Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Wichai Likitponrak
14,771 views
วิจัยแบบเรียนสำเร็จรูป
Education
◦
Read more
4
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 239 times
1
/ 62
2
/ 62
3
/ 62
4
/ 62
5
/ 62
6
/ 62
7
/ 62
8
/ 62
9
/ 62
10
/ 62
11
/ 62
12
/ 62
13
/ 62
14
/ 62
15
/ 62
16
/ 62
17
/ 62
18
/ 62
19
/ 62
20
/ 62
21
/ 62
22
/ 62
23
/ 62
24
/ 62
25
/ 62
26
/ 62
27
/ 62
28
/ 62
29
/ 62
30
/ 62
31
/ 62
32
/ 62
33
/ 62
34
/ 62
35
/ 62
36
/ 62
37
/ 62
38
/ 62
39
/ 62
40
/ 62
41
/ 62
42
/ 62
43
/ 62
44
/ 62
45
/ 62
46
/ 62
47
/ 62
48
/ 62
49
/ 62
50
/ 62
51
/ 62
52
/ 62
53
/ 62
54
/ 62
55
/ 62
56
/ 62
57
/ 62
58
/ 62
59
/ 62
60
/ 62
61
/ 62
62
/ 62
More Related Content
PDF
โครงงานโทษแอลกอฮอล์
by
พัน พัน
DOCX
โครงงาน
by
spanerrrrr
PDF
โครงงานกระถางต้นไม้จากขวดพลาสติก
by
พัน พัน
PDF
พฤติกรรมมาโรงเรียนสาย
by
ห้องเรียน ภาษาไทยออนไลน์
PDF
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
PDF
แบบทดสอบก่อนเรียน 2
by
สุรพงษ์ อนันต์ธนสาร
DOCX
กล่องนม
by
NIng Bussara
PDF
การวิเคราะห์ปัญหาวิจัยในชั้นเรียน
by
NU
โครงงานโทษแอลกอฮอล์
by
พัน พัน
โครงงาน
by
spanerrrrr
โครงงานกระถางต้นไม้จากขวดพลาสติก
by
พัน พัน
พฤติกรรมมาโรงเรียนสาย
by
ห้องเรียน ภาษาไทยออนไลน์
แผ่นพับสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
by
Bankhaokansong School
แบบทดสอบก่อนเรียน 2
by
สุรพงษ์ อนันต์ธนสาร
กล่องนม
by
NIng Bussara
การวิเคราะห์ปัญหาวิจัยในชั้นเรียน
by
NU
What's hot
PDF
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.3
by
teerachon
PDF
แนวทางการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม "หน้าที่พลเมือง"
by
Jaru O-not
PDF
แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความชั้นป.3
by
สุภาพร สิทธิการ
PDF
แบบทดสอบภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น
by
peter dontoom
PDF
ปกใช้ หน่วยที่ 1 ช่างไม้
by
อำนาจ ศรีทิม
PDF
โครงงานคณิตศาสตร์กับวิถีชีวิตชาวนา
by
จักรพงษ์ แผ่นทอง
PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เล่มที่ 6 การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่...
by
KanlayaratKotaboot
PDF
แบบฝึกการอ่านเขียน เล่ม ๓
by
ผอ.พีระยศ บุญเพ็ง
PDF
โครงงานคอม เรื่อง ผลไม้แปรรูปจังหวัดระยอง
by
Peerawat Prasanphanich
PDF
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
PDF
รายงาน Power point
by
Thank Chiro
DOC
Resume2
by
newdurex
PDF
ประวัติผู้วิจัย
by
Yanee Chaiwongsa
PDF
โครงสร้างหลักสูตรมัธยม
by
wangasom
DOC
แบบทดสอบ เรื่องส่วนประกอบของพืช ป.4
by
Ngamsiri Prasertkul
PPT
ปฏิกิริยาระหว่างน้ำแป้ง+ไอโอดีนกับโซเดียมไทโอซัลเฟต
by
kanokwun131
PDF
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
DOC
คำนำ
by
A'ye Oranee
PPTX
วิธีการสอนแบบเรียนปนเล่น
by
Jindarat JB'x Kataowwy
PDF
แบบสอบถามความพึงพอใจ
by
Duangnapa Inyayot
แบบทดสอบ พระพุทธ ม.3
by
teerachon
แนวทางการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม "หน้าที่พลเมือง"
by
Jaru O-not
แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความชั้นป.3
by
สุภาพร สิทธิการ
แบบทดสอบภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ม.ต้น
by
peter dontoom
ปกใช้ หน่วยที่ 1 ช่างไม้
by
อำนาจ ศรีทิม
โครงงานคณิตศาสตร์กับวิถีชีวิตชาวนา
by
จักรพงษ์ แผ่นทอง
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เล่มที่ 6 การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่...
by
KanlayaratKotaboot
แบบฝึกการอ่านเขียน เล่ม ๓
by
ผอ.พีระยศ บุญเพ็ง
โครงงานคอม เรื่อง ผลไม้แปรรูปจังหวัดระยอง
by
Peerawat Prasanphanich
ปกโครงงานคณิตศาสตร์
by
ศุภกรณ์ วัฒนศรี
รายงาน Power point
by
Thank Chiro
Resume2
by
newdurex
ประวัติผู้วิจัย
by
Yanee Chaiwongsa
โครงสร้างหลักสูตรมัธยม
by
wangasom
แบบทดสอบ เรื่องส่วนประกอบของพืช ป.4
by
Ngamsiri Prasertkul
ปฏิกิริยาระหว่างน้ำแป้ง+ไอโอดีนกับโซเดียมไทโอซัลเฟต
by
kanokwun131
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
by
Phongsak Kongkham
คำนำ
by
A'ye Oranee
วิธีการสอนแบบเรียนปนเล่น
by
Jindarat JB'x Kataowwy
แบบสอบถามความพึงพอใจ
by
Duangnapa Inyayot
Viewers also liked
PDF
แผนBioม.6 2
by
Wichai Likitponrak
PDF
แผนBioม.5 1
by
Wichai Likitponrak
PDF
แผนBioม.4 1
by
Wichai Likitponrak
PDF
วิจัยในชั้นเรียนตรีโกณมิติ
by
Wichai Likitponrak
PDF
แผนBioม.6 1
by
Wichai Likitponrak
PDF
มหัศจรรย์พืช
by
Wichai Likitponrak
PDF
รวมเล่มโครงการสอน
by
Wichai Likitponrak
PDF
การเคลื่อนที่สมช
by
Wichai Likitponrak
PDF
วิจัยในชั้นเรียนเจตคติวิทยาศาสตร์
by
Wichai Likitponrak
PDF
สังเคราะห์แสง
by
Wichai Likitponrak
PDF
รักษาดุลม.5
by
Wichai Likitponrak
PDF
งานวิจัยในชั้นเรียนต้นทุนชีวิต
by
Wichai Likitponrak
PDF
งานวิจัยในชั้นเรียนวิตกกังวล
by
Wichai Likitponrak
PDF
ต่อมไร้ท่อ
by
Wichai Likitponrak
PDF
ประสาท
by
Wichai Likitponrak
PDF
วิจัย21สสค
by
Wichai Likitponrak
PDF
สืบดอก
by
Wichai Likitponrak
PDF
วิจัยอนามัยเพศ
by
Wichai Likitponrak
PDF
Toolkit for 21st century
by
Wichai Likitponrak
PDF
ตอบสนองพืช
by
Wichai Likitponrak
แผนBioม.6 2
by
Wichai Likitponrak
แผนBioม.5 1
by
Wichai Likitponrak
แผนBioม.4 1
by
Wichai Likitponrak
วิจัยในชั้นเรียนตรีโกณมิติ
by
Wichai Likitponrak
แผนBioม.6 1
by
Wichai Likitponrak
มหัศจรรย์พืช
by
Wichai Likitponrak
รวมเล่มโครงการสอน
by
Wichai Likitponrak
การเคลื่อนที่สมช
by
Wichai Likitponrak
วิจัยในชั้นเรียนเจตคติวิทยาศาสตร์
by
Wichai Likitponrak
สังเคราะห์แสง
by
Wichai Likitponrak
รักษาดุลม.5
by
Wichai Likitponrak
งานวิจัยในชั้นเรียนต้นทุนชีวิต
by
Wichai Likitponrak
งานวิจัยในชั้นเรียนวิตกกังวล
by
Wichai Likitponrak
ต่อมไร้ท่อ
by
Wichai Likitponrak
ประสาท
by
Wichai Likitponrak
วิจัย21สสค
by
Wichai Likitponrak
สืบดอก
by
Wichai Likitponrak
วิจัยอนามัยเพศ
by
Wichai Likitponrak
Toolkit for 21st century
by
Wichai Likitponrak
ตอบสนองพืช
by
Wichai Likitponrak
Similar to วิจัยแบบเรียนสำเร็จรูป
PDF
วิจัยในชั้นเรียนเคมี
by
Wichai Likitponrak
PPT
การวิจัยเบื้องต้น
by
อรุณศรี
PDF
การจัดการเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวน
by
Nongruk Srisukha
PDF
เค้าโครงพัฒนานวัตกรรม
by
somdetpittayakom school
PDF
นำเสนองานวิจัยประชุมวิชาการ มศว นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
by
Kobwit Piriyawat
PPT
วิทยากรวิจัยชั้นเรียนสถาบันวิจัย[1].สุธาสินี
by
guest65361fd
PPT
การวิจัยในชั้นเรียน
by
salinkarn sampim
PDF
03chap1
by
ปาท่องโก๋ ไร้คู่
PPT
การวิจัยชั้นเรียนอาชีวศึกษา
by
Prachyanun Nilsook
PPT
11 การวิจัยชั้นเรียน100449
by
onchalermpong
PDF
วิจัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558
by
Anusara Sensai
PPT
PPT อ.สกลชัย
by
Dookdik'Cute Minnie
PPT
2222
by
salinkarn sampim
PDF
maisooree
by
Supatcharee Kulaer
PPT
นำเสนอวิจัยวิทยฐานะ
by
กัมปนาท สุขสงวน
DOC
ทักษะกระบวนการวิทย์
by
สุรัชนี ภัทรเบญจพล
PDF
วิเคราะห์Research design map
by
นิพ พิทา
PDF
นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
by
Krupol Phato
DOCX
บทที่ 2
by
Theerayut Ponman
PPT
Week 4 variable
by
Sani Satjachaliao
วิจัยในชั้นเรียนเคมี
by
Wichai Likitponrak
การวิจัยเบื้องต้น
by
อรุณศรี
การจัดการเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวน
by
Nongruk Srisukha
เค้าโครงพัฒนานวัตกรรม
by
somdetpittayakom school
นำเสนองานวิจัยประชุมวิชาการ มศว นายกอบวิทย์ พิริยะวัฒน์
by
Kobwit Piriyawat
วิทยากรวิจัยชั้นเรียนสถาบันวิจัย[1].สุธาสินี
by
guest65361fd
การวิจัยในชั้นเรียน
by
salinkarn sampim
03chap1
by
ปาท่องโก๋ ไร้คู่
การวิจัยชั้นเรียนอาชีวศึกษา
by
Prachyanun Nilsook
11 การวิจัยชั้นเรียน100449
by
onchalermpong
วิจัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558
by
Anusara Sensai
PPT อ.สกลชัย
by
Dookdik'Cute Minnie
2222
by
salinkarn sampim
maisooree
by
Supatcharee Kulaer
นำเสนอวิจัยวิทยฐานะ
by
กัมปนาท สุขสงวน
ทักษะกระบวนการวิทย์
by
สุรัชนี ภัทรเบญจพล
วิเคราะห์Research design map
by
นิพ พิทา
นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
by
Krupol Phato
บทที่ 2
by
Theerayut Ponman
Week 4 variable
by
Sani Satjachaliao
More from Wichai Likitponrak
PDF
บท4ระบบสุริยะ_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่4วัสดุในชีวิตประจำวัน_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / ...
by
Wichai Likitponrak
PDF
บท3ไฟฟ้า_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่3ปฏิกิริยาเคมี_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บท2ระบบนิเวศ_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 5 พฤติกรรมสัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 3 ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บันทึกข้อความประเมินรับสมัครGS2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 1 หลายหลากชีวภาพ วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 2 ระบบนิเวศ วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่2แสง_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 3 สืบพันธุ์เจริญเติบโตสัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย...
by
Wichai Likitponrak
PDF
บท1พันธุกรรม_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 1 ระบบประสาท รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาพื้นฐาน-ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่1คลื่น_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
ใบงานประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาพื้นฐาน-ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บันทึกข้อความประเมินดับเพลิง2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 4 โครงสร้างเคลื่อนที่สัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
PDF
บทที่ 2 ต่อมไร้ท่อ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บท4ระบบสุริยะ_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่4วัสดุในชีวิตประจำวัน_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / ...
by
Wichai Likitponrak
บท3ไฟฟ้า_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่3ปฏิกิริยาเคมี_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บท2ระบบนิเวศ_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 5 พฤติกรรมสัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 3 ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บันทึกข้อความประเมินรับสมัครGS2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 1 หลายหลากชีวภาพ วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 2 ระบบนิเวศ วิชาชีววิทยา 5 ภาคเรียน 2/2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่2แสง_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 3 สืบพันธุ์เจริญเติบโตสัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย...
by
Wichai Likitponrak
บท1พันธุกรรม_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม1 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 1 ระบบประสาท รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
แผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาพื้นฐาน-ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่1คลื่น_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาวิทยาศาสตร์ ม.3 เทอม2 / 2567.pdf
by
Wichai Likitponrak
ใบงานประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาพื้นฐาน-ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บันทึกข้อความประเมินดับเพลิง2565_ครูวิชัย
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 4 โครงสร้างเคลื่อนที่สัตว์ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
บทที่ 2 ต่อมไร้ท่อ รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf
by
Wichai Likitponrak
วิจัยแบบเรียนสำเร็จรูป
1.
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมโดยใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว
31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ ทางวิทยาศาสตรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน วิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รายงานการวิจัยฉบับนี้ เปนสวนหนึ่งของการปฏิบัติงาน โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ป พ.ศ. 2556 รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมโดยใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ ทางวิทยาศาสตรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน วิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รายงานการวิจัยฉบับนี้ เปนสวนหนึ่งของการปฏิบัติงาน โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ป พ.ศ. 2556 รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมโดยใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ ทางวิทยาศาสตรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน วิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รายงานการวิจัยฉบับนี้ เปนสวนหนึ่งของการปฏิบัติงาน โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ป พ.ศ. 2556
2.
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมโดยใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว
31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติ ทางวิทยาศาสตรของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน วิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รายงานการวิจัยฉบับนี้ เปนสวนหนึ่งของการปฏิบัติงาน โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ป พ.ศ. 2556 ก.
3.
งานวิจัยในชั้นเรียน (Teacher research) เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมโดยใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชาชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่มีตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติทางวิทยาศาสตร ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน บทคัดยอ : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ประกอบดวยสาระหลัก 8 สาระ ซึ่งมีเปาหมายใหผูเรียนทุกคนที่จะไดรับการพัฒนาทั้ง ดานความรู กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา ความสามารถในการ สื่อสาร การตัดสินใจ การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน ตลอดจนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค คุณธรรมและคานิยมที่ถูกตองเหมาะสม โดยมุงเนนความเปนไทยควบคูกับสากลหรือ “เปนคนเกง เปนคนดี และเปนคนที่มีความสุข” แตปจจุบันกลับพบวาผลสัมฤทิ์ทางการเรียนในรายวิชา วิทยาศาสตรโดยสวนใหญไมผานเกณฑมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด นอกจากนี้ยังพบวาเจตคติตอ วิชาวิทยาศาสตรโดยภาพรวมของนักเรียนมีแนวโนมในทางที่ไมดีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งผูวิจัยไดรับ มอบหมายการสอนในรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ภาคเรียนที่ 2 ประจําป การศึกษา 2555 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน จึงมีความสนใจที่จะหาแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจต คติทางวิทยาศาสตรใหสูงขึ้นโดยนํานวัตกรรมแบบเรียนสําเร็จรูปที่จัดทําขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องมือ ประกอบการจัดการเรียนรูแบบโครงงานเพื่อกระตุนใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยางตอเนื่อง ผลปรากฏ วา ผลคะแนนจากการทดสอบหลังการใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน ( X = 8.90 ,SD = 2.234) สูงกวาผลคะแนนจากการทดสอบกอนการใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการ สอนแบบโครงงาน ( X = 7.37 ,SD = 1.771) อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น .05 (t = -4.015, sig = 0.000) และผลการทําแบบประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรของนักเรียนหลังใช แบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน พบวา นักเรียนมีคาเฉลี่ยเจตคติตอวิทยาศาสตร หลังเรียนมากที่สุดในขอที่ 4 คือ ในชั่วโมงวิทยาศาสตรขาพเจาจะไมแอบอานหนังสือการตูน ( X =3.80, SD = 0.459) และนอยที่สุดในขอที่ 19 คือ ชั่วโมงวิทยาศาสตรเปนชั่วโมงที่ขาพเจารอคอย ( X =2.51, SD = 0.746) ซึ่งผูวิจัยจะตองนําไปพัฒนาปรับปรุงแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอน แบบโครงงานใหเหมาะสมกับการเรียนรูของผูเรียนอยางตอเนื่องตอไป ข.
4.
กิตติกรรมประกาศ รายงานการวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้จะไมสบประความสําเร็จไดเลยถาขาดการเปดโอกาสจาก โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน อีกทั้งการอํานวยความสะดวกในดานตางๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งทาน ผูอํานวยการโรงเรียนนายสกุล
ทองเอียด, ทานรองผูอํานวยการสํานักบริหารวิชาการนายวิเชียร หรู วิจิตรพงษและนางวนิดา เรียวไพศาลศักดา หัวหนากลุมสาระวิทยาศาสตรที่คอยชวยเหลือและ สนับสนุนเปนอยางดีมาโดยตลอด ขอขอบคุณครูอาจารยโรงเรียนศีลาจารพิพัฒนทุกทาน โดยเฉพาะอยางยิ่งกลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตรที่ไดชวยเหลือแนะนําการทํางานดานตางๆ ทําใหไดเรียนรูและสั่งสมประสบการณ เกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนซึ่งทําใหการทํางานวิจัยครั้งนี้มีความถูกตองมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณคณาจารยสาขาวิจัยการศึกษา ภาควิชาการประเมินและการวิจัย คณะ ศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหงทุกทาน ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรูทางดานการวิจัยทาง การศึกษา ทําใหผูวิจัยทํางานวิจัยครั้งนี้ไดสมบูรณตามหลักวิชาการดานการวิจัยทางการศึกษา หากรายงานการวิจัยฉบับนี้ทําใหเกิดประโยชนแกครู อาจารย บุคลากรทางการศึกษาและ ผูสนใจศึกษาหาความรูทั่วไป ขอมอบคุณงามความดีอันพึงมีในครั้งนี้แดครอบครัว ครูบาอาจารยและ ผูเกี่ยวของทุกทานที่ไดอบรมเลี้ยงดูและประสิทธิ์ประสาทวิชาความรูตางๆแดผูวิจัย จนทําใหผูวิจัยมี ความรูความสามารถที่จะดําเนินการวิจัยในครั้งนี้เปนผลสําเร็จ วิชัย ลิขิตพรรักษ ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ค.
5.
สารบัญ หนา ปก ก. บทคัดยอ ข. กิตติกรรมประกาศ
ค. สารบัญ ง.-จ. บทที่ 1 : บทนํา 1-3 - ความเปนมาและความสําคัญของปญหา 1 - วัตถุประสงคของการวิจัย 2 - ขอบเขตของการวิจัย 2 - นิยามเชิงศัพท 2 - สมมติฐานของการวิจัย 3 - ขอจํากัดงานวิจัย 3 - ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย 3 บทที่ 2 : เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 4-25 - ยุคสังคมแหลงการเรียนรู (learning –based society) 4 - หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 4-7 - คุณภาพของผูเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 7-8 - บทเรียนสําเร็จรูป 9-16 - การเรียนการสอนแบบโครงงาน 17-18 - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร 19-20 - เจตคติทางวิทยาศาสตร 20-24 - กรอบความคิดในการศึกษาวิจัย 25 บทที่ 3 : วิธีดําเนินการวิจัย 26-29 - ขั้นตอนและวิธีการดําเนินการวิจัย 26 - ประชากรและกลุมตัวอยาง 26-27 - ตัวแปรในการศึกษาวิจัย 27 - ขอมูลที่ใชในการวิจัย 27 - เครื่องมือ 27-28 - การเก็บรวบรวมขอมูล 28-29 - การวิเคราะหขอมูล 29 ง.
