23
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1
การจัดการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู 7 ขั้น
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา ว 42244 วิชา ชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5
ชื่อหนวย การสืบพันธุของพืชดอก เวลา 12 ชั่วโมง
ชื่อเรื่อง โครงสรางของพืชดอก เวลา 2 ชั่วโมง
ผูสอน นางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี
มาตรฐานการเรียนรู
ตามมาตรฐานการเรียนรูการศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร
สาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับการดํารงชีวิต
มาตรฐาน ว.1.1 : เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่
ของระบบตางๆของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูสื่อสารสิ่งที่เรียนรู
และนําความรูไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิตอื่น
1. สาระสําคัญ
โครงสรางของดอกที่เกี่ยวของกับการสืบพันธุในพืชแตละชนิดมีโครงสรางของดอกแตกตางกัน
บางชนิดมีโครงสรางหลักครบทั้ง 4 สวน ซึ่งไดแก กลีบเลี้ยง (sepal) กลีบดอก (petal) เกสรเพศผู
(stamen) และเกสรเพศเมีย(pistil) เรียกวา ดอกสมบูรณ(complete flower) ถาขาดสวนใด
สวนหนึ่งไปไมครบ 4 สวน เรียกวา ดอกไมสมบูรณ(incomplete flower) และดอกที่มีทั้งเกสรเพศผู
และเพศเมียอยูภายในดอกเดียวกัน เรียกวา ดอกสมบูรณเพศ (perfect flower) ถามีแตเกสรเพศผู หรือ
เกสรเพศเมียอยางเดียว เรียกวา ดอกไมสมบูรณเพศ (imperfect flower)
2. ผลการเรียนรู
1. สังเกต เปรียบเทียบ และอภิบายโครงสรางของดอกและการสรางเซลลสืบพันธุของพืชดอก
พรอมทั้งระบุคําศัพทและประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆที่เกี่ยวของ
3. จุดประสงคการเรียนรู
3.1 ดานความรู (K)
6. ระบุโครงสรางและสวนประกอบของพืชดอก
7. อธิบายความหมายของดอกสมบูรณเพศและดอกไมสมบูรณเพศ
3.2 ดานทักษะกระบวนการ (P)
8. จัดประเภทพืชดอกโดยใชเกณฑตางๆ
9. เปรียบเทียบความแตกตางของเกสรเพศผูและเกสรเพศเมีย
3.3 ดานคุณลักษณะ (A)
10. ใหความรวมมือแกหมูคณะ ทํางานเสร็จทันตามเวลาที่กําหนด
ปฏิบัติตามกฎกติกาที่ระบุไวในกิจกรรม
4. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
24
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- สามารถถายทอดความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาชีววิทยา ความรูความเขาใจ
ความรูสึกและทัศนคติของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร ในรูปแบบของวาจา งานเขียน วิดีทัศน
และสื่อสารโดยใชคําศัพทและประโยคพื้นฐานเปนภาษาอังกฤษ
2. ความสามารถในการคิด
- สามารถคิดวิเคราะห คิดสังเคราะห คิดอยางมีวิจารณญาณ คิดเปนระบบและ
คิดอยางสรางสรรค เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน เพื่อสรางองคความรูหรือสารสนเทศเกี่ยวกับการตัดสินใจ
การเลือกแนวทางปฎิบัติ และนําความรูไปตอยอดเพิ่มเติม ใหเกิดประโยชนอยางเปนรูปธรรม
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค
1. มีวินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมั่นในการทํางาน
6. สาระการเรียนรู
3. โครงสรางของพืชดอก
4. ดอกสมบูรณและดอกไมสมบูรณ
7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู 7 ขั้น
ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นที่ 1
ขั้นตรวจสอบความรูเดิม
(Elicitation Phase)
1.1 นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน
1.2 ครูนําดอกไม มานําเสนอหนาหอง ดอกไมประกอบดวยดอกกลวยไม
กุหลาบ ชบา ตําลึง ฟกทอง และเฟองฟา
1.3 ครูตั้งคําถามชวนคิดวา “สวนประกอบของดอกไมแตละชนิด
เหมือนหรือตางกันอยางไร”
1.4 เปดโอกาสใหนักเรียนไดเสนอความคิดเห็น เพื่อกระตุนใหนักเรียน
แสดงความรูเดิมออกมา
ขั้นที่ 2
ขั้นเราความสนใจ
(Engagement Phase)
2.1 นักเรียนแบงออกเปน 5 กลุม โดยใชวิธีการแบงกลุมแบบความรวมมือ
คือในแตละกลุมจะมีนักเรียนที่เรียนเกง ปานกลางและออน อยูรวมกันใน
หนึ่งกลุมเพื่อใหเกิดการชวยเหลือซึ่งกันและกัน
(ครูแบงกลุมนักเรียนไวลวงหนา)
2.2 นักเรียนทําการศึกษาดอกไมที่ไดรับมอบหมาย
2.4 นักเรียนแตละกลุมเลือกเกณฑที่จะใชจัดประเภทดอกไมโดยใช
สวนประกอบตางๆของพืชดอก
(ครูเดินไปแตละกลุมเพื่อตั้งคําถามใหคิดและใหความชวยเหลือ)
ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู
2.5 ครูสุมตัวอยางนักเรียน 2
25
กลุมเพื่อนําเสนอวิธีการที่กลุมของตนเองใชเปนเกณฑในการแบงกลุมของพืช
ดอก
ขั้นที่ 3
ขั้นสํารวจคนหา
(Exploration Phase)
3.1 นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมารับใบความรูที่ 1
เรื่องโครงสรางของพืชดอก นักเรียนรวมมือกันในการทําใบงานที่ 1
เรื่องฉันคือพืชดอก ใบความรูที่ 2 เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ
ใบงานที่ 2 เรื่องการแบงชนิดของดอกและใบงานที่ 3 เรื่องการศึกษาโครงสราง
ของดอกไม
3.2 ครูแนะนําวิธีการทํางานในกลุมรวมกัน และอธิบายการสุมนักเรียนใน
ขั้นที่ 4
ขั้นอธิบาย
(Explanation Phase)
4.1 ครูจับฉลากเพื่อหากลุมที่จะนําเสนอใบงาน
4.2 นักเรียนรายงานการทําใบงาน และความรูที่ไดรับจากการทําใบงาน
4.3 ครูถามสมาชิกในแตละกลุมวา
“มีคําถามใดบางที่ครูถามไปและยังไมไดตอบ ใหนักเรียนชวยตอบคําถามนั้น”
เชน สวนประกอบของดอกไมแตละชนิดเหมือนหรือตางกันอยางไร,
นักเรียนแบงกลุมของพืชดอกโดยใชเกณฑใด
4.4 เมื่อครบทุกกลุมครูเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น
4.5 ครูอานคําศัพทและเปดจากอินเตอรเน็ตเพื่อใหนักเรียนฝกฟง
การออกเสียงคําศัพทและเขียนประโยคภาษาอังกฤษ อธิบายโครงสรางประโยค
ความหมาย อานและทอง (ใชเกมใครทองไดมากที่สุด 5 คนแรกรับ very
good)
ขั้นที่ 5
ขั้นขยายความรู
(Elaboration Phase)
5.1 ครูนําประเด็นที่เกิดความขัดแยงกัน จากการนําเสนอของแตละกลุม
มาใหนักเรียนชวยกันอภิปราย วานักเรียนมีความคิดเห็นอยางไร
