Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
niralai
7,295 views
ความหมายของครู
ความหมายของครู
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 136 times
1
/ 37
2
/ 37
3
/ 37
4
/ 37
5
/ 37
6
/ 37
7
/ 37
8
/ 37
9
/ 37
10
/ 37
11
/ 37
12
/ 37
13
/ 37
14
/ 37
15
/ 37
16
/ 37
17
/ 37
18
/ 37
19
/ 37
20
/ 37
21
/ 37
22
/ 37
23
/ 37
24
/ 37
25
/ 37
26
/ 37
27
/ 37
28
/ 37
29
/ 37
30
/ 37
31
/ 37
32
/ 37
33
/ 37
34
/ 37
35
/ 37
36
/ 37
37
/ 37
More Related Content
PDF
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
by
Kat Suksrikong
PDF
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
by
Jariya Jaiyot
PDF
เซลล์ประสาทและระบบประสาทของคน
by
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
DOC
Multiple alleles
by
Manuschanok Saeho
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
PDF
ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ชั้น ม.6
by
Nattapong Boonpong
PDF
แบบทดสอบเก็บคะแนนก่อนกลางภาค เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม
by
เอเอ็นโอเอ็นซีเอดี ซีทีอาร์แอลเอแอลทีดีอีแอล
PDF
สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
by
วิศิษฏ์ ชูทอง
คัมภีร์ฉันทศาสตร์ Sine
by
Kat Suksrikong
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
by
Jariya Jaiyot
เซลล์ประสาทและระบบประสาทของคน
by
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
Multiple alleles
by
Manuschanok Saeho
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ชั้น ม.6
by
Nattapong Boonpong
แบบทดสอบเก็บคะแนนก่อนกลางภาค เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม
by
เอเอ็นโอเอ็นซีเอดี ซีทีอาร์แอลเอแอลทีดีอีแอล
สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
by
วิศิษฏ์ ชูทอง
What's hot
PDF
4 พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยา
by
Sircom Smarnbua
PDF
การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
by
sukanya petin
PDF
สรุปสังคม O-net
by
Warissa'nan Wrs
PDF
ไฟฟ้าสถิต
by
Chakkrawut Mueangkhon
PDF
บรรยากาศ (Atmosphere)
by
พัน พัน
PDF
ตอบสนองพืช
by
Wichai Likitponrak
PDF
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
by
sukanya petin
PDF
ข้อสอบเรื่องการคูณและการหารเลขยกกำลัง
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
เฉลยสอวนBio60
by
Wichai Likitponrak
PDF
ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ
by
Nawamin Wongchai
PDF
ไฟฟ้าเคมี1 ppt
by
10846
PPT
4 การเตรียมสารละลาย
by
Saipanya school
PDF
เซลล์ประสาทและการทำงาน
by
Thitaree Samphao
DOCX
คำประสม
by
Arocha Chaichana
PPT
ราก (Root)
by
Kung Sasithorn
PPTX
การทำงานระบบประสาท
by
Dew Thamita
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
DOCX
แบบทดสอบก่อนเรียนความหลากหลายทางชีวภาพ
by
Sirintip Arunmuang
PDF
โครงสร้างคลอโรพลาส
by
Oui Nuchanart
PDF
เฉลยชีววิทยาหน้า52- 59
by
Wan Ngamwongwan
4 พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยา
by
Sircom Smarnbua
การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
by
sukanya petin
สรุปสังคม O-net
by
Warissa'nan Wrs
ไฟฟ้าสถิต
by
Chakkrawut Mueangkhon
บรรยากาศ (Atmosphere)
by
พัน พัน
ตอบสนองพืช
by
Wichai Likitponrak
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
by
sukanya petin
ข้อสอบเรื่องการคูณและการหารเลขยกกำลัง
by
ทับทิม เจริญตา
เฉลยสอวนBio60
by
Wichai Likitponrak
ทฤษฎีจลน์ของก๊าซ
by
Nawamin Wongchai
ไฟฟ้าเคมี1 ppt
by
10846
4 การเตรียมสารละลาย
by
Saipanya school
เซลล์ประสาทและการทำงาน
by
Thitaree Samphao
คำประสม
by
Arocha Chaichana
ราก (Root)
by
Kung Sasithorn
การทำงานระบบประสาท
by
Dew Thamita
ระบบประสาท (Nervous System)
by
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
แบบทดสอบก่อนเรียนความหลากหลายทางชีวภาพ
by
Sirintip Arunmuang
โครงสร้างคลอโรพลาส
by
Oui Nuchanart
เฉลยชีววิทยาหน้า52- 59
by
Wan Ngamwongwan
Viewers also liked
PDF
บทสวดมนต์แปลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 7 บทสำหรับแข่งทักษะ
by
อุษณีษ์ ศรีสม
PDF
คู่มือพระวิทยากร
by
niralai
PDF
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
by
niralai
PDF
คำคมคารมปราชญ์
by
niralai
PDF
พุทธวิธีในการสอน(ศึกษาวิจัยจากพระไตรปิฎก)
by
niralai
PDF
คู่มืออบรมยุวพุทธ
by
niralai
PDF
บทสวดแปล+ทิพย์มนต์
by
Patchara Kornvanich
PDF
สัญญาใจค่ายจริยธรรม
by
niralai
PDF
บทสวดมนต์แปลสามเณรภาคฤดูร้อน
by
niralai
PDF
คู่มือโฆษกเสียงทอง
by
niralai
PDF
พุทธภาษิตนักเรียน
by
niralai
PDF
กำเนิดจักรวาล
by
niralai
PDF
ถ้าฉันเป็นครู
by
niralai
PDF
สมุดประจำตัวกิจกรรมเยาวชนภาคฤดูร้อน
by
niralai
PDF
อาจาระของพระภิกษุสามเณร
by
niralai
PDF
สวดมนต์แปล(ตัวใหญ่)
by
บุญเจ้าไม่เคย ใครไหนเล่าจะช่วยเจ้าได้
PPT
334กุศลกรรมบถ10
by
niralai
PDF
หน้าที่ของเลขานุการ
by
niralai
PDF
คลอด
by
niralai
PDF
บทสวดมนตร์จากพระโอษฐ์
by
niralai
บทสวดมนต์แปลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 7 บทสำหรับแข่งทักษะ
by
อุษณีษ์ ศรีสม
คู่มือพระวิทยากร
by
niralai
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
by
niralai
คำคมคารมปราชญ์
by
niralai
พุทธวิธีในการสอน(ศึกษาวิจัยจากพระไตรปิฎก)
by
niralai
คู่มืออบรมยุวพุทธ
by
niralai
บทสวดแปล+ทิพย์มนต์
by
Patchara Kornvanich
สัญญาใจค่ายจริยธรรม
by
niralai
บทสวดมนต์แปลสามเณรภาคฤดูร้อน
by
niralai
คู่มือโฆษกเสียงทอง
by
niralai
พุทธภาษิตนักเรียน
by
niralai
กำเนิดจักรวาล
by
niralai
ถ้าฉันเป็นครู
by
niralai
สมุดประจำตัวกิจกรรมเยาวชนภาคฤดูร้อน
by
niralai
อาจาระของพระภิกษุสามเณร
by
niralai
สวดมนต์แปล(ตัวใหญ่)
by
บุญเจ้าไม่เคย ใครไหนเล่าจะช่วยเจ้าได้
334กุศลกรรมบถ10
by
niralai
หน้าที่ของเลขานุการ
by
niralai
คลอด
by
niralai
บทสวดมนตร์จากพระโอษฐ์
by
niralai
Similar to ความหมายของครู
PDF
คุณลักษณะของครูที่ดี
by
niralai
PDF
บทกลอนเกี่ยวกับครู
by
niralai
PDF
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู3
by
niralai
PDF
กลอนครูและคำคม
by
niralai
PDF
พิธีปิดค่ายจริยธรรม
by
niralai
PDF
มาลาบูชาครู
by
niralai
PDF
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู5
by
niralai
PDF
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู2
by
niralai
PPTX
นำเสนอคุณธรรมจริยธรรม
by
ssuser34255a
PDF
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร
by
niralai
PDF
อาชีพครู
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
ไหว้ครู
by
โรงเรียนบ้านราษฎร์บำรุง จังหวัดสุพรรณบุรี
PDF
คุณธรรม จรรยาบรรณ
by
อมรรัตน์ ประดับศรี
PPTX
คุณลักษณะของครูที่ดี ตอนที่ 1
by
khanidthakpt
PDF
Jaidee
by
inforyw
PDF
ภาค ก ความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครูผู้ช่วย2562อัพเดทแล้ว
by
ชีวิตนี้ จงอดทนในการเผชิญกับบททดสอบ
DOCX
ค่ายฮักแพงแบ่งปัน ติวสอบบรรจุครูผู้ช่วย
by
Aon Wallapa
DOC
Unit1-2_คุณธรรมของครูและนักเรียน
by
Kasem S. Mcu
PPT
คุณลักษณะครู
by
Saksiri Namthip
PDF
บทความ2
by
duenka
คุณลักษณะของครูที่ดี
by
niralai
บทกลอนเกี่ยวกับครู
by
niralai
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู3
by
niralai
กลอนครูและคำคม
by
niralai
พิธีปิดค่ายจริยธรรม
by
niralai
มาลาบูชาครู
by
niralai
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู5
by
niralai
บทบรรยายรายการขอขมาบูชาครู2
by
niralai
นำเสนอคุณธรรมจริยธรรม
by
ssuser34255a
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร
by
niralai
อาชีพครู
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
ไหว้ครู
by
โรงเรียนบ้านราษฎร์บำรุง จังหวัดสุพรรณบุรี
คุณธรรม จรรยาบรรณ
by
อมรรัตน์ ประดับศรี
คุณลักษณะของครูที่ดี ตอนที่ 1
by
khanidthakpt
Jaidee
by
inforyw
ภาค ก ความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครูผู้ช่วย2562อัพเดทแล้ว
by
ชีวิตนี้ จงอดทนในการเผชิญกับบททดสอบ
ค่ายฮักแพงแบ่งปัน ติวสอบบรรจุครูผู้ช่วย
by
Aon Wallapa
Unit1-2_คุณธรรมของครูและนักเรียน
by
Kasem S. Mcu
คุณลักษณะครู
by
Saksiri Namthip
บทความ2
by
duenka
More from niralai
PPT
104 วิชาธรรมวิภาค ธรรมศึกษา ชั้นตรี .ppt
by
niralai
PPT
338มารยาทไทย
by
niralai
PPT
099 ชาวพุทธควรทำตัวอย่างไร (บทบาทหน้าที่ขอชาวพุทธ) .ppt
by
niralai
PPT
103 วิชาพุทธประวัติธรรมศึกษาชั้นตรี .ppt
by
niralai
PPT
105 วิชาเบญจศีลเบญจธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี.ppt
by
niralai
PPTX
332วันอาสาฬหบูชา
by
niralai
PPT
106 วันเข้าพรรษา (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘).ppt
by
niralai
PPT
339ระวังอย่าให้อาย!
by
niralai
PPT
102 เพื่อนแท้ (มิตรแท้-มิตรเทียม ๔) .ppt
by
niralai
PPT
100หน้าที่ชาวพุทธในการปกป้องพระพุทธศาสนา.ppt
by
niralai
PPT
107 วันมาฆบูชา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓).ppt
by
niralai
PPTX
ภาพเคลื่อนไหว gif animation ชุดที่1.pptx
by
niralai
PPT
101 เพื่อนที่ดีของเพื่อน (ความหมาย) .ppt
by
niralai
PPT
337ประวัติพระพุทธศาสนา
by
niralai
PPT
335เข้าใจในมิตร(มิตรแท้ มิตรเทียม)
by
niralai
PPTX
331วันเข้าพรรษา
by
niralai
PPT
340วัฒนธรรมชาวพุทธ
by
niralai
PPT
344สถานการณ์เด็กและเยาวชน ดร.อมรวิศ
by
niralai
PPT
345สถานการณ์วัยรุ่นไทย
by
niralai
PPT
336เบญจศีล
by
niralai
104 วิชาธรรมวิภาค ธรรมศึกษา ชั้นตรี .ppt
by
niralai
338มารยาทไทย
by
niralai
099 ชาวพุทธควรทำตัวอย่างไร (บทบาทหน้าที่ขอชาวพุทธ) .ppt
by
niralai
103 วิชาพุทธประวัติธรรมศึกษาชั้นตรี .ppt
by
niralai
105 วิชาเบญจศีลเบญจธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี.ppt
by
niralai
332วันอาสาฬหบูชา
by
niralai
106 วันเข้าพรรษา (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘).ppt
by
niralai
339ระวังอย่าให้อาย!
by
niralai
102 เพื่อนแท้ (มิตรแท้-มิตรเทียม ๔) .ppt
by
niralai
100หน้าที่ชาวพุทธในการปกป้องพระพุทธศาสนา.ppt
by
niralai
107 วันมาฆบูชา (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓).ppt
by
niralai
ภาพเคลื่อนไหว gif animation ชุดที่1.pptx
by
niralai
101 เพื่อนที่ดีของเพื่อน (ความหมาย) .ppt
by
niralai
337ประวัติพระพุทธศาสนา
by
niralai
335เข้าใจในมิตร(มิตรแท้ มิตรเทียม)
by
niralai
331วันเข้าพรรษา
by
niralai
340วัฒนธรรมชาวพุทธ
by
niralai
344สถานการณ์เด็กและเยาวชน ดร.อมรวิศ
by
niralai
345สถานการณ์วัยรุ่นไทย
by
niralai
336เบญจศีล
by
niralai
ความหมายของครู
2.
ครู คําเกียวสันสัน
้ ้ แต่มีความหมาย ทุกคนเกิดมา ทังหญิงทังชาย ้ ้ รู้ดีวาหมาย ่ ถึงใครคนหนึง ่ คนที่คอยพูด คนที่คอยแนะ คนที่คอยแคะ คนที่คอยขน คนให้ ความรู้ คนกู้ปวงชน คนที่รักคน คนนี ้แหละ “ครู” ขอกราบแทบเท้ า น้ อมเศียรน้ อมเกล้ า ไม่ลบไม่หลู่ เคารพบูชา ยกย่องเชิดชู กราบบูชาครู ทุกคน…ทุกคน ด้ วยความเคารพอย่างสูง จาก…ศิษย์คนหนึง่ วิสาขบูชา ๒๕๔๑ ธาตุแท้ ของครู ธาตุแท้ ของครู คือ สภาพที่ทรงไว้ ซงความเป็ นครู มี ๓ ธาตุดงต่อไปนี ้ ึ่ ั ๑. ครุ ธาตุ ได้ แก่ สภาพที่ทรงไว้ ซงความหนัก ึ่ ๒. คร ธาตุ ได้ แก่ สภาพที่ทรงไว้ ซงการยกย่อง ึ่ ๓. คริ ธาตุ ได้ แก่ สภาพที่ทรงไว้ ซงเสียง ึ่ ครู คือบุคคลผู้ทรงความหนักไว้ ๖ ประการ ดังต่อไปนี ้ ๑. สัตถุคารวตา ได้ แก่ หนักในพระศาสดา ครู คือ บุคคลผู้ทรงความหนักไว้ ๖ ประการ ดังต่อไปนี ้ (๑) สัตถุคารวตา ได้ แก่ หนักในพระศาสดา ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่นจริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญ เอาใจใส่ในพระบรมศาสดาของศาสนาที่ ตนนับถือด้ วยความเคารพสักการะบูชาอย่างยิ่ง ทังด้ วยกาย ด้ วยวาจาและด้ วยใจ เพราะพระบรมศาสดาของทุกศาสนา ้ ทรงดํารงพระองค์เป็ นคุรุฐานียบุคคล คือ บุคคลผู้เป็ นที่ตงแห่งความเคารพสูงสุดในความหมายโดยรวม ก็คือ บุคคลผู้ ั้
3.