6.
หนา - การนําเสนอขอมูล 29 บทที่
4 : ผลการวิจัย 30-42 บทที่ 5 : สรุป อภิปราย และขอเสนอแนะ 43-46 - สรุปผลการวิจัย 43-44 - อภิปรายผลการวิจัย 44-45 - ขอเสนอแนะ 46 ภาคผนวก บรรณานุกรม ประวัติผูวิจัย จ.
7.
บทที่ 1 บทนํา ความเปนมา
และความสําคัญของปญหา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกลุมสาระการ เรียนรูวิทยาศาสตร ประกอบดวยสาระหลัก 8 สาระ ซึ่งมีเปาหมายใหผูเรียนทุกคนที่จะไดรับการ พัฒนาทั้งดานความรู กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู การแกปญหา ความสามารถใน การสื่อสาร การตัดสินใจ การนําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน ตลอดจนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค คุณธรรมและคานิยมที่ถูกตองเหมาะสม โดยมุงเนนความเปนไทยควบคูกับสากลหรือ “เปนคนเกง เปนคนดี และเปนคนที่มีความสุข” วิทยาศาสตรมีบทบาทสําคัญยิ่งตอการพัฒนาความคิดมนุษย ทําใหมนุษยมีความคิด สรางสรรค คิดอยางมีเหตุผล เปนระบบมีแบบแผน สามารถวิเคราะหปญหาหรือสถานการณไดอยางถี่ ถวนรอบคอบ ชวยใหคาดการณ วางแผน ตัดสินใจแกปญหาและนําไปใชในชีวิตประจําวันไดอยาง ถูกตองเหมาะสม นอกจากนี้วิทยาศาสตรยังเปนเครื่องมือในการศึกษาทางดาน เทคโนโลยีและศาสตร อื่นๆอีกมากมาย วิทยาศาสตรจึงมีประโยชนตอการดําเนินชีวิต ชวยพัฒนาคุณภาพชีวิตใหดีขึ้น และ สามารถอยูรวมกับคนอื่นไดอยางมีความสุข ปจจุบันเมื่อทําการสํารวจผลการเรียนรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนํา ทางชีววิทยา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน โดยภาพรวมปรากฏวาต่ํา กวาเกณฑมาตรฐานและมีแนวโนมลดลงอยางตอเนื่อง ซึ่งสวนหนึ่งอาจมาจากธรรมชาติของรายวิชาที่ ตองอาศัยกระบวนการจําเปนหลักและยากตอความเขาใจเพราะเนื้อหาวิชามีจํานวนมาก นอกจากนี้ ยังขึ้นอยูกับพื้นฐานความรูความเขาใจและความสามารถหรือความพรอมที่แตกตางกันของผูเรียนแต ละคน อีกทั้ง เจตคติในทางลบตอวิชาวิทยาศาสตรยังเปนอุปสรรคตอการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของผูเรียนโดยเฉพาะอยางยิ่งดานทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ดังนั้น ผูวิจัยจึงเกิด แนวคิดที่จะนํานวัตกรรมแบบเรียนสําเร็จรูปที่จัดทําขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการ เรียนรูใหผูเรียนเรียนรูดวยตนเองตามขั้นตอนที่กําหนดไวพรอมกับแนวการจัดการเรียนรูแบบ โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรอันเปนการสงเสริมเจตคติที่ดีทางดาน วิทยาศาสตร ก็นาจะชวยใหนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาชีววิทยา (ว 31241) เรื่อง บท นําทางชีววิทยา เพิ่มขึ้นจากเดิมได 1.
8.
วัตถุประสงค 1. เพื่อพัฒนาบทเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา (ว
31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติทางวิทยาศาสตร รายวิชาชีววิทยา (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ระหวางกอนและหลัง การใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยใชบทเรียน สําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา (ว 31241) ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 รายวิชาชีววิทยา (ว 31241) เนื้อหาบทเรียน เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร นิยามเชิงศัพท บทเรียนสําเร็จรูป หมายถึง บทเรียนที่ผูสอนจัดทําขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องมือในการจัดกิจกรรม การเรียนรูใหผูเรียนเรียนรูดวยตนเอง ในแตละสาระการเรียนรูที่กําหนดไวในแตละบทเรียน โดยเริ่ม จากเนื้อหาสาระที่งาย ๆ ไปสูเนื้อหาที่ยากขึ้นไปตามลําดับ เปนบทเรียนที่สรางขึ้นโดยกําหนด วัตถุประสงค เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไวลวงหนา ผูเรียนสามารถศึกษา คนควา และ ประเมินผลการเรียนดวยตนเองตามขั้นตอนที่กําหนดไว การเรียนการสอนแบบโครงงาน หมายถึง การจัดเรียนการสอนซึ่งเปดโอกาสใหผูเรียน เรียนรู เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจของผูเรียนอยางลุมลึก โดยผานกระบวนการหลักคือกระบวนการ แกปญหาโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร ผูเรียนจะเปนผูลงมือปฏิบัติเพื่อคนหาคําตอบดวยตนเองและ เรียนรูจากการไดมีประสบการณตรงจากแหลงเรียนรู ผลสัมฤทธิ์การเรียนของผูเรียน หมายถึง ผลคะแนนที่ไดจากการทดสอบดวยเครื่องมือ แบบทดสอบที่ครูผูสอนจัดทําขึ้นโดยยึดตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดในรายวิชาชีววิทยา (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา เจตคติทางวิทยาศาสตร หมายถึง อารมณหรือความรูสึกของผูเรียนตอรายวิชาวิทยาศาสตร โดยเฉพาะอยางยิ่งชีววิทยา อันบังเกิดจากการรับรูตอสิ่งนั้นๆ โดยแสดงพฤติกรรมโนมเอียงอยางใด อยางหนึ่งในรูปการประเมินเชน ชอบ – ไมชอบในการเรียนวิทยาศาสตร เปนตน 2.
9.
สมมติฐานการวิจัย นักเรียนที่เรียนจากการจัดกิจกรรมโดยใชบทเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา (ว 31241)
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและเจตคติทางวิทยาศาสตรหลังเรียนสูงกวาผลคะแนนจากการทดสอบกอนเรียนอยางมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น .05 ขอจํากัดงานวิจัย รายงานการวิจัยฉบับนี้เปนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเฉพาะบทเรียนสําเร็จรูปและ แนวการสอนแบบโครงงานพรอมเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางกอนเรียนและหลังเรียน นอกจากนี้ยังใชแบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรโดยตัวนักเรียนเปนผูประเมินเอง ในรายวิชา ชีววิทยา (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา เทานั้น มิไดเปรียบเทียบทั้งปการศึกษาและทุกเนื้อหา การเรียนรู ดังนั้น การศึกษาวิจัยในครั้งนี้จะเนนเฉพาะผลการเรียนรูในดานพุทธิพิสัยและดานจิตพิสัย เทานั้นมิไดครอบคลุมดานทักษะพิสัย ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัย 1. เปนการประยุกตใชนวัตกรรมทางการศึกษาแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบ โครงงานเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาของชาติ 2. เปนวิธีการหรือแบบอยางแกครู อาจารย หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ สามารถนําไปใช เพื่อพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนตอไป 3. เปนการสงเสริมองคความรูและพื้นฐานความเขาใจของการวิจัยในชั้นเรียนทางดานการศึกษา ผลการใชแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน 3.
10.
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ ยุคสังคมแหลงการเรียนรู
(learning –based society) ในสังคมแหงการเรียนรู หรือในยุคปฏิรูปการเรียนรูนั้น การพัฒนาผูเรียนใหเปนผูเกง ดี มี ความสุข คือ การพัฒนาดานตอไปนี้ 1) พัฒนาดานปญญา คือ ใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจในสาระมีทักษะการคิดและ กระบวนการคิด รวมทั้งพัฒนาปญญาอยางหลากหลาย เชน ปญญาทางดนตรี ปญญาทางศิลปะ เปน ตน 2) พัฒนาดานอารมณ คือ ใหผูเรียนมีอารมณรื่นเริง แจมใส มองโลกในแงดี เปนผูมีมนุษย สัมพันธ มีสุขภาพจิตดี 3) พัฒนาทางดานสังคม คือ ใหผูเรียนมีการปรับตัวเขากับสังคมไดงาย ปรับตัวเขากับบุคคล ในทุกระดับที่เกี่ยวของไดงาย มีปฏิสัมพันธกับบุคคลตางๆ สามารถทํางานรวมกับผูอื่น คือ ทํางานเปน กลุม ทํางานเปนทีมไดอยางดี 4) พัฒนาดานรางกาย คือ ใหผูเรียนเปนผูที่มีการเจริญทางรางกายเปนไปตามพัฒนาการทาง กาย มีสุขภาพกายแข็งแรง ไมเปนโรคและปลอดจากยาเสพติด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดทําขึ้นเพื่อใหเขตพื้นที่ การศึกษา หนวยงานระดับทองถิ่นและสถานศึกษาทุกสังกัดที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดนําไปใช เปนกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีการกําหนดวิสัยทัศน หลักการ จุดหมาย สมรรถนะสําคัญ ของผูเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค มาตรฐานการเรียนรูพรอมใหรายละเอียดในแตละกลุมสาระ การเรียนรู ไดกําหนดมาตรฐานการเรียนรูเปนเปาหมายสําคัญของการพัฒนาคุณภาพผูเรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรูและปฏิบัติได มีคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมที่พึง ประสงค ที่ตองการใหเกิดแกผูเรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น มาตรฐานการเรียนรู ยังเปนกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรูจะสะทอน ใหทราบวาตองการอะไร ตองสอนอะไร จะสอนอยางไร และประเมินอยางไร รวมทั้งเปนเครื่องมือ ในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา รวมถึงการกําหนดตัวชี้วัดระบุสิ่งที่ผูเรียนพึงรู และปฏิบัติได รวมทั้งคุณลักษณะของผูเรียนในแตละระดับชั้น ซึ่งสะทอนถึงมาตรฐานการเรียนรู มี ความเฉพาะเจาะจงและมีความเปนรูปธรรม นําไปใชในการกําหนดเนื้อหา จัดทําหนวยการเรียนรู จัดการเรียนการสอน และเปนเกณฑสําคัญสําหรับการวัดและประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพ ผูเรียน 4.
11.
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ 2. 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ สมรรถนะสําคัญของผู้เรียน 1. 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี จุดหมาย 1. 2. การใช้เทคโนโลยีและมี ทักษะชีวิต 3. 4. ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑.กิจกรรมแนะแนว ๒.กิจกรรมนักเรียน ๓. สาธารณประโยชน์ วิสัยทัศน์ ร การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดย สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. ภาษาไทย 2. คณิตศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์ 4. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5. สุขศึกษาและพลศึกษา 6. ศิลปะ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาษาต่างประเทศ
12.
สาระและมาตรฐานการเรียนรูวิทยาศาสตร สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต มาตรฐาน
ว 1.1 เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่ของระบบ ตางๆของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกันมีกระบวนการสืบเสาะหาความรื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรู ไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต มาตรฐาน ว 1.2 เขาใจกระบวนการและความสําคัญของการถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใชเทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบตอ มนุษยและสิ่งแวดลอม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนํา ความรูไปใชประโยชน สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดลอม มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสิ่งแวดลอมในทองถิ่น ความสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตางๆในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยา ศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยบชน มาตรฐาน ว 2.2 เขใจความสําคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใชทรัพยากรธรรมชาติระดับทองถิ่น ประเทศและโลก นําความรูไปใชในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในทองถิ่นอยาง ยั่งยืน สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 เขาใจสมบัติของสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของสารกับโครงสรางและแรงยึด เหนี่ยวระหวางอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตรสื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนํา ความรูไปใชประโยชน มาตรฐาน ว 3.2 เขาใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิด สารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชประโยชน สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ มาตรฐาน ว 4.1 เขาใจธรรมชาติของแรงแมเหล็กไฟฟา แรงโนมถวง และแรงนิวเคลียร มีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชนอยางถูกตองและมีคุณธรรม มาตรฐาน ว 4.2 เขาใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบตางๆของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการสืบเสาะหา ความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน สาระที่ 5 พลังงาน มาตรฐาน 5.1 เขาใจความสัมพันธระหวางพลังงานกับการดํารงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธระหวางสารและพลังงาน ผลของการใชพลังงานตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม มีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก 6.
13.
มาตรฐาน ว 6.1
เขาใจกระบวนการตางๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธของ กระบวนการตางๆ ที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศและสัณฐานของโลก มี กระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน สาระที่ 7 ดาราศาสตรและอวกาศ มาตรฐาน ว.7.1 เขาใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซี่และเอกภพ การปฏิสัมพันธภายในระบบ สุริยะและผลตอสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่ เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน มาตรฐาน ว 7.2 เขาใจความสําคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นํามาใชในการสํารวจอวกาศและ ทรัพยากรธรรมชาติ ดานเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยาศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชนอยางมีคุณธรรมตอชีวิตและสิ่งแวดลอม สาร สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การ แกปญหา รูวาปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นสวนใหญมีรูปรางที่แนนอนสามารถอธิบายและ ตรวจสอบไดภายใตขอมูลและเครื่องมือที่มีอยูในชวงเวลานั้นๆ เขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคมและสิ่งแวดลอมมีความเกี่ยวของสัมพันธกัน คุณภาพของผูเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 1. เขาใจการรักษาดุลยภาพของเซลลและกลไกการรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต 2. เขาใจกระบวนการถายทอดสารพันธุกรรม การแปรผัน-มิวเทชัน วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความ หลากหลายของสิ่งมีชีวิตและปจจัยที่มีผลตอการอยูรอดของสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดลอมตางๆ 3. เขาใจกระบวนการ ความสําคัญและผลของเทคโนโลยีชีวภาพตอมนุษย สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม 4. เขาใจอนุภาคสําคัญที่เปนสวนประกอบในโครงสรางอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ การ เกิดปฏิกิริยาเคมีและเขียนสมการเคมี ปจจัยที่มีผลตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี 5. เขาใจชนิดแรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาคและสมบัติตางๆของสารที่มีความสัมพันธกับแรงยึดเหนี่ยว 6. เขาใจการเกิดปโตรเลียม การแยกแกสธรรมชาติและการกลั่นลําดับสวนน้ํามันดิบ การนําผลิตภัณฑ ปโตรเลียมไปใชประโยชนและผลตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม 7. เขาใจชนิด สมบัติ ปฏิกิริยาที่สําคัญของพอลิเมอรและสารชีวโมเลกุล 8. เขาใจความสัมพันธระหวางปริมาณที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบตางๆ สมบัติของคลื่นกล คุณภาพ ของเสียงและการไดยิน สมบัติ ประโยชนและโทษของคลื่นแมเหล็กไฟฟา กัมมันตภาพรังสีและ พลังงานนิวเคลียร 9. เขาใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกและปรากฏการณทางธรณีที่มีผลตอสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดลอม 7.
14.
10. เขาใจการเกิดและวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซี่
เอกภพ และความสําคัญของเทคโนโลยี อวกาศ 11. เขาใจความสัมพันธของความรูวิทยาศาสตรที่มีผลตอการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทตางๆและกร พัฒนาเทคโนโลยีที่สงผลใหมีการคิดคนความรูทางวิทยาศาสตรที่กาวหนา ผลของเทคโนโลยีตอชีวิต สังคมและสิ่งแวดลอม 12. ระบุปญหา ตั้งคําถามที่จะสํารวจตรวจสอบ โดยมีการกําหนดความสัมพันธระหวางตัวแปรตางๆ สืบคนขอมูลจากหลายหลากแหลง ตั้งสมมติฐานที่เปนไปไดหลายแนวทาง ตัดสินใจเลือก ตรวจสอบ สมมติฐานที่เปนไปได 13. วางแผนการสํารวจตรวจสอบเพื่อแกปญหาหรือตอบคําถาม วิเคราะห เชื่อมโยง ความสัมพันธ ของตัวแปรตางๆ โดยใชสมการทางคณิตศาสตรหรือสรางแบบจําลองจากผลหรือความรูที่ไดรับจาก การสํารวจตรวจสอบ 14. สื่อสารความคิด ความรูจากผลการสํารวจตรวจสอบโดยการพูด เขียน จัดแสดง หรือใชเทคโนโลยี สารสนเทศ 15. ใชความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการดํารงชีวิต การศึกษาหาความรูเพิ่มเติม ทํา โครงงานหรือสรางชิ้นงานตามความสนใจ 16. แสดงถึงความสนใจ มุงมั่น รับผิดชอบ รอบคอบและซื่อสัตยในการสืบเสาะหาความรูโดยใช เครื่องมือและวิธีการที่ใหไดผลถูกตองเชื่อถือได 17. ตระหนักถึงคุณคาของความรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่ใชในชีวิตประจําวัน การประกอบ อาชีพ แสดงถึงความชื่นชม ภูมิใจ ยกยอง อางอิงผลงาน ชิ้นงานที่เปนผลจากภูมิปญญาทองถิ่นและ การพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย 18. แสดงความซาบซึ้ง หวงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใชการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมอยางรูคุณคา เสนอตัวเองรวมมือปฏิบัติกับชุมชนในการปองกัน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมของทองถิ่น 19. แสดงถึงความพอใจและเห็นคุณคาในกรคนพบความรู พบคําตอบ หรือแกปญหาได 20. ทํางานรวมกับผูอื่นอยางสรางสรรคแสดงความคิดเห็นโดยมีขอมูลอางอิงและเหตุผลประกอบ เกี่ยวกับผลของการพัฒนาและการใชวิทยาศาตรและเทคโนโลยีอยางมีคุณธรรมตอสังคมและ สิ่งแวดลอม และยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอื่น 8.
15.
บทเรียนสําเร็จรูป บทเรียนสําเร็จรูปเปนสื่อสําหรับเรียนดวยตนเอง อาจใชสําหรับศึกษาเปนรายบุคคล รายกลุม ซึ่งอาจจะพบวามีชื่อเรียกแตกตางกันไป
ตามลักษณะของการนําไปใช เชน บทเรียนสําเร็จรูป แบบเรียนสําเร็จรูป บทเรียนโปรแกรม โปรแกรมการสอน แบบเรียนดวยตนเอง เปนตน ถึงแมจะมีชื่อ เรียกแตกตางกัน แตลักษณะโดยทั่วไปของบทเรียนสําเร็จรูปมีความคลายคลึงกัน คือเปนวิธีการจัด กระบวนการเรียนรูวิธีหนึ่ง 1. ความหมาย บทเรียนสําเร็จรูป หมายถึง บทเรียนที่ผูสอนจัดทําขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องมือในการจัด กิจกรรมการเรียนรูใหผูเรียนเรียนรูดวยตนเอง ในแตละสาระการเรียนรูที่กําหนดไวในแตละบทเรียน โดยเริ่มจากเนื้อหาสาระที่งาย ๆ ไปสูเนื้อหาที่ยากขึ้นไปตามลําดับ เปนบทเรียนที่สรางขึ้นโดยกําหนด วัตถุประสงค เนื้อหา วิธีการ และสื่อการเรียนการสอนไวลวงหนา ผูเรียนสามารถศึกษา คนควา และ ประเมินผลการเรียนดวยตนเองตามขั้นตอนที่กําหนดไว 2. จุดมุงหมายของบทเรียนสําเร็จรูป 1) เพื่อใหผูเรียนสามารถประกอบกิจกรรมการเรียนรูดวยตนเองอยางเต็มความสามารถ โดย ครูคอยใหคําแนะนําชวยเหลือเมื่อผูเรียนมีปญหา 2) เพื่อใหผูเรียนไดเรียนรูไปตามลําดับขั้น จากงายไปหายาก 3) เพื่อใหผูเรียนสามารถประเมินตนเอง และทราบถึงพัฒนาการในการเรียนรูของตนเอง 4) เพื่อใหผูเรียนเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อประสบความสําเร็จในการเรียนรู 3. หลักการเรียนรูดวยบทเรียนสําเร็จรูป 1) ผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรม หรือมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรม 2) ผูเรียนไดประเมินตนเอง และรูคําตอบไดทันที 3) มีการเสริมแรงใหผูเรียนเกิดความภาคภูมิใจเมื่อสามารถปฏิบัติไดถูกตอง และมีความ พยายามที่จะแกไขสวนที่บกพรอง 4) ผูเรียนไดเรียนรูไปที่ละลําดับ จากงายไปยากตามศักยภาพและความสามารถของ แตละ คน 9.
