Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
พัน พัน
6,245 views
บรรยากาศ (Atmosphere)
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 83 times
1
/ 20
2
/ 20
3
/ 20
4
/ 20
5
/ 20
6
/ 20
7
/ 20
8
/ 20
9
/ 20
10
/ 20
11
/ 20
12
/ 20
13
/ 20
14
/ 20
Most read
15
/ 20
16
/ 20
17
/ 20
18
/ 20
Most read
19
/ 20
Most read
20
/ 20
More Related Content
PDF
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
PDF
บทที่ 15 การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
ธาตุกัมมันตรังสี
by
พัน พัน
PDF
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช
by
dnavaroj
PDF
เอกสารประกอบการเรียน มวล มวลอะตอม โมลและปริมาณต่อโมล
by
Chuanchen Malila
PDF
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
by
Aomiko Wipaporn
PDF
6แบบทดสอบการลำเลียงสารผ่านเซลล์
by
สำเร็จ นางสีคุณ
การถ่ายโอนความร้อน ม.1
by
Wuttipong Tubkrathok
บทที่ 15 การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
by
Pinutchaya Nakchumroon
ธาตุกัมมันตรังสี
by
พัน พัน
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช
by
dnavaroj
เอกสารประกอบการเรียน มวล มวลอะตอม โมลและปริมาณต่อโมล
by
Chuanchen Malila
เรื่อง เมฆ
by
พัน พัน
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
by
Aomiko Wipaporn
6แบบทดสอบการลำเลียงสารผ่านเซลล์
by
สำเร็จ นางสีคุณ
What's hot
PPTX
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
PDF
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
by
ssuser2feafc1
PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้ชั้นบรรยากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
PDF
ใบความรู้ เรื่อง พลังงานความร้อน วิทยาศาสตร์ 2 ว 21102
by
พัน พัน
PDF
ชีทสรุประบบสืบพันธุ์และการเจริญ 2011
by
Namthip Theangtrong
PDF
Microsoft power point ปฏิกิริยาเคมี
by
Thanyamon Chat.
PDF
11.ลม
by
Kobwit Piriyawat
PDF
เฉลยเอกสารประกอบสื่อสังคมออนไลน์เรื่องคลื่นกลและเสียง
by
โรงเรียนเทพลีลา
PDF
บทที่4โลกของเราม 2
by
Wichai Likitponrak
PDF
ใบงานที่ 2 การจัดเรียงอิเล็กตรอน
by
Sukanya Nak-on
PDF
ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
PDF
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล
by
Wan Ngamwongwan
PDF
โควาเลนต์
by
พัน พัน
PDF
บทที่ 1 อะตอมและตารางธาตุ
by
oraneehussem
PPT
หน่วยของสิ่งมีชีวิต
by
netzad
PDF
บทที่ 3 พลังงานไฟฟ้า
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
04 แบบจำลองอะตอมของโบร์และกลุ่มหมอก
by
kruannchem
DOCX
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
by
dnavaroj
PDF
ใบงานที่ 1 ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
PDF
แรงดึงดูดระหว่างมวล2560
by
krulef1805
บรรยากาศ
by
Supaluk Juntap
แบบทดสอบตามตัวชี้วัด ม.1.doc.pdf
by
ssuser2feafc1
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้ชั้นบรรยากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
ใบความรู้ เรื่อง พลังงานความร้อน วิทยาศาสตร์ 2 ว 21102
by
พัน พัน
ชีทสรุประบบสืบพันธุ์และการเจริญ 2011
by
Namthip Theangtrong
Microsoft power point ปฏิกิริยาเคมี
by
Thanyamon Chat.
11.ลม
by
Kobwit Piriyawat
เฉลยเอกสารประกอบสื่อสังคมออนไลน์เรื่องคลื่นกลและเสียง
by
โรงเรียนเทพลีลา
บทที่4โลกของเราม 2
by
Wichai Likitponrak
ใบงานที่ 2 การจัดเรียงอิเล็กตรอน
by
Sukanya Nak-on
ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล
by
Wan Ngamwongwan
โควาเลนต์
by
พัน พัน
บทที่ 1 อะตอมและตารางธาตุ
by
oraneehussem
หน่วยของสิ่งมีชีวิต
by
netzad
บทที่ 3 พลังงานไฟฟ้า
by
Pinutchaya Nakchumroon
04 แบบจำลองอะตอมของโบร์และกลุ่มหมอก
by
kruannchem
แบบทดสอบ สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
by
dnavaroj
ใบงานที่ 1 ธาตุและสารประกอบ
by
website22556
แรงดึงดูดระหว่างมวล2560
by
krulef1805
Viewers also liked
PDF
5ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
by
Wijitta DevilTeacher
PDF
7ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
by
Wijitta DevilTeacher
PDF
8พลังงานภายในระบบ
by
Wijitta DevilTeacher
