6




แผนการจัดการเรียนรูแบบการสืบเสาะหาความรู 5 ขั้น
        แผนการเรียนรูที่ 2 : ตกลงเราเปนอะไรกัน
7

                           แผนการจัดการเรียนรู ที่ 2 ตกลงเราเปนอะไรกัน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร                  รหัสวิชา ว 40243 รายวิชาชีววิทยา
หนวยการเรียนวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด                 เวลา 6 ชั่วโมง
ผูเขียนแผน กมลรัตน ฉิมพาลี                                             เวลา 2 ชั่วโมง

สาระสําคัญ
         วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทีละนอยจากสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมสืบตอกันมาจ
นกลายเปนสิ่งมีชีวิตในปจจุบัน ที่แตกตางจากสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมอันเปนผลจากพันธุกรรมและสิ่งแวดลอม
การวิวัฒนาการของมนุษยตามหลักฐานมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุมไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปน
กลุมของสัตวเลี้ยงลูกดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด การคนพบวิวัฒนาการมนุษยเริ่มจากสมัยไมโอซีน
พบออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus) จากนั้นมีการพบมนุษย Homo habilis, Homo erectus
มนุษยนีแอนเดอรทัล (Neanderthal man)และเปน Homo sapiens sapiens ซึ่งมีชีวิตอยูรวมกันมา
หลายพันปและยังไมเปนที่แนชัดวามนุษยทั้งสองกลุมมีความเกี่ยวของกันอยางไร แตก็อาจเปนไปได
วาจะมีบรรพบุรุษรวมกัน และเมื่อ H. s. sapiens สามารถปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมไดมากกวา ในที่สุด
H. s. neanderthalensis ก็สูญพันธุไป

2. จุดประสงคการเรียนรู
        1. อธิบายกระบวนวิวัฒนาการของมนุษย (K)
        2. ทักษะการสังเกต ทักษะการใชเหตุผล (P)
        4. ความกระตือรือรนที่จะคนควาหาความรู (A)

3. สาระการเรียนรู
    1. บรรพบุรุษของมนุษย
    2. วิวัฒนาการของมนุษย
8

4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู
     5E                               ครู                                        นักเรียน
1. เราความ 1. ขออาสมัครของนักเรียนใสหนากากตอไปนี้               1. ศึกษาภาพที่ครูนําเสนอ
สนใจ(enga (ครูสามาถนําภาพไปขยายปริ้นใสกระดาษแข็งเจาะรู             2. แสดงความคิดเห็น
ge)         ที่ขอบกระดาษสองขางเปนหนากาก) คนที่ 1                 3. นักเรียน 1 คน
            แนะนําตัวเองวาชื่อ ลูซี่ คนที่ 2 แนะนําตัวเองวาชื่อ   ออกมาเรียงลําดับหนากาก
            ฮาฮา คนที่ 3 ชื่อวา อี่อี้ คนที่ 4 ชื่อวา ซาเปยน




           2.
           ขออาสาสมัครหนึ่งคนชวยจัดเรียงโดยเรียงตามควา
           มคิดวาใครนาจะอยูในยุคเกา-
           ยุคใหมไมเฉลยวาถูกหรือผิด)
2. สํารวจ 1. จัดเตรียมกระบะทราย 4 ฐาน                               1. ฟงคําอธิบาย
คนหา(expl (ขนาดเทาถาดผาตัด )                                     2. แบงกลุมเทาๆกันใหได 4 กลุม
ore)                                                                3. ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
                                                                    3)
                                                                    เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลวชวยกัน
              2. ตัดภาพกะโหลกศีรษะทั้ง 4                            เขียนรายงานการปฏิบัติกิจกรรม
              ในกระบะทราย(โดยใสแบบสุมในแตละถาด)




              3. แจกใบงานและใบความรู
9

      7E                              ครู                                     นักเรียน
  3. อธิบาย    1) เปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมนําเสนอใบงาน     1) นักเรียนแตละกลุมชวยกันตอบ
  (explain)    2) จากนั้นสุมถามใบงานเดี่ยว 2-3 คน               คําถามแสดงความคิดเห็น

  4.          1)                                                 1) สรุปความคิด
  ขยายความรู ใหนักเรียนสรุปความคิดเห็นสั้นๆเกี่ยวกับการวิวัฒ   2) รวมกันอภิปราย
  (elaborate) นาการของคนและนําไปติดบนกระดานหนาหอง
              2) ครูสุมหยิบที่นักเรียนตอบขึ้นมา
              อภิปรายรวมกันระหวางนักเรียนและครู



    5. การวัดและการประเมินผล (evaluation)
สิ่งที่ตองปร     ประเด็นการประเมิน       หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ       เกณฑการผาน       ผูประเมิน
     ะเมิน
ดานความรู 1.                             การตรวจใบงานที่ 1            1.                             ครู
               อธิบายกระบวนวิวัฒนากา                                    นักเรียนทําใบงานได
               รของมนุษย (K)                                           ถูกตองอยางนอยรอ
                                                                        ยละ 80

ดานทักษะ     2. ทักษะการสังเกต              แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ            ครู/
              ทักษะการใชเหตุผล (P)          ปฏิบัติกิจกรรม        ประเมินระดับพอใช           นักเรียน
                                             การสรุปความคิด        ขึ้นไป
                                                                   2. นักเรียนสามารถ
                                                                   แสดงความคิดเห็น
                                                                   ได

ดานเจตคติ 3.                                แบบประเมินพฤติกรรมการ 1.                                  ครู
(เงื่อนไขคุณ มีความกระตือรือรนที่จะค       เรียน                 นักเรียนมีผลการปร
     ธรรม)   นควาหาความรู (A)                                    ะเมินระดับพอใชขึ้น
                                                                   ไป
10

6. สื่อและแหลงการเรียนรู
             สื่อการเรียนรู
      1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 5
      2. เอกสารเรื่องปรับตัว ตกลงเราเปนอะไร
      3. ใบกิจกรรมที่ 1 ตะลุยกะโหลกลานป
           แหลงเรียนรู
       1. หองสืบคนขอมูลออนไลน
             เว็บไซต http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html#
             รูปภาพ Australopithecus http://www.homosapz.ob.tc/evolution/australopithecus.html
                           http://www.abouthumanevolution.org/html/site/timestone10.htm
11


