โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
1
ว. 4.1
1 1 A ความรู ความจํา 1, 4, 9, 11-12, 15, 18, 23, 26, 30-31,
33, 37
13
2 2-3
3 4-5 B ความเขาใจ 2, 7, 10, 13, 16, 19, 24, 27, 32, 34, 38 11
ว. 4.2
1 6 C การนําไปใช 6, 8, 17, 20, 25, 28, 29, 35 8
2 7-8 D การวิเคราะห 3, 14, 21, 36, 39 5
3 9 E การสังเคราะห 5, 22 2
1 10 F การประเมินคา 40 1
ว. 5.1
2 11-14
3 15-17
4 18-22
5 23-25
ว. 7.1
1 26-29
2 30-32
3 33-36
ว. 7.2 1 37-40
หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน
เนนการคิด
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต
เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว
จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด
โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด
เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้
แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย
แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด
ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ
สอดคลองกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ
ตามระดับพฤติกรรมการคิด
ที่ระบุไวในตัวชี้วัด
วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด
และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ
คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน
ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป
(1)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ
ชุดที่
ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ
พฤติกรรม
การคิด
ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด รวม
2
ว. 4.1
1 1-2 A ความรู ความจํา 3, 5, 8, 11, 15-16, 19, 22, 26, 30, 34,
35, 37
13
2 3
3 4 B ความเขาใจ 1- 2, 9,12, 20,23-24, 27-28, 31, 38 11
ว. 4.2
1 5-6 C การนําไปใช 7, 10, 13-14, 21, 32, 36, 39 8
2 7 D การวิเคราะห 4, 17, 25, 29, 40 5
3 8 E การสังเคราะห 6, 18 2
ว. 5.1
1 9-10 F การประเมินคา 33 1
2 11-14
3 15-18
4 19-21
5 22-25
ว.7.1
1 26-29
2 30-33
3 34-36
ว. 7.2 1 37-40
3
ว. 4.1
1 1 A ความรู ความจํา 3, 5, 9, 11, 15, 18-19, 22, 26, 30, 34,
37-38
13
2 2
3 3 B ความเขาใจ 1-2, 7, 12, 16, 20, 23, 27, 31, 35, 36 11
ว. 4.2
1 4 C การนําไปใช 4,10,13,17,24,28,32,39 8
2 5-6 D การวิเคราะห 8,21,25,33,40 5
3 7-8 E การสังเคราะห 6,14 2
ว. 5.1
1 9-10 F การประเมินคา 29 1
2 11-14
3 15-17
4 18-21
5 22-25
ว.7.1
1 26-29
2 30-33
3 34-36
ว. 7.2 1 37-40
(2)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
4. ทดลองนํากอนหินใสบีกเกอรที่มีนํ้าอยูเต็ม ขอใดกลาวถึง
แรงลอยตัวไดถูกตอง
1. แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของกอนหินที่ชั่ง
ในนํ้า
2. แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่จมไป
ในนํ้า
3. แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของกอนหินที่จมไป
ในนํ้า
4. แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่ชั่งใน
อากาศ
5. ผลการทดสอบเรื่องแรงลอยตัวในขอใดนาเชื่อถือมากที่สุด
1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย
ปริ่มนํ้า แสดงวาแรงลอยตัวมีคาเทากับนํ้าหนักของนํ้า
ที่ถูกแทนที่
2. นํากอนหินมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวากอนหินจมนํ้า
แสดงวาแรงลอยตัวมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่
จมลงไปในนํ้า
3. นําแผนโฟมใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาแผนโฟมลอยนํ้า
แสดงวาแรงลอยตัวมีคามากกวานํ้าหนักของแผนโฟม
ที่ชั่งในอากาศ
4. ไมมีขอใดสรุปถูกตอง
4.
A
1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย
5.
1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอยE 1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย
1. แรงโนมถวงของโลกที่บริเวณใดมีคามากที่สุด
1. ที่ระดับนํ้าทะเลสูงสุด
2. ที่ระดับนํ้าทะเลปานกลาง
3. ที่ระดับความสูง 50 เมตร
4. ที่ระดับความสูง 100 เมตร
2. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
1. แรงลอยตัวเปนแรงคูกิริยาปฏิกิริยากับแรงโนมถวง
ของโลก
2. เมื่อไมมีแรงภายนอกมากระทํา วัตถุจะเคลื่อนที่ดวย
ความเร็วคงตัว
3. เมื่อมีแรงคงที่มากระทําตอวัตถุ จะทําใหวัตถุเคลื่อนที่
ดวยความเร็วคงตัว
4. แรงปฏิกิริยาจะมีทิศทางตรงกันขามกับแรงกิริยา และ
กระทําตอวัตถุกอนเดียวกัน
3. บอยยืนถือกอนหินอยูบนรถเข็นที่ลอของรถไมมีความฝด
จะเกิดอะไรขึ้นหากบอยขวางกอนหินออกไป
1. รถเข็นยังอยูที่เดิม
2. รถเข็นเคลื่อนที่แบบไรทิศทาง
3. รถเข็นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับกอนหิน
4. รถเข็นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันขามกับกอนหิน
1.
1.A
1.
2.
1.B 1.B 1.
3.
D
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
ชุดที่ 1
(3)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
6. หากกองตองการลากซุงหนัก120 นิวตัน ใหเคลื่อนที่กอง
ตองออกแรงเทาใดจึงจะทําใหซุงเริ่มเคลื่อนที่ได กําหนด
คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหวางซุงกับพื้นเทากับ 0.6
นิวตัน
1. 70 นิวตัน
2. 72 นิวตัน
3. 74 นิวตัน
4. 76 นิวตัน
7. ขอใดไมใชผลของคานอันดับ 2
1. ออกแรงผลักประตู
2. ตัดกระดาษดวยกรรไกร
3. ตัดกระดาษดวยแทนตัดกระดาษ
4. ขนทรายเพื่อกอสรางดวยรถขนทราย
8. คานเบาที่มีความยาวสมํ่าเสมอ0.60 เมตร ปลายดานหนึ่ง
ปกติดอยูกับกําแพง สวนปลายอีกดานแขวนวัตถุมวล
9 กิโลกรัม จงหาโมเมนตของแรงที่กระทําตอคานดังกลาว
1. 0.54 นิวตันเมตร
2. 5.40 นิวตันเมตร
3. 5.04 นิวตันเมตร
4. 54.0 นิวตันเมตร
9. การเคลื่อนที่แบบวงกลมจะทําใหเกิดแรงในขอใด
1. แรงโนมถวง
2. แรงสูศูนยกลาง
3. แรงผลักออกจากศูนยกลาง
4. แรงดึงดูดระหวางวัตถุกับจุดศูนยกลาง
10. นาย ก. ขับรถขึ้นภูเขาสูง 50 กิโลเมตร เมื่อถึงยอดเขา
จึงปลอยใหรถไถลลงมาถึงเชิงเขา ขอใดสามารถอธิบาย
การเปลี่ยนรูปพลังงานของรถยนตคันนี้ไดถูกตองที่สุด
1. พลังงานจลน พลังงานศักย
2. พลังงานศักย พลังงานจลน
3. พลังงานศักย พลังงานจลน พลังงานศักย
4. พลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานจลน
11. ขอใดแสดงทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาไดถูกตอง
1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า
2. ไหลจากขั้วลบไปยังขั้วบวก
3. ไหลจากแรงดันตํ่าไปยังแรงดันสูง
4. ไหลจากศักยไฟฟาสูงไปยังศักยไฟฟาตํ่า
6.
C
1. ออกแรงผลักประตู
7.
1. ออกแรงผลักประตูB 1. ออกแรงผลักประตูB 1. ออกแรงผลักประตู
8.
C
1. แรงโนมถวง
9.
1. แรงโนมถวงA 1. แรงโนมถวงA 1. แรงโนมถวง
10.
B
1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า
11.
1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่าA 1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า
12. ขอใดไมมีผลตอความตานทานไฟฟาของลวดตัวนํา
1. สีของลวดตัวนํา
2. ชนิดของลวดตัวนํา
3. อุณหภูมิของลวดตัวนํา
4. ความยาวของลวดตัวนํา
13. ขอใดกลาวถึงกฎของโอหมไดถูกตอง
1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา
2. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตานทานไฟฟา
3. กระแสไฟฟาแปรผันตรงกับความตางศักยไฟฟา
4. กระแสไฟฟาแปรผันตรงกับความตานทานไฟฟา
14. ตัวนําไฟฟาในขอใดเมื่อนํามาตอในวงจรไฟฟาแลว
จะทําใหมีกระแสไฟฟาไหลในวงจรมากที่สุด
1. มีความตานทาน 3 โอหม
2. มีความตานทาน 5 โอหม
3. มีความตานทาน 6 โอหม
4. มีความตานทาน 7 โอหม
15. คาของกําลังไฟฟาหาไดจากสิ่งใดตอไปนี้
1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา
2. คาของกําลังไฟฟาตอเวลา
3. คาของพลังงานไฟฟาตอเวลา
4. คาของเวลาตอพลังงานไฟฟา
16. ถาตอตูเย็นกับความตางศักย 220 โวลต มีกระแสไฟฟา
ไหลผาน 1.2 แอมแปร ตูเย็นเครื่องนี้มีกําลังไฟฟาเทาไร
1. 183.3 วัตต
2. 264.0 วัตต
3. 440.0 วัตต
4. 545.4 วัตต
17. หลอดไฟฟาขนาด 220V 80W ถาใชนาน 20 ชั่วโมง
จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟากี่ยูนิต
1. 0.8 ยูนิต
2. 1.6 ยูนิต
3. 2.4 ยูนิต
4. 3.2 ยูนิต
18. ขอใดคือคุณสมบัติของฟวส
1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า
2. มีจุดหลอมเหลวสูง
3. มีความนําไฟฟานอย
4. มีความตานทานไฟฟามาก
1. สีของลวดตัวนํา
12.
1. สีของลวดตัวนําA 1. สีของลวดตัวนําA 1. สีของลวดตัวนํา
1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา
13.
1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟาB 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟาB 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา
14.
D
1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา
15.
1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟาA 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟาA 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา
16.
B
17.
C
1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า
18.
1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า1. มีจุดหลอมเหลวตํ่าA 1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า
(4)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
19. การตอวงจรไฟฟาแบบใดที่จะทําใหความตานทานรวม
มีคาเพิ่มขึ้น
1. ตอแบบขนาน 2. ตอแบบอนุกรม
3. ตอแบบวงจรปด 4. ตอแบบวงจรเปด
20. จงคํานวณหาคาความตานทานไฟฟารวมของตัวตานทาน
ไฟฟา 4 ตัว ที่ตอแบบขนาน โดยแตละตัวมีคา 20 โอหม
1. 5 โอหม 2. 10 โอหม
3. 40 โอหม 4. 80 โอหม
21.
จากภาพA คือ ฟวสB และC คือ หลอดไฟ ถาสับสวิตช
S ลง ขอใดถูกตอง
1. ฟวสขาด
2. B และ C สวาง
3. B และ C สวางนอยลง
4. B และ C สวางมากขึ้น
22. ถาเพิ่มจํานวนหลอดไฟฟาในวงจรไฟฟาแบบอนุกรมอีก
1 หลอด ความตานทานรวมและกระแสไฟฟาที่ไหลผาน
แตละหลอดจะมีคาอยางไร ตามลําดับ
1. ความตานทานรวมลดลง กระแสไฟฟาไหลเทากัน
2. ความตานทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟาไหลเทากัน
3. ความตานทานรวมลดลง กระแสไฟฟาไหลไมเทากัน
4. ความตานทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟาไหลไมเทากัน
23. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกส
1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา
2. อุปกรณที่ควบคุมการไหลของประจุ
3. อุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของ
อิเล็กตรอน
4. อุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของ
กระแสไฟฟา
24. อุปกรณในขอใดเปนการใชประโยชนจากไดโอดเปลงแสง
1. พัดลมไฟฟา
2. เครื่องเตือนอัคคีภัย
3. หนาจอคอมพิวเตอร
4. หลอดไฟฟลูออเรสเซนต
19.
B
20.
C
21.
D
22.
E
1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา
23.
1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟาA 1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา
1. พัดลมไฟฟา
24.
1. พัดลมไฟฟาB 1. พัดลมไฟฟาB 1. พัดลมไฟฟา
25. ตัวตานทานที่มีแถบสีเรียงกัน ดังนี้ นํ้าตาล ดํา สม และ
ทอง จะมีคาความตานทานประมาณกี่กิโลโอหม
1. 10 กิโลโอหม 2. 100 กิโลโอหม
3. 1,000 กิโลโอหม 4. 10,000 กิโลโอหม
26. ดาวเคราะหดวงใดมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ
1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร
3. ดาวพลูโต 4. ดาวอังคาร
27. ขอใดเกี่ยวของกับการกําเนิดระบบสุริยะ
1. ดาวหาง
2. แกสไฮโดรเจน
3. แกสไนโตรเจน
4. แกสคารบอนไดออกไซด
28. ถาสิ่งมีชีวิตไมสามารถอาศัยอยูบนโลกได นักเรียนคิดวา
ดาวเคราะหดวงใดนาจะเหมาะสําหรับใหสิ่งมีชีวิตอาศัย
มากที่สุด
1. ดาวศุกร 2. ดาวอังคาร
3. ดาวยูเรนัส 4. ดาวพฤหัสบดี
29. อุกกาบาตและผีพุงไตแตกตางกันอยางไร
1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ
ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงเห็นแสงสวางเปน
ทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาด
เล็กที่โคจรรอบโลก ซึ่งเกิดการลุกไหมแตไมมีแสง
2. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กซึ่งโคจรรอบ
ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงเห็นแสงสวางเปน
ทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาด
เล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมแตไมมี
แสงสวาง
3. ผีพุงไตคือสะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบโลก
ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงมองเห็นแสงสวางเปนทางยาว
สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่
โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมไมหมดจึง
เหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก
4. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ
ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงมองเห็นแสงสวาง
เปนทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุ
ขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหม
ไมหมดจึงเหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก
25.
C
1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร
26.
1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกรA 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกรA 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร
1. ดาวหาง
27.
1. ดาวหางB 1. ดาวหางB 1. ดาวหาง
28.
C
1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ
29.
1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบC 1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ
A B
CS
(5)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
30. นักวิทยาศาสตรทราบอายุของระบบสุริยะไดจากสิ่งใด
1. ดาวหาง
2. ดวงอาทิตย
3. ดาวเคราะหบางดวง
4. อุกกาบาตที่ตกลงมาสูโลก
31. ดาวฤกษกําเนิดมาจากขอใด
1. การระเบิดของเนบิวลา
2. การระเบิดของซูเปอรโนวา
3. การรวมตัวกันของแกสและฝุนธุลีในอวกาศ
4. การรวมตัวกันของดาวเคราะหนอยในอวกาศ
32. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับเนบิวลามืดไดถูกตองที่สุด
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน
แสงสวางจากดาวฤกษ
2. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่ดูดกลืน
แสงสวางจากดาวฤกษ
3. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่ยังไมเกิดการยุบตัว ที่สะทอน
แสงสวางจากดาวฤกษ
4. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่ยังไมเกิดการยุบตัว ที่ดูดกลืน
แสงสวางจากดาวฤกษ
33. ดาวฤกษสีใดที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด
1. แดง 2. ขาว
3. เหลือง 4. สมแดง
34. ขอใดกลาวถึงอุณหภูมิ อายุ และสีของดาวฤกษได
ถูกตองที่สุด
1. ดาวฤกษสีฟามีอุณหภูมิตํ่ากวาดาวฤกษสีสม
2. ดาวฤกษสีขาวมีอุณหภูมิสูงกวาดาวฤกษสีแดง
3. ดาวฤกษสีนํ้าเงินมีอายุมากกวาดาวฤกษสีเหลือง
4. ดาวฤกษสีเหลืองมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีเหลืองขาว
35. กลุมดาวในขอใดนํามาใชประโยชนในดานเดียวกัน
1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ
2. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวกางเขนใต
3. กลุมดาวจระเข - กลุมดาวกางเขนใต
4. กลุมดาวกางเขนใต - กลุมดาวหมีใหญ
1. ดาวหาง
30.
1. ดาวหางA 1. ดาวหางA 1. ดาวหาง
1. การระเบิดของเนบิวลา
31.
1. การระเบิดของเนบิวลาA 1. การระเบิดของเนบิวลาA 1. การระเบิดของเนบิวลา
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน
32.
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอนB 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน
1. แดง 2. ขาว
33.
1. แดง 2. ขาวA 1. แดง 2. ขาวA 1. แดง 2. ขาว
34.
B
1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ
35.
1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญC 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญC 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ
36. นักดาราศาสตรแบงกลุมดาว 12 ราศี ออกจาก
กลุมดาวอื่นๆ โดยอาศัยหลักการใด
1. รูปรางของกลุมดาว
2. ชวงเวลาที่มองเห็นกลุมดาว
3. การใชประโยชนของกลุมดาว
4. ตําแหนงที่กลุมดาวปรากฏบนทองฟา
37. ขอใดหมายถึงวงจรคางฟา
1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน
2. วงจรที่วัตถุลอยนิ่งโดยไมมีการหมุนรอบโลก
3. วงจรที่วัตถุเคลื่อนที่ไปพรอมๆ กับการหมุนของโลก
4. วงจรที่วัตถุโคจรสวนทางกับทิศทางการหมุนของโลก
38. การเคลื่อนที่ในขอใดที่มีแรงโนมถวงของโลกมากระทํา
เพียงแรงเดียว
1. ลูกบอลตกสูพื้นโลก
2. ดวงจันทรโคจรรอบโลก
3. จรวดพุงจากพื้นผิวโลกดวยความเร็วสูง
4. แรงโนมถวงดึงดูดสถานีอวกาศลงสูพื้นผิวโลก
39. เหตุใดการสงจรวดไปในอวกาศ เมื่อจรวดแตละทอน
เผาไหมเชื้อเพลิงหมดแลวจึงตองถูกสลัดทิ้งไป
1. เพื่อลดขนาด
2. เพื่อลดนํ้าหนัก
3. เพื่อลดแรงเสียดทาน
4. เพื่อลดแรงโนมถวงของโลก
40. ถายานอวกาศลําหนึ่งเคลื่อนที่ขึ้นไปดวยความเร็วสูงสุด
10 กิโลเมตรตอวินาที นักเรียนคิดวาเหตุการณใดนาจะ
เกิดขึ้นไดมากที่สุด
1. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดระยะหนึ่ง
2. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดตลอดไป
โดยไมตองมีเชื้อเพลิง
3. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดจนกระทั่งเชื้อเพลิง
ในยานอวกาศหมด
4. ยานอวกาศไมสามารถออกไปโคจรรอบโลกได และจะ
ตกลงสูพื้นโลกในที่สุด
36.
D
1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน
37.
1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดานA 1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน
38.
B
39.
D
40.
F
(6)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. หากไมมีแรงโนมถวงของโลก การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลจะไมสามารถเกิดได นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกวิธีการใชเตารีดไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. คาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทานที่มี3 แถบสี คือ สม มวง ดํา จะมีคามากกวาคาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทาน
ที่มี 4 แถบสี คือ สม มวง ดํา ทอง นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. เอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ มีความสัมพันธกันอยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. นักเรียนคิดวาเทคโนโลยีอวกาศมีประโยชนอยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1. หากไมมีแรงโนมถวงของโลก การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลจะไมสามารถเกิดได นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………F
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C
3.
F
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………B
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(7)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
5. คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเปนคาที่เกิดจากปจจัยในขอใด
1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุ
3. นํ้าหนักของวัตถุ 4. ผิวสัมผัสของวัตถุ
6. การทดสอบเรื่องแรงเสียดทานในขอใดมีความนาเชื่อถือ
มากที่สุด
1. ลอรถบรรทุกจะเกิดแรงเสียดทานกับพื้นถนนนอยกวา
ลอรถยนต
2. ในเวลาที่เทากัน ลูกปงปองจะกลิ้งไปบนพื้นโตะเกลี้ยง
ไดไกลกวาลูกกอลฟ
3. จรวดขวดนํ้าที่มีหัวปานจะเคลื่อนที่ไปในอากาศได
เร็วกวาจรวดขวดนํ้าที่มีหัวแหลม
4. ลากถุงทรายบนพื้นไมที่เรียบจะเกิดแรงเสียดทาน
มากกวาลากถุงทรายบนพื้นปูนที่ขรุขระ
7. แขวนถุงทรายขนาด 120 นิวตัน ไวทางดานซายของ
คานไม ซึ่งหางจากจุดหมุน 80 เซนติเมตร และแขวน
ถุงทราย 80 นิวตัน ไวทางดานขวา ซึ่งหางจากจุดหมุน
1.2 เมตร จากขอความขางตนเหตุการณใดจะเกิดขึ้น
1. คานดานซายกระดกขึ้น
2. คานดานขวากระดกขึ้น
3. คานจะอยูในระดับสมดุล
4. คานดานขวาและซายจะกระดกขึ้นลงสลับกัน
1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุ
5.
1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุA 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุA 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุ
6.
E
7.
C
1. วัตถุในขอใดกําลังเคลื่อนที่ดวยความเรง
1. สมที่กําลังหลนจากตน
2. รถยนตเมื่อเขาใกลไฟแดง
3. ลิฟตที่กําลังขึ้นดวยความเร็วคงที่
4. ลูกบอลที่ถูกเตะออกไปในแนวราบ
2. ถานําวัตถุมวล 50 กิโลกรัม ไปชั่งนํ้าหนักบนดวงดาวที่มี
ความเรงโนมถวง 0.5 เมตร/วินาที2
จะอานคาไดเทาไร
1. 25 นิวตัน 2. 25 กิโลกรัม
3. 50 นิวตัน 4. 50 กิโลกรัม
3. ขอใดเปนไปตามกฎการเคลื่อนที่ขอที่ 3 ของนิวตัน
“กฎแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา”
1. มีทิศทางเดียวกัน
2. มีขนาดไมเทากัน
3. เกิดขึ้นเวลาใกลเคียงกัน
4. กระทําตอวัตถุคนละชิ้นกัน
4. เหตุใดเรือซึ่งทําจากเหล็กจึงลอยนํ้าได
1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา
2. เรือมีความหนาแนนนอยกวานํ้า
3. เหล็กที่นํามาทําเปนเรือมีมวลลดลง
4. นํ้าเปนของเหลวที่มีความหนาแนนมาก
จึงมีแรงพยุงมาก
1. สมที่กําลังหลนจากตน
1.
1. สมที่กําลังหลนจากตน1. สมที่กําลังหลนจากตนB 1. สมที่กําลังหลนจากตน
2.
B
3.
A
1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา
4.
1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาD 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาD 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
ชุดที่ 2
(8)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
8. สําหรับวัตถุที่เคลื่อนที่เปนวงกลม ปริมาณใดจะไมเกิด
การเปลี่ยนแปลง
1. แรงสูศูนยกลาง
2. อัตราเร็วของวัตถุ
3. การกระจัดของวัตถุ
4. ความเรงสูศูนยกลาง
9. งานและพลังงานมีความสัมพันธกันอยางไร
1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน
2. งาน = พลังงานจลน + พลังงานศักย
3. งาน = ผลบวกของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป
4. งาน = ผลตางของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป
10. นาย ก ออกแรง50 นิวตัน เข็นรถใหเคลื่อนที่ไดระยะทาง
1 เมตร จงหางานที่นาย ก ใชในการเข็นรถ
1. 25 นิวตันเมตร 2. 30 นิวตันเมตร
3. 50 นิวตันเมตร 4. 75 นิวตันเมตร
11. วัตถุในขอใดเปนตัวนําไฟฟาทั้งหมด
1. เหล็ก พลาสติก เชือก
2. อากาศ ตะกั่ว สังกะสี
3. ทองแดง คารบอน เงิน
4. ผา ยางรถยนต อะลูมิเนียม
12. ลวดตัวนําชนิดเดียวกันที่มีพื้นที่หนาตัดเทากัน ลวดตัวนํา
ในขอใดมีความตานทานมากที่สุด
1. ลวดยาว 5 เซนติเมตร
2. ลวดยาว 7 เซนติเมตร
3. ลวดยาว 10 เซนติเมตร
4. ลวดยาว 14 เซนติเมตร
13. วงจรไฟฟาวงจรหนึ่งมีความตานทานไฟฟา12 กิโลโอหม
มีกระแสไฟฟา30 มิลลิแอมแปร ความตางศักยไฟฟาของ
วงจรไฟฟานี้มีคาเทาไร
1. 36 มิลลิโวลต 2. 36 กิโลโวลต
3. 0.36 มิลลิโวลต 4. 360 โวลต
14. กาตมนํ้าใบหนึ่งมีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา2,200W
220V เมื่อนํากาตมนํ้าไปเสียบกับเตารับจะมีกระแสไฟฟา
ไหลผานกี่แอมแปร
1. 0.1 2. 10
3. 220 4. 2,200
8.
A
1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน
9.
1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลนB 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลนB 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน
10.
C
1. เหล็ก พลาสติก เชือก
11.
1. เหล็ก พลาสติก เชือกA 1. เหล็ก พลาสติก เชือกA 1. เหล็ก พลาสติก เชือก
12.
B
13.
C
14.
C
15. ตัวเลข 460 W บนเครื่องใชไฟฟา หมายถึงคาใด
1. กําลังไฟฟา
2. กระแสไฟฟา
3. ความตางศักยไฟฟา
4. ความตานทานไฟฟา
16. ขอใดกลาวถึงคากําลังไฟฟาของเครื่องใชไฟฟาไดถูกตอง
1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง
2. เปนพลังงานไฟฟาที่ถูกใชไปในเวลา 1 วินาที
3. เปนพลังงานที่สูญเปลาในการใชพลังงานไฟฟา
4. เปนพลังงานไฟฟาที่สิ้นเปลืองไปในการทํางาน
17. ตูเย็นที่มีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา 145 W 220 V
กับเตารีดไฟฟาที่มีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา750W
220 V เมื่อใชในเวลาที่เทากัน เครื่องใชไฟฟาชนิดใดจะ
สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวา เพราะเหตุใด
1. ตูเย็น เพราะมีขนาดใหญกวา
2. เตารีดไฟฟา เพราะใหพลังงานความรอน
3. เตารีดไฟฟา เพราะมีกําลังไฟฟามากกวา
4. ตูเย็น เพราะตองเปลี่ยนพลังงานไฟฟาเปนพลังงานกล
มากกวา
18. ถาลดความตางศักยไฟฟาในวงจรลงครึ่งหนึ่งของความ
ตางศักยไฟฟาเดิม และเพิ่มความตานทานไฟฟาในวงจร
เปน 2 เทาของความตานทานไฟฟาเดิม กําลังไฟฟาของ
วงจรจะมีคาเปนอยางไร
1. ลดลง 4 เทา 2. ลดลง 8 เทา
3. เพิ่มขึ้น 4 เทา 4. เพิ่มขึ้น 8 เทา
19. ขอใดคือหนาที่ของสะพานไฟ
1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร
2. เปด-ปดวงจรไฟฟาในบาน
3. ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟา
4. ปองกันอันตรายที่เกิดจากการใชกระแสไฟฟา
20. การตอตัวตานทานเขาไปในวงจรไฟฟาจะทําใหปริมาณ
กระแสไฟฟาเปนอยางไร
1. ลดลง
2. เพิ่มขึ้น
3. เทาเดิม
4. ขึ้นอยูกับชนิดของตัวตานทาน
1. กําลังไฟฟา
15.
