Recommended
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) by pitsanu duangkartok
PDF
PDF
PDF
PDF
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
PDF
PDF
ระบบหายใจ (Respiratory System)
PPTX
PDF
PDF
ระบบไหลเวียนเลือด (Circulatory System)
PDF
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
PDF
ชีทสรุประบบสืบพันธุ์และการเจริญ 2011
PPTX
บทที่ 3 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
PDF
ระบบประสาท - Nervous system
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
PDF
ระบบสืบพันธุ์ (Reproductive System)
PDF
PDF
PDF
More Related Content
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) by pitsanu duangkartok
PDF
PDF
PDF
PDF
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
PDF
What's hot
PDF
ระบบหายใจ (Respiratory System)
PPTX
PDF
PDF
ระบบไหลเวียนเลือด (Circulatory System)
PDF
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
PDF
ชีทสรุประบบสืบพันธุ์และการเจริญ 2011
PPTX
บทที่ 3 ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
PDF
ระบบประสาท - Nervous system
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
ระบบประสาท (Nervous System)
PDF
PDF
ระบบสืบพันธุ์ (Reproductive System)
PDF
Viewers also liked
PDF
PDF
PDF
อาหารกับการดำรงชีวิต วิทยาศาสตร์ ม.2
PDF
ระบบย่อยอาหาร (Digestive System)
PDF
Microsoft word ใบงาน การลำเลียงสารในร่างกายของสัตว์
PPT
PDF
PDF
PPT
กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
PPT
PDF
ระบบน้ำเหลืองกับภูมิคุ้มกัน
PDF
PDF
PPTX
PDF
PDF
PPT
PDF
ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
PPT
PDF
Similar to ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web)
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system
PPTX
PDF
PDF
PDF
3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
PPT
Ppt immunity ชีววิทยา ม.5
DOCX
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (mechanism of body defense)
PDF
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
PDF
PPTX
PPTX
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์.pdf
PPT
What is Transfer Factor (TF)?
PDF
PHARMACEUTICAL IMMONOLOGY -Immunoassay I
PPT
PDF
11แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 2)
PDF
Product training 22 jan 2011 thai
PDF
PPTX
More from Thitaree Samphao
PDF
การหายใจแสง พืช C4 พืช cam (t)
PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอก (T)
PDF
การสังเคราะห์ด้วยแสง การค้นคว้า (T)
PDF
PDF
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (T)
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web) 1. 2. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และสรุปเกี่ยวกับระบบน้้าเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งปัจจัยที่
มีผลต่อการท้างานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
จุดประสงค์การเรียนรู้
3. 4. 5. 6. ท่อตัน พบทั่วร่างกาย
หลอดน้้าเหลืองฝอยเล็กที่สุด
มีลิ้นกั้นป้องกันการไหลกลับของ
น้้าเหลือง คล้ายเส้นเลือดเวน
การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อรอบๆ
ท่อน้้าเหลืองน้้าเหลืองไหล
ท่อน้้าเหลืองขนาดเล็กแรงดัน มากกว่า
ท่อขนาดใหญ่
