บทที่ 1 ระบบประสาท (Nervous system)
รายวิชาชีววิทยา 4 รหัส ว30244 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2567 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ (คศ.3)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 กรุงเทพมหานคร
แนะนาครูผู้สอน
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ (คศ.3)
ประวัติการศึกษา :
◦ พ.ศ. 2545 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (วิทย์-คณิต) โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1 (ร.บ.116)
◦ พ.ศ. 2549 วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกรียตินิยมอันดับ 2) สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
◦ พ.ศ. 2551 ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
◦ พ.ศ. 2552 ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
◦ พ.ศ. 2555 สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เอกสาธารณสุขศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
◦ พ.ศ. 2558 ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการประเมินและการวิจัยทางการศึกษา
เอกวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง
การเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมของนักเรียน :Active learning
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กิจกรรมของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการประสานงานระบบอวัยวะเพื่อรักษาดุลยภาพ
(Homeostasis) ร่างกาย ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อสนองตอบการรับรู้สิ่งเร้าจาเพาะ (specific stimuli) ทั้ง
ภายใน เช่น ฮอร์โมน อารมณ์ความรู้สึก หรือภายนอก เช่น เสียง แสง กลิ่น รส สัมผัส
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การตอบสนองสิ่งเร้าของมนุษย์อาศัยการทางาน 2 ระบบ คือ ประสาท (nervous system)
จะเกิดขึ้นและสิ้นสุดรวดเร็ว กับต่อมไร้ท่อ(endocrine system) จะเกิดขึ้นช้า แต่มีผลต่อเนื่องระยะ
ยาว โดยทางานสัมพันธ์กัน เรียกว่า ระบบประสานงาน (coordinating system)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การทางานระบบประสาทมนุษย์ ได้แก่ การรับข้อมูลสิ่งเร้าผ่านตัวรับสัมผัส (sensory
receptor) จาเพาะและส่งสัญญาณประสาทเข้าสู่ส่วนประมวลผลศูนย์กลาง (CNS) คือ สมองและไขสัน
หลัง และตอบสนอง คือ สั่งการ (Motor)ไปอวัยวะเป้าหมาย (effector) ส่วนใหญ่เป็นกล้ามเนื้อ
CNS : central
nervous system
PNS : peripheral
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผนผังลาดับการทางาน : สิ่งเร้าจาเพาะ > หน่วยรับความรู้สึก (อวัยวะรับสัมผัส) > เซลล์
ประสาทรับความรู้สึก > เซลล์ประสาทประสานงาน (CNS) > เซลล์ประสาทสั่งการ > หน่วย
ปฏิบัติงาน (กล้ามเนื้อ) > ตอบสนองอย่างเหมาะสม
Stimuli Sensory receptor
Sensory neuron
interneuron
Motor neuron
Efffector
Response
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า แต่ไม่ใช่ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีระบบประสาท
มอเนอรา ฟังไจ และโปรติสตา เป็นเพียงเซลล์ไม่มีเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ การตอบสนองอย่างง่าย อาจ
อาศัยโปรตีนที่เซลล์เมมเบรน เป็น receptor รับรู้สิ่งเร้า
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิ่งมีชีวิตที่พัฒนาระบบเนื้อเยื่อบางชนิดก็ไม่มีระบบประสาท เช่น พืช การตอบสนองจะ
อาศัยฮอร์โมนพืช ส่วนการตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดยใช้ระบบประสาทเที่พบได้ฉพาะในสัตว์ ยกเว้น
ฟองน้าที่ยังไม่มีระบบเนื้อเยื่อที่แท้จริง
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ได้แก่ พารามีเซียมมีเส้นใยประสานงาน (coordinating fiber) ที่ซิ
เลียซึ่งเคลื่อนที่เข้าหาหรือหนีแสงสว่าง อุณหภูมิหรือสารเคมีได้ ส่วนยูกลีนา มี eyespot รับแสง
ซึ่งไวต่อความเข้มและทิศทางแต่รับภาพไม่ได้
โพรทิสต์สีเขียวมี
chloroplast
สังเคราะห์ด้วยแสงได้
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นต่าสุดคือ ฟองน้า ไม่มีระบบประสาทไม่มีเซลล์ประสาท
การรับรู้ขึ้นอยู่กับการทางานของแต่ละเซลล์แยกกันไม่มีการทางานประสานร่วมกันระหว่าง
เซลล์ โดยตอบสนองต่อแรงกดและสัมผัส
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไนดาเรีย (Cnidaria) เช่น ไฮดรา มีเซลล์ประสาทพวกแรกเรียกว่า ร่างแหประสาท
(nerve net) ไม่มี CNS โดยนากระแสประสาททุกทิศทางไม่แน่นอนและตอบสนองพร้อมกัน
ทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งพบหนาแน่นบริเวณหนวด (tentacle) และปาก
ดอกไม้ทะเล
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนอนตัวแบนพลานาเรีย มีซลล์ประสาทรวมกลุ่มด้านหัวเกิดปมประสาทสมอง (cerebral
ganglia) พวกแรก มีเส้นประสาทด้านท้อง(ventral nerve cord) สองเส้นยาวขนานข้างลาตัว และมี