PPTX
บทที่ 8 ความร้อนและอุณหพลศาสตร์
by
Thepsatri Rajabhat University
PDF
10ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
by
Physciences Physciences
PDF
แข็ง เหลว แก๊ส
by
เมขลาไอติมหลอ� มาแล้วจ้า
PDF
ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
by
พัน พัน
5ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
by
Wijitta DevilTeacher
7ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
by
Wijitta DevilTeacher
8พลังงานภายในระบบ
by
Wijitta DevilTeacher
บทที่ 8 ความร้อนและอุณหพลศาสตร์
by
Thepsatri Rajabhat University
10ความร้อนและทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
by
Physciences Physciences
แข็ง เหลว แก๊ส
by
เมขลาไอติมหลอ� มาแล้วจ้า
ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
by
พัน พัน
Similar to บรรยากาศ (Atmosphere)
PDF
อุณหภูมิของอากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
PDF
ชั้นบรรยากาศ
by
krupornpana55
PDF
กระบวนการเปลี่ยนเเปลงลมฟ้าอากาศ
by
AnuchitKongsui
PPTX
???.??????????? ?.1 ???? 2 ???????? 10
by
wachiphoke
PDF
บรรยากาศ(Atmosphere)
by
พัน พัน
PDF
การแบ่งเขตภูมิอากาศ
by
พัน พัน
PPT
Atmosphere
by
Kobwit Piriyawat
PDF
องค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศ
by
dnavaroj
PPT
Climate change2009
by
Kobwit Piriyawat
PDF
ทรัพยากรอากาศ
by
fainaja
PPT
บรรยากาศ
by
kulruedee_chm
PDF
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
PDF
อากาศภาค
by
Pa'rig Prig
PDF
ทรัพยากรอากาศ2
by
fainaja
PDF
บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก
by
Sukanya Burana
PPTX
Weather Academy
by
Apidon Charoen-agsorn
PDF
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
PDF
ทรัพยากรอากาศ2
by
fainaja
PPTX
องค์ประกอบของบรรยากาศ
by
Arisa Khuntong
PPT
Atmosphere1
by
สัญญา พรนารายณ์
อุณหภูมิของอากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
ชั้นบรรยากาศ
by
krupornpana55
กระบวนการเปลี่ยนเเปลงลมฟ้าอากาศ
by
AnuchitKongsui
???.??????????? ?.1 ???? 2 ???????? 10
by
wachiphoke
บรรยากาศ(Atmosphere)
by
พัน พัน
การแบ่งเขตภูมิอากาศ
by
พัน พัน
Atmosphere
by
Kobwit Piriyawat
องค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศ
by
dnavaroj
Climate change2009
by
Kobwit Piriyawat
ทรัพยากรอากาศ
by
fainaja
บรรยากาศ
by
kulruedee_chm
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
อากาศภาค
by
Pa'rig Prig
ทรัพยากรอากาศ2
by
fainaja
บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก
by
Sukanya Burana
Weather Academy
by
Apidon Charoen-agsorn
แบบฝึกหัดทบทวนก่อนสอบกลางภาค2 ม.1 2 55
by
krupornpana55
ทรัพยากรอากาศ2
by
fainaja
องค์ประกอบของบรรยากาศ
by
Arisa Khuntong
Atmosphere1
by
สัญญา พรนารายณ์
More from พัน พัน
PDF
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
PDF
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
ยาเสพติด
by
พัน พัน
PDF
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
PDF
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
PDF
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
PDF
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
โครงงานคอม
by
พัน พัน
PDF
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
PDF
การปริ้น
by
พัน พัน
PDF
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
DOCX
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
PDF
Office
by
พัน พัน
PDF
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
พัน พัน
รายงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
ยาเสพติด
by
พัน พัน
ประเภทของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เรื่องภาษาซี
by
พัน พัน
ระบบคอมพิวเตอร์และยุคสมัย
by
พัน พัน
เรื่องระบบปฏิบัติการ
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
เรื่องคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
ปัญหาทรัพยากรป่าไม้
by
พัน พัน
หลักการทำงาน บทบาทและอุปกรณ์พื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
โครงงานคอม