                           แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม
                              ชื่อกลุม … … … … …
                                         ……………

 ที่               รายงานประเมิน                     ระดับคุณภาพ             หมายเหตุ
                                                   3      2      1
 1     อานคําชี้แจงและปฏิบัติงานถูกตามขั้นตอน
 2     รวมมือในการปฏิบัติกิจกรรม
 3     มีการแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความคิด
       ภายในกลุม
 4     ใชทักษะการสังเกตและการมีเหตุผลในการส
       รุปการทดลอง
 5     เก็บ/ทําความสะอาดอุปกรณอยางเปนระเบีย
       บ
                      รวม
                   คะแนนเฉลี่ย

เกณฑการประเมิน
3 = ดี        2 = พอใช       1 = ควรปรับปรุง
                                                ลงชื่อ … … … … … … . ผูประเมิน
                                                        ………………
                                                     (… … … … … … … . )
                                                       … … … ..… … … …
                                                วันที… …เดือน … … … … พ.ศ. … …
                                                     ่ …       …………            ….


                  คะแนน                                       ผลการประเมิน
                    1-5                                          ปรับปรุง
                    9-12                                        ผานเกณฑ
                   13-15                                            ดี
12

                                           แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน
                                                      รายการประเมิน




                                                                 สนใจศึกษาเรียนรูเ


                                                                                      มีความพยายามแล
                 มีความกระตือรือรนใ




                                             ซักถามเพื่อหาเหตุ




                                                                                                        ชวยเหลือการศึกษ
                                                                                                        าเรียนรูของเพื่อน
                                                                                      ะทํางานเสร็จตาม
                 นการแสงหาความรู




                                               ผลและคําตอบ
 เลขที่-ชื่อ                                                                                                                 รวมคะแนน




                                                                                           กําหนด
                                                                     พิ่มเติม
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
11.



                                       เกณฑการประเมิน ประเมินพฤติกรรมการทํางาน

       องคประกอบที่ 1 มีความกระตือรือรนในการแสวงหาความรู
              4 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีมาก มีสวนรวมในกิจกรรม
                            การเรียนรูอยางขมีขมันทุกขั้นตอน
              3 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดี มีสวนรวมในกิจกรรม
                            การเรียนรูดวยความตั้งใจทุกขั้นตอน
              2 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีพอสมควร มีสวนรวมในกิจกรรม
                            เกือบทุกขั้นตอน
              1 หมายถึง สนใจและมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูนอย
13

องคประกอบที่ 2 ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบ
       4 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ
                    ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดีมาก
       3 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ
                    ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดี
       2 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ
                    ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดพอใช
       1 หมายถึง มีการซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบนอยมาก

องคประกอบที่ 3 สนใจหาความรูเพิ่มเติม
       4 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆ
                    ที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาอยางตอเนื่อง
       3 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล
                    ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาหลายครั้ง
       2 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล
                    ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาเปนบางครั้ง
       1 หมายถึง ไมสนใจศึกษาหาความรูเพิ่มเติม

องคประกอบที่ 4 มีความพยายามและทํางานสําเร็จตามกําหนด
       4 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด
       3 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด โดยเพิ่มเวลาให
                     อีกเล็กนอย
       2 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด ตองเพิ่มเวลา
                     ใหอีกมากกวา 1 ครั้ง
        1 หมายถึง ไมตั้งใจทํางานใหเสร็จตามที่กําหนด

องคประกอบที่ 5 ชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน
       4 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนดวยการสอน แนะนํา
                     เสนอแนะวิธีการปฏิบัติเพื่อใหเพื่อนไดเรียนรูไปพรอมๆ กับตนดวยความเต็มใจ
       3 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนมาก แตชวยในลักษณะแบบบอกความรู
                     หรือทําใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู
       2 หมายถึง ใหความชวยเหลือเพื่อนบางเล็กนอย และชวยในลักษณะบอกความรู
                     หรือทําใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู
       1 หมายถึง ไมใหมีความชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน หรือใหความชวยเหลือ
                             นอยมาก
14

เกณฑการตัดสินผลการเรียน
                คะแนน      ผลการประเมิน
              0-4 คะแนน       ปรับปรุง
                  5-10       ผานเกณฑ
                 11-15          พอใช
                 16-20           ดี
15

                                ใบงานที่ 1 ตะลุยกะโหลกโลกลานป
คําชี้แจง : ใหนักเรียนคนหากะโหลกศีรษะในกระบะทรายที่จัดเตรียมไวให ทั้งหมดมี 4
ภาพที่แตกตางกัน (นักเรียนตองคนใหครบทั้ง 4 ถาดเวียนกันไปในแตละกลุม)
จากนั้นบันทึกลักษณะที่นักเรียนพบลงในรายงาน (งานกลุม)

            รูปกะโหลกศีรษะ                            ลักษณะของกะโหลกศีรษะที่พบ
  (ติดลงในใบงานดวยกาวที่จัดเตรียมไวให)
1.




2.




3.




4.
16

2. นักเรียนคิดวากะโหลกศีรษะที่พบมีลักษณะคลายคลึงกับใครบางที่ใสหนากากแนะนําตัว
ตามลําดับวิวัฒนาการ (งานเดี่ยว)

  กะโหลกศีรษะที่    คลายกับ/ชื่อวิทยาศาสตร           สวนไหนที่สามารถสังเกตไดเปนพิเศษ
    (วาดภาพ)
1.



2.



3.



4.
17

                                                ใบความรู
ตกลงเราเปนอะไรกัน : นักเรียนคงสงสัยวาเราเปนพี่นองกับลิง หรือลิงเปนบรรพบุรุษของเรา หรือ หรือ
       เราเปนอะไรกัน (ตามเพลงยอดฮิตแนเลยใชไหมคะ) วันนี้เราจะมาหาคําตอบกันคะ




                                      ภาพที่ 1 วิวัฒนาการมนุษย
  ที่มา : http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1070671/Evolution-stops-Future-Man-look-
                                          says-scientist.html

                               บรรพบุรุษของมนุษยคือลิงจริงหรือ?

      มนุษยมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุมไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปนกลุมของสัตวเลี้ยงลูก
ดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด สืบเชื้อสายมาจากสัตวเลี้ยงลูกดวยนมที่มีรก อาศัยและหอยโหน
อยูบนตนไมเปนสวนใหญ ลักษณะสําคัญคือ สมองเจริญดีและมีขนาดใหญ มีขากรรไกรสั้นทําให
หนาแบน ระบบสายตาใชงานไดดีโดยมองไปขางหนา ระบบการดมกลิ่นไมดีเมื่อเปรียบเทียบ
กับสัตวเลี้ยงลูกดวยนมชนิดอื่น มีเล็บแบนทั้งนิ้วมือและนิ้วเทา มีพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซอน
สัตวในกลุมไพรเมต ไดแก กระแต ลิงลม ลิง ชะนี อุรังอุตัง กอริลลาชิมแพนซีและมนุษย
ดังสายวิวัฒนาการดานลางนี้




                                     การจําแนกทางวิวัฒนาการ
                                  สายสัมพันธทางวิวัฒนาการระหวางคนกับลิง
18

          ระดับความสัมพันธ



                                มนุษยปจจุบัน      ลิงกอริลลา         ลิงชิมแปนซี
                                Modern Human        Gorilla             Chimpanzee

          สปชีส (Species)     Homo sapiens        Gorilla gorilla     Pan troglodytes
          สกุล (Genus)          Homo                Gorilla             Pan
          วงศ (Family)         Hominids            Pongids             Pongids
          ลําดับ (Order)        Primates            Primates            Primates
          ชั้น (Class)          Mammalia            Mammalia            Mammalia
          ไฟลัม (Phylum)        Chordata            Chordata            Chordata
          อาณาจักร (Kingdom)    Animalia            Animalia            Animalia

          บรรพบุรุษของมนุษยเริ่มปรากฏครั้งแรกในสมัยไมโอซีน ในราวประมาณ 4.3 ลานปกอน
มีลักษณะสภาพแวดลอมเปนปาโปรง มีตนไมที่นอยกวาปาฝนลิงที่อยูในปาจึงตองปรับตัวใหอยูบนพื้นดิน
ไดดวย การปรับตัวเปนไปอยางคอยเปนคอยไป จนในที่สุด 3,900,000 ปกอน ลิงกลุมนั้นไดวิวัฒนาการ
มาเปนสปชีส Australopithecus afarensis ซึ่งสามารถใชชีวิตไดทั้งบนตนไมและบนพืนดิน สามารถเดิน
                                                                                     ้
สองขาและเดินสี่ขาได ตางจากลิงในอดีตที่ไมสามารถเดินสองขาได บรรพบุรุษที่มีความคลายมนุษย
มากที่สุดคือ ออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus) ในป พ.ศ.2518 นักบรรพชีวินไดคนพบซาก
ดึกดําบรรพที่มีความสมบูรณประมาณ 40 เปอรเซ็นตในเอทิโอเปย และไดตั้งชื่อตามบริเวณที่พบคือ Afar
Triangle วา Australopithecus afarensis คาดวา A. afarensis มีชีวิตอยูเมื่อประมาณ 2.9-3.9 ลานปกอน
จากหลักฐานของลักษณะรอยเทาที่ปรากฏในเถาภูเขาไฟ จากกระดูกกะโหลกศีรษะและกระดูกเชิงกราน
ทําใหสันนิษฐานไดวา A.afarensis มีแขนยาวจึงนาสามารถดํารงชีวิตบางสวนอยูบนตนไมและสามารถ
เดินสองขาบนพื้นดินไดดีแตก็ยังไมเหมือนมนุษย มีความจุสมองประมาณ 400-500 ลูกบาศกเซนติเมตร
มีฟนเขี้ยวที่ลดรูปลง ปจจุบันเชื่อวา A. afarensis เปนบรรพบุรุษของออสทราโลพิเทคัสสปชีสอื่นๆ
และมนุษยจีนัสโฮโมดวย
19

    ภาพสันนิษฐานลักษณะของ A. afarensis
จากการศึกษาซากดึกดําบรรพรอยเทาที่ปรากฏในเถาภูเขาไฟ            ซากดึกดําบรรพของ A. afarensis
                                                          พบที่เอธิโอเปย หรือที่นักบรรพชีวินเรียกวา ลูซี สูงประมาณ 1 เมตร




                      ซากดึกดําบรรพกระดูกกะโหลกศีรษะของ Australopithecus




วิวัฒนาการของมนุษยจีนัสโฮโม

       มนุษยจีนัสโฮโมมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ลานปที่ผานมา ซากดึกดําบรรพของจีนัสโฮโม
ที่พบวามีอายุมากที่สุดคือ Homo habilis ในชั้นหินอายุ 1.8 ลานปทางตอนใตของแอฟริกา มีความจุ
สมองประมาณ 750 ลูกบาศกเซนติเมตร มีความสูงประมาณ 1.5 เมตร มีกระดูกนิ้วมือที่คลายมนุษย
ปจจุบันมากจึงนาจะชวยใหสามารถหยิบจับหรือใชเครื่องมือไดดี ซึ่งจากหลักฐานที่พบในบริเวณเดียวกับ
ซากดึกดําบรรพโครงรางกระดูก เชน เครื่องมือหินและรองรอยการอยูอาศัย ทําใหสันนิษฐานไดวา H.
habilis อาจเปนพวกแรกที่รูจักการประดิษฐขวาน สิ่ว มีดจากหินเพื่อนํามาใชประโยชนในการดํารงชีวิต
ก็เปนได
20




 H. erectus เปนมนุษยพวกแรกที่รูจักใชไฟ                 ซากดึกดําบรรพกระดูกกะโหลกศีรษะ


H. habilis และ H. erectus มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษรวมกัน
แตมนุษยปจจุบันนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus

       H. erectus ในแอฟริกาถือเปนบรรพบุรุษของ Homo sapiens หรือมนุษยปจจุบัน อยางไรก็ตาม
พบวามีมนุษยลักษณะกึ่งกลางระหวาง H. erectus และ H. sapiens เกิดขึ้นเมื่อ 200,000-300,000
ปที่แลวดวยซึ่งก็คือ มนุษยนีแอนเดอรทัล (Neanderthal man) มนุษยนีแอนเดอรทัลนั้นมีสมอง
ขนาดใหญเทากับหรือมากกวามนุษยปจจุบัน โครงรางมีลักษณะเตี้ยล่ําแข็งแรง จมูกแบน รูจมูกกวาง
หนาผากลาดแคบ มีสันคิ้วหนา คางแคบหดไปดานหลัง มีการอยูรวมกันเปนสังคม ใชไฟและมี
เครื่องนุงหม มีรองรอยของอารยธรรมในกลุม เชน การบูชาเทพเจาและมีพิธีฝงศพ เปนตน
นักมานุษยวิทยาไดจัดใหมุษยนีแอนเดอรทัลอยูในสปชีสเดียวกันกับมนุษยปจจุบัน (Homo sapiens
sapiens) แตแยกกันในระดับซับสปชีส เปน Homo sapiens neanderthalensis เชื่อวาทั้ง H. s. sapiens
และ H. s. neanderthalensis มีชีวิตอยูรวมกันมาหลายพันปและยังไมเปนที่แนชัดวามนุษย
ทั้งสองกลุมมีความเกี่ยวของกันอยางไร แตก็อาจเปนไปไดวาจะมีบรรพบุรุษรวมกัน และเมื่อ H. s.
sapiens สามารถปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมไดมากกวา ในที่สุด H. s. neanderthalensis ก็สูญพันธุไป

      จากหลักฐานซากดึกดําบรรพที่ขุดพบอยางมากแถบบริเวณตะวันตกของทวีปยุโรป ทําให
สันนิษฐานไดวามนุษยนีแอนเดอรทัลกระจายตัวอยูมากในบริเวณนีในปจจุบันจากการศึกษาทาง
                                                            ้
ชีววิทยาระดับโมเลกุล การสกัด DNA จากกระดูกมนุษยนีแอนเดอรทัลชี้ใหเห็นวา
มนุษยนีแอนเดอรทัลบางสวนอาจมีผมสีแดงและมีผิวซีด
21




                       ภาพวาดลักษณะของกะโหลกศีรษะของมนุษยปจจุบัน (ซาย)
                             เปรียบเทียบกับมนุษยนีแอนเดอรทัล (ขวา)



กําเนิดของมนุษยปจจุบันนั้นมาจากไหน?

สมมติฐานเกี่ยวกับกําเนิดของมนุษยปจจุบันมี 2 แนวทาง ซึ่งอาศัยหลักฐานจากซากดึกดําบรรพ
ของมนุษยโบราณมาสนับสนุนแนวคิด
        สมมติฐานแรก เชื่อวามนุษยปจจุบันที่อยูในตางทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus
ที่แพรกระจายจากแอฟริกาไปอยูตามที่ตางๆ เชน ยุโรป เอเชียและออสเตรเลีย เมื่อประมาณ
เกือบสองลานปที่ผานมา จากนั้นจึงวิวัฒนาการเปนมนุษยปจจุบันที่อาศัยอยูตามแตละที่ทั่วโลก
และการที่มนุษยเชื้อชาติตางๆไมเกิดความแตกตางกันในระดับสปชีสจนเกิดสปชีสใหมเพราะมนุษยใ
นแตละที่ยังคงมีการผสมผสานทางเผาพันธุมาโดยตลอด
        สมมติฐานที่สอง เชื่อวามนุษยปจจุบนที่อยูในตางทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus
                                           ั
ในแอฟริกา จากนั้น H. erectus ไดแพรกระจายไปอยูตามที่ตางๆทั่วโลกแตในที่สุดก็
สูญพันธุไปจนหมด เหลือเพียงกลุม H. erectus ในแอฟริกากลุมเดียวเทานั้น จนกระทั่งเมื่อ 100,000
ปที่ผานมานี้เอง H. erectus ในแอฟริกา กลุมที่มีสายวิวัฒนาการตอเนื่องมานี้จึงแพรกระจายออกไป
ยังสถานที่ตางๆโดยไมมีการผสมผสานทางเผาพันธุกับมนุษยโบราณที่อพยพมากอนหนานั้น
22

     ในปจจุบัน จากผลการศึกษาความหลากหลายของ mitochondria DNA ในตัวอยางคนพื้นเมือง
จากภูมิภาคตางๆ ทําใหพบขอมูลเกี่ยวกับกําเนิดของมนุษยปจจุบันโดยผลการศึกษาสนับสนุน
แนวสมมติฐานที่วามนุษยปจจุบันนั้นถือกําเนิดขึ้นมาจากแอฟริกา และมีการแพรกระจายออกสู
สถานทีตางๆเมื่อราวแสนปที่ผานมานี่เอง
       ่




                             สมมติฐานของกําเนิดมนุษยในปจจุบัน
23

                                           แหลงอางอิง
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html
https://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=76024
http://isiam.info/human/species.html
http://cyberclass.msu.ac.th/cyberclass/cyberclass-uploads/libs/html/50549/learn1_3.html
24


                                           เฉลยใบงาน
           รูปกะโหลกศีรษะ                             ลักษณะของกะโหลกศีรษะที่พบ
 (ติดลงในใบงานดวยกาวที่จัดเตรียมไวให)                     (แนวการตอบ)
                                             หัวกะโหลกขนาดเล็ก มีฟนยื่นออกมา
                                             ฟนตัดมีขนาดใหญและขากรรไกรใหญ
                                             กะโหลกตรงคิ้วนูนออกมา
                                             หนาผากมีขนาดเล็กมาก
                                                


1.
                                             ใบหนาขนาดใหญ ขากรรไกรขนาดใหญ
                                             แตฟนหนาลดการยื่นออกไปขางหนา
                                             กะโหลกตรงคิ้วนูนนอยกวาอันที่ 1




2.
                                             กะโหลกมีลักษณะกลม ฟนขนาดเล็ก
                                             กรามและขากรรไกรลดขนาดลง
                                             กะโหลกคิ้วบริเวณหัวตานูนสูงขึ้นและยาวติดกัน
                                             มีบริเวณหนาผากเล็กนอย



3.
                                             มีหนาผากตั้งขึ้น สันคิ้วเล็กลง ไมยาวติดกัน
                                             มีฟนขนาดเล็ก




4.
****หมายเหตุ นักเรียนสามารถอธิบายโดยการเปรียบเทียบระหวางรูปได เชน ภาพที่
1มีขนาดกรามใหญที่สุด
25

ตอนที่ 2
  กะโหลกศีรษะที่   คลายกับ/ชื่อวิทยาศาสตร          สวนไหนที่สามารถสังเกตไดเปนพิเศษ
    (วาดภาพ)
                                              ลักษณะฟนหนาที่ยื่นออกมา




                   Australopithecus
                   afarensis
1.
                                              ลักษณะชวงหนาผากที่แคบ




                   H. habilis

2.

