คูมือ



           “ยุวพุทธ”
นักเรียนพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
      ศูนยศึกษาพระพุทกาลเขาพรรษา) -อาทิตย
               (ภาคฤดู ธศาสนาวันเสาร
                 สํานักสงฆสวนวาง
           ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

 ชื่อ_____________นามสกุล _________
 เลขที่_______ชั้น______กลุม_________



                      คูมือ



               “ยุวพุทธ”
  นักเรียนพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
              (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)
     ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
                 สํานักสงฆสวนวาง
           ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

 ชื่อ_____________นามสกุล _________
 เลขที่_______ชั้น______กลุม_________
       ่          ้
แดยุวพุทธ
บริสุทธิ์จริงใจไรเดียงสา             บอบบางกวามาลีแรกคลี่ชอ
เยาวชนสืบเหยาเทิดเหลากอ              เหมือนเพชรรอเวลาเจียรนัย
เสี่ยงตอการติดกับความหยาบกราน งายตอการหลงตามความแปลกใหม
เหมาะแกการเสริมสรางกําลังใจ เพื่อจะไดกาวมั่นถูกขั้นตอน
                         หากเยาวชนสนใจธรรมสักนิด ภาวะจิตจะกาวรุดไมหยุดหยอน
                         พระศาสนาดังน้ําดับความรอน             ชี้แนะสอนพัฒนาเยาวชน
                         ใหรูใชเวลาวางสรางประโยชน         รูคุณโทษรูสังเกตรูเหตุผล
                         รูสังคมรูชีวิตรูคิดคน              รูวางตนรูรักสามัคคี
เปนอนาคตของชาติที่อาจหาญ เปนแรงตานอธรรมความกดขี่
เปนผูทรงคุณคาประเพณี                ไมเปนที่หนักใจคนใกลชิด
ถาวันนี้เยาวชนใฝธรรมะ                วันหนาจะนําไทยใหพิสิฐ
คือคุณพุทธศาสนาเสารอาทิตย            นิรมิตชาติสังคมโลกรมเย็น



                                คูมืออบรม   ๑   “ ยุวพุทธ”




                                    แดยุวพุทธ
บริสุทธิ์จริงใจไรเดียงสา             บอบบางกวามาลีแรกคลี่ชอ
เยาวชนสืบเหยาเทิดเหลากอ              เหมือนเพชรรอเวลาเจียรนัย
เสี่ยงตอการติดกับความหยาบกราน งายตอการหลงตามความแปลกใหม
เหมาะแกการเสริมสรางกําลังใจ เพื่อจะไดกาวมั่นถูกขั้นตอน
                         หากเยาวชนสนใจธรรมสักนิด ภาวะจิตจะกาวรุดไมหยุดหยอน
                         พระศาสนาดังน้ําดับความรอน             ชี้แนะสอนพัฒนาเยาวชน
                         ใหรูใชเวลาวางสรางประโยชน         รูคุณโทษรูสังเกตรูเหตุผล
                         รูสังคมรูชีวิตรูคิดคน              รูวางตนรูรักสามัคคี
เปนอนาคตของชาติที่อาจหาญ เปนแรงตานอธรรมความกดขี่
เปนผูทรงคุณคาประเพณี                ไมเปนที่หนักใจคนใกลชิด
ถาวันนี้เยาวชนใฝธรรมะ                วันหนาจะนําไทยใหพิสิฐ
คือคุณพุทธศาสนาเสารอาทิตย            นิรมิตชาติสังคมโลกรมเย็น



                                คูมืออบรม   ๑   “ ยุวพุทธ”
พระบรมราโชวาท
               พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว



“......การสอนศาสนาในโรงเรียน ทั้งในกรุงและหัวเมืองจะตองใหมีขึ้น ใหมีความวิตก
ไปวา เด็กชั้นหลังจะหางเหินจากศาสนา จนกลายเปนคนไมมีธรรมในใจมากขึ้น เมื่อ
เปนเชนนั้น จะถือวาเหมือนอยางทุกวันนี้ คนไมรูอะไรก็มีมาก ตอไปภายหนา ถาเปน
คนที่ไดเลาเรียนคงจะไดประพฤติตัวดีกวาคนที่ไมไดเลาเรียนนั้น “หาถูกไม” คนที่ไมมี
ธรรมใหยึดเหนี่ยวเปนเครื่องดําเนินตาม คงจะหันไปหาทางทุจริตโดยมาก ถารูนอยก็
โกงไมคลอง ฤาโกงไมสนิท ถารูมากก็โกงคลองขึ้น และโกงพิสดารมากขึ้น การที่หัด
ใหรูอานอักขรวิธี ไมเปนเครื่องฝกหัดใหคนดีคนชั่ว เปนแตไดวิธีที่สําหรับจะเรียน
ความดีความชั่วไดคลองขึ้น....”


                              คูมืออบรม    ๒   “ ยุวพุทธ”




                        พระบรมราโชวาท
               พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว



 “......การสอนศาสนาในโรงเรียน ทั้งในกรุงและหัวเมืองจะตองใหมีขึ้น ใหมีความ
 วิตกไปวา เด็กชั้นหลังจะหางเหินจากศาสนา จนกลายเปนคนไมมีธรรมในใจมากขึ้น
 เมื่อเปนเชนนั้น จะถือวาเหมือนอยางทุกวันนี้ คนไมรูอะไรก็มีมาก ตอไปภายหนา
 ถาเปนคนที่ไดเลาเรียนคงจะไดประพฤติตัวดีกวาคนที่ไมไดเลาเรียนนั้น “หาถูกไม”
 คนที่ไมมีธรรมใหยึดเหนี่ยวเปนเครื่องดําเนินตาม คงจะหันไปหาทางทุจริตโดยมาก
 ถารูนอยก็โกงไมคลอง ฤาโกงไมสนิท ถารูมากก็โกงคลองขึ้น และโกงพิสดารมากขึ้น
 การที่หัดใหรูอานอักขรวิธี ไมเปนเครื่องฝกหัดใหคนดีคนชั่ว เปนแตไดวิธีที่สําหรับ
 จะเรียนความดีความชั่วไดคลองขึ้น....”



                               คูมืออบรม   ๒   “ ยุวพุทธ”
เด็กคือผูสรางโลก

“.......เด็กทั้งหลาย คือ ผูสรางโลกในอนาคต เราจงพากันสรางโลกโดยผาน
ทางการสรางเด็กอยางถูกตองเสียแตบัดนี้เถิด อยาปลอยใหเด็กเปนไปตาม
บุญตามกรรมเลย จึงจะเปนการกระทําที่ดีมีความรับผิดชอบอยางสูงสุดของ
บิดามารดา ครูบาอาจารยแหงยุคนี้ ซึ่งถือวาเปนยุคของสติปญญา......”


                         (พระธรรมโกศาจารย)

                         คูมืออบรม   ๓   “ ยุวพุทธ”




                          เด็กคือผูสรางโลก

 “.......เด็กทั้งหลาย คือ ผูสรางโลกในอนาคต เราจงพากันสรางโลกโดยผาน
 ทางการสรางเด็กอยางถูกตองเสียแตบัดนี้เถิด อยาปลอยใหเด็กเปนไปตาม
 บุญตามกรรมเลย จึงจะเปนการกระทําที่ดีมีความรับผิดชอบอยางสูงสุด
 ของบิดามารดา ครูบาอาจารยแหงยุคนี้ ซึ่งถือวาเปนยุคของสติปญญา......”


                          (พระธรรมโกศาจารย)
                         คูมืออบรม   ๓   “ ยุวพุทธ”
โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)
                              ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
                             สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา
 ๑. ชื่อโครงการ “โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)”
๒. หลักการและเหตุผล
                    ในปจจุบันนี้เปนที่ทราบกันอยูแลววา ความเสื่อมโทรมทางดานจิตใจมีมากขึ้น และสภาพความจริงใจ
คนพบไดยากในตัวบุคคล แตกลับมีความเจริญทางดานวัตถุเขามาแทนที่ ความสุขในสังคมกําลังลดนอยถอยลงไปทุกขณะ
คดีอาชญากรรม ปญหายาเสพติด ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปญหาเหลานี้สวนใหญเกิดจากกลุมคนที่เรียกตัวเองวา “วัยรุน”
สภาพสังคมของ“วัยรุน” หรือวัยเยาวชนในปจจุบัน สวนใหญขาดการศึกษาเรื่องราวของชีวิต ทําใหไมรูวาชีวิตเกิดมาทําไม?
เปาหมายของชีวิตอยูที่ไหน? สิ่งสูงสุดที่มนุษยควรไดคืออยางไร? จึงเปนเหตุใหเยาวชนเหลานั้นหลงเดินไปในทางที่ผิด
กอใหเกิดปญหายุงยากวุนวายขึ้นในสังคม สรางความหนักใจแกพอ-แม ครู-อาจารยและผูบริหารบานเมืองทุกระดับชั้น
                    อยางไรก็ตามปญหาสังคมเปนเรื่องจําเปนที่ตองพัฒนา หากปลอยใหเปนไปตามยถากรรม จะกลายเปน
ปญหาที่มีผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของประชากรอยางยิ่ง             จึงจําเปนที่จะตองพัฒนาประชากรใหมีคุณภาพ และ
ปลูกฝงจิตใจใหเกิดคุณธรรมขึ้นแกเยาวชน ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง ประกอบดวยคณะสงฆและ
ฆราวาส ไดตระหนักถึงปญหาเหลานี้เปนอยางยิ่ง และมีความคิดอยูเสมอวา ถาเยาวชนมีความคิดเห็นที่ถูกตองตามทํานอง
                                            คูมืออบรม   ๔   “ ยุวพุทธ”




                        โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)
                              ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
                             สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา
 ๑. ชื่อโครงการ “โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)”
๒. หลักการและเหตุผล
                    ในปจจุบันนี้เปนที่ทราบกันอยูแลววา ความเสื่อมโทรมทางดานจิตใจมีมากขึ้น และสภาพความจริงใจ
คนพบไดยากในตัวบุคคล แตกลับมีความเจริญทางดานวัตถุเขามาแทนที่ ความสุขในสังคมกําลังลดนอยถอยลงไปทุกขณะ
คดีอาชญากรรม ปญหายาเสพติด ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปญหาเหลานี้สวนใหญเกิดจากกลุมคนที่เรียกตัวเองวา “วัยรุน”
สภาพสังคมของ“วัยรุน” หรือวัยเยาวชนในปจจุบัน สวนใหญขาดการศึกษาเรื่องราวของชีวิต ทําใหไมรูวาชีวิตเกิดมาทําไม?
เปาหมายของชีวิตอยูที่ไหน? สิ่งสูงสุดที่มนุษยควรไดคืออยางไร? จึงเปนเหตุใหเยาวชนเหลานั้นหลงเดินไปในทางที่ผิด
กอใหเกิดปญหายุงยากวุนวายขึ้นในสังคม สรางความหนักใจแกพอ-แม ครู-อาจารยและผูบริหารบานเมืองทุกระดับชั้น
                    อยางไรก็ตามปญหาสังคมเปนเรื่องจําเปนที่ตองพัฒนา หากปลอยใหเปนไปตามยถากรรม จะกลายเปน
ปญหาที่มีผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของประชากรอยางยิ่ง             จึงจําเปนที่จะตองพัฒนาประชากรใหมีคุณภาพ และ
ปลูกฝงจิตใจใหเกิดคุณธรรมขึ้นแกเยาวชน ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง ประกอบดวยคณะสงฆและ
ฆราวาส ไดตระหนักถึงปญหาเหลานี้เปนอยางยิ่ง และมีความคิดอยูเสมอวา ถาเยาวชนมีความคิดเห็นที่ถูกตองตามทํานอง
                                            คูมืออบรม   ๔   “ ยุวพุทธ”
คลองธรรม รูบาปบุญคุณโทษ รักและหวงใยผูอื่น มีความรับผิดชอบตอหนาที่การงาน รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน มี
ความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญูกตเวที มีความสามัคคี รูจักสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน จะเปนการ
พัฒนาจิตใจของเยาวชนใหสูงขึ้น เปนผูมีความพรอมทุกอยางทั้งทางโลกและทางธรรม
                   ดวยเหตุนี้ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง จึงไดจัด “โครงการอบรมยุวพุทธ (ภาค
ฤดูกาลเขาพรรษา)” เพื่อปลูกฝงคุณธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของ
พอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อนที่ดีของเพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา
นอกจากนี้ยังไดเสริมวิชาความรู พิเศษใหแกเยาวชนควบคูไปกับการอบรมคุณธรรมดวย

๓. วัตถุประสงค
                  ๑. เพื่อปลูกฝงเยาวชนใหเกิดศรัทธาเลื่อมใสและตระหนักในคุณคาของพระพุทธศาสนา.
                  ๒. เพื่อปลูกฝงคุณธรรม-จริยธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน
                  ๓. เพื่อใหเยาวชนไดเรียนรู และสามารถนําความรูตามหลักธรรมทางศาสนาไปประยุกตใชใน
                   ชีวิตประจําวันได.
                  ๔. เพื่อฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของพอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อน
                     ที่ดีขอ เพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา
                  ๕. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักรับผิดชอบตอตนเอง สังคม และสาธารณสมบัติ
                  ๖. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และยังเปนการเสริมความรูพิเศษ
                  ๗. เพื่อจรรโลงไวซึ่งสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย
                                             คูมืออบรม   ๕    “ ยุวพุทธ”




คลองธรรม รูบาปบุญคุณโทษ รักและหวงใยผูอื่น มีความรับผิดชอบตอหนาที่การงาน รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน มี
ความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญูกตเวที มีความสามัคคี รูจักสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน จะเปนการ
พัฒนาจิตใจของเยาวชนใหสูงขึ้น เปนผูมีความพรอมทุกอยางทั้งทางโลกและทางธรรม
                   ดวยเหตุนี้ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง จึงไดจัด “โครงการอบรมยุวพุทธ (ภาค
ฤดูกาลเขาพรรษา)” เพื่อปลูกฝงคุณธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของ
พอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อนที่ดีของเพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา
นอกจากนี้ยังไดเสริมวิชาความรู พิเศษใหแกเยาวชนควบคูไปกับการอบรมคุณธรรมดวย

๓. วัตถุประสงค
                  ๑. เพื่อปลูกฝงเยาวชนใหเกิดศรัทธาเลื่อมใสและตระหนักในคุณคาของพระพุทธศาสนา.
                  ๒. เพื่อปลูกฝงคุณธรรม-จริยธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน
                  ๓. เพื่อใหเยาวชนไดเรียนรู และสามารถนําความรูตามหลักธรรมทางศาสนาไปประยุกตใชใน
                   ชีวิตประจําวันได.
                  ๔. เพื่อฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของพอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อน
                     ที่ดีขอ เพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา
                  ๕. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักรับผิดชอบตอตนเอง สังคม และสาธารณสมบัติ
                  ๖. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และยังเปนการเสริมความรูพิเศษ
                  ๗. เพื่อจรรโลงไวซึ่งสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย
                                             คูมืออบรม   ๕    “ ยุวพุทธ”
๔. เปาหมาย
              นักเรียนระดับชั้น ป.๑-ม.๖ จํานวน ๗๐ คน

๕. วิธีดําเนินการ
              ๑.ประชุมชี้แจงคณะกรรมการ เพื่อศึกษา รายละเอียดของโครงการ.
              ๒. แตงตั้งคณะกรรมการ เจาหนาที่ฝายตาง ๆ .
              ๓. กําหนดเนื้อหาหลักสูตรการอบรม และจัดพิมพเอกสารตางๆ เพื่อใชในการอบรม.
              ๔. ประสานงานติดตอกับวิทยากรภายนอกที่จะมาชวยใหการอบรม.
              ๕. ประสานงานบุคลากรและหนวยงานอื่น ๆ ที่จะใหความชวยเหลือสนับสนุนโครงการ.
              ๖. ประชาสัมพันธใหนักเรียนและผูปกครองทราบ.
              ๗. จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณตาง ๆ .
              ๘. ดําเนินการตามกําหนดการ.
              ๙. สรุปและประเมินผล.

๖. สถานที่ดําเนินการ
              ณ ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

๗. ระยะเวลาดําเนินการ
              ในชวงฤดูกาลเขาพรรษา ระหวางเดือน ระหวางเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม
                                       คูมืออบรม   ๖   “ ยุวพุทธ”




๔. เปาหมาย
              นักเรียนระดับชั้น ป.๑-ม.๖ จํานวน ๗๐ คน

๕. วิธีดําเนินการ
              ๑.ประชุมชี้แจงคณะกรรมการ เพื่อศึกษา รายละเอียดของโครงการ.
              ๒. แตงตั้งคณะกรรมการ เจาหนาที่ฝายตาง ๆ .
              ๓. กําหนดเนื้อหาหลักสูตรการอบรม และจัดพิมพเอกสารตางๆ เพื่อใชในการอบรม.
              ๔. ประสานงานติดตอกับวิทยากรภายนอกที่จะมาชวยใหการอบรม.
              ๕. ประสานงานบุคลากรและหนวยงานอื่น ๆ ที่จะใหความชวยเหลือสนับสนุนโครงการ.
              ๖. ประชาสัมพันธใหนักเรียนและผูปกครองทราบ.
              ๗. จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณตาง ๆ .
              ๘. ดําเนินการตามกําหนดการ.
              ๙. สรุปและประเมินผล.

๖. สถานที่ดําเนินการ
              ณ ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

๗. ระยะเวลาดําเนินการ
              ในชวงฤดูกาลเขาพรรษา ระหวางเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม
                                       คูมืออบรม   ๖   “ ยุวพุทธ”
๘. งบประมาณ
        รายจายโดยประมาณ          -คาเสื้อ                               ๗๐ ชุด ชุดละ ๑๒๐ บาท  ๘,๔๐๐ บาท
                                  -คาอาหาร-เครื่องดื่มตลอดโครงการ จํานวน ๗๐ คน                ๓๘,๑๐๐ บาท
                                  -คาสมุดหนังสือเอกสารอบรม               ๗๐ ชุด ชุดละ ๕๐ บาท   ๓,๕๐๐ บาท
                                  -คาใชจายเบ็ดเตล็ด-อุปกรณเครื่องเขียน                      ๔,๕๐๐ บาท
                                  -มอบทุนการศึกษานักเรียนมีความประพฤติดี ๖ ทุน ทุนละ ๕๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท
                                  -อุปกรณซีดีสื่อการสอน                                        ๗,๐๐๐ บาท
                                  -คาวัสดุอุปกรณกีฬา                                          ๕,๕๐๐ บาท
                                                                                   รวมทั้งสิ้น ๗๐,๐๐๐ บาท
        แหลงที่มาของงบประมาณ
                  ๑. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนจังหวัดพังงา                           ๕๐,๐๐๐ บาท
                  ๒. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนตําบล                                  ๒๐,๐๐๐ บาท
๙. ผูรับผิดชอบโครงการ
                 ผูอํานวยการศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง (พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล)
                 คณะสงฆสํานักสงฆสวนวาง
                 กํานันตําบลแมนางขาว
                 อาจารยใหญโรงเรียนบานทุงรัก
๑๐. ผลที่คาดวาจะไดรับ
                 ทําใหเยาวชนเปนผูมีจริยธรรมอันดีงาม รูจักใชหลักธรรมในการ แกปญหาชีวิตประจําวันได มีความ
ศรัทธาและเขาใจในหลักธรรมพระพุทธศาสนามากขึ้น สรางความสัมพันธอันดีระหวางบาน-วัด-โรงเรียน
                                          คูมืออบรม   ๗   “ ยุวพุทธ”




๘. งบประมาณ
        รายจายโดยประมาณ          -คาเสื้อ                               ๗๐ ชุด ชุดละ ๑๒๐ บาท  ๘,๔๐๐ บาท
                                  -คาอาหาร-เครื่องดื่มตลอดโครงการ ๒๘ จํานวน ๗๐ คน             ๓๘,๑๐๐ บาท
                                  -คาสมุดหนังสือเอกสารอบรม               ๗๐ ชุด ชุดละ ๕๐ บาท   ๓,๕๐๐ บาท
                                  -คาใชจายเบ็ดเตล็ด-อุปกรณเครื่องเขียน                      ๔,๕๐๐ บาท
                                  -มอบทุนการศึกษานักเรียนมีความประพฤติดี ๖ ทุน ทุนละ ๕๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท
                                  -อุปกรณซีดีสื่อการสอน                                        ๗,๐๐๐ บาท
                                  -คาวัสดุอุปกรณกีฬา                                          ๕,๕๐๐ บาท
                                                                                   รวมทั้งสิ้น ๗๐,๐๐๐ บาท
        แหลงที่มาของงบประมาณ
                  ๑. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนจังหวัดพังงา                           ๕๐,๐๐๐ บาท
                  ๒. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนตําบลแมนางขาว                         ๒๐,๐๐๐ บาท
 ๙. ผูรับผิดชอบโครงการ
                 ผูอํานวยการศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง (พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล)
                 คณะสงฆสํานักสงฆสวนวาง
                 กํานันตําบลแมนางขาว
                 อาจารยใหญโรงเรียนบานทุงรักและคณะครูโรงเรียนบานทุงรัก
๑๐. ผลที่คาดวาจะไดรับ
                 ทําใหเยาวชนเปนผูมีจริยธรรมอันดีงาม รูจักใชหลักธรรมในการ แกปญหาชีวิตประจําวันได มีความ
ศรัทธาและเขาใจในหลักธรรมพระพุทธศาสนามากขึ้น สรางความสัมพันธอันดีระหวางบาน-วัด-โรงเรียน
                                          คูมืออบรม   ๗   “ ยุวพุทธ”
คณะกรรมการบริหาร
               ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
               สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล                           (ผูอํานวยการ)
พระอาจารยบุญเหนาะ อาจาโร                           (รองผูอํานวยการ-เลขานุการ)
อ.สมนึก นิพนธทิวากาล(ผ.อ.ร.ร.บานทุงรัก)          (กรรมการ)
นายกุศล ทองนุย (รองนายกอ.บ.ต.แมนางขาว             (กรรมการ)
นายลิขิต ยอดยิ่ง (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว)             (กรรมการ)
นายสนั่น ถาพร (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว)                (กรรมการ)




                      คูมืออบรม   ๘   “ ยุวพุทธ”




                           คณะกรรมการบริหาร
               ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
               สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล                           (ผูอํานวยการ)
พระอาจารยบุญเหนาะ อาจาโร                           (รองผูอํานวยการ-เลขานุการ)
อ.สมนึก นิพนธทิวากาล(ผ.อ.ร.ร.บานทุงรัก)          (กรรมการ)
นายกุศล ทองนุย (รองนายกอ.บ.ต.แมนางขาว             (กรรมการ)
นายลิขิต ยอดยิ่ง (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว)             (กรรมการ)
นายสนั่น ถาพร (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว)                (กรรมการ)




                      คูมืออบรม   ๘   “ ยุวพุทธ”
ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
                    สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

              อบรมยุวพุทธ (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)
                             ตั้งแตชั้น ป.๑ - ม.๖
๑. วิชาพระพุทธศาสนา           -ประกอบดวย (๔ วิชา)
                -ธรรมะ                  -พุทธประวัติ
                -ศาสนพิธี               -มารยาทชาวพุทธ
๒. วิชาภาษาอังกฤษ                       -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖
๓. วิชาคณิตศาสตร                       -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖
๔. วิชาวาดเขียน                         -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.4
๕. วิชาคอมพิวเตอร                      -ตั้งแตชั้น ป.๓-ม.๖
           เริ่มอบรมตั้งแตวันเสารที่ ๗ ส.ค. ถึงวันอาทิตยที่ ๒๔ ต.ค.
                              คูมืออบรม   ๙   “ ยุวพุทธ”




                     ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย
                    สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

              อบรมยุวพุทธ (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)
                             ตั้งแตชั้น ป.๑ - ม.๖
๑. วิชาพระพุทธศาสนา           -ประกอบดวย (๔ วิชา)
                -ธรรมะ                  -พุทธประวัติ
                -ศาสนพิธี               -มารยาทชาวพุทธ
๒. วิชาภาษาอังกฤษ                       -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖
๓. วิชาคณิตศาสตร                       -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖
๔. วิชาวาดเขียน                         -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.4
๕. วิชาคอมพิวเตอร                      -ตั้งแตชั้น ป.๓-ม.๖
           เริ่มอบรมตั้งแตวันเสารที่ ๗ ส.ค. ถึงวันอาทิตยที่ ๒๔ ต.ค.
                              คูมืออบรม   ๙   “ ยุวพุทธ”
ตารางอบรมวันเสาร-อาทิตย
๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น.                           ศาสนพิธี-ภาคปฏิบัติ(ป.๑-ม.๖)
๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น.     เสาร       คอมพิวเตอร       วาดเขียน (ป.๑-ป.๓) คณิตศาสตร(ป.๔-ป.๖)
                                 (มัธยม)
๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. อาทิตย         พุทธศาสนา      คณิตศาสตร (ป.๑-ป.๓) พุทธศาสนา(ป.๔-ป.๖)
                                 (มัธยม)
๑๒.๐๐-๑๒.๓๐ น                                            พัก
๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น.                        ธรรมบันเทิง(วี.ดี.โอ-เกมส-เพลงธรรมะ)
๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. เสาร           คอมพิวเตอร           ภาษาอังกฤษ             พุทธศาสนา
                                 (มัธยม)                (ป.๔-ป.๖)           (ป.๑-ป.๓)
๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. อาทิตย                   มารยาทชาวพุทธ-สวดมนต-สมาธิภาวนา
                                                สอนเสริมพิเศษ (ป.๓-ป.๔)
๑๕.๐๐–๑๖.๓๐ น.                             สอนเสริมพิเศษ (ป.๕-ป.๖)
            วันจันทร - พฤหัส-เวลา ๑๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. เปดสอนพิเศษวิชาคอมพิวเตอร


                                 คูมืออบรม   ๑๐ “ ยุวพุทธ”




                            ตารางอบรมวันเสาร-อาทิตย
๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น.                           ศาสนพิธี-ภาคปฏิบัติ(ป.๑-ม.๖)
๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น.     เสาร     คอมพิวเตอร         วาดเขียน (ป.๑-ป.๓) คณิตศาสตร(ป.๔-ป.๖)
                                (มัธยม)
๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. อาทิตย พุทธศาสนา              คณิตศาสตร (ป.๑-ป.๓) พุทธศาสนา(ป.๔-ป.๖)
                                (มัธยม)
๑๒.๐๐-๑๒.๓๐ น                                            พัก
๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น.                        ธรรมบันเทิง(วี.ดี.โอ-เกมส-เพลงธรรมะ)
๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. เสาร         คอมพิวเตอร             ภาษาอังกฤษ             พุทธศาสนา
                                (มัธยม)               (ป.๔-ป.๖)             (ป.๑-ป.๓)
๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. อาทิตย                   มารยาทชาวพุทธ-สวดมนต-สมาธิภาวนา
                                                สอนเสริมพิเศษ (ป.๓-ป.๔)
๑๕.๐๐-๑๕.๓๐ น.                             สอนเสริมพิเศษ (ป.๕-ป.๖)
            วันจันทร - พฤหัส-เวลา ๑๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. เปดสอนพิเศษวิชาคอมพิวเตอร


                                 คูมืออบรม   ๑๐   “ ยุวพุทธ”
 พิธีเปดการอบรม-แสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย 
๑. ประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย
๒. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย
                            คําบูชาพระรัตนตรัย 
      อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
             พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง
             ทั้งหลาย,ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว,
      อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
             ขาพเจาบูชาซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,   (กราบ)
      สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
             พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจานั้น, แสดงไวดีแลว,
      อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,
             ขาพเจาบูชาซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,          (กราบ)
      สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
             หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว
                                      คูมืออบรม   ๑๑ “ ยุวพุทธ”




       พิธีเปดการอบรม-แสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย 
๑. ประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย
๒. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย
                            คําบูชาพระรัตนตรัย 
      อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
             พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง
             ทั้งหลาย,ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว,
      อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
             ขาพเจาบูชาซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,   (กราบ)
      สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
             พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจานั้น, แสดงไวดีแลว,
      อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,
             ขาพเจาบูชาซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,          (กราบ)
      สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
             หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว
                                      คูมืออบรม   ๑๑   “ ยุวพุทธ”
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,
              ขาพเจาบูชาซึ่งพระสงฆเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้.     (กราบ)

๓. กลาวรายงานวัตถุประสงค
๔. ประธานกลาวเปดงานและใหโอวาท
๕. พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย
๖. ตัวแทนนักเรียน ๓ คน นั่งอยูตรงหนาพระอาจารย ใหหญิงถือพานดอกไม ๑ คน ชายถือพาน
   ธูปเทียนแพ ๑ คน สวนอีกคนนั้นนํากลาวบูชาพระรัตนตรัยวาพรอมกันดังนี้

                              คําบูชาพระรัตนตรัย 
       อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ,
              ขาพเจาขอบูชาพระพุทธเจา, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,        (กราบ)
       อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ,
              ขาพเจาขอบูชาพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,            (กราบ)
       อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ.
              ขาพเจาขอบูชาพระสงฆ, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้ .           (กราบ)
                                      คูมืออบรม   ๑๒ “ ยุวพุทธ”




       อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,
              ขาพเจาบูชาซึ่งพระสงฆเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้.     (กราบ)

๓. กลาวรายงานวัตถุประสงค
๔. ประธานกลาวเปดงานและใหโอวาท
๕. พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย
๖. ตัวแทนนักเรียน ๓ คน นั่งอยูตรงหนาพระอาจารย ใหหญิงถือพานดอกไม ๑ คน ชายถือพาน
   ธูปเทียนแพ ๑ คน สวนอีกคนนั้นนํากลาวบูชาพระรัตนตรัยวาพรอมกันดังนี้

                              คําบูชาพระรัตนตรัย 
       อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ,
              ขาพเจาขอบูชาพระพุทธเจา, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,        (กราบ)
       อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ,
              ขาพเจาขอบูชาพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,            (กราบ)
       อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ.
              ขาพเจาขอบูชาพระสงฆ, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้ .           (กราบ)
                                       คูมืออบรม ๑๒ “ ยุวพุทธ”
๗. ตัวแทนนักเรียนถวายพานดอกไมธูปเทียนแพแดพระอาจารย เสร็จแลวกราบพรอมกัน ๓ ครั้ง
   จากนั้นนั่งคุกเขา เปลงคําปฏิญาณตนพรอมกันใหฉะฉานตอหนาสงฆ ทั้งคําบาลีและคําแปล
   เปนตอนๆ ไปจนจบเรื่องปฏิญาณตนเปนพุทธมามกะดังนี้




                                 คํานมัสการ 
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น,
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น,
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น,
                                    คูมืออบรม   ๑๓ “ ยุวพุทธ”




๗. ตัวแทนนักเรียนถวายพานดอกไมธูปเทียนแพแดพระอาจารย เสร็จแลวกราบพรอมกัน ๓ ครั้ง
   จากนั้นนั่งคุกเขา เปลงคําปฏิญาณตนพรอมกันใหฉะฉานตอหนาสงฆ ทั้งคําบาลีและคําแปล
   เปนตอนๆ ไปจนจบเรื่องปฏิญาณตนเปนพุทธมามกะดังนี้




                                 คํานมัสการ 
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
                 นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น,
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น,
       ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น ,
                                    คูมืออบรม ๑๓ “ ยุวพุทธ”
 คําปฏิญาณเปนพุทธมามกะ 
       เอเต (เอตา) มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมป, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ,
ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, พุทธะมามะกาติ โน, สังโฆ ธาเรตุ.
       ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาขอถึง, พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น, แมปรินิพพาน
ไปนานแลว, ทั้งพระธรรมและพระสงฆ, เปนสรณะที่นับถือ, ขอพระสงฆจงจําขาพเจาไววา,
เปนพุทธมามกะ, ผูรับเอาพระพุทธเจาเปนของตน, คือผูนับถือพระพุทธเจา.
หมายเหตุ.- ผูชายวา “เอเต” ผูหญิงวา “เอตา”
๘. ตัวแทนนักเรียนกลาวนําคํามอบตัวเปนศิษยดังนี้
                                คํากลาวมอบตัวเปนศิษย 
       กราบนมัสการพระอาจารยทุกรูปและกราบเรียนคณะครูอาจารยที่เคารพทุกทาน
       ชีวิตขาพเจาตั้งแตเกิดมา, มีพอแมอุปการะเลี้ยงดู, ไดรับความอบอุนเสมอมา, แตบัดนี้
พวกขาพเจามาที่นี่, เพื่อแสวงหาความดี, มาอบรมพระพุทธศาสนา, ถึงแมวาพวกขาพเจาจะจาก
บานมา, จากพอแมมาก็ตาม, แตก็มั่นใจในความปรารถนาดีของทานทั้งหลาย, พวกขาพเจาขอ
นอมรําลึกอยูเสมอวา, ทานทั้งหลายผูมิใชพอ, ก็เหมือนพอ, มิใชแมก็เหมือนแม, เพื่อความดี,
พวกขาพเจาจึงขอปฏิญาณ, มอบกายใจแกทานทั้งหลายดวยวา,
                                       คูมืออบรม   ๑๔ “ ยุวพุทธ”




                            คําปฏิญาณเปนพุทธมามกะ 
       เอเต (เอตา) มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมป, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ,
ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, พุทธะมามะกาติ โน, สังโฆ ธาเรตุ.
       ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาขอถึง, พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น, แมปรินิพพาน
ไปนานแลว, ทั้งพระธรรมและพระสงฆ, เปนสรณะที่นับถือ, ขอพระสงฆจงจําขาพเจาไววา,
เปนพุทธมามกะ, ผูรับเอาพระพุทธเจาเปนของตน, คือผูนับถือพระพุทธเจา.
หมายเหตุ.- ผูชายวา “เอเต” ผูหญิงวา “เอตา”
๘. ตัวแทนนักเรียนกลาวนําคํามอบตัวเปนศิษยดังนี้
                                คํากลาวมอบตัวเปนศิษย 
       กราบนมัสการพระอาจารยทุกรูปและกราบเรียนคณะครูอาจารยที่เคารพทุกทาน
       ชีวิตขาพเจาตั้งแตเกิดมา, มีพอแมอุปการะเลี้ยงดู, ไดรับความอบอุนเสมอมา, แตบัดนี้
พวกขาพเจามาที่นี่, เพื่อแสวงหาความดี, มาอบรมพระพุทธศาสนา, ถึงแมวาพวกขาพเจาจะจาก
บานมา, จากพอแมมาก็ตาม, แตก็มั่นใจในความปรารถนาดีของทานทั้งหลาย, พวกขาพเจาขอ
นอมรําลึกอยูเสมอวา, ทานทั้งหลายผูมิใชพอ, ก็เหมือนพอ, มิใชแมก็เหมือนแม, เพื่อความดี,
พวกขาพเจาจึงขอปฏิญาณ, มอบกายใจแกทานทั้งหลายดวยวา,
                                        คูมืออบรม ๑๔ “ ยุวพุทธ”
"ขอใหนักเรียนทุกคนกลาว ตามขาพเจาดังนี้"
        "ขาพเจาทั้งหลาย, ขอมอบตัวเปนศิษยของพระอาจารย, และคณะครูอาจารยทุกทาน,
ขอทานไดโปรดเมตตา, รับขาพเจาทั้งหลายไว, ในฐานะเปนศิษย, ขอเมตตาธรรมอันเปยมลน
ของทาน, ไดโปรดกรุณาอบรมสั่งสอน, ใหความรูและแนวทางปฏิบัติธรรม, หากยังมีสิ่งใด
บกพรอง, หรือผิดพลาดประการใด, กรุณาวากลาวตักเตือนแนะนํา, หรือลงโทษตามสมควร
, พวกขาพเจาขอนอมรับ, คําสั่งสอนดวยความเคารพ, ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรม, แก
ขาพเจาทั้งหลายดวยเทอญ"
๙. นักเรียนทั้งหมดกราบพระอาจารย แลวจึงกราบคณะครู
๑๐. นักเรียนอาราธนาศีล ๕ พรอมกัน
                                   คําอาราธนาศีล 
       มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ,
ทุติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ,
ตะติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ.
๑๑. พระอาจารยใหศีลและกลาวใหโอวาทรับนักเรียนเปนศิษย
๑๒.นักเรียนกราบขอบคุณพระอาจารยพรอมกัน กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง
                                   คูมืออบรม   ๑๕ “ ยุวพุทธ ”




"ขอใหนักเรียนทุกคนกลาว ตามขาพเจาดังนี้"
        "ขาพเจาทั้งหลาย, ขอมอบตัวเปนศิษยของพระอาจารย, และคณะครูอาจารยทุกทาน,
ขอทานไดโปรดเมตตา, รับขาพเจาทั้งหลายไว, ในฐานะเปนศิษย, ขอเมตตาธรรมอันเปยมลน
ของทาน, ไดโปรดกรุณาอบรมสั่งสอน, ใหความรูและแนวทางปฏิบัติธรรม, หากยังมีสิ่งใด
บกพรอง, หรือผิดพลาดประการใด, กรุณาวากลาวตักเตือนแนะนํา, หรือลงโทษตามสมควร
, พวกขาพเจาขอนอมรับ, คําสั่งสอนดวยความเคารพ, ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรม, แก
ขาพเจาทั้งหลายดวยเทอญ"
๙. นักเรียนทั้งหมดกราบพระอาจารย แลวจึงกราบคณะครู
๑๐. นักเรียนอาราธนาศีล ๕ พรอมกัน
                                   คําอาราธนาศีล 
       มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ,
ทุติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ,
ตะติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ.
๑๑. พระอาจารยใหศีลและกลาวใหโอวาทรับนักเรียนเปนศิษย
๑๒.นักเรียนกราบขอบคุณพระอาจารยพรอมกัน กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง
                                    คูมืออบรม ๑๕ “ ยุวพุทธ”
ยุวพุทธขอสัญญาวา
-ขอเคารพ                       -เชื่อฟง
-ตั้งใจเรียน                          -เพียรขยัน
-ไมดื้อรั้น                   -มารยาทดี
-มีระเบียบวินัย                -น้ําใจเอื้อเฟอ
-เชื่อมั่นตนเอง                -เกรงกลัวความชั่ว
-ทําตัวกลาหาญ                 -การงานซื่อตรง
-ตรงตอเวลา                    -วาจานารัก
-รูจักพอดี                    -มีความอดทน
-เปนคนกตัญู                  -รูจักคิดใชปญญา
                  คูมืออบรม    ๑๖ “ ยุวพุทธ ”




     ยุวพุทธขอสัญญาวา
-ขอเคารพ                       -เชื่อฟง
-ตั้งใจเรียน                          -เพียรขยัน
-ไมดื้อรั้น                   -มารยาทดี
-มีระเบียบวินัย                -น้ําใจเอื้อเฟอ
-เชื่อมั่นตนเอง                -เกรงกลัวความชั่ว
-ทําตัวกลาหาญ                 -การงานซื่อตรง
-ตรงตอเวลา                    -วาจานารัก
-รูจักพอดี                    -มีความอดทน
-เปนคนกตัญู                  -รูจักคิดใชปญญา
                  คูมืออบรม    ๑๖   “ ยุวพุทธ”
อุดมการณของยุวพุทธ
“น อนริยํ กริสฺสามิ (นะ อะนะริยัง กะริสสามิ)
    = ยุวพุทธจะไมกระทําสิ่งที่ต่ําทราม”
             ยุวพุทธขอรักผูอื่น
          ยุวพุทธขอบังคับตนเอง
  ยุวพุทธขอทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน




               คูมืออบรม   ๑๗ “ ยุวพุทธ ”




       อุดมการณของยุวพุทธ
“น อนริยํ กริสฺสามิ (นะ อะนะริยัง กะริสสามิ)
    = ยุวพุทธจะไมกระทําสิ่งที่ต่ําทราม”
             ยุวพุทธขอรักผูอื่น
          ยุวพุทธขอบังคับตนเอง
  ยุวพุทธขอทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน




               คูมืออบรม ๑๗ “ ยุวพุทธ”
บทพิจารณาอาหาร
           คํากลาวระลึกถึงผูมีพระคุณกอนรับประทานอาหาร
ขาวทุกจาน           อาหารทุกอยาง
อยากินทิ้งขวาง      เปนของมีคา
พอแมเหนื่อยยาก      ลําบากหนักหนา
สงสารบรรดา            คนยากคนจน
                      ขอบคุณ         ขอบคุณ        ขอบคุณ
                      ขอบคุณที่กรุณา       เมตตาทําอาหารให
                      พวกเราไมมีสิ่งใด ขอตั้งใจทําความดีตอบแทน
        ขอบคุณพระพุทธ ขอบคุณพระธรรม ขอบคุณพระสงฆ
            ขอบคุณคุณพอคุณแม            ขอบคุณคุณครูอาจารย
                         ขอบคุณผูมีพระคุณทุก ๆ ทาน
       ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก       แสนลําบากอัตคัดและขัดสน
            อยากินทิ้งกินขวางตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไมมีกิน
                         คูมืออบรม   ๑๘ “ ยุวพุทธ ”




                   บทพิจารณาอาหาร
           คํากลาวระลึกถึงผูมีพระคุณกอนรับประทานอาหาร
ขาวทุกจาน           อาหารทุกอยาง
อยากินทิ้งขวาง      เปนของมีคา
พอแมเหนื่อยยาก      ลําบากหนักหนา
สงสารบรรดา            คนยากคนจน
                      ขอบคุณ         ขอบคุณ        ขอบคุณ
                      ขอบคุณที่กรุณา       เมตตาทําอาหารให
                      พวกเราไมมีสิ่งใด ขอตั้งใจทําความดีตอบแทน
        ขอบคุณพระพุทธ ขอบคุณพระธรรม ขอบคุณพระสงฆ
            ขอบคุณคุณพอคุณแม            ขอบคุณคุณครูอาจารย
                         ขอบคุณผูมีพระคุณทุก ๆ ทาน
       ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก       แสนลําบากอัตคัดและขัดสน
            อยากินทิ้งกินขวางตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไมมีกิน
                         คูมืออบรม ๑๘ “ ยุวพุทธ”
คําอธิษฐานหลังรับประทานอาหาร
 ขาพเจาขอตั้งจิตอธิษฐานวา ,
 เมื่อขาพเจาไดชีวิตเลือดเนื้อ,
 จากอาหารมื้อนี้แลว,
 ขาพเจาไมขอลืมพระคุณของผูมีพระคุณ,
                 และขอใชกายวาจาใจ,
                 เคลื่อนไหวไปใหเปนประโยชน,
                 ทั้งแกตนเองและผูอื่นทุกเมื่อเทอญ.

               คูมืออบรม   ๑๙ “ ยุวพุทธ ”




คําอธิษฐานหลังรับประทานอาหาร
 ขาพเจาขอตั้งจิตอธิษฐานวา ,
 เมื่อขาพเจาไดชีวิตเลือดเนื้อ,
 จากอาหารมื้อนี้แลว,
 ขาพเจาไมขอลืมพระคุณของผูมีพระคุณ,
                 และขอใชกายวาจาใจ,
                 เคลื่อนไหวไปใหเปนประโยชน,
                 ทั้งแกตนเองและผูอื่นทุกเมื่อเทอญ.

