Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
teerachon
45,457 views
แบบทดสอบ ดนตรี นาฏศิลป์ ม.3
Read more
2
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 151 times
1
/ 43
2
/ 43
3
/ 43
Most read
4
/ 43
5
/ 43
Most read
6
/ 43
7
/ 43
8
/ 43
9
/ 43
10
/ 43
11
/ 43
12
/ 43
13
/ 43
14
/ 43
15
/ 43
16
/ 43
17
/ 43
18
/ 43
19
/ 43
20
/ 43
21
/ 43
22
/ 43
23
/ 43
24
/ 43
25
/ 43
26
/ 43
27
/ 43
28
/ 43
29
/ 43
30
/ 43
31
/ 43
32
/ 43
33
/ 43
34
/ 43
Most read
35
/ 43
36
/ 43
37
/ 43
38
/ 43
39
/ 43
40
/ 43
41
/ 43
42
/ 43
43
/ 43
More Related Content
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(หลักภาษา) ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ประวัติศาสตร์ ม.3.pdf
by
reconaro
PDF
แบบทดสอบ สังคมศึกษา ม.2
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ หน้าที่พลเมืองฯ ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ เศรษฐศาสตร์ ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย ม.2
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ประวัติศาสตร์ ม.3
by
teerachon
PDF
ข้อสอบ ม.4 ส41101
by
thnaporn999
แบบทดสอบ ภาษาไทย(หลักภาษา) ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ ประวัติศาสตร์ ม.3.pdf
by
reconaro
แบบทดสอบ สังคมศึกษา ม.2
by
teerachon
แบบทดสอบ หน้าที่พลเมืองฯ ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ เศรษฐศาสตร์ ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ ภาษาไทย ม.2
by
teerachon
แบบทดสอบ ประวัติศาสตร์ ม.3
by
teerachon
ข้อสอบ ม.4 ส41101
by
thnaporn999
What's hot
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(วรรณคดี) ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ดนตรี ม.6
by
teerachon
PDF
เฉลยปลายภาค ม42557
by
peter dontoom
PDF
แบบทดสอบ ศิลปะ ม.2
by
teerachon
PDF
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
PDF
เฉลยแบบทดสอบวิชาทัศนศิลป์ A net (กศน.)
by
peter dontoom
DOCX
แผ่นพับโครงงานการงานอาชีพ 1
by
KruKaiNui
PDF
ข้อสอบพร้อมเฉลยอย่างละเอียด O net - ศิลปะ
by
Suriyawaranya Asatthasonthi
PDF
โจทย์ปัญหาการคูณ ป.3
by
Kansinee Kosirojhiran
PDF
แบบทดสอบวิชาดนตรี เรื่องยุคสมัยของดนตรีตะวันตก
by
peter dontoom
PDF
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.3
by
teerachon
PDF
ข้อสอบวิชาศิลปะ ม.3 ฉบับที่ 1 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
PDF
แบบทดสอบ นาฏศิลป์ ม.6
by
teerachon
PDF
ข้อสอบ O net วิชา ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ม.3 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
DOC
แบบสอบถาม โครงการบันทึกรักการอ่าน2013
by
Kruthai Kidsdee
PDF
หน่วยที่ 3 เลขยกกำลัง ม.1
by
guychaipk
PDF
ติวก่อนสอบ ม.2
by
ssuser456899
PDF
แบบทดสอบ ภูมิศาสตร์ ม.3
by
teerachon
PDF
โครงสร้างหลักสูตรมัธยม
by
wangasom
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
by
teerachon
แบบทดสอบ ภาษาไทย(วรรณคดี) ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ ดนตรี ม.6
by
teerachon
เฉลยปลายภาค ม42557
by
peter dontoom
แบบทดสอบ ศิลปะ ม.2
by
teerachon
โครงสร้างหลักสูตรประถม
by
wangasom
เฉลยแบบทดสอบวิชาทัศนศิลป์ A net (กศน.)
by
peter dontoom
แผ่นพับโครงงานการงานอาชีพ 1
by
KruKaiNui
ข้อสอบพร้อมเฉลยอย่างละเอียด O net - ศิลปะ
by
Suriyawaranya Asatthasonthi
โจทย์ปัญหาการคูณ ป.3
by
Kansinee Kosirojhiran
แบบทดสอบวิชาดนตรี เรื่องยุคสมัยของดนตรีตะวันตก
by
peter dontoom
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.3
by
teerachon
ข้อสอบวิชาศิลปะ ม.3 ฉบับที่ 1 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
แบบทดสอบ นาฏศิลป์ ม.6
by
teerachon
ข้อสอบ O net วิชา ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ม.3 พร้อมเฉลย
by
Khunnawang Khunnawang
แบบสอบถาม โครงการบันทึกรักการอ่าน2013
by
Kruthai Kidsdee
หน่วยที่ 3 เลขยกกำลัง ม.1
by
guychaipk
ติวก่อนสอบ ม.2
by
ssuser456899
แบบทดสอบ ภูมิศาสตร์ ม.3
by
teerachon
โครงสร้างหลักสูตรมัธยม
by
wangasom
Viewers also liked
PDF
Elements
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
DOCX
ข้อสอบปลายภาค วิชานาฏศิลป์ รหัส ศ 32101
by
นารูโต๊ะ อิอิอิ
PDF
นาฏศิลป์2
by
Kruanchalee
DOC
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ศ 32101 วิชาดนตรี ม.5 ครูอภิชิต กลีบม่วง
by
อภิชิต กลีบม่วง
PPTX
โครงงานเรื่องจิตรกรรม
by
Prachern Laorit
DOCX
โครงงานสีน้ำจากแป้งธรรมชาติ มมว.
by
Bunnaruenee
PDF
แผนพอเพียงอ21101
by
atthaniyamai2519
PDF
ดนตรี ม.3
by
Kruanchalee
PDF
Generation
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
PDF
การผสมวงดนตรีไทย
by
พัน พัน
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ศ 32101 วิชาดนตรี ม.5 ครูอภิชิต กลีบม่วง
by
อภิชิต กลีบม่วง
PDF
แบบฟอร์ม แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน
by
ธนิสร ยางคำ
DOCX
โครงงานสิ่งประดิษฐ์เหลือใช้
by
thanapisit marakul na ayudhya
PDF
เอกสารประกอบการเรียนการสอนทฤษฎีความรู้ Tok วิทยาศาสตร์ ม.1 ขึ้นเว็บไซต์
by
Kobwit Piriyawat
PDF
โครงงานการประดิษฐ์กระถางจากขวดพลาสติก
by
พัน พัน
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
Elements
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
ข้อสอบปลายภาค วิชานาฏศิลป์ รหัส ศ 32101
by
นารูโต๊ะ อิอิอิ
นาฏศิลป์2
by
Kruanchalee
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ศ 32101 วิชาดนตรี ม.5 ครูอภิชิต กลีบม่วง
by
อภิชิต กลีบม่วง
โครงงานเรื่องจิตรกรรม
by
Prachern Laorit
โครงงานสีน้ำจากแป้งธรรมชาติ มมว.
by
Bunnaruenee
แผนพอเพียงอ21101
by
atthaniyamai2519
ดนตรี ม.3
by
Kruanchalee
Generation
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
การผสมวงดนตรีไทย
by
พัน พัน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ศ 32101 วิชาดนตรี ม.5 ครูอภิชิต กลีบม่วง
by
อภิชิต กลีบม่วง
แบบฟอร์ม แฟ้มสะสมผลงานนักเรียน
by
ธนิสร ยางคำ
โครงงานสิ่งประดิษฐ์เหลือใช้
by
thanapisit marakul na ayudhya
เอกสารประกอบการเรียนการสอนทฤษฎีความรู้ Tok วิทยาศาสตร์ ม.1 ขึ้นเว็บไซต์
by
Kobwit Piriyawat
โครงงานการประดิษฐ์กระถางจากขวดพลาสติก
by
พัน พัน
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
Similar to แบบทดสอบ ดนตรี นาฏศิลป์ ม.3
PDF
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ การงานอาชีฯ ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ แรงและการเเคลื่อนที่ฯ ม.4 6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ คณิตศาสตร์ ม.3 เล่ม 2
by
teerachon
PPT
บทที่8
by
honeylamon
PPT
แนวคิด
by
TupPee Zhouyongfang
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PDF
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ การงานอาชีพฯ ม.6
by
teerachon
PPT
การวิเคราะห์ข้อสอบItem analysis
by
TupPee Zhouyongfang
PDF
บทที่8
by
josodaza
PDF
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.6
by
teerachon
PPT
teaching 8
by
sangkom
PPT
การเขียนข้อสอบ
by
Nona Khet
PDF
มโนทัศน์เบื้องต้นสู่การวัดผล
by
NU
PDF
การสร้างเครื่องมือวัดความรู้และทักษะทางปัญญา
by
NU
PDF
งานเมย์บทที่8นะ
by
nwichunee
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ การงานอาชีฯ ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ แรงและการเเคลื่อนที่ฯ ม.4 6
by
teerachon
แบบทดสอบ คณิตศาสตร์ ม.3 เล่ม 2
by
teerachon
บทที่8
by
honeylamon
แนวคิด
by
TupPee Zhouyongfang
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
แบบทดสอบ ทัศนศิลป์ ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ การงานอาชีพฯ ม.6
by
teerachon
การวิเคราะห์ข้อสอบItem analysis
by
TupPee Zhouyongfang
บทที่8
by
josodaza
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.6
by
teerachon
teaching 8
by
sangkom
การเขียนข้อสอบ
by
Nona Khet
มโนทัศน์เบื้องต้นสู่การวัดผล
by
NU
การสร้างเครื่องมือวัดความรู้และทักษะทางปัญญา
by
NU
งานเมย์บทที่8นะ
by
nwichunee
More from teerachon
PDF
แบบทดสอบ เทคโนโลยี ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(หลักภาษา) ม.6
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 2
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(วรรณคดี) ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ เทคโน ม.3
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ คณิตศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.2
by
teerachon
PDF
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.2
by
teerachon
แบบทดสอบ เทคโนโลยี ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ ภาษาไทย(หลักภาษา) ม.6
by
teerachon
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 2
by
teerachon
แบบทดสอบ ภาษาไทย(วรรณคดี) ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ เทคโน ม.3
by
teerachon
แบบทดสอบ คณิตศาสตร์ ม.3 เล่ม 1
by
teerachon
แบบทดสอบ สุขศึกษา ม.2
by
teerachon
แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.2
by
teerachon
แบบทดสอบ ดนตรี นาฏศิลป์ ม.3
1.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 1 ศ 2.1 1 2, 5 A ความรู ความจํา 31, 36 2 2 9-10 B ความเขาใจ 4, 10, 13-14, 20-21, 34, 38 8 3 15 C การนําไปใช 2, 9, 25, 32, 35 5 4 8 D การวิเคราะห 1, 3, 5-8, 11-12, 15-16, 18, 22-24, 26-30, 33, 37, 39-40 23 5 7, 11 6 1, 4 E การสังเคราะห 19 1 7 12 F การประเมินคา 17 1 ศ 2.2 1 6, 13-14 2 3 ศ 3.1 1 31 2 26-27, 30, 33 3 21, 23-25 4 22, 28, 34 5 18, 20, 37, 39 6 32, 35, 38 7 36 ศ 3.2 1 29 2 17, 19 3 16, 40 แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้ แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ ตามระดับพฤติกรรมการคิด ที่ระบุไวในตัวชี้วัด วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3 (1)
2.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 2 ศ 2.1 1 1 A ความรูความจํา 31 1 2 7 B ความเขาใจ 4, 6-8, 10, 13, 25, 29, 36, 38 10 3 14 C การนําไปใช 26, 28, 30, 33, 39 5 4 10, 13 D การวิเคราะห 1-3, 5, 12, 14-15, 17-24, 32, 34-35, 37, 40 20 5 3, 15 6 2, 6, 7 E การสังเคราะห 9, 11 2 7 8, 11-12 F การประเมินคา 16, 27 1 ศ 2.2 1 9 2 4-5 ศ 3.1 1 31, 33-34, 38 2 23, 30 3 21, 22, 24-25 4 26-29 5 17, 19-20 6 18, 37 7 32 ศ 3.2 1 39-40 2 35-36 3 16 3 ศ 2.1 1 2 A ความรูความจํา 30 1 2 6, 11 B ความเขาใจ 2, 15-16, 19, 21-23, 28, 31, 33, 38-39 12 3 5 C การนําไปใช 34-37 4 4 12-14 D การวิเคราะห 1, 3-4, 7-10, 12, 14, 17-18, 20, 24-27, 29, 32, 40 19 5 10, 15 6 4 E การสังเคราะห 6, 11, 13 3 7 7-9 F การประเมินคา 5 1 ศ 2.2 1 1 2 3 ศ 3.1 1 29, 30, 34 2 16 3 20-21 4 19 5 17, 22-25, 27 6 33 7 31-32, 35 ศ 3.2 1 39 2 26, 28, 36-38, 40 3 18 (2)
3.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1.
แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 1 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F 1. ขอใดแสดงถึงการเผยแพรทางดนตรีไปสูนานาชาติ ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอ 1. การนําเพลงตางประเทศมาบรรเลงดวยวงดนตรีไทย 2. การนําเพลงไทยไปบรรเลงดวยวงดนตรีตางๆ 3. การขับรองเพลงไทยโดยใชภาษาอังกฤษ 4. การขับรองและบรรเลงเพลงภาษา 2. “เสียงกลองซองกลบกังสดาล พวกทหารพลโหโกลา” จากคําประพันธกลองที่นิยมนํามาบรรเลงเพื่อความ เปนสิริมงคลคือขอใด 1. กลองสะบัดชัย 2. กลองตะโพน 3. กลองยาว 4. กลองทัด 3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี ในงานดนตรี 1. การประดิษฐเครื่องดนตรี 2. การประดิษฐเครื่องบันทึกเสียง 3. การนําวงดนตรีไปบรรเลงในงานศพ 4. การขับรองเพลงไทยโดยบรรเลงดวยวงดนตรีสากล 1.1. ข ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอD 2. พวกทหารพลโหโกลา” 2. พวกทหารพลโหโกลา”พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา” 3. ในงานดนตรี 3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี ในงานดนตรีในงานดนตรีD ในงานดนตรี 4. ปจจัยในขอใดที่ไมมีสวนเกี่ยวของกับงานดนตรี ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 1. ปจจัยดานเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2. ปจจัยดานการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม 3. ปจจัยดานการสืบทอดผลงานทางดนตรีของบรมครู 4. ปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ ของประเทศ 5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี ไดถูกตองที่สุด 1. ตองมีความเขาใจในเรื่องธาตุ 2. ชื่นชอบเพลงที่คนนิยมมากๆ 3. วาดมโนภาพตามเสียงเพลงที่ฟง 4. ฟงเพลงไปเรื่อยๆ ไมตองจริงจัง 6. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับขอความบนหลักศิลาจารึก ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเลน เลน ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน” 1. คนไทยรองเพลงและเลนดนตรีมาตั้งแตสมัยสุโขทัย 2. นําวงแตรสังขเขามาใชบรรเลงเพลงในพระราชพิธีตางๆ 3. มีการบรรเลงเพลงดวยเครื่องดนตรีประเภทดีด สี ตี และเปา 4. เกิดวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอม ถวายแดพระมหากษัตริย 4. ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 4. ปจจัยในขอใดที่ ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมB ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 5. ไดถูกตองที่สุด 5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด 6. ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ 6. ขอใดกลาว ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณD ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ (3)
4.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกัน 1. อาศัยอยูคนละดินแดน 2.
มีความเชื่อทางดนตรีที่หลากหลาย 3. รูปแบบทางวัฒนธรรมมีเอกลักษณเฉพาะตน 4. ไดรับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบานที่อยูใกลเคียง 8. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 1. เพลงพระราชนิพนธอันดับที่ 1 คือ เพลงใกลรุง (Near Dawn) 2. พระองคทรงพระราชนิพนธบทเพลงตั้งแต เปนสมเด็จพระอนุชาธิราช 3. เพลงสุดทายที่พระองคทรงพระราชนิพนธออกมา คือ เพลงเมนูไข 4. เพลงพระราชนิพนธสายฝน เปนเพลงที่มีลีลานุมนวล ออนหวาน 9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก จะเลือกบุคคลในขอใด 1. สุดา มีอัธยาศัยดีและความจําดีเลิศ 2. อรชร มีความมั่นใจและมีความสามารถสูง 3. วิภา มีการศึกษาดีและมีคนคอยชวยสนับสนุน 4. กานดา มีรูปรางหนาตาดี ฐานะรํ่ารวย เปนที่รูจัก ในวงสังคม 10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย 1. การกระทบเสียง 2. การโหนเสียง 3. การครั่น 4. การควง 11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet) มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 1. แตกตางกัน เพราะบทเพลงมีอัตราจังหวะชา-เร็ว ตางกัน 2. แตกตางกัน เพราะไดนํามาใชในพิธีกรรม ที่ไมเหมือนกัน 3. ไมแตกตางกัน เพราะจัดเปนประเภทของเพลงสวด ในศาสนาคริสตเหมือนกัน 4. ไมแตกตางกัน เพราะผูขับรองจะขับรอง แบบประสานเสียง 4 แนว เหมือนกัน 7. แตกตางกัน 7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน 8. ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 8. ขอใดกลาว ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯD ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 9. นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก 9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกนักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกC นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก 10.10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย B 11. มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet) มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดมีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดD มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 12. จากภาพตองการสื่อเรื่องราวในขอใด 1. การแตงกายแบบยุโรป 2. ละครแนวโศกนาฏกรรม 3. ดนตรีประกอบการแสดงอุปรากร 4. แสง สี แสง ที่ใชประกอบการแสดง 13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ 1. จังหวะที่หนักหนวง 2. ทํานองเพลงที่สนุกสนาน 3. ผูประพันธเพลงที่มีชื่อเสียง 4. เนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลง 14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 1. ใชเครื่องดนตรีหลายชนิดมาบรรเลงผสมผสานกัน 2. มีการใชจังหวะที่ชา-เร็ว สลับกันในบทเพลง 3. เนื้อเพลงมุงเนนเนื้อหาทางสังคม 4. ดนตรีมีความซับซอนมากขึ้น 15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 1. ทําหนาที่จัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง 2. บอกระดับความดัง-เบาของเสียงในโนตเพลง 3. กําหนดตําแหนงการวางตัวโนตบนบันไดเสียง 4. เปนตัวเชื่อมเสียงรองใหมีความเหมาะสม กับเสียงดนตรี 16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย 1. เพราะคนไทยตระหนักในคุณคาจึงมีการถายทอด นาฏศิลปและการละครสืบตอมา 2. เพราะผูมีฐานะบางรายนิยมลงทุนจางนาฏศิลป และการละครไปแสดง 3. เพราะชาวตางชาติเห็นคุณคาและชื่นชมการแสดง นาฏศิลปและการละคร 4. เพราะมีกฎหมายบังคับใหมีการจัดตั้งสถาบัน การศึกษาวิชานาฏศิลปและการละครขึ้น 12.12. D 13.13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ B 14. ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง ไปจากยุคโรแมนติกอยางไรไปจากยุคโรแมนติกอยางไรB ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 15. การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดการขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดD การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 16.16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย D (4)
5.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 1.
