วิชาธรรม
วิชาธรรม
บรรยายโดย
พระปภัสสร ปสนฺนจิตฺโต
a. ข้อใด เป็นธรรมมีอุปการะมาก ?
ก หิริ โอตตัปปะ ข.สติ
สัมปชัญญะ
ค. กตัญญูกตเวที ง. ขันติ โสรัจ
จะ
๒. เราควรใช้สติเมื่อใด ?
ก. ก่อนทำ พูด คิด
ข. ขณะทำ พูด คิด
ค. ทำ พูด คิดเสร็จแล้ว
ง. ข้อ ก. ข้อ ข. ถูก
๓. เราควรใช้สัมปชัญญะเมื่อใด ?
ก. ก่อนทำ พูด คิด
ข. ขณะทำ พูด คิด
ค. ทำ พูด คิดเสร็จ
ง. ใช้ได้ตลอดกาล
๔. ข้อใด เรียกว่าเทวธรรม ?
ก. สติ สัมปชัญญะ
ข. ขันติ โสรัจจะ
ค. หิริ โอตตัปปะ
ง. กตัญญู กตเวที
๕. ผู้มีเทวธรรม มีลักษณะ
อย่างไร ?
ก. ไม่ทำชั่วในที่ลับ
ข. ไม่ทำชั่วในที่แจ้ง
ค. ไม่ทำชั่ว ทั้งในที่ลับและที่
แจ้ง
ง. ไม่ทำชั่ว เพราะกลัวถูก
ประณาม
๖. ข้อใด เป็นลักษณะของโอตตัปปะ ?
ก. ละอายความชั่ว
ข. กลัวถูกลงโทษ
ค. ละอายตนเอง
ง. กลัวผลของความชั่ว
๗. ผู้งดงามทั้งนอกทั้งใน เพราะมี
คุณธรรมข้อใด ?
ก. หิริ โอตตัปปะ
ข. สติ สัมปชัญญะ
ค. ขันติ โสรัจจะ
ง. กตัญญู กตเวที
๘. นาย ก. ถูกนาย ข. ทำร้าย อดกลั้น
ไว้ได้ เพราะมีคุณธรรมอะไร ?
ก. หิริ
ข. โอตตัปปะ
ค. ขันติ
ง. สติ
๙. ความทนต่อความหนาวร้อน มีความ
หมายตรงกับข้อใด ?
ก. ทนต่อความเจ็บใจ
ข. ทนต่อความตรากตรำ
ค. ทนต่อความอยาก
ง. ทนต่อความทุกข์ทรมาน
๑๐. ข้อใด เป็นความหมายของคำว่า “
กตเวที ” ?
ก. ทำอุปการะก่อน
ข. รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว
ค. ตอบแทนคุณท่าน
ง. รู้อุปการะและตอบแทนคุณ
๑๑. ผู้ใดไม่ชื่อว่า บุพพการี ?
ก. บิดา มารดา
ข. พระมหากษัตริย์
ค. บุตร ธิดา
ง. ครู อาจารย์
๑๒. ชาวพุทธมีอะไร เป็นสรณะ ?
ก. ไตรสิกขา
ข. ไตรมาส
ค. ไตรลักษณ์
ง. ไตรรัตน์
๑๓. พระธรรม คืออะไร ?
ก. หนังสือธรรมะ
ข. คัมภีร์เทศน์
ค. คำสุภาษิต
ง. คำสั่งสอน
๑๔. ข้อใด เป็นคุณของพระ
ธรรม ?
ก. รักษาผู้ปฏิบัติให้ร่ำรวย
ข. รักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปใน
ที่ชั่ว
ค. รักษาผู้ปฏิบัติให้มีความสุข
ง. รักษาผู้ปฏิบัติให้เจริญ
๑๕. สงฆ์ในคำว่า“ สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโ
ฆ ” หมายถึงใคร ?
ก. ภิกษุสงฆ์
ข. ภิกษุณีสงฆ์
ค. อริยสงฆ์
ง. สมมติสงฆ์
๑๖. โอวาทของพระพุทธเจ้าที่เป็นหลักการ
คืออะไร ?
ก. ไม่คบคนชั่ว คบคนดี มีเมตตา
ข. ไม่ทำชั่ว ทำดี กตัญญู
ค. ไม่ทำชั่ว ทำดี ทำใจให้
ผ่องใส
ง. ทำดี ทำใจให้ผ่องใส มีสัตย์
๑๗. ทุจริต หมายถึงการประพฤติเช่น
ไร ?
