การจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ( Strategic anagement ) เสนอ ผศ . ดร . เสกสรร  สายสีสด จัดทำโดย นางอมรรัตน์  วงศ์โสภา รหัสประจำตัวนักศึกษา  54120804105      รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา  การบริหารจัดการสื่อสารมวลชนตามกระแสโลกาภิวัตน์  ( 3005106) หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
การจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ( Strategic Management )
ทำไมต้องมีการจัดการยุทธศาสตร์ การมียุทธศาสตร์ทำให้มีจุดมุ่งในการไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจน การมียุทธศาสตร์เป็นการเลือกวิธีการที่ดีที่สุด ในสถานการณ์ที่เหมาะสม การมียุทธศาสตร์ทำให้เกิดความชัดเจนในภารกิจ และบทบาทความเกี่ยวข้องของบุคคลฝ่ายต่างๆ การมียุทธศาสตร์ทำให้มีแนวทางที่ชัดเจนในการวัดและประเมินผลสำเร็จ
คำนิยาม “ กลยุทธ์”  หรือ  “ยุทธศาสตร์”  หมายถึงการ  มุ่งเน้นหรือทุ่มเททรัพยากร ไปในเรื่องใดแล้วสามารถนำพาหมู่คณะไปสู่ความสำเร็จหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ การจัดการเชิงกลยุทธ์  หมายถึง กระบวนการที่ต่อเนื่องและมีการทบทวนกระบวนการเวียนไปมาตลอดเวลา เพื่อให้องค์กรโดยรวมสามารถดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
องค์ประกอบหลักการวางแผนกลยุทธ์ ( ขั้นตอนการบริหารเชิง กล ยุทธ์ ) (Strategic Management Steps) Source;Strategic Management, A focus process: Samuel C. Certo; J. Pall Peter; 1988 การวางแผนกลยุทธ์  อุทิศ / ธันวาคม / 2542 FEEDBACK( การปรับองค์ประกอบหลักของแผนให้สอดรับกัน ) การวิเคราะห์ ภาวะแวดล้อม ภายนอก และ ภายใน กำหนดทิศทาง พัฒนาองค์กร ด้าน วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์หลัก การยกร่าง และกำหนด ยุทธศาสตร์ ( กลยุทธ์ ) การ พัฒนา กำหนด ยุทธวิธี ( กลวิธี ) การ ดำเนินงาน ปรับยุทธการ ดำเนินการ ด้านกลไก & การกำกับ และ ติดตาม การประเมิน
การทบทวนสถานภาพองค์กร การประเมินผลแผนงาน การประเมินผลงาน / โครงการ การประเมินผลกระบวนการ โครงสร้างขององค์กร วัฒนธรรมองค์กร การทบทวน สถานภาพองค์กร การทบทวนภารกิจและ วัตถุประสงค์ขององค์กร - การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก - การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน - ภารกิจขององค์กร - วัตถุประสงค์ขององค์กร - กลยุทธ์ระดับแผนงาน - กลยุทธ์ระดับงาน / โครงการ - กลยุทธ์ระดับกิจกรรม - โครงสร้างขององค์กร - วัฒนธรรมองค์กร - การติดตามผลการปฏิบัติงาน - การประเมินผล กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ 1.  การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2.  การจัดวางทิศทางขององค์กร 3.  กำหนดกลยุทธ์ 4.  การปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ 5.  การควบคุมกลยุทธ์
ลำดับชั้นของกลยุทธ์  3  ระดับ ขององค์กรธุรกิจ กลยุทธ์ระดับองค์กร  ( Organizational-Level Strategy ) กลยุทธ์ระดับกิจการ  ( Business-Level Strategy ) กลยุทธ์ระดับหน้าที่  ( Functional-Level Strategy )
ลำดับชั้นกลยุทธ์  3  ระดับ ขององค์กรภาครัฐบาล กลยุทธ์ระดับนโยบาย  ( Policy-Level Strategy ) กลยุทธ์ระดับโครงการ  ( Project Purpose ) กลยุทธ์ระดับกิจกรรม  ( Activity )