เส้นประสาทตามขวาง (transverse nerve) เชื่อมต่ออยู่เป็นระยะ ๆ คล้ายขั้นบันได (ladder type)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนอนตัวกลมพยาธิส่วนใหญ่ มีสมองเป็นปมประสาทวงแหวน (nerve ring) ที่ส่วนหัว
จากนั้นมีเส้นประสาทแยกออกไปทางด้านบนหรือหลัง(dorsal nerve cord) และทางด้านล่างหรือ
ท้อง (ventral nerve cord) ตลอดความยาวลาตัว
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนอนมีปล้อง เช่น ไส้เดือนดิน มีปมประสาทขนาดใหญ่ส่วนหัวเป็นสมองและมีปม
ประสาทอยู่ในแต่ละปล้องลาตัว และมี ventral nerve cord 2 เส้น เชื่อมติดกันทอดยาวตลอดลาตัว
และมีแขนงประสาทแยกออกไปตามผนังลาตัวควบคุมการทางานแต่ละปล้อง
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หมึก (squid) ระบบประสาทเจริญดีมากมีปมประสาทที่ส่วนหัวเป็นสมอง มีปมประสาทและ
เส้นประสาททั่วร่างกาย มีเส้นประสาทขนาดใหญ่ทาให้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว หนวดแต่ละเส้นจะมีกลุ่ม
เซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระจากประสาทส่วนกลาง
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หอยมีปมประสาท 3 คู่ คือ สมอง (Cerebral Ganglia) เท้า (Pedal Ganglia) และ
อวัยวะภายใน (Visceral Ganglia) โดยมีเส้นประสาทใหญ่ (Nerve Cord) เชื่อมต่อกัน มีอวัยวะ
รับสัมผัสและกลิ่นเจริญดี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แมลง : Arthopod มีสมองชัดเจนอยู่ส่วนหัว และมีปมประสาทอยู่เป็นระยะตลอดตัวเป็น
CNS มี ventral nerve cord ยาวเชื่อมต่อและใยประสาทที่แยกเป็นระบบประสาทรอบนอก มีขน
หนวด และตาประกอบรับสัมผัส
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่ม echinoderm เช่น ดาวทะเล (seastar) ระบบประสาทมีวงแหวนประสาท
(nerve ring) รอบปาก และเชื่อมต่อกับเส้นประสาทแนวรัศมี (radial nerve) ทาให้แยก
ควบคุมการทางานส่วนร่างกายได้ มีอวัยวะรับแสง (eye spot / ocellus)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทมนุษย์แบ่งตามโครงสร้างได้ 2 ระบบ คือ ส่วนกลาง CNS (Central Nervous
System) มีสมองและไขสันหลัง และรอบนอก PNS (Peripheral Nervous System) มีเส้นประสาท
สมอง 12 คู่ และเส้นประสาทไขสันหลัง31 คู่
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การพัฒนาระบบประสาทสัตว์มีกระดูกสันหลังระยะเอ็มบริโอมาจากเนื้อเยื่อชั้นนอก
หรือเอกโทเดิร์ม (ectoderm) บริเวณเหนือแกนค้าจุนด้านหลัง (notochord) กลายเป็นท่อประสาท
(neural tube) บริเวณด้านหลังลาตัว (hollow dorsal nerve cord)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มนุษย์มี CNS พัฒนามาก เซลล์ประสาทเกือบทั้งหมดรวมกันที่ส่วนหัวขนาดใหญ่เจริญมาก
เรียก สมอง (brain) ลักษณะเป็นกระเปาะ 3 ส่วน คือ หน้า กลาง หลัง โดยยื่นออกจากสมองเป็นแนว
ยาวของลาตัวด้านหลังเรียก ไขสันหลัง (spinal cord)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมองและไขสันหลังเป็น CNS มีหน้าที่หลัก 3 อย่าง ได้แก่ รับสัญญาณจากหน่วย
ความรู้สึก ประมวลผลข้อมูล และส่งสัญญาณต่อไปยังหน่วยตอบสนอง โดยจะมีเส้นประสาทแยก
ออกมาจานวนมากควบคุมและประสานงาน
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาท (Nervous system) มีหน่วยทางาน คือ เซลล์ประสาท และมีการทางาน
ร่วมกับระบบต่อมไร้ท่อเพื่อช่วยให้สัตว์ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมโดยที่ยังรักษา
ดุลยภาพภายในร่างกายให้คงที่หรือเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทแบ่งตามโครงสร้าง 2 ส่วน คือ ส่วนกลาง CNS (central nervous system)
คือ สมองและไขสันหลัง : ประมวลผล ประสานงาน กับ รอบนอก PNS (peripheral nervous
system) คือ เส้นประสานสมองและไขสันหลัง : รับความรู้สึก สั่งการ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทแบ่งตามการทางานได้ 2 ระบบ คือ Somatic Nervous System หรือ SNS ที่
สามารถควบคุมสั่งการได้ภายใต้จิตใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อลาย และ Autonomic Nervous System หรือ
ANS ที่ไม่สามารถควบคุมสั่งการได้ภายใต้จิตใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อเรียบ กล้ามเนื้อหัวใจ และต่อมต่าง ๆ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาททารกเริ่มพัฒนาประมาณ 22 วัน หลังตั้งครรภ์จนทารกเกิด พัฒนาการส่วน
ต่าง ๆ สมอง มีระยะเวลาต่างกัน เช่น Hippocampus สมองส่วนหน้าในการเก็บความจาพัฒนามาก
ในช่วงมารดาตั้งครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ จนถึงทารกอายุ 18 เดือน
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นิวรูเลชัน (neurulation) เป็นการเกิดท่อประสาท (neuron tube) จากเอ็กโทเดิร์ม
(ectoderm) ของเอ็มบริโอหลังระยะแกสทรูเลชัน (gastrulation) ในสัตว์มีกระดูกสันหลัง โดยแผ่น
ประสาท (neural plate) จะเป็นจุดกาเนิดของระบบประสาททั้งหมด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แผ่นประสาท (neural plate) จะพับออกด้านนอกเกิดร่องประสาท(neural groove) ต่อมา
สันประสาท (neural fold) ของร่องนี้จะปิดเพื่อสร้างท่อประสาท (neural tube) ภายในกลวงเรียก