เป็ นครูไม่วาจะนับถือพระศาสนาใดนอกจากจะเคารพบูชาบูชาพระศาสดาของตนแล้ ว
ย่อมไม่ดหมินเกลียดชังยุยงส่งเสริ ม ่ ู ่ ให้ เกิดการดูหมิ่นเกลียดชังพระบรมศาสดาของศาสนาอื่น จนก่อให้ เกิดความแตกแยกเกลียดชังกันระหว่างศาสนา (๒) ธัมมคารวตา ได้ แก่ หนักในพระธรรม ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่นจริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญเอาใจใส่ในการศึกษาปฏิบติธรรม ั สร้ างสรรค์ความรู้ ความงาม ความดี และความจริ ง ตามหลักพระศาสนาที่ตนนับถือ ด้ วยการน้ อมนําพระธรรมคําสัง ่ สอนมาประพฤติปฏิบตในชีวิตประจําวันยึดมันในความรู้ความงามความดีและความจริง ตามหลักธรรมของพระศาสนา ัิ ่ อย่างสมําเสมอ ่ (๓) สังฆคารวตา ได้ แก่ หนักในพระสงฆ์ ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่นจริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญ เอาใจใส่ในพระสงฆ์หรื อนักบวช นักสอน ศาสนา นักเผยแผ่ธรรมในพระศาสนาที่ตนนับถือ ด้ วยการเข้ าไปหา ปรึกษา สนทนาธรรม และบํารุงด้ วยปั จจัย ๔ ตาม สมควรความหนัก ๓ ประการข้ างต้ นนี ้ สําหรับครูผ้ เู ป็ นพุทธศาสนิกชนแล้ ว ก็คือ การแสดงความเคารพอย่างหนักแน่น จริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญของ“พระรัตนตรัย” นันเอง ่ (๔) สิกขาคารวตา ได้ แก่ หนักในการศึกษา ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่นจริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญเอาใจใส่ในการศึกษาอย่างเต็มตัว เต็มใจ เต็มความรู้เต็มความสามารถ เต็มกําลัง และเต็มสติปัญญาด้ วยการค้ นคว้ า ศึกษา วิเคราะห์และวิจย และพัฒนา ั การศึกษา เพื่อพัฒนาตน พัฒนาคนและพัฒนางานอย่างดีที่สด ุ (๕) อัปปมาทคารวตา ได้ แก่ หนักในความไม่ประมาท ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่น จริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญ เอาใจใส่ในความไม่ประมาท คือ ไม่ พลังเผลอ เลินเล่อ มัวเมาในลาภ ยศ สรรเสริ ญ สุข ไม่ประมาทในอาชีพครู และในความเป็ นครูของตน หมันดูแลรักษา ้ ่ ระเบียบวินยและจรรยาบรรณของครูอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังตังใจอย่าให้ เกิดสภาพที่เรี ยกว่า “ภูมิค้ มกันบกพร่อง” ใน ั ้ ุ ความเป็ นครูของตน (๖) ปฏิสนถารคารวตา ได้ แก่ หนักในการต้ อนรับ ั ครูต้องแสดงความเคารพอย่างหนักแน่น จริ งจังมองเห็นคุณค่าและความสําคัญ เอาใจใส่ในการต้ อนรับหรื อการ ปฏิสนถาร ได้ แก่การสร้ างความสัมพันธ์ที่ดีกบลูกศิษย์ ความสัมพันธ์ที่ดีกบพ่อแม่ ผู้ปกครองของลูกศิษย์ ความสัมพันธ์ ั ั ั ที่ดีกบชุมชนและสังคมด้ วยการปฏิสนถาร ๒ อย่าง คือ ั ั (๑) อามิสปฏิสนถาร ได้ แก่ การต้ อนรับด้ วยวัตถุสงของ ั ิ่ (๒) ธรรมปฏิสนถาร ได้ แก่ การต้ อนรับด้ วยธรรม ด้ วยความช่วยเหลือเกื ้อกูลกัน ด้ วยนํ ้าใจไมตรี สามารถเป็ นที่พงของ ั ึ่ ชุมชนและสังคมได้ อย่างดี เมื่อยามมีปัญหาก็ไม่นงดูดาย เข้ าไปช่วยเหลือตามความเหมาะสม ิ่ ครูเป็ นบุคคลผู้ทรงความหนักไว้ ๖ ประการ ดังกล่าวนี ้ จึงได้ ชื่อว่า “ครู”
4.
ครู คือบุคคลผู้ทรงไว้ ซงการยกย่อง
ได้ แก่ การส่งเสริ มเพิ่มพูน ยกระดับความเป็ นคนให้ สงขึ ้น ดีขึ ้น ด้ วยความรู้ ความ ึ่ ู งาม ความดี และความจริง ด้ วยการปั นคน สร้ างคน และพิมพ์คน ให้ เป็ นพลเมืองที่ดีของชาติ ้ ครู คือผู้ยกย่องลูกศิษย์ให้ เด่น ดัง และดี ในทุกที่และทุกทิศ ไม่เหยียบยําซํ ้าเติมลูกศิษย์ให้ ตกตําในที่ทกสถานและตลอด ่ ่ ุ กาลทุกเมื่อ ดังนัน ครูจึงทําหน้ าทียกย่อง ๒ ประการ คือ ้ ่ (๑) ทําของเสียให้ เป็ นของสวย เรี ยกว่า Recycle (๒) ทําคนด้ อยให้ เป็ นคนเด่น เรียกว่า Reengineering ครู คือบุคคลผู้ทรงไว้ ซงเสียงพูด บอกกล่าว ชี ้แจงแสดง เปิ ดเผย แนะนําลูกศิษย์ด้วยเสียงแห่งธรรม (Voice of ึ่ Dhamma) ด้ วยการพรํ่ าสอนและสังสอนให้ ลกศิษย์เกิดความรู้ ความงาม ความดี และความจริ ครูเป็ นบุคคลผู้ดํารง ่ ุ ตําแหน่ง “ผู้ พดคนแรก” ในโลกสําหรับลูกศิษย์ เริ่ มตังแต่ครูในครอบครัว คือ พ่อแม่ ซึงเป็ นครูคนแรกของลูก ู ้ ่ (บุรพาจารย์) และครูในโรงเรี ยน ซึงได้ รับการยกย่องว่าเป็ น “แม่พมพ์ของชาติ” ่ ิ การอบรมสังสอนของครูตามหลักพระพุทธศาสนาได้ เปรี ยบเทียบไว้ วา ครูคือผู้ ่ ่ ๑. หงายของที่ควํ่า (ความรู้ ) ๒. เปิ ดของที่ปิด (ความงาม) ๓. บอกทางแก่คนหลงทาง (ความดี) หากครูทกคนสามารถปกปอง คุ้มครอง ดูแลรักษา “ธาตุแท้ ” ของตนไว้ ได้ ครบถ้ วนทัง้ ๓ ธาตุ แล้ ว ย่อมได้ ชื่อว่าเป็ น “ครู ุ ้ แท้ ” และดํารงอยูอย่าง “คุรุฐานียบุคคล” เฉกเช่นเกียวกันกับพระบรมศาสดา ซึงเป็ น “พระบรมครู” ของมนุษย์และเทวดา ่ ่ ทังหลายฉะนัน ้ ้ ครูคือใครในวันนี ้ ใครคือครู ครูคือใคร ในวันนี ้ ใช่อยูที่ปริ ญญามหาศาล ่ ใช่อยูทเี่ รี ยกว่าครูอาจารย์ ่ ใช่อยูนานสอนนานในโรงเรี ยน ่ ครูคือผู้ชี ้นําทางความคิด ให้ ร้ ูถก รู้ผิด คิดอ่านเขียน ู ให้ ร้ ูทกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร ุ ให้ ร้ ูเปลียน แปลงสู้ รู้สร้ างงาน ่ ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้ สงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน ู ครูคือผู้สงสมอุดมการณ์ ั่ มีดวงมาลย์เพื่อปวงชนใช่ตนเอง ครูจึงเป็ นนักสร้ างผู้ใหญ่ยง ิ่ สร้ างคนจริง สร้ างคนกล้ า สร้ างคนเก่ง
5.
สร้ างคนให้ เป็
นตัวของตัวเอง ขอมอบเพลงนี ้มาบูชา “ครู” เนาวรัตน์ พงษ์ ไพบูลย์ กวีซีไรท์/ประพันธ์ คุณธรรมของครู ครูผ้ ดํารงธาตุแท้ ของตนไว้ ได้ นน คือ ครูผ้ มีคณธรรม ๗ ประการ ดังต่อไปนี ้ ู ั้ ู ุ ๑. ปิ โย คือ น่ารัก ๒. ครุ คือ น่าเคารพ ๓. ภาวนีโย คือ น่ายอกย่อง ๔. วัตตา คือ สอนดี ๕. วจนักขโม คือ สอนทน ๖. คัมภีรัง กถัง กัตตา คือ สอนลึกซึ ้ง ๗. โน จัฏฐาเน นิโยชเย คือ สอนสร้ างสรรค์ความดีงาม คุณธรรมทัง้ ๗ ประการ นี ้เรียกว่า “กัลยาณมิตรธรรม” ได้ แก่ ธรรมของผู้เป็ นมิตรที่ดี ครู คือ บุคคลผู้เป็ นมิตรที่ดี หรื อ “มิตรแท้ ” สําหรับลูกศิษย์เพราะเป็ นผู้ประกอบด้ วยคุณธรรมของมิตรแท้ ๔ ประการ ดังต่อไปนี ้ ๑. มิตรอุปการะ (อุปการี ) ๒. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (สมานสุขทุกข์) ๓. มิตรแนะนําประโยชน์ (อัตถักขายี) ๔. มิตรมีนํ ้าใจ (อนุกมปี /สุหทยะ) ั ั ครู คือ มิตรอุปการะ ช่วยปกปอง คุ้มครองลูกศิษย์ทงชีวตและทรัพย์สน ยามลูกศิษย์มีภย ก็เป็ นที่พงพํานัก ้ ั้ ิ ิ ั ึ่ ได้ ขวนขวายช่วยเหลือลูกศิษย์เมือเกิดกิจจําเป็ น ทังด้ วยแรงเงินและแรงงาน คุณธรรมข้ อนี ้ คือ ครูทําตนเป็ น “อุปกรณ์ ่ ้ ชีวิต” ของลูกศิษย์ ครู คือ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ มีสขร่วมเสพ มีทกข์ร่วมต้ านกับลูกศิษย์ เปิ ดเผย จริ งใจ ไว้ วางใจ เมื่อมีภยมาก็ไม่ ุ ุ ั ทอดทิ ้งลูกศิษย์ แม้ ชีวตก็สละให้ ได้ เพื่อลูกศิษย์ของตน คุณธรรมข้ อนี ้ คือ ครูทําตนเป็ น “หุ้ นส่วนชีวิต” ของลูกศิษย์ ิ ครู คือ มิตรแนะนําประโยชน์ คอยห้ ามปรามกางกันลูกศิษย์จากความชัว แนะนําให้ ตงอยูในความดี ให้ ้ ่ ั้ ่ คําปรึกษา ให้ ร้ ูให้ เห็นสิงที่เป็ นประโยชน์และบอกหนทางแห่งความสุขให้ ลกศิษย์คณธรรมข้ อนี ้ คือ ครูทําตนเป็ น “รปภ. ่ ู ุ ชีวิต” ของลูกศิษย์ ครู คือ มิตรมีนํ ้าใจ มีทกข์ก็ทกข์ด้วย มีสขก็สขด้ วย กับลูกศิษย์ถกติเตียนก็ช่วยปองกันแก้ ไขให้ และช่วยส่งเสริ ม ุ ุ ุ ุ ู ้ เพิ่มพูนเมื่อมีคนสรรเสริ ญลูกศิษย์ของตน คุณธรรมข้ อนี ้ คือ ครูทําตนเป็ น “ถังขยะชีวิต” ของลูกศิษย์ ครูที่ดี คือ ครูที่มีกลยาณมิตรธรรม ั นี่หรื อครู ๑. ครูมาสาย คติ : สายบ่อย ๆ สอนน้ อยหน่อย อร่อยกําลังเหมาะ
6.
๒. ครูค้าขาย คติ :
ครูที่ขยันหมันเพียรต้ องทําโรงเรี ยนให้ เป็ นตลาดครูที่มความสามารถ ต้ องทําตลาดให้ อยูในโรงเรี ยน ่ ี ่ ๓. ครูคณนาย ุ คติ : สบาย สบาย คุณนายซะอย่าง หนทางสะดวกพรรคพวกมากมาย ๔. ครูโรงงาน คติ : ถักวันนี ้ เป็ นเศรษฐี ในวันหน้ า ๕. ครูสราบาน ุ คติ : ศุกร์ เมาเสาร์ ถอนอาทิตย์นอนจันทร์ เกียจคร้ าน อังคารหยุด พุธลา พฤหัสมาไม่ส้ หน้ าคน ู ๖. ครูโบราณ คติ : สอนดีก็สอนไป ฉันจะสอนอย่างไรใครอย่ายุง ่ ๗. ครูปากม้ า คติ : นินทาวันละนิด จิตแจ่มใส ปากใคร ปากมัน ปากของฉันใครอย่าแตะ ๘. ครูหน้ าใหญ่ คติ : ใหญ่ในโรงเรียน เป็ นเสมียนที่อําเภอ เกลอเจ้ านาย ได้ สองขัน ้ ๙. ครูเกียจคร้ าน คติ : สอนบ้ าง ไม่สอนบ้ าง เปนแค่เรื อจ้ าง สตางค์เท่าเดิม ้ ๑๐. ครูตย ุ๋ คติ : เด็กมันยัว หลวมตัวไปหน่อย ่ ประเภทของครู กัลยาณมิตรธรรมได้ รักษาความเป็ นครูเอาไว้ และทําให้ เกิดประเภทของครู ๙ ประเภท ดังต่อไปนี ้ ๑. ครูนกรบ ั ๒. ครูนกรัก ั ๓. ครูนกบอก ั ๔. ครูนกชี ้ ั ๕. ครูนกดนตรี ั ๖. ครูนกร้ อง ั ๗. ครูเรื อจ้ าง ๘. ครูนายช่าง ๙. ครูแม่พิมพ์ ครู คือ นักรบ คอยต่อสู้ ปองกัน และปราบปรามความชัวร้ ายให้ แก่ลกศิษย์ ทังความชัวร้ ายทีเ่ กิดจากภายนอก ้ ่ ู ้ ่ และความชัวร้ ายทีเ่ กิดขึ ้นภายในตัวลูกศิษย์เอง รวมทังความชัวร้ ายที่เกิดขึ ้นในสังคมด้ วย เป็ นภารกิจของครูที่จก ่ ้ ่ ั ต่อสู้ ปองกัน ้ และกําจัดไป ในฐานะทีเ่ ป็ น “นักรบของสังคม” ซึงเป็ นนักรบร่วมสมัย ่
7.
