โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
1
ศ 2.1
1 2, 5 A ความรู ความจํา 31, 36 2
2 9-10 B ความเขาใจ 4, 10, 13-14, 20-21, 34, 38 8
3 15 C การนําไปใช 2, 9, 25, 32, 35 5
4 8 D การวิเคราะห 1, 3, 5-8, 11-12, 15-16, 18,
22-24, 26-30, 33, 37, 39-40
23
5 7, 11
6 1, 4 E การสังเคราะห 19 1
7 12 F การประเมินคา 17 1
ศ 2.2
1 6, 13-14
2 3
ศ 3.1
1 31
2 26-27, 30, 33
3 21, 23-25
4 22, 28, 34
5 18, 20, 37, 39
6 32, 35, 38
7 36
ศ 3.2
1 29
2 17, 19
3 16, 40
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน
เนนการคิด
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต
เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว
จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด
โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด
เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย
แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด
ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ
สอดคลองกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ
ตามระดับพฤติกรรมการคิด
ที่ระบุไวในตัวชี้วัด
วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด
และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ
คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน
ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป
หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3
(1)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
2
ศ 2.1
1 1 A ความรูความจํา 31 1
2 7 B ความเขาใจ 4, 6-8, 10, 13, 25, 29, 36, 38 10
3 14 C การนําไปใช 26, 28, 30, 33, 39 5
4 10, 13 D การวิเคราะห 1-3, 5, 12, 14-15, 17-24, 32, 34-35,
37, 40
20
5 3, 15
6 2, 6, 7 E การสังเคราะห 9, 11 2
7 8, 11-12 F การประเมินคา 16, 27 1
ศ 2.2
1 9
2 4-5
ศ 3.1
1 31, 33-34, 38
2 23, 30
3 21, 22, 24-25
4 26-29
5 17, 19-20
6 18, 37
7 32
ศ 3.2
1 39-40
2 35-36
3 16
3
ศ 2.1
1 2 A ความรูความจํา 30 1
2 6, 11 B ความเขาใจ 2, 15-16, 19, 21-23, 28, 31, 33, 38-39 12
3 5 C การนําไปใช 34-37 4
4 12-14 D การวิเคราะห 1, 3-4, 7-10, 12, 14, 17-18, 20,
24-27, 29, 32, 40
19
5 10, 15
6 4 E การสังเคราะห 6, 11, 13 3
7 7-9 F การประเมินคา 5 1
ศ 2.2
1 1
2 3
ศ 3.1
1 29, 30, 34
2 16
3 20-21
4 19
5 17, 22-25, 27
6 33
7 31-32, 35
ศ 3.2
1 39
2 26, 28, 36-38, 40
3 18
(2)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
40
ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน
2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 1
แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
60
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
1. ขอใดแสดงถึงการเผยแพรทางดนตรีไปสูนานาชาติ
ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอ
1. การนําเพลงตางประเทศมาบรรเลงดวยวงดนตรีไทย
2. การนําเพลงไทยไปบรรเลงดวยวงดนตรีตางๆ
3. การขับรองเพลงไทยโดยใชภาษาอังกฤษ
4. การขับรองและบรรเลงเพลงภาษา
2. “เสียงกลองซองกลบกังสดาล
พวกทหารพลโหโกลา”
จากคําประพันธกลองที่นิยมนํามาบรรเลงเพื่อความ
เปนสิริมงคลคือขอใด
1. กลองสะบัดชัย
2. กลองตะโพน
3. กลองยาว
4. กลองทัด
3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี
ในงานดนตรี
1. การประดิษฐเครื่องดนตรี
2. การประดิษฐเครื่องบันทึกเสียง
3. การนําวงดนตรีไปบรรเลงในงานศพ
4. การขับรองเพลงไทยโดยบรรเลงดวยวงดนตรีสากล
1.1. ข
ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอD
2.
พวกทหารพลโหโกลา”
2.
พวกทหารพลโหโกลา”พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”
3.
ในงานดนตรี
3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี
ในงานดนตรีในงานดนตรีD ในงานดนตรี
4. ปจจัยในขอใดที่ไมมีสวนเกี่ยวของกับงานดนตรี
ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม
1. ปจจัยดานเทคโนโลยีที่ทันสมัย
2. ปจจัยดานการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม
3. ปจจัยดานการสืบทอดผลงานทางดนตรีของบรมครู
4. ปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ
ของประเทศ
5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี
ไดถูกตองที่สุด
1. ตองมีความเขาใจในเรื่องธาตุ
2. ชื่นชอบเพลงที่คนนิยมมากๆ
3. วาดมโนภาพตามเสียงเพลงที่ฟง
4. ฟงเพลงไปเรื่อยๆ ไมตองจริงจัง
6. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับขอความบนหลักศิลาจารึก
ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ
เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเลน เลน ใครจักมักหัว
หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน”
1. คนไทยรองเพลงและเลนดนตรีมาตั้งแตสมัยสุโขทัย
2. นําวงแตรสังขเขามาใชบรรเลงเพลงในพระราชพิธีตางๆ
3. มีการบรรเลงเพลงดวยเครื่องดนตรีประเภทดีด สี
ตี และเปา
4. เกิดวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอม
ถวายแดพระมหากษัตริย
4.
ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม
4. ปจจัยในขอใดที่
ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมB ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม
5.
ไดถูกตองที่สุด
5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี
ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด
6.
ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ
6. ขอใดกลาว
ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณD ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ
(3)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่
แตกตางกัน
1. อาศัยอยูคนละดินแดน
2. มีความเชื่อทางดนตรีที่หลากหลาย
3. รูปแบบทางวัฒนธรรมมีเอกลักษณเฉพาะตน
4. ไดรับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบานที่อยูใกลเคียง
8. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ
ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ
1. เพลงพระราชนิพนธอันดับที่ 1 คือ เพลงใกลรุง
(Near Dawn)
2. พระองคทรงพระราชนิพนธบทเพลงตั้งแต
เปนสมเด็จพระอนุชาธิราช
3. เพลงสุดทายที่พระองคทรงพระราชนิพนธออกมา
คือ เพลงเมนูไข
4. เพลงพระราชนิพนธสายฝน เปนเพลงที่มีลีลานุมนวล
ออนหวาน
9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว
นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก
จะเลือกบุคคลในขอใด
1. สุดา มีอัธยาศัยดีและความจําดีเลิศ
2. อรชร มีความมั่นใจและมีความสามารถสูง
3. วิภา มีการศึกษาดีและมีคนคอยชวยสนับสนุน
4. กานดา มีรูปรางหนาตาดี ฐานะรํ่ารวย เปนที่รูจัก
ในวงสังคม
10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย
1. การกระทบเสียง 2. การโหนเสียง
3. การครั่น 4. การควง
11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet)
มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด
1. แตกตางกัน เพราะบทเพลงมีอัตราจังหวะชา-เร็ว
ตางกัน
2. แตกตางกัน เพราะไดนํามาใชในพิธีกรรม
ที่ไมเหมือนกัน
3. ไมแตกตางกัน เพราะจัดเปนประเภทของเพลงสวด
ในศาสนาคริสตเหมือนกัน
4. ไมแตกตางกัน เพราะผูขับรองจะขับรอง
แบบประสานเสียง 4 แนว เหมือนกัน
7.
แตกตางกัน
7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่
แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน
8.
ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ
8. ขอใดกลาว
ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯD ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ
9.
นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก
9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว
นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกนักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกC นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก
10.10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย
B
11.
มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด
11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet)
มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดมีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดD มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด
12.
จากภาพตองการสื่อเรื่องราวในขอใด
1. การแตงกายแบบยุโรป
2. ละครแนวโศกนาฏกรรม
3. ดนตรีประกอบการแสดงอุปรากร
4. แสง สี แสง ที่ใชประกอบการแสดง
13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ
1. จังหวะที่หนักหนวง
2. ทํานองเพลงที่สนุกสนาน
3. ผูประพันธเพลงที่มีชื่อเสียง
4. เนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลง
14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง
ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร
1. ใชเครื่องดนตรีหลายชนิดมาบรรเลงผสมผสานกัน
2. มีการใชจังหวะที่ชา-เร็ว สลับกันในบทเพลง
3. เนื้อเพลงมุงเนนเนื้อหาทางสังคม
4. ดนตรีมีความซับซอนมากขึ้น
15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ
การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด
1. ทําหนาที่จัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง
2. บอกระดับความดัง-เบาของเสียงในโนตเพลง
3. กําหนดตําแหนงการวางตัวโนตบนบันไดเสียง
4. เปนตัวเชื่อมเสียงรองใหมีความเหมาะสม
กับเสียงดนตรี
16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย
1. เพราะคนไทยตระหนักในคุณคาจึงมีการถายทอด
นาฏศิลปและการละครสืบตอมา
2. เพราะผูมีฐานะบางรายนิยมลงทุนจางนาฏศิลป
และการละครไปแสดง
3. เพราะชาวตางชาติเห็นคุณคาและชื่นชมการแสดง
นาฏศิลปและการละคร
4. เพราะมีกฎหมายบังคับใหมีการจัดตั้งสถาบัน
การศึกษาวิชานาฏศิลปและการละครขึ้น
12.12.
D
13.13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ
B
14.
ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร
14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง
ไปจากยุคโรแมนติกอยางไรไปจากยุคโรแมนติกอยางไรB ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร
15.
การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด
15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ
การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดการขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดD การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด
16.16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย
D
(4)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป
และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม
1. การจัดแสดงโขน ละคร ในงานพระราชพิธีตางๆ
2. การจัดตั้งสถาบันการศึกษาวิชานาฏศิลป
และการละคร
3. ความรูสึกภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี
ที่ดีงามของคนในชาติ
4. กอนออกแสดงนาฏศิลปและการละคร
จะตองมีการทําความเคารพครูผูฝก
18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป
และการละครไปจากเดิม
1. การแตงกายที่งดงามและประณีต
2. การใชรานอาหารแทนโรงมหรสพ
3. การรักษามาตรฐานของการแสดง
4. การใหความบันเทิงแกบุคคลทั่วไป
19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง
ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก
ทางวัฒนธรรม
1. นาฏศิลปและการละคร
2. ความเจริญทางเทคโนโลยี
3. การเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
4. ความรํ่ารวยและมั่นคงทางเศรษฐกิจ
20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา
พรอมกับสิ่งใด
1. การพัฒนาของสังคม
2. พัฒนาการของมนุษย
3. พัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
4. การพัฒนาของเทคโนโลยี
21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด
1. เนนลีลาทารําของนักแสดง
2. เนนบทเพลงที่นํามาแสดง
3. เนนความพรอมเพรียงของดนตรี
4. เนนความกลมกลืนตามแบบแผน
22. ขอใดตางจากพวก
1. รําสีนวล 2. รํากลองยาว
3. รํากฤดาภินิหาร 4. รําพลายชุมพล
17.
และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม
17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป
และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมและการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมF และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม
18.
และการละครไปจากเดิม
18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป
และการละครไปจากเดิมและการละครไปจากเดิมD และการละครไปจากเดิม
19.
ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก
19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง
ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกE ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก
20.
พรอมกับสิ่งใด
20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา
พรอมกับสิ่งใดพรอมกับสิ่งใดB พรอมกับสิ่งใด
21.21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด
B
22.22. ขอใดตางจากพวก
D
23. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน
1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น : การรําฉุยฉายที่ใช
ในการแสดงเบิกโรง
2. ฉุยฉายวันทอง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจาก
ละครเรื่องตางๆ
3. ฉุยฉายหนุมานทรงเครื่อง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอน
มาจากการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์
4. ฉุยฉายศรีอยุธยา : การรําฉุยฉายที่ประดิษฐขึ้นใหม
เพื่อใชใหเหมาะสมกับการแสดงชนิดตางๆ
24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง
รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว
1. เพราะเปนสีที่สวมใสแลวดูสะอาดและสบายตา
2. เพราะตองการเนนการสวมใสเครื่องประดับเต็มชุด
3. เพราะตองการใหสีของชุดมีความแตกตาง
จากชุดการแสดงโขน
4. เพราะนักแสดงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช
หรือเปนพราหมณ
25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม
1. ปู เลือกคูรําที่สวนสูง
2. ปน เลือกคูรําที่หนาตา
3. ปลา เลือกคูรําจากลีลาการรายรํา
4. ปอล เลือกคูรําจากการสวมเครื่องแตงกายราคาแพง
26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา
1. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร
2. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนการเคลื่อนไหว
ของมือ และทอนขา
3 ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนนาฏยศัพท
ที่ใชสื่อความหมายใหเขาใจตรงกัน
4. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนกิริยาที่ตองใช
รางกายชวงเอวและไหลขึ้นไป
27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง
นาฏศิลป
1. ผูชมจะเขาใจความรูสึกของนักแสดง
2. นักแสดงจะไดรูวาตนกําลังจะพูดอะไร
3. ทําใหการแสดงมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
4. ผูชมสามารถจดจําและเลียนแบบทาทาง
ในการแสดงได
23.23. ขอใ
D
24.
รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว
24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง
รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวรําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวD รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว
25.25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม
C
26.26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา
D
27.
นาฏศิลป
27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง
นาฏศิลปนาฏศิลปD นาฏศิลป
(5)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา
ใชในการแสดงนาฏศิลป
1. เพื่อใหเพียงพอกับคํารอง
2. เพื่อใหเปนที่พอใจของนักแสดง
3. เพื่อใหการแสดงมีสีสันมากขึ้น
4. เพื่อใหสอดคลองกับการบรรเลงดนตรี
29. ขอใดอธิบายความหมาย
ของภาพไดอยางถูกตอง
ที่สุด
1. สวมใสเฉพาะในการแสดงโขนเทานั้น
2. จัดเปนเครื่องประดับศีรษะประเภทศิราภรณ
3. เครื่องประดับศีรษะชนิดหนึ่ง เรียกวา “รัดเกลาเปลว”
4. มีลักษณะเปนมงกุฎทรงเตี้ย ใชสวมใสเฉพาะตัวละคร
ที่เปนกษัตริย
30. ขอใดตอไปนี้ไมสัมพันธกัน
1. แขกเตา = นก 2. ภมรเคลา = ผึ้ง
3. กินรินเลียบถํ้า = กินรี 4. มยุเรศฟอนใน = แมลง
31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด
1. ละครชาตรี 2. ละครนอก
3. ละครใน 4. ละครเสภา
32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม
เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป
ควรทําสิ่งใดกอนเปนอันดับแรก
1. คัดเลือกนักแสดง 2. ดัดมือ ดัดแขน
3. อบอุนรางกาย 4. เลือกเพลงที่จะใช
33. จากภาพนักแสดงสามารถ
ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง
หรือไม เพระเหตุใด
1. ถูกตอง เพราะนักแสดงรําไดอยางสวยงาม
2. ถูกตอง เพราะตําแหนงการตั้งวงอยูในระดับที่
เหมาะสม
3. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระอยูสูงกวาวงของ
ตัวนาง
4. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระไมไดหักขอศอก
เขาหาลําตัว
28.
ใชในการแสดงนาฏศิลป
28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา
ใชในการแสดงนาฏศิลปใชในการแสดงนาฏศิลปD ใชในการแสดงนาฏศิลป
29.
ของภาพไดอยางถูกตอง
29.
ของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองD ของภาพไดอยางถูกตอง
30.30. ขอใดตอไปนี้
D
31.31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด
A
32.
เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป
32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม
เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปเพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปC เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป
33.
ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง
33.
ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองD ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง
34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร
1. ออนชอย ถูกตอง 2. เขมแข็ง เด็ดเดี่ยว
3. คลองแคลว วองไว 4. นุมนิ่ม โยกยาย
35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี
1. หนึ่ง กาวเทาสั้นๆ
2. สอง กาวเทายาวๆ
3. สาม กาวเทาสั้นและยาวสลับกัน
4. สี่ กาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว
36. ผูที่ทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาท
ของตัวละครคือบุคคลใด
1. ผูเขียนบท
2. ผูกํากับเวที
3. ผูกํากับการแสดง
4. ผูอํานวยการแสดง
37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง
1. ใบหนากลม จมูกเล็ก คอสั้น
2. ใบหนาแบน จมูกโดง คางยาว
3. ใบหนารูปไข จมูกใหญ ปากกลม
4. ใบหนารูปไข จมูกโดง ปากรูปกระจับ
38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก
การแสดงละครในขอใด
1. ละครชาตรี 2. ละครเสภา
3. ละครใน 4. ละครดึกดําบรรพ
39. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน
1. นางเบญกายสวมรัดเกลาเปลว
2. ทาวมาลีวราชสวมมงกุฎยอดชัย
3. ตัวนางจะติดอินทรธนูที่ไหลทั้ง 2 ขาง
4. ดอกไมทัด สําหรับตัวพระทัดดานขวา
ตัวนางทัดดานซาย
40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย
1. ความเขาใจในเรื่องลักษณะของตัวละคร
2. ความเขาใจในเรื่องภาษาทา และนาฏยศัพท
3. ความเขาใจในเรื่องเครื่องแตงกายที่ใชประกอบ
การแสดง
4. ความเขาใจในเรื่องบทเพลงที่นํามาใชบรรเลง
ประกอบการแสดง
34.34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร
B
35.35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี
C
ของตัวละครคือบุคคลใด
36.
ของตัวละครคือบุคคลใดของตัวละครคือบุคคลใดA ของตัวละครคือบุคคลใด
37.37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง
D
38.
การแสดงละครในขอใด
38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก
การแสดงละครในขอใดการแสดงละครในขอใดB การแสดงละครในขอใด
39.39. ขอใดตอไปนี้
D
40.40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย
D
(6)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ปจจุบันดนตรีไทยและดนตรีสากลไดเขามามีสวนเกี่ยวของสัมพันธกับชีวิตมนุษยอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. ดนตรีจัดเปนงานศิลปะหรือไม เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. จากคํากลาวที่วา “หามรองเพลงเรือ เปาขลุย เปาป สีซอ ดีดกระจับป ดีดจะเข ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน”
แสดงใหเห็นถึงสิ่งใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. สิ่งใดที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “ดนตรียุคคลาสสิกเปนดนตรีบริสุทธิ์” (Absolute Music)
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
6. การแสดงนาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาตอนักเรียนหรือไม เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
20
ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(7)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. เพราะเหตุใดการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงเขามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของมนุษย
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองศึกษาเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
9. ภาษาทาและนาฏยศัพทมีความเหมือนหรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
10. “โลกนี้คือละคร” ขอความนี้มีความหมายวาอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
(8)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 2
แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
60
1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี
ตอตัวบุคคล
1. ทําใหเกิดความสมบูรณในพิธีกรรมตางๆ
2. เปนเครื่องดนตรีประกอบในการสงคราม
3. ทําใหเห็นวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
4. พัฒนาการเรียนรูและความจํา
2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ
สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
1. ชวยจรรโลงสังคม
2. ยกระดับจิตใจของบุคคล
3. ประชาสัมพันธสินคาและบริการ
4. เปนสัญลักษณของความเปนสมบัติรวมชาติ
3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่
แตกตางกัน
1. ใชโนตดนตรีคนละประเภท
2. มาจากวัฒนธรรมที่แตกตางกัน
3. ตองการนําเสนอเรื่องราวของชาติตนเปนหลัก
4. การวางแผนการตลาดทางดนตรีจะไดไมเหมือนกัน
1.1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี
ตอตัวบุคคลD
2.
สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ
สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศสรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศD สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
3.
แตกตางกัน
3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่
แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
40
ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน
2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ
อยางไรตองานดนตรี
1. ผูคนเขาถึงดนตรีไดงายขึ้น
2. เกิดอุปกรณอํานวยความสะดวกทางดนตรี
3. ทําใหผลงานทางดนตรีมียอดจําหนายสูงขึ้น
4. การลอกเลียนแบบสินคาทางดนตรีทําไดยาก
5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี
มีขอดีอยางไร
1. เกิดศิลปนหนาใหม
2. ไดแนวดนตรีที่หลากหลาย
3. มีการพัฒนาอุปกรณที่ใชในงานดนตรี
4. ผลงานทางดนตรีสามารถนําไปจําหนาย
ยังตางประเทศได
6. ขอใดไมมีความสัมพันธกับที่มาของขิม
1. ขิมถูกนําเขามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4
2. ขิมเปนเครื่องดนตรีจีนที่มีลักษณะคลายพระจันทร
ครึ่งซีก
3. ชาวจีนใชขิมบรรเลงเพลงที่มีลักษณะโศกเศรา
ประกอบงานศพ
4. มีการแตงเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น คือ
เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ
4.
อยางไรตองานดนตรี
4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ
อยางไรตองานดนตรีอยางไรตองานดนตรีB อยางไรตองานดนตรี
5.
มีขอดีอยางไร
5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี
มีขอดีอยางไรมีขอดีอยางไรD มีขอดีอยางไร
6.6. ขอใด
B
(9)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. ขอใดตอไปนี้กลาวไมถูกตอง
1. การตีเก็บ การตีสลับมือซาย-มือขวา
เหมือนการตีปกติ โดยตีเสียงโนตละ 1 จังหวะ
2. การตีสะบัด การตีไลเสียง 5 ตัวโนต ตอเนื่องกัน
อยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 1 จังหวะ
3. การตีกรอ การตีใหมีเสียงโนตดังตอเนื่องกัน
อยางสมํ่าเสมอ ตั้งแต 2 จังหวะขึ้นไป
4. การตีรัว การตีสลับมือลงบนโนตตัวเดียวกัน
อยางตอเนื่องและสมํ่าเสมอ
8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี
ประเภทขิม
1. เพลงจีนขิมใหญ เพลงจีนขิมเล็ก
2. เพลงจีนขิมใหญ เพลงลาวครวญ
3. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงแขกบรเทศ
4. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงลาวเสี่ยงเทียน
9. “อันเพลงไทยใชจะไรในคุณคา
หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไม
เพลงของเราก็เสนาะเพราะจับใจ
ทั้งยังเปนสมบัติไทยสืบเนื่องมา”
ขอความนี้สรุปแนวคิดในเรื่องใดเดนชัดที่สุด
1. ดนตรีสะทอนใหเห็นความเปนชาติ
2. เสียงดนตรีมีความไพเราะ นาประทับใจ
3. ดนตรีเปนสิ่งที่อยูคูกับมนุษยมาอยางชานาน
4. มนุษยใชเสียงดนตรีในการสรางความสนุกสนาน
เพลิดเพลินใจ
10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม
1. เพลงเสมอ
2. เพลงกลอม
3. เพลงคุกพาทย
4. เพลงตระสันนิบาต
11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ
นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด
1. แมว จัดวางแถวเปนรูปวงกลม
2. หมี ใหนักรองเสียงดังอยูดานหลัง
3. หมู จัดวางแถวเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา
4. กวาง ใหนักรองที่มีเสียงกลมกลอมอยูแถวกลาง
7.7. ขอใดตอไปนี้กลาว
B
8.
ประเภทขิม
8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี
ประเภทขิมประเภทขิมB ประเภทขิม
9.9.
หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไมE
10.10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม
B
11.
นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด
11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ
นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดนักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดE นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด
12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง
1. สมาธิในการฟงจังหวะและทํานองเพลง
2. ความสามารถในการถายทอดเสียงเพลง
3. ทักษะพื้นฐานในการบรรเลงและเทคนิคที่ใช
4. สรางอารมณใหนักแสดงและผูชมใหคลอยตาม
ไปกับการแสดง
13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร
1. สรางความบันเทิงใหแกผูฟง
2. ตองใชเฉพาะศิลปนที่มีชื่อเสียง
3. นําเครื่องดนตรีทุกชนิดมาบรรเลงรวมกัน
4. เพลงที่นํามาขับรองจะตองมีเนื้อหากินใจ
14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง
แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน
จะตองขับรองประสานเสียงในรูปแบบใดจึงจะถูกตอง
เหมาะสม
1. การขับรองประสานเสียง 2 แนว
2. การขับรองประสานเสียง 3 แนว
3. การขับรองประสานเสียง 4 แนว
4. การขับรองประสานเสียงแบบราวด
15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง
ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร
1. จํานวนผูขับรอง
2. เครื่องดนตรีที่นํามาใช
3. ทํานองหลักและทํานองประสาน
4. บทเพลงที่นํามาใชในการขับรอง
16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน
และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด
1. ควร เพราะเปนการแสดงที่มีความสวยงาม
2. ควร เพราะเปนศิลปะที่แสดงใหเห็นถึงความเปนชาติ
3. ไมควร เพราะการแสดงจะคอนขางชักชา
และไมสนุกสนาน
4. ไมควร เพราะใชเงินลงทุนในการสรางเครื่องประดับ
และเครื่องแตงกายเปนจํานวนมาก
12.12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง
D
13.13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร
B
14.
แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน
14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง
แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันD แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน
15.
ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร
15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง
ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรD ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร
16.
และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด
16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน
และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดและอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดF และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด
(10)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
17. จากคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู”
แสดงใหเห็นถึงสิ่ง
1. ความเชื่อในเรื่องเทพเจา
2. ทารําตางๆ ตองมีครูเปนผูคิดเทานั้น
3. การเคารพบูชาบุคคลที่มีความอาวุโส
4. ขนบธรรมเนียมปฏิบัติของผูเรียนนาฏศิลป
18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู
และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด
1. ครูไดตอทารําใหมๆ ใหแกศิษย
2. ครูและศิษยไดมาพบปะเจอหนากัน
3. ไดรูจักบรมครูทางนาฏศิลปและมอบตัวเปนศิษย
4. เขาใจในขั้นตอนการจัดกิจกรรมอยางครบถวน
สมบูรณ
19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน
งานนาฏศิลปและการละคร
1. เปนงานที่มีลักษณะคลายคลึงกัน
2. มีผูสรางสรรคผลงานเปนคนคนเดียวกัน
3. สามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณ
ในการแสดงไดเชนเดียวกัน
4. มีขอกําหนดวาจะตองนําศิลปะแขนงวิจิตรศิลป
มาใชทุกครั้งเมื่อมีการแสดง
20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร
ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร
1. เครื่องแตงกายงดงามขึ้น
2. เปนการแสดงเชิงพาณิชย
3. ใชนักแสดงเปนจํานวนมาก
4. หยิบยกประเด็นทางสังคมมาแสดง
21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน
1. ประหยัดตนทุนในการตัดเย็บ
2. แสดงความเปนเอกภาพในการแสดง
3. เพื่อใหผูชมเขาใจรูปแบบการแสดงไดงายขึ้น
4. มีการกําหนดไวเปนลายลักษณอักษรวาการรําคูตอง
แตงกายเหมือนกันเทานั้น
22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง
1. รําโทน : รําวงมาตรฐาน
2. เพลงดวงจันทรขวัญฟา : กรมศิลปากร
3. เถิดเทิง : การแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองของภาคใต
4. เพลงรําซิมารํา : ทานผูหญิงละเอียด พิบูลสงคราม
17.
แสดงใหเห็นถึงสิ่ง
17. จากคํา
แสดงใหเห็นถึงสิ่งแสดงใหเห็นถึงสิ่งD แสดงใหเห็นถึงสิ่ง
18.
และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด
18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู
และรับมอบไดถูกตองมากที่สุดและรับมอบไดถูกตองมากที่สุดD และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด
19.
งานนาฏศิลปและการละคร
19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน
งานนาฏศิลปและการละครงานนาฏศิลปและการละครD งานนาฏศิลปและการละคร
20.
ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร
20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร
ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรD ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร
21.21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน
D
22.22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง
D
23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด
1. เพลงรําซิมารํา เพลงหญิงไทยใจงาม
2. เพลงงามแสงเดือน เพลงคืนเดือนหงาย
3. เพลงยอดชายใจหาญ เพลงดอกไมของชาติ
4. เพลงบูชานักรบ เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ
24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด
1. สีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว
2. ประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ
3. ฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ
4. กระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง
25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง
1. ระบําอัศวลีลา 2. ระบําสี่ภาค
3. ระบํามยุราภิรมย 4. ระบําตารีกีปส
26. “มาฟอนรําทําทากวางเดินดง
เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉา
ภมรเคลาพิสมัยรอยผกา
แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา”
จากขอความนี้ นักเรียนใชทารําเลียนแบบทาทางของสัตว
ทั้งหมดกี่ทา
1. 2 ทา
2. 3 ทา
3. 4 ทา
4. 5 ทา
27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา
ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด
จึงจะมีความถูกตองเหมาะสม
1. ทาพรหมสี่หนา
2. ทากินรินเลียบถํ้า
3. ทาสอดสรอยมาลา
4. ทาพิสมัยเรียงหมอน
28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง
1. การเคลื่อนไหวรางกาย
2. การใชภาษาทารําวงมาตรฐาน
3. การใชภาษาทาทางเพื่อสื่อความหมาย
4. การใชทาทางแทนคําพูด หรือใชภาษานาฏศิลป
ประกอบเพลง
23.23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด
D
24.24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด
D
25.25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง
B
26.26.
เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉาB
27.
ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด
27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา
ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดF ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด
28.28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง
C
(11)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ
คือการประดิษฐทารําประเภทใด
1. การใชภาษาทา
2. การเลียนแบบธรรมชาติ
3. การใชทาทางแทนคําพูด
4. การเคลื่อนไหวรางกาย
30. “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง”
ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช
ประกอบการแสดงรําวงมาตรฐานในขอใด
1. เพลงงามแสงเดือน
2. เพลงดอกไมของชาติ
3. เพลงหญิงไทยใจงาม
4. เพลงดวงจันทรขวัญฟา
31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร
เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม
1. ผูอํานวยการสราง
2. ผูกํากับการแสดง
3. ผูกํากับเวที
4. นักแสดง
32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง
มากที่สุด
1. ดนตรีชิ้นเดียว หรือนักแสดงคนเดียว
2. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปเพียงอยางใดอยางหนึ่ง
3. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปที่มีความ
เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน
4. การใหความสําคัญกับนักดนตรี หรือนักแสดง
ที่มีความสามารถ
33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี
นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร
1. เนื้อเรื่องมีความเหมาะสมกับลักษณะของนักแสดง
2. เนนการบรรเลงดนตรีอยางเดียวในการแสดงละคร
3. ใหขอคิดกับผูชม ซึ่งจะสามารถนําไปใช
ในชีวิตประจําวันได
4. บทละครจะสะทอนใหเห็นสภาพสังคมที่เปนอยู
ในปจจุบัน
29.
คือการประดิษฐทารําประเภทใด
29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ
คือการประดิษฐทารําประเภทใดคือการประดิษฐทารําประเภทใดB คือการประดิษฐทารําประเภทใด
30.
ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช
30.
ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช
C
ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช
C
ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช
31.
เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม
31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร
เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมเพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมA เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม
32.
มากที่สุด
32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง
มากที่สุดมากที่สุดD มากที่สุด
33.
นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร
33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี
นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรนักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรC นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร
34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท
เกี้ยวพาราสีมากที่สุด
1. เสียงเจาสิเพรากวา
ดุริยางคะดีดใน
ฟากฟาสุราลัย
สุรศัพทะเริงรมย
2. ลําดวนเอยจะดวนไปกอนแลว
ทั้งเกดแกวพิกุลยี่สุนสี
จะโรยรางหางสิ้นกลิ่นมาลี
จําปเอยกี่ปจะมาพบ
3. ถึงมวยดินสิ้นฟามหาสมุทร
ไมสิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แมนเกิดในใตฟาสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไมคลาดคลา
4. นํ้าใจนางเหมือนนํ้าคางบนไพรพฤกษ
เมื่อยามดึกดังจะรองเขาดื่มได
ครั้นรุงแสงสุรียฉายก็หายไป
เพิ่งเห็นใจเสียเมื่อใจจะขาดรอน
35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง
จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง
เปนชุดเปนตอน
1. ใชนักแสดงที่มีฝมือจํานวนนอย
2. จัดเวที และออกแบบฉากไดงาย
3. เนื้อเรื่องเขาใจงาย และสนุกสนาน
4. บทละครมีคุณคา และใหคติสอนใจ
36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง
ที่มีรูปแบบอยางไร
1. การแสดงที่มีมาแตโบราณ
2. ใชนักแสดงเปนชายจริงหญิงแท
3. ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง
4. เนื้อเรื่องจะแสดงใหเห็นถึงความรักชาติ
37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร
จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด
1. เลือกตามความชอบสวนตัว
2. เลือกตามความชอบของกลุม
3. เลือกละครใหสอดคลองกับงานที่แสดง
4. เลือกใหสอดคลองกับสภาพสังคมในปจจุบัน
34.
เกี้ยวพาราสีมากที่สุด
34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท
เกี้ยวพาราสีมากที่สุดเกี้ยวพาราสีมากที่สุดD เกี้ยวพาราสีมากที่สุด
35.
จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง
35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง
จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงจึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงD จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง
36.
ที่มีรูปแบบอยางไร
36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง
ที่มีรูปแบบอยางไรที่มีรูปแบบอยางไรB ที่มีรูปแบบอยางไร
37.
จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด
37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร
จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดD จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด
(12)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร
1. มีคุณคาทางวรรณกรรม
2. ตัวละครที่มีความคิดซับซอน
3. ตอนจบของเรื่องมีความสุขสมหวัง
4. สะทอนใหเห็นสภาพบานเมืองในปจจุบัน
39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได
1. ลิปสติก
2. อายแชโดว
3. ครีมรองพื้น
4. ดินสอเขียนขอบปาก
38.38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร
B
39.39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได
C
40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร
1. สามารถแตงหนาไดหลากหลายรูปแบบโดยใชเทคนิค
การแตงหนาสมัยใหม
2. มีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ
บทประพันธ
3. เขาใจในเรื่องของตัวละคร เชื้อชาติ และวัฒนธรรม
4. มีความรูเกี่ยวกับเครื่องสําอางทุกชนิด
40.40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร
D
(13)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. เพราะเหตุใดดนตรีจึงไดรับการยอมรับจากสังคมและอยูคูกับสังคมมาอยางยาวนาน
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. เทคโนโลยีไดเขามามีบทบาทสําคัญในการเผยแพรงานดนตรีในประเทศไทยไดอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. “ดนตรีไทยไมสิ้นแลว เพราะพระทูลกระหมอมแกวเอาใจใส” จากขอความนี้สะทอนใหเห็นถึงดนตรีไทยในปจจุบันไดอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. การขับรองเพลงที่ดีจําเปนตองเขาใจพื้นฐานในขับรองเพลง เพราะจะทําใหรองเพลงไดดีขึ้น นักเรียนเห็นดวยหรือไม
เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การฝกขับรองทํานองเพลงที่ดีควรปฏิบัติอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
6. นักเรียนคิดวากระบวนการสืบทอดนาฏศิลปในสมัยโบราณ และกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบันมีความเหมือน
หรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
20
ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(14)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. คําวา “ครกตําขาว” มีความสัมพันธกับการรําวงมาตรฐานอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณความรูสึกภายใน
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “รําแมบท ถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงของนาฏศิลปไทยที่มีหลักฐาน
วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D
วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”
9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา
วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”D วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”
10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D
(15)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
ชุดที่ 3
แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
60
1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได
หรือไม เพราะเหตุใด
1. ได เพราะเปนสิ่งที่อยูไกลตัว
2. ได เพราะหากมนุษยไมเปดใจรับฟงดนตรี
3. ไมได เพราะเสียงดนตรีจะแวดลอมอยูรอบๆ ตัว
มนุษย
4. ไมได เพราะเสียงดนตรีสามารถตอบสนอง
ความตองการทางอารมณได
2. ขอใดไมใชคุณประโยชนสําคัญของดนตรี
1. ฝกสมาธิ กระตุนความทรงจํา
2. สรางรายไดเพื่อเลี้ยงครอบครัว
3. เปนสื่อกลางในการติดตอสื่อสารระหวางชนเผา
4. เปนสวนประกอบในการจัดการเรียนการสอน
ของครู
3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน
คุณภาพผลงานดนตรีได
1. ฟงแบบผานหู
2. ฟงดวยความรูสึก
3. ฟงดวยความซาบซึ้ง
4. ฟงดวยอารมณสุนทรีย
1.1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได
หรือไม เพราะเหตุใดD
2.2. ขอใด
B
3.