การจัดแสดงโขน ละคร ในงานพระราชพิธีตางๆ 2. การจัดตั้งสถาบันการศึกษาวิชานาฏศิลป และการละคร 3. ความรูสึกภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ดีงามของคนในชาติ 4. กอนออกแสดงนาฏศิลปและการละคร จะตองมีการทําความเคารพครูผูฝก 18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป และการละครไปจากเดิม 1. การแตงกายที่งดงามและประณีต 2. การใชรานอาหารแทนโรงมหรสพ 3. การรักษามาตรฐานของการแสดง 4. การใหความบันเทิงแกบุคคลทั่วไป 19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก ทางวัฒนธรรม 1. นาฏศิลปและการละคร 2. ความเจริญทางเทคโนโลยี 3. การเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 4. ความรํ่ารวยและมั่นคงทางเศรษฐกิจ 20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา พรอมกับสิ่งใด 1. การพัฒนาของสังคม 2. พัฒนาการของมนุษย 3. พัฒนาการของสิ่งมีชีวิต 4. การพัฒนาของเทคโนโลยี 21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด 1. เนนลีลาทารําของนักแสดง 2. เนนบทเพลงที่นํามาแสดง 3. เนนความพรอมเพรียงของดนตรี 4. เนนความกลมกลืนตามแบบแผน 22. ขอใดตางจากพวก 1. รําสีนวล 2. รํากลองยาว 3. รํากฤดาภินิหาร 4. รําพลายชุมพล 17. และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมและการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมF และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 18. และการละครไปจากเดิม 18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป และการละครไปจากเดิมและการละครไปจากเดิมD และการละครไปจากเดิม 19. ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก 19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกE ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก 20. พรอมกับสิ่งใด 20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา พรอมกับสิ่งใดพรอมกับสิ่งใดB พรอมกับสิ่งใด 21.21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด B 22.22. ขอใดตางจากพวก D 23. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน 1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น : การรําฉุยฉายที่ใช ในการแสดงเบิกโรง 2. ฉุยฉายวันทอง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจาก ละครเรื่องตางๆ 3. ฉุยฉายหนุมานทรงเครื่อง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอน มาจากการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ 4. ฉุยฉายศรีอยุธยา : การรําฉุยฉายที่ประดิษฐขึ้นใหม เพื่อใชใหเหมาะสมกับการแสดงชนิดตางๆ 24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 1. เพราะเปนสีที่สวมใสแลวดูสะอาดและสบายตา 2. เพราะตองการเนนการสวมใสเครื่องประดับเต็มชุด 3. เพราะตองการใหสีของชุดมีความแตกตาง จากชุดการแสดงโขน 4. เพราะนักแสดงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช หรือเปนพราหมณ 25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม 1. ปู เลือกคูรําที่สวนสูง 2. ปน เลือกคูรําที่หนาตา 3. ปลา เลือกคูรําจากลีลาการรายรํา 4. ปอล เลือกคูรําจากการสวมเครื่องแตงกายราคาแพง 26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา 1. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร 2. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนการเคลื่อนไหว ของมือ และทอนขา 3 ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนนาฏยศัพท ที่ใชสื่อความหมายใหเขาใจตรงกัน 4. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนกิริยาที่ตองใช รางกายชวงเอวและไหลขึ้นไป 27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง นาฏศิลป 1. ผูชมจะเขาใจความรูสึกของนักแสดง 2. นักแสดงจะไดรูวาตนกําลังจะพูดอะไร 3. ทําใหการแสดงมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น 4. ผูชมสามารถจดจําและเลียนแบบทาทาง ในการแสดงได 23.23. ขอใ D 24. รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวรําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวD รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 25.25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม C 26.26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา D 27. นาฏศิลป 27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง นาฏศิลปนาฏศิลปD นาฏศิลป (5)
6.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา ใชในการแสดงนาฏศิลป 1. เพื่อใหเพียงพอกับคํารอง 2.
เพื่อใหเปนที่พอใจของนักแสดง 3. เพื่อใหการแสดงมีสีสันมากขึ้น 4. เพื่อใหสอดคลองกับการบรรเลงดนตรี 29. ขอใดอธิบายความหมาย ของภาพไดอยางถูกตอง ที่สุด 1. สวมใสเฉพาะในการแสดงโขนเทานั้น 2. จัดเปนเครื่องประดับศีรษะประเภทศิราภรณ 3. เครื่องประดับศีรษะชนิดหนึ่ง เรียกวา “รัดเกลาเปลว” 4. มีลักษณะเปนมงกุฎทรงเตี้ย ใชสวมใสเฉพาะตัวละคร ที่เปนกษัตริย 30. ขอใดตอไปนี้ไมสัมพันธกัน 1. แขกเตา = นก 2. ภมรเคลา = ผึ้ง 3. กินรินเลียบถํ้า = กินรี 4. มยุเรศฟอนใน = แมลง 31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด 1. ละครชาตรี 2. ละครนอก 3. ละครใน 4. ละครเสภา 32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป ควรทําสิ่งใดกอนเปนอันดับแรก 1. คัดเลือกนักแสดง 2. ดัดมือ ดัดแขน 3. อบอุนรางกาย 4. เลือกเพลงที่จะใช 33. จากภาพนักแสดงสามารถ ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง หรือไม เพระเหตุใด 1. ถูกตอง เพราะนักแสดงรําไดอยางสวยงาม 2. ถูกตอง เพราะตําแหนงการตั้งวงอยูในระดับที่ เหมาะสม 3. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระอยูสูงกวาวงของ ตัวนาง 4. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระไมไดหักขอศอก เขาหาลําตัว 28. ใชในการแสดงนาฏศิลป 28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา ใชในการแสดงนาฏศิลปใชในการแสดงนาฏศิลปD ใชในการแสดงนาฏศิลป 29. ของภาพไดอยางถูกตอง 29. ของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองD ของภาพไดอยางถูกตอง 30.30. ขอใดตอไปนี้ D 31.31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด A 32. เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป 32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปเพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปC เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป 33. ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง 33. ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองD ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง 34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร 1. ออนชอย ถูกตอง 2. เขมแข็ง เด็ดเดี่ยว 3. คลองแคลว วองไว 4. นุมนิ่ม โยกยาย 35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี 1. หนึ่ง กาวเทาสั้นๆ 2. สอง กาวเทายาวๆ 3. สาม กาวเทาสั้นและยาวสลับกัน 4. สี่ กาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว 36. ผูที่ทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาท ของตัวละครคือบุคคลใด 1. ผูเขียนบท 2. ผูกํากับเวที 3. ผูกํากับการแสดง 4. ผูอํานวยการแสดง 37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง 1. ใบหนากลม จมูกเล็ก คอสั้น 2. ใบหนาแบน จมูกโดง คางยาว 3. ใบหนารูปไข จมูกใหญ ปากกลม 4. ใบหนารูปไข จมูกโดง ปากรูปกระจับ 38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก การแสดงละครในขอใด 1. ละครชาตรี 2. ละครเสภา 3. ละครใน 4. ละครดึกดําบรรพ 39. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน 1. นางเบญกายสวมรัดเกลาเปลว 2. ทาวมาลีวราชสวมมงกุฎยอดชัย 3. ตัวนางจะติดอินทรธนูที่ไหลทั้ง 2 ขาง 4. ดอกไมทัด สําหรับตัวพระทัดดานขวา ตัวนางทัดดานซาย 40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย 1. ความเขาใจในเรื่องลักษณะของตัวละคร 2. ความเขาใจในเรื่องภาษาทา และนาฏยศัพท 3. ความเขาใจในเรื่องเครื่องแตงกายที่ใชประกอบ การแสดง 4. ความเขาใจในเรื่องบทเพลงที่นํามาใชบรรเลง ประกอบการแสดง 34.34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร B 35.35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี C ของตัวละครคือบุคคลใด 36. ของตัวละครคือบุคคลใดของตัวละครคือบุคคลใดA ของตัวละครคือบุคคลใด 37.37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง D 38. การแสดงละครในขอใด 38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก การแสดงละครในขอใดการแสดงละครในขอใดB การแสดงละครในขอใด 39.39. ขอใดตอไปนี้ D 40.40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย D (6)
7.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ปจจุบันดนตรีไทยและดนตรีสากลไดเขามามีสวนเกี่ยวของสัมพันธกับชีวิตมนุษยอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. ดนตรีจัดเปนงานศิลปะหรือไม
เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. จากคํากลาวที่วา “หามรองเพลงเรือ เปาขลุย เปาป สีซอ ดีดกระจับป ดีดจะเข ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน” แสดงใหเห็นถึงสิ่งใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. สิ่งใดที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “ดนตรียุคคลาสสิกเปนดนตรีบริสุทธิ์” (Absolute Music) .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. การแสดงนาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาตอนักเรียนหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (7)
8.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. เพราะเหตุใดการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงเขามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของมนุษย .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองศึกษาเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9.
ภาษาทาและนาฏยศัพทมีความเหมือนหรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. “โลกนี้คือละคร” ขอความนี้มีความหมายวาอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. (8)
9.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล
…………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 2 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี ตอตัวบุคคล 1. ทําใหเกิดความสมบูรณในพิธีกรรมตางๆ 2. เปนเครื่องดนตรีประกอบในการสงคราม 3. ทําใหเห็นวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ 4. พัฒนาการเรียนรูและความจํา 2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 1. ชวยจรรโลงสังคม 2. ยกระดับจิตใจของบุคคล 3. ประชาสัมพันธสินคาและบริการ 4. เปนสัญลักษณของความเปนสมบัติรวมชาติ 3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกัน 1. ใชโนตดนตรีคนละประเภท 2. มาจากวัฒนธรรมที่แตกตางกัน 3. ตองการนําเสนอเรื่องราวของชาติตนเปนหลัก 4. การวางแผนการตลาดทางดนตรีจะไดไมเหมือนกัน 1.1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี ตอตัวบุคคลD 2. สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศสรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศD สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 3. แตกตางกัน 3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F 4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ อยางไรตองานดนตรี 1. ผูคนเขาถึงดนตรีไดงายขึ้น 2. เกิดอุปกรณอํานวยความสะดวกทางดนตรี 3. ทําใหผลงานทางดนตรีมียอดจําหนายสูงขึ้น 4. การลอกเลียนแบบสินคาทางดนตรีทําไดยาก 5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี มีขอดีอยางไร 1. เกิดศิลปนหนาใหม 2. ไดแนวดนตรีที่หลากหลาย 3. มีการพัฒนาอุปกรณที่ใชในงานดนตรี 4. ผลงานทางดนตรีสามารถนําไปจําหนาย ยังตางประเทศได 6. ขอใดไมมีความสัมพันธกับที่มาของขิม 1. ขิมถูกนําเขามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 2. ขิมเปนเครื่องดนตรีจีนที่มีลักษณะคลายพระจันทร ครึ่งซีก 3. ชาวจีนใชขิมบรรเลงเพลงที่มีลักษณะโศกเศรา ประกอบงานศพ 4. มีการแตงเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น คือ เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ 4. อยางไรตองานดนตรี 4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ อยางไรตองานดนตรีอยางไรตองานดนตรีB อยางไรตองานดนตรี 5. มีขอดีอยางไร 5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี มีขอดีอยางไรมีขอดีอยางไรD มีขอดีอยางไร 6.6. ขอใด B (9)
10.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. ขอใดตอไปนี้กลาวไมถูกตอง 1. การตีเก็บ
การตีสลับมือซาย-มือขวา เหมือนการตีปกติ โดยตีเสียงโนตละ 1 จังหวะ 2. การตีสะบัด การตีไลเสียง 5 ตัวโนต ตอเนื่องกัน อยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 1 จังหวะ 3. การตีกรอ การตีใหมีเสียงโนตดังตอเนื่องกัน อยางสมํ่าเสมอ ตั้งแต 2 จังหวะขึ้นไป 4. การตีรัว การตีสลับมือลงบนโนตตัวเดียวกัน อยางตอเนื่องและสมํ่าเสมอ 8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี ประเภทขิม 1. เพลงจีนขิมใหญ เพลงจีนขิมเล็ก 2. เพลงจีนขิมใหญ เพลงลาวครวญ 3. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงแขกบรเทศ 4. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงลาวเสี่ยงเทียน 9. “อันเพลงไทยใชจะไรในคุณคา หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไม เพลงของเราก็เสนาะเพราะจับใจ ทั้งยังเปนสมบัติไทยสืบเนื่องมา” ขอความนี้สรุปแนวคิดในเรื่องใดเดนชัดที่สุด 1. ดนตรีสะทอนใหเห็นความเปนชาติ 2. เสียงดนตรีมีความไพเราะ นาประทับใจ 3. ดนตรีเปนสิ่งที่อยูคูกับมนุษยมาอยางชานาน 4. มนุษยใชเสียงดนตรีในการสรางความสนุกสนาน เพลิดเพลินใจ 10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม 1. เพลงเสมอ 2. เพลงกลอม 3. เพลงคุกพาทย 4. เพลงตระสันนิบาต 11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 1. แมว จัดวางแถวเปนรูปวงกลม 2. หมี ใหนักรองเสียงดังอยูดานหลัง 3. หมู จัดวางแถวเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา 4. กวาง ใหนักรองที่มีเสียงกลมกลอมอยูแถวกลาง 7.7. ขอใดตอไปนี้กลาว B 8. ประเภทขิม 8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี ประเภทขิมประเภทขิมB ประเภทขิม 9.9. หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไมE 10.10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม B 11. นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดนักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดE นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง 1. สมาธิในการฟงจังหวะและทํานองเพลง 2. ความสามารถในการถายทอดเสียงเพลง 3. ทักษะพื้นฐานในการบรรเลงและเทคนิคที่ใช 4. สรางอารมณใหนักแสดงและผูชมใหคลอยตาม ไปกับการแสดง 13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร 1. สรางความบันเทิงใหแกผูฟง 2. ตองใชเฉพาะศิลปนที่มีชื่อเสียง 3. นําเครื่องดนตรีทุกชนิดมาบรรเลงรวมกัน 4. เพลงที่นํามาขับรองจะตองมีเนื้อหากินใจ 14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน จะตองขับรองประสานเสียงในรูปแบบใดจึงจะถูกตอง เหมาะสม 1. การขับรองประสานเสียง 2 แนว 2. การขับรองประสานเสียง 3 แนว 3. การขับรองประสานเสียง 4 แนว 4. การขับรองประสานเสียงแบบราวด 15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 1. จํานวนผูขับรอง 2. เครื่องดนตรีที่นํามาใช 3. ทํานองหลักและทํานองประสาน 4. บทเพลงที่นํามาใชในการขับรอง 16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด 1. ควร เพราะเปนการแสดงที่มีความสวยงาม 2. ควร เพราะเปนศิลปะที่แสดงใหเห็นถึงความเปนชาติ 3. ไมควร เพราะการแสดงจะคอนขางชักชา และไมสนุกสนาน 4. ไมควร เพราะใชเงินลงทุนในการสรางเครื่องประดับ และเครื่องแตงกายเปนจํานวนมาก 12.12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง D 13.13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร B 14. แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน 14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันD แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน 15. ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรD ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 16. และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด 16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดและอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดF และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด (10)
11.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. จากคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู” แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 1.