1. กําลังไฟฟาA 1. กําลังไฟฟาA 1. กําลังไฟฟา
1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง
16.
1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสงA 1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง
17.
D
18.
E
1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร
19.
1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจรA 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจรA 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร
20.
B
(9)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
21. วงจรไฟฟาแบบอนุกรมประกอบดวยตัวตานทานไฟฟา
ขนาด 5 โอหม จํานวน 4 ตัว มีกระแสไฟฟาไหลในวงจร
0.5 แอมแปร จงหาคาความตางศักยไฟฟาที่ครอม
ตัวตานทานไฟฟาตัวที่ 1
1. 0.1 โวลต
2. 2.5 โวลต
3. 10 โวลต
4. 20 โวลต
22. อุปกรณใดมีตัวตานทานปรับคาไดเปนสวนประกอบ
1. ตูเย็น
2. สวิตชหรี่ไฟ
3. โทรศัพทมือถือ
4. จอโทรทัศนแอลอีดี
23. ซิลิคอนชิปมีสมบัติคลายกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกสชนิดใด
1. ไดโอด
2. แอลอีดี
3. ตัวเก็บประจุ
4. ทรานซิสเตอร
24. ขอใดไมใชประโยชนของตัวตานทานปรับคาไดที่นํามาใช
ในอุปกรณไฟฟา
1. สวิตชหรี่ไฟ
2. ปุมปรับหาคลื่นวิทยุ
3. สวิตชตั้งเวลาในเตาไมโครเวฟ
4. อุปกรณควบคุมความดัง-เบาของเสียงวิทยุ
25. เพราะเหตุใดจึงตองตอตัวตานทานเขาไปในวงจรของ
ไดโอดเปลงแสง
1. เพื่อชวยใหไดโอดทนตอแสง
2. เพื่อใหไดโอดสามารถทํางานได
3. เพื่อปองกันอันตรายใหกับไดโอด
4. เพื่อใหกระแสไฟฟาไหลผานไดโอดได
26. ขอใดเปนลักษณะเดนของดาวพฤหัสบดี
1. เปนดาวเคราะหสีแดง
2. มีวงแหวนขนาดใหญลอมรอบ
3. เปนดาวเคราะหที่หนาวเย็นที่สุด
4. มีขนาดใหญที่สุดในบรรดาดาวเคราะหในระบบสุริยะ
21.
C
1. ตูเย็น
22.
1. ตูเย็น1. ตูเย็นA 1. ตูเย็น
1. ไดโอด
23.
1. ไดโอดB 1. ไดโอดB 1. ไดโอด
24.
B
25.
D
1. เปนดาวเคราะหสีแดง
26.
1. เปนดาวเคราะหสีแดงA 1. เปนดาวเคราะหสีแดงA 1. เปนดาวเคราะหสีแดง
27. ปฏิกิริยาในขอใดเกี่ยวของกับดวงอาทิตย
1. ปฏิกิริยาออโรรา
2. ปฏิกิริยาซูเปอรโนวา
3. ปฏิกิริยานิวเคลียรฟวชัน
4. ปฏิกิริยานิวเคลียรฟชชัน
28. ขอใดกลาวถูกตองที่สุด
1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร
2. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร
3. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะหนอยเซเรส
4. ปจจุบันมีขอมูลเพียงวาโลกเทานั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู
29. ดาวเคราะหในระบบสุริยะดวงใดสามารถลอยนํ้าได
เพราะเหตุใดจึงลอยนํ้าได
1. ดาวศุกร เพราะมีพื้นผิวเรียบ
2. ดาวเสาร เพราะมีขนาดใหญ แตมีมวลนอย
3. ดาวพุธ เพราะมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ
4. ดาวยูเรนัส เพราะมีวงแหวนลอมรอบในแนวดิ่ง
30. เนบิวลามีความหมายตรงกับขอใด
1. ทางชางเผือก
2. เมืองแหงดวงดาว
3. ดาวฤกษที่อยูรวมกันเปนกลุม
4. กลุมแกสขนาดใหญที่ประกอบดวยแกสไฮโดรเจน
เปนสวนใหญ
31. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีบิกแบงไดถูกตองที่สุด
1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
ความเร็วสูงมาก และแผกระจายออกไปอยางรวดเร็ว
ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น
2. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
ความเร็วสูงมาก จากนั้นจึงรวมตัวกันอยางรวดเร็ว
ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น
3. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
ความหนาแนนสูงมาก และแผกระจายออกไปอยาง
รวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น
4. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
ความหนาแนนสูงมาก จากนั้นจึงรวมตัวกันอยาง
รวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น
1. ปฏิกิริยาออโรรา
27.
1. ปฏิกิริยาออโรราB 1. ปฏิกิริยาออโรราB 1. ปฏิกิริยาออโรรา
1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร
28.
1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทรB 1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร
29.
D
1. ทางชางเผือก
30.
1. ทางชางเผือกA 1. ทางชางเผือกA 1. ทางชางเผือก
1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
31.
1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมีB 1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี
(10)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
32. ลักษณะของกาแล็กซีในขอใดคลายคลึงกับกาแล็กซี
ทางชางเผือกมากที่สุด
1. กาแล็กซีที่มีรูปรางกลมหรือกลมรี
2. กาแล็กซีที่มีรูปรางไมแนนอน และสวนใหญจะเปน
กาแล็กซีขนาดเล็ก
3. กาแล็กซีที่เมื่อมองจากดานขางจะมีลักษณะคลายกับ
จาน 2 ใบ ประกบกัน
4. กาแล็กซีที่ตรงกลางมีลักษณะคลายกับคาน และมี
แขนหมุนตอออกจากปลายคานทั้งสอง
33. ถาในกาแล็กซีไมมีกลุมแกสตางๆ และฝุนธุลี นักเรียน
คิดวาเหตุการณใดนาจะเกิดขึ้นไดมากที่สุด
1. เนบิวลาไมสามารถเกิดขึ้นได
2. มีดาวฤกษเกิดขึ้นเปนจํานวนมาก
3. มีเฉพาะเนบิวลามืดเกิดขึ้นเทานั้น
4. มีเฉพาะเนบิวลาสวางเกิดขึ้นเทานั้น
34. ขอใดคือกลุมดาวจักรราศี
1. กลุมดาวไถ
2. กลุมดาวสิงโต
3. กลุมดาวหมีใหญ
4. กลุมดาวนายพราน
35. ขอใดกลาวถูกตอง
1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง
2. กาแล็กซีรูปไขเปนกาแล็กซีที่มีอายุนอยที่สุด
3. กาแล็กซีกังหันหมุนเทานั้นที่มีการหมุนของดาวฤกษ
4. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีมีการโคจรไปรอบศูนยกลาง
ของกาแล็กซี
36. กลุมดาวในขอใดจะมองเห็นชัดเจนในชวงฤดูเดียวกัน
1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย
2. กลุมดาวจระเข กลุมดาวหงส กลุมดาวคนลาสัตว
3. กลุมดาวจระเข กลุมดาวกระตาย กลุมดาวแมงปอง
4. กลุมดาวแมงปอง กลุมดาวเฮอรคิวลิส กลุมดาวสิงโต
32.
C
33.
F
1. กลุมดาวไถ
34.
1. กลุมดาวไถA 1. กลุมดาวไถA 1. กลุมดาวไถ
1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง
35.
1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่งA 1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง
1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย
36.
1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตายC 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตายC 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย
37. ดาวเทียมในขอใดเปนดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกสง
ขึ้นสูอวกาศ
1. มอส-1
2. สปุตนิก 1
3. ไทรอส-1
4. อพอลโล 11
38. ขอใดเปนลักษณะของจรวด
1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก
พื้นโลก
2. พาหนะที่ใชในการขนสงเครื่องมือ อุปกรณ มนุษย
และสิ่งตางๆ ออกไปนอกโลก
3. ยานพาหนะที่มีเครื่องยนตที่ใชบังคับยานอวกาศ
ใหเคลื่อนที่ไปหรือกลับสูพื้นโลก
4. สิ่งประดิษฐที่ใชเปนที่จอดยานอวกาศและที่พัก
ของนักบินอวกาศ และเปนสถานที่ทดลองทาง
วิทยาศาสตร
39. ถานํ้าหนักของนักเรียนที่ระดับนํ้าทะเล คือ 45 กิโลกรัม
เมื่อขึ้นไปชั่งนํ้าหนักที่ยอดเขาสูง นํ้าหนักของนักเรียน
จะมีคาเทาใด
1. 45 กิโลกรัม
2. นํ้าหนักไมแนนอน
3. นอยกวา 45 กิโลกรัม
4. มากกวา 45 กิโลกรัม
40. เหตุใดการใชกลองโทรทรรศนติดตั้งบนโลกเพื่อสองดูดาว
บนทองฟา จะรับไดเพียงคลื่นไมโครเวฟ และแสงสีที่
มองเห็นไดเทานั้น
1. รังสีอื่นๆ จะสะทอนกลับหมด
2. รังสีอื่นๆ ถูกบรรยากาศของโลกดูดไว
3. กลองโทรทรรศนมีสมบัติไมดีพอที่จะรับคลื่นอื่นๆ ได
4. รังสีจากดวงดาวจะมีเพียงคลื่นไมโครเวฟและแสงสี
เทานั้น
37.
A
1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก
38.
1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจากB 1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก
39.
C
40.
D
(11)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. กลองใบหนึ่งตั้งอยูบนโตะ อยากทราบวานํ้าหนักของกลองที่กระทําตอโตะ และแรงที่โตะกระทําตอกลอง เปนแรงคูกิริยา
ปฏิกิริยาหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร มีความยาว 8 เซนติเมตร จะมีความตานทานไฟฟามากกวาลวดทองแดงที่มี
เสนผานศูนยกลาง 1 เซนติเมตร มีความยาว 10 เซนติเมตร ขอความนี้เปนจริงหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกวิธีการใชหลอดไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เพราะเหตุใดดาวพลูโตจึงถูกจัดใหเปนดาวเคราะหแคระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงอธิบายวาเพราะเหตุใดกลุมดาวจระเขจึงใชประโยชนในการบอกเวลาได
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1. กลองใบหนึ่งตั้งอยูบนโตะ
F
2.
F
3.
C
4.
D
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………A
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(12)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
5. คานในขอใดชวยผอนแรงในการทํางาน
1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง
พยายาม
2. คานที่มีแรงพยายามอยูระหวางแรงตานทานกับ
จุดหมุน
3. คานที่มีจุดหมุนอยูตรงกลางและใกลแรงพยายาม
มากกวาแรงตานทาน
4. คานที่มีจุดหมุนอยูตรงกลางหางจากแรงพยายาม
และแรงตานทานเทากัน
6. นักเรียนคิดวาการใชประโยชนของอุปกรณในขอใดเปน
ลักษณะเดียวกัน
1. ใชคอนถอนตะปู - ใชรถเข็นทราย
2. ใชกรรไกรตัดกระดาษ - ใชพลั่วขุดดิน
3. ใชที่เปดขวดเปดขวดนํ้า - ใชคีมคีบถาน
4. ใชตะเกียบคีบลูกชิ้น - ใชไมกวาดกวาดพื้น
7. วัตถุในขอใดเคลื่อนที่ดวยความเรงเนื่องจากแรงโนมถวง
ของโลก
1. ขี่จักรยานไปตามถนนดวยความเร็วคงตัว
2. เหวี่ยงลูกตุมใหเคลื่อนที่แบบวงกลมในแนวดิ่ง
3. โยนลูกบาสเกตบอลจากตึกสูงในแนวระดับ แลว
ลูกบาสเกตบอลเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล
4. วางกอนหินลงในของเหลวที่มีความหนาแนนเทากับนํ้า
แลวกอนหินคอยๆ จมลงในของเหลว
1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง
5.
1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรงA 1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง
6.
E
7.
B
1. การเคลื่อนที่ในขอใดไมเกิดความเรง
1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง
2. ออกแรงตีลูกกอลฟใหไถลไปบนพื้นลื่น
3. กลองไมเคลื่อนที่ดวยแรงผลักสมํ่าเสมอ
4. กอนหินกอนหนึ่งถูกโยนขึ้นไปในอากาศ
2. ขอใดคือแรงปฏิกิริยาเนื่องจากแรงขับของแกสที่บริเวณ
ทายจรวด เมื่อจรวดกําลังพุงขึ้นไปในอากาศ
1. แรงที่จรวดกระทําตอแกส
2. แรงที่แกสกระทําตอฐานจรวด
3. แรงที่จรวดกระทําตอฐานจรวด
4. แรงที่ฐานจรวดกระทําตอจรวด
3. แรงลอยตัวของของเหลวจะมีคามากหรือนอยขึ้นอยูกับ
ปจจัยในขอใด
1. ปริมาตรของของเหลว
2. ความหนาแนนของของเหลว
3. ความหนาแนนของวัตถุที่จมในของเหลว
4. ความหนาแนนของวัตถุที่ลอยในของเหลว
4. ถาตองการเข็นชั้นหนังสือมวล80 กิโลกรัม ไปบนพื้นราบ
ที่มีสัมประสิทธิ์ความเสียดทานสถิตเทากับ 1.2 จะตองใช
แรงผลักอยางนอยที่สุดเทาไร
1. 950 นิวตัน 2. 1,000 นิวตัน
3. 1,200 นิวตัน 4. 1,520 นิวตัน
1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง
1.
1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียงB 1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง
2.
B
3.
A
4.
C
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
40
ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว
จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน
ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา
A B C D E F
ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล ……………………………………………………………………………………………..
เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน …………………………………………………………………………………………….
สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ………………………………………..
โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹ÃÇÁ
50
แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
ชุดที่ 3
(13)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
8. เหตุใดเมื่อเราขวางลูกบอลออกไปขางหนา ลูกบอลจึง
เคลื่อนที่ในแนวโคงแลวตกลงพื้น
1. เพราะผิวโลกเปนเสนโคง
2. เพราะแรงโนมถวงของโลก
3. เพราะแรงตานทานของอากาศ
4. เพราะการเห็นภาพของตาคนเราผิดปกติ
9. พลังงานที่สะสมอยูในนํ้าที่อยูในเขื่อนเพื่อนํามาใชผลิต
กระแสไฟฟาเปนพลังงานชนิดใด
1. พลังงานจลน
2. พลังงานศักยไฟฟา
3. พลังงานศักยยืดหยุน
4. พลังงานศักยโนมถวง
10. รถยนตคันหนึ่งมีมวล1 ตัน แลนไปบนถนนดวยความเร็ว
10 เมตรตอวินาที จงหาพลังงานจลนของรถยนตคันนี้
1. 10,000 จูล 2. 30,000 จูล
3. 50,000 จูล 4. 70,000 จูล
11. อุปกรณใดจะตองตอแบบอนุกรมเขากับวงจรเทานั้น
1. แอมมิเตอร
2. โวลตมิเตอร
3. โอหมมิเตอร
4. แกลวานอมิเตอร
12. ลวดตัวนําชนิดเดียวกันที่มีความยาวเทากัน ลวดตัวนํา
ในขอใดมีความตานทานนอยที่สุด
1. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 2 เซนติเมตร
2. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 4 เซนติเมตร
3. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 6 เซนติเมตร
4. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 8 เซนติเมตร
13.
จากภาพ ความตานทานรวมระหวางจุด A และ B
มีคากี่โอหม
1. 2 2. 4
3. 6 4. 8
8.
D
9.
A
10.
C
1. แอมมิเตอร
11.
1. แอมมิเตอรA 1. แอมมิเตอรA 1. แอมมิเตอร
12.
B
13.
C
14. ถาเพิ่มความตางศักยไฟฟาในวงจร และลดความตานทาน
ของลวดตัวนําในวงจร กระแสไฟฟาใหมที่ไหลในวงจรจะมี
คาเปนอยางไร
1. ลดลง
2. เพิ่มขึ้น
3. เทาเดิม
4. ไมสามารถสรุปได
15. เครื่องใชไฟฟาชนิดใดสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากที่สุด
เมื่อใชในระยะเวลาที่เทากัน
1. เตารีด 2. โทรทัศน
3. หลอดตะเกียบ 4. พัดลมดูดอากาศ
16. สะพานไฟมีหลักการทํางานเหมือนกับอุปกรณไฟฟาในขอใด
1. ฟวส 2. สวิตช
3. เตารับ 4. เตาเสียบ
17. ถาใชพัดลมขนาด 100 วัตต เปนเวลา 20 นาที เตารีด
ขนาด 1,000 วัตต เปนเวลา 45 นาที จะสิ้นเปลือง
พลังงานไฟฟาเทาไร
1. 1,930 กิโลจูล
2. 2,120 กิโลจูล
3. 2,820 กิโลจูล
4. 3,100 กิโลจูล
18. สายไฟที่ดีควรมีลักษณะเปนอยางไร
1. นําความรอนไดดี
2. ความตานทานไฟฟาตํ่า
3. มีขนาดเล็กและนํ้าหนักเบา
4. มีขนาดใหญเพื่อนําไฟฟาไดมาก
19. ขอใดไมใชองคประกอบของวงจรไฟฟา
1. สายไฟ
2. อุปกรณไฟฟา
3. เครื่องวัดกระแสไฟฟา
4. แหลงจายพลังงานไฟฟา
20. การตอวงจรไฟฟาแบบใดทําใหความตานทานรวมมีคาลดลง
1. ตอแบบขนาน
2. ตอแบบอนุกรม
3. ตอแบบวงจรปด
4. ตอแบบวงจรเปด
14.
E
15.
A
1. ฟวส 2. สวิตช
16.
1. ฟวส 2. สวิตชB 1. ฟวส 2. สวิตชB 1. ฟวส 2. สวิตช
17.
C
1. นําความรอนไดดี
18.
1. นําความรอนไดดีA 1. นําความรอนไดดีA 1. นําความรอนไดดี
1. สายไฟ
19.
1. สายไฟA 1. สายไฟA 1. สายไฟ
1. ตอแบบขนาน
20.
1. ตอแบบขนานB 1. ตอแบบขนานB 1. ตอแบบขนาน
A
B
R1
= 2Ω R2
= 2Ω
R3
= 2ΩR5
= 3Ω
R6
= 2Ω R4
= 2Ω
(14)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
21. เมื่อนําหลอดไฟฟา 2 หลอด มาตอวงจรไฟฟาแบบขนาน
เพราะเหตุใดกระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟทั้งสองจึงมี
คาเทากัน
1. หลอดไฟทั้งสองมีความตานทานเทากัน
2. หลอดไฟทั้งสองมีคากระแสไฟฟาเทากัน
3. ไสของหลอดไฟทั้งสองทํามาจากโลหะชนิดเดียวกัน
4. ขนาดของสายไฟที่ตอเขาสูหลอดไฟทั้งสองมีขนาด
ความยาวเทากัน
22. ขอใดคือหนาที่สําคัญของทรานซิสเตอร
1. เพิ่มและหรี่ไฟ
2. เก็บขอมูลและแสดงขอมูล
3. ขยายสัญญาณและเพิ่มสัญญาณ
4. ขยายสัญญาณและเปนสวิตชเปด-ปด
23. การตอวงจรไดโอดตองตออุปกรณอิเล็กทรอนิกสชนิดใด
เขารวมดวยเพื่อใหเกิดความปลอดภัยของไดโอด
1. แอลอีดี
2. ตัวตานทาน
3. ตัวเก็บประจุ
4. ทรานซิสเตอร
24. อุปกรณอิเล็กทรอนิกสในขอใดที่ใชเปนสวนประกอบใน
เครื่องใชไฟฟาเกือบทุกชนิด
1. ไดโอด
2. ตัวตานทาน
3. เทอรมิสเตอร
4. ทรานซิสเตอร
25. การตอตัวเก็บประจุเขากับวงจรไฟฟาโดยไมมีตัวตานทาน
ในวงจรจะเกิดผลเสียอยางไร
1. สูญเสียประจุไฟฟาเร็วขึ้น
2. เก็บประจุไฟฟาไดนอยลง
3. เข็มแอมมิเตอรไมทํางาน
4. กระแสไฟฟาไหลผานไดนอยลง
26. ขอใดแตกตางจากขออื่น
1. โลก
2. ดาวยูเรนัส
3. ดวงอาทิตย
4. ดาวพฤหัสบดี
21.
D
1. เพิ่มและหรี่ไฟ
22.
1. เพิ่มและหรี่ไฟ1. เพิ่มและหรี่ไฟA 1. เพิ่มและหรี่ไฟ
23.
B
24.
C
25.
D
1. โลก
26.
1. โลกA 1. โลกA 1. โลก
27. ปรากฏการณธรรมชาติในขอใดแตกตางจากขออื่น
1. สุริยุปราคา
2. นํ้าขึ้นนํ้าลง
3. ฝนอุกกาบาต
4. ขางขึ้นขางแรม
28. ดาวเคราะหคูใดมีลักษณะเหมือนกันมากที่สุด
1. โลก-ดาวพฤหัสบดี
2. ดาวศุกร-ดาวอังคาร
3. ดาวเสาร-ดาวยูเรนัส
4. ดาวยูเรนัส-ดาวเนปจูน
29. ถาโลกไมมีบรรยากาศหอหุม นักเรียนคิดวาเหตุการณใด
นาจะเกิดขึ้นไดมากที่สุด
1. ดาวหางเมื่อเคลื่อนเขาใกลโลกจะมีขนาดใหญขึ้น
2. อุกกาบาตจะไมเกิดการลุกไหมเมื่อตกลงสูพื้นโลก
3. ผีพุงไตจะเคลื่อนตัวเขาหาโลกดวยความเร็วสูงมาก
4. ดาวเคราะหนอยจะเปลี่ยนวงโคจรมาโคจรระหวางโลก
กับดาวอังคาร
30. ขอใดกลาวไมถูกตอง
1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว
2. กาแล็กซีเปรียบเสมือนเมืองแหงดวงดาว
3. กาแล็กซีทางชางเผือกเกิดขึ้นเปนกาแล็กซีแรก
4. เอกภพเกิดจากการระเบิดครั้งใหญที่เรียกวา บิกแบง
31. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับเนบิวลาสวางไดถูกตองที่สุด
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน
แสงสวางจากดาวฤกษ
2. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่ดูดกลืน
แสงสวางจากดาวฤกษ
3. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่
สะทอนแสงสวางจากดาวฤกษ
4. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่
ดูดกลืนแสงสวางจากดาวฤกษ
32. องคประกอบในขอใดแตกตางจากขออื่น
1. เนบิวลา
2. อุกกาบาต
3. กระจุกดาว
4. สสารระหวางดาว
1. สุริยุปราคา
27.
1. สุริยุปราคาB 1. สุริยุปราคาB 1. สุริยุปราคา
1. โลก-ดาวพฤหัสบดี
28.
1. โลก-ดาวพฤหัสบดีC 1. โลก-ดาวพฤหัสบดีC 1. โลก-ดาวพฤหัสบดี
29.
F
1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว
30.
1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาวA 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาวA 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน
31.
1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอนB 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน
1. เนบิวลา
32.
1. เนบิวลาC 1. เนบิวลาC 1. เนบิวลา
(15)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
33. ดาวฤกษและวิวัฒนาการของดาวฤกษคูใดสอดคลองกัน
มากที่สุด
1. ดาวแคระขาว-ดาวฤกษอายุมากที่หดตัวจนมีขนาดเล็ก
และมีสีขาว
2. ดาวยักษแดง-ดาวฤกษที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหมมีขนาดใหญ
และมีสีแดง
3. ดวงอาทิตย- ดาวฤกษที่มีมวลมากที่พัฒนาขึ้นมาจน
ในปจจุบันมีสีแดงอมสม
4. ดาวฤกษที่มีมวลนอย- ดาวฤกษที่มีวิวัฒนาการจนถึง
ขั้นสุดทายจะกลายเปนดาวนิวตรอนหรือหลุมดํา
34. กลุมดาวที่ใชบอกทิศใตคือกลุมดาวในขอใด
1. กลุมดาวแกะ
2. กลุมดาวปลา
3. กลุมดาวคางคาว
4. กลุมดาวไมกางเขน
35. ขอใดระบุตําแหนงของเสนตางๆ ในแผนที่ดาวไดถูกตอง
1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ
ศีรษะ
2. เสนเมริเดียนทองฟา- เสนที่แบงครึ่งทองฟาออกเปน
2 สวน
3. เสนศูนยสูตรทองฟา- เสนวงกลมบนพื้นโลกที่จรดกับ
ขอบฟาลอมเราตัวเรา
4. เสนขอบฟา - เสนที่ผานจุด 3 จุด คือ จุดเหนือศีรษะ
ขอบฟาทิศตะวันตก และขอบฟาทิศตะวันออก
36. ขอใดกลาวถึงอายุและสีของดาวฤกษไดถูกตองที่สุด
1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง
2. ดาวฤกษสีฟามีอายุมากกวาดาวฤกษสีเหลือง
3. ดาวฤกษสีนํ้าเงินมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีสม
4. ดาวฤกษสีแดงมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีเหลืองขาว
33.
D
1. กลุมดาวแกะ
34.
1. กลุมดาวแกะA 1. กลุมดาวแกะA 1. กลุมดาวแกะ
1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ
35.
1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับB 1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ
1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง
36.