ท่อน้้าเหลือง (LYMPH VESSEL)
7. 8. 9. 11. 12. 13. อยู่ที่ทรวงอก รอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ
สร้าง T-lymphocyte
ถ้าตัดออกเมื่อเป็นตัวอ่อน ท้าให้สัตว์มีภูมิต้านทานต่้า
อ่อนแอ และตาย
ต่อต้านเชื้อโรค สารแปลกปลอม และอวัยวะที่ปลูกถ่าย
จากผู้อื่น
สร้างฮอร์โมน Thymosin กระตุ้นการผลิต antibody
ของพลาสมา
ต่อมไทมัส (THYMUS GLAND)
14. น้้าเหลืองจากอวัยวะต่างๆ ถูกดูดซึม
เข้าสู่หลอดน้้าเหลืองฝอย ซึ่งแทรกตัว
อยู่ในอวัยวะ
ผนังของหลอดน้้าเหลืองฝอยเป็นเยื่อ
บุผิว
เมื่อหลอดน้้าเหลืองฝอยทั่วร่างกายมา
รวมกันจะเป็นหลอดน้้าเหลืองใหญ่ มี
ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาแล้วล้าเลียง
น้้าเหลืองกลับสู่เส้นเลือดด้าใหญ่กลับ
สู่หัวใจ
น้้าเหลืองจะปนไปกับเลือด ไปสู่
อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
การล้าเลียงน้้าเหลือง
15. 17. 18. 19. ร่างกายถูกกระตุ้นจาก antigen
วัคซีนจากจุลินทรีย์ที่ตายแล้ว เช่นวัคซีนป้องกัน
โรคไอกรน ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค
วัคซีนจากจุลินทรีย์ที่ถูกท้าให้อ่อนก้าลังลง เช่น
วัคซีนป้องกันโรควัณโรค โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน
คางทูม
ทอกซอยด์: สารพิษที่ท้าให้หมดสภาพ เช่น โรค
คอตีบ บาดทะยัก
ข้อดี: เกิดภูมิคุ้มกันอยู่นาน ไม่เกิดการแพ้
ข้อเสีย: ตอบสนองช้า (ใช้เวลา 4-7 วัน)
ภูมิคุ้มกันก่อเอง (ACTIVE IMMUNIZATION)
20. ภูมิคุ้มกันแบบจ้าเพาะ
รับ antibody เข้าร่างกาย
เตรียมโดย ฉีดเชื้อโรคที่อ่อนก้าลังเข้าร่างกาย
สัตว์ เพื่อให้สัตว์สร้าง antibody แล้วน้าเลือด
เฉพาะส่วน serum ซึ่งมี antibody มาฉีดให้
ผู้ป่วย
ต่อต้านเชื้อโรคได้ทันท่วงที
เช่น ซีรัมแก้พิษงู ซีรัมคอตีบ ซีรัมแก้พิษสุนัขบ้า
น้้านมน้้าเหลือง ภูมิคุ้มกันจากแม่สู่ลูกโดยผ่าน
ทางรก
ข้อดี: ตอบสนองทันที
ข้อเสีย: อาจท้าให้แพ้ อยู่ได้ไม่นาน
ภูมิคุ้มกันรับมา (PASSIVE IMMUNIZATION)
21. 22. 23. Nonspecific defense mechanism
First line defense
Skin
Mucous membrane
Secretion of skin
Second line defense
Phagocytic white blood cell
The inflammatory response
Antimicrobial proteins
กลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จ้าเพาะเจาะจง
24. สร้างจากส่วนของร่างกาย
ผิวหนัง: Keratin ป้องกันการเข้าและ
ออกของสิ่งต่างๆ
เหงือ: เป็นกรด ยับยั้งการเจริญของ
จุลินทรีย์
จมูกและหู: เมือก
ตา: น้้าตา
ปาก: lysosome ท้าลายจุลินทรีย์หรือ
เชื้อโรค
FIRST LINE DEFENSE
กระเพาะอาหาร: กรดไฮโดรคลอริก
เอนไซม์ท้าลายจุลินทรีย์
ช่องคลอด: เมือก cilia ดักจับสิ่ง
แปลกปลอม และพัดออกนอกร่างกาย
25. Phagocytic white blood cell
The inflammatory response
Antimicrobial proteins
Natural killer cell
SECOND LINE DEFENSE
26. เซลล์ที่สามารถท้าหน้าที่ phagocytosis ได้มีหลายชนิด ดังนี้
1. Monocyte (5% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด) ออกจากกระแสเลือด แล้วเคลื่อนเข้า
สู่เนื้อเยื่อ และพัฒนาเป็นเซลล์ macrophage มีช่วงชีวิตค่อนข้างยาว
2. Neutrophil (60-70% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด) มีชีวิต 2-3 วัน สลายไปเมื่อ
ท้าลายสิ่งแปลกปลอม
3. Eosinophil (1.5% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด) ท้าหน้าที่ท้าลายพยาธิขนาดใหญ่
4. Natural Killer cell ท้าลาย virus-infected body cell โดยจับที่เยื่อเซลล์และ
ท้าให้เซลล์แตก