คลองประสาท (neural canal) จากนั้นปลายเปิดท่อประสาท ที่เรียก นิวโรพอร์ (neuropore) จะปิด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไขสันหลังเกิดจากส่วนล่างของ neural tube ผนังท่อประสาทมี neuroepithelial cell ซึ่ง
เปลี่ยนสภาพเป็น neuroblast ไม่มีเยื่อไมอีลินเนื้อมีเทา (grey matter) ด้านใน ส่วนใยประสาทที่มีเยื่อ
ไมอีลินเกิดเนื้อสีขาว (white matter) ด้านนอก ตรงข้ามกับสมอง
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การเกิดสมองที่ปลายสัปดาห์ 4โดยส่วนบนของท่อประสาทงอที่ระดับสมองส่วนกลางใน
อนาคต คือ mesencephalon เหนือขึ้นไปคือ prosencephalon หรือสมองส่วนหน้าในอนาคต และข้าง
ใต้เป็น rhombencephalon สมองส่วนหลังในอนาคต
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในสัปดาห์ที่ 5 โปรเซนเซฟาลอนส่วนหน้าขยายเพื่อเกิดครึ่งทรงกลมสมองใหญ่ (cerebral
hemisphere) หรือ telencephalon ซึ่งจะเป็นสมองส่วนซีรีบรัม ส่วนแผ่นฐานกลายเป็น diencephalon
ซึ่งจะพัฒนาต่อเป็นทาลามัสและไฮโพทาลามัส
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เมเซนเซฟาลอนหรือสมองส่วนกลางจะพัฒนาต่อเป็น optic lobe ซึ่งในมนุษย์ควบคุมการ
กลอกตาและเปิดปิดรูม่านตารอมเบนเซฟาลอนหรือสมองส่วนหลังประกอบด้วยเมเทนเซฟาลอนที่
พัฒนาต่อเป็นซีรีเบลลัมและพอนส์ กับไมอีเลนเซฟาลอนที่พัฒนาต่อเป็นเมดัลลาออบลองกาตา
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เซลล์ประสาท (nerve cell หรือ neuron) หรือ หน่วยทางานระบบประสาท โดยเปลี่ยนแปลง
ศักย์ไฟฟ้าเยื่อเซลล์และทาหน้าที่จาเพาะในการสร้างและส่งกระแสประสาทได้ ซึ่งมีโครงสร้าง 2 ส่วน
คือ ตัวเซลล์ประสาท (cell body หรือ soma) และ ใยประสาท (nerve fiber)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
cell body หรือ soma ประกอบด้วย nucleus ขนาดใหญ่อยู่กี่งกลางเห็นชัดเจน และ
cytoplasm มีไมโทคอนเดรียที่ผลิตพลังงาน ATP และ nissl body เป็นกลุ่ม RER หรือ เอ็นโดพ
ลาสซึมแบบขรุขระที่สร้างโปรตีนสารสื่อประสาทส่งออกจานวนมาก
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
nerve fiber ประกอบด้วย dendrite แขนงสั้นนากระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์ซึ่งมักมี
หลายแขนงยื่นออกมาจากตัวเซลล์ประสาท กับ axon แขนงยาวที่นากระแสประสาทออกจากตัว
เซลล์ซึ่งมักมี 1 แขนง โดยจุดเริ่มต้นเรียก axon hilllock
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สรุปเปรียบเทียบ คือ เดนไดรต์มักจะสั้นและไม่มีเยื่อไมอีลินมาห่อหุ้มเหมือนแอกซอน
ยกเว้นเดนไดรต์ที่ยาว เดนไดรต์มี nissl body ส่วนแอกซอนไม่มี และเดนไดรต์ไม่มีการสะสมสารสื่อ
ประสาท ส่วนแอกซอนมี เป็นแขนงยาวและมักเยื่อไมอีลินหุ้ม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การแบ่งโดยใช้ขั้วเป็นเกณฑ์ 3 แบบ คือ pseudounipolar ได้แก่ รับความรู้สึกผิวหนังผ่าน
ปมรากบนไขสันหลัง , bipolar ได้แก่ รับกลิ่นจมูก รับแสงตา รับเสียงหู รับรสลิ้น และmultipolar
ได้แก่ ประสานงาน เสั่งการที่พบในสมองและไขสันหลังมากที่สุด
pseudounipolar
Multipolar axon สั้น
Multipolar axon ยาว
bipolar
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การจาแนกตามหน้าที่มี 3 แบบ คือ sensory neuron จากหน่วยรับความรู้สึกเข้า CNS อาจเป็น
1 ขั้วเทียม หรือ 2 ขั้วก็ได้ motor neuron จาก CNS ไปยังหน่วยปฏิบัติการ และ inter/association
neuron เชื่อมเซลล์รับความรู้สึกกับสั่งการภายในCNS ซึ่งเป็นหลายขั้วเหมือนกัน
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระแสประสาทเคลื่อนที่ใยประสาทได้ด้วย Electrochemical reaction : A.L. Hodgkin
และ A.F. Huxley ทดลองวัดความต่างศักย์เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทของหมึกโดยใช้ Microelectrode
พบว่ามีค่า – 70 mV ในสภาวะพัก เรียก Resting potential หรือ Polarization
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เซลล์ประสาท resting state หรือ polarization พบว่ามี Na+ อยู่ภายนอกมากกว่าส่วน
K+ อยู่ภายในมากกว่าเนื่องจากการทางานของ Na+ K+ pump (3Na+ ออก : 2K+ เข้า) และพบ Cl-
เข้าได้อิสระ มี Protein, Nucleic acid ขนาดใหญ่ประจุลบภายในเซลล์
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ถ้ามีการกระตุ้นบน Axon ค่าความต่างศักย์จะสูงขึ้น เรียก Depolarization จนสูงสุด คือ
+ 30 mV เกิด Action potential ต่อมาความต่างศักย์ ไฟฟ้าเริ่มลดลงเรียก Repolarization โดยลด
ต่ากว่าเริ่มต้น -80 mV เรียก hyperpolarization ก่อนกลับระยะพักตามเดิมโดย Na+ K+ pump
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กฎ All-or-None เมื่อเซลล์ประสาทถูกกระตุ้นจะตอบสนองโดยการเปลี่ยนแปลงความต่าง
ศักย์เยื่อหุ้มเซลล์ มี 2 ลักษณะ คือ เกิดกระแสประสาทเมื่อแรงกระตุ้นถึงจุดthreshold หรือไม่เกิด
กระแสประสาทเมื่อแรงกระตุ้นไม่ถึงจุดthreshold