นักรบร่วมสมัย นักรบร่วมสมัย นิงอยูไยทําไมไม่เชือดเฉือน
่ ต้ องต่อสู้เหล่าศัตรูผ้ มาเยือน ู ลบรอยเปื อนของแผ่นดินให้ สิ ้นไป ้ นักรบดีมีความคิดชี ้ผิดถูก หมันฝั งปลูกลบรอยแผลแด่สมัย ่ สร้ างสังคมด้ วยตัวด้ วยหัวใจ เฉยอยูไยทําไมไม่ลงมือ ่ ครูคือนักรบร่วมสมัย แม้ จะไร้ อาวุธในมือถือ จงไว้ ลายนักรบให้ คนลือ ว่าครูคือนักสร้ างสมอุดมการณ์ เร่งบากบันฟาดฟั นเถิดนักรบ ่ ขอน้ อมนบผู้เก่งกาจผู้อาจหาญ เก่งและดีทงมีวิชาชาญ ั้ พร้ อมพิชิตคนพาลอภิบาลคนดี ลุกขึ ้นเถิด “นักรบร่วมสมัย” แล้ วฮึดสู้สดหัวใจไม่หลีกหนี ุ เพื่อสังคมครูคงพร้ อมและยอมพลี เพื่อโลกนี ้สุขสงบ…รบเถิดครู ครู คือ นักรัก คอยสร้ างสรรค์และรักษาความเจริ ญรุ่งเรื องให้ แก่ลกศิษย์ ด้ วยความเมตตาปรารถนาดีตอลูกศิษย์ ู ่ สมํ่าเสมอ ช่วยพัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน และพัฒนาสังคมของลูกศิษย์ให้ เจริ ญก้ าวหน้ าในฐานะเป็ น “นักรักของ สังคม” โดยไม่เลือกที่รัก ไม่ผลักที่ชไม่จําเป็ นว่าเธอจะต้ องสดสวย ผู้ดีรํ่ารวย มากมายด้ วยการศึกษา ถ้ าครูจะรัก ให้ เธอเป็ นลูกชาวนา เป็ นลูกกําพร้ าจน ๆ ครูก็ไม่หวัน ่ โลกมีใครที่เลือกเกิดได้ ดงหวัง หน้ าตาน่าชัง นํ ้าใจอาจงามเฉิดฉัน หน้ าตาสดใส บางทีซอนใจลวงกัน งามแต่รูปพรรณ ั ่ หัวใจสิ ้นไร้ ราคา เราทุกคนเกิดมาย่อมมีพลังพลาด ใจเกินมีขาด มีช้า มีชื่นชีวา เห็นลูกศิษย์เลว ครูไม่อบจนปั ญญา รักแท้ จากใจสูงค่า ้ ั ครูมีคอยท่าอีกหน ต่อให้ เธอกระทําบาปกรรมไม่น้อย ทําเรื่ องด่างพร้ อยเลือนลอยอยูอย่างสับสน แต่ครูคนนี ้ไม่มีลบรอยกังวล เป็ นห่วงเธอ ่ ่ ล้ น ขอเป็ นคนที่รักเธอ
8.
ครู คือ นักบอก
บอกวิชา บอกความรู้ บอกความงาม บอกความดี และบอกความจริง ให้ แก่ลกศิษย์โดยไม่ปิดบัง ครู ู เป็ นผู้เสาะแสวงหานํามา เปิ ดเผยแก่ลกศิษย์ ในฐานะทีเ่ ป็ น “ผู้ บอกขุมทรัพย์” แก่ลกศิษย์และแก่สงคม ู ู ั ย่อ โลกรวมเป็ นเล่มเต็มสาระ ย่น ทางจะก้ าวไกลมาใกล้ เรา ยก ที่อยูหางไกลมาใกล้ เรา ่ ่ ยาม หงอยเหงาเป็ นเพื่อนได้ เหมือนคน บอก เรื่ องราวเล่าความตามลําดับ บ่ง เรื่ องลับให้ แจ้ งทุกแห่งหน ใบ้ ความหมายคลายความเขลาให้ เล่าชน บรรยาย ความหมายคลายเขลาให้ เล่าชน สร้ าง คนให้ เป็ นคนพ้ นความมืด เสริ ม ชีพยืดเยื ้องย่างอย่างมีแก่น ส่อง สว่างสร้ างชีวาอย่างมีแกน สืบ ถ่ายแทนกองทุนทุกรุ่นวัย ชม อดีตรัดเร้ นเห็นประวัติ ช่วย ชูปัจจุบนทันสมัย ั ชี ้ อนาคตเด่นเห็นกําไร ชุบ คนให้ อดมสุขสมบูรณ์ ุ รัก…ความรู้ ดตาราปั ญญาเลิศ ูํ รู้…ไว้ เถิดรู้ไว้ ไม่เสือมสูญ ่ ดู…ให้ จําซํ ้าเข้ าใจไม่อาดูร หนังสือ…พูนผลผลิตทุกวิชา หนังสือ…คือเพื่อนที่ดีของชีวต ิ คือ…คูคิดคอยคลายหลายปั ญหา ่ ขุม…เงินทองกองทุนหนุนปั ญญา ทรัพย์…ลํ ้าค่าคือหนังสือ “คูมือคน” ่ (บทกวี “หนังสือคือขุมทรัพย์” ประพันธ์โดย นายสมควร เหล่าลาภะ ชนะเลิศโล่รางวัลในโครงการสารานุกรมไทยสําหรับ เยาวชน โดยพระราชประสงค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยูหว ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๘) ่ ั ครู คือ นักชี ้ คอยชี ้ผิด ชี ้ถูกให้ ลกศิษย์และให้ สงคม ครูเป็ นผู้ชี ้ทางสร้ างทิศ นําชีวิตของลูกศิษย์และของสังคมไปสู่ ู ั เปาหมาย คือ ความเจริ ญรุ่งเรื อง ก้ าวหน้ า มังคังและมันคง เพื่อให้ ลกศิษย์และสังคมเติบโตด้ วยความกล้ าหาญ ความ ้ ่ ่ ่ ู พยายามความคิด เรี ยนรู้ชีวต และพึงตนเองได้ ิ ่
9.
ครู คือ นักดนตรี
คอยเรี ยบเรียงเสียงประสาน ให้ จงหวะให้ ระดับประคับประคองชีวิตของลุกศิษย์และของสังคม ให้ ั ดําเนินไปด้ วยความเรี ยบร้ อยและดีงามสมํ่าเสมอ ไม่ผิดจังหวะ ไม่ผิดระดับ ไม่ผิดโน้ ต ไม่ผิดคีย์ของชีวต และไม่ผิดทํานอง ิ ครูเป็ นนักดนตรี คอยดีด คอยสี คอยเป่ า คอยเขย่า และคอยขยับขับกล่อมบรรเลงเพลงชีวตของลูกศิษย์และของสังคม ิ ให้ สขสมและสร้ างสรรค์บรรยากาศที่เต็มไปด้ วยความสุขที่ถกต้ องตาม “ทํานองธรรม” ุ ู เดินไปอย่างธรรมดา…เข้ าหาโลก เผชิญโศกอย่างสนุกสนานและสุขศานต์ ทักทายทุกข์รอบข้ างอย่างสําราญ ยิ ้มรับการดูหมิ่นอย่างยินดี ทุกย่างก้ าว…เท่าย่างอย่างองอาจ ทรงอํานาจ “ตาทิธรรม” นําวิถี ไม่วนวาย…ไม่หวันไหวในท่าที ุ่ ่ ท่วงท่านี ้…ถูกทํานองครรลองธรรม เดินไปอย่างธรรมดา…เข้ าหาโลก ประสบโชคลาภใหญ่…ไม่ถลํา ถึงเสือมยศลดลาภไป…ไม่ระกํา ่ ไม่ตื่นคําสรรเสริ ญเกินพอดี ทุกย่างก้ าว…เท่าย่างอย่างองอาจ ทรงอํานาจ “ตาทิธรรม” นําวิถี ไม่วนวาย…ไม่หวันไหวในท่าที ุ่ ่ ท่วงท่านี ้…ถูกทํานองครรลองธรรม เดินไปอย่างธรรมดา…เข้ าหาโลก ไม่มีโยก…ไม่มียง…ไม่สงตํ่า ุ่ ู “เท่าทัน” ทุกท่วงเท้ าทางขาว – ดํา ทางที่ยา…ทุกเท่าเหยียบอย่างเรียบร้ อย ํ่ ทุกย่างก้ าว…เท้ าย่างไม่ขวางโลก ยังเสพโศก…แต่ไม่เศร้ าไม่เหงาหงอย ยังเสพสุข…แต่ไม่ปลื ้มลืมตัวลอย ทุกอย่างปล่อย…ค่อยค่อยปรับ “โลกกับธรรม” ครู คือ นักร้ อง คอยสร้ างความบันเทิงรื่ นเริ งใจให้ ลกศิษย์และสังคม ผ่อนคลายอารมณ์ ทังในยามทุกข์และยามสุข ครู ู ้ เป็ นผู้คอยเรี ยบเรี ยงถ้ อยร้ อย กรองคําปลอบประโลมลูกศิษย์เมื่อยามชีวิตมีทกข์ เมื่อยามลูกศิษย์มีสข ก็คอยบํารุงขวัญ สร้ างสรรค์พลังใจให้ ุ ุ ครูเป็ นนักร้ อง คอยร้ องปลุกลูกศิษย์ให้ ตื่นตัว ตื่นตา และตื่นใจอยูตลอดเวลา ให้ ทนสมัย ทันเหตุการณ์และทันโลกอยูเ่ สมอ ่ ั ในฐานะที่เป็ น “ผู้ ปลุก” ปลุกทังตนเองและผู้อื่น ้
10.
ตื่นเถิด ตื่นเถิดหนา ฉันมาจากแดนไกล ด้ วยดวงใจ
ซึ ้งรักและศรัทธา ตื่นเถิดเรา อรุณรุ่งกําลังมา รี บล้ างหน้ าตา สวัสดีอรุณ เยาวชนหญิงชายไม่มวเมา ั พวกเรานันไร้ ความเฉื่อยชา ้ ดอกไม่เบ่งบานทุกเวลา มาเถิดเชิญมาครูจะบอกธรรมนําทาง ร่วมกันสร้ างชีวให้ สดใส ี เอานํ ้าใจรดใจให้ งอกงาม สักสันหนึงท้ องฟ้ าเป็ นสีคราม ่ ชีวตงดงามได้ ชมฉํ่าและชื่นใจ ิ ุ่ ครู คือ เรื อจ้ าง คอยรับและไปส่งลูกศิษย์สจดหมายปลายทางทีปรารถนาด้ วยเรื อ คือความรู้ ฝ่ าคลืน ฝื นลมแรง ข้ าม ู่ ุ ่ ่ นํ ้าข้ ามมหาสมุทรถึงจุดหมายปลายทางแล้ ว ก็จอดเรื อรอคอยที่ทานํ ้า เพื่อทําหน้ าทีเ่ รื อจ้ างอย่างนี ้อีกวันแล้ ววันเล่าเดือน ่ แล้ วเดือนเล่า ปี แล้ วปี เล่า อย่างไม่เบื่อ ไม่บน อดทน อดกลัน บากบัน ทําหน้ าที่ครูอย่างไม่ร้ ูเหน็ดเหนื่อย นี่ ่ ้ ่ แหละ “ชีวิตครู”ชีวตครู ิ คิดดูชีวิตนี่หนา แต่ก่อนแต่ไรไหนมา โอ้ วาสนาไม่เคยเฟื่ องฟู มีบางครังกับยังต้ องโดนลบหลู่ ลูกศิษย์ที่คดล้ างครูมีอยู่ ้ ิ อักโข คิดดูชีวิตครูที่ทน อบรมบ่มความรู้จน ลูกศิษย์ได้ ผลต่อไปใหญ่โต เป็ นเจ้ าขุนมูลนายมากมายดูโก้ ครูเล่าอับเฉาดัง ่ โค อยูนาสาโทต่อไปเหมือนเรื อจ้ างลอยคว้ างรับส่ง มีคนโดยสารมาลงแจวส่งถึงฝั่ งดังใจ ส่งแล้ วก็แจวไปรับใหม่ หมุนเวียน ่ ่ ไม่เปลียนแปรไป อาภัพกระไรนี่ชีวิตครูคดไปน่าน้ อยใจโชคชะตา อบรมบ่มความรู้มา ลูกศิษย์ลกหาไม่มาใฝ่ ดู ไปได้ ดีมงมี ่ ิ ู ั่ รุ่งเรื องเฟื่ องฟู ลูกศิษย์ใดคิดถึงครู ให้ จงเฟื่ องฟูรุ่งเรื อง ครู คือ นายช่าง ทํางานช่างสร้ างลูกศิษย์และสังคม ด้ วยงานช่าง ๑๐ หมู่ ดังต่อไปนี ้ ๑. ช่างแกะ ๒. ช่างชัก ๓. ช่างสลัก ๔. ช่างกลึง ๕. ช่างปั น ้ ๖. ช่างวัด ๗. ช่างขัด ๘. ช่างตี ๙. ช่างสี ๑๐. ช่างวาด
11.
ครูเป็ นนายช่าง คอยแกะ
คอยชัก คอยสลัก คอยกลึง คอยปั น คอยวัด คอยตี คอยสี คอยวาด แต่งแต้ มตบแต่งลูกศิษย์ให้ ้ เป็ นคนมีคณ ๕ อย่าง คือ ุ ๑. คุณสมบัติ ๒. คุณวุฒิ ๓. คุณธรรม ๔. คุณภาพ ๕. คุณประโยชน์ ครูจึงคือ “สถาปนิกและวิศวกรของสังคม” อย่างแท้ จริง ครู คือ แม่พิมพ์ ทําตัวเป็ นแบบอย่างทีดีของลูกศิษย์และของสังคม เพียบพร้ อมด้ วยวิชชาและจรณะ มีความรู้คู่ ่ คุณธรรมสมบูรณ์ด้วย “วิชชาจรณสมบัติ” ครูเป็ นแม่พิมพ์ของชาติ ทํางานการพิมพ์ ๓ ประการ คือ ๑. พิมพ์ตน ๒. พิมพ์คน ๓. พิมพ์งาน แม่พิมพ์ของชาติ แสงเรื องเรื องที่สองประเทืองอยูทวเมืองไทย คือแม่พิมพ์อนน้ อยใหญ่ โอ้ ครูไทยในแดนแหลมทอง เหนื่อยยากอย่างไรไม่ ่ ่ ั่ ั เคยบ่นไปให้ ใครเขามอง ครูนนยังลําพองในเกียรติของตนเสมอมาที่ทํางานช่างสุดกันดารในป่ าดงไพร ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้ เร่งรุดไปให้ ั้ ทันเวลา กลับบ้ านไม่ทน บางวันต้ องไปอาศัย ั หลวงตา ครอบครัวคอยท่าไม่ร้ ูวาไปอยูไหนถึงโรงเรี ยนก็เจียนจะสายจวนได้ เวลา เห็นศิษย์รออยูพร้ อมหน้ า ต้ องรี บมาทํา ่ ่ ่ การสอน ไม่มีเวลาที่จะได้ มาหยุดพอ พักผ่อน โรงเรี ยนในดงป่ าดอน ให้ โหยอ่อนสะท้ อนอุราชื่อของครูฟังดูก็หรูชวนชื่นใจ งานที่ทําก็ยิ่งใหญ่ สร้ างชาติไทยให้ วัฒนา ฐานะของครูใครใครก็ร้ ูวาด้ อย ่ หนักหนา ยังสู้ทนอุตส่าห์สงสอนศิษย์มาเป็ นหลายปี นี่แหละครูทให้ ความรู้อยูทวเมืองไทย หวังสิงเดียวคือขอให้ เด็กของ ั่ ี่ ่ ั่ ่ ไทยในพื ้นธานี ได้ มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชู ไทยให้ ผองศรี ครูก็ภมใจที่สมความเหนื่อยยากตรากตรํามา ่ ู ิ ครูสอนอย่างไร ทําได้ อย่างนัน ้ (ยถาวาที ตถาการี) สังสอนคนอื่นอย่างไรบ้ าง ่ ครูควรสร้ างตนเหมือนที่เตือนเขา พึงฝึ กตนให้ ดีก่อนที่เรา ตนนี ้เล่า…ฝึ กยากลําบากจัง ครูทําอย่างไร สอนได้ อย่างนัน ้ (ยถาการี ตถาวาที)
12.
