใสใจดูแล
สุขภาพกันมากขึ้นและกอใหเกิดปญหาทางสุขภาพโดยเฉพาะกลุมโรคเรื้อรังตางๆเชนโรคมะเร็งโรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูง เปนตน
2. ตอบ ขอ 3. เพื่อเสนอแนวทางแกไขปญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น เนื่องจากปญหาการเจ็บปวยดวยโรคเบาหวาน และโรค
ความดันโลหิตสูงนั้นกําลังเปนปญหาสําคัญของประเทศที่สงผลใหคนไทยเจ็บปวยเปนจํานวนมากซึ่งควร
ไดรับการแกไขเพื่อใหประชาชนมีสุขภาพรางกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ และมีชีวิต
ที่ยืนยาว
3. ตอบ ขอ 4. ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารใหเหมาะสมมากขึ้น เชน รับประทานอาหารที่มีประโยชน
ใหครบ 5 หมู รับประทานผักและผลไมใหมากๆ ลดอาหารประเภทแปง นํ้าตาล และไขมัน หลีกเลี่ยง
การรับประทานอาหารที่มีรสจัดและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน นอกจากนี้ควรควบคุมนํ้าหนักตัวให
อยูในเกณฑที่เหมาะสมดวย
4. ตอบ ขอ 2. การดื่มนํ้าสะอาดเปนประจําประมาณวันละ 6-8 แกว จะกอใหเกิดประโยชนตอรางกาย เพราะการดื่มนํ้า
จะชวยในการหลอเลี้ยงเซลลในรางกาย ฟนฟูระบบขับถาย กําจัดของเสียโดยเฉพาะไขมัน ชวยรักษาระดับ
ความเขมขนของเลือด อีกทั้งยังทําใหกลามเนื้อมีความชุมชื้น ผิวหนังไมเหี่ยวยน
5. ตอบ ขอ 3. ควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารใหเหมาะสม ซึ่งอาจใหแมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารตางๆ
โดยการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเหลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล รับประทานผักและผลไม
หลากสีใหมากขึ้น เชน สีแดงในมะเขือเทศจะชวยปองกันโรคมะเร็ง สีมวงในองุนจะทําหนาที่ยับยั้งการทํางาน
ของเอนไซมที่ทําใหเซลลมะเร็งเกิดการแพรกระจาย สีเขียวในผักตางๆ และสีสมในแครอตจะมีสารตานการ
เกิดโรคมะเร็ง เปนตน
6. ตอบ ขอ 3. การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีปริมาณโซเดียมสูง อาจสงผลใหเกิดโรคความดันโลหิตสูงได
เนื่องจากโซเดียมจะมีหนาที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในรางกาย และรักษาความดันโลหิตใหอยูใน
ระดับปกติ หากมีมากเกินไปก็จะสงผลเสียตอรางกาย โดยโซเดียมจะพบมากในผงชูรส อาหารกึ่งสําเร็จรูป
ขนมคบเคี้ยว และอาหารกระปอง ซึ่งวิธีการปองกันไมใหรับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปนั้นใน 1 วัน
ไมควรรับประทานโซเดียมเกิน 6 กรัม หรือเกิน 1 ชอนชาตอวัน
7. ตอบ ขอ 3. ควรปฏิบัติในเรื่องของสุขบัญญัติแหงชาติ เนื่องจากครอบคลุมการปฏิบัติในทุกๆ ขอที่กลาวมา เพราะการ
ปฏิบัติตามแนวของสุขบัญญัติแหงชาตินั้น จะสรางเสริมใหตนเองมีพฤติกรรมในการปองกันโรคที่ถูกตอง
จนเปนสุขนิสัย ซึ่งสงผลใหเจ็บปวยนอยลง มีสุขภาพที่สมบูรณแข็งแรงทั้งรางกายและจิตใจอันจะนํามาซึ่ง
การมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ตอนที่ 1
ชุดที่ 2
เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 2
(41)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
8. ตอบ ขอ 4. คือ กลุมโรคไมติดตอ เชน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เปนตน ซึ่งพบวาสาเหตุเกิดจาก
พฤติกรรมการใชชีวิตประจําวันและสิ่งแวดลอมที่ไมเหมาะสม เชน การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ
มลพิษในอากาศ เปนตน สิ่งเหลานี้จะเปนตัวบั่นทอนสุขภาพของประชาชน หากไมรูจักดูแลสุขภาพหรือ
ละเลยการตรวจสุขภาพก็ยอมสงผลใหเกิดการเจ็บปวย เกิดโรคตางๆ และอาจเสียชีวิตในที่สุด
9. ตอบ ขอ 2. การสัมภาษณเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมีจุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไว
ลวงหนา ซึ่งเปนวิธีที่ชวยใหรายละเอียดของขอมูลอยางตรงเปาหมาย ทั้งนี้ตองอาศัยเวลาและความสามารถ
ของผูสัมภาษณเปนหลัก
10. ตอบ ขอ 3. คือ การวิเคราะหปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนปญหาที่มีความสําคัญหรือมีความเรงดวนที่จะตองดําเนินการ
แกไขใหลุลวงกอนเปนอันดับแรก
11. ตอบ ขอ 4. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ จะสามารถระบุปญหาสุขภาพของชุมชนไดอยางถูกตอง เพื่อนํามาสู
การดําเนินการแกไขปญหา ซึ่งวิธีที่ใชในการรวบรวมขอมูลทั่วไป ไดแก การสังเกต การสัมภาษณ การใช
แบบสอบถาม และการใชแบบทดสอบ
12. ตอบ ขอ 2. โครงการแอโรบิกยามเชา เปนโครงการที่ชวยเสริมสรางสุขภาพใหกับคนในชุมชน เนื่องจากการ
ออกกําลังกายแบบแอโรบิกจะชวยเพิ่มสมรรถภาพความทนทานของระบบหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด
สามารถทําใหอาการของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานดีขึ้น อีกทั้งยังชวยเพิ่มภูมิคุมกันในรางกาย
ลดความเครียด และลดนํ้าหนักไดอีกดวย เชน การวิ่ง วายนํ้า ปนจักรยาน เตนแอโรบิก เปนตน
13. ตอบ ขอ 4. คือ การจัดสภาพแวดลอมในชุมชน โดยควรจัดสภาพแวดลอมใหมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ อากาศถายเท
สะดวก หากสภาพแวดลอมดังกลาวมีสภาวะที่ดีก็ยอมสงผลใหทั้งตนเองและสมาชิกในชุมชนมีสุขภาพที่ดี
ตามไปดวย
14. ตอบ ขอ 4. แนวทางแกไขปญหาที่ดีที่สุด คือ การรณรงคใหประชาชนรับประทานอาหารที่สุก สะอาด เนื่องจากโรค
พยาธิมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ซึ่งเปนอันตรายตอสุขภาพเปนอยางมาก เชน
โรคพยาธิขึ้นสมอง เปนตน จะทําใหเกิดโรคสมองและเยื่อหุมสมองอักเสบ จนถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นจึง
ควรรณรงคใหประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกดวย
ความรอนสูง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบ เพียงเทานี้ก็จะสามารถปองกันการเกิดโรคพยาธิได
15. ตอบ ขอ 2. ควรจัดโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพราะเปนโครงการที่ชวยใหประชาชนในชุมชนมีสุขภาพรางกายที่แข็งแรง
เนื่องจากการวิ่งนั้นเปนการออกกําลังกายรูปแบบหนึ่งที่ชวยเสริมสรางสมรรถภาพรางกายใหมีความแข็งแรง
สมบูรณ สามารถลดความเสี่ยงตอการเกิดโรคภัยไขเจ็บตางๆ และมีภูมิคุมกันโรคที่ดี
16. ตอบ ขอ 2. ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเครงเครียดกับการทํางาน เพราะการมุงมั่นหรือเอาจริงเอาจังกับการทํางาน
มากเกินไปอาจกอใหเกิดความเครียดได นอกจากจะทําใหไมไดผลงานอยางที่ตั้งใจไวแลวยังสงผลเสีย
ดานอื่นๆ อีกดวย เชน ทําใหเกิดอาการเจ็บปวย ทําใหเสียความสัมพันธกับคนใกลชิดทั้งผูรวมงานและ
บุคคลในครอบครัว เปนตน ดังนั้นการรูจักผอนคลายความเครียดจึงเปนเรื่องสําคัญ เพราะนอกจากจะชวย
คลายเครียดและเสริมสรางสุขภาพจิตที่ดีแลว ยังชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ชวยสรางความสัมพันธ
ที่ดีกับผูอื่น เกิดบรรยากาศที่ดีในการทํางาน และทําใหมีความสุขในชีวิตมากขึ้น
17. ตอบ ขอ 1. การทดสอบสมรรถภาพทางกายจะชวยใหเราทราบถึงระดับความสามารถ เพื่อนําไปสูการพัฒนาตนเองอยาง
ตอเนื่อง อันเปนที่มาของสุขภาพกายที่ดี
(42)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
18. ตอบ ขอ 4. การออกกําลังกายเปนประจําทุกวัน จะชวยใหกลามเนื้อมีความแข็งแรงทนทานและยังสงผลใหมี
สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีดวย ซึ่งหลักการออกกําลังกายที่เหมาะสม คือ ควรออกกําลังกายอยางนอย
สัปดาหละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที
19. ตอบ ขอ 2. การนอนไมหลับ มีสาเหตุมาจากความเครียด สภาพแวดลอม ลักษณะทาทางของการนอน ไมใชเปนผลมาจาก
การออกกําลังกาย
20. ตอบ ขอ 3. ในขณะที่ออกกําลังกายรางกายจะสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก และมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจผิดปกติ ซึ่ง
ถาหากมีอาการดังกลาวแลวยังฝนออกกําลังกายอยูตอไป อาจทําใหเกิดอาการชักได
21. ตอบ ขอ 3. การจัดลําดับสมรรถภาพทางกายจะเปนขั้นตอนในการแกไขปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย เชน จัดลําดับ
ความสําคัญของปญหาทางสมรรถภาพทางกายที่เกิดขึ้นเพื่อนํามาสูการแกไขปญหาตอไป
22. ตอบ ขอ 3. การฝกฝนรางกายอยางสมํ่าเสมอ โดยปฏิบัติกิจกรรมนั้นซํ้าๆ จนเกิดเปนความเคยชินและติดจนเปนนิสัย
จะสงผลใหมีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น
23. ตอบ ขอ 4. บัว เลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพทางกายของตนเองไดเหมาะสมที่สุด เนื่องจากบัวให
ความสําคัญของการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย โดยการเลนกีฬาที่หลากหลาย และคํานึงถึงความสามารถ
หรือความถนัดของตนเองเสมอ
24. ตอบ ขอ 3. เนื่องจากถานักเรียนไปทํากิจกรรมอื่น รางกายจะเกิดการเคลื่อนไหวและอาจสงผลใหเกิดอาการหอบเหนื่อย
ซึ่งมีผลตอการทดสอบ โดยอาจทําใหการทดสอบเกิดความคลาดเคลื่อนและไมไดผลตามความเปนจริง
25. ตอบ ขอ 3. อาหารหมักดองเปนอาหารที่ไมมีประโยชน ซึ่งเมื่อรับประทานเขาไปเปนเวลานานจะสงผลกระทบตอสุขภาพ
กอใหเกิดความผิดปกติของรางกายโดยเฉพาะระบบกลามเนื้อ เนื่องจากในอาหารหมักดองจะมีเชื้อไวรัสที่มี
ฤทธิ์มากพอที่จะทําลายกลามเนื้อ สงผลใหกลามเนื้อออนแรง
26. ตอบ ขอ 1. สมหมายมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เนื่องจากดื่มสุราแลวขับรถ เพราะฤทธิ์ของสุราจะมีผลทําให
ขาดสติ ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง และอาจกอใหเกิดอุบัติเหตุไดงาย ซึ่งมีผลกระทบตอตนเอง เชน
บาดเจ็บ พิการ เสียชีวิต เปนตน และผลกระทบตอครอบครัว เชน สูญเสียเงินคารักษาพยาบาล
สูญเสียบุคคลที่รักไป เปนตน
27. ตอบ ขอ 4. ควรหามเพื่อนไมใหเขาไปในสถานที่แหงนั้น โดยบอกเพื่อนวาเปนสถานที่ที่ไมดี และบอกถึงโทษของอบายมุข
ตางๆ ซึ่งการกระทําเชนนี้ถือไดวาเปนการชวยเตือนสติและอาจทําใหเพื่อนตระหนักถึงโทษของอบายมุข
จนหลีกเลี่ยงที่จะไมเขาไปในที่แหงนั้นอีกตอไป
28. ตอบ ขอ 1. วัยรุนเปนกลุมที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางมากในทุกๆ ดาน
มีความคึกคะนอง อยากรู อยากลอง และยังไมมีวุฒิภาวะเพียงพอจึงอาจถูกชักชวนหรือหลอกใหกระทํา
พฤติกรรมเสี่ยง หรือเขาไปอยูในสถานการณเสี่ยงได
29. ตอบ ขอ 3. การพักผอนเปนการทําใหรางกายและสมองไดผอนคลาย ซึ่งการไปพักผอนที่สวนสาธารณะถือเปน
สถานที่ที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีความรมรื่นและเงียบสงบเหมาะแกการพักผอนมากที่สุด
30. ตอบ ขอ 3. การยกพวกตีกัน เปนความรุนแรงในวัยรุนที่รุนแรงที่สุด เนื่องจากเปนวัยที่อยูในความคึกคะนอง ไมใชเหตุผล
ในการแกไขปญหาจึงตองใชความรุนแรง ซึ่งอาจสงผลกระทบตอรางกายและจิตใจรวมถึงบุคคลรอบขางดวย
31. ตอบ ขอ 2. การประนีประนอมเปนวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากการประนีประนอม คือ การที่บุคคลทั้ง 2 ฝาย พูดจาตกลงกัน
ในเรื่องตางๆ โดยการยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อไมใหนําไปสูปญหาความขัดแยงและความรุนแรง
(43)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
32. ตอบ ขอ 3. เมื่อเกิดปญหาความรุนแรงขึ้น ควรแกไขปญหาดวยการใชคําพูดที่นุมนวล ไมพูดจาหยาบคายและไมใช
อารมณในการพูด ซึ่งการพูดในลักษณะดังกลาวจะเปนการพูดแบบประนีประนอมโดยใชเหตุผลเขามา
เกี่ยวของ เพียงเทานี้ปญหาความรุนแรงก็จะไมเกิดขึ้นอยางแนนอน
33. ตอบ ขอ 3. หลักในการชวยฟนคืนชีพขั้นพื้นฐาน ไดแก การเปดทางเดินหายใจ การชวยหายใจ และการนวดหัวใจ แต
สําหรับการนวดฝาเทานั้นเปนการชวยใหรูสึกผอนคลายเทานั้น ไมใชเปนหลักในการชวยฟนคืนชีพ
34. ตอบ ขอ 3. ควรใหผูปวยนอนหงายราบบนพื้นเรียบที่แข็ง แตถาเปนพื้นออนนุมสามารถใชไมกระดานแข็งสอดใตลําตัว
ผูปวยแทนได ทั้งนี้เพื่อใหเกิดแรงตานขณะที่นวดหัวใจ
35. ตอบ ขอ 3. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ คือ กระดูกหนาอกเหนือรอยตอของกระดูกลิ้นป โดย
คลําหาปลายกระดูกลิ้นปแลววัดจากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ
36. ตอบ ขอ 3. ควรกดหนาอกใหมีความลึกประมาณ 1.5-2 นิ้ว 30 ครั้ง โดยนับเปนจังหวะ 1 และ 2 และ 3 และ 4
ไปจนครบ ซึ่งการทําเชนนี้จะชวยใหมีการบีบเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงรางกายเสมือนกับการบีบตัวของหัวใจ
37. ตอบ ขอ 4. ลักษณะอาการที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน คือ รูมานตาขยาย ซึ่งเปนอาการที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อหัวใจ
หยุดทํางานไป 45 วินาที และรูมานตาจะขยายกวางสุดเมื่อถึง 1 นาที หรืออาจมีอาการชักและตาคางรวมดวย
38. ตอบ ขอ 4. ควรตรวจดูชีพจรและการหายใจของผูปวยกอนเปนลําดับแรก เนื่องจากเปนการปองกันเนื้อเยื่อไมใหไดรับ
อันตรายจากการขาดออกซิเจนอยางถาวร
39. ตอบ ขอ 4. ควรจับขาเด็กขึ้นใหหัวหอยลง และตบหลังเบาๆ เนื่องจากเด็กจะตัวเล็ก จึงใชวิธีดังกลาวในการชวยเหลือ
ซึ่งการกระทําเชนนี้จะชวยใหเด็กสําลักและไอเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา
40. ตอบ ขอ 2. การชวยเหลือผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกตัวดี ควรชวยเหลือโดยการพยุงใหผูปวยไดพักผอนจนรางกายปรับตัว
เขาสูภาวะสมดุล เนื่องจากผูปวยยังสามารถดูแลตนเองไดในระดับหนึ่ง
1. แนวตอบ ไดแก ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอ รับประทานอาหารใหครบทั้ง5 หมู พักผอนอยางเพียงพอ จัดสิ่งแวดลอม
ใหเอื้อตอสุขภาพ และหลีกเหลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงตางๆ เชน สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เสพสารเสพติด เปนตน
2. แนวตอบ ประชาชนทุกคนตองรวมมือกันในการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชน โดยมีจิตสํานึกและ
เปาหมายรวมกันซึ่งจะสงผลใหการแกปญหาสุขภาพในชุมชนเกิดความยั่งยืน
3. แนวตอบ เพื่อสงผลใหผูปฏิบัติมีความแข็งแรงสมบูรณทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา สามารถ
ดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางเปนปกติ ไมเจ็บปวยหรือเปนโรคที่ทําใหไมสามารถอยูรวมกับบุคคลอื่นใน
สังคมได
4. แนวตอบ ไดแก การสรางความรักและความอบอุนในครอบครัว หลีกเลี่ยงการเขาไปยุงเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด
สรางความเชื่อมั่นใหกับตนเอง หลีกเลี่ยงการกลาวโทษตนเอง และระบบการศึกษาในโรงเรียนจะตองเนน
กระบวนการเรียนการสอนใหเด็กไดมีโอกาสฝกทักษะการคิดวิเคราะหและมีความรับผิดชอบในชีวิต รวมทั้ง
สงเสริมใหเด็กมีความรูสึกวาตนเองมีคุณคามากยิ่งขึ้น
5. แนวตอบ ควรใหขอมูลดังนี้ไดแกสถานที่เกิดเหตุเหตุการณที่เกิดขึ้นจํานวนผูปวยที่ตองการความชวยเหลือสภาพผูปวย
ในขณะนั้น และการปฏิบัติการชวยชีวิตที่ไดกระทําไปแลว
ตอนที่ 2
(44)

แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.3

  • 1.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนไดคิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้ แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ ตามระดับพฤติกรรมการคิด ที่ระบุไวในตัวชี้วัด วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนที่ 1 ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 1 พ 1.1 1 1-8 A ความรู ความจํา 1, 3, 35, 39 4 2 9, 11-12, 14-16 B ความเขาใจ 2, 4, 25, 31, 37 5 3 10,13 C การนําไปใช 5-6, 18 3 พ 2.1 1 17, 19-21 D การวิเคราะห 7-15, 17, 21-23, 26-30, 33-34, 36, 38 22 2 18, 22-24 3 25-32 E การสังเคราะห 40 1 พ 4.1 1 33-40 F การประเมินคา 16, 19-20, 24, 32 5 2 พ 1.1 1 1-8 A ความรู ความจํา 1-2 2 2 10, 12, 15, 16 B ความเขาใจ 3-4, 8, 15, 19, 25, 35 7 3 9, 11, 13-14 C การนําไปใช 21, 27-29, 36, 40 6 พ 2.1 1 17, 19 D การวิเคราะห 5-7, 9-12, 14, 16-18, 20, 22-24, 30-34, 37-39 23 2 18, 20 3 21-32 E การสังเคราะห 26 1 พ 4.1 1 33-40 F การประเมินคา 13 1 (1)
  • 2.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 4. เพราะอะไรการดูแลรักษาความแข็งแรงใหกับสุขภาพ รางกายนับตั้งแตในวัยเด็ก จึงมีความสําคัญอยางมาก ตอชีวิต 1.หัวออน สอนงาย 2. ยังไมคอยรูเรื่อง พูดอะไรก็เชื่อฟง 3. เปนวัยแหงการปลูกฝงเรื่องราวตางๆ 4. เปนวัยที่เริ่มตนการเจริญเติบโตทางดานตางๆ 5. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น เชน มีประจําเดือน ฝนเปยก หงุดหงิด มีกลิ่นตัว เปนสิว เปนตน นักเรียนจะปฏิบัติตนอยางไร 1. บอกพอแมใหรับรู 2. ปลอยใหเปนไปตามธรรมชาติ 3. ไมบอกใครเพราะถือเปนเรื่องนาอาย 4. หมั่นรักษาสุขภาพอนามัยและสภาพจิตใจของตนเอง 6. วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุคือระยะใด 1. ระยะซอม 2. ระยะแซม 3. ระยะสราง 4. ระยะเสริม 4. เพราะอะไรการดูแลรักษาความแข็งแรงใหกับสุขภาพ รางกายนับตั้งแตในวัยเด็กB 5. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น เชนC 66. วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุคือระยะใด 1.D 1. พัฒนาการการเคลื่อนไหวในขอใดที่ไมถูกตอง 1. อายุประมาณ 10 เดือน-1 ป เกาะยืน เกาะเดิน ตั้งไข 2. อายุประมาณ 2 ป กระโดด 2 เทา ตักอาหาร รับประทานเอง 3. อายุประมาณ 4-6 ป คืบ พลิกควํ่า-หงาย หันตามเสียงเรียกชื่อ 4. อายุประมาณแรกเกิด-3 เดือน หันตาม เสียงเรียกชื่อ มือควาสิ่งของ 2. ขอใดเปนลักษณะการแสดงออกของวัยรุนที่ชัดเจน มากที่สุด 1. หงุดหงิด อารมณแปรปรวนงาย 2. มีความผูกพันกับเพื่อนตางเพศมาก 3. พยายามเอาชนะความรูสึกแบบเด็กๆ 4. คิดหมกหมุน กังวลถึงการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย 3. ชวงวัยใดที่ถือวาเปนชวงวิกฤตของชีวิต 1. วัยรุน 2. วัยเรียน 3. วัยผูใหญตอนตน 4. วัยผูใหญกลางคน 1. พัฒนาการการเคลื่อนไหวในขอใดที่ 1.A 2. ขอใดเปนลักษณะการแสดงออกของวัยรุนที่ชัดเจน มากที่สุดB 3. ชวงวัยใดที่ถือวาเปนชวงวิกฤตของชีวิต 1.A ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 1 แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน (2)
  • 3.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. จากขอ6.วงจรดังกลาวใหคุณคาตอบุคคลอยางไรเดนชัดที่สุด 1. ชวยปลูกฝงคานิยม 2.ชะลอความเสื่อมของอวัยวะตางๆ 3. ทําใหโครงสรางและรูปรางสมสวน 4. ชวยใหดํารงชีวิตในชวงบั้นปลายชีวิตได 8. “คุณแมมักอารมณเสีย ชอบตําหนิ และตอวาแกว บอยๆ ไมวาแกวจะทําอะไรก็ไมถูกใจทานเลยสักอยาง บางครั้งหงุดหงิดโดยไมมีสาเหตุ มักมีอาการนอยใจ และซึมเศรา” จากบทความดังกลาว ถานักเรียนเปนแกว นักเรียน จะปฏิบัติอยางไร 1. พาทานไปพบจิตแพทย 2. อยูหางๆ ทานใหมากที่สุด 3. พยายามอดทนและเขาใจในตัวทาน 4. อารมณเสียใสทานบาง ทานจะไดเขาใจความรูสึกเรา 9. ขอใดคืออิทธิพลของชุมชนที่มีผลตอพฤติกรรมของวัยรุน 1. แจนชวยแมขายขนมที่ตลาด 2. แพรวเรียนทําขนมจากอินเทอรเน็ต 3. ตนนัดกับเดนเพื่อเลนดนตรีที่หองซอมดนตรี 4. ดาวแยกประเภทขยะกอนทิ้งลงในถังขยะในหมูบาน 10. อินเทอรเน็ตมีอิทธิพลตอวัยรุน เพราะอะไร 1. เปนสื่อที่เขาถึงไดงาย 2. เปนสื่อที่ไดรับการยอมรับ 3. เปนสื่อที่มีขอมูลหลากหลาย 4. เปนสื่อที่เปนประโยชนตอวัยรุน 11. อานบทสนทนาตอไปนี้แลวตอบคําถาม ลูก : แมคะ หนูอยากไดโทรศัพทมือถือเครื่องใหมคะ แม : เครื่องเกาใชไมไดแลวหรือลูก ลูก : ……………………………………….. คําตอบในขอใดแสดงถึงอิทธิพลของกลุมเพื่อนที่มีตอลูก 1. เครื่องนี้ลาสมัยแลวคะแม 2. เครื่องของหนูพังแลวคะ ใชงานไมไดแลว 3. เพื่อนๆ เขามีรุนใหมๆ ที่ถายรูปได ใชงานอินเทอรเน็ต ไดกันหมดแลวคะ 4. โทรศัพทมือถือรุนใหมๆ สมัยนี้ใชงานไดหลากหลาย ดีคะ คงใชประโยชนไดดีกวาเครื่องนี้ 7.7. จากขอ 1.D 88. C 9. D 10. D 11. D 12. จากขอ 11. ถานักเรียนเปนแม นักเรียนจะทําอยางไร 1. ตําหนิที่ลูกใชของฟุมเฟอยตามเพื่อนและตัดเงินคาขนม 2. ซื้อโทรศัพทมือถือใหลูก เพราะกลัววาลูกจะอายเพื่อนๆ 3. อธิบายใหลูกเขาใจวา ควรซื้อ โทรศัพทมือถือ เพราะ มีความจําเปน และใชงานอยางมีประโยชน ไมควรซื้อ โทรศัพทมือถือ เพราะเห็นวาเพื่อนมี 4. บอกลูกวา ลูกควรใชโทรศัพทมือถือที่เหมาะกับการ ใชงานของเราจริงๆ ไมควรซื้อเพราะเห็นวาเพื่อนๆ มี และถาลูกอยากไดรุนใหมๆ ก็ควรเก็บเงินซื้อเอง 13. ขอใดคืออิทธิพลของสื่อตางประเทศที่มีผลตอพฤติกรรม ของวัยรุน 1. ปรีดาชอบรองเพลงสากล 2. สุดาแตงตัวตามนักรองเกาหลี 3. มารตีติดตามขาวราชวงศอังกฤษ 4. บัญชาชอบดูฟุตบอลตางประเทศ 14. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถาม “ครอบครัวหนึ่ง มีลูก 3 คน คนที่ 1 และ 2 เปน ผูหญิง สวนคนสุดทองเปนผูชาย แมเลี้ยงลูกเพียง ลําพังคนเดียว เพราะพอไดเสียชีวิตไปตั้งแตลูกคน สุดทองเพิ่งคลอด ดวยอุบัติเหตุทางรถยนต ลูกสาว ทั้งสองคนจึงชวยแมเลี้ยงนองคนสุดทอง” ครอบครัวนี้ควรเลี้ยงลูกคนสุดทองอยางไรใหถูกเอกลักษณ ทางเพศ 1. พาลูกคนสุดทองไปเขาคายกีฬา 2. พาทุกคนไปเที่ยวรวมกันวันหยุด 3. ใหเลนกับพี่สาวทั้งสองคนอยางใกลชิด 4. พาไปทํากิจกรรมรวมกันกับพี่สาวทั้งสองคน 15. ขอใดมีอิทธิพลตอวัยรุนมากที่สุด 1. กิจกรรมกลุม 2. กฎของโรงเรียน 3. คําชื่นชมของพอแม 4. การรณรงคในชุมชน 12.12. จากขอ 11. ถานักเรียนเปนแม นักเรียนจะทําอยางไร 1. ตําหนิที่ลูกใชของฟุมเฟอยตามเพื่อนและตัดเงินคาขนมD 13.13. ขอใดคืออิทธิพลของสื่อตางประเทศที่มีผลตอพฤติกรรม ของวัยรุนD 14.14. อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถาม D 15.15. ขอใดมีอิทธิพลตอวัยรุนมากที่สุด 1. กิจกรรมกลุมD (3)
