Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
toshihide07
19 views
3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
Immune system
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 62
2
/ 62
3
/ 62
4
/ 62
5
/ 62
6
/ 62
7
/ 62
8
/ 62
9
/ 62
10
/ 62
11
/ 62
12
/ 62
13
/ 62
14
/ 62
15
/ 62
16
/ 62
17
/ 62
18
/ 62
19
/ 62
20
/ 62
21
/ 62
22
/ 62
23
/ 62
24
/ 62
25
/ 62
26
/ 62
27
/ 62
28
/ 62
29
/ 62
30
/ 62
31
/ 62
32
/ 62
33
/ 62
34
/ 62
35
/ 62
36
/ 62
37
/ 62
38
/ 62
39
/ 62
40
/ 62
41
/ 62
42
/ 62
43
/ 62
44
/ 62
45
/ 62
46
/ 62
47
/ 62
48
/ 62
49
/ 62
50
/ 62
51
/ 62
52
/ 62
53
/ 62
54
/ 62
55
/ 62
56
/ 62
57
/ 62
58
/ 62
59
/ 62
60
/ 62
61
/ 62
62
/ 62
More Related Content
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
by
Thitaree Samphao
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web)
by
Thitaree Samphao
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
PPT
Ppt immunity ชีววิทยา ม.5
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PDF
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
by
Jurarud Porkhum
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (mechanism of body defense)
by
pitsanu duangkartok
PPTX
ระบบภูมิคุ้มกันPpt.
by
Jurarud Porkhum
PPTX
ระบบภูมิคุ้มกันppt.
by
Jurarud Porkhum
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
by
Thitaree Samphao
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web)
by
Thitaree Samphao
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
Ppt immunity ชีววิทยา ม.5
by
สำเร็จ นางสีคุณ
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
by
Jurarud Porkhum
ระบบภูมิคุ้มกัน (mechanism of body defense)
by
pitsanu duangkartok
ระบบภูมิคุ้มกันPpt.
by
Jurarud Porkhum
ระบบภูมิคุ้มกันppt.
by
Jurarud Porkhum
Similar to 3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
PPTX
ระบบภูมิคุ้มกัน (1).pptx
by
BewwyKh1
PDF
Immune2551
by
Issara Mo
PDF
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system
by
kasidid20309
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์.pdf
by
Tanachai Junsuk
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) by pitsanu duangkartok
by
pitsanu duangkartok
PPT
ระบบภูมิคุุ้มกัน
by
Kankamol Kunrat
PDF
11แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 2)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PDF
บทที่2
by
pop Jaturong
PDF
Biology bio10
by
Bios Logos
PDF
3.หมุนเวียนเลือดและน้ำเหลือง.pdf
by
Yhu Lawan
PPTX
Basic epi 2018 10-07
by
Ministry of Public Health Thailand (์Nongbualumphu province)
PDF
หลักพยาธิบ.7ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
by
pop Jaturong
PPT
What is Transfer Factor (TF)?
by
4life 4healthy
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน & Transfer factor www.ครูภูมิคุ้มกัน.com
by
ผู้ชายบ้านๆ รักอิสระ
DOCX
บทที่ 1
by
Jurarud Porkhum
PDF
บทที่ 1เรื่องภูมิคุ้มกัน
by
Jurarud Porkhum
PDF
รายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อเพื่อการศึกษาระบบภูมิคุ้มกัน
by
brownBB1
PDF
Biology bio11
by
Bios Logos
PDF
คุณหมอนาโน
by
Ming Gub Yang
ระบบภูมิคุ้มกัน (1).pptx
by
BewwyKh1
Immune2551
by
Issara Mo
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system
by
kasidid20309
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์.pdf
by
Tanachai Junsuk
ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) by pitsanu duangkartok
by
pitsanu duangkartok
ระบบภูมิคุุ้มกัน
by
Kankamol Kunrat
11แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 2)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
บทที่2
by
pop Jaturong
Biology bio10
by
Bios Logos
3.หมุนเวียนเลือดและน้ำเหลือง.pdf
by
Yhu Lawan
Basic epi 2018 10-07
by
Ministry of Public Health Thailand (์Nongbualumphu province)
หลักพยาธิบ.7ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
by
pop Jaturong
What is Transfer Factor (TF)?