5.2 ครูจัดการทดลองสาธิตเพื่อใหนักเรียนศึกษา การวางตัวของรังไข
5.3 นักเรียนทํามโนทัศน เรื่องโครงสรางของพืชดอกลงสมุด
5.4 นักเรียนและครูชวยกันสรุปสิ่งที่ไดจากการเรียนรูในกิจกรรม
การเรียนการสอน
ขั้นที่ 6
ขั้นประเมินผล
(Evaluation Phase)
6.1 ใบงาน (การทํางานเปนกลุม)
6.2 การตอบคําถาม (ความเขาใจภาพรวม)
6.3 การสรุปองคความรูและประเด็นสําคัญที่ไดจากการเรียนลงในสมุด
ของนักเรียนแตละคน (ความเขาใจรายบุคคล)
ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู
ขั้นที่ 7
ขั้นนําความรูไปใช
7.1 นักเรียนและครูชวยกันสรางตนแบบความจําหรือคําสําคัญ
เพื่อใชกระตุนความรูที่นักเรียนไดเรียนไปในวันนี้
26
(Extention Phase) การศึกษานอกเวลาเรียน
7.2 นักเรียนสรางบทสนทนาจากความรูที่ไดรับ ในรูปแบบตางๆเชน
การสนทนาระหวางครูและนักเรียน พอแมและลูก ระหวางเพื่อนนักเรียน
ในเรื่องโครงสรางของพืชดอก
7.3 นักเรียนสรางคําถามและเฉลยคําตอบจากความรูที่ไดศึกษา
8. สื่อและแหลงการเรียนรู
3. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 4
4. ใบความรูที่ 1 เรื่องโครงสรางของพืชดอก
5. ใบความรูที่ 2 เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ
6. ใบงานที่ 1 เรื่องฉันคือพืชดอก
7. ใบงานที่ 2 เรื่องการแบงชนิดของดอก
8. ใบงานที่ 3 เรื่องการศึกษาโครงสรางของดอกไม
9. การวัดและการประเมินผล
สิ่งที่ตอง
ประเมิน
ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน
ดานความรู 1. ระบุโครงสรางและ
สวนประกอบของ
พืชดอก (K)
การตรวจใบงานที่ 1
และใบงานที่ 3
การสังเกตการตอบคําถาม
1. นักเรียนทําใบงาน
ไดถูกตองอยางนอย
รอยละ 80
ครู
2. อธิบายความหมายของ
ดอกสมบูรณเพศและ
ดอกไมสมบูรณเพศ
การตรวจใบงานที่ 2
และใบงานที่ 3
การสังเกตการตอบคําถาม
1. นักเรียนทําใบงาน
ไดถูกตองอยางนอย
รอยละ 80
ครู
ดานทักษะ 1. จัดประเภทพืชดอกโดย
ใชเกณฑตางๆ (P)
การตรวจใบงานที่ 2
และใบงานที่ 3
การสังเกตการณ
ตอบคําถาม
การตรวจกิจกรรมการศึกษา
นอกเวลาเรียน
การตรวจแผนผังมโนทัศน
1. นักเรียนสามารถ
ใชเกณฑในการจัด
ประเภทไดอยางนอย
2 เกณฑ
ครู
สิ่งที่ตอง
ประเมิน
ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน
ดานทักษะ 3. เปรียบเทียบความแตก
ตางของเกสรเพศผู
ใบงานที่ 1และใบงานที่ 3
การตอบคําถาม
1. นักเรียนผานระดับ
2 ขึ้นไป
ครู
27
และเกสรเพศเมีย (P) แผนผังมโนทัศน
การศึกษานอกเวลาเรียน
ดานเจตคติ
(เงื่อนไข
คุณธรรม)
4. ใหความรวมมือแก
หมูคณะทํางานเสร็จทัน
ตามเวลาที่กําหนด
ปฏิบัติตามกฎกติกาที่
ระบุไวในกิจกรรม
แบบประเมินพฤติกรรมการ
ทํางาน
1. นักเรียนผานระดับ
2 ขึ้นไป
ครู/
นักเรียน
สมรรถนะ
สําคัญของ
ผูเรียน
1. ความสามารถใน
การสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
การตรวจใบงานที่ 1-3 1. นักเรียนผานระดับ
2 ขึ้นไป
ครู
คุณลักษณะ
อันพึง
ประสงค
1. มีวินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมั่นในการทํางาน
วิเคราะหจากแบบประเมิน
พฤติกรรมการทํางาน
(จากดานเจตคติ)
นักเรียนผานระดับ 2
ขึ้นไป
ครู/
นักเรียน
8. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู
ชั้น..................... วันที่ .......... เดือน........................................................ พ.ศ..........................
8.1 ผลการจัดการเรียนรู
8.1.1 ความรู (K)
แบบฝกหัด ผานการประเมิน........................คน คิดเปนรอยละ..................
ไมผานการประเมิน....................คน คิดเปนรอยละ..................
แบบทดสอบ ผานการประเมิน........................คน คิดเปนรอยละ..................
ไมผานการประเมิน....................คน คิดเปนรอยละ..................
8.1.2 ทักษะกระบวนการ (P)
ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
8.1.3 เจตคติ (A)
ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 2 จำนวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ...................
8.1.4 สมรรถนะ (C : competency)
28
ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
8.1.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค
ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ..................
8.2 ปญหาที่พบและแนวทางแกไข
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
8.3 ขอเสนอแนะ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................................
(....................................................)
แบบประเมินพฤติกรรมการทำงาน
วันที่………………………เรื่อง……………...................................ชั้น……………
รายชื่อสมาชิก 1………………………………………………เลขที่………………….
2………………………………………………เลขที่…………………..
3………………………………………………เลขที่…………………..
4………………………………………………เลขที่…………………..
29
รายการประเมิน
ระดับคุณภาพ
หมายเหตุ
5 4 3 2 1
วิธีปฏิบัติงาน
1. การศึกษาวิธีการทํางาน
2. การแบงหนาที่การทํางาน
3. การตรงเวลา
4.ความถูกตองเหมาะสมของการใชวัสดุอุปกรณ
เกณฑการประเมิน
16-20 = ดี
10-15 =
ปานกลาง
4-9 =
ควรปรับปรุง
รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม =
/20
ผาน/ไมผาน
ผลงาน
5. ความคิดสรางสรรค (ชิ้นงาน)
6. ความถูกตอง (ใบงาน)
7. ความสะอาดและสวยงามของชิ้นงาน
เกณฑการประเมิน
10-15 = ดี
5-9 = ปานกลาง
0-4 =ควรปรับปรุง
รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม
= /15
ผาน/ไมผาน
พฤติกรรมการทํางานกลุม
8. ความรวมมือในกลุม
9. ความเหมาะสมในการแสดง
ความคิดเห็น
เกณฑการประเมิน
8-10 = ดี
5-7 = ปานกลาง
2-4 =
ควรปรับปรุง
รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม
= /10
ผาน/ไมผาน
รวมทั้งหมด คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม
= /50
ผาน/ไมผาน
ผูประเมิน....................................................
