

พุทธศาสนสุภาษิตคากลอน
    1.อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (ชั้น ป.1)            5.ปญญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ชั้น ป.5)
       (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ)                    (ปัญญา โลกัสสะหมิง ปัชโชโต)
           “ตนเป็นที่พึ่งของตน”                     “ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก”
                  (ขุ.ธ. 25/36,66)                             (ส.ส. 15/61)
พึงคนอืนชื่นใจเป็ นบางครั้ง
      ่       ่                               ยามเมือโลกขาดแสงแห่ งอาทิตย์
                                                        ่
ไม่ เหมือนดังพึงตนผลฉวี
                ่                             ย่ อมมืดมิดมองอะไรก็ไม่ เห็น
พึงเขาได้ กเ็ พราะเราทาความดี
  ่                                           ยามเมือจิตขาดปัญญาพาลาเค็ญ
                                                     ่
ตนเป็ นศรีของตนผลจึงตาม.                      มองไม่ เห็นดีหรือชั่วทีตวทา.
                                                                     ่ ั


   2.นิมิตต สาธุรูปาน กตญญูกตเวทิตา                 6.ยถาวาที ตถาการี (ชั้น ป.6)
  (นิมิตตัง สุธุรูปานัง กตัญญูกะตะเวทิตา)                (ยะถาวาที ตะถาการี)
“ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี”                “พูดเข่นไร ทาเช่นนั้น”
                (นัย-ส.ส.) (ชั้น ป.2)               (ขุ.เถร. 26/441 ขุ.สุ. 25/394)
กตัญญูรู้ คุณนีบุญหลาย
                   ้                                            คนตรงพูดอย่ างใดนาใจมัน้ ่
เป็ นเครื่องหมายคนดีท่านชี้ชัด                                  ทาอย่ างนั้นแน่ นักสมศักดิ์ศรี
ไม่ รู้ คุณตอบคุณบุญวิบัติ                                      พูดคาใดทานั่นมันวจี
                                                                                  ่
จะเป็ นสัตว์ หอนเห่ าเอากระมัง.                                 มิได้ มผดเพียนจะเปลียนแปลง.
                                                                       ี ิ ้         ่


      3.ททมาโน ปิโย โหติ (ชั้น ป.3)                 7.ย เว เสวติ ตาทิโส (ชั้น ม.1)
         (ทะทะมาโน ปิโย โหติ)                         (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส)
           “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก”                “คบคนเช่นใดเป็นคนเช่นนั้น” (ว.ว.)
               (อง. ปญจก. 22/43)            คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
ผู้ทให้ เพียบพร้ อมย่ อมประจักษ์
           ี่                                 คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
เป็ นทีรักแห่ งชนคนทั้งหลาย
         ่                                    คบคนชั่วพาตัวให้ มดมน
                                                                ื
อยากประสบคบค้ าทั้งหญิงชาย                    เกิดเป็ นคนจะคบใครควรไตร่ ตรอง.
ไม่ คลีคลายเป็ นมิตรสนิทเนา.
       ่
                                                   8.สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย (ชั้น ม.2)
    4.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี (ชั้น ป.4)                 (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย)
        (สุขา สังฆัสสะ สามัคคี)                     “ความสั่งสมซึ่งบุญ นาสุขมาให้”
 “ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะให้เกิดสุข”                           (ขุ.ธ. 25/30)
                  (ขุ. ธ. 25/41)              สะสมบุญไว้ เถิดประเสริฐสุ นทร์
ถ้ าหมู่ใดมีความพร้ อมเพรียงกัน              วิบากบุญนาสุ ขทุกสมัย
ในหมู่น้ันก็เจริญเพลิดเพลินผล                 เมือเป็ นอยู่หลับตาเวลาตาย
                                                 ่
ให้ เกิดสุ ขสมหมายคลายกังวล                   แสนสบายสุ ขสมชมแต่ บุญ.
