จักรวาลไม่ ใช่ มี
1 เดียวเท่ านั้น
แต่ มีจานวนนับไม่ ถ้วน
นักวิทยาศาสตร์ กล่ าว
 ว่ าจักวาลมีขอบกั้น

จักวาลจึงเป็ นเพียงจุด
 เล็กๆในห้ วงอวกาศ
ระบบสุริยจักรวาลเรา
  จึงเล็กกว่ านั้นอีก
ถ้ าเราดูท้องฟาคาคืน
              ้ ่
 จะพบดาวฤกษ์ และ
     ดาวเคราะห์
กล้ องดูดาวทีเ่ ทือกเขา
 พาโลม่ าในอเมริกา
นักดาราศาสตร์ พบว่ ามี
   ระบบสุริยะเหมือน
    เราอยู่ด้วย
ผู้พบคือนายเจฟ มาซี
และนายพอล บัดเลอร์
จากม.ซานฟรานซีสโก
ด้ วยวิธีแยกสเป็ กตรัม
   ของสี ร้ ุง 7 สี เป็ น
    สเป็ กโตรมิเตอร์
พบว่ าดาวแต่ ละดวงมี
การสะท้ อนแสง
ต่ างกัน






    ไกลจากเราออกไปพบ
     ว่ ามีดาวเหมือนโลก
คาเปร่ า    ซิริอุส
          อัลฟาเทาไป
                   
1.ระบบซิริอสุ
2.ระบบอัลฟาเทาไป
3.ระบบซิริอุส
มนุษย์ ต่างดาวมีจริงหรือ?
 หรือ?



พ.อ.อ.เมลวิน บราวน์ กล่าวว่ า
 เคยปฏิบัตการยานบินตก
             ิ
   ที่นิวเม็กซิโก ปี 1947
จอร์ จ อดัมสกี้ นักดาราศาสตร์
ชาวอเมริกน ใช้ กล้อง 8 มิล
           ั
 ถ่ ายภาพยนต์ ยานบินไว้ ได้
รายงานจากกองทัพอากาศ
อังกฤษถึงกระทรวงกลาโหม
   เรื่องยานบินลึกลับ
เขาสิ เนรุ
          เขาสั ตตบรรพต
               ทะเลสี ทันดร
                                 




กลางจักรวาลมีเขาสิ เนรุ
ล้ อมด้ วยเขาสั ตตบรรพต
     และทะเลสี ทันดร
พรหม 20
                    เทวดา 6
                              


                   เขาสั ตตบร
 มนุษย์ 1
    จฉาน 1 เขาสิ เนรุ
เดรั
                   รพต
                      เปรต 1      
              อสู ร 1
             นรก 1

สภาพไร้ นาหนักหาก
         ้
 เทนาจากแก้ วนาจะ
     ้        ้
   ลอยบนอากาศ
อุตรกุรุทวีป
               1000 ปี
                        ทะเลสี ทันดร
อปรโคยานทวีป  บุพพวิเทหทวีป
    500 ปี                 700 ปี
             ชมพูทวีป
               100 ปี
   พบว่ ามีทวีปใหญ่ 4
   ทวีปเล็ก 2000 ทวีป            
การระเบิดของ
 พลาซ่ าที่เนบิวร่ า
ทวีปเล็ก 2000
กาเนิด 4
1.ชลาพทชะ
      ุ
เกิดในครรภ์ คน,สั ตว์
2.อัณฑชะ
เกิดในไข่ สั ตว์ เดรัจฉาน
3.สั งเสทชะ        หนอน,พยาธิ,
เกิดในที่ชื้นแฉะ     เชื้อโรค

4.โอปปาติกะ
เกิดโตทันที - กายละเอียด
กายละเอียด
   สสาร        เมล็ดพืช

      โมเลกล
           ุ
                    82.3ล้ าน
            ปรมณู
     P+ E
     + - โอชะ ดิน
     N-
    อะตอม รส สี นา  ้
วิทยาศาสตร์ กลิน ลม
               ่
                 ไฟ
          อวินิโพครูป 8
สั มโมหวิโนทนีอรรถกถา
1เมล็ดพืช7 อูกา(หัว
เล็นกา7 ลิกขา(รอย
1อู )
ขีด)
1ลิกขา 36 รถเรณู
(เกสร)
1รถเรณู36ตัชชารี(รังสี
แดด)
1ตัชชารี36อณู
 1อณู36ปรมณู
       