               คูมืออบรม   ๑๙   “ ยุวพุทธ”
เมื่อยุวพุทธไปวัด

  ยุวพุทธแสดงความเคารพ
            กราบพระประธานกอน



  แลวจึงกราบหรือไหวพระอาจารย-เจาอาวาส



และเมื่อพบพระรูปอื่นก็พึงทําความเคารพทานดวย
               คูมืออบรม   ๒๐ “ ยุวพุทธ ”




         เมื่อยุวพุทธไปวัด

  ยุวพุทธแสดงความเคารพ
            กราบพระประธานกอน



  แลวจึงกราบหรือไหวพระอาจารย-เจาอาวาส



และเมื่อพบพระรูปอื่นก็พึงทําความเคารพทานดวย
               คูมืออบรม ๒๐ “ ยุวพุทธ”
เมื่อมีการบรรยาย
    ทุกครั้งที่พระอาจารยหรือคุณครูบรรยายให(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระ)

                                   แลวกลาวคําวา

     “ขอเคารพพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู)"
เมื่อพระอาจารยหรือคุณครูบรรยายจบ(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระกลาวคํา"สาธุ")

                                   แลวกลาวคําวา

    "ขอขอบคุณพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู),
      พวกเราไมมีสิ่งใดตอบแทน ขอรับธรรมะไปปฏิบัติบูชา"

                              คูมืออบรม   ๒๑ “ ยุวพุทธ ”




                      เมื่อมีการบรรยาย
    ทุกครั้งที่พระอาจารยหรือคุณครูบรรยายให(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระ)

                                   แลวกลาวคําวา

     “ขอเคารพพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู)"
เมื่อพระอาจารยหรือคุณครูบรรยายจบ(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระกลาวคํา"สาธุ")

                                   แลวกลาวคําวา

    "ขอขอบคุณพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู),
      พวกเราไมมีสิ่งใดตอบแทน ขอรับธรรมะไปปฏิบัติบูชา"
                              คูมืออบรม ๒๑ “ ยุวพุทธ”
คูมืออบรม ๒๒ “ ยุวพุทธ”




คูมืออบรม ๒๒ “ ยุวพุทธ”
พิธีกรรมแมจะเปนเปลือกมิใชแกนของ
ศาสนาก็ตาม แตก็เปนสิ่งที่จูงใจคนใหละชั่วทําดีทํา
จิตใจใหบริสุทธิ์ กอใหเกิดคุณคาทางจิตใจเปนการ
รักษาเอกลักษณของชาติ          เพราะพิธีกรรมเปน
วัฒนธรรมที่บงบอกถึงความเปนชาติไทย
การทําพิธีกรรมทางศาสนาตองถือหลัก ๔ ประการ คือ.-
           ๑. ประหยัด
           ๒.ไดประโยชน
           ๓.ถูกตอง
          ๔.เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ
                คูมืออบรม   ๒๓ “ ยุวพุทธ”




     พิธีกรรมแมจะเปนเปลือกมิใชแกนของ
ศาสนาก็ตาม แตก็เปนสิ่งที่จูงใจคนใหละชั่วทําดีทํา
จิตใจใหบริสุทธิ์ กอใหเกิดคุณคาทางจิตใจเปนการ
รักษาเอกลักษณของชาติ          เพราะพิธีกรรมเปน
วัฒนธรรมที่บงบอกถึงความเปนชาติไทย
การทําพิธีกรรมทางศาสนาตองถือหลัก ๔ ประการ คือ.-
           ๑. ประหยัด
           ๒.ไดประโยชน
           ๓.ถูกตอง
          ๔.เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ
                 คูมืออบรม ๒๓ “ ยุวพุทธ”
ศาสนพิธีระเบียบปฏิบัติที่ยุวพุทธควรรูจัก
ก. ความหมายของคําวาศาสนพิธี
       ศาสนพิธี คือ พิธีกรรมหรือระเบียบแบบแผนตางๆ ที่ดีงาม ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา
ข. ประโยชนของการประกอบศาสนพิธี
         ๑. ประโยชนทางใจ ชวยใหเกิดคุณธรรมขึ้นในตัวผูปฏิบัติ ไดแก
                  ก. ความมีสติ.
                  ข. ความสามัคคี.
                  ค. ความเปนระเบียบประณีตงดงาม.
                  ง. เกิดความชุมชื่นเบิกบานใจ.
                  จ. เกิดความฉลาด.
         ๒. เพื่อรักษาเอกลักษณของชาติ ที่ไมมีชาติใดเหมือน แสดงถึงความเปนไท มิใชทาสของชาติใด ทั้ง
ยังปองกันมิใหชาติถูกกลืน.
         ๓. มีสวนชวยธํารงพระพุทธศาสนา ศาสนพิธีเปนขั้นตอนชักจูงใหผูปฏิบัติซาบซึ้ง เกิดศรัทธาใน
พระพุทธศาสนา มีใจมุงมั่นที่จะศึกษาแกนแทของพุทธศาสนาในชั้นลึกตอไปไดดวยดี.
                                            .......... .......... ..........
                                      คูมืออบรม   ๒๔ “ ยุวพุทธ”




            ศาสนพิธีระเบียบปฏิบัติที่ยุวพุทธควรรูจัก
ก. ความหมายของคําวาศาสนพิธี
       ศาสนพิธี คือ พิธีกรรมหรือระเบียบแบบแผนตางๆ ที่ดีงาม ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา
ข. ประโยชนของการประกอบศาสนพิธี
         ๑. ประโยชนทางใจ ชวยใหเกิดคุณธรรมขึ้นในตัวผูปฏิบัติ ไดแก
                  ก. ความมีสติ.
                  ข. ความสามัคคี.
                  ค. ความเปนระเบียบประณีตงดงาม.
                  ง. เกิดความชุมชื่นเบิกบานใจ.
                  จ. เกิดความฉลาด.
         ๒. เพื่อรักษาเอกลักษณของชาติ ที่ไมมีชาติใดเหมือน แสดงถึงความเปนไท มิใชทาสของชาติใด ทั้ง
ยังปองกันมิใหชาติถูกกลืน.
         ๓. มีสวนชวยธํารงพระพุทธศาสนา ศาสนพิธีเปนขั้นตอนชักจูงใหผูปฏิบัติซาบซึ้ง เกิดศรัทธาใน
พระพุทธศาสนา มีใจมุงมั่นที่จะศึกษาแกนแทของพุทธศาสนาในชั้นลึกตอไปไดดวยดี.
                                           .......... .......... ......... .
                                      คูมืออบรม ๒๔ “ ยุวพุทธ”
ค. ประเภทของศาสนพิธี
         ศาสนพิธีโดยสรุปแบงออกไดเปน ๔ หมวด คือ.-
         ๑. หมวดกุศลพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญกุศล ไดแก พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะ พิธีรักษาอุโบสถศีล
พิธีเวียนเทียน เปนตน.
         ๒. หมวดบุญพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญบุญเลี้ยงพระไดแก พิธีแตงงาน,พิธีขึ้นบานใหมเปนตน
         ๓. หมวดทานพิธี วาดวย พิธีถวายทาน ไดแก ทานวัตถุ ๑๐ อยาง.
         ๔. หมวดปกิณกะ วาดวย พิธีเบ็ดเตล็ด ไดแก พิธีแสดงความเคารพ การประเคนของ การกรวดน้ํา
และคําอาราธนาคําถวายทานตาง ๆ.
ง. พิธีเวียนเทียน ในวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู ๔ วัน คือ.-
         ๑. วันวิสาขบูชา (วันพระพุทธ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ เปนวันคลายวันประสูติ ตรัสรูปรินิพพาน.
         ๒. วันมาฆบูชา (วันพระสงฆ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ เปนวันที่มีเหตุการณเกิดขึ้น ๔ ประการ
เรียกวา “จาตุรงคสันนิบาต” พระพุทธองคทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข ทามกลางพระสงฆ ๑,๒๕๐ รูป ณ
เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห
         ๓. วันอาสาฬหบูชา (วันพระธรรม) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระพุทธเจาแสดงธรรม
เปนครั้งแรก เปนวันพระรัตนตรัยครอบองค อัญญาโกณฑัญญะ ไดฟงธรรมแลวเกิดดวงตาเห็น
ธรรม ไดทูลขอบรรพชาเปนภิกษุองคแรกในพระพุทธศาสนา.
                                      คูมืออบรม ๒๕ “ ยุวพุทธ”




ค. ประเภทของศาสนพิธี
         ศาสนพิธีโดยสรุปแบงออกไดเปน ๔ หมวด คือ.-
         ๑. หมวดกุศลพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญกุศล ไดแก พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะ พิธีรักษาอุโบสถศีล
พิธีเวียนเทียน เปนตน.
         ๒. หมวดบุญพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญบุญเลี้ยงพระไดแก พิธีแตงงาน,พิธีขึ้นบานใหมเปนตน
         ๓. หมวดทานพิธี วาดวย พิธีถวายทาน ไดแก ทานวัตถุ ๑๐ อยาง.
         ๔. หมวดปกิณกะ วาดวย พิธีเบ็ดเตล็ด ไดแก พิธีแสดงความเคารพ การประเคนของ การกรวดน้ํา
และคําอาราธนาคําถวายทานตาง ๆ.
ง. พิธีเวียนเทียน ในวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู ๔ วัน คือ.-
         ๑. วันวิสาขบูชา (วันพระพุทธ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ เปนวันคลายวันประสูติ ตรัสรูปรินิพพาน.
         ๒. วันมาฆบูชา (วันพระสงฆ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ เปนวันที่มีเหตุการณเกิดขึ้น ๔ ประการ
เรียกวา “จาตุรงคสันนิบาต” พระพุทธองคทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข ทามกลางพระสงฆ ๑,๒๕๐ รูป ณ
เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห
         ๓. วันอาสาฬหบูชา (วันพระธรรม) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระพุทธเจาแสดงธรรม
เปนครั้งแรก เปนวันพระรัตนตรัยครอบองค อัญญาโกณฑัญญะ ไดฟงธรรมแลวเกิดดวงตาเห็น
ธรรม ไดทูลขอบรรพชาเปนภิกษุองคแรกในพระพุทธศาสนา.
                                      คูมืออบรม ๒๕ “ ยุวพุทธ”
๔. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม ๘ ค่ํา เดือน ๖ เปนวันคลายวันถวายพระเพลิงพระสรีระของ
พระพุทธเจา. (ปจจุบันไมคอยไดเวียนเทียนกันในวันนี้)
หมายเหตุ วันสําคัญทั้ง ๔ นี้ ถาปใดเปนปที่มีอธิกมาส(เดือน ๘ สองหน) ใหเลื่อนไปอีกเดือนหนึ่ง.
      วันสําคัญดังกลาวพุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติตนดังนี้ คือ.-
         ๑. ทําบุญตักบาตรในตอนเชา.
         ๒. ฟงเทศนที่วัดตอนเชา-บายหรือค่ํา.
         ๓. เวียนเทียนนําดอกไมธูปเทียนไปบูชาพระรัตนตรัยในตอนบายหรือกลางคืน
         ๔. รักษาศีล ทําสมาธิภาวนา.
จ. หมวดที่ ๒ พิธีบําเพ็ญบุญ
       พิธีทําบุญในทางพระพุทธศาสนาแบงออกไดเปน ๒ ประเภท ดังนี้
       ๑. ทําบุญในงานมงคล เชน ขึ้นบานใหม แตงงานฯลฯ
       ๒. ทําบุญงานอวมงคล เชน งานศพ ทําบุญอุทิศใหผูตาย ฯลฯ




                                    คูมืออบรม   ๒๖ “ ยุวพุทธ”




๔. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม ๘ ค่ํา เดือน ๖ เปนวันคลายวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจา.
(ปจจุบันไมคอยไดเวียนเทียนกันในวันนี้)
หมายเหตุ วันสําคัญทั้ง ๔ นี้ ถาปใดเปนปที่มีอธิกมาส(เดือน ๘ สองหน) ใหเลื่อนไปอีกเดือนหนึ่ง.
         วันสําคัญดังกลาวพุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติตนดังนี้ คือ.-
            ๑. ทําบุญตักบาตรในตอนเชา.
            ๒. ฟงเทศนที่วัดตอนเชา-บายหรือค่ํา.
            ๓. เวียนเทียนนําดอกไมธูปเทียนไปบูชาพระรัตนตรัยในตอนบายหรือกลางคืน
            ๔. รักษาศีล ทําสมาธิภาวนา.
จ. หมวดที่ ๒ พิธีบําเพ็ญบุญ
       พิธีทําบุญในทางพระพุทธศาสนาแบงออกไดเปน ๒ ประเภท ดังนี้
       ๑. ทําบุญในงานมงคล เชน ขึ้นบานใหม แตงงานฯลฯ
       ๒. ทําบุญงานอวมงคล เชน งานศพ ทําบุญอุทิศใหผูตาย ฯลฯ




                                     คูมืออบรม ๒๖ “ ยุวพุทธ”
ผูเกี่ยวของในพิธี การทําบุญทั้ง ๒ ประเภทนี้มีผูเกี่ยวของ ๓ ฝาย
         หนาที่ของเจาภาพ
         ๑. นิมนตพระ.
            ก. งานมงคล มักนิยมจํานวนคี่ เชน ๕ -๗-๙ รูป ปจจุบันนิยม ๙ รูป (หรือขึ้นอยูกับจํานวนพระที่มี
อยูในแตละวัด)
              ข. งานอวมงคล มักนิยมจํานวนคู เชน ๔ รูป ๑๐ รูป ถาสวดแจงนิยมนิมนต ๒๐-๕๐-๑๐๐ รูป
ถาสวดมาติกา(สวดกอนเผา) นิยมนิมนตเทาอายุหรือนอยกวาก็ได.
             ๑.๒ วิธีนิมนต ดวยวาจา หรือ ทําหนังสืออาราธนา นิมนตไปงานอะไร กําหนดเวลา, สถานที่,
พระกี่รูป, จะจัดรถมารับหรือใหทานไปเอง ระวังเวลานิมนตฉันอยาระบุชื่ออาหารเพราะผิดพระวินัย
         ๒. จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธี จัดโตะเกาอี้สําหรับไวตอนรับแขก.
         ๓. จัดตั้งโตะหมูบูชา พรอมเครื่องอุปกรณครบชุด
         ๔. ขันหรือบาตรน้ํามนต ที่พรหมน้ํามนต
         ๕. สายสิญจน สําหรับเวียนรอบบานหรือหองพิธี
         ๖. ปูอาสนะและเตรียมเครื่องตอนรับพระ (น้ํารอน น้ําชาตามสมควร) กระโถน.
         ๗. เมื่อพระสงฆมาถึง คอยลางเทาและเช็ดเทา.
         ๘. เมื่อพระสงฆนั่งเรียบรอยแลว ถวายเครื่องรับรอง น้ํารอน-น้ําชา.
                                         คูมืออบรม ๒๗ “ ยุวพุทธ”




ผูเกี่ยวของในพิธี การทําบุญทั้ง ๒ ประเภทนี้มีผูเกี่ยวของ ๓ ฝาย
           หนาที่ของเจาภาพ
           ๑. นิมนตพระ.
             ก. งานมงคล มักนิยมจํานวนคี่ เชน ๕ -๗-๙ รูป ปจจุบันนิยม ๙ รูป (หรือขึ้นอยูกับจํานวนพระที่มี
อยูในแตละวัด)
               ข. งานอวมงคล มักนิยมจํานวนคู เชน ๔ รูป ๑๐ รูป ถาสวดแจงนิยมนิมนต ๒๐-๕๐-๑๐๐ รูป
ถาสวดมาติกา(สวดกอนเผา) นิยมนิมนตเทาอายุหรือนอยกวาก็ได.
              ๑.๒ วิธีนิมนต ดวยวาจา หรือ ทําหนังสืออาราธนา นิมนตไปงานอะไร กําหนดเวลา, สถานที่,
พระกี่รูป, จะจัดรถมารับหรือใหทานไปเอง ระวังเวลานิมนตฉันอยาระบุชื่ออาหารเพราะผิดพระวินัย
           ๒. จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธี จัดโตะเกาอี้สําหรับไวตอนรับแขก.
           ๓. จัดตั้งโตะหมูบูชา พรอมเครื่องอุปกรณครบชุด
           ๔. ขันหรือบาตรน้ํามนต ที่พรหมน้ํามนต
           ๕. สายสิญจน สําหรับเวียนรอบบานหรือหองพิธี
            ๖. ปูอาสนะและเตรียมเครื่องตอนรับพระ (น้ํารอน น้ําชาตามสมควร) กระโถน.
           ๗. เมื่อพระสงฆมาถึง คอยลางเทาและเช็ดเทา.
           ๘. เมื่อพระสงฆนั่งเรียบรอยแลว ถวายเครื่องรับรอง น้ํารอน-น้ําชา.
                                         คูมืออบรม ๒๗ “ ยุวพุทธ”
๙. เจาภาพจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย (แลวกราบ ๓ ครั้ง).
       ๑๐. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย.
       ๑๑. อาราธนาศีล รับศีล.
       ๑๒. อาราธนาพระปริตร (กรณีงานมงคล) พระสงฆเจริญพระพุทธมนต.
       ๑๓. อาราธนาธรรม (กรณีงานอวมงคล) พระสงฆสวดพระอภิธรรม.
       ๑๔. อาราธนาธรรม (กรณีมีการเทศนแสดงธรรม).
       ๑๕. กลาวคําถวายสังฆทาน(ในกรณีมีการถวายอาหารเชาหรือเพล).
       ๑๖. ถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรม.
       ๑๗. พระสงฆอนุโมทนา เจาภาพกรวดน้ํารับพร.
       ๑๘. เสร็จพิธีสงพระสงฆกลับวัด.
       การจัดอาหารถวายพระ
        ๑. เนื้อ ๑๐ อยางตองหามสําหรับพระคือ เนื้อมนุษย ชาง มา สุนัข งู ราชสีห เสือโครง เสือเหลือง เสือ
ดาว หมี เนื้อที่มีขายตามทองตลาดฉันได.
       ๒. หามของดิบที่ยังมิไดทําใหสุกดวยไฟ เชน ปลาดิบเปนตน.
        ๓. หามเนื้อสัตวที่ฆาเจาะจง (อุทิศสะมังสะ) ถวายพระ แตถาพระภิกษุไมไดเห็นไมไดยินเสียงรอง
และไมไดสงสัยวาเขาฆาเพื่อถวายพระเฉพาะเจาะจง ไมถือเปนโทษฉันได.
                                          คูมืออบรม ๒๘ “ ยุวพุทธ”




       ๙. เจาภาพจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย (แลวกราบ ๓ ครั้ง).
       ๑๐. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย.
       ๑๑. อาราธนาศีล รับศีล.
       ๑๒. อาราธนาพระปริตร (กรณีงานมงคล) พระสงฆเจริญพระพุทธมนต.
       ๑๓. อาราธนาธรรม (กรณีงานอวมงคล) พระสงฆสวดพระอภิธรรม.
       ๑๔. อาราธนาธรรม (กรณีมีการเทศนแสดงธรรม).
       ๑๕. กลาวคําถวายสังฆทาน(ในกรณีมีการถวายอาหารเชาหรือเพล).
       ๑๖. ถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรม.
       ๑๗. พระสงฆอนุโมทนา เจาภาพกรวดน้ํารับพร.
       ๑๘. เสร็จพิธีสงพระสงฆกลับวัด.
       การจัดอาหารถวายพระ
        ๑. เนื้อ ๑๐ อยางตองหามสําหรับพระคือ เนื้อมนุษย ชาง มา สุนัข งู ราชสีห เสือโครง เสือเหลือง เสือ
ดาว หมี เนื้อที่มีขายตามทองตลาดฉันได.
       ๒. หามของดิบที่ยังมิไดทําใหสุกดวยไฟ เชน ปลาดิบเปนตน.
       ๓. หามเนื้อสัตวที่ฆาเจาะจง (อุทิศสะมังสะ) ถวายพระ แตถาพระภิกษุไมไดเห็นไมไดยินเสียงรอง
และไมไดสงสัยวาเขาฆาเพื่อถวายพระเฉพาะเจาะจง ไมถือเปนโทษฉันได .
                                          คูมืออบรม ๒๘ “ ยุวพุทธ”
๔. ผลไมที่มีเมล็ดอาจนําไปเพาะขึ้นได เชน มะมวง ใหปอกเปลือกแกะเมล็ดออก
            ๕. หามอาหารที่มีสุราผสม จนมีกลิ่น สี รส ปรากฏไดวามีสุราปน.
การประเคนของพระ = ก็เพื่อปองกันการหยิบฉันของที่เจาของยังไมอนุญาต.
            การประเคน คือ การยกสิ่งของอันสมควรแกสมณบริโภค ที่ไมผิดพุทธบัญญัติ ดวยการนอมถวาย
ใหพระสงฆผูรับประเคนนั้นดวยความเคารพ
หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการประเคน
            องคแหงการประเคน มี ๕ คือ
            ๑. ของที่ประเคนตองไมใหญโตและหนักเกินไป เพราะตองยกสิ่งของนั้นใหพนจากพื้น
            ๒. ผูประเคนตองอยูในหัตถบาส (ชวงแขนหางจากพระประมาณ ๑ ศอก)
            ๓. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นเขามาดวยอาการเคารพนอบนอม
            ๔. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นดวยมือก็ได หรือที่เกี่ยวเนื่องดวยกายก็ได เชน ใชทัพพีตัก
ถวาย.
            ๕. สําหรับผูชายพระรับประเคนดวยมือได แตผูหญิงจะใชผาทอดรับใชบาตรหรือจานรับก็ได ขอ
ควรจํา.-
              ๑. ถาพระภิกษุนั่งกับพื้นหรือเกาอี้ ผูประเคนชายนั่งคุกเขา หญิงนั่งทาราบ ถาในกรณีพระภิกษุ
นั่งที่สูง เชน โตะอาหาร ผูประเคนยืนคอมตัวประเคนสิ่งของก็ได.
                                         คูมืออบรม   ๒๙ “ ยุวพุทธ”




            ๔. ผลไมที่มีเมล็ดอาจนําไปเพาะขึ้นได เชน มะมวง ใหปอกเปลือกแกะเมล็ดออก
            ๕. หามอาหารที่มีสุราผสม จนมีกลิ่น สี รส ปรากฏไดวามีสุราปน.
การประเคนของพระ = ก็เพื่อปองกันการหยิบฉันของที่เจาของยังไมอนุญาต.
            การประเคน คือ การยกสิ่งของอันสมควรแกสมณบริโภค ที่ไมผิดพุทธบัญญัติ ดวยการนอมถวาย
ใหพระสงฆผูรับประเคนนั้นดวยความเคารพ
หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการประเคน
            องคแหงการประเคน มี ๕ คือ
            ๑. ของที่ประเคนตองไมใหญโตและหนักเกินไป เพราะตองยกสิ่งของนั้นใหพนจากพื้น
            ๒. ผูประเคนตองอยูในหัตถบาส (ชวงแขนหางจากพระประมาณ ๑ ศอก)
            ๓. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นเขามาดวยอาการเคารพนอบนอม
            ๔. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นดวยมือก็ได หรือที่เกี่ยวเนื่องดวยกายก็ได เชน ใชทัพพีตัก
ถวาย.
            ๕. สําหรับผูชายพระรับประเคนดวยมือได แตผูหญิงจะใชผาทอดรับใชบาตรหรือจานรับก็ได ขอ
ควรจํา.-
              ๑. ถาพระภิกษุนั่งกับพื้นหรือเกาอี้ ผูประเคนชายนั่งคุกเขา หญิงนั่งทาราบ ถาในกรณีพระภิกษุ
นั่งที่สูง เชน โตะอาหาร ผูประเคนยืนคอมตัวประเคนสิ่งของก็ได .
                                          คูมืออบรม ๒๙ “ ยุวพุทธ”
๒. ประเคนเฉพาะของฉัน ของใชบางอยาง เชน กระโถน จานชอน ไมตองประเคน เพียงแต
วาวางมอบไวเทานั้น.
           ๓. ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแลวจับตองอีกไมได ถาเผลอจับตองประเคนใหม
           ๔. เมื่อประเคนเสร็จแลวใหกราบพระ ๓ ครั้ง ถายืนประเคนใหยกมือไหว.
การกรวดน้ํา แผสวนบุญและการอนุโมทนา
        การกรวดน้ํา นิยมกระทําเพื่ออุทิศสวนบุญสวนกุศลใหแกผูที่ลวงลับไปแลว คือ การแผสวนบุญดวย
การหลั่งน้ํา.
        วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกรวดน้ํา
        ๑. น้ําที่ใชควรเปนน้ําสะอาด.
        ๒. ใชภาชนะสําหรับกรวดน้ํา หรือแกวแทนก็ได
        ๓. กรวดน้ําเมื่อพระสงฆผูเปนประธานเริ่มสวดวา “ยะถา วาริวหา…....ไปจนพระสงฆสวดถึง มณี
โชติระโส ยะถา แลวพระรูปที่สองขึ้น สัพพีติโย… ใหรินน้ําใหหมด แลวประนมมือรับอนุโมทนาไปจนจบ.
        ๔. กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง.
        ๕. นําน้ํานั้นไปเทโคนตนไม.
        การแผเมตตา เมื่อกรวดน้ําเสร็จแลวจึงแผเมตตา อุทิศไปใหกับสรรพสัตวทั้งหลาย

                                       คูมืออบรม   ๓๐ “ ยุวพุทธ”




           ๒. ประเคนเฉพาะของฉัน ของใชบางอยาง เชน กระโถน จานชอน ไมตองประเคน เพียงแต
วาวางมอบไวเทานั้น.
           ๓. ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแลวจับตองอีกไมได ถาเผลอจับตองประเคนใหม
           ๔. เมื่อประเคนเสร็จแลวใหกราบพระ ๓ ครั้ง ถายืนประเคนใหยกมือไหว.
การกรวดน้ํา แผสวนบุญและการอนุโมทนา
        การกรวดน้ํา นิยมกระทําเพื่ออุทิศสวนบุญสวนกุศลใหแกผูที่ลวงลับไปแลว คือ การแผสวนบุญดวย
การหลั่งน้ํา.
        วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกรวดน้ํา
        ๑. น้ําที่ใชควรเปนน้ําสะอาด.
        ๒. ใชภาชนะสําหรับกรวดน้ํา หรือแกวแทนก็ได
        ๓. กรวดน้ําเมื่อพระสงฆผูเปนประธานเริ่มสวดวา “ยะถา วาริวหา…....ไปจนพระสงฆสวดถึง มณี
โชติระโส ยะถา แลวพระรูปที่สองขึ้น สัพพีติโย… ใหรินน้ําใหหมด แลวประนมมือรับอนุโมทนาไปจนจบ.
        ๔. กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง.
        ๕. นําน้ํานั้นไปเทโคนตนไม.
        การแผเมตตา เมื่อกรวดน้ําเสร็จแลวจึงแผเมตตา อุทิศไปใหกับสรรพสัตวทั้งหลาย

                                       คูมืออบรม ๓๐ “ ยุวพุทธ”
ฉ. พิธีถวายทาน
      การถวายทาน คือ ถวายวัตถุที่ควรใหเปนทานดวยความเต็มใจเรียกวา“ทานวัตถุ”มี๑๐อยาง
       ๑. ภัตตาหาร                          ๒. น้ํารวมทั้งเครื่องดื่ม
      ๓. ผาเครื่องนุงหม.                 ๔. ยานพาหนะ สงเคราะหปจจัยคาโดยสารเขาดวย.
      ๕. มาลาดอกไมเครื่องบูชา              ๖. ของหอมหมายถึง ธูปเทียนบูชาพระ.
      ๗. เครื่องลูบไล หมายถึง เครื่องสุขภัณฑสําหรับชําระลางรางกาย มีสบูเปนตน.
      ๘. เครื่องที่นอน                      ๙.ที่อยูอาศัยมีกุฎี เสนาสนะ เปนตน.
     ๑๐. เครื่องตามประทีป มีเทียนน้ํามัน ไมขีดไฟ และอุปกรณไฟฟา
การถวายทานในพระพุทธศาสนามี ๒ อยาง
       ๑. ปาฏิบุคลิกทาน หมายถึง ทานที่ถวายเจาะจงพระภิกษุ-สามเณรรูปใดรูปหนึ่ง.
       ๒. สังฆทาน หมายถึง ทานที่ถวายไมเจาะจง มอบถวายเปนของสงฆ ใหสงฆเฉลี่ยกันใชสอย หรือ
เปนของสวนรวมภายในวัด
       ระยะเวลาที่ถวายทานมักนิยมเปน ๒ คือ
       ๑. กาลทาน หมายถึง ถวายในกาลที่ควรถวายสิ่งนั้น เชน ถวายผากฐินเปนตน.
       ๒. อกาลทาน หมายถึง ถวายไมเนื่องดวยกาล คือ นอกกาล

                                    คูมืออบรม   ๓๑ “ ยุวพุทธ”




              ฉ. พิธีถวายทาน
      การถวายทาน คือ ถวายวัตถุที่ควรใหเปนทานดวยความเต็มใจเรียกวา“ทานวัตถุ”มี๑๐อยาง
       ๑. ภัตตาหาร                          ๒. น้ํารวมทั้งเครื่องดื่ม
      ๓. ผาเครื่องนุงหม.                 ๔. ยานพาหนะ สงเคราะหปจจัยคาโดยสารเขาดวย.
      ๕. มาลาดอกไมเครื่องบูชา              ๖. ของหอมหมายถึง ธูปเทียนบูชาพระ.
      ๗. เครื่องลูบไล หมายถึง เครื่องสุขภัณฑสําหรับชําระลางรางกาย มีสบูเปนตน.
      ๘. เครื่องที่นอน                      ๙.ที่อยูอาศัยมีกุฎี เสนาสนะ เปนตน.
     ๑๐. เครื่องตามประทีป มีเทียนน้ํามัน ไมขีดไฟ และอุปกรณไฟฟา
การถวายทานในพระพุทธศาสนามี ๒ อยาง
       ๑. ปาฏิบุคลิกทาน หมายถึง ทานที่ถวายเจาะจงพระภิกษุ-สามเณรรูปใดรูปหนึ่ง.
       ๒. สังฆทาน หมายถึง ทานที่ถวายไมเจาะจง มอบถวายเปนของสงฆ ใหสงฆเฉลี่ยกันใชสอย หรือ
เปนของสวนรวมภายในวัด
       ระยะเวลาที่ถวายทานมักนิยมเปน ๒ คือ
       ๑. กาลทาน หมายถึง ถวายในกาลที่ควรถวายสิ่งนั้น เชน ถวายผากฐินเปนตน.
       ๒. อกาลทาน หมายถึง ถวายไมเนื่องดวยกาล คือ นอกกาล

                                     คูมืออบรม ๓๑ “ ยุวพุทธ”
การจัดโตะหมู
ก. ความหมายของการจัดโตะหมูบูชา
       การจัดโตะหมูบูชา คือ การจัดเครื่องบูชาพระรัตนตรัย อันไดแก พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ
นิยมจัดทั้งงานมงคลและอวมงคล เปนการบูชาที่เรียกวา อามิสบูชา.
ข. ความสําคัญของการจัดโตะหมูบูชา
           เปนวัฒนธรรมประจําชาติไทยมาแตโบราณกาล          จัดเปนศาสนพิธีอยางหนึ่งในบรรดาศาสนพิธี
ทั้งหลาย ไมวาจะเปนงานมงคลหรืออวมงคลก็ตาม ทั้งงานราษฎรและงานหลวง จึงมีการจัดโตะหมูบูชาขึ้น
เพื่อมุงเนนใหคนในชาติมีจิตนอมรําลึกถึงการบูชาพระรัตนตรัยเปนหลักสําคัญ          และเปนการปลูกฝง
จิตสํานึกใหเกิดมีขึ้นแกผูมารวมงาน
ค. ประเภทของโตะหมูบูชา
      มีทั้งการจัดโตะหมูแบบในพิธีการ          และแบบไมเต็มรูปแบบ    ที่นิยมจัดกันมาก ซึ่งพอจะแยก
ประเภทไดเปนหมู ๔, หมู ๕, หมู ๗, หมู ๙
ง. องคประกอบสําคัญของโตะหมูบูชา
        ๑. พระพุทธรูป ๑ องค นิยมปางมารวิชัย หรือปางอะไรก็ได ยกเวนปางไสยาสน.
        ๒. กระถางถูป ๑ ใบ.
                                          คูมืออบรม   ๓๒ “ ยุวพุทธ”




                                              การจัดโตะหมู
ก. ความหมายของการจัดโตะหมูบูชา
       การจัดโตะหมูบูชา คือ การจัดเครื่องบูชาพระรัตนตรัย อันไดแก พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ
นิยมจัดทั้งงานมงคลและอวมงคล เปนการบูชาที่เรียกวา อามิสบูชา.
ข. ความสําคัญของการจัดโตะหมูบูชา
           เปนวัฒนธรรมประจําชาติไทยมาแตโบราณกาล          จัดเปนศาสนพิธีอยางหนึ่งในบรรดาศาสนพิธี
ทั้งหลาย ไมวาจะเปนงานมงคลหรืออวมงคลก็ตาม ทั้งงานราษฎรและงานหลวง จึงมีการจัดโตะหมูบูชาขึ้น
เพื่อมุงเนนใหคนในชาติมีจิตนอมรําลึกถึงการบูชาพระรัตนตรัยเปนหลักสําคัญ          และเปนการปลูกฝง
จิตสํานึกใหเกิดมีขึ้นแกผูมารวมงาน
ค. ประเภทของโตะหมูบูชา
      มีทั้งการจัดโตะหมูแบบในพิธีการ          และแบบไมเต็มรูปแบบ    ที่นิยมจัดกันมาก ซึ่งพอจะแยก
ประเภทไดเปนหมู ๔, หมู ๕, หมู ๗, หมู ๙
ง. องคประกอบสําคัญของโตะหมูบูชา
        ๑. พระพุทธรูป ๑ องค นิยมปางมารวิชัย หรือปางอะไรก็ได ยกเวนปางไสยาสน.
        ๒. กระถางถูป ๑ ใบ.
                                          คูมืออบรม ๓๒ “ ยุวพุทธ”
๓. เชิงเทียน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู ๕ใช ๓ หรือ ๔ คู, หมู ๗ใช ๔ หรือ ๕ คู, หมู ๙ ใช ๕
         หรือ ๖ คู)
       ๔. แจกัน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู๕-หมู ๗ ใช ๒ คู, หมู ๙ ใช ๓ คู)
       ๕. พานดอกไม ๑ พานเปนอยางนอย.
จ.ขอควรปฏิบัติในการจัดแนวโตะหมูบูชา
       ๑. จะเปนโตะประเภทหมูใดก็ตาม ตองจัดรวมกลุมเปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเสมอ
       ๒. ขอบโตะทุกตัววางติดกันอยางสนิท ไมปลอยใหมีชองวาง.
       ๓. ขอบโตะแตละแถว วางเปนแนวตรงกันทั้งดานหนา ดานหลัง ดานขาง ทั้งดานในและดานนอก.
       ๔. ถาเปนโตะที่ทาสีแดง ใหหันดานที่มีสีแดงไปทางดานหลัง และดานในใหดานที่มีลวด
ลายหันออก ดานนอก.
       ๕. โตะรองตัวใหญควรนํามารองดวยทุกครั้ง




                                         คูมืออบรม   ๓๓ “ ยุวพุทธ”




       ๓. เชิงเทียน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู ๕ใช ๓ หรือ ๔ คู, หมู ๗ใช ๔ หรือ ๕ คู, หมู ๙ ใช ๕
         หรือ ๖ คู)
       ๔. แจกัน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู๕-หมู ๗ ใช ๒ คู, หมู ๙ ใช ๓ คู)
       ๕. พานดอกไม ๑ พานเปนอยางนอย.
จ.ขอควรปฏิบัติในการจัดแนวโตะหมูบูชา
       ๑. จะเปนโตะประเภทหมูใดก็ตาม ตองจัดรวมกลุมเปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเสมอ
       ๒. ขอบโตะทุกตัววางติดกันอยางสนิท ไมปลอยใหมีชองวาง.
       ๓. ขอบโตะแตละแถว วางเปนแนวตรงกันทั้งดานหนา ดานหลัง ดานขาง ทั้งดานในและดานนอก.
       ๔. ถาเปนโตะที่ทาสีแดง ใหหันดานที่มีสีแดงไปทางดานหลัง และดานในใหดานที่มีลวด
ลายหันออก ดานนอก.
       ๕. โตะรองตัวใหญควรนํามารองดวยทุกครั้ง




                                         คูมืออบรม ๓๓ “ ยุวพุทธ”
ช. ความหมายของเครื่องสักการะบูชาบนโตะหมูบูชา
        ๑. พระพุทธรูป แทนองคพระพุทธเจา เพื่อกราบไหวคุณความดีของพระองค
        ๒. ธูป ๓ ดอก บูชาคุณของพระพุทธเจา คือ ปญญาคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาคุณ.
        ๓. เทียน ๒ เลม (นิยมจุดครั้งละ ๒ เลม) หมายถึงพระธรรมกับพระวินัย.
        ๔. แจกันดอกไม บูชาพระสงฆ.
ซ. การจุดเครื่องสักการะ
         ก.สําหรับพิธีกร
         ๑. เตรียมอุปกรณเครื่องใชของพิธีกร.
            ๑.๑ เชิงเทียนขนาดกลาง ๑ ที่พรอมเทียนชนวน (บางแหงใชไมดามยาวเสียบเทียนชนวน ไมขีด
หรือไฟแช็ก.
           ๑.๒ ผาสําลีชุบน้ํามันกาด หรือน้ํามันเบนซิน พันบาง ๆ ไวที่ปลายธูปแตละดอก บางทีนิยมใชยา
หมองบางชนิดทาที่ไสเทียนและลูบที่ปลายธูปแทน.
         ๒. การถือเชิงเทียน
           ๒.๑นิยมถือดวยมือขวาหงายมือใหนิ้วทั้ง ๔ รองรับเชิงเทียน สวนหัวแมมือจับอยูที่เบื้องลางของ
เชิงเทียน (ถาเปนดามไมก็ใชมือขวาจับเบื้องลางไม) ไมควรจับบนหรือกึ่งกลางของเชิงเทียนหรือไมชนวน
เพราะถือวาเปนการไมเคารพทานและเปนผูไมรูระเบียบพิธีอีกดวย .
                                        คูมืออบรม   ๓๔ “ ยุวพุทธ”




ช. ความหมายของเครื่องสักการะบูชาบนโตะหมูบูชา
        ๑. พระพุทธรูป แทนองคพระพุทธเจา เพื่อกราบไหวคุณความดีของพระองค
        ๒. ธูป ๓ ดอก บูชาคุณของพระพุทธเจา คือ ปญญาคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาคุณ.
        ๓. เทียน ๒ เลม (นิยมจุดครั้งละ ๒ เลม) หมายถึงพระธรรมกับพระวินัย.
        ๔. แจกันดอกไม บูชาพระสงฆ.
ซ. การจุดเครื่องสักการะ
         ก.สําหรับพิธีกร
         ๑. เตรียมอุปกรณเครื่องใชของพิธีกร.
            ๑.๑ เชิงเทียนขนาดกลาง ๑ ที่พรอมเทียนชนวน (บางแหงใชไมดามยาวเสียบเทียนชนวน ไมขีด
หรือไฟแช็ก.
           ๑.๒ ผาสําลีชุบน้ํามันกาด หรือน้ํามันเบนซิน พันบาง ๆ ไวที่ปลายธูปแตละดอก บางทีนิยมใชยา
หมองบางชนิดทาที่ไสเทียนและลูบที่ปลายธูปแทน.
         ๒. การถือเชิงเทียน
           ๒.๑นิยมถือดวยมือขวาหงายมือใหนิ้วทั้ง ๔ รองรับเชิงเทียน สวนหัวแมมือจับอยูที่เบื้องลางของ
เชิงเทียน (ถาเปนดามไมก็ใชมือขวาจับเบื้องลางไม) ไมควรจับบนหรือกึ่งกลางของเชิงเทียนหรือไมชนวน
เพราะถือวาเปนการไมเคารพทานและเปนผูไมรูระเบียบพิธีอีกดวย .
                                        คูมืออบรม ๓๔ “ ยุวพุทธ”
๓. การมอบเชิงเทียนชนวนแกผูเปนประธาน
             ๓.๑ พิธีกรจุดเทียนชนวนถือดวยมือขวา มือซายถือไมขีดหรือไฟแช็กไวเผื่อเทียนชนวนดับจะได
ตอไดทันที
             ๓.๒ เมื่อประธานพิธีหยุดยืนหนาที่บูชา พิธีกรอยูดานซายมือประธาน โดยนั่งชัน เขา (ขาขวา
ตั้งนั่งทับบนสนเทาซาย) ในกรณีที่ประธานยืนจุด แตถาประธานในพิธีนั่งคุกเขาพิธีกร พึงนั่งคุกเขาดวย ยื่น
มือขวาสงเทียนชนวนใหประธาน สวนมือซายหอยอยูขางตัว มีไมขีดอยูในมือ.
             ๓.๓ มอบเชิงเทียนแลวถอยหลังออกมาหางพอสมควร                         เพื่อไมใหกีดขวางการถายรูปของ
ชางภาพ ถอยมานั่งชันเขาหรือคุกเขาแลวแตกรณี ประนมมือคอยสังเกตดู ถาเทียนดับใหรีบเขาไปจุดทันที.
           ๔. รับเชิงเทียนชนวนจากประธานพิธี
              ๔.๑ โดยยื่นมือขวาไปรองรับเชิงเทียนชนวนจากทาน.
             ๔.๒ เมื่อรับแลวจึงคํานับ (ถาพิธีกรเปนผูหญิง กมศีรษะเล็กนอย) จากนั้นถอยหลังหางออกไป
เล็กนอย.
           ข. สําหรับผูเปนประธาน
           ๑. ลุกจากที่นั่งเดินไปยืน(ถาโตะหมูอยูสูง) หรือคุกเขา(ถาโตะหมูไมสูงนัก)ที่หนาโตะหมูบูชา รับ
เชิงเทียนชนวนจากพิธีกร.
           ๒. จุดเทียนเลมขวามือพระพุทธรูปกอน แลวจึงจุดเทียนเลมซายมือ.
                                           คูมืออบรม   ๓๕ “ ยุวพุทธ ”




           ๓. การมอบเชิงเทียนชนวนแกผูเปนประธาน
             ๓.๑ พิธีกรจุดเทียนชนวนถือดวยมือขวา มือซายถือไมขีดหรือไฟแช็กไวเผื่อเทียนชนวนดับจะได
ตอไดทันที
             ๓.๒ เมื่อประธานพิธีหยุดยืนหนาที่บูชา พิธีกรอยูดานซายมือประธาน โดยนั่งชัน เขา (ขาขวา
ตั้งนั่งทับบนสนเทาซาย) ในกรณีที่ประธานยืนจุด แตถาประธานในพิธีนั่งคุกเขาพิธีกร พึงนั่งคุกเขาดวย ยื่น
มือขวาสงเทียนชนวนใหประธาน สวนมือซายหอยอยูขางตัว มีไมขีดอยูในมือ.
             ๓.๓ มอบเชิงเทียนแลวถอยหลังออกมาหางพอสมควร                         เพื่อไมใหกีดขวางการถายรูปของ
ชางภาพ ถอยมานั่งชันเขาหรือคุกเขาแลวแตกรณี ประนมมือคอยสังเกตดู ถาเทียนดับใหรีบเขาไปจุดทันที.
           ๔. รับเชิงเทียนชนวนจากประธานพิธี
              ๔.๑ โดยยื่นมือขวาไปรองรับเชิงเทียนชนวนจากทาน.
             ๔.๒ เมื่อรับแลวจึงคํานับ (ถาพิธีกรเปนผูหญิง กมศีรษะเล็กนอย) จากนั้นถอยหลังหางออกไป
เล็กนอย.
           ข. สําหรับผูเปนประธาน
           ๑. ลุกจากที่นั่งเดินไปยืน(ถาโตะหมูอยูสูง) หรือคุกเขา(ถาโตะหมูไมสูงนัก)ที่หนาโตะหมูบูชา รับ
เชิงเทียนชนวนจากพิธีกร.
           ๒. จุดเทียนเลมขวามือพระพุทธรูปกอน แลวจึงจุดเทียนเลมซายมือ.
                                            คูมืออบรม ๓๕ “ ยุวพุทธ”
๓. จุดธูปเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ กรณีธูปไมไดชุบน้ํามันไว รวบออกมาจุดแลว
ปกเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ
         ๔. สงเทียนชนวนคืนพิธีกร.
         ๕. กราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง.
         ๖. เมื่อจุดเทียนธูปสักการะแลว กลาวคําบูชาพระรัตนตรัยและคํานมัสการ.
         ๗. ในกรณีที่เปนงานพิธีหลังจากกราบพระแลว ประธานจะหันไปทําความเคารพธงชาติ โดยกึ่ง
ซายหันไปคํานับที่ธงชาติ(หญิงกมนอยกวาชาย)แลวทําความเคารพพระบรมฉายาลักษณ หญิง ใหถอน
สายบัว(ปจจุบันไดมีการแกไขระเบียบใหมคือ เมื่อกราบพระแลวลุกขึ้นยืนตรง แลวคํานับเพียงครั้งเดียว ซึ่ง
ฝายทหารและทางฝายพระก็ยังไมเห็นดวย ถือวาเปนการไมเคารพ การคํานับพระพุทธรูปนั้นเปนสิ่งที่ไม
เหมาะสม ควรจะใชแบบเดิมดีกวาเพราะเราเปนชาวพุทธทําอะไรตองมีเหตุผล.
         ข. สําหรับผูรวมพิธี
         ๑. เมื่อประธานลุกจากที่นั่งเพื่อจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ทุกคนยืนขึ้นในกรณีนั่งเกาอี้ ถานั่งอยู
กับพื้นใหเปลี่ยนทานั่งเปนทาพรหมหรือเทพธิดา(ตามเพศ).
         ๒.ประนมมือเมื่อประธานจุดเทียนเลมแรกทางขวามือพระพุทธรูปจนประธานปกธูปเสร็จ
         ๓. เมื่อประธานกราบพระ ทุกคนยกมือขึ้นจบกลางหนาผาก

                                         คูมืออบรม   ๓๖ “ ยุวพุทธ ”




         ๓. จุดธูปเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ กรณีธูปไมไดชุบน้ํามันไว รวบออกมาจุดแลว
ปกเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ
         ๔. สงเทียนชนวนคืนพิธีกร.
         ๕. กราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง.
         ๖. เมื่อจุดเทียนธูปสักการะแลว กลาวคําบูชาพระรัตนตรัยและคํานมัสการ.
         ๗. ในกรณีที่เปนงานพิธีหลังจากกราบพระแลว ประธานจะหันไปทําความเคารพธงชาติ โดยกึ่ง
ซายหันไปคํานับที่ธงชาติ(หญิงกมนอยกวาชาย)แลวทําความเคารพพระบรมฉายาลักษณ หญิง ใหถอน
สายบัว(ปจจุบันไดมีการแกไขระเบียบใหมคือ เมื่อกราบพระแลวลุกขึ้นยืนตรง แลวคํานับเพียงครั้งเดียว ซึ่ง
ฝายทหารและทางฝายพระก็ยังไมเห็นดวย ถือวาเปนการไมเคารพ การคํานับพระพุทธรูปนั้นเปนสิ่งที่ไม
เหมาะสม ควรจะใชแบบเดิมดีกวาเพราะเราเปนชาวพุทธทําอะไรตองมีเหตุผล.
         ข. สําหรับผูรวมพิธี
         ๑. เมื่อประธานลุกจากที่นั่งเพื่อจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ทุกคนยืนขึ้นในกรณีนั่งเกาอี้ ถานั่งอยู
กับพื้นใหเปลี่ยนทานั่งเปนทาพรหมหรือเทพธิดา(ตามเพศ).
         ๒.ประนมมือเมื่อประธานจุดเทียนเลมแรกทางขวามือพระพุทธรูปจนประธานปกธูปเสร็จ
         ๓. เมื่อประธานกราบพระ ทุกคนยกมือขึ้นจบกลางหนาผาก

                                          คูมืออบรม ๓๖ “ ยุวพุทธ”
ของดีจากโตะหมู
เทียนสองเลมที่โตะหมูบูชาพระ              เปรียบประดุจธรรมวินัยไวเสริมสง
ธูปสามดอกในกระถางปกตั้งตรง                  พุทธคุณทานทรงคงความดี
อีกพานพุมเรียบรับประดับไว                  พรอมมาลัยดอกไมหลากหลายสี
เปรียบพระสงฆสงบสงาทาที                    แมตางที่มีระเบียบดุจมาลัย.




                                ปริศนาธรรมโตะหมู
โตะหมูบูชาจัดไวทําไมหนอ                 ก็จะขออธิบายหายสงสัย
เปนตัวแทนซึ่งองครัตนตรัย                  เพื่อกราบไหวบูชาคุณากร
พุทธรูปนั้นแทนพุทธเจา                      เทียนนั้นเลาธรรมวินัยคําสั่งสอน
สวนดอกไมสงกลิ่นหอมฟุงขจร                นั้นแนนอนแทนพระสงฆในศาสนา
ธูปสามดอกแทนพุทธคุณ                         ที่กรุณาตอสัตวโลกทั้งหลายหนา
บริสุทธิ์ปญญาและกรุณา                      นอมนํามาใสตนพนทุกขเอย.
                               คูมืออบรม   ๓๗ “ ยุวพุทธ ”




                                  ของดีจากโตะหมู
เทียนสองเลมที่โตะหมูบูชาพระ              เปรียบประดุจธรรมวินัยไวเสริมสง
ธูปสามดอกในกระถางปกตั้งตรง                  พุทธคุณทานทรงคงความดี
อีกพานพุมเรียบรับประดับไว                  พรอมมาลัยดอกไมหลากหลายสี
เปรียบพระสงฆสงบสงาทาที                    แมตางที่มีระเบียบดุจมาลัย.