1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดงB 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดงB 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง
37. ดาวเทียมธีออสเปนดาวเทียมที่ถูกสงออกไปสํารวจ
ในดานใด
1. ดานการสื่อสาร
2. ดานการพยากรณอากาศ
3. ดานการสํารวจสมุทรศาสตร
4. ดานการสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ
38. ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยคือดาวเทียมดวงใด
และเปนดาวเทียมที่ทําหนาที่ในดานใด
1. ดาวเทียมไทยคม ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสาร
2. ดาวเทียมธีออส ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสารและ
อุตุนิยมวิทยา
3. ดาวเทียมธีออส ทําหนาที่เกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยาและ
สํารวจทรัพยากรธรรมชาติ
4. ดาวเทียมไทยคม ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสาร
อุตุนิยมวิทยา และสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ
39. ถาโลกมีแรงโนมถวงมากกวาดวงจันทร 6 เทา ดังนั้นคน
ที่มีนํ้าหนักตัวบนพื้นโลก 60 กิโลกรัม เมื่อไปชั่งนํ้าหนัก
บนดวงจันทรจะหนักเทาใด
1. 10 กิโลกรัม
2. 12 กิโลกรัม
3. 60 กิโลกรัม
4. 180 กิโลกรัม
40. เพราะเหตุใดกลองโทรทรรศนฮับเบิลจึงสามารถเห็น
ดาวตางๆ ไดชัดเจนกวากลองชนิดอื่น
1. เลนสมีขนาดใหญกวา
2. เลนสมีคุณภาพที่ดีกวา
3. อากาศหอหุมโลกไมรบกวน
4. มีเทคโนโลยีการถายภาพที่ทันสมัยกวา
37.
A
38.
A
39.
C
40.
D
(16)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ถาที่บานของนักเรียนเปลี่ยนจากการใชหลอดไฟฟาขนาด36 วัตต จํานวน4 หลอด มาใชหลอดไฟฟาขนาด24 วัตต จํานวน
6 หลอด โดยใชวันละ 2 ชั่วโมงเทากัน นักเรียนจะประหยัดไฟฟาไดมากขึ้นจริงหรือไม เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกวิธีการใชตูเย็นอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ดาวเคราะหดวงใดในระบบสุริยะมีทิศการหมุนรอบตัวเองตรงขามกับดาวเคราะหดวงอื่น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. เมื่อมองดวงดาวบนทองฟา นักเรียนคิดวาดวงดาวที่มองเห็นนั้นเปนดาวฤกษหรือดาวเคราะห เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1. รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………F
2.
F
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………A
5.
D
¤Ðá¹¹·Õèä´Œ
¤Ðá¹¹àµçÁ
10
ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน
(17)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. ตอบ ขอ 2. แรงโนมถวงของโลกจะมีคาแปรผันตรงกับระยะหางระหวางวัตถุกับพื้นโลก นั่นคือ ยิ่งวัตถุมีระยะหางจาก
พื้นโลกนอย ความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงและแรงโนมถวงก็จะยิ่งมีคามากขึ้น
2. ตอบ ขอ 3. กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน มีดังนี้ 1. วัตถุที่ไมถูกกระทําดวยแรงลัพธจะเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัวหรือ
หยุดนิ่ง 2. ถามีแรงภายนอกมากระทําตอวัตถุ วัตถุจะมีความเรง 3. เมื่อมีแรงกิริยาจะมีแรงปฏิกิริยา
กระทําดวยขนาดเทากัน แตทิศทางตรงกันขาม และกระทําตอวัตถุตางชิ้นกัน
3. ตอบ ขอ 4. เมื่อบอยขวางกอนหินออกไป รถเข็นที่ลอรถไมมีความฝดจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันขามกับทิศที่บอย
ขวางกอนหินออกไป เนื่องจากบอยออกแรงกระทําตอกอนหินโดยการขวางออกไป กอนหินเองก็มีแรง
กระทําตอบกลับไปยังบอย ซึ่งสงผลใหรถเข็นที่จอดนิ่งเคลื่อนที่ได ตามกฎการเคลื่อนที่ขอ 3 ของนิวตัน
4. ตอบ ขอ 3. กอนหินเปนวัตถุที่มีความหนาแนนมากกวานํ้า ดังนั้น เมื่อใสกอนหินลงไปในบีกเกอรที่มีนํ้าอยูเต็ม กอนหิน
จะจมและมีนํ้าลนออกมา ตามหลักของอารคิมีดิส วัตถุที่จมอยูในของเหลว แสดงวาวัตถุมีความหนาแนน
มากกวาของเหลว ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่จะเทากับปริมาตรของวัตถุนั้น แรงลอยตัวจะมีคา
นอยกวานํ้าหนักของวัตถุที่จมไปในของเหลว และเทากับนํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่
5. ตอบ ขอ 1. - วัตถุที่ลอยอยูในของเหลว แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศ และเทากับ
นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่
- วัตถุที่ลอยปริ่มผิวของของเหลว แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศ และเทากับ
นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่
- วัตถุที่จมอยูในของเหลว แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของวัตถุที่จมไปในของเหลว และเทากับ
นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่
6. ตอบ ขอ 2. f = 0.6 × 120
= 72 N
แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหวางซุงกับพื้นมีคาเทากับ 72 นิวตัน ซึ่งการที่จะทําใหวัตถุเริ่มเคลื่อนที่นั้นจะตอง
ออกแรงดึงเทากับแรงเสียดทานนี้ และถาออกแรงดึงมากกวาแรงเสียดทาน วัตถุจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ
7. ตอบ ขอ 2. คานอันดับ 2 เปนคานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนและแรงพยายาม ขณะที่การตัดกระดาษดวย
กรรไกร มีจุดหมุนอยูระหวางแรงพยายามและแรงตานทาน ซึ่งเปนลักษณะของคานอันดับ 1
8. ตอบ ขอ 4. M = 90 N × 0.6 m
= 54 N.m
9. ตอบ ขอ 2. การเคลื่อนที่แบบวงกลมเปนการเคลื่อนที่ในแนวโคง ซึ่งเปนการเคลื่อนที่ที่มีแรงกระทําเขาสูศูนยกลาง
ของวงกลม เรียกวา แรงสูศูนยกลาง โดยแรงตองมีขนาดพอเหมาะกับอัตราเร็ว จึงจะทําใหวัตถุเคลื่อนที่
ในแนวโคงของวงกลมได
10. ตอบ ขอ 4. ขณะที่รถเคลื่อนที่ขึ้นภูเขาจะเกิดพลังงานจลน สวนพลังงานศักยโนมถวงจะคอยๆ เพิ่มขึ้นตามความสูง
และมีคาสูงสุดที่ยอดเขา จากนั้นพลังงานศักยโนมถวงจะลดลงและเปลี่ยนไปเปนพลังงานจลนอีกครั้ง
ขณะที่รถไถลลงจากยอดเขา
ตอนที่ 1
ชุดที่ 1เฉลยแบบทดสอบ
(18)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
11. ตอบ ขอ 4. กระแสไฟฟาจะไหลจากบริเวณศักยไฟฟาสูงไปยังบริเวณศักยไฟฟาตํ่า โดยไหลจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ
12. ตอบ ขอ 1. ปจจัยที่มีผลตอความตานทานไฟฟาของลวดตัวนํา ไดแก ชนิดของลวดตัวนํา ความยาวของลวดตัวนํา
พื้นที่หนาตัดของลวดตัวนํา และอุณหภูมิของลวดตัวนํา
13. ตอบ ขอ 3. กฎของโอหม กลาววา เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟาที่ไหลผานลวดตัวนําไฟฟาจะแปรผันตรงกับคา
ความตางศักยไฟฟาระหวางปลายของลวดตัวนํานั้นๆ
14. ตอบ ขอ 1. ตัวนําไฟฟาที่มีความตานทานไฟฟานอยจะทําใหมีกระแสไฟฟาไหลผานวงจรไดมากกวา
15. ตอบ ขอ 3. กําลังไฟฟา หมายถึง คาของพลังงานไฟฟาที่ถูกใชไปในเวลา 1 วินาที
16. ตอบ ขอ 2. P = 1.2 A × 220 V
= 264 W
17. ตอบ ขอ 2. W = 0.08 kW × 20 hr
= 1.6 Unit
18. ตอบ ขอ 1. ฟวสจะตองมีจุดหลอมเหลวตํ่า เพื่อละลายหรือขาดไดเมื่อเกิดไฟฟาลัดวงจร ซึ่งเปนการชวยตัดวงจรไฟฟาได
19. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไฟฟาแบบอนุกรมจะทําใหความตานทานรวมในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น โดย
Rรวม
= R1
+ R2
+ R3
+ …. + Rn
20. ตอบ ขอ 1. จาก 1
Rรวม
= 1
R1
+ 1
R2
+ 1
R3
แทนคา = 1
20 Ω + 1
20 Ω + 1
20 Ω + 1
20 Ω
Rรวม
= 20Ω
4 = 5 Ω
21. ตอบ ขอ 2. เมื่อสับสวิตช S ลง ทําใหวงจรปด กระแสไฟฟาสามารถไหลผานในวงจรได จึงทําใหหลอดไฟ A และ B
สวางเหมือนเดิม
22. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไฟฟาแบบอนุกรม ความตานทานรวมของวงจรจะเพิ่มขึ้นตามจํานวนหลอดไฟฟาที่นํามาตอกัน
ดังนั้นเมื่อเพิ่มหลอดไฟฟาเขาไปในวงจรอีก 1 หลอด จึงทําใหความตานทานรวมมีคามากขึ้น สวน
กระแสไฟฟาที่ไหลผานวงจรไฟฟาแบบอนุกรมจะมีคาเทากันตลอดทั้งวงจร ดังนั้น กระแสไฟฟาที่
ไหลผานหลอดไฟฟาแตละหลอดจึงมีคาเทากัน
23. ตอบ ขอ 4. อุปกรณอิเล็กทรอนิกสเปนอุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาในวงจรไฟฟา
มีทั้งสารตัวนํา สารกึ่งตัวนํา และฉนวนไฟฟา
24. ตอบ ขอ 3. ไดโอดเปลงแสงเปนอุปกรณที่มักนํามาใชเพื่อใหความสวาง ปจจุบันเปนที่นิยมใชมากในการสรางอุปกรณ
แสดงผลทางหนาจอ เชน จอคอมพิวเตอร จอโทรทัศน เปนตน
25. ตอบ ขอ 1. แถบสีตัวตานทาน นํ้าตาล (1) ดํา (0) สม (1,000) ทอง (0.5%)
คาความตานทาน = 10 × 1,000 Ω ± 0.5%
= 10,000 Ω ± 0.5%
= 10 kΩ
(19)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
26. ตอบ ขอ 1. ดาวพุธ เปนดาวเคราะหที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ สวนดาวพลูโตถูกจัดเปนดาวเคราะหแคระ
27. ตอบ ขอ 2. ระบบสุริยะเกิดจากมวลสารของแกส เชน ไฮโดรเจน ฮีเลียม เปนตน และมวลสารของฝุนธุลีในอวกาศ
รวมกันเปนกลุมดวยแรงดึงดูดระหวางกันและแรงโนมถวง ตอมากลุมมวลสารเริ่มอัดตัวเล็กลงจนเกิด
ความรอนและหมุนรอบศูนยกลาง ทําใหเกิดดวงอาทิตยและดาวบริวารขึ้น ซึ่งเกิดเปนระบบสุริยะ
28. ตอบ ขอ 2. นักวิทยาศาสตรไดสันนิษฐานวาดาวอังคารนาจะเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยูมากอน เนื่องจากมีหลักฐานวา
บนดาวอังคารเคยมีนํ้าและออกซิเจนเปนองคประกอบ ซึ่งเปนสิ่งจําเปนในการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
29. ตอบ ขอ 4. สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย เมื่อผานบรรยากาศโลกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงให
ตกลงมา และเสียดสีกับบรรยากาศเหนือพื้นโลกจนลุกไหมมองเห็นแสงสวางเปนทางยาว เรียกวา ผีพุงไต
หรือดาวตก ซึ่งถาวัตถุนั้นลุกไหมไมหมด แลวเหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก เรียกกอนวัตถุนั้นวา อุกกาบาต
30. ตอบ ขอ 4. อายุของระบบสุริยะทราบไดจากอุกกาบาตที่ตกลงมาสูโลกเพราะวัตถุทองฟาจะเกิดพรอมกับการเกิดระบบสุริยะ
31. ตอบ ขอ 3. ดาวฤกษเกิดจากการรวมตัวกันของแกสและฝุนธุลีในอวกาศ
32. ตอบ ขอ 4. เนบิวลามืด มีลักษณะเปนกลุมแกสและฝุนธุลีจํานวนมากและหนาทึบ ซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่ดูดกลืนแสง
ของดาวฤกษที่สองมา จึงมองเห็นเปนเงามืด
33. ตอบ ขอ 2. ดาวฤกษสีขาวจะมีอุณหภูมิสูงที่สุด รองลงมา คือ ดาวฤกษสีเหลือง ดาวฤกษสีสมแดง และดาวฤกษสีแดง
34. ตอบ ขอ 2. ดาวฤกษที่มีอุณหภูมิสูงจะมีอายุนอย สวนดาวฤกษที่มีอุณหภูมิตํ่าจะมีอายุมาก โดยดาวฤกษสีตางๆ
จะมีอุณหภูมิแตกตางกัน ซึ่งเรียงลําดับจากนอยไปมากได ดังนี้ ดาวฤกษสีแดง < ดาวฤกษสีสม <
ดาวฤกษสีเหลือง < ดาวฤกษสีเหลืองขาว < ดาวฤกษสีขาว < ดาวฤกษสีฟา < ดาวฤกษสีนํ้าเงิน
35. ตอบ ขอ 2. กลุมดาวเหนือและกลุมดาวกางเขนใตนํามาใชประโยชนในการหาทิศ สวนกลุมดาวหมีใหญหรือกลุมดาว
จระเขนํามาใชประโยชนในการบอกเวลา
36. ตอบ ขอ 4. นักดาราศาสตรแบงกลุมดาว 12 ราศี ออกจากกลุมดาวอื่นๆ โดยอาศัยตําแหนงที่กลุมดาวปรากฏ
บนทองฟา ซึ่งกลุมดาว 12 ราศี คือ กลุมดาว 12 กลุม ที่ปรากฏอยูตามเสนแถบสุริยวิถี กลางทองฟาที่
พาดผานจากขอบฟาดานทิศตะวันออกไปถึงขอบฟาดานทิศตะวันตก
37. ตอบ ขอ 3. วงจรคางฟา คือ วงจรที่ดาวเทียมโคจรรอบโลกไปพรอมๆ กับการหมุนรอบตัวเองของโลก ทําใหมองเห็น
เหมือนดาวเทียมลอยนิ่งอยูกับที่
38. ตอบ ขอ 1. ลูกบอลตกสูพื้นโลกจะมีเฉพาะแรงโนมถวงของโลกเทานั้นที่มากระทํา โดยไมมีแรงอื่นเขามาเกี่ยวของ
39. ตอบ ขอ 2. จรวดที่ใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมออกไปนอกโลกจะเปนจรวดหลายทอน โดยแตละทอนจะ
บรรทุกเชื้อเพลิงไว เมื่อใชเชื้อเพลิงทอนใดหมดก็จะปลอยทิ้ง เพื่อเปนการลดนํ้าหนักของจรวด
40. ตอบ ขอ 4. การสงยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกนั้น จะตองพยายามหนีจากแรงดึงดูดของโลกใหได ซึ่งตองอาศัย
แรงขับดันมหาศาล และความเร็วที่สูงมาก เรียกความเร็วที่ทําใหยานอวกาศเคลื่อนที่หลุดออกจาก
แรงโนมถวงของโลกวา ความเร็วหลุดพน ซึ่งมีคาประมาณ11.2 กิโลเมตรตอวินาที ดังนั้นถายานอวกาศมี
ความเร็วสูงสุด10 กิโลเมตรตอวินาที จะไมสามารถออกไปโคจรรอบโลกได และจะตกลงสูพื้นโลกในที่สุด
(20)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. แนวตอบ เห็นดวย เนื่องจากการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล เปนการเคลื่อนที่ในแนวโคง ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่วัตถุมี
การเคลื่อนที่ 2 แนวพรอมกัน คือ การเคลื่อนที่ในแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งความเร็วในแนวราบจะคงที่ตลอด
การเคลื่อนที่ สวนความเร็วในแนวดิ่งเกิดขึ้นจากแรงโนมถวงของโลก โดยความเร็วในแนวดิ่งจะไมคงที่
เนื่องจากมีแรงโนมถวงของโลกกระทําใหเกิดความเรงในแนวดิ่ง
2. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน
1. ตั้งอุณหภูมิของเตารีดใหเหมาะสมกับชนิดของผาที่จะรีด และรีดผาคราวละมากๆ ติดตอกันจนเสร็จ
2. เมื่อไมไดใชงานเตารีดควรถอดปลั๊กออก และกอนเก็บควรปลอยใหเตารีดเย็นกอน
3. ควรระวังไมใหความรอนจากเตารีดสัมผัสกับสายไฟฟา และหมั่นตรวจสอบฉนวนยางที่หุมสายไฟฟา
4. ขณะใชงาน เมื่อหยุดรีดตองวางเตารีดบนวัสดุที่ไมติดไฟ
5. ควรใชเตารีดที่มีสายดิน และตอลงดินผานทางเตารับและเตาเสียบ
3. แนวตอบ ไมเห็นดวย คาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทานที่มี3 แถบสี จะมีคานอยกวาคาความตานทานตํ่าสุดของ
ตัวตานทานที่มี 4 แถบสี ดังนี้
คาความตานทานของตัวตานทานที่มี 3 แถบสี เปนดังนี้
แถบสี สม แดง ดํา ไมมีสี
อานคา 3 2 100
± 20% = 32 × 100
± 20%
= 32 ± 6 โอหม
ดังนั้น คาความตานทานเทากับ 32 โอหม มีคาความคลาดเคลื่อน ± 20% แสดงวา ตัวตานทานนี้มี
ความตานทาน 26-38 โอหม
คาความตานทานของตัวตานทานที่มี 4 แถบสี เปนดังนี้
แถบสี สม แดง ดํา ทอง
อานคา 3 2 100
± 5 % = 32 × 100
± 5%
= 32 ± 2 โอหม
ดังนั้น คาความตานทานเทากับ 32 โอหม มีคาความคลาดเคลื่อน ± 5% แสดงวา ตัวตานทานนี้มี
ความตานทาน 30-34 โอหม
4. แนวตอบ ระบบสุริยะประกอบดวยดวงอาทิตย ดาวเคราะห ดาวเคราะหนอย และบริวารของดวงอาทิตย โดยระบบสุริยะ
จะอยูในกาแล็กซีทางชางเผือก ซึ่งเปนกาแล็กซีหนึ่งในเอกภพ
5. แนวตอบ เทคโนโลยีอวกาศจะชวยทําใหการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศทําไดงายขึ้น และมีความนาเชื่อถือมากขึ้น รวมทั้ง
ยังสามารถนําเทคโนโลยีอวกาศไปใชประโยชนในหลายดาน เชน การสงดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลก เพื่อ
ใชประโยชนในดานการสื่อสาร การพยากรณอากาศ การสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ และสํารวจสมุทรศาสตร
รวมทั้งการสงยานอวกาศขึ้นไปเพื่อสํารวจดาวเคราะหตางๆ ในระบบสุริยะ
ตอนที่ 2
(21)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. ตอบ ขอ 1. การเคลื่อนที่ดวยความเรงคือการเคลื่อนที่ที่ความเร็วเปลี่ยนแปลงไปในหนึ่งหนวยเวลาการเคลื่อนที่ของวัตถุ
ที่ตกลงมาอยางอิสระภายใตแรงโนมถวงของโลก วัตถุที่ตกลงมาจะมีความเร็วเพิ่มขึ้น 9.8 เมตร/วินาที
2. ตอบ ขอ 1. นํ้าหนักของวัตถุมีคาเทากับผลคูณระหวางมวลกับความเรงโนมถวง(W=mg) เมื่อความเรงโนมถวงมีคา
0.5 m/s2
ดังนั้น จะชั่งนํ้าหนักของวัตถุไดเทากับ 50 kg × 0.5 m/s2
= 25 N
3. ตอบ ขอ 4. กฎขอที่3 ของนิวตัน กลาววา “ทุกแรงกิริยายอมมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเทากัน แตมีทิศทางตรงขามกัน”
หมายความวา เมื่อมีแรงมากระทําตอวัตถุ วัตถุนั้นจะออกแรงตานในทิศทางตรงขามกันกับแรงที่มากระทํา
ซึ่งแรงทั้งสองเกิดขึ้นพรอมกันเสมอ และกระทําตอวัตถุคนละชิ้นกัน
4. ตอบ ขอ 2. โดยปกติเหล็กจะมีความหนาแนนมากกวานํ้า แตเมื่อนําเหล็กมาตีแผเพื่อทําเปนเรือ ปริมาตรของเรือ
จะเพิ่มขึ้น โดยที่มวลเทาเดิม จึงทําใหเรือมีความหนาแนนนอยกวานํ้า เรือจึงลอยนํ้าได
5. ตอบ ขอ 4. คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน เปนคาที่แสดงถึงการเกิดแรงเสียดทานขึ้นระหวางผิวสัมผัสของวัตถุ2 ชนิด
6. ตอบ ขอ 2. แรงเสียดทานจะมีคานอยหรือมากขึ้นอยูกับปจจัยตางๆ ดังนี้
- นํ้าหนักของวัตถุ โดยวัตถุที่มีนํ้าหนักกดทับลงบนพื้นผิวมาก จะมีแรงเสียดทานมากกวาวัตถุที่มี
นํ้าหนักกดทับลงบนพื้นผิวนอย
- รูปรางของวัตถุ โดยวัตถุที่มีรูปรางเพรียวจะมีแรงเสียดทานนอยกวาวัตถุที่มีรูปรางปาน
- ลักษณะพื้นผิวสัมผัส โดยผิวสัมผัสที่เรียบจะเกิดแรงเสียดทานนอยกวาผิวสัมผัสที่ขรุขระ
ซึ่งวัตถุที่มีแรงเสียดทานนอยก็จะเคลื่อนที่ไดเร็วกวาวัตถุที่มีแรงเสียดทานมาก
7. ตอบ ขอ 3. คานดานซาย M = 120 N × 0.8 m
= 96 N.m
คานดานขวา M = 80 N × 1.2 m
= 96 N.m
จะเห็นวา โมเมนตของแรงทางซายและขวาของคานมีคาเทากัน เมื่อผลรวมของโมเมนตทวนเข็มนาฬกา
เทากับผลรวมของโมเมนตตามเข็มนาฬกา วัตถุจะไมเคลื่อนที่และไมหมุน ทําใหวัตถุอยูในภาวะสมดุล
8. ตอบ ขอ 2. การเคลื่อนที่แบบวงกลม วัตถุจะเคลื่อนที่ดวยความเรงเขาสูศูนยกลางดวยอัตราเร็วคงตัว ขณะที่ทิศทาง
การเคลื่อนที่ของวัตถุจะเปลี่ยนไปตามวิถีของวงกลม
9. ตอบ ขอ 4. จากกฎการอนุรักษพลังงาน งานมีคาเทากับผลตางของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป (W = E2
- E1
)
10. ตอบ ขอ 3. W = 50 N × 1 m
= 50 N.m
11. ตอบ ขอ 3. เหล็กตะกั่วสังกะสีทองแดงคารบอนเงินและอะลูมิเนียมเปนสสารที่ยอมใหกระแสไฟฟาไหลผานไดเรียกวา
ตัวนําไฟฟา สวนพลาสติก เชือก อากาศ ผา และยางรถยนต เปนสสารที่ไมยอมใหกระแสไฟฟาไหลผาน
เรียกวา ฉนวนไฟฟา
ตอนที่ 1
ชุดที่ 2เฉลยแบบทดสอบ
(22)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
12. ตอบ ขอ 4. ลวดตัวนําที่มีความยาวมากจะมีความตานทานไฟฟามากกวาลวดตัวนําที่มีความยาวนอย
13. ตอบ ขอ 4. V = 30 mA × 12 kΩ
= 360 V
14. ตอบ ขอ 2. I = 2200W
220V
= 10 A
15. ตอบ ขอ 1. เครื่องใชไฟฟาจะมีตัวเลขแสดงกําลังไฟฟากํากับไว ซึ่งมีหนวยเปน วัตต (W)
16. ตอบ ขอ 2. กําลังไฟฟา คือ พลังงานไฟฟาที่ใชไปใน 1 วินาที ซึ่งมีหนวยเปนวัตต หรือจูลตอวินาที
17. ตอบ ขอ 3. เครื่องใชไฟฟาที่มีกําลังไฟฟามากจะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวาเครื่องใชไฟฟาที่มีกําลังไฟฟานอย
ดังนั้น เตารีดไฟฟาที่มีกําลังไฟฟา 750 วัตต จึงสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวาตูเย็นที่มีกําลังไฟฟา
145 วัตต เมื่อใชงานในเวลาที่เทากัน
18. ตอบ ขอ 2. จากความสัมพันธ P = V2
R
ให Vเดิม
= 2V จะได Vใหม
= V Rเดิม
= R จะได Rใหม
= 2R
จะไดวา Pเดิม
= (2V)2
R
= 4V2
R
Pใหม
= V2
2R
2Pใหม
= V2
R
Pเดิม
= 4(2Pใหม
)
Pเดิม
= 8Pใหม
Pใหม
=Pเดิม
8
ดังนั้น กําลังไฟฟาของวงจรจะมีคาลดลง 8 เทา
19. ตอบ ขอ 2. สะพานไฟเปนอุปกรณไฟฟาที่ใชเปด-ปดวงจรไฟฟาในบาน ซึ่งมีหลายขนาดขึ้นอยูกับปริมาณกระแสไฟฟา
ที่ไหลผานได
20. ตอบ ขอ 1. ตัวตานทานทําหนาที่ควบคุมปริมาณการไหลของกระแสไฟฟาในวงจร ซึ่งทําใหกระแสไฟฟามีปริมาณลดลง
21. ตอบ ขอ 2. V = 0.5 A × 5 Ω
= 2.5 V
22. ตอบ ขอ 2. ตัวตานทานปรับคาไดนั้นผูใชสามารถเลือกคาความตานทานไดตามตองการ ซึ่งมักใชเปนสวนประกอบใน
อุปกรณที่ตองการปรับเปลี่ยนความตานทาน เชน ปุมปรับเสียง สวิตชหรี่ไฟ เปนตน
23. ตอบ ขอ 4. ซิลิคอนชิปเปนอุปกรณที่นําเอาทรานซิสเตอรมาลดขนาดลง แลวบัดกรีไวกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและ
สวนประกอบทางไฟฟาอื่นๆ
(23)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
24. ตอบ ขอ 3. ตัวตานทานปรับคาไดใชในอุปกรณที่ตองการปรับเปลี่ยนคาความตานทาน เชน การหรี่ไฟ การควบคุม
ความดัง-เบาของเสียงวิทยุ การหาสัญญาณวิทยุ เปนตน
25. ตอบ ขอ 3. การตอตัวตานทานในวงจรไดโอดเปลงแสง เพื่อชวยปองกันอันตรายใหกับไดโอดเปลงแสง โดยจะควบคุม
ไมใหมีความตางศักยมากเกินไปในวงจร
26. ตอบ ขอ 4. ดาวพฤหัสบดีเปนดาวเคราะหที่มีขนาดใหญที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งรองลงมา คือ ดาวเสาร