การประเมินผังมโนทัศน
คะแนน ใหความหมาย หลักการของแผนผัง
0 ไมใหความหมายหรือให
ความหมายไมถูกตอง
ไมมีความสัมพันธหรือผิด
หลักการ
1 ใหความหมายถูกตองเปน
สวนใหญ
แผนผังมีความสัมพัธและ
ถูกตองเปนสวนใหญ
2 ใหความหมายถูกตอง
สมบูรณ
แผนผังมีความถูกตองอยาง
สมบูรณ
30
ใบงานที่ 1 เรื่องฉันคือพืชดอก ผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี
รายชื่อสมาชิกในกลุม
1……………………………………………………………….. 2………………………………………………………………………
3………………………………………………………………...4………………………………………………………………………
5…………………………………………………………………6……………………………………………………………………
วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. .............................
คําชี้แจง :
ใหนักเรียนเลือกคําที่กําหนดใหทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีความหมายตรงกับภาพ
โดยเติมลงในชองวางใหถูกตอง (สามารถเลือกไดมากกวา 1 ครั้ง)
31
ปรับปรุงภาพจาก http://www.caribbeanedu.com/images/kewl/flower_parts.jpg
ใบงานที่ 2 เรื่องการแบงชนิดของดอก
ผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี
รายชื่อสมาชิกในกลุม
1………………………………………………… 2………………………………………………
3………………………………………………….4………………………………………………
5………………………………………………….6………………………………………………
วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. .............................
กลีบดอก
เกสรตัวผู
ยอดเกสรตัวเมี
ยกานชูอับเรณู
กานเกสรตัวเมี
ย
กลีบเลี้ยง
กานดอก
รังไข
เซลลไข
อับเรณู
ฐานรองดอก
ออวุล
sepal
stamen
stigma
style
filament
petal
flower stalk
ovary
Egg cell
anther
pedicel
ovule
ภาพ ข.
ปรับปรุงภาพจาก http://web.gccaz.edu/~lsola/Flower/lilycut.jpg
32
การจัดประเภทของพืชดอก
ดอกสมบูรณ ดอกไมสมบูรณ เพราะ
คําชี้แจง : จงจําแนกดอกไมที่กําหนดใหเติมในตารางใหถูกตอง
33
ดอกสมบูรณเพศ ดอกไมสมบูรณเพศ
รังไขอยูเหนือฐานรองดอก รังไขอยูใตฐานรองดอก
เกณฑที่ใชคือ.....................................................................................................................................
เกณฑที่ใชคือ.....................................................................................................................................
34
ดอกเดี่ยว ดอกชอ
ใบงานที่ 3 เรื่องการศึกษาโครงสรางของดอกไม ผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี
รายชื่อสมาชิกในกลุม
1……………………………………………………………….. 2………………………………………………………………………
3………………………………………………………………...4………………………………………………………………………
5…………………………………………………………………6……………………………………………………………………
วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. .............................
เกณฑที่ใชคือ.....................................................................................................................................
เกณฑที่ใชคือ.....................................................................................................................................
คําชี้แจง : ใหนักเรียนศึกษาสวนประกอบของดอกไมที่นํามา
ศึกษาสวนประกอบตางๆแลวเลือกสวนตางๆติดลงในตารางใหถูกตอง
35
ชื่อดอกไม................................................
ชื่อสวนประกอบตางๆ สวนประกอบจริง
กลีบดอก
กลีบเลี้ยง
เกสรตัวเมีย
เกสรตัวผู
ชื่อสวนประกอบตางๆ สวนประกอบจริง
รังไข
ฐานรองดอก
36
กานดอก
สรุป ลักษณะดอกไมที่นํามาศึกษาเปน
ดอกครบสวน
ดอกไมครบสวน
ดอกสมบูรณเพศ
ดอกไมสมบูรณเพศ
ดอกเดี่ยว
ดอกชอ
รังไขอยูเหนือฐานรองดอก
รังไขอยูใตฐานรองดอก
วิชา ชีววิทยา
รหัส ว 32242
ใบความรูที่ 1
เรื่องโครงสรางของดอก
เอกสารประกอบ
แผนการสอนที่ 1 หนวยที่ 1
โรงเรียนถนนหักพิทยาคม ผูสอนนางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี
โครงสรางของดอก (Flower structure)
ดอก (Flower)
พืชดอก(Angiosperm) มีดอก (Flower) เปนอวัยวะซึ่งทํา หนาที่ในการสืบพันธุ
พัฒนามาจากตาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปเปนกลุมใบที่จัดเรียงตัวอยูรอบแกนเดียวกัน
ประโยคภาษาอังกฤษที่เขียนได
37
1. สวนประกอบของดอก ดอกของพืชดอกจะวางตั้งอยูบนฐานรองดอก (receptacle)
ที่เชื่อมติดกับกานดอก(peduncle) มีสวนประกอบดวยกันอยู 4 วง คือ
1. วงกลีบเลี้ยง (calyx) ประกอบดวยกลีบเลี้ยง (sepal) มีรูปรางคลายใบ สีเขียว อยูวง
นอกสุด ซึ่งก็คือชั้นนอกสุดของตาดอก
2. วงกลีบดอก (collora) ประกอบดวยกลีบดอก (petal) อยูถัดเขาไปจากวง รูปราง
คลายใบ มีสีสันตางๆ เพื่อชวยในการลอแมลงที่ชวยผสมเกสรวงกลีบเลี้ยงและกลีบดอก เปนชั้นที่ไมไดทํา
หนาที่เกี่ยวของในการสืบพันธุ แตจะมีหนาที่ปองกันอวัยวะสืบพันธุ และดึงดูดแมลงที่ชวยในการผสมพันธุ
วงทั้ง 2 ชั้นนี้จะเรียกรวมกันวา วงกลีบรวม (periants)
ในพืชบางชนิดมีวงกลีบรวมที่มีลักษณะของกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนกันจนแยกไมออก เชน
ดอกทิวลิป จะเรียกแตละกลีบวากลีบรวม (tepal)
3. วงเกสรเพศผู (androecium) ประกอบดวยเกสรเพศผู (stamen) ซึ่งเกสรเพศผูแต
ละอันประกอบดวยอับเกสรตัวผู (anther) ภายในบรรจุละอองเรณู (pollen) และกานชูอับเรณู
(filament)
4. วงเกสรเพศเมีย (gynoecium) ประกอบดวยเกสรเพศเมีย (pistil หรือ carpel) ตั้ง