เพราะทุกคนสามัคคีดต่อกัน
                       ี
พุทธศาสนสุภาษิตคากลอน (ต่อ)
 9.กลฺยาณการี กลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก                         12.อตฺตา หเว ชิต เสยโย (ชั้น ม.3)
(กัลยาณะการี กัลยาณัง ปาปะการี จะ ปาปะกัง)                     (อัตตะ หะเว ชิตัง เสยโย)
       “ทาดีได้ดี ทาชั่วได้ชั่ว” (ชั้น ม.2)                        “ชนะตนนั่นแหละดี”
      (ส.ส. ๑๕/๓๓๓,ขุ.ชา.ทุก ๒๗/๘๔)                                  (ขุ.ธ. ๒๕/๒๙)
 ทา ความดีได้ ดนีเ้ ป็ นหลัก
                   ี                                                      ชนะอืนหมืนแสนแม้ นร้ อยครั้ง
                                                                                     ่ ่
 ดี นั้นจักชู ช่วยอานวยผล                                                 แต่ ถ้ายังแพ้ กเิ ลสและเหตุผล
 ได้ ความสุ ขมังมีเพราะดีดล
                 ่                                                        ไม่ ยงใหญ่ ไปกว่ าปัญญาชน
                                                                                ิ่
 ดี เป็ นผลกุศลกรรมคือทาดี.                                               ผู้ข่มจิตพิชิตตนเพียงหนเดียว.
                     ทา ความชั่วพาเราให้ เศร้ าหมอง          13.ธมฺมจารี สุข เสติ (ชั้น ม.3)
                     ชั่ว คงต้ องตามติดคิดถ้ วนถี่                  (ธัมมะจารี สุขัง เสติ)
                     ได้ รับผลแห่ งกรรมทีทานี้  ่             “ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข”
                     ชั่ว ชีวสิ้นสุ ขทุกข์ เข้ าครอง.
                              ี                                          (ขุ.ธ. 25/37)


     10.สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย (ชั้น ม.2)
        (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย)
                                                             ประพฤติธรรมมีธรรมประจาจิต
       “ความสั่งสมซึ่งบุญ นาสุขมาให้”
                                                             เป็ นเนืองนิตย์ ไร้ ทุกข์ สุขกุศล
                    (ขุ.ธ. 25/30)
 สะสมบุญไว้ เถิดประเสริฐสุ นทร์                             ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน
 วิบากบุญนาสุ ขทุกสมัย                                       จะห่ างพ้ นไพรีไม่ มกวน.
                                                                                    ี
 เมือเป็ นอยู่หลับตาเวลาตาย
    ่                                                        14.ปมาโท มจจุโน ปท (ชั้น ม.3)
 แสนสบายสุ ขสมชมแต่ บุญ.                                        (ปะมาโท มัจจุโน ปะทัง)
                                                            “ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย”
                                                                         (ขุ.ธ. 25/18)
  11.ปูชโก ลภเต ปูช วนฺทโก ปฏิวนฺทน
                                        ความประมาทแน่ นักมักฉิบหาย
(ปูชโก ละภะเต ปูช วันทะโก ปะฏิวันทะนัง)
                                        เป็ นทางตายเดินดุ่มไปหลุมผี
         “ผู้บูชา ย่อมได้รับบูชาตอบ
                                        ตายทั้งเป็ นดับดินสิ้นชีวี
                                                         ้
         ผู้ไหว้ ย่อมได้รับไหว้ตอบ”
          (ขุ.ชา.มหา. ๒๘/๑๕๔) (ชั้น ม.2)               จะมากมีด้วยโทษโปรดระวัง.
 ผู้บูชาสุ ดงามเป็ นความชอบ
 ได้ รับตอบบูชิตทุกทิศา                                    15.สุสฺสูส ลภเต ปญฺญ (ชั้น ม.3)
 บูชาเขาเขามีแต่ ปรีดา                                         (สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง)
 บูชามาตอบเราเท่ าเท่ ากัน.