คุณภาพผลงานดนตรีได
3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน
คุณภาพผลงานดนตรีไดคุณภาพผลงานดนตรีไดD คุณภาพผลงานดนตรีได
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
40
ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน
2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว
4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน
มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย
1. ตองการใหนักเรียนรูจักเครื่องดนตรีไทย
2. ตองการใหนักเรียนใชเวลาวางปฏิบัติกิจกรรม
ที่เกิดประโยชน
3. ตองการใหรูจักวิธีทําเครื่องดนตรี เนื่องจากทุก
โรงเรียนตองใช
4. ตองการใหนักเรียนตระหนักถึงความสําคัญของ
ดนตรีไทยที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ
ดนตรีไทยมากที่สุด
1. ดาว ชอบฟงการบรรเลงเพลงไทยจากวิทยุ
2. จัน เรียนขับรองเพลงไทยเดิมในวันหยุด
เสาร-อาทิตย
3. เดือน เลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันฝกซอม
ทุกวัน
4. แรม เปดรานจําหนายเพลงไทยเดิม
และเครื่องดนตรีไทยทุกชนิด
4.
มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย
4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน
มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยมีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยD มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย
5.
ดนตรีไทยมากที่สุด
5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ
ดนตรีไทยมากที่สุดดนตรีไทยมากที่สุดF ดนตรีไทยมากที่สุด
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
(16)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี
ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง
1. เพื่อใหผูชมไดยินเสียงที่ชัดเจน
2. จะไดบรรเลงเพลงไดถูกตอง ตรงจังหวะ
3. บรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางเหมาะสม
4. ไมขวางทางเดินของนักดนตรีที่มาแสดงดนตรีในงาน
7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด
1. การคัดเลือกนักแสดง
2. จุดประสงคของการแสดง
3. การหาทุนในการจัดการแสดง
4. การเลือกสถานที่จัดการแสดง
8.
จากภาพตองการสื่อใหเห็นถึงสิ่งใดมากที่สุด
1. การแสดงดนตรี
2. ดนตรีรวมสมัย
3. การประชาสัมพันธ
4. กิจกรรมยามวางของผูสูงอายุ
9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก
บทเพลง
1. ไดบทเพลงที่มีความไพเราะ
2. งายตอการขับรองของศิลปน
3. ไดบทเพลงที่สะทอนใหเห็นปญหาทางสังคม
4. สามารถบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน
10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน
นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ
การแสดง
1. วงมโหรี
2. วงปพาทย
3. วงเครื่องสาย
4. วงมหาดุริยางค
6.
ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง
6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี
ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงE ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง
7.7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด
D
8.8.
D
9.
บทเพลง
9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก
บทเพลงD บทเพลงD บทเพลง
10.
นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ
10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน
นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบนักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบD นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ
11. เพราะเหตุใดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนง
ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด
1. สรางความสวยงาม
2. เรียงตามลําดับความสูง
3. ทําใหเกิดความสมดุลของเสียง
4. ยืนตามตําแหนงของเครื่องดนตรี
12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน
นักรองประสานเสียง
1. รองตรงเสียง 2. หนาตาดี
3. ขยันฝกซอม 4. ตรงตอเวลา
13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน
มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด
1. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหนํ้าเสียง
ออกมามีคุณภาพที่ไมดี
2. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหเวลาเลน
รูสึกเลนไมถนัด
3. ไมมี เพราะนํ้าหนักไวโอลินยิ่งมากเทาไหร ยิ่งทําให
ไดเสียงที่นุมนวล
4. ไมมี เพราะนํ้าหนักของไวโอลินไมไดกอใหเกิด
อุปสรรคตอการเลน
14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี
ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด
1. เพื่อการเปนนักดนตรีมืออาชีพ
2. เพื่อหารายไดมาพัฒนาโรงเรียน
3. เพื่อลดปมดอยทางดานวิชาการของโรงเรียน
4. เพื่อใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุนความคิด
สรางสรรค
15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ
1. คานิยม
2. การศึกษา
3. ดานสังคม
4. อารมณและจิตใจ
16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด
1. การเรียนในสมัยโบราณ
2. การตอเพลงหนาพาทย
3. การขับรองเพลงไทย
4. การตอสูดวยอาวุธ
11.
ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด
11. เพราะเ
ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดE ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด
12.
นักรองประสานเสียง
12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน
นักรองประสานเสียงนักรองประสานเสียงD นักรองประสานเสียง
13.
มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด
13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน
มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดมาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดE มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด
14.
ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด
14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี
ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดD ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด
15.15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ
B
16.16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด
B
(17)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
17. คติความเชื่อทางดานนาฏศิลปที่นักแสดงตองขอขมา
ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ
ของสังคมไทยในเรื่องใด
1. การใหเกียรติและเคารพผูอาวุโส
2. เมื่อทําผิดตองยอมรับผิดและกลาวขอโทษ
3. ความมีนํ้าใจไมตรี ใหความชวยเหลือ
เมื่อผูอื่นเดือดรอน
4. มารยาทอันดีงามในการแสดงความเคารพ
ซึ่งกันและกัน
18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ
ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด
1. การปรับปรุงฟนฟู
2. การยกยองสรรเสริญ
3. การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
4. การใหความรูแกประชาชน
19. ขอใดกลาวถูกตอง
1. รําบท เปนการรําที่ตัดตอนมาจากการแสดงละคร
2. รําบท เปนการแสดงทาทางแทนคําพูดและอารมณ
3. รําหนาพาทย เปนการรําประกอบเพลงใหเขากับ
เนื้อรอง
4. รําหนาพาทย เปนการรําใหเขากับจังหวะดนตรี
และแสดงอารมณรวม
20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน
อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน
จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด
1. รําอวยพร 2. ระบํารอนแร
3. มะโยง 4. รองเง็ง
21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด
1. ทารําที่ออนชอยงดงาม
2. การแสดงอารมณของนักแสดง
3. ความพรอมเพรียงของนักแสดง
4. ไมตองมีบทรองประกอบการแสดง
22. ขอใดไมใช ประโยชนของนาฏศิลปไทย
1. เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน
2. เปนการชวยอนุรักษการแสดงนาฏศิลป
3. เปนการแบงแยกชนชั้น และความสามารถของกัน
และกัน
4. ไดความรูโดยตรงเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย
ประเภทตางๆ
17.
ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ
17. คติค
ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะD ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ
18.
ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด
18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ
ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดD ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด
19.19. ขอใดกลาวถูกตอง
B
20.
อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน
20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน
อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานอรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานD อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน
21.21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด
B
22.22. ขอใด
B
23. ขอใดคือการวิจารณกระบวนทารําของนักแสดง
1. การแสดงถึงวิถีชีวิตไทย
2. รูปรางหนาตาของนักแสดง
3. ปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง
4. นักแสดงเปนตัวละครในเรื่องใด
24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ
จะตองมีความรูในเรื่องใด
1. การจัดแสดงชุดตางๆ
2. การคิดประดิษฐลีลาทารํา
3. องคประกอบทางนาฏศิลป
4. ความสามารถของนักแสดง
25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ
ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม
1. ตองเสาะแสวงหาความรูจากผูเชี่ยวชาญ
2. ตองศึกษาดานสุนทรียศาสตรของศิลปะการแสดง
3. ตองมีประสบการณในการชมการแสดงนาฏศิลปไทย
4. ตองศึกษาใหเขาใจในหลักการวิจารณการแสดง
แตละประเภท
26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป
ไดถูกตองที่สุด
1. ชวยกําหนดลีลาทาทางการเคลื่อนไหว
ผานการถายทอดอารมณของนักแสดง
2. ชวยเราอารมณของผูชมการแสดงใหคลอยตาม
ไปกับเนื้อเรื่อง
3. แสดงออกถึงวัฒนธรรม ประเพณีของทองถิ่น
ที่จัดการแสดง
4. ชวยใหการแสดงมีความประณีต และวิจิตรงดงาม
27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน
ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด
1. จิตรกรรม 2. สถาปตยกรรม
3. ประติมากรรม 4. ดุริยางคศิลป
28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง
ประกอบการแสดงคือสิ่งใด
1. ความสวยงามของเครื่องแตงกาย
2. ทาทางที่นํามาใชในการรายรํา
3. อุปกรณประกอบการแสดง
4. บทเพลงที่นํามาบรรเลง
23.23. ขอใดคือกา
B
24.
จะตองมีความรูในเรื่องใด
24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ
จะตองมีความรูในเรื่องใดจะตองมีความรูในเรื่องใดD จะตองมีความรูในเรื่องใด
25.
ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม
25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ
ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมD ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม
26.
ไดถูกตองที่สุด
26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป
ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด
27.
ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด
27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน
ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดD ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด
28.
ประกอบการแสดงคือสิ่งใด
28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง
ประกอบการแสดงคือสิ่งใดประกอบการแสดงคือสิ่งใดB ประกอบการแสดงคือสิ่งใด
(18)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง
คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง
1. สําคัญ เพราะทําใหนักแสดงกลาแสดงออกมากขึ้น
2. ไมสําคัญ เพราะนักแสดงสามารถรําในจังหวะใดก็ได
3. ไมสําคัญ เพราะจะคํานึงถึงเรื่องผูขับรองเพลง
มากกวา
4. สําคัญ เพราะจะตองคิดทาทางใหเหมาะสม
กับเนื้อเพลง
30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร
1. ศิลปะที่เลียนแบบมาจากการแสดงโขน
2. ศิลปะการรายรําที่แสดงออกถึงความสวยงาม
3. ศิลปะที่มีเอกลักษณแตกตางจากการแสดงอื่นๆ
4. ศิลปะที่มนุษยนําประสบการณมาสรางเปนเรื่องราว
31. ขอใดไมใชคุณสมบัติของผูวิจารณที่ดี
1. ใชถอยคําที่รุนแรงวิจารณผลงาน
2. เปนนักคิดที่สรางสรรค
3. มีใจรักในงานศิลปะ
4. มีความเปนธรรม
32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป
ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด
1. การแตงหนา
2. เครื่องแตงกาย
3. อุปกรณประกอบฉาก
4. การรายรําของนักแสดง
33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร
กอใหเกิดผลดีอยางไร
1. ทําใหมีความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดง
2. ทําใหเห็นถึงความสามารถของนักแสดง
3. ทําใหรูถึงความสวยงามของการรายรํา
4. ทําใหเกิดวิจารณญาณในการรับชม
34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม
1. บัว ไมสงเสียงโหรองเปนการลอเลียน
2. ตอง ไมพูดในคุยระหวางชมการแสดง
3. แพร ปรบมือใหเกียรติกอนการแสดงเริ่มตน
4. ทราย พูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดเวลา
ที่ชมการแสดง
29.
คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง
29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง
คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงคํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงD คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง
30.30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร
A
31.31. ขอใด
B
32.
ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด
32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป
ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดD ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด
33.
กอใหเกิดผลดีอยางไร
33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร
กอใหเกิดผลดีอยางไรกอใหเกิดผลดีอยางไรB กอใหเกิดผลดีอยางไร
34.34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม
C
35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย
แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด
1. แตงตัวตามสบายอะไรก็ได
2. แตงตัวสุภาพแบบสากลนิยม
3. ใสเสื้อผามิดชิด สวมรองเทาแตะ
4. สวมชุดไทยพระราชนิยม หรือชุดราตรีที่สวยงาม
36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละครไมเหมาะสม
1. ดาว เดินไปเขาหองสุขา
2. เดือน นําขยะออกมาทิ้งในถังขยะ
3. เดน วิพากษ วิจารณการแสดงละครทันที
4. ดอม เดินไปหลังโรงละครเพื่อขอถายรูปกับนักแสดง
37. ในขณะที่กําลังชมการแสดงละคร เมื่อมีเสียง
เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด
จึงจะเหมาะสมที่สุด
1. กดปดเครื่องมือสื่อสาร
2. รับสายแลวพูดคุยเหมือนปกติ
3. ปลอยใหเสียงดังจนสายตัดไปเอง
4. พูดคุยเสียงดังเพราะไมไดยินเสียงจากปลายสาย
38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย
เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร
1. รักษาแบบแผนคงเดิม
2. คงไวซึ่งระเบียบปฏิบัติตางๆ
3. ยึดหลักความถูกตองของการแสดง
4. พัฒนาฉาก เวที และเทคนิคที่ทันสมัย
39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร
1. ชวยใหบทบาทตัวละครมีความชัดเจนขึ้น
2. กําหนดตัวละครที่มีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง
3. ผูชมจะเกิดอารมณคลอยตามไปกับการแสดงละคร
4. ทําใหฉากมีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่นํามาแสดง
40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด
1. สามารถใหคะแนนได
2. วัดความนิยมของผูชมได
3. ปรับปรุงแกไขการแสดงในครั้งตอไป
4. คัดเลือกนักแสดงใหมีความเหมาะสม
35.
แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด
35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย
แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดแบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดC แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด
36.36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละคร
C
37.
เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด
37. ใน
เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดC เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด
38.
เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร
38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย
เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรเกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรB เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร
39.39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร
B
40.40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด
D
(19)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับดนตรีสามารถสรางประโยชนใหนักเรียนไดอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. นักเรียนคิดวาตนเองสามารถจัดการแสดงดนตรีไทยไดหรือไม อยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. ในการบรรเลงดนตรี หรือการแสดงดนตรีไทย การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่มีความจําเปนหรือไม อยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. หากเราเรียบเรียงทํานองเพลง โดยใชบันไดเสียงที่ไมเหมาะกับเสียงของผูขับรอง หรือไมเหมาะกับเครื่องดนตรีที่ตองการ
ใชบรรเลงนักเรียนจะมีวิธีการแกไขอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. การจัดแสดงดนตรีสากลมีประโยชนอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
6. เพราะเหตุใดบุคคลทั่วไปจึงสนใจการแสดงนาฏศิลปนอยลง
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
20
ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(20)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. ในการจัดแสดงรําหมูควรคํานึงถึงหลักในการประดิษฐทารําหมูหรือไม เพราะเหตุใด
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. นักเรียนจะไดรับประโยชนจากการวิจารณผลงานนาฏศิลปอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
9. คําวา “ขมตัวละคร” มีความสัมพันธเกี่ยวของกับการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดงอยางไร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
10. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองเรียนรูในเรื่องเทคนิคการสรางสรรคงานละคร
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
(21)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 2. เพราะในปจจุบันนี้มีการนําเอาเครื่องดนตรีไทยประเภทตางๆ มาผสมผสานกันแลวบรรเลงดวยเพลงสากล
ซึ่งจะมีความแตกตางไปจากเดิม ดังที่เราจะพบเห็นเครื่องดนตรีไทยบรรเลงดวยเพลงไทยเทานั้น เชน
เพลงบุหลันลอยเลื่อน เปนตน การบรรเลงดนตรีไทยแบบผสมผสานจะถูกเรียกวา “ดนตรีไทยประยุกต”
ซึ่งในขณะนี้เปนที่นิยมนําออกไปแสดงยังตางประเทศ
2. ตอบ ขอ 1. เพราะในอดีตจะใชกลองสะบัดชัยตียามออกศึกสงคราม เพื่อความเปนสิริมงคล และเปนขวัญกําลังใจใหแก
เหลาทหารหาญในการตอสูใหไดรับชัยชนะ ทํานองที่ใชในการตีกลองสะบัดชัยแบบโบราณจะมีอยูดวยกัน
3 ทํานอง คือ ชัยเภรี ชัยดิถี และชนะมาร
3. ตอบ ขอ 2. เพราะในค.ศ. 1877 โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไดคิดประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงขึ้น
เพื่อใชในการบันทึกเสียงดนตรี และจากการที่เขาประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงนี้ เขาจึงไดรับฉายาวา
“พอมดแหงเมนโลพารก”
4. ตอบ ขอ 4. เพราะปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจของประเทศ ไมมีสวนเกี่ยวของในเรื่องของงานดนตรี
เพราะจัดเปนเรื่องของการบริหารประเทศ
5. ตอบ ขอ 1. เพราะกอนที่จะสามารถนําเทคนิคตางๆ มาใชในการสรางสรรคงานดนตรีไดนั้น ศิลปนจะตองมีความรู
ความเขาใจในเรื่องธาตุทั้ง 4 ที่จัดเปนองคประกอบที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี จึงจะสามารถนําเทคนิค
ตางๆ มาใชไดอยางถูกตองเหมาะสม
6. ตอบ ขอ 4. เพราะวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอมถวายแดพระมหากษัตริย เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งมีความ
แตกตางจากคําตอบในขออื่นๆ ซึ่งเปนดนตรีที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย
7. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบทางวัฒนธรรมของแตละชนชาติ จะมีเอกลักษณเฉพาะตนแตกตางกันออกไป ซึ่งสิ่งเหลานี้
จะบงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรีก็เปนศิลปะประเภทหนึ่ง
ที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได
8. ตอบ ขอ 1. เพราะเพลงพระราชนิพนธ ลําดับที่ 1 คือ เพลงแสงเทียน (Candlelight Blues) ทรงพระราชนิพนธ
ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 เมื่อครั้งยังดํารงพระราชอิสริยยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช และไดทรง
พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระเจาวรวงศเธอพระองคเจาจักรพันธเพ็ญศิริ เปนผูนิพนธคํารองภาษาไทย จากนั้น
ไดพระราชทานใหนําออกมาบรรเลงครั้งแรกในพ.ศ. 2490 และในพ.ศ. 2496 นางสดใส วานิชวัฒนา
(รองศาสตราจารยสดใส พันธุมโกมล) ประพันธคํารองภาษาอังกฤษ
ตอนที่ 1
ชุดที่ 1เฉลยแบบทดสอบ
(22)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
9. ตอบ ขอ 2. เพราะการขับรองเดี่ยว เปนการขับรองเพลงคนเดียว จะมีดนตรีประกอบ หรือไมมีก็ได ผูที่สามารถทําการ
ขับรองเดี่ยวได จะตองมีความสามารถในการขับรองเปนอยางมาก มีเสียงที่ไพเราะ มีความแมนยําในเรื่อง
จังหวะ และทํานองเพลง
10. ตอบ ขอ 3. เพราะการครั่น เปนวิธีทําใหเสียงสะดุด สะเทือน เพื่อความเหมาะสมกับทํานองเพลงบางตอน วิธีทําเสียง
“ครั่น” จะทําไดโดยการเปลงเสียงออกจากลําคอใหแรงมากๆ จนเสียงที่คอเกิดความสั่นสะเทือนเปนระยะๆ
จะมาก หรือนอยนั้นขึ้นอยูกับผูขับรองที่เห็นวาไพเราะ นาฟง
11. ตอบ ขอ 3. เพราะเพลงแมส เปนเพลงสวดของศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเปนตนกําเนิดของเพลงโบสถใน
ลักษณะตางๆ และเปนเพลงคฤหัสถ บทเพลงจะแสดงใหเห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ความเคารพ และความศรัทธา
ในคริสตศาสนา สวนเพลงโมเท็ต โดยปกติแลวจะอยูในตําราทางศาสนาและใชในพิธีกรรมของศาสนาคริสต
นิกายโรมันคาทอลิก เปนเพลงขับรองประสานเสียง 3 แนว เดิมใชภาษาละติน สวนแนวบนอีก 2 แนว
เปนทํานองเพลงที่มีอิสระตางจากแนวตํ่าสุดที่รองเปนภาษาละติน และรองเปนภาษาฝรั่งเศส
12. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพ เปนการแสดงอุปรากรเรื่อง “ผูหญิงก็เปนซะหยั่งงี้”(Cosi fan tutte) ของ วอลฟกัง อะมาเดอุส
โมสารท (Wolfgang Amadeus Mozart) จัดเปนโอเปราเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงเปนอยางมาก และไดถูกนํามา
แสดงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากมีเรื่องราวที่สนุกสนาน ตลกขบขัน และมีการนําเครื่องดนตรีสากล
มาบรรเลงประกอบการแสดง ซึ่งในยุคคลาสสิก การแสดงอุปรากรเริ่มเปนที่นิยมเปนอยางมาก เพราะเปน
การแสดงที่รวมศิลปะแขนงตางๆ ไวดวยกันอยางประสานกลมกลืน
13. ตอบ ขอ 4. เพราะผลงานเพลงจะเนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลงเปนหลัก ในยุคนี้เริ่มมีการจัดแสดง
ที่เรียกเก็บเงินคาเขาชมที่เรียกวา “การแสดงคอนเสิรต” ลักษณะดนตรีในยุคนี้ จึงมีทั้งดนตรีเพื่อศิลปะ
ดนตรีเพื่อบรรยายเรื่องราว และดนตรีที่แสดงความเปนชาตินิยม
14. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 จะมีความซับซอนมากยิ่งขึ้น เปนยุคสมัยที่มีการพัฒนาทางดนตรีตอจาก
ยุคโรแมนติก นักประพันธมีแนวคิดในการสรรหาสิ่งใหมๆ เพื่อสรางใหดนตรีมีนํ้าเสียงไมซํ้าแบบเดิมๆ
ซึ่งเปนการเนนแนวคิดที่ยึดความคิดของตนเองเปนหลักในการสรางสรรคมากยิ่งขึ้น
15. ตอบ ขอ 3. เพราะบันไดเสียง เปนมาตราเสียงดนตรีที่มีความเกี่ยวของกับการจัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง จากเสียงตํ่า
ไตขึ้นไปหาระดับเสียงสูงเปนขั้นๆ ตามลําดับ จากลางไปสูตอนบนเหมือนขั้นบันได และอาจมีความหาง
ของขั้นเสียงไมเทากัน
16. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละคร เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรู และความบันเทิง สะทอนใหเห็นถึง
วัฒนธรรมที่ดีงาม ที่มนุษยไดมีการสั่งสม ถายทอด และสืบสานมาตั้งแตอดีตตราบจนถึงปจจุบัน คนไทย
ตระหนักและซาบซึ้งในคุณคาของการแสดงนาฏศิลปและการละคร จึงรวมมือรวมใจกันพัฒนารูปแบบ
การแสดงนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมในปจจุบัน
จึงทําใหการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงยังไมสูญหายไปจากคนไทย
(23)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
17. ตอบ ขอ 4. เพราะในการออกโรงแสดงทุกครั้ง ตองอัญเชิญศีรษะครูไปตั้งบูชา ศิษยที่ตองออกแสดงจะมาประชุมไหวครู
อยางพรอมเพรียงกัน เพื่อขอความสวัสดีมีชัย เพื่อใหการแสดงสําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ผูที่ออกแสดง
เปนครั้งแรกครูจะเปนผูสวมศีรษะให เชน ชฎา มงกุฎ เทริด หัวโขน เปนตน กอนออกโรงแสดงตองไหวครูผูฝก
และผูกํากับการแสดง เมื่อเลิกแสดงตองมีพิธีขอขมานักแสดงอาวุโส ปจจุบันพิธีกรรมเหลานี้ยังถือปฏิบัติ
สืบทอดตอกันมา ซึ่งนับวาเปนการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมที่ดีอีกวิธีหนึ่ง
18. ตอบ ขอ 2. เพราะในปจจุบันบทบาทของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลาวคือ แตเดิม
การแสดงนาฏศิลปและการละคร จะจัดแสดงภายในโรงมหรสพ แตในปจจุบันไดเปลี่ยนมาแสดงใน
รานอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงในเวลากลางคืนแทนโรงมหรสพ
19. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละครไดสะทอนใหเห็นถึงสภาพบานเมืองที่มีความงดงาม ประณีต เพียบพรอม
ไปดวยขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติสืบตอกันมาแตละยุคสมัย นาฏศิลป
และการละครใหทั้งความสนุกสนาน เบิกบานใจ ใหความรู ทั้งในมิติของประวัติศาสตร และสุนทรียศาสตร
20. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละครพัฒนามาจากการดําเนินชีวิตของมนุษย และไดมีการสั่งสม ถายทอด
และสืบสานเปนมรดกทางวัฒนธรรมของแตละสังคม
21. ตอบ ขอ 1. เพราะการรําเดี่ยว เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว แสดงใหเห็นถึงความสามารถของผูรําที่สามารถ
แสดงลีลาการรายรําตามแบบฉบับนาฏศิลปไทยที่มีความออนชอย งดงาม ตลอดจนแสดงใหเห็นถึง
ความสวยงามของเครื่องแตงกาย การรําเดี่ยวนั้นนิยมนํามาใชรายรําเปนชุดเบิกโรง รายรําในการแสดง
สลับฉาก หรือใชแสดงในโอกาสตางๆ เชน รําฉุยฉายพราหมณ รําฉุยฉายเบญกาย เปนตน
22. ตอบ ขอ 4. เพราะรําพลายชุมพล เปนการแสดงชุดหนึ่งที่ตัดตอนมาจากการแสดงละครเรื่องขุนชางขุนแผน
“ตอนพระไวยแตกทัพ” จัดเปนการรําเดี่ยวชุดหนึ่งที่มีความสวยงาม นักแสดงจะตองมีฝมือในการรายรํา
เปนอยางมาก เพราะการแสดงชุดนี้มีลีลาทารําที่สงางาม ผสมผสานกับความออนชอยในแบบฉบับ
การรําของบุรุษที่เปนตัวเอกของเรื่อง สวนการรําสีนวล รํากลองยาว และรํากฤดาภินิหาร จัดเปนการรําหมู
ซึ่งเปนการแสดงที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป มุงเนนความงดงามของทารํา และความพรอมเพรียง
ของนักแสดงเปนหลัก
23. ตอบ ขอ 1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น เปนการรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจากละครเรื่องมณีพิชัย บทพระนิพนธของสมเด็จ
พระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ
24. ตอบ ขอ 4. เพราะในการรําฉุยฉายพราหมณนั้น ลักษณะของการแสดงเปนการรายรําของพระนารายณที่พระอิศวร
ทรงเมตตาแนะใหปรศุรามบูชาถึงพระนารายณ เมื่อครั้งที่ขวางขวานไปโดนงาของพระคเณศหัก
เมื่อปรศุรามนึกถึง พระนารายณก็ทรงแปลงกายเปนพราหมณนอยออกมารายรํา เพื่อใหพระอุมาทรง
พอพระทัย ดังนั้น นักแสดงจึงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช หรือเปนพราหมณ สวมเครื่องแตงกาย
ยืนเครื่องพระสีขาว ซึ่งเปนการแตงกายที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย
(24)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
25. ตอบ ขอ 3. เพราะในการรําคูนั้น เปนการแสดงที่มีนักแสดง 2 คน เนนการรายรําที่มีทวงทาที่ออนชอย งดงาม
อวดฝไมลายมือในการรําที่สอดประสานกันอยางถูกตองกลมกลืนตามแบบแผน และแสดงอารมณความรูสึก
สอดคลองตามบทรองและทํานองเพลง รวมทั้งการรักษาจารีตของการแสดงที่ไดรับการสืบทอดมาแตโบราณ
26. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร ซึ่งเปนอิริยาบถโดยธรรมชาติของมนุษย
เพื่อสื่อความหมายใหเปนที่เขาใจรวมกันในกลุม
27. ตอบ ขอ 2. เพราะภาษาทา เปนทักษะพื้นฐานอยางหนึ่งในการแสดงโขน ละคร หรือการแสดงนาฏศิลป เปนการใชทาทาง