ความเชื่อในเรื่องเทพเจา 2. ทารําตางๆ ตองมีครูเปนผูคิดเทานั้น 3. การเคารพบูชาบุคคลที่มีความอาวุโส 4. ขนบธรรมเนียมปฏิบัติของผูเรียนนาฏศิลป 18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 1. ครูไดตอทารําใหมๆ ใหแกศิษย 2. ครูและศิษยไดมาพบปะเจอหนากัน 3. ไดรูจักบรมครูทางนาฏศิลปและมอบตัวเปนศิษย 4. เขาใจในขั้นตอนการจัดกิจกรรมอยางครบถวน สมบูรณ 19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน งานนาฏศิลปและการละคร 1. เปนงานที่มีลักษณะคลายคลึงกัน 2. มีผูสรางสรรคผลงานเปนคนคนเดียวกัน 3. สามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณ ในการแสดงไดเชนเดียวกัน 4. มีขอกําหนดวาจะตองนําศิลปะแขนงวิจิตรศิลป มาใชทุกครั้งเมื่อมีการแสดง 20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 1. เครื่องแตงกายงดงามขึ้น 2. เปนการแสดงเชิงพาณิชย 3. ใชนักแสดงเปนจํานวนมาก 4. หยิบยกประเด็นทางสังคมมาแสดง 21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน 1. ประหยัดตนทุนในการตัดเย็บ 2. แสดงความเปนเอกภาพในการแสดง 3. เพื่อใหผูชมเขาใจรูปแบบการแสดงไดงายขึ้น 4. มีการกําหนดไวเปนลายลักษณอักษรวาการรําคูตอง แตงกายเหมือนกันเทานั้น 22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง 1. รําโทน : รําวงมาตรฐาน 2. เพลงดวงจันทรขวัญฟา : กรมศิลปากร 3. เถิดเทิง : การแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองของภาคใต 4. เพลงรําซิมารํา : ทานผูหญิงละเอียด พิบูลสงคราม 17. แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 17. จากคํา แสดงใหเห็นถึงสิ่งแสดงใหเห็นถึงสิ่งD แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 18. และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบไดถูกตองมากที่สุดและรับมอบไดถูกตองมากที่สุดD และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 19. งานนาฏศิลปและการละคร 19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน งานนาฏศิลปและการละครงานนาฏศิลปและการละครD งานนาฏศิลปและการละคร 20. ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรD ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 21.21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน D 22.22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง D 23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด 1. เพลงรําซิมารํา เพลงหญิงไทยใจงาม 2. เพลงงามแสงเดือน เพลงคืนเดือนหงาย 3. เพลงยอดชายใจหาญ เพลงดอกไมของชาติ 4. เพลงบูชานักรบ เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ 24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด 1. สีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว 2. ประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ 3. ฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ 4. กระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง 25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง 1. ระบําอัศวลีลา 2. ระบําสี่ภาค 3. ระบํามยุราภิรมย 4. ระบําตารีกีปส 26. “มาฟอนรําทําทากวางเดินดง เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉา ภมรเคลาพิสมัยรอยผกา แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา” จากขอความนี้ นักเรียนใชทารําเลียนแบบทาทางของสัตว ทั้งหมดกี่ทา 1. 2 ทา 2. 3 ทา 3. 4 ทา 4. 5 ทา 27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด จึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 1. ทาพรหมสี่หนา 2. ทากินรินเลียบถํ้า 3. ทาสอดสรอยมาลา 4. ทาพิสมัยเรียงหมอน 28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง 1. การเคลื่อนไหวรางกาย 2. การใชภาษาทารําวงมาตรฐาน 3. การใชภาษาทาทางเพื่อสื่อความหมาย 4. การใชทาทางแทนคําพูด หรือใชภาษานาฏศิลป ประกอบเพลง 23.23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด D 24.24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด D 25.25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง B 26.26. เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉาB 27. ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด 27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดF ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด 28.28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง C (11)
12.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ คือการประดิษฐทารําประเภทใด 1. การใชภาษาทา 2.
การเลียนแบบธรรมชาติ 3. การใชทาทางแทนคําพูด 4. การเคลื่อนไหวรางกาย 30. “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง” ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช ประกอบการแสดงรําวงมาตรฐานในขอใด 1. เพลงงามแสงเดือน 2. เพลงดอกไมของชาติ 3. เพลงหญิงไทยใจงาม 4. เพลงดวงจันทรขวัญฟา 31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 1. ผูอํานวยการสราง 2. ผูกํากับการแสดง 3. ผูกํากับเวที 4. นักแสดง 32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง มากที่สุด 1. ดนตรีชิ้นเดียว หรือนักแสดงคนเดียว 2. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปเพียงอยางใดอยางหนึ่ง 3. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปที่มีความ เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน 4. การใหความสําคัญกับนักดนตรี หรือนักแสดง ที่มีความสามารถ 33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 1. เนื้อเรื่องมีความเหมาะสมกับลักษณะของนักแสดง 2. เนนการบรรเลงดนตรีอยางเดียวในการแสดงละคร 3. ใหขอคิดกับผูชม ซึ่งจะสามารถนําไปใช ในชีวิตประจําวันได 4. บทละครจะสะทอนใหเห็นสภาพสังคมที่เปนอยู ในปจจุบัน 29. คือการประดิษฐทารําประเภทใด 29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ คือการประดิษฐทารําประเภทใดคือการประดิษฐทารําประเภทใดB คือการประดิษฐทารําประเภทใด 30. ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช 30. ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช C ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช C ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช 31. เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมเพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมA เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 32. มากที่สุด 32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง มากที่สุดมากที่สุดD มากที่สุด 33. นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรนักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรC นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 1. เสียงเจาสิเพรากวา ดุริยางคะดีดใน ฟากฟาสุราลัย สุรศัพทะเริงรมย 2. ลําดวนเอยจะดวนไปกอนแลว ทั้งเกดแกวพิกุลยี่สุนสี จะโรยรางหางสิ้นกลิ่นมาลี จําปเอยกี่ปจะมาพบ 3. ถึงมวยดินสิ้นฟามหาสมุทร ไมสิ้นสุดความรักสมัครสมาน แมนเกิดในใตฟาสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไมคลาดคลา 4. นํ้าใจนางเหมือนนํ้าคางบนไพรพฤกษ เมื่อยามดึกดังจะรองเขาดื่มได ครั้นรุงแสงสุรียฉายก็หายไป เพิ่งเห็นใจเสียเมื่อใจจะขาดรอน 35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง เปนชุดเปนตอน 1. ใชนักแสดงที่มีฝมือจํานวนนอย 2. จัดเวที และออกแบบฉากไดงาย 3. เนื้อเรื่องเขาใจงาย และสนุกสนาน 4. บทละครมีคุณคา และใหคติสอนใจ 36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง ที่มีรูปแบบอยางไร 1. การแสดงที่มีมาแตโบราณ 2. ใชนักแสดงเปนชายจริงหญิงแท 3. ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง 4. เนื้อเรื่องจะแสดงใหเห็นถึงความรักชาติ 37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. เลือกตามความชอบสวนตัว 2. เลือกตามความชอบของกลุม 3. เลือกละครใหสอดคลองกับงานที่แสดง 4. เลือกใหสอดคลองกับสภาพสังคมในปจจุบัน 34. เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท เกี้ยวพาราสีมากที่สุดเกี้ยวพาราสีมากที่สุดD เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 35. จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง 35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงจึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงD จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง 36. ที่มีรูปแบบอยางไร 36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง ที่มีรูปแบบอยางไรที่มีรูปแบบอยางไรB ที่มีรูปแบบอยางไร 37. จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดD จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด (12)
13.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร 1. มีคุณคาทางวรรณกรรม 2.
ตัวละครที่มีความคิดซับซอน 3. ตอนจบของเรื่องมีความสุขสมหวัง 4. สะทอนใหเห็นสภาพบานเมืองในปจจุบัน 39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได 1. ลิปสติก 2. อายแชโดว 3. ครีมรองพื้น 4. ดินสอเขียนขอบปาก 38.38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร B 39.39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได C 40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร 1. สามารถแตงหนาไดหลากหลายรูปแบบโดยใชเทคนิค การแตงหนาสมัยใหม 2. มีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ บทประพันธ 3. เขาใจในเรื่องของตัวละคร เชื้อชาติ และวัฒนธรรม 4. มีความรูเกี่ยวกับเครื่องสําอางทุกชนิด 40.40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร D (13)
14.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. เพราะเหตุใดดนตรีจึงไดรับการยอมรับจากสังคมและอยูคูกับสังคมมาอยางยาวนาน .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. เทคโนโลยีไดเขามามีบทบาทสําคัญในการเผยแพรงานดนตรีในประเทศไทยไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3.
“ดนตรีไทยไมสิ้นแลว เพราะพระทูลกระหมอมแกวเอาใจใส” จากขอความนี้สะทอนใหเห็นถึงดนตรีไทยในปจจุบันไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. การขับรองเพลงที่ดีจําเปนตองเขาใจพื้นฐานในขับรองเพลง เพราะจะทําใหรองเพลงไดดีขึ้น นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. การฝกขับรองทํานองเพลงที่ดีควรปฏิบัติอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. นักเรียนคิดวากระบวนการสืบทอดนาฏศิลปในสมัยโบราณ และกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบันมีความเหมือน หรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (14)
15.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. คําวา “ครกตําขาว”
มีความสัมพันธกับการรําวงมาตรฐานอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณความรูสึกภายใน .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “รําแมบท ถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงของนาฏศิลปไทยที่มีหลักฐาน วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” 9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”D วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” 10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D (15)
16.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล
…………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 3 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได หรือไม เพราะเหตุใด 1. ได เพราะเปนสิ่งที่อยูไกลตัว 2. ได เพราะหากมนุษยไมเปดใจรับฟงดนตรี 3. ไมได เพราะเสียงดนตรีจะแวดลอมอยูรอบๆ ตัว มนุษย 4. ไมได เพราะเสียงดนตรีสามารถตอบสนอง ความตองการทางอารมณได 2. ขอใดไมใชคุณประโยชนสําคัญของดนตรี 1. ฝกสมาธิ กระตุนความทรงจํา 2. สรางรายไดเพื่อเลี้ยงครอบครัว 3. เปนสื่อกลางในการติดตอสื่อสารระหวางชนเผา 4. เปนสวนประกอบในการจัดการเรียนการสอน ของครู 3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน คุณภาพผลงานดนตรีได 1. ฟงแบบผานหู 2. ฟงดวยความรูสึก 3. ฟงดวยความซาบซึ้ง 4. ฟงดวยอารมณสุนทรีย 1.1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได หรือไม เพราะเหตุใดD 2.2. ขอใด B 3. คุณภาพผลงานดนตรีได 3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน คุณภาพผลงานดนตรีไดคุณภาพผลงานดนตรีไดD คุณภาพผลงานดนตรีได ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว 4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 1. ตองการใหนักเรียนรูจักเครื่องดนตรีไทย 2. ตองการใหนักเรียนใชเวลาวางปฏิบัติกิจกรรม ที่เกิดประโยชน 3. ตองการใหรูจักวิธีทําเครื่องดนตรี เนื่องจากทุก โรงเรียนตองใช 4. ตองการใหนักเรียนตระหนักถึงความสําคัญของ ดนตรีไทยที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ 5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ ดนตรีไทยมากที่สุด 1. ดาว ชอบฟงการบรรเลงเพลงไทยจากวิทยุ 2. จัน เรียนขับรองเพลงไทยเดิมในวันหยุด เสาร-อาทิตย 3. เดือน เลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันฝกซอม ทุกวัน 4. แรม เปดรานจําหนายเพลงไทยเดิม และเครื่องดนตรีไทยทุกชนิด 4. มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยมีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยD มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 5. ดนตรีไทยมากที่สุด 5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ ดนตรีไทยมากที่สุดดนตรีไทยมากที่สุดF ดนตรีไทยมากที่สุด ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F (16)
17.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 1. เพื่อใหผูชมไดยินเสียงที่ชัดเจน 2.
จะไดบรรเลงเพลงไดถูกตอง ตรงจังหวะ 3. บรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางเหมาะสม 4. ไมขวางทางเดินของนักดนตรีที่มาแสดงดนตรีในงาน 7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด 1. การคัดเลือกนักแสดง 2. จุดประสงคของการแสดง 3. การหาทุนในการจัดการแสดง 4. การเลือกสถานที่จัดการแสดง 8. จากภาพตองการสื่อใหเห็นถึงสิ่งใดมากที่สุด 1. การแสดงดนตรี 2. ดนตรีรวมสมัย 3. การประชาสัมพันธ 4. กิจกรรมยามวางของผูสูงอายุ 9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก บทเพลง 1. ไดบทเพลงที่มีความไพเราะ 2. งายตอการขับรองของศิลปน 3. ไดบทเพลงที่สะทอนใหเห็นปญหาทางสังคม 4. สามารถบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน 10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ การแสดง 1. วงมโหรี 2. วงปพาทย 3. วงเครื่องสาย 4. วงมหาดุริยางค 6. ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงE ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 7.7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด D 8.8. D 9. บทเพลง 9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก บทเพลงD บทเพลงD บทเพลง 10. นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ 10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบนักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบD นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ 11. เพราะเหตุใดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนง ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 1. สรางความสวยงาม 2. เรียงตามลําดับความสูง 3. ทําใหเกิดความสมดุลของเสียง 4. ยืนตามตําแหนงของเครื่องดนตรี 12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน นักรองประสานเสียง 1. รองตรงเสียง 2. หนาตาดี 3. ขยันฝกซอม 4. ตรงตอเวลา 13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 1. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหนํ้าเสียง ออกมามีคุณภาพที่ไมดี 2. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหเวลาเลน รูสึกเลนไมถนัด 3. ไมมี เพราะนํ้าหนักไวโอลินยิ่งมากเทาไหร ยิ่งทําให ไดเสียงที่นุมนวล 4. ไมมี เพราะนํ้าหนักของไวโอลินไมไดกอใหเกิด อุปสรรคตอการเลน 14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 1. เพื่อการเปนนักดนตรีมืออาชีพ 2. เพื่อหารายไดมาพัฒนาโรงเรียน 3. เพื่อลดปมดอยทางดานวิชาการของโรงเรียน 4. เพื่อใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุนความคิด สรางสรรค 15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ 1. คานิยม 2. การศึกษา 3. ดานสังคม 4. อารมณและจิตใจ 16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด 1. การเรียนในสมัยโบราณ 2. การตอเพลงหนาพาทย 3. การขับรองเพลงไทย 4. การตอสูดวยอาวุธ 11. ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 11. เพราะเ ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดE ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 12. นักรองประสานเสียง 12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน นักรองประสานเสียงนักรองประสานเสียงD นักรองประสานเสียง 13. มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดมาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดE มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 14. ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดD ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 15.15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ B 16.16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด B (17)
18.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. คติความเชื่อทางดานนาฏศิลปที่นักแสดงตองขอขมา ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ ของสังคมไทยในเรื่องใด 1. การใหเกียรติและเคารพผูอาวุโส 2.
เมื่อทําผิดตองยอมรับผิดและกลาวขอโทษ 3. ความมีนํ้าใจไมตรี ใหความชวยเหลือ เมื่อผูอื่นเดือดรอน 4. มารยาทอันดีงามในการแสดงความเคารพ ซึ่งกันและกัน 18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 1. การปรับปรุงฟนฟู 2. การยกยองสรรเสริญ 3. การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม 4. การใหความรูแกประชาชน 19. ขอใดกลาวถูกตอง 1. รําบท เปนการรําที่ตัดตอนมาจากการแสดงละคร 2. รําบท เปนการแสดงทาทางแทนคําพูดและอารมณ 3. รําหนาพาทย เปนการรําประกอบเพลงใหเขากับ เนื้อรอง 4. รําหนาพาทย เปนการรําใหเขากับจังหวะดนตรี และแสดงอารมณรวม 20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. รําอวยพร 2. ระบํารอนแร 3. มะโยง 4. รองเง็ง 21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด 1. ทารําที่ออนชอยงดงาม 2. การแสดงอารมณของนักแสดง 3. ความพรอมเพรียงของนักแสดง 4. ไมตองมีบทรองประกอบการแสดง 22. ขอใดไมใช ประโยชนของนาฏศิลปไทย 1. เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน 2. เปนการชวยอนุรักษการแสดงนาฏศิลป 3. เปนการแบงแยกชนชั้น และความสามารถของกัน และกัน 4. ไดความรูโดยตรงเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย ประเภทตางๆ 17. ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ 17. คติค ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะD ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ 18. ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดD ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 19.19. ขอใดกลาวถูกตอง B 20. อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน 20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานอรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานD อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน 21.21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด B 22.22. ขอใด B 23. ขอใดคือการวิจารณกระบวนทารําของนักแสดง 1. การแสดงถึงวิถีชีวิตไทย 2. รูปรางหนาตาของนักแสดง 3. ปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง 4. นักแสดงเปนตัวละครในเรื่องใด 24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ จะตองมีความรูในเรื่องใด 1. การจัดแสดงชุดตางๆ 2. การคิดประดิษฐลีลาทารํา 3. องคประกอบทางนาฏศิลป 4. ความสามารถของนักแสดง 25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 1. ตองเสาะแสวงหาความรูจากผูเชี่ยวชาญ 2. ตองศึกษาดานสุนทรียศาสตรของศิลปะการแสดง 3. ตองมีประสบการณในการชมการแสดงนาฏศิลปไทย 4. ตองศึกษาใหเขาใจในหลักการวิจารณการแสดง แตละประเภท 26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป ไดถูกตองที่สุด 1. ชวยกําหนดลีลาทาทางการเคลื่อนไหว ผานการถายทอดอารมณของนักแสดง 2. ชวยเราอารมณของผูชมการแสดงใหคลอยตาม ไปกับเนื้อเรื่อง 3. แสดงออกถึงวัฒนธรรม ประเพณีของทองถิ่น ที่จัดการแสดง 4. ชวยใหการแสดงมีความประณีต และวิจิตรงดงาม 27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 1. จิตรกรรม 2. สถาปตยกรรม 3. ประติมากรรม 4. ดุริยางคศิลป 28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง ประกอบการแสดงคือสิ่งใด 1. ความสวยงามของเครื่องแตงกาย 2. ทาทางที่นํามาใชในการรายรํา 3. อุปกรณประกอบการแสดง 4. บทเพลงที่นํามาบรรเลง 23.23. ขอใดคือกา B 24. จะตองมีความรูในเรื่องใด 24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ จะตองมีความรูในเรื่องใดจะตองมีความรูในเรื่องใดD จะตองมีความรูในเรื่องใด 25. ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมD ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 26. ไดถูกตองที่สุด 26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด 27. ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดD ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 28. ประกอบการแสดงคือสิ่งใด 28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง ประกอบการแสดงคือสิ่งใดประกอบการแสดงคือสิ่งใดB ประกอบการแสดงคือสิ่งใด (18)
19.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 1. สําคัญ
เพราะทําใหนักแสดงกลาแสดงออกมากขึ้น 2. ไมสําคัญ เพราะนักแสดงสามารถรําในจังหวะใดก็ได 3. ไมสําคัญ เพราะจะคํานึงถึงเรื่องผูขับรองเพลง มากกวา 4. สําคัญ เพราะจะตองคิดทาทางใหเหมาะสม กับเนื้อเพลง 30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร 1. ศิลปะที่เลียนแบบมาจากการแสดงโขน 2. ศิลปะการรายรําที่แสดงออกถึงความสวยงาม 3. ศิลปะที่มีเอกลักษณแตกตางจากการแสดงอื่นๆ 4. ศิลปะที่มนุษยนําประสบการณมาสรางเปนเรื่องราว 31. ขอใดไมใชคุณสมบัติของผูวิจารณที่ดี 1. ใชถอยคําที่รุนแรงวิจารณผลงาน 2. เปนนักคิดที่สรางสรรค 3. มีใจรักในงานศิลปะ 4. มีความเปนธรรม 32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 1. การแตงหนา 2. เครื่องแตงกาย 3. อุปกรณประกอบฉาก 4. การรายรําของนักแสดง 33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร กอใหเกิดผลดีอยางไร 1. ทําใหมีความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดง 2. ทําใหเห็นถึงความสามารถของนักแสดง 3. ทําใหรูถึงความสวยงามของการรายรํา 4. ทําใหเกิดวิจารณญาณในการรับชม 34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม 1. บัว ไมสงเสียงโหรองเปนการลอเลียน 2. ตอง ไมพูดในคุยระหวางชมการแสดง 3. แพร ปรบมือใหเกียรติกอนการแสดงเริ่มตน 4. ทราย พูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดเวลา ที่ชมการแสดง 29. คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงคํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงD คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 30.30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร A 31.31. ขอใด B 32. ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดD ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 33. กอใหเกิดผลดีอยางไร 33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร กอใหเกิดผลดีอยางไรกอใหเกิดผลดีอยางไรB กอใหเกิดผลดีอยางไร 34.34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม C 35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 1. แตงตัวตามสบายอะไรก็ได 2. แตงตัวสุภาพแบบสากลนิยม 3. ใสเสื้อผามิดชิด สวมรองเทาแตะ 4. สวมชุดไทยพระราชนิยม หรือชุดราตรีที่สวยงาม 36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละครไมเหมาะสม 1. ดาว เดินไปเขาหองสุขา 2. เดือน นําขยะออกมาทิ้งในถังขยะ 3. เดน วิพากษ วิจารณการแสดงละครทันที 4. ดอม เดินไปหลังโรงละครเพื่อขอถายรูปกับนักแสดง 37. ในขณะที่กําลังชมการแสดงละคร เมื่อมีเสียง เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด จึงจะเหมาะสมที่สุด 1. กดปดเครื่องมือสื่อสาร 2. รับสายแลวพูดคุยเหมือนปกติ 3. ปลอยใหเสียงดังจนสายตัดไปเอง 4. พูดคุยเสียงดังเพราะไมไดยินเสียงจากปลายสาย 38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 1. รักษาแบบแผนคงเดิม 2. คงไวซึ่งระเบียบปฏิบัติตางๆ 3. ยึดหลักความถูกตองของการแสดง 4. พัฒนาฉาก เวที และเทคนิคที่ทันสมัย 39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร 1. ชวยใหบทบาทตัวละครมีความชัดเจนขึ้น 2. กําหนดตัวละครที่มีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง 3. ผูชมจะเกิดอารมณคลอยตามไปกับการแสดงละคร 4. ทําใหฉากมีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่นํามาแสดง 40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด 1. สามารถใหคะแนนได 2. วัดความนิยมของผูชมได 3. ปรับปรุงแกไขการแสดงในครั้งตอไป 4. คัดเลือกนักแสดงใหมีความเหมาะสม 35. แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดแบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดC แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 36.36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละคร C 37. เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด 37. ใน เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดC เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด 38. เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรเกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรB เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 39.39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร B 40.40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด D (19)
20.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับดนตรีสามารถสรางประโยชนใหนักเรียนไดอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2.