                                                                 “ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา”
                                                                       (ส. ส. 15/316)
                      ผู้ทไหว้ วนทาท่ านว่ าชอบ
                               ี่ ั                                      สุ ตั้งใจฟังให้ ดอย่ าขีเ้ กียจ
                                                                                               ี
                      ได้ ไหว้ ตอบเหมือนหวังอย่ ากังขา                      จิ คิดให้ ละเอียดข้ อสงสัย
                      ผู้ไหว้ เขาเขานั้นก็วนทา
                                           ั                                ปุ ถามตามเนือความทีข้องใจ
                                                                                             ้         ่
                      สนองมาเร็วพลันวันทะนัง.                               ลิ เขียนไว้ เมือสงสัยได้ เปิ ดดู
                                                                                           ่
พุทธภาษิตนักเรียน

พุทธภาษิตนักเรียน

  • 1.
  • 2.
    พุทธศาสนสุภาษิตคากลอน 1.อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (ชั้น ป.1) 5.ปญญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ชั้น ป.5) (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ) (ปัญญา โลกัสสะหมิง ปัชโชโต) “ตนเป็นที่พึ่งของตน” “ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก” (ขุ.ธ. 25/36,66) (ส.ส. 15/61) พึงคนอืนชื่นใจเป็ นบางครั้ง ่ ่ ยามเมือโลกขาดแสงแห่ งอาทิตย์ ่ ไม่ เหมือนดังพึงตนผลฉวี ่ ย่ อมมืดมิดมองอะไรก็ไม่ เห็น พึงเขาได้ กเ็ พราะเราทาความดี ่ ยามเมือจิตขาดปัญญาพาลาเค็ญ ่ ตนเป็ นศรีของตนผลจึงตาม. มองไม่ เห็นดีหรือชั่วทีตวทา. ่ ั 2.นิมิตต สาธุรูปาน กตญญูกตเวทิตา 6.ยถาวาที ตถาการี (ชั้น ป.6) (นิมิตตัง สุธุรูปานัง กตัญญูกะตะเวทิตา) (ยะถาวาที ตะถาการี) “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” “พูดเข่นไร ทาเช่นนั้น” (นัย-ส.ส.) (ชั้น ป.2) (ขุ.เถร. 26/441 ขุ.สุ. 25/394) กตัญญูรู้ คุณนีบุญหลาย ้ คนตรงพูดอย่ างใดนาใจมัน้ ่ เป็ นเครื่องหมายคนดีท่านชี้ชัด ทาอย่ างนั้นแน่ นักสมศักดิ์ศรี ไม่ รู้ คุณตอบคุณบุญวิบัติ พูดคาใดทานั่นมันวจี ่ จะเป็ นสัตว์ หอนเห่ าเอากระมัง. มิได้ มผดเพียนจะเปลียนแปลง. ี ิ ้ ่ 3.ททมาโน ปิโย โหติ (ชั้น ป.3) 7.ย เว เสวติ ตาทิโส (ชั้น ม.1) (ทะทะมาโน ปิโย โหติ) (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส) “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” “คบคนเช่นใดเป็นคนเช่นนั้น” (ว.ว.) (อง. ปญจก. 22/43) คบคนพาลพาลพาไปหาผิด ผู้ทให้ เพียบพร้ อมย่ อมประจักษ์ ี่ คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล เป็ นทีรักแห่ งชนคนทั้งหลาย ่ คบคนชั่วพาตัวให้ มดมน ื อยากประสบคบค้ าทั้งหญิงชาย เกิดเป็ นคนจะคบใครควรไตร่ ตรอง. ไม่ คลีคลายเป็ นมิตรสนิทเนา. ่ 8.สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย (ชั้น ม.2) 4.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี (ชั้น ป.4) (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย) (สุขา สังฆัสสะ สามัคคี) “ความสั่งสมซึ่งบุญ นาสุขมาให้” “ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะให้เกิดสุข” (ขุ.ธ. 25/30) (ขุ. ธ. 25/41) สะสมบุญไว้ เถิดประเสริฐสุ นทร์ ถ้ าหมู่ใดมีความพร้ อมเพรียงกัน วิบากบุญนาสุ ขทุกสมัย ในหมู่น้ันก็เจริญเพลิดเพลินผล เมือเป็ นอยู่หลับตาเวลาตาย ่ ให้ เกิดสุ ขสมหมายคลายกังวล แสนสบายสุ ขสมชมแต่ บุญ. เพราะทุกคนสามัคคีดต่อกัน ี
  • 3.