ในการสื่อความหมายแทนคําพูด เพื่อบอกเลาเรื่องราว อารมณ ความรูสึก โดยนักแสดงจะแสดงกิริยาทาทาง
ธรรมชาติ หรือการเลียนแบบคน สัตว สิ่งของ ในการสื่อความหมายใหผูชมเขาใจ ทั้งนี้ ผูชมจะสามารถ
ทราบไดวาขณะนี้นักแสดงกําลังมีอารมณ และความรูสึกอยางไร
28. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทาที่มาจากการประดิษฐขึ้นโดยตรง เปนทาทางที่ประดิษฐขึ้นมาเอง เพื่อใหสอดคลองกับเนื้อรอง
หรือคําบรรยายที่จะตองแสดงออกมาเปนทารํา เชน การแสดงความยิ่งใหญจะใชทาพรหมสี่หนา เปนตน
ซึ่งภาษาทาที่นําไปใชในการรําตามบทรอง บทเจรจา หรือบทพากยในการแสดงโขนละคร ในทางนาฏศิลป
จะเรียกวา “การรําบท” คือ การรําทําบทไปตามถอยคํา หรือบทขับรอง
29. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพจัดเปนเครื่องประดับประเภทศิราภรณที่เรียกวา “รัดเกลายอด” เปนเครื่องประดับศีรษะของ
ตัวนาง ซึ่งเปนตัวนางที่สูงศักดิ์ เชน นางสีดา นางรจนา เปนตน
30. ตอบ ขอ 4. เพราะทามยุเรศ จะกาวไขวเทาซาย จีบหงายระดับอกทั้ง 2 มือ คลายมือจีบออก และตั้งวงกลาง ศีรษะตั้งตรง
กระดกหลังเทาขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากทาบินของนก และฟอนใน จะกาวเทาขวาลงดานขาง พรอมกับ
หมุนตัว สอดมือขึ้นในทาสอดสรอยมาลา มือขวาตั้งวงบน มือซายจีบหงายที่ชายพก เอียงศีรษะซาย
แลวสอดจีบมือซายขึ้นตั้งวงบน มือขวาจับจีบควํ่าขึ้น แลวปลอยออกเปนตั้งวงกลาง กระดกหลังเทาซาย
เอียงศีรษะขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากการลําแพนหางของนกยูง
31. ตอบ ขอ 2. เพราะละครชาตรี เปนตนแบบของละครรํา ที่นิยมเลนกันแบบพื้นบาน นักแสดงจะเปนผูชายลวน
และจะมีตัวละครเพียง 3 ตัว คือ ตัวนายโรง(ตัวพระ) ตัวนาง และตัวตลก นักแสดงที่เปนตัวนายโรงจะ
แตงกายแบบยืนเครื่อง ศีรษะสวมเทริด ในการแสดงจะไมเนนความสวยงามของทารํา โดยจะมุงเนนที่
ความสนุกสนาน และตลกขบขันมากกวา
32. ตอบ ขอ 1. เพราะในขั้นตอนแรกของการฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน จะตองทําการแบงนักแสดงออกเปน 2 กลุม
คือ ผูที่มีรูปรางสูงโปรง ใบหนารูปไข จะฝกใหเปนตัวพระ และผูที่มีรูปรางสันทัดตํ่ากวาตัวพระจะใหฝก
เปนตัวนาง
33. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นตําแหนงการตั้งวงที่อยูระดับเหมาะสม กลาวคือ การตั้งวงกลางที่ถูกตอง
ทั้งตัวพระและตัวนาง นิ้วทั้ง 4 นิ้ว จะเรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ปลายของนิ้วมือตั้งอยู
ระดับหางคิ้ว (ตัวพระ) ปลายของนิ้วมือตั้งอยูระดับไหล (ตัวนาง)
(25)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
34. ตอบ ขอ 1. เพราะในการแสดงนาฏศิลปนั้นทารําจะตองมีความออนชอย สวยงามและถูกตองตามหลักการทางนาฏศิลป
ซึ่งจะทําใหผูชมไดรับสุนทรียรสที่เปยมลนไปดวยความงดงามของลีลาการรายรําประกอบบทเพลงที่ไพเราะ
ซึ่งบรรเลงดวยเครื่องดนตรีไทย
35. ตอบ ขอ 4. เพราะการกาวเทาที่ดี จะกาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว โดยใหสนเทาแตะลงที่พื้น ถายนํ้าหนักตัวไปที่
ฝาเทา เหยียบพื้นใหเต็มฝาเทา สวนขาอีกขางหนึ่งเมื่อกําลังจะเคลื่อนยาย ควรยกสนเทาขึ้น ถายนํ้าหนักตัว
ลงที่ปลายเทาซึ่งกดพื้นไว ทําเชนนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เดิน
36. ตอบ ขอ 3. เพราะผูกํากับการแสดง จะทําหนาที่เปนผูฝก และควบคุมการแสดงละคร รับผิดชอบในการแสดงทั้งหมด
เปนบุคคลที่สําคัญที่สุดของการแสดง จะเปนผูที่มีความสามารถรอบดาน เปนผูสั่งการแกผูกํากับเวที
ทํางานอยางใกลชิดกับนักแสดง และทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาทของตัวละคร
37. ตอบ ขอ 4. เพราะในการคัดเลือกนักแสดงละครรํา จะมีหลักในการพิจารณา คือ ลักษณะของตัวพระ จะมีรูปราง
สูงโปรง ใบหนารูปไข ผิวขาว จมูกโดง และลักษณะของตัวนาง จะมีใบหนากลม หรือรูปไข จมูกโดง
ปากเปนรูปกระจับ
38. ตอบ ขอ. 3 เพราะเปนละครที่เกิดขึ้นภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งจะใชนางในเปนนักแสดง การรายรําจึงมีความออนชอย
สวยงาม และเครื่องแตงกายของการแสดงนั้นไดดัดแปลงมาจากเครื่องทรงของพระมหากษัตริย
39. ตอบ ขอ 3. เพราะอินทรธนู เปนเครื่องประดับของตัวพระและยักษเทานั้น อินทรธนู จะมีลักษณะเปนทรงสูง
ปลายงอนเขาเล็กนอย ปกดิ้น และเลื่อมเปนลวดลายตางๆ ตรงปลายยอดติดพู
40. ตอบ ขอ 3. เพราะภาษาทาและนาฏยศัพทถือวาเปนหัวใจสําคัญของการแสดงนาฏศิลป การที่จะชมการแสดงนาฏศิลป
ใหเกิดความสนุกสนานไดนั้น ผูชมจะตองมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับภาษาทาและนาฏยศัพท เพราะจะได
เขาใจในสิ่งที่นักแสดงตองการจะสื่อความหมายออกมา ใหเห็นถึงอารมณและความรูสึกนึกคิดของตัวละคร
ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นๆ
(26)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ ดนตรีไทยและดนตรีสากลลวนมีคุณคาตอจิตใจของมนุษยในสังคมทั้งสิ้น ในปจจุบันไดมีการนําเอาดนตรี
มาใชเพื่อเปนสื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมระหวางประเทศ เชน การจัดแสดงดนตรีนานาชาติ เพื่อการแลกเปลี่ยน
ทางวัฒนธรรม เปนตน นอกจากนี้ ดนตรียังมีประโยชนตอมนุษยอีกหลายดาน เชน เสียงของดนตรี
เปนสิ่งที่ชวยกลอมเกลาจิตใจของคนใหออนโยน เยือกเย็น และสามารถชวยคลายความทุกขที่เกิดขึ้น
ในชวงระยะเวลาหนึ่งได เสียงดนตรีจะชวยในการปลุกเราจิตใจใหราเริง ทําใหมนุษยเกิดความเพลิดเพลินใจ
ทั้งนี้ ดนตรียังเปนสวนสําคัญอยางหนึ่งที่จะขาดไมไดเลยจากการแสดงมหรสพตางๆ เพราะดนตรีเปน
สวนประกอบสําคัญที่ทําใหการแสดงนาชม สรางบรรยากาศ และความสนุกสนานใหแกผูชม เปนตน
2. แนวตอบ ดนตรีเปนงานศิลปะที่มนุษยสรางขึ้น โดยใชเสียงเปนสื่อในการถายทอดออกมาเปนลีลา ทํานอง อารมณ
ของเพลงดําเนินไปตามจินตนาการของนักประพันธเพลง ดนตรีนับเปนสิ่งที่มีคุณคา สรางความเพลิดเพลิน
เปนสื่อประกอบใหกิจกรรมทางประเพณี และพิธีกรรมที่มนุษยประกอบขึ้นนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น
3. แนวตอบ ขอความนี้แสดงใหเห็นวาดนตรีไทยไดรับความนิยมเปนอยางมาก แมแตในเขตพระราชฐานเอง ก็มีการ
รองเพลงและเลนดนตรีกันอยางเอิกเกริก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จึงตองทรงออกกฎมณเฑียรบาล
หามไว
4. แนวตอบ สิ่งที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ มีดังตอไปนี้
1. นิยมใชสื่อที่ตางกันตอบโตกัน เชน เสียงนักรองกับเครื่องดนตรี เปนตน
2. นิยมใชเบสเปนทั้งทํานองและแนวประสาน ที่เรียกวา “Basso Continuo”
3. เริ่มมีการประสานเสียงแบบโฮโมโฟนี (Homophony) ซึ่งเปนการประสานเสียงแบบอิงคอรด
4. นิยมใชบันไดเสียงเมเจอร (Major) และไมเนอร(Minor) แทนโมด(Mode)
5. เคานเตอรพอยท(Counterpoint) ยังคงเปนคุณลักษณะเดนของสมัยนี้ โดยโฮโมโฟนี(Homophony)
จะมีบทบาทในการสนับหนุนใหเคานเตอรพอยทมีความสมบูรณยิ่งขึ้น
6. มีการระบุความชา-เร็ว และหนัก-เบา ลงไปในผลงาน
7. เทคนิคของการ Improvisation ไดรับความนิยมเปนอยางมาก
8. มีคีตลักษณ(Form) ใหมๆ เกิดขึ้นหลายแบบ
9. มีการจําแนกหมวดหมูของคีตนิพนธ และบัญญัติศัพทไวเรียกอยางชัดเจน
10. อุปรากร(Opera) ไดกําเนิดขึ้นและมีการพัฒนาขึ้นในยุคสมัยนี้
5. แนวตอบ เพราะดนตรียุคคลาสสิก เปนดนตรีที่ไมมีจินตนาการอยูเบื้องหลัง ไมมีบทกวีประกอบ เปนดนตรีที่มีแต
เสียงดนตรีบริสุทธิ์ ซึ่งจะตรงขามกับดนตรีในยุคโรแมนติกที่เปนดนตรีพรรณนา (Program Music) และเปน
ดนตรีที่มีเรื่องราว
ตอนที่ 2
(27)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
6. แนวตอบ นาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรูและความบันเทิง
มีความสําคัญตอการพัฒนาคุณภาพชีวิต เปนพื้นฐานดานจิตใจ สามารถพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีความคิด
สรางสรรค มีความซาบซึ้งและเขาใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสรางผลงานการแสดงไดอยาง
มีคุณคา ทันตอกระแสความคิดในโลกปจจุบันได ชนชาติโบราณที่มีอารยธรรม ทุกชาติ ทุกภาษา ถือวาการ
ฟอนรําเปนพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติสืบตอกันมา มีความหลากหลายและแตกตาง
ไปตามสังคม ประเพณี และความนิยมของเผาพันธุ การที่จะนําความรูทางดานนาฏศิลปและการละคร
มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น ควรศึกษาถึงแกนแทของวิชานาฏศิลปและ
การละคร การสรางสรรคผลงาน และการพัฒนา เพื่อที่จะไดเชื่อมโยงความรูดานนาฏศิลปและการละคร
มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสม
7. แนวตอบ เพราะการแสดงนาฏศิลปและการละคร ไดเขามามีบทบาทตอชีวิตประจําวันของมนุษย โดยเปนเครื่องมือ
อยางหนึ่งที่ชวยในการผอนคลายความเครียด ในสังคมปจจุบันที่มีความสับสนวุนวายอยูมาก นาฏศิลป
และการละครที่เคยผูกพันอยูกับพิธีกรรมทางศาสนา และพิธีกรรมในราชสํานักมาตั้งแตโบราณ ไดเปลี่ยน
บทบาทเปนธุรกิจเชิงพาณิชยตามกระแสความคิดของโลกในปจจุบัน โดยมีผูบริโภคเปนผูกําหนดคุณคา
และสุนทรียะ แตในการที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาผลงานดานนาฏศิลปและการละครนั้น
จําเปนที่จะตองศึกษาใหถึงแกนแท ไมควรนํานาฏศิลปและการละครที่เปนมาตรฐาน มีขนบนิยมเครงครัด
มาพัฒนา ดัดแปลง แกไข ควรรักษาไวเปนแบบฉบับและสรางสรรคผลงานนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม
เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมปจจุบัน
8. แนวตอบ นาฏศิลปไทย เปนการแสดงที่มีความออนชอย งดงาม ถือกําเนิดขึ้นมาพรอมๆ กับความเปนชนชาติไทย
เปนสวนหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเปนอยูของคนไทย ดังนั้น ในการศึกษาทักษะทางนาฏศิลปไทย
จะตองศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปพรอมๆ กัน เพื่อจะไดมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย
ที่มา องคประกอบ ประเภทของนาฏศิลปไทย รวมไปถึงการศึกษาความสัมพันธระหวางนาฏศิลปไทย
กับประวัติศาสตรและวัฒนธรรมดวย เพื่อใชเปนความรูขั้นพื้นฐานทางดานนาฏศิลปไทย อันจะนําไปสู
การฝกหัดการแสดงนาฏศิลปที่ถูกตองตามแบบแผน เพื่อเปนการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและ
ภูมิปญญาไทยสืบตอไป
9. แนวตอบ แตกตางกัน เพราะภาษาทา คือ ภาษาทางนาฏศิลป เสมือนเปนภาษาพูดโดยไมตองเปลงเสียงออกมา
แตอาศัยสวนประกอบของอวัยวะของรางกาย แสดงออกมาเปนทาทาง เพื่อสื่อใหผูชมสามารถเขาใจได
พื้นฐานของการใชภาษาทานี้ สวนมากจะนํามาจากทาธรรมชาติ แตนํามาประดิษฐ ดัดแปลงใหมีความ
ออนชอยและสวยงาม กิริยาทาทางที่แสดงออกมาเปนภาษาทานี้ สามารถจําแนกออกเปน 2 ประเภท
ใหญๆ คือ ภาษาทาที่บงบอกอิริยาบถของมนุษย และภาษาทาที่มาจากการประดิษฐ สวนนาฏยศัพท คือ
ศัพทเฉพาะในทางนาฏศิลป เปนชื่อของลักษณะทารําของไทย นาฏยศัพทที่ใชกันเกี่ยวกับทารําไทยสามารถ
จําแนกออกเปน 3 ประเภท คือ หมวดนามศัพท ศัพทที่เรียกชื่อทารํา หรือชื่อทาที่บอกอาการกระทํา
ของผูนั้น เชน วง จีบ เปนตน หมวดกริยาศัพท ศัพทที่ใชเรียกในการปฏิบัติบอกอาการกิริยา แบงออก
เปน 2 ลักษณะ คือ ศัพทที่ใชเรียกเฉพาะขณะที่ใชทารํา และศัพทเสริม หมวดเบ็ดเตล็ด ศัพทตางๆ ที่ใช
เรียกในภาษานาฏศิลปนอกเหนือไปจากนามศัพท และกริยาศัพท เชน จีบยาว ลักคอ เดินมือ เปนตน
(28)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
10. แนวตอบ ละครมีอยูทุกชาติ ทุกภาษา ดังคํากลาวที่วา “โลกนี้คือละคร” ซึ่งใหแนวคิดวางานละคร เปนงานที่จะตอง
อยูคูกับโลก ละครเปนสาระหนึ่งของศิลปะที่กอใหเกิดความตื่นเตน สนุกสนาน เพลิดเพลิน ใหทั้งความบันเทิง
ความรู และแนวคิดในการดําเนินชีวิต ฉะนั้น ละครจึงมีคุณคา มีความสําคัญ และเปนสิ่งจําเปนสําหรับ
ชีวิตมนุษยที่ควรแกการศึกษา เรียนรู นอกจากนี้ ละครยังเปนการแสดงอยางหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจาก
จะใหสาระและความบันเทิงแลว ยังมีความสําคัญตอประวัติศาสตร สังคม และวัฒนธรรมเปนอยางยิ่ง
สามารถนํามาบูรณาการเขากับสาระกลุมอื่นๆ ไดทุกศาสตร การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับการแสดงละคร
เทคนิคตางๆ ในการสรางงานละคร ตลอดจนการฝกทักษะเบื้องตนในการแสดงละคร นับวาเปนความรู
พื้นฐานที่มีความจําเปนในการที่จะสรางงานละครใหมีสุนทรียภาพ นาดู นาชม ไดรับประโยชน และคุณคา
รวมทั้งสามารถนําแนวคิด สาระที่ไดรับจากการชมมาประยุกตใชใหสอดคลองกับชีวิตประจําวันไดอีกดวย
(29)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 4. เพราะดนตรีมีประโยชนตอบุคคลในเรื่องของการผอนคลายความตึงเครียด พัฒนาการเรียนรู และความจํา
2. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีไทย นอกจากจะมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปวัฒนธรรมของชาติ มีบทบาทตอศาสนา สังคม
และพิธีกรรมตางๆ แลว ดนตรีไทยยังเปนวิชาชีพที่สามารถสรางรายไดใหแกนักดนตรีในการผลิตผลงาน
สรางรายไดในรูปแบบตางๆ ทั้งการบรรเลงประกอบในกิจกรรมตางๆ การบรรเลงเพื่อการฟง การบรรเลง
ประกอบการโฆษณา ประชาสัมพันธสินคา การบันทึกเสียงเพลงในสื่อรูปแบบตางๆ นํารายไดมาสูนักดนตรี
ผูประกอบการ และสรางความมั่นคงใหแกเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกดวย
3. ตอบ ขอ 2. เพราะเปนเอกลักษณเฉพาะที่บงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรี
ก็จัดเปนศิลปะประเภทหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได
4. ตอบ ขอ 2. เพราะความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีไดมีสวนในการสรางสรรคอุปกรณที่มีสวนชวยในการบันทึกเสียง
เชน เครื่องบันทึกเสียง ที่สรางขึ้นโดยโทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) เปนตน
5. ตอบ ขอ 3. เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะสงผลใหงานดนตรีมีการพัฒนา ทั้งในระบบคอมพิวเตอร เครื่องดนตรี
เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง และการปรับปรุงรูปแบบดนตรีจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
6. ตอบ ขอ 3. เพราะชาวจีนไดนําขิมมาบรรเลงรวมอยูในวงเครื่องสายจีน ประกอบการแสดงอุปรากร(งิ้ว) บรรเลงในงาน
เทศกาล และงานรื่นเริงตางๆ
7. ตอบ ขอ 2. เพราะการตีสะบัด เปนการตีไลเสียง 3 พยางค ตอเนื่องกันอยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 2 หรือ 1 จังหวะ
เพื่อใหทํานองมีความพลิ้วไหวมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการแทรกโนตตัวที่ 3 เพิ่มเขาไปในโนตตัวที่ 2 เดิม
ภายในจังหวะเทาเดิม
8. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงที่นิยมบรรเลงกันมาก คือ เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ ซึ่งเปนเพลงสําเนียงจีนที่เกิดขึ้น
ในราวปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว(รัชกาลที่ 4) โดยพระประดิษฐไพเราะ
(มี ดุริยางกูร) ไดจําทํานองการตีขิมของคนจีนแลวจํามาแตงเปนเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น
9. ตอบ ขอ 1. เพราะดนตรีไทยถือเปนสมบัติและวัฒนธรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเปนชาติ และอยูคูกับคนไทยมาอยาง
ชานาน ดังนั้น ดนตรีจึงมีความสัมพันธกับคนไทยประหนึ่งวาเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวัน นับตั้งแต
เกิดจนถึงวันสุดทายแหงชีวิตก็วาได
10. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงตระสันนิบาต จะใชบรรเลงเพื่ออัญเชิญเหลาเทวดาทุกๆ พระองค ใหมาชุมนุมในมณฑลพิธี
สวนเพลงกลอม ใชสําหรับการขับกลอม เพื่อใหนอนหลับ เพลงเสมอ ใชประกอบกิริยาการเดินทาง
ระยะใกลๆ ไปอยางชาๆ ไมรีบรอน และเพลงคุกพาทยใชประกอบการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย หรือเหตุการณ
อันนาสะพรึงกลัว
ตอนที่ 1
ชุดที่ 2เฉลยแบบทดสอบ
(30)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
11. ตอบ ขอ 2. เพราะการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียง จะทํากระทําโดยใหนักรองเสียงดังอยูดานหลังหรืออยู
ระหวางกลางของนักรองเสียงเบาในสวนเดียวกัน เพื่อจะไดชวยนักรองเสียงเบา จากนั้น จัดวางนักรองที่มี
เสียงไพเราะและสามารถขับรองไดอยางถูกตอง แมนยํา อยูในแถวหนา เพราะจะทําใหเสียงในการขับรองนั้น
เกิดความไพเราะ กอใหเกิดความสมดุลของเสียงในการขับรอง
12. ตอบ ขอ 1. เพราะลักษณะการบรรเลงดนตรีรวมวง เปนการที่กลุมนักดนตรี ผูบรรเลงเครื่องดนตรี หรือผูขับรอง
มาแสดงรวมกัน ดังนั้น คุณลักษณะของผูบรรเลงดนตรีรวมวง จะตองใชความพยายาม ความอดทน มีสมาธิ
ในการฟงจังหวะ และทํานองเพลง มีทักษะในการทํางานรวมกับผูอื่น เพื่อใหไดผลงานที่ออกมามีคุณภาพ
13. ตอบ ขอ 1. เพราะการขับรองเพลงนั้น จัดเปนการสรางความบันเทิงใหแกผูชม ดังนั้น การรองเพลงจึงตองมีการแสดงออก
ใหเห็นความกลมกลืนอยางนอย 3 ดาน ดังตอไปนี้
1. การแสดงออกดวยปาก
2. การแสดงออกดวยใจ
3. การแสดงออกดวยกาย จึงจะนับวาเปนการขับรองที่สมบูรณ
14. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียงในรูปแบบการขับรอง “แบบราวด”(Round) หรือ“แบบวน” ซึ่งจะเปนรูปแบบ
การขับรองที่มีผูขับรองตั้งแต 2 คน หรือ 2 กลุมขึ้นไป รองเพลงแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบ
ไมพรอมกัน
15. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียง 2 แนว เปนการขับรองที่มีทํานองเพลง 2 แนว รองไปพรอมๆ กัน
มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 1 ทํานอง สวนการขับรองประสานเสียง 3 แนว เปนการ
ขับรองที่มีทํานองเพลง 3 แนว รองไปพรอมๆ กัน มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 2 ทํานอง
ซึ่งทํานองประสานทั้ง 2 แนว อาจมีทํานองที่แตกตางกันออกไป
16. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละคร จัดเปนศิลปะประจําชาติและเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงใหเห็นถึง
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงามของชาติ ดังนั้น เราจึงควรรวมมือรวมใจกันในการอนุรักษ
ถายทอด และสืบสานใหคงอยูสืบตอไป
17. ตอบ ขอ 4. เพราะนาฏศิลปมีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ยึดปฏิบัติสืบทอดตอกันมาแตโบราณ ผูที่ศึกษาวิชานาฏศิลป
จะตองมีความเคารพ ศรัทธาในบูรพาจารย ผูประสิทธิ์ประสาทวิชาใหแกศิษย แมวาจะไดรับมอบหมายในพิธี
ไหวครูใหเปนประธานในพิธีแลวก็ตาม ศิษยผูที่ไดรับมอบหมายจะไมทําหนาที่เปนประธานในพิธี ตราบใด
ที่ครูผูมอบยังมีชีวิตอยู ดังคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู” ซึ่งมีกิจกรรมหลายอยางที่จัดขึ้นมา
เพื่อชวยสืบทอดวัฒนธรรมทางดานนาฏศิลปไทย เชน พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ คติความเชื่อเกี่ยวกับ
นาฏศิลป ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติในการออกโรงแสดง เปนตน
18. ตอบ ขอ 3. เพราะนาฏศิลปไทยมีลักษณะเฉพาะที่เปนแบบแผนขนบนิยมสืบทอดตอกันมา เปนเรื่องของความศรัทธา
ความเชื่อ จึงมีการจัดกิจกรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเชื่อดังกลาว คือ พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ
เพื่อใหศิษยใหมไดรูจักพระนามครูที่เปนมหาเทพ พระฤๅษี มนุษย ยักษ ทั้งที่มีชีวิตอยูและไมมีชีวิตอยู
เพื่อมอบตัวเปนศิษย เพื่อสรางความเปนสิริมงคล ปองกันเสนียดจัญไร มีโอกาสไดรับการถายทอดทารํา
อันสูงสุด หรือเปนผูประกอบพิธีไหวครู
(31)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
19. ตอบ ขอ 3. เพราะศิลปะแขนงวิจิตรศิลปสามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณในการแสดงได กลาวคือ
ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปปรากฏอยูในงานนาฏศิลปและการละครที่เห็นไดอยางเดนชัด คือ วรรณกรรมที่ปรากฏ
ในงานนาฏศิลปและการละคร ไดแก บทประพันธทั้งรอยแกวและรอยกรองที่เปนบทเพลง บทละคร
ดุริยางคศิลป เปนหัวใจสําคัญของนาฏศิลปและการละคร เพราะชวยสอดประสานกับลีลาทารํา และสื่อ
ความหมายใหผูชมเกิดอารมณคลอยตาม นอกจากนี้ จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปตยกรรมยังชวย
สงเสริมใหเกิดความสวยงาม และความสมจริงกับการแสดงนาฏศิลปและการละคร ในดานการออกแบบฉาก
เครื่องแตงกาย การแตงหนา การจัดฉาก และการประดิษฐอุปกรณประกอบการแสดง
20. ตอบ ขอ 2. เพราะจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต คือ เปลี่ยนจาก
การแสดงเพื่อความบันเทิงแกบุคคลทั่วไปมาเปนการแสดงใหนักทองเที่ยวชม ซึ่งมีจุดมุงหมายไปในเชิง
พาณิชยมากขึ้นกวาการแสดงเพื่อสรางความบันเทิงเริงรมย
21. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําคู เปนการแสดงที่มุงเนนความเปนเอกภาพในการประดิษฐทารํา การนําองคประกอบตางๆ
เชน ดนตรี จังหวะ บทรอง เครื่องแตงกาย เปนตน ทุกสวนตองสามารถเชื่อมโยงกันได แสดงใหเห็นถึง
ความกลมกลืน ไมควรมีความแตกตางในองคประกอบกันอยางมากมาย จนทําใหการประดิษฐทารําชุดนั้น
ขาดความเปนเอกภาพ
22. ตอบ ขอ 1. เพราะรําวงมาตรฐาน มีวิวัฒนาการมาจากการรําโทน ซึ่งเปนการละเลนพื้นบานของไทยในบางทองถิ่น
นิยมเลนกันในเทศกาลตางๆ เหตุที่เรียกวา “รําโทน” ก็เพราะใชโทนตีเปนจังหวะหลัก
23. ตอบ ขอ 2. เพราะเพลงงามแสงเดือน และเพลงคืนเดือนหงาย จะมีการใชนาฏยศัพทที่เหมือนกัน นั่นคือ
ทาสอดสรอยมาลา และทาสอดสรอยมาลาแปลง ซึ่งลักษณะของนาฏยศัพทที่ปรากฏ คือ วงบน นิ้วทั้ง 4
เรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ยกลําแขนขึ้นเปนวงโคงไปทางดานขางของลําตัว ปลายนิ้วมือ
จะอยูระดับศีรษะ(ผูชาย) ระดับหางคิ้ว(ผูหญิง) และจีบ นิ้วหัวแมมือจรดกับขอที่ 2 ของนิ้วชี้ สวนที่เหลือ
ใหกรีดออก หักขอมือเขาหาลําแขน ปลายนิ้วมือจะอยูระดับชายพก(สะดือ)
24. ตอบ ขอ 4. เพราะการรํากระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง เปนการรําที่ใชนักแสดง 2 คน จึงจัดเปน
การรําคู สวนการรําสีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว เปนการรําที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป
จึงจัดเปนการรําหมู การรําประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ จัดเปนการรําแบบผสมผสานกัน
ทั้ง 3 รูปแบบ และฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว
จึงจัดเปนการรําเดี่ยว
25. ตอบ ขอ 4. เพราะระบําตารีกีปส เปนการแสดงทารําที่ใชพัดเปนองคประกอบสําคัญ จัดเปนการแสดงชุดหนึ่งที่ไดรับ
ความนิยมเปนอยางมากในหมูชาวไทยมุสลิมภาคใต โดยเฉพาะในจังหวัดปตตานี บทเพลงที่ใชประกอบ
การแสดง คือ “เพลงตารีกีปส” ไมมีเนื้อรอง จะใชดนตรีบรรเลงลวนๆ มีทวงทํานองไพเราะสนุกสนาน
และเราใจ
26. ตอบ ขอ 4. เพราะจากขอความปรากฏทารําที่มีการเลียนแบบทาทางของสัตวทั้งหมด 4 ทา คือ
มาฟอนรําทําทากวางเดินดง(กวาง)
เหลาพวกหงสบิน(หงส) มาหามัจฉา(ปลา)
ภมรเคลา(ผึ้ง) พิสมัยรอยผกา
แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา
(32)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
27. ตอบ ขอ 1. เพราะทาพรหมสี่หนา เปนทารําที่มีลักษณะคลายกับทาบัวบาน(วงบัวบาน) เปนทารําที่นํามาใชในการตีบท
ในความหมายตางๆ เชน ความยิ่งใหญ รุงเรือง มโหฬาร การสวมใสศิราภรณ เปนตน
28. ตอบ ขอ 1. เพราะการเคลื่อนไหวรางกายนั้น เปนขั้นตอนเริ่มตนที่ทุกคนควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง จัดเปนการเตรียม
ความพรอมของรางกายทุกสวนใหอยูในสภาวะที่สมดุล เมื่อรางกายมีความพรอมแลวก็จะสามารถปฏิบัติ
ทารําไดอยางมีประสิทธิภาพ
29. ตอบ ขอ 3. เพราะการประดิษฐทารําโดยใชทาทางแทนคําพูด หรือภาษานาฏศิลปประกอบเพลง เปนการใชทาทาง
บงบอกความหมายตามเนื้อเพลง ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการนําหลักนาฏศิลปไทยมาใชในการประดิษฐทารํา
ใหมีความถูกตอง สวยงามตรงตามหลักนาฏศิลปไทย
30. ตอบ ขอ 2. เพราะจากทารํา “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง” เปนทารําที่ปรากฏอยูในการแสดงรําวงมาตรฐาน
เพลงดอกไมของชาติ ที่เรียกวา “ทารํายั่ว”
31. ตอบ ขอ 4. เพราะนักแสดง เปนผูที่มีความสามารถในดานการแสดงออกทางสีหนา อารมณ ความรูสึกตรงตามลักษณะ
ของตัวละครที่ถูกกําหนดไว
32. ตอบ ขอ 2. เพราะการแสดงดนตรีและนาฏศิลปมีความสัมพันธเกี่ยวเนื่องกันอยางขาดไมได ถาหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป
อาจทําใหการแสดงดูไมสมบูรณและไมนาสนใจ
33. ตอบ ขอ 3. เพราะบทละครที่ดีนั้น จะตองใหขอคิดกับผูชม ซึ่งผูชมจะสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได
34. ตอบ ขอ 3. เพราะลักษณะของบทกลอน จะเปนแบบบทเกี้ยวพาราสีที่เรียกวา “บทโอโลม” ซึ่งกลอนบทนี้ไดตัดตอน
มาจากบทละครเรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีโอโลมนางละเวง
35. ตอบ ขอ 4. เพราะบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง เปนบทประพันธที่มีคุณคา ใหคติสอนใจแกผูชม
ซึ่งบทละครจัดเปนหัวใจสําคัญของการแสดงละครทุกประเภทเพราะถาบทละครไมดีก็จะสงผลถึงการแสดงดวย
แมนักแสดงจะมีลีลาทารําที่สวยงาม ฉาก แสง สี เสียงมีความสมบูรณมากนอยเพียงใดนั้น แตบทละคร
ขาดความเปนเหตุเปนผล ผูชมก็จะไมประทับใจ
36. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบการละครของไทย จะเปนละครประเภทที่ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง มีการขับรอง
และเจรจาเปนกลอนบทละคร ซึ่งสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท คือ
1. ละครรํา แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรําแบบมาตรฐานดั้งเดิม มี 3 ประเภท คือ ละครชาตรี
ละครนอก และละครใน ละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม มี 3 ประเภท คือ ละครดึกดําบรรพ ละครพันทาง
และละครเสภา
2. ละครรอง แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรองลวนๆ และละครรองสลับพูด
3. ละครพูด แบงไดเปน 3 ประเภท คือ ละครพูดลวนๆ ละครพูดแบบรอยกรอง และละครพูดสลับรํา
4. ละครสังคีต
37. ตอบ ขอ 3. เพราะการเลือกการแสดงละครที่ดี จะตองเลือกบทละครใหสอดคลองกับงาน เชน งานมงคล ควรเลือก
การแสดงละครแบบสุขนาฏกรรม เชน อิเหนา ตอนไหวพระ เปนตน งานอวมงคล ควรเลือกการแสดงละคร
แบบโศกนาฏกรรม เชน โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ เปนตน
(33)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
38. ตอบ ขอ 1. เพราะบทละครที่ดี จะตองเปนบทละครที่มีคุณคาทางวรรณกรรม มีแนวคิดที่เปนคติสอนใจ สามารถนํามา
ปรับใชในชีวิตประจําวันได มีการจัดลําดับเหตุการณของเรื่องตั้งแตตนจนจบ ใชภาษางายๆ สื่อความหมาย
อยางตรงไปตรงมา
39. ตอบ ขอ 1. เพราะการแตงหนาตัวละคร ควรใหมีความหลากหลายในรูปแบบ โดยใชเทคนิคการแตงหนาสมัยใหม
ซึ่งลิปสติกสามารถนํามาใชแทนบรัชออน(ที่ทาแกม) ได ดวยวิธีการแตะที่เนื้อของลิปสติกสีที่ตองการ
นํามาแตะบริเวณโหนกแกมแลวเกลี่ยใหสีเสมอกัน จากนั้นจึงทาทับดวยแปงฝุน
40. ตอบ ขอ 2. เพราะการแตงหนาตัวละคร ชางแตงหนาจะตองมีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ
บทประพันธ หรือลักษณะของการแสดงนั้นๆ ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกตางกันออกไป
(34)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ เพราะดนตรีเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เสริมสรางความแข็งแกรงใหกับคนในชาติ การสรางสรรคงานดนตรี
จึงมีมาอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ความกาวหนาทางเทคโนโลยี และการปรับเปลี่ยนดนตรีใหเขากับยุคสมัย
ก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหงานดนตรีไดรับการยอมรับจากสังคมมาจนถึงปจจุบัน
2. แนวตอบ เกิดขึ้นตั้งแตมีการใชไฟฟาครั้งแรกในพ.ศ. 2427 พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาบุรฉัตรไชยากร กรมพระ-
กําแพงเพ็ชรอัครโยธิน ไดทรงริเริ่มการกระจายเสียงขาวสารของทางการ จากนั้น จึงไดมีการพัฒนาขึ้น
ตามลําดับ มีรายการบรรเลงดนตรีของวงตางๆ ทั้งวงดนตรีสากล วงดนตรีไทยสากล และวงดนตรีไทย
ออกอากาศตามรายการที่ไดมีการจัดขึ้น ตอมาจึงไดพัฒนามาสูการเผยแพรทางสถานีโทรทัศน เครือขาย
อินเทอรเน็ต จนกาวสูระบบจานดาวเทียมในปจจุบัน
3. แนวตอบ ดนตรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ(รัชกาลที่ 9) มีความเจริญรุงเรืองเปนอยางมาก เพราะพระองค
ทรงโปรดดนตรีทุกประเภท จนเปนที่ยกยองสรรเสริญจากชาวโลก ทั้งในประเทศและตางประเทศ นอกจากนี้
พระองคยังทรงพระราชนิพนธเพลงไวอีกมากมาย อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ก็ทรงโปรดปรานดนตรีไทยเปนอยางยิ่ง ทรงบรรเลงดนตรีไทย และทรงใฝพระราชหฤทัยอยางจริงจัง
จึงทําใหดนตรียังไดรับความนิยมอยูจนถึงปจจุบัน
4. แนวตอบ เห็นดวย เพราะการขับรองที่ดีนั้น ผูขับรองจําเปนตองมีทักษะพื้นฐานในการขับรองเพลง ซึ่งมีหลักในการ
ฝกปฏิบัติ ดังตอไปนี้
1. การออกเสียง ตองออกเสียงใหเต็มเสียงตามจังหวะและทํานองของเพลง ซึ่งจะตองมีความตอเนื่อง
สมํ่าเสมออยางไมขาดชวง
2. การหายใจเขา - ออก มีความสําคัญสําหรับการรองเพลง เพราะเกี่ยวของกับการหมุนเวียนของลม
ในรางกาย การหายใจเขา-ออก ใหสอดคลองกับการรองเพลง จึงมีสวนชวยทําใหสามารถรองเพลง
ไดดีขึ้น
3. การใสอารมณกับเพลง เพลงที่ขับรองมีหลายประเภท บางเพลงใหอารมณสนุกสนาน บางเพลงใหอารมณ
เศรา ผูขับรองจึงควรมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมายของจังหวะและทํานองเพลง เพื่อจะได