by
พัน พัน
ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การปริ้น
by
พัน พัน
เรื่องด้านคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
การเปลี่ยนตัวเลขให้เป็นตัวอักษร
by
พัน พัน
Office
by
พัน พัน
การทำงานของคอมพิวเตอร์
by
พัน พัน
บรรยากาศ (Atmosphere)
1.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ บรรยากาศ (Atmosphere) หมายถึง อากาศที่หอหุมโลก ที่อยูรอบๆ ตัวเรา อากาศ (Weather) หมายถึง สสารที่มีอยูรอบๆ ตัวเรา องคประกอบของอากาศ อากาศเปนของผสม ประกอบดวยแกสชนิดตางๆ โดยรอยละ 99.99 ของกาศแหง (dry air) ประกอบ ดวยแกส 4 ชนิด คือ 1. แกสไนโตรเจน (N2 2. แกสออกซิเจน (O ) รอยละ 78.08 2 3. แกสอารกอน (Ar) รอยละ 0.93 ) รอยละ 20.95 4. แกสคารบอนไดออกไซด (CO2) รอยละ 0.03 แผนภูมิวงกลมแสดงสวนประกอบของอากาศ สวนที่เหลืออีกรอยละ 0.01 นั้น ประกอบดวยแกสอื่นๆ เชน นีออน (Ne) ฮีเลียม (He) มีเทน (CH4) คริปทอน (Kr) ไฮโดรเจน (H) โอโซน (O3 อากาศที่ไมมีไอน้ําผสม เรียกวา อากาศแหง ) อากาศที่มีไอน้ําปนอยูดวย เรียกวา อากาศชื้น แกสไนโตรเจน มีมากที่สุดในอากาศ เมื่อสิ่งมีชีวิตหายใจเขาจะไมมีผลตอรางกาย บทบาทของแกสไนโตรเจน 1. ทําใหแกสออกซิเจนในบรรยากาศเจือจาง 2. ทําใหอัตราเร็วในการสันดาปลดลง 3. มีความสําคัญในการสรางโปรตีน เพิ่มเติม บรรยากาศ (Atmosphere) 1 2
2.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ สันดาป (combustion) คือ ขบวนการที่สารรวมกับออกซิเจนจนเกิดเปนออกไซด ความรอน และแสง สวาง แกสออกซิเจน มีมากเปนอันดับ 2 ในอากาศ รองจากแกสไนโตรเจน บทบาทของแกสออกซิเจน 1. สิ่งมีชีวิตหายใจนําแกสออกซิเจนเขาไปเพื่อการดํารงชีวิต 2. ชวยในการสันดาปของเชื้อเพลิง แกสคารบอนไดออกไซด แมมีปริมาณเล็กนอยแตมีบทบาทสําคัญตอสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะพืชใชแกสคารบอนไดออกไซดในการ สรางอาหารหรือกระบวนการสังเคราะหดวยแสง สมบัติของอากาศ อากาศมีสมบัติเฉพาะตัวที่สําคัญ คือ 1. เปนสสาร มีมวล มีตัวตน ตองการที่อยู และสัมผัสได 2. เปนของไหลถายเทไดตลอดเวลา อากาศจะไหลจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่ความ กดดันอากาศต่ํา จึงทําใหเกิดลม 3. ทําใหเปนของเหลวได โดยการเพิ่มความดันสูงๆ หรือทําใหเย็นจัดๆ อากาศจะเปลี่ยนไป 4. อากาศมีความหนาแนน มีความดัน มีความชื้น และมีระดับอุณหภูมิ ชั้นบรรยากาศ แบงตามอุณหภูมิ ความสูง และสวนผสมของแกสที่มี ไดดังนี้ 1. ชั้นโทรโพสเฟยร (Troposphere) สูงจากพื้นดิน 10 km อุณหภูมิจะลดลงตามระดับของความสูง มีไอน้ําอยูมาก มีปรากฏการทางธรรมชาติ เชน เมฆ หมอก ฝน และพายุ เปนตน เปนชั้นที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู 2. ชั้นสตราโทสเฟยร (Stratosphere) สูงถัดขึ้นไปอีก 50 km ในชวงแรกๆ อุณหภูมิจะคงที่ หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นตามระดับของความสูง มีโอโซน (O3) อยูมาก ซึ่งจะชวยในการดูดแสงอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย เหมาะสําหรับการคมนาคมทางอากาศเนื่องจากไมมีเมฆ และพายุ บางครั้งเรียกชั้นนี้วา โอโนสเฟยร เนื่องจากมีโอโซนอยู 3. ชั้นมีโซสเฟยร (Mesosphere) สูงถัดขึ้นไปอีกจนถึงระดับความสูงประมาณ 80 km อุณหภูมิชั้นนี้จะลดลงตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น วัตถุนอกโลกผานเขามาจะเริ่มเกิดการเผาไหมในชั้นนี้ 4. ชั้นเทอรโมสเฟยร (Thermosphere) สูงถัดขึ้นไป 80 – 500 km 3
3.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ โมเลกุลของแกสมีการแตกตัวเปนไอออน (ion) สามารถสะทอนคลื่นวิทยุได เหมาะสําหรับการคมนาคมหรือใชสื่อสารระยะทางไกล (วิทยุ AM) อุณหภูมิคงที่ในระดับลางและจะเพิ่มขึ้นตามความสูงจนถึงประมาณ 1,700 องศา เซลเซียส บางครั้งเรียกชั้นนี้วา ไอโอโนสเฟยร เนื่องจากมีการแตกตัวของไอออน 5. ชั้นเอกโซสเฟยร (Exosphere) อยูสูงถัดจาก 500 km ขึ้นไป อยูชั้นนอกสุด อุณหภูมิสูง อากาศเบาบาง มี H และ He เล็กนอย เปนจุดเริ่มตนของ อวกาศ บริเวณที่อยูระหวางชั้นโทรโพสเฟยรกับชั้นสตราโทสเฟยร เรียกวา โทรโพพอส (Tropopause) บริเวณที่อยูระหวางชั้นสตราโทสเฟยรกับชั้นมีโซสเฟยร เรียกวา สตราโทพอส ( Stratopause) บริเวณที่อยูระหวางชั้นมีโซสเฟยรกับชั้นเทอรโมสเฟยร เรียกวา มีโซพอส (Mesopause) ประโยชนของบรรยากาศ 1. ชวยใหอุณหภูมิของโลกไมสูงเกินไปในเวลากลางวัน