แต 1 ถึงหลายอัน ซึ่งเกสรเพศเมียแตละอันประกอบดวยรังไข (ovary) ไข (ovule) กานเกสรเพศเมีย
(style) และยอดเกสรตัวเมีย (stigma)
ภาพที่ 1: โครงสรางดอก
2. การจัดเรียงตัวของสวนประกอบดอก (Arrangement of flower parts)
โครงสรางและการจัดเรียงตัวของสวนตางๆ ดอก มีความแตกตางกันไปตามชนิดพืช ซึ่ง
สามารถใชเปนดัชนีในการจําแนกชนิดพืชไดเปนอยางดี พืชบางชนิดมีโครงสรางครบทั้ง 4 ชั้น
แตในบางชนิดอาจขาดวงใดวงหนึ่งไป การเรียงตัวของชั้นทั้ง 4 แตกตางกันไป นอกจากนี้ลักษณะ
ของชั้นทั้ง 4 แตกตางกันไป เชน ลักษณะของฐานรองดอก มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ รูปรางกลม
หรือแผแบนคลายจานกลีบดอกมีสีสันและจํานวนกลีบแตกตางกันไปตามชนิด เกสรเพศเมียและ
เพศผูมีการเรียงตัวของสวนประกอบตางๆ แตกตางกันไป
ภาพจาก : http://extension.oregonstate.edu/mg/botany/flower2.html
ดอกสมบูรณ ดอกไมสมบูรณ
38
วิชา ชีววิทยา
รหัส ว 42224
ใบความรูที่ 2
เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ
เอกสารประกอบ
แผนการสอนที่ 1 หนวยที่ 2
โรงเรียนถนนหักพิทยาคม ผูสอนนางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี
ลักษณะเพศของพืชดอก (Plant sexuality)
การจําแนกลักษณะเพศชองพืชดอก โดยใชเกณฑตางๆไดดังนี้
1. การจําแนกโดยลักษณะโครงสรางดอก มีอยู 2 ชนิด คือ พืชที่มีสวนประกอบดอกครบทั้ง 4 วง
จะเรียกวา ดอกสมบูรณ (complete flower) แตถาสวนประกอบขาดไปวงใดวงหนึ่งจะเรียกวา
ดอกไมสมบูรณ (incomplete flower) ดอกสมบูรณที่มีทั้งเกสรเพศผูและเพศเมียอยูรวมกัน จะเรียกวา
ดอกสมบูรณเพศ (perfect flower, bisexual หรือ hermaphrodite) ซึ่งพืช angiosperm
39
สวนใหญจะมีดอกแบบนี้ ดอกที่มีเกสรเพียงเพศใดเพศหนึ่งเทานั้นเรียกวา ดอกไมสมบูรณเพศ
(imperfect flower หรือunisexual) ซึ่งแยกออกไดเปน
ดอกเพศผู (staminate flower) เปนดอกที่มีแตเกสรเพศผู
ดอกเพศเมีย (pistillate flower) เปนดอกที่มีแตเกสรเพศเมีย
2. การจําแนกโดยลักษณะตนพืช แบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ
ตนพืชที่มีดอกที่เปนเพศผูหรือเพศเมียอยูภายในดอกเดียวกัน หรือตนเดียวกันเรียกวา พืชตางเพศรวมตน
(monoecious plant) แตพืชที่มีดอกเพศผูและเพศเมียอยูแยกตนกันเรียกวา พืชตางเพศตางตน
(dioecious plant) ดอกเพศผู ดอกเพศเมีย Monoecious Dioecious ดังภาพที่ 1 และภาพที่ 2
3. ตําแหนงของรังไข
1. รังไขที่อยูเหนือฐานรองดอก (superior ovary) เปนรังไขที่อยูเหนือจุดติดของเกสรตัวผู
2. รังไขที่มีฐานรองดอกหุมเอาไวหมด (inferior ovary) เปนรังไขที่อยูต่ํากวาจุดติดของเกสรตัวผู
หรือรังไขอยูต่ํากวาสวนอื่นของดอก
3. รังไขที่มีจุดติดของรังไขและเกสรตัวผู บนฐานรองดอกก้ํากึ่งกัน มีสวนของกลีบเลี้ยง กลีบดอก
และเกสรตัวผูติดกับฐานรองดอกบริเวณขาง ๆ โดยรอบรังไข
และฐานรองดอกเวาลงไปและมีขอบโคงขึ้นเปนรูปถวยอยูรอบ ๆ รังไข
ภาพที่ 2 เกสรของดอก
ปรับปรุงภาพจาก www.nysaes.cornell.edu
ภาพที่ 1 ดอกสมบูรณ
ปรับปรุงภาพจาก www.quorumsensing.ifas.ufl.edu
หมายเลข 2 คือเกสรตัวเมีย
หมายเลข 4 คือเกสรตัวเมีย
เกสรตัวผู
ดอกสมบูรณเพศ
40
รูปภาพที่ 3 แสดงตําแหนงของรังไข
4. ดอกเดี่ยวและดอกชอ
จําแนกชนิดของดอกโดยพิจารณาจากจํานวนดอกบนหนึ่งกาน สามารถแบงออกไดเปนดอกเดี่ยว ดอกชอ
และดอกรวม
1. ดอกเดี่ยว ( solitary folwer คือ ดอกไมที่มีดอกอยูเพียงดอกเดียวบนกานชูดอกเพียงกานเดียว
เชน ดอกมะเขือ ดอกชบา
2. ดอกชอ ( inflorescence folwer ) คือ ดอกหลาย ๆ ดอกที่อยูบนกานดอกเดียวกัน เชน
ดอกผกากรอง ดอกหางนกยูง ดอกชอเปนกลุมของดอกที่อยูบนกานชอดอก ( peduncle ) เดียวกัน
เรียกวา ชอดอก ( infolrescenec) แตละดอกในชอดอกนี้เรียกวา ดอกยอย ( floret )
ซึ่งอาจมีกานดอกของตัวเองเรียกวา เพดิเซล ( pedicel )
ชอดอกของพืชแตละชนิดรูปรางลักษณะแตกตางกัน นักพฤกษศาสตรไดจําแนกชอดอกออกเปน 2 พวก
ใหญ ๆ คือ
2.1. ชอดอกที่มีดอกชอเกิดตามแกนกลาง ชอดอกนี้เจริญออกไปไดเรื่อย ๆ ทําใหชอดอกยาวขึ้น
ดอกที่เกิดกอนอยูดานลางจะบานกอน
2.2. ชอดอกที่ดอกยอยแตกออกจากแกนกลางหรือไมแตกออกจากแกนกลางก็ได
ลักษณะที่สําคัญคือ ดอกยอยที่อยูบนสุดจะแกหรือบานกอนดอกยอยอื่น ๆ ที่อยูถัดออกมาดานขาง
3. ดอกรวม (composite flower) เปนดอกชอชนิดหนึ่ง (แบบhead ) ซึ่งจะประกอบดวย
ดอกยอยเล็ก ๆ จํานวนมากรวมอยูบนฐานรองดอก มีกานชูดอกอันเดียวกันมองดูคลายดอกเดี่ยว เชน
ดอกบานชื่น
รังไข
ฐานรองดอก
รังไขอยูใตฐานรองดอก
รังไข
ฐานรองดอก
นี่ไงตัวอยางดอกเดี่ยว
รังไขอยูเหนือฐานรองดอก
รังไข
ฐานรองดอก
41
ภาพที่ 4 ดอกเดี่ยว
ชอกระจุกแนน head
ชอดอกที่มีดอกยอยอัดกันแนนบน
ฐานรองดอกรูปจานที่แผกวางออก
ตรงกลางนูนเล็กนอย เชน ทานตะวัน
ดาวเรือง บานไมรูโรย
ชอแบบหางกระรอก catkin
ชอดอกที่มีลักษณะคลายดอก
เชิงลด ชอดอกมีแกนกลางยาว
ดอกยอยไมมีกานดอกยอย
ตางกันตรงที่ปลายชอดอก
หอยลง เชน หางกระรอกแดง
ชอเชิงลดมีกาบ spadix
ชอดอกแบบเชิงลดที่มีดอกแยกเพศติดอยู
บนแกนกลางไมมีกานดอกยอยมีริ้วประดั
บแผนใหญเปนกาบหุม เชน หนาวัว บอน
ชอเชิงลด spike
ชอดอกที่มีแกนกลางยาว
ดอกยอยทุกดอกไมมีกาน
ดอกยอย เชน กระถินณรงค
ภาพที่ 5 ดอกชอ
ดอกชบา ดอกมะเขือ
มาดูดอกชอในแบบตางๆกันดีกวา
42
43

3ชีววิทยาม. 5 เทอม 1 การบูรณาการภาษาอังกฤษ (ไฟล์ที่ 3)

  • 1.