ใสอารมณและถายทอดความรูสึกใหเขากับเพลง ซึ่งจะทําใหรองเพลงไดดี
4. การเปลงเสียงถูกตองตามอักขรวิธี ตองออกเสียงพยัญชนะ วรรณยุกตใหชัดเจน โดยเฉพาะคําควบกลํ้า
5. ทาทางในการรองเพลง ควรสรางบรรยากาศรวมกับผูฟง ใหผูฟงไดมีอารมณรวมกับเพลงที่รอง
5. แนวตอบ การฝกขับรองทํานองที่ดีสามารถปฏิบัติได ดังตอไปนี้
ขั้นที่ 1 ฝกขับรองตามเสียงตนแบบ โดยฟงทํานองจากเสียงตนแบบทั้งบทซํ้ากันหลายๆ รอบ ฮัมทํานอง
ตามเสียงตนแบบทั้งบท ฟงทํานองตามเสียงตนแบบทีละวลี แลวฮัมตามหลายๆ รอบ เมื่อจบ
ทุกวลีแลวใหนํามาฮัมพรอมกันทั้งบท และขับรองโนตตามเสียงขับรองของครูผูสอนทีละวลี
หลายๆ รอบ เมื่อจบทุกวลีแลวใหนํามาขับรองโนตตอกันทั้งบท
ขั้นที่ 2 ฝกจําจนสามารถจําแนกทํานองได
ขั้นที่ 3 นําทักษะจากขั้นที่1 และขั้นที่2 มาขับรองทํานองดวยตนเอง คือ ฮัมทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง
จากนั้นขับรองโนตทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง
ตอนที่ 2
(35)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
6. แนวตอบ มีความแตกตางกัน เพราะกระบวนการสืบทอดในสมัยโบราณ เปนการถายทอดจากครูแบบตัวตอตัว
โดยวิธีการจํา ถาเปนสถาบันจะถายทอดกันในวัง บุคคลใดไดรับบทใหแสดงเปนตัวละครในเรื่องใดก็จะ
ฝกเฉพาะบทนั้นจนเชี่ยวชาญ สวนกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบัน มีการจัดตั้งสถาบันถายทอด
วิชานาฏศิลปและการละคร มีกระบวนการเรียนการสอนที่เปนแบบแผน มีการคนควาหาความรูดวยตนเอง
ฝกใหรูจักการสังเกต คิดวิเคราะห วิพากษ วิจารณ สรางจินตนาการจนเกิดความคิดสรางสรรคและนําไป
ใชประโยชนไดในชีวิตประจําวัน
7. แนวตอบ เหตุที่การรําโทนในสมัยกอนตองรํารอบๆ ครกตําขาว ก็เนื่องมาจากคนไทยสวนใหญมีอาชีพเกษตรกรรม
ทุกครอบครัวจะตองตําขาวไวกิน โดยพื้นที่สําหรับตั้งครกจะใชบริเวณหนาบานที่เปนลานกวาง ซึ่งนอกจาก
จะใชเปนพื้นที่ตําขาวแลว ยังเปนที่นวดขาวและทํากิจกรรมตางๆ ดวย ดังนั้น เมื่อมีการรําวงจึงใชที่ตั้งครก
เปนศูนยกลาง เพราะเปนพื้นที่กวาง จึงไมตองมีการปรับปรุงพื้นที่ใหเสียเวลา และไมเปนภาระของเจาของ
บานอีกดวย
8. แนวตอบ ภาษาทา เปนการนํากิริยาทาทางตางๆ ที่มีอยูตามธรรมชาติ เชน คําพูด กิริยา อาการ อารมณ ความรูสึก
เปนตน มาประดิษฐเปนทารําทางนาฏศิลปไทยที่มีความหมายแทนคําพูด นอกจากนี้ ยังเปนสิ่งสําคัญ
ที่ใชในการสื่อความหมายระหวางนักแสดงและผูชม เนื่องจากในการแสดงนาฏศิลปบางประเภท นักแสดง
ไมตองรอง หรือวาบทเอง ดังนั้น จึงมีการคิดประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณ ความรูสึก
ภายในขึ้น เพื่อใชในการแสดงนาฏศิลป เพราะจะทําใหผูชมเขาใจวานักแสดงตองการสื่อสารในเรื่องใด
หรือกําลังมีอารมณ ความรูสึกอยางไรในขณะนั้น
9. แนวตอบ เพราะการรําแมบทมีมาตั้งแตสมัยอยุธยา จึงถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงนาฏศิลป
ไทยที่มีหลักฐานปรากฏวามีการสืบทอดกันมาแตโบราณ แตในกระบวนการสืบทอดทางการปฏิบัตินั้น
ไมปรากฏผูสืบทอดกระบวนทารําที่ชัดเจน ซึ่งในพ.ศ.2498 กรมศิลปากรไดเรียนเชิญทานผูหญิงแผว
สนิทวงศเสนี บุคคลผูมีบทบาทในการประดิษฐกระบวนทารําสําหรับการแสดง โดยเฉพาะในการรําแมบท
ทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี ไดเรียบเรียง และประดิษฐกระบวนทารําประกอบบทขับรองไดอยางสอดคลอง
เหมาะสม กลมกลืน และยังคงรักษารูปแบบทารําแบบมาตรฐานที่สวยงามเอาไว
10. แนวตอบ การคัดเลือกนักแสดงที่มีความถูกตองเหมาะสมนั้น มีความสําคัญเทากับการที่ละครไดประสบความสําเร็จ
ไปแลวครึ่งหนึ่ง ในการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีขอควรคํานึง ดังตอไปนี้
1. ผูเลือก ซึ่งโดยมากเปนผูกํากับการแสดง ตองรูจักตัวละครในเรื่องนั้นเปนอยางดี
2. ผูเลือก ตองรูจักนักแสดงเปนอยางดี วาแตละคนมีความสามารถทางใดที่โดดเดน บุคลิกมีความเหมาะสม
กับละครชนิดใด เชน ลักษณะทาทางของตัวละครในเรื่องกับนักแสดงมีความเหมาะสมกันหรือไม
ลักษณะเสียงของนักแสดงมีความเหมาะสมกับบทบาท หรือตองการความสามารถพิเศษในการรองเพลง
หรือไม ลักษณะอารมณนักแสดงจะแสดงอารมณในละครไดดีเพียงใด ความประทับใจตอผูชมจะออกมา
ในลักษณะใด เปนตน ซึ่งทั้งหมดนี้ลวนเปนสิ่งสําคัญที่นักแสดงจะตองมีอยู เมื่อแสดงใหผูชมเห็นแลว
ก็จะเปนเครื่องวัดระดับนักแสดงไดวามีความสามารถเปนอยางไร ถาผูกํากับการแสดงไมรูจักนักแสดง
เปนอยางดี อาจเลือกบทบาทที่ไมเหมาะสมให ซึ่งนอกจากจะทําลายบทละครแลว ยังเทากับทําลาย
ชื่อเสียงของนักแสดงดวย
(36)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. ตอบ ขอ 3. เพราะในวิถีชีวิตปจจุบัน บุคคลไมอาจหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได ไมวาจะทําอะไร อยูที่ไหน
เมื่อไร เสียงดนตรีก็จะแวดลอมอยูเกือบทุกเวลา และทุกสถานที่ ดนตรีจะถูกสรางขึ้นมาใชเปนหลัก
ในการสนับสนุนการดําเนินชีวิตของมนุษยมาตั้งแตสมัยโบราณจนถึงปจจุบัน ดนตรีชวยจุดประกาย
แสงสวางใหแกเหตุการณสําคัญตางๆ ของชีวิตมนุษยทั้งในยามสุขและยามทุกข รังสรรคใหบุคคลไดถายทอด
อารมณที่ตึงเครียดเปนอารมณผอนคลาย และถาปราศจากเสียงดนตรีแลวศิลปะการแสดงตางๆ ก็จะ
ไมเกิดขึ้น
2. ตอบ ขอ 2. เพราะประโยชนของดนตรีไมไดมุงเนนไปในเรื่องของการสรางรายไดเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจาก
การสรางรายไดสามารถกระทําไดจากวิธีอื่น จึงไมอาจเจาะจงไดวารายไดจะเกิดขึ้นจากการเลนดนตรี
3. ตอบ ขอ 3. เพราะการฟงดวยความซาบซึ้งนั้น จะทําใหสามารถประเมินคุณภาพผลงานดนตรีได เนื่องจากสามารถเขาใจ
ในความถูกตองของการบรรเลงและการขับรอง ความแมนยําในการอานความหมาย และสัญลักษณ
และการควบคุมคุณภาพเสียงในการขับรองและการบรรเลง ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนพื้นฐานของการประเมินคุณภาพ
ผลงานดนตรีทั้งสิ้น
4. ตอบ ขอ 4. เพราะดนตรีไทยจัดเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ทุกคนตองรวมมือ รวมใจกันในการสืบสาน และอนุรักษ
ดนตรีไทยใหคงอยูสืบตอไป จึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียนมีการสอนวิชาดนตรี เพื่อเปนการปลูกฝงใหเกิด
ความรัก และความภาคภูมิใจในมรดกอันลํ้าคาทางวัฒนธรรมของชาติ
5. ตอบ ขอ 3. เพราะการที่เลือกเลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันในการฝกซอมทุกวันนั้น ยอมแสดงใหเห็นถึงคุณคา
ของดนตรีและไมละเลยในการฝกซอม เพื่อใหเกิดความชํานาญ จนสามารถบรรเลงไดอยางไพเราะ
6. ตอบ ขอ 3. เพราะในการจัดแสดงดนตรีประกอบการแสดง ตําแหนงของเครื่องดนตรีควรวางอยูบริเวณใกลๆ กับพื้นที่
การแสดง และควรเปนสถานที่ที่ผูบรรเลง หรือผูขับรองสามารถมองเห็นทาทางและไดยินเสียงของนักแสดง
อยางชัดเจน เพื่อที่จะสามารถบรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางถูกตองเหมาะสม
7. ตอบ ขอ 2. เพราะการจัดการแสดงดนตรีไทยในวาระตางๆ จะมีรูปแบบการจัดการที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น
การทราบถึงจุดประสงคของการแสดงจะทําใหผูจัดการแสดงสามารถจัดการแสดงออกมาไดอยางถูกตอง
เหมาะสม ตรงตามจุดประสงคที่วางไว ทั้งในเรื่องของการเลือกวงดนตรี การเลือกบทเพลง และการจัดเตรียม
สถานที่
8. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นถึงการประชาสัมพันธการแสดงดนตรี ซึ่งจะตองประชาสัมพันธผานสื่อตางๆ
ไปยังผูชมอยางมีประสิทธิภาพ โดยกระทําแตเนิ่นๆ และใหขอมูลขาวสารอยางละเอียดถูกตองครบทุกสวน
ปลีกยอย เชน บอกลักษณะการแสดง บอกชื่อคณะแสดง สถานที่ วัน เวลา ราคาบัตรเขาชม เปนตน
ตอนที่ 1
ชุดที่ 3เฉลยแบบทดสอบ
(37)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
9. ตอบ ขอ 4. เพราะจะไดบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน หรือพิธีกรรมตางๆ ที่จัดขึ้น ถากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้น
มีความเกี่ยวของกับเทพเจา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะนิยมนําเพลงหนาพาทยมาบรรเลงตามความเหมาะสม
ของงานนั้นๆ เชน เพลงสาธุการ เปนเพลงหนาพาทยชั้นสูง ใชสําหรับพิธีมงคลตางๆ เปนเพลงแรกในการ
บรรเลงโหมโรง ซึ่งถือวาเปนเพลงศักดิ์สิทธิ์นําความมงคลมาสูทั้งผูฟง ผูบรรเลง นักแสดง และสถานที่
เพลงตระนารายณบรรทมสินธิ์ุ บรรเลงเพื่ออัญเชิญพระนารายณมารวมประชุมในมณฑลพิธี เพราะเชื่อวา
พระนารายณสามารถปราบมารตางๆ หรือชวยขจัดอันตรายและอุปสรรค เพลงโคมเวียน บรรเลงเพื่ออัญเชิญ
เทพเทวดา นางฟาทุกพระองคมาชุมนุมในมณฑลพิธี เปนตน
10. ตอบ ขอ 2. เพราะวงดนตรีที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงโขน คือ วงปพาทยไมแข็ง ที่ไดรับความนิยมมากที่สุด
ในกลุมวงปพาทย ดนตรีที่ประกอบอยูในวงดนตรีประเภทนี้ทุกเครื่องจะมีเสียงดัง เนื่องจากบรรเลงดวยไมตี
ชนิดแข็ง อรรถรสที่ไดจากการฟงดนตรีชนิดนี้จึงมีทั้งความหนักแนน สงาผาเผย คลองแคลว และสนุกสนาน
ครึกครื้น สวนเพลงที่ใชในการดําเนินเรื่อง จะมีทั้งเพลงรองตามแบบละครในและยังมีการดําเนินทํานอง
ในแบบที่เรียกวา “พากยและเจรจา” การแสดงโขนจะใชเพลงหนาพาทยประกอบการแสดงกิริยาตางๆ
ของตัวละคร
11. ตอบ ขอ 3. เพราะการจัดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียงที่ถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดก็เพื่อ
ตองการใหสามารถมองเห็นถึงความสมดุลของเสียงในการขับรอง คือ เสียงตํ่า จะเปนเสียงที่ดังที่สุด
และ เสียงสูง จะเปนเสียงที่เบาที่สุด
12. ตอบ ขอ 1. เพราะคุณสมบัติของนักรองประสานเสียงที่ดี จะมีดังตอไปนี้
1. เปนผูที่ผานการฝกขับรองเดี่ยวและขับรองหมูมาแลวอยางชํานาญ
2. เปนผูมีสมาธิ สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได
3. เปนผูที่สามารถอานออกเสียงตัวโนตไดอยางเที่ยงตรง
4. เปนผูที่มีชวงเสียง หรือรีจิสเตอร (Register) เสียงอยูในระดับที่กําหนด
13. ตอบ ขอ 2. เพราะถาไวโอลินมีนํ้าหนักมากเกินไป เวลาเลนอาจทํารูสึกเลนไมถนัดมือ และเกิดความเมื่อยลา
เมื่อตองถือนานๆ ไมสวนเกินบนไมแผนหนาและหลังไวโอลิน จะทําใหเกิดเสียงที่ไมสดใส สวนไวโอลินที่มี
นํ้าหนักเบาเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากแผนไมที่ขุดจนบาง จะใหนํ้าเสียงกลวง การถายทอดเสียงไมดี และเสียง
ที่ไดไมมีความหลากหลาย ลําตัวของไวโอลินจะไมเเข็งแรง และเสียรูปทรงไดงาย
14. ตอบ ขอ 4. เพราะจุดประสงคหลักของการจัดการแสดงดนตรีในโรงเรียนก็คือ ตองการใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุน
ความคิดสรางสรรคของนักเรียน และชวยใหนักเรียนสามารถแสดงออกในความสามารถทางดานดนตรี
ไดอยางเต็มที่
15. ตอบ ขอ 4. เพราะการที่มนุษยจะสามารถรับรูความงามของดนตรีและเขาถึงความไพเราะของบทเพลงไดนั้น อารมณ
และจิตใจถือวาเปนสิ่งที่สําคัญอยางมาก ซึ่งบุคคลแตละบุคคลจะมีการรับรูเรื่องความงามของดนตรีที่
แตกตางกันออกไป
(38)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
16. ตอบ ขอ 1. เพราะคําวา “แบบตัวตอตัว” เปนคําที่ปรากฏขึ้นอยูในกระบวนการสืบทอดการแสดงนาฏศิลปและการละคร
ในสมัยโบราณ กลาวคือ ในสมัยโบราณครูผูสอนนาฏศิลปและการละครจะถายทอดความรูจากตัวครูผูสอนไปสู
ลูกศิษยโดยตรง ทั้งนี้ ลูกศิษยจะตองเขาปฏิบัติรับใชครูที่บาน จนครูเห็นวาศิษยมีความกตัญู มีความศรัทธา
แนวแนที่จะรับการถายทอดวิชาความรู ครูก็จะสอนและมอบวิชาความรูให แตบางคนตองการอาศัยการเรียนรู
ดวยตนเองจากการสังเกต อยางที่เรียกวา “ครูพักลักจํา” เปนหลักสําคัญ เนื่องจากไมมีเงินทอง หรือไมมี
เวลามาปฏิบัติรับใชครูผูสอน
17. ตอบ ขอ 1. เพราะการที่นักแสดงตองทําการขอขมาผูอาวุโสหลังจากจบการแสดงนั้น เพราะเนื่องจากเกรงวาในระหวาง
ที่ทําการแสดงอาจมีการลวงเกินพลั้งพลาดไปบาง จึงตองแสดงความขอโทษ ในการปฏิบัติเชนนี้สะทอน
ใหเห็นวา สังคมไทยมีการใหเกียรติและเคารพผูอาวุโสเสมอ
18. ตอบ ขอ 1. เพราะการปรับปรุงและฟนฟูการแสดงนาฏศิลป จัดเปนกิจกรรมอยางหนึ่งที่สามารถชวยในการอนุรักษ
และสงเสริมเอกลักษณของชาติ โดยนํามาพัฒนาใหมีรูปแบบที่ทันตอยุคสมัยใหมากขึ้น เพื่อเปนการกระตุน
ใหผูชมเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น
19. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําบทเปนการสื่อความหมาย หรือสื่อสารใหเขาใจรวมกัน โดยใชกิริยาทาทางการรายรําทาง
นาฏศิลปเปนการแสดงทารําแทนคําพูด รวมทั้งการแสดงอารมณดวย การรําบทเปนการใชภาษาที่พัฒนา
มาจากทาทางโดยตรงจากธรรมชาติ
20. ตอบ ขอ 4. เพราะรองเง็ง เปนการเตนรําพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมในภาคใต รองเง็งเปนการเตนรําที่มีความสวยงาม
ทั้งลีลาการเคลื่อนไหวของเทา มือ ลําตัว และการแตงกายของนักแสดงชาย-หญิง กลาวกันวาการเตนรองเง็ง
ในสมัยโบราณเปนที่นิยมในบานขุนนาง หรือเจาเมือง มีไวเพื่อไวใชตอนรับแขกเหรื่อในงานรื่นเริง หรืองาน
พิธีสําคัญตางๆ เปนประจํา แตในปจจุบันนิยมแสดงในงานรื่นเริง หรือในงานแตงงานของชาวไทยมุสลิม
21. ตอบ ขอ 3. เพราะในการรําหมู จะมุงในเรื่องความงามของทารํา และความพรอมเพรียงของนักแสดงเปนสําคัญ
22. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงนาฏศิลปเปนการอนุรักษจารีตของการแสดงนาฏศิลป ทําใหผูศึกษาไดรับความรูเกี่ยวกับ
การแสดงนาฏศิลปประเภทตางๆ และยังเปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน แตนาฏศิลปไทยไมไดสอนให
ผูศึกษาแบงชนชั้นวรรณะ หรือนําความสามารถที่มีไปประชันขันแขงกัน
23. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงระบําประเภทตางๆ จะมีลักษณะและรูปแบบการแสดงที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น
หากตองการวิจารณในเรื่องกระบวนทารําของนักแสดง ผูวิจารณจะตองทราบวานักแสดงเปนตัวละคร
ในเรื่องใด มีการตีบทตามเนื้อรองและทํานองเพลงถูกตองหรือไม มีกระบวนทารําที่ออนชอย งดงาม
ถูกตองตามแบบแผนของนาฏศิลปไทยหรือไม อยางไร
24. ตอบ ขอ 4. เพราะหลักการวิจารณการแสดงนาฏศิลป ผูวิจารณนาฏศิลปจะตองมีความรูในเรื่องขององคประกอบ
ทางดานนาฏศิลป ทั้งทางดานนักแสดง บทรองและทํานองเพลง การประดิษฐทารําและองคประกอบอื่นๆ
ในการแสดงดานอื่นๆ ดวย
(39)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
25. ตอบ ขอ 4. เพราะการวิเคราะห วิจารณการแสดงนาฏศิลปไทย ผูวิจารณจะตองศึกษาใหเขาใจหลักการวิจารณของ
การแสดงแตละประเภท ไมวาจะเปนนาฏศิลป หรือการละคร เพื่อใชตัดสินคุณภาพของการแสดงวามี
มาตรฐานระดับใด สมควรแกการยกยองหรือไม
26. ตอบ ขอ 1. เพราะวรรณกรรมเปนบทละครที่แสดงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนตัวกําหนดใหนักแสดงรายรํา หรือแสดง
ทาทางตามบทละครนั้น
27. ตอบ ขอ 1. เพราะการแสดงโขนเปนการรวมศิลปะหลากหลายแขนง โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขาจิตรกรรมเปนศิลปะ
แขนงหนึ่งที่ถูกนํามาใช ทั้งในดานการออกแบบเครื่องแตงกาย การออกแบบฉากและอุปกรณประกอบฉาก
ดานการแตงหนา ทําผม ซึ่งสิ่งตางๆ เหลานี้ลวนตองใชความรู ความสามารถดานจิตรกรรมทั้งสิ้น
28. ตอบ ขอ 2. เพราะสิ่งที่ควรคํานึงถึง คือ ทาทางที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย หลีกเลี่ยงการใชทาซํ้า การประดิษฐ
ทารําตองตรงตามความหมายของบทรอง สอดคลองกับลักษณะการรํา เชน รําเดี่ยว รําคู รําหมู เปนตน
29. ตอบ ขอ 1. เพราะมีความสําคัญอันเนื่องมาจากจังหวะและทํานองเพลงแตละเพลง จะมีความเชื่องชา หรือรวดเร็ว
มีลักษณะออนหวาน เศรา คึกคัก สนุกสนานแตกตางกัน ดังนั้น ทารําที่คิดประดิษฐขึ้นจึงตองมีความสัมพันธ
กลมกลืน สอดคลอง ลงตัวกับจังหวะและทํานองเพลงที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงดวย
30. ตอบ ขอ 4. เพราะละครจัดเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นจากการนําภาพประสบการณ และจิตนาการของมนุษยมาผูกเปน
เรื่องราว แลวนําเสนอแกผูชม โดยมีนักแสดงเปนผูสื่อความหมาย
31. ตอบ ขอ 1. เพราะผูวิจารณที่ดีจะตองเปนผูที่มีความคิดกวางไกล มีความรู และมีใจรักในสิ่งที่วิจารณ มีเหตุผล
สามารถนํามาใชประกอบความคิดได สามารถเเสดงความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ โดยใชถอยคําสุภาพ
กะทัดรัด ชัดเจน พรอมทั้งยกตัวอยางประกอบการอธิบายได การวิจารณอยางสรางสรรค ไมควรนํา
เรื่องสวนตัวมาวิจารณ และตองมีมารยาทในการพูด
32. ตอบ ขอ 2. เพราะเครื่องแตงกายในการแสดงละครรํา จะมีความแตกตางจากการแสดงละครทั่วๆ ไป เชน ละครรํา
(ละครใน) เครื่องแตงกายแตละตัวละครจะออกแบบมาอยางพิถีพิถันตามเครื่องทรงของพระมหากษัตริย
ที่เรียกวา“ยืนเครื่อง” ทั้งตัวพระและตัวนาง ละครทั่วไป(ละครพูด) เครื่องแตงกายจะออกแบบมาตรงตาม
สมัยนิยม ตามเนื้อเรื่อง ถูกตองเหมาะสมตามบทบาทและบุคลิกของตัวละคร และยุคสมัยที่บงบอกไว
ในบทละคร โดยคํานึงถึงสภาพความเปนจริงของตัวละครเปนหลัก เปนตน
33. ตอบ ขอ 2. เพราะเสียงดนตรีจะมีสวนชวยในการสรางบรรยากาศในการแสดงใหมีความสมจริงมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้
สามารถทําใหผูชมเกิดความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดงไดอีกดวย
34. ตอบ ขอ 4. เพราะการพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดการชมการแสดงนั้น จัดเปนมารยาทที่ไมควรพึงกระทํา
ในระหวางชมการแสดง เนื่องจากเปนการกอใหเกิดความนารําคาญแกผูชมทานอื่นๆ ที่นั่งอยูบริเวณ
ใกลเคียงได ดังนั้น ผูชมควรพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว
สําหรับมารยาทที่ดีที่ผูชมพึงปฏิบัติ เชน ควรไปกอนเวลาเริ่มการแสดงประมาณ 10-15 นาที ปดเครื่องมือ
สื่อสารขณะชมการแสดง ไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น ขณะชมการแสดงควรใหความสนใจกับการแสดง
และหลังจากจบการแสดงควรปรบมือใหเกียรติกับนักแสดง เปนตน
(40)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
35. ตอบ ขอ 2. เพราะการแตงกายในการเขาไปชมละครที่โรงละครแหงชาตินั้น ผูชมควรแตงกายใหสุภาพตามแบบ
สากลนิยม ไมควรสวมรองเทาแตะ นุงกางเกงยีนส ซึ่งถือวาเปนการแตงกายที่ไมสุภาพ
36. ตอบ ขอ 3. เพราะหลังจากชมการแสดงเสร็จและเดินออกมาจากโรงละคร ผูชมควรทิ้งระยะหางพอสมควรในการ
ที่จะวิพากษ วิจารณการแสดง ควรหาสถานที่ที่เหมาะสมนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวางกัน
จึงจะมีความเหมาะสมมากกวา
37. ตอบ ขอ 1. เพราะเสียงของเครื่องมือสื่อสารจะดังรบกวนผูชมทานอื่นๆ ดังนั้น ในกรณีที่มีเสียงของเครื่องมือสื่อสาร
ดังขึ้น ควรกดปดเครื่องมือสื่อสารในทันที จากนั้นปดเครื่อง หรือตั้งระบบสั่น และติดตอกลับไปยังปลายสาย
ที่โทรมาหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว
38. ตอบ ขอ 4. เพราะการพัฒนาฉาก เวที และการนําเทคนิคสมัยใหมเขามาประยุกตใชในการแสดงนั้น จะทําใหการแสดง
เกิดความนาสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสิ่งเหลานี้สามารถชวยทําใหบรรยากาศในการแสดงละครดูสมจริง
ผูชมเกิดความประทับในการแสดงมากยิ่งขึ้น
39. ตอบ ขอ 4. เพราะหนาที่หลักสําคัญของฉากก็คือเปนที่สําหรับการแสดง ซึ่งฉากจะถูกออกแบบมาเพื่อใหเกิดความ
สอดคลองกับเนื้อเรื่องที่จะแสดง บอกใหทราบถึงสถานที่ในละคร ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่แนนอน เชน
กลางวันกลางคืนยุคสมัยฤดูกาลเปนตน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงใหเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดานกาลเวลา
ในฉากตางๆ ทําใหมองเห็นสภาพแวดลอมของตัวละครไดอยางชัดเจนอีกดวย
40. ตอบ ขอ 4. เพราะการประเมินผลการแสดง จะทําใหผูจัดการแสดงสามารถนําคําติชม คําวิพากษ วิจารณการแสดง
ที่ไดรับมาพัฒนา ปรับปรุงรูปแบบการแสดงใหมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น
(41)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
1. แนวตอบ ดนตรีสามารถชวยสรางความสนุกสนาน ความเพลิดเพลิน ผอนคลายอารมณ นอกจากนี้ ยังชวยทําให
จิตใจสงบ และมีสมาธิในการทํากิจกรรมตางๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพอีกดวย
2. แนวตอบ ได แตทั้งนี้จําเปนจะตองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการแสดงดนตรี อันเนื่องมาจากเปนกระบวนการ
ที่มีความซับซอน และตองใชความรอบคอบในการบริหารจัดการ รวมถึงตองมีเวลาในการฝกซอมการแสดง
อยางเพียงพอ
3. แนวตอบ การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่จําเปนสําหรับการบรรเลงดนตรีและการแสดงดนตรี เนื่องจากการแสดงดนตรี
แตละประเภทจะเลือกใชสถานที่ในการจัดการแสดงที่มีความแตกตางกันออกไป เชน หากเปนการแสดง
ดนตรีไทยในพิธี หรือพระราชพิธีที่เกี่ยวของกับพระสงฆ สถานที่จัดการแสดงควรอยูใกลบริเวณประกอบพิธี
และควรอยูในตําแหนงที่ผูบรรเลงสามารถมองเห็นขั้นตอนการทําพิธีไดอยางชัดเจน เปนตน
4. แนวตอบ การประพันธเพลง ทํานองเพลงควรเลือกใชบันไดเสียงใหเหมาะสม เชน หากตองการประพันธเพลง
ที่ใหอารมณสนุกสนาน ราเริง ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงเมเจอร(Major) มาประพันธ ถาตองการ
ประพันธเพลงที่ใหอารมณที่เศราโศก เหงา เดียวดาย ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงไมเนอร(Minor)
มาประพันธ เปนตน
5. แนวตอบ หลักการจัดแสดงดนตรีเปนกระบวนการที่มีความซับซอน และจะตองมีความรอบคอบในการบริหารจัดการ
เพราะตองใชบุคลากรฝายตางๆ เปนจํานวนมาก และตองใชระยะเวลาในการฝกซอมกระบวนการจัด
และฝกซอมการแสดงใหมีความเหมาะสม เพื่อใหการแสดงนั้นสามารถสรางความประทับใจใหแกผูชม
ไดอยางสมบูรณแบบ
6. แนวตอบ ดวยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผูคนตองแขงขันกันทํามาหากิน เวลาที่จะมาเสพสุขความงามดาน
การแสดงก็มีจํานวนลดนอยลงตามมาดวย ดังนั้น จึงสงผลทําใหการแสดงจําเปนตองรวบรัด หรือทําให
กระชับมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเรื่องที่นํามาแสดงก็ตองปรับเปลี่ยนใหเขากับยุคสมัย และมีการนําเทคโนโลยี
สมัยใหมเขามาชวย เพื่อใหการแสดงมีความประณีตและมีความสมจริงมากขึ้น อยางไรก็ตาม ถึงแมจะมีความ
จําเปนที่จะตองปรับเปลี่ยนการแสดงใหมีความเหมาะสม สอดคลองกับสภาพสังคม หรือตรงกับความตองการ
ของผูชม ก็จําเปนที่นักแสดง หรือผูสรางสรรคจะตองรักษารูปแบบของเดิมในสวนที่เปนแกนเอาไว ไมใช
จะเปลี่ยนไปตามใจชอบ เพราะจะทําใหไมตรงตามแบบแผนเดิมที่บรรพบุรุษไดริเริ่มสรางสรรคไว ทั้งนี้
การสืบสานนาฏศิลปและการละครที่ผานมามีองคกรที่เปนสถาบัน รวมทั้งบุคคลที่ไดรับการยกยองใหเปน
“ปรมาจารยของนาฏศิลปและการละคร” ทําหนาที่ในการสืบสาน และถายทอดความรูตางๆ ทางนาฏศิลป
และการละครใหแกเยาวชนรุนใหมรับชวงตอไป
ตอนที่ 2
(42)
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
7. แนวตอบ ควรคํานึงถึง เพราะจะทําใหการแสดงมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติ ดังตอไปนี้
1. การแปรแถว ตองมีรูปแบบการแปรแถวที่หลากหลาย
2. ทารําตองสัมพันธกับเพลง ควรฟงเพลงกอนแลวจึงคิดทารําใหเหมาะสมกับเพลง
3. ทารําเปนหมูคณะ และใชนักแสดงเปนจํานวนมาก ตองคํานึงถึงความพรอมเพรียงเปนหลัก
4. ทารําที่มีบทรอง ควรยึดความหมายของบทเพลงเปนหลักในการประดิษฐทารําที่ถูกตอง การรําที่มีแต
ทํานองเพลง ใหยึดทวงทํานองของเพลงที่บรรเลง เชน อารมณเพลงที่แสดงถึงความรัก ความโกรธ
ความตื่นเตน ความสนุกสนาน เปนตน
5. ทารํานาฏศิลปพื้นเมือง ตองยึดหลักลีลาทารําที่แสดงเอกลักษณเฉพาะทองถิ่นทั้ง 4 ภาค
6. ทารําตองสอดคลองกับรสนิยม การประดิษฐทารําควรประดิษฐทารําใหตรงกับรสนิยมของสังคม
ในยุคสมัยนั้นๆ
8. แนวตอบ ประโยชนที่จะไดรับจากการวิจารณผลงานนาฏศิลป มีดังตอไปนี้
1. ฝกใหผูสรางผลงานนาฏศิลปยอมรับฟงคําติชม วิพากษ วิจารณ เปนการวิเคราะหประเมินผลงาน
เปนการเสนอแนะแนวทางในการแกไข ปรับปรุง พัฒนาผลงานนาฏศิลปใหมีคุณคา สอดคลองตรงตาม
เปาหมายที่กําหนดไว
2. สงเสริมใหผูสรางสรรคผลงานรูจักติดตามความเคลื่อนไหวทางการแสดงในแวดวงเดียวกัน เพื่อจะได
มีความรู ความเขาใจที่ชัดเจน แลวนําความรูนั้นมาพัฒนางานของตนเองใหมีความแปลกใหม นาสนใจ
มากยิ่งขึ้น
9. แนวตอบ ในการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดง ผูออกแบบจะตองคํานึงดวยวาฉากและอุปกรณตางๆ นั้น
จะตองไมเขาไปลดความสําคัญของนักแสดงลง เชน ถาฉากที่มีขนาดใหญเกินไป จะทําใหตัวละครดูเล็กลง
ถาฉาก หรืออุปกรณมีความอลังการมากจนเกินไป ก็จะเบี่ยงเบนความสนใจของผูชมไปจากตัวละคร ทําให
ตัวละครดูดอยลง เปนตน
10. แนวตอบ นอกจากนักแสดงจะตองมีลีลาทารําที่ถูกตอง งดงามแลว องคประกอบอื่นๆ ก็มีสวนสําคัญที่จะทําใหการแสดง
ประสบความสําเร็จ ดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองรูจักเทคนิคขั้นพื้นฐานตางๆ ที่จะนําไปใชในการแสดงละคร
ใหประสบความสําเร็จได เทคนิคพื้นฐานในการจัดการแสดงละคร จะประกอบไปดวยการสรางความเชื่อ
ใหแกผูชมละครตามบทบาทที่แสดง และจะตองแสดงใหมีความสมจริง ซึ่งละครจะประสบความสําเร็จ
สรางความประทับใจใหกับผูชมไดมากนอยเพียงใดนั้น ยังขึ้นอยูกับการประพันธบทละคร ซึ่งผูเขียนบทละคร
จะตองใชความคิดสรางสรรค สอดแทรกจินตนาการเขาไปในบทละครอีกดวย ถึงแมละครจะเปนสิ่งที่สราง
ความบันเทิง ความเพลิดเพลินใจใหแกผูชม แตในการที่จะสรางตัวละครใหสําเร็จขึ้นมาไดสักเรื่องนั้น จะตอง
ใชเทคนิคและวิธีการตางๆ มากมาย ซึ่งความรู และทักษะจากการละครที่เราไดศึกษามานั้น เรายังสามารถ
นําไปประยุกตใชในการดําเนินชีวิตจริงไดอีกดวย
(43)

แบบทดสอบ ดนตรี นาฏศิลป์ ม.3

  • 1.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัดขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 1 ศ 2.1 1 2, 5 A ความรู ความจํา 31, 36 2 2 9-10 B ความเขาใจ 4, 10, 13-14, 20-21, 34, 38 8 3 15 C การนําไปใช 2, 9, 25, 32, 35 5 4 8 D การวิเคราะห 1, 3, 5-8, 11-12, 15-16, 18, 22-24, 26-30, 33, 37, 39-40 23 5 7, 11 6 1, 4 E การสังเคราะห 19 1 7 12 F การประเมินคา 17 1 ศ 2.2 1 6, 13-14 2 3 ศ 3.1 1 31 2 26-27, 30, 33 3 21, 23-25 4 22, 28, 34 5 18, 20, 37, 39 6 32, 35, 38 7 36 ศ 3.2 1 29 2 17, 19 3 16, 40 แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้ แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ ตามระดับพฤติกรรมการคิด ที่ระบุไวในตัวชี้วัด วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3 (1)
  • 2.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัดขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 2 ศ 2.1 1 1 A ความรูความจํา 31 1 2 7 B ความเขาใจ 4, 6-8, 10, 13, 25, 29, 36, 38 10 3 14 C การนําไปใช 26, 28, 30, 33, 39 5 4 10, 13 D การวิเคราะห 1-3, 5, 12, 14-15, 17-24, 32, 34-35, 37, 40 20 5 3, 15 6 2, 6, 7 E การสังเคราะห 9, 11 2 7 8, 11-12 F การประเมินคา 16, 27 1 ศ 2.2 1 9 2 4-5 ศ 3.1 1 31, 33-34, 38 2 23, 30 3 21, 22, 24-25 4 26-29 5 17, 19-20 6 18, 37 7 32 ศ 3.2 1 39-40 2 35-36 3 16 3 ศ 2.1 1 2 A ความรูความจํา 30 1 2 6, 11 B ความเขาใจ 2, 15-16, 19, 21-23, 28, 31, 33, 38-39 12 3 5 C การนําไปใช 34-37 4 4 12-14 D การวิเคราะห 1, 3-4, 7-10, 12, 14, 17-18, 20, 24-27, 29, 32, 40 19 5 10, 15 6 4 E การสังเคราะห 6, 11, 13 3 7 7-9 F การประเมินคา 5 1 ศ 2.2 1 1 2 3 ศ 3.1 1 29, 30, 34 2 16 3 20-21 4 19 5 17, 22-25, 27 6 33 7 31-32, 35 ศ 3.2 1 39 2 26, 28, 36-38, 40 3 18 (2)
  • 3.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1.แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 1 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F 1. ขอใดแสดงถึงการเผยแพรทางดนตรีไปสูนานาชาติ ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอ 1. การนําเพลงตางประเทศมาบรรเลงดวยวงดนตรีไทย 2. การนําเพลงไทยไปบรรเลงดวยวงดนตรีตางๆ 3. การขับรองเพลงไทยโดยใชภาษาอังกฤษ 4. การขับรองและบรรเลงเพลงภาษา 2. “เสียงกลองซองกลบกังสดาล พวกทหารพลโหโกลา” จากคําประพันธกลองที่นิยมนํามาบรรเลงเพื่อความ เปนสิริมงคลคือขอใด 1. กลองสะบัดชัย 2. กลองตะโพน 3. กลองยาว 4. กลองทัด 3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี ในงานดนตรี 1. การประดิษฐเครื่องดนตรี 2. การประดิษฐเครื่องบันทึกเสียง 3. การนําวงดนตรีไปบรรเลงในงานศพ 4. การขับรองเพลงไทยโดยบรรเลงดวยวงดนตรีสากล 1.1. ข ที่เกิดขึ้นไดงายและนาจะพบไดเสมอD 2. พวกทหารพลโหโกลา” 2. พวกทหารพลโหโกลา”พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา”C พวกทหารพลโหโกลา” 3. ในงานดนตรี 3. สิ่งใดที่แสดงใหเห็นถึงความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยี ในงานดนตรีในงานดนตรีD ในงานดนตรี 4. ปจจัยในขอใดที่ไมมีสวนเกี่ยวของกับงานดนตรี ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 1. ปจจัยดานเทคโนโลยีที่ทันสมัย 2. ปจจัยดานการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม 3. ปจจัยดานการสืบทอดผลงานทางดนตรีของบรมครู 4. ปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจ ของประเทศ 5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี ไดถูกตองที่สุด 1. ตองมีความเขาใจในเรื่องธาตุ 2. ชื่นชอบเพลงที่คนนิยมมากๆ 3. วาดมโนภาพตามเสียงเพลงที่ฟง 4. ฟงเพลงไปเรื่อยๆ ไมตองจริงจัง 6. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับขอความบนหลักศิลาจารึก ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ เสียงเลื้อน เสียงขับ ใครจักมักเลน เลน ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน” 1. คนไทยรองเพลงและเลนดนตรีมาตั้งแตสมัยสุโขทัย 2. นําวงแตรสังขเขามาใชบรรเลงเพลงในพระราชพิธีตางๆ 3. มีการบรรเลงเพลงดวยเครื่องดนตรีประเภทดีด สี ตี และเปา 4. เกิดวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอม ถวายแดพระมหากษัตริย 4. ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 4. ปจจัยในขอใดที่ ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมที่จะไดรับการยอมรับจากสังคมB ที่จะไดรับการยอมรับจากสังคม 5. ไดถูกตองที่สุด 5. ขอใดอธิบายเทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด 6. ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ 6. ขอใดกลาว ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณD ที่วา “ดบงคมกลอง ดวยเสียงพาทย เสียงพิณ (3)
