สภาพแวดล้อมขององค์การ
            รศ.วันชัย มีชาติ
ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์
        จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สภาพแวดล้อมขององค์การ
 ความหมาย
 ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม

 ประเภทของสภาพแวดล้อม

 ลักษณะของสภาพแวดล้อม

 การจัดการกับสภาพแวดล้อม
ความหมาย
 Richard L. Daft ให้ความหมายของสภาพแวดล้อมว่า หมายถึง
  ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกขอบเขตขององค์การ ซึ่งมีผลกระทบ
  ต่อองค์การ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์การ
 Hawley นิยามว่า สภาพแวดล้อม คือ ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่อยู่
  ภายนอก และมีอิทธิพล หรือมีศักยภาพที่จะมีอิทธิพลต่อองค์การ
 Stephen P. Robbins ให้ความหมายสภาพแวดล้อมว่า หมายถึง
  ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกอาณาเขตขององค์การ
ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม
 ปัจจัยด้านอุตสาหกรรม
  (industry sector)
 ปัจจัยด้านปัจจัยการผลิตหรือวัตถุดบที่ใช้ในการ
                                   ิ
  ผลิต (raw material sector)
 ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์

  (human resources sector)
 ปัจจัยด้านการเงิน

  (financail resources sector)
ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม (ต่อ)
   ปัจจัยด้านการตลาด
    (market sector)
   ปัจจัยด้านเทคโนโลยี
    (technology sector)
   ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ
    (economic conditions sector)
   ปัจจัยด้านการควบคุมหรือภาคราชการ
    (government sector)
ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม (ต่อ)
 ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม
  (socio - culture sector)
 ปัจจัยจากต่างประเทศ

  (international sector)
10     1
                 9                  2

             8                          3
                      องค์การ

                 7   อาณาเขต        4
                     6          5


แผนภาพแสดง สภาพแวดล้อมขององค์การของ Richard L. Daft
ประเภทของสภาพแวดล้อม
 สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ (external environment)
   สภาพแวดล้อมทั่วไป (general environment)

   สภาพแวดล้อมเฉพาะหรือสภาพแวดล้อมของงาน (specific
    or task environment)
 สภาพแวดล้อมภายในองค์การ (internal environment)
สภาพแวดล้อมทั่วไป (general environment)
 ปัจจัยทางเศรษฐกิจ (economic factors/ economic climate)
 ปัจจัยด้านการเมืองและกฎหมาย (politic and legal)
 ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (technology)
 ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม
  (social and culture dimensions)
 เหตุการณ์และแนวโน้มระหว่างประเทศ
  (international events and trends)
สภาพแวดล้อมเฉพาะหรือสภาพแวดล้อมของงาน
(specific or task environment)
 ลูกค้าหรือผู้รบบริการขององค์การ (customers)
                 ั
 ผู้สนับสนุนหรือผู้ส่งมอบปัจจัยการผลิตแก่องค์การ (supplier)

 คู่แข่ง (competitors)

 หน่วยงานที่ทาหน้าที่ในการควบคุมการดาเนินงานขององค์การ

  (regulators or government)
 หุ้นส่วน (partners)

 ผู้ถือหุ้น (stockholders)
Structure

         System                        Strategies

                   Super Ordinate
                        Goal
         Style                           Staff
                        Skill

แผนภาพ แสดงการพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในองค์การตามแบบ 7Ss
ตัวแปรในการพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในองค์การ
   ระบบการนา (leadership)
   ระบบโครงสร้าง (structure)

   ระบบการทางานหรือระบบผลิตในองค์การ (technology)

   ปัจจัยด้านบุคคลในองค์การ (human resources)

   ปัจจัยด้านระบบข้อมูลข่าวสารและการควบคุม

    (information and control system)
ลักษณะของสภาพแวดล้อมขององค์การ
   Tom Burns และ G.M. Stalker
   Fred Emery และ Eric Trist

   Paul Lawrence และ Jay Lorsch

   Robert B. Duncan
แนวความคิดของ Tom Burns และ G.M. Stalker
        สภาพแวดล้อมแบบมีเสถียรภาพ
         (Stable Environment)
        สภาพแวดล้อมแบบผันผวน