  • 4.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 16. การใหคําชื่นชมลูกเมื่อลูกทําความดี มีความสําคัญอยางไร 1.ทําใหลูกรูสึกภูมิใจ 2. ทําใหลูกแสดงพฤติกรรมนั้นอีก 3. สงเสริมใหลูกมีพฤติกรรมทําความดี 4. สงเสริมใหลูกทําความดีแลวจะไดคําชื่นชม 17. “การวางแผนครอบครัว หมายถึง การตั้งเปาหมาย เพื่อใหครอบครัวมีความพรอมในดานตางๆ ตั้งแตการ เลือกคูครอง ความพรอมดานที่อยูอาศัยและอาชีพ การ แตงงาน การวางแผนที่จะมีบุตร การเวนชวงระยะหาง การมีบุตร การมีจํานวนบุตรที่เหมาะสม การเปน พอแมที่ดีเพื่อเลี้ยงดูบุตรใหเปนคนดีมีคุณภาพและ มีความสุข” ขอใดไมใชการวางแผนครอบครัวที่ดี 1. วันชัยตอเติมบาน 2. วิชัยไมตองการมีบุตรแลว จึงทําหมัน 3. ปราณีใหบุตรเรียนพิเศษเฉพาะสถานที่เรียนพิเศษชื่อดัง 4. วิยะดาหยุดกินยาคุมกําเนิด เพราะตองการมีบุตร คนที่ 2 18. การใชยาในขอใดเปนอันตรายตอทารกในครรภ 1. แตวกินยาคลอเฟนิรามีนเมื่อมีนํ้ามูกไหลมาก 2. เดือนกินยาพาราเซตามอลเมื่อมีอาการปวดศีรษะ 3. ดาวกินยาคลายกลามเนื้อเมื่อมีอาการอักเสบของ กลามเนื้อ 4. ตายเหน็บยาตานเชื้อราในชองคลอดเมื่อมีอาการคัน ในชองคลอด 19. การมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ มีผลดีอยางไร 1. มีเวลาใชชีวิตคู 2. กําหนดขนาดของครอบครัวได 3. ไมตองรับภาระในการเลี้ยงดูมาก 4. บุตรไดรับการเลี้ยงดูอยางมีคุณภาพ 20. การตรวจสุขภาพกอนการแตงงานมีประโยชนอยางไร 1. หาความผิดปกติของรางกาย 2. ตรวจความพรอมในการมีบุตร 3. ตรวจความสมบูรณของรางกาย 4. ตรวจหาโรคที่ถายทอดทางพันธุกรรม 16.16. การใหคําชื่นชมลูกเมื่อลูกทําความดี มีความสําคัญอยางไร 1. ทําใหลูกรูสึกภูมิใจF 17.17. D 18.18. การใชยาในขอใดเปนอันตรายตอทารกในครรภ 1. แตวกินยาคลอเฟนิรามีนเมื่อมีนํ้ามูกไหลมากC 19.19. การมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ มีผลดีอยางไร 1. มีเวลาใชชีวิตคูF 20.20. การตรวจสุขภาพกอนการแตงงานมีประโยชนอยางไร 1. หาความผิดปกติของรางกายF 21. ครอบครัวของหยงและกวง เปนครอบครัวคนจีน มีฐานะดี หยงและกวงตองการมีลูก 3 คน ไวสืบตระกูล ขณะนี้หยง และกวงมีลูก 2 คน คือ หมวยและหมิว ขอใดควรเปนการ วางแผนของครอบครัวของหยงและกวง 1. กวงทําหมันถาวร 2. หยงกินยาเม็ดคุมกําเนิด 3. หยงและกวงปรึกษาหมอเพื่อเลือกเพศบุตร 4. หยงและกวงปรึกษาหมอเพื่อทําเด็กหลอดแกว 22. บุหรี่มีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของทารกในครรภ เพราะอะไร 1. เกิดการหดตัวของหลอดเลือด ทําใหสารอาหารและ แกสออกซิเจนไปเลี้ยงทารกไดไมเพียงพอ 2. เกิดการขยายตัวของหลอดเลือด ทําใหสารอาหารและ แกสออกซิเจนไปเลี้ยงทารกไดไมเพียงพอ 3. ทารกเปนโรคหลอดเลือดอุดตัน เกิดลิ่มเลือดในสมอง ทําใหสารอาหารและแกสออกซิเจนไปเลี้ยงรางกาย ไมเพียงพอ 4. ทําใหเซลลในสมองตาย รางกายไมเกิดการพัฒนาการ 23. “การสงเสริมสุขภาพจิต เปนการปองกันไมใหเกิด ปญหาสุขภาพจิต ตองเริ่มตั้งแตทารกอยูในครรภ มารดา หรือเริ่มตั้งแตสถาบันครอบครัว ซึ่งเปนสถาบัน แหงแรกที่มีอิทธิพลสําคัญตอพฤติกรรมของบุคคล บุคลิกภาพและการปรับตัว ถาสภาวะภายในครอบครัว และสัมพันธภาพระหวางสมาชิกในครอบครัวเปนไป ดวยดี พอแมใหความรักความเขาใจ และเอาใจใส ดูแลลูก มีความรูความเขาใจในการอบรมเลี้ยงดูลูก อยางเหมาะสม ครอบครัวนั้นยอมจะสรางเด็กที่มี ชีวิตปกติสุข” จากขอความที่ขีดเสนใตขางตน ขอใดสรุปไดถูกตอง 1. ถาแมกินอาหารดีๆ ลูกก็จะมีสุขภาพจิตดี 2. ถาแมดูแลสุขภาพดี ลูกก็จะมีชีวิตปกติสุข 3. ถาแมดูแลสุขภาพจิตดี ลูกก็จะมีชีวิตปกติสุข 4. ถาแมดูแลสุขภาพจิตดี ลูกก็จะมีสุขภาพจิตดี 21.21. ครอบครัวของหยงและกวง เปนครอบครัวคนจีน มีฐานะดี หยงและกวงตองการมีลูก 3 คน ไวสืบตระกูล ขณะนี้หยงD 22.22. บุหรี่มีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของทารกในครรภ เพราะอะไรD 23.23. F (4)
  • 5.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 24. “ภาวะครรภเสี่ยง หมายถึงการตั้งครรภที่มีภาวะ เสี่ยงซึ่งสงผลกระทบตอแมและทารกในครรภ โดยอาจ ทําใหเกิดอันตรายหรือเสียชีวิตไดทั้งในขณะตั้งครรภ ขณะคลอด หรือหลังคลอด” ขอใดไมใชภาวะครรภเสี่ยง 1. แมเปนโรคไต 2. บุตรคลอดสัปดาหที่ 39 3. บุตรมีนํ้าหนัก 2,100 กรัม 4. ทารกหยุดการเจริญเติบโต 25. ขอใดไมใชความขัดแยงที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว 1. สามีภรรยาทะเลาะกัน 2. พอตอวาเพื่อนที่ผิดเวลานัด 3. แมโกรธลูกที่ไมยอมเชื่อฟง 4. แมไมพอใจนองชายที่กลับบานดึก 26. ปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใดเปนปญหามากที่สุด 1. ปญหาบานแตก 2. ปญหาการถูกตําหนิ 3. ปญหาเขาใจผิดกัน 4. ปญหาทะเลาะวิวาท 27. ขอใดคือความขัดแยงในครอบครัวที่มีความรุนแรง มากที่สุด 1. การทํารายทางเพศ 2. การดาทอ การกักขัง 3. การทะเลาะโตเถียงกัน 4. การทํารายรางกายจนเสียชีวิต 28. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักจะเกิดมาจาก สาเหตุใด 1. ไมมีเวลาใหกันและกัน 2. ความไมซื่อสัตยตอคูครอง 3. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน 4. ขาดความตระหนักในบทบาทหนาที่ของตน 29. สาเหตุความขัดแยงระหวางพอแมกับลูกสวนใหญ เกิดมาจากสาเหตุใด 1. พอแมจูจี้ขี้บน 2. การเขากันไมได 3. การเรียนของลูก 4. การคบเพื่อนของลูก 30. ปญหาความขัดแยงที่เกิดขึ้นระหวางพอแมกับลูก สวนใหญ จะเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีลูกในชวงวัยใด 1. วัยรุน 2. วัยเด็ก 3. วัยเรียน 4. วัยทํางาน 24.24. D 25.25. ขอใด 1. สามีภรรยาทะเลาะกันB 26.26. ปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใดเปนปญหามากที่สุด 1. ปญหาบานแตก 2. ปญหาการถูกตําหนิD 27.27. ขอใดคือความขัดแยงในครอบครัวที่มีความรุนแรง มากที่สุดD 28.28. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักจะเกิดมาจาก สาเหตุใดD 29.29. สาเหตุความขัดแยงระหวางพอแมกับลูกสวนใหญ เกิดมาจากสาเหตุใดD 30. D 31. ขอใดไมใชสาเหตุของความขัดแยงในครอบครัว 1. ชองวางระหวางวัย 2. ความชอบที่เหมือนๆ กัน 3. การใชความรุนแรงตัดสินปญหา 4. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน 32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด ความขัดแยงในครอบครัวไดหรือไม อยางไร 1. ไมได เพราะแตละคนจะมีพฤติกรรมบางอยางที่ แตกตางกัน จึงยากตอการปรับตัวเขาหากัน 2. ได เพราะเปนการสรางความไววางใจซึ่งกันและกัน มีความจริงใจและความเอื้ออาทรตอกัน 3. ได เพราะเปนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อใหสามารถอยูดวยกันไดอยางมีความสุข 4. ไมได เพราะแตละคนจะไมยอมรับและไมพรอมที่จะ ปรับปรุงแกไขพฤติกรรมบางอยางเพื่อปรับตัวเขาหากัน 33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน ลําดับแรกที่จะสงผลใหรางกายไดนําพลังงานไปใชได อยางเต็มที่ 1. นม 2. แปง 3. ไขมัน 4. เนื้อสัตว 34. การเลือกบริโภคอาหารตามธรรมชาติมีขอดีอยางไร 1. มีใหบริโภคตลอดทั้งป 2. ราคาถูกและหาซื้อไดงาย 3. สะดวกตอการนํามารับประทาน 4. รางกายสามารถยอยและดูดซึมไดงาย 35. วัยกอนเรียนควรไดรับอาหารประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. โจก 2. นมสด 3. นมแม 4. กลวยบด 36. เพราะเหตุใดทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน จึงควรรับประทาน นมแมแตเพียงอยางเดียว 1. เพราะทารกยังไมมีฟนบดเคี้ยวอาหาร 2. เพราะทารกยังเล็ก ไมสามารถรับประทานอาหาร อื่นได 3. เพราะทารกยังไมมีระบบการยอยอาหารที่มี ประสิทธิภาพเทาที่ควร 4. เพราะนมแมมีสารอาหารครบถวนเพียงพอตอความ ตองการของทารก 31.31. ขอใด 1. ชองวางระหวางวัยB 32.32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด32. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากัน สามารถปองกันการเกิด32. ความขัดแยงในครอบครัวไดหรือไม อยางไรF 33.33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน33. วัยของนักเรียน ควรเลือกรับประทานอาหารชนิดใดเปน33. ลําดับแรกที่จะสงผลใหรางกายไดนําพลังงานไปใชไดD 34.34. การเลือกบริโภคอาหารตามธรรมชาติมีขอดีอยางไร 1. มีใหบริโภคตลอดทั้งปD 35.35. วัยกอนเรียนควรไดรับอาหารประเภทใดจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. โจก 2. นมสดA 36.36. เพราะเหตุใดทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน จึงควรรับประทาน นมแมแตเพียงอยางเดียวD (5)
  • 6.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 37. การกําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมควรคํานึงถึงสิ่งใด เปนหลัก 1. รสชาติของอาหาร 2.เวลาในการประกอบอาหาร 3. ความตองการอาหารของแตละวัย 4. งบประมาณในการกําหนดรายการอาหาร 38. อาหารประเภทใดที่เด็กวัยเรียนควรหลีกเลี่ยง 1. นมจืด 2. แกงจืด 3. ผลไมอบแหง 4. ขนมขบเคี้ยว 37.37. การกําหนดรายการอาหารที่เหมาะสมควรคํานึงถึงสิ่งใด เปนหลักB 38.38. อาหารประเภทใดที่เด็กวัยเรียนควรหลีกเลี่ยง 1. นมจืดD 39. ในแตละวันวัยรุนควรไดรับพลังงานประมาณกี่กิโลแคลอรี 1. 1,000 กิโลแคลอรี 2. 2,000 กิโลแคลอรี 3. 3,000 กิโลแคลอรี 4. 4,000 กิโลแคลอรี 40. ถานักเรียนตองทําอาหารมื้อเชาใหแมรับประทาน นักเรียน ควรกําหนดรายการอาหารอยางไรเพื่อใหเหมาะสมกับวัย ของทาน 1. ขนมปง 2 แผน กาแฟ 1 แกว 2. ขนมจีนแกงเขียวหวานไก 1 จาน 3. ขาวตมหมูสับ 1 ถวย นมสด 1 แกว 4. ผัดซีอิ๊ว 1 จาน สมเขียวหวาน 1 ผล 39.39. ในแตละวันวัยรุนควรไดรับพลังงานประมาณกี่กิโลแคลอรี 1. 1,000 กิโลแคลอรีA 40.40. ถานักเรียนตองทําอาหารมื้อเชาใหแมรับประทาน นักเรียน ควรกําหนดรายการอาหารอยางไรเพื่อใหเหมาะสมกับวัยE (6)
  • 7.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ถาในครอบครัวนักเรียนมีผูสูงอายุจะมีแนวทางในการปฏิบัติตอทานอยางไรบางจึงจะเปนแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกตองเหมาะสม .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. เปรียบเทียบครอบครัว2 ครอบครัว แลวบอกวาอิทธิพลของครอบครัวจะทําใหลูกทั้งสองครอบครัวเปนอยางไร ครอบครัวที่ 1 มีพอ แม ลูกสาว ครอบครัวมีฐานะดี พอแมมีหนาที่การงานที่ดี ลูกสาวเรียนเกง เพราะพอแมสงให เรียนพิเศษทุกวัน ลูกสาวก็เรียนตามที่พอแมตองการ และแมก็คอยไปรับไปสงลูกตามที่ตางๆ โดยไมปลอยใหลูกไปไหน มาไหนเพียงลําพัง และอบรมสั่งสอนใหลูกทําในสิ่งที่ถูกตอง และอยูในกฎระเบียบที่ครอบครัววางไว และจะลงโทษเมื่อ ลูกทําผิด ครอบครัวที่ 2 มีแม และลูกสาว แมเปนคนทํางานเกง หาเงินเลี้ยงลูกดวยตัวเอง จึงไมคอยมีเวลาใหลูก ลูกจึงตอง ชวยเหลือตัวเอง และทํางานบานใหแม แมไมเคยบังคับใหเรียนพิเศษ ไมมีกฎระเบียบใหลูกปฏิบัติตาม ใหลูกทําในสิ่งที่ ตนเองตองการ และคอยใหคําปรึกษาเมื่อลูกทําผิด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. นักเรียนคิดวา ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว มีประโยชนอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. ใหนักเรียนอานบทความแลวตอบคําถาม เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา แตเก็บตัวอยูในหองมาเปนเวลา3 วัน จนกระทั่งเปนเหตุใหปวดทองอยางรุนแรงตองเขารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยดวน จากเหตุการณดังกลาวนักเรียนมีแนวทางในการปองกันและแกไขความขัดแยงที่เกิดขึ้นอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. หากนักเรียนตองกําหนดรายการอาหารใน 1 วัน ใหกับคุณตาของนักเรียน นักเรียนจะมีหลักในการกําหนดรายการอาหาร อยางไรใหเหมาะสมกับทาน เพื่อใหทานไดรับสารอาหารอยางครบถวนและเพียงพอตอความตองการของรางกาย .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 1.1. ถาในครอบครัวนักเรียนมีผูสูงอายุจะมีแนวทางในการปฏิบัติตอทานอยางไรบางจึงจะเปน ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................CC 2.2. เปรียบเทียบครอบครัว 2 ครอบครัว แลวบอกวาอิทธิพลของครอบครัวจะทําใหลูกทั้งสองครอบครัวเปนอยางไร D 3. นักเรียนคิดวา ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว มีประโยชนอยางไร ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................DD เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา 4. ใหนักเรียนอานบทความแลวตอบคําถาม เด็กอายุ15 ป ประทวงไมรับประทานขาว จนตองเขาโรงพยาบาล เหตุเพราะนอยใจแมไมใหเงินไปเลนเกม โดยเอา D 5.5. หากนักเรียนตองกําหนดรายการอาหารใน 1 วัน ใหกับคุณตาของนักเรียน นักเรียนจะมีหลักในการกําหนดรายการอาหาร อยางไรใหเหมาะสมกับทาน เพื่อใหทานไดรับสารอาหารอยางครบถวนและเพียงพอตอความตองการของรางกายC ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (7)
  • 8.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 5. ผูสูงอายุคนใดมีการรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี 1. ยายแมวปวยเปนอัลไซเมอรไมสามารถจําใครได 2.ตาพราวมักหลงทางบอยๆ เพราะจําทางกลับบานไมได 3. ยายชาชอบหลงลืม และเกิดความทอแทในชีวิตบอยๆ 4. ตาทิมชอมอานหนังสือและไปเขารวมกิจกรรมทาง สังคมเปนจํา 6. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมตรงตามชวงอายุ เชน อายุ 3 เดือน วัดรอบศีรษะไดประมาณ 40 เซนติเมตร นั่งทรงตัวไดเมื่ออายุ 10 เดือน เปนตน นักเรียนคิดวา ทารกนั้นผิดปกติหรือไม 1. ไมผิดปกติ เนื่องจากขึ้นอยูกับพันธุกรรมของแตละคน 2. ผิดปกติ เนื่องจากมีพัฒนาการที่ไมเปนไปตามเกณฑที่ กําหนด 3. ไมผิดปกติ เนื่องจากเกณฑที่กําหนดนั้นไมไดระบุเปน กฎเกณฑตายตัว 4. ผิดปกติ เนื่องจากมีพัฒนาการที่เร็วกวากําหนดและ ผิดปกติไปจากทารกทั่วไป 7. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกในลักษณะใด ที่ไมเปนไปตามวัยและตองพาไปพบแพทย 1. ศีรษะเล็กหรือใหญเกินไป 2. สูงกวาเกณฑ 2 เซนติเมตร 3. มีฟนซี่แรกขึ้นเมื่ออายุ 6-8 เดือน 4. นํ้าหนักมากกวาเกณฑ 1 กิโลกรัม 5.5. ผูสูงอายุคนใดมีการรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี 1. ยายแมวปวยเปนอัลไซเมอรไมสามารถจําใครไดD 6.6. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมตรงตามชวงอายุ เชน อายุ 3 เดือน วัดรอบศีรษะไดประมาณ 40 เซนติเมตรD 7.7. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกในลักษณะใด ที่ไมเปนไปตามวัยและตองพาไปพบแพทยD 1. ชวงวัยใดเปนชวงที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหม มากที่สุด 1. วัยรุน 2. วัยเรียน 3. วัยผูใหญ 4. วัยสูงอายุ 2. เมื่อเด็กอายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทางสติปญญา ขอใดที่แสดงออกไดอยางชัดเจน 1. อานหนังสือ 2. นับเลข 1 2 3 3. ชอบพูดชอบซักถาม 4. บอกชื่อเพศและวาดรูป 3. ขอใดเปนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของวัยรุน 1. เวฟเริ่มคบเพื่อนตางเพศ 2. กอยรักสวยรักงามมากขึ้น 3. จิ๊บใจรอนมักเอาแตใจตนเอง 4. แอมมีรูปรางสรีระที่เปนสัดสวนมากขึ้น 4. เพราะเหตุใดจึงกลาววา “ผูใหญเปนชวงวัยที่ดีที่สุด เพราะรางกายสมบูรณเต็มที่” 1. เปนชวงโตเต็มวัย 2. เปนวัยที่สามารถดูแลตนเองได 3. เปนชวงที่มีการดูแลตนเองมากที่สุด 4. เปนชวงที่อวัยวะตางๆ ทํางานไดดีเกือบทุกดาน 1.1. ชวงวัยใดเปนชวงที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหม มากที่สุดA 2.2. เมื่อเด็กอายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทางสติปญญา ขอใดที่แสดงออกไดอยางชัดเจนA 3.3. ขอใดเปนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของวัยรุน 1. เวฟเริ่มคบเพื่อนตางเพศB 4.4. เพราะเหตุใดจึงกลาววา “ผูใหญเปนชวงวัยที่ดีที่สุด เพราะรางกายสมบูรณเต็มที่”B ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 2 แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน (8)
  • 9.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 8. ขอใดกลาวถึงปจจัยภายในที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กวัยเรียนไดถูกตองที่สุด 1. เปนผลกระทบที่เกิดจากการอบรมเลี้ยงดู 2.เปนผลกระทบที่เกิดมาจากภาวะดานสุขภาพ 3. เปนปจจัยที่เกิดจากสภาพทางธรรมชาติของคนเรา 4. เปนปจจัยที่สงผลกระทบมาจากอิทธิพลของ สิ่งแวดลอม อานบทความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอ 9 จากผลโครงการวิจัยเรื่อง“เด็กไทยในมิติวัฒนธรรม” ของ ดร.อมรวิชช นาครทรรพ ไดสรุปถึงเด็กไทยใน มิติตางๆ 5 เรื่องที่นาเปนหวงอยางยิ่ง คือ ในมิติ ศาสนาและครอบครัว พบวาสถานการณครอบครัว ไทยในปจจุบันออนแอจนนาวิตก ในขณะที่การจด ทะเบียนสมรสมีนอยลง แตอัตราการหยารางกลับ สูงขึ้น ยิ่งกวานั้นการที่ครอบครัวตองดิ้นรนตอสูกับ ปญหาคุณภาพชีวิต ทําใหพอแมหางเหินกับลูกและ วัยรุนโดยเฉลี่ยใชเวลากับครอบครัวนอยลง และยัง หางเหินจากสถาบันศาสนามากขึ้นดวย จากการสํารวจ พบวาวัยรุนจํานวนไมนอยไมเคยไปวัดฟงเทศนเลย ในรอบ 1 เดือน และยังไมคอยไดทําบุญตักบาตร แต กลับเลือกที่จะไปใชชีวิตตามหางสรรพสินคา ดูหนัง คุยโทรศัพท หรือเลนอินเทอรเน็ตเพื่อพูดคุยหรือเพื่อ ความบันเทิงมากกวา สวนมิติของการบริโภค พบวา ปจจุบันเด็กและเยาวชนไทยกําลังเผชิญกับกระแส “วัฒนธรรมกิน ดื่ม ชอปฯ” อันเปนตัวเรงใหเกิดคานิยม บริโภคอยางมหาศาล เด็กวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณา ใหใชจายอยางฟุมเฟอย นิยมแฟชั่นราคาแพง หรือของมียี่หอ รวมถึงการนิยมบริโภคของมึนเมา ตางๆ ก็มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ทําใหเกิดปญหาอุบัติเหตุ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธโดยไมตั้งใจ ที่มา : คัดลอกบางสวนมาจากบทความของอมรรัตน เทพกําปนาทกลุมประชาสัมพันธ สํานักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแหงชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 9. จากบทความขางตน สื่อโฆษณามีอิทธิพลตอวัยรุนอยางไร 1. วัยรุนนิยมบริโภคมากขึ้น 2. วัยรุนมีเพศสัมพันธมากขึ้น 3. วัยรุนเลนอินเทอรเน็ตมากขึ้น 4. วัยรุนหางเหินจากศาสนามากขึ้น 8.8. ขอใดกลาวถึงปจจัยภายในที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กวัยเรียนไดถูกตองที่สุดB 9.9. จากบทความขางตน สื่อโฆษณามีอิทธิพลตอวัยรุนอยางไร 1. วัยรุนนิยมบริโภคมากขึ้นD 10. “เด็กในวันนี้ คือผูใหญในวันหนา” จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก 1. สุขภาพของเด็กในวันหนา 2. คุณภาพของเด็กในวันหนา 3. ความฉลาดของเด็กในวันหนา 4. การเจริญเติบโตของเด็กในวันหนา 11. สิ่งที่ควรระวังในการใชอินเทอรเน็ตคือขอใด 1. ประวิทยใชอินเทอรเน็ตดูภาพยนตร 2. วิไลใชอินเทอรเน็ตในการคนควาขอมูล 3. วีณาใชอินเทอรเน็ตในการแชตกับเพื่อน 4. ปราโมทยใชอินเทอรเน็ตในการเลนเกมออนไลน 12. สิ่งใดตอไปนี้ชวยสงเสริมใหวัยรุนมีความกลาแสดงออก มากขึ้น 1. กฎ ระเบียบ ของโรงเรียน 2. กิจกรรมการประกวดดนตรี 3. อุปกรณเทคโนโลยีที่ทันสมัย 4. การเลือกเรียนวิชาที่ตนเองชอบ 13. การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน มีความ สําคัญอยางไร 1. วัยรุนดูรายการโทรทัศนที่เหมาะสมกับวัยของตนเองได 2. วัยรุนสามารถเลือกดูรายการโทรทัศนไดตามตองการ 3. วัยรุนเลือกดูรายการโทรทัศนโดยใชวิจารณญาณในการ รับชมได 4. วัยรุนขอคําแนะนําจากผูปกครองเมื่อดูรายการ โทรทัศนที่ไมเหมาะสมกับตนเองได 14. วัยรุนที่ติดอินเทอรเน็ตมาก จะสงผลอยางไรตอพัฒนาการ ดานสังคม 1. เกิดพฤติกรรมรุนแรง 2. มีความอดทนนอยลง 3. แตงกายตามกระแสนิยม 4. ขาดทักษะการเขารวมกลุม 15. เพราะเหตุใดวัยรุนจึงมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น” 1. กลัวแมไมเชื่อ 2. ตัดปญหาเพื่อไมใหถูกแมบน 3. ตองการเปนที่ยอมรับของเพื่อน 4. เพื่อตองการความกลมกลืนกับเพื่อน 10. จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก 10. จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก D จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก D จากประโยคนี้ สังคมคาดหวังอะไรกับเด็ก 11.11. สิ่งที่ควรระวังในการใชอินเทอรเน็ตคือขอใด 1. ประวิทยใชอินเทอรเน็ตดูภาพยนตรD 12.12. สิ่งใดตอไปนี้ชวยสงเสริมใหวัยรุนมีความกลาแสดงออก มากขึ้นD 13.13. การจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน มีความ สําคัญอยางไรF 14.14. วัยรุนที่ติดอินเทอรเน็ตมาก จะสงผลอยางไรตอพัฒนาการ ดานสังคมD 15.15. เพราะเหตุใดวัยรุนจึงมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น” 1. กลัวแมไมเชื่อB (9)