นักเรียนคิดวาตนเองสามารถจัดการแสดงดนตรีไทยไดหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. ในการบรรเลงดนตรี หรือการแสดงดนตรีไทย การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่มีความจําเปนหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. หากเราเรียบเรียงทํานองเพลง โดยใชบันไดเสียงที่ไมเหมาะกับเสียงของผูขับรอง หรือไมเหมาะกับเครื่องดนตรีที่ตองการ ใชบรรเลงนักเรียนจะมีวิธีการแกไขอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. การจัดแสดงดนตรีสากลมีประโยชนอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. เพราะเหตุใดบุคคลทั่วไปจึงสนใจการแสดงนาฏศิลปนอยลง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (20)
21.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. ในการจัดแสดงรําหมูควรคํานึงถึงหลักในการประดิษฐทารําหมูหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8.
นักเรียนจะไดรับประโยชนจากการวิจารณผลงานนาฏศิลปอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9. คําวา “ขมตัวละคร” มีความสัมพันธเกี่ยวของกับการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดงอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองเรียนรูในเรื่องเทคนิคการสรางสรรคงานละคร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. (21)
22.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ
2. เพราะในปจจุบันนี้มีการนําเอาเครื่องดนตรีไทยประเภทตางๆ มาผสมผสานกันแลวบรรเลงดวยเพลงสากล ซึ่งจะมีความแตกตางไปจากเดิม ดังที่เราจะพบเห็นเครื่องดนตรีไทยบรรเลงดวยเพลงไทยเทานั้น เชน เพลงบุหลันลอยเลื่อน เปนตน การบรรเลงดนตรีไทยแบบผสมผสานจะถูกเรียกวา “ดนตรีไทยประยุกต” ซึ่งในขณะนี้เปนที่นิยมนําออกไปแสดงยังตางประเทศ 2. ตอบ ขอ 1. เพราะในอดีตจะใชกลองสะบัดชัยตียามออกศึกสงคราม เพื่อความเปนสิริมงคล และเปนขวัญกําลังใจใหแก เหลาทหารหาญในการตอสูใหไดรับชัยชนะ ทํานองที่ใชในการตีกลองสะบัดชัยแบบโบราณจะมีอยูดวยกัน 3 ทํานอง คือ ชัยเภรี ชัยดิถี และชนะมาร 3. ตอบ ขอ 2. เพราะในค.ศ. 1877 โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไดคิดประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงขึ้น เพื่อใชในการบันทึกเสียงดนตรี และจากการที่เขาประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงนี้ เขาจึงไดรับฉายาวา “พอมดแหงเมนโลพารก” 4. ตอบ ขอ 4. เพราะปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจของประเทศ ไมมีสวนเกี่ยวของในเรื่องของงานดนตรี เพราะจัดเปนเรื่องของการบริหารประเทศ 5. ตอบ ขอ 1. เพราะกอนที่จะสามารถนําเทคนิคตางๆ มาใชในการสรางสรรคงานดนตรีไดนั้น ศิลปนจะตองมีความรู ความเขาใจในเรื่องธาตุทั้ง 4 ที่จัดเปนองคประกอบที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี จึงจะสามารถนําเทคนิค ตางๆ มาใชไดอยางถูกตองเหมาะสม 6. ตอบ ขอ 4. เพราะวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอมถวายแดพระมหากษัตริย เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งมีความ แตกตางจากคําตอบในขออื่นๆ ซึ่งเปนดนตรีที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย 7. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบทางวัฒนธรรมของแตละชนชาติ จะมีเอกลักษณเฉพาะตนแตกตางกันออกไป ซึ่งสิ่งเหลานี้ จะบงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรีก็เปนศิลปะประเภทหนึ่ง ที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได 8. ตอบ ขอ 1. เพราะเพลงพระราชนิพนธ ลําดับที่ 1 คือ เพลงแสงเทียน (Candlelight Blues) ทรงพระราชนิพนธ ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 เมื่อครั้งยังดํารงพระราชอิสริยยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช และไดทรง พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระเจาวรวงศเธอพระองคเจาจักรพันธเพ็ญศิริ เปนผูนิพนธคํารองภาษาไทย จากนั้น ไดพระราชทานใหนําออกมาบรรเลงครั้งแรกในพ.ศ. 2490 และในพ.ศ. 2496 นางสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารยสดใส พันธุมโกมล) ประพันธคํารองภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1 ชุดที่ 1เฉลยแบบทดสอบ (22)
23.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ
2. เพราะการขับรองเดี่ยว เปนการขับรองเพลงคนเดียว จะมีดนตรีประกอบ หรือไมมีก็ได ผูที่สามารถทําการ ขับรองเดี่ยวได จะตองมีความสามารถในการขับรองเปนอยางมาก มีเสียงที่ไพเราะ มีความแมนยําในเรื่อง จังหวะ และทํานองเพลง 10. ตอบ ขอ 3. เพราะการครั่น เปนวิธีทําใหเสียงสะดุด สะเทือน เพื่อความเหมาะสมกับทํานองเพลงบางตอน วิธีทําเสียง “ครั่น” จะทําไดโดยการเปลงเสียงออกจากลําคอใหแรงมากๆ จนเสียงที่คอเกิดความสั่นสะเทือนเปนระยะๆ จะมาก หรือนอยนั้นขึ้นอยูกับผูขับรองที่เห็นวาไพเราะ นาฟง 11. ตอบ ขอ 3. เพราะเพลงแมส เปนเพลงสวดของศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเปนตนกําเนิดของเพลงโบสถใน ลักษณะตางๆ และเปนเพลงคฤหัสถ บทเพลงจะแสดงใหเห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ความเคารพ และความศรัทธา ในคริสตศาสนา สวนเพลงโมเท็ต โดยปกติแลวจะอยูในตําราทางศาสนาและใชในพิธีกรรมของศาสนาคริสต นิกายโรมันคาทอลิก เปนเพลงขับรองประสานเสียง 3 แนว เดิมใชภาษาละติน สวนแนวบนอีก 2 แนว เปนทํานองเพลงที่มีอิสระตางจากแนวตํ่าสุดที่รองเปนภาษาละติน และรองเปนภาษาฝรั่งเศส 12. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพ เปนการแสดงอุปรากรเรื่อง “ผูหญิงก็เปนซะหยั่งงี้”(Cosi fan tutte) ของ วอลฟกัง อะมาเดอุส โมสารท (Wolfgang Amadeus Mozart) จัดเปนโอเปราเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงเปนอยางมาก และไดถูกนํามา แสดงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากมีเรื่องราวที่สนุกสนาน ตลกขบขัน และมีการนําเครื่องดนตรีสากล มาบรรเลงประกอบการแสดง ซึ่งในยุคคลาสสิก การแสดงอุปรากรเริ่มเปนที่นิยมเปนอยางมาก เพราะเปน การแสดงที่รวมศิลปะแขนงตางๆ ไวดวยกันอยางประสานกลมกลืน 13. ตอบ ขอ 4. เพราะผลงานเพลงจะเนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลงเปนหลัก ในยุคนี้เริ่มมีการจัดแสดง ที่เรียกเก็บเงินคาเขาชมที่เรียกวา “การแสดงคอนเสิรต” ลักษณะดนตรีในยุคนี้ จึงมีทั้งดนตรีเพื่อศิลปะ ดนตรีเพื่อบรรยายเรื่องราว และดนตรีที่แสดงความเปนชาตินิยม 14. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 จะมีความซับซอนมากยิ่งขึ้น เปนยุคสมัยที่มีการพัฒนาทางดนตรีตอจาก ยุคโรแมนติก นักประพันธมีแนวคิดในการสรรหาสิ่งใหมๆ เพื่อสรางใหดนตรีมีนํ้าเสียงไมซํ้าแบบเดิมๆ ซึ่งเปนการเนนแนวคิดที่ยึดความคิดของตนเองเปนหลักในการสรางสรรคมากยิ่งขึ้น 15. ตอบ ขอ 3. เพราะบันไดเสียง เปนมาตราเสียงดนตรีที่มีความเกี่ยวของกับการจัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง จากเสียงตํ่า ไตขึ้นไปหาระดับเสียงสูงเปนขั้นๆ ตามลําดับ จากลางไปสูตอนบนเหมือนขั้นบันได และอาจมีความหาง ของขั้นเสียงไมเทากัน 16. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละคร เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรู และความบันเทิง สะทอนใหเห็นถึง วัฒนธรรมที่ดีงาม ที่มนุษยไดมีการสั่งสม ถายทอด และสืบสานมาตั้งแตอดีตตราบจนถึงปจจุบัน คนไทย ตระหนักและซาบซึ้งในคุณคาของการแสดงนาฏศิลปและการละคร จึงรวมมือรวมใจกันพัฒนารูปแบบ การแสดงนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมในปจจุบัน จึงทําใหการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงยังไมสูญหายไปจากคนไทย (23)
24.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. ตอบ ขอ
4. เพราะในการออกโรงแสดงทุกครั้ง ตองอัญเชิญศีรษะครูไปตั้งบูชา ศิษยที่ตองออกแสดงจะมาประชุมไหวครู อยางพรอมเพรียงกัน เพื่อขอความสวัสดีมีชัย เพื่อใหการแสดงสําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ผูที่ออกแสดง เปนครั้งแรกครูจะเปนผูสวมศีรษะให เชน ชฎา มงกุฎ เทริด หัวโขน เปนตน กอนออกโรงแสดงตองไหวครูผูฝก และผูกํากับการแสดง เมื่อเลิกแสดงตองมีพิธีขอขมานักแสดงอาวุโส ปจจุบันพิธีกรรมเหลานี้ยังถือปฏิบัติ สืบทอดตอกันมา ซึ่งนับวาเปนการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมที่ดีอีกวิธีหนึ่ง 18. ตอบ ขอ 2. เพราะในปจจุบันบทบาทของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลาวคือ แตเดิม การแสดงนาฏศิลปและการละคร จะจัดแสดงภายในโรงมหรสพ แตในปจจุบันไดเปลี่ยนมาแสดงใน รานอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงในเวลากลางคืนแทนโรงมหรสพ 19. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละครไดสะทอนใหเห็นถึงสภาพบานเมืองที่มีความงดงาม ประณีต เพียบพรอม ไปดวยขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติสืบตอกันมาแตละยุคสมัย นาฏศิลป และการละครใหทั้งความสนุกสนาน เบิกบานใจ ใหความรู ทั้งในมิติของประวัติศาสตร และสุนทรียศาสตร 20. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละครพัฒนามาจากการดําเนินชีวิตของมนุษย และไดมีการสั่งสม ถายทอด และสืบสานเปนมรดกทางวัฒนธรรมของแตละสังคม 21. ตอบ ขอ 1. เพราะการรําเดี่ยว เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว แสดงใหเห็นถึงความสามารถของผูรําที่สามารถ แสดงลีลาการรายรําตามแบบฉบับนาฏศิลปไทยที่มีความออนชอย งดงาม ตลอดจนแสดงใหเห็นถึง ความสวยงามของเครื่องแตงกาย การรําเดี่ยวนั้นนิยมนํามาใชรายรําเปนชุดเบิกโรง รายรําในการแสดง สลับฉาก หรือใชแสดงในโอกาสตางๆ เชน รําฉุยฉายพราหมณ รําฉุยฉายเบญกาย เปนตน 22. ตอบ ขอ 4. เพราะรําพลายชุมพล เปนการแสดงชุดหนึ่งที่ตัดตอนมาจากการแสดงละครเรื่องขุนชางขุนแผน “ตอนพระไวยแตกทัพ” จัดเปนการรําเดี่ยวชุดหนึ่งที่มีความสวยงาม นักแสดงจะตองมีฝมือในการรายรํา เปนอยางมาก เพราะการแสดงชุดนี้มีลีลาทารําที่สงางาม ผสมผสานกับความออนชอยในแบบฉบับ การรําของบุรุษที่เปนตัวเอกของเรื่อง สวนการรําสีนวล รํากลองยาว และรํากฤดาภินิหาร จัดเปนการรําหมู ซึ่งเปนการแสดงที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป มุงเนนความงดงามของทารํา และความพรอมเพรียง ของนักแสดงเปนหลัก 23. ตอบ ขอ 1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น เปนการรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจากละครเรื่องมณีพิชัย บทพระนิพนธของสมเด็จ พระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ 24. ตอบ ขอ 4. เพราะในการรําฉุยฉายพราหมณนั้น ลักษณะของการแสดงเปนการรายรําของพระนารายณที่พระอิศวร ทรงเมตตาแนะใหปรศุรามบูชาถึงพระนารายณ เมื่อครั้งที่ขวางขวานไปโดนงาของพระคเณศหัก เมื่อปรศุรามนึกถึง พระนารายณก็ทรงแปลงกายเปนพราหมณนอยออกมารายรํา เพื่อใหพระอุมาทรง พอพระทัย ดังนั้น นักแสดงจึงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช หรือเปนพราหมณ สวมเครื่องแตงกาย ยืนเครื่องพระสีขาว ซึ่งเปนการแตงกายที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย (24)
25.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 25. ตอบ ขอ
3. เพราะในการรําคูนั้น เปนการแสดงที่มีนักแสดง 2 คน เนนการรายรําที่มีทวงทาที่ออนชอย งดงาม อวดฝไมลายมือในการรําที่สอดประสานกันอยางถูกตองกลมกลืนตามแบบแผน และแสดงอารมณความรูสึก สอดคลองตามบทรองและทํานองเพลง รวมทั้งการรักษาจารีตของการแสดงที่ไดรับการสืบทอดมาแตโบราณ 26. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร ซึ่งเปนอิริยาบถโดยธรรมชาติของมนุษย เพื่อสื่อความหมายใหเปนที่เขาใจรวมกันในกลุม 27. ตอบ ขอ 2. เพราะภาษาทา เปนทักษะพื้นฐานอยางหนึ่งในการแสดงโขน ละคร หรือการแสดงนาฏศิลป เปนการใชทาทาง ในการสื่อความหมายแทนคําพูด เพื่อบอกเลาเรื่องราว อารมณ ความรูสึก โดยนักแสดงจะแสดงกิริยาทาทาง ธรรมชาติ หรือการเลียนแบบคน สัตว สิ่งของ ในการสื่อความหมายใหผูชมเขาใจ ทั้งนี้ ผูชมจะสามารถ ทราบไดวาขณะนี้นักแสดงกําลังมีอารมณ และความรูสึกอยางไร 28. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทาที่มาจากการประดิษฐขึ้นโดยตรง เปนทาทางที่ประดิษฐขึ้นมาเอง เพื่อใหสอดคลองกับเนื้อรอง หรือคําบรรยายที่จะตองแสดงออกมาเปนทารํา เชน การแสดงความยิ่งใหญจะใชทาพรหมสี่หนา เปนตน ซึ่งภาษาทาที่นําไปใชในการรําตามบทรอง บทเจรจา หรือบทพากยในการแสดงโขนละคร ในทางนาฏศิลป จะเรียกวา “การรําบท” คือ การรําทําบทไปตามถอยคํา หรือบทขับรอง 29. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพจัดเปนเครื่องประดับประเภทศิราภรณที่เรียกวา “รัดเกลายอด” เปนเครื่องประดับศีรษะของ ตัวนาง ซึ่งเปนตัวนางที่สูงศักดิ์ เชน นางสีดา นางรจนา เปนตน 30. ตอบ ขอ 4. เพราะทามยุเรศ จะกาวไขวเทาซาย จีบหงายระดับอกทั้ง 2 มือ คลายมือจีบออก และตั้งวงกลาง ศีรษะตั้งตรง กระดกหลังเทาขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากทาบินของนก และฟอนใน จะกาวเทาขวาลงดานขาง พรอมกับ หมุนตัว สอดมือขึ้นในทาสอดสรอยมาลา มือขวาตั้งวงบน มือซายจีบหงายที่ชายพก เอียงศีรษะซาย แลวสอดจีบมือซายขึ้นตั้งวงบน มือขวาจับจีบควํ่าขึ้น แลวปลอยออกเปนตั้งวงกลาง กระดกหลังเทาซาย เอียงศีรษะขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากการลําแพนหางของนกยูง 31. ตอบ ขอ 2. เพราะละครชาตรี เปนตนแบบของละครรํา ที่นิยมเลนกันแบบพื้นบาน นักแสดงจะเปนผูชายลวน และจะมีตัวละครเพียง 3 ตัว คือ ตัวนายโรง(ตัวพระ) ตัวนาง และตัวตลก นักแสดงที่เปนตัวนายโรงจะ แตงกายแบบยืนเครื่อง ศีรษะสวมเทริด ในการแสดงจะไมเนนความสวยงามของทารํา โดยจะมุงเนนที่ ความสนุกสนาน และตลกขบขันมากกวา 32. ตอบ ขอ 1. เพราะในขั้นตอนแรกของการฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน จะตองทําการแบงนักแสดงออกเปน 2 กลุม คือ ผูที่มีรูปรางสูงโปรง ใบหนารูปไข จะฝกใหเปนตัวพระ และผูที่มีรูปรางสันทัดตํ่ากวาตัวพระจะใหฝก เปนตัวนาง 33. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นตําแหนงการตั้งวงที่อยูระดับเหมาะสม กลาวคือ การตั้งวงกลางที่ถูกตอง ทั้งตัวพระและตัวนาง นิ้วทั้ง 4 นิ้ว จะเรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ปลายของนิ้วมือตั้งอยู ระดับหางคิ้ว (ตัวพระ) ปลายของนิ้วมือตั้งอยูระดับไหล (ตัวนาง) (25)