ภาคธุรกิจเอกชน ภาครัฐบาล วัตถุประสงค์ของการพัฒนาเน้นการแสวงหากำไร และเน้นตัวชี้วัดการทำกำไรเป็นหลัก เป้าประสงค์การพัฒนาเน้นเชิงเศรษฐกิจสังคมและการเมือง และทำให้มีตัวชี้วัดที่หลากหลาย ยึดถือกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติขององค์กรอย่างยืดหยุ่น ยึดถือกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติขององค์กรอย่างเคร่งครัด ไม่มีอิทธิพลแทรกแซงทางการเมืองในการจัดทำแผน อิทธิพลแทรกแซงทางการเมืองในการจัดทำแผนมีมาก
ข้อแนะนำในการประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเชิงกลยุทธ์ 1.  ข้อพึงระมัดระวัง 1.1  การทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตล่วงหน้าระยะยาวอาจมีข้อผิดพลาด 1.2  การแยกกระบวนการออกจากกัน เช่น การแยกกลุ่มผู้จัดทำแผน กลุ่มผู้วางกลยุทธ์ และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานเป็นคนละกลุ่มกัน หรือไม่สามารถเชื่อมโยงความคิดระหว่างกันได้ และการแยกข้อมูลเชิงปริมาณ  ( Quantitative Data )  และข้อมูลเชิงคุณลักษณะ  ( Qualitative   Data )  ออกจากกัน
1.3  การนำเอาความรู้สึกโดยสัญชาตญาณมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์มากกว่าการกำหนดระเบียบวิธีการที่เป็นรูปธรรม
2.  ข้อแนะนำ 2.1  วิธีการวางแผนขององค์กรให้เน้นลักษณะของการจำแนกกลยุทธ์ออกเป็นแผนงานตามกลยุทธ์ที่กำหนดไว้แล้ว 2.2  แผนที่จัดทำขึ้นต้องมีส่วนประกอบของวิธีการสื่อสารเพื่อการประสานงาน และวิธีการควบคุมพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานพร้อมไปกับการประเมินผลกลยุทธ์ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
2.3  นักวางแผนต้องมีบทบาทในฐานะผู้กำหนดกลยุทธ์ที่ใช้วิธีการทางตรรกวิทยาในฐานะผู้วิเคราะห์ระบบอย่างเป็นระบบ และในฐานะผู้กระตุ้นให้ผู้บริหารทุกระดับเกิดกระบวนการเรียนรู้
แนวทางการจัดวางทิศทางขององค์กรสำหรับองค์กรเอกชน การจัดวางทิศทางขององค์กร เป็นการระบุหรือกำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่องค์กรต้องการก้าวไปให้ถึง การจัดวางทิศทางขององค์กรมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรภาคเอกชนที่ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้ภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง หากองค์กรไม่สามารถกำหนดทิศทางที่ชัดเจนได้แล้ว กลยุทธ์ขององค์กรที่จะจัดทำขึ้นก็จะไม่สามารถผลักดันให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันที่เพียงพอจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้หรือมีความแตกต่างเมื่อเทียบกับคู่แข่งในสายตาของลูกค้า
วิสัยทัศน์  ( Organizational Vision )  คืออะไร   ? ภาพหรือตำแหน่งในการแข่งขันขององค์กรในอีก  3-5  ปีข้างหน้า จินตนาการเกี่ยวกับอนาคตขององค์กรที่เกิดจากทัศนคติและมุมมองตลอดจนแนวคิดของผู้บริหาร ความคิดเกี่ยวกับสภาวการณ์ในอนาคตของสภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ
ความปรารถนาหรือความทะเยอทะยานสำหรับอนาคต สิ่งที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจ วิสัยทัศน์  ( Organizational Vision )  คืออะไร   ?