    23 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 การจัดการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู 7ขั้น กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร รหัสวิชา ว 42244 วิชา ชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ชื่อหนวย การสืบพันธุของพืชดอก เวลา 12 ชั่วโมง ชื่อเรื่อง โครงสรางของพืชดอก เวลา 2 ชั่วโมง ผูสอน นางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี มาตรฐานการเรียนรู ตามมาตรฐานการเรียนรูการศึกษาขั้นพื้นฐานของกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร สาระที่ 1 : สิ่งมีชีวิตกับการดํารงชีวิต มาตรฐาน ว.1.1 : เขาใจหนวยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธของโครงสรางและหนาที่ ของระบบตางๆของสิ่งมีชีวิตที่ทํางานสัมพันธกัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนําความรูไปใชในการดํารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิตอื่น 1. สาระสําคัญ โครงสรางของดอกที่เกี่ยวของกับการสืบพันธุในพืชแตละชนิดมีโครงสรางของดอกแตกตางกัน บางชนิดมีโครงสรางหลักครบทั้ง 4 สวน ซึ่งไดแก กลีบเลี้ยง (sepal) กลีบดอก (petal) เกสรเพศผู (stamen) และเกสรเพศเมีย(pistil) เรียกวา ดอกสมบูรณ(complete flower) ถาขาดสวนใด สวนหนึ่งไปไมครบ 4 สวน เรียกวา ดอกไมสมบูรณ(incomplete flower) และดอกที่มีทั้งเกสรเพศผู และเพศเมียอยูภายในดอกเดียวกัน เรียกวา ดอกสมบูรณเพศ (perfect flower) ถามีแตเกสรเพศผู หรือ เกสรเพศเมียอยางเดียว เรียกวา ดอกไมสมบูรณเพศ (imperfect flower) 2. ผลการเรียนรู 1. สังเกต เปรียบเทียบ และอภิบายโครงสรางของดอกและการสรางเซลลสืบพันธุของพืชดอก พรอมทั้งระบุคําศัพทและประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆที่เกี่ยวของ 3. จุดประสงคการเรียนรู 3.1 ดานความรู (K) 6. ระบุโครงสรางและสวนประกอบของพืชดอก 7. อธิบายความหมายของดอกสมบูรณเพศและดอกไมสมบูรณเพศ 3.2 ดานทักษะกระบวนการ (P) 8. จัดประเภทพืชดอกโดยใชเกณฑตางๆ 9. เปรียบเทียบความแตกตางของเกสรเพศผูและเกสรเพศเมีย 3.3 ดานคุณลักษณะ (A) 10. ใหความรวมมือแกหมูคณะ ทํางานเสร็จทันตามเวลาที่กําหนด ปฏิบัติตามกฎกติกาที่ระบุไวในกิจกรรม 4. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
  • 2.
    24 1. ความสามารถในการสื่อสาร - สามารถถายทอดความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาชีววิทยาความรูความเขาใจ ความรูสึกและทัศนคติของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร ในรูปแบบของวาจา งานเขียน วิดีทัศน และสื่อสารโดยใชคําศัพทและประโยคพื้นฐานเปนภาษาอังกฤษ 2. ความสามารถในการคิด - สามารถคิดวิเคราะห คิดสังเคราะห คิดอยางมีวิจารณญาณ คิดเปนระบบและ คิดอยางสรางสรรค เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน เพื่อสรางองคความรูหรือสารสนเทศเกี่ยวกับการตัดสินใจ การเลือกแนวทางปฎิบัติ และนําความรูไปตอยอดเพิ่มเติม ใหเกิดประโยชนอยางเปนรูปธรรม 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทํางาน 6. สาระการเรียนรู 3. โครงสรางของพืชดอก 4. ดอกสมบูรณและดอกไมสมบูรณ 7. กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบสืบเสาะหาความรู 7 ขั้น ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู ขั้นที่ 1 ขั้นตรวจสอบความรูเดิม (Elicitation Phase) 1.1 นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน 1.2 ครูนําดอกไม มานําเสนอหนาหอง ดอกไมประกอบดวยดอกกลวยไม กุหลาบ ชบา ตําลึง ฟกทอง และเฟองฟา 1.3 ครูตั้งคําถามชวนคิดวา “สวนประกอบของดอกไมแตละชนิด เหมือนหรือตางกันอยางไร” 1.4 เปดโอกาสใหนักเรียนไดเสนอความคิดเห็น เพื่อกระตุนใหนักเรียน แสดงความรูเดิมออกมา ขั้นที่ 2 ขั้นเราความสนใจ (Engagement Phase) 2.1 นักเรียนแบงออกเปน 5 กลุม โดยใชวิธีการแบงกลุมแบบความรวมมือ คือในแตละกลุมจะมีนักเรียนที่เรียนเกง ปานกลางและออน อยูรวมกันใน หนึ่งกลุมเพื่อใหเกิดการชวยเหลือซึ่งกันและกัน (ครูแบงกลุมนักเรียนไวลวงหนา) 2.2 นักเรียนทําการศึกษาดอกไมที่ไดรับมอบหมาย 2.4 นักเรียนแตละกลุมเลือกเกณฑที่จะใชจัดประเภทดอกไมโดยใช สวนประกอบตางๆของพืชดอก (ครูเดินไปแตละกลุมเพื่อตั้งคําถามใหคิดและใหความชวยเหลือ) ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู 2.5 ครูสุมตัวอยางนักเรียน 2
  • 3.
    25 กลุมเพื่อนําเสนอวิธีการที่กลุมของตนเองใชเปนเกณฑในการแบงกลุมของพืช ดอก ขั้นที่ 3 ขั้นสํารวจคนหา (Exploration Phase) 3.1นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมารับใบความรูที่ 1 เรื่องโครงสรางของพืชดอก นักเรียนรวมมือกันในการทําใบงานที่ 1 เรื่องฉันคือพืชดอก ใบความรูที่ 2 เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ ใบงานที่ 2 เรื่องการแบงชนิดของดอกและใบงานที่ 3 เรื่องการศึกษาโครงสราง ของดอกไม 3.2 ครูแนะนําวิธีการทํางานในกลุมรวมกัน และอธิบายการสุมนักเรียนใน ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) 4.1 ครูจับฉลากเพื่อหากลุมที่จะนําเสนอใบงาน 4.2 นักเรียนรายงานการทําใบงาน และความรูที่ไดรับจากการทําใบงาน 4.3 ครูถามสมาชิกในแตละกลุมวา “มีคําถามใดบางที่ครูถามไปและยังไมไดตอบ ใหนักเรียนชวยตอบคําถามนั้น” เชน สวนประกอบของดอกไมแตละชนิดเหมือนหรือตางกันอยางไร, นักเรียนแบงกลุมของพืชดอกโดยใชเกณฑใด 4.4 เมื่อครบทุกกลุมครูเปดโอกาสใหนักเรียนไดซักถามแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น 4.5 ครูอานคําศัพทและเปดจากอินเตอรเน็ตเพื่อใหนักเรียนฝกฟง การออกเสียงคําศัพทและเขียนประโยคภาษาอังกฤษ อธิบายโครงสรางประโยค ความหมาย อานและทอง (ใชเกมใครทองไดมากที่สุด 5 คนแรกรับ very good) ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความรู (Elaboration Phase) 5.1 ครูนําประเด็นที่เกิดความขัดแยงกัน จากการนําเสนอของแตละกลุม มาใหนักเรียนชวยกันอภิปราย วานักเรียนมีความคิดเห็นอยางไร 5.2 ครูจัดการทดลองสาธิตเพื่อใหนักเรียนศึกษา การวางตัวของรังไข 5.3 นักเรียนทํามโนทัศน เรื่องโครงสรางของพืชดอกลงสมุด 5.4 นักเรียนและครูชวยกันสรุปสิ่งที่ไดจากการเรียนรูในกิจกรรม การเรียนการสอน ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) 6.1 ใบงาน (การทํางานเปนกลุม) 6.2 การตอบคําถาม (ความเขาใจภาพรวม) 6.3 การสรุปองคความรูและประเด็นสําคัญที่ไดจากการเรียนลงในสมุด ของนักเรียนแตละคน (ความเขาใจรายบุคคล) ขั้นการสอน กิจกรรมการเรียนรู ขั้นที่ 7 ขั้นนําความรูไปใช 7.1 นักเรียนและครูชวยกันสรางตนแบบความจําหรือคําสําคัญ เพื่อใชกระตุนความรูที่นักเรียนไดเรียนไปในวันนี้
  • 4.