27. ตอบ ขอ 3. บริเวณแกนกลางของดวงอาทิตยจะมีอุณหภูมิและความหนาแนนสูง จึงเกิดการรวมตัวของนิวเคลียสของ
ไฮโดรเจน2 นิวเคลียส เกิดเปนฮีเลียม พรอมกับปลดปลอยพลังงานออกมามหาศาล ซึ่งเรียกปฏิกิริยาที่
เกิดขึ้นนี้วา ปฏิกิริยานิวเคลียรฟวชัน
28. ตอบ ขอ 4. ปจจุบันมีขอมูลเพียงวาโลกเทานั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู เนื่องจากมีความรูเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น
นอยมาก
29. ตอบ ขอ 2. ดาวเสารเปนดาวเคราะหดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีความหนาแนนนอยกวานํ้า จึงสามารถลอยนํ้าได
เนื่องจากเปนดาวเคราะหแกสที่มีชั้นบรรยากาศของแกสหนามาก ทําใหดาวเสารมีขนาดใหญ แตมีมวลนอย
30. ตอบ ขอ 4. เนบิวลา คือ กลุมแกสชนิดตางๆ ซึ่งสวนใหญเปนแกสไฮโดรเจน ที่รวมตัวกันอยูในเอกภพ
31. ตอบ ขอ 3. ทฤษฎีบิกแบง กลาววา เมื่อประมาณ13,700 ลานปมาแลว เกิดการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด
ซึ่งมีความหนาแนนสูงมาก แลวแผกระจายออกไปอยางรวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น
32. ตอบ ขอ 3. กาแล็กซีทางชางเผือกเปนกาแล็กซีที่มีรูปรางแบบกังหันหมุน ซึ่งเปนกาแล็กซีที่เมื่อมองจากดานขางจะมี
ลักษณะคลายกับจาน 2 ใบ ประกบกัน และเมื่อมองจากดานบนตรงกลางจะมีขนาดใหญ ซึ่งเต็มไปดวย
ดวงดาวที่มีอายุมาก สวนดาวที่อยูตามแขนหรือปลายกังหันเปนดาวที่มีอายุนอย
33. ตอบ ขอ 1. เนบิวลาเกิดจากการรวมตัวของกลุมแกสตางๆ และฝุนธุลีที่อยูในกาแล็กซี จากนั้นยุบตัวรวมกันกลายเปน
ดาวฤกษ ดังนั้นถาในกาแล็กซีไมมีแกสตางๆ และฝุนธุลี เนบิวลาจะไมสามารถเกิดขึ้นได
34. ตอบ ขอ 2. กลุมดาวจักรราศีมีทั้งหมด 12 กลุม ไดแก กลุมดาวแพะทะเล กลุมดาวคนแบกหมอ กลุมดาวปลา
กลุมดาวแกะตัวผู กลุมดาววัวตัวผู กลุมดาวคนคู กลุมดาวปู กลุมดาวสิงโต กลุมดาวหญิงพรหมจารี
กลุมดาวคันชั่ง กลุมดาวแมงปอง และกลุมดาวคนยิงธนู
35. ตอบ ขอ 4. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีไมไดอยูนิ่ง แตมีการโคจรไปรอบๆ ศูนยกลางของกาแล็กซี
36. ตอบ ขอ 1. - กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูหนาว
- กลุมดาวจระเข กลุมดาวสิงโต กลุมดาวคนลาสัตว เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูรอน
- กลุมดาวหงส กลุมดาวแมงปอง กลุมดาวเฮอรคิวลิส เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูฝน
37. ตอบ ขอ 2. ดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกสงขึ้นสูอวกาศ คือ ดาวเทียมสปุตนิก 1 ซึ่งถูกสงขึ้นไปสํารวจขอมูล
เกี่ยวกับความหนาแนน อุณหภูมิ และจํานวนอิเล็กตรอนในชั้นบรรยากาศสูงสุดของโลก
38. ตอบ ขอ 1. จรวด คือ สิ่งประดิษฐที่ใชเปนอาวุธ และใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจากพื้นโลก ซึ่งจรวดที่
ใชเปนอาวุธจะเปนจรวดทอนเดียว สวนจรวดที่ใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมจะเปนจรวดหลายทอน
39. ตอบ ขอ 3. แรงดึงดูดของโลกจะลดลงตามระดับความสูงจากผิวโลกที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อนักเรียนขึ้นไปบนยอดเขาสูง
ที่หางออกไปจากผิวโลกมาก จะทําใหนํ้าหนักของนักเรียนลดลง นักเรียนจึงจะมีนํ้าหนักนอยกวา45 กิโลกรัม
40. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากรังสีสวนใหญจะถูกชั้นบรรยากาศของโลกดูดไว ไมใหผานมายังพื้นโลกได
(24)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. แนวตอบ เปน เพราะลักษณะของแรงคูกิริยาปฏิกิริยา คือ จะเกิดขึ้นพรอมกันเสมอ มีขนาดเทากัน มีทิศทางตรงขามกัน
และกระทําตอวัตถุคนละชนิด ดังนั้น นํ้าหนักของกลองจึงเปนแรงกิริยาที่กระทําตอโตะ และโตะจะมีแรงปฏิกิริยา
ที่กระทําตอกลอง ซึ่งมีทิศทางตรงขามกระทํากลับมาเปนแรงตอบโต โดยแรงทั้ง 2 แรงนี้ จะมีขนาดเทากัน
และเกิดขึ้นพรอมกัน
2. แนวตอบ ไมจริง เนื่องจากความตานทานไฟฟาของลวดตัวนําไฟฟานั้นจะขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการ ดังนี้
- ชนิดของตัวนําไฟฟา โดยวัตถุตางชนิดกัน แมจะมีขนาดเทากัน แตจะมีความตานทานไฟฟาตางกัน
โดยทองแดงจะมีความตานทานไฟฟามากกวาเงิน
- ขนาดของตัวนําไฟฟา โดยตัวนําไฟฟาที่มีขนาดเล็กจะมีความตานทานสูง สวนตัวนําไฟฟาที่มีขนาดใหญ
จะมีความตานทานตํ่า ดังนั้น ลวดทองแดงที่มีเสนผานศูนยกลาง1 เซนติเมตร จะมีความตานทานไฟฟา
มากกวาลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร
- ความยาวของตัวนําไฟฟา โดยตัวนําไฟฟาที่มีความยาวมากจะมีความตานทานสูง สวนตัวนําไฟฟา
ที่มีความยาวนอยจะมีความตานทานตํ่า ดังนั้น ลวดทองแดงที่มีความยาว 10 เซนติเมตร จะมี
ความตานทานไฟฟามากกวาลวดเงินที่มีความยาว 8 เซนติเมตร
ดังนั้นจึงสรุปไดวา ลวดทองแดงที่มีเสนผานศูนยกลาง 1 เซนติเมตร มีความยาว 10 เซนติเมตร จะมีความ
ตานทานไฟฟามากกวาลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร มีความยาว 8 เซนติเมตร
3. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน
1. เลือกใชหลอดไฟฟาชนิดประหยัดไฟและมีอายุการใชงานนาน
2. เลือกใชหลอดไฟฟาที่มีกําลังวัตตเหมาะสมกับการใชงาน
3. เลือกใชแบลลัสตชนิดประหยัดไฟควบคูกับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต
4. เลือกใชหลอดไฟฟลูออเรสเซนตในบริเวณที่ตองการความสวางมาก และเปดไฟเฉพาะบริเวณที่ตองการ
5. ถาเปนหลอดไฟฟลูออเรสเซนตไมควรปลอยใหไฟกะพริบหรือหัวหลอดแดงโดยไมสวาง เพราะอาจทําให
เกิดอัคคีภัยได
4. แนวตอบ ดาวเคราะหแคระ คือ วัตถุขนาดเล็กที่มีรูปรางคลายทรงกลม แตมีวงโคจรเปนรูปวงรีซึ่งซอนทับกับดาวเคราะห
ดวงอื่น โดยดาวพลูโตมีลักษณะตางจากดาวเคราะหอีก 8 ดวง ที่อยูในระบบสุริยะมาก ทั้งระยะทางที่อยูไกล
จากดวงอาทิตย และมีขนาดเล็กกวาดาวเคราะหอีก8 ดวง รวมทั้งดาวพลูโตยังมีวงโคจรเปนวงรีที่ทับซอนกับ
ดาวเนปจูน ดาวพลูโตจึงถูกจัดใหเปนดาวเคราะหแคระ
5. แนวตอบ ในตอนหัวคํ่าเราจะมองเห็นดานหัวของดาวจระเขขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเมื่อเวลา24.00 น.
ดาวกลุมนี้จะอยูกลางทองฟา โดยสวนหัวจะชี้ไปทางทิศเหนือ และเมื่อเวลาใกลสวาง สวนหัวจะคอยๆ ลับ
ขอบฟาไปทางทิศตะวันตก จึงใชกลุมดาวจระเขในการบอกเวลาได
ตอนที่ 2
(25)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
1. ตอบ ขอ 2. การเคลื่อนที่ที่ไมมีความเรงหรือมีความเร็วคงตัว จะไมมีแรงภายนอกมากระทําขณะเคลื่อนที่ ซึ่งการไถล
ของลูกกอลฟบนพื้นลื่นจะไมมีแรงมากระทําในแนวราบในขณะเคลื่อนที่ จึงทําใหลูกกอลฟมีความเร็วคงตัว
2. ตอบ ขอ 1. แรงปฏิกิริยาเปนผลเนื่องจากแรงที่วัตถุหนึ่งกระทําตออีกวัตถุหนึ่ง เมื่อแกสออกแรงดันจรวดใหเคลื่อนที่
จึงเกิดแรงที่จรวดกระทําตอแกสเปนแรงปฏิกิริยา
3. ตอบ ขอ 2. แรงลอยตัวหรือแรงพยุง จะมีคามากหรือนอยขึ้นอยูกับความหนาแนนของของเหลว ปริมาตรของ
ของเหลวที่ถูกแทนที่ และความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงของโลก
4. ตอบ ขอ 2. f = 1.2 × 800
= 960 N
ซึ่งตองใชแรงที่มากกวาหรือเทากับแรงเสียดทานสถิตเพื่อใหวัตถุเกิดการเคลื่อนที่
5. ตอบ ขอ 1. คานที่จะชวยผอนแรงตองมีลักษณะ ดังนี้
- มีจุดหมุนอยูระหวางแรงตานทานและแรงพยายาม โดยจุดหมุนอยูใกลแรงตานทาน
- มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรงพยายาม
6. ตอบ ขอ 4. อุปกรณที่ยกตัวอยางมาเปนการนําโมเมนตของแรงมาใชประโยชน โดยนําหลักของคานมาใชประโยชน ดังนี้
- คานอันดับ 1 ไดแก ใชคอนถอนตะปู และใชกรรไกรตัดกระดาษ
- คานอันดับ 2 ไดแก ใชรถเข็นทราย และใชที่เปดขวดเปดขวดนํ้า
- คานอันดับ 3 ไดแก ใชพลั่วขุดดิน ใชคีมคีบถาน ใชตะเกียบคีบลูกชิ้น และใชไมกวาดกวาดพื้น
7. ตอบ ขอ 3. วัตถุที่มีการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล จะเคลื่อนที่ดวยความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงของโลก
8. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากแรงโนมถวงของโลกจะดึงดูดวัตถุใหตกลงสูพื้นโลก ทําใหวัตถุที่ถูกขวางออกไปขางหนาคอยๆ
เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เขาสูวิถีโคง
9. ตอบ ขอ 4. นํ้าในเขื่อนจะมีพลังงานศักยโนมถวงสะสมอยู ซึ่งพรอมจะปลดปลอยเปนพลังงานเพื่อใชในการหมุน
เครื่องปนกระแสไฟฟา
10. ตอบ ขอ 3. Ek
= 1
2 × 1,000 kg × (10 m/s)2
= 50,000 J
11. ตอบ ขอ 1. แอมมิเตอรใชในการวัดคากระแสไฟฟา ซึ่งตองตอแทรกเขาไปในวงจรแบบอนุกรม ขณะที่การตอโวลตมิเตอร
และโอหมมิเตอรจะตอแบบขนานครอมตัวตานทานที่ตองการวัด สวนการตอแกลวานอมิเตอรสามารถ
ตอไดทั้งแบบอนุกรมและแบบขนาน เพื่อหาคาที่แตกตางกัน
12. ตอบ ขอ 4. ลวดตัวนําที่มีพื้นที่หนาตัดมากจะมีความตานทานไฟฟานอยกวาลวดตัวนําที่มีพื้นที่หนาตัดนอย
ตอนที่ 1
ชุดที่ 3เฉลยแบบทดสอบ
(26)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
13. ตอบ ขอ 3. รวมตัวตานทาน R2
, R3
และ R4
แบบอนุกรม ได R2
- R4
= 2 Ω + 2 Ω + 2 Ω = 6 Ω
รวมตัวตานทาน R5
และ R2
-R4
แบบขนาน ได 1
R2
-R5
= 1
3 Ω + 1
6 Ω
ดังนั้น R2
- R5
= 2 Ω
รวมตัวตานทาน R1
, R2-5
และ R6
แบบอนุกรม ได Rรวม
= 2 Ω + 2 Ω + 2 Ω = 6 Ω
14. ตอบ ขอ 2. จาก I = V
R
ดังนั้น เมื่อความตางศักยในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น และความตานทานในวงจรมีคาลดลง ทําใหกระแสไฟฟาใหม
ที่ไหลในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น
15. ตอบ ขอ 1. เตารีดเปนเครื่องใชไฟฟาที่ใหพลังงานความรอนซึ่งมีขดลวดที่มีความตานทานสูงทําใหสิ้นเปลืองพลังงานมาก
16. ตอบ ขอ 2. สะพานไฟทําหนาที่ปด-เปดใหกระแสไฟฟาไหลเขาสูวงจรคลายการทํางานของสวิตช
17. ตอบ ขอ 3. Wพัดลม
= Pt
= 100 W × (20 × 60 s)
= 120,000 J
Wเตารีด
= Pt
= 1,000 W × (45 × 60 s)
= 2,700,000 J
Wรวม
= 120,000 J + 2,700,000 J
= 2,820,000 J
= 2,820 kJ
18. ตอบ ขอ 2. สายไฟที่ดีควรเปนลวดตัวนําที่มีความตานทานไฟฟาตํ่า เพื่อใหสามารถนําไฟฟาที่ดี
19. ตอบ ขอ 3. วงจรไฟฟาโดยทั่วไปประกอบดวย แหลงจายพลังงานไฟฟา สายไฟ และอุปกรณไฟฟา
20. ตอบ ขอ 1. การตอวงจรไฟฟาแบบขนานจะทําใหความตานทานรวมในวงจรมีคาลดลง โดย
1
Rรวม
= 1
R1
+ 1
R2
+ 1
R3
+ …. + 1
Rn
21. ตอบ ขอ 1. เมื่อตอวงจรไฟฟาแบบขนาน กระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟแตละหลอดจะขึ้นอยูกับความตานทานของ
หลอดไฟนั้นๆ ดังนั้นถากระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟในวงจรมีคาเทากัน แสดงวาหลอดไฟในวงจรตอง
มีความตานทานเทากัน
22. ตอบ ขอ 4. ทรานซิสเตอรทําหนาที่ขยายสัญญาณของกระแสไฟฟาที่ออนใหมีพลังงานไฟฟามากขึ้น และทําหนาที่
เปนสวิตชเปด-ปดในเครื่องใชไฟฟา
23. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไดโอดจะมีการตอตัวตานทานเพื่อควบคุมปริมาณของกระแสไฟฟาที่ไหลผานไดโอด ทั้งนี้เพื่อ
ชวยปองกันอันตรายใหกับไดโอด
(27)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
24. ตอบ ขอ 2. ตัวตานทานทําหนาที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟาใหไหลเขาไปในวงจรไดตามปริมาณที่ตองการ ดังนั้น
ในเครื่องใชไฟฟาสวนใหญจึงตองมีตัวตานทานเปนสวนประกอบ เพื่อปองกันไมใหกระแสไฟฟาไหลเขาไป
ในเครื่องใชไฟฟามากเกินไป
25. ตอบ ขอ 1. ตัวตานทานไฟฟาในวงจรตัวเก็บประจุจะชวยควบคุมการไหลของกระแสไฟฟาออกจากตัวเก็บประจุ ทําให
ตัวเก็บประจุสามารถเก็บประจุไฟฟาไดนานขึ้น
26. ตอบ ขอ 3. ดวงอาทิตยเปนดาวฤกษ สวนโลก ดาวยูเรนัส และดาวพฤหัสบดีเปนดาวเคราะห
27. ตอบ ขอ 3. ปรากฏการณสุริยุปราคา นํ้าขึ้นนํ้าลง และขางขึ้นขางแรม เปนปรากฏการณที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของโลก
และดวงจันทร สวนฝนอุกกาบาตเปนปรากฏการณที่ไมไดเกิดขึ้นจากอิทธิพลของโลกและดวงจันทร
28. ตอบ ขอ 3. ดาวเสารและดาวยูเรนัสมีวงแหวนรอบลอมเหมือนกัน โดยดาวเสารจะมีวงแหวนลอมรอบประมาณ7 ชั้น
สวนดาวยูเรนัสจะมีวงแหวนบางๆ ลอมรอบ
29. ตอบ ขอ 2. อุกกาบาตเมื่อเคลื่อนผานเขามาในบรรยากาศโลกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงใหตกลงมาดวยความเร็วสูง
และเสียดสีกับบรรยากาศเหนือพื้นโลกจนเกิดการลุกไหม ดังนั้นถาโลกไมมีชั้นบรรยากาศ อุกกาบาตจะ
ไมสามารถเกิดการลุกไหมได
30. ตอบ ขอ 3. กาแล็กซีทางชางเผือกไมใชกาแล็กซีแรกที่เกิดขึ้นในเอกภพ และยังไมมีหลักฐานที่แนชัดวากาแล็กซีใด
เกิดขึ้นเปนอันดับแรกในเอกภพ
31. ตอบ ขอ 1. เนบิวลาสวาง มีลักษณะเปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่เกิดการยุบตัวกลายเปนดาวฤกษจํานวนมากที่สามารถ
เปลงแสงออกมาจากตัวเองได
32. ตอบ ขอ 2. กระจุกดาว สสารระหวางดาว และเนบิวลาเปนองคประกอบของกาแล็กซี สวนอุกกาบาตเปนเทหวัตถุที่
โคจรรอบดวงอาทิตย
33. ตอบ ขอ 1. ดาวฤกษที่มีมวลนอยจะเกิดวิวัฒนาการ ดังนี้ เมื่อดาวฤกษที่มีมวลนอยเกิดขึ้น จะพัฒนาไปเปนดาวฤกษ
สีเหลือง(ดวงอาทิตย) ตอมาเมื่อใกลหมดอายุจะมีขนาดใหญขึ้นและเปลี่ยนเปนสีแดง เรียกวา ดาวยักษแดง
จากนั้นจะคอยๆ หดตัวจนมีขนาดเล็กลงและมีสีขาว เรียกวา ดาวแคระขาว สวนดาวฤกษที่มีมวลมากนั้น
วิวัฒนาการขั้นสุดทายจะกลายเปนดาวนิวตรอนหรือหลุมดํา
34. ตอบ ขอ 4. กลุมดาวไมกางเขนจะมีดวงดาวชี้ไปทางขั้วโลกใต ทําใหเราสามารถใชกลุมดาวนี้ในการหาทิศใตได
35. ตอบ ขอ 2. - จุดยอดทองฟา คือ จุดสูงสุดบนทองฟาที่อยูเหนือศีรษะพอดี
- เสนเมริเดียนทองฟา คือ เสนที่แบงครึ่งทองฟาออกเปน 2 สวน คือ ซีกตะวันออกและซีกตะวันตก
- เสนศูนยสูตรทองฟา คือ เสนที่ผานขอบฟาทิศตะวันตก ขอบฟาทิศตะวันออก และจุดเหนือศีรษะ
- เสนขอบฟา คือ เสนวงกลมบนพื้นโลกที่จรดกับขอบฟาลอมรอบตัวเรา
36. ตอบ ขอ 3. ดาวฤกษที่มีอุณหภูมิสูงจะมีอายุนอย สวนดาวฤกษที่มีอุณหภูมิตํ่าจะมีอายุมาก โดยอุณหภูมิของดาวฤกษ
จะเรียงลําดับจากนอยไปมากได ดังนี้ ดาวฤกษสีแดง < ดาวฤกษสีสม < ดาวฤกษสีเหลือง < ดาวฤกษ
สีเหลืองขาว < ดาวฤกษสีขาว < ดาวฤกษสีฟา < ดาวฤกษสีนํ้าเงิน
(28)
โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล
โครงการบูรณาการแบบทดสอบ
37. ตอบ ขอ 4. ดาวเทียมธีออสเปนดาวเทียมสํารวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของประเทศไทย ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อนํามา
ใชในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
38. ตอบ ขอ 1. ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยมีชื่อวา ดาวเทียมไทยคม 1 มีประโยชนในดานการสื่อสาร
39. ตอบ ขอ 1. ถาโลกมีแรงโนมถวงมากกวาดวงจันทร 6 เทา คนที่มีนํ้าหนักตัวบนพื้นโลก 60 กิโลกรัม เมื่อชั่งนํ้าหนัก
บนดวงจันทรจะมีนํ้าหนัก 60
6 = 10 กิโลกรัม
40. ตอบ ขอ 4. กลองโทรทรรศนอวกาศฮับเบิลเปนกลองชนิดสะทอนแสง ถือวาเปนกลองโทรทรรศนที่มีประสิทธิภาพสูง
เนื่องจากมีเทคโนโลยีของกลองถายภาพที่ทันสมัยมาก คือ กลองถายภาพจะควบคุมดวยคอมพิวเตอร
เปนกลองมุมกวาง มีเครื่องตรวจวัดสเปกตรัมและเครื่องปรับทิศทางของกลอง
1. แนวตอบ เห็นดวย เพราะถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะทําใหเกิดแรงเสียดทานระหวางลอรถกับถนนนอยกวาถนนที่มีพื้นผิว
ขรุขระ ดังนั้น รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะแลนดวยความเร็วที่มากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิว
ขรุขระ จึงทําใหรถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ
2. แนวตอบ ไมจริง เพราะการใชหลอดไฟฟาทั้ง 2 แบบ จะทําใหสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาเทากัน ดังนี้
- การใชหลอดไฟฟาขนาด 36 วัตต จํานวน 4 หลอด
สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาวันละ = 0.036 กิโลวัตต × 4 หลอด × 2 ชั่วโมง
= 0.288 หนวย
- การใชหลอดไฟฟาขนาด 24 วัตต จํานวน 6 หลอด
สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาวันละ = 0.024 กิโลวัตต × 6 หลอด × 2 ชั่วโมง
= 0.288 หนวย
3. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน
1. ควรเลือกซื้อตูเย็นที่มีฉลากประหยัดไฟ โดยดูจากสติกเกอรที่ติดอยูที่ตูเย็น ซึ่งสํานักมาตรฐานผลิตภัณฑ
อุตสาหกรรม (สมอ.) เปนผูตรวจสอบและรับรองคุณภาพ
2. ควรพิจารณาขนาดของตูเย็นใหเหมาะสมกับขนาดของครอบครัว
3. ควรเลือกตูเย็นที่มีฉนวนกันความรอนหนาและเปนชนิดโฟมอัด เพื่อไมใหสูญเสียความเย็นมากเกินไป
4. ควรตั้งตูเย็นใหอยูหางจากผนังอยางนอย 15 เซนติเมตร
5. ควรละลายนํ้าแข็งในตูเย็นอยางสมํ่าเสมอ เพื่อใหการทําความเย็นมีประสิทธิภาพสูง
4. แนวตอบ ดาวศุกร โดยดาวศุกรจะหมุนรอบตัวเองในทิศตามเข็มนาฬกา ในขณะที่ดาวเคราะหดวงอื่นจะหมุนรอบตัวเอง
ในทิศทวนเข็มนาฬกา
5. แนวตอบ ดวงดาวที่เรามองเห็นบนทองฟาเปนดาวฤกษที่มีขนาด ความสวาง และสีแตกตางกันไป เนื่องจากดาวฤกษ
เปนดาวที่มีแสงสวางในตัวเอง เราจึงสามารถมองเห็นดาวฤกษไดดวยตาเปลา สวนดาวเคราะหเปนดาวที่ไมมี
แสงสวางในตัวเอง
ตอนที่ 2
(29)

แบบทดสอบ วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 2

  • 1.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัดขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 1 ว. 4.1 1 1 A ความรู ความจํา 1, 4, 9, 11-12, 15, 18, 23, 26, 30-31, 33, 37 13 2 2-3 3 4-5 B ความเขาใจ 2, 7, 10, 13, 16, 19, 24, 27, 32, 34, 38 11 ว. 4.2 1 6 C การนําไปใช 6, 8, 17, 20, 25, 28, 29, 35 8 2 7-8 D การวิเคราะห 3, 14, 21, 36, 39 5 3 9 E การสังเคราะห 5, 22 2 1 10 F การประเมินคา 40 1 ว. 5.1 2 11-14 3 15-17 4 18-22 5 23-25 ว. 7.1 1 26-29 2 30-32 3 33-36 ว. 7.2 1 37-40 หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3 แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้ แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ ตามระดับพฤติกรรมการคิด ที่ระบุไวในตัวชี้วัด วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2 ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ คิดคํานวณ และดานเหตุผล สําหรับรองรับการประเมินผลผูเรียน ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป (1)
  • 2.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ ชุดที่ ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด มาตรฐาน ตัวชี้วัดขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด ระดับ พฤติกรรม การคิด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ ระดับพฤติกรรมการคิด รวม 2 ว. 4.1 1 1-2 A ความรู ความจํา 3, 5, 8, 11, 15-16, 19, 22, 26, 30, 34, 35, 37 13 2 3 3 4 B ความเขาใจ 1- 2, 9,12, 20,23-24, 27-28, 31, 38 11 ว. 4.2 1 5-6 C การนําไปใช 7, 10, 13-14, 21, 32, 36, 39 8 2 7 D การวิเคราะห 4, 17, 25, 29, 40 5 3 8 E การสังเคราะห 6, 18 2 ว. 5.1 1 9-10 F การประเมินคา 33 1 2 11-14 3 15-18 4 19-21 5 22-25 ว.7.1 1 26-29 2 30-33 3 34-36 ว. 7.2 1 37-40 3 ว. 4.1 1 1 A ความรู ความจํา 3, 5, 9, 11, 15, 18-19, 22, 26, 30, 34, 37-38 13 2 2 3 3 B ความเขาใจ 1-2, 7, 12, 16, 20, 23, 27, 31, 35, 36 11 ว. 4.2 1 4 C การนําไปใช 4,10,13,17,24,28,32,39 8 2 5-6 D การวิเคราะห 8,21,25,33,40 5 3 7-8 E การสังเคราะห 6,14 2 ว. 5.1 1 9-10 F การประเมินคา 29 1 2 11-14 3 15-17 4 18-21 5 22-25 ว.7.1 1 26-29 2 30-33 3 34-36 ว. 7.2 1 37-40 (2)