วางตนไว้ ในความดีงามก่อน
จึงค่อยสอนใครใครในภายหลัง เป็ นครูคนขวนขวายหมายระวัง ไม่พลาดพลังเศร้ าหมองเรื่ องของตน ้ หน้ าที่ของครู หน้ าที่ของครู คือ ภารกิจในความรับผิดชอบของครู ซึงครูจกต้ องคอยเลี ้ยงดู เอาใจใส่ดแล รับเป็ นภาระ ดุจ “ภริ ยาของ ่ ั ู ตน” ภาระ แปลว่า สิงที่หนัก ่ ภริ ยา แปลว่า บุคคลที่ต้องเลี ้ยงดู ดังนัน หน้ าที่ของครูจึงเป็ นสิงที่หนักและจักต้ องเลี ้ยงดูทอดทิ ้งไม่ได้ ดุจภรรยาและลูกน้ อยฉะนัน ้ ่ ้ บุคคลผู้เป็ นครูควรหมันดูแลรักษาสุขภาพ “ใบหน้ า” ของตนอยูเ่ สมอ ได้ แก่ หน้ า ๓ หน้ า ต่อไปนี ้ คือ ่ ๑. หน้ านอก บอกความสดใส ๒. หน้ าใน บอกความดี ๓. หน้ าที่ บอกความสามารถ “การศึกษาเป็ นเรื่ องใหญ่และสําคัญยิ่งของมนุษย์ คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้ รับการสังสอนจากบิดามารดาอันเป็ นความ ่ รู้เบื ้องต้ นเมื่อเจริ ญเติบโตขึ ้นก็เป็ นหน้ าที่ของครูและอาจารย์ สังสอนให้ ได้ รับวิชาความรู้สงและอบรมจิตใจให้ ถึง ่ ู พร้ อมด้ วยคุณธรรมเพื่อจะได้ เป็ นพลเมืองดีของชาติสบต่อไป งานของคนที่เป็ นครูจึงเป็ นงานที่สาคัญยิ่ง ท่านทังหลา ื ํ ้ ยซึงจะออกไปทําหน้ าที่ครูจะต้ องตังมันอยูในหลักศีลธรรม และพยายามถ่ายทอดวิชาความรู้แก่เด็กให้ ดีที่สดทีจะทําได้ ่ ้ ่ ่ ุ ่ นอกจากนี ้ จงวางตนให้ สมกับที่เป็ นครู ให้ นกเรี ยนมีความเคารพนับถือ และเป็ นที่เลือมใสไว้ วางใจของผู้ปกครองนักเรี ยน ั ่ ด้ วย” พระบรมราโชวาท ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๕ หน้ าที่มีคณประโยชน์ ๗ ประการ ดังต่อไปนี ้ ุ ๑. สร้ างความรัก (ปิ ยะ) ๒. สร้ างความเคารพ (คุรุ) ๓. สร้ างที่พงที่ระลึก (สรณียะ) ึ่ ๔. ไม่ก่อความแตกแยก (อวิคคหะ)ล ๕. ไม่เกิดการทะเลาะโต้ เถียง (อวิวาทะ)ล ๖. สร้ างความเสมอภาคสมัครสมาน (สามัคคี) ๗. รวมกันเป็ นหนึงเดียว (เอกีภาพ) ่ หากครูหรื อบุคคลที่มีหน้ าที่ไม่ปฏิบติหน้ าที่ ละเว้ นหน้ าที่ หือหลีกเลียงหน้ าที่แล้ ว ย่อมก่อให้ เกิด “โทษของการไม่ปฏิบติ ั ่ ั หน้ าที่” ๗ ประการ ดังต่อไปนี ้ ๑. เป็ นคนอัปปรี ย์นาเกลียด (อัปปิ ยะ) ่
13.
๒. ไม่มีคนเคารพนับถือ (อคารวะ) ๓.
เป็ นคนไร้ ที่พง พึงไม่ได้ ไม่มีใครคิดถึง (อสรณียะ) ึ่ ่ ๔. ก่อความแตกแยก (วิคคหะ) ๕. ทะเลาะวิวาท (วิวาทะ) ๖. ขาดความเสมอภาค ไม่สมัครสมาน (อสมัคคะ) ๗. รวมคน รวมงานเป็ นหนึงไม่ได้ (อเนกีภาพ) ่ คนที่ไม่ปฏิบติหน้ าที่ คือ คนไม่รักษาหน้ า คนเสียหน้ า คนไม่มีหน้ า ถือได้ วาเป็ น “คนพิการ” ประเภทหนึงซึงเป็ นคน ั ่ ่ ่ พิการที่มีอนตรายต่อสังคมมากทีสด ั ่ ุ ยิ่งกว่าคนพิการตัวจริ ง เสียงจริ งเป็ นร้ อยเท่าทวีคณ ู หลักสูตรของครู หลักสูตรของครู คือ กระบวนการเรี ยนการสอนของครูประกอบด้ วยองค์ความรู้ แรงจูงใจให้ ร้ ู การปฏิบติ การ ั วัดผล และการขยายผลแห่งการ เรี ยนรู้นน สูลกศิษย์และสูสงคม ั้ ่ ู ่ ั หลักสูตรของครู ประกอบด้ วย กระบวนการเรี ยนการสอนดังต่อไปนี ้ ๑. เตรี ยมการสอน ๑. เตรี ยมการสอน (อาวาสสัปปายะ) ๒. เตรี ยมสืออุปกรณ์การสอน (อาหารสัปปายะ) ่ ๓. เตรี ยมคนสอน (ปุคคลสัปปายะ) ๔. เตรี ยมเรื่ องสอน (ธัมมสัปปายะ) ๕. เตรี ยมกิจกรรม (อิริยาปถสัปปายะ) ๖. เตรี ยมสิงแวดล้ อม (อุตสปปายะ) ่ ุ ั ๗. เตรี ยมชุมชน (โคจรสัปปายะ) ๒. หลักการสอน ๑. สอนให้ ร้ ูจก เรี ยกว่า ปริ ยติ ั ั ๒. สอนให้ ร้ ูจริ ง เรี ยกว่า ปฏิบติั ๓. สอนให้ ร้ ูแจ้ ง เรี ยกว่า ปฏิเวธ ๓. กลยุทธการสอน ๑. ปราบแล้ วสอน เรี ยกว่า อิทธิปาฏิหาริ ย์ ๒. ปลุกแล้ วสอน เรี ยกว่า อาเทสนาปาฏิหาริ ย์ ๓. ปลอบประโลมสอน เรี ยกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริ ย์ ๔. วิธีการสอน ๑. ชี ้หลัก ด้ วยวิชาการ (สันทัสสนา) ๒. ชักชวน ด้ วยกิจกรรม (สมาทปนา)
14.
๓. ปลุกใจ ด้
วยเกม (สมุตเตชนา) ๔. ให้ เพลิน ด้ วยเพลง (สัมปหังสนา) ๕. ผลสําเร็ จของการสอน คือ การที่ลกศิษย์ได้ รับ ปริ ญญา ๓ ใบ ดังนี ้ ู ๑. รู้ดี เรี ยกว่า ญาตปริ ญญา ๒. มีเหตุผล เรี ยกว่า ตีรณปริ ญญา ๓. หลุดพ้ นอวิชชา เรี ยกว่า ปหานปริ ญญา หากครูดาเนินการเรียนการสอนตามหลักสูตรทีกล่าวมานี ้ย่อมสามารถพัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนา ํ ่ บ้ านเมืองได้ อย่างดียิ่ง โดยไม่ต้องสงสัยเลย ๖. สือการสอน ่ สือการสอนที่ดีที ๒ ประเภท คือ ่ ๑. สือภายใน ได้ แก่ ตา หู จมูก ลิ ้น กาย ใจ เรียกว่า อายตนะภายใน ๖ ่ ๒. สือภายนอก ได้ แก่ รูป เสียง กลิน รส ผัสสะ และอารมณ์ เรี ยกว่าอายตนะภายนอก ๖ ่ ่ สือภายนอก ยังแบ่งออกไปอีกเป็ น ๒ ชนิด คือ สือธรรมชาติ ได้ แก่ คน สัตว์ พืช วัตถุ สิงแวดล้ อมที่เป็ นธรรมชาติทก ่ ่ ่ ุ อย่าง และ สือประดิษฐ์ ได้ แก่ สิงที่เราสร้ างขึ ้น จัดทําขึ ้น ่ ่ ครูที่ดี ครูที่มีความสามารถ ครูที่ฉลาด อย่าพลาดสือการสอนเหล่านี ้ ่ ๗. ลูกศิษย์ ลูกศิษย์ที่ครูสอน มี ๔ ประเภท คือ ๑. หัวไวใจสู้ เรี ยกว่า พวกบัวพ้ นนํ ้า (อุคฆติตญํู) ั ๒. รอดูจงหวะ เรี ยกว่า พวกบัวปริ่ มนํ ้า ั (วิปจิตญํู) ั ๓. พอจะแนะนํา เรี ยกว่า พวกบัวใต้ นํ ้า (เนยยะ) ๔. ตํ่าต้ อยติดตม เรี ยกว่า พวกบัวติดตม (ปทปรมะ) ตามหลักพระพุทธศาสนาบอกว่า สอนได้ ทกประเภทครูอย่าท้ อนะ… ุ หลักสูตรการสร้ างคน มีหลักสูตรที่ดีมีครูสอน ดับโลกร้ อนด้ วยศีลธรรมนําคนสู้ เทพเต็มบ้ าน มาไม่ม…ดีเฟื่ องฟู ี ศิษย์กบครูคือแบบอย่างการสร้ างคน ั งามอย่างครู บุคคลผู้ได้ รับการเคารพยกย่องและนับถือว่า “ครู” ย่อมมีความงามสมกับความเป็ นครู ในฐานะที่เป็ น คุรุฐานีย
15.
บุคคล โดยแท้ งามอย่างครู ประกอบด้
วย “ความงาม” ๔ อย่าง ดังต่อไปนี ้ ครู คือ บุคคลผู้งดงามด้ วยรูปร่างหน้ าตา กิริยามารยาท ความสะอาด มีระเบียบวินยทางร่างกายที่ดี ใครได้ พบเห็นก็เป็ น ั มงคลทังแก่ตนและคนอื่น ้ ในขณะที่กําลังปฏิบติหน้ าที่ของครู ครูต้องระมัดระวังตังใจ อย่าให้ เกิด “กายภาษา” (Body Language) ในท่าที่ตด ั ้ ิ ลบ ดังต่อไปนี ้ ๑. คนขี ้ยา ๒. ชิงหาหลัก ๓. ไม้ ปักรัว ้ ๔. ชะมดติดจัน ่ ๕. กังหันต้ องลม ๖. ชมท้ องฟ้ า ๗. ท้ าชกมวย ๘. ช่วยรถติดหล่ม ๙. ก้ ม ๆ เงย ๆ ครูต้องพยายามระมัดระวังปองกันตนเองไม่ให้ เกิด “ขยะท่าทาง” ดังต่อไปนี ้ ้ ๑. แลบ ๒. ล้ วง ๓. แคะ ๔. แกะ ๕. เกา ๖. หาว ๗. โยก ๘. ถอน ๙. ค้ อน ๑๐.กะพริ บ ครูต้องหมัน “บริ หารกาย” ให้ มีสขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยูเ่ สมอ ต้ องรู้จก “แต่งกาย” ให้ สวยงามสมกับความเป็ นครู ใน ่ ุ ั ความหมายสูงสุด คือ ไม่ประกอบวจีทจริต นันเอง ุ ่ ครู คือ บุคคลผู้งดงามด้ วยเสียง ประกอบด้ วยความงามในการพูด บอก กล่าว ด้ วยเสียงทีดีที่ประเสริ ฐ ดุจ “เสียงของ ่ พรหม” ๘ ลักษณะ ดังต่อไปนี ้ ๑. ไพเราะ (วิสสัฏโฐ) ๒. ชัดเจน (วิญเญยโย) ๓. นุมนวล (มัญชุ) ่
16.
๔. ชวนฟั ง
(สวนีโย) ๕. กลมกล่อม (พินทุ) ๖. ไม่แตกพร่า (อวิสารี ) ๗. ลึกซึ ้ง (คัมภีโร) ๘. ก้ องกังวาล (นีนนาที) ครูต้องพยายามฝึ กฝนอบรมตน หมัน “บริ หารวาจา” ให้ มความงาม ทัง้ ๘ อย่าง ให้ ได้ ต้ องรู้จก “แต่งเสียง” ให้ สวยงามสม ่ ี ั กับความเป็ นครู ในความหมายสูงสุด คือ ไม่ประกอบวจีทจริ ต นันเอง ุ ่ ครู คือบุคคลผู้งดงามด้ วยความประพฤติ ปฏิบติขดเกลาตนเอง ตังมันอยูในความดีงามสมกับความเป็ นครูอยูเ่ สมอ ั ั ้ ่ ่ ครูต้องขยันหมันพยายามลด ละ เลิกความประพฤติที่ติดลบ น่ารังเกียจ ๙ ประการ ดังต่อไปนี ้ ่ ๑. โดดเดี่ยว ๒. ดื ้อยา ๓. กบในกะลา ๔. นํ ้าชาล้ นถ้ วย ๕. ป่ วยไม่รักษา ๖. แสวงหาแต่ประโยชน์ตน ๗. มองคนในแง่ร้าย ๘. จิตใจไม่สะอาด ๙. ตกเป็ นทาสอบายมุข ครูต้องพยายามฝึ กฝนอบรมตนเองด้ วยการ “บริ หารใจ” ให้ มีความงามอยูเ่ สมอ ต้ องรู้จก “แต่งใจ” ให้ งดงามสมกับ ั ความเป็ นครู ด้ วยความประพฤติที่บวก น่ารัก ๑๑ ประการ ต่อไปนี ้ ๑. มนุษย์สมพันธ์ดี ั ๒. รับผิดชอบต่อหน้ าที่ ๓. เชื่อมัน ่ ๔. ความคิดสร้ างสรรค์ ๕. แก้ ปัญหาเฉพาะหน้ าได้ ๖. อดทน ๗. เสียสละ ๘. อารมณ์ร่าเริ งแจ่มใส ๙. มีความรักให้ ๑๐.ซื่อสัตย์ ๑๑.รับฟั งความคิดเห็น โดยความหมายสูงสุด ก็คือ ไม่ประกอบมโนทุจริ ต นันเอง ่
17.
ครู คือ บุคคลผู้งดงามด้
วยความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด เป็ นนักปราชญ์ เปี่ ยมด้ วยสติปัญญา ครูที่ดีคือครู ที่มีความงามด้ วย “สัปปุริสธรรม” อันเป็ นองค์ความรู้ ๗ ประการ คือ ๑. รู้เหตุ (ธํมมัญํุตา) ๒. รู้ผล (อัตถัญํุตา) ๓. รู้ตน (อัตตัญํุตา) ๔. รู้ประมาณ (มัตตัญํุตา) ๕. รู้กาลเวลา (กาลัญํุตา) ๖. รู้คน (ปุคคลัญํุตา) ๗. รู้ชมชน (ปริ สญํุตา) ุ ั งามอย่างครู โดยสรุป คือ รูปร่างหน้ าตา วาจาต้ องใจ ภายในยอดเยี่ยม เปี่ ยมด้ วยความรู้ อนาคตเด็กไทยในมือครู คอยครู ทําไมครูที่นี่มีน้อยนัก เด็กเด็กมักถามถึงครูอยูเ่ สมอ ครูคนใหม่อยูไหนกันเล่าเออ ่ เด็กชะเง้ อคอยครูอยูทกวัน ่ ุ ครูมากมายมีไหมในวันนี ้ ที่ยินดีอยูบ้านป่ าอาสาสอน ่ ร่วมทุกข์สขกับเด็กในดงดอน ุ เอื ้ออาทรสอนสังอย่างตังใจ ่ ้ ครูไปแล้ วทําไมไม่ยอมกลับ หรื อใครจับครุไว้ ที่ไหนหนอ เด็กเพียรถามหน้ าเศร้ านังเฝ้ ารอ ่ นํ ้าตาคลอ…ที่น…ไม่มีครู” ี่ ถิ่นไทยในป่ ากว้ าง ห่างไกล แสงวัฒนธรรมใด ส่องบ้ าง
18.