และไมต่ําเกินไปในเวลากลางคืน 2. ชวยปองกันอันตรายจากรังสีของดวงอาทิตย 3. ชวยปองกันอันตรายจากอนุภาคตางๆ จากนอกโลก เชน อุกกาบาต 4. แกสออกซิเจนใชในการหายใจของสิ่งมีชีวิต แกสคารบอนไดออกไซดใชในกระบวนการสังเคราะหดวย แสง อุณหภูมิของอากาศ อากาศทําหนาที่คลายผาหมที่หอหุมโลก ชวยปรับอุณหภูมิของโลกทั้งกลางวันและกลางคืนใหเหมาะสม กับการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชวยปองกันอันตรายจากรังสีและอนุภาคตางๆ ที่มาจากนอกโลก อันเปนอันตราย ตอมนุษย สัตว และพืช อุณหภูมิของอากาศ คือ ปริมาณที่ใชบอกความรอนและความเย็นของอากาศ เปนปจจัยพื้นฐานใน การศึกษาสภาพอากาศ และมีการแปรเปลี่ยนไปในแตละชวงเวลา เชน ป ฤดูกาล เดือน วัน และชั่วโมง อุณหภูมิของอากาศมีการเปลี่ยนแปลงในแตละชั่วโมง ในแตละวัน และในแตละสถานที่ อุณหภูมิของ อากาศจะลดลง ในชวงใกลค่ํา และจะลดต่ําที่สุดในชวงเชามืด ทั้งนี้เนื่องจากโลกไมไดรับแสงแ ละความรอนจาก ดวงอาทิตย 4
4.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ ภาพแสดง พลังงานแสงและพลังงานความรอนจากดวงอาทิตยที่ตกกระทบโลก ทําใหอุณหภูมิของอากาศ บริเวณตางๆ ของโลกแตกตางกัน อุณหภูมิของอากาศนอกจากจะเปลี่ยนแปลงตามผลพลังงานและพลังงานความรอนจากดวงอาทิตยแลว ยังเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงจากระดับน้ําทะเล ตารางแสดง ตัวอยางความสัมพันธระหวางความสูงจากระดับน้ําทะเลกับอุณหภูมิของอากาศ ความสูงจากระดับน้ําทะเล (กิโลเมตร) อุณหภูมิของอากาศ (๐ C) 1.0 20.5 1.5 17.5 3.0 10.0 4.0 4.7 5.0 - 0.6 7.0 - 11.4 9.0 - 27.0 ฤดูกาล เกิดจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตยโดยที่แกนหมุนของโลกเอียงทํามุม 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากกับ ระนาบวงโคจรของโลก จึงทําใหตําแหนงตางๆ บนพื้นโลกไดรับแสงจากดวงอาทิตยไมเทากัน บริเวณที่ไดรับแสง มากตอเนื่องกันเปนเวลานาน เรียกวา ฤดูรอน สวนบริเวณที่ไดรับแสงนอยตอเนื่องกันเปนเว ลานาน เรียกวา ฤดู หนาว 5
5.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ ภาพแสดง แนววงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย ปจจัยที่มีผลตออุณหภูมิของอากาศ 1. รังสีจากดวงอาทิตย พื้นโลกดูดกลืนรังสีจากดวงอาทิตยไวและเปลี่ยนเปนพลังงานความรอน ในเวลากลางวันพื้นโลก ดูดกลืนรังสีจากดวงอาทิตยและคายพลังงานความรอนออกม าทําใหบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงตามไปดวย สวนใน เวลากลางคืนพื้นผิวโลกไมไดรับรังสีจากดวงอาทิตย แตยังมีพลังงานความรอนสวนหนึ่งสะสมไวแลวคายพลังงาน ความรอนใหอากาศเหนือบริเวณนั้น แตไมมากเทาในเวลากลางวัน ดังนั้นอุณหภูมิของอากาศในเวลากลางคืนจึง ต่ํากวาในเวลากลางวัน 2. ลักษณะพื้นผิวโลก โดยพื้นดินและพื้นน้ํามีสมบัติในการดูดกลืนและคายความรอนตางกัน เมื่อไดรับความรอน พื้นดินจะรอนขึ้นอยางรวดเร็ว และมีอุณหภูมิสูงกวาพื้นน้ํา เมื่อคายความรอนพื้นดินจะเย็นตัวลงอยางรวดเร็ว เชนกัน และมีอุณหภูมิต่ํากวาพื้นน้ําทําใหอุณหภูมิของอากาศเหนือบริเวณดังกลาวตางกันดวย 3. สภาพแวดลอม เชน อากาศเหนือบริเวณปาไมและทะเลทรายแตกตางกัน โดยบริเวณปาไมจะใหรมเงาและ ดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตยไปใชในกระบวนการตางๆ ทําใหพื้นโลกบริเวณปาไมมีอุณหภูมิต่ํากวา จึงคาย พลังงานความรอนใหบริเวณนั้นนอยกวาบริเวณทะเลทราย 4. สภาพของบรรยากาศ พบวาปริมาณเมฆในทองฟามีผลตออุณหภูมิของอากาศ โดยเมฆจะใหรมเงาและสะทอนรังสี จากดวงอาทิตยบางสวนกลับคืนสูอวกาศ ขณะเดียวกันก็จะดูดกลืนรังสีบางสวนเอาไวทําใหพื้นผิวโลกไดรับ พลังงานจากดวงอาทิตยนอยลง 5. การเอียงของแกนโลก มีผลทําใหโลกหันขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใตเขาดวงอาทิตยสลับกัน สงผลใหพื้นที่บนโลกในรอบ 1 ป ไดรับพลังงานความรอนจากดวงอาทิตยตางกัน โดยขั้วที่หันเขาหาดวงอาทิตยจะไดรับพลังงานความรอน มากกวาจะเปนชวงฤดูรอน สวนขั้วที่หันออ กจากดวงอาทิตยจะไดรับพลังงานความรอนนอยกวาจะเปนชวงฤดู หนาว 6