PHAGOCYTIC WHITE BLOOD CELL
27. การท้าลายเชื้อโรคและเศษเซลล์ ซ่อมแซมบริเวณบาดแผล
เมื่อเกิดบาดแผล basophil ในเลือดและ mast cell ที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน หลั่ง
histamine และ prostaglandin ท้าให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดไหลมากขึ้น เม็ด
เลือดขาวและสารที่ท้าให้เลือดแข็งตัวเคลื่อนที่มายังบาดแผลได้มากและเร็ว
Neutrophil เปลี่ยนเป็น macrophage ท้าหน้าที่ phagocytosis เชื้อโรคและเศษ
เซลล์
THE INFLAMMATORY RESPONSE (ตอบสนองโดยการอักเสบ)
28. เลือดแข็งตัว ปากแผลปิด
อาการอักเสบ ประกอบด้วยผื่นแดง ร้อน บวม เนื่องจากของเหลวออก
จากหลอดเลือด และเจ็บปวด
THE INFLAMMATORY RESPONSE (ตอบสนองโดยการอักเสบ)
29. โปรตีนในเลือดที่ท้าลายเชื้อจุลินทรีย์ได้
ได้แก่ lysozyme, complement
system, interferon
complement system : ย่อยสลายเชื้อ
โรคขนาดเล็ก กระตุ้น phagocytosis และ
การท้างานของภูมิคุ้มกัน
Interferon: หลั่งออกมาจากเซลล์ที่ติดเชื้อ
ไวรัส ป้องกันการรุกรานไปยังเซลล์อื่นที่เป็น
เซลล์ปกติ
ANTIMICROBIAL PROTEINS (โปรตีนต้านจุลชีพ)
30. 31. Specific defense
mechanism (immune
response or immune
system)
Humoral immune
response (การก้าจัดสิ่ง
แปลกปลอมโดยการหลั่ง
แอนติบอดี)
Cell-mediated immune
response (การก้าจัดสิ่ง
แปลกปลอมโดยใช้เซลล์เป็น
ตัวกลาง)
กลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบจ้าเพาะเจาะจง
32. 33. Lymphocytes แบ่งได้ 2 ชนิด คือ B
lymphocyte และ T lymphocyte
เจริญจากเซลล์ตั้งต้นชนิดเดียวกัน คือ
Pluripotent stem cell ใน bone marrow
เซลล์ที่ยังเจริญต่อใน bone marrow สุดท้ายได้
B lymphocyte
ถ้า lymphocyte stem cell เคลื่อนไปและเกิด
maturation ที่ต่อมไทมัส (thymus gland) จะ
ได้ T cell
lymphocytes ทั้งสองชนิดจะเคลื่อนไปอยู่ที่
lymphoid tissue เช่น tonsil, lymph node,
spleen
เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน
34. T หรือ B cell แต่ละเซลล์จ้าเพาะต่อ Ag แต่ละตัว
ขั้นตอนการคัดเลือกเพื่อเพิ่มจ้านวน lymphocyte ที่เฉพาะต่อ Ag เรียก Clonal
selection
LYMPHOCYTES
35. LYMPHOCYTES
1.Ag จับกับ Ag receptor บน B cell หนึ่งๆ
2.B cell ที่มี receptor ที่จ้าเพาะต่อ Ag นั้น
จะเพิ่มจ้านวนได้เป็น clone
3.บางเซลล์พัฒนาไปเป็น short-lived
plasma cell และหลั่ง Ab
4.บางเซลล์พัฒนาไปเป็น long-lived memory cell ที่จะท้าให้เกิดการตอบสนอง
อย่างรวดเร็วเมื่อร่างกายได้รับ Ag เดิม
36. การเพิ่มจ้านวนของ Lymphocytes หลังเผชิญกับ Ag ครั้งแรก ใช้เวลา 10-17 วัน เรียก
การตอบสนองในระยะแรกนี้ว่า primary immune response ได้เซลล์ 2 ชนิดคือ
plasma cell (B cell) & effector T cell (T cell)) และ long-lived memory cells
ถ้าร่างกายเผชิญกับ Ag เดิมอีก จะเกิดการตอบสนองเรียก secondary immune
response ใช้เวลาตอบสนองสั้นลง 2-7 วัน
IMMUNOLOGICAL MEMORY
37. B-cell
1. Antigen เข้าสู่ร่างกายและถูกท้าลายโดย phagocytosis
2. ชิ้นส่วนของ antigen (Ag) ที่ถูก phagocyte ท้าลายกระตุ้นให้ B-cell เพิ่ม
จ้านวน
3. B-cell เปลี่ยนไปท้าหน้าที่สร้าง antibody (Ab) ที่จ้าเพาะต่อ antigen เรียกว่า
plasma cell และ memory cell
memory cell: จดจ้า antigen ถ้ามี antigen เดิมเข้ามาในร่างกายอีกครั้ง
memory cell จะแบ่งเซลล์เป็น plasma cell ท้าลายเชื้อโรคนั้น
plasma cell: สร้าง antibody ที่จ้าเพาะต่อ antigen นั้น