  • 10.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 16. อิทธิพลทางสังคมในขอใดสามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรม ตางๆ ทั้งที่เหมาะสมและไมเหมาะสมของวัยรุนได 1.อิทธิพลของชุมชน 2. อิทธิพลของครอบครัว 3. อิทธิพลของกลุมเพื่อน 4. อิทธิพลของสังคมเสมือนจริง 17. ปานวาดและสมชายแตงงานกัน และวางแผนจะมีบุตร ในอีก 2 ปขางหนา ขอใดเปนการวางแผนครอบครัวที่ดี 1. สมชายทําหมัน 2. ปานวาดฝงยาคุมกําเนิด 3. ปานวาดนับระยะปลอดภัย 4. ปานวาดกินยาเม็ดคุมกําเนิดแบบ 21 เม็ด 18. ถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ขอใด มีผลกระทบตอการตั้งครรภ 1. ลูกคนแรกมีหมูเลือด Rh- 2. ลูกคนแรกมีหมูเลือด Rh+ 3. ลูกคนที่สองมีหมูเลือด Rh- 4. ลูกคนที่สองมีหมูเลือด Rh+ 19. การที่มารดาไปฝากครรภที่สถานพยาบาลเพื่อใหแพทย นัดตรวจเปนระยะๆ จัดวาเปนการอนามัยเจริญพันธุขอใด 1. ภาวะการมีบุตรยาก 2. การอนามัยแมและเด็ก 3. การวางแผนครอบครัว 4. การแทงและภาวะแทรกซอน 20. การทําแทงเปนบาปหรือไม เพราะเหตุใด 1. บาป เพราะถือเปนการฆาคน 2. บาป เพราะไมมีความรักลูกของตน 3. ไมบาป เพราะเด็กยังไมคลอดออกมา 4. ไมบาป เพราะถาเด็กเกิดมาจะตองไดรับความลําบาก 21. การปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัว สามารถทําไดอยางไร 1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี 2. ทํากิจกรรมดวยกันทุกวัน 3. รับประทานขาวมื้อเย็นรวมกันทุกวัน 4. หาเวลาวางพูดคุยปรึกษาหารือกัน 16.16. อิทธิพลทางสังคมในขอใดสามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรม ตางๆ ทั้งที่เหมาะสมและไมเหมาะสมของวัยรุนไดD 17.17. ปานวาดและสมชายแตงงานกัน และวางแผนจะมีบุตร ในอีก 2 ปขางหนา ขอใดเปนการวางแผนครอบครัวที่ดีD 18.18. ถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ขอใด มีผลกระทบตอการตั้งครรภD 19.19. การที่มารดาไปฝากครรภที่สถานพยาบาลเพื่อใหแพทย นัดตรวจเปนระยะๆ จัดวาเปนการอนามัยเจริญพันธุขอใดB 20.20. การทําแทงเปนบาปหรือไม เพราะเหตุใด 1. บาป เพราะถือเปนการฆาคนD 21.21. การปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัว สามารถทําไดอยางไรC 22. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด นาจะไดผลดีที่สุด 1. ใหความรักตอทุกคนในครอบครัว 2. เรียนรูวิธีการควบคุมอารมณของตนเอง 3. ลดความเครียดในครอบครัวดวยกิจกรรมตางๆ 4. สรางความมั่นคงในอารมณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง 23. เพราะเหตุใด จึงไมควรใชความรุนแรงในการแกปญหา 1. เพราะจะทําใหตางฝายตางผิดใจกัน 2. เพราะจะทําใหปญหาที่เกิดขึ้นจบลงไดยาก 3. เพราะจะทําใหปญหายิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น 4. เพราะจะทําใหตางฝายตางไมยอมซึ่งกันและกัน 24. บุคคลใดสามารถสรางสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลใน ครอบครัวไดอยางเหมาะสม 1. บุคคลที่พูดจาสุภาพ 2. บุคคลที่มีภาวะซึมเศรา 3. บุคคลที่ไมรับฟงเหตุผล 4. บุคคลที่ไมเคารพกฎกติกาในครอบครัว 25. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญอยางไรตอการ ปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัว 1. เพื่อหาขอยุติอยางสันติวิธี 2. เพื่อชวยปรับพฤติกรรมใหเหมาะสม 3. เพื่อใหสมาชิกในครอบครัวยึดถือปฏิบัติ 4. เพื่อใหสมาชิกในครอบครัวเกิดความไววางใจกัน 26. เมื่อนักเรียนเห็นวานองสาวกําลังนั่งรองไหอยู นักเรียนจะ มีวิธีในการสรางสัมพันธภาพอยางไรใหนองสาวรูสึกดี 1. ยิ้มให 2. ใหกําลังใจ 3. ปลอยใหรองไหไปเรื่อยๆ 4. ถามคาดคั้นวาเกิดอะไรขึ้น 27. นักเรียนควรปฏิบัติตนอยางไรเพื่อปองกันการเกิดความ ขัดแยงในครอบครัว 1. พูดจากันบางครั้ง 2. ไมคอยมีเวลาใหกัน 3. ปรับตัวเขาหากัน 4. สรางความกลัวเกรง 28. นักเรียนจะมีเทคนิคการพูดอยางไรที่สามารถปองกัน การเกิดความขัดแยงในครอบครัวได 1. พูดอยางจริงใจ 2. พูดประชดประชัน 3. พูดดวยอารมณโกรธ 4. พูดดวยนํ้าเสียงรุนแรง 22.22. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด นาจะไดผลดีที่สุดD 23.23. เพราะเหตุใด จึงไมควรใชความรุนแรงในการแกปญหา 1. เพราะจะทําใหตางฝายตางผิดใจกันD 24.24. บุคคลใดสามารถสรางสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลใน ครอบครัวไดอยางเหมาะสมD 25.25. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญอยางไรตอการ ปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัวB 26.26. เมื่อนักเรียนเห็นวานองสาวกําลังนั่งรองไหอยู นักเรียนจะ มีวิธีในการสรางสัมพันธภาพอยางไรใหนองสาวรูสึกดีE 27.27. นักเรียนควรปฏิบัติตนอยางไรเพื่อปองกันการเกิดความ ขัดแยงในครอบครัวC 28.28. นักเรียนจะมีเทคนิคการพูดอยางไรที่สามารถปองกัน การเกิดความขัดแยงในครอบครัวไดC (10)
  • 11.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 29. เมื่อวัยรุนมีปญหาควรเลือกปฏิบัติตามขอใด 1. ทําตัวใหสนุกสนาน 2.ปรึกษาคนที่ไวใจได 3. หาทางแกปญหาดวยตนเอง 4. พยายามไมแสดงความรูสึกใหใครรู 30. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด นาจะไดผลดีที่สุด 1. ใหความรักตอทุกคนในครอบครัว 2. เรียนรูวิธีการควบคุมอารมณของตนเอง 3. ลดความเครียดในครอบครัวดวยกิจกรรมตางๆ 4. สรางความมั่นคงในอารมณมีความเชื่อมั่นในตนเอง 31. ขอใดคือสัมพันธภาพในครอบครัว 1. ปลิวลมชวยแมทิ้งขยะทุกวัน 2. นํ้าหอมติดการพนันฟุตบอล 3. ลูกไมพูดจาไพเราะและมีกิริยามารยาทเรียบรอย 4. พลอยเปนคนมีความรับผิดชอบในงานที่ไดรับ มอบหมาย 32. “สามีของสุดาเปนคนเจาชูมากและชอบออกเที่ยว กลางคืน ทําใหสุดากับสามีทะเลาะกันเปนประจํา” จากขอความนี้ทําใหเกิดปญหาอันเนื่องมาจากสาเหตุใด 1. ไมมีเวลาใหกันและกัน 2. ไมซื่อสัตยตอคูครองของตน 3. นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน 4. ขาดความตระหนักในบทบาทหนาที่ของตน 33. อาหารประเภทใดที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด 1. ขาวตมปลา 2. สลัดผักไขตม 3. แกงมัสมั่นไก 4. ผัดเปรี้ยวหวานไก 34. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน จะสงผลตอสุขภาพในวัยผูใหญไดหรือไม เพราะเหตุใด 1. สงผล เพราะสุขภาพจะไมดีตั้งแตวัยรุน 2. สงผล เพราะเปนการสะสมความเสี่ยงตอการเกิดโรค 3. ไมสงผล เพราะรางกายของวัยรุนจะขับไขมันและ นํ้าตาลไดดี 4. ไมสงผล เพราะเมื่อเปนผูใหญไขมันและนํ้าตาลจะสลาย ตัวหมด 29.29. เมื่อวัยรุนมีปญหาควรเลือกปฏิบัติตามขอใด 1. ทําตัวใหสนุกสนานC 30.30. แนวทางการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครัวขอใด นาจะไดผลดีที่สุดD 31.31. ขอใดคือสัมพันธภาพในครอบครัว 1. ปลิวลมชวยแมทิ้งขยะทุกวันD 32.32. D 33.33. อาหารประเภทใดที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด 1. ขาวตมปลา 2. สลัดผักไขตมD 34.34. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน จะสงผลตอสุขภาพในวัยผูใหญไดหรือไม เพราะเหตุใดD 35. อาหารสําหรับบุคคลในวัยใดที่แตกตางจากวัยอื่นๆ 1. วัยรุน 2. วัยทารก 3. วัยเรียน 4. วัยผูใหญ 36. ถานักเรียนมีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน อาหารชนิดใด ที่นักเรียนควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด 1. สลัดผัก 2. ขาวมันไก 3. ตมเลือดหมู 4. เกาเหลาลูกชิ้น 37. วัยรุนหญิงตองการสารอาหารชนิดใดมากกวาวัยรุนชาย 1. โปรตีน 2. เกลือแร 3. วิตามิน 4. ธาตุเหล็ก อานตารางตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 38. รายการอาหารใน 1 วัน มื้อเชา ขาวสวย2 ทัพพี ไขเจียว1 ฟอง ผัดพริกถั่วฝกยาว หมูสับ 1 ถวย นํ้าสมคั้น 1 แกว อาหารวาง ขนมปงทาเนย 2 แผน นมสด 1 แกว มื้อกลางวัน กวยเตี๋ยวไก 1 ถวย กลวยบวชชี 1 ถวย มื้อเย็น ขาวสวย 3 ทัพพี ยําวุนเสน 1 ถวย แกงจืด ผักกาดขาว1 ถวย ผัดผักรวม1 ถวย สมเขียวหวาน 1 ผล มะละกอ 6-8 ชิ้นคํา กอนนอน นมสด 1 แกว 38. จากตารางดังกลาว เปนการกําหนดรายการอาหาร ที่เหมาะสมของวัยใด 1. วัยรุน 2. วัยผูใหญ 3. วัยเรียน 4. วัยสูงอายุ 39. ขอใดคือปญหาที่สําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทาน- อาหารไมถูกตอง 1. รับประทานจุ 2. ชอบดื่มนํ้าอัดลม 3. รับประทานจุบจิบ 4. รับประทานอาหารจานดวน 40. นักเรียนควรกําหนดอาหารประเภทใดใหกับผูสูงอายุจึงจะ เหมาะสมที่สุด 1. อาหารพวกไขมัน 2. อาหารพวกผักและผลไม 3. อาหารพวกเนื้อสัตวตางๆ 4. อาหารพวกขาว แปง นํ้าตาล 35.35. อาหารสําหรับบุคคลในวัยใดที่แตกตางจากวัยอื่นๆ 1. วัยรุน 2. วัยทารกB 36.36. ถานักเรียนมีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน อาหารชนิดใด ที่นักเรียนควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดC 37.37. วัยรุนหญิงตองการสารอาหารชนิดใดมากกวาวัยรุนชาย 1. โปรตีน 2. เกลือแรD 38.38. จากตารางดังกลาว เปนการกําหนดรายการอาหาร ที่เหมาะสมของวัยใดD 39.39. ขอใดคือปญหาที่สําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทาน- อาหารD 40.40. นักเรียนควรกําหนดอาหารประเภทใดใหกับผูสูงอายุจึงจะ เหมาะสมที่สุดC (11)
  • 12.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. นักเรียนคิดวาวัยรุน วัยผูใหญและวัยสูงอายุ มีการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา ที่แสดงออกมาอยางเห็นไดชัดอยางไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. นักเรียนใชสื่อใดในชีวิตประจําวันมากที่สุด และสื่อนั้นมีอิทธิพลตอนักเรียนอยางไร และนักเรียนจะเลือกใชสื่อนั้นอยางไร เพื่อใหไดประโยชนตอตนเองมากที่สุด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. “การใหความรูเรื่องอนามัยเจริญพันธุ และการวางแผนครอบครัว เพื่อใหเด็กที่เกิดมาไมพิการ และมีสุขภาพที่ดี เปนสิ่งจําเปน ซึ่งสาเหตุของความพิการเกิดไดจากพันธุกรรม อายุการตั้งครรภ อายุพอและแม อาหารที่ไดรับ สิ่งแวดลอมที่เปนพิษ หากจะปองกันความพิการตั้งแตกําเนิดก็ตองอาศัยหลายปจจัยดวยกัน” นักเรียนมีวิธีการปองกันไมใหเด็กที่เกิดมาพิการไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. จากสภาพสังคมในปจจุบัน นักเรียนคิดวาสาเหตุและพฤติกรรมใดที่กอใหเกิดความขัดแยงในครอบครัวมากที่สุด และมีแนวทาง ในการปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงดังกลาวไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. นักเรียนเคยกําหนดรายการอาหารที่ตองรับประทานใน 1 วันหรือไม และรายการอาหารใน 1 วันของนักเรียนมีอะไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 1.1. นักเรียนคิดวาวัยรุน ที่แสดงออกมาอยางเห็นไดชัดอยางไรบางD 2.2. นักเรียนใชสื่อใดในชีวิตประจําวันมากที่สุด และสื่อนั้นมีอิทธิพลตอนักเรียนอยางไร และนักเรียนจะเลือกใชสื่อนั้นอยางไร เพื่อใหไดประโยชนตอตนเองมากที่สุดD 3.3. D 4.4. จากสภาพสังคมในปจจุบัน ในการปองกันและแกไขปญหาความขัดแยงดังกลาวไดอยางไรD 5.5. นักเรียนเคยกําหนดรายการอาหารที่ตองรับประทานใน ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................C ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (12)
  • 13.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ4. เมื่อแรกเกิดทารกจะนอนขดตัว แขนขางอ คอออน แตพออายุไดประมาณ 1-3 เดือน ทารกจะชันคอ และสามารถที่จะเคลื่อนไหวแขนขาไดดี 2. ตอบ ขอ 1. วัยรุนเปนชวงวัยตอระหวางวัยเด็กกับวัยผูใหญที่นับวามีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา โดยสิ่งที่แสดงออกมาอยางชัดเจน คือ วัยรุน มักจะมีอารมณแปรปรวนและหงุดหงิดงาย 3. ตอบ ขอ 4. วัยผูใหญกลางคนเปนวัยที่มีความแปรเปลี่ยนทางอารมณไดคอนขางมาก ทําใหมีความเครียดสูง นับวาเปน วัยวิกฤตตอนกลางของชีวิต หรือที่เรียกวา วัยทอง 4. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากวัยเด็กเปนวัยที่เริ่มตนการเจริญเติบโตดานตางๆ การดูแลรักษาสุขภาพรางกายจึงมีความสําคัญ เพราะจะนําไปสูการมีสุขภาพที่ดีในวัยตอไป 5. ตอบ ขอ 4. เมื่อนักเรียนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางดานตางๆ เกิดขึ้น เชน มีประจําเดือน ฝนเปยก หงุดหงิด มีกลิ่นตัว เปนสิว เปนตน นักเรียนจะตองปฏิบัติตนดวยการหมั่นรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองใหสะอาดอยูเสมอ และคอยบริหารจิตใจใหสดชื่นแจมใสไมเครียด รวมทั้งยอมรับและเขาใจตอการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นวาเปน เรื่องธรรมชาติ ไมใชเรื่องนาอายแตอยางใด 6. ตอบ ขอ 1. วัยสูงอายุเปนวัยที่มีการเสื่อมของระบบตางๆ ของรางกายอยางตอเนื่อง ดังนั้นวงจรสุขภาพในวัยสูงอายุนี้ จึงเปนวัยที่อยูในชวงของระยะซอมแซมสวนที่สึกหรอ 7. ตอบ ขอ 2. จากที่ไดกลาวในขอ 7. ไปแลววา วัยสูงอายุเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสูสภาพของความเสื่อมตามวัย วงจรสุขภาพของวัยสูงอายุนี้จึงอยูในระยะซอมแซมสวนที่สึกหรอ เพื่อชวยชะลอความเสื่อมของอวัยวะตางๆ 8. ตอบ ขอ 3. จากลักษณะดังกลาวกําลังสื่อใหเห็นวาคุณแมของแกวกําลังเริ่มเขาสูภาวะของการเปนวัยทอง ซึ่งจะเริ่ม มีอารมณบางประเภทที่เดนชัดขึ้น เชน อารมณอยากกลับเปนหนุมสาว เนื่องจากภาวะสังขารที่เสื่อมลง ความผันผวนของอารมณซึ่งเกิดจากสาเหตุนานาชนิด เปนตน ซึ่งแกวในฐานะที่เปนลูกนั้น จะตองพยายาม อดทนและเขาใจในตัวทานใหมากๆ อยาโตเถียงหรือทอดทิ้งทานใหอยูเพียงลําพังเด็ดขาด ควรหาเวลาพา ทานไปเที่ยวพักผอนหยอนใจ พยายามพูดคุยกับทานใหมากขึ้น ใหทานรูสึกไดถึงความรักที่เรามีตอทาน และยังถือเปนการชวยสรางความผอนคลายใหกับทานไดอีกทางหนึ่งดวย 9. ตอบ ขอ 4. 1. การแยกประเภทขยะกอนทิ้งเปนความรับผิดชอบของเราที่มีตอชุมชน สังคมที่เราอยู 2. การเลนดนตรีเปนอิทธิพลของกลุมเพื่อนที่มีความสนใจในดนตรีเหมือนกัน 3. การเรียนทําขนมจากอินเทอรเน็ตเปนอิทธิพลของสื่อในการเรียนรูผานสื่อตางๆ 4. การขายขนมที่ตลาดเปนอิทธิพลของครอบครัวที่เปนแมคาขายขนม 10. ตอบ ขอ 1. เพราะอินเทอรเน็ต เปนเครือขายคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกันเปนจํานวนมากครอบคลุมไปทั่วโลก มีการ ประยุกตใชงานหลากหลายรูปแบบ อินเทอรเน็ตจึงเปนแหลงรวบรวมขอมูล รวมทั้งความบันเทิงตางๆ ไวมากมาย สามารถใชงานไดงายและสะดวกรวดเร็ว จึงมีผูนิยมใชงานอินเทอรเน็ตจํานวนมาก โดยเฉพาะ วัยรุนซึ่งเปนวัยที่รูจักคุนเคยกับการใชอินเทอรเน็ตมากกวาวัยผูใหญ จึงนิยมใชงานอินเทอรเน็ตเพื่อการ คนควาขอมูล รับขาวสาร ติดตอสื่อสาร เพราะสามารถใชงานไดงายกวาการสื่อสารชนิดอื่นๆ และเขาถึงได จากอุปกรณสื่อสารตางๆ ได เชน โทรศัพทมือถือ แท็บเล็ต เปนตน ตอนที่ 1 ชุดที่ 1 เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 1 (13)
  • 14.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 11. ตอบ ขอ3. เพราะวัยรุนเปนวัยที่ใหความสําคัญกับเพื่อนมาก วัยรุนจึงพูดคุย ปรึกษา และทํากิจกรรมรวมกับเพื่อน มากกวาการใชเวลากับครอบครัว การไดรับการยอมรับจากกลุมเพื่อนจึงเปนสิ่งสําคัญ กลุมเพื่อนจึงมีอิทธิพล ตอพฤติกรรมของวัยรุนเปนอยางมาก วัยรุนจะเลือกคบเพื่อนที่มีลักษณะคลายๆ กัน คนที่มีลักษณะที่แตกตาง ออกไป มักจะไมไดรับการยอมรับจากเพื่อนกลุมนั้น 1. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะเห็นวาเครื่องเกาใชไมไดแลว 2. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะอยากตามเทคโนโลยีที่ทันสมัย 3. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะตองการใชงานที่หลากหลายขึ้น 4. เปลี่ยนโทรศัพทมือถือ เพราะตองการมีโทรศัพทมือถือรุนที่ใชงานไดเหมือนเพื่อนๆ 12. ตอบ ขอ 4. เพราะแมควรตักเตือนลูกดวยเหตุผล ไมใชอารมณ และอธิบายใหเห็นความสําคัญและความจําเปนของ โทรศัพทมือถือที่ลูกตองใชงานจริงๆ มากกวาการซื้อตามเพื่อนหรือกระแสนิยม และถาลูกอยากไดจริงๆ ลูกก็ตองพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อโทรศัพทมือถือดวยตนเอง ไมควรขอเงินจากพอแม ลูกจะไดรูคุณคาของ สิ่งของ ซึ่งกวาจะไดมาตองใชความอดทน และการเก็บหอมรอมริบ 13. ตอบ ขอ 2. เพราะวัยรุนเปนวัยที่ชื่นชอบดารา นักรอง และจะทําตัวตามแบบอยางที่ชื่นชอบ ประกอบกับกระแสนิยม นักรองเกาหลีในหมูวัยรุนปจจุบัน จึงทําใหเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ และทําตามบุคคลที่ตนเองชื่นชอบ ตามกลุมเพื่อนไดงาย 14. ตอบ ขอ 1. เพราะครอบครัวนี้มีผูหญิง 3 คน และลูกคนสุดทองเปนผูชายเพียงคนเดียว ควรมีเอกลักษณของเพศชาย การถูกเลี้ยงดูและอยูกับเพศหญิง อาจทําใหเอกลักษณทางเพศเปนไปในทางเพศหญิงมากกวาเพศชาย การเลี้ยงดูลูกผูชาย จึงควรทํากิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดเอกลักษณทางเพศชาย เชน การเลนกีฬา การเลน หุนยนต เปนตน มากกวากิจกรรมของเพศหญิง เชน การเลนตุกตา การเลนขายขาวแกง เปนตน 15. ตอบ ขอ 1. เพราะวัยรุน เปนวัยที่ใหความสําคัญกับเพื่อนรวมวัยคอนขางมาก เนื่องจากเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงใน ดานตางๆ อยางรวดเร็ว จึงเปนเหตุใหวัยรุนมักรวมตัวกันเปนกลุม เพราะจะไดพูดคุย ปรึกษา และเขาใจ ปญหาของกันและกันไดดีกวาคนตางวัย การทํากิจกรรมกลุม จึงมีอิทธิพลตอวัยรุนมากกวา กฎของโรงเรียน คําชื่นชมของพอแม และการรณรงคในชุมชน 16. ตอบ ขอ 3. เพราะคําชื่นชมเมื่อลูกทําความดี เปนพฤติกรรมที่ทําใหวัยรุนรูสึกภูมิใจที่ไดทําความดี วัยรุนก็จะทําพฤติกรรม นั้นอีก เพราะเปนสิ่งที่ทําแลวไมรูสึกถูกตอตานจากพอแม และจะปฏิบัติจนเกิดเปนนิสัย ทําใหวัยรุนเห็นคุณคา ของการทําความดีโดยไมหวังผลตอบแทน 17. ตอบ ขอ 3. 1. วันชัยตอเติมบาน เพื่อสรางที่อยูอาศัยใหมีความเหมาะสมกับสมาชิกในครอบครัว 2. วิชัยไมตองการมีบุตรแลว จึงทําหมัน ถามีจํานวนบุตรเหมาะสมแลว จึงสมควรทําหมัน 3. ปราณีใหบุตรเรียนพิเศษเฉพาะสถานที่เรียนพิเศษชื่อดัง การเรียนควรสงเสริมในดานที่บุตรสนใจ และไมมีขอจํากัด ถาสถานที่เรียนมีคุณภาพดีเชนกัน 4. วิยะดาหยุดกินยาคุมกําเนิด เพราะตองการมีบุตรคนที่ 2 เมื่อพรอมที่จะมีบุตรเพิ่ม ก็ควรหยุดการ คุมกําเนิด 18. ตอบ ขอ 3. เพราะยาพาราเซตามอล ยาคลอเฟนิรามีน เปนยาสามัญประจําบาน ที่หญิงตั้งครรภสามารถใชไดโดยไมเปน อันตรายตอทารกในครรภ เพื่อรักษาอาการเจ็บปวยเล็กๆ นอยๆ สวนยาตานเชื้อราประเภททาที่ผิวหนัง หรือสอดในชองคลอดจะไมเปนอันตรายตอทารกในครรภ เพราะตัวยาไมซึมเขาสูกระแสเลือด สวนยาคลาย กลามเนื้อ ไมควรรับประทานขณะตั้งครรภ เพราะอาจมีผลกระทบตอระบบหัวใจของทารกในครรภ (14)