เห็นเทียนรํ าไร เล่มหนึง
่ ครูนนแหละอาจสร้ าง เสกให้ ชชวาล ฯ ั้ ั มือครู คือ มือนายช่าง ผู้สร้ างมนุษย์ สร้ างสังคม และสร้ างโลก เป็ นมือทีซื่อตรง และเป็ นมือที่เสียสละ เพื่อสร้ างลูกศิษย์ ่ ให้ มีชีวิตทีเ่ หมาะสม ลูกศิษย์ เจริ ญรุ่งเรื องด้ วยมือครูซงเป็ นมือนายช่าง ๑๐ มือดังต่อไปนี ้ ึ่ ๑. มือแกะ ๒. มือสลัก ๓. มือชัก ๔. มือกลึง ๕. มือปั น ้ ๖. มือวัด ๗. มือขัด ๘. มือตี ๙. มือสี ๑๐.มือวาด มือแกะ ครูจะประคับประคองลูกศิษย์ด้วยความทะนุถนอม ค่อย ๆ แกะชีวตลูกศิษย์ตามแบบทีเ่ ขียนไว้ ด้ วยความ ิ ระมัดระวังอย่างยิง ่ มือสลัก ครุจะค่อย ๆสลักลายต่าง ๆสร้ างชีวิตลูกศิษย์อย่างสวยงาม ด้ วยลวดลายความรู้และความประพฤติที่ดี มือชัก ครุจะคอยชักนําลูกศิษย์ไปในทางทีดี พร้ อมทังชักกระตุกเตือนสติให้ หลีกหนีความชัว สิงที่มีโทษต่าง ๆ ่ ่ ่ ่ มือกลึง ครูจะคอยกลึงชีวตลูกศิษย์ให้ เกลี ้ยงเกลา กลมกลืนไร้ เสี ้ยนหนาม ไร้ ความหยาบกระด้ าง ิ มือปั น ครูจะค่อย ๆปั นแต่งชีวิตลูกศิษย์อย่างทะนุถนอมให้ เป็ นรูปปั นตามที่ประสงค์ ระมัดระวังไม่ให้ แตก ไม่ให้ บบสลาย ้ ้ ้ ุ ดังปฎิมากรชิ ้นเอก มือวัด ครูเป็ นผู้วดระดับชีวตของลูกศิษย์ วัดความเจริ ญก้ าวหน้ า วัดความรู้ และความเป็ นคนอยูเ่ สมอ ั ิ มือขัด ครูจะคอยขัดเกลาชีวตของลูกศิษย์ให้ งดงาม เป็ นเงาวาววับ เปล่งประกายเจิดจ้ าโดดเด่น ิ มือตี ครูจะคอยขัดเกลาชีวตของลูกศิษย์ไม่ให้ หลงไปในทางชัว ตีกรอบชีวิตลูกศิษย์ให้ อยูในครรลองที่ดีงาม และตีกน ิ ่ ่ ั อันตรายที่จะเกิดขึ ้นแก่ลกศิษย์ ู ดุจช่างหม้ อตบแต่งหม้ อดินของตน มือสี ครุจะคอยแต่งแต้ มสีชีวิตให้ แก่ลกศิษย์ให้ งดงามด้ วยความรู้ ความงาม ความดี และความจริ ง ด้ วยสีที่งดงามที่ดีที่สด ู ุ ดุจวิจิตรศิลปชันเยี่ยม ์ ้ มือวาด ครูเป็ นผู้วาดชีวตของลูกศิษย์ ให้ เป็ นภาพที่ตนปรารถนา เป็ นภาพที่สวยงาม มีคณค่าและความสําคัญ ดุจจิตรกร ิ ุ เอกของโลก
19.
มือครู คือ มือพิมพ์ ครูจะพิมพ์ชีวิตของลูกศิษย์เป็
นอย่างไรขึ ้นอยูกบครูซงเป็ นแม่พิมพ์ หากแม่พิมพ์ดี ลูกพิมพ์ก็ดีด้วย หากแม่พมพ์เลวลูก ่ ั ึ่ ิ พิมพ์ก็เลวเช่นเดียวกัน มือครู คือ หัตถาครองพิภพ อนาคตของเด็กและเยาวชนทุกคนที่เกิดมาล้ วนอยูใน มือครู ขึ ้นอยูกบครูวาจะสร้ าง จะรักษา หรื อจะทําลายเพราะมือครู ่ ่ ั ่ คือ หัตภาครองพิภพ จะบวกหรื อ ลบชีวิตลูกศิษย์ได้ ทงนัน ั้ ้ แม่ปสอนลูกปู ู แม่ปสอนลูกปูดอย่างแม่ ู ู ทังที่แท้ แม่เดินเกเที่ยวเฉไฉ ้ ลูกจะเดินตรงทางถูกได้ อย่างไร จะสอนใครควรเริ่ มต้ นด้ วยตนเอง ! ครูสอนฉัน ครูสอนฉันว่าบุหรี่ มีโทษมาก แต่ที่ปากครูมีบหรี่ อยู่ ุ และที่เห็นเลาเลากระเป๋ าครู ซองบุหรี่ ที่ร้ ูครูเพิ่งซื ้อ ครูสอนฉันว่าสุราพาเกิดโรค ร่างกายโศกโทรมไปมิใช่หรื อ แต่เช้ าเย็นเห็นครูแก้ วคูมือ แถมบางมื ้อหนักแท้ แผ่สบาย ่ ครูสอนฉันการพนันมันร้ างผลาญ ทังเงินบ้ านไร่นาพาฉิบหาย ้ ใครลองแล้ วหลงมันอันตราย แต่ให้ ตายเถอะวงไผ่นนไงครู ั่ ครูสอนฉันให้ ร้ ูจกรักสะอาด อย่างทิ ้งเศษกระดาษหมันกวาดถู ั ่ รอยเท้ าใครยําเดินเชิญผินดู ่ รอยเท้ าครูเหยียบใหม่ ๆครูไม่เช็ด ครูสอนฉันให้ ร้ ูจกรักหน้ าที่ งานใดมีมอบหมายควรให้ เสร็ จ ั ถึงชัวโมงไม่เข้ าห้ องครูสองเพชร ใครจะเม็ดใหญ่กว่ากันให้ ฉนรอ ่ ่ ั ในสิงที่ครูห้ามปรามว่าชัว ก็มีอยูในตัวครูหลายข้ อ ่ ่ ่ คําสังสอนทุกอย่างงามละออ จะเชื่อก็แปลกใจไยครูทํา ่ เด็กถามครู ทําไมครูชอบมาสาย ทําไมครูชอบขายของผ่อน ทําไมพ่อแง่แม่งอน ทําไมไม่สอนตรงเวลา ทําไมครูชอบแก่งแย่ง ทําไมครูชอบแข่งกันสวย
20.
ทําไมชอบอวดรํ่ ารวย ทําไมเล่นหวย เล่นแชร์ ทําไมไม่ตรวจการบ้
าน ทําไมทําการสอนแย่ ทําไมครูชอบรักแก ทําไมเห็นแก่ตวจัง ั ครูถามเด็ก ทําไมครูถามไม่ตอบ ทําไมไม่ชอบอ่านเขียน ทําไมชอบหนีโรงเรี ยน ทําไมไม่ชอบทําดี ทําไมจึงชอบแกล้ งเพื่อน ทําไมเสื ้อเปื อนป่ นปี ้ ้ ทําไมไม่สามัคคี ทําไมไม่ชอบตีตอกร ่ ทําไมไม่ทําการบ้ าน ทําไมดื ้อด้ านยามสอน ทําไมมาเรียนหลบนอน ทําไมครูสอนไม่จํา (จากนักเรี ยนและครูโรงเรียนนกฮูกวิทยา) ครู คือ สถาปนิกชันยอด้ ครูจะบอกลูกศิษย์ให้ มีชีวิตที่ดีทสด มันคงที่สด มีคณภาพที่สด มีคณประโยชน์ที่สด ต่อสังคมและประเทศชาติครูหวังว่า ี่ ุ ่ ุ ุ ุ ุ ุ ลูกศิษย์คือผลงานการออกแบบทีดีที่สดของครู่ ุ ครู คือ วิศวกรรมชันเยี่ยม ้ ครูจะสร้ างลูกศิษย์ให้ เจริ ญรุ่งเรื อง ก้ าวหน้ า มันคง และมังคังที่สด ให้ ยงยืนยาวนาน ครูจะควบคุมการก่อสร้ างทังหมด ่ ่ ่ ุ ั่ ้ ด้ วยตัวครูเอง หวังว่าสักวันหนึงผลงานการก่อสร้ างของครูชินนี ้จะเป็ น หนึงในสิงมหัศจรรย์ของโลก ่ ้ ่ ่ ครู คือ ผู้เจียระไนเพชร ครู คือ ผู้เจียระไนเพชร ลูกศิษย์เป็ นเพชรเม็ดงามที่สดที่ครูจะเจียรไน หวังว่า ครูคงเป็ นช่างเจียรไนที่ดีนะ และ ุ เช่นเดียวกัน เพชรที่
21.
ครูจะเจียระไน คงจะเป็ น
เพชรนํ ้าเอกทีเ่ ยี่ยมที่ดีที่สดในโลก ุ มีคนเขาบอกว่า การเจียระไนเพชรนันมีหลายระดับฝี มือเพชรก็เช่นเดียวกัน มีทงยอดเยี่ยมและยอดแย่ ดังนี ้ ้ ั้ ๑. ผู้เจียนระไนชันแย่ - เพชรชันแย่ ้ ้ ตโม ตมปรายโม ๒. ผู้เจียระไนชันแย่ - เพชรชันเยี่ยม ้ ้ ตโม โชติปรายโน ๓. ผู้เจียระไนชันเยี่ยม - เพชรชันแย่ ้ ้ โชติ ตมปรายโน ๔. ผู้เจียระไนชันยอด - เพชรชันเยี่ยม ้ ้ โชติ โชติปรายโน หวังว่า ครูกบลูกศิษย์ทกคน คงจะเป็ นผู้เจียระไนชันเยี่ยมและเพชรชันยอดของกันและกันนะ ั ุ ้ ้ ครูคือผู้ปลูกต้ นไม้ ครู คือ ผู้ปลูกต้ นไม้ ต้ นไม้ ที่ควรปลูกมีหลายพันธุ์ หลายชนิด ดังต่อไปนี ้ ๑. ไม้ ล้มลุก ๒. ไม้ ยืนต้ น ๓. ไม้ ดอก ๔. ไม้ ประดับ ๕. ไม้ ผล ครูคิดไม่ตกว่า ครูจะปลูกไม้ ชนิดไหนและพันธุ์ใดดี หากครูเลือกได้ แต่ครูมีสทธิ์หรื อเปล่าที่จะเลือกคัดชนิดและพันธุ์ไม้ ิ ด้ วยตัวครูเอง ครูคิดว่าไม่มีสทธิหรอกนะ ถ้ าอย่างนัน ครูจะปลูกมันทังหมดนันแหละ ิ ้ ้ ้ ต้ นไม้ ของครูคงจะมีคนสนใจบ้ างหรอก น่าจะขายได้ เพราะบางคนก็ชอบไม้ ดอก ไม้ ประดับ หรื อไม้ ผล ขึ ้นอยูกบว่า เขา่ ั จะนําไปใช้ ประโยชน์อะไร แต่หากให้ ครูเลือกทีจะปลูกจริง ๆแล้ ว ครูขอเลือกที่จะปลูก ไม้ ยนต้ น และ ไม้ ผล ก็แล้ วกันนะ เพราะอะไรหรื อก็เพราะ ่ ื ไม้ ยืนต้ น มีรากแก้ วและละต้ นทีแข็งแรง มีแก่ที่ดี มีเปลือก มีกระพี ้ มีกิ่ง มีก้าน สาขาเด่นสง่า มีใบ มีดอก และมีผลที่ ่ สวยงาม ปลูกเพียง ครังเดียวดูแลดี ๆ มีคณประโยชน์ตอเราตลอดชีวิตเลย ้ ุ ่ ไม้ ผล เก็บผลไว้ กินก็ได้ นําผลไปเพาะขยายพันธุ์นาไปปลูกใหม่ได้ อีก ผลเดียวต้ นเดียวงอกงามได้ เป็ นหลายร้ อยหลายพัน ํ ต้ น และหลายล้ านผล ครูอยากให้ ลกศิษย์ของครูทกคนเป็ น ไม้ ยืนต้ น และเป็ นไม้ ผล ครูจะปลูกไปทัวประเทศไทยเลย และทังโลกด้ วย ู ุ ่ ่ ครูไม่อยากให้ ลกศิษย์ของครูเป็ น ไม้ ดอก หรื อ ไม้ ประดับ หรื อไม้ ล้มลุก ที่หาแก่นสารสาระใด ๆไม่คอยจะได้ ดแลรักษา ู ่ ู ก็ยาก ปลูก ตามฤดูกาล ลงทุนก็สง ตายก็งาย เสียเวลามากด้ วย ู ่
22.
ต้ นไม้ ของครู
นานมาแล้ ว ครูได้ ปลูกต้ นไม้ ไว้ ต้นหนึง เพื่อบังลมหนาวและคอยให้ ร่มเงา ปลูกไง้ เพื่อพวกเราทุก ๆคน ่ ครูใช้ เหงื่อแทนนํ ้ารดลงไป เพื่อให้ ผลิดอกออกกผล ให้ เราทุก ๆคนเติบโตอย่างร่มเย็นในบ้ านเรา ผ่านมาแล้ วนันหลายปี ต้ นไม้ นนสูงใหญ่ ลมแรงเท่าไรก็บรรเทา ออกผลให้ เก็บกิน แตกใบให้ ร่มเงา คอยดูแลเราตลอดไป ้ ั้ จวบวันนี ้ ใต้ เงาแห่งต้ นไม้ ต้นใหญ่ เราจะอยูจะคอยอาศัย แผ่ดนที่กว้ างไกล แต่ครุวาหัวใจของเรากว้ างกว่า ่ ิ ่ เราจะอยูตรงนี ้และยังอยู่ และจะอยูเ่ พื่อคอยรักษา จะรวมกันเข้ ามา และมีเพียงสัญญาในหัวใจ จากวันนี ้ สักหมื่นปี ต้ นไม่ที่ครูปลูก ต้ องสวย ต้ องงดงามและยิงใหญ่ สืบสานและติดตามจากความทีครูตงใจ เหงื่อเรา ่ ่ ั้ จะเทไป ให้ ต้นไม้ ของเรายังงดงาม…….ยังงดงาม (จากแบบเพลง ต้ นไม้ ของพ่อ ) ต้ นไม้ ของครู ครูเคยฝั นเอาไว้ วา ครูจะปลูกต้ นไม้ ที่มี “คุณสมบัตของต้ นไม้ ที่ด” ๑๐ ประการ ดังต่อไปนี ้ ่ ิ ี ๑. มีรากกตัญํูกตเวที ๒. มีแก่นหิริโอตตัปปะ ๓. มีเมล็ดสัจจะ ๔. มีเปลือกทมะ ๕. มีลาต้ นขันติ ํ ๖. มีใบจาคะ ๗. มีสะเก็ดทาน ๘. มีดอกปิ ยะวาจา ๙. มีกิ่งอัตถจริยา ๑๐.มีผลสมานัตตตา ต้ นยอ กับ กอไผ่ ที่โรงเรี ยนของครู ครูได้ ปลูกต้ นไม้ สาคัญอยู่ ๒ ต้ น คือ ต้ นยอ กับ กอไผ่ ไว้ เป็ น “เพื่อนคูคิด มิตรคูคย” ํ ่ ่ ุ ต้ นไม้ ทงสอง เป็ นต้ นไม้ ที่ดมากเลย มันคอยช่วยครูบริ หารงานโรงเรี ยนอยูเสมอยามทีครูคิดอะไรไม่ออกก็บอกกับมันจึงทํา ั้ ี ่ ให้ ครูประสบความสําเร็จอตลอดมา ครูให้ ความนับถือต้ นไม้ ทงสองต้ นนี ้มาก อยากจะยกย่องบูชามันให้ เป็ น “ครูของครู” ั้ ไม้ เรี ยวของครู ไม้ เรี ยวหลวงตาปรารถนาให้ ความฉลาด กินข้ าวก้ นบาตรก็อาจเป็ นรัฐมนตรี อย่าไปถือสา เมื่อตอนหลวงตาจู้จี ้ เด็กวัดถมไปด้ วยดี ด้ วยบารมีหลวงตา
23.
