แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) รหัส ว 31104
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ครูผู้สอน
นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1
แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556
รหัสวิชา ว 31104 รายวิชา วิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา)
เวลาเรียน 3 คาบ/สัปดาห์/คาบ จานวน 1.5 หน่วยการเรียน รวมเวลาเรียน 60 คาบ/ภาคเรียน
...............................................................................................................................................................
ชื่อครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
รายชื่อแบบเรียนที่ใช้ :
แบบเรียนหลัก 1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
2. คู่มือครูวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
คำอธิบำยรำยวิชำ วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ)
รหัสวิชำ ว 31104 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง
ศึกษำวิเครำะห์เกี่ยวกับไบโอม ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กำร
ถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ มนุษย์กับ
ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้ำงของเซลล์ กล้องจุลทรรศน์ กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กลไก
กำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย ลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซม และสำร
พันธุกรรม กำรแบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรม กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพ ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบค้นข้อมูล
และกำรอภิปรำยเพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำร
ตัดสินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และค่ำนิยมที่เหมำะสม
ตัวชี้วัด
ว 1.1 ม.4/1 , ว 1.1 ม.4/2 , ว 1.1 ม.4/3 , ว 1.1 ม.4/4
ว 1.2 ม.4/1 , ว 1.2 ม.4/2 , ว 1.2 ม.4/3 , ว 1.2 ม.4/4
ว 2.1 ม.4/1 , ว 2.1 ม.4/2 , ว 2.1 ม.4/3
ว 2.2 ม.4/1 , ว 2.2 ม.4/2 , ว 2.2 ม.4/3
ว 8.1 ม.4/1 , ว 8.1 ม.4/2 , ว 8.1 ม.4/3 , ว 8.1 ม.4/4 , ว 8.1 ม.4/5 , ว 8.1 ม.4/6 ,
ว 8.1 ม.4/7 , ว 8.1 ม.4/8 , ว 8.1 ม.4/9 , ว 8.1 ม.4/10 , ว 8.1 ม.4/11 , ว 8.1 ม.4/12
รวม 26 ตัวชี้วัด
แบบวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อจัดทาคาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ว 31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ (Keyword)
ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบ
นิเวศ
ม.4-6/2 อธิบำยกระบวนกำร
เปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต
ม.4-6/3 อธิบำยควำมสำคัญของควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพและเสนอแนะ
แนวทำงในกำรดูแลและรักษำ
- ไบโอม
- ควำมหลำยหลำกของ
ระบบนิเวศ
- ควำมสัมพันธ์ในระบบ
นิเวศ
- กำรถ่ำยทอดพลังงำนและ
กำรหมุนเวียนสำรในระบบ
นิเวศ
- กำรสำรวจตรวจสอบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
ว 2.2 ม.4-6/1 วิเครำะห์สภำพปัญหำ
สำเหตุของปัญหำสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น
ระดับประเทศและระดับโลก
ม.4-6/2 อภิปรำยแนวทำงในกำร
ป้องกันแก้ไขปัญหำสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยำกรธรรมชำติ
ม.4-6/3 วำงแผนและดำเนินกำรเฝ้ำ
ระวัง อนุรักษ์ และพัฒนำสิ่งแวดล้อม
และทรัพยำกรธรรมชำติ
- กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่
ของระบบนิเวศ
- มนุษย์กับ
ทรัพยำกรธรรมชำติและ
สิ่งแวดล้อม
- กำรนำควำมรู้ไปใช้ - ใฝ่เรียนรู้
- มีวินัย
ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำ
ดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ม.4-6/2 ทดลองและอธิบำยกลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช
ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอธิบำย
กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่
ธำตุและอุณหภูมิของมนุษย์และสัตว์
อื่นๆและนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
ม.4-6/4 อธิบำยเกี่ยวกับระบบ
ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไป
ใช้ในกำรดูแลรักษำสุขภำพ
- โครงสร้ำงของเซลล์
- กล้องจุลทรรศน์
- กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์
- กลไกกำรรักษำดุลยภำพ
ของสิ่งมีชีวิต
- ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย
- กำรสืบค้นข้อมูล - มีวินัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำร
พันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม
มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ม.4-6/2 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผล
ของเทคโนโลยีชีวภำพที่มีต่อมนุษย์
และสิ่งแวดล้อมและนำควำมรู้ไปใช้
ประโยชน์
ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผล
ของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพที่มี
ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ม.4-6/4 อธิบำยกระบวนกำรคัดเลือก
ตำมธรรมชำติและผลของกำรคัดเลือก
ตำมธรรมชำติต่อควำมหลำกหลำย
ของสิ่งมีชีวิต
- ลักษณะทำงพันธุกรรม
- โครโมโซมและสำร
พันธุกรรม
- กำรแบ่งเซลล์
- โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรม
- กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรม
- กำรเปลี่ยนแปลงทำง
พันธุกรรม
- เทคโนโลยีชีวภำพ
- ควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพ
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรตั้งคำถำม
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
ว 8.1 ม.4-6/1 ตั้งคำถำมที่อยู่บนพื้นฐำน
ของควำมรู้และควำมเข้ำใจทำง
วิทยำศำสตร์หรือควำมสนใจหรือจำก
ประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนั้นที่สำมำรถ
ทำกำรสำรวจตรวจสอบหรือศึกษำ
ค้นคว้ำได้อย่ำงครอบคลุมและเชื่อถือ
ได้
- กำรสืบค้นข้อมูล
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรตั้งคำถำม
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/2 สร้ำงสมมติฐำนที่มีทฤษฎี
รองรับหรือคำดกำรณ์สิ่งที่จะพบหรือ
สร้ำงแบบจำลองหรือสร้ำงรูปแบบเพื่อ
นำไปสู่กำรสำรวจตรวจสอบ
-กำรสร้ำงสมมติฐำน
- กำรตรวจสอบ
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- ซื่อสัตย์สุจริต
ม.4-6/3 ค้นคว้ำรวบรวมข้อมูลที่ต้อง
พิจำรณำปัจจัยหรือตัวแปรสำคัญ
ปัจจัยที่มีผลต่อปัจจัยอื่น ปัจจัยที่
ควบคุมไม่ได้ และจำนวนครั้งของกำร
สำรวจตรวจสอบเพื่อให้ได้ผลที่มีควำม
เชื่อมั่นอย่ำงเพียงพอ
- กำรสืบค้นข้อมูล
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรรวบรวมข้มูล
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/4 เลือกวัสดุเทคนิควิธีอุปกรณ์ที่
ใช้ในกำรสังเกต กำรวัด กำรสำรวจ
ตรวจสอบอย่ำงถูกต้องทั้งทำงกว้ำง
และลึกในเชิงปริมำณและคุณภำพ
- กำรสังเกต
-สำรวจตรวจสอบ
- กำรออกแบบ
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- ใฝ่เรียนรู้
มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ (Keyword)
ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ว 8.1 ม.4-6/5 รวบรวมข้อมูลและบันทึกผล
กำรสำรวจตรวจสอบอย่ำงเป็นระบบ
ถูกต้องครอบคลุมทั้งในเชิงปริมำณ
และคุณภำพ โดยตรวจสอบควำม
เป็นไปได้ ควำมเหมำะสมหรือควำม
ผิดพลำดของข้อมูล
- กำรรวบรวมข้อมูล
- กำรบันทึก
- สำรวจตรวจสอบ
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/6 จัดกระทำข้อมูลโดยคำนึงถึง
กำรรำยงำนผลเชิงตัวเลขที่มีระดับ
ควำมถุกต้องและนำเสนอข้อมูลด้วย
เทคนิควิธีที่เหมำะสม
- กำรจัดกระทำข้อมูล
- กำรรำยงำนผล
- กำรออกแบบ
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
ม.4-6/7 วิเครำะห์ข้อมูล แปล
ควำมหมำยข้อมูลและประเมินควำม
สอดคล้องของข้อสรุป หรือ
สำระสำคัญเพื่อตรวจสอบกับ
สมมติฐำนที่ตั้งไว้
- กำรวิเครำะห์
- กำรแปลควำมหมำย
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/8 พิจำรณำควำมน่ำเชื่อถือของ
วิธีกำรและผลกำรสำรวจตรวจสอบ
โดยใช้หลักควำมคำดเคลื่อนของกำร
วัดและกำรสังเกต เสนอแนะ กำร
ปรับปรุงวิธีกำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรสังเกต
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรสรุปผล
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/9 นำผลกำรสำรวจตรวจสอบที่
ได้ทั้งวิธีกำรและองค์ควำมรู้ที่ได้ไป
สร้ำงคำถำมใหม่ นำไปใช้แก้ปัญหำใน
สถำนกำรณ์ใหม่และชีวิตจริง
- กำรนำไปใช้
- กำรกำหนดปัญหำ
- กำรแก้ปัญหำ
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
ม.4-6/10 ตระหนักถึงควำมสำคัญใน
กำรที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบกำร
อธิบำย กำรลงควำมเห็น และกำร
สรุปผลกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ที่
นำเสนอต่อสำธำรณชนด้วยควำม
ถูกต้อง
- กำรอธิบำย
- กำรลงข้อสรุป
- กำรนำเสนอ
- กำรสื่อสำร
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ (Keyword)
ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ว 8.1 ม.4-6/11 บันทึกและอธิบำยผลกำร
สำรวจตรวจสอบอย่ำงมีเหตุผล ใช้
พยำนหลักฐำนอ้ำงอิงหรือค้นคว้ำ
เพิ่มเติมเพื่อหำหลักฐำนอ้ำงอิงที่
เชื่อถือได้และยอมรับว่ำควำมรู้เดิม
อำจมีกำรเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูล
และประจักษ์พยำนใหม่เพิ่มเติมหรือ
โต้แย้งจำกเดิมซึ่งท้ำทำยให้มีกำร
ตรวจสอบอย่ำงระมัดระวังอันจะ
นำไปสู่กำรยอมรับเป็นควำมรู้ใหม่
- กำรบันทึก
- กำรอธิบำย
- กำรสำรวจตรวจสอบ
- กำรสืบค้นข้อมูล
- กำรวิเครำะห์
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
ม.4-6/12 จัดแสดงผลงำน เขียน
รำยงำนและ/หรืออธิบำยเกี่ยวกับ
แนวคิด กระบวนกำรและผลของ
โครงงำนหรือชิ้นงำนให้ผู้อื่นเข้ำใจ
- กำรอธิบำย
- กำรสื่อสำรข้อมูล
- มุ่งมั่นกำรทำงำน
- มีวินัย
- ซื่อสัตย์สุจริต
- ใฝ่เรียนรู้
โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) รหัส ว 31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
หน่วย
ที่
ชื่อหน่วยการเรียนรู้
สาระที่/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
สาระแกนกลาง เวลา
(ชั่วโมง)
น้าหนัก
คะแนน
1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
สำระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มำตรฐำน ว 2.1 เข้ำใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ควำมสัมพันธ์
ระหว่ำงสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง
สิ่งมีชีวิตต่ำงๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้
และจิตวิทยำศำสตร์ สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำควำมรู้ไปใช้
ประโยชน์
มำตรฐำน ว 2.2 เข้ำใจควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติ
กำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก
นำควำมรู้ไปใช้ในกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและ
สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่ำงยั่งยืน
ตัวชี้วัด
1. อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลง
แทนที่ของสิ่งมีชีวิตและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของ
ระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ
2. วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงใน
กำรป้องกันแก้ไขของปัญหำสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับ
โลก
1. ระบบนิเวศในธรรมชำติจะมีควำม
สมดุลได้ก็ต่อเมื่อมีสภำพแวดล้อมต่ำงๆที่
เอื้ออำนวยต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ชนิดต่ำงๆ ในระบบนิเวศจนทำให้เกิด
ควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศบนโลก
2. ระบบนิเวศในโลกที่มีควำมหลำกหลำย
มีกำรเปลี่ยนแปลงต่ำงๆ เกิดขึ้นอยู่
ตลอดเวลำ ไม่ว่ำจะเป็นกำรเปลี่ยนแปลงที่
เกิดจำกมนุษย์เป็นผู้กระทำ กำร
เปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้อำจส่งผให้ระบบนิเวศ
เสียสมดุลได้
3. ควำมสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่ำง
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมหรือระหว่ำง
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตด้วยกัน มี
ควำมสัมพันธ์กันหลำยระดับตั้งแต่ระดับ
ท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก
4. กำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติต่ำงๆที่มีอยู่
อย่ำงจำกัดจำเป็นต้องใช้ด้วยควำม
ระมัดระวังและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อม
30 40
หน่วย
ที่
ชื่อหน่วยการเรียนรู้
สาระที่/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
สาระสาคัญ เวลา
(ชั่วโมง)
น้าหนัก
คะแนน
2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต
สำระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต
มำตรฐำน ว 1.1 เข้ำใจหน่วยพื้นฐำนของสิ่งมีชีวิต
ควำมสัมพันธ์ของโครงสร้ำง และหน้ำที่ของระบบต่ำงๆ ของ
สิ่งมีชีวิตที่ทำงำนสัมพันธ์กัน มีกระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้
สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำควำมมรู้ไปใช้ในกำรดำรงชีวิตของ
ตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
ตัวชี้วัด
3. อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลย
ภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำรรักษำดุลยภำพของน้ำใน
พืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของ
มนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบ
ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
1. สำรต่ำงๆ เคลื่อนที่ผ่ำนเข้ำและออกจำก
เซลล์ตลอดเวลำ เซลล์จึงต้องมีกำรรักษำ
ดุลยภำพเพื่อให้ร่ำงกำยของสิ่งมีชีวิต
ดำรงชีวิตได้ตำมปกติ
2. พืชมีกลไกในกำรรักษำดุลยภำพของน้ำ
โดยมีกำรควบคุมสมดุลระหว่ำงกำรคำยน้ำ
ผ่ำนปำกใบและกำรดูดน้ำที่รำก
3. ไตเป็นอวัยวะสำคัญในกำรรักษำดุลยภำพ
ของน้ำและสำรต่ำงๆ ในร่ำงกำยซึ่งมี
โครงสร้ำงและกำรทำงำนร่วมกับอวัยวะอื่น
4. ร่ำงกำยมนุษย์มีภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นกลไกใน
กำรป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ำสู่
ร่ำงกำย
15 20
3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพ
สำระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต
มำตรฐำน ว 1.2 เข้ำใจกระบวนกำรและควำมสำคัญของกำร
ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม วิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต
ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรใช้เทคโนโลยีชีวภำพที่มี
ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนกำรสืบ
เสำะหำควำมรู้และจิตวิทยำศำสตร์ สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำ
ควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชี้วัด
4. อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม
โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำรแบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำร
ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรม กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพ
และควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
1. สิ่งมีชีวิตมีกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรมจำกพ่อแม่มำสู่รุ่นลูกหลำนได้ซึ่ง
สังเกตได้จำกลักษณะที่ปรำกฏ
2. มนุษย์นำควำมรู้ทำงเทคโนโลยีชีวภำพ
ด้ำนพันธุวิศวกรรม กำรโคลนและกำร
เพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อมำใช้ในกำรพัฒนำให้เกิด
ควำมก้ำวหน้ำในด้ำนต่ำงๆมำกขึ้นและ
แพร่หลำย
3. โลกมีควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศซึ่ง
มีสิ่งมีชีวิตอำศัยอยู่มำกมำยหลำยสปีชีส์
สิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกันก็ยังมีควำม
หลำกหลำยทำงพันธุกรรม
4. สิ่งมีชีวิตแต่ละสปีชีส์จะมีควำม
หลำกหลำยที่แตกต่ำงกันสิ่งมีชีวิตใน สปีชีส์
เดียวกันจะผสมพันธุ์และสืบลูกหลำนต่อไป
ได้
15 20
คุณลักษณะตามจุดเน้น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชี้วัด
จุดเน้น ทักษะ/กระบวนการ
1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ว 2.1 ม.4-6/1-3
ว 2.2 ม.4-6/1-3
ว 8.1 ม.4-6/1-12
- ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
- ควำมสำมำรถในกำรคิด
- ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
- ค้นหำสำเหตุของปัญหำ วิเครำะห์
สภำพปัญหำจำกสถำนกำรณ์ต่ำงๆ
ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน กำหนด
ทำงเลือกวิธีกำรขั้นตอนที่นำมำใช้ใน
กำรแก้ปัญหำได้ผลดีที่สุด
- สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้
คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ
โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ
วัฒนธรรม
- ทดลอง
- อธิบำย
- สืบค้นข้อมูล
- นำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
กำรสืบค้นข้อมูล
- กำรสำรวจ
- กำรตั้งคำถำม
- กำรสร้ำงสมมติฐำน
- กำรตรวจสอบ
- กำรรวบรวมข้อมูล
- กำรสังเกต
- กำรออกแบบ
- กำรบันทึก
- กำรจัดกระทำข้อมูล
- กำรรำยงำนผล
- กำรวิเครำะห์
- กำรแปลควำมหมำย
- กำรกำหนดปัญหำ
- กำรแก้ปัญหำ
- กำรนำเสนอ
- กำรสื่อสำร
- กำรสรุปผล
2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต ว 1.1 ม.4-6/1-4
ว 8.1 ม.4-6/1-12
- ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
- ควำมสำมำรถในกำรคิด
- ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
- ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
- ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรประมวลผล
ข้อมูลให้เป็นสำรสนเทศเพื่อกำร
ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี
- สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้
คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ
โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ
วัฒนธรรม
3 กำรถ่ำยทอดลักษณะ
ทำงพันธุกรรมและ
ควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพ
ว 1.2 ม.4-6/1-4
ว 8.1 ม.4-6/1-12
- ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
- ควำมสำมำรถในกำรคิด
- ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
- ทักษะชีวิต
- ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรประมวลผล
ข้อมูลให้เป็นสำรสนเทศเพื่อกำร
ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี
- สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้
คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ
โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ
วัฒนธรรม
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 1
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ไบโอม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ
ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอมได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ไบโอม ( Biomes ) หรือชีวนิเวศ หมำยถึง ระบบนิเวศ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทำงกำยภำพและปัจจัย
ทำงชีวภำพที่คล้ำยคลึงกัน กระจำยอยู่ในเขตภูมิศำสตร์ต่ำง ๆ กัน
- สิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ำกับปัจจัยทำงกำยภำพในแต่ละเขตภูมิศำสตร์นั้น ๆ
ด้วย
- ไบโอม แบ่งออกเป็น (1) ไบโอมบนบก
(2) ไบโอมในน้ำ
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง
มนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรสื่อสำร ,กำรคิด และกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ไบโอม คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกไบโอมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำไบโอม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำไบโอมกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้ง
มนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับไบโอม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ไบโอม” ว่ำ
> ไบโอม ( Biomes ) หรือชีวนิเวศ หมำยถึง ระบบนิเวศ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทำงกำยภำพและปัจจัย
ทำงชีวภำพที่คล้ำยคลึงกัน กระจำยอยู่ในเขตภูมิศำสตร์ต่ำง ๆ กัน
> สิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ำกับปัจจัยทำงกำยภำพในแต่ละเขตภูมิศำสตร์นั้น ๆ
ด้วย
> ไบโอม แบ่งออกเป็น (1) ไบโอมบนบก * ใช้เกณฑ์ปริมำณน้ำฝนและอุณหภูมิเป็นตัวกำหนด
- ไบโอมป่ำดิบชื้น - ไบโอมป่ำผลัดใบในเขตอบอุ่น
- ไบโอมทุ่งหญ้ำเขตอบอุ่น - ไบโอมสะวันนำ
- ไบโอมทุนดรำ - ไบโอมทะเลทรำย
- ไบโอมป่ำสน
(2) ไบโอมในน้ำ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- ไบโอมแหล่งน้ำจืด - ไบโอมแหล่งน้ำเค็ม ได้แก่
- แม่น้ำ - เขตน้ำขึ้นน้ำลง
- ทะเลและมหำสมุทร - แหล่งน้ำกร่อย (ป่ำชำยเลน)
- แนวปะกำรัง - ทะเลสำบ
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม
เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงตระหนักถึงควำมสำคัญของโบ
โอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงระหว่ำงไบ
โอมบนบกและในน้ำ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง
มนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 2
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.1 ม.4-6/3 อธิบำยควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงงชีวภำพและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลและ
รักษำ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ
ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้
อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ระบบนิเวศ หมำยถึง ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
- ระบบนิเวศ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ
– (1) องค์ประกอบทำงกำยภำพ (ไม่มีชีวิต)
– (2) องค์ประกอบทำงชีวภำพ (มีชีวิต)
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภท
ต่ำงๆ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรสื่อสำร ,กำรคิด และกำรใช้เทคโนโลยี
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมหลำยหลำกของ
ระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ” ว่ำ
> ระบบนิเวศ หมำยถึง ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (มีชีวิตและไม่มีชีวิต)
◦ เซลล์ → เนื้อเยื่อ → อวัยวะ → ระบบอวัยวะ → สิ่งมีชีวิต
◦ สิ่งมีชีวิต → ประชำกร → กลุ่มสิ่งมีชีวิต → ระบบนิเวศ → โลกของสิ่งมีชีวิต
> ระบบนิเวศ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ
(1) องค์ประกอบทำงกำยภำพ (ไม่มีชีวิต) เช่น แสง ดิน น้ำ อุณหภูมิ
(2) องค์ประกอบทำงชีวภำพ (มีชีวิต) ได้แก่ คน พืช มอส เห็ด รำ
> ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งมีชีวิต + แหล่งที่อยู่
> กลุ่มสิ่งมีชีวิต หมำยถึง สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ 2 ชนิด อยู่ร่วมกันต่ำงจำกประชำกร หมำยถึง สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวอยู่
ร่วมกัน
> สิ่งมีชีวิตต่ำงๆ ในระบบนิเวศต่ำงมีควำมสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดังนี้
(1) ผู้ผลิต = สร้ำงอำหำรได้ โดยกำรสังเครำะห์ด้วยแสง เช่น พืช สำหร่ำย หรือสังเครำะห์เคมี เช่น แบคทีเรียสี
เขียว
(2) ผู้บริโภค = ไม่สำมำรถสร้ำงอำหำรต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอำหำร ได้แก่ ผู้บริโภคสัตว์ ผู้บริโภคพืช
ผู้บริโภคพืชและสัตว์เช่น วัว กวำง เสือ สิงโต มนุษย์
(3) ผู้ย่อยสลำยอินทรีย์สำร = ไม่สำมำรถสร้ำงอำหำรได้ แต่ย่อยสลำยอินทรีย์สำรให้เป็นอนินทรีย์สำรเป็น
ประโยชน์แก่พืช โดยกำรปล่อยน้ำย่อยออกมำ และดูดซึมสำรอำหำรเข้ำสู่เซลล์ เช่น แบคทีเรีย รำ ยีตส์
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำก
ของระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆ อีกทั้งตระหนักถึง
ควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ กำร
เปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆ และควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของ
ระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 3
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ
ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำง
ถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น (1) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ
(2) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ
- ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ
1. อุณหภูมิ 2. แสง
3. น้ำและควำมชื้น 4. ดิน
5. ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ
- ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ
1. ภำวะพึ่งพำกัน 2. ภำวะกำรได้ประโยชน์ร่วมกัน
3. ภำวะอิงอำศัย 4. ภำวะปรสิต
5. ภำวะกำรล่ำเหยื่อ 6. ภำวะแก่งแย่งแข่งขัน
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรสื่อสำร ,กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมสัมพันธ์ในระบบ
นิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ” ว่ำ
> ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น(1) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ
(2) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ
> ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ
1. อุณหภูมิ
1.1 ปฏิกิริยำเคมีในร่ำงกำย: เอนไซม์เป็นตัวควบคุมอัตรำกำรเกิดโดยปกติอุณหภูมิที่เหมำะแก่กำรทำงำนของ
เอนไซม์จะอยู่ระหว่ำง 25-40 องศำเซลเซียส (ไม่เสียสภำพ)
1.2 เปลี่ยนแปลงทำงสรีรวิทยำ คือ กลไกในกำรปรับอุณหภูมิ เช่น สัตว์เลือดอุ่นจะมีกำรปรับอุณหภูมิร่ำงกำย
ให้คงที่
1.3 พฤติกรรมกำรอพยพ เช่น นกปำกห่ำงอพยพมำจำกเขตหนำวมำไทย ซึ่งเป็นเขตที่อบอุ่น
1.4 ปริมำณ O2 ที่ละลำยในน้ำจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให ้สิ่งมีชีวิตในน้ำลดลง
2. แสง
2.1 กำรสังเครำะห์ด้วยแสง (อำหำร) ของพืชมำกขึ้นถ้ำแสงมีควำมเข้มมำก
2.2 พฤติกรรมกำรดำรงชีวิต กำรออกหำกินในเวลำกลำงวัน/กลำงคืน เช่น นกเค้ำแมว ค้ำงคำว
ผีเสื้อกลำงคืน
2.3 กำรหุบบำนของดอกไม้ เช่น ดอกบัวจะบำนในเวลำเช้ำ
3. น้ำและควำมชื้น
3.1 กำรแพร่กระจำยพันธุ์พืช เช่น เขตที่มีควำมชื้นสูงจะมีควำมหลำกหลำยของสิ่งมีชีวิตมำกกว่ำเขตแห้งแล้ง
3.2 ปฏิกิริยำเคมี เช่น ปฏิกิริยำกำรย่อยอำหำรต้องใช้น้ำ
4. ดิน
4.1 แหล่งแร่ธำตุอำหำรของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโต
4.2 แหล่งที่อยู่อำศัยของสิ่งมีชีวิต
5. ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ
5.1 สิ่งมีชีวิตจะอำศัยอยู่ในดิน และแหล่งน้ำที่มีควำมเป็นกรด-เบสเหมำะสม (เจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้)
5.2 ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำจะขึ้นอยู่กับปริมำณของแร่ธำตุที่ละลำยปะปนอยู่
> ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ใน
ระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบ
ระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบ
นิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.1 ม.4-6/2 อธิบำยกระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ
ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ
ได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศได้อย่ำง
ถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรถ่ำยทอดพลังงำนและสำรอำหำรในระบบนิเวศเป็นกระบวนกำรสำคัญในกำรรักษำสมดุลของระบบนิเวศ
- พลังงำนจะสำมำรถถ่ำยทอดได้เพียง 10% เท่ำนั้น ( 90%จะถูกใช้ในกระบวนกำรดำรงชีวิต ,เป็นพลังงำน
ควำมร้อน และบำงส่วนบริโภคไม่ได้ เช่น เปลือก กระดูก ขน เล็บ)
- กำรถ่ำยทอดสำรอำหำรถึงผู้บริโภคลำดับสูงสุด สำรอำหำรถูกสะสมในสิ่งมีชีวิตในรูปของอินทรียสำรและเมื่อ
สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศตำยจะเกิดกำรย่อยสลำยโดยจุลินทรีย์ได้เป็นสำรอนินทรีย์หมุนเวียนกลับไปยังผู้ผลิต
- พลังงำนไม่สำมำรถหมุนเวียนได้ โดยมีผู้ย่อยสลำยอินทรียสำรเป็นผู้รับพลังงำนขั้นสุดท้ำย
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรใน
ระบบนิเวศ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำร
ในระบบนิเวศ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียน
สำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรสื่อสำร ,กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำร
ดำรงชีวิตอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศออกได้เป็นกี่
รูปแบบ อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร
หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรถ่ำยทอดพลังงำนและ
กำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียน
สำรในระบบนิเวศ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ” ว่ำ
> กำรถ่ำยทอดพลังงำนและสำรอำหำรในระบบนิเวศเป็นกระบวนกำรสำคัญในกำรรักษำสมดุลของระบบนิเวศ
> พลังงำนจะสำมำรถถ่ำยทอดได้เพียง 10% เท่ำนั้น ( 90%จะถูกใช้ในกระบวนกำรดำรงชีวิต ,เป็นพลังงำน
ควำมร้อน และบำงส่วนบริโภคไม่ได้ เช่น เปลือก กระดูก ขน เล็บ)
> กำรถ่ำยทอดสำรอำหำรถึงผู้บริโภคลำดับสูงสุด สำรอำหำรถูกสะสมในสิ่งมีชีวิตในรูปของอินทรียสำรและเมื่อ
สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศตำยจะเกิดกำรย่อยสลำยโดยจุลินทรีย์ได้เป็นสำรอนินทรีย์หมุนเวียนกลับไปยังผู้ผลิต
> พลังงำนไม่สำมำรถหมุนเวียนได้ โดยมีผู้ย่อยสลำยอินทรียสำรเป็นผู้รับพลังงำนขั้นสุดท้ำย
> พีระมิดทำงนิเวศวิทยำ (Ecological Pyramid) กำรเขียนเพื่อแสดงควำมสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแต่ละลำดับ
ขั้นของห่วงโซ่อำหำร โดยเริ่มจำกผู้ผลิตจนกระทั่งผู้บริโภคสูงสุด
> กำรสะสมสำรพิษในสิ่งมีชีวิต
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอด
พลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร
หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร
หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรใน
ระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ และควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 5
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.2 ม.4-6/3 วำงแผนและดำเนินกำรเฝ้ำระวัง อนุรักษ์ และพัฒนำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขของปัญหำ
สิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภทได้อย่ำง
ถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง
มนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ทำงนิเวศวิทยำ = กลุ่มสิ่งมีชีวิตในที่ใดที่หนึ่งถูกแทนที่โดยกลุ่มใหม่อยู่เรื่อยๆ และจะ
หยุดลงเมื่อมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ำย ทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป/คงตัว = กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด
มี 2 แบบ
(1) กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
(2) กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละ
ประเภท
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อ
กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่
ของระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ” ว่ำ
การเปลี่ยนแปลงแทนที่ทางนิเวศวิทยา = กลุ่มสิ่งมีชีวิตในที่ใดที่หนึ่งถูกแทนที่โดยกลุ่มใหม่อยู่เรื่อยๆ และจะ
หยุดลงเมื่อมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ำย ทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป/คงตัว = กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด
มี 2 แบบ
1. กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ จำกบริเวณที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเลยต่อมำมีปรำกฏขึ้นพวกแรก
(ผู้บุกเบิก) และมีกำรเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับขั้นจนกระทั่งถึงระยะขั้นสุด
ที่ว่าง → ไลเคน (Pioneer Species) → มอส ลิเวอร์เวิร์ต → ไม้พุ่ม → ไม้ยืนต้น
→ กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด
2. กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ จำกบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตขั้นสุดจำกปฐมภูมิแล้วและถูกทำลำย จึงเกิด
กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ได้กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุดแบบเดิม หรือใหม่ เช่น เกิดไฟไหม้ป่ำ เกิดโรคระบำด ทำให้เสีย
สมดุล
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลง
แทนที่ของระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท
อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ กำร
เปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญ
ของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 6
หน่วยกำรเรียนที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง มนุษย์กับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 2.2 ม.4-6/1 วิเครำะห์สภำพปัญหำ สำเหตุของปัญหำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น
ระดับประเทศและระดับโลก
ว 2.2 ม.4-6/2 อภิปรำยแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขปัญหำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขของปัญหำ
สิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อ
กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม หมำยถึงอะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำทรัพยำกรธรรมชำติและ
สิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “มนุษย์กับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม” ว่ำ
ทรัพยากรน้า เป็นทรัพยำกรที่มีควำมสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สิ่งมีชีวิตใช้ประโยชน์จำกทรัพยำกรน้ำเพื่อ
ดำรงชีวิตด้ำนต่ำงๆ เช่น เป็นที่อยู่อำศัยและแพร่พันธุ์แบ่งออกเป็น 3 แหล่งใหญ่ ได้แก่
1. หยำดน้ำฟ้ำ 2. น้ำผิวดิน 3. น้ำใต้ดิน
ทรัพยากรดิน ดินป็นทรัพยำกรที่เกิดขึ้นตำมธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้ และเป็นทรัพยำกร
พื้นฐำนที่มีควำมสัมพันธ์กับทรัพยำกรธรรมชำติอื่นๆ อีก เช่น ทรัพยำกรป่ำไม้ ทรัพยำกรแร่ธำตุ ทรัพยำกรสัตว์
ป่ำ เป็นต้น จำแนกตำมลักษณะเนื้อดินได้ 3 ชนิด คือ
1. ดินเหนียว 2. ดินร่วน 3. ดินทรำย
ทรัพยากรอากาศ อำกำศจัดเป็นทรัพยำกรธรรมชำติที่ไม่มีวันหมดสิ้นและเป็นทรัพยำกรที่มีควำมจำเป็นต่อ
กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด องค์ประกอบของอำกำศ ได้แก่
1. แก๊สไนโตรเจน 78% 2. แก๊สออกซิเจน 21%
3. แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ 0.03% 4. แก๊สอื่นๆ 0.07%
ทรัพยากรป่าไม้ ป่ำไม้เป็นทรัพยำกรธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตชนิด
ต่ำงๆ และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรวมของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เป็นแหล่งเอื้ออำนวยต่อปัจจัยสี่ในกำร
ดำรงชีวิตของมนุษย์ เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธำร ช่วยรักษำระดับอุณหภูมิของโลก ควบคุมปริมำณน้ำฝน ช่วย
ในกำรอนุรักษ์ดินและน้ำและเป็นแหล่งที่อยู่อำศัยของสัตว์ป่ำ แบ่งเป็น ป่าไม่ผลัดใบและป่าผลัดใบ
ทรัพยากรสัตว์ป่า สัตว์ป่ำเป็นทรัพยำกรธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้ปัจจุบันพบว่ำจำนวนสัตว์ป่ำ
ลดลงและมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆทั้งนี้เนื่องจำกพื้นที่ป่ไม้ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อำศัย แหล่งหำกิน และสืบพันธุ์ของ
สัตว์ป่ำลดลง นอกจำกนี้กำรลดลงของสัตว์ป่ำยังเกิดจำกสำเหตุอื่นๆอีกที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ เช่น กำรล่ำสัตว์
ป่ำเพื่อประโยชน์ทำงด้ำนเศรษฐกิจ เป็นต้น แบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 (สวยงาม)
,2 (อาหาร)
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของ
ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม
ประเภทต่ำงๆ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อ
กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ กำร
เปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญ
ของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 7
หน่วยกำรเรียนที่ 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง โครงสร้ำงของเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ
และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิดได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- เซลล์ คือ หน่วยที่เล็กที่สุดอันเป็นพื้นฐำนสัญต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
- องค์ประกอบสำคัญของเซลล์ แบ่งเป็น
(1) ส่วนห่อหุ้มของเซลล์
(2) นิวเคลียส
(3) ไซโทพลำสซึม
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> โครงสร้ำงของเซลล์ คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกโครงสร้ำงของเซลล์ออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำโครงสร้ำงของเซลล์
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครงสร้ำงของเซลล์กับ
สิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครงสร้ำงของเซลล์
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “โครงสร้ำงของเซลล์” ว่ำ
- เซลล์ คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต เซลล์ กำรศึกษำต้องใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงหรืออิเล็กตรอน
- องค์ประกอบของเซลล์
1. ส่วนห่อหุ้ม เป็นส่วนที่ป้องกันอันตรำยให้กับเซลล์มี 2 ชนิด
 1.1 ผนังเซลล์ ชั้นนอกสุดของเซลล์พืชไม่พบในเซลล์สัตว์ โครงสร้ำงหลัก คือ เซลลูโลส ทำให้คงรูปร่ำง
และเจริญตั้งตรงต้ำนทำนแรงโน้มถ่วงของโลกได้
 1.2 เยื่อหุ้มเซลล์ พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ในเซลล์พืชจะอยู่ถัดจำกผนังเซลล์ โครงสร้ำงหลัก
คือ สำรพวกไขมันเรียงตัวเป็น 2 ชั้นและมีโปรตีนแทรกอยู่
2. นิวเคลียส เป็นศูนย์ควบคุมกำรทำงำนของเซลล์มีหน้ำที่ ดังนี้
 2.1 ถ่ำยทอดลักษณะพันธุกรรม โดยมีโครโมโซมเป็นแหล่งข้อมูลทำงพันธุกรรม
 2.2 ควบคุมกำรสังเครำะห์โปรตีน
 2.3 ควบคุมกำรแบ่งเซลล์
3. ไซโทพลำซึม เป็นของเหลวที่อยู่ภำยในเซลล์ ซึ่งมีออร์แกเนลล์ที่เป็นโครงสร้ำงที่ทำหน้ำที่เฉพำะอย่ำง
 3.1 ร่ำงแหเอนโดพลำซึม สังเครำะห์และลำเลียงโปรตีน (RER) และบำงส่วนทำหน้ำที่สังเครำะห์ไขมัน
(SER)
 3.2 กอลจิคอมเพลกซ์ เก็บรวบรวมโปรตีนและไขมันมำจำกร่ำงแห เพื่อส่งไปยังภำยในหรือนอกเซลล์
 3.3 ไรโบโซม สังเครำะห์โปรตีน แหล่งที่พบ คือ ร่ำงแหเอนโดพลำซึม ลอยอิสระในไซโทพลำซึม/ไมโท
คอนเดรียและคลอโรพลำสต์
 3.4 ไมโทคอนเดรีย ผลิตสำรพลังงำนสูง คือ ATP เพื่อใช้ในกิจกรรมต่ำงๆ ของเซลล์
 3.5 คลอโรพลำสต์เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะเซลล์พืช มีบทบำทในกำรสังเครำะห์น้ำตำลโดยใช้แสง
 3.6 ไลโซโซม เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะในเซลล์สัตว์ มีลักษณะเป็นถุงซึ่งภำยในมีเอนไซม์
 3.7 เซนทริโอล เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะในเซลล์สัตว์ มีหน้ำที่สร้ำงเส้นใยสปินเดิลใช้ในกำรแยก
โครโมโซมระหว่ำงแบ่งเซลล์
- ควำมแตกต่ำงระหว่ำงเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
เซลล์พืช
1. มีลักษณะเป็นเหลี่ยม 2. มีผนังเซลล์อยู่ภำยนอกเยื่อหุ้มเซลล์ 3. มีคลอโรพลำสต์
4. ไม่มีเซนทริโอล 5. มีแวคิวโอลขนำดใหญ่ 6. ไม่มีไลโซโซม
เซลล์สัตว์
1. มีลักษณะกลม หรือรี 2. ไม่มีผนังเซลล์มีเฉพำะเยื่อหุ้มเซลล์ 3. ไม่มีคลอโรพลำสต์
4. มีเซนทริโอล 5. มีแวคิวโอลขนำดเล็ก 6. มีไลโซโซม
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของ
เซลล์ กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ องค์ประกอบและหน้ำที่ของ
โครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 8
หน่วยกำรเรียนที่ 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ
และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์ได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรศึกษำเซลล์ของสิ่งมีชีวิตต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ (microscope)
- กล้องจุลทรรศน์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
(1) กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดำ (LM)
(2) กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน (EM)
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กล้องจุลทรรศน์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกองค์ประกอบของกล้องจุลทรรศน์ออกได้เป็นส่วน อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกล้องจุลทรรศน์
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครงสร้ำงของกล้อง
จุลทรรศน์กับกำรทำงำนมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น กำรศึกษำทำงชีววิทยำด้ำนใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกล้องจุลทรรศน์
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กล้องจุลทรรศน์” ว่ำ
- กำรศึกษำเซลล์ของสิ่งมีชีวิตต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ (microscope)
- กล้องจุลทรรศน์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
(1) กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดำ (LM)
- แบบใช้แสงธรรมดำหรือชนิดเลนส์ประกอบ (Compound microscope) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยใน (แสง
ทะลุผ่ำน : slide 2 มิติ)
- แบบใช้แสงสเตอริโอ (Stereoscopic microscope) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยนอก (แสงสะท้อน : ทึบ 3 มิติ)
(2) กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน (EM)
- แบบส่องผ่ำน (Transmission Electron Microscope: TEM) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยในของเซลล์โดยลำแสง
อิเล็กตรอนจะส่องผ่ำนเซลล์ที่เตรียมให้บำงเป็นพิเศษ
- แบบส่องกรำด (Scanning Electron Microscope: SEM) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงของผิวเซลล์หรือผิวของวัตถุ
โดยแสงของอิเล็กตรอนส่องกระทบผิวของวัตถุ
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์
กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของ
กล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ องค์ประกอบและหน้ำที่ของ
กล้องจุลทรรศน์ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 9
หน่วยกำรเรียนที่ 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ
และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ เซลล์จำเป็นต้องรับและกำจัดสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ เพื่อกำรดำรงชีวิต
1. กำรลำเลียงสำรผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์
1.1 กำรแพร่ 1.2 กำรออสโมซิส
1.3 กำรลำเลียงแบบฟำซิลิเทต 1.4 กำรลำเลียงแบบใช้พลังงำน
2. กำรลำเลียงสำรแบบไม่ผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์
2.1 เอกโซไซโทซิส 2.2 เอนโดไซโทซิส
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์
กับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์” ว่ำ
- กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ เซลล์จำเป็นต้องรับและกำจัดสำรเข้ำและออกจำกเซลล์เพื่อกำรดำรงชีวิต
1. กำรลำเลียงสำรผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์
1.1 แบบไม่อำศัยพลังงำน
-- กำรแพร่ คือ กำรเคลื่อนที่ของอนุภำคของสำรโดยพลังงำนจลน์ที่อยู่ในสำรทำให้ไม่หยุดนิ่งจึงเกิดกำรกระทบ
กันระหว่ำงอนุภำค ดังนั้นบริเวณที่มำกจะกระทบกันมำกจึงกระจำยออกเป็นบริเวณกว้ำง เช่น ออกซิเจนในถุง
ลมเข้ำสู่เส้นเลือดฝอยที่หุ้มถุงลม ธำตุอำหำรจำกดินเข้ำสู่รำกพืช
-- กำรออสโมซิส คือ กำรแพร่ของน้ำผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์จำกบริเวณที่มีอนุภำคของน้ำมำกไปบริเวณที่น้อยกว่ำ
หรือจำกบริเวณที่มีควำมเข้มข้นของสำรละลำยเจือจำงไปบริเวณที่มำกกว่ำ : ไอโซโทนิก ไฮโปโทนิก และ
ไฮเปอร์โทนิก
-- กำรลำเลียงแบบฟำซิลิเทต เป็นกำรลำเลียงสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ในทิศทำงเดียวกับกำรแพร่แต่รวดเร็ว
กว่ำหลำยเท่ำตัว เพรำะมีโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพำ เช่น กำรลำเลียงกลูโคส กรดอะมิโนไอออนต่ำงๆผ่ำน
เยื่อหุ้ม
1.2 แบบอำศัยพลังงำน เป็นกำรลำเลียงสำรจำกที่ควำมเข้มข้นต่ำไปบริเวณที่มีควำมเข้มข้นสูงโดยมีโปรตีนที่
เยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพำและใช้พลังงำน ATP จำกเซลล์ เช่น กำรดูดซึมกลูโคสที่ผนังลำไส้เล็กจะดูดซึม
ตลอดเวลำ กำรลำเลียงไอออนของโซเดียมและโพแตสเซียมผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ประสำทระหว่ำงกำรส่งกระแส
ประสำท
2. กำรลำเลียงสำรแบบไม่ผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์
2.1 เอกโซไซโทซิส เป็นกำรส่งสำรที่ขนำดโมเลกุลใหญ่ออกสู่นอกเซลล์โดยกำรเชื่อมถุงกับเยื่อหุ้มเซลล์และ
เกิดกำรหลั่งสำรออก เช่น กำรหลั่งเอนไซม์จำกลำไส้เล็กและกระเพำะหรือกำรลำเลียงฮอร์โมนอินซูลินจำก
เซลล์ตับอ่อน
2.2 เอนโดไซโทซิส เป็นกำรลำเลียงสำรขนำดใหญ่เข้ำสู่เซลล์ โดยสำรเหล่ำนั้นจะดันเยื่อหุ้มเซลล์เว้ำเข้ำไปใน
ไซโทพลำซึมจนเยื่อหุ้มเซลล์ปิดสนิททำให้เกิดถุงภำยในไซโทพลำซึมและถุงน้ำย่อยในเซลล์จะย่อยใช้ประโยชน์
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำร
ผ่ำนเซลล์ กำรเขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กระบวนกำรของกำร
ลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 10
หน่วยกำรเรียนที่ 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.1 ม.4-6/2 ทดลองและอธิบำยกลไกกำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช
ว 1.1 ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอธิบำยกลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุและอุณหภูมิของสัตว์อื่นๆ
และมนุษย์และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ
และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กลไกกำรรักษำดุลยภำพ สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีระบบรักษำสมดุลของร่ำงกำย เพื่อทำให้ดำรงชีวิตได้ปกติ
(1) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช
(2) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและแร่ธำตุในสิ่งมีชีวิตเล็กๆ
(3) กำรรักษำดุลยภำพน้ำและแร่ธำตุในปลำ
(4) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและสำรในร่ำงกำยของคน
(5) กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในร่ำงกำย
(6) กำรรักษำดุลยภำพของอุณหภูมิภำยในร่ำงกำย
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด และทักษะชีวิต
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กลไกกำรรักษำดุลยภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกลไกกำรรักษำดุลยภำพ
ของสิ่งมีชีวิต
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกลไกกำรรักษำดุลยภำพ
กับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกลไกกำรรักษำดุลยภำพ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต” ว่ำ
- กลไกกำรรักษำดุลยภำพ สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีระบบรักษำสมดุลของร่ำงกำย เพื่อทำให้ดำรงชีวิตได้ปกติ
(1) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กำรคำยน้ำจะทำให้เกิดกำรลำเลียงแร่ธำตุ และดูดน้ำเข้ำเพื่อเมแทบอลิซึม
ต่ำงๆ ดังนั้น น้ำที่คำยออก = กำรดูดน้ำเข้ำที่รำก โครงสร้ำงในกำรควบคุม คือ ปำกใบ (เซลล์คุม 2 เซลล์
ประกบกันภำยในมีคลอโรพลำสต์จึงสังเครำะห์แสงได้และเกิดกำรออสโมซิส) ซึ่งเปิด : เพิ่มกำรคำยน้ำ และ
ปิด : ลดกำรคำยน้ำ
(2) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและแร่ธำตุในสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อำศัยอยู่ในน้ำ เช่น อะมีบำ พำรำมีเซียม จะมี
โครงสร้ำงภำยในเซลล์ที่เรียกว่ำ คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล ทำหน้ำที่กำจัดน้ำและของเสียออกเพื่อรักษำระดับ
ควำมเข้มข้นของสำรภำยในและป้องกันไม่ให้เซลล์แตก
(3) กำรรักษำดุลยภำพน้ำและแร่ธำตุในปลำ น้ำและแร่ธำตุที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมจะเคลื่อนเข้ำและออกจำกเซลล์
ตลอดเวลำ ขึ้นกับควำมเข้มข้นของสำรละลำยภำยในร่ำงกำยกับสิ่งแวดล้อม
(4) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและสำรในร่ำงกำยของคน มีน้ำประมำณ 65%-70% ถ้ำปริมำณน้ำมำกหรือน้อย
กว่ำนี้จะเสียดุลยภำพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนกำรต่ำงๆ ของร่ำงกำย อวัยวะที่รักษำดุลยภำพ คือ ไต
(5) กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในร่ำงกำย ปฏิกิริยำเคมีเกือบทั้งหมดในกระบวนกำรเมแทบอลิซึมใน
ร่ำงกำยควบคุมโดยเอนไซม์ ซึ่งเอนไซม์แต่ละชนิดจะทำงำนได้ในสภำพ pH ที่แตกต่ำงกัน เช่น ในกระเพำะ
(กรด) ลำไส้เล็ก (เบส) ในร่ำงกำยเกิดจำกปฏิกิริยำของกำรหำยใจ (กรด)
(6) กำรรักษำดุลยภำพของอุณหภูมิภำยในร่ำงกำย ผลต่อกำรทำงำนของเอนไซม์ เพรำะโปรตีนจะเสียสภำพ
โดยปกติอุณหภูมิภำยในร่ำงกำยอยู่ระหว่ำง 35.8-37.7 องศำเซลเซียส ถ้ำสูงหรือต่ำกว่ำนี้จะทำให้เอนไซม์ไม่
สำมำรถทำงำนได้ จึงส่งผลกระทบต่อกระบวนกำรต่ำงๆ ในร่ำงกำย
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำ
ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต กำรเขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆอีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 11
หน่วยกำรเรียนที่ 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.1 ม.4-6/4 อธิบำยเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำสุขภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร
รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ
และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำยได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกกำรป้องกันตนเองจำกโรค ซึ่งเชื้อโรคสำมำรถเข้ำสู่ร่ำงกำยได้หลำยทำง
(สิ่งแปลกปลอม เรียกว่ำ แอนติเจน)
- กำรป้องกันและทำลำยเชื้อโรค ประกอบด้วย
(1) ผิวหนัง
(2) เซลล์เม็ดเลือดขำว
(3) เซลล์เม็ดเลือดขำว
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรสื่อสำร กำรคิด และทักษะชีวิต
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกอวัยวะในระบบภุมิคุ้มกันออกได้เป็นกี่ชนิด อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำระบบภูมิคุ้มกันของ
ร่ำงกำยกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ภูมิคุ้มกันร่ำงกำย” ว่ำ
- ภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกกำรป้องกันตนเองจำกโรค ซึ่งเชื้อโรคสำมำรถเข้ำสู่ร่ำงกำยได้หลำยทำง
(สิ่งแปลกปลอม เรียกว่ำ แอนติเจน)
- กำรป้องกันและทำลำยเชื้อโรค ประกอบด้วย
(1) ผิวหนัง ทำหน้ำที่ไม่ให้เชื้อโรคเข้ำสู่ร่ำงกำย มีต่อมเหงื่อ และรูขุมขนทำให้เชื้อโรคเข้ำได้ แต่เยื่อบุ
ผิวต่ำงๆ มีกำรป้องกันโดยกำรหลั่งสำรเมือกเหนียวมำเคลือบไว้ เพื่อดักแอนติเจนก่อนจะเข้ำสู่เซลล์ (น้ำตำ+ไล
โซไซม ,ทำงเดินหำยใจ+ซิเลีย)
(2) เซลล์เม็ดเลือดขำว สร้ำงไขกระดูก และไปพัฒนำที่เนื้อเยื่อและต่อมน้ำเหลืองหรืออยู่ในกระแส
เลือด มีหน้ำที่ทำลำยเชื้อโรคในร่ำงกำย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
ฟาโกไซต์ ทำลำยเชื้อโรคโดยกำรโอบล้อมกินเชื้อโรค และปล่อยเอนไซม์จำกไลโซโซมไปย่อย
ลิมโฟไซต์ ทำลำยเชื้อโรคโดยกำรสร้ำงแอนติบอดี ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีควำมจำเพำะต่อแอนติเจน
(3) ระบบน้ำเหลือง ประกอบด้วย
น้าเหลือง ของเหลวที่ซึมผ่ำนผนังเส้นเลือดฝอยออกมำอยู่ระหว่ำงเซลล์ ซึ่งจะไหลเข้ำสู่ท่อน้ำเหลือง
ฝอยและขนำดใหญ่เป็นลำดับ และเปิดเข้ำสู่ระบบเลือดที่เส้นเลือดเวนใหญ่ใกล้หัวใจ ไปรวมกับเลือดใหม่อีก
ครั้งหนึ่ง
อวัยวะน้าเหลือง ทำหน้ำที่ผลิตเม็ดเลือดขำว เพื่อต่อต้ำนเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ได้แก่
- ต่อมน้ำเหลือง ลักษณะคล้ำยฟองน้ำน้ำเหลืองซึมผ่ำนได้ เป็นรูปไข่ขนำดแตกต่ำงกัน สำมำรถพบ
บริเวณรักแร้ โคนขำ คอ(ทอนซิล)
- ม้ำม ใหญ่ที่สุด อยู่ใต้กะบังลมด้ำนซ้ำย เป็นแหล่งที่อยู่ของเม็ดเลือดขำว และทำลำยเม็ดเลือดแดง
และเกล็ดเลือดที่หมดอำยุ
- ต่อมไทมัส เป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่เป็นต่อมไร้ท่อ อยู่รอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ สร้ำงเม็ดเลือด
ขำวชนิดลิมไฟไซต์
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของ
ร่ำงกำย กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย องค์ประกอบและหน้ำที่
ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 12
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง ลักษณะทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สำมำรถถ่ำยทอดตำมสำยเลือดได้ เช่น
-- ลักษณะตำชั้นเดียว-สองชั้น
-- แนวผมที่หน้ำผำกตรง-แหลม
-- หูมีติ่ง-ไม่มีติ่ง
-- สันจมูกโด่ง-ไม่โด่ง
-- มีลักยิ้ม-ไม่มีลักยิ้ม
-- ลิ้นพับได้-พับไม่ได้
-- นิ้วมือเรียวยำว-นิ้วสั้น
-- นิ้วชี้เท้ำยำวกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ำ-สั้นกว่ำนิ้วหัวแม่เท้
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิต
ของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรสื่อสำร และกำรคิด
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ลักษณะทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกลักษณะทำงพันธุกรรมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำลักษณะทำงพันธุกรรม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำลักษณะทำงพันธุกรรมกับ
กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับลักษณะทำงพันธุกรรม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ลักษณะทำงพันธุกรรม” ว่ำ
- ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สำมำรถถ่ำยทอดตำมสำยเลือดได้ เช่น
-- ลักษณะตำชั้นเดียว-สองชั้น -- แนวผมที่หน้ำผำกตรง-แหลม
-- หูมีติ่ง-ไม่มีติ่ง -- สันจมูกโด่ง-ไม่โด่ง
-- มีลักยิ้ม-ไม่มีลักยิ้ม -- ลิ้นพับได้-พับไม่ได้
-- นิ้วมือเรียวยำว-นิ้วสั้น -- นิ้วชี้เท้ำยำวกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ำ-สั้นกว่ำนิ้วหัวแม่เท้
- ควำมแปรผันลักษณะทำงพันธุกรรมสำมำรถจำแนกได้ 2 ประเภท
1. ควำมแปรผันลักษณะทำงพันธุกรรมที่ไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation) เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมที่
สำมำรถแยกควำมแตกต่ำงได้อย่ำงชัดเจนเกิดจำกอิทธิพลของกรรมพันธุ์เพียงอย่ำงเดียว เช่น มีลักยิ้ม - ไม่มี
ลักยิ้ม มีติ่งหู -ไม่มีติ่งหู ห่อลิ้นได้ - ห่อลิ้นไม่ได้
2. ควำมผันแปรทำงพันธุกรรมแบบต่อเนื่อง (continuous variation) เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมที่ไม่สำมำรถ
แยกควำมแตกต่ำงได้อย่ำงเด่นชัด เช่น ควำมสูง น้ำหนัก โครงร่ำง สีผิว ซึ่งเกิดจำกอิทธิพลของกรรมพันธุ์ และ
สิ่งแวดล้อมร่วมกัน เช่น ควำมสูงถ้ำได้รับสำรอำหำรถูกต้องตำมหลักโภชนำกำรและมีกำรออกกำลังกำยก็จะทำ
ให้มีร่ำงกำยสูงได้
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำง
พันธุกรรม กำรเขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึง
ควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรม ลักษณะทำงพันธุกรรม
แบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 13
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- โครโมโซมและสำรพันธุกรรม ภำยในนิวเคลียส เรียกว่ำ ดีเอ็นเอ เป็นสำยยำวพันรอบแกนโปรตีนฮิสโตน เส้น
ใยบำงๆ นี้เรียกว่ำ โครมำทิน เมื่อมีกำรแบ่งเซลล์จะหดสั้นเป็นแท่งเรียกว่ำ โครโมโซม และมีกำรจำลองขึ้นมำ
เท่ำตัว
- คนมีจำนวน 46 แท่ง โดยจะมีคู่เหมือน เรียก ฮอมอโลกัสโครโมโซม จำนวนนเซลล์ร่ำงกำยมี 2 ชุด เขียน
แทนด้วย 2n ส่วนในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มีคู่เหมือนมีเพียง 1 ชุด เขียนแทนด้วย n
- ควำมผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
(1) ควำมผิดปกติของออโตโซม
(2) ควำมผิดปกติของโครโมโซมเพศ
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรใช้เทคโนโลยี กำรสื่อสำร และกำรคิด
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> โครโมโซมและสำรพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกโครโมโซมและสำรพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำโครโมโซมและสำร
พันธุกรรม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครโมโซมและสำร
พันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครโมโซมและสำรพันธุกรรม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “โครโมโซมและสำรพันธุกรรม” ว่ำ
- โครโมโซมและสำรพันธุกรรม ภำยในนิวเคลียส เรียกว่ำ ดีเอ็นเอ เป็นสำยยำวพันรอบแกนโปรตีนฮิสโตน เส้น
ใยบำงๆ นี้เรียกว่ำ โครมำทิน เมื่อมีกำรแบ่งเซลล์จะหดสั้นเป็นแท่งเรียกว่ำ โครโมโซม และมีกำรจำลองขึ้นมำ
เท่ำตัว
- คนมีจำนวน 46 แท่ง โดยจะมีคู่เหมือน เรียก ฮอมอโลกัสโครโมโซม จำนวนนเซลล์ร่ำงกำยมี 2 ชุด เขียน
แทนด้วย 2n ส่วนในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มีคู่เหมือนมีเพียง 1 ชุด เขียนแทนด้วย n
- ควำมผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
(1) ควำมผิดปกติของออโตโซม
- กลุ่มอำกำรดำวน์ - กลุ่มอำกำรคริดูชำต์
- กลุ่มอำกำรเพเทำ - กลุ่มอำกำรเอ็ดเวิร์ด
(2) ควำมผิดปกติของโครโมโซมเพศ
- กลุ่มอำกำรเทอร์เนอร์ - กลุ่มอำกำรที่มีโครโมโซม X 3 เส้น
- กลุ่มอำกำรไคลน์เฟลเทอร์ - กลุ่มอำกำรดับเบิลวำย
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำร
พันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งร่วมกันสร้ำง
ควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำรเปรียบเทียบ
ระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำร
พันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 14
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง กำรแบ่งเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรแบ่งเซลล์แต่ละขั้นตอนได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรแบ่งเซลล์ (Cell Division) จำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ ไมโทซิส และ ไมโอซิส
- กำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส สิ่งมีชีวิตมีกำรแบ่งเซลล์เพื่อกำรเจริญเติบโต และเพิ่มพื้นที่ผิวในกำรแลกเปลี่ยน
สำรกับสิ่งแวดล้อม กำรแบ่งมีขั้นตอน ดังนี้
1.1 ระยะอินเทอร์เฟส 1.2 ระยะโพรเฟส
1.3 ระยะเมทำเฟส 1.4 ระยะแอนำเฟส 1.5 ระยะเทโลเฟส
- กำรแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เป็นกระบวนกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ แบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ คือ
2.1 ไมโอซิส I 2.1 ไมโอซิส II
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรแบ่งเซลล์แต่ละขั้นตอน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ
สิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรแก้ปัญหำ กำรสื่อสำร และกำรคิด
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กำรแบ่งเซลล์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกำรแบ่งเซลล์ได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรแบ่งเซลล์
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรแบ่งเซลล์กับกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรแบ่งเซลล์
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรแบ่งเซลล์” ว่ำ
- กำรแบ่งเซลล์ (Cell Division) จำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ ไมโทซิส และ ไมโอซิส
- กำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส สิ่งมีชีวิตมีกำรแบ่งเซลล์เพื่อกำรเจริญเติบโต และเพิ่มพื้นที่ผิวในกำรแลกเปลี่ยน
สำรกับสิ่งแวดล้อม กำรแบ่งมีขั้นตอน ดังนี้
1.1 ระยะอินเทอร์เฟส เซลล์เตรียมควำมพร้อมในกำรแบ่งเซลล์ ได้แก่ กำรสังเครำะห์ เอนไซม์ โปรตีน ออร์
แกเนลล์ และมีกำรเพิ่มปริมำณสำรพันธุกรรมเป็น 2 เท่ำ ทำให้เกิดกำรจำลองโครโมโซมจำก เป็น 2 โครมำทิด
1.2 ระยะโพรเฟส โครโมโซมเริ่มเห็นชัดขึ้น เซนทริโอลสร้ำงเส้นใยสปินเดิล
1.3 ระยะเมทำเฟส โครโมโซมหดสั้นที่สุด ขนำดใหญ่ที่สุด เห็นได้ชัดเจน โครโมโซมเรียงตัวแนวกลำง มีเส้น
ใยสปินเดิลจับอยู่ตรงตำแหน่งเซนโทรเมียร์ โดยยึดกับโปรตีนไคนีโทคอร์ เยื่อหุ้มนิวเคลียสสลำยตัวหมด
1.4 ระยะแอนำเฟส โครมำทิดแยกจำกกันโดยกำรหดตัวของเส้นใยสปินเดิล ทำให้โครโมโซมแยกเป็น 2 กลุ่ม
1.5 ระยะเทโลเฟส โครโมโซมที่แยก จะเริ่มสร้ำงเยื่อหุ้มนิวเคลียส ทำให้เห็นนิวเคลียส 2 อัน ถือว่ำสิ้นสุด กำร
แบ่งไซโทพลำซึมมี 2 กรณี
• เซลล์สัตว์ เกิดจำกเยื่อหุ้มเซลล์คอดเข้ำหำกันจนกระทั่งเซลล์ขำดออกจำกกันได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์
• เซลล์พืช เกิดกำรสร้ำงแผ่นกั้นตรงกลำง และสะสมสำรเซลลูโลสทำให้ได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์
- กำรแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เป็นกระบวนกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ แบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ คือ ไมโอซิส I และ ไม
โอซิส II
ระยะอินเตอร์เฟส I เตรียมควำมพร้อมเหมือนกำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
ระยะโพรเฟส I โครโมโซมหดสั้นและมีกำรเข้ำคู่ฮอมอโลกัส และเกิดกำรแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนเกิดควำม
หลำกหลำย
ระยะเมทำเฟส I โครโมโซมจะเรียงอยู่กลำงเแบบคู่ฮอมอโลกัส โดยมีเส้นใยสปินเดิลจับอยู่ตรงเซนโทรเมีย
ระยะแอนำเฟส I โครโมโซมที่เป็นคู่ฮอมอโลกัส แยกจำกกันไปคนละขั้วของเซลล์ และมีจำนวนครึ่งหนึ่ง
ระยะเทโลเฟส I สร้ำงเยื่อหุ้มนิวเคลียสล้อมรอบ ได้นิวเคลียสใหม่ 2 นิวเคลียสและแบ่งไซโทพลำซึม แต่อำจจะ
ไม่เกิดก็ได้
ไมโอซิส II
ระยะอินเตอร์เฟส II ไม่มีกำรจำลองตัวเอง เนื่องจำกแต่ละโครโมโซมมี 2 โครมำทิดแล้ว ส่วนระยะโพรเฟส II
แอนำเฟส II เทโลเฟส II จะคล้ำยกำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส + แบ่งไซโทพลำซึมในระยะนี้อีกครั้ง ในที่สุดจะได้
4 เซลล์
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ กำร
เขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละขั้นตอนของกำรแบ่งเซลล์ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำร
แบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ กำรเปรียบเทียบแต่ละขั้นตอน
ของกำรแบ่งเซลล์ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 15
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 4 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมได้อย่ำง
ถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมแต่ละประเภทได้อย่ำง
ถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- โครงสร้ำงพื้นฐำนทำงดีเอ็นเอ ขดตัวพันรอบโปรตีนฮิสโตน = โครมำทิน  โครโมโซม ( 1 หรือ 2 โครมำ
ติด) มีหน่วยย่อย คือ นิวคลีโอไทด์ ต่อกันเป็นสำยยำว ซึ่งประกอบด้วย
(1) น้ำตำลเพนโทส (S)
(2) หมู่ฟอสเฟต (P)
(3) ไนโตรจีนัสเบส
- สำยดีเอ็นเอของคน = สำยของนิวคลีโอไทด์ 2 สำย พันเกลียวเวียนขวำ โดย A = T และ C ≡ G ลำดับของ
เบสบนสำยดีเอ็นเอ เป็นข้อมูลทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมแต่
ละประเภท
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรแก้ปัญหำ กำรสื่อสำร และกำรใช้เทคโนโลยี
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกโครโมโซมกับบกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท
อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม” ว่ำ
- โครงสร้ำงพื้นฐำนทำงดีเอ็นเอ ขดตัวพันรอบโปรตีนฮิสโตน = โครมำทิน  โครโมโซม ( 1 หรือ 2 โครมำติด)
มีหน่วยย่อย คือ นิวคลีโอไทด์ ต่อกันเป็นสำยยำว ซึ่งประกอบด้วย
1. น้ำตำลเพนโทส (S) เป็นน้ำตำลที่คำร์บอน 5 อะตอม มีโครงสร้ำงเป็นรูปห้ำเหลี่ยม
2. หมู่ฟอสเฟต (P) PO4
3-
3. ไนโตรจีนัสเบส มี 4 ชนิด ได้แก่ อะดีนิน (A) ไทมีน (T) ไซโทซีน (C) กวำนีน (G)
- สำยดีเอ็นเอของคน = สำยของนิวคลีโอไทด์ 2 สำย พันเกลียวเวียนขวำ โดย A = T และ C ≡ G ลำดับของ
เบสบนสำยดีเอ็นเอ เป็นข้อมูลทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
- หน้ำที่ของสำรพันธุกรรม
1. ดีเอ็นเอต้นแบบในรุ่นหนึ่งสำมำรถถ่ำยทอดข้อมูลผ่ำนไปรุ่นต่ำงๆ ได้
2. ลำดับของนิวคลีโอไทด์ในสำยดีเอ็นเอเป็นข้อมูลของยีนที่มีบทบำทในกำรสังเครำะห์โปรตีน
3. ถ้ำลำดับของนิวคลีโอไทด์ในสำยดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลง จะทำให้ลักษณะพันธุกรรมแตกต่ำงไป ซึ่งอำจเกิด
จำกกำรแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของโครโมโซมในกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์หรือเกิดมิวเทชัน ทำให้เกิดวิวัฒนำกำร
@ โครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะพบเป็นคู่โฮโมโลกัส ซึ่งประกอบด้วยยีนที่เป็นคู่กันเรียกว่ำ แอลลีล เช่น ยีน A
เป็น แอลลีลกับ a โดยยีน A เป็นยีนเด่น a เป็นยีนด้อย ซึ่งจะพบอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำร
ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด
ลักษณะทำงพันธุกรรม อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะ
ทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง
พันธุกรรม กำรเปรียบเทียบแต่ละประเภทของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม และควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 17
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เนื่องมำจำกสำเหตุหลำยประกำร เช่น กำรผ่ำเหล่ำ กำรคัดเลือกโดย
ธรรมชำติ กำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรเปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต แบ่งออกเป็น 3
ประเภท
(1) มิวเทชัน
(2) กำรคัดเลือกโดยธรรมชำติ
(3) กำรคัดเลือกพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์โดยมนุษย์
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมแต่ละประเภท
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำร
ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
5. สมรรถนะ
กำรคิด กำรสื่อสำร และกำรใช้เทคโนโลยี
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงทำง
พันธุกรรม
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรเปลี่ยนแปลงทำง
พันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม” ว่ำ
- กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เนื่องมำจำกสำเหตุหลำยประกำร เช่น กำรผ่ำเหล่ำ กำรคัดเลือกโดย
ธรรมชำติ กำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรเปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต
กำรผ่ำเหล่ำ คือ กำรเปลี่ยนแปลงลักษณะทำงพันธุกรรมที่สำมำรถถ่ำยทอดไปสู่ลูกหลำนได้มี 2 แบบ
1. กำรกลำยพันธุ์ของโครโมโซม เช่น พืชที่มีจำนวนโครโมโซม 3n,4n จะมีกำรเจริญเติบโตมำกกว่ำปกติ (2n)
2. กำรกลำยพันธุ์ของยีน เช่น โรคทำงพันธุกรรม ลักษณะผิวเผือก ลักษณะลวดลำยบนใบหรือดอกของพืช
สาเหตุของการเกิดการกลายพันธุ์
1. เกิดเองตำมธรรมชำติ ซึ่งอำจเกิดจำกควำมผิดปกติขณะแบ่งเซลล์
2. รังสีสำมำรถทำให้เกิดกำรกลำยพันธุ์ได้ เช่น รังสีแกมมำ ซึ่งใช้ในพืช เช่น พุทธรักษำ เบญจมำศ ปทุมมำ
3. สำรเคมี เช่น อะฟลำทอกซินที่ได้จำกรำในอำหำร ไนโตรซำมีนที่ได้จำกดินประสิวในกำรถนอมอำหำร
กำรคัดเลือกโดยธรรมชำติ เป็นแนวควำมคิดของ ชำร์ล ดำร์วิน ได้เสนอทฤษฎีวิวัฒนำกำร ซึ่งกล่ำวถึงสิ่งมีชีวิต
ที่มีควำมเหมำะสมที่สุดจะคงอยู่ เนื่องจำกมีกำรแข่งขันกันเพื่อแย่งทรัพยำกรที่มีอยู่อย่ำงจำกัด เขำพบว่ำ นก
จำบบนเกำะกำลำปำกอสมีลักษณะจะงอยปำกแตกต่ำงกัน เนื่องจำกอำหำรของนกเหล่ำนั้นแตกต่ำงกัน (ปรับ
พันธุกรรม) ผล คือ ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดได้มีควำมแข็งแรงและมีควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม
กำรคัดเลือกพันธุ์และกำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรคัดเลือกโดยคนจะเกิดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะดีเด่นตำมควำม
ต้องกำรของคน เช่น กำรคัดเลือกพันธุ์ปลำทับทิม (กำรเจริญเติบโตเร็วมีส่วนที่เป็นเนื้อมำก โครงกระดูกเล็ก
ก้ำงน้อย เส้นใยกล้ำมเนื้อละเอียด รสชำติดี ไม่มีกลิ่นที่เกิดจำกไขมันปลำ ต้ำนทำนต่อโรค : พัฒนำมำจำกพันธุ์
ปลำนิลทั่วโลกผสมข้ำมพันธุ์) กำรปรับปรุงพันธุ์ข้ำว (พันธุ์ข้ำวพันธุ์ดีที่นำมำใช้ คือ พันธุ์ข้ำวขำวดอกมะลิ 105
ปลูกได้ทุกภำค ใช้เวลำ 160 วัน ทนแล้งและดินเปรี้ยวดินเค็ม มำอำบรังสีแกมมำ เกิดมิวเทชันได้พันธุ์ข้ำว กข
6 กข 10 และกข 15 ที่มีลักษณะดีขึ้นคือ กข 6 เป็นพันธุ์ข้ำวเหนียวที่มีกลิ่นหอม ให้ผลผลิตสูง ทนแล้ง
ต้ำนทำนโรคไหม้และโรคใบจุดสีน้ำตำลได้ดี กข 15 เป็นพันธุ์ข้ำวเจ้ำที่ให้ผลผลิต เท่ำกับข้ำวดอกมะลิ 105 แต่
กข 15 มีอำยุสั้นกว่ำ 10 วัน เก็บเกี่ยวได้เร็วกว่ำ ต้ำนทำนโรคได้ดีกว่ำข้ำวดอกมะลิ 105)
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม อีก
ทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กำร
เปรียบเทียบแต่ละประเภทของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 18
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง เทคโนโลยีชีวภำพ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/2 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผลของเทคโนโลยีชีวภำพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมและนำควำมรู้
ไปใช้ประโยชน์
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีชีวภำพแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- เทคโนโลยีชีวภำพ (Biotechnology) เป็นกำรนำควำมรู้ด้ำนชีววิทยำ ในสำขำพันธุศำสตร์มำประยุกต์ เช่น
(1) พันธุวิศวกรรม (2) กำรโคลน
(3) กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (4) ลำยพิมพ์ DNA
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีชีวภำพแต่ละประเภท
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของ
มนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรคิด กำรสื่อสำร ทักษะชีวิตและกำรใช้เทคโนโลยี
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> เทคโนโลยีชีวภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกเทคโนโลยีชีวภำพได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำเทคโนโลยีชีวภำพ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำเทคโนโลยีชีวภำพกับกำร
ดำรงชีวิตของมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภำพ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “เทคโนโลยีชีวภำพ” ว่ำ
- เทคโนโลยีชีวภำพ (Biotechnology) เป็นกำรนำควำมรู้ด้ำนชีววิทยำ ในสำขำพันธุศำสตร์มำประยุกต์ เช่น
พันธุวิศวกรรม เป็นเทคนิคกำรสร้ำงสิ่งมีชีวิตมีลักษณะตำมที่ต้องกำร โดยกำรสร้ำง DNA สำยผสมโดยกำรถ่ำย
ยีนที่ต้องกำรลงไปแบคทีเรีย เพื่อให้เป็นตัวพำยีนเหล่ำนั้นเข้ำไปในสิ่งมีชีวิตที่ต้องกำรสร้ำงพันธุกรรมใหม่
เรียกว่ำ สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ในปัจจุบัน เช่น ฝ้ำยบีทีและข้ำวโพดบีทีที่ต้ำนทำนแมลง
(แบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สร้ำงโปรตีนเป็นพิษต่อแมลง) พริก มะละกอ ต้ำนทำนไวรัส ยีนสังเครำะห์
โปรตีนห่อหุ้มอนุภำคไวรัสทำให้ไวรัสไม่สำมำรถทำอันตรำย) กำรผลิตอินซูลินโดยแบคทีเรีย ทำโดยตัดยีน
อินซูลินจำกคนปกติถ่ำยลงไปในพลำสมิดของแบคทีเรีย (เป็น DNA ที่เป็นวงกลมขนำดเล็ก) เมื่อแบ่งเซลล์จะ
ทำให้ได้ยีนอินซูลินเป็นจำนวนมำก และสังเครำะห์อินซูลินได้
กำรโคลน หมำยถึง กำรสร้ำงสิ่งมีชีวิตใหม่ให้มีลักษณะพันธุกรรมเหมือนเดิม สืบพันธุ์แบบไม่อำศัยเพศ เช่น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม = แกะ วัว ในประเทศไทยมีกำรโคลนวัวเนื้อตัวแรกของโลกชื่อ นิโคลและกำรโคลนวัวนม
ตัวแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชื่อ อิง ซึ่งเกิดจำกกำรโคลนเซลล์ใบหูของตัวต้นแบบ
กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นกำรโคลนในพืช โดยกำรนำเอำส่วนของพืชมำเลี้ยงในอำหำรสังเครำะห์ที่พืชต้องกำร
ในสภำพปลอดเชื้อ ควบคุมแสงสว่ำง อุณหภูมิ ควำมชื้น และกระตุ้นกำรเจริญของพืชด้วยฮอร์โมนพืช
ประโยชน์
1. ได้พืชจำนวนมำกที่มีลักษณะเหมือนเดิม
2. ใช้เวลำสั้นในกำรผลิตต้นพันธุ์ดี
3. ต้นพันธุ์ที่ได้ปรำศจำกโรค
4. ใช้ผลิตต้นพันธุ์ที่ผสมกันเองในธรรมชำติยำก เสี่ยงต่อกำรสูญพันธุ์
ลำยพิมพ์ดีเอ็นเอ ของคนเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เพรำะคนทุกคนจะมีแตกต่ำงกันยกเว้นแฝดแท้ที่จะ
เหมือนกัน ลำยพิมพ์ดีเอ็นเอของลูกจะได้จำกดีเอ็นเอของพ่อและแม่อย่ำงละครึ่ง
ประโยชน์
1. พิสูจน์เพื่อบุคคลในกรณีฆำตกรรม กรณีบุคคลสูญหำย
2. พิสูจน์ควำมสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูก
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของ
เทคโนโลยีชีวภำพ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของเทคโนโลยีชีวภำพ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม
ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพ กำรเปรียบเทียบแต่ละ
ประเภทของเทคโนโลยีชีวภำพ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของ
มนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 19
หน่วยกำรเรียนที่ 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
เรื่อง ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
**************************************************************************************************
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้
ว 1.2 ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผลของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ว 1.2 ม.4-6/4 อธิบำยกระบวนกำรคัดเลือกตำมธรรมชำติและผลของกำรคัดเลือกตำมธรรมชำติต่อควำม
หลำกหลำยของสิ่งมีชีวิต
ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ
ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้
ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้
อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร
แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร
เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำได้อย่ำงถูกต้อง
2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบควำมหลำกหลำยทำงชีวภำแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง
2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง
3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ
- ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 3 ชนิด
(1) ควำมหลำกหลำยทำงนิเวศวิทยำ
(2) ควำมหลำกหลำยของสปีชีส์
(3) ควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม
- สปีชีส์ของสิ่งมีชีวิต คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นประชำกรชนิดเดียวกันผสมพันธุ์กันแล้วได้ลูกหลำนสืบทอดต่อไป
เนื่องจำกควำมคล้ำยคลึงกันในระดับโครโมโซม ทำให้โครโมโซมจำกพ่อและแม่สำมำรถเข้ำคู่กันได้ แต่ละสปี
ชีส์จะมีลักษณะเด่นเฉพำะไม่เหมือนสปีชีส์อื่น แต่ในสปีชีส์เดียวกันอำจจะแตกต่ำงกันในเรื่องสำยพันธุ์ เพศผู้
และเพศเมีย วัยที่เจริญเติบโตและที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
4. สำระกำรเรียนรู้
ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพแต่ละประเภท
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพต่อกำร
ดำรงชีวิตของมนุษย์
5. สมรรถนะ
กำรแก้ปัญหำ กำรคิด กำรสื่อสำร ทักษะชีวิตและกำรใช้เทคโนโลยี
6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้
สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
7. กำรวัดและประเมินผล
รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล
1. สมุดบันทึกกำรเรียน
กำรสอนประจำบทเรียน
2. ใบงำนแบบฝึกหัด
ทบทวนประจำบทเรียน
3. ทดสอบเก็บคะแนน
ประจำบทเรียน
4. แบบบันทึกกำรทำ
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ตรวจสมุดบันทึกกำร
เรียนกำรสอนประจำ
บทเรียน
2. ตรวจใบงำน
แบบฝึกหัดทบทวน
ประจำบทเรียน
3. ตรวจแบบทดสอบ
เก็บคะแนนประจำ
บทเรียน
4. ตรวจแบบบันทึกกำร
ทำกิจกรรมประจำ
บทเรียน
1. กำรสังเกต ตรวจสอบ
เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ
กำรเรียนกำรสอนประจำ
บทเรียนจริง
2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด
ประจำบทเรียน
3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ
คำเฉลยแบบทดสอบประจำ
บทเรียน
4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร
กิจกรรมประจำบทเรียน
1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำ ควำมเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม
ของกำรจดบันทึก
2. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 80%
3. ควำมถูกต้องของ
คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ
กว่ำ 50%
4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน
ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม
เป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงำมของกำรจดบันทึก
8. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย
อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ
> ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร
> เรำสำมำรถจำแนกควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
> นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพ
1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพกับกำรดำรงชีวิตของมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน
ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ
ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “เควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ” ว่ำ
- ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพมี 3 ชนิด
1. ควำมหลำกหลำยทำงนิเวศวิทยำ : ระบบนิเวศมีชนิด จำนวนและควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตแตกต่ำงกัน
2. ควำมหลำกหลำยของสปีชีส์ : ชนิดของสิ่งมีชีวิตต่ำงๆ บนโลก
3. ควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม : ลักษณะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีควำมแตกต่ำงกัน
- สปีชีส์ของสิ่งมีชีวิต คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นประชำกรชนิดเดียวกันผสมพันธุ์กันแล้วได้ลูกหลำนสืบทอดต่อไป
เนื่องจำกควำมคล้ำยคลึงกันในระดับโครโมโซม ทำให้โครโมโซมจำกพ่อและแม่สำมำรถเข้ำคู่กันได้ แต่ละสปี
ชีส์จะมีลักษณะเด่นเฉพำะไม่เหมือนสปีชีส์อื่น แต่ในสปีชีส์เดียวกันอำจจะแตกต่ำงกันในเรื่องสำยพันธุ์ เพศผู้
และเพศเมีย วัยที่เจริญเติบโตและที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
- กำรเกิดสปีชีส์ใหม่ มีสำเหตุจำกควำมแตกต่ำงของสิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพและชีวภำพ เกิดกำรคัดเลือกตำม
ธรรมชำติ เกิดประชำกรเป็นกลุ่มย่อยที่มีพันธุกรรมที่แตกต่ำงกันจนไม่สำมำรถผสมพันธุ์กันได้หรือผสมพันธุ์ได้
แต่เป็นหมัน เช่น สิ่งมีชีวิตสปีชีส์หนึ่งอำศัยอยู่รวมกลุ่มกัน แต่มีเหตุกำรณ์ที่ทำให้พื้นที่ที่อำศัยอยู่แยกกันเช่น มี
แม่น้ำขวำงกลำง ทำให้แบ่งสิ่งมีชีวิตสปีชีส์นี้เป็น 2 กลุ่ม และสิ่งมีชีวิตนี้ไม่สำมำรถอพยพย้ำยข้ำมถิ่นกันได้ทำ
ให้เกิดพฤติกรรมกำรดำรงชีวิตที่แตกต่ำงกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่ ในปัจจุบันสำมำรถจำแนก
สิ่งมีชีวิตได้ประมำณ 1.5 ล้ำนสปีชีส์ และพบว่ำแมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสปีชีส์มำกที่สุด
นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำม
หลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ อีกทั้ง
ร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์
ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ
ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรเปรียบเทียบ
แต่ละประเภทของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำง
ชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์
9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4
ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร
9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร
9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
แบบสังเกตการตอบคาถามและการร่วมกิจกรรมหน้าชั้น
ระดับชั้น ............. เรื่อง ...............................................วันที่ .......... เดือน .......................พ.ศ.............
คาชี้แจง ครูผู้สอนประเมินนักเรียนโดยใช้วิธีสังเกตในขณะดำเนินกำรสอน แล้วให้ระดับคะแนนดังนี้
3 เมื่อปฏิบัติบ่อยๆ 2 เมื่อปฏิบัติบำงครั้ง 1 เมื่อไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติน้อยมำก
ที่ ชื่อ-สกุล
กำรตอบคำถำม
กำรร่วมกิจกรรม
กำรแสดงควำมคิดเห็น
กำรซักถำม
รวมคะแนน
ระดับคะแนน
10-12 7-9 4-6
3 3 3 3 12 ดี พอใช้ ปรับปรุง
แบบประเมินการทางานกลุ่ม
วิชาชีววิทยา เรื่อง .............................................วันที่ .......... เดือน ........................... พ.ศ............
ที่ ชื่อ-สกุล
ประเด็นกำรประเมิน/คะเนน ระดับคะแนน
ควำมรับผิดชอบของ
แต่ละคน
กำรมีส่วนร่วมในกำร
ทำงำน
ควำมคิดสร้ำงสรรค์
ผลงำน
รวม 20-25 12-19 5-11
5 5 5 10 25 ดี พอใช้ ปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนน
5 เมื่อพฤติกรรมโดดเด่นชัดเจนดีมำกเป็นแบบอย่ำงให้แก่ผู้อื่น
4 เมื่อพฤติกรรมโดดเด่นดี
3 เมื่อพฤติกรรมเทียบเท่ำกันทั่วไปเป็นไปตำมที่กำหนด
2 เมื่อพฤติกรรมไม่ค่อยโดดเด่นและต่ำกว่ำมำตรฐำนทั่วไป
1 เมื่อพฤติกรรมไม่เหมำะสม ไม่ค่อยแสดงออกหรือให้ควำมร่วมมือ

แผนBioม.4 1

  • 1.
    แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) รหัสว 31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1
  • 2.
    แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2556 รหัสวิชา ว 31104 รายวิชา วิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) เวลาเรียน 3 คาบ/สัปดาห์/คาบ จานวน 1.5 หน่วยการเรียน รวมเวลาเรียน 60 คาบ/ภาคเรียน ............................................................................................................................................................... ชื่อครูผู้สอน นายวิชัย ลิขิตพรรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายชื่อแบบเรียนที่ใช้ : แบบเรียนหลัก 1. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ 2. คู่มือครูวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
  • 3.
    คำอธิบำยรำยวิชำ วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) รหัสวิชำว 31104 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 1.5 หน่วยกิต เวลำ 60 ชั่วโมง ศึกษำวิเครำะห์เกี่ยวกับไบโอม ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กำร ถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ มนุษย์กับ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้ำงของเซลล์ กล้องจุลทรรศน์ กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กลไก กำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย ลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซม และสำร พันธุกรรม กำรแบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรม กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพ ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ โดยใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบค้นข้อมูล และกำรอภิปรำยเพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเข้ำใจ สำมำรถสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำร ตัดสินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่ำนิยมที่เหมำะสม ตัวชี้วัด ว 1.1 ม.4/1 , ว 1.1 ม.4/2 , ว 1.1 ม.4/3 , ว 1.1 ม.4/4 ว 1.2 ม.4/1 , ว 1.2 ม.4/2 , ว 1.2 ม.4/3 , ว 1.2 ม.4/4 ว 2.1 ม.4/1 , ว 2.1 ม.4/2 , ว 2.1 ม.4/3 ว 2.2 ม.4/1 , ว 2.2 ม.4/2 , ว 2.2 ม.4/3 ว 8.1 ม.4/1 , ว 8.1 ม.4/2 , ว 8.1 ม.4/3 , ว 8.1 ม.4/4 , ว 8.1 ม.4/5 , ว 8.1 ม.4/6 , ว 8.1 ม.4/7 , ว 8.1 ม.4/8 , ว 8.1 ม.4/9 , ว 8.1 ม.4/10 , ว 8.1 ม.4/11 , ว 8.1 ม.4/12 รวม 26 ตัวชี้วัด
  • 4.
    แบบวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อจัดทาคาอธิบายรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) ว31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ (Keyword) ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบ นิเวศ ม.4-6/2 อธิบำยกระบวนกำร เปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต ม.4-6/3 อธิบำยควำมสำคัญของควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพและเสนอแนะ แนวทำงในกำรดูแลและรักษำ - ไบโอม - ควำมหลำยหลำกของ ระบบนิเวศ - ควำมสัมพันธ์ในระบบ นิเวศ - กำรถ่ำยทอดพลังงำนและ กำรหมุนเวียนสำรในระบบ นิเวศ - กำรสำรวจตรวจสอบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต ว 2.2 ม.4-6/1 วิเครำะห์สภำพปัญหำ สำเหตุของปัญหำสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก ม.4-6/2 อภิปรำยแนวทำงในกำร ป้องกันแก้ไขปัญหำสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยำกรธรรมชำติ ม.4-6/3 วำงแผนและดำเนินกำรเฝ้ำ ระวัง อนุรักษ์ และพัฒนำสิ่งแวดล้อม และทรัพยำกรธรรมชำติ - กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ ของระบบนิเวศ - มนุษย์กับ ทรัพยำกรธรรมชำติและ สิ่งแวดล้อม - กำรนำควำมรู้ไปใช้ - ใฝ่เรียนรู้ - มีวินัย ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำ ดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ม.4-6/2 ทดลองและอธิบำยกลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอธิบำย กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ ธำตุและอุณหภูมิของมนุษย์และสัตว์ อื่นๆและนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.4-6/4 อธิบำยเกี่ยวกับระบบ ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไป ใช้ในกำรดูแลรักษำสุขภำพ - โครงสร้ำงของเซลล์ - กล้องจุลทรรศน์ - กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ - กลไกกำรรักษำดุลยภำพ ของสิ่งมีชีวิต - ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย - กำรสืบค้นข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นกำรทำงำน
  • 5.