by
4life 4healthy
ระบบภูมิคุ้มกัน & Transfer factor www.ครูภูมิคุ้มกัน.com
by
ผู้ชายบ้านๆ รักอิสระ
บทที่ 1
by
Jurarud Porkhum
บทที่ 1เรื่องภูมิคุ้มกัน
by
Jurarud Porkhum
รายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง สื่อเพื่อการศึกษาระบบภูมิคุ้มกัน
by
brownBB1
Biology bio11
by
Bios Logos
คุณหมอนาโน
by
Ming Gub Yang
3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
1.
ระบบภูมิคุ้มกัน บทที่ 16 ระบบภูมิคุ้มกัน นางสาวอลิชา
ใชยชาญ รายวิชาชีววิทยา สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. ผิวหนังช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมไมให้เข้าสู่ร่างกาย 2. เซลล์เม็ดเลือดขาวทาหน้าที่กาจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย 3.
เซลล์เม็ดเลือดขาวพบได้ในระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้าเหลือง และบางครั้งพบในเนื้อเยื่อบริเวณที่มี บาดแผล 4. การนาแบคทีเรียเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาวเป็นการลาเลียงเข้าสู่ซลล์โดยแอกทีฟทรานสปอร์ต เนื่องจาก แบคทีเรียมีขนาดเล็กและต้องอาศัยพลังงานในการลาเลียงเข้าสู่เซลล์ ท
3.
5. แอนติบอดีและเอนซม์ไลโซไซม์ในน้าตาเป็นสารประเภทลิพิดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย 6. เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
เซลล์เม็ดเลือดขาวจะได้รับการกระตุ้นและเกิดการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสเพื่อ สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวจานวนมากไว้กาจัดเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย 7. การฉีดวัคซีนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรค 8. ผู้ป่วยโรคเอดส์มักจะเสียชีวิตจากการติดเชื้อ HIV อย่างรุนแรง ระบบภูมิคุ้มกัน
4.
ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) •ทาหน้าที่ป้องกันและกาจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ตามธรรมชาติไม่ให้เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเกิด อันตรายต่อร่างกาย
5.
• ต่อมน้าเหลือง พบอยู่บริเวณทางเดินของท่อน้าเหลืองทั่วไปในร่างกาย
เช่น คอ รักแร้ โคนขาเป็นต้น มีลักษณะเป็นรูปไข่ขนาดแตกต่างกันภายในมีลักษณะ คล้ายฟองน้า มีเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช่วยทาลาย เชื้อโรคและกรองน้าเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน
6.
• ทอนซิล อยู่ใกล้คอหอย
มี 3 คู่ เป็นด่านสกัดไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่หลอดอาหาร และกล่องเสียง มีลิมโฟไซต์ดักจับทาลายจุลินทรีย์ถ้าทอนซิลติดเชื้อจะมีอาการ บวมขึ้น เรียกว่าทอนซิลอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกัน
7.
• ไทมัส จะมีขนาดใหญ่ตอนอายุยังน้อย
และเมื่ออายุมากขึ้นจะค่อย ๆ เล็กลง และฝ่อไปในที่สุด อยู่บริเวณทรวงอกรอบเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ มีหน้าที่ สร้างเม็ดเลือดขาวชนิดที (T cell) ระบบภูมิคุ้มกัน
8.
• ไขกระดูก เป็นแหล่งสร้างเม็ดเลือดขาวทุกชนิด
รวมทั้งเซลล์เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน
9.
• ม้าม เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่
อยู่ใต้กระบังลมด้านช้าย ติดกับด้านหลัง ของกระเพาะอาหาร มีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์และโมโน ไซต์ ทาลายเม็ดเลือดแดงที่แก่ตัวแล้ว ระบบภูมิคุ้มกัน
10.