6.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ อุณหภูมิของอากาศ ปจจัยสําคัญที่มีผลตออุณหภูมิของอากาศที่บริเวณใดๆ คือพลังงานความรอนจากดวงอาทิตย ทําให กลางวันอุณหภูมิของอากาศสูงกวาเวลากลางคืน ลักษณะของผิวโลกที่แตกตางกันจะสงผลใหอุณหภูมิ ของอากาศ เหนือบริเวณนั้นๆ แตกตางกัน เชน เวลากลางวันอากาศเหนือพื้นดินจะรอนกวาเหนือพื้นน้ํา ในเวลากลางคืน อากาศเหนือพื้นน้ําจะรอนกวาเหนือพื้นดิน และบริเวณปาจะมีอุณหภูมิต่ํากวาบริเวณที่แหงแลง การวัดอุณหภูมิของอากาศ อุณหภูมิของอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา และมีการเปลี่ยนแปลงอยางตอเนื่อง ดังนั้นการวัด อุณหภูมิของอากาศจึงตองใชเครื่องมือเฉพาะที่ใชวัดอุณหภูมิของอากาศ เรียกวา เทอรมอมิเตอร (Thoermometer) และเทอรมอมมิเตอรที่ใชในการศึกษาสภาพอากาศ คือ เทอรมอมมิเตอรชนิดสูงสุด – ต่ําสุด (Max – Min Thoermometer) ซึ่งสามารถวัดอุณหภูมิสูงสุดและต่ําสุดในรอบวันได เทอรมอมิเตอรชนิดสูงสุด – ต่ําสุดจะแตกตางจากเทอรมอมิเตอรแบบธรรมดา คือ มีดัชนี (index) แสดง คาอุณหภูมิสูงสุดและต่ําสุดในวันหนึ่งๆ บนสเกล เมื่อตองการทราบคาก็ใหอานไดจากปลายแทงดัชนีดานใ กลกับ ผิวปรอท การติดตั้งเทอรมอมิเตอรสําหรับวัดอุณหภูมิของอากาศนั้นตองติดตั้งในเรือนเทอรมอมิเตอรหรือ ตูสกรีน (Thoermometer Screen) ซึ่งประกอบดวยบานเกร็ดทั้ง 4 ดาน เพื่อใหอากาศผานไดสะดวกและปองกัน ไมใหเทอรมอมิเตอรถูกแสงโดยตรง และตั้งใหสูงจากพื้นดินเพื่อปองกันการแผรังสีความรอนจากพื้นดิน การตรวจวัดอุณหภูมิของอากาศตองใชผูที่มีความชํานาญและตรวจวัดไดถูกตองตามหลักวิชาการจึงจะ ไดคาที่ใกลเคียงกับความเปนจริงมากที่สุด การตรวจวัดอุณหภูมิสูงสุดใหอานจากเทอรมอมิเตอรสูงสุดในตูสกรีนหลักจากดวงอ าทิตยลับขอบฟาไป แลวในเวลา 19.00น. และการตรวจวัดอุณหภูมิต่ําสุดใหอานจากเทอรมอมิเตอรต่ําสุดในตูสกรีนหลังจากดวง อาทิตยเริ่มขึ้นจากขอบฟาในเวลา 07.00 น. เกณฑอุณหภูมิของประเทศไทย ฤดูหนาวพิจารณาจากอุณหภูมิต่ําสุดในแตละวัน อากาศเย็นจัด อุณหภูมิต่ํากวา 8.0 ๐ อากาศหนาว อุณหภูมิระหวาง 8.0 C ๐ C – 15.9 ๐ อากาศเย็น อุณหภูมิระหวาง 16.0 C ๐ C – 22.9 ๐ C ฤดูรอนพิจารณาจากอุณหภูมิสูงสุดในแตละวัน อากาศรอน อุณหภูมิระหวาง 35.0 ๐ C – 39.9 ๐ อากาศรอนจัด อุณหภูมิตั้งแต 40 C ๐ ใหนักเรียนทํากิจกรรมตอไปนี้ C ขึ้นไป ศึกษาตารางแสดงอุณหภูมิของอากาศที่ระดับความสูงตางๆ กัน แลวสรุปผลออกมาโดยการบรรยายและ สรางกราฟเสน ความสูงจากระดับน้ําทะเล (กิโลเมตร) อุณหภูมิของอากาศ (องศาเซลเซียส) 0.1 1.5 3.1 26.0 20.1 8.4 7
7.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ 4.4 5.9 7.3 2.6 -6.0 -18.2 ........................................................................................................................................................................ กราฟเสน สมบัติของอากาศ 1. ความหนาแนนของอากาศ ความหนาแนนของอากาศ คือ อัตราสวนระหวางมวลกับปริมาตรของอากาศ ความสัมพันธระหวางความหนาแนนของอากาศกับความสูงจะแปรผกผันกับความสูงของระดับน้ําทะเล หรืออาจ กลาวไดวา ถาความสูงจากระดับน้ําทะเลเพิ่มขึ้น ความหนาแนนของอากาศจะมีคาลดลง ตาราง แสดงความหนาแนนของอากาศที่ระดับความสูงตางๆ กัน ความสูงจากระดับน้ําทะเล (กิโลเมตร) ความหนาแนนของอากาศ (กิโลเมตร/ลูกบาศกเมตร) 0 1.225 2 1.007 4 0.819 6 0.660 8 0.525 10 0.414 อุณหภูมิ(องศาเซลเซียส) ความสูง (กิโลเมตร) กราฟแสดง อุณหภูมิของอากาศที่ระดับตางๆ 8
8.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ 12 0.312 ความสูงจากระดับน้ําทะเล (กิโลเมตร) ความหนาแนนของอากาศ (กิโลเมตร/ลูกบาศกเมตร) 14 0.228 16 0.166 18 0.122 20 0.081 คําถาม 1. ที่ระดับน้ําทะเล 0 กิโลเมตรมีอากาศอยูหรือไม เพราะเหตุใด ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 2. ที่ระดับความสูง 8 กิโลเมตร และ 20 กิโลเมตร ความหนาแนนของอากาศมีคาเทาโดยประมาณ ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. 3. สรุปผลขอมูลจากตารางไดอยางไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. การหาความหนาแนนของอากาศหาไดจากสูตร d = V m เมื่อ d คือ ความหนาแนนของอากาศ มีหนวยเปน kg/m3 m คือ มวลของอากาศ มีหนวยเปน kg V คือ ปริมาตรของอากาศ มีหนวยเปน m ตัวอยาง 3 หองขนาด 4 m 6 m 5 m มีมวลอากาศ 192 kg อากาศในหองมีความหนาแนนเทาไร ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. วิธีทํา ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ความดันอากาศ อากาศมีแรงดัน แรงดันอากาศจะกระทําตอทุกสิ่งทุกอยางที่อยูบนโลก แรงหรือน้ําหนักของอากาศที่กด ลงบนพื้นใดๆ เรียกวา แรงดันอากาศ สวนแรงหรือน้ําหนักอากาศที่กระทําตอหนึ่งหนวยพื้นที่ เรียกวา ความดัน 9 10