                                              กะโหลกกลม



                   H. erectus

3.
                                              ชวงหนาผากและคิ้วไมติดกัน



                   Homo sapiens sapiens

4.

แผนวิวัฒนาการมนูษย์2.3

  • 1.
    6 แผนการจัดการเรียนรูแบบการสืบเสาะหาความรู 5 ขั้น แผนการเรียนรูที่ 2 : ตกลงเราเปนอะไรกัน
  • 2.
    7 แผนการจัดการเรียนรู ที่ 2 ตกลงเราเปนอะไรกัน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา ว 40243 รายวิชาชีววิทยา หนวยการเรียนวิวัฒนาการ (Evolution) : วิถีแหงการอยูรอด เวลา 6 ชั่วโมง ผูเขียนแผน กมลรัตน ฉิมพาลี เวลา 2 ชั่วโมง สาระสําคัญ วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทีละนอยจากสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมสืบตอกันมาจ นกลายเปนสิ่งมีชีวิตในปจจุบัน ที่แตกตางจากสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมอันเปนผลจากพันธุกรรมและสิ่งแวดลอม การวิวัฒนาการของมนุษยตามหลักฐานมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุมไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปน กลุมของสัตวเลี้ยงลูกดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด การคนพบวิวัฒนาการมนุษยเริ่มจากสมัยไมโอซีน พบออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus) จากนั้นมีการพบมนุษย Homo habilis, Homo erectus มนุษยนีแอนเดอรทัล (Neanderthal man)และเปน Homo sapiens sapiens ซึ่งมีชีวิตอยูรวมกันมา หลายพันปและยังไมเปนที่แนชัดวามนุษยทั้งสองกลุมมีความเกี่ยวของกันอยางไร แตก็อาจเปนไปได วาจะมีบรรพบุรุษรวมกัน และเมื่อ H. s. sapiens สามารถปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมไดมากกวา ในที่สุด H. s. neanderthalensis ก็สูญพันธุไป 2. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายกระบวนวิวัฒนาการของมนุษย (K) 2. ทักษะการสังเกต ทักษะการใชเหตุผล (P) 4. ความกระตือรือรนที่จะคนควาหาความรู (A) 3. สาระการเรียนรู 1. บรรพบุรุษของมนุษย 2. วิวัฒนาการของมนุษย
  • 3.
    8 4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู 5E ครู นักเรียน 1. เราความ 1. ขออาสมัครของนักเรียนใสหนากากตอไปนี้ 1. ศึกษาภาพที่ครูนําเสนอ สนใจ(enga (ครูสามาถนําภาพไปขยายปริ้นใสกระดาษแข็งเจาะรู 2. แสดงความคิดเห็น ge) ที่ขอบกระดาษสองขางเปนหนากาก) คนที่ 1 3. นักเรียน 1 คน แนะนําตัวเองวาชื่อ ลูซี่ คนที่ 2 แนะนําตัวเองวาชื่อ ออกมาเรียงลําดับหนากาก ฮาฮา คนที่ 3 ชื่อวา อี่อี้ คนที่ 4 ชื่อวา ซาเปยน 2. ขออาสาสมัครหนึ่งคนชวยจัดเรียงโดยเรียงตามควา มคิดวาใครนาจะอยูในยุคเกา- ยุคใหมไมเฉลยวาถูกหรือผิด) 2. สํารวจ 1. จัดเตรียมกระบะทราย 4 ฐาน 1. ฟงคําอธิบาย คนหา(expl (ขนาดเทาถาดผาตัด ) 2. แบงกลุมเทาๆกันใหได 4 กลุม ore) 3. ลงมือปฏิบัติกิจกรรม 3) เมื่อปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลวชวยกัน 2. ตัดภาพกะโหลกศีรษะทั้ง 4 เขียนรายงานการปฏิบัติกิจกรรม ในกระบะทราย(โดยใสแบบสุมในแตละถาด) 3. แจกใบงานและใบความรู
  • 4.
    9 7E ครู นักเรียน 3. อธิบาย 1) เปดโอกาสใหนักเรียนแตละกลุมนําเสนอใบงาน 1) นักเรียนแตละกลุมชวยกันตอบ (explain) 2) จากนั้นสุมถามใบงานเดี่ยว 2-3 คน คําถามแสดงความคิดเห็น 4. 1) 1) สรุปความคิด ขยายความรู ใหนักเรียนสรุปความคิดเห็นสั้นๆเกี่ยวกับการวิวัฒ 2) รวมกันอภิปราย (elaborate) นาการของคนและนําไปติดบนกระดานหนาหอง 2) ครูสุมหยิบที่นักเรียนตอบขึ้นมา อภิปรายรวมกันระหวางนักเรียนและครู 5. การวัดและการประเมินผล (evaluation) สิ่งที่ตองปร ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน ะเมิน ดานความรู 1. การตรวจใบงานที่ 1 1. ครู อธิบายกระบวนวิวัฒนากา นักเรียนทําใบงานได รของมนุษย (K) ถูกตองอยางนอยรอ ยละ 80 ดานทักษะ 2. ทักษะการสังเกต แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. นักเรียนมีผลการ ครู/ ทักษะการใชเหตุผล (P) ปฏิบัติกิจกรรม ประเมินระดับพอใช นักเรียน การสรุปความคิด ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถ แสดงความคิดเห็น ได ดานเจตคติ 3. แบบประเมินพฤติกรรมการ 1. ครู (เงื่อนไขคุณ มีความกระตือรือรนที่จะค เรียน นักเรียนมีผลการปร ธรรม) นควาหาความรู (A) ะเมินระดับพอใชขึ้น ไป
  • 5.