  • 3.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 4. ทดลองนํากอนหินใสบีกเกอรที่มีนํ้าอยูเต็ม ขอใดกลาวถึง แรงลอยตัวไดถูกตอง 1.แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของกอนหินที่ชั่ง ในนํ้า 2. แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่จมไป ในนํ้า 3. แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของกอนหินที่จมไป ในนํ้า 4. แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่ชั่งใน อากาศ 5. ผลการทดสอบเรื่องแรงลอยตัวในขอใดนาเชื่อถือมากที่สุด 1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย ปริ่มนํ้า แสดงวาแรงลอยตัวมีคาเทากับนํ้าหนักของนํ้า ที่ถูกแทนที่ 2. นํากอนหินมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวากอนหินจมนํ้า แสดงวาแรงลอยตัวมีคาเทากับนํ้าหนักของกอนหินที่ จมลงไปในนํ้า 3. นําแผนโฟมใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาแผนโฟมลอยนํ้า แสดงวาแรงลอยตัวมีคามากกวานํ้าหนักของแผนโฟม ที่ชั่งในอากาศ 4. ไมมีขอใดสรุปถูกตอง 4. A 1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย 5. 1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอยE 1. นําดินนํ้ามันมาใสลงในอางนํ้า ปรากฏวาดินนํ้ามันลอย 1. แรงโนมถวงของโลกที่บริเวณใดมีคามากที่สุด 1. ที่ระดับนํ้าทะเลสูงสุด 2. ที่ระดับนํ้าทะเลปานกลาง 3. ที่ระดับความสูง 50 เมตร 4. ที่ระดับความสูง 100 เมตร 2. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 1. แรงลอยตัวเปนแรงคูกิริยาปฏิกิริยากับแรงโนมถวง ของโลก 2. เมื่อไมมีแรงภายนอกมากระทํา วัตถุจะเคลื่อนที่ดวย ความเร็วคงตัว 3. เมื่อมีแรงคงที่มากระทําตอวัตถุ จะทําใหวัตถุเคลื่อนที่ ดวยความเร็วคงตัว 4. แรงปฏิกิริยาจะมีทิศทางตรงกันขามกับแรงกิริยา และ กระทําตอวัตถุกอนเดียวกัน 3. บอยยืนถือกอนหินอยูบนรถเข็นที่ลอของรถไมมีความฝด จะเกิดอะไรขึ้นหากบอยขวางกอนหินออกไป 1. รถเข็นยังอยูที่เดิม 2. รถเข็นเคลื่อนที่แบบไรทิศทาง 3. รถเข็นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับกอนหิน 4. รถเข็นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันขามกับกอนหิน 1. 1.A 1. 2. 1.B 1.B 1. 3. D ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ชุดที่ 1 (3)
  • 4.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 6. หากกองตองการลากซุงหนัก120 นิวตันใหเคลื่อนที่กอง ตองออกแรงเทาใดจึงจะทําใหซุงเริ่มเคลื่อนที่ได กําหนด คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหวางซุงกับพื้นเทากับ 0.6 นิวตัน 1. 70 นิวตัน 2. 72 นิวตัน 3. 74 นิวตัน 4. 76 นิวตัน 7. ขอใดไมใชผลของคานอันดับ 2 1. ออกแรงผลักประตู 2. ตัดกระดาษดวยกรรไกร 3. ตัดกระดาษดวยแทนตัดกระดาษ 4. ขนทรายเพื่อกอสรางดวยรถขนทราย 8. คานเบาที่มีความยาวสมํ่าเสมอ0.60 เมตร ปลายดานหนึ่ง ปกติดอยูกับกําแพง สวนปลายอีกดานแขวนวัตถุมวล 9 กิโลกรัม จงหาโมเมนตของแรงที่กระทําตอคานดังกลาว 1. 0.54 นิวตันเมตร 2. 5.40 นิวตันเมตร 3. 5.04 นิวตันเมตร 4. 54.0 นิวตันเมตร 9. การเคลื่อนที่แบบวงกลมจะทําใหเกิดแรงในขอใด 1. แรงโนมถวง 2. แรงสูศูนยกลาง 3. แรงผลักออกจากศูนยกลาง 4. แรงดึงดูดระหวางวัตถุกับจุดศูนยกลาง 10. นาย ก. ขับรถขึ้นภูเขาสูง 50 กิโลเมตร เมื่อถึงยอดเขา จึงปลอยใหรถไถลลงมาถึงเชิงเขา ขอใดสามารถอธิบาย การเปลี่ยนรูปพลังงานของรถยนตคันนี้ไดถูกตองที่สุด 1. พลังงานจลน พลังงานศักย 2. พลังงานศักย พลังงานจลน 3. พลังงานศักย พลังงานจลน พลังงานศักย 4. พลังงานจลน พลังงานศักย พลังงานจลน 11. ขอใดแสดงทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาไดถูกตอง 1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า 2. ไหลจากขั้วลบไปยังขั้วบวก 3. ไหลจากแรงดันตํ่าไปยังแรงดันสูง 4. ไหลจากศักยไฟฟาสูงไปยังศักยไฟฟาตํ่า 6. C 1. ออกแรงผลักประตู 7. 1. ออกแรงผลักประตูB 1. ออกแรงผลักประตูB 1. ออกแรงผลักประตู 8. C 1. แรงโนมถวง 9. 1. แรงโนมถวงA 1. แรงโนมถวงA 1. แรงโนมถวง 10. B 1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า 11. 1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่าA 1. ไหลจากที่สูงลงสูที่ตํ่า 12. ขอใดไมมีผลตอความตานทานไฟฟาของลวดตัวนํา 1. สีของลวดตัวนํา 2. ชนิดของลวดตัวนํา 3. อุณหภูมิของลวดตัวนํา 4. ความยาวของลวดตัวนํา 13. ขอใดกลาวถึงกฎของโอหมไดถูกตอง 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา 2. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตานทานไฟฟา 3. กระแสไฟฟาแปรผันตรงกับความตางศักยไฟฟา 4. กระแสไฟฟาแปรผันตรงกับความตานทานไฟฟา 14. ตัวนําไฟฟาในขอใดเมื่อนํามาตอในวงจรไฟฟาแลว จะทําใหมีกระแสไฟฟาไหลในวงจรมากที่สุด 1. มีความตานทาน 3 โอหม 2. มีความตานทาน 5 โอหม 3. มีความตานทาน 6 โอหม 4. มีความตานทาน 7 โอหม 15. คาของกําลังไฟฟาหาไดจากสิ่งใดตอไปนี้ 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา 2. คาของกําลังไฟฟาตอเวลา 3. คาของพลังงานไฟฟาตอเวลา 4. คาของเวลาตอพลังงานไฟฟา 16. ถาตอตูเย็นกับความตางศักย 220 โวลต มีกระแสไฟฟา ไหลผาน 1.2 แอมแปร ตูเย็นเครื่องนี้มีกําลังไฟฟาเทาไร 1. 183.3 วัตต 2. 264.0 วัตต 3. 440.0 วัตต 4. 545.4 วัตต 17. หลอดไฟฟาขนาด 220V 80W ถาใชนาน 20 ชั่วโมง จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟากี่ยูนิต 1. 0.8 ยูนิต 2. 1.6 ยูนิต 3. 2.4 ยูนิต 4. 3.2 ยูนิต 18. ขอใดคือคุณสมบัติของฟวส 1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า 2. มีจุดหลอมเหลวสูง 3. มีความนําไฟฟานอย 4. มีความตานทานไฟฟามาก 1. สีของลวดตัวนํา 12. 1. สีของลวดตัวนําA 1. สีของลวดตัวนําA 1. สีของลวดตัวนํา 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา 13. 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟาB 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟาB 1. กระแสไฟฟาแปรผกผันกับความตางศักยไฟฟา 14. D 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา 15. 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟาA 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟาA 1. คาของเวลาตอกําลังไฟฟา 16. B 17. C 1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า 18. 1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า1. มีจุดหลอมเหลวตํ่าA 1. มีจุดหลอมเหลวตํ่า (4)
  • 5.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 19. การตอวงจรไฟฟาแบบใดที่จะทําใหความตานทานรวม มีคาเพิ่มขึ้น 1. ตอแบบขนาน2. ตอแบบอนุกรม 3. ตอแบบวงจรปด 4. ตอแบบวงจรเปด 20. จงคํานวณหาคาความตานทานไฟฟารวมของตัวตานทาน ไฟฟา 4 ตัว ที่ตอแบบขนาน โดยแตละตัวมีคา 20 โอหม 1. 5 โอหม 2. 10 โอหม 3. 40 โอหม 4. 80 โอหม 21. จากภาพA คือ ฟวสB และC คือ หลอดไฟ ถาสับสวิตช S ลง ขอใดถูกตอง 1. ฟวสขาด 2. B และ C สวาง 3. B และ C สวางนอยลง 4. B และ C สวางมากขึ้น 22. ถาเพิ่มจํานวนหลอดไฟฟาในวงจรไฟฟาแบบอนุกรมอีก 1 หลอด ความตานทานรวมและกระแสไฟฟาที่ไหลผาน แตละหลอดจะมีคาอยางไร ตามลําดับ 1. ความตานทานรวมลดลง กระแสไฟฟาไหลเทากัน 2. ความตานทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟาไหลเทากัน 3. ความตานทานรวมลดลง กระแสไฟฟาไหลไมเทากัน 4. ความตานทานรวมเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟาไหลไมเทากัน 23. ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกส 1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา 2. อุปกรณที่ควบคุมการไหลของประจุ 3. อุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของ อิเล็กตรอน 4. อุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของ กระแสไฟฟา 24. อุปกรณในขอใดเปนการใชประโยชนจากไดโอดเปลงแสง 1. พัดลมไฟฟา 2. เครื่องเตือนอัคคีภัย 3. หนาจอคอมพิวเตอร 4. หลอดไฟฟลูออเรสเซนต 19. B 20. C 21. D 22. E 1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา 23. 1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟาA 1. อุปกรณที่เปนฉนวนไฟฟา 1. พัดลมไฟฟา 24. 1. พัดลมไฟฟาB 1. พัดลมไฟฟาB 1. พัดลมไฟฟา 25. ตัวตานทานที่มีแถบสีเรียงกัน ดังนี้ นํ้าตาล ดํา สม และ ทอง จะมีคาความตานทานประมาณกี่กิโลโอหม 1. 10 กิโลโอหม 2. 100 กิโลโอหม 3. 1,000 กิโลโอหม 4. 10,000 กิโลโอหม 26. ดาวเคราะหดวงใดมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร 3. ดาวพลูโต 4. ดาวอังคาร 27. ขอใดเกี่ยวของกับการกําเนิดระบบสุริยะ 1. ดาวหาง 2. แกสไฮโดรเจน 3. แกสไนโตรเจน 4. แกสคารบอนไดออกไซด 28. ถาสิ่งมีชีวิตไมสามารถอาศัยอยูบนโลกได นักเรียนคิดวา ดาวเคราะหดวงใดนาจะเหมาะสําหรับใหสิ่งมีชีวิตอาศัย มากที่สุด 1. ดาวศุกร 2. ดาวอังคาร 3. ดาวยูเรนัส 4. ดาวพฤหัสบดี 29. อุกกาบาตและผีพุงไตแตกตางกันอยางไร 1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงเห็นแสงสวางเปน ทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาด เล็กที่โคจรรอบโลก ซึ่งเกิดการลุกไหมแตไมมีแสง 2. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กซึ่งโคจรรอบ ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงเห็นแสงสวางเปน ทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาด เล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมแตไมมี แสงสวาง 3. ผีพุงไตคือสะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบโลก ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงมองเห็นแสงสวางเปนทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่ โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมไมหมดจึง เหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก 4. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ ดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหมจึงมองเห็นแสงสวาง เปนทางยาว สวนอุกกาบาต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุ ขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย ซึ่งเกิดการลุกไหม ไมหมดจึงเหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก 25. C 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร 26. 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกรA 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกรA 1. ดาวพุธ 2. ดาวศุกร 1. ดาวหาง 27. 1. ดาวหางB 1. ดาวหางB 1. ดาวหาง 28. C 1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ 29. 1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบC 1. ผีพุงไต คือ สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบ A B CS (5)
  • 6.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 30. นักวิทยาศาสตรทราบอายุของระบบสุริยะไดจากสิ่งใด 1. ดาวหาง 2.ดวงอาทิตย 3. ดาวเคราะหบางดวง 4. อุกกาบาตที่ตกลงมาสูโลก 31. ดาวฤกษกําเนิดมาจากขอใด 1. การระเบิดของเนบิวลา 2. การระเบิดของซูเปอรโนวา 3. การรวมตัวกันของแกสและฝุนธุลีในอวกาศ 4. การรวมตัวกันของดาวเคราะหนอยในอวกาศ 32. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับเนบิวลามืดไดถูกตองที่สุด 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน แสงสวางจากดาวฤกษ 2. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่ดูดกลืน แสงสวางจากดาวฤกษ 3. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่ยังไมเกิดการยุบตัว ที่สะทอน แสงสวางจากดาวฤกษ 4. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่ยังไมเกิดการยุบตัว ที่ดูดกลืน แสงสวางจากดาวฤกษ 33. ดาวฤกษสีใดที่มีอุณหภูมิสูงที่สุด 1. แดง 2. ขาว 3. เหลือง 4. สมแดง 34. ขอใดกลาวถึงอุณหภูมิ อายุ และสีของดาวฤกษได ถูกตองที่สุด 1. ดาวฤกษสีฟามีอุณหภูมิตํ่ากวาดาวฤกษสีสม 2. ดาวฤกษสีขาวมีอุณหภูมิสูงกวาดาวฤกษสีแดง 3. ดาวฤกษสีนํ้าเงินมีอายุมากกวาดาวฤกษสีเหลือง 4. ดาวฤกษสีเหลืองมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีเหลืองขาว 35. กลุมดาวในขอใดนํามาใชประโยชนในดานเดียวกัน 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ 2. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวกางเขนใต 3. กลุมดาวจระเข - กลุมดาวกางเขนใต 4. กลุมดาวกางเขนใต - กลุมดาวหมีใหญ 1. ดาวหาง 30. 1. ดาวหางA 1. ดาวหางA 1. ดาวหาง 1. การระเบิดของเนบิวลา 31. 1. การระเบิดของเนบิวลาA 1. การระเบิดของเนบิวลาA 1. การระเบิดของเนบิวลา 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน 32. 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอนB 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลว ที่สะทอน 1. แดง 2. ขาว 33. 1. แดง 2. ขาวA 1. แดง 2. ขาวA 1. แดง 2. ขาว 34. B 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ 35. 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญC 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญC 1. กลุมดาวเหนือ - กลุมดาวหมีใหญ 36. นักดาราศาสตรแบงกลุมดาว 12 ราศี ออกจาก กลุมดาวอื่นๆ โดยอาศัยหลักการใด 1. รูปรางของกลุมดาว 2. ชวงเวลาที่มองเห็นกลุมดาว 3. การใชประโยชนของกลุมดาว 4. ตําแหนงที่กลุมดาวปรากฏบนทองฟา 37. ขอใดหมายถึงวงจรคางฟา 1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน 2. วงจรที่วัตถุลอยนิ่งโดยไมมีการหมุนรอบโลก 3. วงจรที่วัตถุเคลื่อนที่ไปพรอมๆ กับการหมุนของโลก 4. วงจรที่วัตถุโคจรสวนทางกับทิศทางการหมุนของโลก 38. การเคลื่อนที่ในขอใดที่มีแรงโนมถวงของโลกมากระทํา เพียงแรงเดียว 1. ลูกบอลตกสูพื้นโลก 2. ดวงจันทรโคจรรอบโลก 3. จรวดพุงจากพื้นผิวโลกดวยความเร็วสูง 4. แรงโนมถวงดึงดูดสถานีอวกาศลงสูพื้นผิวโลก 39. เหตุใดการสงจรวดไปในอวกาศ เมื่อจรวดแตละทอน เผาไหมเชื้อเพลิงหมดแลวจึงตองถูกสลัดทิ้งไป 1. เพื่อลดขนาด 2. เพื่อลดนํ้าหนัก 3. เพื่อลดแรงเสียดทาน 4. เพื่อลดแรงโนมถวงของโลก 40. ถายานอวกาศลําหนึ่งเคลื่อนที่ขึ้นไปดวยความเร็วสูงสุด 10 กิโลเมตรตอวินาที นักเรียนคิดวาเหตุการณใดนาจะ เกิดขึ้นไดมากที่สุด 1. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดระยะหนึ่ง 2. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดตลอดไป โดยไมตองมีเชื้อเพลิง 3. ยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกไดจนกระทั่งเชื้อเพลิง ในยานอวกาศหมด 4. ยานอวกาศไมสามารถออกไปโคจรรอบโลกได และจะ ตกลงสูพื้นโลกในที่สุด 36. D 1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน 37. 1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดานA 1. วงจรที่วัตถุโคจรผานขั้วโลกทั้งสองดาน 38. B 39. D 40. F (6)
  • 7.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. หากไมมีแรงโนมถวงของโลก การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลจะไมสามารถเกิดไดนักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงบอกวิธีการใชเตารีดไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. คาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทานที่มี3 แถบสี คือ สม มวง ดํา จะมีคามากกวาคาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทาน ที่มี 4 แถบสี คือ สม มวง ดํา ทอง นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. เอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ มีความสัมพันธกันอยางไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. นักเรียนคิดวาเทคโนโลยีอวกาศมีประโยชนอยางไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1. หากไมมีแรงโนมถวงของโลก การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทลจะไมสามารถเกิดได นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะเหตุใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………F ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C 3. F ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………B ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (7)
  • 8.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 5. คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเปนคาที่เกิดจากปจจัยในขอใด 1. รูปรางของวัตถุ2. แรงกดของวัตถุ 3. นํ้าหนักของวัตถุ 4. ผิวสัมผัสของวัตถุ 6. การทดสอบเรื่องแรงเสียดทานในขอใดมีความนาเชื่อถือ มากที่สุด 1. ลอรถบรรทุกจะเกิดแรงเสียดทานกับพื้นถนนนอยกวา ลอรถยนต 2. ในเวลาที่เทากัน ลูกปงปองจะกลิ้งไปบนพื้นโตะเกลี้ยง ไดไกลกวาลูกกอลฟ 3. จรวดขวดนํ้าที่มีหัวปานจะเคลื่อนที่ไปในอากาศได เร็วกวาจรวดขวดนํ้าที่มีหัวแหลม 4. ลากถุงทรายบนพื้นไมที่เรียบจะเกิดแรงเสียดทาน มากกวาลากถุงทรายบนพื้นปูนที่ขรุขระ 7. แขวนถุงทรายขนาด 120 นิวตัน ไวทางดานซายของ คานไม ซึ่งหางจากจุดหมุน 80 เซนติเมตร และแขวน ถุงทราย 80 นิวตัน ไวทางดานขวา ซึ่งหางจากจุดหมุน 1.2 เมตร จากขอความขางตนเหตุการณใดจะเกิดขึ้น 1. คานดานซายกระดกขึ้น 2. คานดานขวากระดกขึ้น 3. คานจะอยูในระดับสมดุล 4. คานดานขวาและซายจะกระดกขึ้นลงสลับกัน 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุ 5. 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุA 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุA 1. รูปรางของวัตถุ 2. แรงกดของวัตถุ 6. E 7. C 1. วัตถุในขอใดกําลังเคลื่อนที่ดวยความเรง 1. สมที่กําลังหลนจากตน 2. รถยนตเมื่อเขาใกลไฟแดง 3. ลิฟตที่กําลังขึ้นดวยความเร็วคงที่ 4. ลูกบอลที่ถูกเตะออกไปในแนวราบ 2. ถานําวัตถุมวล 50 กิโลกรัม ไปชั่งนํ้าหนักบนดวงดาวที่มี ความเรงโนมถวง 0.5 เมตร/วินาที2 จะอานคาไดเทาไร 1. 25 นิวตัน 2. 25 กิโลกรัม 3. 50 นิวตัน 4. 50 กิโลกรัม 3. ขอใดเปนไปตามกฎการเคลื่อนที่ขอที่ 3 ของนิวตัน “กฎแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา” 1. มีทิศทางเดียวกัน 2. มีขนาดไมเทากัน 3. เกิดขึ้นเวลาใกลเคียงกัน 4. กระทําตอวัตถุคนละชิ้นกัน 4. เหตุใดเรือซึ่งทําจากเหล็กจึงลอยนํ้าได 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา 2. เรือมีความหนาแนนนอยกวานํ้า 3. เหล็กที่นํามาทําเปนเรือมีมวลลดลง 4. นํ้าเปนของเหลวที่มีความหนาแนนมาก จึงมีแรงพยุงมาก 1. สมที่กําลังหลนจากตน 1. 1. สมที่กําลังหลนจากตน1. สมที่กําลังหลนจากตนB 1. สมที่กําลังหลนจากตน 2. B 3. A 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา 4. 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาD 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาD 1. เทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนา ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ชุดที่ 2 (8)