         (Turbulent Environment)
องค์การแบบ mechanistic           องค์การแบบ organic
แบ่งงานเป็นส่วนๆ ตามความชานาญ     พนักงานในหน่วยงานทางานร่วมกัน
เฉพาะ
กาหนดงานแต่ละหน้าที่อย่างชัดเจน   การทางานเป็นทีม การกาหนดหน้าที่
                                  ยืดหยุ่น และปรับตัวตลอดเวลา
ยึดหลักสายการบังคับบัญชา          ไม่เน้นสายการบังคับบัญชา และอานาจ
การควบคุมตามลาดับชัน และมี
                       ้          ในการควบคุม มีกฎระเบียบในการ
กฎระเบียบในการทางาน               ทางานไม่มาก
ความรูและการควบคุมการทางาน
       ้                          ความรูในการทางานและการควบคุม
                                         ้
รวมอยูที่ผู้บริหารระดับสูง
         ่                        กระจายอยู่ในจุดต่างๆ ขององค์การ
การสื่อสารตามแนวตั้ง              การสื่อสารเป็นไปตามแนวนอน
สภาพแวดล้อมของ Fred Emery และ Eric Trist
   1. สภาพแวดล้อมที่เรียบสงบ
    (placid-randomized environment)
   2. สภาพแวดล้อมที่เรียบสงบ แต่มีการรวมตัวกัน

    (placid-clustered environment)
   3. สภาพแวดล้อมที่ไม่สงบและมีผลต่อองค์การ

    (the disturbed-reactive environment)
   4. สภาพแวดล้อมที่ผันผวน

    (the turbulent-field environment)
การแบ่งสภาพแวดล้อมของ
 Paul Lawrence และ Jay Lorsch

Sub environment
 ด้านความแตกต่าง

  (Differentiation)
 ด้านการประสานและเป็นหนึ่งเดียวขององค์การ

  (Integration)
ผู้บริหาร


    ฝ่าย R &D                   ฝ่ายผลิต                 ฝ่ายขาย

นักวิชาการ ศูนย์วิจัย        แรงงาน วัตถุดิบ         ลูกค้า การโฆษณา
   สมาคมอาชีพ           อุปกรณ์การผลิต ผู้สนับสนุน   คู่แข่ง งานการขาย



แผนภาพ แสดงความแตกต่างของสภาพแวดล้อมในหน่วยงานย่อยขององค์การ
แนวความคิดของ Robert B. Duncan
พิจารณาจาก 2 ปัจจัย
 ปัจจัยด้านความเรียบง่าย หรือความสลับซับซ้อนของ
   สภาพแวดล้อม
   (simple-complex dimension)
 ปัจจัยด้านความมีเสถียรภาพของสภาพแวดล้อม

   (stable-unstable dimension)
แนวความคิดของ Robert B. Duncan (ต่อ)
  โดยแบ่งสภาพแวดล้อมออกเป็น 4 ประเภท
   1. สภาพแวดล้อมแบบเรียบง่ายและมั่นคง

    (simple-stable หรือ low uncertainly)
   2. สภาพแวดล้อมแบบเรียบง่ายแต่ไม่มีเสถียรภาพ

     (simple-unstable หรือ high-moderate)
   3. สภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อนแต่คงที่

    (complex-stable หรือ low-moderate uncertainly)
   4. สภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อนและไม่มีเสถียรภาพ

     (complex-unstable หรือ high uncertainly)
ตารางแสดงการแบ่งประเภทสภาพแวดล้อมขององค์การ
       คงที่
                                          สลับซับซ้อน
                    คงทีและเรียบง่าย
                        ่
                                         แต่มีเสถียรภาพ
การเปลี่ยนแปลง
 สภาพแวดล้อม
                        เรียบง่าย         สลับซับซ้อน
                    แต่ไม่มีเสถียรภาพ   และไม่มีเสถียรภาพ
   ไม่มีเสถียรภาพ
                       เรียบง่าย             ซับซ้อน
                     ความสลับซับซ้อนของสภาพแวดล้อม
การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ
   การซื้อหรือเข้าไปเป็นเจ้าของกิจการ
    (Ownership)
   การทาสัญญาและการร่วมทุนกัน

    (Contracts, Joint Ventures)
   การดึงเข้ามาเป็นพวกและการเป็นกรรมการร่วมกัน

    (Cooptation, Interlocking Directorates)
   การสรรหาผู้บริหาร

    (Executive Recruitment)
การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ (ต่อ)
 การโฆษณาประชาสัมพันธ์
  (Advertising public relations)
 การเปลี่ยนภารกิจ
  (Change of domain)
 การใช้กิจกรรมทางการเมืองและการออกกฎระเบียบ
  (Political activity, regulation)
 การใช้สมาคมการค้า กลุ่มอิทธิพล กลุ่มกดดัน
  (Trade associations)
การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ (ต่อ)
      สารวจสภาพแวดล้อม
       (Environmental scanning)
      การสร้างกันชน
       (Buffering)
      การใช้หลักเหตุผล
       (Rationing)
      การปรับให้เรียบ
       (Smoothing)
จบการบรรยาย