    10 6. สื่อและแหลงการเรียนรู สื่อการเรียนรู 1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 5 2. เอกสารเรื่องปรับตัว ตกลงเราเปนอะไร 3. ใบกิจกรรมที่ 1 ตะลุยกะโหลกลานป แหลงเรียนรู 1. หองสืบคนขอมูลออนไลน เว็บไซต http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html# รูปภาพ Australopithecus http://www.homosapz.ob.tc/evolution/australopithecus.html http://www.abouthumanevolution.org/html/site/timestone10.htm
  • 6.
    11 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรม ชื่อกลุม … … … … … …………… ที่ รายงานประเมิน ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 3 2 1 1 อานคําชี้แจงและปฏิบัติงานถูกตามขั้นตอน 2 รวมมือในการปฏิบัติกิจกรรม 3 มีการแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนความคิด ภายในกลุม 4 ใชทักษะการสังเกตและการมีเหตุผลในการส รุปการทดลอง 5 เก็บ/ทําความสะอาดอุปกรณอยางเปนระเบีย บ รวม คะแนนเฉลี่ย เกณฑการประเมิน 3 = ดี 2 = พอใช 1 = ควรปรับปรุง ลงชื่อ … … … … … … . ผูประเมิน ……………… (… … … … … … … . ) … … … ..… … … … วันที… …เดือน … … … … พ.ศ. … … ่ … ………… …. คะแนน ผลการประเมิน 1-5 ปรับปรุง 9-12 ผานเกณฑ 13-15 ดี
  • 7.
    12 แบบประเมินพฤติกรรมการทํางาน รายการประเมิน สนใจศึกษาเรียนรูเ มีความพยายามแล มีความกระตือรือรนใ ซักถามเพื่อหาเหตุ ชวยเหลือการศึกษ าเรียนรูของเพื่อน ะทํางานเสร็จตาม นการแสงหาความรู ผลและคําตอบ เลขที่-ชื่อ รวมคะแนน กําหนด พิ่มเติม 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. เกณฑการประเมิน ประเมินพฤติกรรมการทํางาน องคประกอบที่ 1 มีความกระตือรือรนในการแสวงหาความรู 4 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีมาก มีสวนรวมในกิจกรรม การเรียนรูอยางขมีขมันทุกขั้นตอน 3 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดี มีสวนรวมในกิจกรรม การเรียนรูดวยความตั้งใจทุกขั้นตอน 2 หมายถึง สนใจ ใฝรู รวมกิจกรรมการเรียนรูดีพอสมควร มีสวนรวมในกิจกรรม เกือบทุกขั้นตอน 1 หมายถึง สนใจและมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูนอย
  • 8.
    13 องคประกอบที่ 2 ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบ 4 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดีมาก 3 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดดี 2 หมายถึง ซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบดวยความสนใจ ใชคําถามที่แสดงความสามารถในการคิดวิเคราะหหาเหตุผลไดพอใช 1 หมายถึง มีการซักถามเพื่อหาเหตุผลและคําตอบนอยมาก องคประกอบที่ 3 สนใจหาความรูเพิ่มเติม 4 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆ ที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาอยางตอเนื่อง 3 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาหลายครั้ง 2 หมายถึง ศึกษาคนควาเพิ่มเติมจากเอกสารและหาขอมูล ขอเท็จจริงตางๆที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษาเปนบางครั้ง 1 หมายถึง ไมสนใจศึกษาหาความรูเพิ่มเติม องคประกอบที่ 4 มีความพยายามและทํางานสําเร็จตามกําหนด 4 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด 3 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด โดยเพิ่มเวลาให อีกเล็กนอย 2 หมายถึง ตั้งใจพยายามทํางานและทํางานไดเสร็จทันเวลาที่กําหนด ตองเพิ่มเวลา ใหอีกมากกวา 1 ครั้ง 1 หมายถึง ไมตั้งใจทํางานใหเสร็จตามที่กําหนด องคประกอบที่ 5 ชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน 4 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนดวยการสอน แนะนํา เสนอแนะวิธีการปฏิบัติเพื่อใหเพื่อนไดเรียนรูไปพรอมๆ กับตนดวยความเต็มใจ 3 หมายถึง ชวยเหลือเพื่อนมาก แตชวยในลักษณะแบบบอกความรู หรือทําใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู 2 หมายถึง ใหความชวยเหลือเพื่อนบางเล็กนอย และชวยในลักษณะบอกความรู หรือทําใหเพื่อนมากกวาชวยใหเพื่อนไดเรียนรู 1 หมายถึง ไมใหมีความชวยเหลือการศึกษาเรียนรูของเพื่อน หรือใหความชวยเหลือ นอยมาก
  • 9.
    14 เกณฑการตัดสินผลการเรียน คะแนน ผลการประเมิน 0-4 คะแนน ปรับปรุง 5-10 ผานเกณฑ 11-15 พอใช 16-20 ดี
  • 10.
    15 ใบงานที่ 1 ตะลุยกะโหลกโลกลานป คําชี้แจง : ใหนักเรียนคนหากะโหลกศีรษะในกระบะทรายที่จัดเตรียมไวให ทั้งหมดมี 4 ภาพที่แตกตางกัน (นักเรียนตองคนใหครบทั้ง 4 ถาดเวียนกันไปในแตละกลุม) จากนั้นบันทึกลักษณะที่นักเรียนพบลงในรายงาน (งานกลุม) รูปกะโหลกศีรษะ ลักษณะของกะโหลกศีรษะที่พบ (ติดลงในใบงานดวยกาวที่จัดเตรียมไวให) 1. 2. 3. 4.
  • 11.