26.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 34. ตอบ ขอ
1. เพราะในการแสดงนาฏศิลปนั้นทารําจะตองมีความออนชอย สวยงามและถูกตองตามหลักการทางนาฏศิลป ซึ่งจะทําใหผูชมไดรับสุนทรียรสที่เปยมลนไปดวยความงดงามของลีลาการรายรําประกอบบทเพลงที่ไพเราะ ซึ่งบรรเลงดวยเครื่องดนตรีไทย 35. ตอบ ขอ 4. เพราะการกาวเทาที่ดี จะกาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว โดยใหสนเทาแตะลงที่พื้น ถายนํ้าหนักตัวไปที่ ฝาเทา เหยียบพื้นใหเต็มฝาเทา สวนขาอีกขางหนึ่งเมื่อกําลังจะเคลื่อนยาย ควรยกสนเทาขึ้น ถายนํ้าหนักตัว ลงที่ปลายเทาซึ่งกดพื้นไว ทําเชนนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เดิน 36. ตอบ ขอ 3. เพราะผูกํากับการแสดง จะทําหนาที่เปนผูฝก และควบคุมการแสดงละคร รับผิดชอบในการแสดงทั้งหมด เปนบุคคลที่สําคัญที่สุดของการแสดง จะเปนผูที่มีความสามารถรอบดาน เปนผูสั่งการแกผูกํากับเวที ทํางานอยางใกลชิดกับนักแสดง และทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาทของตัวละคร 37. ตอบ ขอ 4. เพราะในการคัดเลือกนักแสดงละครรํา จะมีหลักในการพิจารณา คือ ลักษณะของตัวพระ จะมีรูปราง สูงโปรง ใบหนารูปไข ผิวขาว จมูกโดง และลักษณะของตัวนาง จะมีใบหนากลม หรือรูปไข จมูกโดง ปากเปนรูปกระจับ 38. ตอบ ขอ. 3 เพราะเปนละครที่เกิดขึ้นภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งจะใชนางในเปนนักแสดง การรายรําจึงมีความออนชอย สวยงาม และเครื่องแตงกายของการแสดงนั้นไดดัดแปลงมาจากเครื่องทรงของพระมหากษัตริย 39. ตอบ ขอ 3. เพราะอินทรธนู เปนเครื่องประดับของตัวพระและยักษเทานั้น อินทรธนู จะมีลักษณะเปนทรงสูง ปลายงอนเขาเล็กนอย ปกดิ้น และเลื่อมเปนลวดลายตางๆ ตรงปลายยอดติดพู 40. ตอบ ขอ 3. เพราะภาษาทาและนาฏยศัพทถือวาเปนหัวใจสําคัญของการแสดงนาฏศิลป การที่จะชมการแสดงนาฏศิลป ใหเกิดความสนุกสนานไดนั้น ผูชมจะตองมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับภาษาทาและนาฏยศัพท เพราะจะได เขาใจในสิ่งที่นักแสดงตองการจะสื่อความหมายออกมา ใหเห็นถึงอารมณและความรูสึกนึกคิดของตัวละคร ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นๆ (26)
27.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ ดนตรีไทยและดนตรีสากลลวนมีคุณคาตอจิตใจของมนุษยในสังคมทั้งสิ้น
ในปจจุบันไดมีการนําเอาดนตรี มาใชเพื่อเปนสื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมระหวางประเทศ เชน การจัดแสดงดนตรีนานาชาติ เพื่อการแลกเปลี่ยน ทางวัฒนธรรม เปนตน นอกจากนี้ ดนตรียังมีประโยชนตอมนุษยอีกหลายดาน เชน เสียงของดนตรี เปนสิ่งที่ชวยกลอมเกลาจิตใจของคนใหออนโยน เยือกเย็น และสามารถชวยคลายความทุกขที่เกิดขึ้น ในชวงระยะเวลาหนึ่งได เสียงดนตรีจะชวยในการปลุกเราจิตใจใหราเริง ทําใหมนุษยเกิดความเพลิดเพลินใจ ทั้งนี้ ดนตรียังเปนสวนสําคัญอยางหนึ่งที่จะขาดไมไดเลยจากการแสดงมหรสพตางๆ เพราะดนตรีเปน สวนประกอบสําคัญที่ทําใหการแสดงนาชม สรางบรรยากาศ และความสนุกสนานใหแกผูชม เปนตน 2. แนวตอบ ดนตรีเปนงานศิลปะที่มนุษยสรางขึ้น โดยใชเสียงเปนสื่อในการถายทอดออกมาเปนลีลา ทํานอง อารมณ ของเพลงดําเนินไปตามจินตนาการของนักประพันธเพลง ดนตรีนับเปนสิ่งที่มีคุณคา สรางความเพลิดเพลิน เปนสื่อประกอบใหกิจกรรมทางประเพณี และพิธีกรรมที่มนุษยประกอบขึ้นนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น 3. แนวตอบ ขอความนี้แสดงใหเห็นวาดนตรีไทยไดรับความนิยมเปนอยางมาก แมแตในเขตพระราชฐานเอง ก็มีการ รองเพลงและเลนดนตรีกันอยางเอิกเกริก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จึงตองทรงออกกฎมณเฑียรบาล หามไว 4. แนวตอบ สิ่งที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ มีดังตอไปนี้ 1. นิยมใชสื่อที่ตางกันตอบโตกัน เชน เสียงนักรองกับเครื่องดนตรี เปนตน 2. นิยมใชเบสเปนทั้งทํานองและแนวประสาน ที่เรียกวา “Basso Continuo” 3. เริ่มมีการประสานเสียงแบบโฮโมโฟนี (Homophony) ซึ่งเปนการประสานเสียงแบบอิงคอรด 4. นิยมใชบันไดเสียงเมเจอร (Major) และไมเนอร(Minor) แทนโมด(Mode) 5. เคานเตอรพอยท(Counterpoint) ยังคงเปนคุณลักษณะเดนของสมัยนี้ โดยโฮโมโฟนี(Homophony) จะมีบทบาทในการสนับหนุนใหเคานเตอรพอยทมีความสมบูรณยิ่งขึ้น 6. มีการระบุความชา-เร็ว และหนัก-เบา ลงไปในผลงาน 7. เทคนิคของการ Improvisation ไดรับความนิยมเปนอยางมาก 8. มีคีตลักษณ(Form) ใหมๆ เกิดขึ้นหลายแบบ 9. มีการจําแนกหมวดหมูของคีตนิพนธ และบัญญัติศัพทไวเรียกอยางชัดเจน 10. อุปรากร(Opera) ไดกําเนิดขึ้นและมีการพัฒนาขึ้นในยุคสมัยนี้ 5. แนวตอบ เพราะดนตรียุคคลาสสิก เปนดนตรีที่ไมมีจินตนาการอยูเบื้องหลัง ไมมีบทกวีประกอบ เปนดนตรีที่มีแต เสียงดนตรีบริสุทธิ์ ซึ่งจะตรงขามกับดนตรีในยุคโรแมนติกที่เปนดนตรีพรรณนา (Program Music) และเปน ดนตรีที่มีเรื่องราว ตอนที่ 2 (27)
28.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. แนวตอบ นาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรูและความบันเทิง มีความสําคัญตอการพัฒนาคุณภาพชีวิต
เปนพื้นฐานดานจิตใจ สามารถพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีความคิด สรางสรรค มีความซาบซึ้งและเขาใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสรางผลงานการแสดงไดอยาง มีคุณคา ทันตอกระแสความคิดในโลกปจจุบันได ชนชาติโบราณที่มีอารยธรรม ทุกชาติ ทุกภาษา ถือวาการ ฟอนรําเปนพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติสืบตอกันมา มีความหลากหลายและแตกตาง ไปตามสังคม ประเพณี และความนิยมของเผาพันธุ การที่จะนําความรูทางดานนาฏศิลปและการละคร มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น ควรศึกษาถึงแกนแทของวิชานาฏศิลปและ การละคร การสรางสรรคผลงาน และการพัฒนา เพื่อที่จะไดเชื่อมโยงความรูดานนาฏศิลปและการละคร มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสม 7. แนวตอบ เพราะการแสดงนาฏศิลปและการละคร ไดเขามามีบทบาทตอชีวิตประจําวันของมนุษย โดยเปนเครื่องมือ อยางหนึ่งที่ชวยในการผอนคลายความเครียด ในสังคมปจจุบันที่มีความสับสนวุนวายอยูมาก นาฏศิลป และการละครที่เคยผูกพันอยูกับพิธีกรรมทางศาสนา และพิธีกรรมในราชสํานักมาตั้งแตโบราณ ไดเปลี่ยน บทบาทเปนธุรกิจเชิงพาณิชยตามกระแสความคิดของโลกในปจจุบัน โดยมีผูบริโภคเปนผูกําหนดคุณคา และสุนทรียะ แตในการที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาผลงานดานนาฏศิลปและการละครนั้น จําเปนที่จะตองศึกษาใหถึงแกนแท ไมควรนํานาฏศิลปและการละครที่เปนมาตรฐาน มีขนบนิยมเครงครัด มาพัฒนา ดัดแปลง แกไข ควรรักษาไวเปนแบบฉบับและสรางสรรคผลงานนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมปจจุบัน 8. แนวตอบ นาฏศิลปไทย เปนการแสดงที่มีความออนชอย งดงาม ถือกําเนิดขึ้นมาพรอมๆ กับความเปนชนชาติไทย เปนสวนหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเปนอยูของคนไทย ดังนั้น ในการศึกษาทักษะทางนาฏศิลปไทย จะตองศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปพรอมๆ กัน เพื่อจะไดมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย ที่มา องคประกอบ ประเภทของนาฏศิลปไทย รวมไปถึงการศึกษาความสัมพันธระหวางนาฏศิลปไทย กับประวัติศาสตรและวัฒนธรรมดวย เพื่อใชเปนความรูขั้นพื้นฐานทางดานนาฏศิลปไทย อันจะนําไปสู การฝกหัดการแสดงนาฏศิลปที่ถูกตองตามแบบแผน เพื่อเปนการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและ ภูมิปญญาไทยสืบตอไป 9. แนวตอบ แตกตางกัน เพราะภาษาทา คือ ภาษาทางนาฏศิลป เสมือนเปนภาษาพูดโดยไมตองเปลงเสียงออกมา แตอาศัยสวนประกอบของอวัยวะของรางกาย แสดงออกมาเปนทาทาง เพื่อสื่อใหผูชมสามารถเขาใจได พื้นฐานของการใชภาษาทานี้ สวนมากจะนํามาจากทาธรรมชาติ แตนํามาประดิษฐ ดัดแปลงใหมีความ ออนชอยและสวยงาม กิริยาทาทางที่แสดงออกมาเปนภาษาทานี้ สามารถจําแนกออกเปน 2 ประเภท ใหญๆ คือ ภาษาทาที่บงบอกอิริยาบถของมนุษย และภาษาทาที่มาจากการประดิษฐ สวนนาฏยศัพท คือ ศัพทเฉพาะในทางนาฏศิลป เปนชื่อของลักษณะทารําของไทย นาฏยศัพทที่ใชกันเกี่ยวกับทารําไทยสามารถ จําแนกออกเปน 3 ประเภท คือ หมวดนามศัพท ศัพทที่เรียกชื่อทารํา หรือชื่อทาที่บอกอาการกระทํา ของผูนั้น เชน วง จีบ เปนตน หมวดกริยาศัพท ศัพทที่ใชเรียกในการปฏิบัติบอกอาการกิริยา แบงออก เปน 2 ลักษณะ คือ ศัพทที่ใชเรียกเฉพาะขณะที่ใชทารํา และศัพทเสริม หมวดเบ็ดเตล็ด ศัพทตางๆ ที่ใช เรียกในภาษานาฏศิลปนอกเหนือไปจากนามศัพท และกริยาศัพท เชน จีบยาว ลักคอ เดินมือ เปนตน (28)
29.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 10. แนวตอบ ละครมีอยูทุกชาติ
ทุกภาษา ดังคํากลาวที่วา “โลกนี้คือละคร” ซึ่งใหแนวคิดวางานละคร เปนงานที่จะตอง อยูคูกับโลก ละครเปนสาระหนึ่งของศิลปะที่กอใหเกิดความตื่นเตน สนุกสนาน เพลิดเพลิน ใหทั้งความบันเทิง ความรู และแนวคิดในการดําเนินชีวิต ฉะนั้น ละครจึงมีคุณคา มีความสําคัญ และเปนสิ่งจําเปนสําหรับ ชีวิตมนุษยที่ควรแกการศึกษา เรียนรู นอกจากนี้ ละครยังเปนการแสดงอยางหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจาก จะใหสาระและความบันเทิงแลว ยังมีความสําคัญตอประวัติศาสตร สังคม และวัฒนธรรมเปนอยางยิ่ง สามารถนํามาบูรณาการเขากับสาระกลุมอื่นๆ ไดทุกศาสตร การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับการแสดงละคร เทคนิคตางๆ ในการสรางงานละคร ตลอดจนการฝกทักษะเบื้องตนในการแสดงละคร นับวาเปนความรู พื้นฐานที่มีความจําเปนในการที่จะสรางงานละครใหมีสุนทรียภาพ นาดู นาชม ไดรับประโยชน และคุณคา รวมทั้งสามารถนําแนวคิด สาระที่ไดรับจากการชมมาประยุกตใชใหสอดคลองกับชีวิตประจําวันไดอีกดวย (29)
30.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ
4. เพราะดนตรีมีประโยชนตอบุคคลในเรื่องของการผอนคลายความตึงเครียด พัฒนาการเรียนรู และความจํา 2. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีไทย นอกจากจะมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปวัฒนธรรมของชาติ มีบทบาทตอศาสนา สังคม และพิธีกรรมตางๆ แลว ดนตรีไทยยังเปนวิชาชีพที่สามารถสรางรายไดใหแกนักดนตรีในการผลิตผลงาน สรางรายไดในรูปแบบตางๆ ทั้งการบรรเลงประกอบในกิจกรรมตางๆ การบรรเลงเพื่อการฟง การบรรเลง ประกอบการโฆษณา ประชาสัมพันธสินคา การบันทึกเสียงเพลงในสื่อรูปแบบตางๆ นํารายไดมาสูนักดนตรี ผูประกอบการ และสรางความมั่นคงใหแกเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกดวย 3. ตอบ ขอ 2. เพราะเปนเอกลักษณเฉพาะที่บงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรี ก็จัดเปนศิลปะประเภทหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได 4. ตอบ ขอ 2. เพราะความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีไดมีสวนในการสรางสรรคอุปกรณที่มีสวนชวยในการบันทึกเสียง เชน เครื่องบันทึกเสียง ที่สรางขึ้นโดยโทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) เปนตน 5. ตอบ ขอ 3. เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะสงผลใหงานดนตรีมีการพัฒนา ทั้งในระบบคอมพิวเตอร เครื่องดนตรี เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง และการปรับปรุงรูปแบบดนตรีจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 6. ตอบ ขอ 3. เพราะชาวจีนไดนําขิมมาบรรเลงรวมอยูในวงเครื่องสายจีน ประกอบการแสดงอุปรากร(งิ้ว) บรรเลงในงาน เทศกาล และงานรื่นเริงตางๆ 7. ตอบ ขอ 2. เพราะการตีสะบัด เปนการตีไลเสียง 3 พยางค ตอเนื่องกันอยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 2 หรือ 1 จังหวะ เพื่อใหทํานองมีความพลิ้วไหวมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการแทรกโนตตัวที่ 3 เพิ่มเขาไปในโนตตัวที่ 2 เดิม ภายในจังหวะเทาเดิม 8. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงที่นิยมบรรเลงกันมาก คือ เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ ซึ่งเปนเพลงสําเนียงจีนที่เกิดขึ้น ในราวปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว(รัชกาลที่ 4) โดยพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร) ไดจําทํานองการตีขิมของคนจีนแลวจํามาแตงเปนเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น 9. ตอบ ขอ 1. เพราะดนตรีไทยถือเปนสมบัติและวัฒนธรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเปนชาติ และอยูคูกับคนไทยมาอยาง ชานาน ดังนั้น ดนตรีจึงมีความสัมพันธกับคนไทยประหนึ่งวาเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวัน นับตั้งแต เกิดจนถึงวันสุดทายแหงชีวิตก็วาได 10. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงตระสันนิบาต จะใชบรรเลงเพื่ออัญเชิญเหลาเทวดาทุกๆ พระองค ใหมาชุมนุมในมณฑลพิธี สวนเพลงกลอม ใชสําหรับการขับกลอม เพื่อใหนอนหลับ เพลงเสมอ ใชประกอบกิริยาการเดินทาง ระยะใกลๆ ไปอยางชาๆ ไมรีบรอน และเพลงคุกพาทยใชประกอบการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย หรือเหตุการณ อันนาสะพรึงกลัว ตอนที่ 1 ชุดที่ 2เฉลยแบบทดสอบ (30)