  • 15.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 19. ตอบ ขอ4. “การวางแผนครอบครัว หมายถึง การตั้งเปาหมายเพื่อใหครอบครัวมีความพรอมในดานตางๆ ตั้งแตการเลือก คูครอง ความพรอมดานที่อยูอาศัยและอาชีพ การแตงงาน การวางแผนที่จะมีบุตร การเวนชวงระยะหางการ มีบุตร การมีจํานวนบุตรที่เหมาะสม การเปนพอแมที่ดีเพื่อเลี้ยงดูบุตรใหเปนคนดีมีคุณภาพและมีความสุข” ดังนั้นการมีบุตรตามจํานวนที่ตองการ จะทําใหพอแมไมตองรับภาระการเลี้ยงดูที่หนักเกินไป สามารถกําหนด ขนาดของครอบครัวได มีเวลาใชชีวิตคู ทําใหชีวิตคูไมเกิดปญหา และผลของสิ่งเหลานี้ทายสุดแลวจะทําให เราสามารถเลี้ยงดูบุตรไดอยางมีคุณภาพ 20. ตอบ ขอ 4. เพราะการตรวจรางกายกอนการแตงงาน เปนการปองกันการติดโรคที่สามารถติดตอจากคูสมรส ปองกันการ แพรเชื้อไปสูบุตร ซึ่งพอแมบางคนอาจเปนพาหะนําโรคโดยที่ไมรูตัว การตรวจสุขภาพกอนแตงงาน มีดังนี้ • ตรวจหมูเลือด เพื่อสะดวกในกรณีตองการเลือดฉุกเฉิน • ตรวจความเขากันของเลือด เพื่อหาความผิดปกติของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง วามีความผิดปกติของ โรคธาลัสซีเมียหรือไม ซึ่งโรคนี้เปนโรคที่เกิดจากการสืบทอดทางพันธุกรรม • ตรวจชนิดของเลือด(RhFactor) คนไทยโดยทั่วไปจะมีคาRh+ แตบางคนอาจพบวามีคาRh- ถาฝายใด ฝายหนึ่งมีเลือด Rh- เมื่อตั้งครรภจะทําใหเสี่ยงตอการแทงบุตรไดสูงมาก • ตรวจความสมบูรณของเม็ดเลือด ซึ่งเปนการตรวจหาภูมิคุมกันและเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากพบวามีเชื้อ แสดงวาเปนพาหะนําโรค ซึ่งสามารถติดตอกันทางเพศสัมพันธและสายเลือด ถาหากไมมีการปองกันที่ดี ก็อาจทําใหบุตรมีโอกาสติดเชื้อได • ตรวจหาภูมิคุมกันหัดเยอรมัน หากไมมี ควรฉีดวัคซีนและคุมกําเนิดไวอยางนอย3 เดือน เพราะหากติดเชื้อ ระหวางการตั้งครรภ อาจทําใหทารกพิการหรือแทงได • ตรวจหาเชื้อไวรัส HIV 21. ตอบ ขอ 3. เพราะหยงและกวง ตองการมีบุตรไวสืบตระกูล คือ ตองมีบุตรเปนเพศชาย ซึ่งในขณะนี้หยงและกวง มีบุตรสาว แลว 2 คน และตองการมีบุตรอีกแค 1 คนเทานั้น ตามที่วางแผนไววาจะมีเพียง 3 คน การวางแผน- ครอบครัวของหยงและกวง จึงตองใหบุตรคนที่ 3 เปนเพศชาย ดังนั้น หยงและกวงจึงตองปรึกษาหมอเพื่อ เลือกเพศบุตรใหตรงกับความตองการ ซึ่งครอบครัวของหยงและกวงสามารถทําได เพราะมีฐานะดี 22. ตอบ ขอ 1. เพราะสารนิโคติน คารบอนมอนอกไซดในควันบุหรี่ และทารจะมีผลตอการทํางานของสารสื่อประสาท อะเซติลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอรอีพิเนฟริน (norepinephrine) สงผลให มีการขัดขวางการพัฒนาของเซลลประสาทของทารก มีการหดตัวของหลอดเลือดดําในมดลูก ทําใหเลือดผาน รกลดลง ทารกจึงไดรับสารอาหารและแกสออกซิเจนไมเพียงพอ มีผลใหนํ้าหนักแรกเกิดนอย ขาดสารอาหาร ในระยะตั้งครรภและเพิ่มอัตราการตายในวัยทารก นอกจากนี้ยังกอใหเกิดปญหาดานพัฒนาการและพฤติกรรม เชน เชาวนปญญาบกพรอง มีปญหาการเรียน ซุกซนมากผิดปกติ สมาธิสั้น พฤติกรรมกาวราว ตลอดจน มีปญหาดานการเขาสังคม ผลดังกลาวจะพบไดตั้งแตในระยะแรกของการตั้งครรภจนกระทั่งทารกเกิด 23. ตอบ ขอ 2. เพราะปจจัยที่ทําใหเกิดภาวะครรภเสี่ยง เชน • มีประวัติเคยคลอดบุตร แลวบุตรเสียชีวิตในครรภระหวางคลอดและหลังคลอดมากอน • มีประวัติทารกคลอดกอนและหลังกําหนด • มีประวัติเคยแทงบุตรมาแลวไมตํ่ากวา 2 ครั้ง • มีประวัติเคยคลอดบุตรนํ้าหนักนอยกวา 2,500 กรัม หรือมากกวา 4,000 กรัม • มีประวัติทารกโตชาในครรภ • คุณแมตั้งครรภมีอายุนอยกวา 16 ป หรือมากกวา 40 ป • มีความดันโลหิตสูง โดยความดันมากกวาหรือเทากับ 140/90 มม. ปรอท (15)
  • 16.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล • เปนเบาหวานชนิดตองพึ่งพาอินซูลิน • เปนโรคไตโรคหัวใจ • ติดยาเสพติดหรือสุรา • เปนโรคทางอายุรกรรมตางๆ เชน โลหิตจาง ตอมไทรอยดเปนพิษ ภาวะภูมิคุมกันไวเกิน (SLE) โรคธาลัสซีเมีย โรคลมชัก วัณโรค เปนตน • เปนโรคติดเชื้อ HIV (โรคเอดส) กามโรค หรือพาหะตับอักเสบบี 24. ตอบ ขอ 4. เพราะสุขภาพของแมขณะตั้งครรภมีอิทธิพลตอชีวิตลูกในอนาคตอยางมาก สภาพความขัดแยงทางอารมณจะ สงผลไปสูลูกในครรภ นอกจากนี้ความสัมพันธระหวางอารมณและจิตใจของแมยังกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลง การทํางานของตอมไรทอตางๆ ในการผลิตฮอรโมนที่จะไปหลอเลี้ยงบํารุงลูกในครรภอีกดวย ความเครียด และความทุกขของแมจะถายทอดสูลูกทันที ทําใหกลายเปนเด็กหงุดหงิดงาย เลี้ยงยาก งอแง เมื่อโตขึ้นก็จะ เปนเด็กเจาอารมณ ความสนใจสั้น มีอาการซุกซนผิดปกติ และที่สําคัญหากแมเกิดภาวะปฏิเสธอาหาร เนื่องจากมีอารมณเศราทําใหไดรับสารอาหารที่จําเปนในการเจริญเติบโตไมเพียงพอ เปนผลใหเกิดการ หยุดชะงักการเจริญเติบโตของเนื้อสมอง จนกลายเปนปญญาออนได สวนแมที่สุขภาพจิตดี มีความสุข ลูก ในทองก็จะไดรับการถายทอดใหมีพื้นฐานทางอารมณที่ดี เมื่อเกิดมาเด็กจะมีความสามารถในการปรับตัวดี เปนเด็กเลี้ยงงาย มีสมองไว และสติปญญาดี สุขภาพจิตของแมขณะตั้งครรภ จึงเปนปจจัยสําคัญตออนาคต ของลูกและอนาคตของชาติดวย 25. ตอบ ขอ 2. ความขัดแยงในครอบครัว คือ สถานการณความกดดันจากเรื่องที่เกี่ยวของกับครอบครัว การมีความคิด หรือแสดงออกในเรื่องตางๆ ที่ไมสามารถตกลงกันได จนเกิดการตําหนิ กลาวโทษ หรือทํารายซึ่งกันและกัน ซึ่งมักจะเกิดจากความขัดแยงระหวางสามีภรรยา พอกับลูกหรือแมกับลูก 26. ตอบ ขอ 1. ปญหาบานแตก เปนปญหาความขัดแยงในครอบครัวที่รายแรงมากที่สุด เนื่องจากอาจทําใหบุคคลภายใน ครอบครัวตองกระจัดกระจายพลัดพรากกัน โดยอาจเกิดจากการที่พอแมทะเลาะวิวาทกันจนถึงขั้นอยาราง และแยกตัวไปคนละทาง เชน บางคนอาจไปสรางครอบครัวใหม แตงงานมีสามีใหม มีภรรยาใหม มีลูกคนใหม เปนตน 27. ตอบ ขอ 4. ความขัดแยงในครอบครัวที่ถือไดวามีความรุนแรงมากที่สุด คือ การทํารายรางกายจนเสียชีวิต เพราะเสมือน กับการไดฆาชีวิตสมาชิกในครอบครัวของตนเองที่มีความรักความผูกพันกันมานาน ซึ่งเปนสิ่งที่ไมสมควร อยางยิ่ง เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวจะตองมีความรัก ใหอภัยซึ่งกันและกัน และเปนที่ปรึกษาที่ดีใหแกกัน 28. ตอบ ขอ 2. ความขัดแยงระหวางสามีภรรยา มักเกิดจากสาเหตุความไมซื่อสัตยตอคูครองของตน โดยบางคนอาจคิดนอกใจ ตอคูครองของตน ซึ่งหากอีกฝายหนึ่งทราบเรื่อง จะสงผลใหเกิดความเสียใจ และคิดวาเปนการไมใหเกียรติกัน ทั้งนี้อาจนําไปสูการมีปากเสียงกันได และอาจรุนแรงถึงขั้นตองเลิกรากันไป หรือบางคนอาจมีความหึงหวง มากไปจนเกินเหตุ ก็อาจทําใหคูครองรูสึกอึดอัดและเกิดความรําคาญใจ ซึ่งอาจนําไปสูความขัดแยงได 29. ตอบ ขอ 1. สวนใหญเกิดมาจากนิสัยจูจี้จุกจิกขี้บนของพอแม ซึ่งพอแมบางคนอาจจะเขมงวดกับลูกในทุกๆ เรื่อง และ เมื่อลูกไมเปนไปตามที่คาดหวังไวก็จะตอวา จนทําใหลูกเกิดความรําคาญและไมอยากจะฟง เมื่อลูกไม สนใจหรือไมปรับปรุงตัวเอง พอแมก็ยิ่งวากลาวหนักขึ้นอีก จึงอาจเปนเหตุใหลูกกาวราว ถกเถียง และเกิด ความขัดแยงขึ้น (16)
  • 17.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 30. ตอบ ขอ1. ปญหาความขัดแยงระหวางพอแมกับลูก สวนใหญจะพบในครอบครัวที่มีลูกอยูในชวงวัยรุน โดยพอแมอาจจะ ปรับตัวไมทันกับการเปลี่ยนแปลงในดานอารมณจิตใจของวัยรุน ซึ่งจะเปนชวงที่มีอารมณรุนแรงและตองการ ความเปนอิสระสูง 31. ตอบ ขอ 2. ทุกครอบครัวยอมมีความขัดแยงเกิดขึ้นระหวางบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยสาเหตุของความขัดแยงในครอบครัว เชน ชองวางระหวางวัย การใชความรุนแรงตัดสินปญหา นิสัยและความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน เปนตน 32. ตอบ ขอ 3. วิธีการพยายามปรับตัวเขาหากันสามารถปองกันการเกิดความขัดแยงในครอบครัวได โดยอาจใชการพูดคุยกัน ใหมากขึ้นเพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ผูอื่นอยากใหเราปรับปรุงตัว และเมื่อทราบแลวก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บางอยางเพื่อใหสามารถอยูดวยกันไดอยางมีความสุข 33. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากนักเรียนอยูในชวงวัยรุน ซึ่งเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางรางกายและเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ดังนั้นอาหารที่ควรเลือกรับประทานเปนลําดับแรก คือ เนื้อสัตว ซึ่งจะใหสารอาหารโปรตีนที่มีสวนชวยใน การสรางเซลลตางๆ และนําพลังงานไปใชไดอยางเต็มที่ 34. ตอบ ขอ 4. อาหารตามธรรมชาติเปนอาหารที่มีสารอาหารอยางเหมาะสม ซึ่งจะมีแรธาตุและวิตามินที่มีอยูในธรรมชาติ ซึ่งรางกายสามารถยอยและดูดซึมไดงาย ตลอดจนปลอดภัยจากสารปนเปอนและสารเคมีตางๆ เชน ธัญพืช ขาวไมขัดสี ผักปลอดสารพิษ พืชผักผลไมออรแกนิก เปนตน 35. ตอบ ขอ 2. วัยกอนเรียนเปนชวงที่เด็กกําลังเจริญเติบโต จึงควรไดรับสารอาหารอยางครบถวน ซึ่งอาหารที่เหมาะสม สําหรับเด็กวัยกอนเรียนนี้ คือ นมสด โดยใหเด็กดื่มนมเปนประจําจนเกิดเปนนิสัย เนื่องจากนมเปนแหลง โปรตีนที่สําคัญซึ่งชวยในการเจริญเติบโตและเสริมสรางความแข็งแรงใหแกรางกาย 36. ตอบ ขอ 4. เพราะนํ้านมแมเปนอาหารที่ดีที่สุดสําหรับทารก ซึ่งจะมีสารอาหารครบถวนทั้งโปรตีน วิตามิน และแรธาตุ ตางๆ ชวยในการสรางภูมิคุมกัน อีกทั้งมีฮอรโมนและสารกระตุนการเจริญเติบโตของสมองซึ่งมีผลตอการ พัฒนาระดับสติปญญาของทารกอีกดวย 37. ตอบ ขอ 3. ควรคํานึงถึงความตองการอาหารของแตละวัย เนื่องจากแตละวัยจะมีความตองการอาหารในปริมาณที่ แตกตางกันออกไป ซึ่งการไดรับสารอาหารที่เหมาะสมตามความตองการของรางกายในแตละวัยนั้นจะสงผล ทําใหรางกายเจริญเติบโตและมีพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม เชน วัยรุนตองการโปรตีนวันละประมาณ 1.2-2.1 กรัม นักกีฬาควรไดรับโปรตีนในปริมาณที่มากกวาปกติ เปนตน 38. ตอบ ขอ 4. เด็กวัยเรียนเปนวัยที่มีพัฒนาการของการเจริญเติบโตในทุกระบบ เพื่อสุขภาพที่ดีควรใหเด็กหลีกเลี่ยงขนม ขบเคี้ยว เนื่องจากจะมีไขมันและโซเดียมสูง และอาจกอใหเกิดโทษตอรางกายอีกดวย เชน โรคอวน โรคไต โรคความดันโลหิตสูง เปนตน 39. ตอบ ขอ 2. วัยรุนเปนวัยที่รางกายมีการเจริญเติบโตเกิดขึ้นอยางรวดเร็ว รางกายจึงจําเปนตองไดรับสารอาหารที่ครบถวน ทั้ง5 หมู ในปริมาณที่เพียงพอตอความตองการของรางกาย โดยวัยรุนควรไดรับพลังงานในแตละวันประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี 40. ตอบ ขอ 3. เนื่องจากแมของนักเรียนจะอยูในวัยผูใหญที่มีอายุระหวาง 45-60 ป เปนวัยที่ฮอรโมนเพศเริ่มทํางาน นอยลง รวมทั้งยังมีโรคตางๆ เขามารุมเราไดงาย ดังนั้นอาหารที่เหมาะสมสําหรับในวัยนี้ คือ ขาวตมหมูสับ 1 ถวย และนมสด1 แกว ทั้งนี้เพื่อเปนการปองกันและชะลอความเสื่อมของรางกายควรบริโภคเนื้อสัตวตางๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ และเสริมแคลเซียมใหรางกายดวยนมสดพรองมันเนยไขมันตํ่า เพื่อลดภาวะ กระดูกพรุน (17)
  • 18.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ พิจารณาขอบขายของการสงเสริมสุขภาพทั้ง3ดาน ไดแก การสงเสริมสุขภาพกาย การสงเสริมสุขภาพจิต และการสงเสริมสุขภาพทางสังคม รวมทั้งการใหความสําคัญและเคารพยกยองผูสูงอายุ พยายามเอาใจใสทาน โดยไมทําใหทานรูสึกวากําลังโดดเดี่ยว หาเวลาคุยกับทานและรับฟงทาน เพื่อใหทานรูสึกวาลูกหลานยังให ความสําคัญไมไดทอดทิ้ง 2. แนวตอบ ครอบครัวที่1ลูกจะเปนคนที่อยูในกรอบเหมือนถูกบังคับอยูตลอดเวลาไดรับความชวยเหลือจากครอบครัวตลอด อาจทําใหเมื่ออยูในสภาพสังคมที่ไมเหมือนกับครอบครัว แลวเจอปญหาตางๆ อาจจะแกไขไมได หรือเมื่อเกิด ความผิดพลาดในชีวิต อาจจะทําใหกลัวความผิด กลัวการถูกลงโทษ จนแกปญหาดวยวิธีที่ไมถูกตอง ครอบครัวที่ 2 ลูกจะเปนคนที่แกปญหาไดดีกวาครอบครัวที่ 1 เพราะจะตองชวยเหลือตนเอง มีความคิด ในการใชชีวิต แกปญหาไดเองเมื่อแมไมอยู แตการแกปญหานั้นก็อาจจะเกิดจากการลองผิดลองถูก แตก็จะ มีแมคอยใหคําปรึกษาทุกครั้งเมื่อทําผิด 3. แนวตอบ ในวัยของนักเรียน การศึกษาเรื่องอนามัยแมและเด็ก และการวางแผนครอบครัว ทําใหนักเรียนมีทักษะ และความรูในการเตรียมความพรอมกอนเขาสูวัยที่จะสามารถเลือกคูครองและตัดสินใจใชชีวิตคู โดยการ ตระหนักถึงความพรอมทางดานรางกาย ดานวุฒิภาวะ ดานการศึกษา รวมไปถึงผลกระทบที่อาจเกิดจาก ความไมพรอมในดานตางๆ จึงไมนําไปสูการตั้งครรภกอนวัยอันควร ทําใหนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถ วางแผนการแตงงาน การมีบุตร วิธีปฏิบัติตนที่เหมาะสมระหวางการตั้งครรภ และเลี้ยงดูบุตรใหเติบโตมา ไดอยางมีคุณภาพ 4. แนวตอบ • พอแมควรมีทักษะในการสื่อสารที่ดีกับลูก โดยใชคําพูด ภาษา ทาทางเพื่อแสดงออกถึงความรูสึกและ ความคิดเห็นอยางเหมาะสม • ลูกควรยอมรับและพรอมที่จะปรับปรุงแกไขพฤติกรรมที่ไมดีของตนเอง • ทั้งแมและลูกควรพยายามปรับตัวเขาหากัน โดยอาจใชการพูดคุยกันใหมากขึ้น • ตั้งกติกาของครอบครัว โดยอาจจะใหลูกสามารถเลนเกมคอมพิวเตอรไดสัปดาหละ 1 วัน (พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 5. แนวตอบ ผูสูงอายุจะมีความตองการอาหารและสารอาหารเชนเดียวกันกับวัยอื่นๆ แตจะมีความแตกตางกันในเรื่อง ของลักษณะและปริมาณที่ลดลงจากวัยผูใหญ เพราะมีกิจกรรมตางๆ นอยลง ซึ่งหลักในการกําหนดรายการ อาหารสําหรับผูสูงอายุมี ดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด หวานจัด และเผ็ดจัด รวมไปถึงอาหารประเภทที่มีกะทิในปริมาณ มากๆ 2. อาหารควรเปนอาหารที่มีคุณภาพ เชน คารโบไฮเดรตในรูปเชิงซอน คือ ไมไดผานขบวนการขัดสี และ โปรตีนจากปลา 3. เนนใหใชวิธีการนึ่งมากกวาการทอด เพื่อลดปริมาณไขมันที่รางกายจะไดรับเกินเขาไป 4. อาหารเสริมที่แนะนํา ควรเสริมผักและผลไมใหมากขึ้น พวกตําลึง ผักบุง คะนา มะเขือเทศ สมเขียวหวาน กลวยสุก มะละกอสุก จะชวยเพิ่มใหผูสูงอายุไดรับกากใย ชวยใหระบบขับถายดี ตอนที่ 2 (18)
  • 19.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ2. ชวงวัยเรียนเปนวัยที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนชีวิตใหมมากที่สุด เนื่องจากเปนระยะที่เด็กในวัยนี้ตอง เริ่มเขาโรงเรียน และตองใชเวลาในการปรับตัวเปนอยางมาก 2. ตอบ ขอ 3. เด็กวัยเรียนเมื่ออายุไดประมาณ 5 ป จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสติปญญาที่เห็นไดชัด คือ รูจักกลาว คําขอบคุณ เลาเรื่องสั้น ชอบพูด ชอบซักถาม และบอกสีไดถูกตอง สามารถซื้อขนมหรือสิ่งของไดเอง เริ่มรูจักวัน เวลา และนับเลข 1-10 ได 3. ตอบ ขอ 1. การเปลี่ยนแปลงดานสังคมของวัยรุน เชน ตองการเปนที่ยอมรับของเพื่อน ปลีกตัวออกหางจากพอแม เริ่มมีความรักกับเพื่อนตางเพศ เปนตน สวนการมีรูปรางสรีระที่เปนสัดสวน และรักสวยรักงามถือเปนการ เปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย และการใจรอน เอาแตใจ ถือเปนการเปลี่ยนแปลงทางดานจิตใจและอารมณ 4. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากรางกายของวัยผูใหญจะมีความเจริญสมบูรณของระบบอวัยวะตางๆ ไดดีเกือบทุกดาน ซึ่งถือวาเปน ชวงที่เหมาะสมตอการสรางครอบครัวและการมีบุตร 5. ตอบ ขอ 4. ตาทิมเปนผูสูงอายุที่สามารถดํารงรักษาสมรรถภาพทางสติปญญาไดดี ซึ่งพบวาผูสูงอายุที่มีสุขภาพดี มีความกระฉับกระเฉง กระตือรือรน หมั่นศึกษาหาความรู และพัฒนาความจําอยูเสมอ จะมีสติปญญาที่ ไมเสื่อมถอย 6. ตอบ ขอ 3. หากทารกมีพัฒนาการที่ไมเปนไปตามเกณฑที่กําหนดดังกลาวนั้นไมถือวาผิดปกติเนื่องจากระดับพัฒนาการ ของทารกในแตละชวงวัยที่กําหนดไวนั้นไมไดระบุเปนกฎเกณฑตายตัว แตอาจจะบอกลักษณะพัฒนาการ อยางคราวๆ วาทารกแตละชวงอายุมีพัฒนาการอยางไร ดังนั้นหากทารกจะมีพัฒนาการที่เกิดขึ้นชา-เร็ว กวาเกณฑที่กําหนด 1-2 เดือน ก็ไมถือวาผิดปกติแตอยางใด แตทั้งนี้ทั้งนั้นหากพบวาทารกมีพัฒนาการ ที่ชากวาเกณฑที่กําหนดมาก เชน อายุ 1 ป ยังไมควํ่า อายุ 2 ปยังไมเดิน ควรปรึกษาแพทยเพื่อหาความ ผิดปกติดังกลาว 7. ตอบ ขอ 1. การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกายของทารกที่ไมเปนไปตามวัย ซึ่งสามารถสังเกตไดชัดเจน เชน ศีรษะเล็ก หรือใหญเกินไป บงบอกถึงการเจริญเติบโตของสมอง อาจจะเกิดจากการที่สมองเจริญเติบโตผิดปกติ เชน ขาดอากาศขณะคลอด หรืออาจจะเปนโรคทางพันธุกรรม ปากบางเปนปากปลา (ไมเห็นริมฝปาก) หรือ ปากแหวงเพดานโหว แขนขายาวไมเทากันทั้งสองขาง ทองผูกเรื้อรัง ซึ่งเปนสัญญาณของการเคลื่อนไหว ลําไสมีปญหา หรืออาจจะมีปญหาเรื่องการยอยและการดูดซึม เปนตน หากพบวาทารกมีอาการลักษณะ ดังกลาวจะตองพาไปพบแพทยทันที 8. ตอบ ขอ 1. วัยเรียนเปนชวงวัยที่มีความสําคัญตอการเริ่มตนในการใชชีวิตใหมและเปนวัยแหงการเรียนรูสิ่งตางๆ เนื่องจาก เปนระยะที่ตองเริ่มเขาโรงเรียนและตองใชเวลาปรับตัว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงตางๆ ในชวงวัยนี้จึงมักมี อิทธิพลมาจากครอบครัวและโรงเรียนเปนสําคัญ การอบรมเลี้ยงดูจึงถือเปนปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลตอการ เจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กวัยเรียน ตอนที่ 1 ชุดที่ 2 เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 1 (19)
  • 20.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ1. เพราะจากขอความ “สวนมิติของการบริโภค ก็พบวาปจจุบันเด็กและเยาวชนไทยกําลังเผชิญกับกระแส “วัฒนธรรมกิน ดื่ม ชอปฯ” อันเปนตัวเรงใหเกิดคานิยมบริโภคอยางมหาศาล เด็กวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณา ใหใชจายอยางฟุมเฟอย นิยมแฟชั่นราคาแพงหรือของมียี่หอ อาทิ โทรศัพทมือถือ นาฬกา นํ้าหอม กระเปาถือ เปนตน รวมถึงการนิยมบริโภคของมึนเมาตางๆ ก็มีอัตราที่เพิ่มขึ้น ทําใหเกิดปญหาอุบัติเหตุ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธโดยไมตั้งใจ” ทําใหเห็นวาวัยรุนถูกดึงดูดจากโฆษณาใหนิยมบริโภคสิ่งตางๆ เชน อาหารหรือสิ่งของที่เปนที่นิยม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน จนเกิดการใชจายที่ฟุมเฟอย 10. ตอบ ขอ 2. เพราะประเทศชาติตองการความเจริญกาวหนา และเติบโตอยางมีคุณภาพ ประเทศชาติจึงคาดหวังใหคน ในสังคมเปนคนที่มีคุณภาพในทุกดาน เพื่อชวยกันพัฒนาประเทศ ซึ่งคนที่จะพัฒนาประเทศไดก็คือ คนที่ เจริญเติบโตเปนผูใหญ มีความรู ความสามารถในการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีคุณธรรมและ จริยธรรม เพื่อการอยูรวมกันในสังคมไดอยางมีความสุขสงบ และคนที่จะเจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีคุณภาพ ก็ตองเปนเด็กๆ ที่ไดรับการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนใหเปนคนดี ไดรับความรู และพัฒนาความสามารถใหเปน ผูใหญที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนั้นสังคมจึงคาดหวังใหเด็กในวันนี้ เจริญเติบโตเปนผูใหญที่มีคุณภาพใน วันขางหนา เพื่อพัฒนาประเทศใหเจริญกาวหนาตอไป 11. ตอบ ขอ 3. 1. สิ่งที่ตองระวังในการแชตผานอินเทอรเน็ต คือ อาจถูกหลอกลวงจากบุคคลอื่นไดงาย เพราะเพื่อนที่รูจักกัน ทางอินเทอรเน็ต สามารถสรางขอมูลอะไรก็ไดที่ไมใชความจริง และพูดคุยทําใหเราไววางใจจนเกิดการ นัดเจอกัน และนําไปสูการหลอกลวงทรัพยสิน การลอลวงไปคาประเวณี การลวงละเมิดทางเพศ หรือ อาจเกิดอาชญากรรมได ซึ่งกอใหเกิดผลเสียรายแรงกวาขออื่นๆ 2. สิ่งที่ตองระวังในการเลนเกมออนไลน คือ ชนิดของเกมที่เลนและการใชเวลาในการเลน ควรหลีกเลี่ยง เกมที่ใชความรุนแรง เพราะจะสั่งสมใหมีพฤติกรรมที่รุนแรง และควรใชเวลาในการเลนเกมไมมากจน เกินไป จนทําใหเกิดการติดเกม ซึ่งจะสงผลเสียทําใหเสียการเรียน 3. สิ่งที่ตองระวังในการคนควาขอมูล คือ แหลงที่คนควา ควรมาจากแหลงที่นาเชื่อถือ และถาเปดไปเจอ แหลงที่ไมดี เชน เว็บโป เว็บหาคู เปนตน ก็ควรปดทันที เพื่อจะไดขอมูลที่ถูกตอง และไมเปนอันตราย ตอตนเอง 4. สิ่งที่ตองระวังในการดูภาพยนตร คือ ชนิดของภาพยนตร ไมควรเปนภาพยนตรที่ใชความรุนแรง หรือภาพยนตรโปเปลือย เพราะจะนําไปสูการเกิดความรุนแรง หรือเกิดอารมณทางเพศได ทําใหเรา หมกหมุน 12. ตอบ ขอ 2. เพราะโรงเรียนมีอิทธิพลตอพฤติกรรมของวัยรุนตั้งแตวัยเด็ก โดยเริ่มจากความสัมพันธกับเพื่อนนักเรียน ดวยกันเอง ความสัมพันธกับครูอาจารย การเปรียบเทียบตนเองกับเพื่อนนักเรียนรวมชั้นในดานตางๆ ทั้ง ความสามารถ การศึกษา และการปฏิบัติกิจกรรม แตละปที่เด็กเติบโตขึ้น เด็กใชเวลาสวนใหญอยูในโรงเรียน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในชวงวัยรุน เด็กจะอยูในสิ่งแวดลอมทางโรงเรียนมากกวาสิ่งแวดลอมทางบาน หรืออื่นๆ โรงเรียนจึงถือเปนสถานที่ที่ทําหนาที่แทนครอบครัว ในการอบรมสั่งสอน พัฒนาใหเด็กมีคุณภาพ ในดานตางๆ ทั้งบุคลิกภาพและสติปญญา มีคุณธรรมและจริยธรรม 1. กฎ ระเบียบ ของโรงเรียน ชวยทําใหเด็กมีระเบียบวินัย มีความอดทน อยูรวมกันไดภายใตกฎที่กําหนด เปนพื้นฐานในการอยูรวมกันในสังคมเดียวกัน 2. กิจกรรมการประกวดดนตรี ชวยสงเสริมใหเด็กที่มีความสามารถดานดนตรี ไดมีพื้นที่ใหเด็กไดแสดง ความสามารถ (20)