• ไส้ติ่ง เป็นท่อปลายตัน
อยู่ตรงลาไส้ใหญ่ส่วนต้น ภายในมีลิมโฟไชต์อยู่หนาแน่น ซึ่งเกี่ยวข้อกับระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งอาจเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ ต่อระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน
11.
• หลอดน้าเหลือง เป็นท่อต้นมีอยู่ทั่วร่างกาย
มีขนาดต่าง ๆ กัน มีลักษณะคล้ายเส้นเลือดเวน คือ มีลิ้นกั้นป้องกันการไหลกลับของ น้าเหลือง ลิมโฟไซต์อาศัยหลอดเลือดและหลอดน้าเหลืองในการ ลาเลียงไปทั่วร่างกายและสะสมในอวัยวะและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับ ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกัน
12.
• มีนิวเคลียส มีขนาดใหญ่กว่าเม็ดเลือดแดง
รูปร่างกลม • มีจานวน 5,000 - 10,000 เซลล์/เลือด 1 mL • ป้องกันและทาลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม • สร้างจากไขกระดูก มีอายุ 2-14 วัน ระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell ; WBC)
13.
เม็ดเลือดขาว แบ่งตามวิธีการกาจัดเชื้อโรคได้เป็น 2
กลุ่ม ระบบภูมิคุ้มกัน
14.
ระบบภูมิคุ้มกัน
15.
ระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์ ได้แก่ นิวโทรฟิล
(Neutrophil) โมโนไซต์ (Monocyte) แมโครฟาจ (Macrophage) เป็นโมโนไซต์ที่แทรกตัว จากหลอดเลือดฝอยไปตามเนื้อเยื่อมีประสิทธิภาพสูง ในการดักจับและทาลายเชื้อโรค
16.
ระบบภูมิคุ้มกัน
17.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. สร้าง antibody
ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย มีหลายแบบแต่ละแบบจาเพาะเจาะจงกับแอนติเจนหลั่งสู่กระแสเลือด แล้วสามารถจับกับแอนติเจนที่เป็นเชื้อโรค/สารพิษ 2. ทาลายเซลล์ ตรวจจับแอนติเจนบนผิวเซลล์ต่าง ๆ ทาลายเซลล์ เหล่านั้นโดยตรง โดยปล่อยสารมาเจาะผิวเซลล์ทาให้เซลล์เหล่านั้น สลายไป วิธีการกาจัดเชื้อโรคของลิมโฟไซต์
18.
ระบบภูมิคุ้มกัน แกรนูล (granule) คือถุงขนาดเล็กที่บรรจุโปรตีนหรือสารที่เกี่ยวข้องกับการทาลายสิ่งแปลกปลอม แกรนูโลไซต์
(granulocyte) อะแกรนูโลไซต์ (agranulocyte) - นิวโทรฟิล (neutrophil) - อิโอซิโนฟิล (eosinophil) - เบโซฟิล (basophil) - ลิมโฟไซต์ (lymphocyte) - โมโนไซต์ (monocyte) เม็ดเลือดขาว แบ่งตามลักษณะรูปร่างของนิวเคลียสและแกรนูลพิเศษ ได้เป็น 2 กุล่ม
19.
ระบบภูมิคุ้มกัน แกรนูโลไซต์ (granulocyte) นิวโทรฟิล (neutrophil) -
มีจานวนมากที่สุด - นิวเคลียสมี 2-5 พู - แกรนูลย้อมติดสีม่วง ชมพู - ทาลายเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อโรค โดยวิธี ฟาโกไซโทซิส
20.
ระบบภูมิคุ้มกัน แกรนูโลไซต์ (granulocyte) อิโอซิโนฟิล (eosinophil) -
พบในเลือดประมาณร้อยละ 1-4 - นิวเคลียสมี 2 พู - แกรนูลย้อมติดสีส้ม-แดง - ต่อต้านและทาลายปรสิตขนาดใหญ่ เช่น พยาธิ
21.