ก. กาย วาจา
ชอบ
ข. กาย วาจา มิชอบ
ค. กาย วาจา ใจ
ชอบ
ง. กาย วาจา ใจ มิชอบ
๑๘. นักเรียนสั่งซื้อยาบ้าเพื่อจะเสพ จัด
เป็นทุจริตข้อใด ?
ก. กายทุจริต
ข. วจีทุจริต
ค. มโนทุจริต
ง. ถูกทุกข้อ
๑๙. “ ยุให้รำ ตำให้รั่ว ” เป็นลักษณะ
ของคำพูดในข้อใด ?
ก. พูดเท็จ
ข. พูดคำหยาบ
ค. พูดส่อเสียด
ง. พูดเพ้อเจ้อ
๒๐. ทุจริต ๓ อย่าง เป็นธรรมประเภท
ใด ?
ก. ธรรมที่ควรศึกษา
ข. ธรรมที่ควรละ
ค. ธรรมที่ควรรู้
ง. ธรรมที่ควรเห็น
๒๑. มูลเหตุแห่งความผิดของคน คืออะไร ?
ก. โลภะ โทสะ โมหะ
ข. มานะ โทสะ โมหะ
ค. ราคะ โทสะ โมหะ
ง. ตัณหา ราคะ ทิฏฐิ
๒๒. ฉ้อราษฎร์บังหลวง มีอะไรเป็นมูล
เหตุ ?
ก. โลภะ โทสะ
ข. โลภะ ตัณหา
ค. โลภะ ทิฏฐิ
ง. โลภะ โมหะ
๒๓. คำว่า “ อารมณ์เสีย อารมณ์เน่า ”
เทียบได้กับข้อใด ?
ก. มานะ
ข. โกธะ
ค. โลภะ
ง. พยาบาท
๒๔. ข้อใด ไม่จัดเข้าในสัปปุริสบัญญัติ ?
ก. ทาน
ข. ศีล
ค. ปัพพัชชา
ง. มาตาปิตุอุปัฏฐาน
๒๕. สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญ เรียก
ว่าอะไร ?
ก. บุญกิริยา
ข. บุญวัตถุ
ค. สังคหวัตถุ
ง. บุญกิริยาวัตถุ
๒๖. การสวดมนต์ จัดเข้าในการทำบุญ
ประเภทใด ?
ก. ทานมัย
ข. สีลมัย
ค. ภาวนามัย
ง. ธัมมเทสนามัย
๒๗. คนมีบุญ คือคนเช่นไร ?
ก. มีลาภ มียศ
ข. มีคนสรรเสริญ
ค. ไม่มีคนนินทา
ง. สุขกาย สุขใจ
๒๘. คบคนดี ฟังวจีโดยเคารพ นอบนบ
ด้วยพินิจ ทำกิจด้วยปฏิบัติ ตรงกับข้อใด
?
ก. วุฒิธรรม
ข. จักรธรรม
ค. อิทธิบาทธรรม
ง. พรหมวิหารธรรม
๒๙. คำว่า “ บุญใหม่ ” ตรงกับ
ข้อใด ?
ก. อยู่ในประเทศ
สมควร
ข. คบสัตบุรุษ
ค. ตั้งตนไว้ชอบ
ง. ได้ทำความดีไว้ในปาง
ก่อน
๓๐. ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร เป็น
ลักษณะของอคติข้อใด ?
ก. ฉันทาคติ
ข. โทสาคติ
ค. โมหาคติ
ง. ภยาคติ
๓๑. “ ผมเป็นลูกนายตำรวจครับ ” การ
โอ้อวดเช่นนี้ เป็นเหตุให้เกิดอคติ ข้อ
ใด ?
ก. ฉันทาคติ
ข. โทสาคติ
ค. ภยาคติ
ง. โมหาคติ
๓๒. ข้อใด ตรงกับสังวรปธาน ?
ก. เพียรละบาปที่เกิดขึ้น
แล้ว
ข. เพียรระวังมิให้บาปเกิดขึ้น
ค. เพียรให้กุศลเกิด
ขึ้น
ง. เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นไม่ให้
เสื่อม
๓๓. อิทธิบาทข้อใด เป็นพื้นฐานนำไปสู่
ความสำเร็จของงาน ?