  • 21.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 3. อุปกรณเทคโนโลยีที่ทันสมัย ชวยสงเสริมใหเด็กใชเทคโนโลยีที่ทันสมัยไดกาวทันโลกปจจุบันที่ เจริญกาวหนาไปอยางรวดเร็ว 4. การเลือกเรียนวิชาที่ตนเองชอบ ชวยสงเสริมความถนัดของเด็ก ทําใหเด็กมีความอยากรูอยากเรียน สามารถเลือกแนวทางของตนเองได และมีประสิทธิภาพในการทํางานเพิ่มมากขึ้น 13. ตอบ ขอ 3. เพราะการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน เพื่อจัดระดับความเหมาะสมของรายการตางๆ ใหผูชมสามารถเลือกดูไดวารายการใดที่มีความเหมาะสมตอตัวเองและคนรอบขาง เชน รายการใดที่เด็กควรดู รายการใดที่ผูใหญควรใหคําแนะนํา หรือรายการใดที่ไมเหมาะสมตอเด็กและเยาวชน เปนตน ซึ่งวัยรุน เปนวัยที่สามารถใชวิจารณญาณในการเลือกดูรายการโทรทัศนที่เหมาะสมกับตนเองได คือ สามารถเลือก ดูรายการโทรทัศนที่ตนเองควรดูหรือไมควรดูได เมื่อดูแลวจึงเกิดความคิด พิจารณาไดวาสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด สิ่งใดควรทําและสิ่งใดไมควรทํา ผลของการกระทําคืออะไรบาง และขอรับคําแนะนําจากผูใหญเมื่อไมเขาใจได 14. ตอบ ขอ 4. เพราะพัฒนาการดานสังคม คือ การอยูรวมกับผูอื่น และสามารถทํากิจกรรมรวมกันได การที่วัยรุนติด อินเทอรเน็ตมาก จะทําใหใชเวลาจดจออยูกับอินเทอรเน็ตมากจนเกินไป จนขาดการเขาสังคมโดยการพบปะ พูดคุยกับเพื่อน ขาดทักษะการอยูรวมกัน ไมมีการปรับตัวใหเขากับสังคม 15. ตอบ ขอ 3. เหตุที่วัยรุนมักอางวา “เพื่อนๆ ก็ทํากันทั้งนั้น” เนื่องจากวัยรุนชอบทําตามกลุมเพื่อนถึงแมจะรูวาสิ่งนั้นดี หรือไมดีก็ตาม เพื่อใหเปนที่ยอมรับของเพื่อน 16. ตอบ ขอ 1. อิทธิพลของชุมชนที่มีตอวัยรุนนั้น เปนสวนที่เสริมสถาบันทางสังคมอื่นๆ ใหมีผลตอการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของวัยรุนมากขึ้น เพราะชุมชนเปนสภาพแวดลอมที่สามารถเอื้อใหเกิดพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือ ไมเหมาะสมของวัยรุนได 17. ตอบ ขอ 4. 1. ยาเม็ดคุมกําเนิดแบบ 21 เม็ด เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว ชนิดกิน จะมีเม็ดยาคุมกําเนิด 21 เม็ด เมื่อกินยาหมดแลว ใหเวนระยะไป 7 วัน จึงจะเริ่มกินแผงใหม ยาเม็ดคุมกําเนิด 1 แผง สามารถ คุมกําเนิดไดนาน 1 เดือน เมื่อตองการมีบุตรก็กินยาเม็ดคุมกําเนิดแผงสุดทายใหหมด แลวไมตองกิน แผงใหม จึงจะสามารถมีบุตรได 2. การนับระยะปลอดภัย หรือ หนา 7 หลัง 7 เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว โดยการนับระยะกอนมี ประจําเดือน 7 วัน ซึ่งเปนระยะที่ไขฝอและสลายตัวออกมาพรอมกับเลือดประจําเดือน และนับระยะ หลังมีประจําเดือนวันแรก 7 วัน (นับวันแรกเปนวันที่ 1) ซึ่งเปนระยะที่รังไขเริ่มเขาสูกระบวนการ สรางไข โดยไขจะสุกประมาณวันที่ 14 วิธีการนี้จะมีโอกาสเสี่ยงตอการตั้งครรภมากกวาวิธีอื่นๆ 3. ยาฝงคุมกําเนิด หรือ ยาคุมกําเนิดแบบฝง เปนการคุมกําเนิดแบบชั่วคราว โดยการฝงฮอรโมนเพศหญิง ที่ทําเปนแทงเล็กๆ เขาไปที่ใตผิวหนังใตทองแขนดานที่ไมถนัดของผูหญิง มีทั้งแบบฝง 3 ป และ 5 ป 4. การทําหมัน เปนการคุมกําเนิดแบบถาวร ในเพศชายตองมีการผาตัด เพื่อตัดทอนําตัวอสุจิและผูก ทอนําตัวอสุจิทั้งสองขาง 18. ตอบ ขอ 3. เพราะถาพอมีหมูเลือด Rh+ และแมมีหมูเลือด Rh- ลูกจะมีหมูเลือด Rh+ เนื่องจาก Rh+ เปนลักษณะ เดน ลูกคนแรกจะปลอดภัยเนื่องจากเซลลเม็ดเลือดแดงของลูกพลัดหลงไปในระบบเลือดของแมผาน ทางรก กระตุนใหแมสรางแอนติบอดี้ตอตานเม็ดเลือดของลูกขึ้นมา แตในปริมาณนอยและชา แตถาทอง ถัดไป ถาลูกเปน Rh- ก็จะไมมีผลกระทบตอการตั้งครรภ แตถาลูกคนที่สองเปน Rh+ ก็จะมีโอกาสเสี่ยง สูงมากในการเกิดโรคแทรกซอน เชน ภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออาจถึงแกชีวิตได เพราะลูกคนตอไป จะไดรับอันตรายจากแอนติบอดีของแม เนื่องจากแมสรางแอนติบอดีไดมาก เมื่อเลือดแมสงอาหาร (21)
  • 22.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล เขาไปเลี้ยงทารกโดยผานทางรก แอนติบอดีของแมจะทําปฏิกิริยารวมตัวกับแอนติเจนที่ผิวเม็ดเลือดแดง ของลูก ทําใหเลือดของลูกตกตะกอนและลูกจะเสียชีวิตกอนเกิด โรคนี้มีชื่อเรียกอยางเปนทางการวา อีรีโทรบลาสโทซิสฟทาลิส (Erythroblastosis fetalis) 19. ตอบ ขอ 2. การที่มารดาตั้งครรภไปรับการตรวจตามที่แพทยนัดอยางสมํ่าเสมอนั้น ถือเปนหลักการอนามัยแมและเด็ก เพื่อใหการตั้งครรภและการคลอดดําเนินไปอยางปกติตามธรรมชาติและปลอดภัย 20. ตอบ ขอ 1. การทําแทงคือการฆาคน เมื่อขึ้นชื่อวาฆาก็บาปทั้งนั้น แมจะตั้งใจหรือไมไดตั้งใจก็ตาม และไมวาการทําแทง ครั้งนี้จะมาจากการโดนขมขืน หรือวาเปนโรคหัด หรือถาคลอดออกมาแลวเด็กจะพิการ ก็ถือวาบาปทั้งสิ้น 21. ตอบ ขอ 1. การมีทักษะการสื่อสารที่ดี เปนการสรางความสัมพันธกับบุคคลอื่น โดยการใชคําพูดที่ดี ใชภาษาทาทาง เพื่อแสดงออกถึงความรูสึกไดอยางเหมาะสม รูจักการพูดใหกําลังใจ เขาใจความรูสึกของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งเปนผูฟงที่ดี ซึ่งถือเปนแนวทางปองกันและแกไขความขัดแยงในครอบครัวไดเปนอยางดี 22. ตอบ ขอ 1. ความรักเปนตัวแปรสําคัญที่จะทําใหสมาชิกในครอบครัวรูสึกอบอุน มีกําลังใจ ไววางใจซึ่งกันและกัน หากมี ปญหาความขัดแยงเกิดขึ้นก็สามารถปรึกษาหารือกันไดอยางสนิทใจ และชวยกันหาวิธีการแกไขปญหา ไปไดอยางราบรื่นโดยไมใชความรุนแรง 23. ตอบ ขอ 3. เพราะการใชความรุนแรงในการแกปญหา เชน การทะเลาะ ดุดา ขมขู ชกตอย เปนตน จะทําใหปญหา ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจทําใหปญหายิ่งบานปลายขึ้นไปอีก ดังนั้นหากเกิดปญหาขึ้นเราจึงควร พูดจากันดวยเหตุผล หรือชวยกันแกปญหา เพื่อหาขอยุติอยางสันติวิธี จึงจะทําใหเกิดความปรองดองและ มีสัมพันธภาพที่ดีตอกันทั้งสองฝาย 24. ตอบ ขอ 1. การพูดจาอยางสุภาพออนหวาน เปนการสรางสัมพันธภาพที่ดีอยางหนึ่ง เนื่องจากสงผลใหบุคคลรอบขาง มีความตองการที่จะใกลชิดหรืออยากพูดคุยกับเรามากขึ้น 25. ตอบ ขอ 3. การตั้งกติกาของครอบครัวมีความสําคัญ เนื่องจากเพื่อใหสมาชิกในครอบครัวยึดถือปฏิบัติ ซึ่งจะสงผลให สมาชิกในครอบครัวอยูรวมกันอยางมีความสุขและมีระเบียบวินัย เชน ไมโกรธกันนานเกิน 2 วัน ไมพูด ประชดประชันกัน เปนตน 26. ตอบ ขอ 2. การใหกําลังใจถือเปนการสรางสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งการที่ใครก็ตามเมื่อกําลังเศราอยูไมวาจะดวยเรื่องใดก็ตาม หากไดรับกําลังใจโดยอาจจะมาจากคําพูดหรือการกระทํา ยอมทําใหเกิดความรูสึกดีขึ้นมาได และที่สําคัญ ยังถือเปนการสรางสัมพันธภาพที่ดีตอกันดวย 27. ตอบ ขอ 3. พยายามปรับตัวเขาหากันเปนสิ่งสําคัญที่ควรปฏิบัติ โดยอาจใชการพูดคุยกันใหมากขึ้นเพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ ผูอื่นอยากใหเราปรับปรุงตัว ทั้งนี้เพื่อใหสามารถอยูรวมกันไดอยางสงบสุข ราบรื่น และมีความสุข 28. ตอบ ขอ 1. ควรพูดอยางจริงใจ เพราะผูฟงจะสามารถรับรูไดวาผูพูดมีความจริงใจในการพูดหรือไม หากผูพูดพูดอยาง จริงใจ ผูฟงก็จะยอมรับฟงอยางเปดใจเชนกัน เพียงเทานี้ก็สามารถหลีกเลี่ยงปญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ภายในครอบครัวได และยอมทําใหบุคคลในครอบครัวมีความสุข 29. ตอบ ขอ 2. เมื่อวัยรุนมีปญหา วัยรุนควรเลือกปรึกษาพอแม หรือญาติพี่นอง หรือบุคคลคนที่ไวใจได อยาเก็บเอาไวคนเดียว เผื่อวาบางทีการไดระบายออกมาจะชวยใหวัยรุนคลายความกังวลลงไดบาง และผูที่เราไปปรึกษาอาจจะมี คําแนะนําดีๆ หรืออาจสามารถชวยเราแกไขปญหาตางๆ ใหคลี่คลายลงไดบาง เพราะทานมีวุฒิภาวะและ ประสบการณมากกวาเราซึ่งอาจนําพาเราไปสูทางออกที่ดีได (22)
  • 23.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 30. ตอบ ขอ1. ความรักเปนตัวแปรสําคัญที่จะทําใหสมาชิกในครอบครัวรูสึกอบอุน มีกําลังใจ ไววางใจซึ่งกันและกัน หากมี ปญหาความขัดแยงเกิดขึ้นก็สามารถปรึกษาหารือกันไดอยางสนิทใจ และชวยกันหาวิธีการแกไขปญหาไปได อยางราบรื่นโดยไมใชความรุนแรง 31. ตอบ ขอ 4. สัมพันธภาพในครอบครัว เปนความสัมพันธระหวางสมาชิกในครอบครัว ซึ่งสิ่งที่แสดงใหเห็นถึงการมี สัมพันธภาพที่ดีตอกันในครอบครัว ไดแก การทํากิจกรรมรวมกัน มีสารสนทนาพูดคุย ปรึกษาหารือกัน มี การแสดงออกซึ่งความรัก เอื้ออาทรตอกันทั้งทางกาย วาจา ใจ และปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ของตนอยาง เหมาะสม 32. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากคิดนอกใจตอคูครองของตนซึ่งอาจนําไปสูการมีปากเสียงกันไดและอาจรุนแรงถึงขั้นตองเลิกรากันไป 33. ตอบ ขอ 3. วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด และเผ็ดจัด รวมถึงอาหารที่มีกะทิในปริมาณมาก ซึ่ง แกงมัสมั่นไกเปนอาหารที่มีสวนผสมของกะทิในปริมาณมาก และรสชาติทั่วไปก็มักจะจัดจานตามแบบฉบับ ของอาหารไทย ดังนั้นจึงจัดวาเปนอาหารที่วัยสูงอายุควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด 34. ตอบ ขอ 2. การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเปนประจําในชวงวัยรุน จะสงผลตอสุขภาพเมื่อเขาสูวัยผูใหญ เนื่องจาก รางกายจะสะสมปริมาณไขมันที่ไมดีหรือไมจําเปนเอาไวในรางกาย ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นระบบการเผาผลาญ จะนอยลงและมีโอกาสเสี่ยงตอการเกิดโรคตางๆ มากมาย เชน โรคอวน โรคหัวใจ โรคไขมันอุดตัน ในเสนเลือด โรคความดันโลหิตสูง เปนตน 35. ตอบ ขอ 2. อาหารของวัยทารกจะแตกตางจากวัยอื่นๆ เนื่องจากทารกยังเด็กอยูเพราะมีอายุตั้งแตแรกเกิด-2 ป อาหาร ของทารกจึงควรเปนอาหารออน รสไมจัดจาน ไมมีไขมัน ไมมีคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะทารกแรกเกิด ในระยะ 6 เดือนแรก ควรไดรับนํ้านมแมเพียงอยางเดียว เพราะการไดรับอาหารอื่นๆ นอกจากนํ้านมแม อาจทําใหเกิดผลเสียตอสุขภาพของทารกได เชน ทองอืด เปนตน 36. ตอบ ขอ 2. ผูที่มีนํ้าหนักเกินเกณฑมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารจานดวนที่มีไขมันสูง เชน ขาวมันไก ขาวขาหมู เปนตน เนื่องจากจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงและใหปริมาณแคลอรี 596 กิโลแคลอรี ตอ 1 จาน 37. ตอบ ขอ 4. วัยรุนหญิงจะตองการธาตุเหล็กมากกวาวัยรุนชาย เนื่องจากการมีประจําเดือนของวัยรุนหญิง ซึ่งสงผลให วัยรุนหญิงเสี่ยงตอการขาดธาตุเหล็ก ดังนั้นวัยรุนหญิงจึงควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เชน ตับ เนื้อสัตว ปลา และผักใบเขียว รวมถึงการรับประทานผลไมที่มีวิตามินซีสูง เพื่อชวยใหการดูดซึมธาตุเหล็ก ไดดีขึ้น 38. ตอบ ขอ 1. จากตารางดังกลาวเปนการกําหนดรายการอาหารของวัยรุน ซึ่งวัยรุนจะอยูในชวงอายุ13-25 ป โดยรางกาย จะตองการพลังงานเพื่อทดแทนการเผาผลาญพลังงานที่สูญเสียไป ดังนั้นวัยรุนจึงควรรับประทานอาหารที่ หลากหลาย กินใหพอดีและกินใหครบ ควรเนนเนื้อสัตว ขาว แปง นม และผักผลไม เพื่อที่รางกายจะไดนํา พลังงานไปใชไดอยางเต็มที่ 39. ตอบ ขอ 4. ทุกขอลวนเปนปญหาสําคัญของวัยรุนที่เกิดจากการรับประทานอาหารไมถูกตองทั้งสิ้น แตในปจจุบันพบวา วัยรุนจํานวนมากนิยมรับประทานอาหารจานดวน เชน พิซซา มันฝรั่งทอด แซนดวิช แฮมเบอรเกอร เปนตน ซึ่งการรับประทานอาหารเหลานี้บอยๆ อาจกอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพตามมาได 40. ตอบ ขอ 2. ควรเลือกผักและผลไมจึงจะเหมาะสมที่สุด เพราะชวยบํารุงสุขภาพ ทําใหผิวพรรณเปลงปลั่ง บํารุงสายตา เพิ่มความตานทานโรค และยังมีเสนใยที่มีสวนชวยในการขับถาย ทําใหผูสูงอายุไมเกิดอาการทองผูก (23)
  • 24.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ ตอนที่ 2 วัยรางกาย จิตใจและอารมณ สังคม สติปญญา วัยรุน เปนการเปลี่ยนแปลงที่ เกี่ยวกับสวนสูง นํ้าหนัก กระดูก และตอมไรทอ เปลี่ยนแปลงงาย รวดเร็ว รุนแรง จนอาจกลาวไดวา เปนแบบพายุบุแคม ไมชอบอยูกับสมาชิก ในครอบครัว ชอบรวมกลุม กับคนวัยเดียวกันมากกวา เกิดขึ้นไดจากการปฏิบัติและ เรียนรูดวยตนเอง วัยผูใหญ มีความเจริญสมบูรณของ อวัยวะและระบบตางๆ ไดดี เกือบทุกดาน ซึ่งถือเปนชวงที่ เหมาะสมตอการมีบุตร ขึ้นอยูกับเหตุการณที่สําคัญ ของชีวิต เชน การประกอบ อาชีพ การเลือกคู เปนตน มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทําใหปฏิสัมพันธทางสังคม เปลี่ยนแปลงไปตามสถาน ภาพและบทบาทของตนเอง พัฒนาไดไปจนถึงวัยผูใหญ ตอนตน เนื่องจากเปนวัยที่ พรอมเรียนรูและฝกฝนสิ่ง ตางๆ ไดอยางลึกซึ้ง วัยสูงอายุ - ผิวหนังเหี่ยวยน - ผมเปนสีขาว - กระดูกบางและเปราะ - การมองเห็นและการรับรส ไมดี ขึ้นอยูกับพัฒนาการและ บุคลิกภาพ โดยจะมีอารมณ และความรูสึก เชน เหงา วาเหว การยอนคิดถึง ความหลัง เปนตน มีการเปลี่ยนแปลงอยู 2 รูปแบบ คือ แบบที่มีความ สัมพันธกับสังคม บุตรหลาน เพื่อน และตัดทอนความ สัมพันธที่เกี่ยวของลง จําแนกได 3 กลุม คือ ผูที่หมั่นศึกษาหาความรู ผูที่มีความเสื่อมทางสติ ปญญา ผูที่มีสติปญญา เสื่อมถอยอยางรวดเร็ว 2. แนวตอบ ใชอินเทอรเน็ตมากที่สุด เพราะเปนสื่อที่ใกลตัว สามารถใชศึกษาคนควาไดอยางรวดเร็ว และยังใชติดตอ สื่อสารกับเพื่อนไดงาย อีกทั้งยังใชเพื่อความบันเทิงไดหลากหลายรูปแบบ เราจึงควรเลือกใชอินเทอรเน็ต เพื่อหาขอมูลที่เปนประโยชนตอตนเอง เพื่อความบันเทิงอยางสรางสรรค ไมควรเปดเว็บไซตที่ไมเหมาะสม และไมควรใหขอมูลสวนตัวของตนเองกับบุคคลอื่นที่รูจักผานอินเทอรเน็ต 3. แนวตอบ การปองกันไมใหเด็กที่เกิดมามีความพิการ สามารถทําไดดังนี้ 1. การวางแผนครอบครัว เพื่อกําหนดระยะเวลาการมีบุตรใหเหมาะสมกับอายุของพอและแม คือ แมไมควร ตั้งครรภแรกเมื่ออายุเกิน 35 ป หรือตั้งครรภเมื่ออายุเกิน 40 ปขึ้นไป และเพื่อตรวจหาโรคที่ถายทอด ทางพันธุกรรม จะสามารถปองกันโรคที่อาจเกิดอันตรายรายแรงได เชน ธาลัสซีเมีย หรือโรคที่เกิดจาก โครโมโซม เชน อาการดาวน เปนตน 2. หลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยงที่ทําใหเกิดความพิการ เชน เครื่องดื่มแอลกอฮอล การสูบบุหรี่ การใชยาเสพติด การปองกันโรคติดตอที่ทําใหเกิดความพิการตั้งแตกําเนิด เชน โรคซิฟลิส โรคหัดเยอรมัน 3. การดูแลสุขภาพของแมที่มีโรคประจําตัวทั้งกอนและระหวางการตั้งครรภ เชน โรคเบาหวาน โรคลมชัก 4. การตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด เพื่อคนหาความผิดปกติตั้งแตกําเนิดเพื่อใหการรักษาไดอยางรวดเร็ว 4. แนวตอบ ขึ้นอยูกับคําตอบของนักเรียน โดยนักเรียนอาจตอบวา ความขัดแยงระหวางสามีภรรยาเนื่องจากนิสัยและ ความเคยชินสวนตัวที่แตกตางกัน ซึ่งมีแนวทางในการปองกันและแกไข คือ พยายามที่จะปรับตัวเขาหากัน โดยการยอมรับและทําความเขาใจซึ่งกันและกัน 5. แนวตอบ ขึ้นอยูกับคําตอบของนักเรียน โดยตัวอยางรายการอาหารใน 1 วัน ของนักเรียนอาจมีดังนี้ มื้อเชา : ขาวสวย 1 ทัพพี ไขเจียว 1 ฟอง ผัดพริกถั่วฝกยาวหมูสับ 1 ถวย นํ้าสมคั้น 1 แกว อาหารวาง : ขนมปงทาเนย 2 แผน นมสด 1 แกว มื้อกลางวัน : กวยเตี๋ยวไก 1 ถวย กลวยบวชชี 1 ถวย มื้อเย็น : ขาวสวย 3 ทัพพี ยําวุนเสน 1 ถวย แกงจืดผักกาดขาว 1 ถวย ผัดผักรวม 1 ถวย สมเขียวหวาน 1 ผล มะละกอ 6-8 ชิ้นคํา กอนนอน : นมสด 1 แกว (24)
  • 25.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ภาคเรียนที่ 2 ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัดตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 1 พ. 4.1 2 1-8 A ความรูความจํา 11, 17, 23, 33 4 3 9-16 B ความเขาใจ 4, 9, 13, 18, 21-22, 25, 35 8 4 17-20, 23-24 C การนําไปใช 3, 5-7, 16, 29, 34, 38 8 5 21-22 D การวิเคราะห 1-2, 8, 10, 14-15, 19-20, 26-28, 30, 32, 36, 39-40 16 พ. 5.1 1 25-26 2 27, 29-31 E การสังเคราะห 37 1 3 32 F การประเมินคา 24, 31 2 4 28 5 33-40 2 พ. 4.1 2 1-8 A ความรูความจํา 9, 33, 35-36, 4 3 9-16 B ความเขาใจ 2, 10, 13, 21, 25, 34, 37 7 4 17, 21-22, 24 C การนําไปใช 5-6, 14-15, 27, 29, 38-40 9 5 18-20, 23 D การวิเคราะห 4, 7-8, 11-12, 16-17, 19-20, 22, 24, 26, 28, 30, 32 15 พ. 5.1 1 25-26, 28, 30 2 27, 29, 31-32 E การสังเคราะห 3, 18, 31 3 3 - F การประเมินคา 1, 23 2 4 - 5 33-40 (25)
  • 26.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ดูตารางตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 4.-5. โรคอัตราการเจ็บปวย ตอประชาชน 100,000 คน 1. โรคติดตอทางเพศ สัมพันธ 956.8 2. โรคเรื้อรัง 763.4 3. โรคอุบัติใหม 638.2 4. โรคอุบัติซํ้า 514.3 4. กลุมโรคใดเปนปญหาที่สําคัญของสังคมไทยที่ควรไดรับการ แกไขและปองกัน 1. โรคเรื้อรัง 2. โรคอุบัติซํ้า 3. โรคอุบัติใหม 4. โรคติดตอทางเพศสัมพันธ 5. นักเรียนจะใหความรูการปองกันโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กับนักเรียนคนอื่นๆ อยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุด 1. ใชถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ 2. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร 3. ไมมีเพศสัมพันธกับบุคคลอื่นที่ไมใชคูครอง 4. มีเพศสัมพันธอยางปลอดภัยดวยการใชยาคุมกําเนิด 4.4. กลุมโรคใดเปนปญหาที่สําคัญของสังคมไทยที่ควรไดรับการ แกไขและปองกันB 5. นักเรียนจะใหความรูการปองกันโรคติดตอทางเพศสัมพันธ กับนักเรียนคนอื่นๆ อยางไรจึงจะเหมาะสมที่สุดC 1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยสวนใหญเกิดมาจาก สาเหตุใด 1. ภาวะความเครียด 2. ไมดูแลสุขภาพรางกายใหแข็งแรง 3. พฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล 4. ไมออกกําลังกายเพื่อสรางเสริมสุขภาพ 2. เราสามารถปองกันโรคภัยไขเจ็บตางๆ ไดหรือไม เพราะอะไร 1. ได ถาเราเอาใจใสดูแลตนเองอยางถูกวิธี 2. ไมได เพราะแตละคนมีภูมิคุมกันไมเหมือนกัน 3. ไมได เพราะปจจุบันมีโรคใหมๆ เกิดขึ้นมากมาย 4. ได ถาไดรับการสนับสนุนงบประมาณอยางเต็มที่ 3. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไมใหเกิดการ เจ็บปวยไดดวยวิธีใด 1. ตรวจสุขภาพทุก 3 ป 2. ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอในชวงเชา ครั้งละ 2-3 ชั่วโมง 3. นอนหลับในเวลากลางวัน เพื่อทดแทนการนอนหลับ ในเวลากลางคืน 4. รับประทานอาหารที่มีประโยชนและหลากหลาย เสริม ดวยผักและผลไมทุกมื้อ 1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยสวนใหญเกิดมาจาก สาเหตุใดD 2. เราสามารถปองกัน เพราะอะไรD 3. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพ เจ็บปวยC ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 1 แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน (26)