                                ปริศนาธรรมโตะหมู
โตะหมูบูชาจัดไวทําไมหนอ                 ก็จะขออธิบายหายสงสัย
เปนตัวแทนซึ่งองครัตนตรัย                  เพื่อกราบไหวบูชาคุณากร
พุทธรูปนั้นแทนพุทธเจา                      เทียนนั้นเลาธรรมวินัยคําสั่งสอน
สวนดอกไมสงกลิ่นหอมฟุงขจร                นั้นแนนอนแทนพระสงฆในศาสนา
ธูปสามดอกแทนพุทธคุณ                         ที่กรุณาตอสัตวโลกทั้งหลายหนา
บริสุทธิ์ปญญาและกรุณา                      นอมนํามาใสตนพนทุกขเอย .
                               คูมืออบรม ๓๗ “ ยุวพุทธ”
คูมืออบรม   ๓๘ “ ยุวพุทธ”




คูมืออบรม ๓๘ “ ยุวพุทธ”
ศาสนพิธี-บทพิธีกรตางๆ
                       ๑.บทสวดมนตคําบูชาพระรัตนตรัย
แบบที่ ๑
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจา,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้,
       (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้,
       (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระสงฆ,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้.
       (กราบ)
                                   .......... .......... ..........
                                     คูมืออบรม   ๓๙ “ ยุวพุทธ”




                         ศาสนพิธี-บทพิธีกรตางๆ
                       ๑.บทสวดมนตคําบูชาพระรัตนตรัย
แบบที่ ๑
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจา,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้,
       (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้,
       (กราบ)
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมะ,
       ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระสงฆ,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้.
       (กราบ)
                                   .......... .......... ......... .
                                     คูมืออบรม ๓๙ “ ยุวพุทธ”
แบบที่ ๒
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
      พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง
      ทั้งหลาย, ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
      พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจา, แสดงไวดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,      (กราบ)
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งหมูพระสงฆเจาเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ)
                                   คูมืออบรม   ๔๐ “ ยุวพุทธ”




แบบที่ ๒
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
      พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง
      ทั้งหลาย, ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
      พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจา, แสดงไวดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้,       (กราบ)
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
      หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว,
อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,
      ขาพเจาบูชา, ซึ่งหมูพระสงฆเจาเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ )
                                    คูมืออบรม ๔๐ “ ยุวพุทธ”
๒. คําอาราธนาศีล ๕
       มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลา
นิ ยาจามะ,
       ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ
สีลานิ ยาจามะ,
       ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ
สีลานิ ยาจามะ.
                                             คําแปล
         ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
(ตางๆกัน หรือแยกรักษาแตละขอ), แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓……………
หมายเหตุ ศีล ๕ เปนขอปฏิบัติสําหรับชาวพุทธทุกคน การสมาทานศีลคือการรับจากพระสงฆ
หรือตั้งใจปฏิบัติดวยตนเองก็ได แตที่ดีที่สุดควรรับจากพระสงฆ เพื่อเพิ่มศรัทธาขึนอีก การ
สมาทานศีลไมตองตั้ง “นะโม” ใหวาคําสมาทานไดเลย ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน
“อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” เมื่อทานพระสงฆทานตั้ง “นะโม” จบทั้ง ๓ หน แลว
เราจึงวาตามทานเปนลําดับ
                                  คูมืออบรม   ๔๑ “ ยุวพุทธ”




                              ๒ . คําอาราธนาศีล ๕
       มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลา
นิ ยาจามะ,
       ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ
สีลานิ ยาจามะ,
       ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ
สีลานิ ยาจามะ.
                                             คําแปล
         ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
(ตางๆกัน หรือแยกรักษาแตละขอ), แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓……………
หมายเหตุ ศีล ๕ เปนขอปฏิบัติสําหรับชาวพุทธทุกคน การสมาทานศีลคือการรับจากพระสงฆ
หรือตั้งใจปฏิบัติดวยตนเองก็ได แตที่ดีที่สุดควรรับจากพระสงฆ เพื่อเพิ่มศรัทธาขึนอีก การ
สมาทานศีลไมตองตั้ง “นะโม” ใหวาคําสมาทานไดเลย ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน
“อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” เมื่อทานพระสงฆทานตั้ง “นะโม” จบทั้ง ๓ หน แลว
เราจึงวาตามทานเปนลําดับ
                                  คูมืออบรม ๔๑ “ ยุวพุทธ”
๓. คําอาราธนาศีล ๘
                 มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
       ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
       ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
                                     คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
แมครั้งที่ ๒ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
แมครั้งที่ ๓ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษเนื่องในวัน
พระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา
“มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ”



                                   คูมืออบรม   ๔๒ “ ยุวพุทธ”




                                ๓. คําอาราธนาศีล ๘
                 มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
       ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
       ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ,
                                     คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
แมครั้งที่ ๒ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
แมครั้งที่ ๓ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา
หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษเนื่องในวัน
พระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา
“มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ”



                                    คูมืออบรม ๔๒ “ ยุวพุทธ”
๔. คําอาราธนาอุโบสถศีล
      มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง
ยาจามะ,
      ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,
อุโปสะถัง ยาจามะ,
      ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,
อุโปสะถัง ยาจามะ,
                                                 คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
แมครั้งที่๒, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
แมครั้งที่๓, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษโดยประสงคที่
อยูจําวัดคืนหนึ่งเนื่องในวันพระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน
                                   คูมืออบรม   ๔๓ “ ยุวพุทธ”




                            ๔. คําอาราธนาอุโบสถศีล
      มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง
ยาจามะ,
      ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,
อุโปสะถัง ยาจามะ,
      ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,
อุโปสะถัง ยาจามะ,
                                                 คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
แมครั้งที่๒, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
แมครั้งที่๓, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา,
หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษโดยประสงคที่
อยูจําวัดคืนหนึ่งเนื่องในวันพระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน
                                   คูมืออบรม ๔๓ “ ยุวพุทธ”
๕.คําอาราธนาศีล ๕,ศีล ๘(ศีลอุโบสถ)พรอมกัน
              มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
     ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
     ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
                                              คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, พวกหนึ่งขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมน
,พวกหนึ่งขอศีล ๘ พรอมไตรสรณคมน, (พวกหนึ่งขอศีลอุโบสถ พรอมไตรสรณคมน), เพื่อ
รักษาแยกกัน ๆ ของแตละคน ๆ, แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓……………
หมายเหตุ คําอาราธนาศีลนี้ใชในกรณีที่มีผูศีลรักษาตางกันในวันพระ(แบบที่ใชกันที่สํานักสวนโมกข)
                                   คูมืออบรม   ๔๔ “ ยุวพุทธ”




             ๕.คําอาราธนาศีล ๕,ศีล ๘(ศีลอุโบสถ)พรอมกัน
              มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
     ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
     ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ
ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ
สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ)
                                              คําแปล
              ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, พวกหนึ่งขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมน
,พวกหนึ่งขอศีล ๘ พรอมไตรสรณคมน, (พวกหนึ่งขอศีลอุโบสถ พรอมไตรสรณคมน), เพื่อ
รักษาแยกกัน ๆ ของแตละคน ๆ, แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓
หมายเหตุ คําอาราธนาศีลนี้ใชในกรณีที่มีผูศีลรักษาตางกันในวันพระ(แบบที่ใชกันที่สํานักสวนโมกข)
                                   คูมืออบรม ๔๔ “ ยุวพุทธ”
๖.คําสมาทานศีลดวยตนเอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, (วา ๓ จบ)
     ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจา, พระองคนั้น, ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส,
     ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง, (วาจบเดียว)
            พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
            สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก,
            ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ทุติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     แมครั้งที่สอง, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก,

                                 คูมืออบรม   ๔๕ “ ยุวพุทธ”




                        ๖.คําสมาทานศีลดวยตนเอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, (วา ๓ จบ)
     ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจา, พระองคนั้น, ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส,
     ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง, (วาจบเดียว)
            พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
            สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก,
            ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
            ทุติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     แมครั้งที่สอง, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก

                                 คูมืออบรม ๔๕ “ ยุวพุทธ”
ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
               ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
               ตะติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     แมครั้งที่สาม, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก,
๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายรางกาย และชีวิต
     ของผูอื่น,........................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
๒. อะทินทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการถือเอาสิ่งของที่เจาของเขามิ
     ไดให,.........................…………………………………………....(พระสงฆรับสาธุ)
๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายของรักของชอบ
     ใจ-ของผูอื่น, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล๕)......................……...(พระสงฆรับสาธุ)
                                            คูมืออบรม   ๔๖ “ ยุวพุทธ”




               ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
               ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
               ตะติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ,
     แมครั้งที่สาม, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก,
๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายรางกาย และชีวิต
     ของผูอื่น,........................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
๒. อะทินทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการถือเอาสิ่งของที่เจาของเขามิ
     ไดให,.........................…………………………………………....(พระสงฆรับสาธุ)
๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายของรักของชอบ
     ใจ-ของผูอื่น, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล๕)......................……...(พระสงฆรับสาธุ)
                                            คูมืออบรม   ๔๖ “ ยุวพุทธ”
๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการกระทําอันมิใชพรหมจรรย,
     (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ)………………(พระสงฆรับสาธุ)
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายผูอื่นดวยวาจา,
     ................................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายสติสัมปฤดี,
     โดยการดื่มสุราและเสพของมึนเมาทุกชนิด, อันเปนที่ตั้งแหงความประมาท,
     ...............................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
สําหรับผูสมาทานศีล ๕ สรุปศีลดังนี.้ -
อิมานิ ปญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ )
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๕ ขอนี้.

                                            คูมืออบรม   ๔๗ “ ยุวพุทธ”




๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการกระทําอันมิใชพรหมจรรย,
     (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ)………………(พระสงฆรับสาธุ)
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายผูอื่นดวยวาจา,
     ................................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายสติสัมปฤดี,
     โดยการดื่มสุราและเสพของมึนเมาทุกชนิด, อันเปนที่ตั้งแหงความประมาท,
     ...............................................................................................(พระสงฆรับสาธุ)
สําหรับผูสมาทานศีล ๕ สรุปศีลดังนี.้ -
อิมานิ ปญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ )
     ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๕ ขอนี้.

                                             คูมืออบรม ๔๗ “ ยุวพุทธ”
สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ ใหสมาทานศีลขอตอไปดังนี.้ -
๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการบริโภคอาหารในยามวิกาล,
      ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ)
๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา, มาลา คันธะวิเลปะนะ ธาระณะ
  มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการฟอนรํา, การขับเพลง,
      การประโคมดนตรี, การดูการเลนชนิดที่เปนขาศึกตอกุศล, การทรัดทรงสวมใส,
      การประดับ การตกแตงตน, ดวยพวงมาลาเครื่องกลิ่น และเครื่องผัดทา,
      ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ)
๘. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการนอนบนที่นอนสูง และ
      ที่นอนใหญ, ขางในยัดดวยนุนหรือสําลีเปนตน,…………….(พระสงฆรับสาธุ)

                                คูมืออบรม   ๔๘ “ ยุวพุทธ”




สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ ใหสมาทานศีลขอตอไปดังนี.-
                                                             ้
๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการบริโภคอาหารในยามวิกาล,
      ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ)
๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา, มาลา คันธะวิเลปะนะ ธาระณะ
  มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการฟอนรํา, การขับเพลง,
      การประโคมดนตรี, การดูการเลนชนิดที่เปนขาศึกตอกุศล, การทรัดทรงสวมใส,
      การประดับ การตกแตงตน, ดวยพวงมาลาเครื่องกลิ่น และเครื่องผัดทา,
      ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ)
๘. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการนอนบนที่นอนสูง และ
      ที่นอนใหญ, ขางในยัดดวยนุนหรือสําลีเปนตน,…………….(พระสงฆรับสาธุ)

                                คูมืออบรม ๔๘ “ ยุวพุทธ”
คําสรุปศีลอุโบสถ
อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะรัตติง
อิมัญจะทิวะสัง, สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ.
      ขาพเจาขอสมาทานซึ่งองคอุโบสถศีล, อันประกอบดวยองคแปดประการ,
      ที่พระพุทธเจาทรงบัญญัติไว, จะรักษาไวใหดี, มิใหขาดมิใหทําลาย,
      ตลอดสิ้นวันหนึ่งและคืนหนึ่ง, ณ เวลาวันนี้.
คําสรุปศีลแปด
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ )
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๘ ขอนี้.
พระสรุปศีล ๕,ศีล ๘,ศีลอุโบสถ.-
สีเลนะ สุคะติงยันติ,     เพราะมีศีลจึงทําใหไปสูสุคติ,
สีเลนะ โภคะสัมปะทา, เพราะมีศีลจึงทําใหอุดมสมบูรณดวยโภคทรัพย,
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปถึงนิพพาน,
ตัสะมาสีลัง วิโสทะเย, เพราะฉะนั้นขอใหญาติโยมทั้งหลายพึงตั้งใจรักษาศีล๕, (ศีล๘),
      (ศีลอุโบสถ),ใหสะอาดบริสุทธิ์หมดจดโดยทุกถวนหนากันเทอญ.
                                  คูมืออบรม   ๔๙ “ ยุวพุทธ”




คําสรุปศีลอุโบสถ
อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะรัตติง
อิมัญจะทิวะสัง, สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ.
      ขาพเจาขอสมาทานซึ่งองคอุโบสถศีล, อันประกอบดวยองคแปดประการ,
      ที่พระพุทธเจาทรงบัญญัติไว, จะรักษาไวใหดี, มิใหขาดมิใหทําลาย,
      ตลอดสิ้นวันหนึ่งและคืนหนึ่ง, ณ เวลาวันนี้.
คําสรุปศีลแปด
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ )
      ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๘ ขอนี้.
พระสรุปศีล ๕,ศีล ๘,ศีลอุโบสถ.-
สีเลนะ สุคะติงยันติ,     เพราะมีศีลจึงทําใหไปสูสุคติ,
สีเลนะ โภคะสัมปะทา, เพราะมีศีลจึงทําใหอุดมสมบูรณดวยโภคทรัพย,
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปถึงนิพพาน,
ตัสะมาสีลัง วิโสทะเย, เพราะฉะนั้นขอใหญาติโยมทั้งหลายพึงตั้งใจรักษาศีล๕, (ศีล๘),
      (ศีลอุโบสถ),ใหสะอาดบริสุทธิ์หมดจดโดยทุกถวนหนากันเทอญ.
                                  คูมืออบรม ๔๙ “ ยุวพุทธ”
๗. คําอาราธนาธรรม
      พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ, กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ,
สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา, เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปมัง ปะชัง.
                        คําอาราธนาธรรมแปลไทย
                              ( วาเปนทํานองสรภัญญะ )
 ทาวสหัมบดีพรหม เปนบรมในพรหมา, ทรงฤทธิศักดา                  กวาบริษัททุกหมูพรหม,
 นอมหัตถนมัสการ      ประดิษฐาน ณ ที่สม, ควรแลวจึงบังคม      ธุลีบาทพระศาสดา,
 ขอพรอันประเสริฐ       วรเลิศมโหฬาร, ปวงสัตวในโลกา            กิเลสนอยก็ยังมี,
 ขอองคพระจอมปราชญ สูธรรมาสนอันรุจี, โปรดปวงประชาชี        ทานจงโปรดแสดงธรรม
 นิมนตทานเจาขา      ผูปรีชาอันเลิศล้ํา, โปรดแสดงพระสัทธรรม เทศนาและวาที,
 เพื่อใหสําเร็จผล     แกปวงชนบรรดามี, สูสุขเกษมศรี          สมดังเจตนา เทอญ.
หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาพระเทศน หรือสวดพระอภิธรรมเทานั้น ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีล
จบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานองสรภัญญะก็ได

                                คูมืออบรม   ๕๐ “ ยุวพุทธ”




                             ๗. คําอาราธนาธรรม
      พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ, กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ,
สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา, เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปมัง ปะชัง.
                        คําอาราธนาธรรมแปลไทย
                              ( วาเปนทํานองสรภัญญะ )
 ทาวสหัมบดีพรหม เปนบรมในพรหมา, ทรงฤทธิศักดา                  กวาบริษัททุกหมูพรหม,
 นอมหัตถนมัสการ      ประดิษฐาน ณ ที่สม, ควรแลวจึงบังคม      ธุลีบาทพระศาสดา,
 ขอพรอันประเสริฐ       วรเลิศมโหฬาร, ปวงสัตวในโลกา            กิเลสนอยก็ยังมี,
 ขอองคพระจอมปราชญ สูธรรมาสนอันรุจี, โปรดปวงประชาชี        ทานจงโปรดแสดงธรรม
 นิมนตทานเจาขา      ผูปรีชาอันเลิศล้ํา, โปรดแสดงพระสัทธรรม เทศนาและวาที,
 เพื่อใหสําเร็จผล     แกปวงชนบรรดามี, สูสุขเกษมศรี          สมดังเจตนา เทอญ.
หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาพระเทศน หรือสวดพระอภิธรรมเทานั้น ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีล
จบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานองสรภัญญะก็ได

                                 คูมืออบรม ๕๐ “ ยุวพุทธ”
๘. คําอาราธนาพระปริตร
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง,
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะภะยะวินาสายะ        ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง,
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะโรคะวินาสายะ        ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง.
                                           คําแปล
         ขอพระคุณเจาโปรดสวดพระปริตรอันเปนมงคล, เพื่อปองกันความวิบัติ, เพื่อสําเร็จ
สมบัติทุกประการ, เพื่อใหทุกข ภัย โรค อันตรายใดๆทุกชนิด, จงพินาศสูญไป.
หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาใหพระสงฆเจริญพระพุทธมนตในงานพิธีมงคลตางๆ ไมตั้ง “นะโม”
เมื่อรับศีลจบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป   จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานอง
สรภัญญะก็ได
                                คูมืออบรม   ๕๑ “ ยุวพุทธ”




                          ๘. คําอาราธนาพระปริตร
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง,
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะภะยะวินาสายะ        ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง,
               วิปตติปะฏิพาหายะ        สัพพะสัมปตติสิทธิยา,
               สัพพะโรคะวินาสายะ        ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง.
                                           คําแปล
         ขอพระคุณเจาโปรดสวดพระปริตรอันเปนมงคล, เพื่อปองกันความวิบัติ, เพื่อสําเร็จ
สมบัติทุกประการ, เพื่อใหทุกข ภัย โรค อันตรายใดๆทุกชนิด, จงพินาศสูญไป.
หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาใหพระสงฆเจริญพระพุทธมนตในงานพิธีมงคลตางๆ ไมตั้ง “นะโม”
เมื่อรับศีลจบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป   จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานอง
สรภัญญะก็ได
                                 คูมืออบรม ๕๑ “ ยุวพุทธ”
๙. คําถวายสังฆทานสามัญ
      อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ,
สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง,
ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
                                             คําแปล
         ขาแตพระสงฆผูเจริญ,ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย,ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย
เหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลายเหลานี้, ของ
ขาพเจาทั้งหลาย เพื่อประโยชนและความสุข แกขาพเจาทั้งหลาย, สิ้นกาลนาน เทอญ.
หมายเหตุ การทําบุญในงานทั่วไปหรือการไปทําบุญถวายสังฆทานแดพระสงฆ สวนมากจะ
กลาวคําถวายกอนประเคน การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคํา
ถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป



                                   คูมืออบรม ๕๒ “ ยุวพุทธ”




                            ๙. คําถวายสังฆทานสามัญ
      อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ,
สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง,
ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
                                             คําแปล
         ขาแตพระสงฆผูเจริญ,ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย,ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย
เหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลายเหลานี้, ของ
ขาพเจาทั้งหลาย เพื่อประโยชนและความสุข แกขาพเจาทั้งหลาย, สิ้นกาลนาน เทอญ.
หมายเหตุ การทําบุญในงานทั่วไปหรือการไปทําบุญถวายสังฆทานแดพระสงฆ สวนมากจะ
กลาวคําถวายกอนประเคน การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคํา
ถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป



                                   คูมืออบรม ๕๒ “ ยุวพุทธ”
๑๐. คําถวายสังฆทานอุทิศใหผูตาย
     อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,
โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัญเจวะ, มาตาปตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานัง, ฑีฆะรัตตัง, หิ
ตายะ, สุขายะ.
                                           คําแปล
       ขาแตพระสงฆผูเจริ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ซึ่งมะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง
บริวารทั้งหลายเหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, มะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง
บริวารทั้งหลายเหลานี้, ของขาพเจาทั้งหลาย, เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย
ดวย, แกญาติของขาพเจาทั้งหลาย, มีมารดาบิดาเปนตน, ผูที่ละโลกนี้ไปแลวดวย สิ้นกาลนาน
เทอญ.
หมายเหตุ ใชในการทําบุญงานอวมงคลกรณีที่ตองการอุทิศใหกับผูตาย การถวายนั้นตองตั้ง
“นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุ
สิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป
                                  คูมืออบรม   ๕๓ “ ยุวพุทธ”




                     ๑๐. คําถวายสังฆทานอุทิศใหผูตาย
     อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,
โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัญเจวะ, มาตาปตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานัง, ฑีฆะรัตตัง, หิ
ตายะ, สุขายะ.
                                           คําแปล
       ขาแตพระสงฆผูเจริ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ซึ่งมะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง
บริวารทั้งหลายเหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, มะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง
บริวารทั้งหลายเหลานี้, ของขาพเจาทั้งหลาย, เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย
ดวย, แกญาติของขาพเจาทั้งหลาย, มีมารดาบิดาเปนตน, ผูที่ละโลกนี้ไปแลวดวย สิ้นกาลนาน
เทอญ.
หมายเหตุ ใชในการทําบุญงานอวมงคลกรณีที่ตองการอุทิศใหกับผูตาย การถวายนั้นตองตั้ง
“นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุ
สิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป
                                  คูมืออบรม ๕๓ “ ยุวพุทธ”
๑๑.คําจบขันขาวใสบาตร
        ขาวของขาพเจา, ขาวดังดอกบัว, ยกขึ้นเหนือหัว, ถวายแดพระสงฆ,จิตใจจํานง,มุงตรง
ตอพระนิพพาน, ขอใหถึงดวงแกว, ขอใหแคลวบวงมาร,ขอใหพบพระศรีอาริย, ในอนาคตกาล
อันไมใกลไมไกลนั้นเทอญ.
        สุทินัง วะตะ เม ทานัง อาสวักขะยะวะหัง นิพพานัง โหตุ, ขอทานของขาพเจาที่ใหดี
แลวนี้ จงเปนเครื่องนํามาซึ่งความสิ้นกิเลส, ใหถึงนิพพานเทอญ.
หมายเหตุ ใชในเวลาอธิษฐานจบขันขาวกอนใสบาตรพระสงฆ




                                  คูมืออบรม   ๕๔ “ ยุวพุทธ”




                           ๑๑.คําจบขันขาวใสบาตร
        ขาวของขาพเจา, ขาวดังดอกบัว, ยกขึ้นเหนือหัว, ถวายแดพระสงฆ,จิตใจจํานง,มุงตรง
ตอพระนิพพาน, ขอใหถึงดวงแกว, ขอใหแคลวบวงมาร,ขอใหพบพระศรีอาริย, ในอนาคตกาล
อันไมใกลไมไกลนั้นเทอญ.
        สุทินัง วะตะ เม ทานัง อาสวักขะยะวะหัง นิพพานัง โหตุ, ขอทานของขาพเจาที่ใหดี
แลวนี้ จงเปนเครื่องนํามาซึ่งความสิ้นกิเลส, ใหถึงนิพพานเทอญ.
หมายเหตุ ใชในเวลาอธิษฐานจบขันขาวกอนใสบาตรพระสงฆ




                                  คูมืออบรม ๕๔ “ ยุวพุทธ”
๑๒. คําถวายผาปา
     อิมานิ มะยัง ภันเต, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,
โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
                                    คําแปล
         ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวาร
ทั้งหลายเหลานี้,แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย
เหลานี้,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ.
หมายเหตุ ใชในงานทําบุญทอดผาปา การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึง
กลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป




                                    คูมืออบรม   ๕๕ “ ยุวพุทธ”




                                 ๑๒. คําถวายผาปา
     อิมานิ มะยัง ภันเต, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,
โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ,
ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.
                                    คําแปล
         ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวาร
ทั้งหลายเหลานี้,แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย
เหลานี้,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ.
,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ.
หมายเหตุ ใชในงานทําบุญทอดผาปา การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึง
กลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป




                                    คูมืออบรม ๕๕ “ ยุวพุทธ”
คูมืออบรม   ๕๖ “ ยุวพุทธ”




คูมืออบรม ๕๖ “ ยุวพุทธ”
 ⌫
      ⌦  
มาสวนวางก็จงวางลางใหสิ้น วางการกินเมาแปรแตหนหลัง
วางเพื่อนชั่ววางเบอรเหอเลขดัง    วางบาหนังวางโกรธสิ่งโทษแรง
วางนินทาวางคําหยาบบาปทางปาก       วางโลภมากวางมั่วหญิงสิ่งแสลง
วางเถิดหนาอยาของขัดรีบจัดแจง     ไมเสียแรงที่อุตสาหมาสวนวาง


                
              ⌫

                     คูมืออบรม   ๕๗ “ ยุวพุทธ”




           ⌫
      ⌦  
มาสวนวางก็จงวางลางใหสิ้น วางการกินเมาแปรแตหนหลัง
วางเพื่อนชั่ววางเบอรเหอเลขดัง    วางบาหนังวางโกรธสิ่งโทษแรง
วางนินทาวางคําหยาบบาปทางปาก       วางโลภมากวางมั่วหญิงสิ่งแสลง
วางเถิดหนาอยาของขัดรีบจัดแจง     ไมเสียแรงที่อุตสาหมาสวนวาง


                
              ⌫

                     คูมืออบรม ๕๗ “ ยุวพุทธ”
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

บทสวดนมัสการ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. (วา ๓ ครั้ง)
                                 บทสวดพระพุทธคุณ
อิติป โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต, โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวา ติ
                    บทสวดพระพุทธคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
            (หัวหนานํา)                      องคใดพระสัมพุทธ
            (รับพรอมกัน)                     สุวิสุทธสันดาน
            ตัดมูลเกลศมาร                     บ มิหมนมิหมองมัว
            หนึ่งนัยพระทัยทาน                ก็เบิกบานคือดอกบัว
                                 คูมืออบรม   ๕๘ “ ยุวพุทธ”




                                 
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ)
                                   บทสวดนมัสการ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. (วา ๓ ครั้ง)
                                 บทสวดพระพุทธคุณ
อิติป โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต, โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวา ติ
                    บทสวดพระพุทธคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
            (หัวหนานํา)                      องคใดพระสัมพุทธ
            (รับพรอมกัน)                     สุวิสุทธสันดาน
            ตัดมูลเกลศมาร                     บ มิหมนมิหมองมัว
            หนึ่งนัยพระทัยทาน                ก็เบิกบานคือดอกบัว
                                 คูมืออบรม ๕๘ “ ยุวพุทธ”
ราคี บ พันพัว                              สุวคนธกําจร
          องคใดประกอบดวย                           พระกรุณาดังสาคร
          โปรดหมูประชากร                            มละโอฆะกันดาร
          ชี้ทางบรรเทาทุกข                          และชี้สุขเกษมศานต
          ชี้ทางพระนฤพาน                             อันพนโศกวิโยคภัย
          พรอมเบญจพิธจัก-                           ษุจรัสวิมลใส
          เห็นเหตุที่ใกลไกล                         ก็เจนจบประจักษจริง
          กําจัดน้ําใจหยาบ                           สันดานบาปแหงชายหญิง
          สัตวโลกไดพึ่งพิง                         มละบาปบําเพ็ญบุญ
          ขาฯ ขอประณตนอม                           ศิระเกลาบังคมคุณ
          สัมพุทธการุญ-                              ญภาพนั้นนิรันดร (กราบ)
                                  .......... .......... ........…………………………………………………………..



                                บทสวดธรรมคุณ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก,
ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหี ติ .
                               คูมืออบรม                 ๕๙ “ ยุวพุทธ”




          ราคี บ พันพัว                              สุวคนธกําจร
          องคใดประกอบดวย                           พระกรุณาดังสาคร
          โปรดหมูประชากร                            มละโอฆะกันดาร
          ชี้ทางบรรเทาทุกข                          และชี้สุขเกษมศานต
          ชี้ทางพระนฤพาน                             อันพนโศกวิโยคภัย
          พรอมเบญจพิธจัก-                           ษุจรัสวิมลใส
          เห็นเหตุที่ใกลไกล                         ก็เจนจบประจักษจริง
          กําจัดน้ําใจหยาบ                           สันดานบาปแหงชายหญิง
          สัตวโลกไดพึ่งพิง                         มละบาปบําเพ็ญบุญ
          ขาฯ ขอประณตนอม                           ศิระเกลาบังคมคุณ
          สัมพุทธการุญ-                              ญภาพนั้นนิรันดร (กราบ)
                                  .......... .......... ........…………………………………………………………..



                                บทสวดธรรมคุณ
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก,
ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหี ติ .
                               คูมืออบรม ๕๙ “ ยุวพุทธ”
บทสวดธรรมคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
(หัวหนานํา)                   ธรรมะคือคุณากร
(รับพรอมกัน)                  สวนชอบสาธร
ดุจดวงประทีปชัชวาล             แหงองคพระศาสดาจารย
สองสัตวสันดาน                สวางกระจางใจมล
ธรรมใดนับโดยมรรคผล             เปนแปดพึงยล
นับเกากับทั้งนฤพาน            สมญาโลกอุดรพิสดาร
อันลึกโอฬาร                    พิสุทธิ์พิเศษสุกใส
อีกธรรมตนทางครรไล             นามขนานขานไข
ปฏิบัติปริยัติเปนสอง          คือทางดําเนินดุจคลอง
ใหลวงลุปอง                   ยังโลกอุดรโดยตรง
ขอฯ ขอโอนออนอุตมงค          นบธรรมจํานง
ดวยจิตและกายวาจา              (กราบ)


                  คูมืออบรม    ๖๐ “ ยุวพุทธ”




          บทสวดธรรมคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
(หัวหนานํา)                   ธรรมะคือคุณากร
(รับพรอมกัน)                  สวนชอบสาธร
ดุจดวงประทีปชัชวาล             แหงองคพระศาสดาจารย
สองสัตวสันดาน                สวางกระจางใจมล
ธรรมใดนับโดยมรรคผล             เปนแปดพึงยล
นับเกากับทั้งนฤพาน            สมญาโลกอุดรพิสดาร
อันลึกโอฬาร                    พิสุทธิ์พิเศษสุกใส
อีกธรรมตนทางครรไล             นามขนานขานไข
ปฏิบัติปริยัติเปนสอง          คือทางดําเนินดุจคลอง
ใหลวงลุปอง                   ยังโลกอุดรโดยตรง
ขอฯ ขอโอนออนอุตมงค          นบธรรมจํานง
ดวยจิตและกายวาจา              (กราบ)


                  คูมืออบรม    ๖๐   “ ยุวพุทธ”
บทสวดสังฆคุณ
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะ
ปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย
ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสา ติ.
                      บทสวดสังฆคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
            (หัวหนานํา)                   สงฆใดสาวกศาสดา
            (รับพรอมกัน)                  รับปฏิบัติมา
            แหงองคสมเด็จภควันต          เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร-
            ลุทางที่อัน                    ระงับและดับทุกขภัย
            โดยเสด็จพระผูตรัสไตร          ปญญาผองใส
            สะอาดและปราศมัวหมอง            เหินหางทางขาศึกปอง
            บ มิลําพอง                     ดวยกายและวาจาใจ
            เปนเนื้อนาบุญอันไพ            ศาลแตโลกัย
                              คูมืออบรม    ๖๑ “ ยุวพุทธ”




                                บทสวดสังฆคุณ
สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะ
ปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย
ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสา ติ.
                      บทสวดสังฆคุณ (ทํานองสรภัญญะ)
            (หัวหนานํา)                   สงฆใดสาวกศาสดา
            (รับพรอมกัน)                  รับปฏิบัติมา
            แหงองคสมเด็จภควันต          เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร-
            ลุทางที่อัน                    ระงับและดับทุกขภัย
            โดยเสด็จพระผูตรัสไตร          ปญญาผองใส
            สะอาดและปราศมัวหมอง            เหินหางทางขาศึกปอง
            บ มิลําพอง                     ดวยกายและวาจาใจ
            เปนเนื้อนาบุญอันไพ            ศาลแตโลกัย
                              คูมืออบรม    ๖๑   “ ยุวพุทธ”
และเกิดพิบูลยพูนพล            สมญาเอารสทศพล
           มีคุณอนนต                     อเนกจะนับเหลือตรา
           ขาฯ ขอนบหมูพระศรา-           พกทรงคุณา
           นุคุณประดุจรําพัน              ดวยเดชบุญขาอภิวันท
           พระไตรรัตนอัน                 อุดมดิเรกนิรัติศัย
           จงชวยขจัดโพยภัย               อันตรายใดใด
           จงดับและกลับเสื่อมสูญ          (กราบ)
                             บทสวดชยสิทธิคาถา
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิ
ธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง
                    บทสวดชยสิทธิคาถา(ทํานองสรภัญญะ)
           (หัวหนานํา)              ปางเมื่อพระองคปะระมะพุท-
           (รับพรอมกัน)             ธะวิสุทธะศาสดา
           ตรัสรูอนุตตะระสะมา-ธิณโพธิบัลลังก
                             คูมืออบรม    ๖๒ “ ยุวพุทธ”




           และเกิดพิบูลยพูนพล            สมญาเอารสทศพล
           มีคุณอนนต                     อเนกจะนับเหลือตรา
           ขาฯ ขอนบหมูพระศรา-           พกทรงคุณา
           นุคุณประดุจรําพัน              ดวยเดชบุญขาอภิวันท
           พระไตรรัตนอัน                 อุดมดิเรกนิรัติศัย
           จงชวยขจัดโพยภัย               อันตรายใดใด
           จงดับและกลับเสื่อมสูญ          (กราบ)
                             บทสวดชยสิทธิคาถา
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิ
ธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง
                    บทสวดชยสิทธิคาถา(ทํานองสรภัญญะ)
           (หัวหนานํา)              ปางเมื่อพระองคปะระมะพุท-
           (รับพรอมกัน)             ธะวิสุทธะศาสดา
           ตรัสรูอนุตตะระสะมา-ธิณโพธิบัลลังก
                              คูมืออบรม ๖๒ “ ยุวพุทธ”
ขุนมาร สหัสสะพหุพา-         หุวิชาวิชิตขลัง
ขี่คิรีเมขะละประทัง         คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ
แสรงเสกสะราวุธะประดิษฐ กละคิดจะรอนราญ
รุมพลพหลพยุหะปาน            พระสมุททะนองมา
หวังเพื่อผจญวะระมุนิน       ทะสุชินะราชา
พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ
ดวยเดชะองคพระทศพล สุวิมละไพบูลย
ทานาทิธรรมะวิธิกูล          ชนะนอมมะโนตาม
ดวยเดชะสัจจะวะจะนา         และนมามิองคสาม
ขอจงนิกรพละสยาม             ชยะสิทธิทุกวาร
ถึงแมจะมีอริวิเศษ          พละเดชะเทียมมาร
ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ อริแมนมุนินทรฯ (กราบ 3 ครั้ง)
         จบสวดมนต รองเพลงสรรเสริญพระบารมีพรอมกัน

                 คูมืออบรม   ๖๓ “ ยุวพุทธ”




ขุนมาร สหัสสะพหุพา-         หุวิชาวิชิตขลัง
ขี่คิรีเมขะละประทัง         คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ
แสรงเสกสะราวุธะประดิษฐ กละคิดจะรอนราญ
รุมพลพหลพยุหะปาน            พระสมุททะนองมา
หวังเพื่อผจญวะระมุนิน       ทะสุชินะราชา
พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ
ดวยเดชะองคพระทศพล สุวิมละไพบูลย
ทานาทิธรรมะวิธิกูล          ชนะนอมมะโนตาม
ดวยเดชะสัจจะวะจะนา         และนมามิองคสาม
ขอจงนิกรพละสยาม             ชยะสิทธิทุกวาร
ถึงแมจะมีอริวิเศษ          พละเดชะเทียมมาร
ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ อริแมนมุนินทรฯ (กราบ 3 ครั้ง)
         จบสวดมนต รองเพลงสรรเสริญพระบารมีพรอมกัน

                  คูมืออบรม ๖๓ “ ยุวพุทธ”
คูมืออบรม   ๖๔ “ ยุวพุทธ ”




คูมืออบรม ๖๔ “ ยุวพุทธ ”
๑.เพลงธรรมะบันดาล
                 ๑.เพลงธรรมะบั                                                 ๓.เพลงตักบาตรทําบุญ
           ธรรมะบันดาลดลใหเรามา แสงธรรมนําพา                              ตักบาตรทําบุญ พระพุทธคุณชวยคุมครอง
พบชีวิตใหม อบรมครั้งนี้มีความสุขใจ สดชื่นแจมใสไม จิตใจไมหมนหมอง เงินทองไหลมา ชีวิตสําราญ                           การ
รูโรยราจะอยูแหงไหนสุขใจในอุรา ธรรมะนั้นหนาจะพาสุข เรียนกาวหนา กราบพระปฏิมา อธิษฐานวาเราจะเปนคนดี
ใจธรรมะบันดาล                                                                               .ตองขยันเรียน
                   ๒.เพลงดอกไมคุณธรรม                                                      .เพียรทําการบาน
                                                                                            .ชวยพอแมทํางาน
            ขอมอบดอกไมดอกนี้ แดผูที่ใฝหา จะอยู                                        .กลับถึงบานตามเวลา
แหงไหน จะใกลจะไกล จนสุดขอบฟา                                                       ๔.เพลงทําดีดี
           ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์             ดุจกระแสธารา                ทําวันนี้ใหดี แลววันหนาก็จะไดดี ปจจุบัน
เปนกําลังใจใหคุณ เปนกําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหมา          ที่ฉันมีดี เพราะฉันทําวันกอนไวดี
           คุณธรรมทอแสง อยาถอยแรงศรัทธา เปน                             ทําวันนี้ไมดี แลววันหนาก็จะไมดี ปจจุบัน
เปลวเทียนที่ไหมนาน เปนสายธารที่ชุมปา คือแผนฟา ที่เขาไมดี เพราะเขาทําวันกอนไมดี
คุณธรรม                                                                    วันนี้เปนวันสําคัญ เปนวันที่ฉันจะตองทําดี
           ขอมอบธรรมะเอาไว             ใหเปนเครื่องใชชี้นํา พูดดีเรียนดี เลนดี เติบโตเมื่อไรจะเปนผูใหญที่ดี
ขจัดสิ่งรายมุงมั่นตอไป ใหคลายหมองหมน กาวตอไป                     ใครทําของไมดี          ฉันไมจําตัวอยางไมดี
ไมใหสิ้นสุด ดุจกระแสธรรม เปนกําลังใจใหคุณ เปน ดวยคนทํานั้นไมดี เพราะเขาใจต่ําทําสิ่งไมดี
กําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหคุณธรรม.
                                               คูมืออบรม   ๖๕ “ ยุวพุทธ ”




                 ๑.เพลงธรรมะบันดาล                                             ๓.เพลงตักบาตรทําบุญ
           ธรรมะบันดาลดลใหเรามา แสงธรรมนําพา                              ตักบาตรทําบุญ พระพุทธคุณชวยคุมครอง
พบชีวิตใหม อบรมครั้งนี้มีความสุขใจ สดชื่นแจมใสไม จิตใจไมหมนหมอง เงินทองไหลมา ชีวิตสําราญ                           การ
รูโรยราจะอยูแหงไหนสุขใจในอุรา ธรรมะนั้นหนาจะพาสุข เรียนกาวหนา กราบพระปฏิมา อธิษฐานวาเราจะเปนคนดี
ใจธรรมะบันดาล                                                                               .ตองขยันเรียน
                   ๒.เพลงดอกไมคุณธรรม                                                      .เพียรทําการบาน
                                                                                            .ชวยพอแมทํางาน
            ขอมอบดอกไมดอกนี้ แดผูที่ใฝหา จะอยู                                        .กลับถึงบานตามเวลา
แหงไหน จะใกลจะไกล จนสุดขอบฟา                                                       ๔.เพลงทําดีดี
           ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์             ดุจกระแสธารา                ทําวันนี้ใหดี แลววันหนาก็จะไดดี ปจจุบัน
เปนกําลังใจใหคุณ เปนกําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหมา          ที่ฉันมีดี เพราะฉันทําวันกอนไวดี
           คุณธรรมทอแสง อยาถอยแรงศรัทธา เปน                             ทําวันนี้ไมดี แลววันหนาก็จะไมดี ปจจุบัน
เปลวเทียนที่ไหมนาน เปนสายธารที่ชุมปา คือแผนฟา ที่เขาไมดี เพราะเขาทําวันกอนไมดี
คุณธรรม                                                                    วันนี้เปนวันสําคัญ เปนวันที่ฉันจะตองทําดี
           ขอมอบธรรมะเอาไว             ใหเปนเครื่องใชชี้นํา พูดดีเรียนดี เลนดี เติบโตเมื่อไรจะเปนผูใหญที่ดี
ขจัดสิ่งรายมุงมั่นตอไป ใหคลายหมองหมน กาวตอไป                     ใครทําของไมดี          ฉันไมจําตัวอยางไมดี
ไมใหสิ้นสุด ดุจกระแสธรรม เปนกําลังใจใหคุณ เปน ดวยคนทํานั้นไมดี เพราะเขาใจต่ําทําสิ่งไมดี
กําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหคุณธรรม.

                                               คูมืออบรม   ๖๕ “ ยุวพุทธ ”
๕. ไมใชแฟนทําแทนก็ได                                                      ๖.เพลงเพื่อน
          แมอยากดูแลใหมากกวานี้เหลือเกิน ไมกลัวจะเขิน                        เพื่อนเอยเรามาเปนเด็กดี ทุก ๆ ที่ จงมีแต
ภาระก็คือหนาที่ ลูกไมใชเปนแคคนรูจัก เลื่อนเปนลูกรัก               ความเมตตา รักพอแมและพี่นองใหเทาฟา และคุณครูผู
ของแมทุกที จึงทําเทาสิทธิ์ที่มี ยามเห็นลูกก็สุขใจ
                                                                         อบรมเรา
          หวงอยูไมไกล เจอหนายิ้มใหดวยสายตา คอย
รับภาระในเรื่องที่พอชวยได ขอโทษบางคราวที่ตองเหินหาง                           แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน
และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอยางลูกขอมากไปเพราะวา                      ใกลเคียง ตองดีตอกัน
หัวใจแมหวงแหน                                                                    แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน
          คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรู              ใกลเคียง ตองดีตอกัน
หนูควรเขาใจ อยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใชแฟนทํา                                        ๗.เพลงนั่งสมาธิ
แทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจอยาเดินกาวล้ําเสน                         ชายนั่งขัดตะหมาดใหดี หญิงนั่งพับเพียบใหดี
แดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทําแทนก็ได
                                                                         สองมือวางทับกันทันที หลับตาลงนั่งตัวตรงซิ ตั้งสติใหดี
          ลูกอยูในใจของแมไมเปนสํารอง ขออยาไดมองวา
แมจูจี้..ขี้บน แมลูกเจอกันดวยกรรมลิขิต อยากอยูใกลชิดลูก           ภาวนาในใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
จงเขาใจ วันหนึ่งลูกแตงงานไป ขอบอกดวยใจรักมากกวา
แฟน
คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรูหนู
ควรเขาใจ แตอยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใช
แฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจ อยาเดิน
กาวล้ําเสนแดน           ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทํา
แทนก็ได…..คนไมใชแฟนทําแทนก็ได
                                                   คูมืออบรม       ๖๖ “ ยุวพุทธ ”




                ๕. .ไมใชแฟนทําแทนก็ได                                                     ๖.เพลงเพื่อน
          แมอยากดูแลใหมากกวานี้เหลือเกิน ไมกลัวจะเขิน                        เพื่อนเอยเรามาเปนเด็กดี ทุก ๆ ที่ จงมีแต
          ภาระก็คือหนาที่ ลูกไมใชเปนแคคนรูจัก เลื่อนเปนลูก        ความเมตตา รักพอแมและพี่นองใหเทาฟา และคุณครูผู
รักของแมทุกที จึงทําเทาสิทธิ์ที่มี ยามเห็นลูกก็สุขใจ
                                                                         อบรมเรา
          หวงอยูไมไกล เจอหนายิ้มใหดวยสายตา คอย
รับภาระในเรื่องที่พอชวยได ขอโทษบางคราวที่ตองเหินหาง                           แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน
และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอยางลูกขอมากไปเพราะวา                      ใกลเคียง ตองดีตอกัน
หัวใจแมหวงแหน                                                                    แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน
          คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรู              ใกลเคียง ตองดีตอกัน
หนูควรเขาใจ อยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใชแฟนทํา                                        ๗.เพลงนั่งสมาธิ
แทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจอยาเดินกาวล้ําเสน                         ชายนั่งขัดตะหมาดใหดี หญิงนั่งพับเพียบใหดี
แดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทําแทนก็ได                                 สองมือวางทับกันทันที หลับตาลงนั่งตัวตรงซิ ตั้งสติใหดี
          ลูกอยูในใจของแมไมเปนสํารอง ขออยาไดมองวา
                                                                         ภาวนาในใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ
แมจูจี้..ขี้บน แมลูกเจอกันดวยกรรมลิขิต อยากอยูใกลชิดลูก
จงเขาใจ วันหนึ่งลูกแตงงานไป ขอบอกดวยใจรักมากกวา
แฟน
คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรูหนู
ควรเขาใจ แตอยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใช
แฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจ อยาเดิน
กาวล้ําเสนแดน           ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทํา
แทนก็ได…..คนไมใชแฟนทําแทนก็ได
                                                   คูมืออบรม       ๖๖      “ ยุวพุทธ ”
๘.เพลงกราวสุรา
                    ๘.เพลงกราวสุ                                                   ๙.เพลงคาถา ๕ ดี
          สุรา ๆ เปนยาผีเปรต                (ฮาไฮ ๆ ๆ)                  พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง
เพิ่มเติมกิเลสทําคนใหยากจน ผลของการฝกตน ดื่มสุรา               คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
กันทุกคนโอยแย                                                             พุทธัง-ทําดี      ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
          เด็กเล็กผูใหญใครกินเหลา ดื่มทุกค่ําเชาตองมี      เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณพอและคุณแม ทานรักแตคนทําดี
หวัง ตับไตไสพุงเครื่องในพัง ถาหยุดยั้งไมไดตายเร็วจริง                   พุทธัง-ทําดี      ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
(เอาฮึม ๆ ๆ ๆ)                                                  เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณครูและพอแม ทานรักแตคนทําดี
          สุราๆ เปนยาเสพติด (ฮาไฮๆ ๆ) เหมือนดื่ม                        พุทธัง-ทําดี      ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
ยาพิษเขาไปทุกที ผลรายของมันก็มีกอใหเกิดตอยตี อุย           เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ เพื่อนๆและพอแม ก็รัก แตคนทําดี
ราย                                                                        พุทธัง-ทําดี      ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
          เดี๋ยวกัดกับหมาดาแมเจ็ก            ทําตัวเหมือน     เรื่องถูกตีไมมีแนๆ ประเทศชาติและพอแม ก็รักแตคนทําดี
เด็ก ๆ เสียนิสัย         เมาแลวลืมตัวทั้งหญิงชาย แกผา                    พุทธัง-ทําดี      ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
เหมือนควายอายไมเปน (เอาฮึมๆๆๆ)                                เรื่องถูกตีไมมีแนๆ พระศาสดาและพอแม ทานรักแตคนทําดี
          สุรา ๆ เปนยาสกปรก (ฮาไฮๆ ๆ) ฆาคนทั้ง                         ทุกคนทําดี ทุกวันทําดี สังคมตองดี ทุกชีวี
โลกไดอยางเลือดเย็น ที่แทมันคือผูกอเวร กอกรรมทํา            ตองดีแนๆ มนุษยที่สมบูรณแทตอง ทําแตคุณความดี
ความลําเค็ญอุยทั้งบาน                                                     พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี
          เสียทรัพยเสียสินเสียเงินทอง           ทําลาย                           คาถาเด็กดี
มันสมองอยางมหันต         เสียชาติเสียเชื้อเสียวงศวาน                          พุทธัง ธัมมัง สังฆัง
ขอสําคัญตับแข็งมองเทงเอย (เอาฮึมๆ ๆ ๆ)
                                                                            ขาพเจาเชื่อฟง ขยันไมดื้อ สาธุ
                                               คูมืออบรม      ๖๗ “ ยุวพุทธ ”




                    ๘.เพลงกราวสุรา                                                 ๙.เพลงคาถา ๕ ดี
          สุรา ๆ เปนยาผีเปรต             (ฮาไฮ ๆ ๆ)                     พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง
เพิ่มเติมกิเลสทําคนใหยากจน ผลของการฝกตน ดื่มสุรา               คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
กันทุกคนโอยแย                                                             พุทธัง-ทําดี       ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
          เด็กเล็กผูใหญใครกินเหลา ดื่มทุกค่ําเชาตองมี      เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณพอและคุณแม ทานรักแตคนทําดี
หวัง ตับไตไสพุงเครื่องในพัง ถาหยุดยั้งไมไดตายเร็วจริง                   พุทธัง-ทําดี       ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
(เอาฮึม ๆ ๆ ๆ)                                                  เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณครูและพอแม ทานรักแตคนทําดี
          สุราๆ เปนยาเสพติด (ฮาไฮๆ ๆ) เหมือนดื่ม                        พุทธัง-ทําดี       ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
ยาพิษเขาไปทุกที ผลรายของมันก็มีกอใหเกิดตอยตี อุย           เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ เพื่อนๆและพอแม ก็รัก แตคนทําดี
ราย                                                                        พุทธัง-ทําดี       ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
          เดี๋ยวกัดกับหมาดาแมเจ็ก          ทําตัวเหมือน       เรื่องถูกตีไมมีแนๆ ประเทศชาติและพอแม ก็รักแตคนทําดี
เด็ก ๆ เสียนิสัย         เมาแลวลืมตัวทั้งหญิงชาย แกผา                    พุทธัง-ทําดี       ธัมมัง-ทําดี    สังฆัง-ทําดี
เหมือนควายอายไมเปน (เอาฮึมๆๆๆ)                                เรื่องถูกตีไมมีแนๆ พระศาสดาและพอแม ทานรักแตคนทําดี
          สุรา ๆ เปนยาสกปรก (ฮาไฮๆ ๆ) ฆาคนทั้ง                         ทุกคนทําดี ทุกวันทําดี สังคมตองดี ทุกชีวี
โลกไดอยางเลือดเย็น ที่แทมันคือผูกอเวร กอกรรมทํา            ตองดีแนๆ มนุษยที่สมบูรณแทตอง ทําแตคุณความดี
ความลําเค็ญอุยทั้งบาน                                                     พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี
          เสียทรัพยเสียสินเสียเงินทอง             ทําลาย                         คาถาเด็กดี
มันสมองอยางมหันต เสียชาติเสียเชื้อเสียวงศวาน ขอ                              พุทธัง ธัมมัง สังฆัง
สําคัญตับแข็งมองเทงเอย (เอาฮึมๆ ๆ ๆ)
                                                                            ขาพเจาเชื่อฟง ขยันไมดื้อ สาธุ
                                               คูมืออบรม      ๖๗ “ ยุวพุทธ ”
๑๐.เพลงศีล                                                ๑๒.เพลงฉันรักคุณครู
       ศีลนั้นหรือคือสิ่งที่ควรยึดมั่น ถอยทีถอยอาศัย                ฉันรักคุณครู เชิดชูไวเดน ดังเชนพระพรหม
กัน ทุกวันมีจิตคิดเมตตา ไมเบียดเบียนกันใหระอา หลีก          (ดังเชนพระพรหม)           เยือกเย็นเหมือนรมโพธิ์สุมกิ่งใบ
พนเถิดหนาอบายมุข                                             กวางใหญไพศาล
       เกิดมาทําไม ใครเคยทราบไหม ทําไมเกิดมา เกิด                     ฉันรักคุณครู เชิดชูสูงสง มั่นคงทุกกาล(มั่นคง
มาทําไม ใครทราบบางไหม ทําไมเกิดมา(ทํานองภาษาใต)             ทุกกาล) ชื่อฟงทุกทาน ออนหวานซื่อตรง คงรูบุญคุณ
       เกิดเพื่อใหรูวา ทุกคนตางมีหนาที่ตอกัน ชวย                รักเคารพและเชิดชู ไมคิดลบหลู ผูเกื้อหนุน
ทําใหโลกสุขสันต ชวยกันเสริมสรางเถิดหนา เรงทําดี          มิมีใจเคืองขุน รมใบบุญอุนใจ
                                                                       ฉันรักคุณครู เชิดชูทุกเมื่อ ดังเรือรักใบ (ดัง
ใหทุกนาทีมีคุณคา
                                                              เรือรักใบ) สูแดนแควนใหม ใจคิดตื้นตัน ฉันรักคุณครู
       หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา
       หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา
                                                                     ๑๓.เพลงมองแตแงดี (ทํานองมโนราห)
                                                                        เขามีสวนเลวบาง ชางหัวเขา
                  ๑๑.เพลงแสงธรรม
                                                                         จงเลือกเอาสวนที่ดีเขามีอยูๆ
       พระธรรมนําใหสวางไสวในดวงจิต มองไปแลว                         เปนประโยชนโลกบางยังนาดู
ใจก็คิด วาทุกทิศมีแตเรื่องปลง ทุกคนเกิดแกเจ็บตาย                      สวนที่ชั่วอยาไปรูของเขาเลยๆ
มิวายจะตองเสื่อมลง ตัดโลภโกรธหลง            ตั้งจิตจํานง               จะหาคนมีดีโดยสวนเดียว
ใหอภัย เรื่องรายจะกลายเปนดี                                           อยามัวเที่ยวคนหาสหายเอย ๆ
       ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี                เหมือนเที่ยวหาหนวดเตาตายเปลาเลย
       ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี.            ฝกใหเคยมองแตดีมีคุณจริง ๆ
                                             คูมืออบรม     ๖๘ “ ยุวพุทธ ”