16.
4. ลักษณะของบทเรียนสําเร็จรูป ลักษณะสําคัญของบทเรียนสําเร็จรูป คือ
การออกแบบการบรรจุเนื้อหาและสาระการเรียนรู ออกเปน กรอบ (Frame) ซึ่งเนื้อหาและสาระการเรียนรูดังกลาวนั้นจะนํามาจัดทําเปนหนวยการ เรียนรูยอย ๆ แลวบรรจุเนื้อหาสาระการเรียนรูหนวยยอย ๆ ดังกลาวลงไปในกรอบแตละกรอบใหมี ความสัมพันธและเรียงลําดับเนื้อหาจากงายไปยาก กรอบสาระการเรียนรู (Frame) ในแตละกรอบ ของบทเรียนสําเร็จรูปประกอบดวย 1) การอธิบายเนื้อหา 2) แบบประเมินผลกอนเรียน 3) เนื้อหาสาระและกิจกรรมการเรียนรู 4) คําถาม 5) เฉลยคําตอบ 6) แบบประเมินผลหลังเรียน 5. ชนิดของกรอบในบทเรียนสําเร็จรูป กรอบสาระการเรียนรูในบทเรียนสําเร็จรูปกําหนดไว 4 ชนิด ดังนี้ 1) กรอบตั้งตน (Set Frame) เปนกรอบที่เปนเสมือนกรอบนําเขาสูบทเรียน ในกรอบนี้จะ เปนขอมูลการเรียนรูหลักการ ทฤษฎี และคําถามงาย ๆ ที่กําหนดใหผูเรียนตอบคําถามไดถูกตอง ทั้งนี้ เพื่อเปนการใหกําลังใจหรือเสริมแรงใหมีความสุขกับการเรียนรู 2) กรอบฝกหัด (Practice Frame) เปนกรอบที่ใหผูเรียนไดมีโอกาสฝกหัดทํากิจกรรมที่มี เนื้อหาสาระเชื่อมโยงมาจากรอบตั้งตน ในกรอบฝกหัดนี้เปนกรอบสําหรับการฝกทักษะเชน การอาน การคิด การวิเคราะห และการเขียน ซึ่งเนื้อหาสาระการเรียนรูจะเพิ่มมากขึ้นกวากรอบตั้งตน 3) กรอบรองกรอบสงทาย (Sub-Terminal Frame) เปนกรอบการเรียนรูกอนที่จะถึงกรอบ การเรียนรู สรุป ที่ผูเรียนไดผานกิจกรรมการเรียนรูมาตามลําดับ โดยมีเนื้อหาสาระที่เขมขนขึ้นทั้งนี้ เพื่อใหผูเรียนใกลจะสรุปองคความรูที่สมบูรณที่ผานกระบวนการเรียนรูจากบทเรียนสําเร็จรูปไดอยาง ชัดเจนถูกตอง 4) กรอบสงทาย (Terminal Frame) เปนกรอบสาระการเรียนรูสรุปสุดทาย หรือกรอบจบ ของบทเรียนสําเร็จรูป เปนกรอบที่มีเนื้อหาสาระเขมขน และยากกวากรอบสาระการเรียนรูอื่นที่ผาน มา 10.
17.
6. ชนิดของบทเรียนสําเร็จรูป ในปจจุบันบทเรียนสําเร็จรูปที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรูมี 3
ชนิด ไดแก 1) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง (Linear Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรงจะจัดทําเปนกรอบเนื้อหาสาระเรียงลําดับไวตั้งแตกรอบที่ 1- 2-3… จนถึงกรอบจบ ตามที่ผูสอนไดออกแบบไว ลักษณะกรอบเนื้อหาสาระสําหรับการเรียนรูจะมี ลักษณะดังนี้ การเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง ผูเรียนจะเริ่มตนกิจกรรมการเรียนรูในกรอบ เนื้อหาสาระการเรียนรูที่ 1-2-3-4 หรือมากกวานี้ตามลําดับตอเนื่องกันไปจนถึงกรอบเนื้อหาสาระ สุดทายซึ่งเปนกรอบจบ มีคําถามเสมอวาการเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปจะเรียนรูขามกรอบได หรือไม คําตอบก็คือไมได เพราะผูสอนไดออกแบบเนื้อหาสาระการเรียนรูจากงายไปหายาก ซึ่งเนื้อหา ทั้งหมดจะสานสัมพันธตอเนื่องกันไป ถาขามกรอบการเรียนรูใดกรอบการเรียนรูหนึ่ง เนื้อหาสาระจะ ขาดหายไป การเรียนรูก็จะไมเปนไปตามวัตถุประสงคที่กําหนดไว ลักษณะเดนของบทเรียนสําเร็จรูป แบบเสนตรงก็คือผูเรียนเกงจะเรียนรูไดเร็วและจบเร็ว การทําบทเรียนก็งาย เพราะแตละกรอบสาระ การเรียนรูจะบรรจุเนื้อหาสาระไมมากนัก 2) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขา (Branchine Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขาเปนบทเรียนที่มีการจัดเนื้อหาสาระการเรียนรู เปน กรอบการเรียนรูหลัก (กรอบยืน) เหมือนบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง แตมีความแตกตางเพิ่มเติม ตรงที่นอกจากจะมีกรอบสาระการเรียนรูหลักแลว จะมีกรอบสาระการเรียนรูสาขาเพิ่มเติมหรือกรอบ สาระการเรียนรูสาขาเขามา กรอบสาระการเรียนรูสาขาเปนกรอบที่มีเนื้อหาสาระการเรียนรูพื้นฐานเพิ่มเติมแกผูเรียนที่ ยังขาดความพรอมยังไมเขาใจเนื้อหาสาระหรือยังไมพรอมที่จะเรียนรูในกรอบตอไปในแตละกรอบ สาระการเรียนรูหลัก จะมีกรอบสาขาการเรียนรู 1 หรือ 2 กรอบเสมอ ทั้งนี้เพื่อใหผูเรียนที่ตอบ คําถามผิดพลาดไดมีโอกาสศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขา 11. 6. ชนิดของบทเรียนสําเร็จรูป ในปจจุบันบทเรียนสําเร็จรูปที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรูมี 3 ชนิด ไดแก 1) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง (Linear Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรงจะจัดทําเปนกรอบเนื้อหาสาระเรียงลําดับไวตั้งแตกรอบที่ 1- 2-3… จนถึงกรอบจบ ตามที่ผูสอนไดออกแบบไว ลักษณะกรอบเนื้อหาสาระสําหรับการเรียนรูจะมี ลักษณะดังนี้ การเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง ผูเรียนจะเริ่มตนกิจกรรมการเรียนรูในกรอบ เนื้อหาสาระการเรียนรูที่ 1-2-3-4 หรือมากกวานี้ตามลําดับตอเนื่องกันไปจนถึงกรอบเนื้อหาสาระ สุดทายซึ่งเปนกรอบจบ มีคําถามเสมอวาการเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปจะเรียนรูขามกรอบได หรือไม คําตอบก็คือไมได เพราะผูสอนไดออกแบบเนื้อหาสาระการเรียนรูจากงายไปหายาก ซึ่งเนื้อหา ทั้งหมดจะสานสัมพันธตอเนื่องกันไป ถาขามกรอบการเรียนรูใดกรอบการเรียนรูหนึ่ง เนื้อหาสาระจะ ขาดหายไป การเรียนรูก็จะไมเปนไปตามวัตถุประสงคที่กําหนดไว ลักษณะเดนของบทเรียนสําเร็จรูป แบบเสนตรงก็คือผูเรียนเกงจะเรียนรูไดเร็วและจบเร็ว การทําบทเรียนก็งาย เพราะแตละกรอบสาระ การเรียนรูจะบรรจุเนื้อหาสาระไมมากนัก 2) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขา (Branchine Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขาเปนบทเรียนที่มีการจัดเนื้อหาสาระการเรียนรู เปน กรอบการเรียนรูหลัก (กรอบยืน) เหมือนบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง แตมีความแตกตางเพิ่มเติม ตรงที่นอกจากจะมีกรอบสาระการเรียนรูหลักแลว จะมีกรอบสาระการเรียนรูสาขาเพิ่มเติมหรือกรอบ สาระการเรียนรูสาขาเขามา กรอบสาระการเรียนรูสาขาเปนกรอบที่มีเนื้อหาสาระการเรียนรูพื้นฐานเพิ่มเติมแกผูเรียนที่ ยังขาดความพรอมยังไมเขาใจเนื้อหาสาระหรือยังไมพรอมที่จะเรียนรูในกรอบตอไปในแตละกรอบ สาระการเรียนรูหลัก จะมีกรอบสาขาการเรียนรู 1 หรือ 2 กรอบเสมอ ทั้งนี้เพื่อใหผูเรียนที่ตอบ คําถามผิดพลาดไดมีโอกาสศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขา 11. 6. ชนิดของบทเรียนสําเร็จรูป ในปจจุบันบทเรียนสําเร็จรูปที่ใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรูมี 3 ชนิด ไดแก 1) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง (Linear Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรงจะจัดทําเปนกรอบเนื้อหาสาระเรียงลําดับไวตั้งแตกรอบที่ 1- 2-3… จนถึงกรอบจบ ตามที่ผูสอนไดออกแบบไว ลักษณะกรอบเนื้อหาสาระสําหรับการเรียนรูจะมี ลักษณะดังนี้ การเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง ผูเรียนจะเริ่มตนกิจกรรมการเรียนรูในกรอบ เนื้อหาสาระการเรียนรูที่ 1-2-3-4 หรือมากกวานี้ตามลําดับตอเนื่องกันไปจนถึงกรอบเนื้อหาสาระ สุดทายซึ่งเปนกรอบจบ มีคําถามเสมอวาการเรียนรูตามบทเรียนสําเร็จรูปจะเรียนรูขามกรอบได หรือไม คําตอบก็คือไมได เพราะผูสอนไดออกแบบเนื้อหาสาระการเรียนรูจากงายไปหายาก ซึ่งเนื้อหา ทั้งหมดจะสานสัมพันธตอเนื่องกันไป ถาขามกรอบการเรียนรูใดกรอบการเรียนรูหนึ่ง เนื้อหาสาระจะ ขาดหายไป การเรียนรูก็จะไมเปนไปตามวัตถุประสงคที่กําหนดไว ลักษณะเดนของบทเรียนสําเร็จรูป แบบเสนตรงก็คือผูเรียนเกงจะเรียนรูไดเร็วและจบเร็ว การทําบทเรียนก็งาย เพราะแตละกรอบสาระ การเรียนรูจะบรรจุเนื้อหาสาระไมมากนัก 2) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขา (Branchine Programme) บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขาเปนบทเรียนที่มีการจัดเนื้อหาสาระการเรียนรู เปน กรอบการเรียนรูหลัก (กรอบยืน) เหมือนบทเรียนสําเร็จรูปแบบเสนตรง แตมีความแตกตางเพิ่มเติม ตรงที่นอกจากจะมีกรอบสาระการเรียนรูหลักแลว จะมีกรอบสาระการเรียนรูสาขาเพิ่มเติมหรือกรอบ สาระการเรียนรูสาขาเขามา กรอบสาระการเรียนรูสาขาเปนกรอบที่มีเนื้อหาสาระการเรียนรูพื้นฐานเพิ่มเติมแกผูเรียนที่ ยังขาดความพรอมยังไมเขาใจเนื้อหาสาระหรือยังไมพรอมที่จะเรียนรูในกรอบตอไปในแตละกรอบ สาระการเรียนรูหลัก จะมีกรอบสาขาการเรียนรู 1 หรือ 2 กรอบเสมอ ทั้งนี้เพื่อใหผูเรียนที่ตอบ คําถามผิดพลาดไดมีโอกาสศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขา 11.
18.
บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขายังมีอีกหลายรูปแบบ ดังนี้ กรอบสาขาดังกลาวนี้เรียกวา Remedial
Loops ถาผูเรียนไมสามารถตอบคําถามในกรอบ สาระการเรียนรูหลักไดแลวจะตองเขาไปศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขาที่แตก แขนงออกมาตั้งแตสองสาขาขึ้นไป ศึกษาสาระการเรียนรูสาขาแรกแลวก็สามารถกลับไปศึกษาใน กรอบสาระการเรียนรูหลักไดในทันที แตถายังไมผานก็ศึกษาในสาระการเรียนรูสาขาอื่น ๆ จนพรอม 12. บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขายังมีอีกหลายรูปแบบ ดังนี้ กรอบสาขาดังกลาวนี้เรียกวา Remedial Loops ถาผูเรียนไมสามารถตอบคําถามในกรอบ สาระการเรียนรูหลักไดแลวจะตองเขาไปศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขาที่แตก แขนงออกมาตั้งแตสองสาขาขึ้นไป ศึกษาสาระการเรียนรูสาขาแรกแลวก็สามารถกลับไปศึกษาใน กรอบสาระการเรียนรูหลักไดในทันที แตถายังไมผานก็ศึกษาในสาระการเรียนรูสาขาอื่น ๆ จนพรอม 12. บทเรียนสําเร็จรูปแบบสาขายังมีอีกหลายรูปแบบ ดังนี้ กรอบสาขาดังกลาวนี้เรียกวา Remedial Loops ถาผูเรียนไมสามารถตอบคําถามในกรอบ สาระการเรียนรูหลักไดแลวจะตองเขาไปศึกษาเรียนรูเพิ่มเติมในกรอบสาระการเรียนรูสาขาที่แตก แขนงออกมาตั้งแตสองสาขาขึ้นไป ศึกษาสาระการเรียนรูสาขาแรกแลวก็สามารถกลับไปศึกษาใน กรอบสาระการเรียนรูหลักไดในทันที แตถายังไมผานก็ศึกษาในสาระการเรียนรูสาขาอื่น ๆ จนพรอม 12.
19.
แลวจึงกลับไปศึกษาและทดสอบในกรอบสาระการเรียนรูหลักอีกครั้ง เมื่อผานแลวก็ศึกษาในกรอบฯ ถัดไป กรอบสาขาลักษณะนี้เรียกวา Secondary
Tracks เมื่อผูเรียนศึกษาเรียนรูในกรอบสาระ การเรียนรูที่ 1 และสามารถตอบคําถามไดก็ผานไปเรียนรูในกรอบฯ ที่ 2 ถาไมผานตองกลับไปศึกษา ในกรอบฯ สาขา 1 ถาตอบไดถูกตองก็ไปเรียนในกรอบฯ ที่ 2 แตถาตอบผิดก็ตองไปเรียนในกรอบ สาขาฯ 2 จนกวาจะผาน 13. แลวจึงกลับไปศึกษาและทดสอบในกรอบสาระการเรียนรูหลักอีกครั้ง เมื่อผานแลวก็ศึกษาในกรอบฯ ถัดไป กรอบสาขาลักษณะนี้เรียกวา Secondary Tracks เมื่อผูเรียนศึกษาเรียนรูในกรอบสาระ การเรียนรูที่ 1 และสามารถตอบคําถามไดก็ผานไปเรียนรูในกรอบฯ ที่ 2 ถาไมผานตองกลับไปศึกษา ในกรอบฯ สาขา 1 ถาตอบไดถูกตองก็ไปเรียนในกรอบฯ ที่ 2 แตถาตอบผิดก็ตองไปเรียนในกรอบ สาขาฯ 2 จนกวาจะผาน 13. แลวจึงกลับไปศึกษาและทดสอบในกรอบสาระการเรียนรูหลักอีกครั้ง เมื่อผานแลวก็ศึกษาในกรอบฯ ถัดไป กรอบสาขาลักษณะนี้เรียกวา Secondary Tracks เมื่อผูเรียนศึกษาเรียนรูในกรอบสาระ การเรียนรูที่ 1 และสามารถตอบคําถามไดก็ผานไปเรียนรูในกรอบฯ ที่ 2 ถาไมผานตองกลับไปศึกษา ในกรอบฯ สาขา 1 ถาตอบไดถูกตองก็ไปเรียนในกรอบฯ ที่ 2 แตถาตอบผิดก็ตองไปเรียนในกรอบ สาขาฯ 2 จนกวาจะผาน 13.
20.
กรอบสาขาประเภทนี้เรียกวา Gate Frame
เมื่อศึกษาในกรอบสาระการเรียนรู 1 แลว สามารถที่ จะขามกรอบฯ ไปขางหนาไดหลายกรอบ แตเมื่อขามกรอบฯ ไปแลวไมสามารถตอบคําถามในกรอบฯ ที่ขามไดตองถอยกลับคืนไปกรอบฯ ที่ 1 เพื่อศึกษาเพิ่มเติมอีกครั้ง เปนตน 3) บทเรียนสําเร็จรูปแบบไมแยกกรอบ บทเรียนสําเร็จรูปแบบไมแยกกรอบ เปนบทเรียนสําเร็จรูปที่มีการนําเสนอเนื้อหา สาระเพิ่มขึ้นทีละนอยตามลําดับขั้น ในบทเรียนจะมีแบบทดสอบและแบบเฉลยใหตรวจสอบได ในทันทีเหมือนบทเรียนสําเร็จรูปแบบที่ 1-2 หากแตการนําเสนอเนื้อหาสาระไมนําเสนอในรูปของ กรอบ เนื้อหาที่นําเสนอตองตอเนื่องกัน เหมือนกับการเขียนตําราหรือบทความ 7. กระบวนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสําเร็จรูป ขั้นตอนการผลิตและพัฒนาบทเรียนสําเร็จรูปมี 4 ขั้นตอน 1) ขั้นวางแผน (Planning) - ศึกษาหลักสูตร เพื่อใหทราบถึงเนื้อหาสาระที่จะนํามาจัดทําเปนบทเรียนสําเร็จรูป - กําหนดเนื้อหาสาระที่จะนํามาจัดทําบทเรียน - กําหนดมาตรฐานการเรียนรูและองคประกอบอื่น ๆ เชน - จุดประสงคนําทาง จุดประสงคปลายทาง - ผลการเรียนรูที่คาดหวังวา เมื่อผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูจบแลว ผูเรียนไดเรียนรู อะไรบาง - วิเคราะหความยาก-งายของเนื้อหา - เตรียมสรางแบบทดสอบทั้งกอนและหลังเรียนในแตละกรอบสาระการเรียนรูใหครอบคลุม - ความรู (Knowledge) - ทักษะ/กระบวนการ (Skills Practice/Process) - เจตคติ (Attitude) 2) ขั้นการผลิต (Production) (1) เขียนบทเรียนสําเร็จรูปประกอบดวย - จุดประสงคของบทเรียนสําเร็จรูป - ขอทดสอบกอนและหลังเรียน - กิจกรรมการเรียนรูในแตละกรอบสาระการเรียนรูหลักและกรอบสาระการเรียนรูสาขา - นําไปจัดกิจกรรมการเรียนรูตามที่วางแผนไว - การวัดผลประเมินผล 14.
21.