    16 2. นักเรียนคิดวากะโหลกศีรษะที่พบมีลักษณะคลายคลึงกับใครบางที่ใสหนากากแนะนําตัว ตามลําดับวิวัฒนาการ (งานเดี่ยว) กะโหลกศีรษะที่ คลายกับ/ชื่อวิทยาศาสตร สวนไหนที่สามารถสังเกตไดเปนพิเศษ (วาดภาพ) 1. 2. 3. 4.
  • 12.
    17 ใบความรู ตกลงเราเปนอะไรกัน : นักเรียนคงสงสัยวาเราเปนพี่นองกับลิง หรือลิงเปนบรรพบุรุษของเรา หรือ หรือ เราเปนอะไรกัน (ตามเพลงยอดฮิตแนเลยใชไหมคะ) วันนี้เราจะมาหาคําตอบกันคะ ภาพที่ 1 วิวัฒนาการมนุษย ที่มา : http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1070671/Evolution-stops-Future-Man-look- says-scientist.html บรรพบุรุษของมนุษยคือลิงจริงหรือ? มนุษยมีสายวิวัฒนาการมาจากสัตวกลุมไพรเมต (primate) ซึ่งถือเปนกลุมของสัตวเลี้ยงลูก ดวยนมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด สืบเชื้อสายมาจากสัตวเลี้ยงลูกดวยนมที่มีรก อาศัยและหอยโหน อยูบนตนไมเปนสวนใหญ ลักษณะสําคัญคือ สมองเจริญดีและมีขนาดใหญ มีขากรรไกรสั้นทําให หนาแบน ระบบสายตาใชงานไดดีโดยมองไปขางหนา ระบบการดมกลิ่นไมดีเมื่อเปรียบเทียบ กับสัตวเลี้ยงลูกดวยนมชนิดอื่น มีเล็บแบนทั้งนิ้วมือและนิ้วเทา มีพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซอน สัตวในกลุมไพรเมต ไดแก กระแต ลิงลม ลิง ชะนี อุรังอุตัง กอริลลาชิมแพนซีและมนุษย ดังสายวิวัฒนาการดานลางนี้ การจําแนกทางวิวัฒนาการ สายสัมพันธทางวิวัฒนาการระหวางคนกับลิง
  • 13.
    18 ระดับความสัมพันธ มนุษยปจจุบัน ลิงกอริลลา ลิงชิมแปนซี Modern Human Gorilla Chimpanzee สปชีส (Species) Homo sapiens Gorilla gorilla Pan troglodytes สกุล (Genus) Homo Gorilla Pan วงศ (Family) Hominids Pongids Pongids ลําดับ (Order) Primates Primates Primates ชั้น (Class) Mammalia Mammalia Mammalia ไฟลัม (Phylum) Chordata Chordata Chordata อาณาจักร (Kingdom) Animalia Animalia Animalia บรรพบุรุษของมนุษยเริ่มปรากฏครั้งแรกในสมัยไมโอซีน ในราวประมาณ 4.3 ลานปกอน มีลักษณะสภาพแวดลอมเปนปาโปรง มีตนไมที่นอยกวาปาฝนลิงที่อยูในปาจึงตองปรับตัวใหอยูบนพื้นดิน ไดดวย การปรับตัวเปนไปอยางคอยเปนคอยไป จนในที่สุด 3,900,000 ปกอน ลิงกลุมนั้นไดวิวัฒนาการ มาเปนสปชีส Australopithecus afarensis ซึ่งสามารถใชชีวิตไดทั้งบนตนไมและบนพืนดิน สามารถเดิน ้ สองขาและเดินสี่ขาได ตางจากลิงในอดีตที่ไมสามารถเดินสองขาได บรรพบุรุษที่มีความคลายมนุษย มากที่สุดคือ ออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus) ในป พ.ศ.2518 นักบรรพชีวินไดคนพบซาก ดึกดําบรรพที่มีความสมบูรณประมาณ 40 เปอรเซ็นตในเอทิโอเปย และไดตั้งชื่อตามบริเวณที่พบคือ Afar Triangle วา Australopithecus afarensis คาดวา A. afarensis มีชีวิตอยูเมื่อประมาณ 2.9-3.9 ลานปกอน จากหลักฐานของลักษณะรอยเทาที่ปรากฏในเถาภูเขาไฟ จากกระดูกกะโหลกศีรษะและกระดูกเชิงกราน ทําใหสันนิษฐานไดวา A.afarensis มีแขนยาวจึงนาสามารถดํารงชีวิตบางสวนอยูบนตนไมและสามารถ เดินสองขาบนพื้นดินไดดีแตก็ยังไมเหมือนมนุษย มีความจุสมองประมาณ 400-500 ลูกบาศกเซนติเมตร มีฟนเขี้ยวที่ลดรูปลง ปจจุบันเชื่อวา A. afarensis เปนบรรพบุรุษของออสทราโลพิเทคัสสปชีสอื่นๆ และมนุษยจีนัสโฮโมดวย
  • 14.
    19 ภาพสันนิษฐานลักษณะของ A. afarensis จากการศึกษาซากดึกดําบรรพรอยเทาที่ปรากฏในเถาภูเขาไฟ ซากดึกดําบรรพของ A. afarensis พบที่เอธิโอเปย หรือที่นักบรรพชีวินเรียกวา ลูซี สูงประมาณ 1 เมตร ซากดึกดําบรรพกระดูกกะโหลกศีรษะของ Australopithecus วิวัฒนาการของมนุษยจีนัสโฮโม มนุษยจีนัสโฮโมมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ลานปที่ผานมา ซากดึกดําบรรพของจีนัสโฮโม ที่พบวามีอายุมากที่สุดคือ Homo habilis ในชั้นหินอายุ 1.8 ลานปทางตอนใตของแอฟริกา มีความจุ สมองประมาณ 750 ลูกบาศกเซนติเมตร มีความสูงประมาณ 1.5 เมตร มีกระดูกนิ้วมือที่คลายมนุษย ปจจุบันมากจึงนาจะชวยใหสามารถหยิบจับหรือใชเครื่องมือไดดี ซึ่งจากหลักฐานที่พบในบริเวณเดียวกับ ซากดึกดําบรรพโครงรางกระดูก เชน เครื่องมือหินและรองรอยการอยูอาศัย ทําใหสันนิษฐานไดวา H. habilis อาจเปนพวกแรกที่รูจักการประดิษฐขวาน สิ่ว มีดจากหินเพื่อนํามาใชประโยชนในการดํารงชีวิต ก็เปนได
  • 15.