                     ๑๐.เพลงศีล                                                ๑๒.เพลงฉันรักคุณครู
       ศีลนั้นหรือคือสิ่งที่ควรยึดมั่น ถอยทีถอยอาศัย                ฉันรักคุณครู เชิดชูไวเดน ดังเชนพระพรหม
กัน ทุกวันมีจิตคิดเมตตา ไมเบียดเบียนกันใหระอา หลีก          (ดังเชนพระพรหม)             เยือกเย็นเหมือนรมโพธิ์สุมกิ่งใบ
พนเถิดหนาอบายมุข                                             กวางใหญไพศาล
       เกิดมาทําไม ใครเคยทราบไหม ทําไมเกิดมา เกิด                     ฉันรักคุณครู เชิดชูสูงสง มั่นคงทุกกาล(มั่นคง
มาทําไม ใครทราบบางไหม ทําไมเกิดมา(ทํานองภาษาใต)             ทุกกาล) ชื่อฟงทุกทาน ออนหวานซื่อตรง คงรูบุญคุณ
       เกิดเพื่อใหรูวา ทุกคนตางมีหนาที่ตอกัน ชวย                รักเคารพและเชิดชู ไมคิดลบหลู ผูเกื้อหนุน
ทําใหโลกสุขสันต ชวยกันเสริมสรางเถิดหนา เรงทําดี          มิมีใจเคืองขุน รมใบบุญอุนใจ
                                                                       ฉันรักคุณครู เชิดชูทุกเมื่อ ดังเรือรักใบ (ดัง
ใหทุกนาทีมีคุณคา
                                                              เรือรักใบ) สูแดนแควนใหม ใจคิดตื้นตัน ฉันรักคุณครู
       หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา
       หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา
                                                                       ๑๓.เพลงมองแตแงดี (ทํานองมโนราห)
                                                                         เขามีสวนเลวบาง ชางหัวเขา
                  ๑๑.เพลงแสงธรรม
                                                                          จงเลือกเอาสวนที่ดีเขามีอยูๆ
       พระธรรมนําใหสวางไสวในดวงจิต มองไปแลว                          เปนประโยชนโลกบางยังนาดู
ใจก็คิด วาทุกทิศมีแตเรื่องปลง ทุกคนเกิดแกเจ็บตาย                       สวนที่ชั่วอยาไปรูของเขาเลยๆ
มิวายจะตองเสื่อมลง ตัดโลภโกรธหลง            ตั้งจิตจํานง                จะหาคนมีดีโดยสวนเดียว
ใหอภัย เรื่องรายจะกลายเปนดี                                            อยามัวเที่ยวคนหาสหายเอย ๆ
       ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี                 เหมือนเที่ยวหาหนวดเตาตายเปลาเลย
       ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี.             ฝกใหเคยมองแตดีมีคุณจริง ๆ
                                             คูมืออบรม     ๖๘ “ ยุวพุทธ ”
๑๔. เพลงพุทธบุตรชาวไทย (ทํานองคุณลําใย)                                         ๑๕.สะใจที่เธอมักงาย
          ยังจําไมเคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว                      ตกก็ดี เหมือนกัน ใหมัน ติดศูนย เสียบาง มันจะ
เราคือพุทธบุตรชาวไทย ศึกษาธรรมไวในใจเรื่อยมา                     ได เชื่อฟง ครูสอนไมเฉื่อยอีกแลว เรียนหมดตกหมด เลย
          ทําดีทําไดทั่วไป           ระเบียบวินัยตั้งใจรักษา    ตองซดน้ําแหว ติดศูนย อีกแลว เจ็บไหมละ หัวใจ
กตัญูรูคุณบิดรมารดา ทั้งครูผูประสาทวิชา สั่งสอนเรา                     ครูก็อยูของครู สอนเรา ก็ไมรูเรื่อง พอเราถามทํา
มาไมเคยแชเชือน                                                   เคือง เอาศูนย มาขู ทําไม ทั้งวิทย คณิต อังกฤษก็ ติดกันใหญ
          ถามจริง ๆ มองคนมองที่อะไร มองที่ใจหรือวา              แลวภาษาไทย อยางไงก็ศูนยเหมือนกัน
                                                                          จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ
มองที่หนาตา หากวาฉัน..มีคุณธรรมขึ้นมา ตอนนี้หนา
                                                                  วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย
ควรเรียกพุทธบุตรชาวไทย
                                                                          คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คง
          (พูด) “อดทน ขยัน ประหยัด กับทั้งซื่อสัตย
                                                                  จะเข็ด เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบ ใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ให
และมีวินัย กตัญูรูคุณนั่นไง หลีกเวนหางไกลอบายมุขทุก
                                                                  ผมไดเรียนรู ติดศูนยของครู จะจดจําฝงใจจนตาย
ประการ ไมดัง ไมหก ไมเหลือ ทองไวไมเบื่อเมื่อกินอาหาร                 (ชอบลอกเขา ถึงเขาใหลอก ชอบตอนพัก ลอกเขา
เดินจงกรมสมาธิเบิกบาน พุทธบุตรกลาหาญสมาทานทําดี                  ขางเดียว อยาลอกเขาถาเรา ตระหนัก แลวสักพักเราจักไดเอ)
          ใครหรือไมมี            ความดีทุกอยางสรางสรรค               จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ
มนุษยเรานี้มีดีที่คุณธรรม สํานึกรูประจํา นําธรรมะชําระ          วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย
จิตใจ                                                             คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คงจะเข็ด
          เกื้อกูลชวยเหลือแบงปน พอแมครูนั้นเทิดทูล          เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ใหผมได
เอาไว บูชาพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัย จะเรียกอะไร                เรียนรู ติดศูนย ของครู จะจดจําฝงใจจนตาย โอะโอละเดอ
คิดดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี              สะใจที่เคย มักงาย (พระคุณของครูจะจดจําฝงใจจนตาย)
                                                 คูมืออบรม      ๖๙   “ ยุวพุทธ ”




    ๑๔. เพลงพุทธบุตรชาวไทย (ทํานองคุณลําใย)                                         ๑๕.สะใจที่เธอมักงาย
          ยังจําไมเคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว                      ตกก็ดี เหมือนกัน ใหมัน ติดศูนย เสียบาง มันจะ
เราคือพุทธบุตรชาวไทย ศึกษาธรรมไวในใจเรื่อยมา                     ได เชื่อฟง ครูสอนไมเฉื่อยอีกแลว เรียนหมดตกหมด เลย
          ทําดีทําไดทั่วไป           ระเบียบวินัยตั้งใจรักษา    ตองซดน้ําแหว ติดศูนย อีกแลว เจ็บไหมละ หัวใจ
กตัญูรูคุณบิดรมารดา ทั้งครูผูประสาทวิชา สั่งสอนเรา                     ครูก็อยูของครู สอนเรา ก็ไมรูเรื่อง พอเราถามทํา
มาไมเคยแชเชือน                                                   เคือง เอาศูนย มาขู ทําไม ทั้งวิทย คณิต อังกฤษก็ ติดกันใหญ
          ถามจริง ๆ มองคนมองที่อะไร มองที่ใจหรือวา              แลวภาษาไทย อยางไงก็ศูนยเหมือนกัน
                                                                          จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ
มองที่หนาตา หากวาฉัน..มีคุณธรรมขึ้นมา ตอนนี้หนา
                                                                  วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย
ควรเรียกพุทธบุตรชาวไทย
                                                                          คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คง
          (พูด) “อดทน ขยัน ประหยัด กับทั้งซื่อสัตย
                                                                  จะเข็ด เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบ ใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ให
และมีวินัย กตัญูรูคุณนั่นไง หลีกเวนหางไกลอบายมุขทุก
                                                                  ผมไดเรียนรู ติดศูนยของครู จะจดจําฝงใจจนตาย
ประการ ไมดัง ไมหก ไมเหลือ ทองไวไมเบื่อเมื่อกินอาหาร
                                                                          (ชอบลอกเขา ถึงเขาใหลอก ชอบตอนพัก ลอกเขา
เดินจงกรมสมาธิเบิกบาน พุทธบุตรกลาหาญสมาทานทําดี
                                                                  ขางเดียว อยาลอกเขาถาเรา ตระหนัก แลวสักพักเราจักไดเอ)
          ใครหรือไมมี            ความดีทุกอยางสรางสรรค               จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ
มนุษยเรานี้มีดีที่คุณธรรม สํานึกรูประจํา นําธรรมะชําระ          วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย
จิตใจ                                                                     คงอีกนานเหมือนกัน กวาเราจะแกศูนยเสร็จ คงจะ
          เกื้อกูลชวยเหลือแบงปน พอแมครูนั้นเทิดทูล          เข็ดเข็ดเข็ด อยางไรก็ขอบใจครู ที่ชวยสั่งชวยสอน ใหผมได
เอาไว บูชาพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัย จะเรียกอะไร                เรียนรู ติดศูนย ของครู จะจดจําฝงใจจนตาย โอะโอละเดอ
คิดดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี              สะใจที่เคย มักงาย (พระคุณของครูจะจดจําฝงใจจนตาย)
                                               คูมืออบรม     ๖๙ “ ยุวพุทธ ”
๑๖.เพลงงานคือชีวิต                                              ๑๗.เพลงแม (โลโซ)
         งานคือชีวิต            ชีวิตคืองาน   บันดานสุข                 ปานนี้จะเปนอยางไร จากมาไกลแสนนาน คิดถึง
ทํางานใหสนุก        เปนสุขเมื่อทํางาน ชีวิตคือลมหายใจ          คิดถึงบาน จากมาตั้งนานเมื่อไรจะไดกลับ แมจาแมรูบาง
ใครก็รู        ชีวิตคือการตอสูควรศึกษา          ชีวิตคือ      ไหม วาดวงใจดวงนี้เปนหวง จากลูกนอยที่แมหวงหวง
กิจการงานตระการตา ชีวิตคือการเวลาที่คุมครอง                     อยูเมืองหลวงศิวิไลซไกลบานเรา
          งานคือชีวิต            ชีวิตคืองาน   บันดาลสุข                คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง
ทํางานใหสนุก            เปนสุขเมื่อทํางาน     ทํางานเพื่อ      ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุขเกิน
งานบันดาลผล             ทําดีเพื่อดีดลผลให ทําหนาที่เพื่อ      ใคร
หนาที่อยางจริงใจ สรางไทยใหกับตัวอยากลัวเกรง                         อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกินทน
          งานคือชีวิต             ชีวิตคืองาน บันดาลสุข         เก็บเรื่องราววุนวายสับสน ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง
ทํางานใหสนุก          เปนสุขเมื่อทํางาน                                คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง
                                                                 ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุข
                                                                 เกินใคร
                                                                         อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกิน
                                                                 ทน         เก็บเรื่องราววุนวายสับสน กับคนบางคนที่ใจไม
                                                                 แนนอน ลืมเรื่องคนบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม.



                                               คูมืออบรม ๗๐ “ ยุวพุทธ ”




                  ๑๖.เพลงงานคือชีวิต                                              ๑๗.เพลงแม (โลโซ)
          งานคือชีวิต             ชีวิตคืองาน  บันดานสุข                ปานนี้จะเปนอยางไร จากมาไกลแสนนาน คิดถึง
ทํางานใหสนุก         เปนสุขเมื่อทํางาน ชีวิตคือลมหายใจ         คิดถึงบาน จากมาตั้งนานเมื่อไรจะไดกลับ แมจาแมรูบาง
ใครก็รู         ชีวิตคือการตอสูควรศึกษา         ชีวิตคือ      ไหม วาดวงใจดวงนี้เปนหวง จากลูกนอยที่แมหวงหวง
กิจการงานตระการตา ชีวิตคือการเวลาที่คุมครอง                     อยูเมืองหลวงศิวิไลซไกลบานเรา
          งานคือชีวิต             ชีวิตคืองาน  บันดาลสุข                คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง
ทํางานใหสนุก             เปนสุขเมื่อทํางาน    ทํางานเพื่อ      ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุขเกิน
งานบันดาลผล              ทําดีเพื่อดีดลผลให ทําหนาที่เพื่อ     ใคร
หนาที่อยางจริงใจ สรางไทยใหกับตัวอยากลัวเกรง                         อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกินทน
          งานคือชีวิต              ชีวิตคืองาน บันดาลสุข        เก็บเรื่องราววุนวายสับสน ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง
ทํางานใหสนุก           เปนสุขเมื่อทํางาน                               คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง
                                                                 ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุข
                                                                 เกินใคร
                                                                         อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกิน
                                                                 ทน         เก็บเรื่องราววุนวายสับสน กับคนบางคนที่ใจไม
                                                                 แนนอน ลืมเรื่องคนบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม.



                                               คูมืออบรม      ๗๐ “ ยุวพุทธ ”
๑๘.เพลงใครหนอ
                  ๑๘.เพลงใครหนอ                                                ๑๙.เพลงเยาวชนสรางชาติ
          ใครหนอรักเราเทาชีวี (เทาชีวี)         ใครหนอ       (สรอย)ไมเบียดเบียนกัน ขยันศึกษา รวมแรงพัฒนา
ปราณีไมมีเสื่อมคลาย (ไมมีเสื่อมคลาย) ใครหนอรักเราใช          โอโอละนา ๆ พาชาติเจริญ
เพียงรูปกาย รักเขาไมหนายไมคิดทําลาย…ใครหนอ                              เกิดเปนมนุษยสุดงามสม เมื่อนิยมการให
          ใครหนอรักเราเทาทรวงใน            (เทาทรวงใน)       เล เล เล เล เล เล ไมคามไมคุก ไมรุกรานใคร มีแต
ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา              (ปลอบเราเรื่อยมา)       น้ําใจใหกัน…….(สรอย)
ใครหนอรักเราดังดวงแกวตา           รักเขากวางกวาพื้นพสุธา                เราเปนนักเรียนเพียรศึกษา หาวิชามุงมั่น
นภากาศ                                                          เล เล เล เล เล เล ตั้งใจศึกษาเมื่อยลาไมหวั่น จะหมั่น
              จะเอาโลกมาทําปากกา จะเอานภามาทํา                 ทองบน จะหมั่นทองบนตํารา…….(สรอย)
กระดาษ                  เอาน้ําหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด                       เรื่องการสรางงานของสวนรวม เราตองรวม
ประกาศพระคุณไมพอ                                               พัฒนา เล เล เล เล เล เล ไมนิ่งไมเฉย ไมเลยรอชา
          ใครหนอรักเราเทาชีวัน (เทาชีวัน) ใครหนอ             รวมแรงพัฒนา รวมแรงพัฒนาไมหนี (สรอย)
ใครกันใหเราขี่คอ (คุณพอ-คุณแม) ใครหนอชักชวน                         ชาติจะรุงเรืองและรมเย็น เปนสวรรคที่นี่ เล เล เล
ดูหนังสี่จอ รูแลวละก็ อยามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ               เล เล เล ไมมีเรื่องรายใจกายเปรมปรี หากมีพระธรรม
                                                                หากมีพระธรรมนําทาง (สรอย)




                                               คูมืออบรม ๗๑ “ ยุวพุทธ ”




                  ๑๘.เพลงใครหนอ                                                ๑๙.เพลงเยาวชนสรางชาติ
          ใครหนอรักเราเทาชีวี (เทาชีวี)         ใครหนอ       (สรอย)ไมเบียดเบียนกัน ขยันศึกษา รวมแรงพัฒนา
ปราณีไมมีเสื่อมคลาย (ไมมีเสื่อมคลาย) ใครหนอรักเราใช          โอโอละนา ๆ พาชาติเจริญ
เพียงรูปกาย รักเขาไมหนายไมคิดทําลาย…ใครหนอ                              เกิดเปนมนุษยสุดงามสม เมื่อนิยมการให
          ใครหนอรักเราเทาทรวงใน            (เทาทรวงใน)       เล เล เล เล เล เล ไมคามไมคุก ไมรุกรานใคร มีแต
ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา              (ปลอบเราเรื่อยมา)       น้ําใจใหกัน…….(สรอย)
ใครหนอรักเราดังดวงแกวตา           รักเขากวางกวาพื้นพสุธา                เราเปนนักเรียนเพียรศึกษา หาวิชามุงมั่น
นภากาศ                                                          เล เล เล เล เล เล ตั้งใจศึกษาเมื่อยลาไมหวั่น จะหมั่น
              จะเอาโลกมาทําปากกา จะเอานภามาทํา                 ทองบน จะหมั่นทองบนตํารา…….(สรอย)
กระดาษ                  เอาน้ําหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด                       เรื่องการสรางงานของสวนรวม เราตองรวม
ประกาศพระคุณไมพอ                                               พัฒนา เล เล เล เล เล เล ไมนิ่งไมเฉย ไมเลยรอชา
          ใครหนอรักเราเทาชีวัน (เทาชีวัน) ใครหนอ             รวมแรงพัฒนา รวมแรงพัฒนาไมหนี (สรอย)
ใครกันใหเราขี่คอ (คุณพอ-คุณแม) ใครหนอชักชวน                         ชาติจะรุงเรืองและรมเย็น เปนสวรรคที่นี่ เล เล เล
ดูหนังสี่จอ รูแลวละก็ อยามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ               เล เล เล ไมมีเรื่องรายใจกายเปรมปรี หากมีพระธรรม
                                                                หากมีพระธรรมนําทาง (สรอย)




                                              คูมืออบรม      ๗๑ “ ยุวพุทธ ”
๒๐.เพลงไมคุกเขาให(อบายมุข)                              ๒๑. เด็กพุทธ (ทํานองเด็กดอยใจดี)
          อยาหวังวาฉันจะคุกเขาให แมจะปวดรวดราว                  พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย         ตัวนอย ๆ
เพียงใด      คราวนี้คงไมมีวัน ไมมีสุราไมมีกัญชาเขามา    บางดําบางขาว มาโรงเรียนก็มากันแตเชา น้ําคางพราวสด
ผูกพัน เฮโรอีนทินเนอรกาวนั้น ไมมีวันหวนกลับไปหา          ชื่นจริงเนอ พวกเรานี้นั้นมีน้ําใจ มีศีลธรรมอําไพเสมอ
          อยาหวังวาฉันจะฝนอาลัย       แมจะปวดรวด       อยากจะบอกเอาไวนะเธอ ฟงนะเออ ฉันนารักจริง ๆ
ราวเพียงใด คงหายไปจากอุรา สิ้นกันแลวเราสิ้นความ                      **ฉันมีธรรมะหลายหลาก อยากใหเธอไดทํา
มัวเมา สิ้นคําบัญชา สิ้นความรัก สิ้นเมตตา สิ้น              เบญจศีลหมั่นจํา คุณธรรมของคน ฉันมีธรรมะมาฝาก
ปรารถนากันที                                                อยากใหเธออดทน สติระลึกรูตน ไมเปนคนเหลวแหลก
          ยาพิษปนน้ําผึ้งเพียงหยด ชางรุนแรงเหมือน         (ลา ลา ลา ลา ลา ลั่น ลา ลา ลา ลา ลา.)
กรด รดราดบนดวงชีวี กวาจะรูรางกายผายผอมเต็มที                       ที่โรงเรียนฉันมีเมฆลอย ปุยนอย ๆ ตองลอย
เกือบจะสาย เกือบสิ้นดี เกือบไมมีชีพอยูเปนคน              ตามลม ดั่งคนเราจะไดมีคนชม ตองสั่งสมความรูความดี
          สาปแลวยาพิษไมคิดปองใจ          ลางกรรมเกา               พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ บาง
สิ้นสูญกันไป     อยาหวนมาใกลอีกหน          อุทิศเคราะห   ดําบางขาว ถึงไมรวยเหมือนดั่งใครเขา แตพวกเรามีน้ําใส
กรรมบาปเวรเคยทําหางไกลกมล           สาปอุทิศบาปเวรไกล      ใจจริง (**ซ้ํา)
ตน ใหแกคนชนะหัวใจ.




                                             คูมืออบรม ๗๒ “ ยุวพุทธ ”




          ๒๐.เพลงไมคุกเขาให(อบายมุข)                              ๒๑. เด็กพุทธ (ทํานองเด็กดอยใจดี)
          อยาหวังวาฉันจะคุกเขาให แมจะปวดรวดราว                  พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย         ตัวนอย ๆ
เพียงใด      คราวนี้คงไมมีวัน ไมมีสุราไมมีกัญชาเขามา    บางดําบางขาว มาโรงเรียนก็มากันแตเชา น้ําคางพราวสด
ผูกพัน เฮโรอีนทินเนอรกาวนั้น ไมมีวันหวนกลับไปหา          ชื่นจริงเนอ พวกเรานี้นั้นมีน้ําใจ มีศีลธรรมอําไพเสมอ
          อยาหวังวาฉันจะฝนอาลัย       แมจะปวดรวด       อยากจะบอกเอาไวนะเธอ ฟงนะเออ ฉันนารักจริง ๆ
ราวเพียงใด คงหายไปจากอุรา สิ้นกันแลวเราสิ้นความ                      **ฉันมีธรรมะหลายหลาก อยากใหเธอไดทํา
มัวเมา สิ้นคําบัญชา สิ้นความรัก สิ้นเมตตา สิ้น              เบญจศีลหมั่นจํา คุณธรรมของคน ฉันมีธรรมะมาฝาก
ปรารถนากันที                                                อยากใหเธออดทน สติระลึกรูตน ไมเปนคนเหลวแหลก
          ยาพิษปนน้ําผึ้งเพียงหยด ชางรุนแรงเหมือน         (ลา ลา ลา ลา ลา ลั่น ลา ลา ลา ลา ลา.)
กรด รดราดบนดวงชีวี กวาจะรูรางกายผายผอมเต็มที                       ที่โรงเรียนฉันมีเมฆลอย ปุยนอย ๆ ตองลอย
เกือบจะสาย เกือบสิ้นดี เกือบไมมีชีพอยูเปนคน              ตามลม ดั่งคนเราจะไดมีคนชม ตองสั่งสมความรูความดี
          สาปแลวยาพิษไมคิดปองใจ          ลางกรรมเกา               พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ บาง
สิ้นสูญกันไป     อยาหวนมาใกลอีกหน          อุทิศเคราะห   ดําบางขาว ถึงไมรวยเหมือนดั่งใครเขา แตพวกเรามีน้ําใส
กรรมบาปเวรเคยทําหางไกลกมล           สาปอุทิศบาปเวรไกล      ใจจริง (**ซ้ํา)
ตน ใหแกคนชนะหัวใจ.




                                             คูมืออบรม ๗๒ “ ยุวพุทธ ”
พุทธภาษิตคํากลอน
           ๑.ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ (ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ)
   “ในหมูมนุษยทั้งหลาย ผูฝกตนดีแลวเปนผูประเสริฐสุด” (ขุ.ธ. ๒๕/๕๗)
       ผูฝกตนดีแลวยอมแพรวเพริศ
       สูงประเสริฐกวาชนคนไหนไหน
       ฝกตนดีดีรอดตลอดไป
       มีกายใจสะอาดปราศมลทิน.
              ๒. สุสฺสูสํ ลภเต ปฺญํ (สุสสูสัง ละภะเต ปญญัง)
                  “ฟงดวยดียอมไดปญญา” (สํ. ส. ๑๕/๓๑๖)
                                        สุ ตั้งใจฟงใหดีอยาขี้เกียจ
                                        จิ คิดใหละเอียดขอสงสัย
                                        ปุ ถามตามเนื้อความที่ของใจ
                                        ลิ เขียนไวเมื่อสงสัยไดเปดดู.
         ๓.ปญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ปญญา โลกัสสะหมิง ปชโชโต)
               “ปญญาเปนแสงสวางในโลก” (สํ.ส. ๑๕/๖๑)
ยามเมื่อโลกขาดแสงแหงอาทิตย
ยอมมืดมิดมองอะไรก็ไมเห็น
ยามเมื่อจิตขาดปญญาพาลําเค็ญ
มองไมเห็นดีหรือชั่วที่ตัวทํา .
                             คูมืออบรม ๗๓ “ ยุวพุทธ ”




                              พุทธภาษิตคํากลอน
           ๑.ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ (ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ)
   “ในหมูมนุษยทั้งหลาย ผูฝกตนดีแลวเปนผูประเสริฐสุด” (ขุ.ธ. ๒๕/๕๗)
       ผูฝกตนดีแลวยอมแพรวเพริศ
       สูงประเสริฐกวาชนคนไหนไหน
       ฝกตนดีดีรอดตลอดไป
       มีกายใจสะอาดปราศมลทิน.
              ๒. สุสฺสูสํ ลภเต ปฺญํ (สุสสูสัง ละภะเต ปญญัง)
                  “ฟงดวยดียอมไดปญญา” (สํ. ส. ๑๕/๓๑๖)
                                        สุ ตั้งใจฟงใหดีอยาขี้เกียจ
                                        จิ คิดใหละเอียดขอสงสัย
                                        ปุ ถามตามเนื้อความที่ของใจ
                                        ลิ เขียนไวเมื่อสงสัยไดเปดดู.
         ๓.ปญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ปญญา โลกัสสะหมิง ปชโชโต)
               “ปญญาเปนแสงสวางในโลก” (สํ.ส. ๑๕/๖๑)
ยามเมื่อโลกขาดแสงแหงอาทิตย
ยอมมืดมิดมองอะไรก็ไมเห็น
ยามเมื่อจิตขาดปญญาพาลําเค็ญ
มองไมเห็นดีหรือชั่วที่ตัวทํา .
                             คูมืออบรม ๗๓ “ ยุวพุทธ ”
๔.อตฺตนา โจทยตฺตานํ (อัตตะนา โจทะยัตตานัง)
             “จงเตือนตนดวยตนเอง” (ขุ.ธ. ๒๕/๖๖)
                                   จงเตือนตนของตนใหพนผิด
                                   ตนเตือนจิตตนไดใครจะเหมือน
                                   ตนเตือนไมไดใครจะเตือน
                                   อยาแชเชือนเตือนตนใหพนภัย.
   ๕. อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ)
          “ตนเปนที่พึ่งของตน” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๖,๖๖)
พึ่งคนอื่นชื่นใจเปนบางครั้ง
ไมเหมือนดังพึ่งตนผลฉวี
พึ่งเขาไดก็เพราะเราทําความดี
ตนเปนศรีของตนผลจึงตาม.
        ๖. ยํ เว เสวติ ตาทิโส (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส)
           “คบคนเชนใดยอมเปนคนเชนนั้น” (ว.ว.)
                                 คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
                                 คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
                                 คบคนชั่วพาตัวใหมืดมน
                                 เกิดเปนคนจะคบใครควรไตรตรอง.
                        คูมืออบรม ๗๔ “ ยุวพุทธ ”




       ๔.อตฺตนา โจทยตฺตานํ (อัตตะนา โจทะยัตตานัง)
             “จงเตือนตนดวยตนเอง” (ขุ.ธ. ๒๕/๖๖)
                                   จงเตือนตนของตนใหพนผิด
                                   ตนเตือนจิตตนไดใครจะเหมือน
                                   ตนเตือนไมไดใครจะเตือน
                                   อยาแชเชือนเตือนตนใหพนภัย.
   ๕. อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ)
          “ตนเปนที่พึ่งของตน” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๖,๖๖)
พึ่งคนอื่นชื่นใจเปนบางครั้ง
ไมเหมือนดังพึ่งตนผลฉวี
พึ่งเขาไดก็เพราะเราทําความดี
ตนเปนศรีของตนผลจึงตาม.
        ๖. ยํ เว เสวติ ตาทิโส (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส)
           “คบคนเชนใดยอมเปนคนเชนนั้น” (ว.ว.)
                                 คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
                                 คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
                                 คบคนชั่วพาตัวใหมืดมน
                                 เกิดเปนคนจะคบใครควรไตรตรอง.
                        คูมืออบรม ๗๔ “ ยุวพุทธ ”
๖. อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย (อะกะตัง ทุกกะตัง เสยโย)
         “ความชั่วไมทําเสียเลยดีกวา” (ขุ.ธ.๒๕/๕๖)
อันความชั่วคือตัวทุจริต
ทําใหจิตต่ําทรามตามกระแส
ทั้งวันนี้วันหนาทุกขาแล
ควรทําแตความดีเปนศรีตน.
   ๗. โกธํ ปฺญาย อุจฺฉินฺเท (โกธัง ปญญายะ อุจฉินเท)
   “พึงตัดความโกรธดวยปญญา” (นัย องฺ สตฺตก. ๒๓/๑๐๐)
                               เมื่อเขาวาเราอยาโกรธลงโทษเขา
                               ในเมื่อเราไมเปนเชนเขาวา
                               หากวาเราเปนจริงจังดังวาจา
                               เมื่อเขาวาอยาโกรธเขาเราเปนจริง
     ๘.โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา (โลโกปตถัมภิกา เมตตา)
              “เมตตาธรรมค้ําจุนโลก” (ว.ว.)
เมตตาธรรมค้ําจุนอุดหนุนโลก
ประสพโชคสุขสวัสดิ์พิพัฒนผล
ยอมสดชื่นเบิกบานในกมล
เพราะทุกคนตางล้ําฉ่ําเมตตา.
                      คูมืออบรม ๗๕ “ ยุวพุทธ ”




      ๖. อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย (อะกะตัง ทุกกะตัง เสยโย)
         “ความชั่วไมทําเสียเลยดีกวา” (ขุ.ธ.๒๕/๕๖)
อันความชั่วคือตัวทุจริต
ทําใหจิตต่ําทรามตามกระแส
ทั้งวันนี้วันหนาทุกขาแล
ควรทําแตความดีเปนศรีตน.
   ๗. โกธํ ปฺญาย อุจฺฉินฺเท (โกธัง ปญญายะ อุจฉินเท)
   “พึงตัดความโกรธดวยปญญา” (นัย องฺ สตฺตก. ๒๓/๑๐๐)
                               เมื่อเขาวาเราอยาโกรธลงโทษเขา
                               ในเมื่อเราไมเปนเชนเขาวา
                               หากวาเราเปนจริงจังดังวาจา
                               เมื่อเขาวาอยาโกรธเขาเราเปนจริง
     ๘.โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา (โลโกปตถัมภิกา เมตตา)
              “เมตตาธรรมค้ําจุนโลก” (ว.ว.)
เมตตาธรรมค้ําจุนอุดหนุนโลก
ประสพโชคสุขสวัสดิ์พิพัฒนผล
ยอมสดชื่นเบิกบานในกมล
เพราะทุกคนตางล้ําฉ่ําเมตตา.
                      คูมืออบรม ๗๕ “ ยุวพุทธ ”
๙.สุโข ปุฺญสฺส อุจฺจโย (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย)
       “ความสั่งสมซึ่งบุญ นําสุขมาให” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๐)
สะสมบุญไวเถิดประเสริฐสุนทร
วิบากบุญนําสุขทุกสมัย
เมื่อเปนอยูหลับตาเวลาตาย
แสนสบายสุขสมชมแตบุญ.
    ๑๐.ทุกโข ปาปสฺส อุจฺจโย (ทุกโข ปาสัสสะ อุจจะโย)
       “ความสั่งสมบาป นําทุกขมาให” (ขุ.ธ.๒๔/๓๐)
                                คนทําบาปหยาบคายจะไรสุข
                                มีแตทุกขเที่ยงแทแนหนักหนา
                                สะสมบาปบาปกลับประทับตรา
                                ลงอาญาตามกฎกําหนดกรรม.
       ๑๑.วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ (วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ)
      “คนลวงทุกขไดเพราะความเพียร” (ขุ.สุ. ๒๕/๓๖๑)
แมผูใดใครทั้งปวงจะลวงทุกข
จะพบสุขแสนประเสริฐอันเลิศล้ํา
เพราะความเพียรดอกหนาพาพนกรรม
จึงพบธรรมสัมมาคาที่เพียร.
                     คูมืออบรม ๗๖ “ ยุวพุทธ ”




     ๙.สุโข ปุฺญสฺส อุจฺจโย (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย)
       “ความสั่งสมซึ่งบุญ นําสุขมาให” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๐)
สะสมบุญไวเถิดประเสริฐสุนทร
วิบากบุญนําสุขทุกสมัย
เมื่อเปนอยูหลับตาเวลาตาย
แสนสบายสุขสมชมแตบุญ.
    ๑๐.ทุกโข ปาปสฺส อุจฺจโย (ทุกโข ปาสัสสะ อุจจะโย)
       “ความสั่งสมบาป นําทุกขมาให” (ขุ.ธ.๒๔/๓๐)
                                คนทําบาปหยาบคายจะไรสุข
                                มีแตทุกขเที่ยงแทแนหนักหนา
                                สะสมบาปบาปกลับประทับตรา
                                ลงอาญาตามกฎกําหนดกรรม.
       ๑๑.วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ (วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ)
      “คนลวงทุกขไดเพราะความเพียร” (ขุ.สุ. ๒๕/๓๖๑)
แมผูใดใครทั้งปวงจะลวงทุกข
จะพบสุขแสนประเสริฐอันเลิศล้ํา
เพราะความเพียรดอกหนาพาพนกรรม
จึงพบธรรมสัมมาคาที่เพียร.

                     คูมืออบรม ๗๖ “ ยุวพุทธ ”
๑๒.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี (สุขา สังฆัสสะ สามัคคี)
  “ความพรอมเพรียงของหมูคณะใหเกิดสุข” (ขุ. ธ. ๒๕/๔๑)
                                ถาหมูใดมีความพรอมเพรียงกัน
                                ในหมูนั้นก็เจริญเพลิดเพลินผล
                                ใหเกิดสุขสมหมายคลายกังวล
                                เพราะทุกคนสามัคคีดีตอกัน.
        ๑๓.ธมฺมจารี สุขํ เสติ (ธัมมะจารี สุขัง เสติ)
      “ผูประพฤติธรรม ยอมอยูเปนสุข” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๗)
ประพฤติธรรมมีธรรมประจําจิต
เปนเนืองนิตยไรทุกขสุขกุศล
ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน
จะหางพนไพรีไมมีกวน.
     ๑๔.นิสมฺม กรณํ เสยโย (นิสัมมะ กะระณัง เสยโย)
           “ใครครวญกอนแลวจึงทําดีกวา” (ว.ว.)
                              จะทําการงานใดใครครวญกอน
                              รูจักผอนจําเพาะใหเหมาะเหม็ง
                              ยอมมีผลสมการกับงานเอง
                             ถารีบเรงไมใครครวญชวนใหเลว.
                     คูมืออบรม ๗๗ “ ยุวพุทธ ”




    ๑๒.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี (สุขา สังฆัสสะ สามัคคี)
  “ความพรอมเพรียงของหมูคณะใหเกิดสุข” (ขุ. ธ. ๒๕/๔๑)
                                ถาหมูใดมีความพรอมเพรียงกัน
                                ในหมูนั้นก็เจริญเพลิดเพลินผล
                                ใหเกิดสุขสมหมายคลายกังวล
                                เพราะทุกคนสามัคคีดีตอกัน.
        ๑๓.ธมฺมจารี สุขํ เสติ (ธัมมะจารี สุขัง เสติ)
      “ผูประพฤติธรรม ยอมอยูเปนสุข” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๗)
ประพฤติธรรมมีธรรมประจําจิต
เปนเนืองนิตยไรทุกขสุขกุศล
ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน
จะหางพนไพรีไมมีกวน.
     ๑๔.นิสมฺม กรณํ เสยโย (นิสัมมะ กะระณัง เสยโย)
           “ใครครวญกอนแลวจึงทําดีกวา” (ว.ว.)
                              จะทําการงานใดใครครวญกอน
                              รูจักผอนจําเพาะใหเหมาะเหม็ง
                              ยอมมีผลสมการกับงานเอง
                             ถารีบเรงไมใครครวญชวนใหเลว.

                     คูมืออบรม ๗๗ “ ยุวพุทธ ”

                            ตื่นตัว วองไว กาวหนา
                      ตามรอยบาทพระศาสดา เพื่อโลกาสงบเย็น.
                              ⌫
      ความชั่วเปนผี ความดีเปนพระ                ความชั่วตองละ ความดีตองทํา.
                              ⌫
                        ผีที่ 1 ชอบสุราเปนอาจิณ              ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร
                        ผีที่ 2 ชอบเที่ยวยามวิกาล              ไมรักบานรักลูกรักเมียตน
                        ผีที่ 3 ชอบดูการละเลน                 ไมละเวนบารคลับละครโขน
                        ผีที่ 4 คบคนชั่วมั่วกับโจร             หนีไมพนอาญาตราแผนดิน
                        ผีที่ 5 ชอบเลนมากีฬาบัตร             สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น
                        ผีที่ 6 เกียจครานการทํากิน            มีทั้งสิ้นหกผีอัปรียเอย.
                                     ⌫⌫⌫
        ผีผีผี ผีขี้เกียจเสนียจจัญไร
        อยูกับใครบรรลัยฉิบหาย
        อยูกับหญิงทําสิ่งวอดวาย
        อยูกับชายทําลายครอบครัว
        อยูกับเณรก็ทําความชั่ว
        ถาใครกลัวรีบไลออกไป ๆ ๆ.
                                  คูมืออบรม   ๗๘ “ ยุวพุทธ”




                         
                            ตื่นตัว วองไว กาวหนา
                      ตามรอยบาทพระศาสดา เพื่อโลกาสงบเย็น.
                              ⌫
      ความชั่วเปนผี ความดีเปนพระ                ความชั่วตองละ ความดีตองทํา.
                              ⌫
                        ผีที่ 1 ชอบสุราเปนอาจิณ              ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร
                        ผีที่ 2 ชอบเที่ยวยามวิกาล              ไมรักบานรักลูกรักเมียตน
                        ผีที่ 3 ชอบดูการละเลน                          ไมละเวนบารคลับละคร
โขน
                        ผีที่ 4      คบคนชั่วมั่วกับโจร        หนีไมพนอาญาตราแผนดิน
                        ผีที่ 5      ชอบเลนมากีฬาบัตร        สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น
                        ผีที่ 6      เกียจครานการทํากิน       มีทั้งสิ้นหกผีอัปรียเอย.
                                     ⌫⌫⌫
        ผีผีผี ผีขี้เกียจเสนียจจัญไร
        อยูกับใครบรรลัยฉิบหาย
        อยูกับหญิงทําสิ่งวอดวาย
        อยูกับชายทําลายครอบครัว
        อยูกับเณรก็ทําความชั่ว
        ถาใครกลัวรีบไลออกไป ๆ ๆ.
                                  คูมืออบรม ๗๘ “ ยุวพุทธ”
                             
ถาคนเราเปรียบกับไกดูใหดี                                   ตนไมใหความรมรื่นแกชีวิต
 มันไมมีนอนไมหลับไมปวดหัว                                    นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา
 ไมมีโรคประสาทประจําตัว                                         ดอกไมนอยยังใหความชื่นบานตา
 โรคจิตไมมากลั้วกับไกนอย                                     แมตนหญาก็ยังใหออกซิเจน

             คนในโลกกินยาเปนตัน            แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้
              พวกไกมันไมตองกินสักเทากอย  ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น
              หลับสนิทจิตสบายรอยทั้งรอย     กินกามเกียรติเทานั้นหรือที่ทําเปน
              รูสึกนอยแหงน้ําใจอายไกเอย   ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเลย
                                                                 -พระประสงค ปริปุณโณ-
ไดเปนคนหรือจึงไดนอนไมหลับ
                                                               
  ควรจะนับวาเปนบาปหรือบุญเหวย
                                                อันลิงคางกลางปาจับมาหัด
 มีธรรมะกันเสียนะอยาละเลย
                                                 สารพัดฝกไดดังใจหมาย
 หลับเสบยไมละอายแกไกมัน ฯ
                -พุทธทาสภิกขุ-
                                                 เกิดเปนคนทนฝกฝนจนตัวตาย
                                                 ถาเอาดีไมไดก็อายลิง
                                   คูมืออบรม ๗๙ “ ยุวพุทธ ”




                                        
ถาคนเราเปรียบกับไกดูใหดี                                   ตนไมใหความรมรื่นแกชีวิต
 มันไมมีนอนไมหลับไมปวดหัว                                    นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา
 ไมมีโรคประสาทประจําตัว                                         ดอกไมนอยยังใหความชื่นบานตา
 โรคจิตไมมากลั้วกับไกนอย                                     แมตนหญาก็ยังใหออกซิเจน
             คนในโลกกินยาเปนตัน            แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้
              พวกไกมันไมตองกินสักเทากอย  ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น
              หลับสนิทจิตสบายรอยทั้งรอย     กินกามเกียรติเทานั้นหรือที่ทําเปน
              รูสึกนอยแหงน้ําใจอายไกเอย   ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเลย
                                                                 -พระประสงค ปริปุณโณ-
ไดเปนคนหรือจึงไดนอนไมหลับ
  ควรจะนับวาเปนบาปหรือบุญเหวย
                                                               
                                                อันลิงคางกลางปาจับมาหัด
 มีธรรมะกันเสียนะอยาละเลย
                                                 สารพัดฝกไดดังใจหมาย
 หลับเสบยไมละอายแกไกมัน ฯ
                -พุทธทาสภิกขุ-                   เกิดเปนคนทนฝกฝนจนตัวตาย
                                                 ถาเอาดีไมไดก็อายลิง

                                   คูมืออบรม ๗๙ “ ยุวพุทธ ”
                                      ⌫
ลูกชายทะเลาะกับแม โกรธแม ออกจากบาน มา                     มีไมเทา      ใชยัน      ยุดกันราง
ขออาศัยพักที่วัด เขาพบทานอาจารยแตเชาตรู                 คลําหาทาง         แกวงกวัด สัตวรายหนี
                                                              ปองกันตัว        ติดตน       ผลทวี
                                                              ดีกวามี         ลูกรั้น     อกตัญู
                                                                           (จากวารสารมงคลสาร)



“หลวงพอครับ ผมหนีความวุนวายในเมือง                มา
ศึกษาธรรมะ ควรศึกษาเรื่องไหนกอนครับ”

                                                                     
                                                               ใหของขวัญ      วันแม           นับแตนี้
                                                               โดยทําดี         ตอพอแม        กอนแกเฒา
                                                               ใหทานได       ประจักษ         รักของเรา
“ไปกราบเทาขอโทษคุณแมเชื่อฟง อยูในโอวาทของ                  ดีกวาเฝา       ทําบุญให        เมื่อวายชนม
ทานนั่นคือ ธรรมะขอแรก ที่ควรปฏิบัติ                                      (กรมประชาสงเคราะห)
           (จาก “ฝนประปราย” ของ วรธัมม)
                                           คูมืออบรม ๘๐ “ ยุวพุทธ ”




                                              ⌫
ลูกชายทะเลาะกับแม โกรธแม ออกจากบาน มา                     มีไมเทา      ใชยัน      ยุดกันราง
ขออาศัยพักที่วัด เขาพบทานอาจารยแตเชาตรู                 คลําหาทาง         แกวงกวัด สัตวรายหนี
                                                              ปองกันตัว        ติดตน       ผลทวี
                                                              ดีกวามี         ลูกรั้น     อกตัญู
                                                                           (จากวารสารมงคลสาร)



“หลวงพอครับ ผมหนีความวุนวายในเมือง                มา
ศึกษาธรรมะ ควรศึกษาเรื่องไหนกอนครับ”

                                                                     
                                                               ใหของขวัญ      วันแม           นับแตนี้
                                                               โดยทําดี         ตอพอแม        กอนแกเฒา
                                                               ใหทานได       ประจักษ         รักของเรา
“ไปกราบเทาขอโทษคุณแมเชื่อฟง อยูในโอวาทของ                  ดีกวาเฝา       ทําบุญให        เมื่อวายชนม
ทานนั่นคือ ธรรมะขอแรก ที่ควรปฏิบัติ                                      (กรมประชาสงเคราะห)
           (จาก “ฝนประปราย” ของ วรธัมม)
                                           คูมืออบรม    ๘๐ “ ยุวพุทธ ”
                                              
        
1. พุทธศาสนาใหกาวเทาที่ถูกตอง กาวแรกแกเด็ก ๆ
2. พุทธศาสนาใหวิธีการบังคับตัวเอง ที่จําเปนอยาง     1.ขยันขันแข็ง, กลา, ยอมตายถาถูกธรรม.
   ยิ่ง แกคนหนุมสาว                                  2.สุภาพ, ออนโยน, เชื่อฟงผูเฒาผูแก.
3. พุทธศาสนาใหเคล็ดแหงความสําเร็จ และความไม         3.กตัญู:รับรูคุณ แมสิ่งไมมีชีวิต แมอุปสรรคศัตรู.
   มีทุกข                                             4.มีศีล-มีสัตย,เปดเผย-บริสุทธิ์ใจ.
4. พุทธศาสนาใหโลกุตตรสุข หลังจากผานโลกียสุข          5.ประหยัด-สันโดษ, รูจักทําสิ่งรายใหกลายเปนดี.
   มาแลว แกคนเฒาคนแก                                6.มีเมตตา-กรุณา, มีน้ําใจ-ไมมีเขา ไมมีเรา.
                   -พุทธทาสภิกขุ-                      7.อดกลั้น-อดทน ดวยใจแจมใส, คอยได-รอได.
                                                       8.เปนฝายยอมได-ใหอภัยได เพื่อใหอะไร ๆ มันลง
                                                          กันได.
                                                       9.ไมตามใจกิเลส แตเลือกขางถูกธรรม.
                                                       10.มีแบบฉบับในเรื่อง กิน-อยู-หลับ-นอน เกิด-แก-
                                                          เจ็บ-ตาย เปนของชาวพุทธ
                                                                           -พุทธทาสภิกขุ-
                                        คูมืออบรม ๘๑ “ ยุวพุทธ ”




                                                       
        