31.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 11. ตอบ ขอ
2. เพราะการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียง จะทํากระทําโดยใหนักรองเสียงดังอยูดานหลังหรืออยู ระหวางกลางของนักรองเสียงเบาในสวนเดียวกัน เพื่อจะไดชวยนักรองเสียงเบา จากนั้น จัดวางนักรองที่มี เสียงไพเราะและสามารถขับรองไดอยางถูกตอง แมนยํา อยูในแถวหนา เพราะจะทําใหเสียงในการขับรองนั้น เกิดความไพเราะ กอใหเกิดความสมดุลของเสียงในการขับรอง 12. ตอบ ขอ 1. เพราะลักษณะการบรรเลงดนตรีรวมวง เปนการที่กลุมนักดนตรี ผูบรรเลงเครื่องดนตรี หรือผูขับรอง มาแสดงรวมกัน ดังนั้น คุณลักษณะของผูบรรเลงดนตรีรวมวง จะตองใชความพยายาม ความอดทน มีสมาธิ ในการฟงจังหวะ และทํานองเพลง มีทักษะในการทํางานรวมกับผูอื่น เพื่อใหไดผลงานที่ออกมามีคุณภาพ 13. ตอบ ขอ 1. เพราะการขับรองเพลงนั้น จัดเปนการสรางความบันเทิงใหแกผูชม ดังนั้น การรองเพลงจึงตองมีการแสดงออก ใหเห็นความกลมกลืนอยางนอย 3 ดาน ดังตอไปนี้ 1. การแสดงออกดวยปาก 2. การแสดงออกดวยใจ 3. การแสดงออกดวยกาย จึงจะนับวาเปนการขับรองที่สมบูรณ 14. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียงในรูปแบบการขับรอง “แบบราวด”(Round) หรือ“แบบวน” ซึ่งจะเปนรูปแบบ การขับรองที่มีผูขับรองตั้งแต 2 คน หรือ 2 กลุมขึ้นไป รองเพลงแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบ ไมพรอมกัน 15. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียง 2 แนว เปนการขับรองที่มีทํานองเพลง 2 แนว รองไปพรอมๆ กัน มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 1 ทํานอง สวนการขับรองประสานเสียง 3 แนว เปนการ ขับรองที่มีทํานองเพลง 3 แนว รองไปพรอมๆ กัน มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 2 ทํานอง ซึ่งทํานองประสานทั้ง 2 แนว อาจมีทํานองที่แตกตางกันออกไป 16. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละคร จัดเปนศิลปะประจําชาติและเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงใหเห็นถึง วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงามของชาติ ดังนั้น เราจึงควรรวมมือรวมใจกันในการอนุรักษ ถายทอด และสืบสานใหคงอยูสืบตอไป 17. ตอบ ขอ 4. เพราะนาฏศิลปมีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ยึดปฏิบัติสืบทอดตอกันมาแตโบราณ ผูที่ศึกษาวิชานาฏศิลป จะตองมีความเคารพ ศรัทธาในบูรพาจารย ผูประสิทธิ์ประสาทวิชาใหแกศิษย แมวาจะไดรับมอบหมายในพิธี ไหวครูใหเปนประธานในพิธีแลวก็ตาม ศิษยผูที่ไดรับมอบหมายจะไมทําหนาที่เปนประธานในพิธี ตราบใด ที่ครูผูมอบยังมีชีวิตอยู ดังคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู” ซึ่งมีกิจกรรมหลายอยางที่จัดขึ้นมา เพื่อชวยสืบทอดวัฒนธรรมทางดานนาฏศิลปไทย เชน พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ คติความเชื่อเกี่ยวกับ นาฏศิลป ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติในการออกโรงแสดง เปนตน 18. ตอบ ขอ 3. เพราะนาฏศิลปไทยมีลักษณะเฉพาะที่เปนแบบแผนขนบนิยมสืบทอดตอกันมา เปนเรื่องของความศรัทธา ความเชื่อ จึงมีการจัดกิจกรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเชื่อดังกลาว คือ พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ เพื่อใหศิษยใหมไดรูจักพระนามครูที่เปนมหาเทพ พระฤๅษี มนุษย ยักษ ทั้งที่มีชีวิตอยูและไมมีชีวิตอยู เพื่อมอบตัวเปนศิษย เพื่อสรางความเปนสิริมงคล ปองกันเสนียดจัญไร มีโอกาสไดรับการถายทอดทารํา อันสูงสุด หรือเปนผูประกอบพิธีไหวครู (31)
32.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 19. ตอบ ขอ
3. เพราะศิลปะแขนงวิจิตรศิลปสามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณในการแสดงได กลาวคือ ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปปรากฏอยูในงานนาฏศิลปและการละครที่เห็นไดอยางเดนชัด คือ วรรณกรรมที่ปรากฏ ในงานนาฏศิลปและการละคร ไดแก บทประพันธทั้งรอยแกวและรอยกรองที่เปนบทเพลง บทละคร ดุริยางคศิลป เปนหัวใจสําคัญของนาฏศิลปและการละคร เพราะชวยสอดประสานกับลีลาทารํา และสื่อ ความหมายใหผูชมเกิดอารมณคลอยตาม นอกจากนี้ จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปตยกรรมยังชวย สงเสริมใหเกิดความสวยงาม และความสมจริงกับการแสดงนาฏศิลปและการละคร ในดานการออกแบบฉาก เครื่องแตงกาย การแตงหนา การจัดฉาก และการประดิษฐอุปกรณประกอบการแสดง 20. ตอบ ขอ 2. เพราะจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต คือ เปลี่ยนจาก การแสดงเพื่อความบันเทิงแกบุคคลทั่วไปมาเปนการแสดงใหนักทองเที่ยวชม ซึ่งมีจุดมุงหมายไปในเชิง พาณิชยมากขึ้นกวาการแสดงเพื่อสรางความบันเทิงเริงรมย 21. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําคู เปนการแสดงที่มุงเนนความเปนเอกภาพในการประดิษฐทารํา การนําองคประกอบตางๆ เชน ดนตรี จังหวะ บทรอง เครื่องแตงกาย เปนตน ทุกสวนตองสามารถเชื่อมโยงกันได แสดงใหเห็นถึง ความกลมกลืน ไมควรมีความแตกตางในองคประกอบกันอยางมากมาย จนทําใหการประดิษฐทารําชุดนั้น ขาดความเปนเอกภาพ 22. ตอบ ขอ 1. เพราะรําวงมาตรฐาน มีวิวัฒนาการมาจากการรําโทน ซึ่งเปนการละเลนพื้นบานของไทยในบางทองถิ่น นิยมเลนกันในเทศกาลตางๆ เหตุที่เรียกวา “รําโทน” ก็เพราะใชโทนตีเปนจังหวะหลัก 23. ตอบ ขอ 2. เพราะเพลงงามแสงเดือน และเพลงคืนเดือนหงาย จะมีการใชนาฏยศัพทที่เหมือนกัน นั่นคือ ทาสอดสรอยมาลา และทาสอดสรอยมาลาแปลง ซึ่งลักษณะของนาฏยศัพทที่ปรากฏ คือ วงบน นิ้วทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ยกลําแขนขึ้นเปนวงโคงไปทางดานขางของลําตัว ปลายนิ้วมือ จะอยูระดับศีรษะ(ผูชาย) ระดับหางคิ้ว(ผูหญิง) และจีบ นิ้วหัวแมมือจรดกับขอที่ 2 ของนิ้วชี้ สวนที่เหลือ ใหกรีดออก หักขอมือเขาหาลําแขน ปลายนิ้วมือจะอยูระดับชายพก(สะดือ) 24. ตอบ ขอ 4. เพราะการรํากระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง เปนการรําที่ใชนักแสดง 2 คน จึงจัดเปน การรําคู สวนการรําสีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว เปนการรําที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป จึงจัดเปนการรําหมู การรําประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ จัดเปนการรําแบบผสมผสานกัน ทั้ง 3 รูปแบบ และฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว จึงจัดเปนการรําเดี่ยว 25. ตอบ ขอ 4. เพราะระบําตารีกีปส เปนการแสดงทารําที่ใชพัดเปนองคประกอบสําคัญ จัดเปนการแสดงชุดหนึ่งที่ไดรับ ความนิยมเปนอยางมากในหมูชาวไทยมุสลิมภาคใต โดยเฉพาะในจังหวัดปตตานี บทเพลงที่ใชประกอบ การแสดง คือ “เพลงตารีกีปส” ไมมีเนื้อรอง จะใชดนตรีบรรเลงลวนๆ มีทวงทํานองไพเราะสนุกสนาน และเราใจ 26. ตอบ ขอ 4. เพราะจากขอความปรากฏทารําที่มีการเลียนแบบทาทางของสัตวทั้งหมด 4 ทา คือ มาฟอนรําทําทากวางเดินดง(กวาง) เหลาพวกหงสบิน(หงส) มาหามัจฉา(ปลา) ภมรเคลา(ผึ้ง) พิสมัยรอยผกา แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา (32)
33.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 27. ตอบ ขอ
1. เพราะทาพรหมสี่หนา เปนทารําที่มีลักษณะคลายกับทาบัวบาน(วงบัวบาน) เปนทารําที่นํามาใชในการตีบท ในความหมายตางๆ เชน ความยิ่งใหญ รุงเรือง มโหฬาร การสวมใสศิราภรณ เปนตน 28. ตอบ ขอ 1. เพราะการเคลื่อนไหวรางกายนั้น เปนขั้นตอนเริ่มตนที่ทุกคนควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง จัดเปนการเตรียม ความพรอมของรางกายทุกสวนใหอยูในสภาวะที่สมดุล เมื่อรางกายมีความพรอมแลวก็จะสามารถปฏิบัติ ทารําไดอยางมีประสิทธิภาพ 29. ตอบ ขอ 3. เพราะการประดิษฐทารําโดยใชทาทางแทนคําพูด หรือภาษานาฏศิลปประกอบเพลง เปนการใชทาทาง บงบอกความหมายตามเนื้อเพลง ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการนําหลักนาฏศิลปไทยมาใชในการประดิษฐทารํา ใหมีความถูกตอง สวยงามตรงตามหลักนาฏศิลปไทย 30. ตอบ ขอ 2. เพราะจากทารํา “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง” เปนทารําที่ปรากฏอยูในการแสดงรําวงมาตรฐาน เพลงดอกไมของชาติ ที่เรียกวา “ทารํายั่ว” 31. ตอบ ขอ 4. เพราะนักแสดง เปนผูที่มีความสามารถในดานการแสดงออกทางสีหนา อารมณ ความรูสึกตรงตามลักษณะ ของตัวละครที่ถูกกําหนดไว 32. ตอบ ขอ 2. เพราะการแสดงดนตรีและนาฏศิลปมีความสัมพันธเกี่ยวเนื่องกันอยางขาดไมได ถาหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อาจทําใหการแสดงดูไมสมบูรณและไมนาสนใจ 33. ตอบ ขอ 3. เพราะบทละครที่ดีนั้น จะตองใหขอคิดกับผูชม ซึ่งผูชมจะสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได 34. ตอบ ขอ 3. เพราะลักษณะของบทกลอน จะเปนแบบบทเกี้ยวพาราสีที่เรียกวา “บทโอโลม” ซึ่งกลอนบทนี้ไดตัดตอน มาจากบทละครเรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีโอโลมนางละเวง 35. ตอบ ขอ 4. เพราะบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง เปนบทประพันธที่มีคุณคา ใหคติสอนใจแกผูชม ซึ่งบทละครจัดเปนหัวใจสําคัญของการแสดงละครทุกประเภทเพราะถาบทละครไมดีก็จะสงผลถึงการแสดงดวย แมนักแสดงจะมีลีลาทารําที่สวยงาม ฉาก แสง สี เสียงมีความสมบูรณมากนอยเพียงใดนั้น แตบทละคร ขาดความเปนเหตุเปนผล ผูชมก็จะไมประทับใจ 36. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบการละครของไทย จะเปนละครประเภทที่ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง มีการขับรอง และเจรจาเปนกลอนบทละคร ซึ่งสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท คือ 1. ละครรํา แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรําแบบมาตรฐานดั้งเดิม มี 3 ประเภท คือ ละครชาตรี ละครนอก และละครใน ละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม มี 3 ประเภท คือ ละครดึกดําบรรพ ละครพันทาง และละครเสภา 2. ละครรอง แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรองลวนๆ และละครรองสลับพูด 3. ละครพูด แบงไดเปน 3 ประเภท คือ ละครพูดลวนๆ ละครพูดแบบรอยกรอง และละครพูดสลับรํา 4. ละครสังคีต 37. ตอบ ขอ 3. เพราะการเลือกการแสดงละครที่ดี จะตองเลือกบทละครใหสอดคลองกับงาน เชน งานมงคล ควรเลือก การแสดงละครแบบสุขนาฏกรรม เชน อิเหนา ตอนไหวพระ เปนตน งานอวมงคล ควรเลือกการแสดงละคร แบบโศกนาฏกรรม เชน โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ เปนตน (33)
34.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 38. ตอบ ขอ
1. เพราะบทละครที่ดี จะตองเปนบทละครที่มีคุณคาทางวรรณกรรม มีแนวคิดที่เปนคติสอนใจ สามารถนํามา ปรับใชในชีวิตประจําวันได มีการจัดลําดับเหตุการณของเรื่องตั้งแตตนจนจบ ใชภาษางายๆ สื่อความหมาย อยางตรงไปตรงมา 39. ตอบ ขอ 1. เพราะการแตงหนาตัวละคร ควรใหมีความหลากหลายในรูปแบบ โดยใชเทคนิคการแตงหนาสมัยใหม ซึ่งลิปสติกสามารถนํามาใชแทนบรัชออน(ที่ทาแกม) ได ดวยวิธีการแตะที่เนื้อของลิปสติกสีที่ตองการ นํามาแตะบริเวณโหนกแกมแลวเกลี่ยใหสีเสมอกัน จากนั้นจึงทาทับดวยแปงฝุน 40. ตอบ ขอ 2. เพราะการแตงหนาตัวละคร ชางแตงหนาจะตองมีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ บทประพันธ หรือลักษณะของการแสดงนั้นๆ ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกตางกันออกไป (34)
35.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ เพราะดนตรีเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เสริมสรางความแข็งแกรงใหกับคนในชาติ