(2) สรางแผนการเรียนรู - ศึกษาวิธีการสรางแผนการเรียนรู -
ศึกษาบทเรียนสําเร็จรูป - เขียนแผนการเรียนรูตามเนื้อหา โดยพิจารณาความสอดคลองกับจุดประสงค เนื้อหาและ เวลาที่ใชในการจัดกระบวนการเรียนรู - นําแผนการเรียนรูใหผูเชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพ - ปรับปรุงแกไข ตามขอเสนอแนะของผูเชี่ยวชาญ 8. ขั้นการทดลองตนฉบับ (Prototype testing) นําบทเรียนสําเร็จรูปตนฉบับไปทดลองกับกลุมทดลองที่ไมใชกลุมตัวอยาง ตามขั้นตอน ดังตอไปนี้ ขั้นหนึ่งตอหนึ่ง นําบทเรียนสําเร็จรูปไปทดลองกับกลุมทดลองที่ยังไมเคยศึกษาเรื่องนั้น มากอน เพื่อดูความถูกตองของเนื้อหา ขั้นตอนตาง ๆ ในการเรียนรู ความเหมาะสมของเวลาที่ใช จากนั้นจึงนําผลและขอบทพรองที่พบ มาปรับปรุงแกไข เพื่อใชในการทดลองขั้นกลุมเล็กตอไป ขั้นกลุมเล็ก นําบทเรียนสําเร็จรูปที่ผานการปรับปรุงแกไขในขั้นหนึ่งตอหนึ่งไปทดลอง กับกลุมทดลองที่กําลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น เพื่อตรวจสอบความบกพรองของบทเรียน และเพื่อหา ประสิทธิภาพของบทเรียนสําเร็จรูปวาสามารถพัฒนาผูเรียนใหมีความรูตามเกณฑที่ตั้งไวหรือไม เมื่อ ทดลองแลวพบวาประสิทธิภาพยังต่ํากวาเกณฑที่ตั้งไว จะตองปรับปรุงแกไขเนื้อหาของบทเรียน สําเร็จรูป และปรับปรุงกิจกรรมตาง ๆ รวมทั้งแบบทดสอบใหมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ขั้นกลุมใหญ นําบทเรียนสําเร็จรูปไปทดลองกับกลุมทดลองที่กําลังเรียนเนื้อหาวิชานั้น และเปนกลุมทดลองที่มีลักษณะและคุณสมบัติใกลเคียงกับกลุมตัวอยางจริง ๆ วาสามารถพัฒนา ผูเรียนใหมีความรูตามเกณฑที่ตั้งไวหรือไม เมื่อทดลองแลวพบวามีประสิทธิภาพตามเกณฑที่ตั้งไวก็ ดําเนินการจัดทําตนฉบับเพื่อนําไปใชกับกลุมตัวอยางตอไป 9. ขั้นทดลองใชจริง การทดลองใชจริง เพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียนสําเร็จรูป มีขั้นตอนในการดําเนินการดังนี้ 1) การจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยบทเรียนสําเร็จรูป 1.1 ใหผูเรียน ศึกษา และทําความเขาใจเกี่ยวกับขั้นตอนในการเรียนอยางละเอียด โดยอาน จากคําชี้แจง/คําแนะนําในการศึกษาดวยบทเรียนสําเร็จรูป 1.2 ใหผูเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน (Pretest) ครูตรวจแบบทดสอบกอนเรียนและให คะแนน 1.3 ผูเรียนทํากิจกรรมการเรียนที่ระบุไวในบทเรียนสําเร็จรูปครบถวนแลว ใหทําแบบฝกหัด และตรวจตําตอบจากคําเฉลยที่ใหไว ทําเชนนี้ทุกหนวยการเรียนรูจนครบ 1.4 ครูตรวจสอบการตอบคําถามในแตละกรอบและการทําแบบฝกหัดของผูเรียนทุกหนวย การเรียนรู 15.
22.
1.5 หลังจากผูเรียนทํากิจกรรมการเรียนรู ในบทเรียนสําเร็จรูปจบแลวใหผูเรียนทํา แบบทดสอบหลังเรียน
(Posttest) 2) เครื่องมือที่ใชในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนสําเร็จรูป 2.1 แบบฝกหัด 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู เครื่องมือที่ใชวัดผลการเรียนรู เชน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะตองใหได ขอมูลตรงกับวัตถุประสงคที่ตองการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคลองกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม และไมงายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผูเชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห ดังนี้ 3.1 หาความตรงเนื้อหา เปนการหาวาแบบวัดจะวัดไดครอบคลุมสิ่งที่ตองการวัดหรือไมโดย อาศัยการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญหลาย ๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ และแบบทดสอบ 3.2 หาความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม โดยใหผูเชี่ยวชาญ พิจารณา ใชสูตรการคํานวณ ดังนี้ กําหนดคะแนนของผูเชี่ยวชาญอาจจะเปน +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้ +1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง 0 = ไมแนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง -1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นไมไดวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง คาดัชนีความสอดคลองที่ยอมรับไดตองมีคาตั้งแต 0.50 ขึ้นไป ในกรณีที่กําหนดการใหคะแนนของ ผูเชี่ยวชาญเปน 3 16. 1.5 หลังจากผูเรียนทํากิจกรรมการเรียนรู ในบทเรียนสําเร็จรูปจบแลวใหผูเรียนทํา แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) 2) เครื่องมือที่ใชในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนสําเร็จรูป 2.1 แบบฝกหัด 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู เครื่องมือที่ใชวัดผลการเรียนรู เชน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะตองใหได ขอมูลตรงกับวัตถุประสงคที่ตองการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคลองกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม และไมงายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผูเชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห ดังนี้ 3.1 หาความตรงเนื้อหา เปนการหาวาแบบวัดจะวัดไดครอบคลุมสิ่งที่ตองการวัดหรือไมโดย อาศัยการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญหลาย ๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ และแบบทดสอบ 3.2 หาความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม โดยใหผูเชี่ยวชาญ พิจารณา ใชสูตรการคํานวณ ดังนี้ กําหนดคะแนนของผูเชี่ยวชาญอาจจะเปน +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้ +1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง 0 = ไมแนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง -1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นไมไดวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง คาดัชนีความสอดคลองที่ยอมรับไดตองมีคาตั้งแต 0.50 ขึ้นไป ในกรณีที่กําหนดการใหคะแนนของ ผูเชี่ยวชาญเปน 3 16. 1.5 หลังจากผูเรียนทํากิจกรรมการเรียนรู ในบทเรียนสําเร็จรูปจบแลวใหผูเรียนทํา แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) 2) เครื่องมือที่ใชในการหาประสิทธิภาพของบทเรียนสําเร็จรูป 2.1 แบบฝกหัด 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) การหาคุณภาพของเครื่องมือวัดผลการเรียนรู เครื่องมือที่ใชวัดผลการเรียนรู เชน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะตองใหได ขอมูลตรงกับวัตถุประสงคที่ตองการทราบ ครอบคลุมเนื้อหา สอดคลองกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม และไมงายหรือยากจนเกินไป อาจจะตรวจสอบโดยผูเชี่ยวชาญหรือโดยการวิเคราะห ดังนี้ 3.1 หาความตรงเนื้อหา เปนการหาวาแบบวัดจะวัดไดครอบคลุมสิ่งที่ตองการวัดหรือไมโดย อาศัยการพิจารณาของผูเชี่ยวชาญหลาย ๆ คน ซึ่งเหมาะกับเครื่องมือแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ และแบบทดสอบ 3.2 หาความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคเชิงพฤติกรรม โดยใหผูเชี่ยวชาญ พิจารณา ใชสูตรการคํานวณ ดังนี้ กําหนดคะแนนของผูเชี่ยวชาญอาจจะเปน +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้ +1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง 0 = ไมแนใจวาขอสอบขอนั้นวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง -1 = แนใจวาขอสอบขอนั้นไมไดวัดจุดประสงคเชิงพฤติกรรมที่ระบุไวจริง คาดัชนีความสอดคลองที่ยอมรับไดตองมีคาตั้งแต 0.50 ขึ้นไป ในกรณีที่กําหนดการใหคะแนนของ ผูเชี่ยวชาญเปน 3 16.
23.
การเรียนการสอนแบบโครงงาน แนวคิด การสอนแบบโครงงานเปนการเปดโอกาสใหผูเรียน เรียนรูเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจ ของผูเรียนอยางลุมลึก
โดยผานกระบวนการหลักคือ กระบวนการแกปญหา ผูเรียนจะเปนผูลงมือ ปฏิบัติเพื่อคนหาคําตอบดวยตนเอง จึงเปนการเรียนรูจากการไดมีประสบการณตรงจากแหลงเรียนรู ความหมาย การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน คือ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัด ประสบการณใหแกนักเรียนเหมือนกับการทํางานในชีวิตจริง วัตถุประสงค การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานมีวัตถุประสงคเพื่อใหนักเรียน 1. มีประสบการณโดยตรง 2. ไดทําการทดลองและพิสูจนสิ่งตาง ๆ ดวยตนเอง 3. รูจักการทํางานอยางมีระบบ มีขั้นตอน 4. ฝกการเปนผูนําและผูตามที่ดี 5. ไดเรียนรูวิธีการแกปญหา 6. ไดรูจักวิธีการตาง ๆ ในการแกปญหา 7. ฝกวิเคราะห และประเมินตนเอง ประเภทของโครงงาน 1. โครงงานแบบสํารวจ 2. โครงงานแบบทดลอง 3. โครงงานสิ่งประดิษฐ 4. โครงงานทฤษฎี รูปแบบการจัดทําโครงงาน 1. ชื่อโครงงาน 2. คณะทํางาน 3. ที่ปรึกษา 4. แนวคิด / ที่มา / ความสําคัญ 5. วัตถุประสงค / จุดมุงหมาย 6. ขั้นตอนการดําเนินงาน / วิธีการศึกษา 7. แหลง / สถานศึกษา (ถามี) 8. วัสดุ อุปกรณ 9. งบประมาณ 10. ระยะเวลาการดําเนินงาน 11. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 17.
24.
ขั้นตอนในการสอนทําโครงงาน การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานมี 4
ขั้นตอน คือ 1. กําหนดความมุงหมายและลักษณะโครงงานโดยตัวนักเรียนเอง 2. วางแผนหรือวางโครงงาน นักเรียนตองชวยกันวางแผนวาจะทําอะไร ใชวิธีการหรือกิจกรรมใด จึง จะบรรลุจุดมุงหมาย 3. ขั้นดําเนินการ ลงมือทํากิจกรรมหรือแกปญหา 4. ประเมินผล โดยประเมินวากิจกรรมหรือโครงงานนั้นบรรลุผลตามความมุงหมายที่กําหนดไวหรือไม มีขอบกพรอง และควรแกไขใหดีขึ้นอยางไร วิธีการทําโครงงาน 1. ประชุมปรึกษาหารือ เพื่อหาขอสรุปเกี่ยวกับหัวขอของโครงงาน จากสิ่งตอไปนี้ - การสังเกต หรือตามที่สงสัย - ความรูในวิชาตาง ๆ - จากปญหาใกลตัว หรือการเลน - คําบอกเลาของผูใหญ หรือผูรู 2. เขียนหลักการ เหตุผล ที่มาของโครงงาน 3. ตั้งวัตถุประสงคของการทําโครงงาน 4. กําหนดวิธีการศึกษา เชน การสํารวจ การทดลอง เปนตน 5. นําผลการศึกษามาอภิปรายกลุม 6. สรุปผลการศึกษา โดยการอภิปรายกลุม 7. ปรับปรุงชื่อโครงงาน ใหครอบคลุม นาสนใจ การประเมินผลการทําโครงงาน ครูผูสอนจะเปนผูประเมินการทําโครงงานของนักเรียนแตละ กลุม โดยใชแบบประเมินแผนผังโครงงานพิจารณาตามรายละเอียดดังนี้ 1. ชื่อเรื่องแสดงถึงความคิดริเริ่มสรางสรรค 2. ชื่อเรื่องมีความสัมพันธกับเนื้อหาคําถามมีการกระตุนใหนักเรียนเกิดความคิด 3. สมมติฐานมีการแสดงถึงพื้นฐานความรูเดิม 4. วิธีการ เครื่องมือที่ใชในการศึกษา เหมาะสมสอดคลองกับจุดมุงหมายและเนื้อหา 5. แหลงศึกษาสามารถคนควาคําตอบได 6. วิธีการนําเสนอชัดเจน เหมาะสมกับเนื้อหาและเวลา 18.
25.
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรหมายถึง การวัดผลและประเมินผล การเรียนวิชาวิทยาศาสตรจากพฤติกรรมการเรียนที่พึงประสงคในวิชาวิทยาศาสตรตามแนวคิด ของบลูมมี 5
อยางดังนี้ 1. ความรูความเขาใจ 2. การสืบเสาะหาความรูทางวิทยาศาสตร 3. การนําความรูและวิธีการทางวิทยาศาสตรไปใช 4. เจตคติและความสนใจ 5. ทักษะปฏิบัติการ พฤติกรรมการเรียนที่พึงประสงคในวิชาวิทยาศาสตรแตพฤติกรรมมีความหมายดังนี้ 1. พฤติกรรมดานความรูความเขาใจ หมายถึง การเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู ของนักเรียนทั้งในดานความสามารถในการจดจํา การอธิบาย และใหเหตุผลเกี่ยวกับ ศัพท ขอเท็จจริง แนวความคิด กระบวนการ หลักการ ทฤษฏีตางๆ ซึ่งมีรายละเอียดครอบคลุม พฤติกรรมหลายประการ 2. พฤติกรรมดานการสืบเสาะหาความรูทางวิทยาศาสตร หมายถึง การ เปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมการเรียนรูของนักเรียนในดานความสามารถในการสังเกต การวัด การ มองเห็นปญหาและวิธีการแกปญหา การตีความหมายขอมูลและการลงขอสรุป ตลอดจนการสราง การทดลองและการแกไขแบบจําลองทฤษฏี 3. พฤติกรรมดานการนําความรูและวิธีการทางวิทยาศาสตรไปใช หมายถึงการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรูของนักเรียนในดานความสามารถที่จะใชความรู และวิธีการทาง วิทยาศาสตรเพื่อแกปญหาในสถานการณใหม โดยเฉพาะอยางยิ่งปญหาในชีวิตประจําวัน 4. พฤติกรรมดานเจตคติและความสนใจ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทางการเรียนรูของนักเรียนทางดานความรูสึกและอารมณ ซึ่งมีขอบเขตกวางขวาง รวมถึงความ สนใจและเจตคติ 5. พฤติกรรมดานทักษะปฏิบัติการ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการ เรียนรูของนักเรียนดานความสามารถที่จะใชมือในการปฏิบัติ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรหมายถึง การวัดพฤติกรรม การเรียนรูดานสติปญญาหรือความรูความคิดตามแนวของ Klopfer แหงมหาวิทยาลัยพิตสเบ อรก (University of Pittsburgh) เปน 4 ลําดับขั้นของพฤติกรรมคือ 1. ความรู – ความจํา (Knowledge) 2. ความเขาใจ (Comprehension) 3. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร(Science Skill Process) 4. การนําความรูและกระบวนการทางวิทยาศาสตรไปใช (Application) 19.
26.
แนวทางการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู การวัดผลและประเมินผลการเรียนรูจะบรรลุผลตามเปาหมายของการเรียนการสอนที่ วางไวไดควรมีแนวทางดังนี้ 1. ตองวัดและประเมินผลทั้งความรูความคิด ความสามารถ
ทักษะและ กระบวนการ เจตคติ คุณธรรมจริยธรรม คานิยมในวิทยาศาสตร รวมทั้งโอกาสในการเรียนรูของ ผูเรียน 2. วิธีการวัดและประเมินผลตองสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูที่กําหนดไว 3. ตองเก็บขอมูลที่ไดจากการวัดและประเมินผลอยางตรงไปตรงมา และตองประเมินผลภายใตขอมูลที่มีอยู 4. ผลการวัดและประเมินผลการเรียนรูของผูเรียนตองนําไปสูการแปลผลและลง ขอสรุปที่สมเหตุสมผล 5. การวัดและประเมินผลตองมีความเที่ยงตรงและเปนธรรม ทั้งในดานของวิธีการ วัด โอกาสของการประเมิน ดังนั้นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร เปนคะแนนจากผลการ เรียนรูของนักเรียนที่ใชความสามารถทางสติปญญา ดานความรู ความจํา ความเขาใจ การนําไปใช และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดนําเอาลักษณะการตั้งคําถามตาม ระดับขั้นของบลูม มาเปนแนวทางในการเขียนคําถามของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนเพราะ ลักษณะการตั้งคําถามตามระดับขั้นของบลูม เปนการถามที่จะทําใหนักเรียนไดฝก ความสามารถในการคิดอยางมีระดับขั้นตอน ซึ่งเปนคุณลักษณะดานพุทธิ สัย (Cognitive Domain) และมีระดับดังนี้คือ ความจํา ความเขาใจ การวิเคราะห การ สังเคราะห และการประเมินคา ประกอบกับลักษณะคําถามเหลานี้ยังสามารถพัฒนาความคิดของ นักเรียน ในการจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ไดอีกดวย เจตคติทางวิทยาศาสตร เจตคติทางวิทยาศาสตร หมายถึง บุคคลที่มีลักษณะหรือบุคลิกภาพที่แสดงวามีวิธีการคิด ทาที หรือพฤติกรรมที่แสดงตอเนื้อหาวิชาและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร หรืออื่นๆ ซึ่งจําเปนตองใช ความรูหรือหลักการ ทางวิทยาศาสตรมาประกอบการพิจารณา การที่ปจจุบันความรูทางวิทยาศาสตร เจริญกาวหนาและเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีการ คนพบความรูใหมๆอีกมากมาย นั้น นอกจากรู วิธีการทางวิทยาศาสตรและมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแลว จําเปนจะตองมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร คือตองเกิดจากความอยากรูอยากเห็น ชางสงสัย เมื่อสงสัยก็อยากทราบคําตอบ จึงคิด หาวิธีการที่จะทําใหไดคําตอบนั้น ในการที่จะใหได คําตอบจําเปนตองอดทนรอคอยความรูจากความ พยายามโดยไมสนใจวาความรูนั้น จะใหประโยชนอะไรแกตนหรือไม คุณลักษณะเชนนี้ เรียกวา เจต คติทางวิทยาศาสตร 20.
27.
หัวใจของการเรียนการสอนวิทยาศาสตร นอกจากทําใหนักเรียนเขาใจและสรุปองคความรู ทางวิทยาศาสตรไดอยางถูกตอง ไดพัฒนาการคิดระดับสูง
สามารถเชื่อมโยงความรูทางวิทยาศาสตร กับชีวิตจริงไดแลว ยังตองทําใหนักเรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตรตามสาระที่ 8 ธรรมชาติของ วิทยาศาสตร และเทคโนโลยี Bronoski , Diederich และ Whaley & Surratt ไดเขียนบทความไวใน วารสาร The Kansas School Naturalist, Vol.35,No.4, April 1989 ดังนี้ 1. ชอบทําการทดลองหรือสํารวจตรวจสอบ(Empiricism) นักวิทยาศาสตรชอบคนหาใหพบความ จริง “คุณไมตองถกเถียงกันวาฝนกําลังตกอยูขางนอกหรือไม เพียงแตยื่นมือออกไปจากหนาตางก็จะ รู” สิ่งที่อยูเบื้องหลังความคิดนี้คือความเชื่อที่วา มีโลกแหงความเปนจริงอยางหนึ่งที่เปนไปตามกฎคง ตัวในธรรมชาติ เราสามารถตรวจสอบโลกแหงความเปนจริงนั้น และสรางความเขาใจในความจริงนั้น ได ความจริงนั้นจะไมเปลี่ยนแปลงไปตามเรา และโลกแหงความเปนจริงก็จะไมขึ้นอยูกับความเขาใจ ของเรา เราจะไมหยั่งเสียงขอความเห็นชอบกับวิทยาศาสตร 2. ตกลงใจอยางมีเหตุผล (Determinism) ทุกสิ่งทุกอยางมีเหตุผล ดังตัวอยางงายๆ คือ แรงกริยา เปนเหตุของแรงปฏิกิริยา ผลจะไมเกิดขึ้นถาไมมีเหตุ ทั้งนี้กระบวนการบางอยางก็เปนไปแบบสุม หรือ อลหมานไรรูปแบบ แตสิ่งที่เปนเหตุมิไดกอใหเกิดผลเพียงอยางเดียวในวันนี้ และอีกอยางหนึ่งในวัน พรุงนี้ 3. เชื่อวาทุกปญหามีคําตอบ (A belief that problems have solutions) ปญหาหลักทั้งหลาย ไดรับการแกไขมาแลวในอดีต นับตั้งแตโครงการ Manhattan (โครงการระเบิดนิวเคลียรใน สงครามโลกครั้งที่ 2)ไปจนถึง การสงมนุษยไปยังดวงจันทร ปญหาอื่น ๆ เชนมลพิษ สงคราม ความ ยากจน และสิ่งที่เราหลีกเลี่ยง ลวนแตมีสาเหตุที่แทจริง และสามารถแกไขได แมบางทีจะไมใชเรื่อง งาย แตก็เปนไปได 4. แสวงหาสิ่งที่งาย (Parsimony) ชอบสิ่งที่งายมากกวาสิ่งที่ซับซอน เชน เมื่อมีคําอธิบายเกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ของดาวเคราะหโดยกลาวถึง 2 ระบบคือระบบซับซอนที่ยึดวาโลกเปนศูนยกลางของ วง โคจร และระบบอยางงายที่ถือวาดวงอาทิตยเปนศูนยกลางของวงโคจร เราจะเลือกคําอธิบายที่งาย 5. การปฏิบัติทางวิทยาศาสตร (Scientific manipulation) ความคิดใดๆ แมวาจะเปนเรื่องงายๆ และสอดคลองกับผลที่สังเกตได จะตองสามารถยืนยันไดโดยการปฏิบัติ เพื่อใหเห็นวาไมใชความ บังเอิญที่เกิดขึ้นดวยสาเหตุอื่นๆ 21.