1. พุทธศาสนาใหกาวเทาที่ถูกตอง กาวแรกแกเด็ก ๆ
2. พุทธศาสนาใหวิธีการบังคับตัวเอง ที่จําเปนอยาง     1.ขยันขันแข็ง, กลา, ยอมตายถาถูกธรรม.
   ยิ่ง แกคนหนุมสาว                                  2.สุภาพ, ออนโยน, เชื่อฟงผูเฒาผูแก.
3. พุทธศาสนาใหเคล็ดแหงความสําเร็จ และความไม         3.กตัญู:รับรูคุณ แมสิ่งไมมีชีวิต แมอุปสรรคศัตรู.
   มีทุกข                                             4.มีศีล-มีสัตย,เปดเผย-บริสุทธิ์ใจ.
4. พุทธศาสนาใหโลกุตตรสุข หลังจากผานโลกียสุข           5.ประหยัด-สันโดษ, รูจักทําสิ่งรายใหกลายเปนดี.
   มาแลว แกคนเฒาคนแก                                6.มีเมตตา-กรุณา, มีน้ําใจ-ไมมีเขา ไมมีเรา.
                   -พุทธทาสภิกขุ-                      7.อดกลั้น-อดทน ดวยใจแจมใส, คอยได-รอได.
                                                       8.เปนฝายยอมได-ใหอภัยได เพื่อใหอะไร ๆ มันลง
                                                          กันได.
                                                       9.ไมตามใจกิเลส แตเลือกขางถูกธรรม.
                                                       10.มีแบบฉบับในเรื่อง กิน-อยู-หลับ-นอน เกิด-แก-
                                                          เจ็บ-ตาย เปนของชาวพุทธ
                                                                           -พุทธทาสภิกขุ-
                                        คูมืออบรม   ๘๑ “ ยุวพุทธ ”
⌫⌫⌫  ⌫
                     ⌫⌫
  ⌫ 
                     ⌫⌫
      ⌫ 
                      ⌫⌫
        ⌫ ⌫
                     ⌫⌫
     ⌫  
                    ⌫⌫
           ⌫


                      ⌫  ⌫
       ⌫ ⌫
   ⌫คูือยุวท
                            ม อบรม      “ พุ ธ”
                                 ๘๒




                  ⌫⌫⌫  ⌫
                     ⌫⌫
  ⌫ 
                     ⌫⌫
      ⌫ 
                        ⌫⌫
         ⌫ ⌫
                       ⌫⌫
     ⌫  
                     ⌫⌫
            ⌫


                      ⌫  ⌫
       ⌫ ⌫
   ⌫ 
                       คูมืออบรม ๘๒ “ ยุวพุทธ”
  ⌫ ⌫ 
         ⌫
⌫  ⌫⌫ ⌫⌫
           ⌫⌫  ⌫

                     ⌫
                     ⌫
                     ⌫

                   ⌫
                ⌫⌫
               คูมืออบรม ๘๓ “ ยุวพุทธ




           ⌫ ⌫ 
         ⌫
⌫  ⌫⌫ ⌫⌫
           ⌫⌫  ⌫

                     ⌫
                     ⌫

                     ⌫
                   ⌫
                ⌫⌫
               คูมืออบรม ๘๓ “ ยุวพุทธ”
  ⌫  
⌫

       ⌫

          ⌫
         ⌫
         ⌫
           ⌫

 ⌫ ⌫
      คูมืออบรม ๘๔ “ ยุวพุทธ




  ⌫  
⌫

       ⌫

          ⌫
         ⌫
         ⌫
           ⌫

 ⌫ ⌫
      คูมืออบรม ๘๔ “ ยุวพุทธ”
⌫ 

    ศีล    หากมี      ชวยสังคม      อุดมสุข
    ธรรม    อีกดวย    ชวยดับทุกข   เปนสุขี
    ของ     ศาสดา      เมตตาสอน       วอนวจี
    ยุว     -ชนนี้     พึงนอมใจ      ใฝกระทํา
    ชน      ใดไร      ศีลธรรม        ประจําจิต
    คือ     มิจฉา      เห็นผิด        จิตถลํา
    สันติ   สุข        เกิดไมได     ชั่วครอบงํา
    ภาพ     ขาวนั้น   ลงประจํา       ทําอัปรีย
    ของ     อะไร       ถาดีทํา       อยาหนีหนาย
    โลก     จะกลาย     เปนสันติภาพ   ปราชญทานชี้
    ยุค     ไหนที่     มีศีลธรรม      นําชีวี
    นี้     วิถี       โลกศรีอาริย   ศานติเอย.
                         -นิราลัย-




⌫ 

    ศีล    หากมี      ชวยสังคม      อุดมสุข
    ธรรม    อีกดวย    ชวยดับทุกข   เปนสุขี
    ของ     ศาสดา      เมตตาสอน       วอนวจี
    ยุว     -ชนนี้     พึงนอมใจ      ใฝกระทํา
    ชน      ใดไร      ศีลธรรม        ประจําจิต
    คือ     มิจฉา      เห็นผิด        จิตถลํา
    สันติ   สุข        เกิดไมได     ชั่วครอบงํา
    ภาพ     ขาวนั้น   ลงประจํา       ทําอัปรีย
    ของ     อะไร       ถาดีทํา       อยาหนีหนาย
    โลก     จะกลาย     เปนสันติภาพ   ปราชญทานชี้
    ยุค     ไหนที่     มีศีลธรรม      นําชีวี
    นี้     วิถี       โลกศรีอาริย   ศานติเอย.
                        -นิราลัย-