ไม้ เรี ยวของครูให้
ความรู้และความสามารถ มือครูสะอาดสร้ างชาติให้ สวยโสภา ดุจโคมสวรรค์สองชีวตอันเจิดจ้ า ่ ิ ศิษย์ครูได้ ร้ ูวชาด้ วยความเมตตาของครู ิ ไม้ เรี ยวอันน้ อยเท่านัน ้ นายพลนายพันจึงมียศอันโก้ หรู ่ จากตัว ก.ไก่ เรื่ อยไปถึง เอ ไอ ยู พระคุณของครูยงใหญ่ดจดังแผ่นฟ้ า ิ่ ุ ไม้ เรี ยวของครูให้ ความรู้และความสามารถ มือครูสะอาดสร้ างชาติให้ พฒนาั อย่าจมเรื อน้ อยที่คอยรับคนข้ ามท่า ไม่มี ครูสอน ก.กา จะได้ ปริ ญญาหรื อไร ที่สวนหย่อมและสนามหญ้ าบริ เวณรอบ ๆ โรงเรี ยน ครูก็ได้ ปลูกหญ้ าแพรกแซกไปทัวสนาม ยังมีต้นดอกมะเขือ และดอก ่ เข็มแดงแซมแซง ไปด้ วย ช่างสวยงามจริ ง ๆ ต้ นไม้ เหล่านี ้ แม้ มนจะเป็ นแค่ไม้ ดอกไม้ ประดับ มันก็ทําให้ โรงเรี ยนของครูสวยงามและมีความหมายทีดี ั ่ ครูให้ นกเรี ยนช่วยกันทําแปลง นาสาธิตอยูแปลงหนึงข้ างหลังอาคารเรี ยน เอาไว้ ให้ นกเรี ยนปลูกข้ าว เพราะบ้ านเราเป็ น ั ่ ่ ั ประเทศเกษตรกรรม พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว เกี่ยวข้ าวแล้ ว เราก็นาข้ าวเปลือกมาคัวเป็ น “ข้ าวตอก” แจกกันกินอย่างเอร็ ดอร่อยดี ํ ่ ครูคิดว่า หากลูกศิษย์ของครูทกคน เป็ นดังหญ้ าแพรก ข้ าวตอก ดอกมะเขือ และดอกเข็มแดง คงจะดีไม่น้อยเลย ครู ุ ่ คงจะไม่เหนื่อยเปล่า………. โชคดีที่เชื่อครู อยูบ้านเป็ นคนดีต้องทําดีพอแม่สอนมา อีกลุงปาน้ าอาสังสอนมาต้ องสนใจ ใครจะชวนหรื อมายัวยุ จงกลัว หนูจงอย่า ่ ่ ้ ่ ่ เชื่อใคร เพราะหนูยง ั เป็ นเด็ก อนาคตสดใส ถ้ ามีรอยด่างบนเส้ นทางคงมืดมน เมื่อหนูมาโรงเรี ยน ต้ องพากเพียรทุกวิธี เจอะแต่ครูดีดีทานหวังดีกบหนูทกคน มีอะไรที่ยงไม่ร้ ู คุณครูทานสอนท่าน ่ ั ุ ั ่ ฝึ กฝน หนูจะสบาย ไม่ต้องกลัวอับจน ไม่ต้องหมองหม่น ถ้ าหนูทกคนเชื่อคุณครู ุ [อยากให้ ครูงามเด่นเช่นอาทิตย์ ส่องชีวิตของมวลชนคนทุกถิ่น เป็ นความหวังพลังขวัญจรรโลงจินต์ ให้ ชีวินพัฒนาเติบกล้ าไกล เพราะครูเป็ นพลังสังคมนี ้ สร้ างชีวีพฒนาเติบกล้ าได้ ั มีคณครูคโลกาฟ้ าอําไพ ุ ู่
24.
สร้ างเด็กไทยเป็ นเด็กดีที่โลกลือ ครูคือกัลยาณมิตรของสังคม
“ในบ้ านเมืองนี ้เราทุกวันนี ้ มีเสียงกล่าวกันว่า ความคิดจิตใจของคนเปลียนไปในทางเสือม ความประพฤติที่เป็ นความ ่ ่ ทุจริ ตหลายอย่าง มีทาทีจะกลายเป็ นสิงที่คนทัวไปพากันยอมรับและสมยอมให้ กระทําได้ เป็ นธรรมดา สภาพการณ์เช่นนี ้ย่อมทําให้ วิถีชีวิต ่ ่ ่ ของแต่ละคนมืดมัวลงไป เป็ นปั ญหาใหญ่ทเี่ หมือนกระแสคลืนอันไหลบ่าเข้ ามาท่วมทัวไปหมด จําเป็ นต้ องแก้ ไขด้ วยการช่วยกันฝื นคลืนที่กล่าวนัน” ่ ่ ่ ้ พระบรมราโชวาท ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๒ ประเทศไทยวันนี ้ ๑. เศรษฐกิจไม่ดี ๒. สังคมมีปัญหา ๓. การพัฒนาไม่ยงยืน ั่ สังคมไทยในวันนี ้ ๑. มองแคบ ๒. คิดใกล้ ๓. ใฝ่ ตํ่า ๔. มักได้ ๖. มักลืม มองแคบ สังคมไทยขาดวิสยทัศน์พฒนา ไม่มี “สายตาแห่งอนาคต” คนไทยเป็ นคนสายตาสัน ซึงเป็ นสายตาของผู้ตาม ไม่ใช่ผ้ นํา ั ั ้ ่ ู แต่เป็ น สายตาของผู้ขอ ไม่ใช่ผ้ ให้ แต่เป็ นสายตาของผู้บริ โภค ไม่ใช่ผ้ ผลิต เป็ นสายตาของผู้ล้าหลัง ไม่ใช่ผ้ ก้าวหน้ า ู ู ู คนไทยเป็ นคนที่มองไม่กว้ าง มองไม่ไกล มองไม่รอบ และมองไม่ลก ึ คิดใกล้ สังคมไทยขาดการวางแผนที่ดีทงแผนระยะสันและแผนระยะยาวคนไทยเป็ นคนขี ้เกียจคิด ชอบทํางานตามคําสังไม่ใช้ ั้ ้ ่ สมอง ไม่ทดลอง สติปัญญา ชอบให้ คนอื่นคิดให้ พอให้ คิดก็คิดไม่เป็ น คิดไม่ถกวิธี คิดไม่มีระเบียบ คิดไม่มเี หตุผล และคิดไม่เป็ นกุศลใฝ่ ตํา ู ่ สังคมไทยขาดความอุสาหะ หมดความบากบัน ไม่มมานะพยายาม ไม่ใฝ่ รู้ไม่ส้ สงยาก คนไทยจึงเป็ นคนที่ใจเสาะ ่ ุ ู ิ่ เปราะบาง ไม่ชอบปี นป่ ายภูเขา แต่ชอบเอาตัวลงแม่นํ ้าเป็ นโลกกลัวความสูงขึ ้นสมอง จึงใฝ่ ตํ่าทําอะไรตามใจเสมอ มักได้ สังคมไทยเป็ นสังคมของความโลภ อยากได้ ไม่มีที่สิ ้นสุด ไม่มีความพอ อยากได้ เกินกําลังของตัว เกินฐานะ เกินความรู้
25.
เกินความสามารถ จึงต้ องประพฤติทจริ ตต่าง
ๆ ุ มักง่าย สังคมไทยเป็ นสังคมของความโกรธอารมณ์ร้อนและรุนแรงด่ากันง่าย ๆ ตีกนง่าย ๆ ฆ่ากันง่าย ๆ คนไทยเป็ นคน ั มุทะลุ วูวาม และวุนวาย ่ ่ ขาดความอดทน ไร้ ความอดกลัน และไม่ร้ ูจกอดออม ้ ั มักลืม สังคมไทยเป็ นสังคมของความหลง หลงลืมหน้ าที่ หลงตัวเอง ลืมตัว ลืมฐานะ ลืมสติ ลืมบทบาทของตนเอง พ่อลืม ความเป็ นพ่อ แม่ลมความเป็ นแม่ ลูกลืมความเป็ นลูก เพื่อนลืมความเป็ นเพื่อน ครูลมความเป็ นครู พระลืมความเป็ นพระ ื ื ชีวิตคนไทยในวันนี ้ ชีวิตคนไทยในวันนี ้ เหมือน “ละครนํ ้าเน่า” ในทีวีหลายช่องดังนี ้ ๑. เกิดแต่ตม มีแต่ความโง่เขลาเบาปั ญญา ๒. บัวแล้ งนํ ้า ขาดนํ ้าใจไมตรี ที่ดีตอกัน ่ ๓. บัลลังก์เมฆ ชอบสร้ างวิมานลอยกลางอากาศ ๔. เทพบุตรสุดเวหา ฝั นหวานถึงเทพบุตรมาช่วย ๕. อุ้งมือมาร ท้ ายสุดตกอยูในอุ้งมือมาร ่ ๖. ศรี ษะมาร ในหัวมีแต่บาปหยาบช้ า ๗. สุสานคนเป็ น มีชีวิตตายทังเป็ น้ ๘. นางทาส รับใช้ คนอื่น พึงคนอื่นตลอด ่ ๙. คนละโลก ขาดศีลธรรม ชอบเข้ าวิกมากกว่าเข้ าวัด ๑๐.นํ ้าเซาะทราย ใจเสาะเปราะบาง ไม่ส้ สงยาก ู ิ่ ๑๑.นํ ้าตาหยดสุดท้ าย ร้ องไห้ ง่าย ไม่อดทน ๑๒.วันนี ้ที่รอคอย ชอบคอยโชคชะตา ไม่หาโอกาส ๑๓.คูกรรม ปล่อยชีวิตตามยถากรรม ่ ๑๔.ถนนสายสุดท้ าย รังเกียจศาสนาไม่ศกษาปฏิบติธรรม ึ ั ภารกิจของครู ก็คือ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย บัวแล้ งนํ ้า คนเราต้ องมีหวใจ ต้ องมีเลือดเนื ้อข้ างใน ต้ องมีความดีคกายต้ องมีความหมายในตัวเอง อดีตที่เคยผ่านมา เราคงต้ อง ั ู่ ผ่านพ้ นไป จะดีหรื อเลวอย่างไรขึ ้นอยูกบใจเราเอง ่ ั กระเสือกกระสนดิ ้นรนกันไป ก่อนเคยเลวร้ าย ก็ลมให้ ลงมีเพียงพรุ่งนี ้เรื่ องเก่า ๆ ก็ปลง ด้ วยใจซือตรง เราคงได้ ดี ื ่ ถ้ าบัวไม่มีรากใบ คงมองไม่สวยเท่าไร ถ้ าบัวแล้ งนํ ้าแห้ งตายไม่เหลือความหมายให้ ชวนมอง คนเราก็คงเหมือนกัน นึก
26.
ฝั นแต่ความยิง
่ ใหญ่หลงลืมว่าเคยเป็ นใคร สุดท้ ายก็บวแล้ งนํ ้า ั ความผิด ๔ อย่างของคนไทยในวันนี ้ ๑. ผิดกฎหมาย ๒. ผิดขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี ๓. ผิดศีล ๔. ผิดธรรม ความผิด ๔ อย่าง คือ “หมอนข้ างของคนไทย” บางคนไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดขนบธรรมเนียม จารี ต ประเพณี บาง คนไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดศีลธรรม บางคนทําผิดครบทัง้ ๔ อย่าง ภารกิจของครู ก็คือ ช่วยสังคมปองกันและปราบปรามการกระทําความผิด ้ ความชัวกับคนไทยวันนี ้ แยกกันไม่คอยออก แบบว่า “ไปไหนไปด้ วย เที่ยวไหนเที่ยวด้ วย กินไหนกินด้ วย นอนไหนนอน ่ ่ ด้ วย” กันทีเดียว ความชัวกับคนไทยจึงเป็ นสหายกัน ๙ คู่ ต่อไปนี ้ ่ ๑. นายหมักกับนายดอง เรี ยกว่า อาสวะ ๒. นายพัดกับนายท่วม เรี ยกว่า โอฆะ ๓. นายประกบกับนายติด เรี ยกว่า โยคะ ๔. นายผูกกับนายมัด เรี ยกว่า คัณฐะ ๕. นายขังกับนายห่อ เรี ยกว่า อุปาทาน ๖. นายห้ ามกับนายขวาง เรี ยกว่า นิวรณ์ ๗. นายตามกับนายนอน เรี ยกว่า อนุสย ั ๘. นายลากกับนายจูง เรี ยกว่า สังโยชน์ ๙. นายเปื อนกับนายสกปรก เรียกว่า กิเลส ้ คนไทยกับความชัวจึงสุมหัวทําความชัวง่ายเหลือเกินทุกวันนี ้ ไม่เลือกที่ ไม่เลือกคนซะด้ วย ใครหนอจะมาช่วยสังคมไทย ่ ่ ? ให้ สงคมไทยลอดลายความชัวไปให้ ได้ ั ่ ภารกิจของครู ก็คือ กําจัดคนชัวให้ สงคม ่ ั จากดวงใจที่ไร้ ศีลธรรม สร้ างบาปกรรม กระทําแต่ความล่มจม โหดเลวทรามเหยียดหยามสังคม ด้ วยอารมณ์มวเทา ั ตัณหา ดังมีบญเกื ้อหนุนดวงใจ ให้ หางไกลทุกข์ภยที่ทรมาใต้ ร่มบุญพุทธศาสนา เกิดปั ญญามุงมาหาความดีงาม ่ ุ ่ ั ่ สร้ างนิพพานการพ้ นทุกข์คนประจักษ์ สร้ างตํานานความรักระบือนาม ให้ กําเนิดหนุมสาวก้ าวเดินตาม ซึงล้ วนเป็ นผู้ ่ ่ งดงามด้ วยธรรมวินย ั ช่วยสังคมล้ มคนที่ทจริ ต ด้ วยปั ญญาความคิดที่เกรี ยงไกร ล้ างกิเลสเหตุร้ายศึกภายใน เกิดทีใจ…ดับที่ใจ ไร้ ทกข์ ุ ่ ุ
27.