28.
6. ชางสงสัย (Skepticism)
ขอความเกือบทั้งหมดถือเปนสมมติฐานที่ตองพิสูจน บางครั้ง นักวิทยาศาสตรจะมาถึงจุดปลายทางที่ลมเหลวในการวิจัย และจะตองกลับไปพิจารณาวาสมมติฐาน ทั้งหมดที่ตั้งไวเปนจริงสําหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกหรือไม 7. ความแมนยํา (Precision) นักวิทยาศาสตรจะไมอดทนตอขอความที่หละหลวม ไวรัสชนิดหนึ่ง เปนสาเหตุของโรค ไวรัสมากเทาไรที่จะทําใหเกิดการอักเสบ มีรางกายชนิดใดที่สรางภูมิคุมกันตอไวรัส หรือไม นักวิทยาศาสตรจะเปนคนแนนอนและรอบคอบมาก 8. ยอมรับกระบวนทัศน (Respect for paradigms) กระบวนทัศนหมายถึงความเขาใจในภาพรวม วาสิ่งตางๆบนโลกทํางานอยางไร มโนทัศนหนึ่งเหมาะกับความเขาใจในภาพรวมหรือไม หรือมันไม เปนไปตามความรูของเราเกี่ยวกับโลกแหงความเปนจริง ถามันไมเหมาะ มันก็ไมมีประโยชน และ นักวิทยาศาสตรก็จะกลับไปคนหาวามโนทัศนใหมผิดพลาด หรือ จะตองเปลี่ยนกระบวนทัศน 9. ยอมรับพลังของโครงสรางเชิงทฤษฎี (A respect for power of theoretical structure) Diederich กลาววานักวิทยาศาสตรมักจะไมเห็นดวยกับทัศนคติที่วา “ มันเปนจริงในเชิงทฤษฎีแตมัน ไมเปนจริงในทางปฏิบัติ” เขาชี้วาทฤษฎีจะเปนจริงก็ตอเมื่อมันเปนไปไดในทางปฏิบัติเทานั้น แทจริง แลวความถูกตองของทฤษฎีอยูที่จุดหมายปลายทางของงานที่นักวิทยาศาสตรกําลังทํา ไมมีความจริง ทางวิทยาศาสตรที่ถูกสะสมไวโดยวิธีสุม (นี่เปนความเขาใจที่นักเรียนที่เขารวมงานประกวดโครงงาน วิทยาศาสตรจะตองเรียนรู) 10. เต็มใจที่จะเปลี่ยนความคิดเห็น (Willing to change opinion) เมื่อ Harold Urey ผูเขียน หนังสือทฤษฎีเกี่ยวกับการเกิดผิวดวงจันทร ไดตรวจสอบหินที่นํามาจากดวงจันทรโดยยานอะพอลโล เขายอมรับทันทีวาทฤษฎีของเขาไมเหมาะกับความจริง เขายอมรับวา เขาผิดพลาด เขาประกาศ ออกไปโดยไมตอตานวาทฤษฎีของเขาถูกใชมาหลายสิบป 11. เคารพตอความจริง (Royalty to reality) Dr. Urey ไมเพียงแตเปลี่ยนไปสูความคิดใหม แต เขายอมรับแบบจําลองที่เหมาะสมกับความจริงมากกวา เขาไมเคยพิจารณาที่จะยึดติดกับความคิดเห็น เพราะวามันเกี่ยวพันกับชื่อเสียงของเขา 12. ไมเชื่อในไสยศาสตรหรืออํานาจลึกลับ และเห็นชอบคําอธิบายทางวิทยาศาสตรอยางอัตโมมัติ (Aversion to superstition and automatic preference for scientific explanation) ไม 22.
29.
มีนักวิทยาศาสตรคนใดที่รูหลักฐานของการทดลองทั้งหมดภายใตมโนทัศนวิทยาศาสตรในปจจุบัน ดังนั้นเขาจึงเชื่อความคิดเห็นบางอยางโดยไมเขาใจพื้นฐาน นักวิทยาศาสตรปฏิเสธอํานาจลึกลับ และ เห็นชอบกระบวนทัศนทางวิทยาศาสตร
มากกวาความซาบซึ้งในพลังของความรูที่มีพื้นฐานมาจาก ความจริง 13. กระหายความรู ซึ่งเปนแรงขับเคลื่อนทางปญญา (A thirst for knowledge, an intellectual drive) นักวิทยาศาสตรมุงมั่นอยูกับการแกปญหา ตัวตอชิ้นเล็กๆที่ไมพอดีจะเปนสิ่งที่ นาสนใจที่สุดของนักวิทยาศาสตร อยางไรก็ตามดังที่ Diederich ใหขอคิดไววา นักวิทยาศาสตรยินดี จะมีชีวิตอยูกับความไมสมบูรณ มากกวา “การที่จะเปนผูเติมเต็มชองวางดวยคําอธิบายที่ไมมี หลักฐาน” 14. ชะลอการตัดสินใจ (Suspended judgment) นักวิทยาศาสตรจะไมแสดงความคิดเห็นตอ ประเด็นปญหาที่ไดรับมอบหมาย จนกวาจะไดสํารวจตรวจสอบแลว เพราะมันเปนเรื่องยากที่จะ ยกเลิกความคิดเห็นที่ไดแสดงออกไปแลว นักวิทยาศาสตรมักจะทําใหเราคนหาความจริงเพื่อ สนับสนุนความคิดเห็น อยางไรก็ตามเราตองมีความปรารถนาที่จะตั้งสมมติฐานที่ดีที่สุดเมื่อมีเวลาและ โอกาส 15. ความตระหนักในเงื่อนไข (Awareness of assumptions) Diederich กลาววา นักวิทยาศาสตรเริ่มทํางานโดยนิยามคําศัพท ทําความชัดเจนกับเงื่อนไขตางๆ ลดเงื่อนไขที่จําเปนให นอยลง เราตองการนักวิทยาศาสตรที่สรางคําอธิบายกวางๆเกี่ยวกับโลกอันซับซอนใบนี้ แตปกติแลว นักวิทยาศาสตรมักจะมีความเฉพาะเจาะจงในเรื่องที่เขารู และจะกลาวถึงมันอยางแนนอนวา ถา เงื่อนไขเหลานี้เปนจริงผลที่เกิดขึ้นจะเปนอยางนี้ และอยางนี้ 16. ความสามารถในการแยกมโนทัศนพื้นฐานออกจากสิ่งที่ไมเกี่ยวของ หรือไมสําคัญ (Ability to separate fundamental concepts from irrelevant or unimportant) นักเรียน วิทยาศาสตรที่อายุยังนอยอยูมักจะเสียเวลาอยูกับการสังเกตและขอมูลที่มีความสําคัญนอยตอการ สรางมโนทัศนที่ตองการสํารวจตรวจสอบ 17. ยอมรับขอมูลเชิงปริมาณ และซาบซึ้งในคณิตศาสตรในฐานะที่เปนภาษาหนึ่งของ วิทยาศาสตร (Respect for quantification and appreciation of mathematics as a 23.
30.
language of science)
ความสัมพันธในธรรมชาติสวนมากมักมีรูปแบบ และเปนความสัมพันธเชิง คณิตศาสตร เมื่อมีการตรวจวัดเชิงตัวเลข และความงามเหลานี้จะยังคงมีอยูโดยไมตองมีเครื่องมือวัด 18. ความซาบซึ้งในความนาจะเปน และสถิติ (An appreciation of probability and statistics) คาสหสัมพันธไมใชเปนเครื่องพิสูจนถึงเหตุ และผล แตความรูทางวิทยาศาสตรโบราณ ไดมาจากการพิสูจนโดยใชเหตุการณที่เกิดขึ้นบังเอิญ คนที่มีประสบการณนอยทางสถิติ จะมีความ ยากลําบากในการเขาใจมโนทัศนของเหตุการณที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ 19. เขาใจวาความรูทั้งหมดมีขอจํากัดในดานความคงทน (An understanding that all knowledge has tolerance limits) เมื่อวิเคราะหปรากฏการณทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลก อยาง ระมัดระวัง จะพบวาขอมูลเชิงปริมาณจะกระจายเพียงเล็กนอยรอบๆคาเฉลี่ย เชน อุณหภูมิของ รางกายมนุษย ความเรงของวัตถุที่ตกลงมาอยางอิสระจะมีคาแนนอน แตก็จะมีการแปรผันเล็กนอย ไมมีปริมาณใดที่แนนอนอยางสัมบูรณ 20. การยอมรับขอจํากัดของมนุษย ( Empathy for the human condition) ตรงกันขามกับ ความเชื่อในสิ่งที่นิยมกันอยางแพรหลาย ยังมีระบบคานิยมทางวิทยาศาสตรที่อยูบนพื้นฐานของความ เปนมนุษย ซึ่งเปนสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวที่สามารถจินตนาการสิ่งตางๆที่ไมถูกกระทบโดยการกระตุน อยางทันทีทันใดในสภาพแวดลอม ดังนั้นเราจึงเปนสัตวโลกที่สามารถมองกลับไปยังอดีต และวางแผน สําหรับอนาคตได นี่คือเหตุผลที่เมื่อเราอานหนังสือ และจินตนาการไปถึงความรูสึกของผูเขียนวาเขา หมายความวาอยางไร และคิดอยางไร การปฏิบัติที่ไมยอมรับขอจํากัดและไมเห็นคุณคาของมนุษย ถือ วาเปนการสรางผลงานทางวิทยาศาสตรที่ไมแมนยํา 24.
31.
กรอบความคิดในการศึกษาวิจัย ตัวแปรตน บทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1
(ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา การจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติทางิวทยาศาสตร รายวิชาชีววิทยา (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2555 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 25.
32.
บทที่ 3 องคประกอบและขั้นตอนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค
เพื่อสรางและพัฒนานวัตกรรมแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการ สอนแบบโครงงานพรอมกับศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติทางวิทยาศาสตร ระหวางกอนการใชและหลังการใชนวัตกรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2555 รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บท นําทางชีววิทยา โดยใชแบบทดสอบกอน-หลังเรียนและแบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรโดย นักเรียนเปนผูประเมินตนเอง ซึ่งมีวิธีดําเนินการวิจัย ดังนี้ ขั้นตอนและวิธีการดําเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom action research) ขั้นตอนการวิจัย ประกอบดวย 1. การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับแบบเรียนสําเร็จรูปและวิธีการจัดการเรียนรู แบบโครงงาน 2. การสรางและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงานประกอบแบบเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา 3. การสรางและพัฒนาเครื่องมือที่เปนแบบเรียนสําเร็จรูปและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา พรอมแบบประเมิน นวัตกรรมสําหรับผูเชี่ยวชาญ 4. การดําเนินการประเมินนวัตกรรมดานเนื้อหาโดยผูเชี่ยวชาญพรอมกับปรับปรุงแกไขกอน นําไปใชจริงกลับกลุมตัวอยางในชั้นเรียน 5. การดําเนินการจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงานประกอบ แบบเรียนสําเร็จรูปตามแผนที่ไดวางไว 6. การเก็บรวบรวมขอมูลจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใช แบบเรียนสําเร็จรูปประกอบแผนการสอนแบบโครงงานและแบบประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตรโดยนักเรียนกลุมตัวอยางเปนผูประเมินตนเอง 7. การวิเคราะห สรุปผล และนําเสนอผลการสรางและพัฒนาแบบเรียนสําเร็จรูปประกอบ แผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงานและการเปรียบเทียบผลการทดสอบกอนกับหลังพรอมผล การประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรของนักเรียนการใชนวัตกรรมในการจัดการเรียนรูโดย การจัดทําเลมรายงานฉบับสมบูรณ ประชากรและกลุมตัวอยาง 1. ประชากร ไดแก นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 26.
33.
2. กลุมตัวอยาง ไดแก
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2555 หอง 1 จํานวน 41 คน โดยการสุมแบบ เฉพาะเจาะจง ตัวแปรในการศึกษาวิจัย ตัวแปรตนหรือสิ่งที่ตองการศึกษา ไดแก การจัดกิจกรรมโดยใชบทเรียนสําเร็จรูปและวิธีการ จัดการเรียนรูแบบโครงงาน ตัวแปรตามหรือผลที่ตองการศึกษา ไดแก ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติทาง วิทยาศาสตร ขอมูลที่ใชในการวิจัย ความถี่ รอยละ คาเฉลี่ย ,สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบแบบ Dependent samples t-test ของคะแนนการทดสอบและคะแนนเจตคติทางวิทยาศาสตรเปรียบเทียบระหวาง นักเรียนเพศชายและเพศหญิงหลังการใชบทเรียนสําเร็จรูปประกอบแนวการสอนแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา จากการใชเครื่องมือที่เปนแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคูขนานและแบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรกับนักเรียนกลุมตัวอยาง เครื่องมือ 1. เครื่องมือ ไดแก 1.1 แผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา 1.2 บทเรียนสําเร็จรูป รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา 1.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใชบทเรียนสําเร็จรูป ประกอบแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน 1.4 แบบประเมินนวัตกรรมบทเรียนสําเร็จรูป รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา สําหรับผูเชี่ยวชาญ 2. วิธีการสรางและพัฒนาเครื่องมือ 2.1 แผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ดําเนินการสรางและพัฒนาดังนี้ (1) ศึกษาวิเคราะหหลักสูตร แผนการสอน คูมือครู มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและอื่นๆที่เกี่ยวของ (2) ดําเนินการสรางโดยกําหนดหัวขอหลักและรองที่สําคัญ รายละเอียด ของเนื้อหา ตลอดจนกิจกรรมประกอบการเรียนรู 27.
34.
(3) จัดทําเอกสารแผนการจัดการเรียนรูและเอกสารประกอบการจัดการ เรียนการสอนอื่นๆที่เปนฉบับจริง เพื่อดําเนินการวิจัยตอไป 2.2
แบบเรียนสําเร็จรูป รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ดําเนินการสรางและ พัฒนาดังนี้ (1) ศึกษาวิเคราะหเอกสารที่เกี่ยวของกับนวัตกรรมบทเรียนสําเร็จรูปทาง การศึกษา (2) ดําเนินการออกแบบบทเรียนสําเร็จรูปใหครอบคลุมมาตรฐานการ เรียนรู/ตัวชี้วัดและเนื้อหาบทเรียน เรื่อง บทนําทางชีววิทยา (3) จัดพิมพแบบเรียนสําเร็จรูปแลวนําไปใหผูเชี่ยวชาญประเมินความตรง เชิงเนื้อหาแลวนําผลมาปรับปรุงพัฒนาบทเรียนสําเร็จรูปจนไดฉบับสมบูรณเพื่อใชดําเนินการวิจัยกับ นักเรียนกลุมตัวอยางตอไป 2.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนและหลังเรียนรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ดําเนินการสรางและพัฒนาดังนี้ (1) ศึกษาวิเคราะหหลักสูตร แผนการสอน คูมือครู มาตรฐานการเรียนรู และตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและอื่นๆที่เกี่ยวของ (2) ดําเนินการออกแบบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและ หลังเรียนในลักษณะคูขนาน จํานวน 18 ขอโดยครอบคลุมเนื้อหาและมาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด (3) จัดพิมพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนและหลังเรียนรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ฉบับสมบูรณเพื่อใชดําเนินการวิจัยตอไป 2.4 แบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตรหลังการใชนวัตกรรมรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง บทนําทางชีวิทยา สําหรับผูเรียน (1) ศึกษาวิเคราะหเอกสารที่เกี่ยวของกับการประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตรของนักเรียนทั้งหมด (2) ดําเนินการออกแบบแบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร รายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา สําหรับผูเรียนใหคลอบคลุมในทุกๆดาน (3) จัดพิมพแบบประเมินเจตคติทางวิทยาศาสตร รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา สําหรับนักเรียนเพื่อใชเก็บขอมูลตอไป การเก็บรวบรวมขอมูล การวิจัยครั้งนี้ใชแบบแผนการวิจัยเชิงทดลอง แบบ One Group Pretest-Posttest Design โดยผูวิจัยไดดําเนินการจัดการเรียนรูแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปของนักเรียนกลุม ตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 ป 28.
35.
การศึกษา 2555 จํานวน
41 คน ในรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ซึ่งการ เก็บรวบรวมขอมลผูวิจัยไดดําเนินการ ดังนี้ 1. จัดทําเอกสารแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน บทเรียนสําเร็จรูป แบบประเมิน แบบสอบถามเจตคติทางวิทยาศาสตรแบบเรียนสําเร็จรูป และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ กอน-หลังเรียนรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา 2. นําเอกสารแผนการจัดการเรียนรูแบบโคงงานและบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่สรางและพัฒนาขึ้นโดยผูวิจัยมาใชจัดการเรียนรู ในชั้นเรียนกับนักเรียนกลุมตัวอยางซึ่งตองทําการทดสอบความรูพื้นฐานของผูเรียนดวย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กอนเรียน 3. เมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรูรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ผูวิจัยไดทําการทดสอบผูเรียนหลังจากใชสื่อบทเรียนสําเร็จรูปประกอบแผนการจัดการ เรียนรูแบบโครงงานดวยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนพรอมกับใหผูเรียนทํา แบบสอบถามเจตคติทางวิทยาศาสตรดวยแบบสอบถามที่ผูวิจัยจัดทําขึ้น 4. นําผลคะแนนจากการทดสอบกอน-หลังเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์และคะแนน เจตคติทางวิทยาศาสตรจากแบบสอบถามวัดเจตคติทางวิทยาศาสตรมาวิเคราะหหา คาเฉลี่ย ,สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายลักษณะภาพรวมของการเรียนรูและการ ทดสอบคาเฉลี่ยแบบ dependent sample t-test เพื่อเปรียบเทียบความแตกตางของ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางกอนเรียนและหลังเรียนและ One way ANOVA เพื่อ เปรียบเทียบความแตกตางทางเจตคติทางวิทยาศาสตรระหวางเพศหญิงและเพศชาย ใน รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แลวบันทึกผลลงตารางเก็บ รวบรวมขอมูล การวิเคราะหขอมูล วิเคราะหขอมูล โดยการหาคาเฉลี่ย ,สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตารางแจกแจงความถี่ รอยละ/ เปอรเซ็นตและการทดสอบความแตกตางคาเฉลี่ยแบบ t-test ของผลคะแนนจากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคูขนาน (กอนเรียน-หลังเรียน) แบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร (หลังเรียน) และแบบสอบถามความพึงพอใจตอการใชแบบเรียนสําเร็จรูปประกอบจัดการเรียนรูแบบโครงงาน รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทางชีววิทยา การนําเสนอขอมูล นําเสนอขอมูลโดยความเรียง ประกอบตารางและแผนภูมิวงกลม/กราฟแทง 29.