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาวะได้รับการกระตุ้นเยื่อหุ้มเซลล์จะยอมให้ Na+ เข้าในเซลล์ เพราะช่อง Na+ เปิด เรียก
depolarization จากนั้น K+ จะออกนอกเซลล์ เพราะช่อง K+ เปิด เรียก repolarization เกิดกระแส
ประสาทส่งต่อและกลับคืนสภาพเดิมโดยNa+ K+ pump (3Na+ ออก : 2K+ เข้า) ซึ่งต้องใช้ ATP
Facilitate diffusion
Active transport
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การส่งต่อ Action potential ภายในเซลล์ประสาท มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 1 แบบต่อเนื่อง หรือ
core conduction พบใน non myelinated axon 2. แบบกระโดดไม่ต่อเนื่องหรือ saltatory
conduction พบใน myelinated axon ซึ่งเร็วกว่าประมาณ 10 เท่า
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เซลล์ประสาทจะทางานร่วมกันผ่านไซแนปส์ (synapse) เป็นช่องว่างเล็กบริเวณ
รอยต่อระหว่าง neuron กับ neuron หรือ neuron กับ effectors แบ่ง 2 ประเภท คือ electrical
synapse เร็วกว่าทุกทิศทางและ chemical synapse ช้ากว่าทิศทางเดียว
Psuedounipolar
multipolar
multipolar
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Electrical synapse ไม่ซับซ้อน การเคลื่อนย้ายกระแสไฟฟ้าโดยการเคลื่อนที่ของ Na+ ผ่าน
ช่องโปรตีนแกปจังชัน (gap junction) เชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทโดยตรงสาคัญในการเจริญ
พัฒนาสมองระยะเอ็มบริโอและร่างแหประสาททางเดินอาหารเกิดเพอริสตัลซิส
Electrical synapse Chemical synapse
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Chemical synapse ใช้สารเคมีเรียกว่า neurotransmitter เป็นตัวสื่อสาร พบได้ทั่วไปเกือบ
ทั้งหมดในระบบประสาทมนุษย์เจริญเต็บโตเต็มที่ การส่งต่อช้ากว่า แต่มีทิศทางเดียวแน่นอน จาก
ปลาย axon ปล่อยสารสื่อประสาทไปยัง dendrite เซลล์ถัดไปที่มีreceptor เท่านั้น
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การส่งกระแสประสาทจาก Axon ไปยัง dendrite เซลล์ประสาทถัดไปโดยปลาย axon ยอม
ให้ Ca2+ เข้ากระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทเช่น acetylcholine กระตุ้นเปิดช่อง Na+ เกิด
depolarization จากนั้นจะสลายตัวโดย Enzyme ชื่อ acetylcholinesterase เพื่อเตรียมพร้อมต่อไป
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเร็วการเคลื่อนที่ของกระแสประสาทในใยประสาทขึ้นอยู่กับปัจจัย ได้แก่ เยื่อไมอีลิน
ถ้ามีจะเร็วกว่าที่ไม่มีเยื่อไมอีลิน, Node of Ranvier ถ้าห่างมากกระแสประสาทจะเคลื่อนที่เร็วและ
เส้นผ่านศูนย์กลาง axon ถ้ามีขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่เร็ว จานวนไซแนปส์ ถ้ามีมากจะส่งต่อไดช้า
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ออทโต ลอวิ (Otto Loewi ) ศึกษาหัวใจกบพบว่า เมื่อกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่10 จะ
เกิดการปล่อยสารบางชนิดออกมายับยั้งการทางานหัวใจ เช่นเดียวกับการกระตุ้นใยประสาทที่ไปเลี้ยง
กล้ามเนื้อนั้น โดยมีการหลั่งสารจากปลายประสาทเรียกว่าสารสื่อประสาท (neurotransmitter)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Neurotransmitters คือ สารเคมีส่งสัญญาณจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่งเช่น
Acetylcholine สมองและกล้ามเนื้อ Endorphin ความสุข GABA คลายวิตกกังวล Dopamine ความ
รัก Serotonin อารมณ์ norepinephrine ตื่นตัว Glutamate จดจา
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตัวอย่างสารเคมีมีผลต่อการส่งกระแสประสาทเช่น สารพิษจากแบคทีเรีย (Botulism) จะ
ยับยั้งการหลั่ง acetylcholine เสียชีวิต สารกาจัดศัตรูพืชออร์แกนโนฟอสเฟตจะยับยั้งการทางาน
เอนไซม์ acetylcholinesterase อาการชักเกร็ง พิษปลาปักเป้า (tetradotoxin) ยับยั้งช่องโซเดียมทางาน
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมอง (Brain) อยู่ในกะโหลกศรีษะ เป็นรูปครึ่งวงกลมคว่า โค้งด้านบน แบนด้านล่าง มีแกน
ตรงกลางยาวยื่นออกมาด้านล่างเรียกว่า ก้านสมอง (brainstem) มีส่วนต่อยาวเลยท้ายทอยพ้น
กระโหลกศรีษะภายในช่องตลอดแนวกระดูกสันหลังเรียกว่า ไขสันหลัง (spinal cord)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง(meninges) มี 3 ชั้นโดยชั้นนอกสุด (dura mater) หนา เหนียว
แข็งแรง กันกระทบกระเทือน ชั้นกลาง (arachnoid mater) เป็นแผ่นบางพบน้าเลี้ยงสมองและไขสัน
หลัง (cerebrospinal fluid : CSF) ส่วนชั้นในสุด (pia mater) เป็นชั้นที่แนบสนิทตามรอยโค้งเว้ามี
เส้นเลือดมาเลี้ยงมากที่สุด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เนื้อสมองมี 2 ส่วนหลักคือ สมองเนื้อสีเทา (grey or gray matter) และสมองเนื้อสีขาว
(white matter) โดยเนื้อสีเทาอยู่ด้านนอก ประกอบด้วยตัวเซลล์ประสาท,เดนไดรต์, แอกซอนที่ไม่มี
เยื่อไมอีลินหุ้ม ส่วนเนื้อสีขาวอยู่ด้านใน พบเฉพาะแอกซอนที่มีเยื่อไมอีลินหุ้ม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมองแบ่ง 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า (Forebrain) พัฒนามากขึ้นตามวิวัฒนาการ สมอง