9.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ อากาศ หรือ ความดันบรรยากาศ ในการพยากรณอากาศเรียกคว ามดันอากาศหรือความดันบรรยากาศวา ความกดอากาศ สมบัติของอากาศดานความดัน 1. คาความดันอากาศในแตละแหงจะไมเทากัน บริเวณใกลผิวโลกจะมีความดันอากาศมาก และลดลง เมื่อขึ้นไปในที่สูง เพราะเมื่อสูงขึ้นไปอากาศเบาบางลง น้ําหนักของอากาศก็จะลดลง แรงกดจึงลดลงตามระดับ ความสูง 2. ที่ระดับความสูงเดียวกันความดันอากาศจะเทากัน 3. ความดันอากาศขึ้นกับ อุณหภูมิ คือ เมื่ออากาศไดรับความรอน อากาศจะขยายตัวจึงมีความดัน อากาศต่ํา 4. ความดันอากาศขึ้นอยูกับความชื้น อากาศชื้นมีไอน้ํา จะมีความดันอากาศต่ํากวาอากาศแหง ความดันของอากาศที่กระทําตอพื้นผิวโลก จะวัดที่ ระดับน้ําทะเล มีคาเทากับ 760 มิลลิเมตรของปรอท หรือ 76 เซนติเมตรของปรอท เรียกวา ความดัน 1 บรรยากาศ (1 atmosphere หรือ 1 atm) ซึ่งไดจากการ บรรจุปรอทลงในหลอดแกวที่ปลายหลอดดานหนึ่งปด ความยาวของหลอดแกวมากกวา 760 มิลลิเมตร แลวนํา ไปคว่ําในอางที่บรรจุปรอท ระดับปรอทในหลอดแกวจะลดลง วัดความสูงจากระดับปรอทในอางที่บรรจุปรอทได 760 มิลลิเมตร ดังรูป หนวยวัดความดันของอากาศ อาจมีหนวยเปนบรรยากาศ ปาสคาล หรือ บาร ซึ่งเปรียบเทียบกันไดดังนี้ 1 บรรยากาศ = 760 มิลลิเมตรของปรอท (mmHg) = 1.013 105 นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 = 1.013 บาร ) = 1.013 105 1 ปาสคาล = 1 N/m ปาสคาล 11 2
10.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ 1 บาร = 105 N/m2 การวัดความดันอากาศ 1. วัดเปนความสูงของน้ํา ความดัน 1 บรรยากาศ คือ ความดันอากาศที่ระดับน้ําทะเลมีคาเทากับความดันของน้ําที่สูง ประมาณ 10 เมตร รูป แสดงการวัดความดันอากาศโดยวัดเปนความสูงของน้ํา 2. วัดเปนความสูงของปรอท ความดัน 1 บรรยากาศ คือ ความดันอากาศที่ระดับน้ําทะเลมีคาเทากับความดันของปรอทที่สูง ประมาณ 760 มิลลิเมตร หรือ 76 เซนติเมตร รูป แสดงการวัดความดันอากาศโดยวัดเปนความสูงของปรอท เครื่องมือวัดความดันอากาศ 1. บารอมิเตอร (Barometer) บารอมิเตอรสรางขึ้นโดยอาศัยหลักความแตกตางของควา มดันอากาศของสองบริเวณ เปน เครื่องมือที่มีลักษณะเปนหลอดแกว ปลายขางหนึ่งยาวประมาณ 1 เมตร ภายในบรรจุปรอทเต็มหลอด เมื่อคว่ํา หลอดแกวดังกลาวลงในอางปรอทโดยไมใหอากาศผานเขาไปในหลอด ความดันอากาศจะทําใหลําปรอทอยูใน หลอดแกวไดสูง 76 เซนติเมตร ที่วางเหนือระดั บปรอทเปน สุญญากาศ เรียกวา สุญญากาศของ ทอรริเชลลี (Torricellian Vacuum) ซึ่งคนพบโดยทอรริเชลลี 12
11.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ รูป บารอมิเตอรแบบปรอท 2. แอนนิรอยดบารอมิเตอร (Aneroid Barometer) เปนเครื่องมือประกอบดวยตลับโลหะที่สูบอากาศออกเกือบหมด เพื่อทําใหตลับยืดหดออกได งายๆ เมื่อความดันอากาศเปลี่ยนไป โดยอานคาความดันไดจากเข็มชี้บนหนาปด ซึ่งมีตัวเลขแสดงความดัน อากาศ รูป แอนิรอยดบารอมิเตอร 3. อัลติมิเตอร (Altimeter) เปนเครื่องมือวัดความสูงที่ใชในเครื่องบิน โดยใชหลักการสรางของบารอมิเตอร แตปรับหนาปด ใหอานเปนความสูง และใชหลักการสําคัญอีกประการ คือ ความดันอากาศจะลดลงประมาณเทากับ 1 มิลลิเมตร ของปรอททุกๆ ระยะสูง 11 เมตร จากระดับน้ําทะเล 13
12.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ รูป อัลติมิเตอร 4. เปนเครื่องมือที่ใชในการวัดความดันอากาศที่ใชหลักการเดียวกับแอนนิรอยดบารอมิเตอร แตจะ มีเข็มชี้ที่มีปากกาบันทึกความกดดันอากาศแบบตอเนื่องลงบนกระดาษตลอดเวลาดวยลานนาฬิกาในลักษณะเปน เสนกราฟ บารอกราฟ (Barograph) รูป 11บารอกราฟ ตาราง แสดงคาความดันของอากาศที่ระดับความสูงตางๆ กัน ความสูงจากระดับน้ําทะเล (กิโลเมตร) ความดันอากาศ มิลลิเมตรของปรอท (mmHg) นิวตันตอตารางเมตร (N/m2 ) 0 760 1.01 105 1 675 0.90 105 2 600 0.80 105 14