36.
บทที่ 4 ผลการศึกษาวิจัย ตารางที่
1 แสดงผลการวิเคราะหความคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิตอนวัตกรรมบทเรียนสําเร็จรูป รายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทางชีววิทยา รายการขอความคิดเห็น ประมาณคาความคิดเห็นของ ผูทรงคุณวุฒิคนที่ คา IOC แปลผล 1 2 3 4 5 1. ความสอดคลองเหมาะสมกับหลักสูตร +1 0 +1 +1 +1 0.8 ใชได 2. ความสอดคลองเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา +1 +1 +1 +1 +1 1.0 ใชได 3. ความสอดคลองเหมาะสมกับวัยของผูเรียน +1 +1 +1 +1 +1 1.0 ใชได 4. ความสอดคลองเหมาะสมกับสภาพปจจุบัน และปญหา 0 0 0 0 0 0.0 ใชไมได 5. ความเหมาะสมตอกระบวนการพัฒนาผูเรียน +1 +1 +1 +1 +1 1.0 ใชได 6. ความเหมาะสมของเนื้อหา +1 +1 +1 +1 +1 1.0 ใชได 7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอักษร 0 +1 0 +1 +1 0.6 ใชได 8. ความเหมาะสมของการใชภาษา 0 +1 0 0 0 0.2 ใชไมได 9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน 0 +1 0 +1 +1 0.6 ใชได 10.ความเหมาะสมของรูปแบบ 0 +1 0 0 0 0.2 ใชไมได คา IOC = 0.8+1.0+1.0+0.0+1.0+1.0+0.6+0.2+0.6+0.2 10 = 6.4 = 0.64 10 แปลผล บทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ในภาพรวมมี ความเหมาะสมที่จะนํามาใชเปนสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานสําหรับนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แตสามารถเพิ่มคุณภาพโดยการ แกไขปรับปรุงบทเรียนสําเร็จรูปฉบับนี้ในดานความสอดคลองเหมาะสมกับสภาพปจจุบันและปญหา, ความเหมาะสมของการใชภาษาและความเหมาะสมของรูปแบบตามคําแนะนาของผูเชี่ยวชาญ 30.
37.
ตารางที่ 2 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลคะแนนการเรียนรูโดยใชแนวการ สอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา
1 (ว 31241) ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทางชีววิทยา แบบเรียนสําเร็จรูป การสอนแบบโครงงาน คาเฉลี่ย ( X ) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( SD ) การทดสอบกอนเรียน 7.37 1.771 การทดสอบหลังเรียน 8.90 2.234 หมายเหตุ คะแนนเต็มผลการเรียน - การทดสอบกอนเรียน = 18 คะแนน - การทดสอบหลังเรียน = 18 คะแนน แปลผล นักเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียน ( X = 8.90, SD = 2.234 ) สูงกวาผล คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบกอนเรียน ( X = 7.37, SD = 1.771) แสดงวานักเรียนมีความกาวหนา ทางการเรียนมากขึ้นหลังการใชบทเรียนสําเร็จรูป อยางไรก็ตามคาเฉลี่ยของผลการทดสอบหลังเรียน ยังต่ํากวา 50% ของคะแนนเต็มซึ่งจะตองทําการสอนซอมเสริมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนให สูงขึ้นตอไป 31.
38.
กราฟที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบระหวางคาเฉลี่ยผลการเรียนรูจากคะแนนการทดสอบกอนเรียน และหลังเรียนโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา
1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1การทดสอบก่อนเรียน 32. การทดสอบหลังเรียน กราฟที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบระหวางคาเฉลี่ยผลการเรียนรูจากคะแนนการทดสอบกอนเรียน และหลังเรียนโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา 1 2การทดสอบก่อนเรียน 32. การทดสอบหลังเรียน กราฟที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบระหวางคาเฉลี่ยผลการเรียนรูจากคะแนนการทดสอบกอนเรียน และหลังเรียนโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา การทดสอบก่อนเรียน 32. การทดสอบหลังเรียน
39.
ตารางที่ 3 แสดงผลการทดสอบคาเฉลี่ยแบบ
Paired/Dependent Samples t-test ของผล คะแนนการทดสอบกอนเรียน-หลังเรียนโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียน สําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ตารางที่ 3.1 แสดงคาสหสัมพันธระหวางผลคะแนนการทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน คูความสัมพันธ จํานวนนักเรียน คาสหสัมพันธ คานัยสําคัญ คะแนนกอนเรียน-หลังเรียน 41 คน 0.268 0.090 แปลผล ผลคะแนนการทดสอบกอนเรียนกับคะแนนการทดสอบหลังเรียนโดยใชบทเรียนสําเร็จรูปใน กรจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานมีความสัมพันธในระดับคอนขางต่ํา ( r = 0.268) อยางไมมี นัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ตารางที่ 3.2 แสดงการทดสอบคาเฉลี่ยแบบ Paired/Dependent Samples t-test คูความสัมพันธ คาเฉลี่ย สวน เบี่ยงเบน มาตรฐาน คาเฉลี่ย ความ แตกตาง สวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน คาการ ทดสอบ t คาองศา อิสระ คา นัยสําคัญ กอนเรียน หลังเรียน 7.37 8.90 1.771 2.234 -1.537 2.450 -4.015 40 0.000* * * * p < 0.01 แปลผล การจัดกิจกรรมโดยใชบทเรียนสําเร็จรูปและแนวการจัดการเรียนรูแบบโครงงานทําใหผล คะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกวากอนเรียนโดยกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 99% 33.
40.
ตารางที่ 4 แสดงความถี่และรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่
4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ เพศ จํานวน (คน) รอยละ ชาย 8 19.5 หญิง 33 80.5 รวม 41 100.0 กราฟที่ 2 แสดงรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ เพศหญิง, 80.5% 34. ตารางที่ 4 แสดงความถี่และรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ เพศ จํานวน (คน) รอยละ ชาย 8 19.5 หญิง 33 80.5 รวม 41 100.0 กราฟที่ 2 แสดงรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ เพศชาย, 19.5% เพศหญิง, 80.5% 34. ตารางที่ 4 แสดงความถี่และรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ เพศ จํานวน (คน) รอยละ ชาย 8 19.5 หญิง 33 80.5 รวม 41 100.0 กราฟที่ 2 แสดงรอยละของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร-คณิตศาสตร แยกตามเพศ 34.
41.
ตารางที่ 4 แสดงความถี่และรอยละของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรหลังการจัดการ เรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 1 ขอที่ 2 ขอที่ 3 ขอที่ 4 ขอที่ 5 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) ไมแนใจ 0 (0.0%) 5 (12.2%) 2 (4.9%) 2 (4.9%) 0 (0.0%) 4 (9.8%) 2 (4.9%) 1 (2.4%) 1 (2.4%) 6 (14.6%) เห็นดวย 5 (12.2%) 16 (39.0%) 3 (7.3%) 14 (34.1%) 2 (4.9%) 17 (41.5%) 3 (7.3%) 5 (12.2%) 4 (9.8%) 23 (56.1%) เห็นดวยอยางยิ่ง 3 (7.3%) 12 (29.3%) 3 (7.3%) 17 (41.5%) 6 (14.6%) 11 (26.8%) 3 (7.3%) 27 (65.9%) 2 (4.9%) 4 (9.8%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 6 ขอที่ 7 ขอที่ 8 ขอที่ 9 ขอที่ 10 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) ไมแนใจ 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 4 (9.8%) 1 (2.4%) 3 (9.8%) 0 (0.0%) 4 (9.8%) 1 (2.4%) 4 (9.8%) เห็นดวย 6 (14.6%) 13 (31.7%) 3 (7.3%) 18 (43.9%) 3 (7.3%) 14 (34.1%) 3 (7.3%) 12 (29.3%) 5 (12.2%) 19 (46.3%) เห็นดวยอยางยิ่ง 2 (4.9%) 20 (48.8%) 4 (9.8%) 11 (26.8%) 4 (9.8%) 15 (36.6%) 5 (12.2%) 16 (39.0%) 2 (4.9%) 10 (24.4%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 35.
42.
ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 11 ขอที่
12 ขอที่ 13 ขอที่ 14 ขอที่ 15 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 0 (0.0%) 2 (4.9%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 2 (4.9%) 1 (2.4%) 2 (4.9%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) ไมแนใจ 2 (4.9%) 14 (34.1%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 16 (39.0%) 1 (2.4%) 6 (14.6%) 1 (2.4%) 3 (7.3%) เห็นดวย 4 (9.8%) 13 (31.7%) 5 (12.2%) 14 (34.1%) 5 (12.2%) 12 (29.3%) 3 (7.3%) 10 (24.4%) 3 (7.3%) 17 (41.5%) เห็นดวยอยางยิ่ง 2 (4.9%) 4 (9.8%) 3 (7.3%) 17 (41.5%) 2 (4.9%) 3 (7.3%) 3 (7.3%) 15 (36.6%) 4 (9.8%) 13 (31.7%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 16 ขอที่ 17 ขอที่ 18 ขอที่ 19 ขอที่ 20 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 2 (4.9%) 0 (0.0%) 3 (7.3%) ไมแนใจ 1 (2.4%) 4 (9.8%) 4 (9.8%) 11 (26.8%) 0 (0.0%) 3 (7.3%) 1 (2.4%) 16 (39.0%) 2 (4.9%) 2 (4.9%) เห็นดวย 1 (2.4%) 16 (39.0%) 1 (2.4%) 20 (48.8%) 2 (4.9%) 16 (39.0%) 3 (7.3%) 15 (36.6%) 4 (9.8%) 6 (14.6%) เห็นดวยอยางยิ่ง 6 (14.6%) 13 (31.7%) 2 (4.9%) 2 (4.9%) 6 (14.6%) 14 (34.1%) 3 (7.3%) 0 (0.0%) 2 (4.9%) 22 (53.7%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 36.
43.
ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 21 ขอที่
22 ขอที่ 23 ขอที่ 24 ขอที่ 25 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 5 (12.2%) ไมแนใจ 1 (2.4%) 7 (17.1%) 1 (2.4%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 6 (14.6%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 3 (7.3%) 11 (26.8%) เห็นดวย 1 (2.4%) 17 (41.5%) 0 (0.0%) 6 (14.6%) 5 (12.2%) 19 (46.3%) 3 (7.3%) 9 (22.0%) 2 (4.9%) 13 (31.7%) เห็นดวยอยางยิ่ง 6 (14.6%) 9 (22.0%) 7 (17.1%) 27 (65.9%) 2 (4.9%) 7 (17.1%) 5 (12.2%) 24 (58.5%) 2 (4.9%) 4 (9.8%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) ระดับความคิดเห็น ของนักเรียน ผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร ขอที่ 26 ขอที่ 27 ขอที่ 28 ขอที่ 29 ขอที่ 30 ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ไมเห็นดวย 1 (2.4%) 1 (2.4%) 2 (4.9%) 2 (4.9%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 1 (2.4%) 1 (2.4%) ไมแนใจ 0 (0.0%) 3 (7.3%) 2 (4.9%) 17 (41.5%) 1 (2.4%) 6 (14.6%) 0 (0.0%) 0 (0.0%) 2 (4.9%) 9 (22.0%) เห็นดวย 2 (4.9%) 12 (29.3%) 2 (4.9%) 9 (22.0%) 3 (7.3%) 13 (31.7%) 1 (2.4%) 11 (26.8%) 2 (4.9%) 17 (41.5%) เห็นดวยอยางยิ่ง 5 (12.2%) 17 (41.5%) 2 (4.9%) 5 (12.2%) 4 (9.8%) 14 (34.1%) 7 (17.1%) 22 (53.7%) 3 (7.3%) 6 (14.6%) รวม 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) 41 คน (100%) หมายเหตุ คะแนนระดับความคิดเห็นของนักเรียน นอย = 1 คะแนน ปานกลาง = 2 คะแนน มาก = 3 คะแนน มากที่สุด = 4 คะแนน แปลผล นักเรียนสวนใหญมีเจตคติตอวิทยาศาสตรหลังเรียนอยูในระดับมากซึ่งคลายคลึงกันทั้ง นักเรียนชายและนักเรียนหญิง โดยเฉพาะอยางยิ่งในขอ 6, 12, 24 และ 29 จะไมพบความคิดเห็นของ นักเรียนในระดับนอยและปานกลางอยูเลย 37.
44.
กราฟที่ 3 แสดงรอยละของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร 0 10 20 30 40 50 60 70 80 ข้อ1 ข้อ2 0 10 20 30 40 50 60 ข้อ11 ข้อ12 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 38. รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร กราฟที่ 3 แสดงรอยละของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ข้อ3 ข้อ4 ข้อ5 ข้อ6 ข้อ7 ข้อ13 ข้อ14 ข้อ15 ข้อ16 ข้อ17 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 38. รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร กราฟที่ 3 แสดงรอยละของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ข้อ8 ข้อ9 ข้อ10 ข้อ18 ข้อ19 ข้อ20 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 38. รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร
45.
แบบประเมิน ขอ1 ขอ2
ขอ3 ขอ4 ขอ5 ขอ6 ขอ7 ขอ8 ขอ9 ขอ10 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 2.4 0.0 2.4 2.4 2.4 0.0 ไมแนใจ 12.2 9.8 9.8 7.3 17.1 0.0 9.8 9.8 9.8 12.2 เห็นดวย 51.2 41.5 46.3 19.5 65.9 46.3 41.5 41.5 36.6 58.5 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 48.8 41.5 73.2 14.6 53.7 46.3 46.3 51.2 29.3 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ11 ขอ12 ขอ13 ขอ14 ขอ15 ขอ16 ขอ17 ขอ18 ขอ19 ขอ20 ไมเห็นดวย 4.9 0.0 4.9 7.3 0.0 0.0 2.4 0.0 7.3 7.3 ไมแนใจ 39 0.0 41.4 17.1 9.8 12.2 36.6 7.3 41.5 9.8 เห็นดวย 41.5 41.5 41.5 31.7 48.8 41.5 51.2 43.9 43.9 24.4 เห็นดวยอยางยิ่ง 14.6 58.5 12.2 43.9 41.5 46.3 9.8 48.8 7.3 58.5 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ21 ขอ22 ขอ23 ขอ24 ขอ25 ขอ26 ขอ27 ขอ28 ขอ29 ขอ30 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 14.6 4.9 9.8 0.0 0.0 4.9 ไมแนใจ 19.5 2.4 17.1 0.0 34.1 7.3 46.3 17.1 0.0 26.8 เห็นดวย 43.9 14.6 58.5 29.3 36.6 34.1 26.8 39 29.3 46.3 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 83.0 22 70.7 14.7 53.7 17.1 43.9 70.7 22 รวม 100 100.0 100 100 100 100 100 100 100 100 0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 ข้อ21 ข้อ22 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 39. แบบประเมิน ขอ1 ขอ2 ขอ3 ขอ4 ขอ5 ขอ6 ขอ7 ขอ8 ขอ9 ขอ10 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 2.4 0.0 2.4 2.4 2.4 0.0 ไมแนใจ 12.2 9.8 9.8 7.3 17.1 0.0 9.8 9.8 9.8 12.2 เห็นดวย 51.2 41.5 46.3 19.5 65.9 46.3 41.5 41.5 36.6 58.5 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 48.8 41.5 73.2 14.6 53.7 46.3 46.3 51.2 29.3 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ11 ขอ12 ขอ13 ขอ14 ขอ15 ขอ16 ขอ17 ขอ18 ขอ19 ขอ20 ไมเห็นดวย 4.9 0.0 4.9 7.3 0.0 0.0 2.4 0.0 7.3 7.3 ไมแนใจ 39 0.0 41.4 17.1 9.8 12.2 36.6 7.3 41.5 9.8 เห็นดวย 41.5 41.5 41.5 31.7 48.8 41.5 51.2 43.9 43.9 24.4 เห็นดวยอยางยิ่ง 14.6 58.5 12.2 43.9 41.5 46.3 9.8 48.8 7.3 58.5 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ21 ขอ22 ขอ23 ขอ24 ขอ25 ขอ26 ขอ27 ขอ28 ขอ29 ขอ30 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 14.6 4.9 9.8 0.0 0.0 4.9 ไมแนใจ 19.5 2.4 17.1 0.0 34.1 7.3 46.3 17.1 0.0 26.8 เห็นดวย 43.9 14.6 58.5 29.3 36.6 34.1 26.8 39 29.3 46.3 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 83.0 22 70.7 14.7 53.7 17.1 43.9 70.7 22 รวม 100 100.0 100 100 100 100 100 100 100 100 ข้อ23 ข้อ24 ข้อ25 ข้อ26 ข้อ27 ข้อ28 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 39. แบบประเมิน ขอ1 ขอ2 ขอ3 ขอ4 ขอ5 ขอ6 ขอ7 ขอ8 ขอ9 ขอ10 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 2.4 0.0 2.4 2.4 2.4 0.0 ไมแนใจ 12.2 9.8 9.8 7.3 17.1 0.0 9.8 9.8 9.8 12.2 เห็นดวย 51.2 41.5 46.3 19.5 65.9 46.3 41.5 41.5 36.6 58.5 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 48.8 41.5 73.2 14.6 53.7 46.3 46.3 51.2 29.3 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ11 ขอ12 ขอ13 ขอ14 ขอ15 ขอ16 ขอ17 ขอ18 ขอ19 ขอ20 ไมเห็นดวย 4.9 0.0 4.9 7.3 0.0 0.0 2.4 0.0 7.3 7.3 ไมแนใจ 39 0.0 41.4 17.1 9.8 12.2 36.6 7.3 41.5 9.8 เห็นดวย 41.5 41.5 41.5 31.7 48.8 41.5 51.2 43.9 43.9 24.4 เห็นดวยอยางยิ่ง 14.6 58.5 12.2 43.9 41.5 46.3 9.8 48.8 7.3 58.5 รวม 100 100 100 100 100 100 100 100 100 100 แบบประเมิน ขอ21 ขอ22 ขอ23 ขอ24 ขอ25 ขอ26 ขอ27 ขอ28 ขอ29 ขอ30 ไมเห็นดวย 0.0 0.0 2.4 0.0 14.6 4.9 9.8 0.0 0.0 4.9 ไมแนใจ 19.5 2.4 17.1 0.0 34.1 7.3 46.3 17.1 0.0 26.8 เห็นดวย 43.9 14.6 58.5 29.3 36.6 34.1 26.8 39 29.3 46.3 เห็นดวยอยางยิ่ง 36.6 83.0 22 70.7 14.7 53.7 17.1 43.9 70.7 22 รวม 100 100.0 100 100 100 100 100 100 100 100 ข้อ28 ข้อ29 ข้อ30 รอยละการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร 39.
46.