ส่วนกลาง (Midbrain) พัฒนาน้อยลงตามวิวัฒนาการ และสมองส่วนท้าย (Hindbrain) พัฒนาดีใน
สัตว์เคลื่อนที่ 3 มิติแต่พัฒนาน้อยในสัตว์เคลื่อนที่ 2 มิติ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมองส่วนหน้า ประกอบด้วย ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulb) ของคนอยู่ด้านหน้าสุด
ขนาดเล็ก เกี่ยวกับการดมกลิ่น ทาลามัส (thalamus) อยู่เหนือไฮโพทาลามัส มีเป็นศูนย์รวมกระแส
ประสาท ที่ผ่านเข้าออกแล้วแยกกระแสประสาทไปยังสมองส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นๆ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไฮโพทาลามัส (hypothalamus) ยู่ด้านล่างของสมองส่วนหน้า ควบคุมดุลยภาพ
(Homeostasis) อุณหภูมิร่างกาย การเต้นหัวใจ ความดันเลือดและความต้องการพื้นฐาน เช่น น้า
อาหาร การพักผ่อน ทางเพศ และการสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับต่อมพิทูอิทารี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ต่อมพิทูอิทารี (Pituitary Gland) หรือ Master gland ขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ตั้งอยู่ที่ส่วนลึก
ของสมอง ควบคุมการทางานของต่อมต่างๆในร่างกาย เช่น การหลั่งฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ต่อม
หมวกไต รังไข่ อัณฑะ ซึ่งได้รับสัญญาณเคมีจากไฮโปธาลามัสผ่านกระแสเลือด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซีรีบรัม (cerebrum) หรือสมองใหญ่ แบ่งเป็น 2 ซีกโดยควบคุมร่างกายสลับด้านกัน
นอกจากนี้ยังแบ่งเป็น 4 พู ได้แก่ พูหน้า (frontal lobe) ความคิด กล้ามเนื้อลาย พูข้าง (temporal
lobe) ดมกลิ่น ฟังเสียง พูบน (parietal lobe) อารมณ์ รสชาติ และพูหลัง (occipital lobe) มองเห็น
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมองส่วนกลาง (mid brain) พัฒนาลดรูปเหลือเฉพาะออพติกโลบ(optic lobe) ควบคุม
การเคลื่อนไหวนัยน์ตากลอกไปมา การปิดเปิดรูม่านตาให้เหมาะสมกับปริมาณแสงสว่างที่เข้ามาโดย
ถ้าแสงมาก รูม่านตาจะเล็กแสงสว่างน้อยรูม่านตาจะขยาย
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สมองส่วนหลัง (hind brain) ได้แก่ ซีรีเบลลัม (cerebellum) หน้าที่ประสานการเคลื่อนไหว
ให้ราบรื่น เที่ยงตรง ละเอียดอ่อน และควบคุมการทรงตัวร่างกาย พอนส์ (pons) ควบคุมการเคี้ยว
การหลั่งน้าลาย การเคลื่อนไหวของใบหน้า การหายใจ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata ) เป็นสมองส่วนสุดท้าย ซึ่งตอนปลายอติดต่อ
กับไขสันหลัง ควบคุมการเต้นหัวใจ หายใจ ความดันเลือด กลืน จาม สะอึกและอาเจียน โดยสมอง
ส่วนกลาง พอนส์ และเมดัลลาออบลองกาตา รวมเรียก ก้านสมอง (brain stem) สาคัญต่อการมีชีวิต
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อะมิกดาลา (Amygdala) มีขนาดเล็ก รคล้ายเม็ดอัลมอนด์ ตั้งอยู่ด้านล่างของแต่ละซีกของ
สมองภายใน limbic system, ทาหน้าที่ควบคุมอารมณ์ และความจา และเกี่ยวข้องกับ ความเครียด
การตอบโต้ของร่างกายที่จะสู้หรือถอย เมื่อเผชิญกับสิ่งคุกคาม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ฮิบโปแคมปัส (Hippocampus) โค้งคล้ายม้าน้า อยู่ด้านข้าง สนับสนุนการทาหน้าที่เกี่ยวกับ
ความจาในระยะยาว ประสบการณ์การเรียนรู้ และการสารวจและการรับรู้สถานที่โดยรับข้อมูลจาก
สมอง (Cerebral Cortex) และอาจจะมีบทบาทเกี่ยวกับโรคความจาเสื่อมอัลไซเมอร์ (Alzheimer)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ตั้งอยู่ที่ส่วนลึกของสมอง ติดกับโพรงสมองที่ 3 ด้านบน
(third ventricle) โดยตอบสนองกับแสงสว่างและความมืด และหลั่งเมลาโทนิน ควบคุมนาฬิกา
ชีวภาพการตื่นและนอนหลับ การยับยั้งไม่ให้เด็กเกิดการเจริญพันธุ์เร็วเกินไป
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โพรงสมอง (Ventricles) ในส่วนที่ลึกของสมองจะมี 4 โพรง มีการสร้างและน้าสมองและไข
สันหลัง (Cerebrospinal Fluid) หรือ CSF ไหลไปที่ช่องของเยื่อหุ้มสมองชั้นArachnoid เรียกว่า
Subarachnoid space หมุนเวียนต่อเนื่องเพื่อขจัดของเสียและส่งสารอาหาร
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เส้นประสาทสมอง (cranial nerve : CN) หมายถึง เส้นประสาทส่วนปลายหรือระบบ
ประสาทรอบนอกที่ต่อมาจากสมองระบบประสาทส่วนกลางในปลาและสัตว์ครึ่งน้าครึ่งบก มีทั้งหมด
10 คู่ ส่วนสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม มีทั้งหมด 12 คู่
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เส้นประสาทสมองของมนุษย์มีทั้งหมด 12 คู่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การรับความรู้สึก
(sensory nerve) คือ CN 1 , 2 , 8 การสั่งการ (motor nerve) คือ CN 3 , 4 , 6 , 11 , 12 และ แบบผสม
ทั้งรับความรู้สึกและสั่งการ คือ CN 5 , 7 , 9 , 10
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่ที่ 1 Olfactory nerve (CN1) การดมกลิ่นคู่ที่ 2 Optic nerve (CN2) การมองเห็น คู่ที่ 3