ก. ฉันทะ
ข. จิตตะ
ค. วิริยะ
ง. วิมังสา
๓๔. การเอาใจฝักใฝ่ในการศึกษาไม่
วางธุระ คือข้อใด ?
ก. ฉันทะ
ข. วิริยะ
ค. จิตตะ
ง. วิมังสา
๓๕. การช่วยคนประสบทุกข์ จัดเป็น
พรหมวิหารข้อใด ?
ก. เมตตา
ข. กรุณา
ค. มุทิตา
ง. อุเบกขา
๓๖. ความดับตัณหาได้สิ้นเชิง ทุกข์ดับไป
หมด ชื่อว่าอะไร ?
ก. ทุกข์
ข. สมุทัย
ค. นิโรธ
ง. มรรค
๓๗. สัมมาทิฏฐิ ปัญญาอันเห็นชอบ คือ
อะไร ?
ก. เห็นอริยสัจ
ข. เห็นอริยทรัพย์
ค. เห็นอริยสงฆ์
ง. เห็นอริยสาวก
๓๘. การพิจารณาความตายเนือง ๆ มี
ประโยชน์อย่างไร ?
ก. บรรเทาความเมาในวัย
ข. บรรเทาความเมาในชีวิต
ค. บรรเทาความยึดมั่น
ง. บรรเทาความเห็นแก่ตัว
๓๙. ข้อใด เป็นอานิสงส์ของการฟังธรรม
โดยตรง ?
ก. ทำให้ได้บุญ
ข. ทำให้เกิดสมาธิ
ค. ทำให้ละกิเลส
ง. ทำให้เกิดปัญญา
๔๐. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าเคารพใน
การศึกษา ?
ก. ขยันไปโรงเรียน
ข. ขยันอ่านหนังสือ
ค. ขยันหาความรู้
ง. ขยันทำการบ้าน
๔๑. สาราณิยธรรม คือธรรมเช่นไร ?
ก. ธรรมที่เป็นแก่นสาร
ข. ธรรมของผู้ทรงศีล
ค. ธรรมเป็นเหตุบริจาค
ง. ธรรมเป็นเหตุให้ระลึกถึงกัน
๔๒. “ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ” ตรงกับ
หลักธรรมข้อใด ?
ก. กาลัญญุตา
ข. อัตตัญญุตา
ค. ปริสัญญุตา
ง. ธัมมัญญุตา
๔๓. ข้อใด เป็นอิฏฐารมณ์ทั้งหมด ?
ก. ลาภ เสื่อมลาภ สุข ทุกข์
ข. ยศ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
ค. สุข ทุกข์ สรรเสริญ นินทา
ง. ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
๔๔. ทำอย่างไร จึงจะตั้งตัวได้ในโลกนี้ ?
ก. เว้นจากอบายมุข
ข. บำเพ็ญสังคหวัตถุ
ค. คบกัลยาณมิตร
ง. บำเพ็ญทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์
๔๕. ข้อใด เป็นลักษณะของคนดีแต่
พูด ?
ก. คบเพื่อนเพราะเห็นแก่
ประโยชน์
ข. สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์
มิได้
ค. ต่อหน้าว่า
สรรเสริญ
ง. คิดแต่ได้ฝ่ายเดียว
๔๖. คนเทียมมิตรเช่นไร ที่ควรหลีกเลี่ยง
ให้ไกลที่สุด ?
ก. มิตรชักชวนในทางฉิบหาย
ข. มิตรหัวประจบ
ค. มิตรดีแต่พูด
ง. มิตรปอกลอก
๔๗. อัตถจริยาในสังคหวัตถุ หมายความ
ว่าอย่างไร ?
ก. โอบอ้อมอารีย์
ข. วจีไพเราะ
ค. สงเคราะห์ชุมชน
ง. วางตนพอดี
๔๘. ฆราวาสธรรม คือข้อใด ?
ก. สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ
ข. สัทธา สีล จาคะ ปัญญา
ค. ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ง. เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
๔๙. “ งบประมาณขาดดุล ” ชื่อว่า
ขาดธรรมข้อใด ?
ก. อัตถจริยา
ข. สมชีวิตา
ค. สมานัตตตา
ง. กัลยาณมิตตตา
๕๐. ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ข้อใด ?
ก. สมณะ
ข. อาจารย์
ค. มารดาบิดา
ง. มิตร

104 วิชาธรรมวิภาค ธรรมศึกษา ชั้นตรี .ppt