 1 ปรมณู=82.3ล้ านส่ วน

คัมภีร์อภิธรรมรู ป 28
มหาภูตรู ป       4 ดิน,นา,ลม,ไฟ
                            ้
ปสาทรู ป         5 ตา,หู,จมูก,ลิน,กาย
                                   ้
โคจรรู ป         5 สี ,เสี ยง,กลิน,รส,สั มผัส
                                 ่
สภาวรู ป         2 เพศชาย,หญิง
หทยรู ป          1 หัวใจ
ชีวตรู ป
    ิ            1 รู ปที่รักษารู ปเกิด
อาหารรู ป        1 โอชะที่ให้ กายเจริญ
กายวิญญัตรูป 1 วจีวญญัตรูป1
           ิ              ิ    ิ
ลหุตารู ป 1,มุทุตารู ป1,กัมมัญตารู ป1
อุปาจยรู ป1,ชรตารู ป,สั นตติรูป,อนิจจาตา
รู ป1
          ชายจริงมี 27 รู ป
หญิงแท้ มี 27 รู ป , กะเทย 28 รู ป
       อัลเบิร์ต ไอน์ สไตน์

เขากล่ าวว่ า “ศาสนาในอนาคตจะ
ต้ องเป็ นศาสนาสากลทีอยู่เหนือ
                      ่
พระเจ้ าหรือเทวดาที่ไม่ มีตัวตน
ศาสนานั้นต้ องครอบคลุมความจริง
ของธรรมชาติและทนต่ อการพิสูจน์
พระพุทธศาสนาตอบข้ อกาหนด
เหล่ านีได้ และถ้ าจะมีศาสนาใด
         ้
รับมือกับ
ความต้ องการวิทยาศาสตร์ ได้ ต้องเป็ น
     พระพุทธศาสนาเท่ านั้น
         อัลเบิร์ต ไอน์ สไตน์
            นักวิทยาศาสตร์
      ผูเ้ ป็ นอัจฉริ ยะของโลก
     ผู้คดค้ นทฤษฎีสัมพันธภาพ
         ิ
                      2
              E=mc
นักวิทยาศาสตร์ กาลังค้ นคว้ า
เพิมเติมตลอดเวลากับเรื่อง
     ่
ลีลบในจักรวาลเมื่อเทคโนโลยี
   ้ั
  ก้าวไกลกว่ านีคาสอนของพุทธ
                ้
       จะเป็ นความจริงยิงขึน
                        ่ ้




   การเดินทางในจักรวาลยุคนี้
จาเป็ นต้ องใช้ เวลามาก,
เชื้อเพลิงมาก,วิธีการมาก
ระยะทางหลายพันปี แสงกับ
   เวลาของชีวตคนไม่ ยาวพอ
               ิ




ทางวิทยาศาสตร์ กล่ าวว่ า
5,000 ล้านปี ที่ผ่านมา
เกิดการระเบิดใหญ่ ของจักรวาล
       (BIG BANG)
     พุทธศาสนาเรี ยกว่า
       ไฟบรรลัยกัลป์
การระเบิดครั้งนั้นทาให้ ดาว
โลกและดาวอืนๆละลาย ที่ยง
               ่           ั
ไม่ เย็นตัวลงเป็ น ดาวฤกษ์
เย็นตัวลงแล้วเป็ น ดาวเคราะห์
เมือดาวโลกถูกทาลายสั ตว์ ,
    ่
มนุษย์ และเทวดาพินาศสิ้นผู้
ทาสมาธิไปเกิดเป็ นอาภัสสร
พรหมกายละเอียดมีปีติเป็ น
อาหารรัศมีรอบกายเหาะได้
พรหม จุต(ตาย) มนุษย์
                 ิ
โลก มีฝนตก, นาท่ วม เวลาผ่ าน
               ้
  ไปนาน นาแห้ ง เกิดง้ วนดิน
           ้
  (นานมแห่ งโลก) กลินหอม
    ้                ่
 รสหวาน คล้ายเนยข้ นอย่ างดี
 มนุษย์ ตกกิน กายจึงหยาบขึน
         ั                  ้