,4,6 การกลอกตา ซ้าย ขวา บน ล่าง และหมุนลูกตา โดยประสาทสมองคู่ที่ 3 มีชื่อว่า Oculomotor
nerve (CN3), คู่ที่ 4 คือ Trochlear nerve (CN4), และคู่ที่ 6 คือ Abducens nerve (CN6)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่ที่ 5 Trigeminal nerve (CN5) รับความรู้สึกบริเวณใบหน้า และการบดเคี้ยว คู่ที่ 7 Facial
nerve (CN7) ควบคุมการเคลื่อนไหวของใบหน้า หลับตา ลืมตา ยิ้ม ยิงฟัน และรับรสอาหารคู่ที่ 8
Acoustic nerve (Vestibulocochlear nerve, CN8) ควบคุมหูในการได้ยิน การทรงตัว
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่ที่ 9 คือ Glossopharyngeal nerve (CN9) รับรส กลืนอาหาร หลั่งน้าลาย คู่ที่ 10 คือ Vagus
nerve (CN10) ควบคุมอวัยวะภายในช่องอกและช่องท้องคู่ที่ 11 Spinal accessory nerve (CN11)
การหยักไหล่ เคลื่อนไหวคอ ศีรษะ คู่ที่ 12 Hypoglossal nerve (CN12) การเคลื่อนไหวลิ้น
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไขสันหลัง (spinal cord) เป็นระบบประสาทส่วนกลางที่ต่อออกมาจากเมดัลลาออบลองกา
ตา อยู่ภายในกระดูกสันหลังตั้งแต่คอข้อแรกจนถึงเอวข้อที่ 2 และมีเยื่อหุ้มเช่นเดียวกับสมอง ดังนั้น
การฉีดยาเข้าที่บริเวณไขสันหลังและเจาะน้าบริเวณไขสันหลังจึงทากันต่ากว่าเอวข้อที่ 2 ลงมา
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เส้นประสาทไขสันหลังจึงเป็นแบบผสม (mixed nerve) ทั้งหมดที่ทาหน้าที่ทั้งรับความรู้สึก
และสั่งการ โดยมีทั้งหมด31 คู่ เป็นแบ่ง 5 บริเวณ คือคอ (cervical never) 8 คู่อก (thoracal never) 12
คู่ เอว (lumbar never) 5 คู่กระเบนเหน็บ (sacral never) 5 คู่ และ ก้นกบ (coccygeal never) 1 คู่
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไขสันหลังมี 2 ส่วนคือ เนื้อสีเทา (gray matter) ด้านใน เป็นรูปผีเสื้อเป็นที่อยู่ของตัวเซลล์
และ ใยประสาทที่ไม่มีเยื่อไมอีลินหุ้มส่วนตรงกลางคือ central canal เป็นที่อยู่ของ CSF ส่วนที่ยื่นไป
ข้างหลัง คือ ปีกบน (dorsal horn) รับความรู้สึกจากรากบน (dorsal root) ส่วนที่ยื่นออกมาข้างหน้า
คือ ปีกล่าง(ventral horn) สั่งการออกทางรากล่าง (ventral root)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เนื้อสีขาว (white matter) อยู่ด้านนอกเป็นใยประสาทที่มีเยื่อไมอีลินหุ้ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
เส้นประสาทคือ 1. นากระแสประสาทเข้าสู่สมอง (ascending tract) เกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บ อุณหภูมิ
รับสัมผัส 2. สั่งการจากสมองผ่านไขสันหลังไปยังอวัยวะตอบสนองต่าง ๆ (descending tract )
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระแสประสาทจากหน่วยรับความรู้สึก(receptor) จะเข้าสู่ไขสันหลังทางรากบน และสั่ง
การออกทางรากล่าง ไปยังหน่วยปฏิบัติงาน (effector) เนื่องจากปมประสาทรากบน (dorsal root
ganglion) มีตัวเซลล์ประสาทรับความรู้สึกขณะที่รากล่างมีแอกซอนของเซลล์ประสาทสั่งการ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รีเฟล็กซ์ (reflex) เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายซึ่งอยู่นอกการควบคุมของจิตใจมักมี่ไขสัน
หลังเป็นศูนย์กลางโดยเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที เพื่อตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นโดยปกติ โดยการเกิด
รีเฟล็กซ์ของมนุษย์จะผ่านระบบการนากระแสประสาทที่เรียกว่า วงรีเฟล็กซ์ (reflex arch)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
somatic reflex เป็นรีแฟลกซ์ของระบบประสาทใต้อานาจจิตใจ แต่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดย
อยู่นอกเหนืออานาจจิตใจชั่วขณะ และมีหน่วยปฏิบัติงานเป็นกล้ามเนื้อลาย เช่น การกระตุกขาเมื่อ
ถูกเคาะที่หัวเข่า การชักมือชักเท้าหนีของร้อนหรือมีคม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Monosynaptic reflex เป็นรีเฟล็กซ์ที่มีจุดประสานจุดเดียวอย่างง่าย เช่น การกระตุกขาเมื่อ
หมอเคาะ ที่หัวเข่าเบา ๆ ซึ่งเกิดจากการทางานของ 2 เซลล์ประสาท คือ sensory neuron และ motor
neuron ที่บริเวณไขสันหลังเท่านั้น ไม่มี interneuron ประสานงานไปยังสมอง
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
polysynaptic reflex arc คือวงจรที่มี interneuron อาจมี 1 เซลล์หรือหลายเซลล์ มาเชื่อม
ระหว่างเซลล์รับความรู้สึกกับเซลล์สั่งการและประสานงานกับสมอง เป็นรีเฟล็กซ์ที่มีจุดประสาน
หลายจุดซับซ้อนเช่น การกระตุกขาหนีเมื่อเหยียบก้นบุหรี่และเกิดความรู้สึกเจ็บปวด
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
autonomic reflex เป็นรีแฟลกซ์ของระบบประสาทอัตโนวัติ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอยู่
นอกเหนืออานาจจิตใจ และมีหน่วยปฏิบัติงานเป็นกล้ามเนื้อเรียบ หัวใจ อวัยวะภายใน และต่อม
ต่าง ๆ การเกิดเพอริสตัลซีสที่ท่อทางเดินอาหารการหลั่งน้าตา น้าย่อย น้าลาย น้านม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทมนุษย์แบ่งตามโครงสร้าง เป็น 2 ชนิด คือ 1. ส่วนกลาง CNS (central