  • 4.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกัน 1. อาศัยอยูคนละดินแดน 2.มีความเชื่อทางดนตรีที่หลากหลาย 3. รูปแบบทางวัฒนธรรมมีเอกลักษณเฉพาะตน 4. ไดรับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบานที่อยูใกลเคียง 8. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับบทเพลงพระราชนิพนธ ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 1. เพลงพระราชนิพนธอันดับที่ 1 คือ เพลงใกลรุง (Near Dawn) 2. พระองคทรงพระราชนิพนธบทเพลงตั้งแต เปนสมเด็จพระอนุชาธิราช 3. เพลงสุดทายที่พระองคทรงพระราชนิพนธออกมา คือ เพลงเมนูไข 4. เพลงพระราชนิพนธสายฝน เปนเพลงที่มีลีลานุมนวล ออนหวาน 9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก จะเลือกบุคคลในขอใด 1. สุดา มีอัธยาศัยดีและความจําดีเลิศ 2. อรชร มีความมั่นใจและมีความสามารถสูง 3. วิภา มีการศึกษาดีและมีคนคอยชวยสนับสนุน 4. กานดา มีรูปรางหนาตาดี ฐานะรํ่ารวย เปนที่รูจัก ในวงสังคม 10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย 1. การกระทบเสียง 2. การโหนเสียง 3. การครั่น 4. การควง 11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet) มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 1. แตกตางกัน เพราะบทเพลงมีอัตราจังหวะชา-เร็ว ตางกัน 2. แตกตางกัน เพราะไดนํามาใชในพิธีกรรม ที่ไมเหมือนกัน 3. ไมแตกตางกัน เพราะจัดเปนประเภทของเพลงสวด ในศาสนาคริสตเหมือนกัน 4. ไมแตกตางกัน เพราะผูขับรองจะขับรอง แบบประสานเสียง 4 แนว เหมือนกัน 7. แตกตางกัน 7. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน 8. ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 8. ขอใดกลาว ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯD ในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ 9. นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก 9. ชุมนุมดนตรีจะมีการประกวดการขับรองเดี่ยว นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกนักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือกC นักเรียนในฐานะที่เปนกรรมการคัดเลือก 10.10. ขอใดเปนเทคนิคในการขับรองเพลงไทย B 11. มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 11. เพลงแมส(Mass) และเพลงโมเท็ต(Motet) มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดมีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใดD มีความแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด 12. จากภาพตองการสื่อเรื่องราวในขอใด 1. การแตงกายแบบยุโรป 2. ละครแนวโศกนาฏกรรม 3. ดนตรีประกอบการแสดงอุปรากร 4. แสง สี แสง ที่ใชประกอบการแสดง 13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ 1. จังหวะที่หนักหนวง 2. ทํานองเพลงที่สนุกสนาน 3. ผูประพันธเพลงที่มีชื่อเสียง 4. เนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลง 14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 1. ใชเครื่องดนตรีหลายชนิดมาบรรเลงผสมผสานกัน 2. มีการใชจังหวะที่ชา-เร็ว สลับกันในบทเพลง 3. เนื้อเพลงมุงเนนเนื้อหาทางสังคม 4. ดนตรีมีความซับซอนมากขึ้น 15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 1. ทําหนาที่จัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง 2. บอกระดับความดัง-เบาของเสียงในโนตเพลง 3. กําหนดตําแหนงการวางตัวโนตบนบันไดเสียง 4. เปนตัวเชื่อมเสียงรองใหมีความเหมาะสม กับเสียงดนตรี 16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย 1. เพราะคนไทยตระหนักในคุณคาจึงมีการถายทอด นาฏศิลปและการละครสืบตอมา 2. เพราะผูมีฐานะบางรายนิยมลงทุนจางนาฏศิลป และการละครไปแสดง 3. เพราะชาวตางชาติเห็นคุณคาและชื่นชมการแสดง นาฏศิลปและการละคร 4. เพราะมีกฎหมายบังคับใหมีการจัดตั้งสถาบัน การศึกษาวิชานาฏศิลปและการละครขึ้น 12.12. D 13.13. ดนตรีในยุคโรแมนติกจะเนนเรื่องใดเปนสําคัญ B 14. ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 14. ลักษณะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 มีการเปลี่ยนแปลง ไปจากยุคโรแมนติกอยางไรไปจากยุคโรแมนติกอยางไรB ไปจากยุคโรแมนติกอยางไร 15. การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 15. ขอใดอธิบายความสําคัญของบันไดเสียงที่มีตอ การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดการขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุดD การขับรองเพลงสากลไดถูกตองชัดเจนที่สุด 16.16. เพราะเหตุใดนาฏศิลปและการละครจึงยังคงอยูคูกับคนไทย D (4)
  • 5.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 1.การจัดแสดงโขน ละคร ในงานพระราชพิธีตางๆ 2. การจัดตั้งสถาบันการศึกษาวิชานาฏศิลป และการละคร 3. ความรูสึกภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ดีงามของคนในชาติ 4. กอนออกแสดงนาฏศิลปและการละคร จะตองมีการทําความเคารพครูผูฝก 18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป และการละครไปจากเดิม 1. การแตงกายที่งดงามและประณีต 2. การใชรานอาหารแทนโรงมหรสพ 3. การรักษามาตรฐานของการแสดง 4. การใหความบันเทิงแกบุคคลทั่วไป 19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก ทางวัฒนธรรม 1. นาฏศิลปและการละคร 2. ความเจริญทางเทคโนโลยี 3. การเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 4. ความรํ่ารวยและมั่นคงทางเศรษฐกิจ 20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา พรอมกับสิ่งใด 1. การพัฒนาของสังคม 2. พัฒนาการของมนุษย 3. พัฒนาการของสิ่งมีชีวิต 4. การพัฒนาของเทคโนโลยี 21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด 1. เนนลีลาทารําของนักแสดง 2. เนนบทเพลงที่นํามาแสดง 3. เนนความพรอมเพรียงของดนตรี 4. เนนความกลมกลืนตามแบบแผน 22. ขอใดตางจากพวก 1. รําสีนวล 2. รํากลองยาว 3. รํากฤดาภินิหาร 4. รําพลายชุมพล 17. และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 17. สิ่งใดแสดงถึงคุณคาและประโยชนของนาฏศิลป และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมและการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมF และการละครดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรม 18. และการละครไปจากเดิม 18. ขอใดแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทนาฏศิลป และการละครไปจากเดิมและการละครไปจากเดิมD และการละครไปจากเดิม 19. ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก 19. สิ่งใดที่สะทอนใหเราสามารถมองเห็นสภาพบานเมือง ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดกE ที่มีความสวยงาม แสดงความเปนชาติที่มีมรดก 20. พรอมกับสิ่งใด 20. นาฏศิลปและการละครเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นมา พรอมกับสิ่งใดพรอมกับสิ่งใดB พรอมกับสิ่งใด 21.21. เอกลักษณที่สําคัญของการรําเดี่ยวคือสิ่งใด B 22.22. ขอใดตางจากพวก D 23. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน 1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น : การรําฉุยฉายที่ใช ในการแสดงเบิกโรง 2. ฉุยฉายวันทอง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจาก ละครเรื่องตางๆ 3. ฉุยฉายหนุมานทรงเครื่อง : การรําฉุยฉายที่ตัดตอน มาจากการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ 4. ฉุยฉายศรีอยุธยา : การรําฉุยฉายที่ประดิษฐขึ้นใหม เพื่อใชใหเหมาะสมกับการแสดงชนิดตางๆ 24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 1. เพราะเปนสีที่สวมใสแลวดูสะอาดและสบายตา 2. เพราะตองการเนนการสวมใสเครื่องประดับเต็มชุด 3. เพราะตองการใหสีของชุดมีความแตกตาง จากชุดการแสดงโขน 4. เพราะนักแสดงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช หรือเปนพราหมณ 25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม 1. ปู เลือกคูรําที่สวนสูง 2. ปน เลือกคูรําที่หนาตา 3. ปลา เลือกคูรําจากลีลาการรายรํา 4. ปอล เลือกคูรําจากการสวมเครื่องแตงกายราคาแพง 26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา 1. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร 2. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนการเคลื่อนไหว ของมือ และทอนขา 3 ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนนาฏยศัพท ที่ใชสื่อความหมายใหเขาใจตรงกัน 4. ภาษาทา เปนการใชทาทางแทนกิริยาที่ตองใช รางกายชวงเอวและไหลขึ้นไป 27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง นาฏศิลป 1. ผูชมจะเขาใจความรูสึกของนักแสดง 2. นักแสดงจะไดรูวาตนกําลังจะพูดอะไร 3. ทําใหการแสดงมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น 4. ผูชมสามารถจดจําและเลียนแบบทาทาง ในการแสดงได 23.23. ขอใ D 24. รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 24. เพราะเหตุใดเครื่องแตงกายในการแสดง รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวรําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาวD รําฉุยฉายพราหมณจึงมีสีขาว 25.25. บุคคลในขอใดเลือกคูรําไดดีและเหมาะสม C 26.26. ขอใดกลาวถูกตองที่สุดเกี่ยวกับภาษาทา D 27. นาฏศิลป 27. เพราะเหตุใดจึงมีการนําภาษาทาเขามาใชในการแสดง นาฏศิลปนาฏศิลปD นาฏศิลป (5)
  • 6.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา ใชในการแสดงนาฏศิลป 1. เพื่อใหเพียงพอกับคํารอง 2.เพื่อใหเปนที่พอใจของนักแสดง 3. เพื่อใหการแสดงมีสีสันมากขึ้น 4. เพื่อใหสอดคลองกับการบรรเลงดนตรี 29. ขอใดอธิบายความหมาย ของภาพไดอยางถูกตอง ที่สุด 1. สวมใสเฉพาะในการแสดงโขนเทานั้น 2. จัดเปนเครื่องประดับศีรษะประเภทศิราภรณ 3. เครื่องประดับศีรษะชนิดหนึ่ง เรียกวา “รัดเกลาเปลว” 4. มีลักษณะเปนมงกุฎทรงเตี้ย ใชสวมใสเฉพาะตัวละคร ที่เปนกษัตริย 30. ขอใดตอไปนี้ไมสัมพันธกัน 1. แขกเตา = นก 2. ภมรเคลา = ผึ้ง 3. กินรินเลียบถํ้า = กินรี 4. มยุเรศฟอนใน = แมลง 31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด 1. ละครชาตรี 2. ละครนอก 3. ละครใน 4. ละครเสภา 32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป ควรทําสิ่งใดกอนเปนอันดับแรก 1. คัดเลือกนักแสดง 2. ดัดมือ ดัดแขน 3. อบอุนรางกาย 4. เลือกเพลงที่จะใช 33. จากภาพนักแสดงสามารถ ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง หรือไม เพระเหตุใด 1. ถูกตอง เพราะนักแสดงรําไดอยางสวยงาม 2. ถูกตอง เพราะตําแหนงการตั้งวงอยูในระดับที่ เหมาะสม 3. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระอยูสูงกวาวงของ ตัวนาง 4. ไมถูกตอง เพราะวงของตัวพระไมไดหักขอศอก เขาหาลําตัว 28. ใชในการแสดงนาฏศิลป 28. ขอใดเปนเหตุผลสําคัญที่สุดในการประดิษฐภาษาทาขึ้นมา ใชในการแสดงนาฏศิลปใชในการแสดงนาฏศิลปD ใชในการแสดงนาฏศิลป 29. ของภาพไดอยางถูกตอง 29. ของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองของภาพไดอยางถูกตองD ของภาพไดอยางถูกตอง 30.30. ขอใดตอไปนี้ D 31.31. ละครชนิดใดที่เปนตนแบบของละครรําทุกชนิด A 32. เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป 32. ชมรมนาฏศิลปเปดรับสมัครสมาชิกเขาชมรม เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปเพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลปC เพื่อฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน ชมรมนาฏศิลป 33. ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง 33. ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตองD ปฏิบัติทาตั้งวงไดถูกตอง 34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร 1. ออนชอย ถูกตอง 2. เขมแข็ง เด็ดเดี่ยว 3. คลองแคลว วองไว 4. นุมนิ่ม โยกยาย 35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี 1. หนึ่ง กาวเทาสั้นๆ 2. สอง กาวเทายาวๆ 3. สาม กาวเทาสั้นและยาวสลับกัน 4. สี่ กาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว 36. ผูที่ทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาท ของตัวละครคือบุคคลใด 1. ผูเขียนบท 2. ผูกํากับเวที 3. ผูกํากับการแสดง 4. ผูอํานวยการแสดง 37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง 1. ใบหนากลม จมูกเล็ก คอสั้น 2. ใบหนาแบน จมูกโดง คางยาว 3. ใบหนารูปไข จมูกใหญ ปากกลม 4. ใบหนารูปไข จมูกโดง ปากรูปกระจับ 38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก การแสดงละครในขอใด 1. ละครชาตรี 2. ละครเสภา 3. ละครใน 4. ละครดึกดําบรรพ 39. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสัมพันธกัน 1. นางเบญกายสวมรัดเกลาเปลว 2. ทาวมาลีวราชสวมมงกุฎยอดชัย 3. ตัวนางจะติดอินทรธนูที่ไหลทั้ง 2 ขาง 4. ดอกไมทัด สําหรับตัวพระทัดดานขวา ตัวนางทัดดานซาย 40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย 1. ความเขาใจในเรื่องลักษณะของตัวละคร 2. ความเขาใจในเรื่องภาษาทา และนาฏยศัพท 3. ความเขาใจในเรื่องเครื่องแตงกายที่ใชประกอบ การแสดง 4. ความเขาใจในเรื่องบทเพลงที่นํามาใชบรรเลง ประกอบการแสดง 34.34. ทารําที่สวยงามควรมีลักษณะอยางไร B 35.35. ตามหลักการทางนาฏศิลป บุคคลในขอใดกาวเดินไดถูกวิธี C ของตัวละครคือบุคคลใด 36. ของตัวละครคือบุคคลใดของตัวละครคือบุคคลใดA ของตัวละครคือบุคคลใด 37.37. ขอใดคือวิธีการคัดเลือกนักแสดงละครรําตัวนาง D 38. การแสดงละครในขอใด 38. การแตงกายยืนเครื่องตัวพระ-นาง สังเกตไดจาก การแสดงละครในขอใดการแสดงละครในขอใดB การแสดงละครในขอใด 39.39. ขอใดตอไปนี้ D 40.40. ขอใดสําคัญที่สุดในการเขาชมการแสดงนาฏศิลปไทย D (6)
  • 7.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ปจจุบันดนตรีไทยและดนตรีสากลไดเขามามีสวนเกี่ยวของสัมพันธกับชีวิตมนุษยอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. ดนตรีจัดเปนงานศิลปะหรือไมเพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. จากคํากลาวที่วา “หามรองเพลงเรือ เปาขลุย เปาป สีซอ ดีดกระจับป ดีดจะเข ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน” แสดงใหเห็นถึงสิ่งใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. สิ่งใดที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “ดนตรียุคคลาสสิกเปนดนตรีบริสุทธิ์” (Absolute Music) .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. การแสดงนาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาตอนักเรียนหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (7)
  • 8.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. เพราะเหตุใดการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงเขามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของมนุษย .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองศึกษาเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9.ภาษาทาและนาฏยศัพทมีความเหมือนหรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. “โลกนี้คือละคร” ขอความนี้มีความหมายวาอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. (8)
  • 9.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล…………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 2 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี ตอตัวบุคคล 1. ทําใหเกิดความสมบูรณในพิธีกรรมตางๆ 2. เปนเครื่องดนตรีประกอบในการสงคราม 3. ทําใหเห็นวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ 4. พัฒนาการเรียนรูและความจํา 2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 1. ชวยจรรโลงสังคม 2. ยกระดับจิตใจของบุคคล 3. ประชาสัมพันธสินคาและบริการ 4. เปนสัญลักษณของความเปนสมบัติรวมชาติ 3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกัน 1. ใชโนตดนตรีคนละประเภท 2. มาจากวัฒนธรรมที่แตกตางกัน 3. ตองการนําเสนอเรื่องราวของชาติตนเปนหลัก 4. การวางแผนการตลาดทางดนตรีจะไดไมเหมือนกัน 1.1. ขอใดกลาวถูกตองมากที่สุดเกี่ยวกับประโยชนของดนตรี ตอตัวบุคคลD 2. สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 2. ดนตรีไทยมีบทบาทในขอใดมากที่สุดตอการ สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศสรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศD สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ 3. แตกตางกัน 3. เพราะเหตุใดดนตรีในแตละชนชาติจึงมีลักษณะที่ แตกตางกันแตกตางกันD แตกตางกัน ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F 4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ อยางไรตองานดนตรี 1. ผูคนเขาถึงดนตรีไดงายขึ้น 2. เกิดอุปกรณอํานวยความสะดวกทางดนตรี 3. ทําใหผลงานทางดนตรีมียอดจําหนายสูงขึ้น 4. การลอกเลียนแบบสินคาทางดนตรีทําไดยาก 5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี มีขอดีอยางไร 1. เกิดศิลปนหนาใหม 2. ไดแนวดนตรีที่หลากหลาย 3. มีการพัฒนาอุปกรณที่ใชในงานดนตรี 4. ผลงานทางดนตรีสามารถนําไปจําหนาย ยังตางประเทศได 6. ขอใดไมมีความสัมพันธกับที่มาของขิม 1. ขิมถูกนําเขามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 2. ขิมเปนเครื่องดนตรีจีนที่มีลักษณะคลายพระจันทร ครึ่งซีก 3. ชาวจีนใชขิมบรรเลงเพลงที่มีลักษณะโศกเศรา ประกอบงานศพ 4. มีการแตงเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น คือ เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ 4. อยางไรตองานดนตรี 4. ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีความสําคัญ อยางไรตองานดนตรีอยางไรตองานดนตรีB อยางไรตองานดนตรี 5. มีขอดีอยางไร 5. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกับงานดนตรี มีขอดีอยางไรมีขอดีอยางไรD มีขอดีอยางไร 6.6. ขอใด B (9)
  • 10.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. ขอใดตอไปนี้กลาวไมถูกตอง 1. การตีเก็บการตีสลับมือซาย-มือขวา เหมือนการตีปกติ โดยตีเสียงโนตละ 1 จังหวะ 2. การตีสะบัด การตีไลเสียง 5 ตัวโนต ตอเนื่องกัน อยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 1 จังหวะ 3. การตีกรอ การตีใหมีเสียงโนตดังตอเนื่องกัน อยางสมํ่าเสมอ ตั้งแต 2 จังหวะขึ้นไป 4. การตีรัว การตีสลับมือลงบนโนตตัวเดียวกัน อยางตอเนื่องและสมํ่าเสมอ 8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี ประเภทขิม 1. เพลงจีนขิมใหญ เพลงจีนขิมเล็ก 2. เพลงจีนขิมใหญ เพลงลาวครวญ 3. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงแขกบรเทศ 4. เพลงจีนขิมเล็ก เพลงลาวเสี่ยงเทียน 9. “อันเพลงไทยใชจะไรในคุณคา หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไม เพลงของเราก็เสนาะเพราะจับใจ ทั้งยังเปนสมบัติไทยสืบเนื่องมา” ขอความนี้สรุปแนวคิดในเรื่องใดเดนชัดที่สุด 1. ดนตรีสะทอนใหเห็นความเปนชาติ 2. เสียงดนตรีมีความไพเราะ นาประทับใจ 3. ดนตรีเปนสิ่งที่อยูคูกับมนุษยมาอยางชานาน 4. มนุษยใชเสียงดนตรีในการสรางความสนุกสนาน เพลิดเพลินใจ 10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม 1. เพลงเสมอ 2. เพลงกลอม 3. เพลงคุกพาทย 4. เพลงตระสันนิบาต 11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 1. แมว จัดวางแถวเปนรูปวงกลม 2. หมี ใหนักรองเสียงดังอยูดานหลัง 3. หมู จัดวางแถวเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา 4. กวาง ใหนักรองที่มีเสียงกลมกลอมอยูแถวกลาง 7.7. ขอใดตอไปนี้กลาว B 8. ประเภทขิม 8. บทเพลงในขอใดที่นิยมนํามาบรรเลงดวยเครื่องดนตรี ประเภทขิมประเภทขิมB ประเภทขิม 9.9. หรือดอยกวาเขาอื่นนั้นหาไมE 10.10. เพลงหนาพาทยในขอใดใชบรรเลงประกอบพิธีกรรม B 11. นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 11. บุคคลในขอใดจัดวางตําแหนงของ นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดนักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุดE นักรองประสานเสียงที่ถูกตองที่สุด 12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง 1. สมาธิในการฟงจังหวะและทํานองเพลง 2. ความสามารถในการถายทอดเสียงเพลง 3. ทักษะพื้นฐานในการบรรเลงและเทคนิคที่ใช 4. สรางอารมณใหนักแสดงและผูชมใหคลอยตาม ไปกับการแสดง 13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร 1. สรางความบันเทิงใหแกผูฟง 2. ตองใชเฉพาะศิลปนที่มีชื่อเสียง 3. นําเครื่องดนตรีทุกชนิดมาบรรเลงรวมกัน 4. เพลงที่นํามาขับรองจะตองมีเนื้อหากินใจ 14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน จะตองขับรองประสานเสียงในรูปแบบใดจึงจะถูกตอง เหมาะสม 1. การขับรองประสานเสียง 2 แนว 2. การขับรองประสานเสียง 3 แนว 3. การขับรองประสานเสียง 4 แนว 4. การขับรองประสานเสียงแบบราวด 15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 1. จํานวนผูขับรอง 2. เครื่องดนตรีที่นํามาใช 3. ทํานองหลักและทํานองประสาน 4. บทเพลงที่นํามาใชในการขับรอง 16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด 1. ควร เพราะเปนการแสดงที่มีความสวยงาม 2. ควร เพราะเปนศิลปะที่แสดงใหเห็นถึงความเปนชาติ 3. ไมควร เพราะการแสดงจะคอนขางชักชา และไมสนุกสนาน 4. ไมควร เพราะใชเงินลงทุนในการสรางเครื่องประดับ และเครื่องแตงกายเปนจํานวนมาก 12.12. ขอใดคือจุดเนนของการบรรเลงดนตรีรวมวง D 13.13. ศิลปะการขับรองเพลงที่สมบูรณมีลักษณะอยางไร B 14. แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน 14. ถาตองการขับรองประสานเสียงโดยการรองเพลง แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกันD แนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบไมพรอมกัน 15. ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 15. การขับรองประสานเสียง 2 แนว และการขับรอง ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไรD ประสานเสียง 3 แนว มีความแตกตางกันอยางไร 16. และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด 16. นักเรียนคิดวานาฏศิลปและการละครควรคาแกการสืบสาน และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดและอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใดF และอนุรักษไวหรือไม เพราะเหตุใด (10)
  • 11.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. จากคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู” แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 1.ความเชื่อในเรื่องเทพเจา 2. ทารําตางๆ ตองมีครูเปนผูคิดเทานั้น 3. การเคารพบูชาบุคคลที่มีความอาวุโส 4. ขนบธรรมเนียมปฏิบัติของผูเรียนนาฏศิลป 18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 1. ครูไดตอทารําใหมๆ ใหแกศิษย 2. ครูและศิษยไดมาพบปะเจอหนากัน 3. ไดรูจักบรมครูทางนาฏศิลปและมอบตัวเปนศิษย 4. เขาใจในขั้นตอนการจัดกิจกรรมอยางครบถวน สมบูรณ 19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน งานนาฏศิลปและการละคร 1. เปนงานที่มีลักษณะคลายคลึงกัน 2. มีผูสรางสรรคผลงานเปนคนคนเดียวกัน 3. สามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณ ในการแสดงไดเชนเดียวกัน 4. มีขอกําหนดวาจะตองนําศิลปะแขนงวิจิตรศิลป มาใชทุกครั้งเมื่อมีการแสดง 20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 1. เครื่องแตงกายงดงามขึ้น 2. เปนการแสดงเชิงพาณิชย 3. ใชนักแสดงเปนจํานวนมาก 4. หยิบยกประเด็นทางสังคมมาแสดง 21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน 1. ประหยัดตนทุนในการตัดเย็บ 2. แสดงความเปนเอกภาพในการแสดง 3. เพื่อใหผูชมเขาใจรูปแบบการแสดงไดงายขึ้น 4. มีการกําหนดไวเปนลายลักษณอักษรวาการรําคูตอง แตงกายเหมือนกันเทานั้น 22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง 1. รําโทน : รําวงมาตรฐาน 2. เพลงดวงจันทรขวัญฟา : กรมศิลปากร 3. เถิดเทิง : การแสดงนาฏศิลปพื้นเมืองของภาคใต 4. เพลงรําซิมารํา : ทานผูหญิงละเอียด พิบูลสงคราม 17. แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 17. จากคํา แสดงใหเห็นถึงสิ่งแสดงใหเห็นถึงสิ่งD แสดงใหเห็นถึงสิ่ง 18. และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 18. ขอใดอธิบายเหตุผลในการจัดพิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบไดถูกตองมากที่สุดและรับมอบไดถูกตองมากที่สุดD และรับมอบไดถูกตองมากที่สุด 19. งานนาฏศิลปและการละคร 19. เพราะเหตุใดศิลปะแขนงวิจิตรศิลปจึงปรากฏอยูใน งานนาฏศิลปและการละครงานนาฏศิลปและการละครD งานนาฏศิลปและการละคร 20. ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 20. นักเรียนคิดวาจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละคร ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไรD ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตอยางไร 21.21. เพราะเหตุใดในการรําคูนักแสดงจึงตองแตงกายเหมือนกัน D 22.22. ขอใดแสดงความสัมพันธกันไดอยางถูกตอง D 23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด 1. เพลงรําซิมารํา เพลงหญิงไทยใจงาม 2. เพลงงามแสงเดือน เพลงคืนเดือนหงาย 3. เพลงยอดชายใจหาญ เพลงดอกไมของชาติ 4. เพลงบูชานักรบ เพลงดวงจันทรวันเพ็ญ 24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด 1. สีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว 2. ประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ 3. ฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ 4. กระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง 25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง 1. ระบําอัศวลีลา 2. ระบําสี่ภาค 3. ระบํามยุราภิรมย 4. ระบําตารีกีปส 26. “มาฟอนรําทําทากวางเดินดง เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉา ภมรเคลาพิสมัยรอยผกา แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา” จากขอความนี้ นักเรียนใชทารําเลียนแบบทาทางของสัตว ทั้งหมดกี่ทา 1. 2 ทา 2. 3 ทา 3. 4 ทา 4. 5 ทา 27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด จึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 1. ทาพรหมสี่หนา 2. ทากินรินเลียบถํ้า 3. ทาสอดสรอยมาลา 4. ทาพิสมัยเรียงหมอน 28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง 1. การเคลื่อนไหวรางกาย 2. การใชภาษาทารําวงมาตรฐาน 3. การใชภาษาทาทางเพื่อสื่อความหมาย 4. การใชทาทางแทนคําพูด หรือใชภาษานาฏศิลป ประกอบเพลง 23.23. ขอใดที่มีการใชทานาฏยศัพทที่เหมือนกันมากที่สุด D 24.24. ขอใดจัดเปนการรําที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด D 25.25. การแสดงรําชุดใดจะตองมีอุปกรณในการแสดง B 26.26. เหลาพวกหงสบินมาหามัจฉาB 27. ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด 27. ถาตองการปฏิบัติทารําแมบทและการตีบทในทารํา ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใดF ที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองควรปฏิบัติทาใด 28.28. การประดิษฐทารําในขอใดที่ควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง C (11)