ระบบภูมิคุ้มกัน แกรนูโลไซต์ (granulocyte) เบโซฟิล (basophil) -
จานวนร้อยละ 1 ของเซลล์เม็ดเลือดขาว - นิวเคลียสมี 2 พู แต่เห็นไม่ชัดเจน - แกรนูขนาดใหญ่ ย้อมติดสีม่วงเข้ม -สามารถหลั่งฮิสตามีน ที่ทาให้เกิดอาการแพ้
22.
ระบบภูมิคุ้มกัน อะแกรนูโลไซต์ (agranulocyte) ลิมโฟไซต์ (lymphocyte) -
พบมากรองจากนิวโทรฟิล - มีขนาดเล็กที่สุด - นิวเคลียสใหญ่เกือบเต็มเซลล์ - แกรนูขนาดใหญ่ ย้อมติดสีม่วงเข้ม - แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ลิมโฟไซต์ชนิดบี และลิมโฟไซต์ ชนิดที Mtsttts
23.
ระบบภูมิคุ้มกัน อะแกรนูโลไซต์ (agranulocyte) โมโนไซต์ (monocyte) -
พบประมาณร้อยละ 2-6 ของเซลล์เม็ดเลือดขาว - มีขนาดใหญ่ที่สุด - นิวเคลียสติดสีจางกว่าของลิมโฟไซต์ - เมื่อโมโนไซต์ออกจากหลอดเลือดฝอยไปยังเนื้อเยื่อจะ เปลี่ยนไปเป็นแมโครฟาจ
24.
ระบบภูมิคุ้มกัน
25.
เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบที่เรียกว่า "แอนติเจน Antigen" • อยู่บริเวณผิวของเซลล์ •
ลักษณะเฉพาะตัว ใช้ระบุชนิดเชื้อโรคได้ ระบบภูมิคุ้มกัน สิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย เรียกว่า “Pathogen”
26.
ระบบภูมิคุ้มกัน - การตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมแบบทั่วไปไม่จาเพาะ - การตอบสนองจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วทันทีที่มีเชื้อโรคบุกเข้ามา -
มีผลในระยะสั้น ไม่มีความจาแม้จะได้รับเชื้อโรคตัวเดิมอีกครั้ง แบ่งออกเป็น 2 ระดับ : ด่านที่ 1 และด่านที่ 2 กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย (Immune response) 1. แบบไม่จาเพาะ (Nonspecific immune response) - การตอบสนองอย่างมีความจาเพาะต่อแอนติเจน (antigen) การตอบสนองจะเกิดขึ้นข้ากว่า แต่จะมีผลในระยะยาว มีการจดจา เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา ทาให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า 2. แบบจาเพาะ (Specific immune response)
27.
ระบบภูมิคุ้มกัน
28.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ กลไกการป้องกันด่านแรก
(First line of defense) • การป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่ ภายในร่างกายหรือเข้าไปเนื้อเยื่อได้
29.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ • เมื่อแนวป้องกันด่านแรกไม่สามารถป้องกันสิ่งแปลกปลอมได้
เช่น การเกิดบาดแผล มีจุลินทรีย์สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิว • กลไกการป้องกันด่านที่สองจะทางานโดยการทางานของเม็ดเลือดขาว กลุ่มฟาโกไซต์และกระบวนการอักเสบ (inflammation) กลไกการป้องกันด่านที่สอง (Second line of defense) (ต่อ)
30.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สอง
(Second line of defense) (ต่อ) เลือด ขาว . อักเสบ โดยเฉพาะ ↳ ห หลังสาร heparin กับ " ^
31.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สอง
(Second line of defense) (ต่อ)
32.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สอง
(Second line of defense) (ต่อ)
33.
ระบบภูมิคุ้มกัน 2. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สาม
(Third line of defense)
34.