    พุทธศาสนสุภาษิตคากลอน (ต่อ) 9.กลฺยาณการีกลฺยาณ ปาปการี จ ปาปก 12.อตฺตา หเว ชิต เสยโย (ชั้น ม.3) (กัลยาณะการี กัลยาณัง ปาปะการี จะ ปาปะกัง) (อัตตะ หะเว ชิตัง เสยโย) “ทาดีได้ดี ทาชั่วได้ชั่ว” (ชั้น ม.2) “ชนะตนนั่นแหละดี” (ส.ส. ๑๕/๓๓๓,ขุ.ชา.ทุก ๒๗/๘๔) (ขุ.ธ. ๒๕/๒๙) ทา ความดีได้ ดนีเ้ ป็ นหลัก ี ชนะอืนหมืนแสนแม้ นร้ อยครั้ง ่ ่ ดี นั้นจักชู ช่วยอานวยผล แต่ ถ้ายังแพ้ กเิ ลสและเหตุผล ได้ ความสุ ขมังมีเพราะดีดล ่ ไม่ ยงใหญ่ ไปกว่ าปัญญาชน ิ่ ดี เป็ นผลกุศลกรรมคือทาดี. ผู้ข่มจิตพิชิตตนเพียงหนเดียว. ทา ความชั่วพาเราให้ เศร้ าหมอง 13.ธมฺมจารี สุข เสติ (ชั้น ม.3) ชั่ว คงต้ องตามติดคิดถ้ วนถี่ (ธัมมะจารี สุขัง เสติ) ได้ รับผลแห่ งกรรมทีทานี้ ่ “ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข” ชั่ว ชีวสิ้นสุ ขทุกข์ เข้ าครอง. ี (ขุ.ธ. 25/37) 10.สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย (ชั้น ม.2) (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย) ประพฤติธรรมมีธรรมประจาจิต “ความสั่งสมซึ่งบุญ นาสุขมาให้” เป็ นเนืองนิตย์ ไร้ ทุกข์ สุขกุศล (ขุ.ธ. 25/30) สะสมบุญไว้ เถิดประเสริฐสุ นทร์ ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน วิบากบุญนาสุ ขทุกสมัย จะห่ างพ้ นไพรีไม่ มกวน. ี เมือเป็ นอยู่หลับตาเวลาตาย ่ 14.ปมาโท มจจุโน ปท (ชั้น ม.3) แสนสบายสุ ขสมชมแต่ บุญ. (ปะมาโท มัจจุโน ปะทัง) “ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย” (ขุ.ธ. 25/18) 11.ปูชโก ลภเต ปูช วนฺทโก ปฏิวนฺทน ความประมาทแน่ นักมักฉิบหาย (ปูชโก ละภะเต ปูช วันทะโก ปะฏิวันทะนัง) เป็ นทางตายเดินดุ่มไปหลุมผี “ผู้บูชา ย่อมได้รับบูชาตอบ ตายทั้งเป็ นดับดินสิ้นชีวี ้ ผู้ไหว้ ย่อมได้รับไหว้ตอบ” (ขุ.ชา.มหา. ๒๘/๑๕๔) (ชั้น ม.2) จะมากมีด้วยโทษโปรดระวัง. ผู้บูชาสุ ดงามเป็ นความชอบ ได้ รับตอบบูชิตทุกทิศา 15.สุสฺสูส ลภเต ปญฺญ (ชั้น ม.3) บูชาเขาเขามีแต่ ปรีดา (สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง) บูชามาตอบเราเท่ าเท่ ากัน. “ผู้ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา” (ส. ส. 15/316) ผู้ทไหว้ วนทาท่ านว่ าชอบ ี่ ั สุ ตั้งใจฟังให้ ดอย่ าขีเ้ กียจ ี ได้ ไหว้ ตอบเหมือนหวังอย่ ากังขา จิ คิดให้ ละเอียดข้ อสงสัย ผู้ไหว้ เขาเขานั้นก็วนทา ั ปุ ถามตามเนือความทีข้องใจ ้ ่ สนองมาเร็วพลันวันทะนัง. ลิ เขียนไว้ เมือสงสัยได้ เปิ ดดู ่