คู่มืออบรมยุวพุทธ

  • 1.
    คูมือ “ยุวพุทธ” นักเรียนพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย ศูนยศึกษาพระพุทกาลเขาพรรษา) -อาทิตย (ภาคฤดู ธศาสนาวันเสาร สํานักสงฆสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ชื่อ_____________นามสกุล _________ เลขที่_______ชั้น______กลุม_________ คูมือ “ยุวพุทธ” นักเรียนพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา) ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสงฆสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ชื่อ_____________นามสกุล _________ เลขที่_______ชั้น______กลุม_________ ่ ้
  • 2.
    แดยุวพุทธ บริสุทธิ์จริงใจไรเดียงสา บอบบางกวามาลีแรกคลี่ชอ เยาวชนสืบเหยาเทิดเหลากอ เหมือนเพชรรอเวลาเจียรนัย เสี่ยงตอการติดกับความหยาบกราน งายตอการหลงตามความแปลกใหม เหมาะแกการเสริมสรางกําลังใจ เพื่อจะไดกาวมั่นถูกขั้นตอน หากเยาวชนสนใจธรรมสักนิด ภาวะจิตจะกาวรุดไมหยุดหยอน พระศาสนาดังน้ําดับความรอน ชี้แนะสอนพัฒนาเยาวชน ใหรูใชเวลาวางสรางประโยชน รูคุณโทษรูสังเกตรูเหตุผล รูสังคมรูชีวิตรูคิดคน รูวางตนรูรักสามัคคี เปนอนาคตของชาติที่อาจหาญ เปนแรงตานอธรรมความกดขี่ เปนผูทรงคุณคาประเพณี ไมเปนที่หนักใจคนใกลชิด ถาวันนี้เยาวชนใฝธรรมะ วันหนาจะนําไทยใหพิสิฐ คือคุณพุทธศาสนาเสารอาทิตย นิรมิตชาติสังคมโลกรมเย็น คูมืออบรม ๑ “ ยุวพุทธ” แดยุวพุทธ บริสุทธิ์จริงใจไรเดียงสา บอบบางกวามาลีแรกคลี่ชอ เยาวชนสืบเหยาเทิดเหลากอ เหมือนเพชรรอเวลาเจียรนัย เสี่ยงตอการติดกับความหยาบกราน งายตอการหลงตามความแปลกใหม เหมาะแกการเสริมสรางกําลังใจ เพื่อจะไดกาวมั่นถูกขั้นตอน หากเยาวชนสนใจธรรมสักนิด ภาวะจิตจะกาวรุดไมหยุดหยอน พระศาสนาดังน้ําดับความรอน ชี้แนะสอนพัฒนาเยาวชน ใหรูใชเวลาวางสรางประโยชน รูคุณโทษรูสังเกตรูเหตุผล รูสังคมรูชีวิตรูคิดคน รูวางตนรูรักสามัคคี เปนอนาคตของชาติที่อาจหาญ เปนแรงตานอธรรมความกดขี่ เปนผูทรงคุณคาประเพณี ไมเปนที่หนักใจคนใกลชิด ถาวันนี้เยาวชนใฝธรรมะ วันหนาจะนําไทยใหพิสิฐ คือคุณพุทธศาสนาเสารอาทิตย นิรมิตชาติสังคมโลกรมเย็น คูมืออบรม ๑ “ ยุวพุทธ”
  • 3.
    พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว “......การสอนศาสนาในโรงเรียน ทั้งในกรุงและหัวเมืองจะตองใหมีขึ้น ใหมีความวิตก ไปวา เด็กชั้นหลังจะหางเหินจากศาสนา จนกลายเปนคนไมมีธรรมในใจมากขึ้น เมื่อ เปนเชนนั้น จะถือวาเหมือนอยางทุกวันนี้ คนไมรูอะไรก็มีมาก ตอไปภายหนา ถาเปน คนที่ไดเลาเรียนคงจะไดประพฤติตัวดีกวาคนที่ไมไดเลาเรียนนั้น “หาถูกไม” คนที่ไมมี ธรรมใหยึดเหนี่ยวเปนเครื่องดําเนินตาม คงจะหันไปหาทางทุจริตโดยมาก ถารูนอยก็ โกงไมคลอง ฤาโกงไมสนิท ถารูมากก็โกงคลองขึ้น และโกงพิสดารมากขึ้น การที่หัด ใหรูอานอักขรวิธี ไมเปนเครื่องฝกหัดใหคนดีคนชั่ว เปนแตไดวิธีที่สําหรับจะเรียน ความดีความชั่วไดคลองขึ้น....” คูมืออบรม ๒ “ ยุวพุทธ” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว “......การสอนศาสนาในโรงเรียน ทั้งในกรุงและหัวเมืองจะตองใหมีขึ้น ใหมีความ วิตกไปวา เด็กชั้นหลังจะหางเหินจากศาสนา จนกลายเปนคนไมมีธรรมในใจมากขึ้น เมื่อเปนเชนนั้น จะถือวาเหมือนอยางทุกวันนี้ คนไมรูอะไรก็มีมาก ตอไปภายหนา ถาเปนคนที่ไดเลาเรียนคงจะไดประพฤติตัวดีกวาคนที่ไมไดเลาเรียนนั้น “หาถูกไม” คนที่ไมมีธรรมใหยึดเหนี่ยวเปนเครื่องดําเนินตาม คงจะหันไปหาทางทุจริตโดยมาก ถารูนอยก็โกงไมคลอง ฤาโกงไมสนิท ถารูมากก็โกงคลองขึ้น และโกงพิสดารมากขึ้น การที่หัดใหรูอานอักขรวิธี ไมเปนเครื่องฝกหัดใหคนดีคนชั่ว เปนแตไดวิธีที่สําหรับ จะเรียนความดีความชั่วไดคลองขึ้น....” คูมืออบรม ๒ “ ยุวพุทธ”
  • 4.
    เด็กคือผูสรางโลก “.......เด็กทั้งหลาย คือ ผูสรางโลกในอนาคตเราจงพากันสรางโลกโดยผาน ทางการสรางเด็กอยางถูกตองเสียแตบัดนี้เถิด อยาปลอยใหเด็กเปนไปตาม บุญตามกรรมเลย จึงจะเปนการกระทําที่ดีมีความรับผิดชอบอยางสูงสุดของ บิดามารดา ครูบาอาจารยแหงยุคนี้ ซึ่งถือวาเปนยุคของสติปญญา......” (พระธรรมโกศาจารย) คูมืออบรม ๓ “ ยุวพุทธ” เด็กคือผูสรางโลก “.......เด็กทั้งหลาย คือ ผูสรางโลกในอนาคต เราจงพากันสรางโลกโดยผาน ทางการสรางเด็กอยางถูกตองเสียแตบัดนี้เถิด อยาปลอยใหเด็กเปนไปตาม บุญตามกรรมเลย จึงจะเปนการกระทําที่ดีมีความรับผิดชอบอยางสูงสุด ของบิดามารดา ครูบาอาจารยแหงยุคนี้ ซึ่งถือวาเปนยุคของสติปญญา......” (พระธรรมโกศาจารย) คูมืออบรม ๓ “ ยุวพุทธ”
  • 5.
    โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา) ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ๑. ชื่อโครงการ “โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)” ๒. หลักการและเหตุผล ในปจจุบันนี้เปนที่ทราบกันอยูแลววา ความเสื่อมโทรมทางดานจิตใจมีมากขึ้น และสภาพความจริงใจ คนพบไดยากในตัวบุคคล แตกลับมีความเจริญทางดานวัตถุเขามาแทนที่ ความสุขในสังคมกําลังลดนอยถอยลงไปทุกขณะ คดีอาชญากรรม ปญหายาเสพติด ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปญหาเหลานี้สวนใหญเกิดจากกลุมคนที่เรียกตัวเองวา “วัยรุน” สภาพสังคมของ“วัยรุน” หรือวัยเยาวชนในปจจุบัน สวนใหญขาดการศึกษาเรื่องราวของชีวิต ทําใหไมรูวาชีวิตเกิดมาทําไม? เปาหมายของชีวิตอยูที่ไหน? สิ่งสูงสุดที่มนุษยควรไดคืออยางไร? จึงเปนเหตุใหเยาวชนเหลานั้นหลงเดินไปในทางที่ผิด กอใหเกิดปญหายุงยากวุนวายขึ้นในสังคม สรางความหนักใจแกพอ-แม ครู-อาจารยและผูบริหารบานเมืองทุกระดับชั้น อยางไรก็ตามปญหาสังคมเปนเรื่องจําเปนที่ตองพัฒนา หากปลอยใหเปนไปตามยถากรรม จะกลายเปน ปญหาที่มีผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของประชากรอยางยิ่ง จึงจําเปนที่จะตองพัฒนาประชากรใหมีคุณภาพ และ ปลูกฝงจิตใจใหเกิดคุณธรรมขึ้นแกเยาวชน ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง ประกอบดวยคณะสงฆและ ฆราวาส ไดตระหนักถึงปญหาเหลานี้เปนอยางยิ่ง และมีความคิดอยูเสมอวา ถาเยาวชนมีความคิดเห็นที่ถูกตองตามทํานอง คูมืออบรม ๔ “ ยุวพุทธ” โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา) ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ๑. ชื่อโครงการ “โครงการอบรมยุวพุทธ(ภาคฤดูกาลเขาพรรษา)” ๒. หลักการและเหตุผล ในปจจุบันนี้เปนที่ทราบกันอยูแลววา ความเสื่อมโทรมทางดานจิตใจมีมากขึ้น และสภาพความจริงใจ คนพบไดยากในตัวบุคคล แตกลับมีความเจริญทางดานวัตถุเขามาแทนที่ ความสุขในสังคมกําลังลดนอยถอยลงไปทุกขณะ คดีอาชญากรรม ปญหายาเสพติด ฯลฯ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปญหาเหลานี้สวนใหญเกิดจากกลุมคนที่เรียกตัวเองวา “วัยรุน” สภาพสังคมของ“วัยรุน” หรือวัยเยาวชนในปจจุบัน สวนใหญขาดการศึกษาเรื่องราวของชีวิต ทําใหไมรูวาชีวิตเกิดมาทําไม? เปาหมายของชีวิตอยูที่ไหน? สิ่งสูงสุดที่มนุษยควรไดคืออยางไร? จึงเปนเหตุใหเยาวชนเหลานั้นหลงเดินไปในทางที่ผิด กอใหเกิดปญหายุงยากวุนวายขึ้นในสังคม สรางความหนักใจแกพอ-แม ครู-อาจารยและผูบริหารบานเมืองทุกระดับชั้น อยางไรก็ตามปญหาสังคมเปนเรื่องจําเปนที่ตองพัฒนา หากปลอยใหเปนไปตามยถากรรม จะกลายเปน ปญหาที่มีผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของประชากรอยางยิ่ง จึงจําเปนที่จะตองพัฒนาประชากรใหมีคุณภาพ และ ปลูกฝงจิตใจใหเกิดคุณธรรมขึ้นแกเยาวชน ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง ประกอบดวยคณะสงฆและ ฆราวาส ไดตระหนักถึงปญหาเหลานี้เปนอยางยิ่ง และมีความคิดอยูเสมอวา ถาเยาวชนมีความคิดเห็นที่ถูกตองตามทํานอง คูมืออบรม ๔ “ ยุวพุทธ”
  • 6.
    คลองธรรม รูบาปบุญคุณโทษ รักและหวงใยผูอื่นมีความรับผิดชอบตอหนาที่การงาน รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน มี ความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญูกตเวที มีความสามัคคี รูจักสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน จะเปนการ พัฒนาจิตใจของเยาวชนใหสูงขึ้น เปนผูมีความพรอมทุกอยางทั้งทางโลกและทางธรรม ดวยเหตุนี้ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง จึงไดจัด “โครงการอบรมยุวพุทธ (ภาค ฤดูกาลเขาพรรษา)” เพื่อปลูกฝงคุณธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของ พอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อนที่ดีของเพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา นอกจากนี้ยังไดเสริมวิชาความรู พิเศษใหแกเยาวชนควบคูไปกับการอบรมคุณธรรมดวย ๓. วัตถุประสงค ๑. เพื่อปลูกฝงเยาวชนใหเกิดศรัทธาเลื่อมใสและตระหนักในคุณคาของพระพุทธศาสนา. ๒. เพื่อปลูกฝงคุณธรรม-จริยธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ๓. เพื่อใหเยาวชนไดเรียนรู และสามารถนําความรูตามหลักธรรมทางศาสนาไปประยุกตใชใน ชีวิตประจําวันได. ๔. เพื่อฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของพอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อน ที่ดีขอ เพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา ๕. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักรับผิดชอบตอตนเอง สังคม และสาธารณสมบัติ ๖. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และยังเปนการเสริมความรูพิเศษ ๗. เพื่อจรรโลงไวซึ่งสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย คูมืออบรม ๕ “ ยุวพุทธ” คลองธรรม รูบาปบุญคุณโทษ รักและหวงใยผูอื่น มีความรับผิดชอบตอหนาที่การงาน รูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน มี ความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญูกตเวที มีความสามัคคี รูจักสิ่งที่เปนประโยชนและไมเปนประโยชน จะเปนการ พัฒนาจิตใจของเยาวชนใหสูงขึ้น เปนผูมีความพรอมทุกอยางทั้งทางโลกและทางธรรม ดวยเหตุนี้ทางศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง จึงไดจัด “โครงการอบรมยุวพุทธ (ภาค ฤดูกาลเขาพรรษา)” เพื่อปลูกฝงคุณธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของ พอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อนที่ดีของเพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา นอกจากนี้ยังไดเสริมวิชาความรู พิเศษใหแกเยาวชนควบคูไปกับการอบรมคุณธรรมดวย ๓. วัตถุประสงค ๑. เพื่อปลูกฝงเยาวชนใหเกิดศรัทธาเลื่อมใสและตระหนักในคุณคาของพระพุทธศาสนา. ๒. เพื่อปลูกฝงคุณธรรม-จริยธรรมทางศาสนาใหงอกงามในจิตใจของเยาวชน ๓. เพื่อใหเยาวชนไดเรียนรู และสามารถนําความรูตามหลักธรรมทางศาสนาไปประยุกตใชใน ชีวิตประจําวันได. ๔. เพื่อฝกฝนอบรมเยาวชนใหเปนลูกที่ดีของพอ-แม, เปนศิษยที่ดีของครู-อาจารย, เปนเพื่อน ที่ดีขอ เพื่อน, เปนพลเมืองที่ดีของชาติ, และเปนสาวกที่ดีของพระศาสดา ๕. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักรับผิดชอบตอตนเอง สังคม และสาธารณสมบัติ ๖. เพื่อใหเยาวชนไดรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน และยังเปนการเสริมความรูพิเศษ ๗. เพื่อจรรโลงไวซึ่งสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย คูมืออบรม ๕ “ ยุวพุทธ”
  • 7.
    ๔. เปาหมาย นักเรียนระดับชั้น ป.๑-ม.๖ จํานวน ๗๐ คน ๕. วิธีดําเนินการ ๑.ประชุมชี้แจงคณะกรรมการ เพื่อศึกษา รายละเอียดของโครงการ. ๒. แตงตั้งคณะกรรมการ เจาหนาที่ฝายตาง ๆ . ๓. กําหนดเนื้อหาหลักสูตรการอบรม และจัดพิมพเอกสารตางๆ เพื่อใชในการอบรม. ๔. ประสานงานติดตอกับวิทยากรภายนอกที่จะมาชวยใหการอบรม. ๕. ประสานงานบุคลากรและหนวยงานอื่น ๆ ที่จะใหความชวยเหลือสนับสนุนโครงการ. ๖. ประชาสัมพันธใหนักเรียนและผูปกครองทราบ. ๗. จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณตาง ๆ . ๘. ดําเนินการตามกําหนดการ. ๙. สรุปและประเมินผล. ๖. สถานที่ดําเนินการ ณ ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ๗. ระยะเวลาดําเนินการ ในชวงฤดูกาลเขาพรรษา ระหวางเดือน ระหวางเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม คูมืออบรม ๖ “ ยุวพุทธ” ๔. เปาหมาย นักเรียนระดับชั้น ป.๑-ม.๖ จํานวน ๗๐ คน ๕. วิธีดําเนินการ ๑.ประชุมชี้แจงคณะกรรมการ เพื่อศึกษา รายละเอียดของโครงการ. ๒. แตงตั้งคณะกรรมการ เจาหนาที่ฝายตาง ๆ . ๓. กําหนดเนื้อหาหลักสูตรการอบรม และจัดพิมพเอกสารตางๆ เพื่อใชในการอบรม. ๔. ประสานงานติดตอกับวิทยากรภายนอกที่จะมาชวยใหการอบรม. ๕. ประสานงานบุคลากรและหนวยงานอื่น ๆ ที่จะใหความชวยเหลือสนับสนุนโครงการ. ๖. ประชาสัมพันธใหนักเรียนและผูปกครองทราบ. ๗. จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณตาง ๆ . ๘. ดําเนินการตามกําหนดการ. ๙. สรุปและประเมินผล. ๖. สถานที่ดําเนินการ ณ ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ๗. ระยะเวลาดําเนินการ ในชวงฤดูกาลเขาพรรษา ระหวางเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม คูมืออบรม ๖ “ ยุวพุทธ”
  • 8.
    ๘. งบประมาณ รายจายโดยประมาณ -คาเสื้อ ๗๐ ชุด ชุดละ ๑๒๐ บาท ๘,๔๐๐ บาท -คาอาหาร-เครื่องดื่มตลอดโครงการ จํานวน ๗๐ คน ๓๘,๑๐๐ บาท -คาสมุดหนังสือเอกสารอบรม ๗๐ ชุด ชุดละ ๕๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท -คาใชจายเบ็ดเตล็ด-อุปกรณเครื่องเขียน ๔,๕๐๐ บาท -มอบทุนการศึกษานักเรียนมีความประพฤติดี ๖ ทุน ทุนละ ๕๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท -อุปกรณซีดีสื่อการสอน ๗,๐๐๐ บาท -คาวัสดุอุปกรณกีฬา ๕,๕๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๗๐,๐๐๐ บาท แหลงที่มาของงบประมาณ ๑. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนจังหวัดพังงา ๕๐,๐๐๐ บาท ๒. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนตําบล ๒๐,๐๐๐ บาท ๙. ผูรับผิดชอบโครงการ ผูอํานวยการศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง (พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล) คณะสงฆสํานักสงฆสวนวาง กํานันตําบลแมนางขาว อาจารยใหญโรงเรียนบานทุงรัก ๑๐. ผลที่คาดวาจะไดรับ ทําใหเยาวชนเปนผูมีจริยธรรมอันดีงาม รูจักใชหลักธรรมในการ แกปญหาชีวิตประจําวันได มีความ ศรัทธาและเขาใจในหลักธรรมพระพุทธศาสนามากขึ้น สรางความสัมพันธอันดีระหวางบาน-วัด-โรงเรียน คูมืออบรม ๗ “ ยุวพุทธ” ๘. งบประมาณ รายจายโดยประมาณ -คาเสื้อ ๗๐ ชุด ชุดละ ๑๒๐ บาท ๘,๔๐๐ บาท -คาอาหาร-เครื่องดื่มตลอดโครงการ ๒๘ จํานวน ๗๐ คน ๓๘,๑๐๐ บาท -คาสมุดหนังสือเอกสารอบรม ๗๐ ชุด ชุดละ ๕๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท -คาใชจายเบ็ดเตล็ด-อุปกรณเครื่องเขียน ๔,๕๐๐ บาท -มอบทุนการศึกษานักเรียนมีความประพฤติดี ๖ ทุน ทุนละ ๕๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท -อุปกรณซีดีสื่อการสอน ๗,๐๐๐ บาท -คาวัสดุอุปกรณกีฬา ๕,๕๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๗๐,๐๐๐ บาท แหลงที่มาของงบประมาณ ๑. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนจังหวัดพังงา ๕๐,๐๐๐ บาท ๒. ขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนตําบลแมนางขาว ๒๐,๐๐๐ บาท ๙. ผูรับผิดชอบโครงการ ผูอํานวยการศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาฯ สํานักสวนวาง (พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล) คณะสงฆสํานักสงฆสวนวาง กํานันตําบลแมนางขาว อาจารยใหญโรงเรียนบานทุงรักและคณะครูโรงเรียนบานทุงรัก ๑๐. ผลที่คาดวาจะไดรับ ทําใหเยาวชนเปนผูมีจริยธรรมอันดีงาม รูจักใชหลักธรรมในการ แกปญหาชีวิตประจําวันได มีความ ศรัทธาและเขาใจในหลักธรรมพระพุทธศาสนามากขึ้น สรางความสัมพันธอันดีระหวางบาน-วัด-โรงเรียน คูมืออบรม ๗ “ ยุวพุทธ”
  • 9.
    คณะกรรมการบริหาร ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล (ผูอํานวยการ) พระอาจารยบุญเหนาะ อาจาโร (รองผูอํานวยการ-เลขานุการ) อ.สมนึก นิพนธทิวากาล(ผ.อ.ร.ร.บานทุงรัก) (กรรมการ) นายกุศล ทองนุย (รองนายกอ.บ.ต.แมนางขาว (กรรมการ) นายลิขิต ยอดยิ่ง (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว) (กรรมการ) นายสนั่น ถาพร (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว) (กรรมการ) คูมืออบรม ๘ “ ยุวพุทธ” คณะกรรมการบริหาร ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา พระอาจารยบุญนพ สุทฺธสีโล (ผูอํานวยการ) พระอาจารยบุญเหนาะ อาจาโร (รองผูอํานวยการ-เลขานุการ) อ.สมนึก นิพนธทิวากาล(ผ.อ.ร.ร.บานทุงรัก) (กรรมการ) นายกุศล ทองนุย (รองนายกอ.บ.ต.แมนางขาว (กรรมการ) นายลิขิต ยอดยิ่ง (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว) (กรรมการ) นายสนั่น ถาพร (สมชิกอ.บ.ต.แมนางขาว) (กรรมการ) คูมืออบรม ๘ “ ยุวพุทธ”
  • 10.
    ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา อบรมยุวพุทธ (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา) ตั้งแตชั้น ป.๑ - ม.๖ ๑. วิชาพระพุทธศาสนา -ประกอบดวย (๔ วิชา) -ธรรมะ -พุทธประวัติ -ศาสนพิธี -มารยาทชาวพุทธ ๒. วิชาภาษาอังกฤษ -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖ ๓. วิชาคณิตศาสตร -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖ ๔. วิชาวาดเขียน -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.4 ๕. วิชาคอมพิวเตอร -ตั้งแตชั้น ป.๓-ม.๖ เริ่มอบรมตั้งแตวันเสารที่ ๗ ส.ค. ถึงวันอาทิตยที่ ๒๔ ต.ค. คูมืออบรม ๙ “ ยุวพุทธ” ศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันเสาร-อาทิตย สํานักสวนวาง ต.แมนางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา อบรมยุวพุทธ (ภาคฤดูกาลเขาพรรษา) ตั้งแตชั้น ป.๑ - ม.๖ ๑. วิชาพระพุทธศาสนา -ประกอบดวย (๔ วิชา) -ธรรมะ -พุทธประวัติ -ศาสนพิธี -มารยาทชาวพุทธ ๒. วิชาภาษาอังกฤษ -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖ ๓. วิชาคณิตศาสตร -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.๖ ๔. วิชาวาดเขียน -ตั้งแตชั้น ป.๑-ป.4 ๕. วิชาคอมพิวเตอร -ตั้งแตชั้น ป.๓-ม.๖ เริ่มอบรมตั้งแตวันเสารที่ ๗ ส.ค. ถึงวันอาทิตยที่ ๒๔ ต.ค. คูมืออบรม ๙ “ ยุวพุทธ”
  • 11.
    ตารางอบรมวันเสาร-อาทิตย ๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น. ศาสนพิธี-ภาคปฏิบัติ(ป.๑-ม.๖) ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. เสาร คอมพิวเตอร วาดเขียน (ป.๑-ป.๓) คณิตศาสตร(ป.๔-ป.๖) (มัธยม) ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. อาทิตย พุทธศาสนา คณิตศาสตร (ป.๑-ป.๓) พุทธศาสนา(ป.๔-ป.๖) (มัธยม) ๑๒.๐๐-๑๒.๓๐ น พัก ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. ธรรมบันเทิง(วี.ดี.โอ-เกมส-เพลงธรรมะ) ๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. เสาร คอมพิวเตอร ภาษาอังกฤษ พุทธศาสนา (มัธยม) (ป.๔-ป.๖) (ป.๑-ป.๓) ๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. อาทิตย มารยาทชาวพุทธ-สวดมนต-สมาธิภาวนา สอนเสริมพิเศษ (ป.๓-ป.๔) ๑๕.๐๐–๑๖.๓๐ น. สอนเสริมพิเศษ (ป.๕-ป.๖) วันจันทร - พฤหัส-เวลา ๑๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. เปดสอนพิเศษวิชาคอมพิวเตอร คูมืออบรม ๑๐ “ ยุวพุทธ” ตารางอบรมวันเสาร-อาทิตย ๐๘.๓๐-๑๐.๐๐ น. ศาสนพิธี-ภาคปฏิบัติ(ป.๑-ม.๖) ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. เสาร คอมพิวเตอร วาดเขียน (ป.๑-ป.๓) คณิตศาสตร(ป.๔-ป.๖) (มัธยม) ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. อาทิตย พุทธศาสนา คณิตศาสตร (ป.๑-ป.๓) พุทธศาสนา(ป.๔-ป.๖) (มัธยม) ๑๒.๐๐-๑๒.๓๐ น พัก ๑๒.๓๐-๑๓.๓๐ น. ธรรมบันเทิง(วี.ดี.โอ-เกมส-เพลงธรรมะ) ๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. เสาร คอมพิวเตอร ภาษาอังกฤษ พุทธศาสนา (มัธยม) (ป.๔-ป.๖) (ป.๑-ป.๓) ๑๓.๓๐-๑๕.๐๐ น. อาทิตย มารยาทชาวพุทธ-สวดมนต-สมาธิภาวนา สอนเสริมพิเศษ (ป.๓-ป.๔) ๑๕.๐๐-๑๕.๓๐ น. สอนเสริมพิเศษ (ป.๕-ป.๖) วันจันทร - พฤหัส-เวลา ๑๖.๓๐-๑๘.๐๐ น. เปดสอนพิเศษวิชาคอมพิวเตอร คูมืออบรม ๑๐ “ ยุวพุทธ”
  • 12.
     พิธีเปดการอบรม-แสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย  ๑.ประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ๒. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย  คําบูชาพระรัตนตรัย  อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง ทั้งหลาย,ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจานั้น, แสดงไวดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว คูมืออบรม ๑๑ “ ยุวพุทธ”  พิธีเปดการอบรม-แสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย  ๑. ประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ๒. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย  คําบูชาพระรัตนตรัย  อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง ทั้งหลาย,ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจานั้น, แสดงไวดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว คูมืออบรม ๑๑ “ ยุวพุทธ”
  • 13.
    อิเมหิ สักกาเรหิ ตังสังฆัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระสงฆเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้. (กราบ) ๓. กลาวรายงานวัตถุประสงค ๔. ประธานกลาวเปดงานและใหโอวาท ๕. พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย ๖. ตัวแทนนักเรียน ๓ คน นั่งอยูตรงหนาพระอาจารย ใหหญิงถือพานดอกไม ๑ คน ชายถือพาน ธูปเทียนแพ ๑ คน สวนอีกคนนั้นนํากลาวบูชาพระรัตนตรัยวาพรอมกันดังนี้  คําบูชาพระรัตนตรัย  อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ, ขาพเจาขอบูชาพระพุทธเจา, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ, ขาพเจาขอบูชาพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ. ขาพเจาขอบูชาพระสงฆ, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้ . (กราบ) คูมืออบรม ๑๒ “ ยุวพุทธ” อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชาซึ่งพระสงฆเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้. (กราบ) ๓. กลาวรายงานวัตถุประสงค ๔. ประธานกลาวเปดงานและใหโอวาท ๕. พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะและมอบตัวเปนศิษย ๖. ตัวแทนนักเรียน ๓ คน นั่งอยูตรงหนาพระอาจารย ใหหญิงถือพานดอกไม ๑ คน ชายถือพาน ธูปเทียนแพ ๑ คน สวนอีกคนนั้นนํากลาวบูชาพระรัตนตรัยวาพรอมกันดังนี้  คําบูชาพระรัตนตรัย  อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ, ขาพเจาขอบูชาพระพุทธเจา, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมิ, ขาพเจาขอบูชาพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมิ. ขาพเจาขอบูชาพระสงฆ, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้ . (กราบ) คูมืออบรม ๑๒ “ ยุวพุทธ”
  • 14.
    ๗. ตัวแทนนักเรียนถวายพานดอกไมธูปเทียนแพแดพระอาจารย เสร็จแลวกราบพรอมกัน๓ ครั้ง จากนั้นนั่งคุกเขา เปลงคําปฏิญาณตนพรอมกันใหฉะฉานตอหนาสงฆ ทั้งคําบาลีและคําแปล เปนตอนๆ ไปจนจบเรื่องปฏิญาณตนเปนพุทธมามกะดังนี้  คํานมัสการ  นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น, ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น, ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น, คูมืออบรม ๑๓ “ ยุวพุทธ” ๗. ตัวแทนนักเรียนถวายพานดอกไมธูปเทียนแพแดพระอาจารย เสร็จแลวกราบพรอมกัน ๓ ครั้ง จากนั้นนั่งคุกเขา เปลงคําปฏิญาณตนพรอมกันใหฉะฉานตอหนาสงฆ ทั้งคําบาลีและคําแปล เปนตอนๆ ไปจนจบเรื่องปฏิญาณตนเปนพุทธมามกะดังนี้  คํานมัสการ  นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น, ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น, ขาพเจาขอนอบนอม,แดพระผูมีพระภาค,อรหันตสัมมาสัมพุทธเจา,พระองคนั้น , คูมืออบรม ๑๓ “ ยุวพุทธ”
  • 15.
     คําปฏิญาณเปนพุทธมามกะ  เอเต (เอตา) มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมป, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ, ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, พุทธะมามะกาติ โน, สังโฆ ธาเรตุ. ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาขอถึง, พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น, แมปรินิพพาน ไปนานแลว, ทั้งพระธรรมและพระสงฆ, เปนสรณะที่นับถือ, ขอพระสงฆจงจําขาพเจาไววา, เปนพุทธมามกะ, ผูรับเอาพระพุทธเจาเปนของตน, คือผูนับถือพระพุทธเจา. หมายเหตุ.- ผูชายวา “เอเต” ผูหญิงวา “เอตา” ๘. ตัวแทนนักเรียนกลาวนําคํามอบตัวเปนศิษยดังนี้  คํากลาวมอบตัวเปนศิษย  กราบนมัสการพระอาจารยทุกรูปและกราบเรียนคณะครูอาจารยที่เคารพทุกทาน ชีวิตขาพเจาตั้งแตเกิดมา, มีพอแมอุปการะเลี้ยงดู, ไดรับความอบอุนเสมอมา, แตบัดนี้ พวกขาพเจามาที่นี่, เพื่อแสวงหาความดี, มาอบรมพระพุทธศาสนา, ถึงแมวาพวกขาพเจาจะจาก บานมา, จากพอแมมาก็ตาม, แตก็มั่นใจในความปรารถนาดีของทานทั้งหลาย, พวกขาพเจาขอ นอมรําลึกอยูเสมอวา, ทานทั้งหลายผูมิใชพอ, ก็เหมือนพอ, มิใชแมก็เหมือนแม, เพื่อความดี, พวกขาพเจาจึงขอปฏิญาณ, มอบกายใจแกทานทั้งหลายดวยวา, คูมืออบรม ๑๔ “ ยุวพุทธ”  คําปฏิญาณเปนพุทธมามกะ  เอเต (เอตา) มะยัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมป, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามะ, ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, พุทธะมามะกาติ โน, สังโฆ ธาเรตุ. ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาขอถึง, พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น, แมปรินิพพาน ไปนานแลว, ทั้งพระธรรมและพระสงฆ, เปนสรณะที่นับถือ, ขอพระสงฆจงจําขาพเจาไววา, เปนพุทธมามกะ, ผูรับเอาพระพุทธเจาเปนของตน, คือผูนับถือพระพุทธเจา. หมายเหตุ.- ผูชายวา “เอเต” ผูหญิงวา “เอตา” ๘. ตัวแทนนักเรียนกลาวนําคํามอบตัวเปนศิษยดังนี้  คํากลาวมอบตัวเปนศิษย  กราบนมัสการพระอาจารยทุกรูปและกราบเรียนคณะครูอาจารยที่เคารพทุกทาน ชีวิตขาพเจาตั้งแตเกิดมา, มีพอแมอุปการะเลี้ยงดู, ไดรับความอบอุนเสมอมา, แตบัดนี้ พวกขาพเจามาที่นี่, เพื่อแสวงหาความดี, มาอบรมพระพุทธศาสนา, ถึงแมวาพวกขาพเจาจะจาก บานมา, จากพอแมมาก็ตาม, แตก็มั่นใจในความปรารถนาดีของทานทั้งหลาย, พวกขาพเจาขอ นอมรําลึกอยูเสมอวา, ทานทั้งหลายผูมิใชพอ, ก็เหมือนพอ, มิใชแมก็เหมือนแม, เพื่อความดี, พวกขาพเจาจึงขอปฏิญาณ, มอบกายใจแกทานทั้งหลายดวยวา, คูมืออบรม ๑๔ “ ยุวพุทธ”
  • 16.
    "ขอใหนักเรียนทุกคนกลาว ตามขาพเจาดังนี้" "ขาพเจาทั้งหลาย, ขอมอบตัวเปนศิษยของพระอาจารย, และคณะครูอาจารยทุกทาน, ขอทานไดโปรดเมตตา, รับขาพเจาทั้งหลายไว, ในฐานะเปนศิษย, ขอเมตตาธรรมอันเปยมลน ของทาน, ไดโปรดกรุณาอบรมสั่งสอน, ใหความรูและแนวทางปฏิบัติธรรม, หากยังมีสิ่งใด บกพรอง, หรือผิดพลาดประการใด, กรุณาวากลาวตักเตือนแนะนํา, หรือลงโทษตามสมควร , พวกขาพเจาขอนอมรับ, คําสั่งสอนดวยความเคารพ, ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรม, แก ขาพเจาทั้งหลายดวยเทอญ" ๙. นักเรียนทั้งหมดกราบพระอาจารย แลวจึงกราบคณะครู ๑๐. นักเรียนอาราธนาศีล ๕ พรอมกัน  คําอาราธนาศีล  มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ. ๑๑. พระอาจารยใหศีลและกลาวใหโอวาทรับนักเรียนเปนศิษย ๑๒.นักเรียนกราบขอบคุณพระอาจารยพรอมกัน กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง คูมืออบรม ๑๕ “ ยุวพุทธ ” "ขอใหนักเรียนทุกคนกลาว ตามขาพเจาดังนี้" "ขาพเจาทั้งหลาย, ขอมอบตัวเปนศิษยของพระอาจารย, และคณะครูอาจารยทุกทาน, ขอทานไดโปรดเมตตา, รับขาพเจาทั้งหลายไว, ในฐานะเปนศิษย, ขอเมตตาธรรมอันเปยมลน ของทาน, ไดโปรดกรุณาอบรมสั่งสอน, ใหความรูและแนวทางปฏิบัติธรรม, หากยังมีสิ่งใด บกพรอง, หรือผิดพลาดประการใด, กรุณาวากลาวตักเตือนแนะนํา, หรือลงโทษตามสมควร , พวกขาพเจาขอนอมรับ, คําสั่งสอนดวยความเคารพ, ทั้งนี้เพื่อความเจริญในธรรม, แก ขาพเจาทั้งหลายดวยเทอญ" ๙. นักเรียนทั้งหมดกราบพระอาจารย แลวจึงกราบคณะครู ๑๐. นักเรียนอาราธนาศีล ๕ พรอมกัน  คําอาราธนาศีล  มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะสะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ. ๑๑. พระอาจารยใหศีลและกลาวใหโอวาทรับนักเรียนเปนศิษย ๑๒.นักเรียนกราบขอบคุณพระอาจารยพรอมกัน กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง คูมืออบรม ๑๕ “ ยุวพุทธ”
  • 17.
    ยุวพุทธขอสัญญาวา -ขอเคารพ -เชื่อฟง -ตั้งใจเรียน -เพียรขยัน -ไมดื้อรั้น -มารยาทดี -มีระเบียบวินัย -น้ําใจเอื้อเฟอ -เชื่อมั่นตนเอง -เกรงกลัวความชั่ว -ทําตัวกลาหาญ -การงานซื่อตรง -ตรงตอเวลา -วาจานารัก -รูจักพอดี -มีความอดทน -เปนคนกตัญู -รูจักคิดใชปญญา คูมืออบรม ๑๖ “ ยุวพุทธ ” ยุวพุทธขอสัญญาวา -ขอเคารพ -เชื่อฟง -ตั้งใจเรียน -เพียรขยัน -ไมดื้อรั้น -มารยาทดี -มีระเบียบวินัย -น้ําใจเอื้อเฟอ -เชื่อมั่นตนเอง -เกรงกลัวความชั่ว -ทําตัวกลาหาญ -การงานซื่อตรง -ตรงตอเวลา -วาจานารัก -รูจักพอดี -มีความอดทน -เปนคนกตัญู -รูจักคิดใชปญญา คูมืออบรม ๑๖ “ ยุวพุทธ”
  • 18.
    อุดมการณของยุวพุทธ “น อนริยํ กริสฺสามิ(นะ อะนะริยัง กะริสสามิ) = ยุวพุทธจะไมกระทําสิ่งที่ต่ําทราม” ยุวพุทธขอรักผูอื่น ยุวพุทธขอบังคับตนเอง ยุวพุทธขอทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน คูมืออบรม ๑๗ “ ยุวพุทธ ” อุดมการณของยุวพุทธ “น อนริยํ กริสฺสามิ (นะ อะนะริยัง กะริสสามิ) = ยุวพุทธจะไมกระทําสิ่งที่ต่ําทราม” ยุวพุทธขอรักผูอื่น ยุวพุทธขอบังคับตนเอง ยุวพุทธขอทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน คูมืออบรม ๑๗ “ ยุวพุทธ”
  • 19.
    บทพิจารณาอาหาร คํากลาวระลึกถึงผูมีพระคุณกอนรับประทานอาหาร ขาวทุกจาน อาหารทุกอยาง อยากินทิ้งขวาง เปนของมีคา พอแมเหนื่อยยาก ลําบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณที่กรุณา เมตตาทําอาหารให พวกเราไมมีสิ่งใด ขอตั้งใจทําความดีตอบแทน ขอบคุณพระพุทธ ขอบคุณพระธรรม ขอบคุณพระสงฆ ขอบคุณคุณพอคุณแม ขอบคุณคุณครูอาจารย ขอบคุณผูมีพระคุณทุก ๆ ทาน ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก แสนลําบากอัตคัดและขัดสน อยากินทิ้งกินขวางตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไมมีกิน คูมืออบรม ๑๘ “ ยุวพุทธ ” บทพิจารณาอาหาร คํากลาวระลึกถึงผูมีพระคุณกอนรับประทานอาหาร ขาวทุกจาน อาหารทุกอยาง อยากินทิ้งขวาง เปนของมีคา พอแมเหนื่อยยาก ลําบากหนักหนา สงสารบรรดา คนยากคนจน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณที่กรุณา เมตตาทําอาหารให พวกเราไมมีสิ่งใด ขอตั้งใจทําความดีตอบแทน ขอบคุณพระพุทธ ขอบคุณพระธรรม ขอบคุณพระสงฆ ขอบคุณคุณพอคุณแม ขอบคุณคุณครูอาจารย ขอบคุณผูมีพระคุณทุก ๆ ทาน ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก แสนลําบากอัตคัดและขัดสน อยากินทิ้งกินขวางตามใจตน สงสารคนอื่นที่ไมมีกิน คูมืออบรม ๑๘ “ ยุวพุทธ”
  • 20.
    คําอธิษฐานหลังรับประทานอาหาร ขาพเจาขอตั้งจิตอธิษฐานวา , เมื่อขาพเจาไดชีวิตเลือดเนื้อ, จากอาหารมื้อนี้แลว, ขาพเจาไมขอลืมพระคุณของผูมีพระคุณ, และขอใชกายวาจาใจ, เคลื่อนไหวไปใหเปนประโยชน, ทั้งแกตนเองและผูอื่นทุกเมื่อเทอญ. คูมืออบรม ๑๙ “ ยุวพุทธ ” คําอธิษฐานหลังรับประทานอาหาร ขาพเจาขอตั้งจิตอธิษฐานวา , เมื่อขาพเจาไดชีวิตเลือดเนื้อ, จากอาหารมื้อนี้แลว, ขาพเจาไมขอลืมพระคุณของผูมีพระคุณ, และขอใชกายวาจาใจ, เคลื่อนไหวไปใหเปนประโยชน, ทั้งแกตนเองและผูอื่นทุกเมื่อเทอญ. คูมืออบรม ๑๙ “ ยุวพุทธ”
  • 21.
    เมื่อยุวพุทธไปวัด ยุวพุทธแสดงความเคารพ กราบพระประธานกอน แลวจึงกราบหรือไหวพระอาจารย-เจาอาวาส และเมื่อพบพระรูปอื่นก็พึงทําความเคารพทานดวย คูมืออบรม ๒๐ “ ยุวพุทธ ” เมื่อยุวพุทธไปวัด ยุวพุทธแสดงความเคารพ กราบพระประธานกอน แลวจึงกราบหรือไหวพระอาจารย-เจาอาวาส และเมื่อพบพระรูปอื่นก็พึงทําความเคารพทานดวย คูมืออบรม ๒๐ “ ยุวพุทธ”
  • 22.
    เมื่อมีการบรรยาย ทุกครั้งที่พระอาจารยหรือคุณครูบรรยายให(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระ) แลวกลาวคําวา “ขอเคารพพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู)" เมื่อพระอาจารยหรือคุณครูบรรยายจบ(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระกลาวคํา"สาธุ") แลวกลาวคําวา "ขอขอบคุณพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู), พวกเราไมมีสิ่งใดตอบแทน ขอรับธรรมะไปปฏิบัติบูชา" คูมืออบรม ๒๑ “ ยุวพุทธ ” เมื่อมีการบรรยาย ทุกครั้งที่พระอาจารยหรือคุณครูบรรยายให(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระ) แลวกลาวคําวา “ขอเคารพพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู)" เมื่อพระอาจารยหรือคุณครูบรรยายจบ(กรณีนั่งพื้นใหคุกเขาสําหรับพระกลาวคํา"สาธุ") แลวกลาวคําวา "ขอขอบคุณพระธรรมที่มีอยูในทานพระอาจารย (หรือคุณครู), พวกเราไมมีสิ่งใดตอบแทน ขอรับธรรมะไปปฏิบัติบูชา" คูมืออบรม ๒๑ “ ยุวพุทธ”
  • 23.
    คูมืออบรม ๒๒ “ยุวพุทธ” คูมืออบรม ๒๒ “ ยุวพุทธ”
  • 24.
    พิธีกรรมแมจะเปนเปลือกมิใชแกนของ ศาสนาก็ตาม แตก็เปนสิ่งที่จูงใจคนใหละชั่วทําดีทํา จิตใจใหบริสุทธิ์ กอใหเกิดคุณคาทางจิตใจเปนการ รักษาเอกลักษณของชาติ เพราะพิธีกรรมเปน วัฒนธรรมที่บงบอกถึงความเปนชาติไทย การทําพิธีกรรมทางศาสนาตองถือหลัก ๔ ประการ คือ.- ๑. ประหยัด ๒.ไดประโยชน ๓.ถูกตอง ๔.เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ คูมืออบรม ๒๓ “ ยุวพุทธ” พิธีกรรมแมจะเปนเปลือกมิใชแกนของ ศาสนาก็ตาม แตก็เปนสิ่งที่จูงใจคนใหละชั่วทําดีทํา จิตใจใหบริสุทธิ์ กอใหเกิดคุณคาทางจิตใจเปนการ รักษาเอกลักษณของชาติ เพราะพิธีกรรมเปน วัฒนธรรมที่บงบอกถึงความเปนชาติไทย การทําพิธีกรรมทางศาสนาตองถือหลัก ๔ ประการ คือ.- ๑. ประหยัด ๒.ไดประโยชน ๓.ถูกตอง ๔.เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ คูมืออบรม ๒๓ “ ยุวพุทธ”
  • 25.
    ศาสนพิธีระเบียบปฏิบัติที่ยุวพุทธควรรูจัก ก. ความหมายของคําวาศาสนพิธี ศาสนพิธี คือ พิธีกรรมหรือระเบียบแบบแผนตางๆ ที่ดีงาม ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา ข. ประโยชนของการประกอบศาสนพิธี ๑. ประโยชนทางใจ ชวยใหเกิดคุณธรรมขึ้นในตัวผูปฏิบัติ ไดแก ก. ความมีสติ. ข. ความสามัคคี. ค. ความเปนระเบียบประณีตงดงาม. ง. เกิดความชุมชื่นเบิกบานใจ. จ. เกิดความฉลาด. ๒. เพื่อรักษาเอกลักษณของชาติ ที่ไมมีชาติใดเหมือน แสดงถึงความเปนไท มิใชทาสของชาติใด ทั้ง ยังปองกันมิใหชาติถูกกลืน. ๓. มีสวนชวยธํารงพระพุทธศาสนา ศาสนพิธีเปนขั้นตอนชักจูงใหผูปฏิบัติซาบซึ้ง เกิดศรัทธาใน พระพุทธศาสนา มีใจมุงมั่นที่จะศึกษาแกนแทของพุทธศาสนาในชั้นลึกตอไปไดดวยดี. .......... .......... .......... คูมืออบรม ๒๔ “ ยุวพุทธ” ศาสนพิธีระเบียบปฏิบัติที่ยุวพุทธควรรูจัก ก. ความหมายของคําวาศาสนพิธี ศาสนพิธี คือ พิธีกรรมหรือระเบียบแบบแผนตางๆ ที่ดีงาม ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา ข. ประโยชนของการประกอบศาสนพิธี ๑. ประโยชนทางใจ ชวยใหเกิดคุณธรรมขึ้นในตัวผูปฏิบัติ ไดแก ก. ความมีสติ. ข. ความสามัคคี. ค. ความเปนระเบียบประณีตงดงาม. ง. เกิดความชุมชื่นเบิกบานใจ. จ. เกิดความฉลาด. ๒. เพื่อรักษาเอกลักษณของชาติ ที่ไมมีชาติใดเหมือน แสดงถึงความเปนไท มิใชทาสของชาติใด ทั้ง ยังปองกันมิใหชาติถูกกลืน. ๓. มีสวนชวยธํารงพระพุทธศาสนา ศาสนพิธีเปนขั้นตอนชักจูงใหผูปฏิบัติซาบซึ้ง เกิดศรัทธาใน พระพุทธศาสนา มีใจมุงมั่นที่จะศึกษาแกนแทของพุทธศาสนาในชั้นลึกตอไปไดดวยดี. .......... .......... ......... . คูมืออบรม ๒๔ “ ยุวพุทธ”
  • 26.
    ค. ประเภทของศาสนพิธี ศาสนพิธีโดยสรุปแบงออกไดเปน ๔ หมวด คือ.- ๑. หมวดกุศลพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญกุศล ไดแก พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะ พิธีรักษาอุโบสถศีล พิธีเวียนเทียน เปนตน. ๒. หมวดบุญพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญบุญเลี้ยงพระไดแก พิธีแตงงาน,พิธีขึ้นบานใหมเปนตน ๓. หมวดทานพิธี วาดวย พิธีถวายทาน ไดแก ทานวัตถุ ๑๐ อยาง. ๔. หมวดปกิณกะ วาดวย พิธีเบ็ดเตล็ด ไดแก พิธีแสดงความเคารพ การประเคนของ การกรวดน้ํา และคําอาราธนาคําถวายทานตาง ๆ. ง. พิธีเวียนเทียน ในวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู ๔ วัน คือ.- ๑. วันวิสาขบูชา (วันพระพุทธ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ เปนวันคลายวันประสูติ ตรัสรูปรินิพพาน. ๒. วันมาฆบูชา (วันพระสงฆ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ เปนวันที่มีเหตุการณเกิดขึ้น ๔ ประการ เรียกวา “จาตุรงคสันนิบาต” พระพุทธองคทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข ทามกลางพระสงฆ ๑,๒๕๐ รูป ณ เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห ๓. วันอาสาฬหบูชา (วันพระธรรม) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระพุทธเจาแสดงธรรม เปนครั้งแรก เปนวันพระรัตนตรัยครอบองค อัญญาโกณฑัญญะ ไดฟงธรรมแลวเกิดดวงตาเห็น ธรรม ไดทูลขอบรรพชาเปนภิกษุองคแรกในพระพุทธศาสนา. คูมืออบรม ๒๕ “ ยุวพุทธ” ค. ประเภทของศาสนพิธี ศาสนพิธีโดยสรุปแบงออกไดเปน ๔ หมวด คือ.- ๑. หมวดกุศลพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญกุศล ไดแก พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะ พิธีรักษาอุโบสถศีล พิธีเวียนเทียน เปนตน. ๒. หมวดบุญพิธี วาดวย พิธีบําเพ็ญบุญเลี้ยงพระไดแก พิธีแตงงาน,พิธีขึ้นบานใหมเปนตน ๓. หมวดทานพิธี วาดวย พิธีถวายทาน ไดแก ทานวัตถุ ๑๐ อยาง. ๔. หมวดปกิณกะ วาดวย พิธีเบ็ดเตล็ด ไดแก พิธีแสดงความเคารพ การประเคนของ การกรวดน้ํา และคําอาราธนาคําถวายทานตาง ๆ. ง. พิธีเวียนเทียน ในวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู ๔ วัน คือ.- ๑. วันวิสาขบูชา (วันพระพุทธ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ เปนวันคลายวันประสูติ ตรัสรูปรินิพพาน. ๒. วันมาฆบูชา (วันพระสงฆ) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๓ เปนวันที่มีเหตุการณเกิดขึ้น ๔ ประการ เรียกวา “จาตุรงคสันนิบาต” พระพุทธองคทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข ทามกลางพระสงฆ ๑,๒๕๐ รูป ณ เวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห ๓. วันอาสาฬหบูชา (วันพระธรรม) ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระพุทธเจาแสดงธรรม เปนครั้งแรก เปนวันพระรัตนตรัยครอบองค อัญญาโกณฑัญญะ ไดฟงธรรมแลวเกิดดวงตาเห็น ธรรม ไดทูลขอบรรพชาเปนภิกษุองคแรกในพระพุทธศาสนา. คูมืออบรม ๒๕ “ ยุวพุทธ”
  • 27.
    ๔. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม๘ ค่ํา เดือน ๖ เปนวันคลายวันถวายพระเพลิงพระสรีระของ พระพุทธเจา. (ปจจุบันไมคอยไดเวียนเทียนกันในวันนี้) หมายเหตุ วันสําคัญทั้ง ๔ นี้ ถาปใดเปนปที่มีอธิกมาส(เดือน ๘ สองหน) ใหเลื่อนไปอีกเดือนหนึ่ง. วันสําคัญดังกลาวพุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติตนดังนี้ คือ.- ๑. ทําบุญตักบาตรในตอนเชา. ๒. ฟงเทศนที่วัดตอนเชา-บายหรือค่ํา. ๓. เวียนเทียนนําดอกไมธูปเทียนไปบูชาพระรัตนตรัยในตอนบายหรือกลางคืน ๔. รักษาศีล ทําสมาธิภาวนา. จ. หมวดที่ ๒ พิธีบําเพ็ญบุญ พิธีทําบุญในทางพระพุทธศาสนาแบงออกไดเปน ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. ทําบุญในงานมงคล เชน ขึ้นบานใหม แตงงานฯลฯ ๒. ทําบุญงานอวมงคล เชน งานศพ ทําบุญอุทิศใหผูตาย ฯลฯ คูมืออบรม ๒๖ “ ยุวพุทธ” ๔. วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม ๘ ค่ํา เดือน ๖ เปนวันคลายวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจา. (ปจจุบันไมคอยไดเวียนเทียนกันในวันนี้) หมายเหตุ วันสําคัญทั้ง ๔ นี้ ถาปใดเปนปที่มีอธิกมาส(เดือน ๘ สองหน) ใหเลื่อนไปอีกเดือนหนึ่ง. วันสําคัญดังกลาวพุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติตนดังนี้ คือ.- ๑. ทําบุญตักบาตรในตอนเชา. ๒. ฟงเทศนที่วัดตอนเชา-บายหรือค่ํา. ๓. เวียนเทียนนําดอกไมธูปเทียนไปบูชาพระรัตนตรัยในตอนบายหรือกลางคืน ๔. รักษาศีล ทําสมาธิภาวนา. จ. หมวดที่ ๒ พิธีบําเพ็ญบุญ พิธีทําบุญในทางพระพุทธศาสนาแบงออกไดเปน ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. ทําบุญในงานมงคล เชน ขึ้นบานใหม แตงงานฯลฯ ๒. ทําบุญงานอวมงคล เชน งานศพ ทําบุญอุทิศใหผูตาย ฯลฯ คูมืออบรม ๒๖ “ ยุวพุทธ”
  • 28.
    ผูเกี่ยวของในพิธี การทําบุญทั้ง ๒ประเภทนี้มีผูเกี่ยวของ ๓ ฝาย หนาที่ของเจาภาพ ๑. นิมนตพระ. ก. งานมงคล มักนิยมจํานวนคี่ เชน ๕ -๗-๙ รูป ปจจุบันนิยม ๙ รูป (หรือขึ้นอยูกับจํานวนพระที่มี อยูในแตละวัด) ข. งานอวมงคล มักนิยมจํานวนคู เชน ๔ รูป ๑๐ รูป ถาสวดแจงนิยมนิมนต ๒๐-๕๐-๑๐๐ รูป ถาสวดมาติกา(สวดกอนเผา) นิยมนิมนตเทาอายุหรือนอยกวาก็ได. ๑.๒ วิธีนิมนต ดวยวาจา หรือ ทําหนังสืออาราธนา นิมนตไปงานอะไร กําหนดเวลา, สถานที่, พระกี่รูป, จะจัดรถมารับหรือใหทานไปเอง ระวังเวลานิมนตฉันอยาระบุชื่ออาหารเพราะผิดพระวินัย ๒. จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธี จัดโตะเกาอี้สําหรับไวตอนรับแขก. ๓. จัดตั้งโตะหมูบูชา พรอมเครื่องอุปกรณครบชุด ๔. ขันหรือบาตรน้ํามนต ที่พรหมน้ํามนต ๕. สายสิญจน สําหรับเวียนรอบบานหรือหองพิธี ๖. ปูอาสนะและเตรียมเครื่องตอนรับพระ (น้ํารอน น้ําชาตามสมควร) กระโถน. ๗. เมื่อพระสงฆมาถึง คอยลางเทาและเช็ดเทา. ๘. เมื่อพระสงฆนั่งเรียบรอยแลว ถวายเครื่องรับรอง น้ํารอน-น้ําชา. คูมืออบรม ๒๗ “ ยุวพุทธ” ผูเกี่ยวของในพิธี การทําบุญทั้ง ๒ ประเภทนี้มีผูเกี่ยวของ ๓ ฝาย หนาที่ของเจาภาพ ๑. นิมนตพระ. ก. งานมงคล มักนิยมจํานวนคี่ เชน ๕ -๗-๙ รูป ปจจุบันนิยม ๙ รูป (หรือขึ้นอยูกับจํานวนพระที่มี อยูในแตละวัด) ข. งานอวมงคล มักนิยมจํานวนคู เชน ๔ รูป ๑๐ รูป ถาสวดแจงนิยมนิมนต ๒๐-๕๐-๑๐๐ รูป ถาสวดมาติกา(สวดกอนเผา) นิยมนิมนตเทาอายุหรือนอยกวาก็ได. ๑.๒ วิธีนิมนต ดวยวาจา หรือ ทําหนังสืออาราธนา นิมนตไปงานอะไร กําหนดเวลา, สถานที่, พระกี่รูป, จะจัดรถมารับหรือใหทานไปเอง ระวังเวลานิมนตฉันอยาระบุชื่ออาหารเพราะผิดพระวินัย ๒. จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธี จัดโตะเกาอี้สําหรับไวตอนรับแขก. ๓. จัดตั้งโตะหมูบูชา พรอมเครื่องอุปกรณครบชุด ๔. ขันหรือบาตรน้ํามนต ที่พรหมน้ํามนต ๕. สายสิญจน สําหรับเวียนรอบบานหรือหองพิธี ๖. ปูอาสนะและเตรียมเครื่องตอนรับพระ (น้ํารอน น้ําชาตามสมควร) กระโถน. ๗. เมื่อพระสงฆมาถึง คอยลางเทาและเช็ดเทา. ๘. เมื่อพระสงฆนั่งเรียบรอยแลว ถวายเครื่องรับรอง น้ํารอน-น้ําชา. คูมืออบรม ๒๗ “ ยุวพุทธ”
  • 29.
    ๙. เจาภาพจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย (แลวกราบ๓ ครั้ง). ๑๐. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย. ๑๑. อาราธนาศีล รับศีล. ๑๒. อาราธนาพระปริตร (กรณีงานมงคล) พระสงฆเจริญพระพุทธมนต. ๑๓. อาราธนาธรรม (กรณีงานอวมงคล) พระสงฆสวดพระอภิธรรม. ๑๔. อาราธนาธรรม (กรณีมีการเทศนแสดงธรรม). ๑๕. กลาวคําถวายสังฆทาน(ในกรณีมีการถวายอาหารเชาหรือเพล). ๑๖. ถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรม. ๑๗. พระสงฆอนุโมทนา เจาภาพกรวดน้ํารับพร. ๑๘. เสร็จพิธีสงพระสงฆกลับวัด. การจัดอาหารถวายพระ ๑. เนื้อ ๑๐ อยางตองหามสําหรับพระคือ เนื้อมนุษย ชาง มา สุนัข งู ราชสีห เสือโครง เสือเหลือง เสือ ดาว หมี เนื้อที่มีขายตามทองตลาดฉันได. ๒. หามของดิบที่ยังมิไดทําใหสุกดวยไฟ เชน ปลาดิบเปนตน. ๓. หามเนื้อสัตวที่ฆาเจาะจง (อุทิศสะมังสะ) ถวายพระ แตถาพระภิกษุไมไดเห็นไมไดยินเสียงรอง และไมไดสงสัยวาเขาฆาเพื่อถวายพระเฉพาะเจาะจง ไมถือเปนโทษฉันได. คูมืออบรม ๒๘ “ ยุวพุทธ” ๙. เจาภาพจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย (แลวกราบ ๓ ครั้ง). ๑๐. กลาวคําบูชาพระรัตนตรัย. ๑๑. อาราธนาศีล รับศีล. ๑๒. อาราธนาพระปริตร (กรณีงานมงคล) พระสงฆเจริญพระพุทธมนต. ๑๓. อาราธนาธรรม (กรณีงานอวมงคล) พระสงฆสวดพระอภิธรรม. ๑๔. อาราธนาธรรม (กรณีมีการเทศนแสดงธรรม). ๑๕. กลาวคําถวายสังฆทาน(ในกรณีมีการถวายอาหารเชาหรือเพล). ๑๖. ถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรม. ๑๗. พระสงฆอนุโมทนา เจาภาพกรวดน้ํารับพร. ๑๘. เสร็จพิธีสงพระสงฆกลับวัด. การจัดอาหารถวายพระ ๑. เนื้อ ๑๐ อยางตองหามสําหรับพระคือ เนื้อมนุษย ชาง มา สุนัข งู ราชสีห เสือโครง เสือเหลือง เสือ ดาว หมี เนื้อที่มีขายตามทองตลาดฉันได. ๒. หามของดิบที่ยังมิไดทําใหสุกดวยไฟ เชน ปลาดิบเปนตน. ๓. หามเนื้อสัตวที่ฆาเจาะจง (อุทิศสะมังสะ) ถวายพระ แตถาพระภิกษุไมไดเห็นไมไดยินเสียงรอง และไมไดสงสัยวาเขาฆาเพื่อถวายพระเฉพาะเจาะจง ไมถือเปนโทษฉันได . คูมืออบรม ๒๘ “ ยุวพุทธ”
  • 30.
    ๔. ผลไมที่มีเมล็ดอาจนําไปเพาะขึ้นได เชนมะมวง ใหปอกเปลือกแกะเมล็ดออก ๕. หามอาหารที่มีสุราผสม จนมีกลิ่น สี รส ปรากฏไดวามีสุราปน. การประเคนของพระ = ก็เพื่อปองกันการหยิบฉันของที่เจาของยังไมอนุญาต. การประเคน คือ การยกสิ่งของอันสมควรแกสมณบริโภค ที่ไมผิดพุทธบัญญัติ ดวยการนอมถวาย ใหพระสงฆผูรับประเคนนั้นดวยความเคารพ หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการประเคน องคแหงการประเคน มี ๕ คือ ๑. ของที่ประเคนตองไมใหญโตและหนักเกินไป เพราะตองยกสิ่งของนั้นใหพนจากพื้น ๒. ผูประเคนตองอยูในหัตถบาส (ชวงแขนหางจากพระประมาณ ๑ ศอก) ๓. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นเขามาดวยอาการเคารพนอบนอม ๔. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นดวยมือก็ได หรือที่เกี่ยวเนื่องดวยกายก็ได เชน ใชทัพพีตัก ถวาย. ๕. สําหรับผูชายพระรับประเคนดวยมือได แตผูหญิงจะใชผาทอดรับใชบาตรหรือจานรับก็ได ขอ ควรจํา.- ๑. ถาพระภิกษุนั่งกับพื้นหรือเกาอี้ ผูประเคนชายนั่งคุกเขา หญิงนั่งทาราบ ถาในกรณีพระภิกษุ นั่งที่สูง เชน โตะอาหาร ผูประเคนยืนคอมตัวประเคนสิ่งของก็ได. คูมืออบรม ๒๙ “ ยุวพุทธ” ๔. ผลไมที่มีเมล็ดอาจนําไปเพาะขึ้นได เชน มะมวง ใหปอกเปลือกแกะเมล็ดออก ๕. หามอาหารที่มีสุราผสม จนมีกลิ่น สี รส ปรากฏไดวามีสุราปน. การประเคนของพระ = ก็เพื่อปองกันการหยิบฉันของที่เจาของยังไมอนุญาต. การประเคน คือ การยกสิ่งของอันสมควรแกสมณบริโภค ที่ไมผิดพุทธบัญญัติ ดวยการนอมถวาย ใหพระสงฆผูรับประเคนนั้นดวยความเคารพ หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการประเคน องคแหงการประเคน มี ๕ คือ ๑. ของที่ประเคนตองไมใหญโตและหนักเกินไป เพราะตองยกสิ่งของนั้นใหพนจากพื้น ๒. ผูประเคนตองอยูในหัตถบาส (ชวงแขนหางจากพระประมาณ ๑ ศอก) ๓. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นเขามาดวยอาการเคารพนอบนอม ๔. ผูประเคนนอมสิ่งที่จะประเคนนั้นดวยมือก็ได หรือที่เกี่ยวเนื่องดวยกายก็ได เชน ใชทัพพีตัก ถวาย. ๕. สําหรับผูชายพระรับประเคนดวยมือได แตผูหญิงจะใชผาทอดรับใชบาตรหรือจานรับก็ได ขอ ควรจํา.- ๑. ถาพระภิกษุนั่งกับพื้นหรือเกาอี้ ผูประเคนชายนั่งคุกเขา หญิงนั่งทาราบ ถาในกรณีพระภิกษุ นั่งที่สูง เชน โตะอาหาร ผูประเคนยืนคอมตัวประเคนสิ่งของก็ได . คูมืออบรม ๒๙ “ ยุวพุทธ”