Organization environment

  • 1.
    สภาพแวดล้อมขององค์การ รศ.วันชัย มีชาติ ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2.
    สภาพแวดล้อมขององค์การ  ความหมาย  ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม ประเภทของสภาพแวดล้อม  ลักษณะของสภาพแวดล้อม  การจัดการกับสภาพแวดล้อม
  • 3.
    ความหมาย  Richard L.Daft ให้ความหมายของสภาพแวดล้อมว่า หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกขอบเขตขององค์การ ซึ่งมีผลกระทบ ต่อองค์การ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งขององค์การ  Hawley นิยามว่า สภาพแวดล้อม คือ ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่อยู่ ภายนอก และมีอิทธิพล หรือมีศักยภาพที่จะมีอิทธิพลต่อองค์การ  Stephen P. Robbins ให้ความหมายสภาพแวดล้อมว่า หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายนอกอาณาเขตขององค์การ
  • 4.
    ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม  ปัจจัยด้านอุตสาหกรรม (industry sector)  ปัจจัยด้านปัจจัยการผลิตหรือวัตถุดบที่ใช้ในการ ิ ผลิต (raw material sector)  ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ (human resources sector)  ปัจจัยด้านการเงิน (financail resources sector)
  • 5.
    ปัจจัยในการพิจารณาสภาพแวดล้อม (ต่อ)  ปัจจัยด้านการตลาด (market sector)  ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (technology sector)  ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ (economic conditions sector)  ปัจจัยด้านการควบคุมหรือภาคราชการ (government sector)
  • 6.
  • 7.
    10 1 9 2 8 3 องค์การ 7 อาณาเขต 4 6 5 แผนภาพแสดง สภาพแวดล้อมขององค์การของ Richard L. Daft
  • 8.
    ประเภทของสภาพแวดล้อม  สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ (externalenvironment)  สภาพแวดล้อมทั่วไป (general environment)  สภาพแวดล้อมเฉพาะหรือสภาพแวดล้อมของงาน (specific or task environment)  สภาพแวดล้อมภายในองค์การ (internal environment)
  • 9.
    สภาพแวดล้อมทั่วไป (general environment) ปัจจัยทางเศรษฐกิจ (economic factors/ economic climate)  ปัจจัยด้านการเมืองและกฎหมาย (politic and legal)  ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (technology)  ปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรม (social and culture dimensions)  เหตุการณ์และแนวโน้มระหว่างประเทศ (international events and trends)
  • 10.
    สภาพแวดล้อมเฉพาะหรือสภาพแวดล้อมของงาน (specific or taskenvironment)  ลูกค้าหรือผู้รบบริการขององค์การ (customers) ั  ผู้สนับสนุนหรือผู้ส่งมอบปัจจัยการผลิตแก่องค์การ (supplier)  คู่แข่ง (competitors)  หน่วยงานที่ทาหน้าที่ในการควบคุมการดาเนินงานขององค์การ (regulators or government)  หุ้นส่วน (partners)  ผู้ถือหุ้น (stockholders)
  • 11.
    Structure System Strategies Super Ordinate Goal Style Staff Skill แผนภาพ แสดงการพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในองค์การตามแบบ 7Ss
  • 12.
    ตัวแปรในการพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในองค์การ ระบบการนา (leadership)  ระบบโครงสร้าง (structure)  ระบบการทางานหรือระบบผลิตในองค์การ (technology)  ปัจจัยด้านบุคคลในองค์การ (human resources)  ปัจจัยด้านระบบข้อมูลข่าวสารและการควบคุม (information and control system)
  • 13.
    ลักษณะของสภาพแวดล้อมขององค์การ Tom Burns และ G.M. Stalker  Fred Emery และ Eric Trist  Paul Lawrence และ Jay Lorsch  Robert B. Duncan
  • 14.