การสรางสรรคงานดนตรี จึงมีมาอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ความกาวหนาทางเทคโนโลยี และการปรับเปลี่ยนดนตรีใหเขากับยุคสมัย ก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหงานดนตรีไดรับการยอมรับจากสังคมมาจนถึงปจจุบัน 2. แนวตอบ เกิดขึ้นตั้งแตมีการใชไฟฟาครั้งแรกในพ.ศ. 2427 พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาบุรฉัตรไชยากร กรมพระ- กําแพงเพ็ชรอัครโยธิน ไดทรงริเริ่มการกระจายเสียงขาวสารของทางการ จากนั้น จึงไดมีการพัฒนาขึ้น ตามลําดับ มีรายการบรรเลงดนตรีของวงตางๆ ทั้งวงดนตรีสากล วงดนตรีไทยสากล และวงดนตรีไทย ออกอากาศตามรายการที่ไดมีการจัดขึ้น ตอมาจึงไดพัฒนามาสูการเผยแพรทางสถานีโทรทัศน เครือขาย อินเทอรเน็ต จนกาวสูระบบจานดาวเทียมในปจจุบัน 3. แนวตอบ ดนตรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ(รัชกาลที่ 9) มีความเจริญรุงเรืองเปนอยางมาก เพราะพระองค ทรงโปรดดนตรีทุกประเภท จนเปนที่ยกยองสรรเสริญจากชาวโลก ทั้งในประเทศและตางประเทศ นอกจากนี้ พระองคยังทรงพระราชนิพนธเพลงไวอีกมากมาย อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงโปรดปรานดนตรีไทยเปนอยางยิ่ง ทรงบรรเลงดนตรีไทย และทรงใฝพระราชหฤทัยอยางจริงจัง จึงทําใหดนตรียังไดรับความนิยมอยูจนถึงปจจุบัน 4. แนวตอบ เห็นดวย เพราะการขับรองที่ดีนั้น ผูขับรองจําเปนตองมีทักษะพื้นฐานในการขับรองเพลง ซึ่งมีหลักในการ ฝกปฏิบัติ ดังตอไปนี้ 1. การออกเสียง ตองออกเสียงใหเต็มเสียงตามจังหวะและทํานองของเพลง ซึ่งจะตองมีความตอเนื่อง สมํ่าเสมออยางไมขาดชวง 2. การหายใจเขา - ออก มีความสําคัญสําหรับการรองเพลง เพราะเกี่ยวของกับการหมุนเวียนของลม ในรางกาย การหายใจเขา-ออก ใหสอดคลองกับการรองเพลง จึงมีสวนชวยทําใหสามารถรองเพลง ไดดีขึ้น 3. การใสอารมณกับเพลง เพลงที่ขับรองมีหลายประเภท บางเพลงใหอารมณสนุกสนาน บางเพลงใหอารมณ เศรา ผูขับรองจึงควรมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมายของจังหวะและทํานองเพลง เพื่อจะได ใสอารมณและถายทอดความรูสึกใหเขากับเพลง ซึ่งจะทําใหรองเพลงไดดี 4. การเปลงเสียงถูกตองตามอักขรวิธี ตองออกเสียงพยัญชนะ วรรณยุกตใหชัดเจน โดยเฉพาะคําควบกลํ้า 5. ทาทางในการรองเพลง ควรสรางบรรยากาศรวมกับผูฟง ใหผูฟงไดมีอารมณรวมกับเพลงที่รอง 5. แนวตอบ การฝกขับรองทํานองที่ดีสามารถปฏิบัติได ดังตอไปนี้ ขั้นที่ 1 ฝกขับรองตามเสียงตนแบบ โดยฟงทํานองจากเสียงตนแบบทั้งบทซํ้ากันหลายๆ รอบ ฮัมทํานอง ตามเสียงตนแบบทั้งบท ฟงทํานองตามเสียงตนแบบทีละวลี แลวฮัมตามหลายๆ รอบ เมื่อจบ ทุกวลีแลวใหนํามาฮัมพรอมกันทั้งบท และขับรองโนตตามเสียงขับรองของครูผูสอนทีละวลี หลายๆ รอบ เมื่อจบทุกวลีแลวใหนํามาขับรองโนตตอกันทั้งบท ขั้นที่ 2 ฝกจําจนสามารถจําแนกทํานองได ขั้นที่ 3 นําทักษะจากขั้นที่1 และขั้นที่2 มาขับรองทํานองดวยตนเอง คือ ฮัมทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง จากนั้นขับรองโนตทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง ตอนที่ 2 (35)
36.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. แนวตอบ มีความแตกตางกัน
เพราะกระบวนการสืบทอดในสมัยโบราณ เปนการถายทอดจากครูแบบตัวตอตัว โดยวิธีการจํา ถาเปนสถาบันจะถายทอดกันในวัง บุคคลใดไดรับบทใหแสดงเปนตัวละครในเรื่องใดก็จะ ฝกเฉพาะบทนั้นจนเชี่ยวชาญ สวนกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบัน มีการจัดตั้งสถาบันถายทอด วิชานาฏศิลปและการละคร มีกระบวนการเรียนการสอนที่เปนแบบแผน มีการคนควาหาความรูดวยตนเอง ฝกใหรูจักการสังเกต คิดวิเคราะห วิพากษ วิจารณ สรางจินตนาการจนเกิดความคิดสรางสรรคและนําไป ใชประโยชนไดในชีวิตประจําวัน 7. แนวตอบ เหตุที่การรําโทนในสมัยกอนตองรํารอบๆ ครกตําขาว ก็เนื่องมาจากคนไทยสวนใหญมีอาชีพเกษตรกรรม ทุกครอบครัวจะตองตําขาวไวกิน โดยพื้นที่สําหรับตั้งครกจะใชบริเวณหนาบานที่เปนลานกวาง ซึ่งนอกจาก จะใชเปนพื้นที่ตําขาวแลว ยังเปนที่นวดขาวและทํากิจกรรมตางๆ ดวย ดังนั้น เมื่อมีการรําวงจึงใชที่ตั้งครก เปนศูนยกลาง เพราะเปนพื้นที่กวาง จึงไมตองมีการปรับปรุงพื้นที่ใหเสียเวลา และไมเปนภาระของเจาของ บานอีกดวย 8. แนวตอบ ภาษาทา เปนการนํากิริยาทาทางตางๆ ที่มีอยูตามธรรมชาติ เชน คําพูด กิริยา อาการ อารมณ ความรูสึก เปนตน มาประดิษฐเปนทารําทางนาฏศิลปไทยที่มีความหมายแทนคําพูด นอกจากนี้ ยังเปนสิ่งสําคัญ ที่ใชในการสื่อความหมายระหวางนักแสดงและผูชม เนื่องจากในการแสดงนาฏศิลปบางประเภท นักแสดง ไมตองรอง หรือวาบทเอง ดังนั้น จึงมีการคิดประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณ ความรูสึก ภายในขึ้น เพื่อใชในการแสดงนาฏศิลป เพราะจะทําใหผูชมเขาใจวานักแสดงตองการสื่อสารในเรื่องใด หรือกําลังมีอารมณ ความรูสึกอยางไรในขณะนั้น 9. แนวตอบ เพราะการรําแมบทมีมาตั้งแตสมัยอยุธยา จึงถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงนาฏศิลป ไทยที่มีหลักฐานปรากฏวามีการสืบทอดกันมาแตโบราณ แตในกระบวนการสืบทอดทางการปฏิบัตินั้น ไมปรากฏผูสืบทอดกระบวนทารําที่ชัดเจน ซึ่งในพ.ศ.2498 กรมศิลปากรไดเรียนเชิญทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี บุคคลผูมีบทบาทในการประดิษฐกระบวนทารําสําหรับการแสดง โดยเฉพาะในการรําแมบท ทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี ไดเรียบเรียง และประดิษฐกระบวนทารําประกอบบทขับรองไดอยางสอดคลอง เหมาะสม กลมกลืน และยังคงรักษารูปแบบทารําแบบมาตรฐานที่สวยงามเอาไว 10. แนวตอบ การคัดเลือกนักแสดงที่มีความถูกตองเหมาะสมนั้น มีความสําคัญเทากับการที่ละครไดประสบความสําเร็จ ไปแลวครึ่งหนึ่ง ในการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีขอควรคํานึง ดังตอไปนี้ 1. ผูเลือก ซึ่งโดยมากเปนผูกํากับการแสดง ตองรูจักตัวละครในเรื่องนั้นเปนอยางดี 2. ผูเลือก ตองรูจักนักแสดงเปนอยางดี วาแตละคนมีความสามารถทางใดที่โดดเดน บุคลิกมีความเหมาะสม กับละครชนิดใด เชน ลักษณะทาทางของตัวละครในเรื่องกับนักแสดงมีความเหมาะสมกันหรือไม ลักษณะเสียงของนักแสดงมีความเหมาะสมกับบทบาท หรือตองการความสามารถพิเศษในการรองเพลง หรือไม ลักษณะอารมณนักแสดงจะแสดงอารมณในละครไดดีเพียงใด ความประทับใจตอผูชมจะออกมา ในลักษณะใด เปนตน ซึ่งทั้งหมดนี้ลวนเปนสิ่งสําคัญที่นักแสดงจะตองมีอยู เมื่อแสดงใหผูชมเห็นแลว ก็จะเปนเครื่องวัดระดับนักแสดงไดวามีความสามารถเปนอยางไร ถาผูกํากับการแสดงไมรูจักนักแสดง เปนอยางดี อาจเลือกบทบาทที่ไมเหมาะสมให ซึ่งนอกจากจะทําลายบทละครแลว ยังเทากับทําลาย ชื่อเสียงของนักแสดงดวย (36)
37.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ
3. เพราะในวิถีชีวิตปจจุบัน บุคคลไมอาจหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได ไมวาจะทําอะไร อยูที่ไหน เมื่อไร เสียงดนตรีก็จะแวดลอมอยูเกือบทุกเวลา และทุกสถานที่ ดนตรีจะถูกสรางขึ้นมาใชเปนหลัก ในการสนับสนุนการดําเนินชีวิตของมนุษยมาตั้งแตสมัยโบราณจนถึงปจจุบัน ดนตรีชวยจุดประกาย แสงสวางใหแกเหตุการณสําคัญตางๆ ของชีวิตมนุษยทั้งในยามสุขและยามทุกข รังสรรคใหบุคคลไดถายทอด อารมณที่ตึงเครียดเปนอารมณผอนคลาย และถาปราศจากเสียงดนตรีแลวศิลปะการแสดงตางๆ ก็จะ ไมเกิดขึ้น 2. ตอบ ขอ 2. เพราะประโยชนของดนตรีไมไดมุงเนนไปในเรื่องของการสรางรายไดเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจาก การสรางรายไดสามารถกระทําไดจากวิธีอื่น จึงไมอาจเจาะจงไดวารายไดจะเกิดขึ้นจากการเลนดนตรี 3. ตอบ ขอ 3. เพราะการฟงดวยความซาบซึ้งนั้น จะทําใหสามารถประเมินคุณภาพผลงานดนตรีได เนื่องจากสามารถเขาใจ ในความถูกตองของการบรรเลงและการขับรอง ความแมนยําในการอานความหมาย และสัญลักษณ และการควบคุมคุณภาพเสียงในการขับรองและการบรรเลง ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนพื้นฐานของการประเมินคุณภาพ ผลงานดนตรีทั้งสิ้น 4. ตอบ ขอ 4. เพราะดนตรีไทยจัดเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ทุกคนตองรวมมือ รวมใจกันในการสืบสาน และอนุรักษ ดนตรีไทยใหคงอยูสืบตอไป จึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียนมีการสอนวิชาดนตรี เพื่อเปนการปลูกฝงใหเกิด ความรัก และความภาคภูมิใจในมรดกอันลํ้าคาทางวัฒนธรรมของชาติ 5. ตอบ ขอ 3. เพราะการที่เลือกเลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันในการฝกซอมทุกวันนั้น ยอมแสดงใหเห็นถึงคุณคา ของดนตรีและไมละเลยในการฝกซอม เพื่อใหเกิดความชํานาญ จนสามารถบรรเลงไดอยางไพเราะ 6. ตอบ ขอ 3. เพราะในการจัดแสดงดนตรีประกอบการแสดง ตําแหนงของเครื่องดนตรีควรวางอยูบริเวณใกลๆ กับพื้นที่ การแสดง และควรเปนสถานที่ที่ผูบรรเลง หรือผูขับรองสามารถมองเห็นทาทางและไดยินเสียงของนักแสดง อยางชัดเจน เพื่อที่จะสามารถบรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางถูกตองเหมาะสม 7. ตอบ ขอ 2. เพราะการจัดการแสดงดนตรีไทยในวาระตางๆ จะมีรูปแบบการจัดการที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น การทราบถึงจุดประสงคของการแสดงจะทําใหผูจัดการแสดงสามารถจัดการแสดงออกมาไดอยางถูกตอง เหมาะสม ตรงตามจุดประสงคที่วางไว ทั้งในเรื่องของการเลือกวงดนตรี การเลือกบทเพลง และการจัดเตรียม สถานที่ 8. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นถึงการประชาสัมพันธการแสดงดนตรี ซึ่งจะตองประชาสัมพันธผานสื่อตางๆ ไปยังผูชมอยางมีประสิทธิภาพ โดยกระทําแตเนิ่นๆ และใหขอมูลขาวสารอยางละเอียดถูกตองครบทุกสวน ปลีกยอย เชน บอกลักษณะการแสดง บอกชื่อคณะแสดง สถานที่ วัน เวลา ราคาบัตรเขาชม เปนตน ตอนที่ 1 ชุดที่ 3เฉลยแบบทดสอบ (37)
38.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ
4. เพราะจะไดบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน หรือพิธีกรรมตางๆ ที่จัดขึ้น ถากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้น มีความเกี่ยวของกับเทพเจา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะนิยมนําเพลงหนาพาทยมาบรรเลงตามความเหมาะสม ของงานนั้นๆ เชน เพลงสาธุการ เปนเพลงหนาพาทยชั้นสูง ใชสําหรับพิธีมงคลตางๆ เปนเพลงแรกในการ บรรเลงโหมโรง ซึ่งถือวาเปนเพลงศักดิ์สิทธิ์นําความมงคลมาสูทั้งผูฟง ผูบรรเลง นักแสดง และสถานที่ เพลงตระนารายณบรรทมสินธิ์ุ บรรเลงเพื่ออัญเชิญพระนารายณมารวมประชุมในมณฑลพิธี เพราะเชื่อวา พระนารายณสามารถปราบมารตางๆ หรือชวยขจัดอันตรายและอุปสรรค เพลงโคมเวียน บรรเลงเพื่ออัญเชิญ เทพเทวดา นางฟาทุกพระองคมาชุมนุมในมณฑลพิธี เปนตน 10. ตอบ ขอ 2. เพราะวงดนตรีที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงโขน คือ วงปพาทยไมแข็ง ที่ไดรับความนิยมมากที่สุด ในกลุมวงปพาทย ดนตรีที่ประกอบอยูในวงดนตรีประเภทนี้ทุกเครื่องจะมีเสียงดัง เนื่องจากบรรเลงดวยไมตี ชนิดแข็ง อรรถรสที่ไดจากการฟงดนตรีชนิดนี้จึงมีทั้งความหนักแนน สงาผาเผย คลองแคลว และสนุกสนาน ครึกครื้น สวนเพลงที่ใชในการดําเนินเรื่อง จะมีทั้งเพลงรองตามแบบละครในและยังมีการดําเนินทํานอง ในแบบที่เรียกวา “พากยและเจรจา” การแสดงโขนจะใชเพลงหนาพาทยประกอบการแสดงกิริยาตางๆ ของตัวละคร 11. ตอบ ขอ 3. เพราะการจัดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียงที่ถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดก็เพื่อ ตองการใหสามารถมองเห็นถึงความสมดุลของเสียงในการขับรอง คือ เสียงตํ่า จะเปนเสียงที่ดังที่สุด และ เสียงสูง จะเปนเสียงที่เบาที่สุด 12. ตอบ ขอ 1. เพราะคุณสมบัติของนักรองประสานเสียงที่ดี จะมีดังตอไปนี้ 1. เปนผูที่ผานการฝกขับรองเดี่ยวและขับรองหมูมาแลวอยางชํานาญ 2. เปนผูมีสมาธิ สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได 3. เปนผูที่สามารถอานออกเสียงตัวโนตไดอยางเที่ยงตรง 4. เปนผูที่มีชวงเสียง หรือรีจิสเตอร (Register) เสียงอยูในระดับที่กําหนด 13. ตอบ ขอ 2. เพราะถาไวโอลินมีนํ้าหนักมากเกินไป เวลาเลนอาจทํารูสึกเลนไมถนัดมือ และเกิดความเมื่อยลา เมื่อตองถือนานๆ ไมสวนเกินบนไมแผนหนาและหลังไวโอลิน จะทําใหเกิดเสียงที่ไมสดใส สวนไวโอลินที่มี นํ้าหนักเบาเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากแผนไมที่ขุดจนบาง จะใหนํ้าเสียงกลวง การถายทอดเสียงไมดี และเสียง ที่ไดไมมีความหลากหลาย ลําตัวของไวโอลินจะไมเเข็งแรง และเสียรูปทรงไดงาย 14. ตอบ ขอ 4. เพราะจุดประสงคหลักของการจัดการแสดงดนตรีในโรงเรียนก็คือ ตองการใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุน ความคิดสรางสรรคของนักเรียน และชวยใหนักเรียนสามารถแสดงออกในความสามารถทางดานดนตรี ไดอยางเต็มที่ 15. ตอบ ขอ 4. เพราะการที่มนุษยจะสามารถรับรูความงามของดนตรีและเขาถึงความไพเราะของบทเพลงไดนั้น อารมณ และจิตใจถือวาเปนสิ่งที่สําคัญอยางมาก ซึ่งบุคคลแตละบุคคลจะมีการรับรูเรื่องความงามของดนตรีที่ แตกตางกันออกไป (38)
39.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 16. ตอบ ขอ