ระบบภูมิคุ้มกัน 2. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สาม
(Third line of defense)
35.
ระบบภูมิคุ้มกัน 2. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สาม
(Third line of defense) 1. Helper T-cell (CD4) • จับรับกับเซลล์ที่จับ Antigen (Antigen presenting cell) แล้วปล่อยไซโทไคน์ไปยังเซลล์อื่น ๆ ทาให้เกิดการตอบสนอง • กระตุ้นการทางานของ Cytotoxic T-cell, Helper T-cell และ B-cell
36.
ระบบภูมิคุ้มกัน 2. กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบจาเพาะ กลไกการป้องกันด่านที่สาม
(Third line of defense) 2. Cytotoxic T-cell (CD8) จับกับเซลล์ที่ติดเชื้อ หลั่งเอนไซม์ทาลายเซลล์นั้น มีความจาเพาะ (เหมือน NK-cell แต่จาเพาะ)
37.
ระบบภูมิคุ้มกัน
38.
ระบบภูมิคุ้มกัน
39.
ระบบภูมิคุ้มกัน
40.
ระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ แบ่งได้เป็น
2 แบบ การสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง 2 แบบนี้ อาศัยหลักการทางานของระบบภูมิคุ้มกันแบบจาเพาะ
41.
ระบบภูมิคุ้มกัน
42.
ระบบภูมิคุ้มกัน 1. ภูมิคุ้มกันรับมาตามธรรมชาติ (Natural
passive immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดตามธรรมชาติจากแม่สู่ทารกผ่านทางรก และน้านมแม่ โดยถ้าแม่มีภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีกับโรคก่อน การตั้งครรภ์ ลูกก็จะได้รับภูมิคุ้มกันไปด้วย ภูมิคุ้มกันรับมา (passive immunity) แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 2. ภูมิคุ้มกันรับมาที่สร้างขึ้น (Artificial passive immunity) โดยรับแอนติบอดีจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างการฉีดเซรุ่มหรือซีรั่ม
43.
ระบบภูมิคุ้มกัน พลาสมาที่มีภูมิคุ้มกันจะประกอบไปด้วยโปรตีนอื่นอีกหลายชนิด เช่น อัลบูมิน ไฟบริโนเจน
เฉพาะอิมมูโนโกลบูลินเท่านั้นที่มีฤทธิ์ ในการทาลายพิษงู หรือ ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้น จึงต้องกาจัด โปรตีนอื่นที่ไม่มีฤทธิ์ออกไป เพื่อลดอาการแพ้ที่อาจเกิดกับผู้ป่วย
44.
ระบบภูมิคุ้มกัน
45.
ระบบภูมิคุ้มกัน
46.
ระบบภูมิคุ้มกัน
47.
ระบบภูมิคุ้มกัน
48.
ระบบภูมิคุ้มกัน
49.
ระบบภูมิคุ้มกัน
50.
ระบบภูมิคุ้มกัน ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
51.
ระบบภูมิคุ้มกัน
52.
ระบบภูมิคุ้มกัน
53.
ระบบภูมิคุ้มกัน
54.
ระบบภูมิคุ้มกัน
55.
ระบบภูมิคุ้มกัน
56.
ระบบภูมิคุ้มกัน
57.
ระบบภูมิคุ้มกัน
58.
ระบบภูมิคุ้มกัน
59.
n 16| 159 4 16 1.
() w a (x) sig i a1.1 1.2 CD4 1.3 19 CD4 14 1.5 1.6 1 1.7 18
60.
4 16| 160 (2. N 9 (m
) CD8 CD4 T. J 3. 4. "
62.
ud Twitter 1 u 16| 4 10 7.
a 4 HIV w 6 e CDA4 w 1 662,743, 684, 798, 763, 528, 597,442, 446, 360, 287, 199, 260, 225, 197, 168, 155, 48 7.1 l CD4 7.2 a CD4 v h HIV 7.3 CD4 HIV 8.
Download