HUMORAL IMMUNE RESPONSE
38. Epitope or antigenic determinant เป็นส่วนของ Ag ที่ Ab เข้าไปจับ (Ab จะใช้
ส่วน antigen binding site ในการจับ)
แบคทีเรียตัวหนึ่ง ๆ อาจมี epitope ส้าหรับจับกับ Ab ได้ถึง 4 ล้านโมเลกุล
โครงสร้างและหน้าที่ของ ANTIBODY
39. Ab เป็นโปรตีนชนิด immunoglobulin (Ig)
โมเลกุลรูปตัว Y
ส่วนที่เกาะกับ Ag มี 2 ข้าง แต่ละข้างมี 2 แขน แขนสั้นเรียก light chain แขนยาว
เรียก heavy chain
C ล้าดับกรดอะมิโนคงที่ ส่วน V ล้าดับกรดอะมิโนแตกต่างตาม Ab แต่ละตัว
V ให้ epitope ของ Ag มาเกาะ
โครงสร้างและหน้าที่ของ ANTIBODY
40. Ig M (pentamer): เป็น Ig ที่พบเป็นชนิดแรกเมื่อ
expose กับ Ag พบครั้งแรกในปลาฉลามและปลา
กระดูกแข็ง ขนาดใหญ่ ไม่สามารถผ่านเข้าไปในรก
ได้
Ig G (monomer) พบมากในกระแสเลือด ผ่านเข้า
ไปในรกได้ ท้าลายแบกทีเรีย, ไวรัส และ toxin
Ig A (dimer) พบใน mucous และ colostrum
ป้องกันการจับของไวรัส และแบคทีเรียต่อ
epithelial surface
Ig D (monomer) พบมากที่ผิวของ B cell คาด
ว่าช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนจาก B cell ไปเป็น
plasma cell & memory B cell
Ig E (monomer) จับอยู่ที่ mast cell &
basophil เมื่อถูกกระตุ้นโดย Ag ท้าให้เกิดการหลั่ง
histamine หรือสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
Immunoglobulin (Ig) มีทั้งหมด 5 ชนิด
41. Ab จับกับ Ag เป็น ag-ab complex โดยวิธี agglutination แล้วส่งต่อให้ macrophage
ท้าลาย โดยวิธี phagocytosis หรือ เป็น complex โดยวิธี complement fixation แล้ว
ส่งต่อให้ complement pathway เพื่อท้าให้เซลล์แตก (cell lysis)
การก้าจัด ANTIGEN ของ ANTIBODY
42. T-cell
ภายในต่อมไทมัส lymphocyte stem cell เจริญไปเป็น T-cell 3 ชนิด
1. เซลล์ทีผู้ช่วย (Helper-T-cell / TH): กระตุ้น lymphocyte ชนิด B ให้สร้าง
antibody ที่จ้าเพาะต่อ Antigen และท้าหน้าที่กระตุ้นการท้างานของ T-cell ชนิดอื่น
2. เซลล์ทีท้าลายสิ่งแปลกปลอม (Cytotoxic T-cell / Tc): ท้าลายเซลล์แปลกปลอม
เช่น เซลล์มะเร็ง เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส และเซลล์อวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่าย
3. เซลล์ทีกดภูมิคุ้มกัน (Suppressor T-cell / CD8+ / Killer cell / Ts): ควบคุม
การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสภาวะสมดุล โดยสร้างสารไปกดการท้างานของ
B-cell และ T-cell ชนิด TH และ Tc
CELL-MEDIATED IMMUNE RESPONSE
43. 1. ร่างกายได้รับการติดเชื้อและมีแอนติเจนแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย
2. Helper T cell เข้าจับกับแอนติเจนของสิ่งแปลกปลอมเพื่อระบุชนิดของ
แอนติเจนที่เข้ามาในร่างกาย
3. Helper T cell กระตุ้น B cell ให้เปลี่ยนเป็น plasma cell เพื่อหลั่ง
แอนติบอดีออกมาก้าจัดสิ่งแปลกปลอม
4. Helper T cell กระตุ้น cytotoxic T cell ให้หลั่งสาร/เอนไซม์ ย่อยเซลล์ที่
เกิดการติดเชื้อหรือเซลล์ผิดปกติ เพื่อป้องกันการลุกลามไปยังเซลล์อื่นๆ
การท้างานของเซลล์ ที
44. 45. 46. ความต้านทานตามธรรมชาติของแต่ละ
บุคคล
สุขภาพทั่วไปของร่างกาย เช่น สภาพ
ร่างกาย ความเหนื่อย ความเครียด
อายุ และเพศ
ภาวะทุพโภชนาการหรือการขาด
สารอาหาร เช่นการขาดวิตามินเอและ
วิตามินซี ท้าให้การท้างานของเม็ดเลือด
ขาวลดลง
อาชีพ การท้างานและชนิดของงานที่ท้า
ความเป็นอยู่ทางสังคมและเศรษฐกิจ
ปัจจัยที่มีผลต่อการท้างานของระบบภูมิคุ้มกัน