  • 9.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 8. สําหรับวัตถุที่เคลื่อนที่เปนวงกลม ปริมาณใดจะไมเกิด การเปลี่ยนแปลง 1.แรงสูศูนยกลาง 2. อัตราเร็วของวัตถุ 3. การกระจัดของวัตถุ 4. ความเรงสูศูนยกลาง 9. งานและพลังงานมีความสัมพันธกันอยางไร 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน 2. งาน = พลังงานจลน + พลังงานศักย 3. งาน = ผลบวกของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป 4. งาน = ผลตางของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป 10. นาย ก ออกแรง50 นิวตัน เข็นรถใหเคลื่อนที่ไดระยะทาง 1 เมตร จงหางานที่นาย ก ใชในการเข็นรถ 1. 25 นิวตันเมตร 2. 30 นิวตันเมตร 3. 50 นิวตันเมตร 4. 75 นิวตันเมตร 11. วัตถุในขอใดเปนตัวนําไฟฟาทั้งหมด 1. เหล็ก พลาสติก เชือก 2. อากาศ ตะกั่ว สังกะสี 3. ทองแดง คารบอน เงิน 4. ผา ยางรถยนต อะลูมิเนียม 12. ลวดตัวนําชนิดเดียวกันที่มีพื้นที่หนาตัดเทากัน ลวดตัวนํา ในขอใดมีความตานทานมากที่สุด 1. ลวดยาว 5 เซนติเมตร 2. ลวดยาว 7 เซนติเมตร 3. ลวดยาว 10 เซนติเมตร 4. ลวดยาว 14 เซนติเมตร 13. วงจรไฟฟาวงจรหนึ่งมีความตานทานไฟฟา12 กิโลโอหม มีกระแสไฟฟา30 มิลลิแอมแปร ความตางศักยไฟฟาของ วงจรไฟฟานี้มีคาเทาไร 1. 36 มิลลิโวลต 2. 36 กิโลโวลต 3. 0.36 มิลลิโวลต 4. 360 โวลต 14. กาตมนํ้าใบหนึ่งมีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา2,200W 220V เมื่อนํากาตมนํ้าไปเสียบกับเตารับจะมีกระแสไฟฟา ไหลผานกี่แอมแปร 1. 0.1 2. 10 3. 220 4. 2,200 8. A 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน 9. 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลนB 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลนB 1. งาน = พลังงานศักย - พลังงานจลน 10. C 1. เหล็ก พลาสติก เชือก 11. 1. เหล็ก พลาสติก เชือกA 1. เหล็ก พลาสติก เชือกA 1. เหล็ก พลาสติก เชือก 12. B 13. C 14. C 15. ตัวเลข 460 W บนเครื่องใชไฟฟา หมายถึงคาใด 1. กําลังไฟฟา 2. กระแสไฟฟา 3. ความตางศักยไฟฟา 4. ความตานทานไฟฟา 16. ขอใดกลาวถึงคากําลังไฟฟาของเครื่องใชไฟฟาไดถูกตอง 1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง 2. เปนพลังงานไฟฟาที่ถูกใชไปในเวลา 1 วินาที 3. เปนพลังงานที่สูญเปลาในการใชพลังงานไฟฟา 4. เปนพลังงานไฟฟาที่สิ้นเปลืองไปในการทํางาน 17. ตูเย็นที่มีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา 145 W 220 V กับเตารีดไฟฟาที่มีตัวเลขเขียนกํากับไวดานขางวา750W 220 V เมื่อใชในเวลาที่เทากัน เครื่องใชไฟฟาชนิดใดจะ สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวา เพราะเหตุใด 1. ตูเย็น เพราะมีขนาดใหญกวา 2. เตารีดไฟฟา เพราะใหพลังงานความรอน 3. เตารีดไฟฟา เพราะมีกําลังไฟฟามากกวา 4. ตูเย็น เพราะตองเปลี่ยนพลังงานไฟฟาเปนพลังงานกล มากกวา 18. ถาลดความตางศักยไฟฟาในวงจรลงครึ่งหนึ่งของความ ตางศักยไฟฟาเดิม และเพิ่มความตานทานไฟฟาในวงจร เปน 2 เทาของความตานทานไฟฟาเดิม กําลังไฟฟาของ วงจรจะมีคาเปนอยางไร 1. ลดลง 4 เทา 2. ลดลง 8 เทา 3. เพิ่มขึ้น 4 เทา 4. เพิ่มขึ้น 8 เทา 19. ขอใดคือหนาที่ของสะพานไฟ 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร 2. เปด-ปดวงจรไฟฟาในบาน 3. ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟา 4. ปองกันอันตรายที่เกิดจากการใชกระแสไฟฟา 20. การตอตัวตานทานเขาไปในวงจรไฟฟาจะทําใหปริมาณ กระแสไฟฟาเปนอยางไร 1. ลดลง 2. เพิ่มขึ้น 3. เทาเดิม 4. ขึ้นอยูกับชนิดของตัวตานทาน 1. กําลังไฟฟา 15. 1. กําลังไฟฟาA 1. กําลังไฟฟาA 1. กําลังไฟฟา 1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง 16. 1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสงA 1. เปนพลังงานไฟฟาที่เปลี่ยนเปนพลังงานแสง 17. D 18. E 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร 19. 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจรA 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจรA 1. เปนตัวนําไฟฟาในวงจร 20. B (9)
  • 10.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 21. วงจรไฟฟาแบบอนุกรมประกอบดวยตัวตานทานไฟฟา ขนาด 5โอหม จํานวน 4 ตัว มีกระแสไฟฟาไหลในวงจร 0.5 แอมแปร จงหาคาความตางศักยไฟฟาที่ครอม ตัวตานทานไฟฟาตัวที่ 1 1. 0.1 โวลต 2. 2.5 โวลต 3. 10 โวลต 4. 20 โวลต 22. อุปกรณใดมีตัวตานทานปรับคาไดเปนสวนประกอบ 1. ตูเย็น 2. สวิตชหรี่ไฟ 3. โทรศัพทมือถือ 4. จอโทรทัศนแอลอีดี 23. ซิลิคอนชิปมีสมบัติคลายกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกสชนิดใด 1. ไดโอด 2. แอลอีดี 3. ตัวเก็บประจุ 4. ทรานซิสเตอร 24. ขอใดไมใชประโยชนของตัวตานทานปรับคาไดที่นํามาใช ในอุปกรณไฟฟา 1. สวิตชหรี่ไฟ 2. ปุมปรับหาคลื่นวิทยุ 3. สวิตชตั้งเวลาในเตาไมโครเวฟ 4. อุปกรณควบคุมความดัง-เบาของเสียงวิทยุ 25. เพราะเหตุใดจึงตองตอตัวตานทานเขาไปในวงจรของ ไดโอดเปลงแสง 1. เพื่อชวยใหไดโอดทนตอแสง 2. เพื่อใหไดโอดสามารถทํางานได 3. เพื่อปองกันอันตรายใหกับไดโอด 4. เพื่อใหกระแสไฟฟาไหลผานไดโอดได 26. ขอใดเปนลักษณะเดนของดาวพฤหัสบดี 1. เปนดาวเคราะหสีแดง 2. มีวงแหวนขนาดใหญลอมรอบ 3. เปนดาวเคราะหที่หนาวเย็นที่สุด 4. มีขนาดใหญที่สุดในบรรดาดาวเคราะหในระบบสุริยะ 21. C 1. ตูเย็น 22. 1. ตูเย็น1. ตูเย็นA 1. ตูเย็น 1. ไดโอด 23. 1. ไดโอดB 1. ไดโอดB 1. ไดโอด 24. B 25. D 1. เปนดาวเคราะหสีแดง 26. 1. เปนดาวเคราะหสีแดงA 1. เปนดาวเคราะหสีแดงA 1. เปนดาวเคราะหสีแดง 27. ปฏิกิริยาในขอใดเกี่ยวของกับดวงอาทิตย 1. ปฏิกิริยาออโรรา 2. ปฏิกิริยาซูเปอรโนวา 3. ปฏิกิริยานิวเคลียรฟวชัน 4. ปฏิกิริยานิวเคลียรฟชชัน 28. ขอใดกลาวถูกตองที่สุด 1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร 2. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร 3. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะหนอยเซเรส 4. ปจจุบันมีขอมูลเพียงวาโลกเทานั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู 29. ดาวเคราะหในระบบสุริยะดวงใดสามารถลอยนํ้าได เพราะเหตุใดจึงลอยนํ้าได 1. ดาวศุกร เพราะมีพื้นผิวเรียบ 2. ดาวเสาร เพราะมีขนาดใหญ แตมีมวลนอย 3. ดาวพุธ เพราะมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ 4. ดาวยูเรนัส เพราะมีวงแหวนลอมรอบในแนวดิ่ง 30. เนบิวลามีความหมายตรงกับขอใด 1. ทางชางเผือก 2. เมืองแหงดวงดาว 3. ดาวฤกษที่อยูรวมกันเปนกลุม 4. กลุมแกสขนาดใหญที่ประกอบดวยแกสไฮโดรเจน เปนสวนใหญ 31. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีบิกแบงไดถูกตองที่สุด 1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี ความเร็วสูงมาก และแผกระจายออกไปอยางรวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น 2. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี ความเร็วสูงมาก จากนั้นจึงรวมตัวกันอยางรวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น 3. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี ความหนาแนนสูงมาก และแผกระจายออกไปอยาง รวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น 4. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี ความหนาแนนสูงมาก จากนั้นจึงรวมตัวกันอยาง รวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น 1. ปฏิกิริยาออโรรา 27. 1. ปฏิกิริยาออโรราB 1. ปฏิกิริยาออโรราB 1. ปฏิกิริยาออโรรา 1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร 28. 1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทรB 1. มีการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร 29. D 1. ทางชางเผือก 30. 1. ทางชางเผือกA 1. ทางชางเผือกA 1. ทางชางเผือก 1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี 31. 1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมีB 1. เปนการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมี (10)
  • 11.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 32. ลักษณะของกาแล็กซีในขอใดคลายคลึงกับกาแล็กซี ทางชางเผือกมากที่สุด 1. กาแล็กซีที่มีรูปรางกลมหรือกลมรี 2.กาแล็กซีที่มีรูปรางไมแนนอน และสวนใหญจะเปน กาแล็กซีขนาดเล็ก 3. กาแล็กซีที่เมื่อมองจากดานขางจะมีลักษณะคลายกับ จาน 2 ใบ ประกบกัน 4. กาแล็กซีที่ตรงกลางมีลักษณะคลายกับคาน และมี แขนหมุนตอออกจากปลายคานทั้งสอง 33. ถาในกาแล็กซีไมมีกลุมแกสตางๆ และฝุนธุลี นักเรียน คิดวาเหตุการณใดนาจะเกิดขึ้นไดมากที่สุด 1. เนบิวลาไมสามารถเกิดขึ้นได 2. มีดาวฤกษเกิดขึ้นเปนจํานวนมาก 3. มีเฉพาะเนบิวลามืดเกิดขึ้นเทานั้น 4. มีเฉพาะเนบิวลาสวางเกิดขึ้นเทานั้น 34. ขอใดคือกลุมดาวจักรราศี 1. กลุมดาวไถ 2. กลุมดาวสิงโต 3. กลุมดาวหมีใหญ 4. กลุมดาวนายพราน 35. ขอใดกลาวถูกตอง 1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง 2. กาแล็กซีรูปไขเปนกาแล็กซีที่มีอายุนอยที่สุด 3. กาแล็กซีกังหันหมุนเทานั้นที่มีการหมุนของดาวฤกษ 4. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีมีการโคจรไปรอบศูนยกลาง ของกาแล็กซี 36. กลุมดาวในขอใดจะมองเห็นชัดเจนในชวงฤดูเดียวกัน 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย 2. กลุมดาวจระเข กลุมดาวหงส กลุมดาวคนลาสัตว 3. กลุมดาวจระเข กลุมดาวกระตาย กลุมดาวแมงปอง 4. กลุมดาวแมงปอง กลุมดาวเฮอรคิวลิส กลุมดาวสิงโต 32. C 33. F 1. กลุมดาวไถ 34. 1. กลุมดาวไถA 1. กลุมดาวไถA 1. กลุมดาวไถ 1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง 35. 1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่งA 1. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีจะอยูนิ่ง 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย 36. 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตายC 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตายC 1. กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย 37. ดาวเทียมในขอใดเปนดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกสง ขึ้นสูอวกาศ 1. มอส-1 2. สปุตนิก 1 3. ไทรอส-1 4. อพอลโล 11 38. ขอใดเปนลักษณะของจรวด 1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก พื้นโลก 2. พาหนะที่ใชในการขนสงเครื่องมือ อุปกรณ มนุษย และสิ่งตางๆ ออกไปนอกโลก 3. ยานพาหนะที่มีเครื่องยนตที่ใชบังคับยานอวกาศ ใหเคลื่อนที่ไปหรือกลับสูพื้นโลก 4. สิ่งประดิษฐที่ใชเปนที่จอดยานอวกาศและที่พัก ของนักบินอวกาศ และเปนสถานที่ทดลองทาง วิทยาศาสตร 39. ถานํ้าหนักของนักเรียนที่ระดับนํ้าทะเล คือ 45 กิโลกรัม เมื่อขึ้นไปชั่งนํ้าหนักที่ยอดเขาสูง นํ้าหนักของนักเรียน จะมีคาเทาใด 1. 45 กิโลกรัม 2. นํ้าหนักไมแนนอน 3. นอยกวา 45 กิโลกรัม 4. มากกวา 45 กิโลกรัม 40. เหตุใดการใชกลองโทรทรรศนติดตั้งบนโลกเพื่อสองดูดาว บนทองฟา จะรับไดเพียงคลื่นไมโครเวฟ และแสงสีที่ มองเห็นไดเทานั้น 1. รังสีอื่นๆ จะสะทอนกลับหมด 2. รังสีอื่นๆ ถูกบรรยากาศของโลกดูดไว 3. กลองโทรทรรศนมีสมบัติไมดีพอที่จะรับคลื่นอื่นๆ ได 4. รังสีจากดวงดาวจะมีเพียงคลื่นไมโครเวฟและแสงสี เทานั้น 37. A 1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก 38. 1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจากB 1. สิ่งประดิษฐที่ใชสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจาก 39. C 40. D (11)
  • 12.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. กลองใบหนึ่งตั้งอยูบนโตะ อยากทราบวานํ้าหนักของกลองที่กระทําตอโตะและแรงที่โตะกระทําตอกลอง เปนแรงคูกิริยา ปฏิกิริยาหรือไม เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร มีความยาว 8 เซนติเมตร จะมีความตานทานไฟฟามากกวาลวดทองแดงที่มี เสนผานศูนยกลาง 1 เซนติเมตร มีความยาว 10 เซนติเมตร ขอความนี้เปนจริงหรือไม เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จงบอกวิธีการใชหลอดไฟฟาอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เพราะเหตุใดดาวพลูโตจึงถูกจัดใหเปนดาวเคราะหแคระ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. จงอธิบายวาเพราะเหตุใดกลุมดาวจระเขจึงใชประโยชนในการบอกเวลาได ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 1. กลองใบหนึ่งตั้งอยูบนโตะ F 2. F 3. C 4. D ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………A ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (12)
  • 13.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 5. คานในขอใดชวยผอนแรงในการทํางาน 1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง พยายาม 2.คานที่มีแรงพยายามอยูระหวางแรงตานทานกับ จุดหมุน 3. คานที่มีจุดหมุนอยูตรงกลางและใกลแรงพยายาม มากกวาแรงตานทาน 4. คานที่มีจุดหมุนอยูตรงกลางหางจากแรงพยายาม และแรงตานทานเทากัน 6. นักเรียนคิดวาการใชประโยชนของอุปกรณในขอใดเปน ลักษณะเดียวกัน 1. ใชคอนถอนตะปู - ใชรถเข็นทราย 2. ใชกรรไกรตัดกระดาษ - ใชพลั่วขุดดิน 3. ใชที่เปดขวดเปดขวดนํ้า - ใชคีมคีบถาน 4. ใชตะเกียบคีบลูกชิ้น - ใชไมกวาดกวาดพื้น 7. วัตถุในขอใดเคลื่อนที่ดวยความเรงเนื่องจากแรงโนมถวง ของโลก 1. ขี่จักรยานไปตามถนนดวยความเร็วคงตัว 2. เหวี่ยงลูกตุมใหเคลื่อนที่แบบวงกลมในแนวดิ่ง 3. โยนลูกบาสเกตบอลจากตึกสูงในแนวระดับ แลว ลูกบาสเกตบอลเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล 4. วางกอนหินลงในของเหลวที่มีความหนาแนนเทากับนํ้า แลวกอนหินคอยๆ จมลงในของเหลว 1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง 5. 1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรงA 1. คานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรง 6. E 7. B 1. การเคลื่อนที่ในขอใดไมเกิดความเรง 1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง 2. ออกแรงตีลูกกอลฟใหไถลไปบนพื้นลื่น 3. กลองไมเคลื่อนที่ดวยแรงผลักสมํ่าเสมอ 4. กอนหินกอนหนึ่งถูกโยนขึ้นไปในอากาศ 2. ขอใดคือแรงปฏิกิริยาเนื่องจากแรงขับของแกสที่บริเวณ ทายจรวด เมื่อจรวดกําลังพุงขึ้นไปในอากาศ 1. แรงที่จรวดกระทําตอแกส 2. แรงที่แกสกระทําตอฐานจรวด 3. แรงที่จรวดกระทําตอฐานจรวด 4. แรงที่ฐานจรวดกระทําตอจรวด 3. แรงลอยตัวของของเหลวจะมีคามากหรือนอยขึ้นอยูกับ ปจจัยในขอใด 1. ปริมาตรของของเหลว 2. ความหนาแนนของของเหลว 3. ความหนาแนนของวัตถุที่จมในของเหลว 4. ความหนาแนนของวัตถุที่ลอยในของเหลว 4. ถาตองการเข็นชั้นหนังสือมวล80 กิโลกรัม ไปบนพื้นราบ ที่มีสัมประสิทธิ์ความเสียดทานสถิตเทากับ 1.2 จะตองใช แรงผลักอยางนอยที่สุดเทาไร 1. 950 นิวตัน 2. 1,000 นิวตัน 3. 1,200 นิวตัน 4. 1,520 นิวตัน 1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง 1. 1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียงB 1. ปลอยวัตถุใหไถลมาตามพื้นเอียง 2. B 3. A 4. C ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 40 ตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือก แตละขอมีคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคําตอบเดียว จํานวน 40 ขอ ขอละ 1 คะแนน ความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F ชื่อ …………………………………………………………………………………………………….. นามสกุล …………………………………………………………………………………………….. เลขประจําตัวสอบ ……………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………………………………………………. สอบวันที่ …………………….. เดือน ………………………………………………… พ.ศ. ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹ÃÇÁ 50 แบบทดสอบว�ชา ว�ทยาศาสตร เลม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ชุดที่ 3 (13)
  • 14.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 8. เหตุใดเมื่อเราขวางลูกบอลออกไปขางหนา ลูกบอลจึง เคลื่อนที่ในแนวโคงแลวตกลงพื้น 1.เพราะผิวโลกเปนเสนโคง 2. เพราะแรงโนมถวงของโลก 3. เพราะแรงตานทานของอากาศ 4. เพราะการเห็นภาพของตาคนเราผิดปกติ 9. พลังงานที่สะสมอยูในนํ้าที่อยูในเขื่อนเพื่อนํามาใชผลิต กระแสไฟฟาเปนพลังงานชนิดใด 1. พลังงานจลน 2. พลังงานศักยไฟฟา 3. พลังงานศักยยืดหยุน 4. พลังงานศักยโนมถวง 10. รถยนตคันหนึ่งมีมวล1 ตัน แลนไปบนถนนดวยความเร็ว 10 เมตรตอวินาที จงหาพลังงานจลนของรถยนตคันนี้ 1. 10,000 จูล 2. 30,000 จูล 3. 50,000 จูล 4. 70,000 จูล 11. อุปกรณใดจะตองตอแบบอนุกรมเขากับวงจรเทานั้น 1. แอมมิเตอร 2. โวลตมิเตอร 3. โอหมมิเตอร 4. แกลวานอมิเตอร 12. ลวดตัวนําชนิดเดียวกันที่มีความยาวเทากัน ลวดตัวนํา ในขอใดมีความตานทานนอยที่สุด 1. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 2 เซนติเมตร 2. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 4 เซนติเมตร 3. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 6 เซนติเมตร 4. ลวดที่มีพื้นที่หนาตัด 8 เซนติเมตร 13. จากภาพ ความตานทานรวมระหวางจุด A และ B มีคากี่โอหม 1. 2 2. 4 3. 6 4. 8 8. D 9. A 10. C 1. แอมมิเตอร 11. 1. แอมมิเตอรA 1. แอมมิเตอรA 1. แอมมิเตอร 12. B 13. C 14. ถาเพิ่มความตางศักยไฟฟาในวงจร และลดความตานทาน ของลวดตัวนําในวงจร กระแสไฟฟาใหมที่ไหลในวงจรจะมี คาเปนอยางไร 1. ลดลง 2. เพิ่มขึ้น 3. เทาเดิม 4. ไมสามารถสรุปได 15. เครื่องใชไฟฟาชนิดใดสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากที่สุด เมื่อใชในระยะเวลาที่เทากัน 1. เตารีด 2. โทรทัศน 3. หลอดตะเกียบ 4. พัดลมดูดอากาศ 16. สะพานไฟมีหลักการทํางานเหมือนกับอุปกรณไฟฟาในขอใด 1. ฟวส 2. สวิตช 3. เตารับ 4. เตาเสียบ 17. ถาใชพัดลมขนาด 100 วัตต เปนเวลา 20 นาที เตารีด ขนาด 1,000 วัตต เปนเวลา 45 นาที จะสิ้นเปลือง พลังงานไฟฟาเทาไร 1. 1,930 กิโลจูล 2. 2,120 กิโลจูล 3. 2,820 กิโลจูล 4. 3,100 กิโลจูล 18. สายไฟที่ดีควรมีลักษณะเปนอยางไร 1. นําความรอนไดดี 2. ความตานทานไฟฟาตํ่า 3. มีขนาดเล็กและนํ้าหนักเบา 4. มีขนาดใหญเพื่อนําไฟฟาไดมาก 19. ขอใดไมใชองคประกอบของวงจรไฟฟา 1. สายไฟ 2. อุปกรณไฟฟา 3. เครื่องวัดกระแสไฟฟา 4. แหลงจายพลังงานไฟฟา 20. การตอวงจรไฟฟาแบบใดทําใหความตานทานรวมมีคาลดลง 1. ตอแบบขนาน 2. ตอแบบอนุกรม 3. ตอแบบวงจรปด 4. ตอแบบวงจรเปด 14. E 15. A 1. ฟวส 2. สวิตช 16. 1. ฟวส 2. สวิตชB 1. ฟวส 2. สวิตชB 1. ฟวส 2. สวิตช 17. C 1. นําความรอนไดดี 18. 1. นําความรอนไดดีA 1. นําความรอนไดดีA 1. นําความรอนไดดี 1. สายไฟ 19. 1. สายไฟA 1. สายไฟA 1. สายไฟ 1. ตอแบบขนาน 20. 1. ตอแบบขนานB 1. ตอแบบขนานB 1. ตอแบบขนาน A B R1 = 2Ω R2 = 2Ω R3 = 2ΩR5 = 3Ω R6 = 2Ω R4 = 2Ω (14)
  • 15.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 21. เมื่อนําหลอดไฟฟา 2หลอด มาตอวงจรไฟฟาแบบขนาน เพราะเหตุใดกระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟทั้งสองจึงมี คาเทากัน 1. หลอดไฟทั้งสองมีความตานทานเทากัน 2. หลอดไฟทั้งสองมีคากระแสไฟฟาเทากัน 3. ไสของหลอดไฟทั้งสองทํามาจากโลหะชนิดเดียวกัน 4. ขนาดของสายไฟที่ตอเขาสูหลอดไฟทั้งสองมีขนาด ความยาวเทากัน 22. ขอใดคือหนาที่สําคัญของทรานซิสเตอร 1. เพิ่มและหรี่ไฟ 2. เก็บขอมูลและแสดงขอมูล 3. ขยายสัญญาณและเพิ่มสัญญาณ 4. ขยายสัญญาณและเปนสวิตชเปด-ปด 23. การตอวงจรไดโอดตองตออุปกรณอิเล็กทรอนิกสชนิดใด เขารวมดวยเพื่อใหเกิดความปลอดภัยของไดโอด 1. แอลอีดี 2. ตัวตานทาน 3. ตัวเก็บประจุ 4. ทรานซิสเตอร 24. อุปกรณอิเล็กทรอนิกสในขอใดที่ใชเปนสวนประกอบใน เครื่องใชไฟฟาเกือบทุกชนิด 1. ไดโอด 2. ตัวตานทาน 3. เทอรมิสเตอร 4. ทรานซิสเตอร 25. การตอตัวเก็บประจุเขากับวงจรไฟฟาโดยไมมีตัวตานทาน ในวงจรจะเกิดผลเสียอยางไร 1. สูญเสียประจุไฟฟาเร็วขึ้น 2. เก็บประจุไฟฟาไดนอยลง 3. เข็มแอมมิเตอรไมทํางาน 4. กระแสไฟฟาไหลผานไดนอยลง 26. ขอใดแตกตางจากขออื่น 1. โลก 2. ดาวยูเรนัส 3. ดวงอาทิตย 4. ดาวพฤหัสบดี 21. D 1. เพิ่มและหรี่ไฟ 22. 1. เพิ่มและหรี่ไฟ1. เพิ่มและหรี่ไฟA 1. เพิ่มและหรี่ไฟ 23. B 24. C 25. D 1. โลก 26. 1. โลกA 1. โลกA 1. โลก 27. ปรากฏการณธรรมชาติในขอใดแตกตางจากขออื่น 1. สุริยุปราคา 2. นํ้าขึ้นนํ้าลง 3. ฝนอุกกาบาต 4. ขางขึ้นขางแรม 28. ดาวเคราะหคูใดมีลักษณะเหมือนกันมากที่สุด 1. โลก-ดาวพฤหัสบดี 2. ดาวศุกร-ดาวอังคาร 3. ดาวเสาร-ดาวยูเรนัส 4. ดาวยูเรนัส-ดาวเนปจูน 29. ถาโลกไมมีบรรยากาศหอหุม นักเรียนคิดวาเหตุการณใด นาจะเกิดขึ้นไดมากที่สุด 1. ดาวหางเมื่อเคลื่อนเขาใกลโลกจะมีขนาดใหญขึ้น 2. อุกกาบาตจะไมเกิดการลุกไหมเมื่อตกลงสูพื้นโลก 3. ผีพุงไตจะเคลื่อนตัวเขาหาโลกดวยความเร็วสูงมาก 4. ดาวเคราะหนอยจะเปลี่ยนวงโคจรมาโคจรระหวางโลก กับดาวอังคาร 30. ขอใดกลาวไมถูกตอง 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว 2. กาแล็กซีเปรียบเสมือนเมืองแหงดวงดาว 3. กาแล็กซีทางชางเผือกเกิดขึ้นเปนกาแล็กซีแรก 4. เอกภพเกิดจากการระเบิดครั้งใหญที่เรียกวา บิกแบง 31. ขอใดอธิบายเกี่ยวกับเนบิวลาสวางไดถูกตองที่สุด 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน แสงสวางจากดาวฤกษ 2. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่ดูดกลืน แสงสวางจากดาวฤกษ 3. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่ สะทอนแสงสวางจากดาวฤกษ 4. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่ ดูดกลืนแสงสวางจากดาวฤกษ 32. องคประกอบในขอใดแตกตางจากขออื่น 1. เนบิวลา 2. อุกกาบาต 3. กระจุกดาว 4. สสารระหวางดาว 1. สุริยุปราคา 27. 1. สุริยุปราคาB 1. สุริยุปราคาB 1. สุริยุปราคา 1. โลก-ดาวพฤหัสบดี 28. 1. โลก-ดาวพฤหัสบดีC 1. โลก-ดาวพฤหัสบดีC 1. โลก-ดาวพฤหัสบดี 29. F 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว 30. 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาวA 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาวA 1. เนบิวลา คือ แหลงกําเนิดดวงดาว 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน 31. 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอนB 1. เปนกลุมแกสและฝุนธุลีซึ่งเกิดการยุบตัวแลวที่สะทอน 1. เนบิวลา 32. 1. เนบิวลาC 1. เนบิวลาC 1. เนบิวลา (15)