ระทม… ผ่านคืนวันอันพากเพียร ประคองเทียนพุทธธรรมส่องนําสังคม
ชีพหยัดยืนฝ่ าฝื นคลืนลม ไม่ยอมจมจิตใจ…ใต้ ความเลว ่ ทราม (สมควร เหล่าลาภะ/ประพันธ์) ตามหลักพระพุทธศาสนาว่าไว้ มีหนทางอยู่ ๗ สาย ด้ วยกันคือ ๑. ทางไปนรก ๒. ทางไปเปรต ๓. ทางไปอสุรกาย ๔. ทางไปสัตว์เดรัจฉาน ๕. ทางไปมนุษย์ ๖. ทางไปสวรรค์ ๗. ทางไปนิพพาน โดยสรุป หนทางมี ๒ สาย คือ ๑. สายทุคติภมิ ู ๒. สายสุคติภมิ ู คนไทยกําลังหลงทางเพราะกําลัง “เห็นกงจักรเป็ นดอกบัว เห็นขี ้วัวเป็ นขนมเค้ ก” จึงพากันดิ่งซึงไปสูเ่ ส้ นทางสายทุคติ ่ ภูมิเป็ นส่วนมาก ภารกิจของครู ก็คือ การบอกทางและนําทางให้ สงคม ั หลงอบาย สิงอบายทุกคนมันหมายในทางรื่นรมย์ ่ ่ อ้ างความนิยม สังคมเพื่อความทันสมัย เหล้ าเบียร์ ซื ้อมาฉลอง เที่ยวมองคลับบาร์ ไกลใกล้ ตู้กระจกดูสาวทรงเล็ก ทรงใหญ่ มัวการพนัน แม้ นอนหลับฝั นก็ยงดี ่ ั ตื่นมาทํานายหมายเป็ นเลขงามงวดนี ้ ต้ องคอยหาจนแห้ งแล้ ง ทุงแทงเสียจนเต็มที่ ่ หลับหาเบอร์ หวังซื ้อรถเก๋งมาขี่ เลขออกมาหาดวงไม่มี แล้ วทําไงดี โอ้ อาตมา สิงอบาย ถึงตอนสุดท้ ายไม่วายล่มจม ่ เรื่ องโง่งม แล้ วไยชื่นชมเสาะหา โปรดตรองด้ วยแจ้ งเหตุผล ฝึ กตนห้ าใจเถิดหนา มุงทํางานขยันและออมดีกว่า ่ อย่าหลงใหลให้ ใครเขาว่า ไร้ สิ ้นปั ญญาโง่เง่าดักดาน อย่าหลงใหลให้ ใครเขาว่า ไร้ สิ ้นปั ญญาจึงหลงอบาย
28.
พึงใคร ่ จะหวังพึงพ่อแม่ก็แย่จด
่ ั จะพึงวัดก็แย่ยากแก้ ไจ ่ จะพึงครูครูก็เลวเหลวแหลกไป ่ จะพึงใครกันดีหนอ…? ท้ อใจจริ ง ่ ภารกิจของครู ก็คือ ทําตนให้ ชมชนและสังคมเขาพึงได้ ุ ่ คนดูแลสังคม มีอยู่ ๓ คน รวมกันเรี ยกว่า “พระครูตํารวจ” โดยใช้ กลไกการดูแลอย่างนี ้คือ ๑. พระ ดูแลสังคมด้ วย ศาสนา ๒. ครู ดูแลสังคมด้ วย การศึกษา ๓. ตํารวจ ดูแลสังคมด้ วย กฎหมาย ระบบกลไกการดูแลแบบนี ้เรี ยกว่า “บวร” มีโครงสร้ าง ดังนี ้ ๑. บ ได้ แก่ บ้ าน ๒. ว ได้ แก่ วัด ๓. ร ได้ แก่ โรงเรี ยน ภารกิจของครู คือ การดูแลสังคมด้ วยการศึกษา โดยประสานงานกับพระและตํารวจ พระมาโปรด โอ้ วนนี ้ โชคดีหนา พระมาโปรด จงเลิกโกรธ เลิกหงุดหงิด เลิกอิจฉา ั เลิกมักง่าย มลายสิ ้น เลิกนินทา เลิกพูดจา ลามลวน ไม่ชวนฟั ง เลิกซุมซ่าม หยามเหยียด เลิกเกียจคร้ าน เลิกเป็ นพาล อวดโต คุยโอหัง ่ เลิกฟุ่ มเฟื อย เย่อหยิง เลิกชิงชัง เลิกเบียดบัง ราษฎร์ หลวง เลิกลวงกัน ่ เลิกคิดชัว มัวหมอง คิดปองร้ าย เลิกอบายมุข เป็ นสุขสันต์ ่ ฝิ่ น กัญชา ยา เหล้ า อย่าเมากัน การพนัน เลิกสิ ้น อย่ายินดี การพัฒนาสังคม ต้ องเตรี ยมการ ดังนี ้ ๑. จะปลูกพืช ต้ องเตรียมดิน ๒. จํากิน ต้ องเตรี ยมอาหาร ๓. จะพัฒนางาน ต้ องเตรี ยมประชาชน ๔. จะพัฒนาคน ต้ องพัฒนาจิตใจ ๕. จะพัฒนาใครเขา ต้ องพัฒนาตัวเราเองก่อน ภารกิจของครู ก็คือ การเตรี ยมคนให้ กบสังคม ั การพัฒนาสังคมเริ่ มพัฒนาที่ใครก่อน จะร่วมมือร่วมใจกับใครบ้ าง ดังนี ้ ๑. เริ่ มที่แม่
29.
๒. แก้ ที่พอ
่ ๓. ก่อที่ลกู ๔. ปลูกที่ครูอาจารย์ ๕. มอบจิตวิญญาณให้ พระสงฆ์ ๖. ได้ รับการเสริ มส่งจากรัฐบาล ๗. ทํางานเป็ นเครื อญาติ ภารกิจของครู ก็คือ ปลูกความรู้คคณธรรมแก่สงคม ู่ ุ ั เยาวชน ๆ ชาติไทย ๆ หญิงชาย ใจกล้ า อดทน ๆ อ่อนโยน ๆ กับคนทัวไป ต่างพลีกายใจ มันในปณิธาน ่ ่ ยุวชน ๆ ชาติไทย ๆ ใกล้ ไกลเราสุขสําราญ ๆ พัฒนา ๆ สมัครสมาน ๆ ปณิธานนันสร้ างสรรค์ความดี ้ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” ผองไทยเรื องรองผ่องศรี เรามีความสุข อบายมุขไม่มี ทัวปฐพีไทยนี ้ลือไกล ่ สามัคคี ๆ มีวินย ๆ ร่วมใจฝั นใฝ่ คุณธรรม ั นําทาง ๆ สว่างลํ ้า ๆ จริยธรรมชี ้นําทางไป ครู คือ กัลยาณมิตรของสังคม ดังนัน ครูจงต้ องรับภารกิจการพัฒนาสังคมโดยตรง และเต็มที่ โดยใช้ ยทธวิธี “ปลูกที่ครู ้ ุ อาจารย์” เป็ นการเริ่มต้ น โดยปฏิบติหน้ าที่ของกัลยาณมิตรต่อสังคม ๔ ประการ ดังนี ้ ั ๑. อุปการะสังคม ๒. ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสังคม ๓. แนะนําประโยชน์แก่สงคม ั ๔. มีนํ ้าใจรักใคร่ตอสังคม ่ ครูต้องประพฤติปฏิบติ “กัลยาณมิตรธรรม” ซึงเป็ นคุณธรรมของครูตอสังคมอยูเ่ สมอ ั ่ ่ คนที่ครูปลูกให้ แก่สงคม มี ๓ คน คือ ั ๑. คนเก่ง มีสมรรถภาพด้ วยความรู้ ๒. คนดี มีคณภาพด้ วยคุณธรรม ุ ๓. คนมีสข มีคณภาพทังกายและใจ ุ ุ ้ “เก่งดีมีสข” ครูจะปลุกให้ แก่สงคมนี ้เรี ยกว่า “ระบบ Three in one” จะบรรลุ ๓ คุณสมบัติ นี ้ไว้ ในคนเดียว ุ ั สังคมกําลังมีปัญหาอย่างหนักหน่วงรุนแรง ต้ องการผู้นาที่ดีมาช่วยกําจัดปั ญหาและพัฒนาประเทศ ครูอยูในบทบาทที่ ํ ่ สําคัญนี ้ คือ การสร้ างผู้นําแก่สงคม ั ผู้นําแบบไหนที่เมืองไทยต้ องการ ๑. รอบรู้ แบบคึกฤทธิ์ ๒. สุจริ ต แบบเปรม ติณสูลานนท์
30.
๓. อดทน แบบบิ๊กจิ๋ว ๔.
พลิกพลิ ้ว แบบชาติชาย ๕. กล้ าตาย แบบอานันท์ ๖. อารมณ์ขน แบบควง อภัยวงศ์ ั ๗. ซื่อตรง แบบสัญญา ธรรมศักดิ์ ๘. แน่นหนัก แบบสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ ๙. นุมนวลมัธยัสถ์ แบบชวน หลีกภัย ่ ๑๐.ฉับไว แบบบรรหาร ศิลปอาชา ผู้นําทัง้ ๑๐ ท่านนี ้ ต่างก็มีวิธีจดการกับปั ญหาและพัมนาประเทศแตกต่างกันออกไป ตามคุณสมบัติและบุคลิกภาพของ ั ตน ดังต่อไปนี ้ ๑. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความรอบรู้ ๒. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความสุจริ ต ๓. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความอดทน ๔. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความพลิกพลิ ้ว ๕. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความกล้ าตาย ๖. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความร่าเริ งขบขัน ๗. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความซื่อตรง ๘. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความเด็ดขาดหนักแน่น ๙. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความนุมนวลมัธยัสถ์ ่ ๑๐. บางปั ญหาต้ องแก้ ด้วยความฉับไว ภารกิจของครู ก็คือ การสร้ างผู้นําทัง้ ๑๐ ประเภทนี ้แก่สงคมั ผู้นํา นํารู้ นําทํา นําคิด คือชีวตของเราผู้นํา ิ นํารู้ นําคิด นําทํา ๆ จะเป็ นผู้นําต้ องจําเอาไปคิด นําตน นําคน นํางาน พัฒนาการ สังคม เศรษฐกิจ ทําอะไร อย่าให้ หลงผิด ๆ สําคัญที่จิตต้ องมีคณธรรม (ซํ ้า) ุ ครองตน ครองคน ครองงาน มีอดมการณ์อยูเ่ ป็ นประจํา ุ ทําอะไรอย่าให้ ตกตํ่า ๆ มีคณธรรมประจําจิตใจ (ซํ ้า) ุ ความเจริ ญของสังคมและประเทศชาติ เป็ นอีกบทบาทหนึงที่ครูต้องเอาใจใส่ดแล โดยการสร้ างดรรชนีชี ้วัดความเจริ ญ ่ ู ของสังคม
31.
(Socail Delvelopment Index)
๗ ประการ ดังนี ้ ๑. อายุพฒนา คือ มีความยังยืน ั ่ ๒. ธนพัฒนา คือ มีความมังคัง ่ ่ ๓. สิริพฒนา คือ มีศกดิ์ศรี ั ั ๔. ยสพัฒนา คือ มีอํานาจ ๕. พลพัฒนา คือ มีความมันคง ่ ๖. วัณณพัฒนาคือ มีชื่อเสียง ๗. สุขพัฒนา คือ มีความสุข ภารกิจของครู ก็คือ การสร้ างและรักษาวัฒนธรรมของชาติทง้ั ๗ วัฒนธรรม นี ้ งามเอยงามเที่ยงแท้ งามไทย งามยิ่งงามจิตใจ เด่นลํ ้า งามกายเลืองลือไกล กลบโลกหล้ าแล ่ งามยังยืนยิ่งยํ ้า หยาดยิ ้มพิมพ์สยาม ่ สร้ างศาสตร์ ผดุงศิลป ทะนุถิ่นทะนงนาม ์ สืบสุขประยุกต์ตาม ศุภลักษณ์นิยมไทย ทุกทิศทุกที่ ความงามความดี มีอยูทวไป วัฒนธรรม ่ ั่ โน้ มนําจิตใจเจริ ญก้ าวไกล ยิ่งใหญ่ยืนนาน วัฒนธรรมนําทางเสริ มสร้ างชาติ เอกราชเอกลักษณ์เป็ นหลักฐาน เป็ นหลักธรรมนําชีวิตจิตวิญญาณ ไทยสร้ างบ้ านตามวิถีชีวิตไทย สืบทอดวัฒนะรรมนําชีวต ิ เป็ นเข็มทิศนําทางสว่างไสว เป็ นความงามความดีอยูที่ใจ ่ เสริ มสร้ างให้ ชาติบ้านเมืองรุ่งเรื อง เอย ฯ (กวีวจจนะ / ชนะโล่รางวัลพระราชทาน ั สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สมควร เหล่าลาภะ/ประพันธ์ ๒๕๓๗) สรุป ครู คือ กัลยาณมิตรของสังคม มีภารกิจทีจําต้ องปฏิบติเพื่อช่วยพัมนาสังคม ๑๐ ประการ ดังนี ้ ่ ั ๑. พัฒนาคุณภาพชีวตของคนในสังคม ิ ๒. ช่วยสังคมปองกันและปราบปรามการกระทําความผิด ้ ๓. ช่วยสังคมกําจัดคนชัว ่ ๔. บอกทางและนําทางแก่สงคม ั
32.
๕. ทําตนให้ ชมชนและสังคมพึงได้
ุ ่ ๖. ดูแลสังคมด้ วยการศึกษา ๗. เตรี ยมคนให้ กบสังคม ั ๘. ปลูกฝั งความรู้คคณธรรมแก่สงคม ู่ ุ ั ๙. สร้ างผู้นําแก่สงคม ั ๑๐.สร้ าง รักษา และถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาติ โลกสวยด้ วยมือครู โลกนี ้กว้ างใหญ่ไพศาล อาจต้ องแหลกลาญเป็ นผง หากครูไม่ชวยธํารง ่ โลกคงย่อยยับอับปาง โลกนี ้มีคาน่าอยู่ ่ ได้ ครูขยันสรรค์สร้ าง มีครูก้าวนําทําทาง ทุกอย่างใสสวยด้ วยมือครู คนทําทาง ประวัติศาสตร์ อาจมีในหลายด้ าน แต่คนที่ทําทาง ไม่เคยจะเอ่ยออกนาม คนที่แบกหามลุยนํ ้า ลุยโคลน คนที่สรร สร้ าง จากป่ าเป็ นเมือง รุ่งเรื องงามเพียงเวียงวัง ด้ วยเลือดด้ วยเนื ้อของคนทําทาง ถางทางตังต้ นให้ คนต่อไป ้ จากป่ าเปลียวเที่ยวไปในทุกถิ่น ดังโบกโบยบิน พื ้นดินเป็ นถิ่นอาศัย หนาวเหน็บเจ็บกายภัยร้ ายเพียงใดไม่เคยไหวหวัน ่ ่ รุดหน้ าฝ่ าฟั น ก้ าวไปให้ คนเดินตาม ทุกย่างเท้ าเขา เหมือนเงาเลือนลาง ฝั งนามฝั งร่าง อยูกลางแผ่นดิน ่ บนเส้ นทางสายนี ้….. สายที่ยาวไกลหนักหนา เดินดุมสุมเสียงเดินมา ่ ่ ่ ครูเหนื่อยเมื่อยล้ าเหลือทน จุดหมายปลายทางอยูไหน ่ ครูไม่ร้ ูแจ้ งแห่งหน รู้เพียงทําหน้ าที่ตน นําคนนําไปให้ ดี อุปสรรคขวากหนามขวางหน้ า ครูฝ่าครูฟันเต็มที่ หนาวเหน็บเจ็บไข้ ใดมี
33.