  • 31.
    ๒. ประเคนเฉพาะของฉัน ของใชบางอยางเชน กระโถน จานชอน ไมตองประเคน เพียงแต วาวางมอบไวเทานั้น. ๓. ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแลวจับตองอีกไมได ถาเผลอจับตองประเคนใหม ๔. เมื่อประเคนเสร็จแลวใหกราบพระ ๓ ครั้ง ถายืนประเคนใหยกมือไหว. การกรวดน้ํา แผสวนบุญและการอนุโมทนา การกรวดน้ํา นิยมกระทําเพื่ออุทิศสวนบุญสวนกุศลใหแกผูที่ลวงลับไปแลว คือ การแผสวนบุญดวย การหลั่งน้ํา. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกรวดน้ํา ๑. น้ําที่ใชควรเปนน้ําสะอาด. ๒. ใชภาชนะสําหรับกรวดน้ํา หรือแกวแทนก็ได ๓. กรวดน้ําเมื่อพระสงฆผูเปนประธานเริ่มสวดวา “ยะถา วาริวหา…....ไปจนพระสงฆสวดถึง มณี โชติระโส ยะถา แลวพระรูปที่สองขึ้น สัพพีติโย… ใหรินน้ําใหหมด แลวประนมมือรับอนุโมทนาไปจนจบ. ๔. กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง. ๕. นําน้ํานั้นไปเทโคนตนไม. การแผเมตตา เมื่อกรวดน้ําเสร็จแลวจึงแผเมตตา อุทิศไปใหกับสรรพสัตวทั้งหลาย คูมืออบรม ๓๐ “ ยุวพุทธ” ๒. ประเคนเฉพาะของฉัน ของใชบางอยาง เชน กระโถน จานชอน ไมตองประเคน เพียงแต วาวางมอบไวเทานั้น. ๓. ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแลวจับตองอีกไมได ถาเผลอจับตองประเคนใหม ๔. เมื่อประเคนเสร็จแลวใหกราบพระ ๓ ครั้ง ถายืนประเคนใหยกมือไหว. การกรวดน้ํา แผสวนบุญและการอนุโมทนา การกรวดน้ํา นิยมกระทําเพื่ออุทิศสวนบุญสวนกุศลใหแกผูที่ลวงลับไปแลว คือ การแผสวนบุญดวย การหลั่งน้ํา. วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกรวดน้ํา ๑. น้ําที่ใชควรเปนน้ําสะอาด. ๒. ใชภาชนะสําหรับกรวดน้ํา หรือแกวแทนก็ได ๓. กรวดน้ําเมื่อพระสงฆผูเปนประธานเริ่มสวดวา “ยะถา วาริวหา…....ไปจนพระสงฆสวดถึง มณี โชติระโส ยะถา แลวพระรูปที่สองขึ้น สัพพีติโย… ใหรินน้ําใหหมด แลวประนมมือรับอนุโมทนาไปจนจบ. ๔. กราบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง. ๕. นําน้ํานั้นไปเทโคนตนไม. การแผเมตตา เมื่อกรวดน้ําเสร็จแลวจึงแผเมตตา อุทิศไปใหกับสรรพสัตวทั้งหลาย คูมืออบรม ๓๐ “ ยุวพุทธ”
  • 32.
    ฉ. พิธีถวายทาน การถวายทาน คือ ถวายวัตถุที่ควรใหเปนทานดวยความเต็มใจเรียกวา“ทานวัตถุ”มี๑๐อยาง ๑. ภัตตาหาร ๒. น้ํารวมทั้งเครื่องดื่ม ๓. ผาเครื่องนุงหม. ๔. ยานพาหนะ สงเคราะหปจจัยคาโดยสารเขาดวย. ๕. มาลาดอกไมเครื่องบูชา ๖. ของหอมหมายถึง ธูปเทียนบูชาพระ. ๗. เครื่องลูบไล หมายถึง เครื่องสุขภัณฑสําหรับชําระลางรางกาย มีสบูเปนตน. ๘. เครื่องที่นอน ๙.ที่อยูอาศัยมีกุฎี เสนาสนะ เปนตน. ๑๐. เครื่องตามประทีป มีเทียนน้ํามัน ไมขีดไฟ และอุปกรณไฟฟา การถวายทานในพระพุทธศาสนามี ๒ อยาง ๑. ปาฏิบุคลิกทาน หมายถึง ทานที่ถวายเจาะจงพระภิกษุ-สามเณรรูปใดรูปหนึ่ง. ๒. สังฆทาน หมายถึง ทานที่ถวายไมเจาะจง มอบถวายเปนของสงฆ ใหสงฆเฉลี่ยกันใชสอย หรือ เปนของสวนรวมภายในวัด ระยะเวลาที่ถวายทานมักนิยมเปน ๒ คือ ๑. กาลทาน หมายถึง ถวายในกาลที่ควรถวายสิ่งนั้น เชน ถวายผากฐินเปนตน. ๒. อกาลทาน หมายถึง ถวายไมเนื่องดวยกาล คือ นอกกาล คูมืออบรม ๓๑ “ ยุวพุทธ” ฉ. พิธีถวายทาน การถวายทาน คือ ถวายวัตถุที่ควรใหเปนทานดวยความเต็มใจเรียกวา“ทานวัตถุ”มี๑๐อยาง ๑. ภัตตาหาร ๒. น้ํารวมทั้งเครื่องดื่ม ๓. ผาเครื่องนุงหม. ๔. ยานพาหนะ สงเคราะหปจจัยคาโดยสารเขาดวย. ๕. มาลาดอกไมเครื่องบูชา ๖. ของหอมหมายถึง ธูปเทียนบูชาพระ. ๗. เครื่องลูบไล หมายถึง เครื่องสุขภัณฑสําหรับชําระลางรางกาย มีสบูเปนตน. ๘. เครื่องที่นอน ๙.ที่อยูอาศัยมีกุฎี เสนาสนะ เปนตน. ๑๐. เครื่องตามประทีป มีเทียนน้ํามัน ไมขีดไฟ และอุปกรณไฟฟา การถวายทานในพระพุทธศาสนามี ๒ อยาง ๑. ปาฏิบุคลิกทาน หมายถึง ทานที่ถวายเจาะจงพระภิกษุ-สามเณรรูปใดรูปหนึ่ง. ๒. สังฆทาน หมายถึง ทานที่ถวายไมเจาะจง มอบถวายเปนของสงฆ ใหสงฆเฉลี่ยกันใชสอย หรือ เปนของสวนรวมภายในวัด ระยะเวลาที่ถวายทานมักนิยมเปน ๒ คือ ๑. กาลทาน หมายถึง ถวายในกาลที่ควรถวายสิ่งนั้น เชน ถวายผากฐินเปนตน. ๒. อกาลทาน หมายถึง ถวายไมเนื่องดวยกาล คือ นอกกาล คูมืออบรม ๓๑ “ ยุวพุทธ”
  • 33.
    การจัดโตะหมู ก. ความหมายของการจัดโตะหมูบูชา การจัดโตะหมูบูชา คือ การจัดเครื่องบูชาพระรัตนตรัย อันไดแก พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ นิยมจัดทั้งงานมงคลและอวมงคล เปนการบูชาที่เรียกวา อามิสบูชา. ข. ความสําคัญของการจัดโตะหมูบูชา เปนวัฒนธรรมประจําชาติไทยมาแตโบราณกาล จัดเปนศาสนพิธีอยางหนึ่งในบรรดาศาสนพิธี ทั้งหลาย ไมวาจะเปนงานมงคลหรืออวมงคลก็ตาม ทั้งงานราษฎรและงานหลวง จึงมีการจัดโตะหมูบูชาขึ้น เพื่อมุงเนนใหคนในชาติมีจิตนอมรําลึกถึงการบูชาพระรัตนตรัยเปนหลักสําคัญ และเปนการปลูกฝง จิตสํานึกใหเกิดมีขึ้นแกผูมารวมงาน ค. ประเภทของโตะหมูบูชา มีทั้งการจัดโตะหมูแบบในพิธีการ และแบบไมเต็มรูปแบบ ที่นิยมจัดกันมาก ซึ่งพอจะแยก ประเภทไดเปนหมู ๔, หมู ๕, หมู ๗, หมู ๙ ง. องคประกอบสําคัญของโตะหมูบูชา ๑. พระพุทธรูป ๑ องค นิยมปางมารวิชัย หรือปางอะไรก็ได ยกเวนปางไสยาสน. ๒. กระถางถูป ๑ ใบ. คูมืออบรม ๓๒ “ ยุวพุทธ” การจัดโตะหมู ก. ความหมายของการจัดโตะหมูบูชา การจัดโตะหมูบูชา คือ การจัดเครื่องบูชาพระรัตนตรัย อันไดแก พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ นิยมจัดทั้งงานมงคลและอวมงคล เปนการบูชาที่เรียกวา อามิสบูชา. ข. ความสําคัญของการจัดโตะหมูบูชา เปนวัฒนธรรมประจําชาติไทยมาแตโบราณกาล จัดเปนศาสนพิธีอยางหนึ่งในบรรดาศาสนพิธี ทั้งหลาย ไมวาจะเปนงานมงคลหรืออวมงคลก็ตาม ทั้งงานราษฎรและงานหลวง จึงมีการจัดโตะหมูบูชาขึ้น เพื่อมุงเนนใหคนในชาติมีจิตนอมรําลึกถึงการบูชาพระรัตนตรัยเปนหลักสําคัญ และเปนการปลูกฝง จิตสํานึกใหเกิดมีขึ้นแกผูมารวมงาน ค. ประเภทของโตะหมูบูชา มีทั้งการจัดโตะหมูแบบในพิธีการ และแบบไมเต็มรูปแบบ ที่นิยมจัดกันมาก ซึ่งพอจะแยก ประเภทไดเปนหมู ๔, หมู ๕, หมู ๗, หมู ๙ ง. องคประกอบสําคัญของโตะหมูบูชา ๑. พระพุทธรูป ๑ องค นิยมปางมารวิชัย หรือปางอะไรก็ได ยกเวนปางไสยาสน. ๒. กระถางถูป ๑ ใบ. คูมืออบรม ๓๒ “ ยุวพุทธ”
  • 34.
    ๓. เชิงเทียน ๑คูเปนอยางนอย (หมู ๕ใช ๓ หรือ ๔ คู, หมู ๗ใช ๔ หรือ ๕ คู, หมู ๙ ใช ๕ หรือ ๖ คู) ๔. แจกัน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู๕-หมู ๗ ใช ๒ คู, หมู ๙ ใช ๓ คู) ๕. พานดอกไม ๑ พานเปนอยางนอย. จ.ขอควรปฏิบัติในการจัดแนวโตะหมูบูชา ๑. จะเปนโตะประเภทหมูใดก็ตาม ตองจัดรวมกลุมเปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเสมอ ๒. ขอบโตะทุกตัววางติดกันอยางสนิท ไมปลอยใหมีชองวาง. ๓. ขอบโตะแตละแถว วางเปนแนวตรงกันทั้งดานหนา ดานหลัง ดานขาง ทั้งดานในและดานนอก. ๔. ถาเปนโตะที่ทาสีแดง ใหหันดานที่มีสีแดงไปทางดานหลัง และดานในใหดานที่มีลวด ลายหันออก ดานนอก. ๕. โตะรองตัวใหญควรนํามารองดวยทุกครั้ง คูมืออบรม ๓๓ “ ยุวพุทธ” ๓. เชิงเทียน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู ๕ใช ๓ หรือ ๔ คู, หมู ๗ใช ๔ หรือ ๕ คู, หมู ๙ ใช ๕ หรือ ๖ คู) ๔. แจกัน ๑ คูเปนอยางนอย (หมู๕-หมู ๗ ใช ๒ คู, หมู ๙ ใช ๓ คู) ๕. พานดอกไม ๑ พานเปนอยางนอย. จ.ขอควรปฏิบัติในการจัดแนวโตะหมูบูชา ๑. จะเปนโตะประเภทหมูใดก็ตาม ตองจัดรวมกลุมเปนรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเสมอ ๒. ขอบโตะทุกตัววางติดกันอยางสนิท ไมปลอยใหมีชองวาง. ๓. ขอบโตะแตละแถว วางเปนแนวตรงกันทั้งดานหนา ดานหลัง ดานขาง ทั้งดานในและดานนอก. ๔. ถาเปนโตะที่ทาสีแดง ใหหันดานที่มีสีแดงไปทางดานหลัง และดานในใหดานที่มีลวด ลายหันออก ดานนอก. ๕. โตะรองตัวใหญควรนํามารองดวยทุกครั้ง คูมืออบรม ๓๓ “ ยุวพุทธ”
  • 35.
    ช. ความหมายของเครื่องสักการะบูชาบนโตะหมูบูชา ๑. พระพุทธรูป แทนองคพระพุทธเจา เพื่อกราบไหวคุณความดีของพระองค ๒. ธูป ๓ ดอก บูชาคุณของพระพุทธเจา คือ ปญญาคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาคุณ. ๓. เทียน ๒ เลม (นิยมจุดครั้งละ ๒ เลม) หมายถึงพระธรรมกับพระวินัย. ๔. แจกันดอกไม บูชาพระสงฆ. ซ. การจุดเครื่องสักการะ ก.สําหรับพิธีกร ๑. เตรียมอุปกรณเครื่องใชของพิธีกร. ๑.๑ เชิงเทียนขนาดกลาง ๑ ที่พรอมเทียนชนวน (บางแหงใชไมดามยาวเสียบเทียนชนวน ไมขีด หรือไฟแช็ก. ๑.๒ ผาสําลีชุบน้ํามันกาด หรือน้ํามันเบนซิน พันบาง ๆ ไวที่ปลายธูปแตละดอก บางทีนิยมใชยา หมองบางชนิดทาที่ไสเทียนและลูบที่ปลายธูปแทน. ๒. การถือเชิงเทียน ๒.๑นิยมถือดวยมือขวาหงายมือใหนิ้วทั้ง ๔ รองรับเชิงเทียน สวนหัวแมมือจับอยูที่เบื้องลางของ เชิงเทียน (ถาเปนดามไมก็ใชมือขวาจับเบื้องลางไม) ไมควรจับบนหรือกึ่งกลางของเชิงเทียนหรือไมชนวน เพราะถือวาเปนการไมเคารพทานและเปนผูไมรูระเบียบพิธีอีกดวย . คูมืออบรม ๓๔ “ ยุวพุทธ” ช. ความหมายของเครื่องสักการะบูชาบนโตะหมูบูชา ๑. พระพุทธรูป แทนองคพระพุทธเจา เพื่อกราบไหวคุณความดีของพระองค ๒. ธูป ๓ ดอก บูชาคุณของพระพุทธเจา คือ ปญญาคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาคุณ. ๓. เทียน ๒ เลม (นิยมจุดครั้งละ ๒ เลม) หมายถึงพระธรรมกับพระวินัย. ๔. แจกันดอกไม บูชาพระสงฆ. ซ. การจุดเครื่องสักการะ ก.สําหรับพิธีกร ๑. เตรียมอุปกรณเครื่องใชของพิธีกร. ๑.๑ เชิงเทียนขนาดกลาง ๑ ที่พรอมเทียนชนวน (บางแหงใชไมดามยาวเสียบเทียนชนวน ไมขีด หรือไฟแช็ก. ๑.๒ ผาสําลีชุบน้ํามันกาด หรือน้ํามันเบนซิน พันบาง ๆ ไวที่ปลายธูปแตละดอก บางทีนิยมใชยา หมองบางชนิดทาที่ไสเทียนและลูบที่ปลายธูปแทน. ๒. การถือเชิงเทียน ๒.๑นิยมถือดวยมือขวาหงายมือใหนิ้วทั้ง ๔ รองรับเชิงเทียน สวนหัวแมมือจับอยูที่เบื้องลางของ เชิงเทียน (ถาเปนดามไมก็ใชมือขวาจับเบื้องลางไม) ไมควรจับบนหรือกึ่งกลางของเชิงเทียนหรือไมชนวน เพราะถือวาเปนการไมเคารพทานและเปนผูไมรูระเบียบพิธีอีกดวย . คูมืออบรม ๓๔ “ ยุวพุทธ”
  • 36.
    ๓. การมอบเชิงเทียนชนวนแกผูเปนประธาน ๓.๑ พิธีกรจุดเทียนชนวนถือดวยมือขวา มือซายถือไมขีดหรือไฟแช็กไวเผื่อเทียนชนวนดับจะได ตอไดทันที ๓.๒ เมื่อประธานพิธีหยุดยืนหนาที่บูชา พิธีกรอยูดานซายมือประธาน โดยนั่งชัน เขา (ขาขวา ตั้งนั่งทับบนสนเทาซาย) ในกรณีที่ประธานยืนจุด แตถาประธานในพิธีนั่งคุกเขาพิธีกร พึงนั่งคุกเขาดวย ยื่น มือขวาสงเทียนชนวนใหประธาน สวนมือซายหอยอยูขางตัว มีไมขีดอยูในมือ. ๓.๓ มอบเชิงเทียนแลวถอยหลังออกมาหางพอสมควร เพื่อไมใหกีดขวางการถายรูปของ ชางภาพ ถอยมานั่งชันเขาหรือคุกเขาแลวแตกรณี ประนมมือคอยสังเกตดู ถาเทียนดับใหรีบเขาไปจุดทันที. ๔. รับเชิงเทียนชนวนจากประธานพิธี ๔.๑ โดยยื่นมือขวาไปรองรับเชิงเทียนชนวนจากทาน. ๔.๒ เมื่อรับแลวจึงคํานับ (ถาพิธีกรเปนผูหญิง กมศีรษะเล็กนอย) จากนั้นถอยหลังหางออกไป เล็กนอย. ข. สําหรับผูเปนประธาน ๑. ลุกจากที่นั่งเดินไปยืน(ถาโตะหมูอยูสูง) หรือคุกเขา(ถาโตะหมูไมสูงนัก)ที่หนาโตะหมูบูชา รับ เชิงเทียนชนวนจากพิธีกร. ๒. จุดเทียนเลมขวามือพระพุทธรูปกอน แลวจึงจุดเทียนเลมซายมือ. คูมืออบรม ๓๕ “ ยุวพุทธ ” ๓. การมอบเชิงเทียนชนวนแกผูเปนประธาน ๓.๑ พิธีกรจุดเทียนชนวนถือดวยมือขวา มือซายถือไมขีดหรือไฟแช็กไวเผื่อเทียนชนวนดับจะได ตอไดทันที ๓.๒ เมื่อประธานพิธีหยุดยืนหนาที่บูชา พิธีกรอยูดานซายมือประธาน โดยนั่งชัน เขา (ขาขวา ตั้งนั่งทับบนสนเทาซาย) ในกรณีที่ประธานยืนจุด แตถาประธานในพิธีนั่งคุกเขาพิธีกร พึงนั่งคุกเขาดวย ยื่น มือขวาสงเทียนชนวนใหประธาน สวนมือซายหอยอยูขางตัว มีไมขีดอยูในมือ. ๓.๓ มอบเชิงเทียนแลวถอยหลังออกมาหางพอสมควร เพื่อไมใหกีดขวางการถายรูปของ ชางภาพ ถอยมานั่งชันเขาหรือคุกเขาแลวแตกรณี ประนมมือคอยสังเกตดู ถาเทียนดับใหรีบเขาไปจุดทันที. ๔. รับเชิงเทียนชนวนจากประธานพิธี ๔.๑ โดยยื่นมือขวาไปรองรับเชิงเทียนชนวนจากทาน. ๔.๒ เมื่อรับแลวจึงคํานับ (ถาพิธีกรเปนผูหญิง กมศีรษะเล็กนอย) จากนั้นถอยหลังหางออกไป เล็กนอย. ข. สําหรับผูเปนประธาน ๑. ลุกจากที่นั่งเดินไปยืน(ถาโตะหมูอยูสูง) หรือคุกเขา(ถาโตะหมูไมสูงนัก)ที่หนาโตะหมูบูชา รับ เชิงเทียนชนวนจากพิธีกร. ๒. จุดเทียนเลมขวามือพระพุทธรูปกอน แลวจึงจุดเทียนเลมซายมือ. คูมืออบรม ๓๕ “ ยุวพุทธ”
  • 37.
    ๓. จุดธูปเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ กรณีธูปไมไดชุบน้ํามันไวรวบออกมาจุดแลว ปกเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ ๔. สงเทียนชนวนคืนพิธีกร. ๕. กราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง. ๖. เมื่อจุดเทียนธูปสักการะแลว กลาวคําบูชาพระรัตนตรัยและคํานมัสการ. ๗. ในกรณีที่เปนงานพิธีหลังจากกราบพระแลว ประธานจะหันไปทําความเคารพธงชาติ โดยกึ่ง ซายหันไปคํานับที่ธงชาติ(หญิงกมนอยกวาชาย)แลวทําความเคารพพระบรมฉายาลักษณ หญิง ใหถอน สายบัว(ปจจุบันไดมีการแกไขระเบียบใหมคือ เมื่อกราบพระแลวลุกขึ้นยืนตรง แลวคํานับเพียงครั้งเดียว ซึ่ง ฝายทหารและทางฝายพระก็ยังไมเห็นดวย ถือวาเปนการไมเคารพ การคํานับพระพุทธรูปนั้นเปนสิ่งที่ไม เหมาะสม ควรจะใชแบบเดิมดีกวาเพราะเราเปนชาวพุทธทําอะไรตองมีเหตุผล. ข. สําหรับผูรวมพิธี ๑. เมื่อประธานลุกจากที่นั่งเพื่อจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ทุกคนยืนขึ้นในกรณีนั่งเกาอี้ ถานั่งอยู กับพื้นใหเปลี่ยนทานั่งเปนทาพรหมหรือเทพธิดา(ตามเพศ). ๒.ประนมมือเมื่อประธานจุดเทียนเลมแรกทางขวามือพระพุทธรูปจนประธานปกธูปเสร็จ ๓. เมื่อประธานกราบพระ ทุกคนยกมือขึ้นจบกลางหนาผาก คูมืออบรม ๓๖ “ ยุวพุทธ ” ๓. จุดธูปเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ กรณีธูปไมไดชุบน้ํามันไว รวบออกมาจุดแลว ปกเรียงจากขวามือพระพุทธรูปไปตามลําดับ ๔. สงเทียนชนวนคืนพิธีกร. ๕. กราบพระแบบเบญจางคประดิษฐ ๓ ครั้ง. ๖. เมื่อจุดเทียนธูปสักการะแลว กลาวคําบูชาพระรัตนตรัยและคํานมัสการ. ๗. ในกรณีที่เปนงานพิธีหลังจากกราบพระแลว ประธานจะหันไปทําความเคารพธงชาติ โดยกึ่ง ซายหันไปคํานับที่ธงชาติ(หญิงกมนอยกวาชาย)แลวทําความเคารพพระบรมฉายาลักษณ หญิง ใหถอน สายบัว(ปจจุบันไดมีการแกไขระเบียบใหมคือ เมื่อกราบพระแลวลุกขึ้นยืนตรง แลวคํานับเพียงครั้งเดียว ซึ่ง ฝายทหารและทางฝายพระก็ยังไมเห็นดวย ถือวาเปนการไมเคารพ การคํานับพระพุทธรูปนั้นเปนสิ่งที่ไม เหมาะสม ควรจะใชแบบเดิมดีกวาเพราะเราเปนชาวพุทธทําอะไรตองมีเหตุผล. ข. สําหรับผูรวมพิธี ๑. เมื่อประธานลุกจากที่นั่งเพื่อจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย ทุกคนยืนขึ้นในกรณีนั่งเกาอี้ ถานั่งอยู กับพื้นใหเปลี่ยนทานั่งเปนทาพรหมหรือเทพธิดา(ตามเพศ). ๒.ประนมมือเมื่อประธานจุดเทียนเลมแรกทางขวามือพระพุทธรูปจนประธานปกธูปเสร็จ ๓. เมื่อประธานกราบพระ ทุกคนยกมือขึ้นจบกลางหนาผาก คูมืออบรม ๓๖ “ ยุวพุทธ”
  • 38.
    ของดีจากโตะหมู เทียนสองเลมที่โตะหมูบูชาพระ เปรียบประดุจธรรมวินัยไวเสริมสง ธูปสามดอกในกระถางปกตั้งตรง พุทธคุณทานทรงคงความดี อีกพานพุมเรียบรับประดับไว พรอมมาลัยดอกไมหลากหลายสี เปรียบพระสงฆสงบสงาทาที แมตางที่มีระเบียบดุจมาลัย. ปริศนาธรรมโตะหมู โตะหมูบูชาจัดไวทําไมหนอ ก็จะขออธิบายหายสงสัย เปนตัวแทนซึ่งองครัตนตรัย เพื่อกราบไหวบูชาคุณากร พุทธรูปนั้นแทนพุทธเจา เทียนนั้นเลาธรรมวินัยคําสั่งสอน สวนดอกไมสงกลิ่นหอมฟุงขจร นั้นแนนอนแทนพระสงฆในศาสนา ธูปสามดอกแทนพุทธคุณ ที่กรุณาตอสัตวโลกทั้งหลายหนา บริสุทธิ์ปญญาและกรุณา นอมนํามาใสตนพนทุกขเอย. คูมืออบรม ๓๗ “ ยุวพุทธ ” ของดีจากโตะหมู เทียนสองเลมที่โตะหมูบูชาพระ เปรียบประดุจธรรมวินัยไวเสริมสง ธูปสามดอกในกระถางปกตั้งตรง พุทธคุณทานทรงคงความดี อีกพานพุมเรียบรับประดับไว พรอมมาลัยดอกไมหลากหลายสี เปรียบพระสงฆสงบสงาทาที แมตางที่มีระเบียบดุจมาลัย. ปริศนาธรรมโตะหมู โตะหมูบูชาจัดไวทําไมหนอ ก็จะขออธิบายหายสงสัย เปนตัวแทนซึ่งองครัตนตรัย เพื่อกราบไหวบูชาคุณากร พุทธรูปนั้นแทนพุทธเจา เทียนนั้นเลาธรรมวินัยคําสั่งสอน สวนดอกไมสงกลิ่นหอมฟุงขจร นั้นแนนอนแทนพระสงฆในศาสนา ธูปสามดอกแทนพุทธคุณ ที่กรุณาตอสัตวโลกทั้งหลายหนา บริสุทธิ์ปญญาและกรุณา นอมนํามาใสตนพนทุกขเอย . คูมืออบรม ๓๗ “ ยุวพุทธ”
  • 39.
    คูมืออบรม ๓๘ “ ยุวพุทธ” คูมืออบรม ๓๘ “ ยุวพุทธ”
  • 40.
    ศาสนพิธี-บทพิธีกรตางๆ ๑.บทสวดมนตคําบูชาพระรัตนตรัย แบบที่ ๑ อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจา,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระสงฆ,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้. (กราบ) .......... .......... .......... คูมืออบรม ๓๙ “ ยุวพุทธ” ศาสนพิธี-บทพิธีกรตางๆ ๑.บทสวดมนตคําบูชาพระรัตนตรัย แบบที่ ๑ อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจา,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระธรรม, ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้, (กราบ) อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง ปูเชมะ, ขาพเจาทั้งหลาย,ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระสงฆ,ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี้. (กราบ) .......... .......... ......... . คูมืออบรม ๓๙ “ ยุวพุทธ”
  • 41.
    แบบที่ ๒ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธภะคะวา, พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง ทั้งหลาย, ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจา, แสดงไวดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งหมูพระสงฆเจาเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) คูมืออบรม ๔๐ “ ยุวพุทธ” แบบที่ ๒ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศราหมอง ทั้งหลาย, ไดตรัสรูถูกถวนดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระผูมีพระภาคเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมคือศาสนา, อันพระผูมีพระภาคเจา, แสดงไวดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งพระธรรมเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, หมูพระสงฆผูเชื่อฟง, ของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, ขาพเจาบูชา, ซึ่งหมูพระสงฆเจาเจานั้น, ดวยเครื่องสักการะเหลานี้, (กราบ ) คูมืออบรม ๔๐ “ ยุวพุทธ”
  • 42.
    ๒. คําอาราธนาศีล ๕ มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลา นิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ. คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา (ตางๆกัน หรือแยกรักษาแตละขอ), แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓…………… หมายเหตุ ศีล ๕ เปนขอปฏิบัติสําหรับชาวพุทธทุกคน การสมาทานศีลคือการรับจากพระสงฆ หรือตั้งใจปฏิบัติดวยตนเองก็ได แตที่ดีที่สุดควรรับจากพระสงฆ เพื่อเพิ่มศรัทธาขึนอีก การ สมาทานศีลไมตองตั้ง “นะโม” ใหวาคําสมาทานไดเลย ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” เมื่อทานพระสงฆทานตั้ง “นะโม” จบทั้ง ๓ หน แลว เราจึงวาตามทานเปนลําดับ คูมืออบรม ๔๑ “ ยุวพุทธ” ๒ . คําอาราธนาศีล ๕ มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลา นิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ. คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา (ตางๆกัน หรือแยกรักษาแตละขอ), แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓…………… หมายเหตุ ศีล ๕ เปนขอปฏิบัติสําหรับชาวพุทธทุกคน การสมาทานศีลคือการรับจากพระสงฆ หรือตั้งใจปฏิบัติดวยตนเองก็ได แตที่ดีที่สุดควรรับจากพระสงฆ เพื่อเพิ่มศรัทธาขึนอีก การ สมาทานศีลไมตองตั้ง “นะโม” ใหวาคําสมาทานไดเลย ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” เมื่อทานพระสงฆทานตั้ง “นะโม” จบทั้ง ๓ หน แลว เราจึงวาตามทานเปนลําดับ คูมืออบรม ๔๑ “ ยุวพุทธ”
  • 43.
    ๓. คําอาราธนาศีล ๘ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา แมครั้งที่ ๒ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา แมครั้งที่ ๓ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษเนื่องในวัน พระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” คูมืออบรม ๔๒ “ ยุวพุทธ” ๓. คําอาราธนาศีล ๘ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ, คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา แมครั้งที่ ๒ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา แมครั้งที่ ๓ ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอศีล ๘ พรอมทั้งไตรสรณคมนเพื่อจะรักษา หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษเนื่องในวัน พระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน ถาคนเดียวใหเปลี่ยนคําวา “มะยัง” เปน “อะหัง” และ “ยาจามะ” เปน “ยาจามิ” คูมืออบรม ๔๒ “ ยุวพุทธ”
  • 44.
    ๔. คําอาราธนาอุโบสถศีล มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, แมครั้งที่๒, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, แมครั้งที่๓, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษโดยประสงคที่ อยูจําวัดคืนหนึ่งเนื่องในวันพระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน คูมืออบรม ๔๓ “ ยุวพุทธ” ๔. คําอาราธนาอุโบสถศีล มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, ทุติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, ตะติยัมป มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, อุโปสะถัง ยาจามะ, คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, แมครั้งที่๒, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, แมครั้งที่๓, ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอสมาทานองคอุโบสถ ๘ ประการเพื่อจะรักษา, หมายเหตุ ศีล ๘ เปนขอปฏิบัติพิเศษสําหรับชาวพุทธ ผูที่ตองการปฏิบัติเปนพิเศษโดยประสงคที่ อยูจําวัดคืนหนึ่งเนื่องในวันพระหรือวันสําคัญในทางพระพุทธศาสนา ไมเจาะจงสําหรับทุกคน คูมืออบรม ๔๓ “ ยุวพุทธ”
  • 45.
    ๕.คําอาราธนาศีล ๕,ศีล ๘(ศีลอุโบสถ)พรอมกัน มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, พวกหนึ่งขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมน ,พวกหนึ่งขอศีล ๘ พรอมไตรสรณคมน, (พวกหนึ่งขอศีลอุโบสถ พรอมไตรสรณคมน), เพื่อ รักษาแยกกัน ๆ ของแตละคน ๆ, แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓…………… หมายเหตุ คําอาราธนาศีลนี้ใชในกรณีที่มีผูศีลรักษาตางกันในวันพระ(แบบที่ใชกันที่สํานักสวนโมกข) คูมืออบรม ๔๔ “ ยุวพุทธ” ๕.คําอาราธนาศีล ๕,ศีล ๘(ศีลอุโบสถ)พรอมกัน มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) ทุติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) ตะติยัมป มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) เอเกติสะระเณนะ สะหะ ปญจะ สีลานิ ยาจามะ, เอเกติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะสีลานิ ยาจามะ, (เอเกติ สะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโบสะถัง ยาจามะ) คําแปล ขาแตทานผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, พวกหนึ่งขอศีล ๕ พรอมทั้งไตรสรณคมน ,พวกหนึ่งขอศีล ๘ พรอมไตรสรณคมน, (พวกหนึ่งขอศีลอุโบสถ พรอมไตรสรณคมน), เพื่อ รักษาแยกกัน ๆ ของแตละคน ๆ, แมครั้งที่ ๒…………,แมครั้งที่ ๓ หมายเหตุ คําอาราธนาศีลนี้ใชในกรณีที่มีผูศีลรักษาตางกันในวันพระ(แบบที่ใชกันที่สํานักสวนโมกข) คูมืออบรม ๔๔ “ ยุวพุทธ”
  • 46.
    ๖.คําสมาทานศีลดวยตนเอง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโตอะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, (วา ๓ จบ) ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจา, พระองคนั้น, ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส, ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง, (วาจบเดียว) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก, ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, แมครั้งที่สอง, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก, คูมืออบรม ๔๕ “ ยุวพุทธ” ๖.คําสมาทานศีลดวยตนเอง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, (วา ๓ จบ) ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจา, พระองคนั้น, ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส, ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง, (วาจบเดียว) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก, ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ทุติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, แมครั้งที่สอง, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก คูมืออบรม ๔๕ “ ยุวพุทธ”
  • 47.
    ตะติยัมป พุทธัง สะระณังคัจฉามิ, ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, แมครั้งที่สาม, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก, ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายรางกาย และชีวิต ของผูอื่น,........................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) ๒. อะทินทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการถือเอาสิ่งของที่เจาของเขามิ ไดให,.........................…………………………………………....(พระสงฆรับสาธุ) ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายของรักของชอบ ใจ-ของผูอื่น, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล๕)......................……...(พระสงฆรับสาธุ) คูมืออบรม ๔๖ “ ยุวพุทธ” ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ตะติยัมป สังฆัง สะระณํง คัจฉามิ, แมครั้งที่สาม, ขาพเจาขอถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ, เปนที่พึ่งที่ระลึก, ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายรางกาย และชีวิต ของผูอื่น,........................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) ๒. อะทินทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการถือเอาสิ่งของที่เจาของเขามิ ไดให,.........................…………………………………………....(พระสงฆรับสาธุ) ๓. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายของรักของชอบ ใจ-ของผูอื่น, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล๕)......................……...(พระสงฆรับสาธุ) คูมืออบรม ๔๖ “ ยุวพุทธ”
  • 48.
    ๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการกระทําอันมิใชพรหมจรรย, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ)………………(พระสงฆรับสาธุ) ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายผูอื่นดวยวาจา, ................................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) ๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายสติสัมปฤดี, โดยการดื่มสุราและเสพของมึนเมาทุกชนิด, อันเปนที่ตั้งแหงความประมาท, ...............................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) สําหรับผูสมาทานศีล ๕ สรุปศีลดังนี.้ - อิมานิ ปญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ ) ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๕ ขอนี้. คูมืออบรม ๔๗ “ ยุวพุทธ” ๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการกระทําอันมิใชพรหมจรรย, (ขอนี้สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ)………………(พระสงฆรับสาธุ) ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายผูอื่นดวยวาจา, ................................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) ๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการประทุษรายสติสัมปฤดี, โดยการดื่มสุราและเสพของมึนเมาทุกชนิด, อันเปนที่ตั้งแหงความประมาท, ...............................................................................................(พระสงฆรับสาธุ) สําหรับผูสมาทานศีล ๕ สรุปศีลดังนี.้ - อิมานิ ปญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ ) ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๕ ขอนี้. คูมืออบรม ๔๗ “ ยุวพุทธ”
  • 49.
    สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถใหสมาทานศีลขอตอไปดังนี.้ - ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการบริโภคอาหารในยามวิกาล, ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ) ๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา, มาลา คันธะวิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการฟอนรํา, การขับเพลง, การประโคมดนตรี, การดูการเลนชนิดที่เปนขาศึกตอกุศล, การทรัดทรงสวมใส, การประดับ การตกแตงตน, ดวยพวงมาลาเครื่องกลิ่น และเครื่องผัดทา, ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ) ๘. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการนอนบนที่นอนสูง และ ที่นอนใหญ, ขางในยัดดวยนุนหรือสําลีเปนตน,…………….(พระสงฆรับสาธุ) คูมืออบรม ๔๘ “ ยุวพุทธ” สําหรับผูสมาทานศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ ใหสมาทานศีลขอตอไปดังนี.- ้ ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการบริโภคอาหารในยามวิกาล, ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ) ๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา, มาลา คันธะวิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา, เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการฟอนรํา, การขับเพลง, การประโคมดนตรี, การดูการเลนชนิดที่เปนขาศึกตอกุศล, การทรัดทรงสวมใส, การประดับ การตกแตงตน, ดวยพวงมาลาเครื่องกลิ่น และเครื่องผัดทา, ……………………………………………………………….(พระสงฆรับสาธุ) ๘. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ, ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, จากการนอนบนที่นอนสูง และ ที่นอนใหญ, ขางในยัดดวยนุนหรือสําลีเปนตน,…………….(พระสงฆรับสาธุ) คูมืออบรม ๔๘ “ ยุวพุทธ”
  • 50.
    คําสรุปศีลอุโบสถ อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปญญัตตังอุโปสะถัง, อิมัญจะรัตติง อิมัญจะทิวะสัง, สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ. ขาพเจาขอสมาทานซึ่งองคอุโบสถศีล, อันประกอบดวยองคแปดประการ, ที่พระพุทธเจาทรงบัญญัติไว, จะรักษาไวใหดี, มิใหขาดมิใหทําลาย, ตลอดสิ้นวันหนึ่งและคืนหนึ่ง, ณ เวลาวันนี้. คําสรุปศีลแปด อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ ) ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๘ ขอนี้. พระสรุปศีล ๕,ศีล ๘,ศีลอุโบสถ.- สีเลนะ สุคะติงยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปสูสุคติ, สีเลนะ โภคะสัมปะทา, เพราะมีศีลจึงทําใหอุดมสมบูรณดวยโภคทรัพย, สีเลนะ นิพพุติง ยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปถึงนิพพาน, ตัสะมาสีลัง วิโสทะเย, เพราะฉะนั้นขอใหญาติโยมทั้งหลายพึงตั้งใจรักษาศีล๕, (ศีล๘), (ศีลอุโบสถ),ใหสะอาดบริสุทธิ์หมดจดโดยทุกถวนหนากันเทอญ. คูมืออบรม ๔๙ “ ยุวพุทธ” คําสรุปศีลอุโบสถ อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะรัตติง อิมัญจะทิวะสัง, สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ. ขาพเจาขอสมาทานซึ่งองคอุโบสถศีล, อันประกอบดวยองคแปดประการ, ที่พระพุทธเจาทรงบัญญัติไว, จะรักษาไวใหดี, มิใหขาดมิใหทําลาย, ตลอดสิ้นวันหนึ่งและคืนหนึ่ง, ณ เวลาวันนี้. คําสรุปศีลแปด อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. ( วา ๓ จบ ) ขาพเจาขอสมาทานในสิกขาบท, ตั้งใจที่จะงดเวน, ใหสะอาดบริสุทธิ์ทั้ง ๘ ขอนี้. พระสรุปศีล ๕,ศีล ๘,ศีลอุโบสถ.- สีเลนะ สุคะติงยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปสูสุคติ, สีเลนะ โภคะสัมปะทา, เพราะมีศีลจึงทําใหอุดมสมบูรณดวยโภคทรัพย, สีเลนะ นิพพุติง ยันติ, เพราะมีศีลจึงทําใหไปถึงนิพพาน, ตัสะมาสีลัง วิโสทะเย, เพราะฉะนั้นขอใหญาติโยมทั้งหลายพึงตั้งใจรักษาศีล๕, (ศีล๘), (ศีลอุโบสถ),ใหสะอาดบริสุทธิ์หมดจดโดยทุกถวนหนากันเทอญ. คูมืออบรม ๔๙ “ ยุวพุทธ”
  • 51.
    ๗. คําอาราธนาธรรม พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ, กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ, สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา, เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปมัง ปะชัง. คําอาราธนาธรรมแปลไทย ( วาเปนทํานองสรภัญญะ ) ทาวสหัมบดีพรหม เปนบรมในพรหมา, ทรงฤทธิศักดา กวาบริษัททุกหมูพรหม, นอมหัตถนมัสการ ประดิษฐาน ณ ที่สม, ควรแลวจึงบังคม ธุลีบาทพระศาสดา, ขอพรอันประเสริฐ วรเลิศมโหฬาร, ปวงสัตวในโลกา กิเลสนอยก็ยังมี, ขอองคพระจอมปราชญ สูธรรมาสนอันรุจี, โปรดปวงประชาชี ทานจงโปรดแสดงธรรม นิมนตทานเจาขา ผูปรีชาอันเลิศล้ํา, โปรดแสดงพระสัทธรรม เทศนาและวาที, เพื่อใหสําเร็จผล แกปวงชนบรรดามี, สูสุขเกษมศรี สมดังเจตนา เทอญ. หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาพระเทศน หรือสวดพระอภิธรรมเทานั้น ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีล จบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานองสรภัญญะก็ได คูมืออบรม ๕๐ “ ยุวพุทธ” ๗. คําอาราธนาธรรม พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ, กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ, สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา, เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปมัง ปะชัง. คําอาราธนาธรรมแปลไทย ( วาเปนทํานองสรภัญญะ ) ทาวสหัมบดีพรหม เปนบรมในพรหมา, ทรงฤทธิศักดา กวาบริษัททุกหมูพรหม, นอมหัตถนมัสการ ประดิษฐาน ณ ที่สม, ควรแลวจึงบังคม ธุลีบาทพระศาสดา, ขอพรอันประเสริฐ วรเลิศมโหฬาร, ปวงสัตวในโลกา กิเลสนอยก็ยังมี, ขอองคพระจอมปราชญ สูธรรมาสนอันรุจี, โปรดปวงประชาชี ทานจงโปรดแสดงธรรม นิมนตทานเจาขา ผูปรีชาอันเลิศล้ํา, โปรดแสดงพระสัทธรรม เทศนาและวาที, เพื่อใหสําเร็จผล แกปวงชนบรรดามี, สูสุขเกษมศรี สมดังเจตนา เทอญ. หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาพระเทศน หรือสวดพระอภิธรรมเทานั้น ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีล จบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานองสรภัญญะก็ได คูมืออบรม ๕๐ “ ยุวพุทธ”
  • 52.
    ๘. คําอาราธนาพระปริตร วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง, วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง, วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง. คําแปล ขอพระคุณเจาโปรดสวดพระปริตรอันเปนมงคล, เพื่อปองกันความวิบัติ, เพื่อสําเร็จ สมบัติทุกประการ, เพื่อใหทุกข ภัย โรค อันตรายใดๆทุกชนิด, จงพินาศสูญไป. หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาใหพระสงฆเจริญพระพุทธมนตในงานพิธีมงคลตางๆ ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีลจบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานอง สรภัญญะก็ได คูมืออบรม ๕๑ “ ยุวพุทธ” ๘. คําอาราธนาพระปริตร วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง, วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง, วิปตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปตติสิทธิยา, สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พรูถะ มังคะลัง. คําแปล ขอพระคุณเจาโปรดสวดพระปริตรอันเปนมงคล, เพื่อปองกันความวิบัติ, เพื่อสําเร็จ สมบัติทุกประการ, เพื่อใหทุกข ภัย โรค อันตรายใดๆทุกชนิด, จงพินาศสูญไป. หมายเหตุ นิยมใชอาราธนาใหพระสงฆเจริญพระพุทธมนตในงานพิธีมงคลตางๆ ไมตั้ง “นะโม” เมื่อรับศีลจบแลวจึงกลาวคําอาราธนาเปนลําดับตอไป จะวาเปนทํานองธรรมดาหรือทํานอง สรภัญญะก็ได คูมืออบรม ๕๑ “ ยุวพุทธ”
  • 53.
    ๙. คําถวายสังฆทานสามัญ อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริญ,ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย,ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย เหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลายเหลานี้, ของ ขาพเจาทั้งหลาย เพื่อประโยชนและความสุข แกขาพเจาทั้งหลาย, สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ การทําบุญในงานทั่วไปหรือการไปทําบุญถวายสังฆทานแดพระสงฆ สวนมากจะ กลาวคําถวายกอนประเคน การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคํา ถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๒ “ ยุวพุทธ” ๙. คําถวายสังฆทานสามัญ อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริญ,ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย,ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย เหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลายเหลานี้, ของ ขาพเจาทั้งหลาย เพื่อประโยชนและความสุข แกขาพเจาทั้งหลาย, สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ การทําบุญในงานทั่วไปหรือการไปทําบุญถวายสังฆทานแดพระสงฆ สวนมากจะ กลาวคําถวายกอนประเคน การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคํา ถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๒ “ ยุวพุทธ”
  • 54.
    ๑๐. คําถวายสังฆทานอุทิศใหผูตาย อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัญเจวะ, มาตาปตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานัง, ฑีฆะรัตตัง, หิ ตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ซึ่งมะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง บริวารทั้งหลายเหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, มะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง บริวารทั้งหลายเหลานี้, ของขาพเจาทั้งหลาย, เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย ดวย, แกญาติของขาพเจาทั้งหลาย, มีมารดาบิดาเปนตน, ผูที่ละโลกนี้ไปแลวดวย สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ ใชในการทําบุญงานอวมงคลกรณีที่ตองการอุทิศใหกับผูตาย การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุ สิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๓ “ ยุวพุทธ” ๑๐. คําถวายสังฆทานอุทิศใหผูตาย อิมานิ มะยัง ภันเต, มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ มะตะกะภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัญเจวะ, มาตาปตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานัง, ฑีฆะรัตตัง, หิ ตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ซึ่งมะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง บริวารทั้งหลายเหลานี้, แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, มะตะกะภัตตาหาร, กับทั้ง บริวารทั้งหลายเหลานี้, ของขาพเจาทั้งหลาย, เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย ดวย, แกญาติของขาพเจาทั้งหลาย, มีมารดาบิดาเปนตน, ผูที่ละโลกนี้ไปแลวดวย สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ ใชในการทําบุญงานอวมงคลกรณีที่ตองการอุทิศใหกับผูตาย การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึงกลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุ สิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๓ “ ยุวพุทธ”
  • 55.
    ๑๑.คําจบขันขาวใสบาตร ขาวของขาพเจา, ขาวดังดอกบัว, ยกขึ้นเหนือหัว, ถวายแดพระสงฆ,จิตใจจํานง,มุงตรง ตอพระนิพพาน, ขอใหถึงดวงแกว, ขอใหแคลวบวงมาร,ขอใหพบพระศรีอาริย, ในอนาคตกาล อันไมใกลไมไกลนั้นเทอญ. สุทินัง วะตะ เม ทานัง อาสวักขะยะวะหัง นิพพานัง โหตุ, ขอทานของขาพเจาที่ใหดี แลวนี้ จงเปนเครื่องนํามาซึ่งความสิ้นกิเลส, ใหถึงนิพพานเทอญ. หมายเหตุ ใชในเวลาอธิษฐานจบขันขาวกอนใสบาตรพระสงฆ คูมืออบรม ๕๔ “ ยุวพุทธ” ๑๑.คําจบขันขาวใสบาตร ขาวของขาพเจา, ขาวดังดอกบัว, ยกขึ้นเหนือหัว, ถวายแดพระสงฆ,จิตใจจํานง,มุงตรง ตอพระนิพพาน, ขอใหถึงดวงแกว, ขอใหแคลวบวงมาร,ขอใหพบพระศรีอาริย, ในอนาคตกาล อันไมใกลไมไกลนั้นเทอญ. สุทินัง วะตะ เม ทานัง อาสวักขะยะวะหัง นิพพานัง โหตุ, ขอทานของขาพเจาที่ใหดี แลวนี้ จงเปนเครื่องนํามาซึ่งความสิ้นกิเลส, ใหถึงนิพพานเทอญ. หมายเหตุ ใชในเวลาอธิษฐานจบขันขาวกอนใสบาตรพระสงฆ คูมืออบรม ๕๔ “ ยุวพุทธ”
  • 56.
    ๑๒. คําถวายผาปา อิมานิ มะยัง ภันเต, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวาร ทั้งหลายเหลานี้,แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย เหลานี้,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ ใชในงานทําบุญทอดผาปา การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึง กลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๕ “ ยุวพุทธ” ๑๒. คําถวายผาปา อิมานิ มะยัง ภันเต, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ปงสุกุละจีวะรานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ฑีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ. คําแปล ขาแตพระสงฆผูเจริญ, ขาพเจาทั้งหลาย, ขอนอมถวาย, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวาร ทั้งหลายเหลานี้,แดพระภิกษุสงฆ, ขอพระภิกษุสงฆจงรับ, ผาบังสุกุลจีวร, กับทั้งบริวารทั้งหลาย เหลานี้,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ. ,ของขาพเจาทั้งหลาย,เพื่อประโยชนและความสุข, แกขาพเจาทั้งหลาย,สิ้นกาลนาน เทอญ. หมายเหตุ ใชในงานทําบุญทอดผาปา การถวายนั้นตองตั้ง “นะโม” ๓ จบ กอนทุกครั้ง แลวจึง กลาวคําถวาย เมื่อกลาวคําถวายจบแลวจึงประเคนวัตถุสิ่งของแกพระสงฆเปนลําดับตอไป คูมืออบรม ๕๕ “ ยุวพุทธ”
  • 57.
    คูมืออบรม ๕๖ “ ยุวพุทธ” คูมืออบรม ๕๖ “ ยุวพุทธ”
  • 58.
     ⌫ ⌦   มาสวนวางก็จงวางลางใหสิ้น วางการกินเมาแปรแตหนหลัง วางเพื่อนชั่ววางเบอรเหอเลขดัง วางบาหนังวางโกรธสิ่งโทษแรง วางนินทาวางคําหยาบบาปทางปาก วางโลภมากวางมั่วหญิงสิ่งแสลง วางเถิดหนาอยาของขัดรีบจัดแจง ไมเสียแรงที่อุตสาหมาสวนวาง   ⌫ คูมืออบรม ๕๗ “ ยุวพุทธ”  ⌫ ⌦   มาสวนวางก็จงวางลางใหสิ้น วางการกินเมาแปรแตหนหลัง วางเพื่อนชั่ววางเบอรเหอเลขดัง วางบาหนังวางโกรธสิ่งโทษแรง วางนินทาวางคําหยาบบาปทางปาก วางโลภมากวางมั่วหญิงสิ่งแสลง วางเถิดหนาอยาของขัดรีบจัดแจง ไมเสียแรงที่อุตสาหมาสวนวาง   ⌫ คูมืออบรม ๕๗ “ ยุวพุทธ”
  • 59.
    อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ) บทสวดนมัสการ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. (วา ๓ ครั้ง) บทสวดพระพุทธคุณ อิติป โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต, โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวา ติ บทสวดพระพุทธคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) องคใดพระสัมพุทธ (รับพรอมกัน) สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหมนมิหมองมัว หนึ่งนัยพระทัยทาน ก็เบิกบานคือดอกบัว คูมืออบรม ๕๘ “ ยุวพุทธ”  อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ) สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ. (กราบ) บทสวดนมัสการ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. (วา ๓ ครั้ง) บทสวดพระพุทธคุณ อิติป โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปนโน สุคะโต, โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุสสานัง, พุทโธ, ภะคะวา ติ บทสวดพระพุทธคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) องคใดพระสัมพุทธ (รับพรอมกัน) สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหมนมิหมองมัว หนึ่งนัยพระทัยทาน ก็เบิกบานคือดอกบัว คูมืออบรม ๕๘ “ ยุวพุทธ”
  • 60.
    ราคี บ พันพัว สุวคนธกําจร องคใดประกอบดวย พระกรุณาดังสาคร โปรดหมูประชากร มละโอฆะกันดาร ชี้ทางบรรเทาทุกข และชี้สุขเกษมศานต ชี้ทางพระนฤพาน อันพนโศกวิโยคภัย พรอมเบญจพิธจัก- ษุจรัสวิมลใส เห็นเหตุที่ใกลไกล ก็เจนจบประจักษจริง กําจัดน้ําใจหยาบ สันดานบาปแหงชายหญิง สัตวโลกไดพึ่งพิง มละบาปบําเพ็ญบุญ ขาฯ ขอประณตนอม ศิระเกลาบังคมคุณ สัมพุทธการุญ- ญภาพนั้นนิรันดร (กราบ) .......... .......... ........………………………………………………………….. บทสวดธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก, ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหี ติ . คูมืออบรม ๕๙ “ ยุวพุทธ” ราคี บ พันพัว สุวคนธกําจร องคใดประกอบดวย พระกรุณาดังสาคร โปรดหมูประชากร มละโอฆะกันดาร ชี้ทางบรรเทาทุกข และชี้สุขเกษมศานต ชี้ทางพระนฤพาน อันพนโศกวิโยคภัย พรอมเบญจพิธจัก- ษุจรัสวิมลใส เห็นเหตุที่ใกลไกล ก็เจนจบประจักษจริง กําจัดน้ําใจหยาบ สันดานบาปแหงชายหญิง สัตวโลกไดพึ่งพิง มละบาปบําเพ็ญบุญ ขาฯ ขอประณตนอม ศิระเกลาบังคมคุณ สัมพุทธการุญ- ญภาพนั้นนิรันดร (กราบ) .......... .......... ........………………………………………………………….. บทสวดธรรมคุณ สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปสสิโก โอปะนะยิโก, ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหี ติ . คูมืออบรม ๕๙ “ ยุวพุทธ”
  • 61.
    บทสวดธรรมคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) ธรรมะคือคุณากร (รับพรอมกัน) สวนชอบสาธร ดุจดวงประทีปชัชวาล แหงองคพระศาสดาจารย สองสัตวสันดาน สวางกระจางใจมล ธรรมใดนับโดยมรรคผล เปนแปดพึงยล นับเกากับทั้งนฤพาน สมญาโลกอุดรพิสดาร อันลึกโอฬาร พิสุทธิ์พิเศษสุกใส อีกธรรมตนทางครรไล นามขนานขานไข ปฏิบัติปริยัติเปนสอง คือทางดําเนินดุจคลอง ใหลวงลุปอง ยังโลกอุดรโดยตรง ขอฯ ขอโอนออนอุตมงค นบธรรมจํานง ดวยจิตและกายวาจา (กราบ) คูมืออบรม ๖๐ “ ยุวพุทธ” บทสวดธรรมคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) ธรรมะคือคุณากร (รับพรอมกัน) สวนชอบสาธร ดุจดวงประทีปชัชวาล แหงองคพระศาสดาจารย สองสัตวสันดาน สวางกระจางใจมล ธรรมใดนับโดยมรรคผล เปนแปดพึงยล นับเกากับทั้งนฤพาน สมญาโลกอุดรพิสดาร อันลึกโอฬาร พิสุทธิ์พิเศษสุกใส อีกธรรมตนทางครรไล นามขนานขานไข ปฏิบัติปริยัติเปนสอง คือทางดําเนินดุจคลอง ใหลวงลุปอง ยังโลกอุดรโดยตรง ขอฯ ขอโอนออนอุตมงค นบธรรมจํานง ดวยจิตและกายวาจา (กราบ) คูมืออบรม ๖๐ “ ยุวพุทธ”
  • 62.