13.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ 3 530 0.70 105 4 470 0.63 105 5 410 0.55 105 6 360 0.48 105 7 320 0.43 105 8 280 0.37 105 9 245 0.33 105 10 210 0.28 105 11 185 0.25 105 12 160 0.21 105 13 140 0.19 105 คําถาม 1. บนภูเขาสูง 2,000 เมตร จากระดับน้ําทะเล ความดันอากาศมีคาเทาไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ที่ระดับความสูง 14 กิโลเมตร ความดันอากาศมีคาเทาไหร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ที่ระดับความสูงมากขึ้น ความดันอากาศมีคาเปลี่ยนแปลงหรือไม อยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. จงสรุปความสัมพันธระหวางความดันอากาศกับความสูง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… การคํานวณหาความสูงจากระดับน้ําทะเล ใชหลักการสําคัญดังนี้ ความดันอากาศปกติมีคาเทากับความสูง 760 มิลลิเมตรของปรอท และความดันอากาศจะ ลดลงประมาณ 1 มิลลิเมตรของปรอททุกๆ ระยะสูง 11 เมตร จากระดับน้ําทะเล 1. ด.ช. มานะ ใชบารอมิเตอรปรอทวัดความดันอากาศที่ยอดเขาแหงหนึ่งได 720 มิลลิเมตรของปรอท จงหา ความสูงของยอดเขานั้นจากระดับน้ําทะเล ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 15
14.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงแสดงวิธีคํานวณ เพื่อหาความสูงของเครื่องบินขณ ะบิน โดยวัดความดันอากาศขณะนั้นได 300 มิลลิเมตร ของปรอท ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด.ญ.มนฤดี ยืนบนยอดเขาแหงหนึ่งสูง 2,500 เมตร ที่ยอดเขาแหงนี้จะวัดความดันอากาศไดเทาใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เมื่อบอลลูนลอยขึ้นสูง 6,600 เมตร จากระดับน้ําทะเล ความดันบรรยากาศขณะนั้นจะมีคากี่มิลลิเมตร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. พื้นที่สนามหญาหนาบานขนาด 50 ตารางเมตร ถูกกดทับดวยแรงดันอากาศ 2,500 นิวตัน ความดันอากาศ บนพื้นสนามหญาหนาบานเปนเทาใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 16
15.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ 6. บนพื้นหอง 32 m2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… มีแรงดันอากาศกระทํา 3,232,000 N จงหาความดันอากาศบนพื้นหอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. บนยอดเขาแหงหนึ่งอานคาความดันอากาศจากบารอมิเตอรได 540 mm ของปรอท ยอดเขานี้สูงจาก ระดับน้ําทะเลเทาใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. ที่ความสูง 1,650 เมตร ความดันอากาศจะดันใหปรอทในบารอมิเตอรปรอทสูงกี่เซนติเมตร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 9. นักกระโดดรวมดิ่งพสุธา ขณะลอยต่ําอยูในอากาศที่ตําแหนงหนึ่ง อานเครื่องวัดความดันอากาศที่ขอมือของ เขาได 500 มิลลิเมตรปรอท ขณะนั้นเขาอยูสูงจากระดับน้ําทะเลกี่เมตร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 17
16.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ความกดอากาศมี 2 ประเภท ดังนี้ 1. บริเวณความกดอากาศสูง (High Pressure Area หรือ High) หรือแอนติไซโคลน (Anitcyclone) หมายถึง บริเวณที่มีความกดอากาศสูงกวาบริเวณใกลเคี ยงที่อยูรอบๆ ในแผนที่อากาศผิวพื้น แสดงดวยเสนความกดอากาศเปนวงกลมหรือวงรีรูปไขลอมรอบบริเวณที่มีความกดอากาศสูง นั่นคือ บริเวณ ความกดอากาศสูงจะเปนบริเวณที่มีความกดอากาศสูงขึ้นจากขอบนอกเขาสูศูนยกลาง ซึ่งบริเวณนี้จนะมีกระแส ลมพัดออกจากศูนยกลางในทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต 2. บริเวณความกดอากาศต่ํา ( Low Pressure Area หรือ Low ) หมายถึง บริเวณที่มีความกดอากาศต่ํากวาบริเวณใกลเคียงที่อยูรอบๆ ในแผนที่อากาศผิวพื้น แสดงดวยเสนความกดอากาศที่เปนวงกลมลอมบริเวณที่มีความกดอากาศต่ํา นั่นคือ บริเวณความกดอากาศต่ําจะ เปนบริเวณที่มีความกดอากาฯศต่ําจากขอบนอกเขาสูศูนยกลาง ซึ่งบริเวณนี้จะมีกระแสลมพัดเขาหาศูนยกลางใน ทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต 18
17.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ รองความกดอากาศต่ํา (Intertropical Convergence Zone – ITCZ ) หรือ รองมรสุม (Monsoon Trough) รองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมนี้ มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายชื่อดวยกัน เชน Intertropical Convergence Zone , Equatorial Trough หรือ Monsoon Trough เปนตน เปนโซนหรือแนวแคบๆ ที่ลม เทรดหรือลมคาในเขตรอนของทั้ง 2 ซีกโลกมาบรรจบกัน คือลมคาตะวันออกเฉียงเหนือของซีกโลกเหนือกับลม คาตะวันออกเฉียงใตของซีกโลกใต รองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุ ม มีลักษณะเปนแนวพาดขวางในทิศตะวันออก- ตะวันตก ในรอง ความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมเปนบริเวณที่มีความกดอากาศต่ํา มีกระแสอากาศไหลขึ้น- ลงสลับกัน รองความ กดอากาศต่ําหรือรองมรสุมจะอยูในเขตรอนใกลๆ เสนศูนยสูตร และจะ มีการเลื่อนขึ้น – ลงตามแนวโคจรของ ดวงอาทิตยโดยจะลาหลังประมาณ 1 – 2 เดือน ความกวางของร องความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมประมาณ 6 – 8 องศาละติจูด เปนบริเวณที่มีเมฆมากและฝนตกอยางหนาแนน ฉะนั้น เมื่อรองนี้ประจําอยูที่ใดหรือผานที่ ใดก็จะทําใหที่นั้นฝนตกอยางหนาแนนได