ตารางที่ 5 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตร โดยรวมทั้งเพศชายและเพศหญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบ สื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุม ตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร รายการขอความคิดเห็น คาเฉลี่ย ( X ) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( SD ) ความหมาย 1. ขาพเจามีความสุขเมื่อไดทดลองวิทยาศาสตร 3.24 0.663 ระดับสูง 2. ขาพเจาอยากเรียนวิชาวิทยาศาสตร 3.39 0.666 ระดับสูง 3. วิทยาศาสตรทําใหคนเรามีเหตุผล 3.27 0.742 ระดับสูง 4. เรียนวิชาวิทยาศาสตรแลวสามารถ นําไปใชพัฒนาตนเองได 3.66 0.617 ระดับสูง 5. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่เรียนสนุก 2.93 0.648 ระดับปานกลาง 6. วิทยาศาสตรชวยใหเรียนวิชาอื่นๆไดดีขึ้น 3.54 0.505 ระดับสูง 7. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่นาสนใจ 3.22 0.725 ระดับสูง 8. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่เรียนแลว คุมคากับการลงทุน 3.32 0.756 ระดับสูง 9. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่มนุษยนําไป พัฒนาประเทศชาติใหเจริญกาวหนา 3.37 0.767 ระดับสูง 10. วิทยาศาสตรจะไมทําใหมนุษยเกิดความเครียด 3.17 0.629 ระดับสูง 11. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่นาเรียนกวาวิชาอื่น ๆ 2.66 0.794 ระดับปานกลาง 12. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่ไมนาเบื่อ 3.59 0.499 ระดับสูง 13. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่ควรใหเวลามากกวานี้ 2.61 0.771 ระดับปานกลาง 14. ขาพเจาไมรูสึกกังวลเมื่อเรียนวิชาวิทยาศาสตร 3.12 0.954 ระดับสูง 15. วิทยาศาสตรเปนวิชาที่ชวยใหสังคมกาวหนา 3.32 0.650 ระดับสูง 16. การปฏิบัติการทดลองไมมีอันตรายและไมนากลัว ทําใหผูเรียนชอบเรียน 3.34 0.693 ระดับสูง 17. ถาขาพเจาพบบทความทาง วิทยาศาสตรจะเก็บไวอานและศึกษา 2.68 0.687 ระดับปานกลาง 18. ในชั่วโมงการเรียนวิทยาศาสตรแตละ ครั้งขาพเจาไมตองการใหหมดเร็ว 3.41 0.631 ระดับสูง 40.
47.
รายการขอความคิดเห็น คาเฉลี่ย ( X
) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( SD ) ความหมาย 19. ชั่วโมงวิทยาศาสตรเปนชั่วโมงที่ขาพเจารอคอย 2.51 0.746 ระดับปานกลาง 20. เมื่อผูสอนใหทําการทดลองขาพเจามีความเต็ม ใจที่จะทําจนสําเร็จ 3.34 0.938 ระดับสูง 21. เมื่อผูสอนใหทําการทดลองขาพเจาจะ ตั้งใจทําอยางดีเยี่ยม 3.17 0.738 ระดับสูง 22. ในชั่วโมงวิทยาศาสตรขาพเจาจะไม แอบอานหนังสือการตูน 3.80 0.459 ระดับสูง 23. ขอมูลที่ไดจากวิทยาศาสตรเชื่อถือได 3.00 0.707 ระดับปานกลาง 24. วิทยาศาสตรสามารถนําไปพัฒนาตนเองได 3.71 0.461 ระดับสูง 25. ขาพเจาชอบเที่ยวชมนิทรรศการ วิทยาศาสตรอยูเสมอ 2.51 0.925 ระดับปานกลาง 26. วิทยาศาสตรเปนกิจกรรมที่ทาทายความสามารถ 3.37 0.829 ระดับสูง 27. ขาพเจาชอบวิชาวิทยาศาสตรมากกวา วิชาอื่น ๆ 2.51 0.898 ระดับปานกลาง 28. เมื่อใดก็ตามที่ขาพเจาลงมือทดลอง วิทยาศาสตรขาพเจามักจะทําตอจนสําเร็จหรือไม ลมเลิกกลางครัน 3.27 0.742 ระดับสูง 29. ขาพเจาชอบรวมกิจกรรมงานวิทยาศาสตร 3.71 0.461 ระดับสูง 30. ทุกครั้งที่มีรายการทางโทรทัศนเกี่ยวกับ วิทยาศาสตรขาพเจาจะดูอยางตั้งใจ 2.85 0.823 ระดับปานกลาง เกณฑประเมิน > 3.00 หมายถึง เจตคติวิทยาศาสตรระดับสูง 2.00-3.00 หมายถึง เจตคติวิทยาศาสตรระดับปานกลาง < 2.00 หมายถึง เจตคติวิทยาศาสตรระดับต่ํา แปลผล นักเรียนมีคาเฉลี่ยเจตคติตอวิทยาศาสตรหลังเรียนมากที่สุดในขอที่ 22 คือ ในชั่วโมง วิทยาศาสตรขาพเจาจะไมแอบอานหนังสือการตูน ( X =3.80, SD = 0.459) และนอยที่สุดในขอที่ 19 คือ ชั่วโมงวิทยาศาสตรเปนชั่วโมงที่ขาพเจารอคอย ( X =2.51, SD = 0.746) 41.
48.
กราฟที่ 4 แสดงคาเฉลี่ยของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ข้อ1 ข้อ2 ข้อ3 ข้อ4 0 0.5 1 1.5 2 2.5 3 3.5 4 ข้อ16 ข้อ17 ข้อ18 ข้อ19 42. คาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตรคาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตร กราฟที่ 4 แสดงคาเฉลี่ยของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ข้อ4 ข้อ5 ข้อ6 ข้อ7 ข้อ8 ข้อ9 ข้อ10 ข้อ11 ข้อ12 ข้อ19 ข้อ20 ข้อ21 ข้อ22 ข้อ23 ข้อ24 ข้อ25 ข้อ26 ข้อ27 42. คาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตรคาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตร กราฟที่ 4 แสดงคาเฉลี่ยของผลการประเมินเจตคติตอวิทยาศาสตรโดยรวมทั้งเพศชายและเพศ หญิงหลังการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชา ชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาป ที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ข้อ12 ข้อ13 ข้อ14 ข้อ15 ข้อ27 ข้อ28 ข้อ29 ข้อ30 42. คาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตรคาเฉลี่ยคะแนนเจตคติตอวิทยาศาสตร
49.
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลการศึกษาและขอเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการศึกษาผลการใชบทเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานรายวิชา ชีววิทยา
1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา โดยนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2555 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสรางและพัฒนาแบบ เรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงานและนํามา ทําการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอน-หลังและเจตคติตอวิทยาศาสตรหลังการใช บทเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบโครงงาน ซึ่งจากการวิจัยในครั้งนี้สามารถวิเคราะห สรุป อภิปรายผลการศึกษาและขอเสนอแนะได ดังนี้ สรุปผลการวิจัย 1. ผลการวิเคราะหความคิดเห็นของผูทรงคุณวุฒิในดานความตรงเชิงเนื้อหาของบทเรียน สําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสต สวนใหญ (7 ขอจาก 10 ขอ) มีคา IOC มากกวา 0.5 หรือ “ใชได” และเมื่อทําการวิเคราะหคา IOC ของแบบเรียนสําเร็จรูปทั้งฉบับ มีคาเทากับ 0.64 ซึ่งจะไดขอสรุปวา บทเรียนสําเร็จรูปฉบับนี้สามารถนํามาใชประกอบการจัดการเรียนการสอนได อยางไรก็ตามควรมีการ ปรับปรุงคุณภาพความตรงเชิงเนื้อหาโดยการแกไขพัฒนาบทเรียนสําเร็จรูปฉบับนี้ในดานความ สอดคลองเหมาะสมกับสภาพปจจุบันและปญหา, ความเหมาะสมของการใชภาษาและความเหมาะสม ของรูปแบบตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญ 2. ผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนการเรียนรูโดยใชแนว การสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียนสําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทาง ชีววิทยา ของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร จะเห็นไดวา นักเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียน ( X = 8.90, SD = 2.234 ) สูงกวาผลคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบกอนเรียน ( X = 7.37, SD = 1.771) แสดงวา นักเรียนมีความกาวหนาทางการเรียนมากขึ้นหลังการใชบทเรียนสําเร็จรูป อยางไรก็ตามคาเฉลี่ยของ ผลการทดสอบหลังเรียนยังต่ํากวา 50% ของคะแนนเต็มซึ่งจะตองทําการสอนซอมเสริมเพื่อพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนใหสูงขึ้นตอไป 43.
50.
3. ผลการวิเคราะหทดสอบคาเฉลี่ยแบบ Paired/Dependent
Samples t-test ของผล คะแนนการทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน (pretest-posttest) โดยการจัดกิจกรรมโดยใชบทเรียน สําเร็จรูปและแนวการจัดการเรียนรูแบบโครงงานทําใหผลคะแนนการทดสอบของนักเรียนกลุม ตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-วิทยาศาสตรหลังเรียนสูงกวากอน เรียน (t = -4.015) โดยกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 99% (sig = 0.00) ซึ่งเปน ผลจากการจัดการเรียนการสอนดังจะเห็นไดจากคาสหสัมพันธระหวางคะแนนทดสอบกอนเรียนและ คะแนนทดสอบหลังเรียนของผูเรียนอยูในระดับคอนขางนอย (r = 0.268) ซึ่งมีความแตกตางกันอยาง ไมมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (sig = 0.90) แสดงวา นักเรียนมีความรูความเขาใจ เพิ่มขึ้นจากการเรียนรูไมใชมีความรูเดิมในเนื้อหาบทเรียนนั้นอยูแลว 4. ผลการวิเคราะหคารอยละของผลการประเมินนักเรียนสวนใหญมีเจตคติตอวิทยาศาสตร หลังเรียนอยูในระดับมากซึ่งคลายคลึงกันทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง โดยเฉพาะอยางยิ่งในขอที่ 6 คือ วิทยาศาสตรชวยใหเรียนวิชาอื่นๆไดดีขึ้น, ขอที่ 12 คือ วิทยาศาสตรเปนวิชาที่ไมนาเบื่อ, ขอที่ 24 คือ วิทยาศาสตรสามารถนําไปพัฒนาตนเองได และ ขอที่ 29 คือ ขาพเจาชอบรวมกิจกรรมงาน วิทยาศาสตร โดยไมพบความคิดเห็นในระดับนอยและปานกลางอยูเลย ซึ่งสอดคลองกับผลการ วิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการประเมิน พบวา นักเรียนมีคาเฉลี่ยเจตคติตอ วิทยาศาสตรหลังเรียนมากที่สุดในขอที่ 4 คือ ในชั่วโมงวิทยาศาสตรขาพเจาจะไมแอบอานหนังสือ การตูน ( X =3.80, SD = 0.459) และนอยที่สุดในขอที่ 19 คือ ชั่วโมงวิทยาศาสตรเปนชั่วโมงที่ ขาพเจารอคอย ( X =2.51, SD = 0.746) แสดงวา นักเรียนสวนใหญทั้งเพศหญิงและเพศชายเกิดเจต คติที่ดีตอวิทยาศาสตรโดยเฉพาะอยางยิ่งความตระหนักถึงบทบาทหนาที่ในการเรียนรูวิชา วิทยาศาสตรหลังจากไดรับการจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียน สําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา อภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยสอดคลองกับสมมติฐานที่ตั้งไววาถาแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบ โครงงานรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ภาคเรียน 2 สามารถสงเสริมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจต คติตอวิทยาศาสตรของผูเรียนได ดังนั้น ผลคะแนนการทดสอบกอนเรียน-หลังเรียน (pretest- posttest) โดยการจัดกิจกรรมโดยใชบทเรียนสําเร็จรูปและแนวการจัดการเรียนรูแบบโครงงานทํา ใหผลคะแนนการทดสอบของนักเรียนกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียน วิทยาศาสตร-วิทยาศาสตรหลังเรียน ( X = 8.90, SD = 2.234 ) สูงกวากอนเรียน( X = 7.37, SD = 1.771) โดยกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับความเชื่อมั่น 99% (t = -4.015, sig = 0.00) ซึ่งเปน ผลจากการจัดการเรียนการสอนดังจะเห็นไดจากคาสหสัมพันธระหวางคะแนนทดสอบกอนเรียนและ 44.
51.
คะแนนทดสอบหลังเรียนของผูเรียนอยูในระดับคอนขางนอย (r =
0.268) ซึ่งมีความแตกตางกันอยาง ไมมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (sig = 0.90) แสดงวา นักเรียนมีความรูความเขาใจ เพิ่มขึ้นจากการเรียนรูไมใชมีความรูเดิมอยูในเรื่องนั้นอยูแลว ซึ่งเปนไปไดวากิจกรรมการเรียนการ สอนแบบเนนผูเรียนเปนสําคัญประกอบสื่อแบบเรียนสําเร็จรูไดเปดโอกาสใหผูเรียนไดสรางองคความรู และทําความเขาใจเนื้อหาบทเรียนตางๆดวยตนเองอันเปนการสงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองอยาง เต็มตามศักยภาพบนความแตกตางระหวางบุคคลโดยเฉพาะอยางยิ่งพื้นฐานความรูความเขาใจหรือ ความพรอมของนักเรียนแตละคนโดยจะเห็นไดจากผลคะแนนการทําแบบประเมินเจตคติตอ วิทยาศาสตรหลังเรียนอยูในระดับมากซึ่งคลายคลึงกันทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง โดยเฉพาะ อยางยิ่งในขอที่ 6 คือ วิทยาศาสตรชวยใหเรียนวิชาอื่นๆไดดีขึ้น, ขอที่ 12 คือ วิทยาศาสตรเปนวิชาที่ ไมนาเบื่อ, ขอที่ 24 คือ วิทยาศาสตรสามารถนําไปพัฒนาตนเองได และ ขอที่ 29 คือ ขาพเจาชอบ รวมกิจกรรมงานวิทยาศาสตร โดยไมพบความคิดเห็นในระดับนอยและปานกลางอยูเลย ซึ่งสอดคลอง กับผลการวิเคราะหคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลการประเมิน พบวา นักเรียนมีคาเฉลี่ย เจตคติตอวิทยาศาสตรหลังเรียนมากที่สุดในขอที่ 4 คือ ในชั่วโมงวิทยาศาสตรขาพเจาจะไมแอบอาน หนังสือการตูน ( X =3.80, SD = 0.459) และนอยที่สุดในขอที่ 19 คือ ชั่วโมงวิทยาศาสตรเปนชั่วโมง ที่ขาพเจารอคอย ( X =2.51, SD = 0.746) แสดงวา นักเรียนสวนใหญทั้งเพศหญิงและเพศชายเกิด เจตคติที่ดีตอวิทยาศาสตรโดยเฉพาะอยางยิ่งความตระหนักถึงบทบาทหนาที่ในการเรียนรูวิชา วิทยาศาสตร สรุปไดวา การจัดการเรียนรูโดยใชแนวการสอนแบบโครงงานประกอบสื่อบทเรียน สําเร็จรูปรายวิชาชีววิทยา 1 (ว 31241) เรื่อง บทนําทางชีววิทยา ที่ผูวิจัยจัดทําขึ้นเหมาะสมในการ นํามาใชประกอบการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญในชั้นเรียนซึ่งสอดคลองกับผลการประเมิน ของผูเชี่ยวชาญที่เห็นวาแบบเรียนสําเร็จรูปฉบับนี้มีความถูกตองสามารถนํามาใชประกอบการจัดการ เรียนการสอนกับผูเรียนได จากผลการวิจัยสามารถนําไปประยุกตใชพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรูรายวิชาชีววิทยา บทเรียนตางๆ เพื่อสงเสริมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติตอวิทยาศาสตรของผูเรียน โดยเฉพาะในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร ใหเพิ่มมากขึ้นซึ่งทํา ใหผูเรียนไดพัฒนาตนเองอยางเต็มตามศักยภาพบนความแตกตางระหวางบุคคลโดยเฉพาะอยางยิ่งพื้น ฐานความรูความเขาใจหรือความพรอมของนักเรียนแตละคนกอนที่จะจบชวงชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 เปนนักเรียนที่มีคุณภาพตามมาตรฐานและตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 กําหนด อีกทั้งยัง เปนการสงเสริมองคความรูและพื้นฐานความเขาใจของการวิจัยในชั้นเรียนทางดานการศึกษาผลการ ใชนวัตกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวกับแบบเรียนสําเร็จรูปและแนวการสอนแบบเนนผูเรียนเปนสําคัญ ในการจัดการเรียนรูเพื่อสงเสริมพัฒนาผูเรียนใหเปนทรัพยากรมนุษยที่มีคุณคาของสังคมและ ประเทศชาติตอไป 45.
52.
ขอเสนอแนะ 1. ขอเสนอแนะจากการวิจัยในครั้งนี้ 1.1 ควรปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนอยางตอเนื่องโดยบันทึกผล ภายหลังการสอนในแตละครั้ง
ซึ่งจะพบจุดที่เปนปญหาและควรดําเนินการแกไขเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและเจตคติตอวิทยาศาสตรของผูเรียน 1.2 ควรนําวิธีการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญประกอบสื่อแบบเรียน สําเร็จรูปไปประยุกตใชใหครอบคลุมกับเนื้อหาทุกบทเรียนและทุกกลุมสาระการเรียนรูเพื่อใหเกิดการ สงเสริมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติตอวิทยาศาสตรของผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ 2. ขอเสนอแนะเพื่อการทําวิจัยในครั้งตอไป 2.1 ควรทําการวิจัยอยางตอเนื่องในปการศึกษาถัดไปและในบทเรียนตางๆของ รายวิชาชีววิทยา เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาวิจัยดานประสิทธิภาพและประสิทธิผลวิธีการจัดการ เรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสําคัญประกอบสื่อแบบเรียนสําเร็จรูปตอการสงเสริมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนและเจตคติตอวิทยาศาสตรของผูเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร- คณิตศาสตร 2.2 ควรศึกษาสาเหตุปจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบทําใหผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน รายวิชาชีววิทยา ต่ํากวาเกณฑตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรูในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 แผนการ เรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตร โดยเฉพาะอยางยิ่งการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งจะไดขอมูลเชิงลึกมา ใชประกอบการพิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรูในชั้นเรียนใหมีความ เหมาะสมมากยิ่งขึ้น 46.
53.
บรรณานุกรม เอกสารอางอิง ศ. ดร. สุวิมล
วองวาณิช . การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน . พิมพครั้งที่ 14 . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย , 2553. รศ. ดร.วรรณี แกมเกตุ . วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร (Research Methodology in Behavioral Science) . พิมพครั้งที่ 2 . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย , 2551. ผศ. ดร. สัมมา รธนิธย . การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู : จากประสบการณสูการปฎิบัติ . กรุงเทพฯ : ขาวฟาง, 2546. ผศ. ดร. วรรณิภา จัตุชัย และคณะ . การวัดผลและประเมินผลทางการศึกษา . กรุงเทพฯ : พล Copy Service and supply, 2551. รศ. ดร. เบญจวรรณ กี่สุขพันธ และคณะ . หลักสูตรและการจัดการเรียนรู . กรุงเทพฯ : พล Copy Service and supply, 2551. ผศ. กานดา พูนลาภทวี . สถิติเพื่อการวิจัย . กรุงเทพฯ : ฟสิกสเซ็นเตอร . 2539. รศ. ดร. กัลยา วานิชยบัญชา . การใช SPSS for Windows ในการวิเคราะหขอมูล . กรุงเทพฯ : บริษัท ธรรมสาร จํากัด . 2548. รศ. ดร. สุวิมล ติรกานันท . สถิติและการวิจัยเบื้องตนทางการศึกษา . กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ มหาวิทยาลัยรามคําแหง, 2554. รศ. ดร. สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ และคณะ . วิธีการวิเคราะหขอมูลทางการศึกษา 1 . กรุงเทพฯ : สํานักพิมพศูนยสงเสริมวิชาการ, 2545. รศ. ดร. สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ และคณะ . ระเบียบวิธีวิจัยทางการศึกษา . กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ ศูนยสงเสริมวิชาการ, 2555. รศ. ดร. สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์ . การประเมินผลการศึกษา . กรุงเทพฯ : สํานักพิมพมหาวิทยาลัย รามคําแหง, 2554. รศ. ดร. สุวิมล ติรกานันท . การสรางเครื่องมือวัดตัวแปรในการวิจัยทางสังคมศาสตร : แนวทางสูการ ปฏิบัติ . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย , 2550. สํานักพัฒนาการฝกหัดครู สํานักงานสภาสถาบันราชภัฏ . คูมือการฝกอบรมการวิจัยในชั้นเรียน . กรุงเทพฯ : สํานักพิมพเสมาธรรม, 2544. กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 . กรุงเทพฯ : โรง พิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จํากัด. 2551. สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการหมาชน). มาตรฐาน ตัวบงชี้ และ เกณฑการพิจารณาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบที่ 2 (พ.ศ. 2549-2553), กรุงเทพฯ.
54.