  • 27.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. หากนักเรียนตองคลุกคลีกับผูปวยที่เปนโรคไขหวัดใหญ ชนิดสายพันธุH5N1 นักเรียนจะมีวิธีการปฏิบัติตนอยางไร เพื่อปองกันตนเองไมใหติดเชื้อโรคดังกลาว 1.ไมรับประทานสัตวปกทุกชนิด 2. ใหผูปวยลางมือดวยนํ้ากับสบูกอนทุกครั้ง 3. สวมหนากากอนามัยทุกครั้งเมื่อใกลชิดผูปวย 4. สวมชุดปองกันเพื่อไมใหติดเชื้อโรคจากผูปวย 7. ด.ช. เอ อายุ12 ป ปวยดวยโรคเบาหวาน นักเรียนซึ่งเปนพี่ ของ ด.ช. เอ จะมีวิธีการดูแลนองชายของตนเองอยางไร 1. ใหนองรับประทานเนื้อสัตวที่ติดมันเปนบางครั้ง 2. ซื้อยาควบคุมระดับนํ้าตาลมาใหนองรับประทาน 3. พยายามชวนนองเลน หรือทํากิจกรรมตางๆ ใหมากขึ้น 4. ใหนองรับประทานผลไมที่มีรสหวานแทนอาหาร จําพวกแปง 8. ขอใดไมใชการดูแลสุขภาพเพื่อการมีสุขภาพดี 1. ฝกซอมกีฬาทุกวัน 2. นั่งสมาธิเปนครั้งคราว 3. ดื่มนมเปนประจําทุกวัน 4. เลนเกมคอมพิวเตอรทุกวัน 9. การจัดการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนจะตองคํานึงถึง สิ่งใดกอนเปนลําดับแรก 1. จํานวนประชาชนที่เขามามีสวนรวม 2. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับชุมชนของตน 3. งบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ 4. รูปแบบของการจัดทํากิจกรรมหรือโครงการ 10. ชุมชนในลักษณะใดนาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด 1. ชุมชนเมือง 2. ชุมชนแออัด 3. ชุมชนชนบท 4. ชุมชนชานเมือง 11. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือ สถานการณตางๆ ที่เกิดขึ้นเปนปกติวิสัย 1. การสังเกต 2. การสัมภาษณ 3. การทําแบบทดสอบ 4. การทําแบบสอบถาม 6. หากนักเรียนตองคลุกคลีกับผูปวยที่เปนโรคไขหวัดใหญ ชนิดสายพันธุH5N1 นักเรียนจะมีวิธีการปฏิบัติตนอยางไรC 7. ด.ช. เอ อายุ12 ป ปวยดวยโรคเบาหวาน นักเรียนซึ่งเปนพี่ ของ ด.ช. เอ จะมีวิธีการดูแลนองชายของตนเองอยางไรC 8. ขอใด 1.D 9. การจัดการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนจะตองคํานึงถึง สิ่งใดกอนเปนลําดับแรกB 10. ชุมชนในลักษณะใดนาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด 1.D 11. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือ สถานการณตางๆ ที่เกิดขึ้นเปนปกติวิสัยA 12. เพราะเหตุใดในชุมชนชนบทจึงประสบกับปญหาการจัด บริการสุขภาพของรัฐ 1. ขาดการจัดการที่ดี 2. ขาดความรูความสามารถ 3. ขาดแคลนเรื่องสาธารณูปโภค 4. ขาดบุคลากรและงบประมาณ 13. การแกไขปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จ จําเปนตองไดรับ ความรวมมือจากใคร 1. รัฐบาล 2. ประธานชุมชน 3. เจาหนาที่ของรัฐ 4. ทุกคนรวมมือกัน 14. เพราะเหตุใดชุมชนเมือง จึงมักจะมีปญหาดาน อาชญากรรม 1. เพราะมีสิ่งแวดลอมที่ไมเหมาะสม 2. เพราะมีประชาชนอยูเปนจํานวนมาก 3. เพราะการคมนาคมมีความสะดวกสบาย 4. เพราะมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกตางกัน 15. บุคคลใดไมสามารถแกไขปญหาสุขภาพในชุมชนไดอยาง เหมาะสม 1. จุบจัดกิจกรรมสรางเสริมสุขภาพใหมากขึ้น 2. กุกสนับสนุนใหมีบุคลากรทางการแพทยในชุมชน 3. นัดปรับปรุงสภาพแวดลอมในชุมชนใหมีความสวยงาม 4. แกวเนนใหประชาชนในชุมชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สุขภาพ 16. หากนักเรียนไดมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมสรางเสริม สุขภาพในชุมชน นักเรียนจะเลือกจัดกิจกรรมใด 1. กิจกรรมบําบัด 2. กิจกรรมสรางอาชีพ 3. กิจกรรมนวดแผนไทย 4. กิจกรรมรอง เลน เตนรํา 17. ขอใดคือสิ่งสําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการ ออกกําลังกาย 1. การเตรียมตนเอง 2. การเตรียมกิจกรรม 3. การเตรียมการปองกัน 4. การเตรียมงบประมาณ 12. เพราะเหตุใดในชุมชนชนบทจึงประสบกับปญหาการจัด บริการสุขภาพของรัฐD 13. การแกไขปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จ จําเปนตองไดรับ ความรวมมือจากใครB 14. เพราะเหตุใดชุมชนเมือง จึงมักจะมีปญหาดาน อาชญากรรมD 15. บุคคลใด เหมาะสมD 16. หาก สุขภาพในชุมชน นักเรียนจะเลือกจัดกิจกรรมใดC 17. ขอใดคือสิ่งสําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการ ออกกําลังกายA (27)
  • 28.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 18. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายมีความ สําคัญอยางไร 1. เพื่อเตือนความจํา 2.เพื่อสํารวจสุขภาพของตนเอง 3. เพื่อกระตุนใหออกกําลังกายมากขึ้น 4. เพื่อสามารถตรวจสอบผลการปฏิบัติ 19. ในชวงเทศกาลปใหมจะมีวันหยุดติดตอกันหลายวัน และ นักเรียนตองการพักผอนเพื่อเปนการฟนฟูสมรรถภาพ ใหแกรางกาย นักเรียนจะมีการวางแผนและจัดเวลาใน การพักผอนอยางไรเปนลําดับแรก 1. เตรียมรางกายของตนเองใหพรอม 2. เลือกทํากิจกรรมตามที่ตนเองสนใจ 3. ประเมินผลหลังจากการทํากิจกรรมพักผอน 4. วิเคราะหถึงผลดีและผลเสียที่จะไดรับจากการพักผอน 20. เมื่อรางกายเกิดความเหนื่อยลา และออนเพลีย การพักผอน ในขอใดเหมาะสมที่สุด 1. การเดินเลน 2. การทองเที่ยว 3. การนอนหลับ 4. การดูหนัง ฟงเพลง 21. กระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายขั้นตอนใดสําคัญ ที่สุด และถาหากขาดขั้นตอนนี้ไปจะทําใหกระบวนการ พัฒนาสมรรถภาพทางกายสิ้นสุดลง 1. การวางแผน 2. การปรับปรุง 3. การปฏิบัติตามแผน 4. การตรวจสอบคุณภาพ 22. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกายใหแข็งแรงอยูเสมอ สัมพันธกับขอความใด 1. การมีนํ้าใจเปนนักกีฬา 2. การมีครอบครัวที่อบอุน 3. การมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี 4. การเปนที่ชื่นชอบของบุคคลอื่น 23. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเองควรคํานึงถึง สิ่งตางๆ ตอไปนี้ ยกเวนขอใด 1. ความสะดวกในการปฏิบัติ 2. สภาพแวดลอมและสถานที่ 3. วัตถุประสงคและเปาหมาย 4. การชักชวนบุคคลอื่นเขารวมกิจกรรม 18. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกายมีความ สําคัญอยางไรB 19. ในชวงเทศกาลปใหมจะมีวันหยุดติดตอกันหลายวัน และ นักเรียนตองการพักผอนเพื่อเปนการฟนฟูสมรรถภาพD 20. เมื่อรางกายเกิดความเหนื่อยลา และออนเพลีย การพักผอน ในขอใดเหมาะสมที่สุดD 21. กระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายขั้นตอนใดสําคัญ ที่สุด และถาหากขาดขั้นตอนนี้ไปจะทําใหกระบวนการB 22. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกายใหแข็งแรงอยูเสมอ สัมพันธกับขอความใดB 23. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเองควรคํานึงถึง สิ่งตางๆ ตอไปนี้A 24. นักเรียนคิดวาผูที่เจ็บปวยบอยๆ เปนไปไดหรือไมวาจะมี สาเหตุหนึ่งมาจากการไมคอยออกกําลังกาย 1. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายจะทําใหเราลืมความ เจ็บปวย 2. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายถือเปนการสราง เสริมสมรรถภาพทางกายที่ดี 3. เปนไปไมได เพราะการออกกําลังกายไมมีผลอะไรกับ รางกายอยูแลว 4. เปนไปไมได เพราะการออกกําลังกายไมไดมีอิทธิพล มากพอที่จะทําใหเราเจ็บปวยได 25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด 1. สูบบุหรี่เปนประจํา 2. รับประทานอาหารที่มีรสจัด 3. นอนหลับวันละ 5-6 ชั่วโมง 4. ออกกําลังกายวันละ 2-3 ชั่วโมง 26. ปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพปจจัยใดที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได 1. เศรษฐกิจ 2. พันธุกรรม 3. สิ่งแวดลอม 4. พฤติกรรมของบุคคล 27. แนวทางการปองกันความเสี่ยงตอสุขภาพในเรื่องของ พฤติกรรมการรับประทานอาหารขอใดเหมาะสมที่สุด 1. งดอาหารบางมื้อ 2. เคี้ยวอาหารใหละเอียด 3. รับประทานอาหารจุกจิก 4. เลือกรับประทานอาหารแตที่ตนเองชอบ 28. เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลเขาไปในปริมาณมาก เปนประจํา จะสงผลกระทบอยางไรตอสมอง 1. ทําใหเสียสติ 2. ทําใหเปนโรคจิต 3. ทําใหเซลลสมองบวม 4. ทําใหเปนโรคสมองพิการ 29. หากเพื่อนของนักเรียนพูดถึงเรื่องราวที่ไมดีของบุคคลที่ 3 ใหนักเรียนฟง ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนรูจักและคุนเคย นักเรียนควรทําอยางไร 1. แนะนําเพื่อนวาไมควรพูดใหผูอื่นเสียหาย 2. พยายามชักชวนใหเพื่อนพูดขยายความมากขึ้น 3. ไมแสดงความคิดเห็น และเปลี่ยนหัวขอสนทนา 4. พิจารณาวาถาเปนความจริงควรบอกใหผูนั้นแกไข 24. นักเรียนคิดวาผูที่เจ็บปวยบอยๆ เปนไปไดหรือไมวาจะมี สาเหตุหนึ่งมาจากการไมคอยออกกําลังกายF 25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด 1.B 26. ปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพปจจัยใดที่ไมอาจหลีกเลี่ยงได 1.D 27. แนวทางการปองกันความเสี่ยงตอสุขภาพในเรื่องของ พฤติกรรมการรับประทานอาหารขอใดเหมาะสมที่สุดD 28. เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลเขาไปในปริมาณมาก เปนประจํา จะสงผลกระทบอยางไรตอสมองD 29. หากเพื่อนของนักเรียนพูดถึงเรื่องราวที่ไมดีของบุคคล ใหนักเรียนฟง ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนรูจักและคุนเคยC (28)
  • 29.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 30. สิ่งใดตอไปนี้สามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง ในสังคมไดมากที่สุด 1. การพูดแตสิ่งดีไมขัดแยง 2.การชวยเหลือซึ่งกันและกัน 3. การใหมากกวาการรับจากผูอื่น 4. การใหอภัยและเคารพในศักดิ์ศรีความเปนมนุษย ของผูอื่น 31. แนวทางปองกันการใชความรุนแรง ขอใดเหมาะสมที่สุด 1. ทําจิตใจใหสงบ 2. ตอตานคานิยมที่ผิดๆ 3. จัดการกับอารมณและความเครียดกอน 4. เกลียดชังการใชความรุนแรงทุกกรณี 32. นักเรียนคิดวาสื่อใดมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของ วัยรุนมากที่สุด 1. โทรทัศน 2. หนังสือพิมพ 3. เกมออนไลน 4. อินเทอรเน็ต 33. ขอใดไมใชหลักปฏิบัติในการชวยฟนคืนชีพ 1. กดหนาอกใหมีจังหวะเร็วและแรงเพื่อใหผูปวยฟน เร็วขึ้น 2. ระหวางอยูในรถพยาบาลอยาหยุดการปฏิบัติการ ชวยชีวิต 3. ผูปวยที่มีการอุดกั้นทางเดินลมหายใจไมควรเปาลม เขาปากผูปวย 4. ถาไดยินเสียงเหมือนกระดูกแตกหรือหักตองหยุดการ กดหนาอกทันที 34. หากพบบุคคลกําลังนอนหมดสติอยูริมถนน สิ่งแรกที่ นักเรียนควรปฏิบัติคือขอใด 1. เคลื่อนยายผูปวย 2. นวดหัวใจและผายปอด 3. ดูการตอบสนองของผูปวย 4. คลายเสื้อผาใหหายใจสะดวก 35. สําหรับผูปวยที่ไมรูสึกตัว ควรจับชีพจรบริเวณใด จึงจะสะดวกและงายที่สุด 1. บริเวณคอ 2. บริเวณขอมือ 3. บริเวณขาหนีบ 4. บริเวณขอพับแขน 30. สิ่งใดตอไปนี้สามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง ในสังคมไดมากที่สุดD 31. แนวทางปองกันการใชความรุนแรง ขอใดเหมาะสมที่สุด 1. ทําจิตใจใหสงบF 32. นักเรียนคิดวาสื่อใดมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของ วัยรุนมากที่สุดD 33. ขอใด 1.A 34. หากพบบุคคลกําลังนอนหมดสติอยูริมถนน สิ่งแรกที่ นักเรียนควรปฏิบัติคือขอใดC 35. สําหรับผูปวยที่ไมรูสึกตัว ควรจับชีพจรบริเวณใด จึงจะสะดวกและงายที่สุดB 36. ขอใดไมใชภาวะแทรกซอนจากการวางมือที่ไมถูกตอง ในการนวดหัวใจ 1. ปอดฉีก 2. ตับแตก 3. กระดูกซี่โครงหัก 4. เสนเลือดในสมองแตก 37. หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหเปนวิทยากรใหความรูเรื่อง การชวยฟนคืนชีพแกนักเรียนคนอื่นๆ นักเรียนจะเลือก ใหความรูเรื่องใด 1. ขั้นตอนในการนวดหัวใจ 2. แหลงขอความชวยเหลือฉุกเฉิน 3. หลักการพื้นฐานในการชวยฟนคืนชีพ 4. วิธีการชวยฟนคืนชีพเหตุการณสําลักควันไฟ 38. การชวยเหลือผูปวยที่ไมรูสึกตัวจากการจมนํ้า ซึ่ง สามารถคลําชีพจรไดแตไมมีการหายใจ นักเรียน ควรปฏิบัติอยางไร 1. ชวยหายใจดวยวิธีนวดหัวใจ 2. ชวยหายใจดวยวิธีปากตอปาก 3. ชวยหายใจดวยวิธีการเขยาตัวแรงๆ 4. ชวยหายใจดวยวิธีการเปดทางเดินหายใจ 39. การใหความชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อต ควรคํานึงถึง สิ่งใดเปนอันดับแรก 1. ความปลอดภัยของตนเอง 2. ความปลอดภัยของผูปวย 3. ความรับผิดชอบของบุคคล 4. ความเสียหายของทรัพยสิน 40. เหตุการณใดตอไปนี้ที่นักเรียนตองโทรแจงเหตุเพื่อ ขอความชวยเหลือจากระบบการแพทยฉุกเฉิน 1. ผูปวยเปนไขหวัด มีไข 2. ผูปวยเบาหวาน ปสสาวะบอย 3. ผูปวยมะเร็ง รับประทานอาหารไมได 4. ผูปวยทางเดินหายใจอุดตัน หายใจติดขัด 36. ขอใด ในการนวดหัวใจD 37. หากนักเรียนไดรับมอบหมายใหเปนวิทยากรใหความ การชวยฟนคืนชีพแกนักเรียนคนอื่นๆ นักเรียนจะเลือกE 38. การชวยเหลือผูปวยที่ไมรูสึกตัวจากการจมนํ้า ซึ่ง สามารถคลําชีพจรไดแตไมมีการหายใจ นักเรียนC 39. การใหความชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อต ควรคํานึงถึง สิ่งใดเปนอันดับแรกD 40. เหตุการณใดตอไปนี้ที่นักเรียนตองโทรแจงเหตุเพื่อ ขอความชวยเหลือจากระบบการแพทยฉุกเฉินD (29)
  • 30.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันโรคเพื่อไมใหเกิดการเจ็บปวยของตนเองไดอยางไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. นักเรียนสามารถมีสวนรวมในการสรางเสริมสุขภาพในชุมชนไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3.การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความสําคัญอยางไรกับนักเรียน .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. สื่อตางๆ มีอิทธิพลตอพฤติกรรมการใชความรุนแรงของวัยรุนอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. หากนักเรียนอยูในเหตุการณไฟไหม และพบเห็นคนกําลังสําลักควันไฟ นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 1. C 2. C 3. D 4. D 5. C ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (30)
  • 31.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 2. จุดประสงคของขอความนี้ เพื่ออะไร 1.รายงานผลกระทบที่เกิดขึ้น 2. รายงานสถานการณการเจ็บปวย 3. เสนอแนวทางการแกไขปญหาสุขภาพ 4. เสนอบทบาทผูที่มีสวนรับผิดชอบในการแกไขปญหา 3. นักเรียนมีแนวทางการปองกันการเกิดโรคดังกลาว ไดอยางไร 1. ฉีดวัคซีนปองกัน 2. หลีกเลี่ยงการใชยาพรํ่าเพรื่อ 3. หมั่นพบแพทยเปนประจําทุกเดือน 4. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 4. บุคคลใดสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไดเหมาะสมที่สุด 1. นิดชอบดื่มกาแฟในมื้อเชา 2. หนอยดื่มนํ้าสะอาดเปนประจํา 3. นอยรับประทานอาหารทะเลบอยครั้ง 4. นามักจะใชนํ้ามันหมูสําหรับทอดอาหาร 5. คุณแมของนักเรียนมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคมะเร็ง นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันหรือใหความดูแลทานได อยางไร 1. พาแมไปตรวจสุขภาพทุกๆ เดือน 2. ชวนแมไปดูคอนเสิรตศิลปนที่เราชื่นชอบ 3. ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารใหเหมาะสม 4. ใหแมรับประทานยาสมุนไพรเพื่อปองกันโรค 2. จุดประสงคของขอความนี้ เพื่ออะไร 1.B 3. นักเรียนมีแนวทางการปองกันการเกิดโรคดังกลาว ไดอยางไรE 4. บุคคลใดสามารถดูแลสุขภาพของตนเองไดเหมาะสมที่สุด 1.D 5. คุณแมของนักเรียนมีความเสี่ยงตอการเกิดโรคมะเร็ง นักเรียนจะมีแนวทางการปองกันหรือใหความดูแลทานไดC 1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยในปจจุบันมีสาเหตุ มาจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล นักเรียนเห็นดวย หรือไม อยางไร 1. เห็นดวย เพราะคนไทยชอบมีพฤติกรรมเลียนแบบ บุคคลอื่นๆ 2. เห็นดวย เพราะปจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมและการ ดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสม 3. ไมเห็นดวย เพราะสาเหตุหลักมาจากการไมมีเวลา ออกกําลังกาย 4. ไมเห็นดวย เพราะขึ้นอยูกับพฤติกรรมการดํารงชีวิต ของแตละบุคคล อานขอความตอไปนี้ แลวตอบคําถามขอที่ 2.-3. จากการรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบวา ในป พ.ศ. 2555 มีผูปวยนอกเขารับการรักษาดวย โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงเปนจํานวน รวมทั้งสิ้น 51,978 คน ซึ่งถือไดวาเปนสาเหตุสําคัญ ของการเจ็บปวยเปนอันดับหนึ่ง และสงผลกระทบ ตอดัชนีชี้วัดสภาวะสุขภาพที่สําคัญของประชาชนใน ประเทศ อีกทั้งยังชี้ใหเห็นถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา คุณภาพของการบริการทางการแพทย และ ความสุขของประชาชนภายในประเทศอีกดวย 1. การเจ็บปวยและการตายของคนไทยในปจจุบันมีสาเหตุ มาจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตของบุคคล นักเรียนเห็นดวยF ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 2 แบบทดสอบว�ชา สุขศึกษา ภาคเร�ยนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน (31)
  • 32.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. การปองกันไมใหเกิดโรคความดันโลหิตสูง ควรปฏิบัติ ดังตอไปนี้ยกเวนขอใด 1. พักผอนใหเพียงพอ 2. ไมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล 3. รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด 4. ทําจิตใจใหราเริงแจมใสอยูเสมอ 7. ควรปฏิบัติตนในเรื่องใดจนเปนนิสัย เพื่อใหตนเอง มีสุขภาพดี 1. ออกกําลังกายทุกวัน 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน 3. ปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแหงชาติ 4. หลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ 8. ขอใดคือกลุมโรคที่พบมากที่สุด และควรรีบดําเนินการ แกไขปองกันการเกิดโรคอยางเรงดวน 1. โรคติดตอ 2. โรคอุบัติซํ้า 3. โรคอุบัติใหม 4. โรคไมติดตอ 9. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมี จุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไวลวงหนา 1. การสังเกต 2. การสัมภาษณ 3. การทําแบบสอบถาม 4. การทําแบบทดสอบ 10. เมื่อเก็บรวบรวมขอมูลทางดานสุขภาพของชุมชนไดแลว ขั้นตอนตอไปคือขอใด 1. สังเกต 2. สัมภาษณ 3. วิเคราะหปญหา 4. หาแนวทางแกไขปญหา 11. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ มีความจําเปนตอการ แกปญหาสุขภาพของชุมชนอยางไร 1. เพื่อนํามาใชเปนหลักฐาน 2. เพื่อจะไดเบิกงบประมาณไดถูก 3. เพื่อใหประชาชนมีสวนรวมมากขึ้น 4. เพื่อใหไดรับทราบถึงขอมูลปญหาสุขภาพ 12. โครงการสรางเสริมสุขภาพในขอใดชวยสรางเสริม ภูมิคุมกันโรคใหกับคนในชุมชน 1. โครงการเมาไมขับ 2. โครงการแอโรบิกยามเชา 3. โครงการบานเรือนสะอาด 4. โครงการโรงอาหารปลอดภัย 6. การ ดังตอไปนี้C 7. ควรปฏิบัติตนในเรื่องใดจนเปนนิสัย มีสุขภาพดีD 8. ขอใดคือกลุมโรคที่พบมากที่สุด แกไขปองกันการเกิดโรคอยางเรงดวนD 9. ขอใดเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมี จุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไวลวงหนาA 10. เมื่อเก็บรวบรวมขอมูลทางดานสุขภาพของชุมชนไดแลว ขั้นตอนตอไปคือขอใดB 11. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ มีความจําเปนตอการ แกปญหาสุขภาพของชุมชนอยางไรD 12. โครงการสรางเสริมสุขภาพในขอใดชวยสรางเสริม ภูมิคุมกันโรคใหกับคนในชุมชนD 13. อนามัยชุมชน คือขอใดในการสรางเสริมสุขภาพที่เปนไป ตามหลักการ 5 อ. 1. การลดพฤติกรรมเสี่ยงตางๆ 2. ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอ 3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน 4. การจัดสภาพแวดลอมภายในชุมชน 14. หากนักเรียนพบวาประชาชนในชุมชนปวยเปนโรคพยาธิ จํานวนมาก นักเรียนจะมีแนวทางแกไขปญหานั้นได อยางไร 1. แจกยาถายพยาธิใหประชาชนในหมูบาน 2. จัดโครงการรับประทานอาหารปลอดสารพิษ 3. สงเสริมใหชาวบานรักษาความสะอาดบานเรือน 4. รณรงคใหประชาชนรับประทานอาหารที่สุก สะอาด 15. หากสถิติการเจ็บปวยในชุมชนของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น นักเรียนจะแกไขปญหานั้นอยางไร 1. จัดโครงการกินดีสุขภาพดี 2. จัดโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพ 3. จัดโครงการปลูกพืชสมุนไพร 4. จัดโครงการดนตรีบําบัดความเครียด 16. พฤติกรรมใดของคนในชุมชนที่ควรปรับเปลี่ยนเพื่อการ มีสุขภาพอนามัยที่ดี 1. การขี่จักรยานในชุมชน 2. การเครงเครียดกับการทํางาน 3. การแขงขันกีฬาทุกวันอาทิตย 4. การบริโภคผักพื้นบานและพืชสมุนไพร 17. เพราะเหตุใดเราจึงตองมีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย อยูเสมอ 1. เพื่อการมีสุขภาพที่ดี 2. เพื่อผอนคลายกลามเนื้อ 3. เพื่อปองกันการบาดเจ็บ 4. เพื่อใชเวลาวางใหเปนประโยชน 18. ในการสรางสมรรถภาพทางกายที่ดี จะตองปฏิบัติตน อยางไร 1. พักผอนใหเพียงพอ 2. รับประทานเนื้อสัตวมากๆ 3. รับประทานผักผลไมมากๆ 4. ออกกําลังกายเปนประจําทุกวัน 13. อนามัยชุมชน คือขอใดในการสรางเสริมสุขภาพที่เปนไป ตามหลักการ 5 อ.B 14. หากนักเรียนพบวาประชาชนในชุมชนปวยเปนโรคพยาธิ จํานวนมาก นักเรียนจะมีแนวทางแกไขปญหานั้นไดC 15. หากสถิติการเจ็บปวยในชุมชนของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น นักเรียนจะแกไขปญหานั้นอยางไรC 16. พฤติกรรมใดของคนในชุมชนที่ควรปรับเปลี่ยนเพื่อการ มีสุขภาพอนามัยที่ดีD 17. เพราะเหตุใดเราจึงตองมีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย อยูเสมอD 18. ในการสรางสมรรถภาพทางกายที่ดี จะตองปฏิบัติตน อยางไรE (32)