  • 12.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ คือการประดิษฐทารําประเภทใด 1. การใชภาษาทา 2.การเลียนแบบธรรมชาติ 3. การใชทาทางแทนคําพูด 4. การเคลื่อนไหวรางกาย 30. “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง” ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช ประกอบการแสดงรําวงมาตรฐานในขอใด 1. เพลงงามแสงเดือน 2. เพลงดอกไมของชาติ 3. เพลงหญิงไทยใจงาม 4. เพลงดวงจันทรขวัญฟา 31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 1. ผูอํานวยการสราง 2. ผูกํากับการแสดง 3. ผูกํากับเวที 4. นักแสดง 32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง มากที่สุด 1. ดนตรีชิ้นเดียว หรือนักแสดงคนเดียว 2. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปเพียงอยางใดอยางหนึ่ง 3. การแสดงดนตรี หรือนาฏศิลปที่มีความ เปนอันหนึ่งอันเดียวกัน 4. การใหความสําคัญกับนักดนตรี หรือนักแสดง ที่มีความสามารถ 33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 1. เนื้อเรื่องมีความเหมาะสมกับลักษณะของนักแสดง 2. เนนการบรรเลงดนตรีอยางเดียวในการแสดงละคร 3. ใหขอคิดกับผูชม ซึ่งจะสามารถนําไปใช ในชีวิตประจําวันได 4. บทละครจะสะทอนใหเห็นสภาพสังคมที่เปนอยู ในปจจุบัน 29. คือการประดิษฐทารําประเภทใด 29. การประดิษฐทารําที่ตองใชหลักนาฏศิลปมาประกอบ คือการประดิษฐทารําประเภทใดคือการประดิษฐทารําประเภทใดB คือการประดิษฐทารําประเภทใด 30. ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช 30. ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช C ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช C ถานักเรียนปฏิบัติตามขอความขางตนจะสามารถใช 31. เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 31. บุคคลใดที่ไดรับหนาที่สวมบทบาทของตัวละคร เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมเพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชมA เพื่อถายทอดเรื่องราวจากบทละครไปสูผูชม 32. มากที่สุด 32. ขอใดกลาวถึงเอกภาพของดนตรี-นาฏศิลปไดถูกตอง มากที่สุดมากที่สุดD มากที่สุด 33. นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 33. เมื่อนักเรียนไดรับมอบหมายใหเลือกบทละครที่ดี นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรนักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไรC นักเรียนจะมีแนวทางในการคัดเลือกอยางไร 34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 1. เสียงเจาสิเพรากวา ดุริยางคะดีดใน ฟากฟาสุราลัย สุรศัพทะเริงรมย 2. ลําดวนเอยจะดวนไปกอนแลว ทั้งเกดแกวพิกุลยี่สุนสี จะโรยรางหางสิ้นกลิ่นมาลี จําปเอยกี่ปจะมาพบ 3. ถึงมวยดินสิ้นฟามหาสมุทร ไมสิ้นสุดความรักสมัครสมาน แมนเกิดในใตฟาสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไมคลาดคลา 4. นํ้าใจนางเหมือนนํ้าคางบนไพรพฤกษ เมื่อยามดึกดังจะรองเขาดื่มได ครั้นรุงแสงสุรียฉายก็หายไป เพิ่งเห็นใจเสียเมื่อใจจะขาดรอน 35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง เปนชุดเปนตอน 1. ใชนักแสดงที่มีฝมือจํานวนนอย 2. จัดเวที และออกแบบฉากไดงาย 3. เนื้อเรื่องเขาใจงาย และสนุกสนาน 4. บทละครมีคุณคา และใหคติสอนใจ 36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง ที่มีรูปแบบอยางไร 1. การแสดงที่มีมาแตโบราณ 2. ใชนักแสดงเปนชายจริงหญิงแท 3. ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง 4. เนื้อเรื่องจะแสดงใหเห็นถึงความรักชาติ 37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. เลือกตามความชอบสวนตัว 2. เลือกตามความชอบของกลุม 3. เลือกละครใหสอดคลองกับงานที่แสดง 4. เลือกใหสอดคลองกับสภาพสังคมในปจจุบัน 34. เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 34. บทกลอนในขอใดตอไปนี้ที่มีลักษณะเปนบท เกี้ยวพาราสีมากที่สุดเกี้ยวพาราสีมากที่สุดD เกี้ยวพาราสีมากที่สุด 35. จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง 35. เพราะเหตุใดบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงจึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดงD จึงไดรับการพิจารณาใหเปนบทประพันธที่นํามาแสดง 36. ที่มีรูปแบบอยางไร 36. รูปแบบการละครของไทยหมายถึงการแสดง ที่มีรูปแบบอยางไรที่มีรูปแบบอยางไรB ที่มีรูปแบบอยางไร 37. จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 37. การเลือกบทละครที่ดีควรมีหลักในการคัดเลือกอยางไร จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุดD จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด (12)
  • 13.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร 1. มีคุณคาทางวรรณกรรม 2.ตัวละครที่มีความคิดซับซอน 3. ตอนจบของเรื่องมีความสุขสมหวัง 4. สะทอนใหเห็นสภาพบานเมืองในปจจุบัน 39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได 1. ลิปสติก 2. อายแชโดว 3. ครีมรองพื้น 4. ดินสอเขียนขอบปาก 38.38. บทละครที่ดีควรมีเนื้อหาอยางไร B 39.39. ถาไมมีบรัชออน (ที่ทาแกม) สามารถใชสิ่งใดแทนได C 40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร 1. สามารถแตงหนาไดหลากหลายรูปแบบโดยใชเทคนิค การแตงหนาสมัยใหม 2. มีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ บทประพันธ 3. เขาใจในเรื่องของตัวละคร เชื้อชาติ และวัฒนธรรม 4. มีความรูเกี่ยวกับเครื่องสําอางทุกชนิด 40.40. ขอใดคือคุณสมบัติที่สําคัญที่สุดของการแตงหนาตัวละคร D (13)
  • 14.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. เพราะเหตุใดดนตรีจึงไดรับการยอมรับจากสังคมและอยูคูกับสังคมมาอยางยาวนาน .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2. เทคโนโลยีไดเขามามีบทบาทสําคัญในการเผยแพรงานดนตรีในประเทศไทยไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3.“ดนตรีไทยไมสิ้นแลว เพราะพระทูลกระหมอมแกวเอาใจใส” จากขอความนี้สะทอนใหเห็นถึงดนตรีไทยในปจจุบันไดอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. การขับรองเพลงที่ดีจําเปนตองเขาใจพื้นฐานในขับรองเพลง เพราะจะทําใหรองเพลงไดดีขึ้น นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. การฝกขับรองทํานองเพลงที่ดีควรปฏิบัติอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. นักเรียนคิดวากระบวนการสืบทอดนาฏศิลปในสมัยโบราณ และกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบันมีความเหมือน หรือแตกตางกันหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (14)
  • 15.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. คําวา “ครกตําขาว”มีความสัมพันธกับการรําวงมาตรฐานอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณความรูสึกภายใน .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา “รําแมบท ถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงของนาฏศิลปไทยที่มีหลักฐาน วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8. เพราะเหตุใดจึงตองมีการประดิษฐภาษาทา ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” 9. เพราะเหตุใดจึงมีคํากลาววา วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ”D วามีการสืบทอดกันมาแตครั้งโบราณ” 10. เพราะเหตุใดในการจัดการแสดงละครจึงตองมีการคัดเลือกนักแสดง ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................D (15)
  • 16.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล…………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ชุดที่ 3 แบบทดสอบว�ชา ดนตร�-นาฏศิลป ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 60 1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได หรือไม เพราะเหตุใด 1. ได เพราะเปนสิ่งที่อยูไกลตัว 2. ได เพราะหากมนุษยไมเปดใจรับฟงดนตรี 3. ไมได เพราะเสียงดนตรีจะแวดลอมอยูรอบๆ ตัว มนุษย 4. ไมได เพราะเสียงดนตรีสามารถตอบสนอง ความตองการทางอารมณได 2. ขอใดไมใชคุณประโยชนสําคัญของดนตรี 1. ฝกสมาธิ กระตุนความทรงจํา 2. สรางรายไดเพื่อเลี้ยงครอบครัว 3. เปนสื่อกลางในการติดตอสื่อสารระหวางชนเผา 4. เปนสวนประกอบในการจัดการเรียนการสอน ของครู 3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน คุณภาพผลงานดนตรีได 1. ฟงแบบผานหู 2. ฟงดวยความรูสึก 3. ฟงดวยความซาบซึ้ง 4. ฟงดวยอารมณสุนทรีย 1.1. มนุษยสามารถหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได หรือไม เพราะเหตุใดD 2.2. ขอใด B 3. คุณภาพผลงานดนตรีได 3. การฟงดนตรีแบบใดที่เมื่อฟงแลวจะสามารถประเมิน คุณภาพผลงานดนตรีไดคุณภาพผลงานดนตรีไดD คุณภาพผลงานดนตรีได ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 40 ตอนที่ 1 1. แบบทดสอบฉบับน�้มีทั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน 2. ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว 4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 1. ตองการใหนักเรียนรูจักเครื่องดนตรีไทย 2. ตองการใหนักเรียนใชเวลาวางปฏิบัติกิจกรรม ที่เกิดประโยชน 3. ตองการใหรูจักวิธีทําเครื่องดนตรี เนื่องจากทุก โรงเรียนตองใช 4. ตองการใหนักเรียนตระหนักถึงความสําคัญของ ดนตรีไทยที่เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ 5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ ดนตรีไทยมากที่สุด 1. ดาว ชอบฟงการบรรเลงเพลงไทยจากวิทยุ 2. จัน เรียนขับรองเพลงไทยเดิมในวันหยุด เสาร-อาทิตย 3. เดือน เลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันฝกซอม ทุกวัน 4. แรม เปดรานจําหนายเพลงไทยเดิม และเครื่องดนตรีไทยทุกชนิด 4. มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 4. เพราะเหตุใดจึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียน มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยมีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทยD มีการจัดการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย 5. ดนตรีไทยมากที่สุด 5. การกระทําของบุคคลในขอใดที่แสดงใหเห็นถึงคุณคาของ ดนตรีไทยมากที่สุดดนตรีไทยมากที่สุดF ดนตรีไทยมากที่สุด ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F (16)
  • 17.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 1. เพื่อใหผูชมไดยินเสียงที่ชัดเจน 2.จะไดบรรเลงเพลงไดถูกตอง ตรงจังหวะ 3. บรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางเหมาะสม 4. ไมขวางทางเดินของนักดนตรีที่มาแสดงดนตรีในงาน 7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด 1. การคัดเลือกนักแสดง 2. จุดประสงคของการแสดง 3. การหาทุนในการจัดการแสดง 4. การเลือกสถานที่จัดการแสดง 8. จากภาพตองการสื่อใหเห็นถึงสิ่งใดมากที่สุด 1. การแสดงดนตรี 2. ดนตรีรวมสมัย 3. การประชาสัมพันธ 4. กิจกรรมยามวางของผูสูงอายุ 9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก บทเพลง 1. ไดบทเพลงที่มีความไพเราะ 2. งายตอการขับรองของศิลปน 3. ไดบทเพลงที่สะทอนใหเห็นปญหาทางสังคม 4. สามารถบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน 10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ การแสดง 1. วงมโหรี 2. วงปพาทย 3. วงเครื่องสาย 4. วงมหาดุริยางค 6. ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 6. เพราะเหตุใดการจัดวางตําแหนงของวงดนตรี ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดงE ประกอบการแสดงจึงควรอยูใกลบริเวณที่ใชแสดง 7.7. หลักการจัดการแสดงดนตรีขอใดมีความสําคัญมากที่สุด D 8.8. D 9. บทเพลง 9. เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดหลักการในการคัดเลือก บทเพลงD บทเพลงD บทเพลง 10. นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ 10. ถานักเรียนไดรับมอบหมายใหจัดการแสดงโขน นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบนักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบD นักเรียนควรนําวงดนตรีชนิดใดมาบรรเลงประกอบ 11. เพราะเหตุใดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนง ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 1. สรางความสวยงาม 2. เรียงตามลําดับความสูง 3. ทําใหเกิดความสมดุลของเสียง 4. ยืนตามตําแหนงของเครื่องดนตรี 12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน นักรองประสานเสียง 1. รองตรงเสียง 2. หนาตาดี 3. ขยันฝกซอม 4. ตรงตอเวลา 13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 1. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหนํ้าเสียง ออกมามีคุณภาพที่ไมดี 2. มี เพราะถานํ้าหนักไวโอลินมาก จะทําใหเวลาเลน รูสึกเลนไมถนัด 3. ไมมี เพราะนํ้าหนักไวโอลินยิ่งมากเทาไหร ยิ่งทําให ไดเสียงที่นุมนวล 4. ไมมี เพราะนํ้าหนักของไวโอลินไมไดกอใหเกิด อุปสรรคตอการเลน 14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 1. เพื่อการเปนนักดนตรีมืออาชีพ 2. เพื่อหารายไดมาพัฒนาโรงเรียน 3. เพื่อลดปมดอยทางดานวิชาการของโรงเรียน 4. เพื่อใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุนความคิด สรางสรรค 15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ 1. คานิยม 2. การศึกษา 3. ดานสังคม 4. อารมณและจิตใจ 16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด 1. การเรียนในสมัยโบราณ 2. การตอเพลงหนาพาทย 3. การขับรองเพลงไทย 4. การตอสูดวยอาวุธ 11. ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 11. เพราะเ ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดE ของนักรองประสานเสียงจึงถูกจัดใหเปนรูปพีระมิด 12. นักรองประสานเสียง 12. สิ่งใดคือคุณสมบัติที่พึงมีมากที่สุดของผูที่ตองการจะเปน นักรองประสานเสียงนักรองประสานเสียงD นักรองประสานเสียง 13. มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 13. นํ้าหนักของตัวไวโอลินมีความสําคัญตอการเลือกไวโอลิน มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดมาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใดE มาบรรเลงหรือไม เพราะเหตุใด 14. ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 14. ขอใดอธิบายจุดประสงคของการจัดการแสดงดนตรี ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุดD ระดับโรงเรียนไดถูกตองชัดเจนมากที่สุด 15.15. การรับรูความงามของดนตรีขึ้นอยูกับปจจัยใดเปนสําคัญ B 16.16. คําวา “แบบตัวตอตัว” ตองการสื่อถึงเรื่องใด B (17)
  • 18.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. คติความเชื่อทางดานนาฏศิลปที่นักแสดงตองขอขมา ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ ของสังคมไทยในเรื่องใด 1. การใหเกียรติและเคารพผูอาวุโส 2.เมื่อทําผิดตองยอมรับผิดและกลาวขอโทษ 3. ความมีนํ้าใจไมตรี ใหความชวยเหลือ เมื่อผูอื่นเดือดรอน 4. มารยาทอันดีงามในการแสดงความเคารพ ซึ่งกันและกัน 18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 1. การปรับปรุงฟนฟู 2. การยกยองสรรเสริญ 3. การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม 4. การใหความรูแกประชาชน 19. ขอใดกลาวถูกตอง 1. รําบท เปนการรําที่ตัดตอนมาจากการแสดงละคร 2. รําบท เปนการแสดงทาทางแทนคําพูดและอารมณ 3. รําหนาพาทย เปนการรําประกอบเพลงใหเขากับ เนื้อรอง 4. รําหนาพาทย เปนการรําใหเขากับจังหวะดนตรี และแสดงอารมณรวม 20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน จึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. รําอวยพร 2. ระบํารอนแร 3. มะโยง 4. รองเง็ง 21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด 1. ทารําที่ออนชอยงดงาม 2. การแสดงอารมณของนักแสดง 3. ความพรอมเพรียงของนักแสดง 4. ไมตองมีบทรองประกอบการแสดง 22. ขอใดไมใช ประโยชนของนาฏศิลปไทย 1. เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน 2. เปนการชวยอนุรักษการแสดงนาฏศิลป 3. เปนการแบงแยกชนชั้น และความสามารถของกัน และกัน 4. ไดความรูโดยตรงเกี่ยวกับการแสดงนาฏศิลปไทย ประเภทตางๆ 17. ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ 17. คติค ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะD ผูอาวุโสหลังจบการแสดงสะทอนใหเห็นลักษณะ 18. ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 18. ขอใดเปนการอนุรักษและสงเสริมเอกลักษณของชาติ ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุดD ทางดานนาฏศิลปที่ดีที่สุด 19.19. ขอใดกลาวถูกตอง B 20. อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน 20. อรอุมาเปนชาวไทยมุสลิมกําลังจะจัดงานแตงงานที่บาน อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานอรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงานD อรอุมาควรเลือกการแสดงนาฏศิลปชุดใดมาใชในงาน 21.21. สิ่งสําคัญของการรําหมูคือขอใด B 22.22. ขอใด B 23. ขอใดคือการวิจารณกระบวนทารําของนักแสดง 1. การแสดงถึงวิถีชีวิตไทย 2. รูปรางหนาตาของนักแสดง 3. ปฏิภาณไหวพริบของนักแสดง 4. นักแสดงเปนตัวละครในเรื่องใด 24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ จะตองมีความรูในเรื่องใด 1. การจัดแสดงชุดตางๆ 2. การคิดประดิษฐลีลาทารํา 3. องคประกอบทางนาฏศิลป 4. ความสามารถของนักแสดง 25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 1. ตองเสาะแสวงหาความรูจากผูเชี่ยวชาญ 2. ตองศึกษาดานสุนทรียศาสตรของศิลปะการแสดง 3. ตองมีประสบการณในการชมการแสดงนาฏศิลปไทย 4. ตองศึกษาใหเขาใจในหลักการวิจารณการแสดง แตละประเภท 26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป ไดถูกตองที่สุด 1. ชวยกําหนดลีลาทาทางการเคลื่อนไหว ผานการถายทอดอารมณของนักแสดง 2. ชวยเราอารมณของผูชมการแสดงใหคลอยตาม ไปกับเนื้อเรื่อง 3. แสดงออกถึงวัฒนธรรม ประเพณีของทองถิ่น ที่จัดการแสดง 4. ชวยใหการแสดงมีความประณีต และวิจิตรงดงาม 27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 1. จิตรกรรม 2. สถาปตยกรรม 3. ประติมากรรม 4. ดุริยางคศิลป 28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง ประกอบการแสดงคือสิ่งใด 1. ความสวยงามของเครื่องแตงกาย 2. ทาทางที่นํามาใชในการรายรํา 3. อุปกรณประกอบการแสดง 4. บทเพลงที่นํามาบรรเลง 23.23. ขอใดคือกา B 24. จะตองมีความรูในเรื่องใด 24. ในการวิจารณการแสดงนาฏศิลปไทยผูวิจารณ จะตองมีความรูในเรื่องใดจะตองมีความรูในเรื่องใดD จะตองมีความรูในเรื่องใด 25. ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 25. การวิเคราะหการแสดงนาฏศิลปไทยอยางมีหลักการ ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสมD ควรปฏิบัติอยางไรจึงจะมีความถูกตองเหมาะสม 26. ไดถูกตองที่สุด 26. ขอใดกลาวถึงความสําคัญของวรรณกรรมที่มีตอนาฏศิลป ไดถูกตองที่สุดไดถูกตองที่สุดD ไดถูกตองที่สุด 27. ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 27. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปที่สอดแทรกอยูในการแสดงโขน ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใดD ที่เห็นไดเดนชัดกวาศิลปะแขนงอื่นๆ คือขอใด 28. ประกอบการแสดงคือสิ่งใด 28. สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงในการประดิษฐทารําและทาทาง ประกอบการแสดงคือสิ่งใดประกอบการแสดงคือสิ่งใดB ประกอบการแสดงคือสิ่งใด (18)
  • 19.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 1. สําคัญเพราะทําใหนักแสดงกลาแสดงออกมากขึ้น 2. ไมสําคัญ เพราะนักแสดงสามารถรําในจังหวะใดก็ได 3. ไมสําคัญ เพราะจะคํานึงถึงเรื่องผูขับรองเพลง มากกวา 4. สําคัญ เพราะจะตองคิดทาทางใหเหมาะสม กับเนื้อเพลง 30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร 1. ศิลปะที่เลียนแบบมาจากการแสดงโขน 2. ศิลปะการรายรําที่แสดงออกถึงความสวยงาม 3. ศิลปะที่มีเอกลักษณแตกตางจากการแสดงอื่นๆ 4. ศิลปะที่มนุษยนําประสบการณมาสรางเปนเรื่องราว 31. ขอใดไมใชคุณสมบัติของผูวิจารณที่ดี 1. ใชถอยคําที่รุนแรงวิจารณผลงาน 2. เปนนักคิดที่สรางสรรค 3. มีใจรักในงานศิลปะ 4. มีความเปนธรรม 32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 1. การแตงหนา 2. เครื่องแตงกาย 3. อุปกรณประกอบฉาก 4. การรายรําของนักแสดง 33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร กอใหเกิดผลดีอยางไร 1. ทําใหมีความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดง 2. ทําใหเห็นถึงความสามารถของนักแสดง 3. ทําใหรูถึงความสวยงามของการรายรํา 4. ทําใหเกิดวิจารณญาณในการรับชม 34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม 1. บัว ไมสงเสียงโหรองเปนการลอเลียน 2. ตอง ไมพูดในคุยระหวางชมการแสดง 3. แพร ปรบมือใหเกียรติกอนการแสดงเริ่มตน 4. ทราย พูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดเวลา ที่ชมการแสดง 29. คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 29. จังหวะและทํานองเพลงมีความสําคัญหรือไมที่จะตอง คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงคํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดงD คํานึงถึงหากตองประดิษฐทารําประกอบการแสดง 30.30. ศิลปะการละครมีความหมายวาอยางไร A 31.31. ขอใด B 32. ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 32. ละครรําจะแตกตางจากละครโดยทั่วไป ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุดD ซึ่งสามารถสังเกตไดจากสิ่งใดชัดเจนที่สุด 33. กอใหเกิดผลดีอยางไร 33. การนําดนตรีมาใชประกอบการแสดงละคร กอใหเกิดผลดีอยางไรกอใหเกิดผลดีอยางไรB กอใหเกิดผลดีอยางไร 34.34. บุคคลในขอใดมีมารยาทของการชมละครไมเหมาะสม C 35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 1. แตงตัวตามสบายอะไรก็ได 2. แตงตัวสุภาพแบบสากลนิยม 3. ใสเสื้อผามิดชิด สวมรองเทาแตะ 4. สวมชุดไทยพระราชนิยม หรือชุดราตรีที่สวยงาม 36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละครไมเหมาะสม 1. ดาว เดินไปเขาหองสุขา 2. เดือน นําขยะออกมาทิ้งในถังขยะ 3. เดน วิพากษ วิจารณการแสดงละครทันที 4. ดอม เดินไปหลังโรงละครเพื่อขอถายรูปกับนักแสดง 37. ในขณะที่กําลังชมการแสดงละคร เมื่อมีเสียง เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด จึงจะเหมาะสมที่สุด 1. กดปดเครื่องมือสื่อสาร 2. รับสายแลวพูดคุยเหมือนปกติ 3. ปลอยใหเสียงดังจนสายตัดไปเอง 4. พูดคุยเสียงดังเพราะไมไดยินเสียงจากปลายสาย 38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 1. รักษาแบบแผนคงเดิม 2. คงไวซึ่งระเบียบปฏิบัติตางๆ 3. ยึดหลักความถูกตองของการแสดง 4. พัฒนาฉาก เวที และเทคนิคที่ทันสมัย 39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร 1. ชวยใหบทบาทตัวละครมีความชัดเจนขึ้น 2. กําหนดตัวละครที่มีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง 3. ผูชมจะเกิดอารมณคลอยตามไปกับการแสดงละคร 4. ทําใหฉากมีความเหมาะสมกับเนื้อเรื่องที่นํามาแสดง 40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด 1. สามารถใหคะแนนได 2. วัดความนิยมของผูชมได 3. ปรับปรุงแกไขการแสดงในครั้งตอไป 4. คัดเลือกนักแสดงใหมีความเหมาะสม 35. แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 35. เมื่อตองไปชมละครที่โรงละครแหงชาติควรแตงกาย แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดแบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุดC แบบใดจึงจะมีความเหมาะที่สุด 36.36. บุคคลใดปฏิบัติขณะเดินออกจากโรงละคร C 37. เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด 37. ใน เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใดC เครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควรจะปฏิบัติตนเชนใด 38. เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 38. การพัฒนาปรับปรุงไมใหการแสดงของไทย เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรเกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไรB เกิดความซํ้าซากจําเจควรปฏิบัติอยางไร 39.39. การออกแบบฉากมีความสําคัญอยางไร B 40.40. การประเมินผลการแสดงมีประโยชนในดานใดมากที่สุด D (19)
  • 20.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับดนตรีสามารถสรางประโยชนใหนักเรียนไดอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 2.นักเรียนคิดวาตนเองสามารถจัดการแสดงดนตรีไทยไดหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 3. ในการบรรเลงดนตรี หรือการแสดงดนตรีไทย การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่มีความจําเปนหรือไม อยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 4. หากเราเรียบเรียงทํานองเพลง โดยใชบันไดเสียงที่ไมเหมาะกับเสียงของผูขับรอง หรือไมเหมาะกับเครื่องดนตรีที่ตองการ ใชบรรเลงนักเรียนจะมีวิธีการแกไขอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 5. การจัดแสดงดนตรีสากลมีประโยชนอยางไร อธิบายพรอมยกเหตุผลประกอบ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 6. เพราะเหตุใดบุคคลทั่วไปจึงสนใจการแสดงนาฏศิลปนอยลง .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 20 ตอนที่ 2 ตอบคําถามใหถูกตอง จํานวน 10 ขอ ขอละ 2 คะแนน (20)
  • 21.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. ในการจัดแสดงรําหมูควรคํานึงถึงหลักในการประดิษฐทารําหมูหรือไม เพราะเหตุใด .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 8.นักเรียนจะไดรับประโยชนจากการวิจารณผลงานนาฏศิลปอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 9. คําวา “ขมตัวละคร” มีความสัมพันธเกี่ยวของกับการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดงอยางไร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. 10. เพราะเหตุใดนักเรียนจึงตองเรียนรูในเรื่องเทคนิคการสรางสรรคงานละคร .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................. (21)
  • 22.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ2. เพราะในปจจุบันนี้มีการนําเอาเครื่องดนตรีไทยประเภทตางๆ มาผสมผสานกันแลวบรรเลงดวยเพลงสากล ซึ่งจะมีความแตกตางไปจากเดิม ดังที่เราจะพบเห็นเครื่องดนตรีไทยบรรเลงดวยเพลงไทยเทานั้น เชน เพลงบุหลันลอยเลื่อน เปนตน การบรรเลงดนตรีไทยแบบผสมผสานจะถูกเรียกวา “ดนตรีไทยประยุกต” ซึ่งในขณะนี้เปนที่นิยมนําออกไปแสดงยังตางประเทศ 2. ตอบ ขอ 1. เพราะในอดีตจะใชกลองสะบัดชัยตียามออกศึกสงคราม เพื่อความเปนสิริมงคล และเปนขวัญกําลังใจใหแก เหลาทหารหาญในการตอสูใหไดรับชัยชนะ ทํานองที่ใชในการตีกลองสะบัดชัยแบบโบราณจะมีอยูดวยกัน 3 ทํานอง คือ ชัยเภรี ชัยดิถี และชนะมาร 3. ตอบ ขอ 2. เพราะในค.ศ. 1877 โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไดคิดประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงขึ้น เพื่อใชในการบันทึกเสียงดนตรี และจากการที่เขาประดิษฐเครื่องบันทึกเสียงนี้ เขาจึงไดรับฉายาวา “พอมดแหงเมนโลพารก” 4. ตอบ ขอ 4. เพราะปจจัยดานการเมือง การปกครอง และเศรษฐกิจของประเทศ ไมมีสวนเกี่ยวของในเรื่องของงานดนตรี เพราะจัดเปนเรื่องของการบริหารประเทศ 5. ตอบ ขอ 1. เพราะกอนที่จะสามารถนําเทคนิคตางๆ มาใชในการสรางสรรคงานดนตรีไดนั้น ศิลปนจะตองมีความรู ความเขาใจในเรื่องธาตุทั้ง 4 ที่จัดเปนองคประกอบที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี จึงจะสามารถนําเทคนิค ตางๆ มาใชไดอยางถูกตองเหมาะสม 6. ตอบ ขอ 4. เพราะวงมโหรีที่บรรเลงโดยผูหญิง เพื่อขับกลอมถวายแดพระมหากษัตริย เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งมีความ แตกตางจากคําตอบในขออื่นๆ ซึ่งเปนดนตรีที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย 7. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบทางวัฒนธรรมของแตละชนชาติ จะมีเอกลักษณเฉพาะตนแตกตางกันออกไป ซึ่งสิ่งเหลานี้ จะบงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรีก็เปนศิลปะประเภทหนึ่ง ที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได 8. ตอบ ขอ 1. เพราะเพลงพระราชนิพนธ ลําดับที่ 1 คือ เพลงแสงเทียน (Candlelight Blues) ทรงพระราชนิพนธ ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 เมื่อครั้งยังดํารงพระราชอิสริยยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช และไดทรง พระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระเจาวรวงศเธอพระองคเจาจักรพันธเพ็ญศิริ เปนผูนิพนธคํารองภาษาไทย จากนั้น ไดพระราชทานใหนําออกมาบรรเลงครั้งแรกในพ.ศ. 2490 และในพ.ศ. 2496 นางสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารยสดใส พันธุมโกมล) ประพันธคํารองภาษาอังกฤษ ตอนที่ 1 ชุดที่ 1เฉลยแบบทดสอบ (22)