พันธกิจ  ( Organizational Mission )  คืออะไร ? พันธกิจขององค์กรจะบ่งบอกถึงกิจกรรมที่องค์กรจะต้องทำ เพื่อสนับสนุนให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ ซึ่งจะช่วยสร้างคุณค่าและความแตกต่างขององค์กรจากองค์กรอื่น
ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการกำหนดพันธกิจขององค์กร องค์กรกำลังอยู่ในธุรกิจอะไร องค์กรจะต้องเปลี่ยนแปลงพันธกิจเมื่อไร องค์กรจะมีการถ่ายทอดพันธกิจอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมได้อย่างไร
ความสำคัญของการกำหนดพันธกิจขององค์กรให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถระบุจุดมุ่งหมายภายในองค์กรได้ เพื่อช่วยถ่ายทอดความคิดของผู้บริหารออกมาเป็นทิศทางที่ชัดเจน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานในการจัดสรรทรัพยากรขององค์กร เพื่อเป็นหลักสำคัญในการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร
เพื่อความสะดวกในการแปลงความหมายวัตถุประสงค์ในโครงสร้างการทำงาน การออกแบบระบบงาน และการกำหนดความรับผิดชอบภายในองค์กร เพื่อช่วยในการตัดสินใจและดำเนินการของพนักงานระดับล่างให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ข้อควรระวังในการกำหนดพันธกิจ การกำหนดขอบเขตของพันธกิจที่แคบหรือกว้างเกินไป การให้ความสำคัญและการจัดสรรเวลาของผู้บริหารระดับสูงในการกำหนดพันธกิจ ความเข้าใจผิดที่ว่าเมื่อมีการกำหนดทิศทางขององค์กรขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนพันธกิจได้
วัตถุประสงค์ คืออะไร   ? วัตถุประสงค์  คือ การกำหนดพันธกิจของธุรกิจให้อยู่บนรูปของผลลัพธ์สำคัญที่ต้องการหรือเป็นการกำหนดสิ่งที่ต้องการในอนาคต ซึ่งองค์กรจะต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นหลังจากการกำหนดวัตถุประสงค์แล้วจะช่วยทำให้ผู้บริหารทราบถึงผลที่ธุรกิจต้องการจะบรรลุ
วัตถุประสงค์ที่ดีต้องมีการจัดแบ่งออกเป็น  4  ด้าน ดังนี้ วัตถุประสงค์ด้านการเงิน  ( Financial Perspective ) วัตถุประสงค์ด้านลูกค้า  ( Customer Perspective ) วัตถุประสงค์ด้านกระบวนการธุรกิจภายใน  ( Internal Process Perspective ) วัตถุประสงค์ด้านองค์กรและการเรียนรู้  ( Learning and Growth Perspective )
เป้าหมาย คืออะไร   ? เป้าหมาย  คือ การระบุวัตถุประสงค์ให้มีความชัดเจน เฉพาะเจาะจง สามารถวัดได้ เป้าหมายจะมีลักษณะที่สามารถวัดได้หรือเขียนไว้ในรูปแบบที่ระบุปริมาณไว้อย่างชัดเจน มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการบรรลุถึงสิ่งที่ต้องการ
ลักษณะเป้าหมายที่ดี สามารถบรรลุได้ ไม่ยากเกินไป มีความท้าทาย ไม่ง่ายเกินไป สามารถวัดผลได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สนับสนุนภารกิจหลักและวัตถุประสงค์หลัก พนักงานมีส่วนร่วมในการกำหนด มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดแรงจูงใจในกลุ่มพนักงาน ชัดเจน เข้าใจง่าย และเป็นที่เข้าใจตรงกัน
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)  เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานการณ์  เพื่อให้ผู้บริหารรู้จุดแข็ง  จุดอ่อน  โอกาส  และอุปสรรคขององค์กร  ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่าองค์กรได้เดินทางมาถูกทิศและ ไม่หลงทาง  นอกจากนี้ยังบอกได้ว่าองค์กรมีแรงขับไปยังเป้าหมาย ได้ดีหรือไม่  มั่นใจได้อย่างไรว่าระบบการทำงานในองค์กร ยังมีประสิทธิภาพอยู่  มีจุดอ่อนที่จะต้องปรับปรุงอย่างไร
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)  1.  ปัจจัยภายใน  ( Internal Environment Analysis )  ได้แก่   1.1  S  มาจาก  Strengths   หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง  ซึ่งเป็นผล มาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในองค์กร  เช่น  จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน  จุดแข็งด้านการผลิต   จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล  องค์กรจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็ง ในการกำหนดกลยุทธ์  ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา  2  ส่วน