  • 33.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 19. ขอใดไมใชสัญญาณอันตรายอันเนื่องมาจากการ ออกกําลังกาย 1. เวียนศีรษะหลังออกกําลังกาย 2.นอนไมหลับหลังการออกกําลังกาย 3. ปวดราวบริเวณหนาอกระหวางออกกําลังกาย 4. อัตราการเตนของหัวใจแรงและเร็วขณะออกกําลังกาย 20. อาการใดที่ควรหยุดเลนกีฬาหรือหยุดออกกําลังกายทันที 1. รูสึกสดชื่นหลังจากเตนแอโรบิก 2. วิ่ง 2 กิโลเมตรแตไมรูสึกเหนื่อย 3. เหนื่อยผิดปกติ และหายใจติดขัด 4. มีชีพจรเตนอยูที่ 60-100 ครั้งตอนาที หลังออกกําลังกาย 21. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพ ทางกายดวยตนเอง 1. เพื่อการมีสมรรถภาพทางกายที่ดี 2. เพื่อปรับปรุงและสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย 3. เพื่อจัดลําดับที่สมรรถภาพทางกายของนักเรียน 4. เพื่อตรวจสอบความสมบูรณและความสามารถในการ เคลื่อนไหวรางกาย 22. ปจจัยที่ทําใหมีสมรรถภาพทางกายที่ดี คือขอใด 1. พรสวรรค 2. มีตนแบบ 3. การฝกฝน 4. มีความพรอม 23. ใครเลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายของตนเองไดอยางเหมาะสม 1. หนึ่งออกกําลังกายทุกครั้งเมื่อมีโอกาส 2. โบจางครูฝกมาสอนที่บาน เพื่อใหมีสมรรถภาพ ทางกายดีขึ้น 3. นอยออกกําลังกายดวยการปนจักรยานวันละสิบ กิโลเมตร 4. บัวเลือกเลนกีฬาหลายๆ ประเภท โดยคํานึงถึง ความสามารถของตนเอง 24. เพราะเหตุใดในขณะที่ทดสอบสมรรถภาพทางกายจึง ไมอนุญาตใหนักเรียนไปทํากิจกรรมอื่น 1. เพราะทําใหเสียเวลา 2. เพราะครูกําลังทดสอบอยู 3. เพราะมีผลตอการทดสอบ 4. เพราะทําใหไมเปนระเบียบ 19. ขอใ ออกกําลังกายD 20. อาการใดที่ควรหยุดเลนกีฬาหรือหยุดออกกําลังกายทันที 1.D 21. ขอใดกลาว ทางกายดวยตนเองB 22. ปจจัยที่ทําใหมีสมรรถภาพทางกายที่ดี คือขอใด 1.D 23. ใครเลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพ ทางกายของตนเองไดอยางเหมาะสมF 24. เพราะเหตุใดในขณะที่ทดสอบสมรรถภาพทางกายจึง ไมอนุญาตใหนักเรียนไปทํากิจกรรมอื่นD 25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ 1. การดื่มนํ้าวันละ 8-10 แกว 2. การนอนหลับวันละ 8 ชั่วโมง 3. การรับประทานอาหารหมักดอง 4. การออกกําลังกายวันละ 30 นาที 26. พฤติกรรมของบุคคลใดมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด 1. สมหมายดื่มสุราแลวขับรถไปสงของ 2. สมปองตรวจเช็กสภาพรถกอนใชทุกครั้ง 3. สมหญิงรูสึกงวงจึงแวะพักที่ปมนํ้ามันกอน 4. สมชายขับรถกลับบานที่ตางจังหวัดชวงตรุษจีน 27. เมื่อพบเห็นเพื่อนกําลังจะเขาไปในแหลงอบายมุข สิ่งแรก ที่นักเรียนควรทําคือขอใด 1. รีบแจงครูใหทราบทันที 2. มองดูดวยความสนุกสนาน 3. โทรบอกผูปกครองของเพื่อน 4. หามเพื่อนไมใหเขาไปในสถานที่แหงนั้น 28. บุคคลกลุมใดมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด 1. วัยรุน 2. วัยเด็ก 3. วัยชรา 4. วัยผูใหญ 29. หากนักเรียนตองการพักผอน นักเรียนควรไปสถานที่ใด เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณเสี่ยง 1. รานเกม 2. ชมคอนเสิรต 3. สวนสาธารณะ 4. สถานเริงรมย 30. ความรุนแรงในวัยรุนขอใดรุนแรงที่สุด 1. การรีดไถเงิน 2. การชกตอยกัน 3. การยกพวกตีกัน 4. การลวงละเมิดทางเพศ 31. เมื่อเกิดปญหาความขัดแยงที่อาจนําไปสูการใชความ รุนแรง ควรใชวิธีในการแกไขปญหาอยางไรจึงจะ เหมาะสมที่สุด 1. พูดคุยกันใหรูเรื่อง 2. การประนีประนอม 3. หาคนกลางมาตัดสิน 4. ใชหลักกฎหมายมาตัดสิน 25. ขอใดเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ 1.B 26. พฤติกรรมของบุคคลใดมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด 1.D 27. เมื่อพบเห็นเพื่อนกําลังจะเขาไปในแหลงอบายมุข ที่นักเรียนควรทําคือขอใดC 28. บุคคลกลุมใดมีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด 1.D 29. หากนักเรียนตองการพักผอน นักเรียนควรไปสถานที่ใด เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณเสี่ยงC 30. ความรุนแรงในวัยรุนขอใดรุนแรงที่สุด 1.D 31. เมื่อเกิดปญหาความขัดแยงที่อาจนําไปสูการใชความ รุนแรง ควรใชวิธีในการแกไขปญหาอยางไรจึงจะE (33)
  • 34.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 32. แนวทางการแกปญหาโดยไมใชความรุนแรงขอใดไดผลดี ที่สุด 1. เดือนพูดคุยกับบุคคลในครอบครัวเสมอ 2.นอยปลูกฝงใหมีจิตสํานึกเรื่องสิทธิมนุษยชน 3. แกวมักจะแกปญหาดวยการใชถอยคําที่นุมนวล 4. หญิงสรางทัศนคติที่เห็นวาการใชความรุนแรงเปนสิ่ง ไมถูกตอง 33. ขอใดไมใชหลักในการชวยฟนคืนชีพขั้นพื้นฐาน 1. การนวดหัวใจ 2. การชวยหายใจ 3. การนวดฝาเทา 4. การเปดทางเดินหายใจ 34. การจัดทาผูปวยเพื่อชวยฟนคืนชีพ ควรจัดอยูในทาใด 1. นอนควํ่าบนพื้นนุม 2. นอนควํ่าบนพื้นเรียบ 3. นอนหงายราบบนพื้นเรียบที่แข็ง 4. นอนหงายราบบนพื้นเรียบที่ออนนุม 35. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ คือบริเวณใด 1. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 1 นิ้วมือ 2. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 2 นิ้วมือ 3. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ 4. จากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 4 นิ้วมือ 36. ในการนวดหัวใจควรกดหนาอกใหมีความลึกเทาใด จึงเหมาะสมที่สุด 1. 3 นิ้ว 2. 4 นิ้ว 3. 1.5-2 นิ้ว 4. เทาใดก็ได 32. แนวทางการแกปญหาโดยไมใชความรุนแรงขอใดไดผลดี ที่สุดD 33. ขอใด 1.A 34. การจัดทาผูปวยเพื่อชวยฟนคืนชีพ ควรจัดอยูในทาใด 1.B 35. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ คือบริเวณใดA 36. ในการนวดหัวใจควรกดหนาอกใหมีความลึกเทาใด จึงเหมาะสมที่สุดA 37. ลักษณะอาการใดที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน 1. มึนงง ซึม 2. ปลุกไมตื่น 3. กระสับกระสาย 4. รูมานตาขยาย 38. นักเรียนสามารถชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อตไดอยางไร เปนลําดับแรก 1. ผายปอดใหผูปวย 2. รีบนําสงโรงพยาบาลทันที 3. ผายปอดสลับกับการนวดหัวใจ 4. ตรวจดูชีพจรและการหายใจ 39. หากนักเรียนพบเห็นสิ่งแปลกปลอมหลุดลงไปในลําคอ ของเด็ก นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร 1. กอดดานหลังและรัดแรงๆ 2. จับเด็กอาปากแลวใชคีมคีบออก 3. ใหเด็กนอนควํ่าและตบที่หลังเบาๆ 4. จับขาขึ้นใหหัวหอยลง และตบหลังเบาๆ 40. หากนักเรียนพบเห็นผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกดี แตมีอาการ เจ็บหนาอกเล็กนอย นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไร 1. ชวยเปดทางเดินหายใจ 2. ชวยพยุงใหผูปวยไดพักผอน 3. ชวยหายใจและนวดหัวใจทันที 4. ชวยนวดผอนคลายใหแกผูปวย 37. ลักษณะอาการใดที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน 1.B 38. นักเรียนสามารถชวยเหลือผูปวยที่ถูกไฟฟาช็อตไดอยางไร เปนลําดับแรกC 39. หากนักเรียนพบเห็นสิ่งแปลกปลอมหลุดลงไปในลําคอ ของเด็ก นักเรียนควรปฏิบัติอยางไรC 40. หากนักเรียนพบเห็นผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกดี แตมีอาการ เจ็บหนาอกเล็กนอย นักเรียนจะใหความชวยเหลืออยางไรC (34)
  • 35.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อปองกันการเกิดโรคตางๆ ไดอยางไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2.หัวใจสําคัญของการแกไขปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชนคืออะไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. การพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความจําเปนอยางไรตอการดําเนินชีวิตของเรา .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. แนวทางการปองกันและแกไขปญหาความรุนแรงของคนไทย สามารถทําไดอยางไรบาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. เมื่อพบผูปวยฉุกเฉินเราจําเปนตองโทรศัพทแจงศูนยบริการชวยชีวิต จะตองใหขอมูลอะไรแกเจาหนาที่บาง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 1.1. นักเรียนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อปองกันการเกิดโรคตางๆ ไดอยางไรบาง ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................C 2. หัวใจสําคัญของการแกไขปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชนคืออะไร ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D 3. การพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความจําเปนอยางไรตอการดําเนินชีวิตของเรา ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D 4.4. แนวทางการปองกันและแกไข ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................E 5. เมื่อพบผูปวยฉุกเฉินเราจําเปนตองโทรศัพทแจงศูนยบริการชวยชีวิต จะตองใหขอมูลอะไรแกเจาหนาที่บาง ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................B ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (35)
  • 36.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ3. สาเหตุการเจ็บปวยและการตายของคนไทย สวนใหญเกิดจากพฤติกรรมการดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสม เชน พฤติกรรมการบริโภคอาหาร การอยูในสภาพแวดลอมที่เปนพิษ การละเลยการออกกําลังกาย เปนตน ซึ่งสงผลใหบุคคลขาดการใสใจดูแลสุขภาพของตนเอง จึงเปนสาเหตุใหนําไปสูการเกิดโรคตางๆ มากมาย โดยเฉพาะกลุมโรคไมติดตอหรือโรคเรื้อรัง 2. ตอบ ขอ 1. โรคภัยไขเจ็บตางๆ เราสามารถปองกันได โดยการเอาใจใสดูแลตนเองอยางถูกวิธี เชน รับประทานอาหาร ใหครบ 5 หมู และหลากหลาย ออกกําลังกายสมํ่าเสมอ ทําจิตใจใหราเริง แจมใส ไมวิตกกังวล และ หลีกเลี่ยงปจจัยตางๆ ที่กอใหเกิดความเครียด ซึ่งหากทุกคนสามารถปฏิบัติไดตามที่กลาวมา ก็ยอมสามารถ ปองกันตนเองใหพนจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ ได 3. ตอบ ขอ 4. การดูแลสุขภาพตนเองไมใหเกิดการเจ็บปวย ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชนครบ5 หมู และหลากหลาย เสริมดวยผักและผลไมทุกมื้อที่เพียงพอตอความตองการของรางกาย เนื่องจากจะชวยสงเสริมใหรางกายของ ตนเองมีสุขภาพดี สมบูรณแข็งแรง และปราศจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ 4. ตอบ ขอ 4. โรคติดตอทางเพศสัมพันธ เปนกลุมโรคที่เปนปญหาของสังคมไทย ซึ่งควรไดรับการแกไขและปองกัน เนื่องจากเปนโรคที่สามารถแพรเชื้อใหกับบุคคลหนึ่งไปสูอีกบุคคลหนึ่งไดดวยการมีเพศสัมพันธ เชน โรคเอดส เปนตน โดยโรคดังกลาวจะมีความรุนแรง และทําใหเสียชีวิตลงไดในที่สุด 5. ตอบ ขอ 2. ควรใหนักเรียนคนอื่นๆ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธกอนวัยอันควร โดยควรเสนอถึงผลกระทบตางๆ ที่อาจ จะเกิดขึ้นเมื่อมีเพศสัมพันธ เชน การตั้งครรภกอนวัยอันควร เสียอนาคต เกิดโรคติดตอทางเพศสัมพันธ เปนตน ทั้งนี้เพื่อใหนักเรียนไดเกิดความตระหนัก และสามารถปองกันตนเองไดอยางถูกตองเหมาะสม 6. ตอบ ขอ 3. ควรสวมหนากากอนามัยทุกครั้งเมื่อตองใกลชิดกับผูปวย เนื่องจากเชื้อโรคสามารถแพรกระจายดวยการไอ จาม ใสโดยตรง ซึ่งหากไมสวมหนากากอนามัยปองกันก็อาจสงผลใหเกิดการติดเชื้อโรคดังกลาวจากผูปวย ได โดยการสวมหนากากอนามัยนั้นควรลางมือใหสะอาดกอนจึงจะสวมหนากากอนามัย ควรสวมใสหนากาก อนามัยใหพอดีกับใบหนา และใหผาปดตั้งแตจมูกจนถึงคาง โดยเฉพาะบริเวณสันจมูกดานที่มีโลหะจะอยูบน สันจมูกพอดี และที่สําคัญควรเปลี่ยนหนากากอนามัยทุกวันเพื่อสุขอนามัยที่ดีทั้งตอตนเองและผูปวย 7. ตอบ ขอ 3. ควรพยายามชวนนองเลน หรือทํากิจกรรมตางๆ ใหมากขึ้น เนื่องจากสามารถผอนคลายความเครียดได เพราะความเครียดจะมีผลตอการกระตุนการหลั่งฮอรโมนบางชนิดในรางกาย ซึ่งจะไปขัดขวางการทํางาน ของอินซูลิน นอกจากนี้ยังถือไดวาเปนการออกกําลังกายดวย เพราะการออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอนั้น จะสามารถรักษานํ้าหนักตัวใหเหมาะสมได โดยควรออกกําลังกายอยางนอยสัปดาหละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ ประมาณ 20 - 30 นาที 8. ตอบ ขอ 4. การเลนเกมคอมพิวเตอรทุกวันเปนเวลาติดตอกันหลายชั่วโมง จะสงผลกระทบตอสุขภาพ เชน ปญหาทาง สายตา โรคอวน ปวดเมื่อยตามรางกาย เปนตน นอกจากนี้ยังทําใหเกิดลักษณะนิสัยที่กาวราว และใชความ รุนแรงในการตัดสินและแกไขปญหา ตอนที่ 1 ชุดที่ 1 เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 2 (36)
  • 37.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ2. จะตองมีความรูความเขาใจในเบื้องตนเกี่ยวกับชุมชนของตนเองกอน เพราะชุมชนที่มีความแตกตางกัน จะมีสภาพและความเหมาะสมในการจัดการสุขภาพชุมชนที่แตกตางกันออกไป โดยการจัดการสรางเสริม สุขภาพชุมชนนั้น จะตองดําเนินการในลักษณะการจัดการสุขภาพชุมชนทั้งระบบ คือ มีการดําเนินงาน อยางเปนระบบ ดําเนินงานโดยชุมชนเอง และเนนการจัดการสุขภาพโดยรวม 10. ตอบ ขอ 2. ชุมชนที่นาจะมีปญหาสุขภาพมากที่สุด คือ ชุมชนแออัด เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยูกันอยางหนาแนน จึงเปนเหตุที่อาจกอใหเกิดการกระจายของเชื้อโรคได และสงผลใหสมาชิกภายในชุมชนเกิดการเจ็บปวย ไดงาย หรือเกิดปญหาทางสุขภาพตามมา 11. ตอบ ขอ 1. การสังเกต เปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือสถานการณที่เกิดขึ้นเปนปกติ หรืออาจเกิดขึ้น ทันทีทันใด ซึ่งวิธีนี้ตองอาศัยประสาทสัมผัสของผูสังเกตเปนหลัก จึงจะตองมีขอกําหนดหรือเงื่อนไขสําหรับ ใชในการสังเกต ตลอดจนผูสังเกตตองมีความตั้งใจ มีประสาทสัมผัสที่ดี และตองมีความสามารถในการรับรู หรือสื่อความหมายได 12. ตอบ ขอ 4. เนื่องจากการใหบริการสุขภาพของรัฐในบางพื้นที่ยังไมทั่วถึงทั้งในดานบุคลากรและงบประมาณ จึงทําให ประชาชนไมไดรับบริการทางสุขภาพอยางทั่วถึงเทาที่ควร 13. ตอบ ขอ 4. การแกปญหาสุขภาพชุมชนใหสําเร็จจําเปนตองไดรับความรวมมือจากทุกคนเพราะถาทุกคนในชุมชนรวมมือกัน ก็จะชวยใหชุมชนสามารถกําหนดแนวทางและเกิดกระบวนการเรียนรูรวมกันในการแกไขปญหาสุขภาพใน ชุมชนของตนเองได 14. ตอบ ขอ 4. เพราะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกตางกัน ซึ่งพบวามีการแขงขันทางดานวัตถุสูง ประกอบกับ สภาพความสลับซับซอนของสังคม จึงทําใหการสอดสองดูแลจากเจาหนาที่สามารถทําไดในขีดจํากัด สงผลใหปญหาอาชญากรรมทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น 15. ตอบ ขอ 3. นัดไมสามารถแกไขปญหาสุขภาพในชุมชนไดอยางเหมาะสม เนื่องจากปรับปรุงสภาพแวดลอมใหมี ความสวยงามเทานั้นแตไมไดคํานึงถึงการจัดสิ่งแวดลอมที่เอื้อตอสุขภาพของประชาชนในชุมชน ซึ่งนัด ควรจัดสิ่งแวดลอมและจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดลอมเพื่อลดปญหามลภาวะตางๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เชน อากาศเสีย นํ้าเสีย ขยะมูลฝอย เปนตน สิ่งเหลานี้จะเปนปจจัยที่ชวยสรางเสริมใหประชาชนในชุมชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 16. ตอบ ขอ 4. ควรเลือกจัดกิจกรรมรอง เลน เตนรํา เนื่องจากเปนกิจกรรมที่ชวยสรางเสริมสุขภาพรางกายใหแข็งแรง นอกจากนี้ยังสงผลดีตอสุขภาพจิตอีกดวย เพราะกิจกรรมดังกลาวจะชวยทําใหมีอารมณแจมใส และสามารถ ผอนคลายความเครียดได 17. ตอบ ขอ 1. การเตรียมตนเองเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในการวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกาย โดยจะตองเตรียม รางกายใหพรอม และสรางแรงจูงใจในการออกกําลังกายใหกับตนเอง เชน การสรางพลังแกตนเอง การประเมินตนเอง เปนตน 18. ตอบ ขอ 4. การวางแผนและจัดเวลาในการออกกําลังกาย เปนสิ่งสําคัญที่มีประโยชนอยางยิ่ง เนื่องจากจะทําใหสามารถ ตรวจสอบไดวาแตละบุคคลปฏิบัติไดตามเปาหมายที่วางไวหรือไม อีกทั้งยังชวยหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บและ ปญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได (37)
  • 38.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 19. ตอบ ขอ2. ควรมีการเตรียมการในการเลือกกิจกรรมตามที่ตนเองชอบหรือสนใจกอน เพราะหากเราไดทํากิจกรรมตาม ที่เราไดเลือกไวแลว ก็ยอมสงผลใหการพักผอนในครั้งนั้นๆ ประสบผลสําเร็จ และรางกายพักผอนไดอยาง เต็มประสิทธิภาพ 20. ตอบ ขอ 3. การนอนหลับเปนการพักผอนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรางกายไดผอนคลายจากความเหนื่อยลา และยัง สามารถชวยเสริมสรางพลังใหแกรางกาย ซึ่งควรไดรับการพักผอนอยางนอยวันละ 8-10 ชั่วโมง 21. ตอบ ขอ 1. ขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและทางกลไกที่สําคัญที่สุด คือ การวางแผน เนื่องจากเปน จุดเริ่มตนของการปฏิบัติกิจกรรมใดก็ตาม เพื่อใหเกิดความสําเร็จและมีประสิทธิภาพอยางสูงสุด ซึ่งจําเปน จะตองคํานึงถึงปจจัยสวนบุคคล เชน ความเต็มใจ ความรู ความสามารถ แรงสนับสนุนของครอบครัวและ สังคม เปนตน เพราะถาไมมีการวางแผนจะทําใหการออกกําลังกายเปนไปอยางไมมีทิศทาง และไมสามารถ ประเมินไดวาชวยพัฒนาสมรรถภาพทางกายและทางกลไกของเราไดดีมากนอยเพียงใด 22. ตอบ ขอ 3. การเสริมสรางสมรรถภาพทางกาย จะชวยใหรางกายมีการเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ สรางภูมิตานทานโรค ทําใหเปนผูมีสุขภาพดี บุคลิกภาพดี และมีประสิทธิภาพในการดําเนินชีวิตประจําวันไดดียิ่งขึ้น 23. ตอบ ขอ 1. การวางแผนปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ควรคํานึงถึงการจัดเตรียมสภาพแวดลอม สถานที่ รวมถึง แตงกายใหเหมาะสม กําหนดตารางเวลาการออกกําลังกายเปนประจําอยางตอเนื่อง กําหนดวัตถุประสงค และเปาหมายรวมถึงการประเมินอยางชัดเจน และชักชวนใหบุคคลอื่นเขารวมกิจกรรม เพราะการวางแผน พัฒนาสมรรถภาพโดยลําพังเพียงคนเดียวอาจเกิดความเบื่อหนายไดงาย 24. ตอบ ขอ 2. เปนไปได เพราะการออกกําลังกายเปนวิธีหนึ่งที่ชวยเสริมสรางสมรรถภาพทางกาย สรางภูมิคุมกันโรค และ ระบบกลามเนื้อใหแข็งแรง 25. ตอบ ขอ 1. การสูบบุหรี่เปนประจํา เปนพฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพมากที่สุด เนื่องจากบุหรี่ประกอบไปดวยสารเคมีตางๆ ที่มีอันตรายตอสุขภาพ ไดแก นิโคติน ทาร คารบอนมอนอกไซด ไฮโดรเจนไซยาไนด ไนโตรเจนไดออกไซด แอมโมเนีย และสารกัมมันตภาพรังสี ซึ่งถาหากรางกายสะสมสารเหลานี้เปนเวลานานจะสงผลใหเกิดโรค ตางๆ ได สําหรับพฤติกรรมเสี่ยงในขออื่นๆ นั้น ถือเปนพฤติกรรมเสี่ยงตอการเกิดโรคเชนเดียวกัน แตนอยกวา การสูบบุหรี่ 26. ตอบ ขอ 2. พันธุกรรม เนื่องจากเปนลักษณะความผิดปกติที่ไดรับการถายทอดจากยีน ซึ่งบางลักษณะอาจไมกระทบตอ สุขภาพมากนัก แตบางลักษณะก็ทําใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพโดยตรง เชน เบาหวาน ธาลัสซีเมีย เปนตน 27. ตอบ ขอ 2. การเคี้ยวอาหารใหละเอียด เปนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีสวนชวยไมใหเกิดความเสี่ยงตอสุขภาพ เนื่องจากจะทําใหไมเกิดอาการปวดทอง เพราะการเคี้ยวอาหารไมละเอียดจะทําใหกระเพาะอาหารตองทํางาน หนักในการยอยอาหาร ดังนั้นการเคี้ยวอาหารที่ถูกตองควรเคี้ยวอยางนอย 50 ครั้งตอคํา เพราะจะสามารถ ชวยรักษาระบบการยอยอาหารใหทํางานไดอยางเปนปกติ 28. ตอบ ขอ 4. เมื่อดื่มสุราเขาไปในรางกายแลว เอทิลแอลกอฮอลที่มีอยูในสุราจะออกฤทธิ์กดประสาทสวนกลางซึ่งสงผล ทําใหเปนโรคสมองพิการได โดยจะมีอาการสมองเสื่อม ประสาทหลอน หูแวว และเปนโรคพิษสุราเรื้อรังได ในที่สุด 29. ตอบ ขอ 3. ไมควรแสดงความคิดเห็น และพยายามเปลี่ยนเรื่องสนทนาไปคุยเรื่องอื่นแทน ซึ่งถาเราใชวิธีนี้หลายๆ ครั้ง เพื่อนบางคนก็จะรูสึกวาเราไมชอบการวิจารณผูอื่น สําหรับการแนะนําเพื่อน อาจใชไดในบางกรณี เพราะ บางคนอาจจะคิดวาเราไปหักหนาเขา และมีผลตอสัมพันธภาพตามมา การรักษานํ้าใจแบบบัวไมใหชํ้า นํ้าไมใหขุนจึงเปนวิธีที่ดีที่สุด (38)