ครูพลีชีวิตเดิมพัน งานครูหนักหนาสาหัส เร่งรัดเร่งรี บบีบสัน
้ เผชิญปั ญหาสารพัน รางวัลแด่ “ผู้ สร้ างคน” เป็ นแสงธรรมนําทางสร้ างชีวต ิ เป็ นผู้คิดสือสารงานศึกษา ่ เป็ นผู้ร้ ูประสิทธิ์วิทยา เป็ นศาสตราคอยคุ้มครองผองเด็กไทย เป็ นแม่พมพ์กําหนดบทบาทศิษย์ ิ เป็ นผู้ชี ้แนวชีวิตที่ฝันใฝ่ เป็ นผู้นําพาชาติปราศพ้ นภัย ค่ายิ่งใหญ่เกินกล่าวขานคือ…งานครู แผ่นดินกําลังหลับสลบไสล เภทภัยคุกคามข่มขืน แผ่นดินหลับฝั นทุกวันคืน ไม่ฟืนกลับฟุบยุบลง ้ สงสารแผ่นดิน คนไทยทังสิ ้นลุมหลง ลืมตัวเจ็บตนจนลง ยังคงฝั นค้ างกลางทุกข์ ้ ่ ครูมองทัวทังแผ่นดิน คนไทยด่าวดิ ้นสิ ้นสุข โง่เขลาเศร้ าโศกโรคซุก ่ ้ ครูปลุกแผ่นดินไทย…..ในวันนี ยามจนทนเร่าร้ อน รุนแรง ยามเจ็บป่ วยสําแดง ทัวหน้ า ่ ยามโง่ขาดฉายแสง รู้สอง สว่างแล ่ จึงแผ่นดินอ่อนล้ า หลับแล้ ว สลบไสล แผ่นดินจะหลับยาว อริ ร้าวกระหนํ่าไทย ความจนจะก่อภัย ปะทุทกข์ระทมนาน ุ แผ่นดินฝั นว่า เมืองไทยก้ าวหน้ า มีสขสําราญ ุ เศรษฐกิจ ไม่มีตกงาน ทุกรัฐบาล ปกปองผองชน ้ “ขอฝั นใฝ่ ในฝั นอันเหลือเชื่อ” ขอทุกเมื่อที่ฝันใฝ่ อย่าไร้ ผล ขอชาวไทยมีสขทัวทุกคน ุ ่ โง่ เจ็บ จน ที่เลวร้ ายสลายไป ปลุกแผ่นดินที่หลับฝั น…ตื่นวันนี ้ ด้ วยความดี ความงาม คงามสดใส
34.
ด้ วยความรัก ความรู้
เชิดชูไทย ขอฝั นให้ เป็ น “ความจริง” ทุกสิง เทอญ ฯ ่ กวีวจจนะ / ชนะเลิศโล่รางวัลพระราชทาน ั สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สมควร เหล่าลาภะ / ประพันธ์ ๒๕๔๐ ช่างปั น ้ ครูมิใช่ช่างปั นอันวิจิตร ้ แต่ต้องคิดวาดวางกางแผนผัง นายทุน ครูมิใช่นายทุนหนุนกําลัง ต้ องเก็งทังขาดทุนตุนกําไร ้ พ่อค้ า ครูมิใช่พอค้ าเจนพาณิชย์ ่ ดีดลูกคิดคาดการณ์ด้านไหนไหน แต่ยงเป็ นผู้ค้าอย่างเต็มใจ ั ยอมขาดทุนตลอดไปชัวนิรันดร์ ่ นักปกครอง ครูมิใช่นกปกครองชํ่าชองศึก ั แต่ก็คกคะนองปกปองกัน ึ ้ ้ นักวิชาการ ครูมิใช่นกวิชาการเชี่ยวชาญครัน ั แต่โชกโชนด้ วยผูกพันวิชาการ นักแสดง ครูมิใช่นกแสดงโลกแสงสี ั แต่สวมบททุกที่ด้วยอาจหาญ ผู้กํากับ ครูมิใช่ผ้ กํากับผู้บงการ ู แต่เฉียบขาดด้ วยแผนงานการบัญชา นักพากย์ ครูมิใช่นกพากย์ฝีปากจัด ั แต่สมผัสการพากย์ยากจักหา ั นักบวช ครูมิใช่ผ้ ทรงศีลธรรมจรรยา ู แต่เมตตาแผ่เผื่อเกื ้อการุณ นี่แหละครู…เป็ นได้ หลายสถาน
35.
ทุกเหตุการณ์ชวยฉุดช่วยอุดหนุน
่ ช่วยเผื่อแผ่แก้ ไขช่วยคํ ้าจุน ผู้มีคณเปี่ ยมแปร้ …อย่างแท้ จริ ง ุ เกิดเป็ นคุณครู เกิดเป็ นครูคน จะมีหรื อจน อย่าให้ คนหยามหมิ่น แม้ เหน็ดเหนือยกายาเป็ นอาจิณ อย่าได้ สิ ้นความเพียร ่ คนที่เป็ นครูแท้ ต้ องไม่ออนแอไม่แปรเปลียน ทําทุกอย่างด้ วยใจเพียร เพื่อนักเรียน ดุจเปลวเทียนที่ต้านลม ่ ่ ใครที่มาเป็ นครู เป็ นครู อยูบ้านไกล ปรับตัวได้ หรื อเปล่า แม้ หากมัวเมาความโก้ หรู ไม่เหมาะเป็ นครูบ้านนา ่ คนที่เป็ นครูสอน พึงสังวรเอาไว้ เถิดว่า คนที่เด็กบูชาก็คือเรา อย่าบังเงาโรงเรี ยนกิน ครูขอเป็ นเช่นดวงเทียนเล่มน้ อยนี ้ ซึงพร้ อมทีจะส่องแสงทุกแห่งหน ่ ่ ถึงแม้ วาจะต้ องคร่าชีวตตน ่ ิ ขอเพียงคนอื่นสุขกัน…เท่านันพอ้ นํ ้าตาเทียนที่หยดริ น ก่อนจะสิ ้นซึงดวงเทียน ่ นํ ้าตาครูที่หลังเวียน ก่อนทอดร่างลงฝั งดิน ่ เทียมทนให้ คนจุด ประดุจครูที่ทานทน สอนศิษย์มากี่คน ครูไม่บนไม่ท้อเลย ่ เทียนส่องแสงสว่าง ครูสองทางให้ ศิษย์เดิน ่ ศิษย์เอ๋ยอย่ามัวเพลิน เดินตามทาง…สร้ างความดี เปลวเทียน ที่ต้านลมโหมกระหนํ่า ก็ยงเปล่งแสงแวววาม เปลวเทียนลูตามยามลมพัดมา เหมือนหัวใจที่แกร่งกล้ า ั ่ ของครูทกคนที่มา สังสอนวิชาเพือศิษย์ทงปวง ุ ่ ่ ั้ ครู คือผู้นําทางให้ รักศิษย์ด้วยดวงใจ ด้ วยดวงฤทัยไม่วายแสนห่วง แม้ เวลาเลยลับล่วง ถึงงานจะสุมหนักทรวงครู ไทยทังปวงทํางานต่อไป ้ ครูมีหวใจตังมัน มีรักให้ ศิษย์ทวกัน ไม่เคยคิดปั นแบ่งไปให้ ใคร รักที่ครูมอบให้ คือรักจากห้ วงดวงใจ เป็ นเส้ นสายใย ั ้ ่ ั่ เชื่อมโยงต่อมา ดวงใจไม่เคยผันเปลียน สอนศิษย์ด้วยความพากเพียร ถึงแม้ เป็ นเทียนดังเทียนน้ อยค่า ก็ภมิใจได้ วา ศิษย์รักทุกคน ่ ่ ู ่ นันหนา ได้ มีวิชาเลี ้ยงตัวทัวเอย… ้ ่ ศิษย์รัก… วันสุดท้ ายมาถึงแล้ ว วันที่เธอกับครูจําต้ องจากกัน เธอคงดีใจทีวนนี ้มาถึง แต่สาหรับครูก็เหมือนกับทุกครัง ที่เห็น ่ั ํ ้ ลูกศิษย์จากไปคนแล้ วคนเล่า ครูเฝ้ ามองดูเธอทุกคนด้ วยสายตาที่รักอาลัย เธอไปเถอะ…ไปสูชีวิตที่ดีงาม เจริ ญก้ าวหน้ า ่ ยิ่งกว่าครู สําหรับครู…ครูยงอยูที่เดิม ที่ที่ครูพบเธอครังแรกและครังสุดท้ ายเช่นวันนี ้ และครูก็ยงทํางานงานเดิมไม่เปลียนแปลง ั ่ ้ ้ ั ่ เป็ นงานที่หนัก เหนื่อย และนาน แต่เป็ นงานทีครูรักและภูมิใจกับมันมากที่สด ่ ุ ครูยงจําเพลงที่พวกเธอร้ องให้ ครูฟังในวันอําลาได้ “ฉันรักคุณครู” ครูยงจําติดใจไม่ร้ ูลมเลย สําหรับครูแล้ ว เพลงนี ้ ั ั ื
36.
เป็ นเพลงอมตะที่ไพเราะที่สดทีครูเคยได้ ฟังมาก
และอยากฟั ง… ุ ่ “ฉันรักคุณครู” คํานี ้เพียงประโยคเดียวก็เพียงพอแล้ วสําหรับเป็ นรางวัลอันยิงใหญ่แด่ครูของเธอ… ่ ฉันรักคุณ เชิดชูสงเด่น ดังเป็ นพระพรหม ๆ ู ่ เยือกเย็นเหมือนร่ม โพธิ์สมกิ่งใบ กว้ างใหญ่ไพศาล ฉันรักคุณครู เชิดชูสงส่งมันคงทุกกาล ๆ ู ่ เชื่อฟั งทุกท่าน อ่อนหวานซื่อตรง คงรู้บญคุณ ุ รักเคารพเชิดชู ไม่เคยลบหลู่ เกื ้อหนุน มิมีใจเคืองขุน ร่มใบบุญ อุนใจ ่ ่ ฉันรักคุณครู เชิดชูทกเมื่อ ดังเรือรับไป ๆ ุ ่ สูชีวิตใหม่ ใจคิดตื ้นตัน ฉันรักคุณครู ่ ครูครับ… นับแต่วนที่ผมจบการศึกษาจากครูมา ผมยังรําลึกถึงครูอยูเ่ สมอ ยังจําได้ ดีถึงรอยไม้ เรี ยวของครู และหญ้ าแพรก ั ข้ าวตอก ดอกมะเขือ และดอกเข็ม ที่ครูเคยพาพวกผมไปปลูกและยังมีต้นยอกับกอไผ่ข้างห้ องครูอีกสองต้ นที่ผมยังจําไม่ ลืมและ จํามันไว้ ในใจเสมอ จนถึงทุกวันนี ้ วันที่ผม ลูกศิษย์คนดื ้อ คนนี ้ของครู เป็ นนายกรัฐมนตรี ของ00ประเทศไทย… ครูครับ…ครูร้ ูไหม ที่ผมมีวนนี ้ได้ ก็เพราะผมมีครูดี ครูคอยแกะ สลัก ชัก กลึง ปั นแต่งชีวตของผมด้ วยมือครู มือของ ั ้ ิ นายช่าง “มือพิมพ์คน” ที่ยอดเยียมที่สดในโลก ่ ุ ครูครับ…ทุกคืนก่อนนอนผมสวดมนต์อ้อนวอนพระรัตนตรัยให้ ปกปั กรักษาคุ้มครองครูของผมทุกวัน ผมไม่มีวนลืมครู ั เลย วันไหนผมคิดถึงครู ผมจะร้ องเพลง “พระคุณที่สาม” เสมอ…โดยไม่อายใคร ครูบาอาจารย์ที่ประทานความรู้มาให้ อบรมจิตใจให้ ร้ ูผิดชอบชัวดี ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที ขอกุศลบุญ ่ บารมี ส่งเสริ มครูนี ้ให้ ร่มเย็น ครูมีบญคุณจึงขอเทิดทูนเอาไว้ เนื ้อเกล้ า ท่านสังสอนเราอบรมให้ เราไม่เว้ น ท่านอุทิศไม่คดถึงความยากเย็น สอนจนรู้จด ุ ่ ิ ั เจนเฝ้ าแนะเฝ้ า เน้ นมิได้ อําพราง พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส แต่วาใครหนอใคร เปรี ยบเปรยครูไว้ วาเป็ นเรื อจ้ าง พลาดจากความจริ ง ยิ่งคิดยิงเห็นว่า ่ ่ ่ ผิดทาง มีใครไหน บ้ างแนะนําแนวทางอย่างครู บุญเคยทํามาแต่ปางใดใด เรายกให้ ทาน ตังใจกราบกรานระลึกคุณท่านกตัญํู โรคและภัยอย่ามาแผ้ วพานคุณครู ขอ ่ ้ กุศลผลบุญคํ ้าชู ให้ ครูเป็ นสุขชัวนิรันดร…ให้ ครูเป็ นสุขชัวนิรันดร ่ ่
37.
โลกนี ้…มีครูอยูเ่ ต็มพื
้นโลก หลายร้ อยคน หลายพันคน หลายหมื่นคน หลายแสนคน หลายล้ านคน ในโลกนี ้…ไม่มีที่ใด ไม่มีครู มือครู หลายร้ อยมือ หลายพันมือ หลายหมื่นมือ หลายแสนมือ หลายล้ านมือ กําลังปั นแต่งโลกให้ สวยสดให้ งดงาม ้ ลูกศิษย์ของครู…มีอยูทวโลก หลายร้ อย หลายพัน หลายหมื่น หลายแสน หลายล้ านคน บางคนเป็ นผู้นําโลก ผู้นํา ่ ั่ ประเทศ ผู้นําสังคม ผู้นําครอบครัว ศิษย์บางคนเป็ นพระเอก บางคนเป็ นผู้ร้าย… สําหรับลูกศิษย์ทเี่ ป็ นผู้ร้าย ครูขอให้ กลับตัว กลับใจเสียเถิด หยุดทําร้ ายโลกได้ แล้ ว เพราะ… ชีวิตเป็ นเพียงทางผ่าน อยูในจักรวาลกว้ างใหญ่ ่ เกิดมาไม่นานจากไป กลืนหายกับกาลเวลา ไม่มีใครเป็ นเจ้ าของ ยึดครองโลกได้ หรอกหนา ที่เห็นเป็ นเพียงภาพลวงตา หลงว่าสังคมเจริ ญ คลังไคล้ หลงไหลลงตํ่า ่ ศีลธรรมกับวิงห่างเหิน ่ ความดีถกยําทําเมิน ู ่ เพลิดเพลินอยูในอบาย ่ กอบโกยเอาจากธรรมชาติ กระทังพินาศสิ ้นสลาย ่ แผ่นดินแล้ งร้ างปางตาย ผีร้ายยื ้อแย่งแบ่งกินกัน ชีวิตไม่นานผ่านพ้ น ควรอยูอย่างคนสร้ างสรรค์ ่ ให้ โลกงดงามนิรันดร์ กํานัลคนรุ่นต่อไป… ครู อ่านตนเองให้ ออก บอกตนเองให้ ได้ ใช้ ตนเองให้ เป็ น เห็นตนเองให้ ชด ั จัดตนเองให้ ถก ู
Download