    ว 1.2 ม.4-6/1อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำร พันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ม.4-6/2 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผล ของเทคโนโลยีชีวภำพที่มีต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมและนำควำมรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผล ของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพที่มี ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ม.4-6/4 อธิบำยกระบวนกำรคัดเลือก ตำมธรรมชำติและผลของกำรคัดเลือก ตำมธรรมชำติต่อควำมหลำกหลำย ของสิ่งมีชีวิต - ลักษณะทำงพันธุกรรม - โครโมโซมและสำร พันธุกรรม - กำรแบ่งเซลล์ - โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด ลักษณะทำงพันธุกรรม - กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรม - กำรเปลี่ยนแปลงทำง พันธุกรรม - เทคโนโลยีชีวภำพ - ควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพ - กำรสำรวจตรวจสอบ - กำรตั้งคำถำม - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต ว 8.1 ม.4-6/1 ตั้งคำถำมที่อยู่บนพื้นฐำน ของควำมรู้และควำมเข้ำใจทำง วิทยำศำสตร์หรือควำมสนใจหรือจำก ประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนั้นที่สำมำรถ ทำกำรสำรวจตรวจสอบหรือศึกษำ ค้นคว้ำได้อย่ำงครอบคลุมและเชื่อถือ ได้ - กำรสืบค้นข้อมูล - กำรสำรวจตรวจสอบ - กำรตั้งคำถำม - มุ่งมั่นกำรทำงำน - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/2 สร้ำงสมมติฐำนที่มีทฤษฎี รองรับหรือคำดกำรณ์สิ่งที่จะพบหรือ สร้ำงแบบจำลองหรือสร้ำงรูปแบบเพื่อ นำไปสู่กำรสำรวจตรวจสอบ -กำรสร้ำงสมมติฐำน - กำรตรวจสอบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - ซื่อสัตย์สุจริต ม.4-6/3 ค้นคว้ำรวบรวมข้อมูลที่ต้อง พิจำรณำปัจจัยหรือตัวแปรสำคัญ ปัจจัยที่มีผลต่อปัจจัยอื่น ปัจจัยที่ ควบคุมไม่ได้ และจำนวนครั้งของกำร สำรวจตรวจสอบเพื่อให้ได้ผลที่มีควำม เชื่อมั่นอย่ำงเพียงพอ - กำรสืบค้นข้อมูล - กำรสำรวจตรวจสอบ - กำรรวบรวมข้มูล - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/4 เลือกวัสดุเทคนิควิธีอุปกรณ์ที่ ใช้ในกำรสังเกต กำรวัด กำรสำรวจ ตรวจสอบอย่ำงถูกต้องทั้งทำงกว้ำง และลึกในเชิงปริมำณและคุณภำพ - กำรสังเกต -สำรวจตรวจสอบ - กำรออกแบบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - ใฝ่เรียนรู้
  • 6.
    มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ(Keyword) ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ว 8.1 ม.4-6/5 รวบรวมข้อมูลและบันทึกผล กำรสำรวจตรวจสอบอย่ำงเป็นระบบ ถูกต้องครอบคลุมทั้งในเชิงปริมำณ และคุณภำพ โดยตรวจสอบควำม เป็นไปได้ ควำมเหมำะสมหรือควำม ผิดพลำดของข้อมูล - กำรรวบรวมข้อมูล - กำรบันทึก - สำรวจตรวจสอบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/6 จัดกระทำข้อมูลโดยคำนึงถึง กำรรำยงำนผลเชิงตัวเลขที่มีระดับ ควำมถุกต้องและนำเสนอข้อมูลด้วย เทคนิควิธีที่เหมำะสม - กำรจัดกระทำข้อมูล - กำรรำยงำนผล - กำรออกแบบ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต ม.4-6/7 วิเครำะห์ข้อมูล แปล ควำมหมำยข้อมูลและประเมินควำม สอดคล้องของข้อสรุป หรือ สำระสำคัญเพื่อตรวจสอบกับ สมมติฐำนที่ตั้งไว้ - กำรวิเครำะห์ - กำรแปลควำมหมำย - กำรสำรวจตรวจสอบ - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/8 พิจำรณำควำมน่ำเชื่อถือของ วิธีกำรและผลกำรสำรวจตรวจสอบ โดยใช้หลักควำมคำดเคลื่อนของกำร วัดและกำรสังเกต เสนอแนะ กำร ปรับปรุงวิธีกำรสำรวจตรวจสอบ - กำรสังเกต - กำรสำรวจตรวจสอบ - กำรสรุปผล - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/9 นำผลกำรสำรวจตรวจสอบที่ ได้ทั้งวิธีกำรและองค์ควำมรู้ที่ได้ไป สร้ำงคำถำมใหม่ นำไปใช้แก้ปัญหำใน สถำนกำรณ์ใหม่และชีวิตจริง - กำรนำไปใช้ - กำรกำหนดปัญหำ - กำรแก้ปัญหำ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ ม.4-6/10 ตระหนักถึงควำมสำคัญใน กำรที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบกำร อธิบำย กำรลงควำมเห็น และกำร สรุปผลกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ที่ นำเสนอต่อสำธำรณชนด้วยควำม ถูกต้อง - กำรอธิบำย - กำรลงข้อสรุป - กำรนำเสนอ - กำรสื่อสำร - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต
  • 7.
    มฐ. ตัวชี้วัด คาสาคัญ(Keyword) ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ว 8.1 ม.4-6/11 บันทึกและอธิบำยผลกำร สำรวจตรวจสอบอย่ำงมีเหตุผล ใช้ พยำนหลักฐำนอ้ำงอิงหรือค้นคว้ำ เพิ่มเติมเพื่อหำหลักฐำนอ้ำงอิงที่ เชื่อถือได้และยอมรับว่ำควำมรู้เดิม อำจมีกำรเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูล และประจักษ์พยำนใหม่เพิ่มเติมหรือ โต้แย้งจำกเดิมซึ่งท้ำทำยให้มีกำร ตรวจสอบอย่ำงระมัดระวังอันจะ นำไปสู่กำรยอมรับเป็นควำมรู้ใหม่ - กำรบันทึก - กำรอธิบำย - กำรสำรวจตรวจสอบ - กำรสืบค้นข้อมูล - กำรวิเครำะห์ - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต ม.4-6/12 จัดแสดงผลงำน เขียน รำยงำนและ/หรืออธิบำยเกี่ยวกับ แนวคิด กระบวนกำรและผลของ โครงงำนหรือชิ้นงำนให้ผู้อื่นเข้ำใจ - กำรอธิบำย - กำรสื่อสำรข้อมูล - มุ่งมั่นกำรทำงำน - มีวินัย - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้
  • 8.
    โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) รหัสว 31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระที่/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระแกนกลาง เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สำระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม มำตรฐำน ว 2.1 เข้ำใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง สิ่งมีชีวิตต่ำงๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ และจิตวิทยำศำสตร์ สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำควำมรู้ไปใช้ ประโยชน์ มำตรฐำน ว 2.2 เข้ำใจควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติ กำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก นำควำมรู้ไปใช้ในกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและ สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่ำงยั่งยืน ตัวชี้วัด 1. อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลง แทนที่ของสิ่งมีชีวิตและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของ ระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ 2. วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงใน กำรป้องกันแก้ไขของปัญหำสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับ โลก 1. ระบบนิเวศในธรรมชำติจะมีควำม สมดุลได้ก็ต่อเมื่อมีสภำพแวดล้อมต่ำงๆที่ เอื้ออำนวยต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชนิดต่ำงๆ ในระบบนิเวศจนทำให้เกิด ควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศบนโลก 2. ระบบนิเวศในโลกที่มีควำมหลำกหลำย มีกำรเปลี่ยนแปลงต่ำงๆ เกิดขึ้นอยู่ ตลอดเวลำ ไม่ว่ำจะเป็นกำรเปลี่ยนแปลงที่ เกิดจำกมนุษย์เป็นผู้กระทำ กำร เปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้อำจส่งผให้ระบบนิเวศ เสียสมดุลได้ 3. ควำมสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่ำง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมหรือระหว่ำง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตด้วยกัน มี ควำมสัมพันธ์กันหลำยระดับตั้งแต่ระดับ ท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก 4. กำรใช้ทรัพยำกรธรรมชำติต่ำงๆที่มีอยู่ อย่ำงจำกัดจำเป็นต้องใช้ด้วยควำม ระมัดระวังและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม 30 40
  • 9.
    หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สาระที่/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต สำระที่1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต มำตรฐำน ว 1.1 เข้ำใจหน่วยพื้นฐำนของสิ่งมีชีวิต ควำมสัมพันธ์ของโครงสร้ำง และหน้ำที่ของระบบต่ำงๆ ของ สิ่งมีชีวิตที่ทำงำนสัมพันธ์กัน มีกระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำควำมมรู้ไปใช้ในกำรดำรงชีวิตของ ตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต ตัวชี้วัด 3. อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลย ภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำรรักษำดุลยภำพของน้ำใน พืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของ มนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบ ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 1. สำรต่ำงๆ เคลื่อนที่ผ่ำนเข้ำและออกจำก เซลล์ตลอดเวลำ เซลล์จึงต้องมีกำรรักษำ ดุลยภำพเพื่อให้ร่ำงกำยของสิ่งมีชีวิต ดำรงชีวิตได้ตำมปกติ 2. พืชมีกลไกในกำรรักษำดุลยภำพของน้ำ โดยมีกำรควบคุมสมดุลระหว่ำงกำรคำยน้ำ ผ่ำนปำกใบและกำรดูดน้ำที่รำก 3. ไตเป็นอวัยวะสำคัญในกำรรักษำดุลยภำพ ของน้ำและสำรต่ำงๆ ในร่ำงกำยซึ่งมี โครงสร้ำงและกำรทำงำนร่วมกับอวัยวะอื่น 4. ร่ำงกำยมนุษย์มีภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นกลไกใน กำรป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ำสู่ ร่ำงกำย 15 20 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพ สำระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนกำรดำรงชีวิต มำตรฐำน ว 1.2 เข้ำใจกระบวนกำรและควำมสำคัญของกำร ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม วิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรใช้เทคโนโลยีชีวภำพที่มี ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนกำรสืบ เสำะหำควำมรู้และจิตวิทยำศำสตร์ สื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้และนำ ควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด 4. อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำรแบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำร ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรม กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพ และควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 1. สิ่งมีชีวิตมีกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรมจำกพ่อแม่มำสู่รุ่นลูกหลำนได้ซึ่ง สังเกตได้จำกลักษณะที่ปรำกฏ 2. มนุษย์นำควำมรู้ทำงเทคโนโลยีชีวภำพ ด้ำนพันธุวิศวกรรม กำรโคลนและกำร เพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อมำใช้ในกำรพัฒนำให้เกิด ควำมก้ำวหน้ำในด้ำนต่ำงๆมำกขึ้นและ แพร่หลำย 3. โลกมีควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศซึ่ง มีสิ่งมีชีวิตอำศัยอยู่มำกมำยหลำยสปีชีส์ สิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกันก็ยังมีควำม หลำกหลำยทำงพันธุกรรม 4. สิ่งมีชีวิตแต่ละสปีชีส์จะมีควำม หลำกหลำยที่แตกต่ำงกันสิ่งมีชีวิตใน สปีชีส์ เดียวกันจะผสมพันธุ์และสืบลูกหลำนต่อไป ได้ 15 20
  • 10.
    คุณลักษณะตามจุดเน้น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด จุดเน้น ทักษะ/กระบวนการ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ว 2.1 ม.4-6/1-3 ว 2.2 ม.4-6/1-3 ว 8.1 ม.4-6/1-12 - ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร - ควำมสำมำรถในกำรคิด - ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี - ค้นหำสำเหตุของปัญหำ วิเครำะห์ สภำพปัญหำจำกสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน กำหนด ทำงเลือกวิธีกำรขั้นตอนที่นำมำใช้ใน กำรแก้ปัญหำได้ผลดีที่สุด - สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้ คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ วัฒนธรรม - ทดลอง - อธิบำย - สืบค้นข้อมูล - นำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ กำรสืบค้นข้อมูล - กำรสำรวจ - กำรตั้งคำถำม - กำรสร้ำงสมมติฐำน - กำรตรวจสอบ - กำรรวบรวมข้อมูล - กำรสังเกต - กำรออกแบบ - กำรบันทึก - กำรจัดกระทำข้อมูล - กำรรำยงำนผล - กำรวิเครำะห์ - กำรแปลควำมหมำย - กำรกำหนดปัญหำ - กำรแก้ปัญหำ - กำรนำเสนอ - กำรสื่อสำร - กำรสรุปผล 2 ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต ว 1.1 ม.4-6/1-4 ว 8.1 ม.4-6/1-12 - ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร - ควำมสำมำรถในกำรคิด - ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ - ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี - ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรประมวลผล ข้อมูลให้เป็นสำรสนเทศเพื่อกำร ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี - สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้ คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ วัฒนธรรม 3 กำรถ่ำยทอดลักษณะ ทำงพันธุกรรมและ ควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพ ว 1.2 ม.4-6/1-4 ว 8.1 ม.4-6/1-12 - ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร - ควำมสำมำรถในกำรคิด - ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ - ทักษะชีวิต - ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรประมวลผล ข้อมูลให้เป็นสำรสนเทศเพื่อกำร ตัดสินใจใช้เทคโนโลยี - สำรสนเทศนำเสนองำนและใช้ คอมพิวเตอร์สร้ำงชิ้นงำนหรือ โครงงำนอย่ำงมีจิตสำนึกและ วัฒนธรรม
  • 11.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 1 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ไบโอม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอมได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ไบโอม ( Biomes ) หรือชีวนิเวศ หมำยถึง ระบบนิเวศ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทำงกำยภำพและปัจจัย ทำงชีวภำพที่คล้ำยคลึงกัน กระจำยอยู่ในเขตภูมิศำสตร์ต่ำง ๆ กัน - สิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆ จะต้องปรับตัวให้เข้ำกับปัจจัยทำงกำยภำพในแต่ละเขตภูมิศำสตร์นั้น ๆ ด้วย - ไบโอม แบ่งออกเป็น (1) ไบโอมบนบก (2) ไบโอมในน้ำ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง มนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรสื่อสำร ,กำรคิด และกำรแก้ปัญหำ
  • 12.
    6. ชิ้นงำน /ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ไบโอม คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกไบโอมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำไบโอม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำไบโอมกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้ง มนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับไบโอม ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ไบโอม” ว่ำ > ไบโอม ( Biomes ) หรือชีวนิเวศ หมำยถึง ระบบนิเวศ ที่มีองค์ประกอบของปัจจัยทำงกำยภำพและปัจจัย ทำงชีวภำพที่คล้ำยคลึงกัน กระจำยอยู่ในเขตภูมิศำสตร์ต่ำง ๆ กัน
  • 13.
    > สิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในไบโอมนั้น ๆจะต้องปรับตัวให้เข้ำกับปัจจัยทำงกำยภำพในแต่ละเขตภูมิศำสตร์นั้น ๆ ด้วย > ไบโอม แบ่งออกเป็น (1) ไบโอมบนบก * ใช้เกณฑ์ปริมำณน้ำฝนและอุณหภูมิเป็นตัวกำหนด - ไบโอมป่ำดิบชื้น - ไบโอมป่ำผลัดใบในเขตอบอุ่น - ไบโอมทุ่งหญ้ำเขตอบอุ่น - ไบโอมสะวันนำ - ไบโอมทุนดรำ - ไบโอมทะเลทรำย - ไบโอมป่ำสน (2) ไบโอมในน้ำ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ - ไบโอมแหล่งน้ำจืด - ไบโอมแหล่งน้ำเค็ม ได้แก่ - แม่น้ำ - เขตน้ำขึ้นน้ำลง - ทะเลและมหำสมุทร - แหล่งน้ำกร่อย (ป่ำชำยเลน) - แนวปะกำรัง - ทะเลสำบ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงระหว่ำงไบโอมบนบกและในน้ำ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงตระหนักถึงควำมสำคัญของโบ โอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของไบโอม เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงระหว่ำงไบ โอมบนบกและในน้ำ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงตระหนักถึงควำมสำคัญของโบโอมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง มนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 14.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 2 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.1 ม.4-6/3 อธิบำยควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงงชีวภำพและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลและ รักษำ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้ อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ระบบนิเวศ หมำยถึง ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม - ระบบนิเวศ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ – (1) องค์ประกอบทำงกำยภำพ (ไม่มีชีวิต) – (2) องค์ประกอบทำงชีวภำพ (มีชีวิต) 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภท ต่ำงๆ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
  • 15.
    5. สมรรถนะ กำรสื่อสำร ,กำรคิดและกำรใช้เทคโนโลยี 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมหลำยหลำกของ ระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ” ว่ำ > ระบบนิเวศ หมำยถึง ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (มีชีวิตและไม่มีชีวิต) ◦ เซลล์ → เนื้อเยื่อ → อวัยวะ → ระบบอวัยวะ → สิ่งมีชีวิต
  • 16.
    ◦ สิ่งมีชีวิต →ประชำกร → กลุ่มสิ่งมีชีวิต → ระบบนิเวศ → โลกของสิ่งมีชีวิต > ระบบนิเวศ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วนสัมพันธ์กัน คือ (1) องค์ประกอบทำงกำยภำพ (ไม่มีชีวิต) เช่น แสง ดิน น้ำ อุณหภูมิ (2) องค์ประกอบทำงชีวภำพ (มีชีวิต) ได้แก่ คน พืช มอส เห็ด รำ > ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งมีชีวิต + แหล่งที่อยู่ > กลุ่มสิ่งมีชีวิต หมำยถึง สิ่งมีชีวิตตั้งแต่ 2 ชนิด อยู่ร่วมกันต่ำงจำกประชำกร หมำยถึง สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวอยู่ ร่วมกัน > สิ่งมีชีวิตต่ำงๆ ในระบบนิเวศต่ำงมีควำมสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดังนี้ (1) ผู้ผลิต = สร้ำงอำหำรได้ โดยกำรสังเครำะห์ด้วยแสง เช่น พืช สำหร่ำย หรือสังเครำะห์เคมี เช่น แบคทีเรียสี เขียว (2) ผู้บริโภค = ไม่สำมำรถสร้ำงอำหำรต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอำหำร ได้แก่ ผู้บริโภคสัตว์ ผู้บริโภคพืช ผู้บริโภคพืชและสัตว์เช่น วัว กวำง เสือ สิงโต มนุษย์ (3) ผู้ย่อยสลำยอินทรีย์สำร = ไม่สำมำรถสร้ำงอำหำรได้ แต่ย่อยสลำยอินทรีย์สำรให้เป็นอนินทรีย์สำรเป็น ประโยชน์แก่พืช โดยกำรปล่อยน้ำย่อยออกมำ และดูดซึมสำรอำหำรเข้ำสู่เซลล์ เช่น แบคทีเรีย รำ ยีตส์ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำก ของระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆ อีกทั้งตระหนักถึง ควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศ กำร เปรียบเทียบระหว่ำงควำมหลำยหลำกของระบบนิเวศประเภทต่ำงๆ และควำมสำคัญของควำมหลำยหลำกของ ระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 17.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 3 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.1 ม.4-6/1 อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำง ถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น (1) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ (2) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ - ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ 1. อุณหภูมิ 2. แสง 3. น้ำและควำมชื้น 4. ดิน 5. ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ - ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ 1. ภำวะพึ่งพำกัน 2. ภำวะกำรได้ประโยชน์ร่วมกัน 3. ภำวะอิงอำศัย 4. ภำวะปรสิต 5. ภำวะกำรล่ำเหยื่อ 6. ภำวะแก่งแย่งแข่งขัน 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆ
  • 18.
    คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 5.สมรรถนะ กำรสื่อสำร ,กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมสัมพันธ์ในระบบ นิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ” ว่ำ
  • 19.
    > ควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น(1)ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ (2) ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ > ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงกำยภำพ 1. อุณหภูมิ 1.1 ปฏิกิริยำเคมีในร่ำงกำย: เอนไซม์เป็นตัวควบคุมอัตรำกำรเกิดโดยปกติอุณหภูมิที่เหมำะแก่กำรทำงำนของ เอนไซม์จะอยู่ระหว่ำง 25-40 องศำเซลเซียส (ไม่เสียสภำพ) 1.2 เปลี่ยนแปลงทำงสรีรวิทยำ คือ กลไกในกำรปรับอุณหภูมิ เช่น สัตว์เลือดอุ่นจะมีกำรปรับอุณหภูมิร่ำงกำย ให้คงที่ 1.3 พฤติกรรมกำรอพยพ เช่น นกปำกห่ำงอพยพมำจำกเขตหนำวมำไทย ซึ่งเป็นเขตที่อบอุ่น 1.4 ปริมำณ O2 ที่ละลำยในน้ำจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให ้สิ่งมีชีวิตในน้ำลดลง 2. แสง 2.1 กำรสังเครำะห์ด้วยแสง (อำหำร) ของพืชมำกขึ้นถ้ำแสงมีควำมเข้มมำก 2.2 พฤติกรรมกำรดำรงชีวิต กำรออกหำกินในเวลำกลำงวัน/กลำงคืน เช่น นกเค้ำแมว ค้ำงคำว ผีเสื้อกลำงคืน 2.3 กำรหุบบำนของดอกไม้ เช่น ดอกบัวจะบำนในเวลำเช้ำ 3. น้ำและควำมชื้น 3.1 กำรแพร่กระจำยพันธุ์พืช เช่น เขตที่มีควำมชื้นสูงจะมีควำมหลำกหลำยของสิ่งมีชีวิตมำกกว่ำเขตแห้งแล้ง 3.2 ปฏิกิริยำเคมี เช่น ปฏิกิริยำกำรย่อยอำหำรต้องใช้น้ำ 4. ดิน 4.1 แหล่งแร่ธำตุอำหำรของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโต 4.2 แหล่งที่อยู่อำศัยของสิ่งมีชีวิต 5. ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ 5.1 สิ่งมีชีวิตจะอำศัยอยู่ในดิน และแหล่งน้ำที่มีควำมเป็นกรด-เบสเหมำะสม (เจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้) 5.2 ควำมเป็นกรด-เบสของดินและน้ำจะขึ้นอยู่กับปริมำณของแร่ธำตุที่ละลำยปะปนอยู่
  • 20.
    > ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยทำงชีวภำพ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ใน ระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆอีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบ ระหว่ำงควำมสัมพันธ์ในระบบนิเวศแบบต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมสัมพันธ์ในระบบ นิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 21.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.1 ม.4-6/2 อธิบำยกระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยดุลยภำพของระบบนิเวศ กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตและ ควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยของระบบนิเวศโลกและเสนอแนะแนวทำงในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ ได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศได้อย่ำง ถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรถ่ำยทอดพลังงำนและสำรอำหำรในระบบนิเวศเป็นกระบวนกำรสำคัญในกำรรักษำสมดุลของระบบนิเวศ - พลังงำนจะสำมำรถถ่ำยทอดได้เพียง 10% เท่ำนั้น ( 90%จะถูกใช้ในกระบวนกำรดำรงชีวิต ,เป็นพลังงำน ควำมร้อน และบำงส่วนบริโภคไม่ได้ เช่น เปลือก กระดูก ขน เล็บ) - กำรถ่ำยทอดสำรอำหำรถึงผู้บริโภคลำดับสูงสุด สำรอำหำรถูกสะสมในสิ่งมีชีวิตในรูปของอินทรียสำรและเมื่อ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศตำยจะเกิดกำรย่อยสลำยโดยจุลินทรีย์ได้เป็นสำรอนินทรีย์หมุนเวียนกลับไปยังผู้ผลิต - พลังงำนไม่สำมำรถหมุนเวียนได้ โดยมีผู้ย่อยสลำยอินทรียสำรเป็นผู้รับพลังงำนขั้นสุดท้ำย 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรใน ระบบนิเวศ
  • 22.
    ทักษะ / กระบวนกำร(P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำร ในระบบนิเวศ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียน สำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรสื่อสำร ,กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำร ดำรงชีวิตอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ รูปแบบ อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ
  • 23.
    1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรถ่ำยทอดพลังงำนและ กำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียน สำรในระบบนิเวศ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ” ว่ำ > กำรถ่ำยทอดพลังงำนและสำรอำหำรในระบบนิเวศเป็นกระบวนกำรสำคัญในกำรรักษำสมดุลของระบบนิเวศ > พลังงำนจะสำมำรถถ่ำยทอดได้เพียง 10% เท่ำนั้น ( 90%จะถูกใช้ในกระบวนกำรดำรงชีวิต ,เป็นพลังงำน ควำมร้อน และบำงส่วนบริโภคไม่ได้ เช่น เปลือก กระดูก ขน เล็บ) > กำรถ่ำยทอดสำรอำหำรถึงผู้บริโภคลำดับสูงสุด สำรอำหำรถูกสะสมในสิ่งมีชีวิตในรูปของอินทรียสำรและเมื่อ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศตำยจะเกิดกำรย่อยสลำยโดยจุลินทรีย์ได้เป็นสำรอนินทรีย์หมุนเวียนกลับไปยังผู้ผลิต > พลังงำนไม่สำมำรถหมุนเวียนได้ โดยมีผู้ย่อยสลำยอินทรียสำรเป็นผู้รับพลังงำนขั้นสุดท้ำย > พีระมิดทำงนิเวศวิทยำ (Ecological Pyramid) กำรเขียนเพื่อแสดงควำมสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแต่ละลำดับ ขั้นของห่วงโซ่อำหำร โดยเริ่มจำกผู้ผลิตจนกระทั่งผู้บริโภคสูงสุด > กำรสะสมสำรพิษในสิ่งมีชีวิต
  • 24.
    นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอด พลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำร หมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป: ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรใน ระบบนิเวศ กำรเปรียบเทียบระหว่ำงกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศ และควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรถ่ำยทอดพลังงำนและกำรหมุนเวียนสำรในระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 25.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 5 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.2 ม.4-6/3 วำงแผนและดำเนินกำรเฝ้ำระวัง อนุรักษ์ และพัฒนำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขของปัญหำ สิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภทได้อย่ำง ถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึง มนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ทำงนิเวศวิทยำ = กลุ่มสิ่งมีชีวิตในที่ใดที่หนึ่งถูกแทนที่โดยกลุ่มใหม่อยู่เรื่อยๆ และจะ หยุดลงเมื่อมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ำย ทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป/คงตัว = กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด มี 2 แบบ (1) กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ (2) กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละ ประเภท คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อ กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
  • 26.
    5. สมรรถนะ กำรคิด กำรใช้เทคโนโลยีและกำรแก้ปัญหำ 6.ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ คืออะไร มีควำมสำคัญต่อกำรดำรงชีวิตอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ ของระบบนิเวศกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติม หลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ” ว่ำ
  • 27.
    การเปลี่ยนแปลงแทนที่ทางนิเวศวิทยา = กลุ่มสิ่งมีชีวิตในที่ใดที่หนึ่งถูกแทนที่โดยกลุ่มใหม่อยู่เรื่อยๆและจะ หยุดลงเมื่อมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ำย ทำให้สิ่งแวดล้อมไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป/คงตัว = กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด มี 2 แบบ 1. กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ จำกบริเวณที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่ก่อนเลยต่อมำมีปรำกฏขึ้นพวกแรก (ผู้บุกเบิก) และมีกำรเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับขั้นจนกระทั่งถึงระยะขั้นสุด ที่ว่าง → ไลเคน (Pioneer Species) → มอส ลิเวอร์เวิร์ต → ไม้พุ่ม → ไม้ยืนต้น → กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุด 2. กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ จำกบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตขั้นสุดจำกปฐมภูมิแล้วและถูกทำลำย จึงเกิด กำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ได้กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุดแบบเดิม หรือใหม่ เช่น เกิดไฟไหม้ป่ำ เกิดโรคระบำด ทำให้เสีย สมดุล นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลง แทนที่ของระบบนิเวศ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ กำร เปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญ ของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 28.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 6 หน่วยกำรเรียนที่ 1ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เรื่อง มนุษย์กับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 5 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 2.2 ม.4-6/1 วิเครำะห์สภำพปัญหำ สำเหตุของปัญหำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก ว 2.2 ม.4-6/2 อภิปรำยแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขปัญหำสิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ วิเครำะห์และอภิปรำยสภำพปัญหำ สำเหตุและแนวทำงในกำรป้องกันแก้ไขของปัญหำ สิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรธรรมชำติในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับโลก 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อ กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
  • 29.
    7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผลเครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม หมำยถึงอะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำทรัพยำกรธรรมชำติและ สิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “มนุษย์กับทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม” ว่ำ
  • 30.
    ทรัพยากรน้า เป็นทรัพยำกรที่มีควำมสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด สิ่งมีชีวิตใช้ประโยชน์จำกทรัพยำกรน้ำเพื่อ ดำรงชีวิตด้ำนต่ำงๆเช่น เป็นที่อยู่อำศัยและแพร่พันธุ์แบ่งออกเป็น 3 แหล่งใหญ่ ได้แก่ 1. หยำดน้ำฟ้ำ 2. น้ำผิวดิน 3. น้ำใต้ดิน ทรัพยากรดิน ดินป็นทรัพยำกรที่เกิดขึ้นตำมธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้ และเป็นทรัพยำกร พื้นฐำนที่มีควำมสัมพันธ์กับทรัพยำกรธรรมชำติอื่นๆ อีก เช่น ทรัพยำกรป่ำไม้ ทรัพยำกรแร่ธำตุ ทรัพยำกรสัตว์ ป่ำ เป็นต้น จำแนกตำมลักษณะเนื้อดินได้ 3 ชนิด คือ 1. ดินเหนียว 2. ดินร่วน 3. ดินทรำย
  • 31.
    ทรัพยากรอากาศ อำกำศจัดเป็นทรัพยำกรธรรมชำติที่ไม่มีวันหมดสิ้นและเป็นทรัพยำกรที่มีควำมจำเป็นต่อ กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด องค์ประกอบของอำกำศได้แก่ 1. แก๊สไนโตรเจน 78% 2. แก๊สออกซิเจน 21% 3. แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ 0.03% 4. แก๊สอื่นๆ 0.07% ทรัพยากรป่าไม้ ป่ำไม้เป็นทรัพยำกรธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตชนิด ต่ำงๆ และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรวมของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เป็นแหล่งเอื้ออำนวยต่อปัจจัยสี่ในกำร ดำรงชีวิตของมนุษย์ เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธำร ช่วยรักษำระดับอุณหภูมิของโลก ควบคุมปริมำณน้ำฝน ช่วย ในกำรอนุรักษ์ดินและน้ำและเป็นแหล่งที่อยู่อำศัยของสัตว์ป่ำ แบ่งเป็น ป่าไม่ผลัดใบและป่าผลัดใบ ทรัพยากรสัตว์ป่า สัตว์ป่ำเป็นทรัพยำกรธรรมชำติประเภทที่ใช้แล้วเกิดทดแทนได้ปัจจุบันพบว่ำจำนวนสัตว์ป่ำ ลดลงและมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆทั้งนี้เนื่องจำกพื้นที่ป่ไม้ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อำศัย แหล่งหำกิน และสืบพันธุ์ของ สัตว์ป่ำลดลง นอกจำกนี้กำรลดลงของสัตว์ป่ำยังเกิดจำกสำเหตุอื่นๆอีกที่มนุษย์เป็นผู้กระทำ เช่น กำรล่ำสัตว์ ป่ำเพื่อประโยชน์ทำงด้ำนเศรษฐกิจ เป็นต้น แบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 (สวยงาม) ,2 (อาหาร) นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม ประเภทต่ำงๆ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศต่อ กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ กำร เปรียบเทียบระหว่ำงกำรเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศแต่ละประเภท และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญ ของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 32.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 7 หน่วยกำรเรียนที่ 2ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง โครงสร้ำงของเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิดได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - เซลล์ คือ หน่วยที่เล็กที่สุดอันเป็นพื้นฐำนสัญต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต - องค์ประกอบสำคัญของเซลล์ แบ่งเป็น (1) ส่วนห่อหุ้มของเซลล์ (2) นิวเคลียส (3) ไซโทพลำสซึม 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
  • 33.
    6. ชิ้นงำน /ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > โครงสร้ำงของเซลล์ คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกโครงสร้ำงของเซลล์ออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับผลอะไรหลังจำกได้ศึกษำโครงสร้ำงของเซลล์ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครงสร้ำงของเซลล์กับ สิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครงสร้ำงของเซลล์ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “โครงสร้ำงของเซลล์” ว่ำ - เซลล์ คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต เซลล์ กำรศึกษำต้องใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงหรืออิเล็กตรอน - องค์ประกอบของเซลล์ 1. ส่วนห่อหุ้ม เป็นส่วนที่ป้องกันอันตรำยให้กับเซลล์มี 2 ชนิด
  • 34.
     1.1 ผนังเซลล์ชั้นนอกสุดของเซลล์พืชไม่พบในเซลล์สัตว์ โครงสร้ำงหลัก คือ เซลลูโลส ทำให้คงรูปร่ำง และเจริญตั้งตรงต้ำนทำนแรงโน้มถ่วงของโลกได้  1.2 เยื่อหุ้มเซลล์ พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ในเซลล์พืชจะอยู่ถัดจำกผนังเซลล์ โครงสร้ำงหลัก คือ สำรพวกไขมันเรียงตัวเป็น 2 ชั้นและมีโปรตีนแทรกอยู่ 2. นิวเคลียส เป็นศูนย์ควบคุมกำรทำงำนของเซลล์มีหน้ำที่ ดังนี้  2.1 ถ่ำยทอดลักษณะพันธุกรรม โดยมีโครโมโซมเป็นแหล่งข้อมูลทำงพันธุกรรม  2.2 ควบคุมกำรสังเครำะห์โปรตีน  2.3 ควบคุมกำรแบ่งเซลล์ 3. ไซโทพลำซึม เป็นของเหลวที่อยู่ภำยในเซลล์ ซึ่งมีออร์แกเนลล์ที่เป็นโครงสร้ำงที่ทำหน้ำที่เฉพำะอย่ำง  3.1 ร่ำงแหเอนโดพลำซึม สังเครำะห์และลำเลียงโปรตีน (RER) และบำงส่วนทำหน้ำที่สังเครำะห์ไขมัน (SER)  3.2 กอลจิคอมเพลกซ์ เก็บรวบรวมโปรตีนและไขมันมำจำกร่ำงแห เพื่อส่งไปยังภำยในหรือนอกเซลล์  3.3 ไรโบโซม สังเครำะห์โปรตีน แหล่งที่พบ คือ ร่ำงแหเอนโดพลำซึม ลอยอิสระในไซโทพลำซึม/ไมโท คอนเดรียและคลอโรพลำสต์  3.4 ไมโทคอนเดรีย ผลิตสำรพลังงำนสูง คือ ATP เพื่อใช้ในกิจกรรมต่ำงๆ ของเซลล์  3.5 คลอโรพลำสต์เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะเซลล์พืช มีบทบำทในกำรสังเครำะห์น้ำตำลโดยใช้แสง  3.6 ไลโซโซม เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะในเซลล์สัตว์ มีลักษณะเป็นถุงซึ่งภำยในมีเอนไซม์  3.7 เซนทริโอล เป็นออร์แกเนลล์ที่พบเฉพำะในเซลล์สัตว์ มีหน้ำที่สร้ำงเส้นใยสปินเดิลใช้ในกำรแยก โครโมโซมระหว่ำงแบ่งเซลล์ - ควำมแตกต่ำงระหว่ำงเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เซลล์พืช 1. มีลักษณะเป็นเหลี่ยม 2. มีผนังเซลล์อยู่ภำยนอกเยื่อหุ้มเซลล์ 3. มีคลอโรพลำสต์ 4. ไม่มีเซนทริโอล 5. มีแวคิวโอลขนำดใหญ่ 6. ไม่มีไลโซโซม เซลล์สัตว์ 1. มีลักษณะกลม หรือรี 2. ไม่มีผนังเซลล์มีเฉพำะเยื่อหุ้มเซลล์ 3. ไม่มีคลอโรพลำสต์ 4. มีเซนทริโอล 5. มีแวคิวโอลขนำดเล็ก 6. มีไลโซโซม นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของ เซลล์ กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของโครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์
  • 35.
    ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็นconcept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ องค์ประกอบและหน้ำที่ของ โครงสร้ำงของเซลล์แต่ละชนิด และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครงสร้ำงของเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 36.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 8 หน่วยกำรเรียนที่ 2ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์ได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรศึกษำเซลล์ของสิ่งมีชีวิตต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ (microscope) - กล้องจุลทรรศน์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด (1) กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดำ (LM) (2) กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน (EM) 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ 5. สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map
  • 37.
    7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผลเครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กล้องจุลทรรศน์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกองค์ประกอบของกล้องจุลทรรศน์ออกได้เป็นส่วน อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกล้องจุลทรรศน์ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครงสร้ำงของกล้อง จุลทรรศน์กับกำรทำงำนมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น กำรศึกษำทำงชีววิทยำด้ำนใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกล้องจุลทรรศน์ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กล้องจุลทรรศน์” ว่ำ - กำรศึกษำเซลล์ของสิ่งมีชีวิตต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ (microscope) - กล้องจุลทรรศน์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด (1) กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดำ (LM) - แบบใช้แสงธรรมดำหรือชนิดเลนส์ประกอบ (Compound microscope) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยใน (แสง ทะลุผ่ำน : slide 2 มิติ) - แบบใช้แสงสเตอริโอ (Stereoscopic microscope) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยนอก (แสงสะท้อน : ทึบ 3 มิติ)
  • 38.
    (2) กล้องจุลทรรศน์แบบอิเล็กตรอน (EM) -แบบส่องผ่ำน (Transmission Electron Microscope: TEM) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงภำยในของเซลล์โดยลำแสง อิเล็กตรอนจะส่องผ่ำนเซลล์ที่เตรียมให้บำงเป็นพิเศษ - แบบส่องกรำด (Scanning Electron Microscope: SEM) ใช้ศึกษำโครงสร้ำงของผิวเซลล์หรือผิวของวัตถุ โดยแสงของอิเล็กตรอนส่องกระทบผิวของวัตถุ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของกล้องจุลทรรศน์ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของ กล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ องค์ประกอบและหน้ำที่ของ กล้องจุลทรรศน์ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกล้องจุลทรรศน์ต่อกำรศึกษำชีววิทยำ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 39.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 9 หน่วยกำรเรียนที่ 2ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.1 ม.4-6/1 ทดลองและอธิบำยกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ เซลล์จำเป็นต้องรับและกำจัดสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ เพื่อกำรดำรงชีวิต 1. กำรลำเลียงสำรผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ 1.1 กำรแพร่ 1.2 กำรออสโมซิส 1.3 กำรลำเลียงแบบฟำซิลิเทต 1.4 กำรลำเลียงแบบใช้พลังงำน 2. กำรลำเลียงสำรแบบไม่ผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ 2.1 เอกโซไซโทซิส 2.2 เอนโดไซโทซิส 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต 5. สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด ทักษะชีวิตและกำรแก้ปัญหำ
  • 40.
    6. ชิ้นงำน /ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์” ว่ำ - กำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ เซลล์จำเป็นต้องรับและกำจัดสำรเข้ำและออกจำกเซลล์เพื่อกำรดำรงชีวิต 1. กำรลำเลียงสำรผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ 1.1 แบบไม่อำศัยพลังงำน
  • 41.
    -- กำรแพร่ คือกำรเคลื่อนที่ของอนุภำคของสำรโดยพลังงำนจลน์ที่อยู่ในสำรทำให้ไม่หยุดนิ่งจึงเกิดกำรกระทบ กันระหว่ำงอนุภำค ดังนั้นบริเวณที่มำกจะกระทบกันมำกจึงกระจำยออกเป็นบริเวณกว้ำง เช่น ออกซิเจนในถุง ลมเข้ำสู่เส้นเลือดฝอยที่หุ้มถุงลม ธำตุอำหำรจำกดินเข้ำสู่รำกพืช -- กำรออสโมซิส คือ กำรแพร่ของน้ำผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์จำกบริเวณที่มีอนุภำคของน้ำมำกไปบริเวณที่น้อยกว่ำ หรือจำกบริเวณที่มีควำมเข้มข้นของสำรละลำยเจือจำงไปบริเวณที่มำกกว่ำ : ไอโซโทนิก ไฮโปโทนิก และ ไฮเปอร์โทนิก -- กำรลำเลียงแบบฟำซิลิเทต เป็นกำรลำเลียงสำรเข้ำและออกจำกเซลล์ในทิศทำงเดียวกับกำรแพร่แต่รวดเร็ว กว่ำหลำยเท่ำตัว เพรำะมีโปรตีนที่เยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพำ เช่น กำรลำเลียงกลูโคส กรดอะมิโนไอออนต่ำงๆผ่ำน เยื่อหุ้ม 1.2 แบบอำศัยพลังงำน เป็นกำรลำเลียงสำรจำกที่ควำมเข้มข้นต่ำไปบริเวณที่มีควำมเข้มข้นสูงโดยมีโปรตีนที่ เยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพำและใช้พลังงำน ATP จำกเซลล์ เช่น กำรดูดซึมกลูโคสที่ผนังลำไส้เล็กจะดูดซึม ตลอดเวลำ กำรลำเลียงไอออนของโซเดียมและโพแตสเซียมผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ประสำทระหว่ำงกำรส่งกระแส ประสำท 2. กำรลำเลียงสำรแบบไม่ผ่ำนเยื่อหุ้มเซลล์ 2.1 เอกโซไซโทซิส เป็นกำรส่งสำรที่ขนำดโมเลกุลใหญ่ออกสู่นอกเซลล์โดยกำรเชื่อมถุงกับเยื่อหุ้มเซลล์และ เกิดกำรหลั่งสำรออก เช่น กำรหลั่งเอนไซม์จำกลำไส้เล็กและกระเพำะหรือกำรลำเลียงฮอร์โมนอินซูลินจำก เซลล์ตับอ่อน 2.2 เอนโดไซโทซิส เป็นกำรลำเลียงสำรขนำดใหญ่เข้ำสู่เซลล์ โดยสำรเหล่ำนั้นจะดันเยื่อหุ้มเซลล์เว้ำเข้ำไปใน ไซโทพลำซึมจนเยื่อหุ้มเซลล์ปิดสนิททำให้เกิดถุงภำยในไซโทพลำซึมและถุงน้ำย่อยในเซลล์จะย่อยใช้ประโยชน์ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำร ผ่ำนเซลล์ กำรเขียนสรุปกระบวนกำรของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ กระบวนกำรของกำร ลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์รูปแบบต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรลำเลียงสำรผ่ำนเซลล์ต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 42.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 10 หน่วยกำรเรียนที่ 2ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง กลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.1 ม.4-6/2 ทดลองและอธิบำยกลไกกำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช ว 1.1 ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอธิบำยกลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุและอุณหภูมิของสัตว์อื่นๆ และมนุษย์และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กลไกกำรรักษำดุลยภำพ สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีระบบรักษำสมดุลของร่ำงกำย เพื่อทำให้ดำรงชีวิตได้ปกติ (1) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช (2) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและแร่ธำตุในสิ่งมีชีวิตเล็กๆ (3) กำรรักษำดุลยภำพน้ำและแร่ธำตุในปลำ (4) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและสำรในร่ำงกำยของคน (5) กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในร่ำงกำย (6) กำรรักษำดุลยภำพของอุณหภูมิภำยในร่ำงกำย 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆ
  • 43.
    คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต 5.สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรคิด และทักษะชีวิต 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กลไกกำรรักษำดุลยภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกลไกกำรรักษำดุลยภำพ ของสิ่งมีชีวิต 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกลไกกำรรักษำดุลยภำพ กับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกลไกกำรรักษำดุลยภำพ
  • 44.
    ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ“กลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต” ว่ำ - กลไกกำรรักษำดุลยภำพ สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีระบบรักษำสมดุลของร่ำงกำย เพื่อทำให้ดำรงชีวิตได้ปกติ (1) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กำรคำยน้ำจะทำให้เกิดกำรลำเลียงแร่ธำตุ และดูดน้ำเข้ำเพื่อเมแทบอลิซึม ต่ำงๆ ดังนั้น น้ำที่คำยออก = กำรดูดน้ำเข้ำที่รำก โครงสร้ำงในกำรควบคุม คือ ปำกใบ (เซลล์คุม 2 เซลล์ ประกบกันภำยในมีคลอโรพลำสต์จึงสังเครำะห์แสงได้และเกิดกำรออสโมซิส) ซึ่งเปิด : เพิ่มกำรคำยน้ำ และ ปิด : ลดกำรคำยน้ำ (2) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและแร่ธำตุในสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อำศัยอยู่ในน้ำ เช่น อะมีบำ พำรำมีเซียม จะมี โครงสร้ำงภำยในเซลล์ที่เรียกว่ำ คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล ทำหน้ำที่กำจัดน้ำและของเสียออกเพื่อรักษำระดับ ควำมเข้มข้นของสำรภำยในและป้องกันไม่ให้เซลล์แตก (3) กำรรักษำดุลยภำพน้ำและแร่ธำตุในปลำ น้ำและแร่ธำตุที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมจะเคลื่อนเข้ำและออกจำกเซลล์ ตลอดเวลำ ขึ้นกับควำมเข้มข้นของสำรละลำยภำยในร่ำงกำยกับสิ่งแวดล้อม (4) กำรรักษำดุลยภำพของน้ำและสำรในร่ำงกำยของคน มีน้ำประมำณ 65%-70% ถ้ำปริมำณน้ำมำกหรือน้อย กว่ำนี้จะเสียดุลยภำพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกระบวนกำรต่ำงๆ ของร่ำงกำย อวัยวะที่รักษำดุลยภำพ คือ ไต (5) กำรรักษำดุลยภำพของกรด-เบสในร่ำงกำย ปฏิกิริยำเคมีเกือบทั้งหมดในกระบวนกำรเมแทบอลิซึมใน ร่ำงกำยควบคุมโดยเอนไซม์ ซึ่งเอนไซม์แต่ละชนิดจะทำงำนได้ในสภำพ pH ที่แตกต่ำงกัน เช่น ในกระเพำะ (กรด) ลำไส้เล็ก (เบส) ในร่ำงกำยเกิดจำกปฏิกิริยำของกำรหำยใจ (กรด) (6) กำรรักษำดุลยภำพของอุณหภูมิภำยในร่ำงกำย ผลต่อกำรทำงำนของเอนไซม์ เพรำะโปรตีนจะเสียสภำพ โดยปกติอุณหภูมิภำยในร่ำงกำยอยู่ระหว่ำง 35.8-37.7 องศำเซลเซียส ถ้ำสูงหรือต่ำกว่ำนี้จะทำให้เอนไซม์ไม่ สำมำรถทำงำนได้ จึงส่งผลกระทบต่อกระบวนกำรต่ำงๆ ในร่ำงกำย นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำ ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต กำรเขียนสรุปกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆอีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของสิ่งมีชีวิตชนิดต่ำงๆ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกลไกกำรรักษำดุลยภำพต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 45.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 11 หน่วยกำรเรียนที่ 2ดุลยภำพของสิ่งมีชีวิต เรื่อง ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.1 ม.4-6/4 อธิบำยเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำสุขภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำย สืบค้นข้อมูลและทดลองเกี่ยวกับกำรรักษำดุลยภำพของเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กลไกกำร รักษำดุลยภำพของน้ำในพืช กลไกกำรควบคุมดุลยภำพของน้ำ แร่ธำตุ และอุณภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์และระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยและนำควำมรู้ไปใช้ในกำรดูแลรักษำ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำยได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกกำรป้องกันตนเองจำกโรค ซึ่งเชื้อโรคสำมำรถเข้ำสู่ร่ำงกำยได้หลำยทำง (สิ่งแปลกปลอม เรียกว่ำ แอนติเจน) - กำรป้องกันและทำลำยเชื้อโรค ประกอบด้วย (1) ผิวหนัง (2) เซลล์เม็ดเลือดขำว (3) เซลล์เม็ดเลือดขำว 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต 5. สมรรถนะ กำรสื่อสำร กำรคิด และทักษะชีวิต
  • 46.
    6. ชิ้นงำน /ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ภูมิคุ้มกันของร่ำงกำยคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกอวัยวะในระบบภุมิคุ้มกันออกได้เป็นกี่ชนิด อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำระบบภูมิคุ้มกันของ ร่ำงกำยกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “ภูมิคุ้มกันร่ำงกำย” ว่ำ - ภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกกำรป้องกันตนเองจำกโรค ซึ่งเชื้อโรคสำมำรถเข้ำสู่ร่ำงกำยได้หลำยทำง (สิ่งแปลกปลอม เรียกว่ำ แอนติเจน) - กำรป้องกันและทำลำยเชื้อโรค ประกอบด้วย
  • 47.
    (1) ผิวหนัง ทำหน้ำที่ไม่ให้เชื้อโรคเข้ำสู่ร่ำงกำยมีต่อมเหงื่อ และรูขุมขนทำให้เชื้อโรคเข้ำได้ แต่เยื่อบุ ผิวต่ำงๆ มีกำรป้องกันโดยกำรหลั่งสำรเมือกเหนียวมำเคลือบไว้ เพื่อดักแอนติเจนก่อนจะเข้ำสู่เซลล์ (น้ำตำ+ไล โซไซม ,ทำงเดินหำยใจ+ซิเลีย) (2) เซลล์เม็ดเลือดขำว สร้ำงไขกระดูก และไปพัฒนำที่เนื้อเยื่อและต่อมน้ำเหลืองหรืออยู่ในกระแส เลือด มีหน้ำที่ทำลำยเชื้อโรคในร่ำงกำย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ฟาโกไซต์ ทำลำยเชื้อโรคโดยกำรโอบล้อมกินเชื้อโรค และปล่อยเอนไซม์จำกไลโซโซมไปย่อย ลิมโฟไซต์ ทำลำยเชื้อโรคโดยกำรสร้ำงแอนติบอดี ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีควำมจำเพำะต่อแอนติเจน (3) ระบบน้ำเหลือง ประกอบด้วย น้าเหลือง ของเหลวที่ซึมผ่ำนผนังเส้นเลือดฝอยออกมำอยู่ระหว่ำงเซลล์ ซึ่งจะไหลเข้ำสู่ท่อน้ำเหลือง ฝอยและขนำดใหญ่เป็นลำดับ และเปิดเข้ำสู่ระบบเลือดที่เส้นเลือดเวนใหญ่ใกล้หัวใจ ไปรวมกับเลือดใหม่อีก ครั้งหนึ่ง อวัยวะน้าเหลือง ทำหน้ำที่ผลิตเม็ดเลือดขำว เพื่อต่อต้ำนเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ได้แก่ - ต่อมน้ำเหลือง ลักษณะคล้ำยฟองน้ำน้ำเหลืองซึมผ่ำนได้ เป็นรูปไข่ขนำดแตกต่ำงกัน สำมำรถพบ บริเวณรักแร้ โคนขำ คอ(ทอนซิล) - ม้ำม ใหญ่ที่สุด อยู่ใต้กะบังลมด้ำนซ้ำย เป็นแหล่งที่อยู่ของเม็ดเลือดขำว และทำลำยเม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดที่หมดอำยุ - ต่อมไทมัส เป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่เป็นต่อมไร้ท่อ อยู่รอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ สร้ำงเม็ดเลือด ขำวชนิดลิมไฟไซต์ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของ ร่ำงกำย กำรเขียนสรุปองค์ประกอบและหน้ำที่ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของภูมิคุ้มกันของร่ำงกำย องค์ประกอบและหน้ำที่ ของอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกันร่ำงกำย และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 48.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 12 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง ลักษณะทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สำมำรถถ่ำยทอดตำมสำยเลือดได้ เช่น -- ลักษณะตำชั้นเดียว-สองชั้น -- แนวผมที่หน้ำผำกตรง-แหลม -- หูมีติ่ง-ไม่มีติ่ง -- สันจมูกโด่ง-ไม่โด่ง -- มีลักยิ้ม-ไม่มีลักยิ้ม -- ลิ้นพับได้-พับไม่ได้ -- นิ้วมือเรียวยำว-นิ้วสั้น -- นิ้วชี้เท้ำยำวกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ำ-สั้นกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรม
  • 49.
    ทักษะ / กระบวนกำร(P) เขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิต ของสิ่งมีชีวิต 5. สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรสื่อสำร และกำรคิด 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ลักษณะทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกลักษณะทำงพันธุกรรมออกได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำลักษณะทำงพันธุกรรม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำลักษณะทำงพันธุกรรมกับ กำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับลักษณะทำงพันธุกรรม
  • 50.
    ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ“ลักษณะทำงพันธุกรรม” ว่ำ - ลักษณะทำงพันธุกรรม คือ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สำมำรถถ่ำยทอดตำมสำยเลือดได้ เช่น -- ลักษณะตำชั้นเดียว-สองชั้น -- แนวผมที่หน้ำผำกตรง-แหลม -- หูมีติ่ง-ไม่มีติ่ง -- สันจมูกโด่ง-ไม่โด่ง -- มีลักยิ้ม-ไม่มีลักยิ้ม -- ลิ้นพับได้-พับไม่ได้ -- นิ้วมือเรียวยำว-นิ้วสั้น -- นิ้วชี้เท้ำยำวกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ำ-สั้นกว่ำนิ้วหัวแม่เท้ - ควำมแปรผันลักษณะทำงพันธุกรรมสำมำรถจำแนกได้ 2 ประเภท 1. ควำมแปรผันลักษณะทำงพันธุกรรมที่ไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation) เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมที่ สำมำรถแยกควำมแตกต่ำงได้อย่ำงชัดเจนเกิดจำกอิทธิพลของกรรมพันธุ์เพียงอย่ำงเดียว เช่น มีลักยิ้ม - ไม่มี ลักยิ้ม มีติ่งหู -ไม่มีติ่งหู ห่อลิ้นได้ - ห่อลิ้นไม่ได้ 2. ควำมผันแปรทำงพันธุกรรมแบบต่อเนื่อง (continuous variation) เป็นลักษณะทำงพันธุกรรมที่ไม่สำมำรถ แยกควำมแตกต่ำงได้อย่ำงเด่นชัด เช่น ควำมสูง น้ำหนัก โครงร่ำง สีผิว ซึ่งเกิดจำกอิทธิพลของกรรมพันธุ์ และ สิ่งแวดล้อมร่วมกัน เช่น ควำมสูงถ้ำได้รับสำรอำหำรถูกต้องตำมหลักโภชนำกำรและมีกำรออกกำลังกำยก็จะทำ ให้มีร่ำงกำยสูงได้ นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำง พันธุกรรม กำรเขียนสรุปลักษณะทำงพันธุกรรมแบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึง ควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรม ลักษณะทำงพันธุกรรม แบบต่ำงๆของสิ่งมีชีวิต และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 51.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 13 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - โครโมโซมและสำรพันธุกรรม ภำยในนิวเคลียส เรียกว่ำ ดีเอ็นเอ เป็นสำยยำวพันรอบแกนโปรตีนฮิสโตน เส้น ใยบำงๆ นี้เรียกว่ำ โครมำทิน เมื่อมีกำรแบ่งเซลล์จะหดสั้นเป็นแท่งเรียกว่ำ โครโมโซม และมีกำรจำลองขึ้นมำ เท่ำตัว - คนมีจำนวน 46 แท่ง โดยจะมีคู่เหมือน เรียก ฮอมอโลกัสโครโมโซม จำนวนนเซลล์ร่ำงกำยมี 2 ชุด เขียน แทนด้วย 2n ส่วนในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มีคู่เหมือนมีเพียง 1 ชุด เขียนแทนด้วย n - ควำมผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) ควำมผิดปกติของออโตโซม (2) ควำมผิดปกติของโครโมโซมเพศ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรม ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
  • 52.
    คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 5.สมรรถนะ กำรใช้เทคโนโลยี กำรสื่อสำร และกำรคิด 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > โครโมโซมและสำรพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกโครโมโซมและสำรพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำโครโมโซมและสำร พันธุกรรม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครโมโซมและสำร พันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครโมโซมและสำรพันธุกรรม
  • 53.
    ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ“โครโมโซมและสำรพันธุกรรม” ว่ำ - โครโมโซมและสำรพันธุกรรม ภำยในนิวเคลียส เรียกว่ำ ดีเอ็นเอ เป็นสำยยำวพันรอบแกนโปรตีนฮิสโตน เส้น ใยบำงๆ นี้เรียกว่ำ โครมำทิน เมื่อมีกำรแบ่งเซลล์จะหดสั้นเป็นแท่งเรียกว่ำ โครโมโซม และมีกำรจำลองขึ้นมำ เท่ำตัว - คนมีจำนวน 46 แท่ง โดยจะมีคู่เหมือน เรียก ฮอมอโลกัสโครโมโซม จำนวนนเซลล์ร่ำงกำยมี 2 ชุด เขียน แทนด้วย 2n ส่วนในเซลล์สืบพันธุ์จะไม่มีคู่เหมือนมีเพียง 1 ชุด เขียนแทนด้วย n - ควำมผิดปกติของโครโมโซมมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) ควำมผิดปกติของออโตโซม - กลุ่มอำกำรดำวน์ - กลุ่มอำกำรคริดูชำต์ - กลุ่มอำกำรเพเทำ - กลุ่มอำกำรเอ็ดเวิร์ด (2) ควำมผิดปกติของโครโมโซมเพศ - กลุ่มอำกำรเทอร์เนอร์ - กลุ่มอำกำรที่มีโครโมโซม X 3 เส้น - กลุ่มอำกำรไคลน์เฟลเทอร์ - กลุ่มอำกำรดับเบิลวำย นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำร พันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งร่วมกันสร้ำง ควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำรเปรียบเทียบ ระหว่ำงโครโมโซมและสำรพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมและสำร พันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 54.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 14 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง กำรแบ่งเซลล์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรแบ่งเซลล์แต่ละขั้นตอนได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรแบ่งเซลล์ (Cell Division) จำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ ไมโทซิส และ ไมโอซิส - กำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส สิ่งมีชีวิตมีกำรแบ่งเซลล์เพื่อกำรเจริญเติบโต และเพิ่มพื้นที่ผิวในกำรแลกเปลี่ยน สำรกับสิ่งแวดล้อม กำรแบ่งมีขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ระยะอินเทอร์เฟส 1.2 ระยะโพรเฟส 1.3 ระยะเมทำเฟส 1.4 ระยะแอนำเฟส 1.5 ระยะเทโลเฟส - กำรแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เป็นกระบวนกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ แบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ คือ 2.1 ไมโอซิส I 2.1 ไมโอซิส II 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบระหว่ำงกำรแบ่งเซลล์แต่ละขั้นตอน
  • 55.
    คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของ สิ่งมีชีวิต 5.สมรรถนะ กำรแก้ปัญหำ กำรสื่อสำร และกำรคิด 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กำรแบ่งเซลล์คืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกำรแบ่งเซลล์ได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรแบ่งเซลล์ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรแบ่งเซลล์กับกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรแบ่งเซลล์ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรแบ่งเซลล์” ว่ำ
  • 56.
    - กำรแบ่งเซลล์ (CellDivision) จำแนกได้ 2 ลักษณะ คือ ไมโทซิส และ ไมโอซิส - กำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส สิ่งมีชีวิตมีกำรแบ่งเซลล์เพื่อกำรเจริญเติบโต และเพิ่มพื้นที่ผิวในกำรแลกเปลี่ยน สำรกับสิ่งแวดล้อม กำรแบ่งมีขั้นตอน ดังนี้ 1.1 ระยะอินเทอร์เฟส เซลล์เตรียมควำมพร้อมในกำรแบ่งเซลล์ ได้แก่ กำรสังเครำะห์ เอนไซม์ โปรตีน ออร์ แกเนลล์ และมีกำรเพิ่มปริมำณสำรพันธุกรรมเป็น 2 เท่ำ ทำให้เกิดกำรจำลองโครโมโซมจำก เป็น 2 โครมำทิด 1.2 ระยะโพรเฟส โครโมโซมเริ่มเห็นชัดขึ้น เซนทริโอลสร้ำงเส้นใยสปินเดิล 1.3 ระยะเมทำเฟส โครโมโซมหดสั้นที่สุด ขนำดใหญ่ที่สุด เห็นได้ชัดเจน โครโมโซมเรียงตัวแนวกลำง มีเส้น ใยสปินเดิลจับอยู่ตรงตำแหน่งเซนโทรเมียร์ โดยยึดกับโปรตีนไคนีโทคอร์ เยื่อหุ้มนิวเคลียสสลำยตัวหมด 1.4 ระยะแอนำเฟส โครมำทิดแยกจำกกันโดยกำรหดตัวของเส้นใยสปินเดิล ทำให้โครโมโซมแยกเป็น 2 กลุ่ม 1.5 ระยะเทโลเฟส โครโมโซมที่แยก จะเริ่มสร้ำงเยื่อหุ้มนิวเคลียส ทำให้เห็นนิวเคลียส 2 อัน ถือว่ำสิ้นสุด กำร แบ่งไซโทพลำซึมมี 2 กรณี • เซลล์สัตว์ เกิดจำกเยื่อหุ้มเซลล์คอดเข้ำหำกันจนกระทั่งเซลล์ขำดออกจำกกันได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ • เซลล์พืช เกิดกำรสร้ำงแผ่นกั้นตรงกลำง และสะสมสำรเซลลูโลสทำให้ได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ - กำรแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เป็นกระบวนกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์ แบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ คือ ไมโอซิส I และ ไม โอซิส II ระยะอินเตอร์เฟส I เตรียมควำมพร้อมเหมือนกำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส ระยะโพรเฟส I โครโมโซมหดสั้นและมีกำรเข้ำคู่ฮอมอโลกัส และเกิดกำรแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนเกิดควำม หลำกหลำย ระยะเมทำเฟส I โครโมโซมจะเรียงอยู่กลำงเแบบคู่ฮอมอโลกัส โดยมีเส้นใยสปินเดิลจับอยู่ตรงเซนโทรเมีย ระยะแอนำเฟส I โครโมโซมที่เป็นคู่ฮอมอโลกัส แยกจำกกันไปคนละขั้วของเซลล์ และมีจำนวนครึ่งหนึ่ง ระยะเทโลเฟส I สร้ำงเยื่อหุ้มนิวเคลียสล้อมรอบ ได้นิวเคลียสใหม่ 2 นิวเคลียสและแบ่งไซโทพลำซึม แต่อำจจะ ไม่เกิดก็ได้ ไมโอซิส II ระยะอินเตอร์เฟส II ไม่มีกำรจำลองตัวเอง เนื่องจำกแต่ละโครโมโซมมี 2 โครมำทิดแล้ว ส่วนระยะโพรเฟส II แอนำเฟส II เทโลเฟส II จะคล้ำยกำรแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส + แบ่งไซโทพลำซึมในระยะนี้อีกครั้ง ในที่สุดจะได้ 4 เซลล์
  • 57.
    นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ กำร เขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละขั้นตอนของกำรแบ่งเซลล์ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำร แบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป: ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ กำรเปรียบเทียบแต่ละขั้นตอน ของกำรแบ่งเซลล์ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรแบ่งเซลล์ต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 58.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 15 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 4 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมได้อย่ำง ถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมแต่ละประเภทได้อย่ำง ถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - โครงสร้ำงพื้นฐำนทำงดีเอ็นเอ ขดตัวพันรอบโปรตีนฮิสโตน = โครมำทิน  โครโมโซม ( 1 หรือ 2 โครมำ ติด) มีหน่วยย่อย คือ นิวคลีโอไทด์ ต่อกันเป็นสำยยำว ซึ่งประกอบด้วย (1) น้ำตำลเพนโทส (S) (2) หมู่ฟอสเฟต (P) (3) ไนโตรจีนัสเบส - สำยดีเอ็นเอของคน = สำยของนิวคลีโอไทด์ 2 สำย พันเกลียวเวียนขวำ โดย A = T และ C ≡ G ลำดับของ เบสบนสำยดีเอ็นเอ เป็นข้อมูลทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
  • 59.
    4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K)อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมแต่ ละประเภท คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 5. สมรรถนะ กำรแก้ปัญหำ กำรสื่อสำร และกำรใช้เทคโนโลยี 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกโครโมโซมกับบกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง
  • 60.
    > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด ลักษณะทำงพันธุกรรม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด ลักษณะทำงพันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด ลักษณะทำงพันธุกรรม ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม” ว่ำ - โครงสร้ำงพื้นฐำนทำงดีเอ็นเอ ขดตัวพันรอบโปรตีนฮิสโตน = โครมำทิน  โครโมโซม ( 1 หรือ 2 โครมำติด) มีหน่วยย่อย คือ นิวคลีโอไทด์ ต่อกันเป็นสำยยำว ซึ่งประกอบด้วย 1. น้ำตำลเพนโทส (S) เป็นน้ำตำลที่คำร์บอน 5 อะตอม มีโครงสร้ำงเป็นรูปห้ำเหลี่ยม 2. หมู่ฟอสเฟต (P) PO4 3- 3. ไนโตรจีนัสเบส มี 4 ชนิด ได้แก่ อะดีนิน (A) ไทมีน (T) ไซโทซีน (C) กวำนีน (G) - สำยดีเอ็นเอของคน = สำยของนิวคลีโอไทด์ 2 สำย พันเกลียวเวียนขวำ โดย A = T และ C ≡ G ลำดับของ เบสบนสำยดีเอ็นเอ เป็นข้อมูลทำงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต - หน้ำที่ของสำรพันธุกรรม 1. ดีเอ็นเอต้นแบบในรุ่นหนึ่งสำมำรถถ่ำยทอดข้อมูลผ่ำนไปรุ่นต่ำงๆ ได้ 2. ลำดับของนิวคลีโอไทด์ในสำยดีเอ็นเอเป็นข้อมูลของยีนที่มีบทบำทในกำรสังเครำะห์โปรตีน 3. ถ้ำลำดับของนิวคลีโอไทด์ในสำยดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลง จะทำให้ลักษณะพันธุกรรมแตกต่ำงไป ซึ่งอำจเกิด จำกกำรแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของโครโมโซมในกำรแบ่งเซลล์สืบพันธุ์หรือเกิดมิวเทชัน ทำให้เกิดวิวัฒนำกำร @ โครโมโซมของสิ่งมีชีวิตจะพบเป็นคู่โฮโมโลกัส ซึ่งประกอบด้วยยีนที่เป็นคู่กันเรียกว่ำ แอลลีล เช่น ยีน A เป็น แอลลีลกับ a โดยยีน A เป็นยีนเด่น a เป็นยีนด้อย ซึ่งจะพบอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน
  • 61.
    นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำร ถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอด ลักษณะทำงพันธุกรรม อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะ ทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป: ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำง พันธุกรรม กำรเปรียบเทียบแต่ละประเภทของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม และควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของโครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 62.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 17 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/1 อธิบำยกระบวนถ่ำยทอดสำรพันธุกรรม กำรแปรผันทำงพันธุกรรม มิวเทชัน และกำรเกิดควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เนื่องมำจำกสำเหตุหลำยประกำร เช่น กำรผ่ำเหล่ำ กำรคัดเลือกโดย ธรรมชำติ กำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรเปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต แบ่งออกเป็น 3 ประเภท (1) มิวเทชัน (2) กำรคัดเลือกโดยธรรมชำติ (3) กำรคัดเลือกพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์โดยมนุษย์ 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมแต่ละประเภท คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำร ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
  • 63.
    5. สมรรถนะ กำรคิด กำรสื่อสำรและกำรใช้เทคโนโลยี 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำกำรเปลี่ยนแปลงทำง พันธุกรรม 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำกำรเปลี่ยนแปลงทำง พันธุกรรมกับกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม” ว่ำ
  • 64.
    - กำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เนื่องมำจำกสำเหตุหลำยประกำรเช่น กำรผ่ำเหล่ำ กำรคัดเลือกโดย ธรรมชำติ กำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรเปลี่ยนแปลงเหล่ำนี้ทำให้เกิดวิวัฒนำกำรของสิ่งมีชีวิต กำรผ่ำเหล่ำ คือ กำรเปลี่ยนแปลงลักษณะทำงพันธุกรรมที่สำมำรถถ่ำยทอดไปสู่ลูกหลำนได้มี 2 แบบ 1. กำรกลำยพันธุ์ของโครโมโซม เช่น พืชที่มีจำนวนโครโมโซม 3n,4n จะมีกำรเจริญเติบโตมำกกว่ำปกติ (2n) 2. กำรกลำยพันธุ์ของยีน เช่น โรคทำงพันธุกรรม ลักษณะผิวเผือก ลักษณะลวดลำยบนใบหรือดอกของพืช สาเหตุของการเกิดการกลายพันธุ์ 1. เกิดเองตำมธรรมชำติ ซึ่งอำจเกิดจำกควำมผิดปกติขณะแบ่งเซลล์ 2. รังสีสำมำรถทำให้เกิดกำรกลำยพันธุ์ได้ เช่น รังสีแกมมำ ซึ่งใช้ในพืช เช่น พุทธรักษำ เบญจมำศ ปทุมมำ 3. สำรเคมี เช่น อะฟลำทอกซินที่ได้จำกรำในอำหำร ไนโตรซำมีนที่ได้จำกดินประสิวในกำรถนอมอำหำร กำรคัดเลือกโดยธรรมชำติ เป็นแนวควำมคิดของ ชำร์ล ดำร์วิน ได้เสนอทฤษฎีวิวัฒนำกำร ซึ่งกล่ำวถึงสิ่งมีชีวิต ที่มีควำมเหมำะสมที่สุดจะคงอยู่ เนื่องจำกมีกำรแข่งขันกันเพื่อแย่งทรัพยำกรที่มีอยู่อย่ำงจำกัด เขำพบว่ำ นก จำบบนเกำะกำลำปำกอสมีลักษณะจะงอยปำกแตกต่ำงกัน เนื่องจำกอำหำรของนกเหล่ำนั้นแตกต่ำงกัน (ปรับ พันธุกรรม) ผล คือ ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดได้มีควำมแข็งแรงและมีควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม กำรคัดเลือกพันธุ์และกำรปรับปรุงพันธุ์โดยคน กำรคัดเลือกโดยคนจะเกิดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะดีเด่นตำมควำม ต้องกำรของคน เช่น กำรคัดเลือกพันธุ์ปลำทับทิม (กำรเจริญเติบโตเร็วมีส่วนที่เป็นเนื้อมำก โครงกระดูกเล็ก ก้ำงน้อย เส้นใยกล้ำมเนื้อละเอียด รสชำติดี ไม่มีกลิ่นที่เกิดจำกไขมันปลำ ต้ำนทำนต่อโรค : พัฒนำมำจำกพันธุ์ ปลำนิลทั่วโลกผสมข้ำมพันธุ์) กำรปรับปรุงพันธุ์ข้ำว (พันธุ์ข้ำวพันธุ์ดีที่นำมำใช้ คือ พันธุ์ข้ำวขำวดอกมะลิ 105 ปลูกได้ทุกภำค ใช้เวลำ 160 วัน ทนแล้งและดินเปรี้ยวดินเค็ม มำอำบรังสีแกมมำ เกิดมิวเทชันได้พันธุ์ข้ำว กข 6 กข 10 และกข 15 ที่มีลักษณะดีขึ้นคือ กข 6 เป็นพันธุ์ข้ำวเหนียวที่มีกลิ่นหอม ให้ผลผลิตสูง ทนแล้ง ต้ำนทำนโรคไหม้และโรคใบจุดสีน้ำตำลได้ดี กข 15 เป็นพันธุ์ข้ำวเจ้ำที่ให้ผลผลิต เท่ำกับข้ำวดอกมะลิ 105 แต่ กข 15 มีอำยุสั้นกว่ำ 10 วัน เก็บเกี่ยวได้เร็วกว่ำ ต้ำนทำนโรคได้ดีกว่ำข้ำวดอกมะลิ 105)
  • 65.
    นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม อีก ทั้งร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ขั้นสรุป: ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม กำร เปรียบเทียบแต่ละประเภทของกำรเปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของกำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรมต่อกำรดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 66.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 18 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง เทคโนโลยีชีวภำพ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/2 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผลของเทคโนโลยีชีวภำพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมและนำควำมรู้ ไปใช้ประโยชน์ ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีชีวภำพแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - เทคโนโลยีชีวภำพ (Biotechnology) เป็นกำรนำควำมรู้ด้ำนชีววิทยำ ในสำขำพันธุศำสตร์มำประยุกต์ เช่น (1) พันธุวิศวกรรม (2) กำรโคลน (3) กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (4) ลำยพิมพ์ DNA 4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K) อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบเทคโนโลยีชีวภำพแต่ละประเภท คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของ มนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรคิด กำรสื่อสำร ทักษะชีวิตและกำรใช้เทคโนโลยี
  • 67.
    6. ชิ้นงำน /ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > เทคโนโลยีชีวภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกเทคโนโลยีชีวภำพได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำเทคโนโลยีชีวภำพ 1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำเทคโนโลยีชีวภำพกับกำร ดำรงชีวิตของมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้ว เช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภำพ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “เทคโนโลยีชีวภำพ” ว่ำ - เทคโนโลยีชีวภำพ (Biotechnology) เป็นกำรนำควำมรู้ด้ำนชีววิทยำ ในสำขำพันธุศำสตร์มำประยุกต์ เช่น พันธุวิศวกรรม เป็นเทคนิคกำรสร้ำงสิ่งมีชีวิตมีลักษณะตำมที่ต้องกำร โดยกำรสร้ำง DNA สำยผสมโดยกำรถ่ำย ยีนที่ต้องกำรลงไปแบคทีเรีย เพื่อให้เป็นตัวพำยีนเหล่ำนั้นเข้ำไปในสิ่งมีชีวิตที่ต้องกำรสร้ำงพันธุกรรมใหม่ เรียกว่ำ สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ในปัจจุบัน เช่น ฝ้ำยบีทีและข้ำวโพดบีทีที่ต้ำนทำนแมลง
  • 68.
    (แบคทีเรีย Bacillus thuringiensisสร้ำงโปรตีนเป็นพิษต่อแมลง) พริก มะละกอ ต้ำนทำนไวรัส ยีนสังเครำะห์ โปรตีนห่อหุ้มอนุภำคไวรัสทำให้ไวรัสไม่สำมำรถทำอันตรำย) กำรผลิตอินซูลินโดยแบคทีเรีย ทำโดยตัดยีน อินซูลินจำกคนปกติถ่ำยลงไปในพลำสมิดของแบคทีเรีย (เป็น DNA ที่เป็นวงกลมขนำดเล็ก) เมื่อแบ่งเซลล์จะ ทำให้ได้ยีนอินซูลินเป็นจำนวนมำก และสังเครำะห์อินซูลินได้ กำรโคลน หมำยถึง กำรสร้ำงสิ่งมีชีวิตใหม่ให้มีลักษณะพันธุกรรมเหมือนเดิม สืบพันธุ์แบบไม่อำศัยเพศ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม = แกะ วัว ในประเทศไทยมีกำรโคลนวัวเนื้อตัวแรกของโลกชื่อ นิโคลและกำรโคลนวัวนม ตัวแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชื่อ อิง ซึ่งเกิดจำกกำรโคลนเซลล์ใบหูของตัวต้นแบบ กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นกำรโคลนในพืช โดยกำรนำเอำส่วนของพืชมำเลี้ยงในอำหำรสังเครำะห์ที่พืชต้องกำร ในสภำพปลอดเชื้อ ควบคุมแสงสว่ำง อุณหภูมิ ควำมชื้น และกระตุ้นกำรเจริญของพืชด้วยฮอร์โมนพืช ประโยชน์ 1. ได้พืชจำนวนมำกที่มีลักษณะเหมือนเดิม 2. ใช้เวลำสั้นในกำรผลิตต้นพันธุ์ดี 3. ต้นพันธุ์ที่ได้ปรำศจำกโรค 4. ใช้ผลิตต้นพันธุ์ที่ผสมกันเองในธรรมชำติยำก เสี่ยงต่อกำรสูญพันธุ์ ลำยพิมพ์ดีเอ็นเอ ของคนเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เพรำะคนทุกคนจะมีแตกต่ำงกันยกเว้นแฝดแท้ที่จะ เหมือนกัน ลำยพิมพ์ดีเอ็นเอของลูกจะได้จำกดีเอ็นเอของพ่อและแม่อย่ำงละครึ่ง ประโยชน์ 1. พิสูจน์เพื่อบุคคลในกรณีฆำตกรรม กรณีบุคคลสูญหำย 2. พิสูจน์ควำมสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูก นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของ เทคโนโลยีชีวภำพ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของเทคโนโลยีชีวภำพ อีกทั้งร่วมกันสร้ำงควำม ตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ ขั้นสรุป : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพ กำรเปรียบเทียบแต่ละ ประเภทของเทคโนโลยีชีวภำพ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของเทคโนโลยีชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของ มนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 69.
    แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 19 หน่วยกำรเรียนที่ 3กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรมและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ เรื่อง ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ รหัสวิชำ/รำยวิชำ ว 31104/วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้น ม. 4 เวลำเรียน 3 ชั่วโมง ผู้สอน นำยวิชัย ลิขิตพรรักษ์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ ************************************************************************************************** 1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้ ว 1.2 ม.4-6/3 สืบค้นข้อมูลและอภิปรำยผลของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ว 1.2 ม.4-6/4 อธิบำยกระบวนกำรคัดเลือกตำมธรรมชำติและผลของกำรคัดเลือกตำมธรรมชำติต่อควำม หลำกหลำยของสิ่งมีชีวิต ว 8.1 ใช้กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์และจิตวิทยำศำสตร์ในกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรแก้ปัญหำ รู้ว่ำ ปรำกฏกำรณ์ทำงธรรมชำติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สำมำรถอธิบำยและตรวจสอบได้ ภำยใต้ ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลำนั้นๆ เข้ำใจว่ำ วิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีควำม เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัวชี้วัด / ผลกำรเรียนรู้ อธิบำยสืบค้นข้อมูลและอภิปรำยลักษณะทำงพันธุกรรม โครโมโซมและสำรพันธุกรรม กำร แบ่งเซลล์ โครโมโซมกับกำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำรถ่ำยทอดลักษณะทำงพันธุกรรม กำร เปลี่ยนแปลงทำงพันธุกรรม เทคโนโลยีชีวภำพและควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 2.1 สำมำรถอธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำได้อย่ำงถูกต้อง 2.2 สำมำรถเขียนสรุปเปรียบเทียบควำมหลำกหลำยทำงชีวภำแต่ละประเภทได้อย่ำงถูกต้อง 2.3 ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ได้อย่ำงถูกต้อง 3. สำระแกนกลำง / สำระสำคัญ - ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ 3 ชนิด (1) ควำมหลำกหลำยทำงนิเวศวิทยำ (2) ควำมหลำกหลำยของสปีชีส์ (3) ควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม - สปีชีส์ของสิ่งมีชีวิต คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นประชำกรชนิดเดียวกันผสมพันธุ์กันแล้วได้ลูกหลำนสืบทอดต่อไป เนื่องจำกควำมคล้ำยคลึงกันในระดับโครโมโซม ทำให้โครโมโซมจำกพ่อและแม่สำมำรถเข้ำคู่กันได้ แต่ละสปี ชีส์จะมีลักษณะเด่นเฉพำะไม่เหมือนสปีชีส์อื่น แต่ในสปีชีส์เดียวกันอำจจะแตกต่ำงกันในเรื่องสำยพันธุ์ เพศผู้ และเพศเมีย วัยที่เจริญเติบโตและที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  • 70.
    4. สำระกำรเรียนรู้ ควำมรู้ (K)อธิบำยควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ ทักษะ / กระบวนกำร (P) เขียนสรุปเปรียบเทียบควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพแต่ละประเภท คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพต่อกำร ดำรงชีวิตของมนุษย์ 5. สมรรถนะ กำรแก้ปัญหำ กำรคิด กำรสื่อสำร ทักษะชีวิตและกำรใช้เทคโนโลยี 6. ชิ้นงำน / ภำระงำนที่แสดงผลกำรเรียนรู้ สมุดบันทึก ,ใบงำน ,ใบกิจกรรม และConcept map 7. กำรวัดและประเมินผล รำยกำรประเมิน วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์กำรประเมินผล 1. สมุดบันทึกกำรเรียน กำรสอนประจำบทเรียน 2. ใบงำนแบบฝึกหัด ทบทวนประจำบทเรียน 3. ทดสอบเก็บคะแนน ประจำบทเรียน 4. แบบบันทึกกำรทำ กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ตรวจสมุดบันทึกกำร เรียนกำรสอนประจำ บทเรียน 2. ตรวจใบงำน แบบฝึกหัดทบทวน ประจำบทเรียน 3. ตรวจแบบทดสอบ เก็บคะแนนประจำ บทเรียน 4. ตรวจแบบบันทึกกำร ทำกิจกรรมประจำ บทเรียน 1. กำรสังเกต ตรวจสอบ เปรียบเทียบกับเนื้อหำที่ทำ กำรเรียนกำรสอนประจำ บทเรียนจริง 2. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยใบงำนแบบฝึกหัด ประจำบทเรียน 3. กำรตรวจสอบคำตอบกับ คำเฉลยแบบทดสอบประจำ บทเรียน 4. กำรตรวจแบบบันทึกกำร กิจกรรมประจำบทเรียน 1. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำ ควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยสวยงำม ของกำรจดบันทึก 2. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 80% 3. ควำมถูกต้องของ คำตอบอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ 50% 4. ควำมถูกต้อง ครบถ้วน ในเนื้อหำกำรบันทึก ควำม เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงำมของกำรจดบันทึก 8. กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นนำ : ครูตั้งคำถำมก่อนนำไปสู่กำรเรียนกำรสอนให้นักเรียนจะตอบคำถำมเหล่ำนี้โดย อำศัยควำมรู้ควำมเข้ำใจที่มีอยู่เดิม หรือจำกประสบกำรณ์ที่นักเรียนเคยพบเห็นในชีวิตประจำวัน ว่ำ > ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพคืออะไร มีควำมสำคัญอย่ำงไร > เรำสำมำรถจำแนกควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้ำง > นักเรียนคิดว่ำตนเองจะได้รับประโยชน์อะไรบ้ำงหลังจำกได้ศึกษำควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพ
  • 71.
    1.2 ครูเริ่มเปิดอภิปรำยโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงควำมคิดเห็นว่ำควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพกับกำรดำรงชีวิตของมนุษย์มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร 1.3 นักเรียนสำมำรถตั้งคำถำมที่อยำกรู้เพิ่มเติมหลังจำกได้ร่วมกันอภิปรำยใน ห้องเรียนแล้วเช่น เหตุกำรณ์ในชีวิตประจำวันใดบ้ำงที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ ขั้นสอน : ครูอธิบำยเนื้อหำ “เควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ” ว่ำ - ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพมี 3 ชนิด 1. ควำมหลำกหลำยทำงนิเวศวิทยำ : ระบบนิเวศมีชนิด จำนวนและควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตแตกต่ำงกัน 2. ควำมหลำกหลำยของสปีชีส์ : ชนิดของสิ่งมีชีวิตต่ำงๆ บนโลก 3. ควำมหลำกหลำยทำงพันธุกรรม : ลักษณะของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีควำมแตกต่ำงกัน - สปีชีส์ของสิ่งมีชีวิต คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นประชำกรชนิดเดียวกันผสมพันธุ์กันแล้วได้ลูกหลำนสืบทอดต่อไป เนื่องจำกควำมคล้ำยคลึงกันในระดับโครโมโซม ทำให้โครโมโซมจำกพ่อและแม่สำมำรถเข้ำคู่กันได้ แต่ละสปี ชีส์จะมีลักษณะเด่นเฉพำะไม่เหมือนสปีชีส์อื่น แต่ในสปีชีส์เดียวกันอำจจะแตกต่ำงกันในเรื่องสำยพันธุ์ เพศผู้ และเพศเมีย วัยที่เจริญเติบโตและที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว - กำรเกิดสปีชีส์ใหม่ มีสำเหตุจำกควำมแตกต่ำงของสิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพและชีวภำพ เกิดกำรคัดเลือกตำม ธรรมชำติ เกิดประชำกรเป็นกลุ่มย่อยที่มีพันธุกรรมที่แตกต่ำงกันจนไม่สำมำรถผสมพันธุ์กันได้หรือผสมพันธุ์ได้ แต่เป็นหมัน เช่น สิ่งมีชีวิตสปีชีส์หนึ่งอำศัยอยู่รวมกลุ่มกัน แต่มีเหตุกำรณ์ที่ทำให้พื้นที่ที่อำศัยอยู่แยกกันเช่น มี แม่น้ำขวำงกลำง ทำให้แบ่งสิ่งมีชีวิตสปีชีส์นี้เป็น 2 กลุ่ม และสิ่งมีชีวิตนี้ไม่สำมำรถอพยพย้ำยข้ำมถิ่นกันได้ทำ ให้เกิดพฤติกรรมกำรดำรงชีวิตที่แตกต่ำงกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่ ในปัจจุบันสำมำรถจำแนก สิ่งมีชีวิตได้ประมำณ 1.5 ล้ำนสปีชีส์ และพบว่ำแมลงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสปีชีส์มำกที่สุด
  • 72.
    นักเรียนร่วมแสดงควำมคิดเห็นและซักถำมข้อสงสัยเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำม หลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรเขียนสรุปเปรียบเทียบแต่ละประเภทของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ อีกทั้ง ร่วมกันสร้ำงควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ ขั้นสรุป: ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปควำมรู้เป็น concept map และทำใบงำนเพื่อ ตรวจสอบควำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำยและควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ กำรเปรียบเทียบ แต่ละประเภทของควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพ และควำมตระหนักถึงควำมสำคัญของควำมหลำกหลำยทำง ชีวภำพต่อกำรดำรงชีวิตของมนุษย์ 9. สื่อ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนสำระกำรเรียนรู้พื้นฐำน วิทยำศำสตร์ (ชีววิทยำ) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท. กระทรวงศึกษำธิกำร 9.2 คู่มือครู วิทยำศำสตร์ : ชีววิทยำพื้นฐำน ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 4 ผู้แต่ง สสวท.กระทรวงศึกษำธิกำร 9.3 ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกำญจนำภิเษก โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.4 ห้องศูนย์สื่อกลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์ 9.5 ห้องสืบค้น โรงเรียนศีลำจำรพิพัฒน์
  • 73.
    แบบสังเกตการตอบคาถามและการร่วมกิจกรรมหน้าชั้น ระดับชั้น ............. เรื่อง...............................................วันที่ .......... เดือน .......................พ.ศ............. คาชี้แจง ครูผู้สอนประเมินนักเรียนโดยใช้วิธีสังเกตในขณะดำเนินกำรสอน แล้วให้ระดับคะแนนดังนี้ 3 เมื่อปฏิบัติบ่อยๆ 2 เมื่อปฏิบัติบำงครั้ง 1 เมื่อไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติน้อยมำก ที่ ชื่อ-สกุล กำรตอบคำถำม กำรร่วมกิจกรรม กำรแสดงควำมคิดเห็น กำรซักถำม รวมคะแนน ระดับคะแนน 10-12 7-9 4-6 3 3 3 3 12 ดี พอใช้ ปรับปรุง
  • 74.
    แบบประเมินการทางานกลุ่ม วิชาชีววิทยา เรื่อง .............................................วันที่.......... เดือน ........................... พ.ศ............ ที่ ชื่อ-สกุล ประเด็นกำรประเมิน/คะเนน ระดับคะแนน ควำมรับผิดชอบของ แต่ละคน กำรมีส่วนร่วมในกำร ทำงำน ควำมคิดสร้ำงสรรค์ ผลงำน รวม 20-25 12-19 5-11 5 5 5 10 25 ดี พอใช้ ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน 5 เมื่อพฤติกรรมโดดเด่นชัดเจนดีมำกเป็นแบบอย่ำงให้แก่ผู้อื่น 4 เมื่อพฤติกรรมโดดเด่นดี 3 เมื่อพฤติกรรมเทียบเท่ำกันทั่วไปเป็นไปตำมที่กำหนด 2 เมื่อพฤติกรรมไม่ค่อยโดดเด่นและต่ำกว่ำมำตรฐำนทั่วไป 1 เมื่อพฤติกรรมไม่เหมำะสม ไม่ค่อยแสดงออกหรือให้ควำมร่วมมือ