nervous system) ได้แก่ brain และ spinal cord กับ 2. ส่วนปลายรอบนอก หรือ PNS
(peripheral nervous system) ได้แก่ cranial nerve และ spinal nerve
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทมนุษย์แบ่งการทางานได้ 2 ประเภท คือ 1. voluntary หรือ somatic
ควบคุมกล้ามเนื้อลายหรือติดกระดูกแขนขา และ 2. involuntary หรือ autonomic ควบคุม
กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบ และต่อมในร่างกาย
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทแบบโซมาติก ควบคุมการทางานของกล้ามเนื้อลายอยู่ภายในอานาจ
จิตใจ เช่น บังคับให้เดิน นั่ง ยืน คือเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวหรือทรงตัวซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับของ
สมองส่วนเซรีบรัมโดยมี 1 เซลล์นาคาสั่งและหลั่งอะซิติลโคลีน
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รีเฟลกซ์อาร์ก (reflex arc) คือวงจรการทางานของเซลล์ประสาทที่อาศัยอย่างน้อย2 เซลล์
ได้แก่ รับความรู้สึกกับสั่งการควบคุมหน่วยปฏิบัติการ แบ่ง 2 ประเภท คือ รีเฟลกซ์อาร์กอย่างง่าย
(simple reflex arc) และรีเฟลกซ์อาร์คเชิงซ้อน (complex reflex arc)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติกมีเส้นประสาทควบคุมหน่วยปฏิบัติการจากไขสันหลัง
อกและเอว โดยหลั่งอะดรีนาลินในภาวะตื่นตัว ส่วนพาราซิมพาเทติกมีเส้นประสาทจากสมอง
ส่วนกลาง เมดัลลา และไขสันหลังกระเบนเหน็บ โดยหลั่งอะซิทิลโคลีนในภาวะผ่อนคลาย
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อสังเกตทั้งระบบซิมพาเทติกกับพาราซิมพาเทติกเป็นระบบสั่งการประกอบด้วยเซลล์สั่ง
การ 2 เซลล์ ยกเว้น อะดรีนัลเมดัลลาจะมีเพียง 1 เซลล์สั่งการ และหน่วยปฏิบัติการที่ถูกควบคุมโดย
ระบบประสารทซิมพาเทติกอย่างเดียวได้แก่ อะดรีนัลเมดัลลา และต่อมเหงื่อ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระบบประสาทอัตโนวัติแบบซิมพาเทติก(sympathetic) มีเซลล์ประสาทนาคาสั่งตัวที่ 1
(preganglionic) อยู่ในไขสันหลังส่วนอกและเอว ส่วนแบบพาราซิมพาเทติก
(parasympathetic) มีเซลล์ประสาทตัวที่ 1 อยู่ในสมองและไขสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
parasympathetic และ sympathetic จะทางานในภาวะตรงข้ามกัน (antagonist)
โดย sympathetic จะกระตุ้นการทางานระบบหัวใจและหายใจโดยหลั่งnorepinephrine ในขณะที่
parasympathetic จะกระตุ้นการทางานระบบย่อยอาหารและขับถ่ายโดยหลั่ง acetylcholine
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตัวอย่างการทางานของซิมพาเทติก เช่น รูม่านตาเปิดกว้าง ยับยั้งการหลั่งน้าลายใส เพิ่ม
อัตราสูบฉีด ทาให้เส้นเลือดขยายตัว ห้ามการเคลื่อนไหวแบบเพอริสตัลซิส กระตุ้นการสลายตัวของ
ไกลโคเจน ทาให้กระเพาะปัสสาวะคลายตัวไม่ให้ปัสสาวะกระตุ้นการขับเหงื่อออกมา
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1 ตัวอย่างการทางานของพาราซิมพาเทติก เช่น รูม่านตาปิดแคบ กระตุ้นการหลั่งน้าลายใส
ลดอัตราสูบฉีดทาให้เส้นเลือดหดตัว กระตุ้นการเคลื่อนไหวแบบเพอริสตัลซิสกระตุ้นการหลั่งน้าดี
และน้าย่อย กระตุ้นการเก็บสะสมไกลโคเจนทาให้กระเพาะปัสสาวะหดตัวขับปัสสาวะ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
sensory organ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง รับการกระตุ้นจาก specific stimuli เช่น
แสง เสียง สัมผัส สารเคมี โดยมี sensory receptor เปลี่ยนเป็น action potential ส่งไปยัง
cerebrum แต่ละพู เกิดการแปลความหมายรับรู้ (perception)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตากับมองเห็น ผนังโครงสร้าง 3 ชั้น คือ ชั้นนอก sclera เหนียวไม่ยืดหยุ่นทึบแสง เรียก
ตาขาว ด้านหน้าสุดนูนโปร่งใส เรียก cornea ครอบส่วนตาดาเป็นทางผ่านและหักเหแสงตกลง
บน retina เกิดภาพ ความผิดปกติที่พบ เช่น ต้อกระจก
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นกลาง choroid มีเส้นเลือด , iris อาจเห็นสีดา น้าตาล หรือฟ้า ตรงกลางมี pupil อาจเปิด
กว้างหรือปิดแคบโดยการทางานกล้ามเนื้อเรียบม่านตา 2 ชนิด คือ วง (sphincter muscle) และรัศมี
(dilator muscle) ควบคุมโดย ANS
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ม่านตาควบคุมปริมาณแสง เมื่อแสงน้อย รูม่านตาเปิดกว้าง (วงคลายรัศมีหด) และ
เมื่อแสงมาก ปิดแคบ (วงหดรัศมีคลาย) ทาให้แสงผ่านไปที่ retina เหมาะสม เห็นภาพชัดเจน
เสมือน diaphragm กล้องถ่ายภาพ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นในสุด retina พบ photoreceptor 2 ชนิด คือ rod cells รูปแท่ง มี rhodopsin ไวแสง
เกิดภาพขาวดาเทา และ cone cells รูปกรวย มี iodopsin แยกสีได้ดีเมื่อแสงเพียงพอ โดยส่งกระแส
ประสาทไปยัง CN2 เกิดการมองเห็น
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แก้วตา เป็นเลนส์นูนใส ยืดหยุ่น รวมและหักเหแสงบนเรตินา อยู่ถัดจากกระจกตาเข้าไป
เล็กน้อย เมื่อมองใกล้ผิวจะโค้งนูนมากขึ้นแต่จะน้อยลงเมื่อมองไกล โดยการทางานของเอ็น