    20 H. erectusเปนมนุษยพวกแรกที่รูจักใชไฟ ซากดึกดําบรรพกระดูกกะโหลกศีรษะ H. habilis และ H. erectus มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษรวมกัน แตมนุษยปจจุบันนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus H. erectus ในแอฟริกาถือเปนบรรพบุรุษของ Homo sapiens หรือมนุษยปจจุบัน อยางไรก็ตาม พบวามีมนุษยลักษณะกึ่งกลางระหวาง H. erectus และ H. sapiens เกิดขึ้นเมื่อ 200,000-300,000 ปที่แลวดวยซึ่งก็คือ มนุษยนีแอนเดอรทัล (Neanderthal man) มนุษยนีแอนเดอรทัลนั้นมีสมอง ขนาดใหญเทากับหรือมากกวามนุษยปจจุบัน โครงรางมีลักษณะเตี้ยล่ําแข็งแรง จมูกแบน รูจมูกกวาง หนาผากลาดแคบ มีสันคิ้วหนา คางแคบหดไปดานหลัง มีการอยูรวมกันเปนสังคม ใชไฟและมี เครื่องนุงหม มีรองรอยของอารยธรรมในกลุม เชน การบูชาเทพเจาและมีพิธีฝงศพ เปนตน นักมานุษยวิทยาไดจัดใหมุษยนีแอนเดอรทัลอยูในสปชีสเดียวกันกับมนุษยปจจุบัน (Homo sapiens sapiens) แตแยกกันในระดับซับสปชีส เปน Homo sapiens neanderthalensis เชื่อวาทั้ง H. s. sapiens และ H. s. neanderthalensis มีชีวิตอยูรวมกันมาหลายพันปและยังไมเปนที่แนชัดวามนุษย ทั้งสองกลุมมีความเกี่ยวของกันอยางไร แตก็อาจเปนไปไดวาจะมีบรรพบุรุษรวมกัน และเมื่อ H. s. sapiens สามารถปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมไดมากกวา ในที่สุด H. s. neanderthalensis ก็สูญพันธุไป จากหลักฐานซากดึกดําบรรพที่ขุดพบอยางมากแถบบริเวณตะวันตกของทวีปยุโรป ทําให สันนิษฐานไดวามนุษยนีแอนเดอรทัลกระจายตัวอยูมากในบริเวณนีในปจจุบันจากการศึกษาทาง ้ ชีววิทยาระดับโมเลกุล การสกัด DNA จากกระดูกมนุษยนีแอนเดอรทัลชี้ใหเห็นวา มนุษยนีแอนเดอรทัลบางสวนอาจมีผมสีแดงและมีผิวซีด
  • 16.
    21 ภาพวาดลักษณะของกะโหลกศีรษะของมนุษยปจจุบัน (ซาย) เปรียบเทียบกับมนุษยนีแอนเดอรทัล (ขวา) กําเนิดของมนุษยปจจุบันนั้นมาจากไหน? สมมติฐานเกี่ยวกับกําเนิดของมนุษยปจจุบันมี 2 แนวทาง ซึ่งอาศัยหลักฐานจากซากดึกดําบรรพ ของมนุษยโบราณมาสนับสนุนแนวคิด สมมติฐานแรก เชื่อวามนุษยปจจุบันที่อยูในตางทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus ที่แพรกระจายจากแอฟริกาไปอยูตามที่ตางๆ เชน ยุโรป เอเชียและออสเตรเลีย เมื่อประมาณ เกือบสองลานปที่ผานมา จากนั้นจึงวิวัฒนาการเปนมนุษยปจจุบันที่อาศัยอยูตามแตละที่ทั่วโลก และการที่มนุษยเชื้อชาติตางๆไมเกิดความแตกตางกันในระดับสปชีสจนเกิดสปชีสใหมเพราะมนุษยใ นแตละที่ยังคงมีการผสมผสานทางเผาพันธุมาโดยตลอด สมมติฐานที่สอง เชื่อวามนุษยปจจุบนที่อยูในตางทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus ั ในแอฟริกา จากนั้น H. erectus ไดแพรกระจายไปอยูตามที่ตางๆทั่วโลกแตในที่สุดก็ สูญพันธุไปจนหมด เหลือเพียงกลุม H. erectus ในแอฟริกากลุมเดียวเทานั้น จนกระทั่งเมื่อ 100,000 ปที่ผานมานี้เอง H. erectus ในแอฟริกา กลุมที่มีสายวิวัฒนาการตอเนื่องมานี้จึงแพรกระจายออกไป ยังสถานที่ตางๆโดยไมมีการผสมผสานทางเผาพันธุกับมนุษยโบราณที่อพยพมากอนหนานั้น
  • 17.
    22 ในปจจุบัน จากผลการศึกษาความหลากหลายของ mitochondria DNA ในตัวอยางคนพื้นเมือง จากภูมิภาคตางๆ ทําใหพบขอมูลเกี่ยวกับกําเนิดของมนุษยปจจุบันโดยผลการศึกษาสนับสนุน แนวสมมติฐานที่วามนุษยปจจุบันนั้นถือกําเนิดขึ้นมาจากแอฟริกา และมีการแพรกระจายออกสู สถานทีตางๆเมื่อราวแสนปที่ผานมานี่เอง ่ สมมติฐานของกําเนิดมนุษยในปจจุบัน
  • 18.
    23 แหลงอางอิง http://th.wikipedia.org/wiki http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less5_2.html https://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=76024 http://isiam.info/human/species.html http://cyberclass.msu.ac.th/cyberclass/cyberclass-uploads/libs/html/50549/learn1_3.html
  • 19.
    24 เฉลยใบงาน รูปกะโหลกศีรษะ ลักษณะของกะโหลกศีรษะที่พบ (ติดลงในใบงานดวยกาวที่จัดเตรียมไวให) (แนวการตอบ) หัวกะโหลกขนาดเล็ก มีฟนยื่นออกมา ฟนตัดมีขนาดใหญและขากรรไกรใหญ กะโหลกตรงคิ้วนูนออกมา หนาผากมีขนาดเล็กมาก  1. ใบหนาขนาดใหญ ขากรรไกรขนาดใหญ แตฟนหนาลดการยื่นออกไปขางหนา กะโหลกตรงคิ้วนูนนอยกวาอันที่ 1 2. กะโหลกมีลักษณะกลม ฟนขนาดเล็ก กรามและขากรรไกรลดขนาดลง กะโหลกคิ้วบริเวณหัวตานูนสูงขึ้นและยาวติดกัน มีบริเวณหนาผากเล็กนอย 3. มีหนาผากตั้งขึ้น สันคิ้วเล็กลง ไมยาวติดกัน มีฟนขนาดเล็ก 4. ****หมายเหตุ นักเรียนสามารถอธิบายโดยการเปรียบเทียบระหวางรูปได เชน ภาพที่ 1มีขนาดกรามใหญที่สุด
  • 20.
    25 ตอนที่ 2 กะโหลกศีรษะที่ คลายกับ/ชื่อวิทยาศาสตร สวนไหนที่สามารถสังเกตไดเปนพิเศษ (วาดภาพ) ลักษณะฟนหนาที่ยื่นออกมา Australopithecus afarensis 1. ลักษณะชวงหนาผากที่แคบ H. habilis 2. กะโหลกกลม H. erectus 3. ชวงหนาผากและคิ้วไมติดกัน Homo sapiens sapiens 4.