    26 (Extention Phase) การศึกษานอกเวลาเรียน 7.2นักเรียนสรางบทสนทนาจากความรูที่ไดรับ ในรูปแบบตางๆเชน การสนทนาระหวางครูและนักเรียน พอแมและลูก ระหวางเพื่อนนักเรียน ในเรื่องโครงสรางของพืชดอก 7.3 นักเรียนสรางคําถามและเฉลยคําตอบจากความรูที่ไดศึกษา 8. สื่อและแหลงการเรียนรู 3. หนังสือเรียนสาระการเรียนรูพื้นฐานและเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม 4 4. ใบความรูที่ 1 เรื่องโครงสรางของพืชดอก 5. ใบความรูที่ 2 เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ 6. ใบงานที่ 1 เรื่องฉันคือพืชดอก 7. ใบงานที่ 2 เรื่องการแบงชนิดของดอก 8. ใบงานที่ 3 เรื่องการศึกษาโครงสรางของดอกไม 9. การวัดและการประเมินผล สิ่งที่ตอง ประเมิน ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน ดานความรู 1. ระบุโครงสรางและ สวนประกอบของ พืชดอก (K) การตรวจใบงานที่ 1 และใบงานที่ 3 การสังเกตการตอบคําถาม 1. นักเรียนทําใบงาน ไดถูกตองอยางนอย รอยละ 80 ครู 2. อธิบายความหมายของ ดอกสมบูรณเพศและ ดอกไมสมบูรณเพศ การตรวจใบงานที่ 2 และใบงานที่ 3 การสังเกตการตอบคําถาม 1. นักเรียนทําใบงาน ไดถูกตองอยางนอย รอยละ 80 ครู ดานทักษะ 1. จัดประเภทพืชดอกโดย ใชเกณฑตางๆ (P) การตรวจใบงานที่ 2 และใบงานที่ 3 การสังเกตการณ ตอบคําถาม การตรวจกิจกรรมการศึกษา นอกเวลาเรียน การตรวจแผนผังมโนทัศน 1. นักเรียนสามารถ ใชเกณฑในการจัด ประเภทไดอยางนอย 2 เกณฑ ครู สิ่งที่ตอง ประเมิน ประเด็นการประเมิน หลักฐาน/วิธีการ/เครื่องมือ เกณฑการผาน ผูประเมิน ดานทักษะ 3. เปรียบเทียบความแตก ตางของเกสรเพศผู ใบงานที่ 1และใบงานที่ 3 การตอบคําถาม 1. นักเรียนผานระดับ 2 ขึ้นไป ครู
  • 5.
    27 และเกสรเพศเมีย (P) แผนผังมโนทัศน การศึกษานอกเวลาเรียน ดานเจตคติ (เงื่อนไข คุณธรรม) 4.ใหความรวมมือแก หมูคณะทํางานเสร็จทัน ตามเวลาที่กําหนด ปฏิบัติตามกฎกติกาที่ ระบุไวในกิจกรรม แบบประเมินพฤติกรรมการ ทํางาน 1. นักเรียนผานระดับ 2 ขึ้นไป ครู/ นักเรียน สมรรถนะ สําคัญของ ผูเรียน 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด การตรวจใบงานที่ 1-3 1. นักเรียนผานระดับ 2 ขึ้นไป ครู คุณลักษณะ อันพึง ประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทํางาน วิเคราะหจากแบบประเมิน พฤติกรรมการทํางาน (จากดานเจตคติ) นักเรียนผานระดับ 2 ขึ้นไป ครู/ นักเรียน 8. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ชั้น..................... วันที่ .......... เดือน........................................................ พ.ศ.......................... 8.1 ผลการจัดการเรียนรู 8.1.1 ความรู (K) แบบฝกหัด ผานการประเมิน........................คน คิดเปนรอยละ.................. ไมผานการประเมิน....................คน คิดเปนรอยละ.................. แบบทดสอบ ผานการประเมิน........................คน คิดเปนรอยละ.................. ไมผานการประเมิน....................คน คิดเปนรอยละ.................. 8.1.2 ทักษะกระบวนการ (P) ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. 8.1.3 เจตคติ (A) ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 2 จำนวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ................... 8.1.4 สมรรถนะ (C : competency)
  • 6.
    28 ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คนคิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. 8.1.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค ระดับคุณภาพ 3 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 2 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. ระดับคุณภาพ 1 จํานวน..........................คน คิดเปนรอยละ.................. 8.2 ปญหาที่พบและแนวทางแกไข ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 8.3 ขอเสนอแนะ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... (....................................................) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงาน วันที่………………………เรื่อง……………...................................ชั้น…………… รายชื่อสมาชิก 1………………………………………………เลขที่…………………. 2………………………………………………เลขที่………………….. 3………………………………………………เลขที่………………….. 4………………………………………………เลขที่…………………..
  • 7.
    29 รายการประเมิน ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 5 4 32 1 วิธีปฏิบัติงาน 1. การศึกษาวิธีการทํางาน 2. การแบงหนาที่การทํางาน 3. การตรงเวลา 4.ความถูกตองเหมาะสมของการใชวัสดุอุปกรณ เกณฑการประเมิน 16-20 = ดี 10-15 = ปานกลาง 4-9 = ควรปรับปรุง รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม = /20 ผาน/ไมผาน ผลงาน 5. ความคิดสรางสรรค (ชิ้นงาน) 6. ความถูกตอง (ใบงาน) 7. ความสะอาดและสวยงามของชิ้นงาน เกณฑการประเมิน 10-15 = ดี 5-9 = ปานกลาง 0-4 =ควรปรับปรุง รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม = /15 ผาน/ไมผาน พฤติกรรมการทํางานกลุม 8. ความรวมมือในกลุม 9. ความเหมาะสมในการแสดง ความคิดเห็น เกณฑการประเมิน 8-10 = ดี 5-7 = ปานกลาง 2-4 = ควรปรับปรุง รวม คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม = /10 ผาน/ไมผาน รวมทั้งหมด คะแนนที่ได/คะแนนเต็ม = /50 ผาน/ไมผาน ผูประเมิน.................................................... การประเมินผังมโนทัศน คะแนน ใหความหมาย หลักการของแผนผัง 0 ไมใหความหมายหรือให ความหมายไมถูกตอง ไมมีความสัมพันธหรือผิด หลักการ 1 ใหความหมายถูกตองเปน สวนใหญ แผนผังมีความสัมพัธและ ถูกตองเปนสวนใหญ 2 ใหความหมายถูกตอง สมบูรณ แผนผังมีความถูกตองอยาง สมบูรณ
  • 8.