สํานักงานเลขาธิการคุรุสภาและสถาบันการศึกษาทางไกล สํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษา
. ชุดการเรียนทางไกล หลักสูตรการวิจัยเพื่อ พัฒนาการเรียนรู เลม 1-2 (หนวยการเรียนรูที่ 1-9) . กรุงเทพฯ : โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว.2550. เว็ปไซตอางอิง http://panchalee.wordpress.com/2009/04/17/programinstructional1/ http://panchalee.wordpress.com/2009/04/18/programinstructional2/ http://www.br.ac.th/E-learning/lesson4_2.html http://www.obec.go.th http://www3.ipst.ac.th/smtat/index.php/component/content/article/24 http://www.sirinun.com/lesson1/a6.php http://www.baanjomyut.com/library_2/extension2/scientific_concepts_and_principles /07.html www.babydope.com/tag/เจตคติทางวิทยาศาสตร/ http://www2.udru.ac.th/~sci102/Data/Unit1/Unit1-6.htm
55.
ประวัติยอผูวิจัย ชื่อ – นามสกุล
: นายวิชัย ลิขิตพรรักษ วัน/เดือน/ปเกิด : 4 มกราคม พ.ศ. 2527 ที่อยูปจจุบัน : 133 ซอยเจริญนคร 46 ถนนเจริญนคร แขวงบางลําภูลาง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 ประวัติการศึกษา : พ.ศ. 2549 วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกรียตินิยมอันดับ 2) สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2551 ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร เอกเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2552 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2555 สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ เอกสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปจจุบันกําลังศึกษาตอในระดับปริญญาโท สาขาวิจัยการศึกษา ภาควิชาการประเมินและการวิจัย คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง การทํางานปจจุบัน : ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ประวัติยอผูวิจัย ชื่อ – นามสกุล : นายวิชัย ลิขิตพรรักษ วัน/เดือน/ปเกิด : 4 มกราคม พ.ศ. 2527 ที่อยูปจจุบัน : 133 ซอยเจริญนคร 46 ถนนเจริญนคร แขวงบางลําภูลาง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 ประวัติการศึกษา : พ.ศ. 2549 วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกรียตินิยมอันดับ 2) สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2551 ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร เอกเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2552 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2555 สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ เอกสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปจจุบันกําลังศึกษาตอในระดับปริญญาโท สาขาวิจัยการศึกษา ภาควิชาการประเมินและการวิจัย คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง การทํางานปจจุบัน : ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ประวัติยอผูวิจัย ชื่อ – นามสกุล : นายวิชัย ลิขิตพรรักษ วัน/เดือน/ปเกิด : 4 มกราคม พ.ศ. 2527 ที่อยูปจจุบัน : 133 ซอยเจริญนคร 46 ถนนเจริญนคร แขวงบางลําภูลาง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 ประวัติการศึกษา : พ.ศ. 2549 วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกรียตินิยมอันดับ 2) สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2551 ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร เอกเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2552 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2555 สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรสุขภาพ เอกสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปจจุบันกําลังศึกษาตอในระดับปริญญาโท สาขาวิจัยการศึกษา ภาควิชาการประเมินและการวิจัย คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง การทํางานปจจุบัน : ตําแหนงครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน
56.
ภาคผนวก
57.
ผูทรงคุณวุฒิ 1. นางวนิดา เรียวไพศาลศักดา
ตําแหนงหัวหนากลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร วิทยะฐานะชํานาญการ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 2. นางสาววัชรี กาญจนเสมา ตําแหนงครู วิทยะฐานะชํานาญการ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 3. นางสาวพจนี มาลัยศรี ตําแหนงครู กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 4. นางนภาพร มูลรัตน ตําแหนงครู วิทยะฐานะชํานาญการ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 5. นางสาวรุงอรุณ พรมเจียม ตําแหนงครูปฏิบัติการสอนชีววิทยา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน
58.
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 หนวยการเรียนที่ 1
เรื่อง บทนําทางชีววิทยา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา/รายวิชา ว 31241/ชีววิทยา 1 ชั้น ม. 4 เวลาเรียน 10 ชั่วโมง ผูสอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ******************************************************************************************* 1. มาตรฐานการเรียนรู สาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 : เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่ ของระบบตาง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถอธิบายพรอมยกตัวอยางเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและ กระบวนการศึกษาชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 2 : ชีวิตกับสิ่งแวดลอม มาตรฐาน ว 2.1 : เขาใจสิ่งแวดลอมในทองถิ่น ความสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยา ศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถบอกสวนประกอบและประเถทของกลองจุลทรรศนพรอม ประยุกตใชในการศึกษาทางดานชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 8 : ธรรมชาติของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มาตรฐาน ว.8.1 : ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การ แกปญหา รูวาปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นสวนใหญมีรูปแบบที่แนนอน สามารถอธิบายและ ตรวจสอบไดภายใตขอมูลและเครื่องมือที่มีอยูในชวงเวลานั้นๆ เขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดลอมมีความเกี่ยวของสัมพันธกัน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู ขอที่ 1 อธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการ ดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยา 2. จุดประสงคการเรียนรู 2.1 วิเคราะหและอธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิตชนิดตางๆรวมทั้งมนุษยไดอยางถูกตอง 2.2 สืบคนขอมูลและเขียนสรุปความหมายและกระบวนการศึกษาของวิชาชีววิทยาไดอยางถูกตอง 2.3 ตระหนักถึงความสําคัญของชีววิทยากับการดํารงชีวิตของมนุษยและชีวจริยธรรมไดอยางถูกตอง แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 หนวยการเรียนที่ 1 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา/รายวิชา ว 31241/ชีววิทยา 1 ชั้น ม. 4 เวลาเรียน 10 ชั่วโมง ผูสอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ******************************************************************************************* 1. มาตรฐานการเรียนรู สาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 : เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่ ของระบบตาง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถอธิบายพรอมยกตัวอยางเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและ กระบวนการศึกษาชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 2 : ชีวิตกับสิ่งแวดลอม มาตรฐาน ว 2.1 : เขาใจสิ่งแวดลอมในทองถิ่น ความสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยา ศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถบอกสวนประกอบและประเถทของกลองจุลทรรศนพรอม ประยุกตใชในการศึกษาทางดานชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 8 : ธรรมชาติของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มาตรฐาน ว.8.1 : ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การ แกปญหา รูวาปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นสวนใหญมีรูปแบบที่แนนอน สามารถอธิบายและ ตรวจสอบไดภายใตขอมูลและเครื่องมือที่มีอยูในชวงเวลานั้นๆ เขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดลอมมีความเกี่ยวของสัมพันธกัน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู ขอที่ 1 อธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการ ดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยา 2. จุดประสงคการเรียนรู 2.1 วิเคราะหและอธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิตชนิดตางๆรวมทั้งมนุษยไดอยางถูกตอง 2.2 สืบคนขอมูลและเขียนสรุปความหมายและกระบวนการศึกษาของวิชาชีววิทยาไดอยางถูกตอง 2.3 ตระหนักถึงความสําคัญของชีววิทยากับการดํารงชีวิตของมนุษยและชีวจริยธรรมไดอยางถูกตอง แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 หนวยการเรียนที่ 1 เรื่อง บทนําทางชีววิทยา กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา/รายวิชา ว 31241/ชีววิทยา 1 ชั้น ม. 4 เวลาเรียน 10 ชั่วโมง ผูสอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน ******************************************************************************************* 1. มาตรฐานการเรียนรู สาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดํารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 : เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่ ของระบบตาง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู สื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถอธิบายพรอมยกตัวอยางเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและ กระบวนการศึกษาชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 2 : ชีวิตกับสิ่งแวดลอม มาตรฐาน ว 2.1 : เขาใจสิ่งแวดลอมในทองถิ่น ความสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตตาง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูและจิตวิทยา ศาสตร สื่อสารสิ่งที่เรียนรูและนําความรูไปใชประโยชน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง : สามารถบอกสวนประกอบและประเถทของกลองจุลทรรศนพรอม ประยุกตใชในการศึกษาทางดานชีววิทยาไดอยางถูกตอง สาระที่ 8 : ธรรมชาติของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มาตรฐาน ว.8.1 : ใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและจิตวิทยาศาสตรในการสืบเสาะหาความรู การ แกปญหา รูวาปรากฏการณทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นสวนใหญมีรูปแบบที่แนนอน สามารถอธิบายและ ตรวจสอบไดภายใตขอมูลและเครื่องมือที่มีอยูในชวงเวลานั้นๆ เขาใจวาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดลอมมีความเกี่ยวของสัมพันธกัน ตัวชี้วัด / ผลการเรียนรู ขอที่ 1 อธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการ ดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยา 2. จุดประสงคการเรียนรู 2.1 วิเคราะหและอธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิตชนิดตางๆรวมทั้งมนุษยไดอยางถูกตอง 2.2 สืบคนขอมูลและเขียนสรุปความหมายและกระบวนการศึกษาของวิชาชีววิทยาไดอยางถูกตอง 2.3 ตระหนักถึงความสําคัญของชีววิทยากับการดํารงชีวิตของมนุษยและชีวจริยธรรมไดอยางถูกตอง
59.
3. สาระแกนกลาง /
สาระสําคัญ - ลักษณะของสิ่งมีชีวิต ประกอบดวย 1) มีโครงสรางและหนาที่อยางเปนระบบ 2) มีการรักษาสมดุลในรางกาย 3) มีการปรับตัว 4) มีการสืบพันธุและถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม 5) มีการเจริญเติบโตและพัฒนารูปราง 6) มีความตองการพลังงาน 7) มีการรับรูตอสิ่งเราที่เขามากระตุน 8) มีปฏิสัมพันธ - ชีววิทยา หมายถึง การศึกษาความคิดของคนที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต หรือวิชาที่วาดวยความคิดของคน เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตอยางมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร - กระบวนการศึกษาที่ใชในการศึกษาชีววิทยา (กระบวนการทางวิทยาศาสตร) ไดแก 1) กําหนดปญหา 2) ตั้งสมมติฐาน : คําตอบที่เปนไปไดทั้งหมดของปญหา 3) ตรวจสอบสมมติฐาน : กําหนดตัวแปร, ทําการทดลอง 4) แปลและวิเคราะหขอมูล : การบรรยายลักษณะของขอมูลที่ได 5) สรุปผล: การนําขอมูลที่ไดจากการทดลองมาสรุปวาสอดคลองกับสมมติฐานหรือไม 4. สาระการเรียนรู ความรู (K) วิเคราะหและอธิบายลักษณะของสิ่งมีชีวิตชนิดตางๆรวมทั้งมนุษย ทักษะ / กระบวนการ (P) สืบคนขอมูลและเขียนสรุปความหมายและกระบวนการศึกษาของ วิชาชีววิทยา คุณลักษณะอันพึงประสงค (A) ตระหนักถึงความสําคัญของชีววิทยากับการดํารงชีวิตของ มนุษยและชีวจริยธรรม 5. สมรรถนะ การคิด ,การสื่อสาร และการใชเทคโนโลยี 6. ชิ้นงาน / ภาระงานที่แสดงผลการเรียนรู สมุดบันทึก ,ใบงาน และConcept map
60.
7. การวัดและประเมินผล รายการประเมิน วิธีวัดผล
เครื่องมือวัดผล เกณฑการประเมินผล 1. สมุดบันทึกการเรียนการ สอนประจําบทเรียน 2. ใบงานแบบฝกหัดทบทวน ประจําบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนนประจํา บทเรียน 4. แบบบันทึกการทํากิจกรรม ประจําบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกการ เรียนการสอนประจํา บทเรียน 2. ตรวจใบงานแบบฝกหัด ทบทวนประจําบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบเก็บ คะแนนประจําบทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกการทํา กิจกรรมประจําบทเรียน 1. การสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหาที่ทําการ เรียนการสอนประจําบทเรียน จริง 2. การตรวจสอบคําตอบกับคํา เฉลยใบงานแบบฝกหัดประจํา บทเรียน 3. การตรวจสอบคําตอบกับคํา เฉลยแบบทดสอบประจํา บทเรียน 4. การตรวจแบบบันทึกการ กิจกรรมประจําบทเรียน 1. ความถูกตอง ครบถวน ใน เนื้อหา ความเปนระเบียบ เรียบรอยสวยงามของการจด บันทึก 2. ความถูกตองของคําตอบ อยางนอยไมต่ํากวา 80% 3. ความถูกตองของคําตอบ อยางนอยไมต่ํากวา 50% 4. ความถูกตอง ครบถวน ใน เนื้อหาการบันทึก ความเปน ระเบียบเรียบรอยสวยงามของ การจดบันทึก 8. กิจกรรมการเรียนรู ขั้นนํา : ครูทําการทดสอบความรูพื้นฐานของผูเรียนกอนเรียนดวยแบบทดสอบ จํานวน 18 ขอ ครูตั้งคําถามกอนนําไปสูการเรียนการสอนใหนักเรียนจะตอบคําถามเหลานี้โดย อาศัยความรูความเขาใจที่มีอยูเดิม หรือจากประสบการณที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจําวัน วา > สิ่งมีชีวิต คืออะไรและสิ่งมีชีวิตตองมีลักษณะอยางไร > ชีววิทยา หมายถึงอะไร และนักเรียนสามารถนํามารูทาชีววิทยามาใชใน ชีวิตประจําวันไดอยางไร ครูเริ่มเปดอภิปรายโดยใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวาสิ่งมีชีวิตแตละชนิดมีลักษณะที่เหมือน หรือแตกตางกันอยางไร นักเรียนสามารถตั้งคําถามที่อยากรูเพิ่มเติมหลังจากไดรวมกันอภิปรายในหองเรียนแลว เชน สาขาที่เกี่ยวของกับชีววิทยามีอะไรบาง ขั้นสอน : ครูอธิบายเนื้อหา “บทนําทางชีววิทยา” วา - ชีววิทยา หมายถึง การศึกษาความคิดของคนที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต หรือวิชาที่วาดวยความคิดของคน เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตอยางมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร - องคประกอบของชีววิทยา 1. ความรูเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต -- จําแนกตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต : สัตววิทยา ,พฤกษศาสตร ,จุลชีววิทยา -- จําแนกตามหนาที่และการทํางานของสิ่งมีชีวิต : สรีรวิทยา ,คัพภะวิทยา ,พันธุศาสตร
61.
2. กระบวนการศึกษาที่ใชในการศึกษา (กระบวนการทางวิทยาศาสตร) --
กําหนดปญหา -- ตั้งสมมติฐาน : คําตอบที่เปนไปไดทั้งหมดของปญหา -- ตรวจสอบสมมติฐาน : กําหนดตัวแปร, ทําการทดลอง -- แปลและวิเคราะหขอมูล : การบรรยายลักษณะของขอมูลที่ได -- สรุปผล: การนําขอมูลที่ไดจากการทดลองมาสรุปวาสอดคลองกับสมมติฐานหรือไม - สาขาที่เกี่ยวของกับชีววิทยา - กลองจุลทรรศน (microscope) 2. กระบวนการศึกษาที่ใชในการศึกษา (กระบวนการทางวิทยาศาสตร) -- กําหนดปญหา -- ตั้งสมมติฐาน : คําตอบที่เปนไปไดทั้งหมดของปญหา -- ตรวจสอบสมมติฐาน : กําหนดตัวแปร, ทําการทดลอง -- แปลและวิเคราะหขอมูล : การบรรยายลักษณะของขอมูลที่ได -- สรุปผล: การนําขอมูลที่ไดจากการทดลองมาสรุปวาสอดคลองกับสมมติฐานหรือไม - สาขาที่เกี่ยวของกับชีววิทยา - กลองจุลทรรศน (microscope) 2. กระบวนการศึกษาที่ใชในการศึกษา (กระบวนการทางวิทยาศาสตร) -- กําหนดปญหา -- ตั้งสมมติฐาน : คําตอบที่เปนไปไดทั้งหมดของปญหา -- ตรวจสอบสมมติฐาน : กําหนดตัวแปร, ทําการทดลอง -- แปลและวิเคราะหขอมูล : การบรรยายลักษณะของขอมูลที่ได -- สรุปผล: การนําขอมูลที่ไดจากการทดลองมาสรุปวาสอดคลองกับสมมติฐานหรือไม - สาขาที่เกี่ยวของกับชีววิทยา - กลองจุลทรรศน (microscope)
62.
- โครงงานทางวิทยาศาสตร (Science
Project) นักเรียนรวมแสดงความคิดเห็นและซักถามขอสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของ ชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการ ประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษย ครูใหนักเรียนทบทวนเนื้อหาบทเรียนและทําแบบฝกหัดในแบบเรียนสําเร็จรูปเปนการบาน พรอมแบงกลุมนักเรียนออกเปน 6 กลุม กลุมละ 6-7 คน มอบหมายโครงงานที่เกี่ยวของกับชีววิทยา กลุมละ 1 หัวขอจัดทํารายงานและออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน หลังจากนั้นใหนักเรียนทําการ ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเรียนหลังเรียนดวยแบบทดสอบจํานวน 18 ขอ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเปน concept map เพื่อตรวจสอบ ความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริย ธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษยและศึกษา ในระดับสูงดานชีววิทยาตอไป 9. สื่อ / อุปกรณ / แหลงเรียนรู 9.1 หนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพิ่มเติม (ชีววิทยา) เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ 9.2 คูมือครูชีววิทยา เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท.กระทรวงศึกษาธิการ 9.3 หองสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.4 หองศูนยสื่อกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.5 หองสืบคนความรู โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน - โครงงานทางวิทยาศาสตร (Science Project) นักเรียนรวมแสดงความคิดเห็นและซักถามขอสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของ ชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการ ประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษย ครูใหนักเรียนทบทวนเนื้อหาบทเรียนและทําแบบฝกหัดในแบบเรียนสําเร็จรูปเปนการบาน พรอมแบงกลุมนักเรียนออกเปน 6 กลุม กลุมละ 6-7 คน มอบหมายโครงงานที่เกี่ยวของกับชีววิทยา กลุมละ 1 หัวขอจัดทํารายงานและออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน หลังจากนั้นใหนักเรียนทําการ ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเรียนหลังเรียนดวยแบบทดสอบจํานวน 18 ขอ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเปน concept map เพื่อตรวจสอบ ความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริย ธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษยและศึกษา ในระดับสูงดานชีววิทยาตอไป 9. สื่อ / อุปกรณ / แหลงเรียนรู 9.1 หนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพิ่มเติม (ชีววิทยา) เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ 9.2 คูมือครูชีววิทยา เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท.กระทรวงศึกษาธิการ 9.3 หองสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.4 หองศูนยสื่อกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.5 หองสืบคนความรู โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน - โครงงานทางวิทยาศาสตร (Science Project) นักเรียนรวมแสดงความคิดเห็นและซักถามขอสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของ ชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริยธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการ ประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษย ครูใหนักเรียนทบทวนเนื้อหาบทเรียนและทําแบบฝกหัดในแบบเรียนสําเร็จรูปเปนการบาน พรอมแบงกลุมนักเรียนออกเปน 6 กลุม กลุมละ 6-7 คน มอบหมายโครงงานที่เกี่ยวของกับชีววิทยา กลุมละ 1 หัวขอจัดทํารายงานและออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน หลังจากนั้นใหนักเรียนทําการ ทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเรียนหลังเรียนดวยแบบทดสอบจํานวน 18 ขอ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเปน concept map เพื่อตรวจสอบ ความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งมีชีวิต ความหมายของชีววิทยา ชีววิทยากับการดํารงชีวิต ชีวจริย ธรรมและกระบวนการศึกษาทางชีววิทยาอีกทั้งการประยุกตใชในการดํารงชีวิตของมนุษยและศึกษา ในระดับสูงดานชีววิทยาตอไป 9. สื่อ / อุปกรณ / แหลงเรียนรู 9.1 หนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพิ่มเติม (ชีววิทยา) เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ 9.2 คูมือครูชีววิทยา เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ผูแตง สสวท.กระทรวงศึกษาธิการ 9.3 หองสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.4 หองศูนยสื่อกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน 9.5 หองสืบคนความรู โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน
Download