  • 39.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 30. ตอบ ขอ4. การใหอภัยและเคารพในศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของผูอื่นจะสามารถชวยลดความขัดแยงและความรุนแรง ในสังคมไดมากที่สุด เพราะหากทุกคนมีการใหอภัย เขาใจและยอมรับความแตกตางซึ่งกันและกัน ก็ยอม สงผลใหอยูรวมกันในสังคมไดอยางสันติสุข และมีความปลอดภัย 31. ตอบ ขอ 3. อารมณและความเครียดเปนปฏิกิริยาทางจิตใจที่ตอบสนองตอสิ่งเรา ซึ่งหากเกิดความเครียดเราสามารถที่จะ แสดงพฤติกรรมตางๆ ออกมาโดยที่เราไมรูตัว โดยอาจจะแสดงพฤติกรรมกาวราวหรือความรุนแรง ดังนั้น จึงควรที่จะลดความเครียดตางๆ ใหผอนคลายลง เชน ฟงเพลง ดูหนัง ทําบุญตักบาตร เปนตน 32. ตอบ ขอ 3. เกมออนไลนมีอิทธิพลตอการใชความรุนแรงของวัยรุนมากที่สุด โดยเฉพาะเกมที่มีการตอสูโดยใชอาวุธตางๆ จะทําใหวัยรุนเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมจากตัวละครในเกม และนําพฤติกรรมที่ไมดีเหลานั้นมาปฏิบัติ กับผูอื่นในสังคม จนอาจกอความเดือดรอนใหกับผูอื่นได 33. ตอบ ขอ 1. การกดหนาอกผูปวยใหมีจังหวะเร็วและแรงเกินไป เปนหลักการปฏิบัติที่ไมถูกตอง เพราะอาจทําใหหัวใจชํ้า หรือกระดูกหักได 34. ตอบ ขอ 3. ควรดูการตอบสนองของผูปวย โดยดูวาผูปวยยังรูสึกตัวหรือไม ซึ่งอาจจะใชการเขยาตัวเบาๆ หรืออาจจะ ถามเสียงดังๆ หากผูปวยไมมีการตอบสนองแสดงวาไมรูสึกตัว อาจใชการสังเกต การฟง และแกมสัมผัส ในการตรวจสอบได 35. ตอบ ขอ 2. การจับชีพจรที่สะดวกและงายที่สุด คือ บริเวณขอมือ เนื่องจากสามารถหาเสนเลือดแดงไดงายที่สุด โดยใชนิ้ว 3 นิ้วของมืออีกขางหนึ่ง คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง สัมผัสการเตนของชีพจร 36. ตอบ ขอ 4. การนวดหัวใจจะเปนการกดที่บริเวณหนาอกหรือหนาทองของผูปวย หากปฏิบัติไมถูกตองอาจกอใหเกิด อันตรายขึ้นได เชน ปอดฉีก ตับแตก กระดูกซี่โครงหัก เปนตน ซึ่งไมเกี่ยวของกับภาวะแทรกซอนของ เสนเลือดในสมองแตก 37. ตอบ ขอ 3. ควรใหความรูในเรื่องหลักการพื้นฐานในการชวยฟนคืนชีพ เนื่องจากเปนหลักการพื้นฐานสําคัญที่ทุกคน จําเปนจะตองทราบเพื่อใหความชวยเหลือแกบุคคลอื่นๆ ที่ประสบอุบัติเหตุหรือกําลังจะเสียชีวิต โดยจะตอง ใหความรูเรื่องหลัก ABC (The ABC of Resuscitation) คือ การเปดทางเดินหายใจ (Airway : A) การชวย- หายใจ (Breathing : B) และการนวดหัวใจ (Circulation : C) 38. ตอบ ขอ 2. ควรชวยหายใจดวยวิธีปากตอปาก เนื่องจากผูปวยจะเกิดอาการหายใจไมออกหรือหายใจไมเขา เพราะหายใจ เอานํ้าเขาไปแทนที่ แตถาผูปวยหัวใจหยุดเตน ใหปฏิบัติดวยวิธีการนวดหัวใจ 39. ตอบ ขอ 1. ควรคํานึงถึงความปลอดภัยของตนเองกอน เนื่องจากจะตองเปนผูชวยเหลือผูปวย ซึ่งถาไมมีความ ระมัดระวังหรือเกิดความประมาท ก็ยอมสงผลใหตนเองเกิดการบาดเจ็บ และอาจสงผลกระทบไปยัง ผูปวยได 40. ตอบ ขอ 4. เมื่อพบผูปวยทางเดินหายใจอุดตัน มีอาการหายใจติดขัด ควรรีบโทรแจงเหตุฉุกเฉินทันที โดยในขณะที่ กําลังรอรถพยาบาลอยูนั้น ผูชวยเหลือควรทําการชวยหายใจและนวดหัวใจผูปวยรวมดวยเพื่อไมใหผูปวย หยุดหายใจกะทันหัน ซึ่งถาหากหยุดการชวยหายใจอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตได (39)
  • 40.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ มีพฤติกรรมการดํารงชีวิตของตนเองอยางเหมาะสมเชน รับประทานอาหารที่มีประโยชน ออกกําลังกายอยาง สมํ่าเสมอ ทําจิตใจใหราเริง แจมใส นอนหลับพักผอนใหเพียงพอ ไมดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล ไมยุงเกี่ยว กับสารเสพติด เปนตน นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสุขภาพประจําป ฉีดวัคซีนปองกันโรคติดตอบางชนิด และไมละเลยกับการไปพบแพทยแมจะมีอาการปวยเพียงเล็กนอย 2. แนวตอบ โดยการเขารวมโครงการหรือกิจกรรมตางๆ ในชุมชนของตนเอง เพราะนักเรียนถือไดวาเปนประชาชน คนหนึ่งในชุมชน ซึ่งเปนตัวแปรสําคัญในการรวมดําเนินงานใหบรรลุเปาหมาย เพื่อปรับปรุง ปกปองสุขภาพ ของตนเอง ครอบครัว และชุมชนใหมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตอไป 3. แนวตอบ การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายมีความสําคัญ เนื่องจากเปนการสํารวจคนหาจุดเดนและจุดดอย ของตนเองตอการฝกปฏิบัติ พรอมทั้งลงมือแกไขและพัฒนาในแนวทางที่ถูกตองได เปนการเตรียมการฝก ปฏิบัติอยางมีระบบในการดําเนินงานใหเปนไปตามแผนที่กําหนดไว เปนการวิเคราะหสถานการณการฝก ปฏิบัติสมรรถภาพทางกายและทางกลไกที่คาดการณไวในอนาคต เพื่อใหสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางใน การปฏิบัติที่ดีที่สุดได 4. แนวตอบ เนื่องจากสื่อตางๆ เชน เกมออนไลน อินเทอรเน็ต คลิปวิดีโอ เปนตน จะนําเสนอเนื้อหา รูปภาพ เหตุการณ ที่รุนแรง สรางทัศนคติและปลูกฝงการใชความรุนแรงใหแกเด็กและวัยรุน จึงทําใหเด็กและวัยรุนสวนใหญ เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม 5. แนวตอบ ควรยายผูปวยออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยยายผูปวยไปอยูในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ จากนั้นคลายเสื้อผา ของผูปวยใหหลวมเพื่อใหผูปวยหายใจไดสะดวก และตรวจดูบาดแผลที่อาจถูกไฟลวกหรือถูกความรอนที่ทําให พุพอง ซึ่งถามีใหรีบปฐมพยาบาลทันที ถาผูปวยหายใจไมสะดวกใหชวยฟนคืนชีพดวยการผายปอด จากนั้น สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงทางดานการหายใจและชีพจร แลวรีบนําผูปวยสงสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด ตอนที่ 2 (40)
  • 41.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ2. เห็นดวย เพราะปจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการดํารงชีวิตที่ไมเหมาะสมรวมถึงสภาพแวดลอมที่เปนพิษ อันเปนผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ความเชื่อ จึงสงผลใหประชาชนขาดการใสใจดูแล สุขภาพกันมากขึ้นและกอใหเกิดปญหาทางสุขภาพโดยเฉพาะกลุมโรคเรื้อรังตางๆเชนโรคมะเร็งโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เปนตน 2. ตอบ ขอ 3. เพื่อเสนอแนวทางแกไขปญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น เนื่องจากปญหาการเจ็บปวยดวยโรคเบาหวาน และโรค ความดันโลหิตสูงนั้นกําลังเปนปญหาสําคัญของประเทศที่สงผลใหคนไทยเจ็บปวยเปนจํานวนมากซึ่งควร ไดรับการแกไขเพื่อใหประชาชนมีสุขภาพรางกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไขเจ็บตางๆ และมีชีวิต ที่ยืนยาว 3. ตอบ ขอ 4. ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารใหเหมาะสมมากขึ้น เชน รับประทานอาหารที่มีประโยชน ใหครบ 5 หมู รับประทานผักและผลไมใหมากๆ ลดอาหารประเภทแปง นํ้าตาล และไขมัน หลีกเลี่ยง การรับประทานอาหารที่มีรสจัดและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล เปนตน นอกจากนี้ควรควบคุมนํ้าหนักตัวให อยูในเกณฑที่เหมาะสมดวย 4. ตอบ ขอ 2. การดื่มนํ้าสะอาดเปนประจําประมาณวันละ 6-8 แกว จะกอใหเกิดประโยชนตอรางกาย เพราะการดื่มนํ้า จะชวยในการหลอเลี้ยงเซลลในรางกาย ฟนฟูระบบขับถาย กําจัดของเสียโดยเฉพาะไขมัน ชวยรักษาระดับ ความเขมขนของเลือด อีกทั้งยังทําใหกลามเนื้อมีความชุมชื้น ผิวหนังไมเหี่ยวยน 5. ตอบ ขอ 3. ควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารใหเหมาะสม ซึ่งอาจใหแมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารตางๆ โดยการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเหลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล รับประทานผักและผลไม หลากสีใหมากขึ้น เชน สีแดงในมะเขือเทศจะชวยปองกันโรคมะเร็ง สีมวงในองุนจะทําหนาที่ยับยั้งการทํางาน ของเอนไซมที่ทําใหเซลลมะเร็งเกิดการแพรกระจาย สีเขียวในผักตางๆ และสีสมในแครอตจะมีสารตานการ เกิดโรคมะเร็ง เปนตน 6. ตอบ ขอ 3. การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีปริมาณโซเดียมสูง อาจสงผลใหเกิดโรคความดันโลหิตสูงได เนื่องจากโซเดียมจะมีหนาที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในรางกาย และรักษาความดันโลหิตใหอยูใน ระดับปกติ หากมีมากเกินไปก็จะสงผลเสียตอรางกาย โดยโซเดียมจะพบมากในผงชูรส อาหารกึ่งสําเร็จรูป ขนมคบเคี้ยว และอาหารกระปอง ซึ่งวิธีการปองกันไมใหรับโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปนั้นใน 1 วัน ไมควรรับประทานโซเดียมเกิน 6 กรัม หรือเกิน 1 ชอนชาตอวัน 7. ตอบ ขอ 3. ควรปฏิบัติในเรื่องของสุขบัญญัติแหงชาติ เนื่องจากครอบคลุมการปฏิบัติในทุกๆ ขอที่กลาวมา เพราะการ ปฏิบัติตามแนวของสุขบัญญัติแหงชาตินั้น จะสรางเสริมใหตนเองมีพฤติกรรมในการปองกันโรคที่ถูกตอง จนเปนสุขนิสัย ซึ่งสงผลใหเจ็บปวยนอยลง มีสุขภาพที่สมบูรณแข็งแรงทั้งรางกายและจิตใจอันจะนํามาซึ่ง การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตอนที่ 1 ชุดที่ 2 เฉลยแบบทดสอบ ภาคเร�ยนที่ 2 (41)
  • 42.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 8. ตอบ ขอ4. คือ กลุมโรคไมติดตอ เชน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เปนตน ซึ่งพบวาสาเหตุเกิดจาก พฤติกรรมการใชชีวิตประจําวันและสิ่งแวดลอมที่ไมเหมาะสม เชน การรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ มลพิษในอากาศ เปนตน สิ่งเหลานี้จะเปนตัวบั่นทอนสุขภาพของประชาชน หากไมรูจักดูแลสุขภาพหรือ ละเลยการตรวจสุขภาพก็ยอมสงผลใหเกิดการเจ็บปวย เกิดโรคตางๆ และอาจเสียชีวิตในที่สุด 9. ตอบ ขอ 2. การสัมภาษณเปนวิธีการเก็บรวบรวมขอมูลดวยการสนทนาอยางมีจุดมุงหมาย โดยกําหนดวัตถุประสงคไว ลวงหนา ซึ่งเปนวิธีที่ชวยใหรายละเอียดของขอมูลอยางตรงเปาหมาย ทั้งนี้ตองอาศัยเวลาและความสามารถ ของผูสัมภาษณเปนหลัก 10. ตอบ ขอ 3. คือ การวิเคราะหปญหาสุขภาพชุมชน โดยเนนปญหาที่มีความสําคัญหรือมีความเรงดวนที่จะตองดําเนินการ แกไขใหลุลวงกอนเปนอันดับแรก 11. ตอบ ขอ 4. การเก็บรวบรวมขอมูลดานสุขภาพ จะสามารถระบุปญหาสุขภาพของชุมชนไดอยางถูกตอง เพื่อนํามาสู การดําเนินการแกไขปญหา ซึ่งวิธีที่ใชในการรวบรวมขอมูลทั่วไป ไดแก การสังเกต การสัมภาษณ การใช แบบสอบถาม และการใชแบบทดสอบ 12. ตอบ ขอ 2. โครงการแอโรบิกยามเชา เปนโครงการที่ชวยเสริมสรางสุขภาพใหกับคนในชุมชน เนื่องจากการ ออกกําลังกายแบบแอโรบิกจะชวยเพิ่มสมรรถภาพความทนทานของระบบหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด สามารถทําใหอาการของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานดีขึ้น อีกทั้งยังชวยเพิ่มภูมิคุมกันในรางกาย ลดความเครียด และลดนํ้าหนักไดอีกดวย เชน การวิ่ง วายนํ้า ปนจักรยาน เตนแอโรบิก เปนตน 13. ตอบ ขอ 4. คือ การจัดสภาพแวดลอมในชุมชน โดยควรจัดสภาพแวดลอมใหมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ อากาศถายเท สะดวก หากสภาพแวดลอมดังกลาวมีสภาวะที่ดีก็ยอมสงผลใหทั้งตนเองและสมาชิกในชุมชนมีสุขภาพที่ดี ตามไปดวย 14. ตอบ ขอ 4. แนวทางแกไขปญหาที่ดีที่สุด คือ การรณรงคใหประชาชนรับประทานอาหารที่สุก สะอาด เนื่องจากโรค พยาธิมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ซึ่งเปนอันตรายตอสุขภาพเปนอยางมาก เชน โรคพยาธิขึ้นสมอง เปนตน จะทําใหเกิดโรคสมองและเยื่อหุมสมองอักเสบ จนถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นจึง ควรรณรงคใหประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร โดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกดวย ความรอนสูง และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบ เพียงเทานี้ก็จะสามารถปองกันการเกิดโรคพยาธิได 15. ตอบ ขอ 2. ควรจัดโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพ เพราะเปนโครงการที่ชวยใหประชาชนในชุมชนมีสุขภาพรางกายที่แข็งแรง เนื่องจากการวิ่งนั้นเปนการออกกําลังกายรูปแบบหนึ่งที่ชวยเสริมสรางสมรรถภาพรางกายใหมีความแข็งแรง สมบูรณ สามารถลดความเสี่ยงตอการเกิดโรคภัยไขเจ็บตางๆ และมีภูมิคุมกันโรคที่ดี 16. ตอบ ขอ 2. ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเครงเครียดกับการทํางาน เพราะการมุงมั่นหรือเอาจริงเอาจังกับการทํางาน มากเกินไปอาจกอใหเกิดความเครียดได นอกจากจะทําใหไมไดผลงานอยางที่ตั้งใจไวแลวยังสงผลเสีย ดานอื่นๆ อีกดวย เชน ทําใหเกิดอาการเจ็บปวย ทําใหเสียความสัมพันธกับคนใกลชิดทั้งผูรวมงานและ บุคคลในครอบครัว เปนตน ดังนั้นการรูจักผอนคลายความเครียดจึงเปนเรื่องสําคัญ เพราะนอกจากจะชวย คลายเครียดและเสริมสรางสุขภาพจิตที่ดีแลว ยังชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ชวยสรางความสัมพันธ ที่ดีกับผูอื่น เกิดบรรยากาศที่ดีในการทํางาน และทําใหมีความสุขในชีวิตมากขึ้น 17. ตอบ ขอ 1. การทดสอบสมรรถภาพทางกายจะชวยใหเราทราบถึงระดับความสามารถ เพื่อนําไปสูการพัฒนาตนเองอยาง ตอเนื่อง อันเปนที่มาของสุขภาพกายที่ดี (42)
  • 43.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 18. ตอบ ขอ4. การออกกําลังกายเปนประจําทุกวัน จะชวยใหกลามเนื้อมีความแข็งแรงทนทานและยังสงผลใหมี สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีดวย ซึ่งหลักการออกกําลังกายที่เหมาะสม คือ ควรออกกําลังกายอยางนอย สัปดาหละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที 19. ตอบ ขอ 2. การนอนไมหลับ มีสาเหตุมาจากความเครียด สภาพแวดลอม ลักษณะทาทางของการนอน ไมใชเปนผลมาจาก การออกกําลังกาย 20. ตอบ ขอ 3. ในขณะที่ออกกําลังกายรางกายจะสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก และมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจผิดปกติ ซึ่ง ถาหากมีอาการดังกลาวแลวยังฝนออกกําลังกายอยูตอไป อาจทําใหเกิดอาการชักได 21. ตอบ ขอ 3. การจัดลําดับสมรรถภาพทางกายจะเปนขั้นตอนในการแกไขปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย เชน จัดลําดับ ความสําคัญของปญหาทางสมรรถภาพทางกายที่เกิดขึ้นเพื่อนํามาสูการแกไขปญหาตอไป 22. ตอบ ขอ 3. การฝกฝนรางกายอยางสมํ่าเสมอ โดยปฏิบัติกิจกรรมนั้นซํ้าๆ จนเกิดเปนความเคยชินและติดจนเปนนิสัย จะสงผลใหมีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น 23. ตอบ ขอ 4. บัว เลือกเทคนิควิธีการปรับปรุงและพัฒนาสมรรถภาพทางกายของตนเองไดเหมาะสมที่สุด เนื่องจากบัวให ความสําคัญของการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย โดยการเลนกีฬาที่หลากหลาย และคํานึงถึงความสามารถ หรือความถนัดของตนเองเสมอ 24. ตอบ ขอ 3. เนื่องจากถานักเรียนไปทํากิจกรรมอื่น รางกายจะเกิดการเคลื่อนไหวและอาจสงผลใหเกิดอาการหอบเหนื่อย ซึ่งมีผลตอการทดสอบ โดยอาจทําใหการทดสอบเกิดความคลาดเคลื่อนและไมไดผลตามความเปนจริง 25. ตอบ ขอ 3. อาหารหมักดองเปนอาหารที่ไมมีประโยชน ซึ่งเมื่อรับประทานเขาไปเปนเวลานานจะสงผลกระทบตอสุขภาพ กอใหเกิดความผิดปกติของรางกายโดยเฉพาะระบบกลามเนื้อ เนื่องจากในอาหารหมักดองจะมีเชื้อไวรัสที่มี ฤทธิ์มากพอที่จะทําลายกลามเนื้อ สงผลใหกลามเนื้อออนแรง 26. ตอบ ขอ 1. สมหมายมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เนื่องจากดื่มสุราแลวขับรถ เพราะฤทธิ์ของสุราจะมีผลทําให ขาดสติ ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง และอาจกอใหเกิดอุบัติเหตุไดงาย ซึ่งมีผลกระทบตอตนเอง เชน บาดเจ็บ พิการ เสียชีวิต เปนตน และผลกระทบตอครอบครัว เชน สูญเสียเงินคารักษาพยาบาล สูญเสียบุคคลที่รักไป เปนตน 27. ตอบ ขอ 4. ควรหามเพื่อนไมใหเขาไปในสถานที่แหงนั้น โดยบอกเพื่อนวาเปนสถานที่ที่ไมดี และบอกถึงโทษของอบายมุข ตางๆ ซึ่งการกระทําเชนนี้ถือไดวาเปนการชวยเตือนสติและอาจทําใหเพื่อนตระหนักถึงโทษของอบายมุข จนหลีกเลี่ยงที่จะไมเขาไปในที่แหงนั้นอีกตอไป 28. ตอบ ขอ 1. วัยรุนเปนกลุมที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากเปนวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางมากในทุกๆ ดาน มีความคึกคะนอง อยากรู อยากลอง และยังไมมีวุฒิภาวะเพียงพอจึงอาจถูกชักชวนหรือหลอกใหกระทํา พฤติกรรมเสี่ยง หรือเขาไปอยูในสถานการณเสี่ยงได 29. ตอบ ขอ 3. การพักผอนเปนการทําใหรางกายและสมองไดผอนคลาย ซึ่งการไปพักผอนที่สวนสาธารณะถือเปน สถานที่ที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีความรมรื่นและเงียบสงบเหมาะแกการพักผอนมากที่สุด 30. ตอบ ขอ 3. การยกพวกตีกัน เปนความรุนแรงในวัยรุนที่รุนแรงที่สุด เนื่องจากเปนวัยที่อยูในความคึกคะนอง ไมใชเหตุผล ในการแกไขปญหาจึงตองใชความรุนแรง ซึ่งอาจสงผลกระทบตอรางกายและจิตใจรวมถึงบุคคลรอบขางดวย 31. ตอบ ขอ 2. การประนีประนอมเปนวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากการประนีประนอม คือ การที่บุคคลทั้ง 2 ฝาย พูดจาตกลงกัน ในเรื่องตางๆ โดยการยอมรับซึ่งกันและกันเพื่อไมใหนําไปสูปญหาความขัดแยงและความรุนแรง (43)
  • 44.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 32. ตอบ ขอ3. เมื่อเกิดปญหาความรุนแรงขึ้น ควรแกไขปญหาดวยการใชคําพูดที่นุมนวล ไมพูดจาหยาบคายและไมใช อารมณในการพูด ซึ่งการพูดในลักษณะดังกลาวจะเปนการพูดแบบประนีประนอมโดยใชเหตุผลเขามา เกี่ยวของ เพียงเทานี้ปญหาความรุนแรงก็จะไมเกิดขึ้นอยางแนนอน 33. ตอบ ขอ 3. หลักในการชวยฟนคืนชีพขั้นพื้นฐาน ไดแก การเปดทางเดินหายใจ การชวยหายใจ และการนวดหัวใจ แต สําหรับการนวดฝาเทานั้นเปนการชวยใหรูสึกผอนคลายเทานั้น ไมใชเปนหลักในการชวยฟนคืนชีพ 34. ตอบ ขอ 3. ควรใหผูปวยนอนหงายราบบนพื้นเรียบที่แข็ง แตถาเปนพื้นออนนุมสามารถใชไมกระดานแข็งสอดใตลําตัว ผูปวยแทนได ทั้งนี้เพื่อใหเกิดแรงตานขณะที่นวดหัวใจ 35. ตอบ ขอ 3. ตําแหนงที่ถูกตองในการวางมือเพื่อทําการนวดหัวใจ คือ กระดูกหนาอกเหนือรอยตอของกระดูกลิ้นป โดย คลําหาปลายกระดูกลิ้นปแลววัดจากปลายกระดูกลิ้นปขึ้นมาประมาณ 3 นิ้วมือ 36. ตอบ ขอ 3. ควรกดหนาอกใหมีความลึกประมาณ 1.5-2 นิ้ว 30 ครั้ง โดยนับเปนจังหวะ 1 และ 2 และ 3 และ 4 ไปจนครบ ซึ่งการทําเชนนี้จะชวยใหมีการบีบเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงรางกายเสมือนกับการบีบตัวของหัวใจ 37. ตอบ ขอ 4. ลักษณะอาการที่อาจแสดงวาผูปวยหัวใจหยุดทํางาน คือ รูมานตาขยาย ซึ่งเปนอาการที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อหัวใจ หยุดทํางานไป 45 วินาที และรูมานตาจะขยายกวางสุดเมื่อถึง 1 นาที หรืออาจมีอาการชักและตาคางรวมดวย 38. ตอบ ขอ 4. ควรตรวจดูชีพจรและการหายใจของผูปวยกอนเปนลําดับแรก เนื่องจากเปนการปองกันเนื้อเยื่อไมใหไดรับ อันตรายจากการขาดออกซิเจนอยางถาวร 39. ตอบ ขอ 4. ควรจับขาเด็กขึ้นใหหัวหอยลง และตบหลังเบาๆ เนื่องจากเด็กจะตัวเล็ก จึงใชวิธีดังกลาวในการชวยเหลือ ซึ่งการกระทําเชนนี้จะชวยใหเด็กสําลักและไอเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา 40. ตอบ ขอ 2. การชวยเหลือผูปวยหัวใจวายที่ยังรูสึกตัวดี ควรชวยเหลือโดยการพยุงใหผูปวยไดพักผอนจนรางกายปรับตัว เขาสูภาวะสมดุล เนื่องจากผูปวยยังสามารถดูแลตนเองไดในระดับหนึ่ง 1. แนวตอบ ไดแก ออกกําลังกายอยางสมํ่าเสมอ รับประทานอาหารใหครบทั้ง5 หมู พักผอนอยางเพียงพอ จัดสิ่งแวดลอม ใหเอื้อตอสุขภาพ และหลีกเหลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงตางๆ เชน สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เสพสารเสพติด เปนตน 2. แนวตอบ ประชาชนทุกคนตองรวมมือกันในการสรางเสริมสุขภาพและการปองกันโรคในชุมชน โดยมีจิตสํานึกและ เปาหมายรวมกันซึ่งจะสงผลใหการแกปญหาสุขภาพในชุมชนเกิดความยั่งยืน 3. แนวตอบ เพื่อสงผลใหผูปฏิบัติมีความแข็งแรงสมบูรณทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา สามารถ ดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางเปนปกติ ไมเจ็บปวยหรือเปนโรคที่ทําใหไมสามารถอยูรวมกับบุคคลอื่นใน สังคมได 4. แนวตอบ ไดแก การสรางความรักและความอบอุนในครอบครัว หลีกเลี่ยงการเขาไปยุงเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด สรางความเชื่อมั่นใหกับตนเอง หลีกเลี่ยงการกลาวโทษตนเอง และระบบการศึกษาในโรงเรียนจะตองเนน กระบวนการเรียนการสอนใหเด็กไดมีโอกาสฝกทักษะการคิดวิเคราะหและมีความรับผิดชอบในชีวิต รวมทั้ง สงเสริมใหเด็กมีความรูสึกวาตนเองมีคุณคามากยิ่งขึ้น 5. แนวตอบ ควรใหขอมูลดังนี้ไดแกสถานที่เกิดเหตุเหตุการณที่เกิดขึ้นจํานวนผูปวยที่ตองการความชวยเหลือสภาพผูปวย ในขณะนั้น และการปฏิบัติการชวยชีวิตที่ไดกระทําไปแลว ตอนที่ 2 (44)