    30 ใบงานที่ 1 เรื่องฉันคือพืชดอกผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี รายชื่อสมาชิกในกลุม 1……………………………………………………………….. 2……………………………………………………………………… 3………………………………………………………………...4……………………………………………………………………… 5…………………………………………………………………6…………………………………………………………………… วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. ............................. คําชี้แจง : ใหนักเรียนเลือกคําที่กําหนดใหทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่มีความหมายตรงกับภาพ โดยเติมลงในชองวางใหถูกตอง (สามารถเลือกไดมากกวา 1 ครั้ง)
  • 9.
    31 ปรับปรุงภาพจาก http://www.caribbeanedu.com/images/kewl/flower_parts.jpg ใบงานที่ 2เรื่องการแบงชนิดของดอก ผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี รายชื่อสมาชิกในกลุม 1………………………………………………… 2……………………………………………… 3………………………………………………….4……………………………………………… 5………………………………………………….6……………………………………………… วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. ............................. กลีบดอก เกสรตัวผู ยอดเกสรตัวเมี ยกานชูอับเรณู กานเกสรตัวเมี ย กลีบเลี้ยง กานดอก รังไข เซลลไข อับเรณู ฐานรองดอก ออวุล sepal stamen stigma style filament petal flower stalk ovary Egg cell anther pedicel ovule ภาพ ข. ปรับปรุงภาพจาก http://web.gccaz.edu/~lsola/Flower/lilycut.jpg
  • 10.
    32 การจัดประเภทของพืชดอก ดอกสมบูรณ ดอกไมสมบูรณ เพราะ คําชี้แจง: จงจําแนกดอกไมที่กําหนดใหเติมในตารางใหถูกตอง
  • 11.
  • 12.
    34 ดอกเดี่ยว ดอกชอ ใบงานที่ 3เรื่องการศึกษาโครงสรางของดอกไม ผูสอน กมลรัตน ฉิมพาลี รายชื่อสมาชิกในกลุม 1……………………………………………………………….. 2……………………………………………………………………… 3………………………………………………………………...4……………………………………………………………………… 5…………………………………………………………………6…………………………………………………………………… วันที่ ...........................................เดือน.........................................พ.ศ. ............................. เกณฑที่ใชคือ..................................................................................................................................... เกณฑที่ใชคือ..................................................................................................................................... คําชี้แจง : ใหนักเรียนศึกษาสวนประกอบของดอกไมที่นํามา ศึกษาสวนประกอบตางๆแลวเลือกสวนตางๆติดลงในตารางใหถูกตอง
  • 13.
  • 14.
    36 กานดอก สรุป ลักษณะดอกไมที่นํามาศึกษาเปน ดอกครบสวน ดอกไมครบสวน ดอกสมบูรณเพศ ดอกไมสมบูรณเพศ ดอกเดี่ยว ดอกชอ รังไขอยูเหนือฐานรองดอก รังไขอยูใตฐานรองดอก วิชา ชีววิทยา รหัสว 32242 ใบความรูที่ 1 เรื่องโครงสรางของดอก เอกสารประกอบ แผนการสอนที่ 1 หนวยที่ 1 โรงเรียนถนนหักพิทยาคม ผูสอนนางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี โครงสรางของดอก (Flower structure) ดอก (Flower) พืชดอก(Angiosperm) มีดอก (Flower) เปนอวัยวะซึ่งทํา หนาที่ในการสืบพันธุ พัฒนามาจากตาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปเปนกลุมใบที่จัดเรียงตัวอยูรอบแกนเดียวกัน ประโยคภาษาอังกฤษที่เขียนได
  • 15.
    37 1. สวนประกอบของดอก ดอกของพืชดอกจะวางตั้งอยูบนฐานรองดอก(receptacle) ที่เชื่อมติดกับกานดอก(peduncle) มีสวนประกอบดวยกันอยู 4 วง คือ 1. วงกลีบเลี้ยง (calyx) ประกอบดวยกลีบเลี้ยง (sepal) มีรูปรางคลายใบ สีเขียว อยูวง นอกสุด ซึ่งก็คือชั้นนอกสุดของตาดอก 2. วงกลีบดอก (collora) ประกอบดวยกลีบดอก (petal) อยูถัดเขาไปจากวง รูปราง คลายใบ มีสีสันตางๆ เพื่อชวยในการลอแมลงที่ชวยผสมเกสรวงกลีบเลี้ยงและกลีบดอก เปนชั้นที่ไมไดทํา หนาที่เกี่ยวของในการสืบพันธุ แตจะมีหนาที่ปองกันอวัยวะสืบพันธุ และดึงดูดแมลงที่ชวยในการผสมพันธุ วงทั้ง 2 ชั้นนี้จะเรียกรวมกันวา วงกลีบรวม (periants) ในพืชบางชนิดมีวงกลีบรวมที่มีลักษณะของกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนกันจนแยกไมออก เชน ดอกทิวลิป จะเรียกแตละกลีบวากลีบรวม (tepal) 3. วงเกสรเพศผู (androecium) ประกอบดวยเกสรเพศผู (stamen) ซึ่งเกสรเพศผูแต ละอันประกอบดวยอับเกสรตัวผู (anther) ภายในบรรจุละอองเรณู (pollen) และกานชูอับเรณู (filament) 4. วงเกสรเพศเมีย (gynoecium) ประกอบดวยเกสรเพศเมีย (pistil หรือ carpel) ตั้ง แต 1 ถึงหลายอัน ซึ่งเกสรเพศเมียแตละอันประกอบดวยรังไข (ovary) ไข (ovule) กานเกสรเพศเมีย (style) และยอดเกสรตัวเมีย (stigma) ภาพที่ 1: โครงสรางดอก 2. การจัดเรียงตัวของสวนประกอบดอก (Arrangement of flower parts) โครงสรางและการจัดเรียงตัวของสวนตางๆ ดอก มีความแตกตางกันไปตามชนิดพืช ซึ่ง สามารถใชเปนดัชนีในการจําแนกชนิดพืชไดเปนอยางดี พืชบางชนิดมีโครงสรางครบทั้ง 4 ชั้น แตในบางชนิดอาจขาดวงใดวงหนึ่งไป การเรียงตัวของชั้นทั้ง 4 แตกตางกันไป นอกจากนี้ลักษณะ ของชั้นทั้ง 4 แตกตางกันไป เชน ลักษณะของฐานรองดอก มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ รูปรางกลม หรือแผแบนคลายจานกลีบดอกมีสีสันและจํานวนกลีบแตกตางกันไปตามชนิด เกสรเพศเมียและ เพศผูมีการเรียงตัวของสวนประกอบตางๆ แตกตางกันไป ภาพจาก : http://extension.oregonstate.edu/mg/botany/flower2.html ดอกสมบูรณ ดอกไมสมบูรณ
  • 16.