  • 16.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 33. ดาวฤกษและวิวัฒนาการของดาวฤกษคูใดสอดคลองกัน มากที่สุด 1. ดาวแคระขาว-ดาวฤกษอายุมากที่หดตัวจนมีขนาดเล็ก และมีสีขาว 2.ดาวยักษแดง-ดาวฤกษที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหมมีขนาดใหญ และมีสีแดง 3. ดวงอาทิตย- ดาวฤกษที่มีมวลมากที่พัฒนาขึ้นมาจน ในปจจุบันมีสีแดงอมสม 4. ดาวฤกษที่มีมวลนอย- ดาวฤกษที่มีวิวัฒนาการจนถึง ขั้นสุดทายจะกลายเปนดาวนิวตรอนหรือหลุมดํา 34. กลุมดาวที่ใชบอกทิศใตคือกลุมดาวในขอใด 1. กลุมดาวแกะ 2. กลุมดาวปลา 3. กลุมดาวคางคาว 4. กลุมดาวไมกางเขน 35. ขอใดระบุตําแหนงของเสนตางๆ ในแผนที่ดาวไดถูกตอง 1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ ศีรษะ 2. เสนเมริเดียนทองฟา- เสนที่แบงครึ่งทองฟาออกเปน 2 สวน 3. เสนศูนยสูตรทองฟา- เสนวงกลมบนพื้นโลกที่จรดกับ ขอบฟาลอมเราตัวเรา 4. เสนขอบฟา - เสนที่ผานจุด 3 จุด คือ จุดเหนือศีรษะ ขอบฟาทิศตะวันตก และขอบฟาทิศตะวันออก 36. ขอใดกลาวถึงอายุและสีของดาวฤกษไดถูกตองที่สุด 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง 2. ดาวฤกษสีฟามีอายุมากกวาดาวฤกษสีเหลือง 3. ดาวฤกษสีนํ้าเงินมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีสม 4. ดาวฤกษสีแดงมีอายุนอยกวาดาวฤกษสีเหลืองขาว 33. D 1. กลุมดาวแกะ 34. 1. กลุมดาวแกะA 1. กลุมดาวแกะA 1. กลุมดาวแกะ 1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ 35. 1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับB 1. จุดยอดทองฟา - จุดบนทองฟาที่ทํามุม 45 องศากับ 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง 36. 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดงB 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดงB 1. ดาวฤกษสีขาวมีอายุมากกวาดาวฤกษสีแดง 37. ดาวเทียมธีออสเปนดาวเทียมที่ถูกสงออกไปสํารวจ ในดานใด 1. ดานการสื่อสาร 2. ดานการพยากรณอากาศ 3. ดานการสํารวจสมุทรศาสตร 4. ดานการสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ 38. ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยคือดาวเทียมดวงใด และเปนดาวเทียมที่ทําหนาที่ในดานใด 1. ดาวเทียมไทยคม ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสาร 2. ดาวเทียมธีออส ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสารและ อุตุนิยมวิทยา 3. ดาวเทียมธีออส ทําหนาที่เกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยาและ สํารวจทรัพยากรธรรมชาติ 4. ดาวเทียมไทยคม ทําหนาที่เกี่ยวกับการสื่อสาร อุตุนิยมวิทยา และสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ 39. ถาโลกมีแรงโนมถวงมากกวาดวงจันทร 6 เทา ดังนั้นคน ที่มีนํ้าหนักตัวบนพื้นโลก 60 กิโลกรัม เมื่อไปชั่งนํ้าหนัก บนดวงจันทรจะหนักเทาใด 1. 10 กิโลกรัม 2. 12 กิโลกรัม 3. 60 กิโลกรัม 4. 180 กิโลกรัม 40. เพราะเหตุใดกลองโทรทรรศนฮับเบิลจึงสามารถเห็น ดาวตางๆ ไดชัดเจนกวากลองชนิดอื่น 1. เลนสมีขนาดใหญกวา 2. เลนสมีคุณภาพที่ดีกวา 3. อากาศหอหุมโลกไมรบกวน 4. มีเทคโนโลยีการถายภาพที่ทันสมัยกวา 37. A 38. A 39. C 40. D (16)
  • 17.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ นักเรียนเห็นดวยหรือไมเพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ถาที่บานของนักเรียนเปลี่ยนจากการใชหลอดไฟฟาขนาด36 วัตต จํานวน4 หลอด มาใชหลอดไฟฟาขนาด24 วัตต จํานวน 6 หลอด โดยใชวันละ 2 ชั่วโมงเทากัน นักเรียนจะประหยัดไฟฟาไดมากขึ้นจริงหรือไม เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จงบอกวิธีการใชตูเย็นอยางประหยัดและปลอดภัยมาอยางนอย 5 วิธี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ดาวเคราะหดวงใดในระบบสุริยะมีทิศการหมุนรอบตัวเองตรงขามกับดาวเคราะหดวงอื่น ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. เมื่อมองดวงดาวบนทองฟา นักเรียนคิดวาดวงดาวที่มองเห็นนั้นเปนดาวฤกษหรือดาวเคราะห เพราะเหตุใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1. รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………F 2. F ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………C ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………A 5. D ¤Ðá¹¹·Õèä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 ตอนที่ 2 แบบอัตนัย จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน (17)
  • 18.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. ตอบ ขอ2. แรงโนมถวงของโลกจะมีคาแปรผันตรงกับระยะหางระหวางวัตถุกับพื้นโลก นั่นคือ ยิ่งวัตถุมีระยะหางจาก พื้นโลกนอย ความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงและแรงโนมถวงก็จะยิ่งมีคามากขึ้น 2. ตอบ ขอ 3. กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน มีดังนี้ 1. วัตถุที่ไมถูกกระทําดวยแรงลัพธจะเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัวหรือ หยุดนิ่ง 2. ถามีแรงภายนอกมากระทําตอวัตถุ วัตถุจะมีความเรง 3. เมื่อมีแรงกิริยาจะมีแรงปฏิกิริยา กระทําดวยขนาดเทากัน แตทิศทางตรงกันขาม และกระทําตอวัตถุตางชิ้นกัน 3. ตอบ ขอ 4. เมื่อบอยขวางกอนหินออกไป รถเข็นที่ลอรถไมมีความฝดจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันขามกับทิศที่บอย ขวางกอนหินออกไป เนื่องจากบอยออกแรงกระทําตอกอนหินโดยการขวางออกไป กอนหินเองก็มีแรง กระทําตอบกลับไปยังบอย ซึ่งสงผลใหรถเข็นที่จอดนิ่งเคลื่อนที่ได ตามกฎการเคลื่อนที่ขอ 3 ของนิวตัน 4. ตอบ ขอ 3. กอนหินเปนวัตถุที่มีความหนาแนนมากกวานํ้า ดังนั้น เมื่อใสกอนหินลงไปในบีกเกอรที่มีนํ้าอยูเต็ม กอนหิน จะจมและมีนํ้าลนออกมา ตามหลักของอารคิมีดิส วัตถุที่จมอยูในของเหลว แสดงวาวัตถุมีความหนาแนน มากกวาของเหลว ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่จะเทากับปริมาตรของวัตถุนั้น แรงลอยตัวจะมีคา นอยกวานํ้าหนักของวัตถุที่จมไปในของเหลว และเทากับนํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ 5. ตอบ ขอ 1. - วัตถุที่ลอยอยูในของเหลว แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศ และเทากับ นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ - วัตถุที่ลอยปริ่มผิวของของเหลว แรงลอยตัวจะมีคาเทากับนํ้าหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศ และเทากับ นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ - วัตถุที่จมอยูในของเหลว แรงลอยตัวจะมีคานอยกวานํ้าหนักของวัตถุที่จมไปในของเหลว และเทากับ นํ้าหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ 6. ตอบ ขอ 2. f = 0.6 × 120 = 72 N แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหวางซุงกับพื้นมีคาเทากับ 72 นิวตัน ซึ่งการที่จะทําใหวัตถุเริ่มเคลื่อนที่นั้นจะตอง ออกแรงดึงเทากับแรงเสียดทานนี้ และถาออกแรงดึงมากกวาแรงเสียดทาน วัตถุจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ 7. ตอบ ขอ 2. คานอันดับ 2 เปนคานที่มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนและแรงพยายาม ขณะที่การตัดกระดาษดวย กรรไกร มีจุดหมุนอยูระหวางแรงพยายามและแรงตานทาน ซึ่งเปนลักษณะของคานอันดับ 1 8. ตอบ ขอ 4. M = 90 N × 0.6 m = 54 N.m 9. ตอบ ขอ 2. การเคลื่อนที่แบบวงกลมเปนการเคลื่อนที่ในแนวโคง ซึ่งเปนการเคลื่อนที่ที่มีแรงกระทําเขาสูศูนยกลาง ของวงกลม เรียกวา แรงสูศูนยกลาง โดยแรงตองมีขนาดพอเหมาะกับอัตราเร็ว จึงจะทําใหวัตถุเคลื่อนที่ ในแนวโคงของวงกลมได 10. ตอบ ขอ 4. ขณะที่รถเคลื่อนที่ขึ้นภูเขาจะเกิดพลังงานจลน สวนพลังงานศักยโนมถวงจะคอยๆ เพิ่มขึ้นตามความสูง และมีคาสูงสุดที่ยอดเขา จากนั้นพลังงานศักยโนมถวงจะลดลงและเปลี่ยนไปเปนพลังงานจลนอีกครั้ง ขณะที่รถไถลลงจากยอดเขา ตอนที่ 1 ชุดที่ 1เฉลยแบบทดสอบ (18)
  • 19.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 11. ตอบ ขอ4. กระแสไฟฟาจะไหลจากบริเวณศักยไฟฟาสูงไปยังบริเวณศักยไฟฟาตํ่า โดยไหลจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ 12. ตอบ ขอ 1. ปจจัยที่มีผลตอความตานทานไฟฟาของลวดตัวนํา ไดแก ชนิดของลวดตัวนํา ความยาวของลวดตัวนํา พื้นที่หนาตัดของลวดตัวนํา และอุณหภูมิของลวดตัวนํา 13. ตอบ ขอ 3. กฎของโอหม กลาววา เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟาที่ไหลผานลวดตัวนําไฟฟาจะแปรผันตรงกับคา ความตางศักยไฟฟาระหวางปลายของลวดตัวนํานั้นๆ 14. ตอบ ขอ 1. ตัวนําไฟฟาที่มีความตานทานไฟฟานอยจะทําใหมีกระแสไฟฟาไหลผานวงจรไดมากกวา 15. ตอบ ขอ 3. กําลังไฟฟา หมายถึง คาของพลังงานไฟฟาที่ถูกใชไปในเวลา 1 วินาที 16. ตอบ ขอ 2. P = 1.2 A × 220 V = 264 W 17. ตอบ ขอ 2. W = 0.08 kW × 20 hr = 1.6 Unit 18. ตอบ ขอ 1. ฟวสจะตองมีจุดหลอมเหลวตํ่า เพื่อละลายหรือขาดไดเมื่อเกิดไฟฟาลัดวงจร ซึ่งเปนการชวยตัดวงจรไฟฟาได 19. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไฟฟาแบบอนุกรมจะทําใหความตานทานรวมในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น โดย Rรวม = R1 + R2 + R3 + …. + Rn 20. ตอบ ขอ 1. จาก 1 Rรวม = 1 R1 + 1 R2 + 1 R3 แทนคา = 1 20 Ω + 1 20 Ω + 1 20 Ω + 1 20 Ω Rรวม = 20Ω 4 = 5 Ω 21. ตอบ ขอ 2. เมื่อสับสวิตช S ลง ทําใหวงจรปด กระแสไฟฟาสามารถไหลผานในวงจรได จึงทําใหหลอดไฟ A และ B สวางเหมือนเดิม 22. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไฟฟาแบบอนุกรม ความตานทานรวมของวงจรจะเพิ่มขึ้นตามจํานวนหลอดไฟฟาที่นํามาตอกัน ดังนั้นเมื่อเพิ่มหลอดไฟฟาเขาไปในวงจรอีก 1 หลอด จึงทําใหความตานทานรวมมีคามากขึ้น สวน กระแสไฟฟาที่ไหลผานวงจรไฟฟาแบบอนุกรมจะมีคาเทากันตลอดทั้งวงจร ดังนั้น กระแสไฟฟาที่ ไหลผานหลอดไฟฟาแตละหลอดจึงมีคาเทากัน 23. ตอบ ขอ 4. อุปกรณอิเล็กทรอนิกสเปนอุปกรณที่ควบคุมปริมาณและทิศทางการไหลของกระแสไฟฟาในวงจรไฟฟา มีทั้งสารตัวนํา สารกึ่งตัวนํา และฉนวนไฟฟา 24. ตอบ ขอ 3. ไดโอดเปลงแสงเปนอุปกรณที่มักนํามาใชเพื่อใหความสวาง ปจจุบันเปนที่นิยมใชมากในการสรางอุปกรณ แสดงผลทางหนาจอ เชน จอคอมพิวเตอร จอโทรทัศน เปนตน 25. ตอบ ขอ 1. แถบสีตัวตานทาน นํ้าตาล (1) ดํา (0) สม (1,000) ทอง (0.5%) คาความตานทาน = 10 × 1,000 Ω ± 0.5% = 10,000 Ω ± 0.5% = 10 kΩ (19)
  • 20.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 26. ตอบ ขอ1. ดาวพุธ เปนดาวเคราะหที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ สวนดาวพลูโตถูกจัดเปนดาวเคราะหแคระ 27. ตอบ ขอ 2. ระบบสุริยะเกิดจากมวลสารของแกส เชน ไฮโดรเจน ฮีเลียม เปนตน และมวลสารของฝุนธุลีในอวกาศ รวมกันเปนกลุมดวยแรงดึงดูดระหวางกันและแรงโนมถวง ตอมากลุมมวลสารเริ่มอัดตัวเล็กลงจนเกิด ความรอนและหมุนรอบศูนยกลาง ทําใหเกิดดวงอาทิตยและดาวบริวารขึ้น ซึ่งเกิดเปนระบบสุริยะ 28. ตอบ ขอ 2. นักวิทยาศาสตรไดสันนิษฐานวาดาวอังคารนาจะเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยูมากอน เนื่องจากมีหลักฐานวา บนดาวอังคารเคยมีนํ้าและออกซิเจนเปนองคประกอบ ซึ่งเปนสิ่งจําเปนในการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 29. ตอบ ขอ 4. สะเก็ดหินหรือวัตถุขนาดเล็กที่โคจรรอบดวงอาทิตย เมื่อผานบรรยากาศโลกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงให ตกลงมา และเสียดสีกับบรรยากาศเหนือพื้นโลกจนลุกไหมมองเห็นแสงสวางเปนทางยาว เรียกวา ผีพุงไต หรือดาวตก ซึ่งถาวัตถุนั้นลุกไหมไมหมด แลวเหลือบางสวนตกลงสูพื้นโลก เรียกกอนวัตถุนั้นวา อุกกาบาต 30. ตอบ ขอ 4. อายุของระบบสุริยะทราบไดจากอุกกาบาตที่ตกลงมาสูโลกเพราะวัตถุทองฟาจะเกิดพรอมกับการเกิดระบบสุริยะ 31. ตอบ ขอ 3. ดาวฤกษเกิดจากการรวมตัวกันของแกสและฝุนธุลีในอวกาศ 32. ตอบ ขอ 4. เนบิวลามืด มีลักษณะเปนกลุมแกสและฝุนธุลีจํานวนมากและหนาทึบ ซึ่งยังไมเกิดการยุบตัวที่ดูดกลืนแสง ของดาวฤกษที่สองมา จึงมองเห็นเปนเงามืด 33. ตอบ ขอ 2. ดาวฤกษสีขาวจะมีอุณหภูมิสูงที่สุด รองลงมา คือ ดาวฤกษสีเหลือง ดาวฤกษสีสมแดง และดาวฤกษสีแดง 34. ตอบ ขอ 2. ดาวฤกษที่มีอุณหภูมิสูงจะมีอายุนอย สวนดาวฤกษที่มีอุณหภูมิตํ่าจะมีอายุมาก โดยดาวฤกษสีตางๆ จะมีอุณหภูมิแตกตางกัน ซึ่งเรียงลําดับจากนอยไปมากได ดังนี้ ดาวฤกษสีแดง < ดาวฤกษสีสม < ดาวฤกษสีเหลือง < ดาวฤกษสีเหลืองขาว < ดาวฤกษสีขาว < ดาวฤกษสีฟา < ดาวฤกษสีนํ้าเงิน 35. ตอบ ขอ 2. กลุมดาวเหนือและกลุมดาวกางเขนใตนํามาใชประโยชนในการหาทิศ สวนกลุมดาวหมีใหญหรือกลุมดาว จระเขนํามาใชประโยชนในการบอกเวลา 36. ตอบ ขอ 4. นักดาราศาสตรแบงกลุมดาว 12 ราศี ออกจากกลุมดาวอื่นๆ โดยอาศัยตําแหนงที่กลุมดาวปรากฏ บนทองฟา ซึ่งกลุมดาว 12 ราศี คือ กลุมดาว 12 กลุม ที่ปรากฏอยูตามเสนแถบสุริยวิถี กลางทองฟาที่ พาดผานจากขอบฟาดานทิศตะวันออกไปถึงขอบฟาดานทิศตะวันตก 37. ตอบ ขอ 3. วงจรคางฟา คือ วงจรที่ดาวเทียมโคจรรอบโลกไปพรอมๆ กับการหมุนรอบตัวเองของโลก ทําใหมองเห็น เหมือนดาวเทียมลอยนิ่งอยูกับที่ 38. ตอบ ขอ 1. ลูกบอลตกสูพื้นโลกจะมีเฉพาะแรงโนมถวงของโลกเทานั้นที่มากระทํา โดยไมมีแรงอื่นเขามาเกี่ยวของ 39. ตอบ ขอ 2. จรวดที่ใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมออกไปนอกโลกจะเปนจรวดหลายทอน โดยแตละทอนจะ บรรทุกเชื้อเพลิงไว เมื่อใชเชื้อเพลิงทอนใดหมดก็จะปลอยทิ้ง เพื่อเปนการลดนํ้าหนักของจรวด 40. ตอบ ขอ 4. การสงยานอวกาศออกไปโคจรรอบโลกนั้น จะตองพยายามหนีจากแรงดึงดูดของโลกใหได ซึ่งตองอาศัย แรงขับดันมหาศาล และความเร็วที่สูงมาก เรียกความเร็วที่ทําใหยานอวกาศเคลื่อนที่หลุดออกจาก แรงโนมถวงของโลกวา ความเร็วหลุดพน ซึ่งมีคาประมาณ11.2 กิโลเมตรตอวินาที ดังนั้นถายานอวกาศมี ความเร็วสูงสุด10 กิโลเมตรตอวินาที จะไมสามารถออกไปโคจรรอบโลกได และจะตกลงสูพื้นโลกในที่สุด (20)
  • 21.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. แนวตอบ เห็นดวยเนื่องจากการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล เปนการเคลื่อนที่ในแนวโคง ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่วัตถุมี การเคลื่อนที่ 2 แนวพรอมกัน คือ การเคลื่อนที่ในแนวราบและแนวดิ่ง ซึ่งความเร็วในแนวราบจะคงที่ตลอด การเคลื่อนที่ สวนความเร็วในแนวดิ่งเกิดขึ้นจากแรงโนมถวงของโลก โดยความเร็วในแนวดิ่งจะไมคงที่ เนื่องจากมีแรงโนมถวงของโลกกระทําใหเกิดความเรงในแนวดิ่ง 2. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน 1. ตั้งอุณหภูมิของเตารีดใหเหมาะสมกับชนิดของผาที่จะรีด และรีดผาคราวละมากๆ ติดตอกันจนเสร็จ 2. เมื่อไมไดใชงานเตารีดควรถอดปลั๊กออก และกอนเก็บควรปลอยใหเตารีดเย็นกอน 3. ควรระวังไมใหความรอนจากเตารีดสัมผัสกับสายไฟฟา และหมั่นตรวจสอบฉนวนยางที่หุมสายไฟฟา 4. ขณะใชงาน เมื่อหยุดรีดตองวางเตารีดบนวัสดุที่ไมติดไฟ 5. ควรใชเตารีดที่มีสายดิน และตอลงดินผานทางเตารับและเตาเสียบ 3. แนวตอบ ไมเห็นดวย คาความตานทานตํ่าสุดของตัวตานทานที่มี3 แถบสี จะมีคานอยกวาคาความตานทานตํ่าสุดของ ตัวตานทานที่มี 4 แถบสี ดังนี้ คาความตานทานของตัวตานทานที่มี 3 แถบสี เปนดังนี้ แถบสี สม แดง ดํา ไมมีสี อานคา 3 2 100 ± 20% = 32 × 100 ± 20% = 32 ± 6 โอหม ดังนั้น คาความตานทานเทากับ 32 โอหม มีคาความคลาดเคลื่อน ± 20% แสดงวา ตัวตานทานนี้มี ความตานทาน 26-38 โอหม คาความตานทานของตัวตานทานที่มี 4 แถบสี เปนดังนี้ แถบสี สม แดง ดํา ทอง อานคา 3 2 100 ± 5 % = 32 × 100 ± 5% = 32 ± 2 โอหม ดังนั้น คาความตานทานเทากับ 32 โอหม มีคาความคลาดเคลื่อน ± 5% แสดงวา ตัวตานทานนี้มี ความตานทาน 30-34 โอหม 4. แนวตอบ ระบบสุริยะประกอบดวยดวงอาทิตย ดาวเคราะห ดาวเคราะหนอย และบริวารของดวงอาทิตย โดยระบบสุริยะ จะอยูในกาแล็กซีทางชางเผือก ซึ่งเปนกาแล็กซีหนึ่งในเอกภพ 5. แนวตอบ เทคโนโลยีอวกาศจะชวยทําใหการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศทําไดงายขึ้น และมีความนาเชื่อถือมากขึ้น รวมทั้ง ยังสามารถนําเทคโนโลยีอวกาศไปใชประโยชนในหลายดาน เชน การสงดาวเทียมขึ้นไปโคจรรอบโลก เพื่อ ใชประโยชนในดานการสื่อสาร การพยากรณอากาศ การสํารวจทรัพยากรธรรมชาติ และสํารวจสมุทรศาสตร รวมทั้งการสงยานอวกาศขึ้นไปเพื่อสํารวจดาวเคราะหตางๆ ในระบบสุริยะ ตอนที่ 2 (21)
  • 22.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. ตอบ ขอ1. การเคลื่อนที่ดวยความเรงคือการเคลื่อนที่ที่ความเร็วเปลี่ยนแปลงไปในหนึ่งหนวยเวลาการเคลื่อนที่ของวัตถุ ที่ตกลงมาอยางอิสระภายใตแรงโนมถวงของโลก วัตถุที่ตกลงมาจะมีความเร็วเพิ่มขึ้น 9.8 เมตร/วินาที 2. ตอบ ขอ 1. นํ้าหนักของวัตถุมีคาเทากับผลคูณระหวางมวลกับความเรงโนมถวง(W=mg) เมื่อความเรงโนมถวงมีคา 0.5 m/s2 ดังนั้น จะชั่งนํ้าหนักของวัตถุไดเทากับ 50 kg × 0.5 m/s2 = 25 N 3. ตอบ ขอ 4. กฎขอที่3 ของนิวตัน กลาววา “ทุกแรงกิริยายอมมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเทากัน แตมีทิศทางตรงขามกัน” หมายความวา เมื่อมีแรงมากระทําตอวัตถุ วัตถุนั้นจะออกแรงตานในทิศทางตรงขามกันกับแรงที่มากระทํา ซึ่งแรงทั้งสองเกิดขึ้นพรอมกันเสมอ และกระทําตอวัตถุคนละชิ้นกัน 4. ตอบ ขอ 2. โดยปกติเหล็กจะมีความหนาแนนมากกวานํ้า แตเมื่อนําเหล็กมาตีแผเพื่อทําเปนเรือ ปริมาตรของเรือ จะเพิ่มขึ้น โดยที่มวลเทาเดิม จึงทําใหเรือมีความหนาแนนนอยกวานํ้า เรือจึงลอยนํ้าได 5. ตอบ ขอ 4. คาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน เปนคาที่แสดงถึงการเกิดแรงเสียดทานขึ้นระหวางผิวสัมผัสของวัตถุ2 ชนิด 6. ตอบ ขอ 2. แรงเสียดทานจะมีคานอยหรือมากขึ้นอยูกับปจจัยตางๆ ดังนี้ - นํ้าหนักของวัตถุ โดยวัตถุที่มีนํ้าหนักกดทับลงบนพื้นผิวมาก จะมีแรงเสียดทานมากกวาวัตถุที่มี นํ้าหนักกดทับลงบนพื้นผิวนอย - รูปรางของวัตถุ โดยวัตถุที่มีรูปรางเพรียวจะมีแรงเสียดทานนอยกวาวัตถุที่มีรูปรางปาน - ลักษณะพื้นผิวสัมผัส โดยผิวสัมผัสที่เรียบจะเกิดแรงเสียดทานนอยกวาผิวสัมผัสที่ขรุขระ ซึ่งวัตถุที่มีแรงเสียดทานนอยก็จะเคลื่อนที่ไดเร็วกวาวัตถุที่มีแรงเสียดทานมาก 7. ตอบ ขอ 3. คานดานซาย M = 120 N × 0.8 m = 96 N.m คานดานขวา M = 80 N × 1.2 m = 96 N.m จะเห็นวา โมเมนตของแรงทางซายและขวาของคานมีคาเทากัน เมื่อผลรวมของโมเมนตทวนเข็มนาฬกา เทากับผลรวมของโมเมนตตามเข็มนาฬกา วัตถุจะไมเคลื่อนที่และไมหมุน ทําใหวัตถุอยูในภาวะสมดุล 8. ตอบ ขอ 2. การเคลื่อนที่แบบวงกลม วัตถุจะเคลื่อนที่ดวยความเรงเขาสูศูนยกลางดวยอัตราเร็วคงตัว ขณะที่ทิศทาง การเคลื่อนที่ของวัตถุจะเปลี่ยนไปตามวิถีของวงกลม 9. ตอบ ขอ 4. จากกฎการอนุรักษพลังงาน งานมีคาเทากับผลตางของพลังงานเมื่อเวลาเปลี่ยนไป (W = E2 - E1 ) 10. ตอบ ขอ 3. W = 50 N × 1 m = 50 N.m 11. ตอบ ขอ 3. เหล็กตะกั่วสังกะสีทองแดงคารบอนเงินและอะลูมิเนียมเปนสสารที่ยอมใหกระแสไฟฟาไหลผานไดเรียกวา ตัวนําไฟฟา สวนพลาสติก เชือก อากาศ ผา และยางรถยนต เปนสสารที่ไมยอมใหกระแสไฟฟาไหลผาน เรียกวา ฉนวนไฟฟา ตอนที่ 1 ชุดที่ 2เฉลยแบบทดสอบ (22)