18.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ รูป แสดงรองความกดอากาศต่ํา ภาพ แสดงไซโคลน และแอนติไซโคลน ในซีกโลกเหนือ แรงโคริออริสไมมีอิทธิพลตอกระแสลมที่บริเวณเสนศูนยสูตร แตจะมีอิทธิพลมากขึ้นในละติจูดที่สูงเขา ใกลขั้วโลก แรงโคริออริสทําใหลมในซีกโลกเหนือเบี่ยงเบนไปทางขวา และทําใหลมในซีกโลกใตเบี่ยงเบนไป ทางซาย ภาพที่ 4 แสดงใหเห็นวา ในบริเวณซีกโลกเหนือ แรงโคริออริสทําใหมวลอากาศรอบหยอมความกด อากาศต่ํา (L) หรือ “ไซโคลน” (Cyclone) หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกาเขาสูศูนยกลาง และมวลอากาศรอบหยอม ความกดอากาศสูง (H) “แอนติไซโคลน” (Anticyclone) หมุนตัวตามเข็มนาฬิกาออกจากศูนยกลาง ในบริเวณ
19.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ ซีกโลกใต “ไซโคลน” จะหมุนตัวตามเข็มนาฬิกา และ “แอนติไซโคลน” จะหมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา ตรงกันขาม กับซีกโลกเหนือ บริเวณความกดอากาศต่ํา ( Low Pressure Area หรือ Low ) บริเวณความกดอากาศต่ํา คือ บริเวณที่มีความกดอากาศต่ํากวาบริเวณใกลเคียงที่ อยูรอบๆในแผนที่ อากาศผิวพื้นแสดงดวยเสนความกดอากาศเทาเปนวงกลมลอมรอบบริเวณทีทมี ความกดอากาศต่ํา นั่นคือ บริเวณความกดอากาศต่ําจะเปนบริเวณที่มีความกด อากาศต่ําลงจากขอบนอกเขาสูศูนยกลาง บริเวณความกดอากาศต่ํานี้จะมีกระแสลม พัดเขาหาศูนยกลางในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และในทิศทาง ตาม เข็มนาฬิกาในซีกโลกใต การเคลื่อนไหวของอากาศรอบศูนยกลางบริเวณความกด อากาศต่ําเชนนี้ เรียกวา Cyclonic Circulation ตามปกติในบริเวณความกดอากาศ ต่ําจะมีเมฆมากและมีฝนตกดวยบริเวณความกดอากาศต่ํา แบงออกได 2 ชนิด 1.Cold Core ที่แกนกลางของความกดอากาศต่ําชนิดนี้ อุณหภูมิจะต่ํากวาภายนอก และเกิดในแถบละติจูดสูงๆ ที่อากาศเย็น เมื่อเกิดขึ้นแลวการหมุนเวียนจะ ตอเนื่องกัน ความชันของความกดจะเพิ่มมากขึ้นตามความสูงซึ่งสัมพันธกับกระแส ลม นั่นคือ บริเวณความกดอากาศต่ําชนิด Cold Core จะมีลมพัดแรงขึ้นตามความสูง และมักมีแนวปะทะอากาศขึ้นรวมดวยเสมอ 2.Warm Core ที่แกนกลางของความกดอากาศต่ําชนิดนี้ อุณหภูมิจะรอนกวา ภายนอก การหมุนเวียนจะเหมือนกับชนิด Cold Core และมีเฉพาะในเขตรอนเทานั้น เนื่องจากแกนกลางรอน ฉะนั้นอากาศที่เย็นกวาจะพัดเขาแทนที่จมเขาหาศูนยกลาง ทําใหเกิดกระแสลมพัดเวียนเปนกนหอยเขาหาศูนยกลาง ขณะเดียวกันอากาศตรง กลางจะลอยตัวขึ้น ความชันของความกดตามระดับความสูงจะลดลง นั่นคือ ลมที่พัด เวียนเขาหาศูนยกลางรอบบริเวณความกดอากาศต่ําชนิด Warm Core ความเร็วลม จะลดลงตามความสูง พายุจะรุนแรงที่สุดที่ผิวพื้นเทานั้น สูงขึ้นไปลมกําลังออนลง
20.
เอกสารประกอบการสอน รายวิชาวิทยาศาสตร2 ว21102 เรื่อง
บรรยากาศ บริเวณความกดอากาศต่ําทั้ง 2 ชนิด เกิดฝนตกหนักเทาๆ กัน แตความเร็วลมจะ ตางกัน รองความกดอากาศต่ํา (Intertropical Convergence Zone – ITCZ ) หรือ รองมรสุม (Monsoon Trough) รองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมนี้ มีชี่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายชื่อดวยกัน เชน Intertropical Convergence Zone , Equatorial Trough หรือ Monsoon Trough เปนตน เปนโซนหรือแนวแคบๆ ที่ลมเทรดหรือลมคาในเขตรอนของทั้ง 2 ซีกโลกมาบรรจบกัน คือลมคาตะวันออกเฉียงเหนือของซีกโลกเหนือกับลมคา ตะวันออกเฉียงใตของซีกโลกใต รองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสม มีลักษณะเปนแนวพาดขวางในทิศตะวันออก- ตะวันตก ในรองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมเปนบริเวณที่มีความกดอากาศต่ํา มี กระแสอากาศไหลขึ้น-ลงสลับกัน รองความกดอากาศต่ําหรือรองมรสุมจะอยูในเขต รอนใกลๆ เสนศูนยสูตร และจะมีการเลื่อนขน –ลงตามแนวโคจรของดวงอาทิตย โดยจะลาหลังประมาณ 1-2 เดือน ความกวางของรองความกดอากาศต่ําหรือรอง มรสุมประมาณ 6-8 องศาละติจูด เปนบริเวณที่มีเมฆมากและฝนตกอยางหนาแนน ฉะนั้น เมื่อรองนี้ประจําอยูที่ใดหรือผานที่ใดก็จะทําใหที่นั้นฝนตกอยางหนาแนนได
Download