    บทสวดสังฆคุณ สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะ ปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสา ติ. บทสวดสังฆคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) สงฆใดสาวกศาสดา (รับพรอมกัน) รับปฏิบัติมา แหงองคสมเด็จภควันต เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร- ลุทางที่อัน ระงับและดับทุกขภัย โดยเสด็จพระผูตรัสไตร ปญญาผองใส สะอาดและปราศมัวหมอง เหินหางทางขาศึกปอง บ มิลําพอง ดวยกายและวาจาใจ เปนเนื้อนาบุญอันไพ ศาลแตโลกัย คูมืออบรม ๖๑ “ ยุวพุทธ” บทสวดสังฆคุณ สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะ ปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสา ติ. บทสวดสังฆคุณ (ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) สงฆใดสาวกศาสดา (รับพรอมกัน) รับปฏิบัติมา แหงองคสมเด็จภควันต เห็นแจงจตุสัจเสร็จบรร- ลุทางที่อัน ระงับและดับทุกขภัย โดยเสด็จพระผูตรัสไตร ปญญาผองใส สะอาดและปราศมัวหมอง เหินหางทางขาศึกปอง บ มิลําพอง ดวยกายและวาจาใจ เปนเนื้อนาบุญอันไพ ศาลแตโลกัย คูมืออบรม ๖๑ “ ยุวพุทธ”
  • 63.
    และเกิดพิบูลยพูนพล สมญาเอารสทศพล มีคุณอนนต อเนกจะนับเหลือตรา ขาฯ ขอนบหมูพระศรา- พกทรงคุณา นุคุณประดุจรําพัน ดวยเดชบุญขาอภิวันท พระไตรรัตนอัน อุดมดิเรกนิรัติศัย จงชวยขจัดโพยภัย อันตรายใดใด จงดับและกลับเสื่อมสูญ (กราบ) บทสวดชยสิทธิคาถา พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิ ธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง บทสวดชยสิทธิคาถา(ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) ปางเมื่อพระองคปะระมะพุท- (รับพรอมกัน) ธะวิสุทธะศาสดา ตรัสรูอนุตตะระสะมา-ธิณโพธิบัลลังก คูมืออบรม ๖๒ “ ยุวพุทธ” และเกิดพิบูลยพูนพล สมญาเอารสทศพล มีคุณอนนต อเนกจะนับเหลือตรา ขาฯ ขอนบหมูพระศรา- พกทรงคุณา นุคุณประดุจรําพัน ดวยเดชบุญขาอภิวันท พระไตรรัตนอัน อุดมดิเรกนิรัติศัย จงชวยขจัดโพยภัย อันตรายใดใด จงดับและกลับเสื่อมสูญ (กราบ) บทสวดชยสิทธิคาถา พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิ ธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะสิทธิ นิจจัง บทสวดชยสิทธิคาถา(ทํานองสรภัญญะ) (หัวหนานํา) ปางเมื่อพระองคปะระมะพุท- (รับพรอมกัน) ธะวิสุทธะศาสดา ตรัสรูอนุตตะระสะมา-ธิณโพธิบัลลังก คูมืออบรม ๖๒ “ ยุวพุทธ”
  • 64.
    ขุนมาร สหัสสะพหุพา- หุวิชาวิชิตขลัง ขี่คิรีเมขะละประทัง คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ แสรงเสกสะราวุธะประดิษฐ กละคิดจะรอนราญ รุมพลพหลพยุหะปาน พระสมุททะนองมา หวังเพื่อผจญวะระมุนิน ทะสุชินะราชา พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ ดวยเดชะองคพระทศพล สุวิมละไพบูลย ทานาทิธรรมะวิธิกูล ชนะนอมมะโนตาม ดวยเดชะสัจจะวะจะนา และนมามิองคสาม ขอจงนิกรพละสยาม ชยะสิทธิทุกวาร ถึงแมจะมีอริวิเศษ พละเดชะเทียมมาร ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ อริแมนมุนินทรฯ (กราบ 3 ครั้ง) จบสวดมนต รองเพลงสรรเสริญพระบารมีพรอมกัน คูมืออบรม ๖๓ “ ยุวพุทธ” ขุนมาร สหัสสะพหุพา- หุวิชาวิชิตขลัง ขี่คิรีเมขะละประทัง คชะเหี้ยมกระเหิมหาญ แสรงเสกสะราวุธะประดิษฐ กละคิดจะรอนราญ รุมพลพหลพยุหะปาน พระสมุททะนองมา หวังเพื่อผจญวะระมุนิน ทะสุชินะราชา พระปราบพหลพยุหะมา- ระมะเลืองมะลายสูญ ดวยเดชะองคพระทศพล สุวิมละไพบูลย ทานาทิธรรมะวิธิกูล ชนะนอมมะโนตาม ดวยเดชะสัจจะวะจะนา และนมามิองคสาม ขอจงนิกรพละสยาม ชยะสิทธิทุกวาร ถึงแมจะมีอริวิเศษ พละเดชะเทียมมาร ขอไทยผจญพิชิตะผลาญ อริแมนมุนินทรฯ (กราบ 3 ครั้ง) จบสวดมนต รองเพลงสรรเสริญพระบารมีพรอมกัน คูมืออบรม ๖๓ “ ยุวพุทธ”
  • 65.
    คูมืออบรม ๖๔ “ ยุวพุทธ ” คูมืออบรม ๖๔ “ ยุวพุทธ ”
  • 66.
    ๑.เพลงธรรมะบันดาล ๑.เพลงธรรมะบั ๓.เพลงตักบาตรทําบุญ ธรรมะบันดาลดลใหเรามา แสงธรรมนําพา ตักบาตรทําบุญ พระพุทธคุณชวยคุมครอง พบชีวิตใหม อบรมครั้งนี้มีความสุขใจ สดชื่นแจมใสไม จิตใจไมหมนหมอง เงินทองไหลมา ชีวิตสําราญ การ รูโรยราจะอยูแหงไหนสุขใจในอุรา ธรรมะนั้นหนาจะพาสุข เรียนกาวหนา กราบพระปฏิมา อธิษฐานวาเราจะเปนคนดี ใจธรรมะบันดาล .ตองขยันเรียน ๒.เพลงดอกไมคุณธรรม .เพียรทําการบาน .ชวยพอแมทํางาน ขอมอบดอกไมดอกนี้ แดผูที่ใฝหา จะอยู .กลับถึงบานตามเวลา แหงไหน จะใกลจะไกล จนสุดขอบฟา ๔.เพลงทําดีดี ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์ ดุจกระแสธารา ทําวันนี้ใหดี แลววันหนาก็จะไดดี ปจจุบัน เปนกําลังใจใหคุณ เปนกําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหมา ที่ฉันมีดี เพราะฉันทําวันกอนไวดี คุณธรรมทอแสง อยาถอยแรงศรัทธา เปน ทําวันนี้ไมดี แลววันหนาก็จะไมดี ปจจุบัน เปลวเทียนที่ไหมนาน เปนสายธารที่ชุมปา คือแผนฟา ที่เขาไมดี เพราะเขาทําวันกอนไมดี คุณธรรม วันนี้เปนวันสําคัญ เปนวันที่ฉันจะตองทําดี ขอมอบธรรมะเอาไว ใหเปนเครื่องใชชี้นํา พูดดีเรียนดี เลนดี เติบโตเมื่อไรจะเปนผูใหญที่ดี ขจัดสิ่งรายมุงมั่นตอไป ใหคลายหมองหมน กาวตอไป ใครทําของไมดี ฉันไมจําตัวอยางไมดี ไมใหสิ้นสุด ดุจกระแสธรรม เปนกําลังใจใหคุณ เปน ดวยคนทํานั้นไมดี เพราะเขาใจต่ําทําสิ่งไมดี กําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหคุณธรรม. คูมืออบรม ๖๕ “ ยุวพุทธ ” ๑.เพลงธรรมะบันดาล ๓.เพลงตักบาตรทําบุญ ธรรมะบันดาลดลใหเรามา แสงธรรมนําพา ตักบาตรทําบุญ พระพุทธคุณชวยคุมครอง พบชีวิตใหม อบรมครั้งนี้มีความสุขใจ สดชื่นแจมใสไม จิตใจไมหมนหมอง เงินทองไหลมา ชีวิตสําราญ การ รูโรยราจะอยูแหงไหนสุขใจในอุรา ธรรมะนั้นหนาจะพาสุข เรียนกาวหนา กราบพระปฏิมา อธิษฐานวาเราจะเปนคนดี ใจธรรมะบันดาล .ตองขยันเรียน ๒.เพลงดอกไมคุณธรรม .เพียรทําการบาน .ชวยพอแมทํางาน ขอมอบดอกไมดอกนี้ แดผูที่ใฝหา จะอยู .กลับถึงบานตามเวลา แหงไหน จะใกลจะไกล จนสุดขอบฟา ๔.เพลงทําดีดี ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์ ดุจกระแสธารา ทําวันนี้ใหดี แลววันหนาก็จะไดดี ปจจุบัน เปนกําลังใจใหคุณ เปนกําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหมา ที่ฉันมีดี เพราะฉันทําวันกอนไวดี คุณธรรมทอแสง อยาถอยแรงศรัทธา เปน ทําวันนี้ไมดี แลววันหนาก็จะไมดี ปจจุบัน เปลวเทียนที่ไหมนาน เปนสายธารที่ชุมปา คือแผนฟา ที่เขาไมดี เพราะเขาทําวันกอนไมดี คุณธรรม วันนี้เปนวันสําคัญ เปนวันที่ฉันจะตองทําดี ขอมอบธรรมะเอาไว ใหเปนเครื่องใชชี้นํา พูดดีเรียนดี เลนดี เติบโตเมื่อไรจะเปนผูใหญที่ดี ขจัดสิ่งรายมุงมั่นตอไป ใหคลายหมองหมน กาวตอไป ใครทําของไมดี ฉันไมจําตัวอยางไมดี ไมใหสิ้นสุด ดุจกระแสธรรม เปนกําลังใจใหคุณ เปน ดวยคนทํานั้นไมดี เพราะเขาใจต่ําทําสิ่งไมดี กําลังใจใหเธอ เปนสิ่งเสนอใหคุณธรรม. คูมืออบรม ๖๕ “ ยุวพุทธ ”
  • 67.
    ๕. ไมใชแฟนทําแทนก็ได ๖.เพลงเพื่อน แมอยากดูแลใหมากกวานี้เหลือเกิน ไมกลัวจะเขิน เพื่อนเอยเรามาเปนเด็กดี ทุก ๆ ที่ จงมีแต ภาระก็คือหนาที่ ลูกไมใชเปนแคคนรูจัก เลื่อนเปนลูกรัก ความเมตตา รักพอแมและพี่นองใหเทาฟา และคุณครูผู ของแมทุกที จึงทําเทาสิทธิ์ที่มี ยามเห็นลูกก็สุขใจ อบรมเรา หวงอยูไมไกล เจอหนายิ้มใหดวยสายตา คอย รับภาระในเรื่องที่พอชวยได ขอโทษบางคราวที่ตองเหินหาง แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอยางลูกขอมากไปเพราะวา ใกลเคียง ตองดีตอกัน หัวใจแมหวงแหน แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรู ใกลเคียง ตองดีตอกัน หนูควรเขาใจ อยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใชแฟนทํา ๗.เพลงนั่งสมาธิ แทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจอยาเดินกาวล้ําเสน ชายนั่งขัดตะหมาดใหดี หญิงนั่งพับเพียบใหดี แดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทําแทนก็ได สองมือวางทับกันทันที หลับตาลงนั่งตัวตรงซิ ตั้งสติใหดี ลูกอยูในใจของแมไมเปนสํารอง ขออยาไดมองวา แมจูจี้..ขี้บน แมลูกเจอกันดวยกรรมลิขิต อยากอยูใกลชิดลูก ภาวนาในใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ จงเขาใจ วันหนึ่งลูกแตงงานไป ขอบอกดวยใจรักมากกวา แฟน คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรูหนู ควรเขาใจ แตอยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใช แฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจ อยาเดิน กาวล้ําเสนแดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทํา แทนก็ได…..คนไมใชแฟนทําแทนก็ได คูมืออบรม ๖๖ “ ยุวพุทธ ” ๕. .ไมใชแฟนทําแทนก็ได ๖.เพลงเพื่อน แมอยากดูแลใหมากกวานี้เหลือเกิน ไมกลัวจะเขิน เพื่อนเอยเรามาเปนเด็กดี ทุก ๆ ที่ จงมีแต ภาระก็คือหนาที่ ลูกไมใชเปนแคคนรูจัก เลื่อนเปนลูก ความเมตตา รักพอแมและพี่นองใหเทาฟา และคุณครูผู รักของแมทุกที จึงทําเทาสิทธิ์ที่มี ยามเห็นลูกก็สุขใจ อบรมเรา หวงอยูไมไกล เจอหนายิ้มใหดวยสายตา คอย รับภาระในเรื่องที่พอชวยได ขอโทษบางคราวที่ตองเหินหาง แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน และมีบางครั้งที่เคยขัดใจ บางอยางลูกขอมากไปเพราะวา ใกลเคียง ตองดีตอกัน หัวใจแมหวงแหน แตอยาลืมๆ เพื่อนในหองเรียน เพื่อนบาน คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรู ใกลเคียง ตองดีตอกัน หนูควรเขาใจ อยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใชแฟนทํา ๗.เพลงนั่งสมาธิ แทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจอยาเดินกาวล้ําเสน ชายนั่งขัดตะหมาดใหดี หญิงนั่งพับเพียบใหดี แดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทําแทนก็ได สองมือวางทับกันทันที หลับตาลงนั่งตัวตรงซิ ตั้งสติใหดี ลูกอยูในใจของแมไมเปนสํารอง ขออยาไดมองวา ภาวนาในใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ พุทโธ แมจูจี้..ขี้บน แมลูกเจอกันดวยกรรมลิขิต อยากอยูใกลชิดลูก จงเขาใจ วันหนึ่งลูกแตงงานไป ขอบอกดวยใจรักมากกวา แฟน คนที่ไมใชแฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได เหนื่อยแมรูหนู ควรเขาใจ แตอยากใหลูกอยูในออมแขน คนที่ไมใช แฟนทําแทนทุกเรื่องก็ได หนาที่ของแมจริงใจ อยาเดิน กาวล้ําเสนแดน ภาระในเขตออมแขนไมใชแฟนทํา แทนก็ได…..คนไมใชแฟนทําแทนก็ได คูมืออบรม ๖๖ “ ยุวพุทธ ”
  • 68.
    ๘.เพลงกราวสุรา ๘.เพลงกราวสุ ๙.เพลงคาถา ๕ ดี สุรา ๆ เปนยาผีเปรต (ฮาไฮ ๆ ๆ) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง เพิ่มเติมกิเลสทําคนใหยากจน ผลของการฝกตน ดื่มสุรา คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ กันทุกคนโอยแย พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เด็กเล็กผูใหญใครกินเหลา ดื่มทุกค่ําเชาตองมี เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณพอและคุณแม ทานรักแตคนทําดี หวัง ตับไตไสพุงเครื่องในพัง ถาหยุดยั้งไมไดตายเร็วจริง พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี (เอาฮึม ๆ ๆ ๆ) เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณครูและพอแม ทานรักแตคนทําดี สุราๆ เปนยาเสพติด (ฮาไฮๆ ๆ) เหมือนดื่ม พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี ยาพิษเขาไปทุกที ผลรายของมันก็มีกอใหเกิดตอยตี อุย เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ เพื่อนๆและพอแม ก็รัก แตคนทําดี ราย พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เดี๋ยวกัดกับหมาดาแมเจ็ก ทําตัวเหมือน เรื่องถูกตีไมมีแนๆ ประเทศชาติและพอแม ก็รักแตคนทําดี เด็ก ๆ เสียนิสัย เมาแลวลืมตัวทั้งหญิงชาย แกผา พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เหมือนควายอายไมเปน (เอาฮึมๆๆๆ) เรื่องถูกตีไมมีแนๆ พระศาสดาและพอแม ทานรักแตคนทําดี สุรา ๆ เปนยาสกปรก (ฮาไฮๆ ๆ) ฆาคนทั้ง ทุกคนทําดี ทุกวันทําดี สังคมตองดี ทุกชีวี โลกไดอยางเลือดเย็น ที่แทมันคือผูกอเวร กอกรรมทํา ตองดีแนๆ มนุษยที่สมบูรณแทตอง ทําแตคุณความดี ความลําเค็ญอุยทั้งบาน พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เสียทรัพยเสียสินเสียเงินทอง ทําลาย คาถาเด็กดี มันสมองอยางมหันต เสียชาติเสียเชื้อเสียวงศวาน พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ขอสําคัญตับแข็งมองเทงเอย (เอาฮึมๆ ๆ ๆ) ขาพเจาเชื่อฟง ขยันไมดื้อ สาธุ คูมืออบรม ๖๗ “ ยุวพุทธ ” ๘.เพลงกราวสุรา ๙.เพลงคาถา ๕ ดี สุรา ๆ เปนยาผีเปรต (ฮาไฮ ๆ ๆ) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง เพิ่มเติมกิเลสทําคนใหยากจน ผลของการฝกตน ดื่มสุรา คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ กันทุกคนโอยแย พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เด็กเล็กผูใหญใครกินเหลา ดื่มทุกค่ําเชาตองมี เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณพอและคุณแม ทานรักแตคนทําดี หวัง ตับไตไสพุงเครื่องในพัง ถาหยุดยั้งไมไดตายเร็วจริง พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี (เอาฮึม ๆ ๆ ๆ) เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ คุณครูและพอแม ทานรักแตคนทําดี สุราๆ เปนยาเสพติด (ฮาไฮๆ ๆ) เหมือนดื่ม พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี ยาพิษเขาไปทุกที ผลรายของมันก็มีกอใหเกิดตอยตี อุย เรื่องถูกตีไมมีแน ๆ เพื่อนๆและพอแม ก็รัก แตคนทําดี ราย พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เดี๋ยวกัดกับหมาดาแมเจ็ก ทําตัวเหมือน เรื่องถูกตีไมมีแนๆ ประเทศชาติและพอแม ก็รักแตคนทําดี เด็ก ๆ เสียนิสัย เมาแลวลืมตัวทั้งหญิงชาย แกผา พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เหมือนควายอายไมเปน (เอาฮึมๆๆๆ) เรื่องถูกตีไมมีแนๆ พระศาสดาและพอแม ทานรักแตคนทําดี สุรา ๆ เปนยาสกปรก (ฮาไฮๆ ๆ) ฆาคนทั้ง ทุกคนทําดี ทุกวันทําดี สังคมตองดี ทุกชีวี โลกไดอยางเลือดเย็น ที่แทมันคือผูกอเวร กอกรรมทํา ตองดีแนๆ มนุษยที่สมบูรณแทตอง ทําแตคุณความดี ความลําเค็ญอุยทั้งบาน พุทธัง-ทําดี ธัมมัง-ทําดี สังฆัง-ทําดี เสียทรัพยเสียสินเสียเงินทอง ทําลาย คาถาเด็กดี มันสมองอยางมหันต เสียชาติเสียเชื้อเสียวงศวาน ขอ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สําคัญตับแข็งมองเทงเอย (เอาฮึมๆ ๆ ๆ) ขาพเจาเชื่อฟง ขยันไมดื้อ สาธุ คูมืออบรม ๖๗ “ ยุวพุทธ ”
  • 69.
    ๑๐.เพลงศีล ๑๒.เพลงฉันรักคุณครู ศีลนั้นหรือคือสิ่งที่ควรยึดมั่น ถอยทีถอยอาศัย ฉันรักคุณครู เชิดชูไวเดน ดังเชนพระพรหม กัน ทุกวันมีจิตคิดเมตตา ไมเบียดเบียนกันใหระอา หลีก (ดังเชนพระพรหม) เยือกเย็นเหมือนรมโพธิ์สุมกิ่งใบ พนเถิดหนาอบายมุข กวางใหญไพศาล เกิดมาทําไม ใครเคยทราบไหม ทําไมเกิดมา เกิด ฉันรักคุณครู เชิดชูสูงสง มั่นคงทุกกาล(มั่นคง มาทําไม ใครทราบบางไหม ทําไมเกิดมา(ทํานองภาษาใต) ทุกกาล) ชื่อฟงทุกทาน ออนหวานซื่อตรง คงรูบุญคุณ เกิดเพื่อใหรูวา ทุกคนตางมีหนาที่ตอกัน ชวย  รักเคารพและเชิดชู ไมคิดลบหลู ผูเกื้อหนุน ทําใหโลกสุขสันต ชวยกันเสริมสรางเถิดหนา เรงทําดี มิมีใจเคืองขุน รมใบบุญอุนใจ ฉันรักคุณครู เชิดชูทุกเมื่อ ดังเรือรักใบ (ดัง ใหทุกนาทีมีคุณคา เรือรักใบ) สูแดนแควนใหม ใจคิดตื้นตัน ฉันรักคุณครู หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา ๑๓.เพลงมองแตแงดี (ทํานองมโนราห) เขามีสวนเลวบาง ชางหัวเขา ๑๑.เพลงแสงธรรม จงเลือกเอาสวนที่ดีเขามีอยูๆ พระธรรมนําใหสวางไสวในดวงจิต มองไปแลว เปนประโยชนโลกบางยังนาดู ใจก็คิด วาทุกทิศมีแตเรื่องปลง ทุกคนเกิดแกเจ็บตาย สวนที่ชั่วอยาไปรูของเขาเลยๆ มิวายจะตองเสื่อมลง ตัดโลภโกรธหลง ตั้งจิตจํานง จะหาคนมีดีโดยสวนเดียว ใหอภัย เรื่องรายจะกลายเปนดี อยามัวเที่ยวคนหาสหายเอย ๆ ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี เหมือนเที่ยวหาหนวดเตาตายเปลาเลย ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี. ฝกใหเคยมองแตดีมีคุณจริง ๆ คูมืออบรม ๖๘ “ ยุวพุทธ ” ๑๐.เพลงศีล ๑๒.เพลงฉันรักคุณครู ศีลนั้นหรือคือสิ่งที่ควรยึดมั่น ถอยทีถอยอาศัย ฉันรักคุณครู เชิดชูไวเดน ดังเชนพระพรหม กัน ทุกวันมีจิตคิดเมตตา ไมเบียดเบียนกันใหระอา หลีก (ดังเชนพระพรหม) เยือกเย็นเหมือนรมโพธิ์สุมกิ่งใบ พนเถิดหนาอบายมุข กวางใหญไพศาล เกิดมาทําไม ใครเคยทราบไหม ทําไมเกิดมา เกิด ฉันรักคุณครู เชิดชูสูงสง มั่นคงทุกกาล(มั่นคง มาทําไม ใครทราบบางไหม ทําไมเกิดมา(ทํานองภาษาใต) ทุกกาล) ชื่อฟงทุกทาน ออนหวานซื่อตรง คงรูบุญคุณ เกิดเพื่อใหรูวา ทุกคนตางมีหนาที่ตอกัน ชวย  รักเคารพและเชิดชู ไมคิดลบหลู ผูเกื้อหนุน ทําใหโลกสุขสันต ชวยกันเสริมสรางเถิดหนา เรงทําดี มิมีใจเคืองขุน รมใบบุญอุนใจ ฉันรักคุณครู เชิดชูทุกเมื่อ ดังเรือรักใบ (ดัง ใหทุกนาทีมีคุณคา เรือรักใบ) สูแดนแควนใหม ใจคิดตื้นตัน ฉันรักคุณครู หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา หากยึดธรรมะทุกวันเวลา จะเพิ่มคุณคาแกชีวิตเรา ๑๓.เพลงมองแตแงดี (ทํานองมโนราห) เขามีสวนเลวบาง ชางหัวเขา ๑๑.เพลงแสงธรรม จงเลือกเอาสวนที่ดีเขามีอยูๆ พระธรรมนําใหสวางไสวในดวงจิต มองไปแลว เปนประโยชนโลกบางยังนาดู ใจก็คิด วาทุกทิศมีแตเรื่องปลง ทุกคนเกิดแกเจ็บตาย สวนที่ชั่วอยาไปรูของเขาเลยๆ มิวายจะตองเสื่อมลง ตัดโลภโกรธหลง ตั้งจิตจํานง จะหาคนมีดีโดยสวนเดียว ใหอภัย เรื่องรายจะกลายเปนดี อยามัวเที่ยวคนหาสหายเอย ๆ ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี เหมือนเที่ยวหาหนวดเตาตายเปลาเลย ทําจิตใหวางเมื่อใด ความสุขยิ่งใหญ จะบังเกิดมี. ฝกใหเคยมองแตดีมีคุณจริง ๆ คูมืออบรม ๖๘ “ ยุวพุทธ ”
  • 70.
    ๑๔. เพลงพุทธบุตรชาวไทย (ทํานองคุณลําใย) ๑๕.สะใจที่เธอมักงาย ยังจําไมเคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว ตกก็ดี เหมือนกัน ใหมัน ติดศูนย เสียบาง มันจะ เราคือพุทธบุตรชาวไทย ศึกษาธรรมไวในใจเรื่อยมา ได เชื่อฟง ครูสอนไมเฉื่อยอีกแลว เรียนหมดตกหมด เลย ทําดีทําไดทั่วไป ระเบียบวินัยตั้งใจรักษา ตองซดน้ําแหว ติดศูนย อีกแลว เจ็บไหมละ หัวใจ กตัญูรูคุณบิดรมารดา ทั้งครูผูประสาทวิชา สั่งสอนเรา ครูก็อยูของครู สอนเรา ก็ไมรูเรื่อง พอเราถามทํา มาไมเคยแชเชือน เคือง เอาศูนย มาขู ทําไม ทั้งวิทย คณิต อังกฤษก็ ติดกันใหญ ถามจริง ๆ มองคนมองที่อะไร มองที่ใจหรือวา แลวภาษาไทย อยางไงก็ศูนยเหมือนกัน จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ มองที่หนาตา หากวาฉัน..มีคุณธรรมขึ้นมา ตอนนี้หนา วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย ควรเรียกพุทธบุตรชาวไทย คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คง (พูด) “อดทน ขยัน ประหยัด กับทั้งซื่อสัตย จะเข็ด เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบ ใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ให และมีวินัย กตัญูรูคุณนั่นไง หลีกเวนหางไกลอบายมุขทุก ผมไดเรียนรู ติดศูนยของครู จะจดจําฝงใจจนตาย ประการ ไมดัง ไมหก ไมเหลือ ทองไวไมเบื่อเมื่อกินอาหาร (ชอบลอกเขา ถึงเขาใหลอก ชอบตอนพัก ลอกเขา เดินจงกรมสมาธิเบิกบาน พุทธบุตรกลาหาญสมาทานทําดี ขางเดียว อยาลอกเขาถาเรา ตระหนัก แลวสักพักเราจักไดเอ) ใครหรือไมมี ความดีทุกอยางสรางสรรค จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ มนุษยเรานี้มีดีที่คุณธรรม สํานึกรูประจํา นําธรรมะชําระ วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย จิตใจ คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คงจะเข็ด เกื้อกูลชวยเหลือแบงปน พอแมครูนั้นเทิดทูล เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ใหผมได เอาไว บูชาพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัย จะเรียกอะไร เรียนรู ติดศูนย ของครู จะจดจําฝงใจจนตาย โอะโอละเดอ คิดดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี สะใจที่เคย มักงาย (พระคุณของครูจะจดจําฝงใจจนตาย) คูมืออบรม ๖๙ “ ยุวพุทธ ” ๑๔. เพลงพุทธบุตรชาวไทย (ทํานองคุณลําใย) ๑๕.สะใจที่เธอมักงาย ยังจําไมเคยลืมเลือน คอยเตือนตัวเองเอาไว ตกก็ดี เหมือนกัน ใหมัน ติดศูนย เสียบาง มันจะ เราคือพุทธบุตรชาวไทย ศึกษาธรรมไวในใจเรื่อยมา ได เชื่อฟง ครูสอนไมเฉื่อยอีกแลว เรียนหมดตกหมด เลย ทําดีทําไดทั่วไป ระเบียบวินัยตั้งใจรักษา ตองซดน้ําแหว ติดศูนย อีกแลว เจ็บไหมละ หัวใจ กตัญูรูคุณบิดรมารดา ทั้งครูผูประสาทวิชา สั่งสอนเรา ครูก็อยูของครู สอนเรา ก็ไมรูเรื่อง พอเราถามทํา มาไมเคยแชเชือน เคือง เอาศูนย มาขู ทําไม ทั้งวิทย คณิต อังกฤษก็ ติดกันใหญ ถามจริง ๆ มองคนมองที่อะไร มองที่ใจหรือวา แลวภาษาไทย อยางไงก็ศูนยเหมือนกัน จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ มองที่หนาตา หากวาฉัน..มีคุณธรรมขึ้นมา ตอนนี้หนา วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย ควรเรียกพุทธบุตรชาวไทย คงอีกนาน เหมือนกัน กวาเรา จะแกศูนยเสร็จ คง (พูด) “อดทน ขยัน ประหยัด กับทั้งซื่อสัตย จะเข็ด เข็ดเข็ด อยางไร ก็ขอบ ใจครู ที่ชวยสั่ง ชวยสอน ให และมีวินัย กตัญูรูคุณนั่นไง หลีกเวนหางไกลอบายมุขทุก ผมไดเรียนรู ติดศูนยของครู จะจดจําฝงใจจนตาย ประการ ไมดัง ไมหก ไมเหลือ ทองไวไมเบื่อเมื่อกินอาหาร (ชอบลอกเขา ถึงเขาใหลอก ชอบตอนพัก ลอกเขา เดินจงกรมสมาธิเบิกบาน พุทธบุตรกลาหาญสมาทานทําดี ขางเดียว อยาลอกเขาถาเรา ตระหนัก แลวสักพักเราจักไดเอ) ใครหรือไมมี ความดีทุกอยางสรางสรรค จดจําไว นะใจเจากรรม ทอง แหละย้ํา ใหจําขึ้นใจ มนุษยเรานี้มีดีที่คุณธรรม สํานึกรูประจํา นําธรรมะชําระ วิทยคณิต และภาษาไทย อยามักงาย ลอกใคร อีกเลย จิตใจ คงอีกนานเหมือนกัน กวาเราจะแกศูนยเสร็จ คงจะ เกื้อกูลชวยเหลือแบงปน พอแมครูนั้นเทิดทูล เข็ดเข็ดเข็ด อยางไรก็ขอบใจครู ที่ชวยสั่งชวยสอน ใหผมได เอาไว บูชาพระรัตนตรัย บูชาพระรัตนตรัย จะเรียกอะไร เรียนรู ติดศูนย ของครู จะจดจําฝงใจจนตาย โอะโอละเดอ คิดดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี คิด ๆ ดูใหดี สะใจที่เคย มักงาย (พระคุณของครูจะจดจําฝงใจจนตาย) คูมืออบรม ๖๙ “ ยุวพุทธ ”
  • 71.
    ๑๖.เพลงงานคือชีวิต ๑๗.เพลงแม (โลโซ) งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดานสุข ปานนี้จะเปนอยางไร จากมาไกลแสนนาน คิดถึง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน ชีวิตคือลมหายใจ คิดถึงบาน จากมาตั้งนานเมื่อไรจะไดกลับ แมจาแมรูบาง ใครก็รู ชีวิตคือการตอสูควรศึกษา ชีวิตคือ ไหม วาดวงใจดวงนี้เปนหวง จากลูกนอยที่แมหวงหวง กิจการงานตระการตา ชีวิตคือการเวลาที่คุมครอง อยูเมืองหลวงศิวิไลซไกลบานเรา งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน ทํางานเพื่อ ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุขเกิน งานบันดาลผล ทําดีเพื่อดีดลผลให ทําหนาที่เพื่อ ใคร หนาที่อยางจริงใจ สรางไทยใหกับตัวอยากลัวเกรง อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกินทน งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข เก็บเรื่องราววุนวายสับสน ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุข เกินใคร อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกิน ทน เก็บเรื่องราววุนวายสับสน กับคนบางคนที่ใจไม แนนอน ลืมเรื่องคนบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม. คูมืออบรม ๗๐ “ ยุวพุทธ ” ๑๖.เพลงงานคือชีวิต ๑๗.เพลงแม (โลโซ) งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดานสุข ปานนี้จะเปนอยางไร จากมาไกลแสนนาน คิดถึง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน ชีวิตคือลมหายใจ คิดถึงบาน จากมาตั้งนานเมื่อไรจะไดกลับ แมจาแมรูบาง ใครก็รู ชีวิตคือการตอสูควรศึกษา ชีวิตคือ ไหม วาดวงใจดวงนี้เปนหวง จากลูกนอยที่แมหวงหวง กิจการงานตระการตา ชีวิตคือการเวลาที่คุมครอง อยูเมืองหลวงศิวิไลซไกลบานเรา งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน ทํางานเพื่อ ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุขเกิน งานบันดาลผล ทําดีเพื่อดีดลผลให ทําหนาที่เพื่อ ใคร หนาที่อยางจริงใจ สรางไทยใหกับตัวอยากลัวเกรง อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกินทน งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข เก็บเรื่องราววุนวายสับสน ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง ทํางานใหสนุก เปนสุขเมื่อทํางาน คิดถึงแมขึ้นมาน้ําตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลง ที่ตรงตักแม ในออมกอดรักจริงที่เที่ยงแท ในอกแมสุข เกินใคร อีกไมนานลูกจะกลับไป หอบดวงใจเจ็บช้ําเกิน ทน เก็บเรื่องราววุนวายสับสน กับคนบางคนที่ใจไม แนนอน ลืมเรื่องคนบางคน ไปซบลงที่ตรงตักแม. คูมืออบรม ๗๐ “ ยุวพุทธ ”
  • 72.
    ๑๘.เพลงใครหนอ ๑๘.เพลงใครหนอ ๑๙.เพลงเยาวชนสรางชาติ ใครหนอรักเราเทาชีวี (เทาชีวี) ใครหนอ (สรอย)ไมเบียดเบียนกัน ขยันศึกษา รวมแรงพัฒนา ปราณีไมมีเสื่อมคลาย (ไมมีเสื่อมคลาย) ใครหนอรักเราใช โอโอละนา ๆ พาชาติเจริญ เพียงรูปกาย รักเขาไมหนายไมคิดทําลาย…ใครหนอ เกิดเปนมนุษยสุดงามสม เมื่อนิยมการให ใครหนอรักเราเทาทรวงใน (เทาทรวงใน) เล เล เล เล เล เล ไมคามไมคุก ไมรุกรานใคร มีแต ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา (ปลอบเราเรื่อยมา) น้ําใจใหกัน…….(สรอย) ใครหนอรักเราดังดวงแกวตา รักเขากวางกวาพื้นพสุธา เราเปนนักเรียนเพียรศึกษา หาวิชามุงมั่น นภากาศ เล เล เล เล เล เล ตั้งใจศึกษาเมื่อยลาไมหวั่น จะหมั่น จะเอาโลกมาทําปากกา จะเอานภามาทํา ทองบน จะหมั่นทองบนตํารา…….(สรอย) กระดาษ เอาน้ําหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด เรื่องการสรางงานของสวนรวม เราตองรวม ประกาศพระคุณไมพอ พัฒนา เล เล เล เล เล เล ไมนิ่งไมเฉย ไมเลยรอชา ใครหนอรักเราเทาชีวัน (เทาชีวัน) ใครหนอ รวมแรงพัฒนา รวมแรงพัฒนาไมหนี (สรอย) ใครกันใหเราขี่คอ (คุณพอ-คุณแม) ใครหนอชักชวน ชาติจะรุงเรืองและรมเย็น เปนสวรรคที่นี่ เล เล เล ดูหนังสี่จอ รูแลวละก็ อยามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ เล เล เล ไมมีเรื่องรายใจกายเปรมปรี หากมีพระธรรม หากมีพระธรรมนําทาง (สรอย) คูมืออบรม ๗๑ “ ยุวพุทธ ” ๑๘.เพลงใครหนอ ๑๙.เพลงเยาวชนสรางชาติ ใครหนอรักเราเทาชีวี (เทาชีวี) ใครหนอ (สรอย)ไมเบียดเบียนกัน ขยันศึกษา รวมแรงพัฒนา ปราณีไมมีเสื่อมคลาย (ไมมีเสื่อมคลาย) ใครหนอรักเราใช โอโอละนา ๆ พาชาติเจริญ เพียงรูปกาย รักเขาไมหนายไมคิดทําลาย…ใครหนอ เกิดเปนมนุษยสุดงามสม เมื่อนิยมการให ใครหนอรักเราเทาทรวงใน (เทาทรวงใน) เล เล เล เล เล เล ไมคามไมคุก ไมรุกรานใคร มีแต ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา (ปลอบเราเรื่อยมา) น้ําใจใหกัน…….(สรอย) ใครหนอรักเราดังดวงแกวตา รักเขากวางกวาพื้นพสุธา เราเปนนักเรียนเพียรศึกษา หาวิชามุงมั่น นภากาศ เล เล เล เล เล เล ตั้งใจศึกษาเมื่อยลาไมหวั่น จะหมั่น จะเอาโลกมาทําปากกา จะเอานภามาทํา ทองบน จะหมั่นทองบนตํารา…….(สรอย) กระดาษ เอาน้ําหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด เรื่องการสรางงานของสวนรวม เราตองรวม ประกาศพระคุณไมพอ พัฒนา เล เล เล เล เล เล ไมนิ่งไมเฉย ไมเลยรอชา ใครหนอรักเราเทาชีวัน (เทาชีวัน) ใครหนอ รวมแรงพัฒนา รวมแรงพัฒนาไมหนี (สรอย) ใครกันใหเราขี่คอ (คุณพอ-คุณแม) ใครหนอชักชวน ชาติจะรุงเรืองและรมเย็น เปนสวรรคที่นี่ เล เล เล ดูหนังสี่จอ รูแลวละก็ อยามัวรั้งรอ ทดแทนบุญคุณ เล เล เล ไมมีเรื่องรายใจกายเปรมปรี หากมีพระธรรม หากมีพระธรรมนําทาง (สรอย) คูมืออบรม ๗๑ “ ยุวพุทธ ”
  • 73.
    ๒๐.เพลงไมคุกเขาให(อบายมุข) ๒๑. เด็กพุทธ (ทํานองเด็กดอยใจดี) อยาหวังวาฉันจะคุกเขาให แมจะปวดรวดราว พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ เพียงใด คราวนี้คงไมมีวัน ไมมีสุราไมมีกัญชาเขามา บางดําบางขาว มาโรงเรียนก็มากันแตเชา น้ําคางพราวสด ผูกพัน เฮโรอีนทินเนอรกาวนั้น ไมมีวันหวนกลับไปหา ชื่นจริงเนอ พวกเรานี้นั้นมีน้ําใจ มีศีลธรรมอําไพเสมอ อยาหวังวาฉันจะฝนอาลัย แมจะปวดรวด อยากจะบอกเอาไวนะเธอ ฟงนะเออ ฉันนารักจริง ๆ ราวเพียงใด คงหายไปจากอุรา สิ้นกันแลวเราสิ้นความ **ฉันมีธรรมะหลายหลาก อยากใหเธอไดทํา มัวเมา สิ้นคําบัญชา สิ้นความรัก สิ้นเมตตา สิ้น เบญจศีลหมั่นจํา คุณธรรมของคน ฉันมีธรรมะมาฝาก ปรารถนากันที อยากใหเธออดทน สติระลึกรูตน ไมเปนคนเหลวแหลก ยาพิษปนน้ําผึ้งเพียงหยด ชางรุนแรงเหมือน (ลา ลา ลา ลา ลา ลั่น ลา ลา ลา ลา ลา.) กรด รดราดบนดวงชีวี กวาจะรูรางกายผายผอมเต็มที ที่โรงเรียนฉันมีเมฆลอย ปุยนอย ๆ ตองลอย เกือบจะสาย เกือบสิ้นดี เกือบไมมีชีพอยูเปนคน ตามลม ดั่งคนเราจะไดมีคนชม ตองสั่งสมความรูความดี สาปแลวยาพิษไมคิดปองใจ ลางกรรมเกา พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ บาง สิ้นสูญกันไป อยาหวนมาใกลอีกหน อุทิศเคราะห ดําบางขาว ถึงไมรวยเหมือนดั่งใครเขา แตพวกเรามีน้ําใส กรรมบาปเวรเคยทําหางไกลกมล สาปอุทิศบาปเวรไกล ใจจริง (**ซ้ํา) ตน ใหแกคนชนะหัวใจ. คูมืออบรม ๗๒ “ ยุวพุทธ ” ๒๐.เพลงไมคุกเขาให(อบายมุข) ๒๑. เด็กพุทธ (ทํานองเด็กดอยใจดี) อยาหวังวาฉันจะคุกเขาให แมจะปวดรวดราว พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ เพียงใด คราวนี้คงไมมีวัน ไมมีสุราไมมีกัญชาเขามา บางดําบางขาว มาโรงเรียนก็มากันแตเชา น้ําคางพราวสด ผูกพัน เฮโรอีนทินเนอรกาวนั้น ไมมีวันหวนกลับไปหา ชื่นจริงเนอ พวกเรานี้นั้นมีน้ําใจ มีศีลธรรมอําไพเสมอ อยาหวังวาฉันจะฝนอาลัย แมจะปวดรวด อยากจะบอกเอาไวนะเธอ ฟงนะเออ ฉันนารักจริง ๆ ราวเพียงใด คงหายไปจากอุรา สิ้นกันแลวเราสิ้นความ **ฉันมีธรรมะหลายหลาก อยากใหเธอไดทํา มัวเมา สิ้นคําบัญชา สิ้นความรัก สิ้นเมตตา สิ้น เบญจศีลหมั่นจํา คุณธรรมของคน ฉันมีธรรมะมาฝาก ปรารถนากันที อยากใหเธออดทน สติระลึกรูตน ไมเปนคนเหลวแหลก ยาพิษปนน้ําผึ้งเพียงหยด ชางรุนแรงเหมือน (ลา ลา ลา ลา ลา ลั่น ลา ลา ลา ลา ลา.) กรด รดราดบนดวงชีวี กวาจะรูรางกายผายผอมเต็มที ที่โรงเรียนฉันมีเมฆลอย ปุยนอย ๆ ตองลอย เกือบจะสาย เกือบสิ้นดี เกือบไมมีชีพอยูเปนคน ตามลม ดั่งคนเราจะไดมีคนชม ตองสั่งสมความรูความดี สาปแลวยาพิษไมคิดปองใจ ลางกรรมเกา พวกเราเปนชาวพุทธเกิรลบอย ตัวนอย ๆ บาง สิ้นสูญกันไป อยาหวนมาใกลอีกหน อุทิศเคราะห ดําบางขาว ถึงไมรวยเหมือนดั่งใครเขา แตพวกเรามีน้ําใส กรรมบาปเวรเคยทําหางไกลกมล สาปอุทิศบาปเวรไกล ใจจริง (**ซ้ํา) ตน ใหแกคนชนะหัวใจ. คูมืออบรม ๗๒ “ ยุวพุทธ ”
  • 74.
    พุทธภาษิตคํากลอน ๑.ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ (ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ) “ในหมูมนุษยทั้งหลาย ผูฝกตนดีแลวเปนผูประเสริฐสุด” (ขุ.ธ. ๒๕/๕๗) ผูฝกตนดีแลวยอมแพรวเพริศ สูงประเสริฐกวาชนคนไหนไหน ฝกตนดีดีรอดตลอดไป มีกายใจสะอาดปราศมลทิน. ๒. สุสฺสูสํ ลภเต ปฺญํ (สุสสูสัง ละภะเต ปญญัง) “ฟงดวยดียอมไดปญญา” (สํ. ส. ๑๕/๓๑๖) สุ ตั้งใจฟงใหดีอยาขี้เกียจ จิ คิดใหละเอียดขอสงสัย ปุ ถามตามเนื้อความที่ของใจ ลิ เขียนไวเมื่อสงสัยไดเปดดู. ๓.ปญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ปญญา โลกัสสะหมิง ปชโชโต) “ปญญาเปนแสงสวางในโลก” (สํ.ส. ๑๕/๖๑) ยามเมื่อโลกขาดแสงแหงอาทิตย ยอมมืดมิดมองอะไรก็ไมเห็น ยามเมื่อจิตขาดปญญาพาลําเค็ญ มองไมเห็นดีหรือชั่วที่ตัวทํา . คูมืออบรม ๗๓ “ ยุวพุทธ ” พุทธภาษิตคํากลอน ๑.ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ (ทันโต เสฏโฐ มะนุสเสสุ) “ในหมูมนุษยทั้งหลาย ผูฝกตนดีแลวเปนผูประเสริฐสุด” (ขุ.ธ. ๒๕/๕๗) ผูฝกตนดีแลวยอมแพรวเพริศ สูงประเสริฐกวาชนคนไหนไหน ฝกตนดีดีรอดตลอดไป มีกายใจสะอาดปราศมลทิน. ๒. สุสฺสูสํ ลภเต ปฺญํ (สุสสูสัง ละภะเต ปญญัง) “ฟงดวยดียอมไดปญญา” (สํ. ส. ๑๕/๓๑๖) สุ ตั้งใจฟงใหดีอยาขี้เกียจ จิ คิดใหละเอียดขอสงสัย ปุ ถามตามเนื้อความที่ของใจ ลิ เขียนไวเมื่อสงสัยไดเปดดู. ๓.ปญฺา โลกสฺมึ ปชฺโชโต (ปญญา โลกัสสะหมิง ปชโชโต) “ปญญาเปนแสงสวางในโลก” (สํ.ส. ๑๕/๖๑) ยามเมื่อโลกขาดแสงแหงอาทิตย ยอมมืดมิดมองอะไรก็ไมเห็น ยามเมื่อจิตขาดปญญาพาลําเค็ญ มองไมเห็นดีหรือชั่วที่ตัวทํา . คูมืออบรม ๗๓ “ ยุวพุทธ ”
  • 75.
    ๔.อตฺตนา โจทยตฺตานํ (อัตตะนาโจทะยัตตานัง) “จงเตือนตนดวยตนเอง” (ขุ.ธ. ๒๕/๖๖) จงเตือนตนของตนใหพนผิด ตนเตือนจิตตนไดใครจะเหมือน ตนเตือนไมไดใครจะเตือน อยาแชเชือนเตือนตนใหพนภัย. ๕. อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ) “ตนเปนที่พึ่งของตน” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๖,๖๖) พึ่งคนอื่นชื่นใจเปนบางครั้ง ไมเหมือนดังพึ่งตนผลฉวี พึ่งเขาไดก็เพราะเราทําความดี ตนเปนศรีของตนผลจึงตาม. ๖. ยํ เว เสวติ ตาทิโส (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส) “คบคนเชนใดยอมเปนคนเชนนั้น” (ว.ว.) คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล คบคนชั่วพาตัวใหมืดมน เกิดเปนคนจะคบใครควรไตรตรอง. คูมืออบรม ๗๔ “ ยุวพุทธ ” ๔.อตฺตนา โจทยตฺตานํ (อัตตะนา โจทะยัตตานัง) “จงเตือนตนดวยตนเอง” (ขุ.ธ. ๒๕/๖๖) จงเตือนตนของตนใหพนผิด ตนเตือนจิตตนไดใครจะเหมือน ตนเตือนไมไดใครจะเตือน อยาแชเชือนเตือนตนใหพนภัย. ๕. อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ (อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ) “ตนเปนที่พึ่งของตน” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๖,๖๖) พึ่งคนอื่นชื่นใจเปนบางครั้ง ไมเหมือนดังพึ่งตนผลฉวี พึ่งเขาไดก็เพราะเราทําความดี ตนเปนศรีของตนผลจึงตาม. ๖. ยํ เว เสวติ ตาทิโส (ยัง เว เสวะติ ตาทิโส) “คบคนเชนใดยอมเปนคนเชนนั้น” (ว.ว.) คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล คบคนชั่วพาตัวใหมืดมน เกิดเปนคนจะคบใครควรไตรตรอง. คูมืออบรม ๗๔ “ ยุวพุทธ ”
  • 76.
    ๖. อกตํ ทุกฺกฏํเสยฺโย (อะกะตัง ทุกกะตัง เสยโย) “ความชั่วไมทําเสียเลยดีกวา” (ขุ.ธ.๒๕/๕๖) อันความชั่วคือตัวทุจริต ทําใหจิตต่ําทรามตามกระแส ทั้งวันนี้วันหนาทุกขาแล ควรทําแตความดีเปนศรีตน. ๗. โกธํ ปฺญาย อุจฺฉินฺเท (โกธัง ปญญายะ อุจฉินเท) “พึงตัดความโกรธดวยปญญา” (นัย องฺ สตฺตก. ๒๓/๑๐๐) เมื่อเขาวาเราอยาโกรธลงโทษเขา ในเมื่อเราไมเปนเชนเขาวา หากวาเราเปนจริงจังดังวาจา เมื่อเขาวาอยาโกรธเขาเราเปนจริง ๘.โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา (โลโกปตถัมภิกา เมตตา) “เมตตาธรรมค้ําจุนโลก” (ว.ว.) เมตตาธรรมค้ําจุนอุดหนุนโลก ประสพโชคสุขสวัสดิ์พิพัฒนผล ยอมสดชื่นเบิกบานในกมล เพราะทุกคนตางล้ําฉ่ําเมตตา. คูมืออบรม ๗๕ “ ยุวพุทธ ” ๖. อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย (อะกะตัง ทุกกะตัง เสยโย) “ความชั่วไมทําเสียเลยดีกวา” (ขุ.ธ.๒๕/๕๖) อันความชั่วคือตัวทุจริต ทําใหจิตต่ําทรามตามกระแส ทั้งวันนี้วันหนาทุกขาแล ควรทําแตความดีเปนศรีตน. ๗. โกธํ ปฺญาย อุจฺฉินฺเท (โกธัง ปญญายะ อุจฉินเท) “พึงตัดความโกรธดวยปญญา” (นัย องฺ สตฺตก. ๒๓/๑๐๐) เมื่อเขาวาเราอยาโกรธลงโทษเขา ในเมื่อเราไมเปนเชนเขาวา หากวาเราเปนจริงจังดังวาจา เมื่อเขาวาอยาโกรธเขาเราเปนจริง ๘.โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา (โลโกปตถัมภิกา เมตตา) “เมตตาธรรมค้ําจุนโลก” (ว.ว.) เมตตาธรรมค้ําจุนอุดหนุนโลก ประสพโชคสุขสวัสดิ์พิพัฒนผล ยอมสดชื่นเบิกบานในกมล เพราะทุกคนตางล้ําฉ่ําเมตตา. คูมืออบรม ๗๕ “ ยุวพุทธ ”
  • 77.
    ๙.สุโข ปุฺญสฺส อุจฺจโย(สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย) “ความสั่งสมซึ่งบุญ นําสุขมาให” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๐) สะสมบุญไวเถิดประเสริฐสุนทร วิบากบุญนําสุขทุกสมัย เมื่อเปนอยูหลับตาเวลาตาย แสนสบายสุขสมชมแตบุญ. ๑๐.ทุกโข ปาปสฺส อุจฺจโย (ทุกโข ปาสัสสะ อุจจะโย) “ความสั่งสมบาป นําทุกขมาให” (ขุ.ธ.๒๔/๓๐) คนทําบาปหยาบคายจะไรสุข มีแตทุกขเที่ยงแทแนหนักหนา สะสมบาปบาปกลับประทับตรา ลงอาญาตามกฎกําหนดกรรม. ๑๑.วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ (วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ) “คนลวงทุกขไดเพราะความเพียร” (ขุ.สุ. ๒๕/๓๖๑) แมผูใดใครทั้งปวงจะลวงทุกข จะพบสุขแสนประเสริฐอันเลิศล้ํา เพราะความเพียรดอกหนาพาพนกรรม จึงพบธรรมสัมมาคาที่เพียร. คูมืออบรม ๗๖ “ ยุวพุทธ ” ๙.สุโข ปุฺญสฺส อุจฺจโย (สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย) “ความสั่งสมซึ่งบุญ นําสุขมาให” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๐) สะสมบุญไวเถิดประเสริฐสุนทร วิบากบุญนําสุขทุกสมัย เมื่อเปนอยูหลับตาเวลาตาย แสนสบายสุขสมชมแตบุญ. ๑๐.ทุกโข ปาปสฺส อุจฺจโย (ทุกโข ปาสัสสะ อุจจะโย) “ความสั่งสมบาป นําทุกขมาให” (ขุ.ธ.๒๔/๓๐) คนทําบาปหยาบคายจะไรสุข มีแตทุกขเที่ยงแทแนหนักหนา สะสมบาปบาปกลับประทับตรา ลงอาญาตามกฎกําหนดกรรม. ๑๑.วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ (วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ) “คนลวงทุกขไดเพราะความเพียร” (ขุ.สุ. ๒๕/๓๖๑) แมผูใดใครทั้งปวงจะลวงทุกข จะพบสุขแสนประเสริฐอันเลิศล้ํา เพราะความเพียรดอกหนาพาพนกรรม จึงพบธรรมสัมมาคาที่เพียร. คูมืออบรม ๗๖ “ ยุวพุทธ ”
  • 78.
    ๑๒.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี(สุขา สังฆัสสะ สามัคคี) “ความพรอมเพรียงของหมูคณะใหเกิดสุข” (ขุ. ธ. ๒๕/๔๑) ถาหมูใดมีความพรอมเพรียงกัน ในหมูนั้นก็เจริญเพลิดเพลินผล ใหเกิดสุขสมหมายคลายกังวล เพราะทุกคนสามัคคีดีตอกัน. ๑๓.ธมฺมจารี สุขํ เสติ (ธัมมะจารี สุขัง เสติ) “ผูประพฤติธรรม ยอมอยูเปนสุข” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๗) ประพฤติธรรมมีธรรมประจําจิต เปนเนืองนิตยไรทุกขสุขกุศล ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน จะหางพนไพรีไมมีกวน. ๑๔.นิสมฺม กรณํ เสยโย (นิสัมมะ กะระณัง เสยโย) “ใครครวญกอนแลวจึงทําดีกวา” (ว.ว.) จะทําการงานใดใครครวญกอน รูจักผอนจําเพาะใหเหมาะเหม็ง ยอมมีผลสมการกับงานเอง ถารีบเรงไมใครครวญชวนใหเลว. คูมืออบรม ๗๗ “ ยุวพุทธ ” ๑๒.สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี (สุขา สังฆัสสะ สามัคคี) “ความพรอมเพรียงของหมูคณะใหเกิดสุข” (ขุ. ธ. ๒๕/๔๑) ถาหมูใดมีความพรอมเพรียงกัน ในหมูนั้นก็เจริญเพลิดเพลินผล ใหเกิดสุขสมหมายคลายกังวล เพราะทุกคนสามัคคีดีตอกัน. ๑๓.ธมฺมจารี สุขํ เสติ (ธัมมะจารี สุขัง เสติ) “ผูประพฤติธรรม ยอมอยูเปนสุข” (ขุ.ธ. ๒๕/๓๗) ประพฤติธรรมมีธรรมประจําจิต เปนเนืองนิตยไรทุกขสุขกุศล ประพฤติธรรมธรรมารักษาตน จะหางพนไพรีไมมีกวน. ๑๔.นิสมฺม กรณํ เสยโย (นิสัมมะ กะระณัง เสยโย) “ใครครวญกอนแลวจึงทําดีกวา” (ว.ว.) จะทําการงานใดใครครวญกอน รูจักผอนจําเพาะใหเหมาะเหม็ง ยอมมีผลสมการกับงานเอง ถารีบเรงไมใครครวญชวนใหเลว. คูมืออบรม ๗๗ “ ยุวพุทธ ”
  • 79.
     ตื่นตัว วองไว กาวหนา ตามรอยบาทพระศาสดา เพื่อโลกาสงบเย็น. ⌫ ความชั่วเปนผี ความดีเปนพระ ความชั่วตองละ ความดีตองทํา.   ⌫ ผีที่ 1 ชอบสุราเปนอาจิณ ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร ผีที่ 2 ชอบเที่ยวยามวิกาล ไมรักบานรักลูกรักเมียตน ผีที่ 3 ชอบดูการละเลน ไมละเวนบารคลับละครโขน ผีที่ 4 คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไมพนอาญาตราแผนดิน ผีที่ 5 ชอบเลนมากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีที่ 6 เกียจครานการทํากิน มีทั้งสิ้นหกผีอัปรียเอย. ⌫⌫⌫ ผีผีผี ผีขี้เกียจเสนียจจัญไร อยูกับใครบรรลัยฉิบหาย อยูกับหญิงทําสิ่งวอดวาย อยูกับชายทําลายครอบครัว อยูกับเณรก็ทําความชั่ว ถาใครกลัวรีบไลออกไป ๆ ๆ. คูมืออบรม ๗๘ “ ยุวพุทธ”  ตื่นตัว วองไว กาวหนา ตามรอยบาทพระศาสดา เพื่อโลกาสงบเย็น. ⌫ ความชั่วเปนผี ความดีเปนพระ ความชั่วตองละ ความดีตองทํา.   ⌫ ผีที่ 1 ชอบสุราเปนอาจิณ ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร ผีที่ 2 ชอบเที่ยวยามวิกาล ไมรักบานรักลูกรักเมียตน ผีที่ 3 ชอบดูการละเลน ไมละเวนบารคลับละคร โขน ผีที่ 4 คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไมพนอาญาตราแผนดิน ผีที่ 5 ชอบเลนมากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีที่ 6 เกียจครานการทํากิน มีทั้งสิ้นหกผีอัปรียเอย. ⌫⌫⌫ ผีผีผี ผีขี้เกียจเสนียจจัญไร อยูกับใครบรรลัยฉิบหาย อยูกับหญิงทําสิ่งวอดวาย อยูกับชายทําลายครอบครัว อยูกับเณรก็ทําความชั่ว ถาใครกลัวรีบไลออกไป ๆ ๆ. คูมืออบรม ๗๘ “ ยุวพุทธ”
  • 80.
      ถาคนเราเปรียบกับไกดูใหดี ตนไมใหความรมรื่นแกชีวิต มันไมมีนอนไมหลับไมปวดหัว นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา ไมมีโรคประสาทประจําตัว ดอกไมนอยยังใหความชื่นบานตา โรคจิตไมมากลั้วกับไกนอย แมตนหญาก็ยังใหออกซิเจน คนในโลกกินยาเปนตัน แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้ พวกไกมันไมตองกินสักเทากอย ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น หลับสนิทจิตสบายรอยทั้งรอย กินกามเกียรติเทานั้นหรือที่ทําเปน รูสึกนอยแหงน้ําใจอายไกเอย ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเลย -พระประสงค ปริปุณโณ- ไดเปนคนหรือจึงไดนอนไมหลับ  ควรจะนับวาเปนบาปหรือบุญเหวย อันลิงคางกลางปาจับมาหัด มีธรรมะกันเสียนะอยาละเลย สารพัดฝกไดดังใจหมาย หลับเสบยไมละอายแกไกมัน ฯ -พุทธทาสภิกขุ- เกิดเปนคนทนฝกฝนจนตัวตาย ถาเอาดีไมไดก็อายลิง คูมืออบรม ๗๙ “ ยุวพุทธ ”   ถาคนเราเปรียบกับไกดูใหดี ตนไมใหความรมรื่นแกชีวิต มันไมมีนอนไมหลับไมปวดหัว นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา ไมมีโรคประสาทประจําตัว ดอกไมนอยยังใหความชื่นบานตา โรคจิตไมมากลั้วกับไกนอย แมตนหญาก็ยังใหออกซิเจน คนในโลกกินยาเปนตัน แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้ พวกไกมันไมตองกินสักเทากอย ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น หลับสนิทจิตสบายรอยทั้งรอย กินกามเกียรติเทานั้นหรือที่ทําเปน รูสึกนอยแหงน้ําใจอายไกเอย ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเลย -พระประสงค ปริปุณโณ- ไดเปนคนหรือจึงไดนอนไมหลับ ควรจะนับวาเปนบาปหรือบุญเหวย  อันลิงคางกลางปาจับมาหัด มีธรรมะกันเสียนะอยาละเลย สารพัดฝกไดดังใจหมาย หลับเสบยไมละอายแกไกมัน ฯ -พุทธทาสภิกขุ- เกิดเปนคนทนฝกฝนจนตัวตาย ถาเอาดีไมไดก็อายลิง คูมืออบรม ๗๙ “ ยุวพุทธ ”
  • 81.
     ⌫ ลูกชายทะเลาะกับแม โกรธแม ออกจากบาน มา มีไมเทา ใชยัน ยุดกันราง ขออาศัยพักที่วัด เขาพบทานอาจารยแตเชาตรู คลําหาทาง แกวงกวัด สัตวรายหนี ปองกันตัว ติดตน ผลทวี ดีกวามี ลูกรั้น อกตัญู (จากวารสารมงคลสาร) “หลวงพอครับ ผมหนีความวุนวายในเมือง มา ศึกษาธรรมะ ควรศึกษาเรื่องไหนกอนครับ”  ใหของขวัญ วันแม นับแตนี้ โดยทําดี ตอพอแม กอนแกเฒา ใหทานได ประจักษ รักของเรา “ไปกราบเทาขอโทษคุณแมเชื่อฟง อยูในโอวาทของ ดีกวาเฝา ทําบุญให เมื่อวายชนม ทานนั่นคือ ธรรมะขอแรก ที่ควรปฏิบัติ (กรมประชาสงเคราะห) (จาก “ฝนประปราย” ของ วรธัมม) คูมืออบรม ๘๐ “ ยุวพุทธ ”  ⌫ ลูกชายทะเลาะกับแม โกรธแม ออกจากบาน มา มีไมเทา ใชยัน ยุดกันราง ขออาศัยพักที่วัด เขาพบทานอาจารยแตเชาตรู คลําหาทาง แกวงกวัด สัตวรายหนี ปองกันตัว ติดตน ผลทวี ดีกวามี ลูกรั้น อกตัญู (จากวารสารมงคลสาร) “หลวงพอครับ ผมหนีความวุนวายในเมือง มา ศึกษาธรรมะ ควรศึกษาเรื่องไหนกอนครับ”  ใหของขวัญ วันแม นับแตนี้ โดยทําดี ตอพอแม กอนแกเฒา ใหทานได ประจักษ รักของเรา “ไปกราบเทาขอโทษคุณแมเชื่อฟง อยูในโอวาทของ ดีกวาเฝา ทําบุญให เมื่อวายชนม ทานนั่นคือ ธรรมะขอแรก ที่ควรปฏิบัติ (กรมประชาสงเคราะห) (จาก “ฝนประปราย” ของ วรธัมม) คูมืออบรม ๘๐ “ ยุวพุทธ ”
  • 82.
       1. พุทธศาสนาใหกาวเทาที่ถูกตอง กาวแรกแกเด็ก ๆ 2. พุทธศาสนาใหวิธีการบังคับตัวเอง ที่จําเปนอยาง 1.ขยันขันแข็ง, กลา, ยอมตายถาถูกธรรม. ยิ่ง แกคนหนุมสาว 2.สุภาพ, ออนโยน, เชื่อฟงผูเฒาผูแก. 3. พุทธศาสนาใหเคล็ดแหงความสําเร็จ และความไม 3.กตัญู:รับรูคุณ แมสิ่งไมมีชีวิต แมอุปสรรคศัตรู. มีทุกข 4.มีศีล-มีสัตย,เปดเผย-บริสุทธิ์ใจ. 4. พุทธศาสนาใหโลกุตตรสุข หลังจากผานโลกียสุข 5.ประหยัด-สันโดษ, รูจักทําสิ่งรายใหกลายเปนดี. มาแลว แกคนเฒาคนแก 6.มีเมตตา-กรุณา, มีน้ําใจ-ไมมีเขา ไมมีเรา. -พุทธทาสภิกขุ- 7.อดกลั้น-อดทน ดวยใจแจมใส, คอยได-รอได. 8.เปนฝายยอมได-ใหอภัยได เพื่อใหอะไร ๆ มันลง กันได. 9.ไมตามใจกิเลส แตเลือกขางถูกธรรม. 10.มีแบบฉบับในเรื่อง กิน-อยู-หลับ-นอน เกิด-แก- เจ็บ-ตาย เปนของชาวพุทธ -พุทธทาสภิกขุ- คูมืออบรม ๘๑ “ ยุวพุทธ ”    1. พุทธศาสนาใหกาวเทาที่ถูกตอง กาวแรกแกเด็ก ๆ 2. พุทธศาสนาใหวิธีการบังคับตัวเอง ที่จําเปนอยาง 1.ขยันขันแข็ง, กลา, ยอมตายถาถูกธรรม. ยิ่ง แกคนหนุมสาว 2.สุภาพ, ออนโยน, เชื่อฟงผูเฒาผูแก. 3. พุทธศาสนาใหเคล็ดแหงความสําเร็จ และความไม 3.กตัญู:รับรูคุณ แมสิ่งไมมีชีวิต แมอุปสรรคศัตรู. มีทุกข 4.มีศีล-มีสัตย,เปดเผย-บริสุทธิ์ใจ. 4. พุทธศาสนาใหโลกุตตรสุข หลังจากผานโลกียสุข 5.ประหยัด-สันโดษ, รูจักทําสิ่งรายใหกลายเปนดี. มาแลว แกคนเฒาคนแก 6.มีเมตตา-กรุณา, มีน้ําใจ-ไมมีเขา ไมมีเรา. -พุทธทาสภิกขุ- 7.อดกลั้น-อดทน ดวยใจแจมใส, คอยได-รอได. 8.เปนฝายยอมได-ใหอภัยได เพื่อใหอะไร ๆ มันลง กันได. 9.ไมตามใจกิเลส แตเลือกขางถูกธรรม. 10.มีแบบฉบับในเรื่อง กิน-อยู-หลับ-นอน เกิด-แก- เจ็บ-ตาย เปนของชาวพุทธ -พุทธทาสภิกขุ- คูมืออบรม ๘๑ “ ยุวพุทธ ”
  • 83.
    ⌫⌫⌫  ⌫ ⌫⌫   ⌫  ⌫⌫   ⌫  ⌫⌫   ⌫ ⌫ ⌫⌫   ⌫   ⌫⌫   ⌫ ⌫  ⌫ ⌫ ⌫   ⌫คูือยุวท ม อบรม “ พุ ธ” ๘๒ ⌫⌫⌫  ⌫ ⌫⌫   ⌫  ⌫⌫   ⌫  ⌫⌫   ⌫ ⌫ ⌫⌫   ⌫   ⌫⌫   ⌫ ⌫  ⌫ ⌫ ⌫   ⌫  คูมืออบรม ๘๒ “ ยุวพุทธ”
  • 84.
      ⌫⌫  ⌫ ⌫  ⌫⌫ ⌫⌫ ⌫⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫⌫ คูมืออบรม ๘๓ “ ยุวพุทธ   ⌫ ⌫  ⌫ ⌫  ⌫⌫ ⌫⌫ ⌫⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫⌫ คูมืออบรม ๘๓ “ ยุวพุทธ”
  • 85.
      ⌫  ⌫   ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫ ⌫ คูมืออบรม ๘๔ “ ยุวพุทธ   ⌫   ⌫   ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫  ⌫ ⌫ คูมืออบรม ๘๔ “ ยุวพุทธ”
  • 86.
    ⌫  ศีล หากมี ชวยสังคม อุดมสุข ธรรม อีกดวย ชวยดับทุกข เปนสุขี ของ ศาสดา เมตตาสอน วอนวจี ยุว -ชนนี้ พึงนอมใจ ใฝกระทํา ชน ใดไร ศีลธรรม ประจําจิต คือ มิจฉา เห็นผิด จิตถลํา สันติ สุข เกิดไมได ชั่วครอบงํา ภาพ ขาวนั้น ลงประจํา ทําอัปรีย ของ อะไร ถาดีทํา อยาหนีหนาย โลก จะกลาย เปนสันติภาพ ปราชญทานชี้ ยุค ไหนที่ มีศีลธรรม นําชีวี นี้ วิถี โลกศรีอาริย ศานติเอย. -นิราลัย- ⌫  ศีล หากมี ชวยสังคม อุดมสุข ธรรม อีกดวย ชวยดับทุกข เปนสุขี ของ ศาสดา เมตตาสอน วอนวจี ยุว -ชนนี้ พึงนอมใจ ใฝกระทํา ชน ใดไร ศีลธรรม ประจําจิต คือ มิจฉา เห็นผิด จิตถลํา สันติ สุข เกิดไมได ชั่วครอบงํา ภาพ ขาวนั้น ลงประจํา ทําอัปรีย ของ อะไร ถาดีทํา อยาหนีหนาย โลก จะกลาย เปนสันติภาพ ปราชญทานชี้ ยุค ไหนที่ มีศีลธรรม นําชีวี นี้ วิถี โลกศรีอาริย ศานติเอย. -นิราลัย-