    แนวความคิดของ Tom Burnsและ G.M. Stalker  สภาพแวดล้อมแบบมีเสถียรภาพ (Stable Environment)  สภาพแวดล้อมแบบผันผวน (Turbulent Environment)
  • 15.
    องค์การแบบ mechanistic องค์การแบบ organic แบ่งงานเป็นส่วนๆ ตามความชานาญ พนักงานในหน่วยงานทางานร่วมกัน เฉพาะ กาหนดงานแต่ละหน้าที่อย่างชัดเจน การทางานเป็นทีม การกาหนดหน้าที่ ยืดหยุ่น และปรับตัวตลอดเวลา ยึดหลักสายการบังคับบัญชา ไม่เน้นสายการบังคับบัญชา และอานาจ การควบคุมตามลาดับชัน และมี ้ ในการควบคุม มีกฎระเบียบในการ กฎระเบียบในการทางาน ทางานไม่มาก ความรูและการควบคุมการทางาน ้ ความรูในการทางานและการควบคุม ้ รวมอยูที่ผู้บริหารระดับสูง ่ กระจายอยู่ในจุดต่างๆ ขององค์การ การสื่อสารตามแนวตั้ง การสื่อสารเป็นไปตามแนวนอน
  • 16.
    สภาพแวดล้อมของ Fred Emeryและ Eric Trist  1. สภาพแวดล้อมที่เรียบสงบ (placid-randomized environment)  2. สภาพแวดล้อมที่เรียบสงบ แต่มีการรวมตัวกัน (placid-clustered environment)  3. สภาพแวดล้อมที่ไม่สงบและมีผลต่อองค์การ (the disturbed-reactive environment)  4. สภาพแวดล้อมที่ผันผวน (the turbulent-field environment)
  • 17.
    การแบ่งสภาพแวดล้อมของ Paul Lawrenceและ Jay Lorsch Sub environment  ด้านความแตกต่าง (Differentiation)  ด้านการประสานและเป็นหนึ่งเดียวขององค์การ (Integration)
  • 18.
    ผู้บริหาร ฝ่าย R &D ฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย นักวิชาการ ศูนย์วิจัย แรงงาน วัตถุดิบ ลูกค้า การโฆษณา สมาคมอาชีพ อุปกรณ์การผลิต ผู้สนับสนุน คู่แข่ง งานการขาย แผนภาพ แสดงความแตกต่างของสภาพแวดล้อมในหน่วยงานย่อยขององค์การ
  • 19.
    แนวความคิดของ Robert B.Duncan พิจารณาจาก 2 ปัจจัย  ปัจจัยด้านความเรียบง่าย หรือความสลับซับซ้อนของ สภาพแวดล้อม (simple-complex dimension)  ปัจจัยด้านความมีเสถียรภาพของสภาพแวดล้อม (stable-unstable dimension)
  • 20.
    แนวความคิดของ Robert B.Duncan (ต่อ) โดยแบ่งสภาพแวดล้อมออกเป็น 4 ประเภท  1. สภาพแวดล้อมแบบเรียบง่ายและมั่นคง (simple-stable หรือ low uncertainly)  2. สภาพแวดล้อมแบบเรียบง่ายแต่ไม่มีเสถียรภาพ (simple-unstable หรือ high-moderate)  3. สภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อนแต่คงที่ (complex-stable หรือ low-moderate uncertainly)  4. สภาพแวดล้อมที่สลับซับซ้อนและไม่มีเสถียรภาพ (complex-unstable หรือ high uncertainly)
  • 21.
    ตารางแสดงการแบ่งประเภทสภาพแวดล้อมขององค์การ คงที่ สลับซับซ้อน คงทีและเรียบง่าย ่ แต่มีเสถียรภาพ การเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อม เรียบง่าย สลับซับซ้อน แต่ไม่มีเสถียรภาพ และไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีเสถียรภาพ เรียบง่าย ซับซ้อน ความสลับซับซ้อนของสภาพแวดล้อม
  • 22.
    การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ การซื้อหรือเข้าไปเป็นเจ้าของกิจการ (Ownership)  การทาสัญญาและการร่วมทุนกัน (Contracts, Joint Ventures)  การดึงเข้ามาเป็นพวกและการเป็นกรรมการร่วมกัน (Cooptation, Interlocking Directorates)  การสรรหาผู้บริหาร (Executive Recruitment)
  • 23.
    การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ (ต่อ)  การโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Advertising public relations)  การเปลี่ยนภารกิจ (Change of domain)  การใช้กิจกรรมทางการเมืองและการออกกฎระเบียบ (Political activity, regulation)  การใช้สมาคมการค้า กลุ่มอิทธิพล กลุ่มกดดัน (Trade associations)
  • 24.
    การจัดการกับสภาพแวดล้อมขององค์การ (ต่อ)  สารวจสภาพแวดล้อม (Environmental scanning)  การสร้างกันชน (Buffering)  การใช้หลักเหตุผล (Rationing)  การปรับให้เรียบ (Smoothing)
  • 25.