  • 23.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ2. เพราะการขับรองเดี่ยว เปนการขับรองเพลงคนเดียว จะมีดนตรีประกอบ หรือไมมีก็ได ผูที่สามารถทําการ ขับรองเดี่ยวได จะตองมีความสามารถในการขับรองเปนอยางมาก มีเสียงที่ไพเราะ มีความแมนยําในเรื่อง จังหวะ และทํานองเพลง 10. ตอบ ขอ 3. เพราะการครั่น เปนวิธีทําใหเสียงสะดุด สะเทือน เพื่อความเหมาะสมกับทํานองเพลงบางตอน วิธีทําเสียง “ครั่น” จะทําไดโดยการเปลงเสียงออกจากลําคอใหแรงมากๆ จนเสียงที่คอเกิดความสั่นสะเทือนเปนระยะๆ จะมาก หรือนอยนั้นขึ้นอยูกับผูขับรองที่เห็นวาไพเราะ นาฟง 11. ตอบ ขอ 3. เพราะเพลงแมส เปนเพลงสวดของศาสนาคริสตนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเปนตนกําเนิดของเพลงโบสถใน ลักษณะตางๆ และเปนเพลงคฤหัสถ บทเพลงจะแสดงใหเห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ความเคารพ และความศรัทธา ในคริสตศาสนา สวนเพลงโมเท็ต โดยปกติแลวจะอยูในตําราทางศาสนาและใชในพิธีกรรมของศาสนาคริสต นิกายโรมันคาทอลิก เปนเพลงขับรองประสานเสียง 3 แนว เดิมใชภาษาละติน สวนแนวบนอีก 2 แนว เปนทํานองเพลงที่มีอิสระตางจากแนวตํ่าสุดที่รองเปนภาษาละติน และรองเปนภาษาฝรั่งเศส 12. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพ เปนการแสดงอุปรากรเรื่อง “ผูหญิงก็เปนซะหยั่งงี้”(Cosi fan tutte) ของ วอลฟกัง อะมาเดอุส โมสารท (Wolfgang Amadeus Mozart) จัดเปนโอเปราเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงเปนอยางมาก และไดถูกนํามา แสดงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากมีเรื่องราวที่สนุกสนาน ตลกขบขัน และมีการนําเครื่องดนตรีสากล มาบรรเลงประกอบการแสดง ซึ่งในยุคคลาสสิก การแสดงอุปรากรเริ่มเปนที่นิยมเปนอยางมาก เพราะเปน การแสดงที่รวมศิลปะแขนงตางๆ ไวดวยกันอยางประสานกลมกลืน 13. ตอบ ขอ 4. เพราะผลงานเพลงจะเนนความรูสึกและอารมณของผูประพันธเพลงเปนหลัก ในยุคนี้เริ่มมีการจัดแสดง ที่เรียกเก็บเงินคาเขาชมที่เรียกวา “การแสดงคอนเสิรต” ลักษณะดนตรีในยุคนี้ จึงมีทั้งดนตรีเพื่อศิลปะ ดนตรีเพื่อบรรยายเรื่องราว และดนตรีที่แสดงความเปนชาตินิยม 14. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีในยุคศตวรรษที่ 20 จะมีความซับซอนมากยิ่งขึ้น เปนยุคสมัยที่มีการพัฒนาทางดนตรีตอจาก ยุคโรแมนติก นักประพันธมีแนวคิดในการสรรหาสิ่งใหมๆ เพื่อสรางใหดนตรีมีนํ้าเสียงไมซํ้าแบบเดิมๆ ซึ่งเปนการเนนแนวคิดที่ยึดความคิดของตนเองเปนหลักในการสรางสรรคมากยิ่งขึ้น 15. ตอบ ขอ 3. เพราะบันไดเสียง เปนมาตราเสียงดนตรีที่มีความเกี่ยวของกับการจัดเรียงอนุกรมของระดับเสียง จากเสียงตํ่า ไตขึ้นไปหาระดับเสียงสูงเปนขั้นๆ ตามลําดับ จากลางไปสูตอนบนเหมือนขั้นบันได และอาจมีความหาง ของขั้นเสียงไมเทากัน 16. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละคร เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรู และความบันเทิง สะทอนใหเห็นถึง วัฒนธรรมที่ดีงาม ที่มนุษยไดมีการสั่งสม ถายทอด และสืบสานมาตั้งแตอดีตตราบจนถึงปจจุบัน คนไทย ตระหนักและซาบซึ้งในคุณคาของการแสดงนาฏศิลปและการละคร จึงรวมมือรวมใจกันพัฒนารูปแบบ การแสดงนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมในปจจุบัน จึงทําใหการแสดงนาฏศิลปและการละครจึงยังไมสูญหายไปจากคนไทย (23)
  • 24.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 17. ตอบ ขอ4. เพราะในการออกโรงแสดงทุกครั้ง ตองอัญเชิญศีรษะครูไปตั้งบูชา ศิษยที่ตองออกแสดงจะมาประชุมไหวครู อยางพรอมเพรียงกัน เพื่อขอความสวัสดีมีชัย เพื่อใหการแสดงสําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ผูที่ออกแสดง เปนครั้งแรกครูจะเปนผูสวมศีรษะให เชน ชฎา มงกุฎ เทริด หัวโขน เปนตน กอนออกโรงแสดงตองไหวครูผูฝก และผูกํากับการแสดง เมื่อเลิกแสดงตองมีพิธีขอขมานักแสดงอาวุโส ปจจุบันพิธีกรรมเหลานี้ยังถือปฏิบัติ สืบทอดตอกันมา ซึ่งนับวาเปนการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมที่ดีอีกวิธีหนึ่ง 18. ตอบ ขอ 2. เพราะในปจจุบันบทบาทของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลาวคือ แตเดิม การแสดงนาฏศิลปและการละคร จะจัดแสดงภายในโรงมหรสพ แตในปจจุบันไดเปลี่ยนมาแสดงใน รานอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงในเวลากลางคืนแทนโรงมหรสพ 19. ตอบ ขอ 1. เพราะนาฏศิลปและการละครไดสะทอนใหเห็นถึงสภาพบานเมืองที่มีความงดงาม ประณีต เพียบพรอม ไปดวยขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติสืบตอกันมาแตละยุคสมัย นาฏศิลป และการละครใหทั้งความสนุกสนาน เบิกบานใจ ใหความรู ทั้งในมิติของประวัติศาสตร และสุนทรียศาสตร 20. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละครพัฒนามาจากการดําเนินชีวิตของมนุษย และไดมีการสั่งสม ถายทอด และสืบสานเปนมรดกทางวัฒนธรรมของแตละสังคม 21. ตอบ ขอ 1. เพราะการรําเดี่ยว เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว แสดงใหเห็นถึงความสามารถของผูรําที่สามารถ แสดงลีลาการรายรําตามแบบฉบับนาฏศิลปไทยที่มีความออนชอย งดงาม ตลอดจนแสดงใหเห็นถึง ความสวยงามของเครื่องแตงกาย การรําเดี่ยวนั้นนิยมนํามาใชรายรําเปนชุดเบิกโรง รายรําในการแสดง สลับฉาก หรือใชแสดงในโอกาสตางๆ เชน รําฉุยฉายพราหมณ รําฉุยฉายเบญกาย เปนตน 22. ตอบ ขอ 4. เพราะรําพลายชุมพล เปนการแสดงชุดหนึ่งที่ตัดตอนมาจากการแสดงละครเรื่องขุนชางขุนแผน “ตอนพระไวยแตกทัพ” จัดเปนการรําเดี่ยวชุดหนึ่งที่มีความสวยงาม นักแสดงจะตองมีฝมือในการรายรํา เปนอยางมาก เพราะการแสดงชุดนี้มีลีลาทารําที่สงางาม ผสมผสานกับความออนชอยในแบบฉบับ การรําของบุรุษที่เปนตัวเอกของเรื่อง สวนการรําสีนวล รํากลองยาว และรํากฤดาภินิหาร จัดเปนการรําหมู ซึ่งเปนการแสดงที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป มุงเนนความงดงามของทารํา และความพรอมเพรียง ของนักแสดงเปนหลัก 23. ตอบ ขอ 1. ฉุยฉายยอพระกลิ่น เปนการรําฉุยฉายที่ตัดตอนมาจากละครเรื่องมณีพิชัย บทพระนิพนธของสมเด็จ พระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ 24. ตอบ ขอ 4. เพราะในการรําฉุยฉายพราหมณนั้น ลักษณะของการแสดงเปนการรายรําของพระนารายณที่พระอิศวร ทรงเมตตาแนะใหปรศุรามบูชาถึงพระนารายณ เมื่อครั้งที่ขวางขวานไปโดนงาของพระคเณศหัก เมื่อปรศุรามนึกถึง พระนารายณก็ทรงแปลงกายเปนพราหมณนอยออกมารายรํา เพื่อใหพระอุมาทรง พอพระทัย ดังนั้น นักแสดงจึงตองสมมติตนเองวาเปนนักบวช หรือเปนพราหมณ สวมเครื่องแตงกาย ยืนเครื่องพระสีขาว ซึ่งเปนการแตงกายที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย (24)
  • 25.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 25. ตอบ ขอ3. เพราะในการรําคูนั้น เปนการแสดงที่มีนักแสดง 2 คน เนนการรายรําที่มีทวงทาที่ออนชอย งดงาม อวดฝไมลายมือในการรําที่สอดประสานกันอยางถูกตองกลมกลืนตามแบบแผน และแสดงอารมณความรูสึก สอดคลองตามบทรองและทํานองเพลง รวมทั้งการรักษาจารีตของการแสดงที่ไดรับการสืบทอดมาแตโบราณ 26. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทา เปนการใชทาทางแทนคําพูดในการสื่อสาร ซึ่งเปนอิริยาบถโดยธรรมชาติของมนุษย เพื่อสื่อความหมายใหเปนที่เขาใจรวมกันในกลุม 27. ตอบ ขอ 2. เพราะภาษาทา เปนทักษะพื้นฐานอยางหนึ่งในการแสดงโขน ละคร หรือการแสดงนาฏศิลป เปนการใชทาทาง ในการสื่อความหมายแทนคําพูด เพื่อบอกเลาเรื่องราว อารมณ ความรูสึก โดยนักแสดงจะแสดงกิริยาทาทาง ธรรมชาติ หรือการเลียนแบบคน สัตว สิ่งของ ในการสื่อความหมายใหผูชมเขาใจ ทั้งนี้ ผูชมจะสามารถ ทราบไดวาขณะนี้นักแสดงกําลังมีอารมณ และความรูสึกอยางไร 28. ตอบ ขอ 1. เพราะภาษาทาที่มาจากการประดิษฐขึ้นโดยตรง เปนทาทางที่ประดิษฐขึ้นมาเอง เพื่อใหสอดคลองกับเนื้อรอง หรือคําบรรยายที่จะตองแสดงออกมาเปนทารํา เชน การแสดงความยิ่งใหญจะใชทาพรหมสี่หนา เปนตน ซึ่งภาษาทาที่นําไปใชในการรําตามบทรอง บทเจรจา หรือบทพากยในการแสดงโขนละคร ในทางนาฏศิลป จะเรียกวา “การรําบท” คือ การรําทําบทไปตามถอยคํา หรือบทขับรอง 29. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพจัดเปนเครื่องประดับประเภทศิราภรณที่เรียกวา “รัดเกลายอด” เปนเครื่องประดับศีรษะของ ตัวนาง ซึ่งเปนตัวนางที่สูงศักดิ์ เชน นางสีดา นางรจนา เปนตน 30. ตอบ ขอ 4. เพราะทามยุเรศ จะกาวไขวเทาซาย จีบหงายระดับอกทั้ง 2 มือ คลายมือจีบออก และตั้งวงกลาง ศีรษะตั้งตรง กระดกหลังเทาขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากทาบินของนก และฟอนใน จะกาวเทาขวาลงดานขาง พรอมกับ หมุนตัว สอดมือขึ้นในทาสอดสรอยมาลา มือขวาตั้งวงบน มือซายจีบหงายที่ชายพก เอียงศีรษะซาย แลวสอดจีบมือซายขึ้นตั้งวงบน มือขวาจับจีบควํ่าขึ้น แลวปลอยออกเปนตั้งวงกลาง กระดกหลังเทาซาย เอียงศีรษะขวา ซึ่งไดดัดแปลงมาจากการลําแพนหางของนกยูง 31. ตอบ ขอ 2. เพราะละครชาตรี เปนตนแบบของละครรํา ที่นิยมเลนกันแบบพื้นบาน นักแสดงจะเปนผูชายลวน และจะมีตัวละครเพียง 3 ตัว คือ ตัวนายโรง(ตัวพระ) ตัวนาง และตัวตลก นักแสดงที่เปนตัวนายโรงจะ แตงกายแบบยืนเครื่อง ศีรษะสวมเทริด ในการแสดงจะไมเนนความสวยงามของทารํา โดยจะมุงเนนที่ ความสนุกสนาน และตลกขบขันมากกวา 32. ตอบ ขอ 1. เพราะในขั้นตอนแรกของการฝกการแสดงนาฏศิลปเบื้องตน จะตองทําการแบงนักแสดงออกเปน 2 กลุม คือ ผูที่มีรูปรางสูงโปรง ใบหนารูปไข จะฝกใหเปนตัวพระ และผูที่มีรูปรางสันทัดตํ่ากวาตัวพระจะใหฝก เปนตัวนาง 33. ตอบ ขอ 2. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นตําแหนงการตั้งวงที่อยูระดับเหมาะสม กลาวคือ การตั้งวงกลางที่ถูกตอง ทั้งตัวพระและตัวนาง นิ้วทั้ง 4 นิ้ว จะเรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ปลายของนิ้วมือตั้งอยู ระดับหางคิ้ว (ตัวพระ) ปลายของนิ้วมือตั้งอยูระดับไหล (ตัวนาง) (25)
  • 26.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 34. ตอบ ขอ1. เพราะในการแสดงนาฏศิลปนั้นทารําจะตองมีความออนชอย สวยงามและถูกตองตามหลักการทางนาฏศิลป ซึ่งจะทําใหผูชมไดรับสุนทรียรสที่เปยมลนไปดวยความงดงามของลีลาการรายรําประกอบบทเพลงที่ไพเราะ ซึ่งบรรเลงดวยเครื่องดนตรีไทย 35. ตอบ ขอ 4. เพราะการกาวเทาที่ดี จะกาวเทาออกไปประมาณครึ่งกาว โดยใหสนเทาแตะลงที่พื้น ถายนํ้าหนักตัวไปที่ ฝาเทา เหยียบพื้นใหเต็มฝาเทา สวนขาอีกขางหนึ่งเมื่อกําลังจะเคลื่อนยาย ควรยกสนเทาขึ้น ถายนํ้าหนักตัว ลงที่ปลายเทาซึ่งกดพื้นไว ทําเชนนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เดิน 36. ตอบ ขอ 3. เพราะผูกํากับการแสดง จะทําหนาที่เปนผูฝก และควบคุมการแสดงละคร รับผิดชอบในการแสดงทั้งหมด เปนบุคคลที่สําคัญที่สุดของการแสดง จะเปนผูที่มีความสามารถรอบดาน เปนผูสั่งการแกผูกํากับเวที ทํางานอยางใกลชิดกับนักแสดง และทําหนาที่ควบคุมนักแสดงใหแสดงตามบทบาทของตัวละคร 37. ตอบ ขอ 4. เพราะในการคัดเลือกนักแสดงละครรํา จะมีหลักในการพิจารณา คือ ลักษณะของตัวพระ จะมีรูปราง สูงโปรง ใบหนารูปไข ผิวขาว จมูกโดง และลักษณะของตัวนาง จะมีใบหนากลม หรือรูปไข จมูกโดง ปากเปนรูปกระจับ 38. ตอบ ขอ. 3 เพราะเปนละครที่เกิดขึ้นภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งจะใชนางในเปนนักแสดง การรายรําจึงมีความออนชอย สวยงาม และเครื่องแตงกายของการแสดงนั้นไดดัดแปลงมาจากเครื่องทรงของพระมหากษัตริย 39. ตอบ ขอ 3. เพราะอินทรธนู เปนเครื่องประดับของตัวพระและยักษเทานั้น อินทรธนู จะมีลักษณะเปนทรงสูง ปลายงอนเขาเล็กนอย ปกดิ้น และเลื่อมเปนลวดลายตางๆ ตรงปลายยอดติดพู 40. ตอบ ขอ 3. เพราะภาษาทาและนาฏยศัพทถือวาเปนหัวใจสําคัญของการแสดงนาฏศิลป การที่จะชมการแสดงนาฏศิลป ใหเกิดความสนุกสนานไดนั้น ผูชมจะตองมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับภาษาทาและนาฏยศัพท เพราะจะได เขาใจในสิ่งที่นักแสดงตองการจะสื่อความหมายออกมา ใหเห็นถึงอารมณและความรูสึกนึกคิดของตัวละคร ที่เกิดขึ้นในเวลานั้นๆ (26)
  • 27.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ ดนตรีไทยและดนตรีสากลลวนมีคุณคาตอจิตใจของมนุษยในสังคมทั้งสิ้นในปจจุบันไดมีการนําเอาดนตรี มาใชเพื่อเปนสื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมระหวางประเทศ เชน การจัดแสดงดนตรีนานาชาติ เพื่อการแลกเปลี่ยน ทางวัฒนธรรม เปนตน นอกจากนี้ ดนตรียังมีประโยชนตอมนุษยอีกหลายดาน เชน เสียงของดนตรี เปนสิ่งที่ชวยกลอมเกลาจิตใจของคนใหออนโยน เยือกเย็น และสามารถชวยคลายความทุกขที่เกิดขึ้น ในชวงระยะเวลาหนึ่งได เสียงดนตรีจะชวยในการปลุกเราจิตใจใหราเริง ทําใหมนุษยเกิดความเพลิดเพลินใจ ทั้งนี้ ดนตรียังเปนสวนสําคัญอยางหนึ่งที่จะขาดไมไดเลยจากการแสดงมหรสพตางๆ เพราะดนตรีเปน สวนประกอบสําคัญที่ทําใหการแสดงนาชม สรางบรรยากาศ และความสนุกสนานใหแกผูชม เปนตน 2. แนวตอบ ดนตรีเปนงานศิลปะที่มนุษยสรางขึ้น โดยใชเสียงเปนสื่อในการถายทอดออกมาเปนลีลา ทํานอง อารมณ ของเพลงดําเนินไปตามจินตนาการของนักประพันธเพลง ดนตรีนับเปนสิ่งที่มีคุณคา สรางความเพลิดเพลิน เปนสื่อประกอบใหกิจกรรมทางประเพณี และพิธีกรรมที่มนุษยประกอบขึ้นนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น 3. แนวตอบ ขอความนี้แสดงใหเห็นวาดนตรีไทยไดรับความนิยมเปนอยางมาก แมแตในเขตพระราชฐานเอง ก็มีการ รองเพลงและเลนดนตรีกันอยางเอิกเกริก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จึงตองทรงออกกฎมณเฑียรบาล หามไว 4. แนวตอบ สิ่งที่ทําใหดนตรีในยุคบาโรกมีความแตกตางจากดนตรีในยุคอื่นๆ มีดังตอไปนี้ 1. นิยมใชสื่อที่ตางกันตอบโตกัน เชน เสียงนักรองกับเครื่องดนตรี เปนตน 2. นิยมใชเบสเปนทั้งทํานองและแนวประสาน ที่เรียกวา “Basso Continuo” 3. เริ่มมีการประสานเสียงแบบโฮโมโฟนี (Homophony) ซึ่งเปนการประสานเสียงแบบอิงคอรด 4. นิยมใชบันไดเสียงเมเจอร (Major) และไมเนอร(Minor) แทนโมด(Mode) 5. เคานเตอรพอยท(Counterpoint) ยังคงเปนคุณลักษณะเดนของสมัยนี้ โดยโฮโมโฟนี(Homophony) จะมีบทบาทในการสนับหนุนใหเคานเตอรพอยทมีความสมบูรณยิ่งขึ้น 6. มีการระบุความชา-เร็ว และหนัก-เบา ลงไปในผลงาน 7. เทคนิคของการ Improvisation ไดรับความนิยมเปนอยางมาก 8. มีคีตลักษณ(Form) ใหมๆ เกิดขึ้นหลายแบบ 9. มีการจําแนกหมวดหมูของคีตนิพนธ และบัญญัติศัพทไวเรียกอยางชัดเจน 10. อุปรากร(Opera) ไดกําเนิดขึ้นและมีการพัฒนาขึ้นในยุคสมัยนี้ 5. แนวตอบ เพราะดนตรียุคคลาสสิก เปนดนตรีที่ไมมีจินตนาการอยูเบื้องหลัง ไมมีบทกวีประกอบ เปนดนตรีที่มีแต เสียงดนตรีบริสุทธิ์ ซึ่งจะตรงขามกับดนตรีในยุคโรแมนติกที่เปนดนตรีพรรณนา (Program Music) และเปน ดนตรีที่มีเรื่องราว ตอนที่ 2 (27)
  • 28.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. แนวตอบ นาฏศิลปและการละครมีประโยชนและมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปะประจําชาติที่ใหทั้งความรูและความบันเทิง มีความสําคัญตอการพัฒนาคุณภาพชีวิตเปนพื้นฐานดานจิตใจ สามารถพัฒนาใหเปนบุคคลที่มีความคิด สรางสรรค มีความซาบซึ้งและเขาใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสรางผลงานการแสดงไดอยาง มีคุณคา ทันตอกระแสความคิดในโลกปจจุบันได ชนชาติโบราณที่มีอารยธรรม ทุกชาติ ทุกภาษา ถือวาการ ฟอนรําเปนพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติสืบตอกันมา มีความหลากหลายและแตกตาง ไปตามสังคม ประเพณี และความนิยมของเผาพันธุ การที่จะนําความรูทางดานนาฏศิลปและการละคร มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น ควรศึกษาถึงแกนแทของวิชานาฏศิลปและ การละคร การสรางสรรคผลงาน และการพัฒนา เพื่อที่จะไดเชื่อมโยงความรูดานนาฏศิลปและการละคร มาประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยางเหมาะสม 7. แนวตอบ เพราะการแสดงนาฏศิลปและการละคร ไดเขามามีบทบาทตอชีวิตประจําวันของมนุษย โดยเปนเครื่องมือ อยางหนึ่งที่ชวยในการผอนคลายความเครียด ในสังคมปจจุบันที่มีความสับสนวุนวายอยูมาก นาฏศิลป และการละครที่เคยผูกพันอยูกับพิธีกรรมทางศาสนา และพิธีกรรมในราชสํานักมาตั้งแตโบราณ ไดเปลี่ยน บทบาทเปนธุรกิจเชิงพาณิชยตามกระแสความคิดของโลกในปจจุบัน โดยมีผูบริโภคเปนผูกําหนดคุณคา และสุนทรียะ แตในการที่จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาผลงานดานนาฏศิลปและการละครนั้น จําเปนที่จะตองศึกษาใหถึงแกนแท ไมควรนํานาฏศิลปและการละครที่เปนมาตรฐาน มีขนบนิยมเครงครัด มาพัฒนา ดัดแปลง แกไข ควรรักษาไวเปนแบบฉบับและสรางสรรคผลงานนาฏศิลปและการละครขึ้นใหม เพื่อใหมีความสอดคลองกับความตองการของสังคมปจจุบัน 8. แนวตอบ นาฏศิลปไทย เปนการแสดงที่มีความออนชอย งดงาม ถือกําเนิดขึ้นมาพรอมๆ กับความเปนชนชาติไทย เปนสวนหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเปนอยูของคนไทย ดังนั้น ในการศึกษาทักษะทางนาฏศิลปไทย จะตองศึกษาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปพรอมๆ กัน เพื่อจะไดมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมาย ที่มา องคประกอบ ประเภทของนาฏศิลปไทย รวมไปถึงการศึกษาความสัมพันธระหวางนาฏศิลปไทย กับประวัติศาสตรและวัฒนธรรมดวย เพื่อใชเปนความรูขั้นพื้นฐานทางดานนาฏศิลปไทย อันจะนําไปสู การฝกหัดการแสดงนาฏศิลปที่ถูกตองตามแบบแผน เพื่อเปนการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและ ภูมิปญญาไทยสืบตอไป 9. แนวตอบ แตกตางกัน เพราะภาษาทา คือ ภาษาทางนาฏศิลป เสมือนเปนภาษาพูดโดยไมตองเปลงเสียงออกมา แตอาศัยสวนประกอบของอวัยวะของรางกาย แสดงออกมาเปนทาทาง เพื่อสื่อใหผูชมสามารถเขาใจได พื้นฐานของการใชภาษาทานี้ สวนมากจะนํามาจากทาธรรมชาติ แตนํามาประดิษฐ ดัดแปลงใหมีความ ออนชอยและสวยงาม กิริยาทาทางที่แสดงออกมาเปนภาษาทานี้ สามารถจําแนกออกเปน 2 ประเภท ใหญๆ คือ ภาษาทาที่บงบอกอิริยาบถของมนุษย และภาษาทาที่มาจากการประดิษฐ สวนนาฏยศัพท คือ ศัพทเฉพาะในทางนาฏศิลป เปนชื่อของลักษณะทารําของไทย นาฏยศัพทที่ใชกันเกี่ยวกับทารําไทยสามารถ จําแนกออกเปน 3 ประเภท คือ หมวดนามศัพท ศัพทที่เรียกชื่อทารํา หรือชื่อทาที่บอกอาการกระทํา ของผูนั้น เชน วง จีบ เปนตน หมวดกริยาศัพท ศัพทที่ใชเรียกในการปฏิบัติบอกอาการกิริยา แบงออก เปน 2 ลักษณะ คือ ศัพทที่ใชเรียกเฉพาะขณะที่ใชทารํา และศัพทเสริม หมวดเบ็ดเตล็ด ศัพทตางๆ ที่ใช เรียกในภาษานาฏศิลปนอกเหนือไปจากนามศัพท และกริยาศัพท เชน จีบยาว ลักคอ เดินมือ เปนตน (28)
  • 29.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 10. แนวตอบ ละครมีอยูทุกชาติทุกภาษา ดังคํากลาวที่วา “โลกนี้คือละคร” ซึ่งใหแนวคิดวางานละคร เปนงานที่จะตอง อยูคูกับโลก ละครเปนสาระหนึ่งของศิลปะที่กอใหเกิดความตื่นเตน สนุกสนาน เพลิดเพลิน ใหทั้งความบันเทิง ความรู และแนวคิดในการดําเนินชีวิต ฉะนั้น ละครจึงมีคุณคา มีความสําคัญ และเปนสิ่งจําเปนสําหรับ ชีวิตมนุษยที่ควรแกการศึกษา เรียนรู นอกจากนี้ ละครยังเปนการแสดงอยางหนึ่ง ซึ่งนอกเหนือจาก จะใหสาระและความบันเทิงแลว ยังมีความสําคัญตอประวัติศาสตร สังคม และวัฒนธรรมเปนอยางยิ่ง สามารถนํามาบูรณาการเขากับสาระกลุมอื่นๆ ไดทุกศาสตร การศึกษาหาความรูเกี่ยวกับการแสดงละคร เทคนิคตางๆ ในการสรางงานละคร ตลอดจนการฝกทักษะเบื้องตนในการแสดงละคร นับวาเปนความรู พื้นฐานที่มีความจําเปนในการที่จะสรางงานละครใหมีสุนทรียภาพ นาดู นาชม ไดรับประโยชน และคุณคา รวมทั้งสามารถนําแนวคิด สาระที่ไดรับจากการชมมาประยุกตใชใหสอดคลองกับชีวิตประจําวันไดอีกดวย (29)
  • 30.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ4. เพราะดนตรีมีประโยชนตอบุคคลในเรื่องของการผอนคลายความตึงเครียด พัฒนาการเรียนรู และความจํา 2. ตอบ ขอ 3. เพราะดนตรีไทย นอกจากจะมีคุณคาในฐานะที่เปนศิลปวัฒนธรรมของชาติ มีบทบาทตอศาสนา สังคม และพิธีกรรมตางๆ แลว ดนตรีไทยยังเปนวิชาชีพที่สามารถสรางรายไดใหแกนักดนตรีในการผลิตผลงาน สรางรายไดในรูปแบบตางๆ ทั้งการบรรเลงประกอบในกิจกรรมตางๆ การบรรเลงเพื่อการฟง การบรรเลง ประกอบการโฆษณา ประชาสัมพันธสินคา การบันทึกเสียงเพลงในสื่อรูปแบบตางๆ นํารายไดมาสูนักดนตรี ผูประกอบการ และสรางความมั่นคงใหแกเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกดวย 3. ตอบ ขอ 2. เพราะเปนเอกลักษณเฉพาะที่บงบอกถึงความเปนกลุมชาติพันธุและความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งดนตรี ก็จัดเปนศิลปะประเภทหนึ่งที่บงบอกถึงวัฒนธรรมของแตละสังคมได 4. ตอบ ขอ 2. เพราะความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีไดมีสวนในการสรางสรรคอุปกรณที่มีสวนชวยในการบันทึกเสียง เชน เครื่องบันทึกเสียง ที่สรางขึ้นโดยโทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) เปนตน 5. ตอบ ขอ 3. เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะสงผลใหงานดนตรีมีการพัฒนา ทั้งในระบบคอมพิวเตอร เครื่องดนตรี เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง และการปรับปรุงรูปแบบดนตรีจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 6. ตอบ ขอ 3. เพราะชาวจีนไดนําขิมมาบรรเลงรวมอยูในวงเครื่องสายจีน ประกอบการแสดงอุปรากร(งิ้ว) บรรเลงในงาน เทศกาล และงานรื่นเริงตางๆ 7. ตอบ ขอ 2. เพราะการตีสะบัด เปนการตีไลเสียง 3 พยางค ตอเนื่องกันอยางรวดเร็วในชวงเวลาเพียง 2 หรือ 1 จังหวะ เพื่อใหทํานองมีความพลิ้วไหวมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการแทรกโนตตัวที่ 3 เพิ่มเขาไปในโนตตัวที่ 2 เดิม ภายในจังหวะเทาเดิม 8. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงที่นิยมบรรเลงกันมาก คือ เพลงจีนขิมเล็ก และเพลงจีนขิมใหญ ซึ่งเปนเพลงสําเนียงจีนที่เกิดขึ้น ในราวปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว(รัชกาลที่ 4) โดยพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร) ไดจําทํานองการตีขิมของคนจีนแลวจํามาแตงเปนเพลงในอัตราจังหวะ 2 ชั้น 9. ตอบ ขอ 1. เพราะดนตรีไทยถือเปนสมบัติและวัฒนธรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเปนชาติ และอยูคูกับคนไทยมาอยาง ชานาน ดังนั้น ดนตรีจึงมีความสัมพันธกับคนไทยประหนึ่งวาเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวัน นับตั้งแต เกิดจนถึงวันสุดทายแหงชีวิตก็วาได 10. ตอบ ขอ 4. เพราะเพลงตระสันนิบาต จะใชบรรเลงเพื่ออัญเชิญเหลาเทวดาทุกๆ พระองค ใหมาชุมนุมในมณฑลพิธี สวนเพลงกลอม ใชสําหรับการขับกลอม เพื่อใหนอนหลับ เพลงเสมอ ใชประกอบกิริยาการเดินทาง ระยะใกลๆ ไปอยางชาๆ ไมรีบรอน และเพลงคุกพาทยใชประกอบการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย หรือเหตุการณ อันนาสะพรึงกลัว ตอนที่ 1 ชุดที่ 2เฉลยแบบทดสอบ (30)
  • 31.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 11. ตอบ ขอ2. เพราะการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียง จะทํากระทําโดยใหนักรองเสียงดังอยูดานหลังหรืออยู ระหวางกลางของนักรองเสียงเบาในสวนเดียวกัน เพื่อจะไดชวยนักรองเสียงเบา จากนั้น จัดวางนักรองที่มี เสียงไพเราะและสามารถขับรองไดอยางถูกตอง แมนยํา อยูในแถวหนา เพราะจะทําใหเสียงในการขับรองนั้น เกิดความไพเราะ กอใหเกิดความสมดุลของเสียงในการขับรอง 12. ตอบ ขอ 1. เพราะลักษณะการบรรเลงดนตรีรวมวง เปนการที่กลุมนักดนตรี ผูบรรเลงเครื่องดนตรี หรือผูขับรอง มาแสดงรวมกัน ดังนั้น คุณลักษณะของผูบรรเลงดนตรีรวมวง จะตองใชความพยายาม ความอดทน มีสมาธิ ในการฟงจังหวะ และทํานองเพลง มีทักษะในการทํางานรวมกับผูอื่น เพื่อใหไดผลงานที่ออกมามีคุณภาพ 13. ตอบ ขอ 1. เพราะการขับรองเพลงนั้น จัดเปนการสรางความบันเทิงใหแกผูชม ดังนั้น การรองเพลงจึงตองมีการแสดงออก ใหเห็นความกลมกลืนอยางนอย 3 ดาน ดังตอไปนี้ 1. การแสดงออกดวยปาก 2. การแสดงออกดวยใจ 3. การแสดงออกดวยกาย จึงจะนับวาเปนการขับรองที่สมบูรณ 14. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียงในรูปแบบการขับรอง “แบบราวด”(Round) หรือ“แบบวน” ซึ่งจะเปนรูปแบบ การขับรองที่มีผูขับรองตั้งแต 2 คน หรือ 2 กลุมขึ้นไป รองเพลงแนวทํานองเดียวกัน แตเริ่มตนและจบ ไมพรอมกัน 15. ตอบ ขอ 4. เพราะการขับรองประสานเสียง 2 แนว เปนการขับรองที่มีทํานองเพลง 2 แนว รองไปพรอมๆ กัน มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 1 ทํานอง สวนการขับรองประสานเสียง 3 แนว เปนการ ขับรองที่มีทํานองเพลง 3 แนว รองไปพรอมๆ กัน มีทํานองหลัก 1 ทํานอง และทํานองประสาน 2 ทํานอง ซึ่งทํานองประสานทั้ง 2 แนว อาจมีทํานองที่แตกตางกันออกไป 16. ตอบ ขอ 2. เพราะนาฏศิลปและการละคร จัดเปนศิลปะประจําชาติและเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงใหเห็นถึง วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงามของชาติ ดังนั้น เราจึงควรรวมมือรวมใจกันในการอนุรักษ ถายทอด และสืบสานใหคงอยูสืบตอไป 17. ตอบ ขอ 4. เพราะนาฏศิลปมีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ยึดปฏิบัติสืบทอดตอกันมาแตโบราณ ผูที่ศึกษาวิชานาฏศิลป จะตองมีความเคารพ ศรัทธาในบูรพาจารย ผูประสิทธิ์ประสาทวิชาใหแกศิษย แมวาจะไดรับมอบหมายในพิธี ไหวครูใหเปนประธานในพิธีแลวก็ตาม ศิษยผูที่ไดรับมอบหมายจะไมทําหนาที่เปนประธานในพิธี ตราบใด ที่ครูผูมอบยังมีชีวิตอยู ดังคํากลาวที่วา “นาฏศิลปไทยเปนศิษยมีครู” ซึ่งมีกิจกรรมหลายอยางที่จัดขึ้นมา เพื่อชวยสืบทอดวัฒนธรรมทางดานนาฏศิลปไทย เชน พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ คติความเชื่อเกี่ยวกับ นาฏศิลป ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติในการออกโรงแสดง เปนตน 18. ตอบ ขอ 3. เพราะนาฏศิลปไทยมีลักษณะเฉพาะที่เปนแบบแผนขนบนิยมสืบทอดตอกันมา เปนเรื่องของความศรัทธา ความเชื่อ จึงมีการจัดกิจกรรมที่สะทอนใหเห็นถึงความเชื่อดังกลาว คือ พิธีไหวครู ครอบครู และรับมอบ เพื่อใหศิษยใหมไดรูจักพระนามครูที่เปนมหาเทพ พระฤๅษี มนุษย ยักษ ทั้งที่มีชีวิตอยูและไมมีชีวิตอยู เพื่อมอบตัวเปนศิษย เพื่อสรางความเปนสิริมงคล ปองกันเสนียดจัญไร มีโอกาสไดรับการถายทอดทารํา อันสูงสุด หรือเปนผูประกอบพิธีไหวครู (31)
  • 32.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 19. ตอบ ขอ3. เพราะศิลปะแขนงวิจิตรศิลปสามารถสรางความสวยงามและความสมบูรณในการแสดงได กลาวคือ ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปปรากฏอยูในงานนาฏศิลปและการละครที่เห็นไดอยางเดนชัด คือ วรรณกรรมที่ปรากฏ ในงานนาฏศิลปและการละคร ไดแก บทประพันธทั้งรอยแกวและรอยกรองที่เปนบทเพลง บทละคร ดุริยางคศิลป เปนหัวใจสําคัญของนาฏศิลปและการละคร เพราะชวยสอดประสานกับลีลาทารํา และสื่อ ความหมายใหผูชมเกิดอารมณคลอยตาม นอกจากนี้ จิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปตยกรรมยังชวย สงเสริมใหเกิดความสวยงาม และความสมจริงกับการแสดงนาฏศิลปและการละคร ในดานการออกแบบฉาก เครื่องแตงกาย การแตงหนา การจัดฉาก และการประดิษฐอุปกรณประกอบการแสดง 20. ตอบ ขอ 2. เพราะจุดประสงคหลักของนาฏศิลปและการละครมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต คือ เปลี่ยนจาก การแสดงเพื่อความบันเทิงแกบุคคลทั่วไปมาเปนการแสดงใหนักทองเที่ยวชม ซึ่งมีจุดมุงหมายไปในเชิง พาณิชยมากขึ้นกวาการแสดงเพื่อสรางความบันเทิงเริงรมย 21. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําคู เปนการแสดงที่มุงเนนความเปนเอกภาพในการประดิษฐทารํา การนําองคประกอบตางๆ เชน ดนตรี จังหวะ บทรอง เครื่องแตงกาย เปนตน ทุกสวนตองสามารถเชื่อมโยงกันได แสดงใหเห็นถึง ความกลมกลืน ไมควรมีความแตกตางในองคประกอบกันอยางมากมาย จนทําใหการประดิษฐทารําชุดนั้น ขาดความเปนเอกภาพ 22. ตอบ ขอ 1. เพราะรําวงมาตรฐาน มีวิวัฒนาการมาจากการรําโทน ซึ่งเปนการละเลนพื้นบานของไทยในบางทองถิ่น นิยมเลนกันในเทศกาลตางๆ เหตุที่เรียกวา “รําโทน” ก็เพราะใชโทนตีเปนจังหวะหลัก 23. ตอบ ขอ 2. เพราะเพลงงามแสงเดือน และเพลงคืนเดือนหงาย จะมีการใชนาฏยศัพทที่เหมือนกัน นั่นคือ ทาสอดสรอยมาลา และทาสอดสรอยมาลาแปลง ซึ่งลักษณะของนาฏยศัพทที่ปรากฏ คือ วงบน นิ้วทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน นิ้วหัวแมมือหักเขาหาฝามือ ยกลําแขนขึ้นเปนวงโคงไปทางดานขางของลําตัว ปลายนิ้วมือ จะอยูระดับศีรษะ(ผูชาย) ระดับหางคิ้ว(ผูหญิง) และจีบ นิ้วหัวแมมือจรดกับขอที่ 2 ของนิ้วชี้ สวนที่เหลือ ใหกรีดออก หักขอมือเขาหาลําแขน ปลายนิ้วมือจะอยูระดับชายพก(สะดือ) 24. ตอบ ขอ 4. เพราะการรํากระบี่กระบอง พระลอตามไก ทุษยันตตามกวาง เปนการรําที่ใชนักแสดง 2 คน จึงจัดเปน การรําคู สวนการรําสีนวล ตารีกีปส เซิ้งกระติบขาว เปนการรําที่ใชนักแสดงมากกวา 2 คนขึ้นไป จึงจัดเปนการรําหมู การรําประเลง ฉุยฉายเบญกาย แพรวากาฬสินธุ จัดเปนการรําแบบผสมผสานกัน ทั้ง 3 รูปแบบ และฉุยฉายพราหมณ พลายชุมพล มโนหราบูชายัญ เปนการรําที่ใชนักแสดงเพียงคนเดียว จึงจัดเปนการรําเดี่ยว 25. ตอบ ขอ 4. เพราะระบําตารีกีปส เปนการแสดงทารําที่ใชพัดเปนองคประกอบสําคัญ จัดเปนการแสดงชุดหนึ่งที่ไดรับ ความนิยมเปนอยางมากในหมูชาวไทยมุสลิมภาคใต โดยเฉพาะในจังหวัดปตตานี บทเพลงที่ใชประกอบ การแสดง คือ “เพลงตารีกีปส” ไมมีเนื้อรอง จะใชดนตรีบรรเลงลวนๆ มีทวงทํานองไพเราะสนุกสนาน และเราใจ 26. ตอบ ขอ 4. เพราะจากขอความปรากฏทารําที่มีการเลียนแบบทาทางของสัตวทั้งหมด 4 ทา คือ มาฟอนรําทําทากวางเดินดง(กวาง) เหลาพวกหงสบิน(หงส) มาหามัจฉา(ปลา) ภมรเคลา(ผึ้ง) พิสมัยรอยผกา แลวยายทาพรหมสี่พักตรลักขณา (32)