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)  1.  ปัจจัยภายใน  ( Internal Environment Analysis )  ได้แก่   1.2  W  มาจาก  Weaknesses   หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน  ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน  เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิด จากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ขององค์กร  ซึ่งองค์กรจะต้องหา วิธีในการแก้ปัญหานั้น ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา  2  ส่วน
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)  ปัจจัยภายนอก  ( External Environment Analysis)  2.1 ได้แก่  O  มาจาก  Opportunities   หมายถึง โอกาส   เป็นผลจากการ ที่สภาพแวดล้อมภายนอกขององค์กรเอื้อประโยชน์  หรือ  ส่งเสริมการ ดำเนินงานขององค์กร  โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็น ผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก  แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจาก สภาพแวดล้อมภายในผู้บริหารที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ  และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา  2  ส่วน
การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม  (SWOT Analysis)  2.  ปัจจัยภายนอก  ( External Environment Analysis)  2.2  T  มาจาก  Threats   หมายถึง อุปสรรค   เป็นข้อจำกัดที่เกิดจาก สภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งการบริหารจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้ สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรค ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้จริง ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา  2  ส่วน
ความสำคัญการประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร จะเป็นการประเมินปัจจัยต่าง  ๆ  ที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กร  เช่น  ทรัพยากรทางการเงิน  เครื่องจักร  อาคาร สถานที่  บุคลากร  และการดำเนินการต่าง ๆ ภายในองค์กร ทุก ๆ ด้าน  เพื่อที่จะระบุจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร  ช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า  สร้างความได้เปรียบในการดำเนินกิจกรรม  / โครงการ  และเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับลูกค้า  ดังนั้นผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาปัจจัยและทรัพยากรต่าง  ๆ  ขององค์กร  ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กรที่มีประสิทธิภาพ
Model  ที่ใช้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน   PRIMO-F  analysis 4 P Seven-S  Framework  of  McKinsey MMPF ห่วงโซ่คุณค่า   (Value Chain) 2 S 4M
รูปแบบ  หรือ  Model   นี้มาจากตัวย่อของปัจจัย  4  ปัจจัยด้วยกันคือ P  =  People  บุคลากร   หมายถึงทรัพยากรมนุษย์ -  บุคลากรและทักษะ  -  การพัฒนาบุคลากรเป็นอย่างไร P  =  Properties  ทรัพย์สิน -  อาคาร  -  เครื่องจักร -  สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ Model  ที่ใช้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน   รูปแบบ   4 P  analysis
P  =  Processes  กระบวนการ -  การเงินเป็นอย่างไร  ( อัตราส่วนหนี้สินต่อทรัพย์สิน  และอัตราส่วน ทางการเงินต่างๆ )  -  การปกครอง -  การบริหารจัดการ  และภาวะผู้นำ -  การติดต่อสื่อสาร P  =  Products  and  Services  ผลิตภัณฑ์และการบริการ -  ลูกค้า -  การขาย -  ผลิตภัณฑ์ -  การตลาด Model  ที่ใช้ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน   รูปแบบ   4 P  analysis
แหล่งข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ
ข้อมูลอ้างอิง ดร . เฉลิมชัย หาญกล้า รองศาสตราจารย์สมชัย  ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิงหาคม  2547
ขอบคุณคะ

การจัดการเชิงยุทธศาสตร์