1. เพราะคําวา “แบบตัวตอตัว” เปนคําที่ปรากฏขึ้นอยูในกระบวนการสืบทอดการแสดงนาฏศิลปและการละคร ในสมัยโบราณ กลาวคือ ในสมัยโบราณครูผูสอนนาฏศิลปและการละครจะถายทอดความรูจากตัวครูผูสอนไปสู ลูกศิษยโดยตรง ทั้งนี้ ลูกศิษยจะตองเขาปฏิบัติรับใชครูที่บาน จนครูเห็นวาศิษยมีความกตัญู มีความศรัทธา แนวแนที่จะรับการถายทอดวิชาความรู ครูก็จะสอนและมอบวิชาความรูให แตบางคนตองการอาศัยการเรียนรู ดวยตนเองจากการสังเกต อยางที่เรียกวา “ครูพักลักจํา” เปนหลักสําคัญ เนื่องจากไมมีเงินทอง หรือไมมี เวลามาปฏิบัติรับใชครูผูสอน 17. ตอบ ขอ 1. เพราะการที่นักแสดงตองทําการขอขมาผูอาวุโสหลังจากจบการแสดงนั้น เพราะเนื่องจากเกรงวาในระหวาง ที่ทําการแสดงอาจมีการลวงเกินพลั้งพลาดไปบาง จึงตองแสดงความขอโทษ ในการปฏิบัติเชนนี้สะทอน ใหเห็นวา สังคมไทยมีการใหเกียรติและเคารพผูอาวุโสเสมอ 18. ตอบ ขอ 1. เพราะการปรับปรุงและฟนฟูการแสดงนาฏศิลป จัดเปนกิจกรรมอยางหนึ่งที่สามารถชวยในการอนุรักษ และสงเสริมเอกลักษณของชาติ โดยนํามาพัฒนาใหมีรูปแบบที่ทันตอยุคสมัยใหมากขึ้น เพื่อเปนการกระตุน ใหผูชมเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น 19. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําบทเปนการสื่อความหมาย หรือสื่อสารใหเขาใจรวมกัน โดยใชกิริยาทาทางการรายรําทาง นาฏศิลปเปนการแสดงทารําแทนคําพูด รวมทั้งการแสดงอารมณดวย การรําบทเปนการใชภาษาที่พัฒนา มาจากทาทางโดยตรงจากธรรมชาติ 20. ตอบ ขอ 4. เพราะรองเง็ง เปนการเตนรําพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมในภาคใต รองเง็งเปนการเตนรําที่มีความสวยงาม ทั้งลีลาการเคลื่อนไหวของเทา มือ ลําตัว และการแตงกายของนักแสดงชาย-หญิง กลาวกันวาการเตนรองเง็ง ในสมัยโบราณเปนที่นิยมในบานขุนนาง หรือเจาเมือง มีไวเพื่อไวใชตอนรับแขกเหรื่อในงานรื่นเริง หรืองาน พิธีสําคัญตางๆ เปนประจํา แตในปจจุบันนิยมแสดงในงานรื่นเริง หรือในงานแตงงานของชาวไทยมุสลิม 21. ตอบ ขอ 3. เพราะในการรําหมู จะมุงในเรื่องความงามของทารํา และความพรอมเพรียงของนักแสดงเปนสําคัญ 22. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงนาฏศิลปเปนการอนุรักษจารีตของการแสดงนาฏศิลป ทําใหผูศึกษาไดรับความรูเกี่ยวกับ การแสดงนาฏศิลปประเภทตางๆ และยังเปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน แตนาฏศิลปไทยไมไดสอนให ผูศึกษาแบงชนชั้นวรรณะ หรือนําความสามารถที่มีไปประชันขันแขงกัน 23. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงระบําประเภทตางๆ จะมีลักษณะและรูปแบบการแสดงที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น หากตองการวิจารณในเรื่องกระบวนทารําของนักแสดง ผูวิจารณจะตองทราบวานักแสดงเปนตัวละคร ในเรื่องใด มีการตีบทตามเนื้อรองและทํานองเพลงถูกตองหรือไม มีกระบวนทารําที่ออนชอย งดงาม ถูกตองตามแบบแผนของนาฏศิลปไทยหรือไม อยางไร 24. ตอบ ขอ 4. เพราะหลักการวิจารณการแสดงนาฏศิลป ผูวิจารณนาฏศิลปจะตองมีความรูในเรื่องขององคประกอบ ทางดานนาฏศิลป ทั้งทางดานนักแสดง บทรองและทํานองเพลง การประดิษฐทารําและองคประกอบอื่นๆ ในการแสดงดานอื่นๆ ดวย (39)
40.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 25. ตอบ ขอ
4. เพราะการวิเคราะห วิจารณการแสดงนาฏศิลปไทย ผูวิจารณจะตองศึกษาใหเขาใจหลักการวิจารณของ การแสดงแตละประเภท ไมวาจะเปนนาฏศิลป หรือการละคร เพื่อใชตัดสินคุณภาพของการแสดงวามี มาตรฐานระดับใด สมควรแกการยกยองหรือไม 26. ตอบ ขอ 1. เพราะวรรณกรรมเปนบทละครที่แสดงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนตัวกําหนดใหนักแสดงรายรํา หรือแสดง ทาทางตามบทละครนั้น 27. ตอบ ขอ 1. เพราะการแสดงโขนเปนการรวมศิลปะหลากหลายแขนง โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขาจิตรกรรมเปนศิลปะ แขนงหนึ่งที่ถูกนํามาใช ทั้งในดานการออกแบบเครื่องแตงกาย การออกแบบฉากและอุปกรณประกอบฉาก ดานการแตงหนา ทําผม ซึ่งสิ่งตางๆ เหลานี้ลวนตองใชความรู ความสามารถดานจิตรกรรมทั้งสิ้น 28. ตอบ ขอ 2. เพราะสิ่งที่ควรคํานึงถึง คือ ทาทางที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย หลีกเลี่ยงการใชทาซํ้า การประดิษฐ ทารําตองตรงตามความหมายของบทรอง สอดคลองกับลักษณะการรํา เชน รําเดี่ยว รําคู รําหมู เปนตน 29. ตอบ ขอ 1. เพราะมีความสําคัญอันเนื่องมาจากจังหวะและทํานองเพลงแตละเพลง จะมีความเชื่องชา หรือรวดเร็ว มีลักษณะออนหวาน เศรา คึกคัก สนุกสนานแตกตางกัน ดังนั้น ทารําที่คิดประดิษฐขึ้นจึงตองมีความสัมพันธ กลมกลืน สอดคลอง ลงตัวกับจังหวะและทํานองเพลงที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงดวย 30. ตอบ ขอ 4. เพราะละครจัดเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นจากการนําภาพประสบการณ และจิตนาการของมนุษยมาผูกเปน เรื่องราว แลวนําเสนอแกผูชม โดยมีนักแสดงเปนผูสื่อความหมาย 31. ตอบ ขอ 1. เพราะผูวิจารณที่ดีจะตองเปนผูที่มีความคิดกวางไกล มีความรู และมีใจรักในสิ่งที่วิจารณ มีเหตุผล สามารถนํามาใชประกอบความคิดได สามารถเเสดงความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ โดยใชถอยคําสุภาพ กะทัดรัด ชัดเจน พรอมทั้งยกตัวอยางประกอบการอธิบายได การวิจารณอยางสรางสรรค ไมควรนํา เรื่องสวนตัวมาวิจารณ และตองมีมารยาทในการพูด 32. ตอบ ขอ 2. เพราะเครื่องแตงกายในการแสดงละครรํา จะมีความแตกตางจากการแสดงละครทั่วๆ ไป เชน ละครรํา (ละครใน) เครื่องแตงกายแตละตัวละครจะออกแบบมาอยางพิถีพิถันตามเครื่องทรงของพระมหากษัตริย ที่เรียกวา“ยืนเครื่อง” ทั้งตัวพระและตัวนาง ละครทั่วไป(ละครพูด) เครื่องแตงกายจะออกแบบมาตรงตาม สมัยนิยม ตามเนื้อเรื่อง ถูกตองเหมาะสมตามบทบาทและบุคลิกของตัวละคร และยุคสมัยที่บงบอกไว ในบทละคร โดยคํานึงถึงสภาพความเปนจริงของตัวละครเปนหลัก เปนตน 33. ตอบ ขอ 2. เพราะเสียงดนตรีจะมีสวนชวยในการสรางบรรยากาศในการแสดงใหมีความสมจริงมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ สามารถทําใหผูชมเกิดความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดงไดอีกดวย 34. ตอบ ขอ 4. เพราะการพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดการชมการแสดงนั้น จัดเปนมารยาทที่ไมควรพึงกระทํา ในระหวางชมการแสดง เนื่องจากเปนการกอใหเกิดความนารําคาญแกผูชมทานอื่นๆ ที่นั่งอยูบริเวณ ใกลเคียงได ดังนั้น ผูชมควรพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว สําหรับมารยาทที่ดีที่ผูชมพึงปฏิบัติ เชน ควรไปกอนเวลาเริ่มการแสดงประมาณ 10-15 นาที ปดเครื่องมือ สื่อสารขณะชมการแสดง ไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น ขณะชมการแสดงควรใหความสนใจกับการแสดง และหลังจากจบการแสดงควรปรบมือใหเกียรติกับนักแสดง เปนตน (40)
41.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 35. ตอบ ขอ
2. เพราะการแตงกายในการเขาไปชมละครที่โรงละครแหงชาตินั้น ผูชมควรแตงกายใหสุภาพตามแบบ สากลนิยม ไมควรสวมรองเทาแตะ นุงกางเกงยีนส ซึ่งถือวาเปนการแตงกายที่ไมสุภาพ 36. ตอบ ขอ 3. เพราะหลังจากชมการแสดงเสร็จและเดินออกมาจากโรงละคร ผูชมควรทิ้งระยะหางพอสมควรในการ ที่จะวิพากษ วิจารณการแสดง ควรหาสถานที่ที่เหมาะสมนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวางกัน จึงจะมีความเหมาะสมมากกวา 37. ตอบ ขอ 1. เพราะเสียงของเครื่องมือสื่อสารจะดังรบกวนผูชมทานอื่นๆ ดังนั้น ในกรณีที่มีเสียงของเครื่องมือสื่อสาร ดังขึ้น ควรกดปดเครื่องมือสื่อสารในทันที จากนั้นปดเครื่อง หรือตั้งระบบสั่น และติดตอกลับไปยังปลายสาย ที่โทรมาหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว 38. ตอบ ขอ 4. เพราะการพัฒนาฉาก เวที และการนําเทคนิคสมัยใหมเขามาประยุกตใชในการแสดงนั้น จะทําใหการแสดง เกิดความนาสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสิ่งเหลานี้สามารถชวยทําใหบรรยากาศในการแสดงละครดูสมจริง ผูชมเกิดความประทับในการแสดงมากยิ่งขึ้น 39. ตอบ ขอ 4. เพราะหนาที่หลักสําคัญของฉากก็คือเปนที่สําหรับการแสดง ซึ่งฉากจะถูกออกแบบมาเพื่อใหเกิดความ สอดคลองกับเนื้อเรื่องที่จะแสดง บอกใหทราบถึงสถานที่ในละคร ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่แนนอน เชน กลางวันกลางคืนยุคสมัยฤดูกาลเปนตน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงใหเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดานกาลเวลา ในฉากตางๆ ทําใหมองเห็นสภาพแวดลอมของตัวละครไดอยางชัดเจนอีกดวย 40. ตอบ ขอ 4. เพราะการประเมินผลการแสดง จะทําใหผูจัดการแสดงสามารถนําคําติชม คําวิพากษ วิจารณการแสดง ที่ไดรับมาพัฒนา ปรับปรุงรูปแบบการแสดงใหมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น (41)
42.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ ดนตรีสามารถชวยสรางความสนุกสนาน
ความเพลิดเพลิน ผอนคลายอารมณ นอกจากนี้ ยังชวยทําให จิตใจสงบ และมีสมาธิในการทํากิจกรรมตางๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพอีกดวย 2. แนวตอบ ได แตทั้งนี้จําเปนจะตองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการแสดงดนตรี อันเนื่องมาจากเปนกระบวนการ ที่มีความซับซอน และตองใชความรอบคอบในการบริหารจัดการ รวมถึงตองมีเวลาในการฝกซอมการแสดง อยางเพียงพอ 3. แนวตอบ การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่จําเปนสําหรับการบรรเลงดนตรีและการแสดงดนตรี เนื่องจากการแสดงดนตรี แตละประเภทจะเลือกใชสถานที่ในการจัดการแสดงที่มีความแตกตางกันออกไป เชน หากเปนการแสดง ดนตรีไทยในพิธี หรือพระราชพิธีที่เกี่ยวของกับพระสงฆ สถานที่จัดการแสดงควรอยูใกลบริเวณประกอบพิธี และควรอยูในตําแหนงที่ผูบรรเลงสามารถมองเห็นขั้นตอนการทําพิธีไดอยางชัดเจน เปนตน 4. แนวตอบ การประพันธเพลง ทํานองเพลงควรเลือกใชบันไดเสียงใหเหมาะสม เชน หากตองการประพันธเพลง ที่ใหอารมณสนุกสนาน ราเริง ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงเมเจอร(Major) มาประพันธ ถาตองการ ประพันธเพลงที่ใหอารมณที่เศราโศก เหงา เดียวดาย ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงไมเนอร(Minor) มาประพันธ เปนตน 5. แนวตอบ หลักการจัดแสดงดนตรีเปนกระบวนการที่มีความซับซอน และจะตองมีความรอบคอบในการบริหารจัดการ เพราะตองใชบุคลากรฝายตางๆ เปนจํานวนมาก และตองใชระยะเวลาในการฝกซอมกระบวนการจัด และฝกซอมการแสดงใหมีความเหมาะสม เพื่อใหการแสดงนั้นสามารถสรางความประทับใจใหแกผูชม ไดอยางสมบูรณแบบ 6. แนวตอบ ดวยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผูคนตองแขงขันกันทํามาหากิน เวลาที่จะมาเสพสุขความงามดาน การแสดงก็มีจํานวนลดนอยลงตามมาดวย ดังนั้น จึงสงผลทําใหการแสดงจําเปนตองรวบรัด หรือทําให กระชับมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเรื่องที่นํามาแสดงก็ตองปรับเปลี่ยนใหเขากับยุคสมัย และมีการนําเทคโนโลยี สมัยใหมเขามาชวย เพื่อใหการแสดงมีความประณีตและมีความสมจริงมากขึ้น อยางไรก็ตาม ถึงแมจะมีความ จําเปนที่จะตองปรับเปลี่ยนการแสดงใหมีความเหมาะสม สอดคลองกับสภาพสังคม หรือตรงกับความตองการ ของผูชม ก็จําเปนที่นักแสดง หรือผูสรางสรรคจะตองรักษารูปแบบของเดิมในสวนที่เปนแกนเอาไว ไมใช จะเปลี่ยนไปตามใจชอบ เพราะจะทําใหไมตรงตามแบบแผนเดิมที่บรรพบุรุษไดริเริ่มสรางสรรคไว ทั้งนี้ การสืบสานนาฏศิลปและการละครที่ผานมามีองคกรที่เปนสถาบัน รวมทั้งบุคคลที่ไดรับการยกยองใหเปน “ปรมาจารยของนาฏศิลปและการละคร” ทําหนาที่ในการสืบสาน และถายทอดความรูตางๆ ทางนาฏศิลป และการละครใหแกเยาวชนรุนใหมรับชวงตอไป ตอนที่ 2 (42)
43.
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. แนวตอบ ควรคํานึงถึง
เพราะจะทําใหการแสดงมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติ ดังตอไปนี้ 1. การแปรแถว ตองมีรูปแบบการแปรแถวที่หลากหลาย 2. ทารําตองสัมพันธกับเพลง ควรฟงเพลงกอนแลวจึงคิดทารําใหเหมาะสมกับเพลง 3. ทารําเปนหมูคณะ และใชนักแสดงเปนจํานวนมาก ตองคํานึงถึงความพรอมเพรียงเปนหลัก 4. ทารําที่มีบทรอง ควรยึดความหมายของบทเพลงเปนหลักในการประดิษฐทารําที่ถูกตอง การรําที่มีแต ทํานองเพลง ใหยึดทวงทํานองของเพลงที่บรรเลง เชน อารมณเพลงที่แสดงถึงความรัก ความโกรธ ความตื่นเตน ความสนุกสนาน เปนตน 5. ทารํานาฏศิลปพื้นเมือง ตองยึดหลักลีลาทารําที่แสดงเอกลักษณเฉพาะทองถิ่นทั้ง 4 ภาค 6. ทารําตองสอดคลองกับรสนิยม การประดิษฐทารําควรประดิษฐทารําใหตรงกับรสนิยมของสังคม ในยุคสมัยนั้นๆ 8. แนวตอบ ประโยชนที่จะไดรับจากการวิจารณผลงานนาฏศิลป มีดังตอไปนี้ 1. ฝกใหผูสรางผลงานนาฏศิลปยอมรับฟงคําติชม วิพากษ วิจารณ เปนการวิเคราะหประเมินผลงาน เปนการเสนอแนะแนวทางในการแกไข ปรับปรุง พัฒนาผลงานนาฏศิลปใหมีคุณคา สอดคลองตรงตาม เปาหมายที่กําหนดไว 2. สงเสริมใหผูสรางสรรคผลงานรูจักติดตามความเคลื่อนไหวทางการแสดงในแวดวงเดียวกัน เพื่อจะได มีความรู ความเขาใจที่ชัดเจน แลวนําความรูนั้นมาพัฒนางานของตนเองใหมีความแปลกใหม นาสนใจ มากยิ่งขึ้น 9. แนวตอบ ในการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดง ผูออกแบบจะตองคํานึงดวยวาฉากและอุปกรณตางๆ นั้น จะตองไมเขาไปลดความสําคัญของนักแสดงลง เชน ถาฉากที่มีขนาดใหญเกินไป จะทําใหตัวละครดูเล็กลง ถาฉาก หรืออุปกรณมีความอลังการมากจนเกินไป ก็จะเบี่ยงเบนความสนใจของผูชมไปจากตัวละคร ทําให ตัวละครดูดอยลง เปนตน 10. แนวตอบ นอกจากนักแสดงจะตองมีลีลาทารําที่ถูกตอง งดงามแลว องคประกอบอื่นๆ ก็มีสวนสําคัญที่จะทําใหการแสดง ประสบความสําเร็จ ดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองรูจักเทคนิคขั้นพื้นฐานตางๆ ที่จะนําไปใชในการแสดงละคร ใหประสบความสําเร็จได เทคนิคพื้นฐานในการจัดการแสดงละคร จะประกอบไปดวยการสรางความเชื่อ ใหแกผูชมละครตามบทบาทที่แสดง และจะตองแสดงใหมีความสมจริง ซึ่งละครจะประสบความสําเร็จ สรางความประทับใจใหกับผูชมไดมากนอยเพียงใดนั้น ยังขึ้นอยูกับการประพันธบทละคร ซึ่งผูเขียนบทละคร จะตองใชความคิดสรางสรรค สอดแทรกจินตนาการเขาไปในบทละครอีกดวย ถึงแมละครจะเปนสิ่งที่สราง ความบันเทิง ความเพลิดเพลินใจใหแกผูชม แตในการที่จะสรางตัวละครใหสําเร็จขึ้นมาไดสักเรื่องนั้น จะตอง ใชเทคนิคและวิธีการตางๆ มากมาย ซึ่งความรู และทักษะจากการละครที่เราไดศึกษามานั้น เรายังสามารถ นําไปประยุกตใชในการดําเนินชีวิตจริงไดอีกดวย (43)
Download