  • 33.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 27. ตอบ ขอ1. เพราะทาพรหมสี่หนา เปนทารําที่มีลักษณะคลายกับทาบัวบาน(วงบัวบาน) เปนทารําที่นํามาใชในการตีบท ในความหมายตางๆ เชน ความยิ่งใหญ รุงเรือง มโหฬาร การสวมใสศิราภรณ เปนตน 28. ตอบ ขอ 1. เพราะการเคลื่อนไหวรางกายนั้น เปนขั้นตอนเริ่มตนที่ทุกคนควรปฏิบัติกอนเริ่มการแสดง จัดเปนการเตรียม ความพรอมของรางกายทุกสวนใหอยูในสภาวะที่สมดุล เมื่อรางกายมีความพรอมแลวก็จะสามารถปฏิบัติ ทารําไดอยางมีประสิทธิภาพ 29. ตอบ ขอ 3. เพราะการประดิษฐทารําโดยใชทาทางแทนคําพูด หรือภาษานาฏศิลปประกอบเพลง เปนการใชทาทาง บงบอกความหมายตามเนื้อเพลง ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการนําหลักนาฏศิลปไทยมาใชในการประดิษฐทารํา ใหมีความถูกตอง สวยงามตรงตามหลักนาฏศิลปไทย 30. ตอบ ขอ 2. เพราะจากทารํา “มือซายตั้งวงลาง มือขวาจีบสงหลัง” เปนทารําที่ปรากฏอยูในการแสดงรําวงมาตรฐาน เพลงดอกไมของชาติ ที่เรียกวา “ทารํายั่ว” 31. ตอบ ขอ 4. เพราะนักแสดง เปนผูที่มีความสามารถในดานการแสดงออกทางสีหนา อารมณ ความรูสึกตรงตามลักษณะ ของตัวละครที่ถูกกําหนดไว 32. ตอบ ขอ 2. เพราะการแสดงดนตรีและนาฏศิลปมีความสัมพันธเกี่ยวเนื่องกันอยางขาดไมได ถาหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อาจทําใหการแสดงดูไมสมบูรณและไมนาสนใจ 33. ตอบ ขอ 3. เพราะบทละครที่ดีนั้น จะตองใหขอคิดกับผูชม ซึ่งผูชมจะสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได 34. ตอบ ขอ 3. เพราะลักษณะของบทกลอน จะเปนแบบบทเกี้ยวพาราสีที่เรียกวา “บทโอโลม” ซึ่งกลอนบทนี้ไดตัดตอน มาจากบทละครเรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีโอโลมนางละเวง 35. ตอบ ขอ 4. เพราะบทละครเรื่องอิเหนา ตอนยาหรันตามนกยูง เปนบทประพันธที่มีคุณคา ใหคติสอนใจแกผูชม ซึ่งบทละครจัดเปนหัวใจสําคัญของการแสดงละครทุกประเภทเพราะถาบทละครไมดีก็จะสงผลถึงการแสดงดวย แมนักแสดงจะมีลีลาทารําที่สวยงาม ฉาก แสง สี เสียงมีความสมบูรณมากนอยเพียงใดนั้น แตบทละคร ขาดความเปนเหตุเปนผล ผูชมก็จะไมประทับใจ 36. ตอบ ขอ 3. เพราะรูปแบบการละครของไทย จะเปนละครประเภทที่ใชศิลปะในการรายรําดําเนินเรื่อง มีการขับรอง และเจรจาเปนกลอนบทละคร ซึ่งสามารถแบงออกไดเปน 4 ประเภท คือ 1. ละครรํา แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรําแบบมาตรฐานดั้งเดิม มี 3 ประเภท คือ ละครชาตรี ละครนอก และละครใน ละครที่ปรับปรุงขึ้นใหม มี 3 ประเภท คือ ละครดึกดําบรรพ ละครพันทาง และละครเสภา 2. ละครรอง แบงไดเปน 2 ประเภท คือ ละครรองลวนๆ และละครรองสลับพูด 3. ละครพูด แบงไดเปน 3 ประเภท คือ ละครพูดลวนๆ ละครพูดแบบรอยกรอง และละครพูดสลับรํา 4. ละครสังคีต 37. ตอบ ขอ 3. เพราะการเลือกการแสดงละครที่ดี จะตองเลือกบทละครใหสอดคลองกับงาน เชน งานมงคล ควรเลือก การแสดงละครแบบสุขนาฏกรรม เชน อิเหนา ตอนไหวพระ เปนตน งานอวมงคล ควรเลือกการแสดงละคร แบบโศกนาฏกรรม เชน โขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ เปนตน (33)
  • 34.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 38. ตอบ ขอ1. เพราะบทละครที่ดี จะตองเปนบทละครที่มีคุณคาทางวรรณกรรม มีแนวคิดที่เปนคติสอนใจ สามารถนํามา ปรับใชในชีวิตประจําวันได มีการจัดลําดับเหตุการณของเรื่องตั้งแตตนจนจบ ใชภาษางายๆ สื่อความหมาย อยางตรงไปตรงมา 39. ตอบ ขอ 1. เพราะการแตงหนาตัวละคร ควรใหมีความหลากหลายในรูปแบบ โดยใชเทคนิคการแตงหนาสมัยใหม ซึ่งลิปสติกสามารถนํามาใชแทนบรัชออน(ที่ทาแกม) ได ดวยวิธีการแตะที่เนื้อของลิปสติกสีที่ตองการ นํามาแตะบริเวณโหนกแกมแลวเกลี่ยใหสีเสมอกัน จากนั้นจึงทาทับดวยแปงฝุน 40. ตอบ ขอ 2. เพราะการแตงหนาตัวละคร ชางแตงหนาจะตองมีความสามารถในการแตงหนาไดตรงตามลักษณะ บทประพันธ หรือลักษณะของการแสดงนั้นๆ ซึ่งจะมีรูปแบบที่แตกตางกันออกไป (34)
  • 35.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ เพราะดนตรีเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เสริมสรางความแข็งแกรงใหกับคนในชาติการสรางสรรคงานดนตรี จึงมีมาอยางตอเนื่อง นอกจากนี้ ความกาวหนาทางเทคโนโลยี และการปรับเปลี่ยนดนตรีใหเขากับยุคสมัย ก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหงานดนตรีไดรับการยอมรับจากสังคมมาจนถึงปจจุบัน 2. แนวตอบ เกิดขึ้นตั้งแตมีการใชไฟฟาครั้งแรกในพ.ศ. 2427 พระเจาบรมวงศเธอ พระองคเจาบุรฉัตรไชยากร กรมพระ- กําแพงเพ็ชรอัครโยธิน ไดทรงริเริ่มการกระจายเสียงขาวสารของทางการ จากนั้น จึงไดมีการพัฒนาขึ้น ตามลําดับ มีรายการบรรเลงดนตรีของวงตางๆ ทั้งวงดนตรีสากล วงดนตรีไทยสากล และวงดนตรีไทย ออกอากาศตามรายการที่ไดมีการจัดขึ้น ตอมาจึงไดพัฒนามาสูการเผยแพรทางสถานีโทรทัศน เครือขาย อินเทอรเน็ต จนกาวสูระบบจานดาวเทียมในปจจุบัน 3. แนวตอบ ดนตรีในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ(รัชกาลที่ 9) มีความเจริญรุงเรืองเปนอยางมาก เพราะพระองค ทรงโปรดดนตรีทุกประเภท จนเปนที่ยกยองสรรเสริญจากชาวโลก ทั้งในประเทศและตางประเทศ นอกจากนี้ พระองคยังทรงพระราชนิพนธเพลงไวอีกมากมาย อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงโปรดปรานดนตรีไทยเปนอยางยิ่ง ทรงบรรเลงดนตรีไทย และทรงใฝพระราชหฤทัยอยางจริงจัง จึงทําใหดนตรียังไดรับความนิยมอยูจนถึงปจจุบัน 4. แนวตอบ เห็นดวย เพราะการขับรองที่ดีนั้น ผูขับรองจําเปนตองมีทักษะพื้นฐานในการขับรองเพลง ซึ่งมีหลักในการ ฝกปฏิบัติ ดังตอไปนี้ 1. การออกเสียง ตองออกเสียงใหเต็มเสียงตามจังหวะและทํานองของเพลง ซึ่งจะตองมีความตอเนื่อง สมํ่าเสมออยางไมขาดชวง 2. การหายใจเขา - ออก มีความสําคัญสําหรับการรองเพลง เพราะเกี่ยวของกับการหมุนเวียนของลม ในรางกาย การหายใจเขา-ออก ใหสอดคลองกับการรองเพลง จึงมีสวนชวยทําใหสามารถรองเพลง ไดดีขึ้น 3. การใสอารมณกับเพลง เพลงที่ขับรองมีหลายประเภท บางเพลงใหอารมณสนุกสนาน บางเพลงใหอารมณ เศรา ผูขับรองจึงควรมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมายของจังหวะและทํานองเพลง เพื่อจะได ใสอารมณและถายทอดความรูสึกใหเขากับเพลง ซึ่งจะทําใหรองเพลงไดดี 4. การเปลงเสียงถูกตองตามอักขรวิธี ตองออกเสียงพยัญชนะ วรรณยุกตใหชัดเจน โดยเฉพาะคําควบกลํ้า 5. ทาทางในการรองเพลง ควรสรางบรรยากาศรวมกับผูฟง ใหผูฟงไดมีอารมณรวมกับเพลงที่รอง 5. แนวตอบ การฝกขับรองทํานองที่ดีสามารถปฏิบัติได ดังตอไปนี้ ขั้นที่ 1 ฝกขับรองตามเสียงตนแบบ โดยฟงทํานองจากเสียงตนแบบทั้งบทซํ้ากันหลายๆ รอบ ฮัมทํานอง ตามเสียงตนแบบทั้งบท ฟงทํานองตามเสียงตนแบบทีละวลี แลวฮัมตามหลายๆ รอบ เมื่อจบ ทุกวลีแลวใหนํามาฮัมพรอมกันทั้งบท และขับรองโนตตามเสียงขับรองของครูผูสอนทีละวลี หลายๆ รอบ เมื่อจบทุกวลีแลวใหนํามาขับรองโนตตอกันทั้งบท ขั้นที่ 2 ฝกจําจนสามารถจําแนกทํานองได ขั้นที่ 3 นําทักษะจากขั้นที่1 และขั้นที่2 มาขับรองทํานองดวยตนเอง คือ ฮัมทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง จากนั้นขับรองโนตทํานองเพลงทั้งบทดวยตนเอง ตอนที่ 2 (35)
  • 36.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 6. แนวตอบ มีความแตกตางกันเพราะกระบวนการสืบทอดในสมัยโบราณ เปนการถายทอดจากครูแบบตัวตอตัว โดยวิธีการจํา ถาเปนสถาบันจะถายทอดกันในวัง บุคคลใดไดรับบทใหแสดงเปนตัวละครในเรื่องใดก็จะ ฝกเฉพาะบทนั้นจนเชี่ยวชาญ สวนกระบวนการสืบทอดในสมัยปจจุบัน มีการจัดตั้งสถาบันถายทอด วิชานาฏศิลปและการละคร มีกระบวนการเรียนการสอนที่เปนแบบแผน มีการคนควาหาความรูดวยตนเอง ฝกใหรูจักการสังเกต คิดวิเคราะห วิพากษ วิจารณ สรางจินตนาการจนเกิดความคิดสรางสรรคและนําไป ใชประโยชนไดในชีวิตประจําวัน 7. แนวตอบ เหตุที่การรําโทนในสมัยกอนตองรํารอบๆ ครกตําขาว ก็เนื่องมาจากคนไทยสวนใหญมีอาชีพเกษตรกรรม ทุกครอบครัวจะตองตําขาวไวกิน โดยพื้นที่สําหรับตั้งครกจะใชบริเวณหนาบานที่เปนลานกวาง ซึ่งนอกจาก จะใชเปนพื้นที่ตําขาวแลว ยังเปนที่นวดขาวและทํากิจกรรมตางๆ ดวย ดังนั้น เมื่อมีการรําวงจึงใชที่ตั้งครก เปนศูนยกลาง เพราะเปนพื้นที่กวาง จึงไมตองมีการปรับปรุงพื้นที่ใหเสียเวลา และไมเปนภาระของเจาของ บานอีกดวย 8. แนวตอบ ภาษาทา เปนการนํากิริยาทาทางตางๆ ที่มีอยูตามธรรมชาติ เชน คําพูด กิริยา อาการ อารมณ ความรูสึก เปนตน มาประดิษฐเปนทารําทางนาฏศิลปไทยที่มีความหมายแทนคําพูด นอกจากนี้ ยังเปนสิ่งสําคัญ ที่ใชในการสื่อความหมายระหวางนักแสดงและผูชม เนื่องจากในการแสดงนาฏศิลปบางประเภท นักแสดง ไมตองรอง หรือวาบทเอง ดังนั้น จึงมีการคิดประดิษฐภาษาทา หรือภาษาทารําที่แสดงอารมณ ความรูสึก ภายในขึ้น เพื่อใชในการแสดงนาฏศิลป เพราะจะทําใหผูชมเขาใจวานักแสดงตองการสื่อสารในเรื่องใด หรือกําลังมีอารมณ ความรูสึกอยางไรในขณะนั้น 9. แนวตอบ เพราะการรําแมบทมีมาตั้งแตสมัยอยุธยา จึงถือไดวาเปนแมแบบของกระบวนทาในรูปแบบการแสดงนาฏศิลป ไทยที่มีหลักฐานปรากฏวามีการสืบทอดกันมาแตโบราณ แตในกระบวนการสืบทอดทางการปฏิบัตินั้น ไมปรากฏผูสืบทอดกระบวนทารําที่ชัดเจน ซึ่งในพ.ศ.2498 กรมศิลปากรไดเรียนเชิญทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี บุคคลผูมีบทบาทในการประดิษฐกระบวนทารําสําหรับการแสดง โดยเฉพาะในการรําแมบท ทานผูหญิงแผว สนิทวงศเสนี ไดเรียบเรียง และประดิษฐกระบวนทารําประกอบบทขับรองไดอยางสอดคลอง เหมาะสม กลมกลืน และยังคงรักษารูปแบบทารําแบบมาตรฐานที่สวยงามเอาไว 10. แนวตอบ การคัดเลือกนักแสดงที่มีความถูกตองเหมาะสมนั้น มีความสําคัญเทากับการที่ละครไดประสบความสําเร็จ ไปแลวครึ่งหนึ่ง ในการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีขอควรคํานึง ดังตอไปนี้ 1. ผูเลือก ซึ่งโดยมากเปนผูกํากับการแสดง ตองรูจักตัวละครในเรื่องนั้นเปนอยางดี 2. ผูเลือก ตองรูจักนักแสดงเปนอยางดี วาแตละคนมีความสามารถทางใดที่โดดเดน บุคลิกมีความเหมาะสม กับละครชนิดใด เชน ลักษณะทาทางของตัวละครในเรื่องกับนักแสดงมีความเหมาะสมกันหรือไม ลักษณะเสียงของนักแสดงมีความเหมาะสมกับบทบาท หรือตองการความสามารถพิเศษในการรองเพลง หรือไม ลักษณะอารมณนักแสดงจะแสดงอารมณในละครไดดีเพียงใด ความประทับใจตอผูชมจะออกมา ในลักษณะใด เปนตน ซึ่งทั้งหมดนี้ลวนเปนสิ่งสําคัญที่นักแสดงจะตองมีอยู เมื่อแสดงใหผูชมเห็นแลว ก็จะเปนเครื่องวัดระดับนักแสดงไดวามีความสามารถเปนอยางไร ถาผูกํากับการแสดงไมรูจักนักแสดง เปนอยางดี อาจเลือกบทบาทที่ไมเหมาะสมให ซึ่งนอกจากจะทําลายบทละครแลว ยังเทากับทําลาย ชื่อเสียงของนักแสดงดวย (36)
  • 37.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. ตอบ ขอ3. เพราะในวิถีชีวิตปจจุบัน บุคคลไมอาจหนีรอดจากอิทธิพลของเสียงดนตรีได ไมวาจะทําอะไร อยูที่ไหน เมื่อไร เสียงดนตรีก็จะแวดลอมอยูเกือบทุกเวลา และทุกสถานที่ ดนตรีจะถูกสรางขึ้นมาใชเปนหลัก ในการสนับสนุนการดําเนินชีวิตของมนุษยมาตั้งแตสมัยโบราณจนถึงปจจุบัน ดนตรีชวยจุดประกาย แสงสวางใหแกเหตุการณสําคัญตางๆ ของชีวิตมนุษยทั้งในยามสุขและยามทุกข รังสรรคใหบุคคลไดถายทอด อารมณที่ตึงเครียดเปนอารมณผอนคลาย และถาปราศจากเสียงดนตรีแลวศิลปะการแสดงตางๆ ก็จะ ไมเกิดขึ้น 2. ตอบ ขอ 2. เพราะประโยชนของดนตรีไมไดมุงเนนไปในเรื่องของการสรางรายไดเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจาก การสรางรายไดสามารถกระทําไดจากวิธีอื่น จึงไมอาจเจาะจงไดวารายไดจะเกิดขึ้นจากการเลนดนตรี 3. ตอบ ขอ 3. เพราะการฟงดวยความซาบซึ้งนั้น จะทําใหสามารถประเมินคุณภาพผลงานดนตรีได เนื่องจากสามารถเขาใจ ในความถูกตองของการบรรเลงและการขับรอง ความแมนยําในการอานความหมาย และสัญลักษณ และการควบคุมคุณภาพเสียงในการขับรองและการบรรเลง ซึ่งสิ่งเหลานี้เปนพื้นฐานของการประเมินคุณภาพ ผลงานดนตรีทั้งสิ้น 4. ตอบ ขอ 4. เพราะดนตรีไทยจัดเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่ทุกคนตองรวมมือ รวมใจกันในการสืบสาน และอนุรักษ ดนตรีไทยใหคงอยูสืบตอไป จึงมีการกําหนดใหทุกโรงเรียนมีการสอนวิชาดนตรี เพื่อเปนการปลูกฝงใหเกิด ความรัก และความภาคภูมิใจในมรดกอันลํ้าคาทางวัฒนธรรมของชาติ 5. ตอบ ขอ 3. เพราะการที่เลือกเลนดนตรีไทยที่ตนเองสนใจและขยันในการฝกซอมทุกวันนั้น ยอมแสดงใหเห็นถึงคุณคา ของดนตรีและไมละเลยในการฝกซอม เพื่อใหเกิดความชํานาญ จนสามารถบรรเลงไดอยางไพเราะ 6. ตอบ ขอ 3. เพราะในการจัดแสดงดนตรีประกอบการแสดง ตําแหนงของเครื่องดนตรีควรวางอยูบริเวณใกลๆ กับพื้นที่ การแสดง และควรเปนสถานที่ที่ผูบรรเลง หรือผูขับรองสามารถมองเห็นทาทางและไดยินเสียงของนักแสดง อยางชัดเจน เพื่อที่จะสามารถบรรเลงเพลงประกอบทาทางไดอยางถูกตองเหมาะสม 7. ตอบ ขอ 2. เพราะการจัดการแสดงดนตรีไทยในวาระตางๆ จะมีรูปแบบการจัดการที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น การทราบถึงจุดประสงคของการแสดงจะทําใหผูจัดการแสดงสามารถจัดการแสดงออกมาไดอยางถูกตอง เหมาะสม ตรงตามจุดประสงคที่วางไว ทั้งในเรื่องของการเลือกวงดนตรี การเลือกบทเพลง และการจัดเตรียม สถานที่ 8. ตอบ ขอ 3. เพราะจากภาพแสดงใหเห็นถึงการประชาสัมพันธการแสดงดนตรี ซึ่งจะตองประชาสัมพันธผานสื่อตางๆ ไปยังผูชมอยางมีประสิทธิภาพ โดยกระทําแตเนิ่นๆ และใหขอมูลขาวสารอยางละเอียดถูกตองครบทุกสวน ปลีกยอย เชน บอกลักษณะการแสดง บอกชื่อคณะแสดง สถานที่ วัน เวลา ราคาบัตรเขาชม เปนตน ตอนที่ 1 ชุดที่ 3เฉลยแบบทดสอบ (37)
  • 38.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 9. ตอบ ขอ4. เพราะจะไดบรรเลงดนตรีไดถูกตองเหมาะสมกับงาน หรือพิธีกรรมตางๆ ที่จัดขึ้น ถากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้น มีความเกี่ยวของกับเทพเจา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะนิยมนําเพลงหนาพาทยมาบรรเลงตามความเหมาะสม ของงานนั้นๆ เชน เพลงสาธุการ เปนเพลงหนาพาทยชั้นสูง ใชสําหรับพิธีมงคลตางๆ เปนเพลงแรกในการ บรรเลงโหมโรง ซึ่งถือวาเปนเพลงศักดิ์สิทธิ์นําความมงคลมาสูทั้งผูฟง ผูบรรเลง นักแสดง และสถานที่ เพลงตระนารายณบรรทมสินธิ์ุ บรรเลงเพื่ออัญเชิญพระนารายณมารวมประชุมในมณฑลพิธี เพราะเชื่อวา พระนารายณสามารถปราบมารตางๆ หรือชวยขจัดอันตรายและอุปสรรค เพลงโคมเวียน บรรเลงเพื่ออัญเชิญ เทพเทวดา นางฟาทุกพระองคมาชุมนุมในมณฑลพิธี เปนตน 10. ตอบ ขอ 2. เพราะวงดนตรีที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงโขน คือ วงปพาทยไมแข็ง ที่ไดรับความนิยมมากที่สุด ในกลุมวงปพาทย ดนตรีที่ประกอบอยูในวงดนตรีประเภทนี้ทุกเครื่องจะมีเสียงดัง เนื่องจากบรรเลงดวยไมตี ชนิดแข็ง อรรถรสที่ไดจากการฟงดนตรีชนิดนี้จึงมีทั้งความหนักแนน สงาผาเผย คลองแคลว และสนุกสนาน ครึกครื้น สวนเพลงที่ใชในการดําเนินเรื่อง จะมีทั้งเพลงรองตามแบบละครในและยังมีการดําเนินทํานอง ในแบบที่เรียกวา “พากยและเจรจา” การแสดงโขนจะใชเพลงหนาพาทยประกอบการแสดงกิริยาตางๆ ของตัวละคร 11. ตอบ ขอ 3. เพราะการจัดหลักเกณฑในการจัดวางตําแหนงของนักรองประสานเสียงที่ถูกจัดใหเปนรูปพีระมิดก็เพื่อ ตองการใหสามารถมองเห็นถึงความสมดุลของเสียงในการขับรอง คือ เสียงตํ่า จะเปนเสียงที่ดังที่สุด และ เสียงสูง จะเปนเสียงที่เบาที่สุด 12. ตอบ ขอ 1. เพราะคุณสมบัติของนักรองประสานเสียงที่ดี จะมีดังตอไปนี้ 1. เปนผูที่ผานการฝกขับรองเดี่ยวและขับรองหมูมาแลวอยางชํานาญ 2. เปนผูมีสมาธิ สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได 3. เปนผูที่สามารถอานออกเสียงตัวโนตไดอยางเที่ยงตรง 4. เปนผูที่มีชวงเสียง หรือรีจิสเตอร (Register) เสียงอยูในระดับที่กําหนด 13. ตอบ ขอ 2. เพราะถาไวโอลินมีนํ้าหนักมากเกินไป เวลาเลนอาจทํารูสึกเลนไมถนัดมือ และเกิดความเมื่อยลา เมื่อตองถือนานๆ ไมสวนเกินบนไมแผนหนาและหลังไวโอลิน จะทําใหเกิดเสียงที่ไมสดใส สวนไวโอลินที่มี นํ้าหนักเบาเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากแผนไมที่ขุดจนบาง จะใหนํ้าเสียงกลวง การถายทอดเสียงไมดี และเสียง ที่ไดไมมีความหลากหลาย ลําตัวของไวโอลินจะไมเเข็งแรง และเสียรูปทรงไดงาย 14. ตอบ ขอ 4. เพราะจุดประสงคหลักของการจัดการแสดงดนตรีในโรงเรียนก็คือ ตองการใหการแสดงดนตรีเปนสื่อกระตุน ความคิดสรางสรรคของนักเรียน และชวยใหนักเรียนสามารถแสดงออกในความสามารถทางดานดนตรี ไดอยางเต็มที่ 15. ตอบ ขอ 4. เพราะการที่มนุษยจะสามารถรับรูความงามของดนตรีและเขาถึงความไพเราะของบทเพลงไดนั้น อารมณ และจิตใจถือวาเปนสิ่งที่สําคัญอยางมาก ซึ่งบุคคลแตละบุคคลจะมีการรับรูเรื่องความงามของดนตรีที่ แตกตางกันออกไป (38)
  • 39.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 16. ตอบ ขอ1. เพราะคําวา “แบบตัวตอตัว” เปนคําที่ปรากฏขึ้นอยูในกระบวนการสืบทอดการแสดงนาฏศิลปและการละคร ในสมัยโบราณ กลาวคือ ในสมัยโบราณครูผูสอนนาฏศิลปและการละครจะถายทอดความรูจากตัวครูผูสอนไปสู ลูกศิษยโดยตรง ทั้งนี้ ลูกศิษยจะตองเขาปฏิบัติรับใชครูที่บาน จนครูเห็นวาศิษยมีความกตัญู มีความศรัทธา แนวแนที่จะรับการถายทอดวิชาความรู ครูก็จะสอนและมอบวิชาความรูให แตบางคนตองการอาศัยการเรียนรู ดวยตนเองจากการสังเกต อยางที่เรียกวา “ครูพักลักจํา” เปนหลักสําคัญ เนื่องจากไมมีเงินทอง หรือไมมี เวลามาปฏิบัติรับใชครูผูสอน 17. ตอบ ขอ 1. เพราะการที่นักแสดงตองทําการขอขมาผูอาวุโสหลังจากจบการแสดงนั้น เพราะเนื่องจากเกรงวาในระหวาง ที่ทําการแสดงอาจมีการลวงเกินพลั้งพลาดไปบาง จึงตองแสดงความขอโทษ ในการปฏิบัติเชนนี้สะทอน ใหเห็นวา สังคมไทยมีการใหเกียรติและเคารพผูอาวุโสเสมอ 18. ตอบ ขอ 1. เพราะการปรับปรุงและฟนฟูการแสดงนาฏศิลป จัดเปนกิจกรรมอยางหนึ่งที่สามารถชวยในการอนุรักษ และสงเสริมเอกลักษณของชาติ โดยนํามาพัฒนาใหมีรูปแบบที่ทันตอยุคสมัยใหมากขึ้น เพื่อเปนการกระตุน ใหผูชมเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น 19. ตอบ ขอ 2. เพราะการรําบทเปนการสื่อความหมาย หรือสื่อสารใหเขาใจรวมกัน โดยใชกิริยาทาทางการรายรําทาง นาฏศิลปเปนการแสดงทารําแทนคําพูด รวมทั้งการแสดงอารมณดวย การรําบทเปนการใชภาษาที่พัฒนา มาจากทาทางโดยตรงจากธรรมชาติ 20. ตอบ ขอ 4. เพราะรองเง็ง เปนการเตนรําพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมในภาคใต รองเง็งเปนการเตนรําที่มีความสวยงาม ทั้งลีลาการเคลื่อนไหวของเทา มือ ลําตัว และการแตงกายของนักแสดงชาย-หญิง กลาวกันวาการเตนรองเง็ง ในสมัยโบราณเปนที่นิยมในบานขุนนาง หรือเจาเมือง มีไวเพื่อไวใชตอนรับแขกเหรื่อในงานรื่นเริง หรืองาน พิธีสําคัญตางๆ เปนประจํา แตในปจจุบันนิยมแสดงในงานรื่นเริง หรือในงานแตงงานของชาวไทยมุสลิม 21. ตอบ ขอ 3. เพราะในการรําหมู จะมุงในเรื่องความงามของทารํา และความพรอมเพรียงของนักแสดงเปนสําคัญ 22. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงนาฏศิลปเปนการอนุรักษจารีตของการแสดงนาฏศิลป ทําใหผูศึกษาไดรับความรูเกี่ยวกับ การแสดงนาฏศิลปประเภทตางๆ และยังเปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน แตนาฏศิลปไทยไมไดสอนให ผูศึกษาแบงชนชั้นวรรณะ หรือนําความสามารถที่มีไปประชันขันแขงกัน 23. ตอบ ขอ 3. เพราะการแสดงระบําประเภทตางๆ จะมีลักษณะและรูปแบบการแสดงที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น หากตองการวิจารณในเรื่องกระบวนทารําของนักแสดง ผูวิจารณจะตองทราบวานักแสดงเปนตัวละคร ในเรื่องใด มีการตีบทตามเนื้อรองและทํานองเพลงถูกตองหรือไม มีกระบวนทารําที่ออนชอย งดงาม ถูกตองตามแบบแผนของนาฏศิลปไทยหรือไม อยางไร 24. ตอบ ขอ 4. เพราะหลักการวิจารณการแสดงนาฏศิลป ผูวิจารณนาฏศิลปจะตองมีความรูในเรื่องขององคประกอบ ทางดานนาฏศิลป ทั้งทางดานนักแสดง บทรองและทํานองเพลง การประดิษฐทารําและองคประกอบอื่นๆ ในการแสดงดานอื่นๆ ดวย (39)
  • 40.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 25. ตอบ ขอ4. เพราะการวิเคราะห วิจารณการแสดงนาฏศิลปไทย ผูวิจารณจะตองศึกษาใหเขาใจหลักการวิจารณของ การแสดงแตละประเภท ไมวาจะเปนนาฏศิลป หรือการละคร เพื่อใชตัดสินคุณภาพของการแสดงวามี มาตรฐานระดับใด สมควรแกการยกยองหรือไม 26. ตอบ ขอ 1. เพราะวรรณกรรมเปนบทละครที่แสดงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเปนตัวกําหนดใหนักแสดงรายรํา หรือแสดง ทาทางตามบทละครนั้น 27. ตอบ ขอ 1. เพราะการแสดงโขนเปนการรวมศิลปะหลากหลายแขนง โดยเฉพาะอยางยิ่งสาขาจิตรกรรมเปนศิลปะ แขนงหนึ่งที่ถูกนํามาใช ทั้งในดานการออกแบบเครื่องแตงกาย การออกแบบฉากและอุปกรณประกอบฉาก ดานการแตงหนา ทําผม ซึ่งสิ่งตางๆ เหลานี้ลวนตองใชความรู ความสามารถดานจิตรกรรมทั้งสิ้น 28. ตอบ ขอ 2. เพราะสิ่งที่ควรคํานึงถึง คือ ทาทางที่ถูกตองตามหลักนาฏศิลปไทย หลีกเลี่ยงการใชทาซํ้า การประดิษฐ ทารําตองตรงตามความหมายของบทรอง สอดคลองกับลักษณะการรํา เชน รําเดี่ยว รําคู รําหมู เปนตน 29. ตอบ ขอ 1. เพราะมีความสําคัญอันเนื่องมาจากจังหวะและทํานองเพลงแตละเพลง จะมีความเชื่องชา หรือรวดเร็ว มีลักษณะออนหวาน เศรา คึกคัก สนุกสนานแตกตางกัน ดังนั้น ทารําที่คิดประดิษฐขึ้นจึงตองมีความสัมพันธ กลมกลืน สอดคลอง ลงตัวกับจังหวะและทํานองเพลงที่ใชบรรเลงประกอบการแสดงดวย 30. ตอบ ขอ 4. เพราะละครจัดเปนศิลปะการแสดงที่เกิดขึ้นจากการนําภาพประสบการณ และจิตนาการของมนุษยมาผูกเปน เรื่องราว แลวนําเสนอแกผูชม โดยมีนักแสดงเปนผูสื่อความหมาย 31. ตอบ ขอ 1. เพราะผูวิจารณที่ดีจะตองเปนผูที่มีความคิดกวางไกล มีความรู และมีใจรักในสิ่งที่วิจารณ มีเหตุผล สามารถนํามาใชประกอบความคิดได สามารถเเสดงความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ โดยใชถอยคําสุภาพ กะทัดรัด ชัดเจน พรอมทั้งยกตัวอยางประกอบการอธิบายได การวิจารณอยางสรางสรรค ไมควรนํา เรื่องสวนตัวมาวิจารณ และตองมีมารยาทในการพูด 32. ตอบ ขอ 2. เพราะเครื่องแตงกายในการแสดงละครรํา จะมีความแตกตางจากการแสดงละครทั่วๆ ไป เชน ละครรํา (ละครใน) เครื่องแตงกายแตละตัวละครจะออกแบบมาอยางพิถีพิถันตามเครื่องทรงของพระมหากษัตริย ที่เรียกวา“ยืนเครื่อง” ทั้งตัวพระและตัวนาง ละครทั่วไป(ละครพูด) เครื่องแตงกายจะออกแบบมาตรงตาม สมัยนิยม ตามเนื้อเรื่อง ถูกตองเหมาะสมตามบทบาทและบุคลิกของตัวละคร และยุคสมัยที่บงบอกไว ในบทละคร โดยคํานึงถึงสภาพความเปนจริงของตัวละครเปนหลัก เปนตน 33. ตอบ ขอ 2. เพราะเสียงดนตรีจะมีสวนชวยในการสรางบรรยากาศในการแสดงใหมีความสมจริงมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ สามารถทําใหผูชมเกิดความรูสึกคลอยตามไปกับการแสดงไดอีกดวย 34. ตอบ ขอ 4. เพราะการพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยตลอดการชมการแสดงนั้น จัดเปนมารยาทที่ไมควรพึงกระทํา ในระหวางชมการแสดง เนื่องจากเปนการกอใหเกิดความนารําคาญแกผูชมทานอื่นๆ ที่นั่งอยูบริเวณ ใกลเคียงได ดังนั้น ผูชมควรพูดคุย หรือซักถามขอสงสัยหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว สําหรับมารยาทที่ดีที่ผูชมพึงปฏิบัติ เชน ควรไปกอนเวลาเริ่มการแสดงประมาณ 10-15 นาที ปดเครื่องมือ สื่อสารขณะชมการแสดง ไมสงเสียงดังรบกวนผูอื่น ขณะชมการแสดงควรใหความสนใจกับการแสดง และหลังจากจบการแสดงควรปรบมือใหเกียรติกับนักแสดง เปนตน (40)
  • 41.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 35. ตอบ ขอ2. เพราะการแตงกายในการเขาไปชมละครที่โรงละครแหงชาตินั้น ผูชมควรแตงกายใหสุภาพตามแบบ สากลนิยม ไมควรสวมรองเทาแตะ นุงกางเกงยีนส ซึ่งถือวาเปนการแตงกายที่ไมสุภาพ 36. ตอบ ขอ 3. เพราะหลังจากชมการแสดงเสร็จและเดินออกมาจากโรงละคร ผูชมควรทิ้งระยะหางพอสมควรในการ ที่จะวิพากษ วิจารณการแสดง ควรหาสถานที่ที่เหมาะสมนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวางกัน จึงจะมีความเหมาะสมมากกวา 37. ตอบ ขอ 1. เพราะเสียงของเครื่องมือสื่อสารจะดังรบกวนผูชมทานอื่นๆ ดังนั้น ในกรณีที่มีเสียงของเครื่องมือสื่อสาร ดังขึ้น ควรกดปดเครื่องมือสื่อสารในทันที จากนั้นปดเครื่อง หรือตั้งระบบสั่น และติดตอกลับไปยังปลายสาย ที่โทรมาหลังจากชมการแสดงเสร็จเปนที่เรียบรอยแลว 38. ตอบ ขอ 4. เพราะการพัฒนาฉาก เวที และการนําเทคนิคสมัยใหมเขามาประยุกตใชในการแสดงนั้น จะทําใหการแสดง เกิดความนาสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสิ่งเหลานี้สามารถชวยทําใหบรรยากาศในการแสดงละครดูสมจริง ผูชมเกิดความประทับในการแสดงมากยิ่งขึ้น 39. ตอบ ขอ 4. เพราะหนาที่หลักสําคัญของฉากก็คือเปนที่สําหรับการแสดง ซึ่งฉากจะถูกออกแบบมาเพื่อใหเกิดความ สอดคลองกับเนื้อเรื่องที่จะแสดง บอกใหทราบถึงสถานที่ในละคร ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่แนนอน เชน กลางวันกลางคืนยุคสมัยฤดูกาลเปนตน นอกจากนี้ยังสามารถแสดงใหเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดานกาลเวลา ในฉากตางๆ ทําใหมองเห็นสภาพแวดลอมของตัวละครไดอยางชัดเจนอีกดวย 40. ตอบ ขอ 4. เพราะการประเมินผลการแสดง จะทําใหผูจัดการแสดงสามารถนําคําติชม คําวิพากษ วิจารณการแสดง ที่ไดรับมาพัฒนา ปรับปรุงรูปแบบการแสดงใหมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น (41)
  • 42.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 1. แนวตอบ ดนตรีสามารถชวยสรางความสนุกสนานความเพลิดเพลิน ผอนคลายอารมณ นอกจากนี้ ยังชวยทําให จิตใจสงบ และมีสมาธิในการทํากิจกรรมตางๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพอีกดวย 2. แนวตอบ ได แตทั้งนี้จําเปนจะตองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการแสดงดนตรี อันเนื่องมาจากเปนกระบวนการ ที่มีความซับซอน และตองใชความรอบคอบในการบริหารจัดการ รวมถึงตองมีเวลาในการฝกซอมการแสดง อยางเพียงพอ 3. แนวตอบ การจัดเตรียมสถานที่เปนสิ่งที่จําเปนสําหรับการบรรเลงดนตรีและการแสดงดนตรี เนื่องจากการแสดงดนตรี แตละประเภทจะเลือกใชสถานที่ในการจัดการแสดงที่มีความแตกตางกันออกไป เชน หากเปนการแสดง ดนตรีไทยในพิธี หรือพระราชพิธีที่เกี่ยวของกับพระสงฆ สถานที่จัดการแสดงควรอยูใกลบริเวณประกอบพิธี และควรอยูในตําแหนงที่ผูบรรเลงสามารถมองเห็นขั้นตอนการทําพิธีไดอยางชัดเจน เปนตน 4. แนวตอบ การประพันธเพลง ทํานองเพลงควรเลือกใชบันไดเสียงใหเหมาะสม เชน หากตองการประพันธเพลง ที่ใหอารมณสนุกสนาน ราเริง ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงเมเจอร(Major) มาประพันธ ถาตองการ ประพันธเพลงที่ใหอารมณที่เศราโศก เหงา เดียวดาย ผูประพันธควรเลือกใชบันไดเสียงไมเนอร(Minor) มาประพันธ เปนตน 5. แนวตอบ หลักการจัดแสดงดนตรีเปนกระบวนการที่มีความซับซอน และจะตองมีความรอบคอบในการบริหารจัดการ เพราะตองใชบุคลากรฝายตางๆ เปนจํานวนมาก และตองใชระยะเวลาในการฝกซอมกระบวนการจัด และฝกซอมการแสดงใหมีความเหมาะสม เพื่อใหการแสดงนั้นสามารถสรางความประทับใจใหแกผูชม ไดอยางสมบูรณแบบ 6. แนวตอบ ดวยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ผูคนตองแขงขันกันทํามาหากิน เวลาที่จะมาเสพสุขความงามดาน การแสดงก็มีจํานวนลดนอยลงตามมาดวย ดังนั้น จึงสงผลทําใหการแสดงจําเปนตองรวบรัด หรือทําให กระชับมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเรื่องที่นํามาแสดงก็ตองปรับเปลี่ยนใหเขากับยุคสมัย และมีการนําเทคโนโลยี สมัยใหมเขามาชวย เพื่อใหการแสดงมีความประณีตและมีความสมจริงมากขึ้น อยางไรก็ตาม ถึงแมจะมีความ จําเปนที่จะตองปรับเปลี่ยนการแสดงใหมีความเหมาะสม สอดคลองกับสภาพสังคม หรือตรงกับความตองการ ของผูชม ก็จําเปนที่นักแสดง หรือผูสรางสรรคจะตองรักษารูปแบบของเดิมในสวนที่เปนแกนเอาไว ไมใช จะเปลี่ยนไปตามใจชอบ เพราะจะทําใหไมตรงตามแบบแผนเดิมที่บรรพบุรุษไดริเริ่มสรางสรรคไว ทั้งนี้ การสืบสานนาฏศิลปและการละครที่ผานมามีองคกรที่เปนสถาบัน รวมทั้งบุคคลที่ไดรับการยกยองใหเปน “ปรมาจารยของนาฏศิลปและการละคร” ทําหนาที่ในการสืบสาน และถายทอดความรูตางๆ ทางนาฏศิลป และการละครใหแกเยาวชนรุนใหมรับชวงตอไป ตอนที่ 2 (42)
  • 43.
    โครงการบูรณาการแบบทดสอบ โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล 7. แนวตอบ ควรคํานึงถึงเพราะจะทําใหการแสดงมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีหลักในการปฏิบัติ ดังตอไปนี้ 1. การแปรแถว ตองมีรูปแบบการแปรแถวที่หลากหลาย 2. ทารําตองสัมพันธกับเพลง ควรฟงเพลงกอนแลวจึงคิดทารําใหเหมาะสมกับเพลง 3. ทารําเปนหมูคณะ และใชนักแสดงเปนจํานวนมาก ตองคํานึงถึงความพรอมเพรียงเปนหลัก 4. ทารําที่มีบทรอง ควรยึดความหมายของบทเพลงเปนหลักในการประดิษฐทารําที่ถูกตอง การรําที่มีแต ทํานองเพลง ใหยึดทวงทํานองของเพลงที่บรรเลง เชน อารมณเพลงที่แสดงถึงความรัก ความโกรธ ความตื่นเตน ความสนุกสนาน เปนตน 5. ทารํานาฏศิลปพื้นเมือง ตองยึดหลักลีลาทารําที่แสดงเอกลักษณเฉพาะทองถิ่นทั้ง 4 ภาค 6. ทารําตองสอดคลองกับรสนิยม การประดิษฐทารําควรประดิษฐทารําใหตรงกับรสนิยมของสังคม ในยุคสมัยนั้นๆ 8. แนวตอบ ประโยชนที่จะไดรับจากการวิจารณผลงานนาฏศิลป มีดังตอไปนี้ 1. ฝกใหผูสรางผลงานนาฏศิลปยอมรับฟงคําติชม วิพากษ วิจารณ เปนการวิเคราะหประเมินผลงาน เปนการเสนอแนะแนวทางในการแกไข ปรับปรุง พัฒนาผลงานนาฏศิลปใหมีคุณคา สอดคลองตรงตาม เปาหมายที่กําหนดไว 2. สงเสริมใหผูสรางสรรคผลงานรูจักติดตามความเคลื่อนไหวทางการแสดงในแวดวงเดียวกัน เพื่อจะได มีความรู ความเขาใจที่ชัดเจน แลวนําความรูนั้นมาพัฒนางานของตนเองใหมีความแปลกใหม นาสนใจ มากยิ่งขึ้น 9. แนวตอบ ในการออกแบบฉากและอุปกรณประกอบการแสดง ผูออกแบบจะตองคํานึงดวยวาฉากและอุปกรณตางๆ นั้น จะตองไมเขาไปลดความสําคัญของนักแสดงลง เชน ถาฉากที่มีขนาดใหญเกินไป จะทําใหตัวละครดูเล็กลง ถาฉาก หรืออุปกรณมีความอลังการมากจนเกินไป ก็จะเบี่ยงเบนความสนใจของผูชมไปจากตัวละคร ทําให ตัวละครดูดอยลง เปนตน 10. แนวตอบ นอกจากนักแสดงจะตองมีลีลาทารําที่ถูกตอง งดงามแลว องคประกอบอื่นๆ ก็มีสวนสําคัญที่จะทําใหการแสดง ประสบความสําเร็จ ดังนั้น จึงจําเปนที่จะตองรูจักเทคนิคขั้นพื้นฐานตางๆ ที่จะนําไปใชในการแสดงละคร ใหประสบความสําเร็จได เทคนิคพื้นฐานในการจัดการแสดงละคร จะประกอบไปดวยการสรางความเชื่อ ใหแกผูชมละครตามบทบาทที่แสดง และจะตองแสดงใหมีความสมจริง ซึ่งละครจะประสบความสําเร็จ สรางความประทับใจใหกับผูชมไดมากนอยเพียงใดนั้น ยังขึ้นอยูกับการประพันธบทละคร ซึ่งผูเขียนบทละคร จะตองใชความคิดสรางสรรค สอดแทรกจินตนาการเขาไปในบทละครอีกดวย ถึงแมละครจะเปนสิ่งที่สราง ความบันเทิง ความเพลิดเพลินใจใหแกผูชม แตในการที่จะสรางตัวละครใหสําเร็จขึ้นมาไดสักเรื่องนั้น จะตอง ใชเทคนิคและวิธีการตางๆ มากมาย ซึ่งความรู และทักษะจากการละครที่เราไดศึกษามานั้น เรายังสามารถ นําไปประยุกตใชในการดําเนินชีวิตจริงไดอีกดวย (43)