หลังจากที่
          ภูเขาไฟระเบิด
 จะเกิดลาวาไหลออกมา เมื่อ
 เย็นตัวลงพืนดิน จะอุดม
            ้
 สมบูรณ์ ด้วยแร่ ธาตุอาหาร
กายมนุษย์ ยุคแรกเป็ น
โอปปาติกะ หยาบขึนเพราะ
                   ้
กินอาหารหยาบแห่ งโลก
รัศมีรอบกายเริ่มหมดลง
เมื่อรัศมีกายหมดโลกมืดมิด
ดวงจันทร์ กับ ดวงอาทิตย์
จึงเกิดขึนกลางวันกลางคืนก็
          ้
ปรากฏ เป็ นวัน เป็ นเดือน เป็ นปี
ลาดับขั้นของอาหารแห่ งโลก
1. ง้ วนดิน ( คล้ายเนยข้ น)
2. กะบิดน (คล้ายเห็ด)
          ิ
3. เครือดิน (คล้ายมะพร้ าว)
4. ข้ าวสาลีจึงปรากฏเพศชาย,หญิง

เมื่อเพศประกฎก็มีการสั มผัสทาง
กาย จนถึงการสมสู่ ทางเพศการเกิด
เปลียนเป็ นเกิดในครรภ์ จนมีการแย่ ง
     ่
ชิงคู่ครองและทาร้ ายกันและกัน

ลาดับขั้นของอาหารเปลียนไป ่
ทีสุดเป็ นข้ าวสาลีเมือมนุษย์ กกตุน
   ่                  ่        ั
ข้ าวสาลีเริ่มขาดแคลน
เกิดการเพาะปลูก ในทีสุด ่
เมื่ออาหารขาดแคลนมนุษย์ ก็
เบียดเบียนกันเองฆ่ าสั ตว์ เป็ น
อาหารผิวพรรณมนุษย์ ยงทรามลง
                         ิ่
อายุส้ั นลงด้ วย
คัมภีร์มงคลทีปนี
 สตรีผู้ให้ บุตรเกิดชื่อว่ า มาตา
 บุรุษผู้ให้ บุตรเกิดชื่อว่ า ปิ ตา
 สตรีเป็ นผู้ทากิจทีทาได้ ยาก
                     ่
คือการคลอดลูก
มัชณิมนิกายมัชณิมปัณณาส
         กล่าวถึงการเกิดไว้ว่า
1. มาตาปิ ตโร จ สนนิปติตา โหน
   ชายหญิงอยู่เนื่องกัน (ร่ วมกัน)
ติ
2. มาตา จ อุตนี โหนติ
    หญิงมีไข่ สุก
3.คนธพโภ จ ปจจุฏฐิ โต
    วิญญาณเข้ าปฏิสนธิ
      ภาพการผสมเทียม

                             ไข่ ฝ่ายหญิง
การทาโคลนนิ่ง
   นานิวเคลียส
                  




            แกะหน้ าขาวผสม
ไซโตรปลาส
                แกะหน้ าดา
       ได้ เซลใหม่ 
                ไปใส่ ไว้ใน
ครรภ์ ววตัวเมีย
                        ั
 ทีพร้ อมจะเป็ นแม่
                  ่
                เกิดลูกเหมือนพ่อ
รูปปฏิสนธิ
              

     อสุ จิ         อัณทชะ


รู ปปฏิสนธิเกิดจากอานาจของกรรม
เรียกว่ า“กัมมัชรู ป”
1. กายปสาทรู ปกายเนือทั่วตัว
                        ้
2. หทัยรู ป ก้อนเนือหัวใจ
                      ้
3. สภาวรู ป เพศชาย, หญิง
อินทกสูตรสั งยุตนิกาย
    นามันงา
     รู ปปฏิสนธิเป็ นกลละใสดุจ ้
     7 วันเรียกอัมพุชะเหมือนนาล้ างเนือ
                    ้       ้
     ไสดุจเรียก นงา เป็ นวุ้น
     7วัน น้ ามั เปสิ
     7วันเรียก ฆนะ เป็ นกลุ่ม
     7วันเรียก ปัญจสาขา แตก 5 ปุ่ ม
     ก้ อนมีอาการ32เรียกทวัตติงสาการ
     7วั น
   อาการนีเ้ ปลียน7วัน 5 ครั้งรวม
                ่
   เป็ นปัจจัย35ประการหมดเขต
   35 วัน
     ปฏิสนธิ เข้ าสู่ เขต ปวัตติกาล
7 วันเกิด ตา 7 วันเกิด จมูก 7วันเกิด หู
7วันเกิดลินรูปขันธ์ ครบใน64วันจึงเกิด
           ้
นามขันธ์ เวทนาสั ญญาสั งขารวิญญาณ

กาลมรณะจิต
                             ทวิภพ
            จุตจต ภพ ปฏิสนธิจิต
                       ิิ
 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ร่ างใหม่ 


  ร่ างเก่ า ชาตินี้              ชาติหน้ า




นาย ก          วิญญาณนาย ก

กำเนิดจักรวาล