suspensory ligament และกล้ามเนื้อ ciliary muscle
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลไกมองเห็น โดย rod cell มีสารสีม่วงแดง rhodopsin ประกอบด้วยโปรตีน opsin รวมกับ
retinol ซึ่งไวต่อแสงทาให้แยกจากกันเกิดกระแสประสาท (มากเกินไปตาพร่า) ถ้าไม่มีแสงจะกลับมา
รวมตัวเป็น rhodopsin ใหม่ (retinol สร้างจากวิตามินเอ ถ้าขาดเกิดโรคตาฟางหรือตาบอดกลางคืน)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
cone cell แบ่ง 3 ชนิด คือ สีน้าเงิน สีแดง และสีเขียว การที่มองเห็นมากกว่า 3 สี เพราะ
กระตุ้น cone cell พร้อมกันด้วยความเข้มต่างกันเกิดการผสมแสงสี เช่น สีม่วง (สีแดงกับสีน้าเงิน)
หากผิดปกติเรียกโรคตาบอดสี สาเหตุยีนด้อยบนโครโมโซม X
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความผิดปกติ 1. สายตาสั้น (myopia) กระบอกตายาวเกินไป เลนส์หรือ cornea โค้งมาก
แว่นเลนส์เว้า 2. สายตายาว (hypermetropia) สั้นเกินไปหรือโค้งน้อย แว่นเลนส์นูน 3.สายตาเอียง
(astigmatism) ส่วนโค้งไม่สม่าเสมอ เปลี่ยนแนวการหักเหแสงแว่นเลนส์ทรงกระบอก
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หูรับเสียงและทรงตัว มี 3 ส่วนคือ external ear มี pinna กางออกภายในเป็นกระดูกอ่อน
รับคลื่นเสียงเข้า auditory canal เป็นท่อโค้งกลวงทางผ่าน ภายในมีขนและต่อมสร้างไขสะสมเป็นขี้หู
ear drum หรือ tympanic membrane สั่นสะเทือนเพิ่มแอมพลิจูด 17 เท่า
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
middle ear ประกอบด้วย eustachian tube เป็นท่อติดต่อกับคอหอยขณะเคี้ยวหรือ
กลืนจะขยับเปิดปรับความดันแก้ภาวะหูอื้อ และกระดูก 3 ชิ้น ได้แก่ ค้อน (milieus) ทั่ง (incurs)
โกลน (stapes) สั่นสะเทือนเพิ่มแอมพลิจูดอีก 1.3 เท่า รวม 22 เท่า
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
inner ear มีอวัยวะฟังเสียง คือ cochlea อยู่ด้านหน้าเป็นท่อก้นหอย 2 รอบครึ่ง แบ่ง 3
ช่อง มีหน่วยรับเสียง (organ of corti) ภายในมีของเหลว endolymph โดยคลื่นเสียงทาให้สั่น และ
hair cell พัดโบกสร้างกระแสประสาทส่งไปที่ CN8
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อวัยวะทรงตัว คือ semicircular canal อยู่ด้านหลัง มี 3 หลอดครึ่งวงกลมตั้งฉากกันที่โคน
หลอดเป็นกระเปาะเรียก ampulla ภายในมี endolymph และหน่วยรับมี cupula คล้ายวุ้นบน hair
cell ที่ไวต่อการไหลของเหลวภายใน รวมเรียก crista ampullaris
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เมื่อร่างกายเคลื่อนไหว ของเหลวใน semicircular canal ไหล มีผลให้ cupula
เคลื่อนไหว มีการเบน hair cell เกิดกระแสประสาทส่งตามCN8 ไปยังซีรีบรัมทราบการเปลี่ยน
ตาแหน่งศีรษะ แล้วส่งคาสั่งควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสม
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จมูกใช้หายใจและดมกลิ่น เป็น chemoreceptor ภายในโพรงจมูกมีขนจมูก mucus
gland ละลายกลิ่นและดักจับสิ่งแปลกปลอมบริเวณรับกลิ่นเป็นเยื่อบุมีซิเลีย olfactory neuron
สร้างกระแสประสาทผ่าน CN1 ไปยัง olfactory bulb และ cerebrum
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ลิ้นรับรส chemoreceptor ด้านบนผิวลิ้นมีปุ่ มลิ้น (papilla) จานวนมาก เป็นที่อยู่ของตุ่ม
รับรส (taste bud) ภายในมีเหลายเซลล์รับรส (gustatory cell หรือ taste cell) โดย 1 เซลล์อาจรับได้
มากกว่า 1 รสชาติ กระจายทั่วลิ้นจึงรับได้ทุกรสชาติ
1. รสหวาน
2. รสเค็ม
3. รสขม
4. รสเปรี้ยว
5. รสอร่อย
(umami)
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตอนบนตุ่มรับรสมี taste pore ทาให้ hair cell รับรสได้ ทาให้เกิดกระแสประสาทโดย
บริเวณปลายและด้านข้างลิ้น จะถูกส่งเข้า CN 7 ส่วนบริเวณโคนลิ้นจะถูกส่งเข้า CN 9 เข้าสู่ศูนย์
รับรสใน parietal lobe ของ cerebrum
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผิวหนังปกคลุมห่อหุ้มร่างกาย มีปลายประสาทรับความรู้สึกหลากหลายเช่น สัมผัส
กดดัน เจ็บปวด และอุณหภูมิยังควบคุมรักษาอุณหภูมิร่างกาย ยืดหยุ่นได้มากมีรูขุมขนของต่อม
ไขมัน และรูเหงื่อของต่อมเหงื่อ
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผิวหนังมี 2 ส่วน 1. หนังกาพร้า (epidermis) อยู่บนหนังแท้ ฝ่ ามือและเท้าหนาสุด และ
บางสุดหนังตา ไม่มีหลอดเลือดเป็นเซลล์ตายลอกหลุดขี้ไคล2. หนังแท้ (dermis) มีเส้นใยพังผืด
หลอดเลือด ต่อมมีท่อ และปลายประสาทรับรู้สึกจานวนมาก
ครูวิชัยลิขิตพรรักษ์ ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ(คศ.3)กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดราชบพิธ สพม.กท.1
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยรับรู้สึกอยู่ในตาแหน่งและมีรูปร่างต่างกัน เช่น เจ็บปวดและสัมผัส มีปลาย
ประสาทเดนไดร์ท(free nerve ending) แทรกอยู่ในชั้นหนังกาพร้าจึงไวต่อการกระตุ้นมากกว่า
หน่วยรับอุณหภูมิและแรงกดอยู่ในชั้นหนังแท้

บทที่ 1 ระบบประสาท รายวิชาชีววิทยา 4 ภาคเรียน 1 /2567_ครูวิชัย.pdf