  • 23.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 12. ตอบ ขอ4. ลวดตัวนําที่มีความยาวมากจะมีความตานทานไฟฟามากกวาลวดตัวนําที่มีความยาวนอย 13. ตอบ ขอ 4. V = 30 mA × 12 kΩ = 360 V 14. ตอบ ขอ 2. I = 2200W 220V = 10 A 15. ตอบ ขอ 1. เครื่องใชไฟฟาจะมีตัวเลขแสดงกําลังไฟฟากํากับไว ซึ่งมีหนวยเปน วัตต (W) 16. ตอบ ขอ 2. กําลังไฟฟา คือ พลังงานไฟฟาที่ใชไปใน 1 วินาที ซึ่งมีหนวยเปนวัตต หรือจูลตอวินาที 17. ตอบ ขอ 3. เครื่องใชไฟฟาที่มีกําลังไฟฟามากจะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวาเครื่องใชไฟฟาที่มีกําลังไฟฟานอย ดังนั้น เตารีดไฟฟาที่มีกําลังไฟฟา 750 วัตต จึงสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟามากกวาตูเย็นที่มีกําลังไฟฟา 145 วัตต เมื่อใชงานในเวลาที่เทากัน 18. ตอบ ขอ 2. จากความสัมพันธ P = V2 R ให Vเดิม = 2V จะได Vใหม = V Rเดิม = R จะได Rใหม = 2R จะไดวา Pเดิม = (2V)2 R = 4V2 R Pใหม = V2 2R 2Pใหม = V2 R Pเดิม = 4(2Pใหม ) Pเดิม = 8Pใหม Pใหม =Pเดิม 8 ดังนั้น กําลังไฟฟาของวงจรจะมีคาลดลง 8 เทา 19. ตอบ ขอ 2. สะพานไฟเปนอุปกรณไฟฟาที่ใชเปด-ปดวงจรไฟฟาในบาน ซึ่งมีหลายขนาดขึ้นอยูกับปริมาณกระแสไฟฟา ที่ไหลผานได 20. ตอบ ขอ 1. ตัวตานทานทําหนาที่ควบคุมปริมาณการไหลของกระแสไฟฟาในวงจร ซึ่งทําใหกระแสไฟฟามีปริมาณลดลง 21. ตอบ ขอ 2. V = 0.5 A × 5 Ω = 2.5 V 22. ตอบ ขอ 2. ตัวตานทานปรับคาไดนั้นผูใชสามารถเลือกคาความตานทานไดตามตองการ ซึ่งมักใชเปนสวนประกอบใน อุปกรณที่ตองการปรับเปลี่ยนความตานทาน เชน ปุมปรับเสียง สวิตชหรี่ไฟ เปนตน 23. ตอบ ขอ 4. ซิลิคอนชิปเปนอุปกรณที่นําเอาทรานซิสเตอรมาลดขนาดลง แลวบัดกรีไวกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกสและ สวนประกอบทางไฟฟาอื่นๆ (23)
  • 24.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 24. ตอบ ขอ3. ตัวตานทานปรับคาไดใชในอุปกรณที่ตองการปรับเปลี่ยนคาความตานทาน เชน การหรี่ไฟ การควบคุม ความดัง-เบาของเสียงวิทยุ การหาสัญญาณวิทยุ เปนตน 25. ตอบ ขอ 3. การตอตัวตานทานในวงจรไดโอดเปลงแสง เพื่อชวยปองกันอันตรายใหกับไดโอดเปลงแสง โดยจะควบคุม ไมใหมีความตางศักยมากเกินไปในวงจร 26. ตอบ ขอ 4. ดาวพฤหัสบดีเปนดาวเคราะหที่มีขนาดใหญที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งรองลงมา คือ ดาวเสาร 27. ตอบ ขอ 3. บริเวณแกนกลางของดวงอาทิตยจะมีอุณหภูมิและความหนาแนนสูง จึงเกิดการรวมตัวของนิวเคลียสของ ไฮโดรเจน2 นิวเคลียส เกิดเปนฮีเลียม พรอมกับปลดปลอยพลังงานออกมามหาศาล ซึ่งเรียกปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นนี้วา ปฏิกิริยานิวเคลียรฟวชัน 28. ตอบ ขอ 4. ปจจุบันมีขอมูลเพียงวาโลกเทานั้นที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู เนื่องจากมีความรูเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น นอยมาก 29. ตอบ ขอ 2. ดาวเสารเปนดาวเคราะหดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีความหนาแนนนอยกวานํ้า จึงสามารถลอยนํ้าได เนื่องจากเปนดาวเคราะหแกสที่มีชั้นบรรยากาศของแกสหนามาก ทําใหดาวเสารมีขนาดใหญ แตมีมวลนอย 30. ตอบ ขอ 4. เนบิวลา คือ กลุมแกสชนิดตางๆ ซึ่งสวนใหญเปนแกสไฮโดรเจน ที่รวมตัวกันอยูในเอกภพ 31. ตอบ ขอ 3. ทฤษฎีบิกแบง กลาววา เมื่อประมาณ13,700 ลานปมาแลว เกิดการระเบิดอยางรุนแรงของสารที่รอนจัด ซึ่งมีความหนาแนนสูงมาก แลวแผกระจายออกไปอยางรวดเร็ว ซึ่งทําใหเกิดเอกภพขึ้น 32. ตอบ ขอ 3. กาแล็กซีทางชางเผือกเปนกาแล็กซีที่มีรูปรางแบบกังหันหมุน ซึ่งเปนกาแล็กซีที่เมื่อมองจากดานขางจะมี ลักษณะคลายกับจาน 2 ใบ ประกบกัน และเมื่อมองจากดานบนตรงกลางจะมีขนาดใหญ ซึ่งเต็มไปดวย ดวงดาวที่มีอายุมาก สวนดาวที่อยูตามแขนหรือปลายกังหันเปนดาวที่มีอายุนอย 33. ตอบ ขอ 1. เนบิวลาเกิดจากการรวมตัวของกลุมแกสตางๆ และฝุนธุลีที่อยูในกาแล็กซี จากนั้นยุบตัวรวมกันกลายเปน ดาวฤกษ ดังนั้นถาในกาแล็กซีไมมีแกสตางๆ และฝุนธุลี เนบิวลาจะไมสามารถเกิดขึ้นได 34. ตอบ ขอ 2. กลุมดาวจักรราศีมีทั้งหมด 12 กลุม ไดแก กลุมดาวแพะทะเล กลุมดาวคนแบกหมอ กลุมดาวปลา กลุมดาวแกะตัวผู กลุมดาววัวตัวผู กลุมดาวคนคู กลุมดาวปู กลุมดาวสิงโต กลุมดาวหญิงพรหมจารี กลุมดาวคันชั่ง กลุมดาวแมงปอง และกลุมดาวคนยิงธนู 35. ตอบ ขอ 4. ดาวทุกดวงในกาแล็กซีไมไดอยูนิ่ง แตมีการโคจรไปรอบๆ ศูนยกลางของกาแล็กซี 36. ตอบ ขอ 1. - กลุมดาวนายพราน กลุมดาววัว กลุมดาวกระตาย เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูหนาว - กลุมดาวจระเข กลุมดาวสิงโต กลุมดาวคนลาสัตว เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูรอน - กลุมดาวหงส กลุมดาวแมงปอง กลุมดาวเฮอรคิวลิส เปนกลุมดาวที่มองเห็นไดชัดเจนในฤดูฝน 37. ตอบ ขอ 2. ดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกสงขึ้นสูอวกาศ คือ ดาวเทียมสปุตนิก 1 ซึ่งถูกสงขึ้นไปสํารวจขอมูล เกี่ยวกับความหนาแนน อุณหภูมิ และจํานวนอิเล็กตรอนในชั้นบรรยากาศสูงสุดของโลก 38. ตอบ ขอ 1. จรวด คือ สิ่งประดิษฐที่ใชเปนอาวุธ และใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมขึ้นจากพื้นโลก ซึ่งจรวดที่ ใชเปนอาวุธจะเปนจรวดทอนเดียว สวนจรวดที่ใชในการสงยานอวกาศหรือดาวเทียมจะเปนจรวดหลายทอน 39. ตอบ ขอ 3. แรงดึงดูดของโลกจะลดลงตามระดับความสูงจากผิวโลกที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อนักเรียนขึ้นไปบนยอดเขาสูง ที่หางออกไปจากผิวโลกมาก จะทําใหนํ้าหนักของนักเรียนลดลง นักเรียนจึงจะมีนํ้าหนักนอยกวา45 กิโลกรัม 40. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากรังสีสวนใหญจะถูกชั้นบรรยากาศของโลกดูดไว ไมใหผานมายังพื้นโลกได (24)
  • 25.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. แนวตอบ เปนเพราะลักษณะของแรงคูกิริยาปฏิกิริยา คือ จะเกิดขึ้นพรอมกันเสมอ มีขนาดเทากัน มีทิศทางตรงขามกัน และกระทําตอวัตถุคนละชนิด ดังนั้น นํ้าหนักของกลองจึงเปนแรงกิริยาที่กระทําตอโตะ และโตะจะมีแรงปฏิกิริยา ที่กระทําตอกลอง ซึ่งมีทิศทางตรงขามกระทํากลับมาเปนแรงตอบโต โดยแรงทั้ง 2 แรงนี้ จะมีขนาดเทากัน และเกิดขึ้นพรอมกัน 2. แนวตอบ ไมจริง เนื่องจากความตานทานไฟฟาของลวดตัวนําไฟฟานั้นจะขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการ ดังนี้ - ชนิดของตัวนําไฟฟา โดยวัตถุตางชนิดกัน แมจะมีขนาดเทากัน แตจะมีความตานทานไฟฟาตางกัน โดยทองแดงจะมีความตานทานไฟฟามากกวาเงิน - ขนาดของตัวนําไฟฟา โดยตัวนําไฟฟาที่มีขนาดเล็กจะมีความตานทานสูง สวนตัวนําไฟฟาที่มีขนาดใหญ จะมีความตานทานตํ่า ดังนั้น ลวดทองแดงที่มีเสนผานศูนยกลาง1 เซนติเมตร จะมีความตานทานไฟฟา มากกวาลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร - ความยาวของตัวนําไฟฟา โดยตัวนําไฟฟาที่มีความยาวมากจะมีความตานทานสูง สวนตัวนําไฟฟา ที่มีความยาวนอยจะมีความตานทานตํ่า ดังนั้น ลวดทองแดงที่มีความยาว 10 เซนติเมตร จะมี ความตานทานไฟฟามากกวาลวดเงินที่มีความยาว 8 เซนติเมตร ดังนั้นจึงสรุปไดวา ลวดทองแดงที่มีเสนผานศูนยกลาง 1 เซนติเมตร มีความยาว 10 เซนติเมตร จะมีความ ตานทานไฟฟามากกวาลวดเงินที่มีเสนผานศูนยกลาง 2 เซนติเมตร มีความยาว 8 เซนติเมตร 3. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน 1. เลือกใชหลอดไฟฟาชนิดประหยัดไฟและมีอายุการใชงานนาน 2. เลือกใชหลอดไฟฟาที่มีกําลังวัตตเหมาะสมกับการใชงาน 3. เลือกใชแบลลัสตชนิดประหยัดไฟควบคูกับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต 4. เลือกใชหลอดไฟฟลูออเรสเซนตในบริเวณที่ตองการความสวางมาก และเปดไฟเฉพาะบริเวณที่ตองการ 5. ถาเปนหลอดไฟฟลูออเรสเซนตไมควรปลอยใหไฟกะพริบหรือหัวหลอดแดงโดยไมสวาง เพราะอาจทําให เกิดอัคคีภัยได 4. แนวตอบ ดาวเคราะหแคระ คือ วัตถุขนาดเล็กที่มีรูปรางคลายทรงกลม แตมีวงโคจรเปนรูปวงรีซึ่งซอนทับกับดาวเคราะห ดวงอื่น โดยดาวพลูโตมีลักษณะตางจากดาวเคราะหอีก 8 ดวง ที่อยูในระบบสุริยะมาก ทั้งระยะทางที่อยูไกล จากดวงอาทิตย และมีขนาดเล็กกวาดาวเคราะหอีก8 ดวง รวมทั้งดาวพลูโตยังมีวงโคจรเปนวงรีที่ทับซอนกับ ดาวเนปจูน ดาวพลูโตจึงถูกจัดใหเปนดาวเคราะหแคระ 5. แนวตอบ ในตอนหัวคํ่าเราจะมองเห็นดานหัวของดาวจระเขขึ้นมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเมื่อเวลา24.00 น. ดาวกลุมนี้จะอยูกลางทองฟา โดยสวนหัวจะชี้ไปทางทิศเหนือ และเมื่อเวลาใกลสวาง สวนหัวจะคอยๆ ลับ ขอบฟาไปทางทิศตะวันตก จึงใชกลุมดาวจระเขในการบอกเวลาได ตอนที่ 2 (25)
  • 26.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 1. ตอบ ขอ2. การเคลื่อนที่ที่ไมมีความเรงหรือมีความเร็วคงตัว จะไมมีแรงภายนอกมากระทําขณะเคลื่อนที่ ซึ่งการไถล ของลูกกอลฟบนพื้นลื่นจะไมมีแรงมากระทําในแนวราบในขณะเคลื่อนที่ จึงทําใหลูกกอลฟมีความเร็วคงตัว 2. ตอบ ขอ 1. แรงปฏิกิริยาเปนผลเนื่องจากแรงที่วัตถุหนึ่งกระทําตออีกวัตถุหนึ่ง เมื่อแกสออกแรงดันจรวดใหเคลื่อนที่ จึงเกิดแรงที่จรวดกระทําตอแกสเปนแรงปฏิกิริยา 3. ตอบ ขอ 2. แรงลอยตัวหรือแรงพยุง จะมีคามากหรือนอยขึ้นอยูกับความหนาแนนของของเหลว ปริมาตรของ ของเหลวที่ถูกแทนที่ และความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงของโลก 4. ตอบ ขอ 2. f = 1.2 × 800 = 960 N ซึ่งตองใชแรงที่มากกวาหรือเทากับแรงเสียดทานสถิตเพื่อใหวัตถุเกิดการเคลื่อนที่ 5. ตอบ ขอ 1. คานที่จะชวยผอนแรงตองมีลักษณะ ดังนี้ - มีจุดหมุนอยูระหวางแรงตานทานและแรงพยายาม โดยจุดหมุนอยูใกลแรงตานทาน - มีแรงตานทานอยูระหวางจุดหมุนกับแรงพยายาม 6. ตอบ ขอ 4. อุปกรณที่ยกตัวอยางมาเปนการนําโมเมนตของแรงมาใชประโยชน โดยนําหลักของคานมาใชประโยชน ดังนี้ - คานอันดับ 1 ไดแก ใชคอนถอนตะปู และใชกรรไกรตัดกระดาษ - คานอันดับ 2 ไดแก ใชรถเข็นทราย และใชที่เปดขวดเปดขวดนํ้า - คานอันดับ 3 ไดแก ใชพลั่วขุดดิน ใชคีมคีบถาน ใชตะเกียบคีบลูกชิ้น และใชไมกวาดกวาดพื้น 7. ตอบ ขอ 3. วัตถุที่มีการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล จะเคลื่อนที่ดวยความเรงเนื่องจากแรงโนมถวงของโลก 8. ตอบ ขอ 2. เนื่องจากแรงโนมถวงของโลกจะดึงดูดวัตถุใหตกลงสูพื้นโลก ทําใหวัตถุที่ถูกขวางออกไปขางหนาคอยๆ เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่เขาสูวิถีโคง 9. ตอบ ขอ 4. นํ้าในเขื่อนจะมีพลังงานศักยโนมถวงสะสมอยู ซึ่งพรอมจะปลดปลอยเปนพลังงานเพื่อใชในการหมุน เครื่องปนกระแสไฟฟา 10. ตอบ ขอ 3. Ek = 1 2 × 1,000 kg × (10 m/s)2 = 50,000 J 11. ตอบ ขอ 1. แอมมิเตอรใชในการวัดคากระแสไฟฟา ซึ่งตองตอแทรกเขาไปในวงจรแบบอนุกรม ขณะที่การตอโวลตมิเตอร และโอหมมิเตอรจะตอแบบขนานครอมตัวตานทานที่ตองการวัด สวนการตอแกลวานอมิเตอรสามารถ ตอไดทั้งแบบอนุกรมและแบบขนาน เพื่อหาคาที่แตกตางกัน 12. ตอบ ขอ 4. ลวดตัวนําที่มีพื้นที่หนาตัดมากจะมีความตานทานไฟฟานอยกวาลวดตัวนําที่มีพื้นที่หนาตัดนอย ตอนที่ 1 ชุดที่ 3เฉลยแบบทดสอบ (26)
  • 27.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 13. ตอบ ขอ3. รวมตัวตานทาน R2 , R3 และ R4 แบบอนุกรม ได R2 - R4 = 2 Ω + 2 Ω + 2 Ω = 6 Ω รวมตัวตานทาน R5 และ R2 -R4 แบบขนาน ได 1 R2 -R5 = 1 3 Ω + 1 6 Ω ดังนั้น R2 - R5 = 2 Ω รวมตัวตานทาน R1 , R2-5 และ R6 แบบอนุกรม ได Rรวม = 2 Ω + 2 Ω + 2 Ω = 6 Ω 14. ตอบ ขอ 2. จาก I = V R ดังนั้น เมื่อความตางศักยในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น และความตานทานในวงจรมีคาลดลง ทําใหกระแสไฟฟาใหม ที่ไหลในวงจรมีคาเพิ่มขึ้น 15. ตอบ ขอ 1. เตารีดเปนเครื่องใชไฟฟาที่ใหพลังงานความรอนซึ่งมีขดลวดที่มีความตานทานสูงทําใหสิ้นเปลืองพลังงานมาก 16. ตอบ ขอ 2. สะพานไฟทําหนาที่ปด-เปดใหกระแสไฟฟาไหลเขาสูวงจรคลายการทํางานของสวิตช 17. ตอบ ขอ 3. Wพัดลม = Pt = 100 W × (20 × 60 s) = 120,000 J Wเตารีด = Pt = 1,000 W × (45 × 60 s) = 2,700,000 J Wรวม = 120,000 J + 2,700,000 J = 2,820,000 J = 2,820 kJ 18. ตอบ ขอ 2. สายไฟที่ดีควรเปนลวดตัวนําที่มีความตานทานไฟฟาตํ่า เพื่อใหสามารถนําไฟฟาที่ดี 19. ตอบ ขอ 3. วงจรไฟฟาโดยทั่วไปประกอบดวย แหลงจายพลังงานไฟฟา สายไฟ และอุปกรณไฟฟา 20. ตอบ ขอ 1. การตอวงจรไฟฟาแบบขนานจะทําใหความตานทานรวมในวงจรมีคาลดลง โดย 1 Rรวม = 1 R1 + 1 R2 + 1 R3 + …. + 1 Rn 21. ตอบ ขอ 1. เมื่อตอวงจรไฟฟาแบบขนาน กระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟแตละหลอดจะขึ้นอยูกับความตานทานของ หลอดไฟนั้นๆ ดังนั้นถากระแสไฟฟาที่ไหลผานหลอดไฟในวงจรมีคาเทากัน แสดงวาหลอดไฟในวงจรตอง มีความตานทานเทากัน 22. ตอบ ขอ 4. ทรานซิสเตอรทําหนาที่ขยายสัญญาณของกระแสไฟฟาที่ออนใหมีพลังงานไฟฟามากขึ้น และทําหนาที่ เปนสวิตชเปด-ปดในเครื่องใชไฟฟา 23. ตอบ ขอ 2. การตอวงจรไดโอดจะมีการตอตัวตานทานเพื่อควบคุมปริมาณของกระแสไฟฟาที่ไหลผานไดโอด ทั้งนี้เพื่อ ชวยปองกันอันตรายใหกับไดโอด (27)
  • 28.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 24. ตอบ ขอ2. ตัวตานทานทําหนาที่ควบคุมปริมาณกระแสไฟฟาใหไหลเขาไปในวงจรไดตามปริมาณที่ตองการ ดังนั้น ในเครื่องใชไฟฟาสวนใหญจึงตองมีตัวตานทานเปนสวนประกอบ เพื่อปองกันไมใหกระแสไฟฟาไหลเขาไป ในเครื่องใชไฟฟามากเกินไป 25. ตอบ ขอ 1. ตัวตานทานไฟฟาในวงจรตัวเก็บประจุจะชวยควบคุมการไหลของกระแสไฟฟาออกจากตัวเก็บประจุ ทําให ตัวเก็บประจุสามารถเก็บประจุไฟฟาไดนานขึ้น 26. ตอบ ขอ 3. ดวงอาทิตยเปนดาวฤกษ สวนโลก ดาวยูเรนัส และดาวพฤหัสบดีเปนดาวเคราะห 27. ตอบ ขอ 3. ปรากฏการณสุริยุปราคา นํ้าขึ้นนํ้าลง และขางขึ้นขางแรม เปนปรากฏการณที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของโลก และดวงจันทร สวนฝนอุกกาบาตเปนปรากฏการณที่ไมไดเกิดขึ้นจากอิทธิพลของโลกและดวงจันทร 28. ตอบ ขอ 3. ดาวเสารและดาวยูเรนัสมีวงแหวนรอบลอมเหมือนกัน โดยดาวเสารจะมีวงแหวนลอมรอบประมาณ7 ชั้น สวนดาวยูเรนัสจะมีวงแหวนบางๆ ลอมรอบ 29. ตอบ ขอ 2. อุกกาบาตเมื่อเคลื่อนผานเขามาในบรรยากาศโลกจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงใหตกลงมาดวยความเร็วสูง และเสียดสีกับบรรยากาศเหนือพื้นโลกจนเกิดการลุกไหม ดังนั้นถาโลกไมมีชั้นบรรยากาศ อุกกาบาตจะ ไมสามารถเกิดการลุกไหมได 30. ตอบ ขอ 3. กาแล็กซีทางชางเผือกไมใชกาแล็กซีแรกที่เกิดขึ้นในเอกภพ และยังไมมีหลักฐานที่แนชัดวากาแล็กซีใด เกิดขึ้นเปนอันดับแรกในเอกภพ 31. ตอบ ขอ 1. เนบิวลาสวาง มีลักษณะเปนกลุมแกสและฝุนธุลีที่เกิดการยุบตัวกลายเปนดาวฤกษจํานวนมากที่สามารถ เปลงแสงออกมาจากตัวเองได 32. ตอบ ขอ 2. กระจุกดาว สสารระหวางดาว และเนบิวลาเปนองคประกอบของกาแล็กซี สวนอุกกาบาตเปนเทหวัตถุที่ โคจรรอบดวงอาทิตย 33. ตอบ ขอ 1. ดาวฤกษที่มีมวลนอยจะเกิดวิวัฒนาการ ดังนี้ เมื่อดาวฤกษที่มีมวลนอยเกิดขึ้น จะพัฒนาไปเปนดาวฤกษ สีเหลือง(ดวงอาทิตย) ตอมาเมื่อใกลหมดอายุจะมีขนาดใหญขึ้นและเปลี่ยนเปนสีแดง เรียกวา ดาวยักษแดง จากนั้นจะคอยๆ หดตัวจนมีขนาดเล็กลงและมีสีขาว เรียกวา ดาวแคระขาว สวนดาวฤกษที่มีมวลมากนั้น วิวัฒนาการขั้นสุดทายจะกลายเปนดาวนิวตรอนหรือหลุมดํา 34. ตอบ ขอ 4. กลุมดาวไมกางเขนจะมีดวงดาวชี้ไปทางขั้วโลกใต ทําใหเราสามารถใชกลุมดาวนี้ในการหาทิศใตได 35. ตอบ ขอ 2. - จุดยอดทองฟา คือ จุดสูงสุดบนทองฟาที่อยูเหนือศีรษะพอดี - เสนเมริเดียนทองฟา คือ เสนที่แบงครึ่งทองฟาออกเปน 2 สวน คือ ซีกตะวันออกและซีกตะวันตก - เสนศูนยสูตรทองฟา คือ เสนที่ผานขอบฟาทิศตะวันตก ขอบฟาทิศตะวันออก และจุดเหนือศีรษะ - เสนขอบฟา คือ เสนวงกลมบนพื้นโลกที่จรดกับขอบฟาลอมรอบตัวเรา 36. ตอบ ขอ 3. ดาวฤกษที่มีอุณหภูมิสูงจะมีอายุนอย สวนดาวฤกษที่มีอุณหภูมิตํ่าจะมีอายุมาก โดยอุณหภูมิของดาวฤกษ จะเรียงลําดับจากนอยไปมากได ดังนี้ ดาวฤกษสีแดง < ดาวฤกษสีสม < ดาวฤกษสีเหลือง < ดาวฤกษ สีเหลืองขาว < ดาวฤกษสีขาว < ดาวฤกษสีฟา < ดาวฤกษสีนํ้าเงิน (28)
  • 29.
    โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล โครงการบูรณาการแบบทดสอบ 37. ตอบ ขอ4. ดาวเทียมธีออสเปนดาวเทียมสํารวจทรัพยากรธรรมชาติดวงแรกของประเทศไทย ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อนํามา ใชในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด 38. ตอบ ขอ 1. ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยมีชื่อวา ดาวเทียมไทยคม 1 มีประโยชนในดานการสื่อสาร 39. ตอบ ขอ 1. ถาโลกมีแรงโนมถวงมากกวาดวงจันทร 6 เทา คนที่มีนํ้าหนักตัวบนพื้นโลก 60 กิโลกรัม เมื่อชั่งนํ้าหนัก บนดวงจันทรจะมีนํ้าหนัก 60 6 = 10 กิโลกรัม 40. ตอบ ขอ 4. กลองโทรทรรศนอวกาศฮับเบิลเปนกลองชนิดสะทอนแสง ถือวาเปนกลองโทรทรรศนที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีเทคโนโลยีของกลองถายภาพที่ทันสมัยมาก คือ กลองถายภาพจะควบคุมดวยคอมพิวเตอร เปนกลองมุมกวาง มีเครื่องตรวจวัดสเปกตรัมและเครื่องปรับทิศทางของกลอง 1. แนวตอบ เห็นดวย เพราะถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะทําใหเกิดแรงเสียดทานระหวางลอรถกับถนนนอยกวาถนนที่มีพื้นผิว ขรุขระ ดังนั้น รถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบจะแลนดวยความเร็วที่มากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิว ขรุขระ จึงทําใหรถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวเรียบมีความเรงมากกวารถที่แลนบนถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ 2. แนวตอบ ไมจริง เพราะการใชหลอดไฟฟาทั้ง 2 แบบ จะทําใหสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาเทากัน ดังนี้ - การใชหลอดไฟฟาขนาด 36 วัตต จํานวน 4 หลอด สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาวันละ = 0.036 กิโลวัตต × 4 หลอด × 2 ชั่วโมง = 0.288 หนวย - การใชหลอดไฟฟาขนาด 24 วัตต จํานวน 6 หลอด สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟาวันละ = 0.024 กิโลวัตต × 6 หลอด × 2 ชั่วโมง = 0.288 หนวย 3. แนวตอบ พิจารณาจากคําตอบของนักเรียน โดยอยูในดุลยพินิจของครูผูสอน ตัวอยางเชน 1. ควรเลือกซื้อตูเย็นที่มีฉลากประหยัดไฟ โดยดูจากสติกเกอรที่ติดอยูที่ตูเย็น ซึ่งสํานักมาตรฐานผลิตภัณฑ อุตสาหกรรม (สมอ.) เปนผูตรวจสอบและรับรองคุณภาพ 2. ควรพิจารณาขนาดของตูเย็นใหเหมาะสมกับขนาดของครอบครัว 3. ควรเลือกตูเย็นที่มีฉนวนกันความรอนหนาและเปนชนิดโฟมอัด เพื่อไมใหสูญเสียความเย็นมากเกินไป 4. ควรตั้งตูเย็นใหอยูหางจากผนังอยางนอย 15 เซนติเมตร 5. ควรละลายนํ้าแข็งในตูเย็นอยางสมํ่าเสมอ เพื่อใหการทําความเย็นมีประสิทธิภาพสูง 4. แนวตอบ ดาวศุกร โดยดาวศุกรจะหมุนรอบตัวเองในทิศตามเข็มนาฬกา ในขณะที่ดาวเคราะหดวงอื่นจะหมุนรอบตัวเอง ในทิศทวนเข็มนาฬกา 5. แนวตอบ ดวงดาวที่เรามองเห็นบนทองฟาเปนดาวฤกษที่มีขนาด ความสวาง และสีแตกตางกันไป เนื่องจากดาวฤกษ เปนดาวที่มีแสงสวางในตัวเอง เราจึงสามารถมองเห็นดาวฤกษไดดวยตาเปลา สวนดาวเคราะหเปนดาวที่ไมมี แสงสวางในตัวเอง ตอนที่ 2 (29)