    38 วิชา ชีววิทยา รหัส ว42224 ใบความรูที่ 2 เรื่องการจําแนกดอกตามเกณฑตางๆ เอกสารประกอบ แผนการสอนที่ 1 หนวยที่ 2 โรงเรียนถนนหักพิทยาคม ผูสอนนางสาวกมลรัตน ฉิมพาลี ลักษณะเพศของพืชดอก (Plant sexuality) การจําแนกลักษณะเพศชองพืชดอก โดยใชเกณฑตางๆไดดังนี้ 1. การจําแนกโดยลักษณะโครงสรางดอก มีอยู 2 ชนิด คือ พืชที่มีสวนประกอบดอกครบทั้ง 4 วง จะเรียกวา ดอกสมบูรณ (complete flower) แตถาสวนประกอบขาดไปวงใดวงหนึ่งจะเรียกวา ดอกไมสมบูรณ (incomplete flower) ดอกสมบูรณที่มีทั้งเกสรเพศผูและเพศเมียอยูรวมกัน จะเรียกวา ดอกสมบูรณเพศ (perfect flower, bisexual หรือ hermaphrodite) ซึ่งพืช angiosperm
  • 17.
    39 สวนใหญจะมีดอกแบบนี้ ดอกที่มีเกสรเพียงเพศใดเพศหนึ่งเทานั้นเรียกวา ดอกไมสมบูรณเพศ (imperfectflower หรือunisexual) ซึ่งแยกออกไดเปน ดอกเพศผู (staminate flower) เปนดอกที่มีแตเกสรเพศผู ดอกเพศเมีย (pistillate flower) เปนดอกที่มีแตเกสรเพศเมีย 2. การจําแนกโดยลักษณะตนพืช แบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ ตนพืชที่มีดอกที่เปนเพศผูหรือเพศเมียอยูภายในดอกเดียวกัน หรือตนเดียวกันเรียกวา พืชตางเพศรวมตน (monoecious plant) แตพืชที่มีดอกเพศผูและเพศเมียอยูแยกตนกันเรียกวา พืชตางเพศตางตน (dioecious plant) ดอกเพศผู ดอกเพศเมีย Monoecious Dioecious ดังภาพที่ 1 และภาพที่ 2 3. ตําแหนงของรังไข 1. รังไขที่อยูเหนือฐานรองดอก (superior ovary) เปนรังไขที่อยูเหนือจุดติดของเกสรตัวผู 2. รังไขที่มีฐานรองดอกหุมเอาไวหมด (inferior ovary) เปนรังไขที่อยูต่ํากวาจุดติดของเกสรตัวผู หรือรังไขอยูต่ํากวาสวนอื่นของดอก 3. รังไขที่มีจุดติดของรังไขและเกสรตัวผู บนฐานรองดอกก้ํากึ่งกัน มีสวนของกลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรตัวผูติดกับฐานรองดอกบริเวณขาง ๆ โดยรอบรังไข และฐานรองดอกเวาลงไปและมีขอบโคงขึ้นเปนรูปถวยอยูรอบ ๆ รังไข ภาพที่ 2 เกสรของดอก ปรับปรุงภาพจาก www.nysaes.cornell.edu ภาพที่ 1 ดอกสมบูรณ ปรับปรุงภาพจาก www.quorumsensing.ifas.ufl.edu หมายเลข 2 คือเกสรตัวเมีย หมายเลข 4 คือเกสรตัวเมีย เกสรตัวผู ดอกสมบูรณเพศ
  • 18.
    40 รูปภาพที่ 3 แสดงตําแหนงของรังไข 4.ดอกเดี่ยวและดอกชอ จําแนกชนิดของดอกโดยพิจารณาจากจํานวนดอกบนหนึ่งกาน สามารถแบงออกไดเปนดอกเดี่ยว ดอกชอ และดอกรวม 1. ดอกเดี่ยว ( solitary folwer คือ ดอกไมที่มีดอกอยูเพียงดอกเดียวบนกานชูดอกเพียงกานเดียว เชน ดอกมะเขือ ดอกชบา 2. ดอกชอ ( inflorescence folwer ) คือ ดอกหลาย ๆ ดอกที่อยูบนกานดอกเดียวกัน เชน ดอกผกากรอง ดอกหางนกยูง ดอกชอเปนกลุมของดอกที่อยูบนกานชอดอก ( peduncle ) เดียวกัน เรียกวา ชอดอก ( infolrescenec) แตละดอกในชอดอกนี้เรียกวา ดอกยอย ( floret ) ซึ่งอาจมีกานดอกของตัวเองเรียกวา เพดิเซล ( pedicel ) ชอดอกของพืชแตละชนิดรูปรางลักษณะแตกตางกัน นักพฤกษศาสตรไดจําแนกชอดอกออกเปน 2 พวก ใหญ ๆ คือ 2.1. ชอดอกที่มีดอกชอเกิดตามแกนกลาง ชอดอกนี้เจริญออกไปไดเรื่อย ๆ ทําใหชอดอกยาวขึ้น ดอกที่เกิดกอนอยูดานลางจะบานกอน 2.2. ชอดอกที่ดอกยอยแตกออกจากแกนกลางหรือไมแตกออกจากแกนกลางก็ได ลักษณะที่สําคัญคือ ดอกยอยที่อยูบนสุดจะแกหรือบานกอนดอกยอยอื่น ๆ ที่อยูถัดออกมาดานขาง 3. ดอกรวม (composite flower) เปนดอกชอชนิดหนึ่ง (แบบhead ) ซึ่งจะประกอบดวย ดอกยอยเล็ก ๆ จํานวนมากรวมอยูบนฐานรองดอก มีกานชูดอกอันเดียวกันมองดูคลายดอกเดี่ยว เชน ดอกบานชื่น รังไข ฐานรองดอก รังไขอยูใตฐานรองดอก รังไข ฐานรองดอก นี่ไงตัวอยางดอกเดี่ยว รังไขอยูเหนือฐานรองดอก รังไข ฐานรองดอก
  • 19.
    41 ภาพที่ 4 ดอกเดี่ยว ชอกระจุกแนนhead ชอดอกที่มีดอกยอยอัดกันแนนบน ฐานรองดอกรูปจานที่แผกวางออก ตรงกลางนูนเล็กนอย เชน ทานตะวัน ดาวเรือง บานไมรูโรย ชอแบบหางกระรอก catkin ชอดอกที่มีลักษณะคลายดอก เชิงลด ชอดอกมีแกนกลางยาว ดอกยอยไมมีกานดอกยอย ตางกันตรงที่ปลายชอดอก หอยลง เชน หางกระรอกแดง ชอเชิงลดมีกาบ spadix ชอดอกแบบเชิงลดที่มีดอกแยกเพศติดอยู บนแกนกลางไมมีกานดอกยอยมีริ้วประดั บแผนใหญเปนกาบหุม เชน หนาวัว บอน ชอเชิงลด spike ชอดอกที่มีแกนกลางยาว ดอกยอยทุกดอกไมมีกาน ดอกยอย เชน กระถินณรงค ภาพที่ 5 ดอกชอ ดอกชบา ดอกมะเขือ มาดูดอกชอในแบบตางๆกันดีกวา
  • 20.
  • 21.