Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Kankamol Kunrat
PPT, PDF
4,941 views
ระบบภูมิคุุ้มกัน
โดย นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรงเรียนสังวาลย์วิทยา
Education
◦
Read more
2
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 156 times
1
/ 47
2
/ 47
3
/ 47
4
/ 47
5
/ 47
6
/ 47
7
/ 47
8
/ 47
9
/ 47
10
/ 47
11
/ 47
12
/ 47
13
/ 47
14
/ 47
15
/ 47
16
/ 47
17
/ 47
18
/ 47
19
/ 47
20
/ 47
21
/ 47
22
/ 47
23
/ 47
24
/ 47
25
/ 47
26
/ 47
27
/ 47
28
/ 47
29
/ 47
30
/ 47
31
/ 47
32
/ 47
33
/ 47
34
/ 47
35
/ 47
36
/ 47
37
/ 47
38
/ 47
39
/ 47
40
/ 47
41
/ 47
42
/ 47
43
/ 47
44
/ 47
45
/ 47
46
/ 47
47
/ 47
More Related Content
PDF
Kingdom protista
by
Thanyamon Chat.
PDF
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PPTX
Lec การแบ่งเซลล์
by
bio2014-5
PPTX
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kittiya GenEnjoy
PDF
แบบทดสอบระบบประสาท
by
Wichai Likitponrak
PDF
อาณาจักรฟังไจ
by
พัน พัน
PDF
ใบงานการย่อยอาหาร Version นักเรียนค่ะ
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้ชั้นบรรยากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
Kingdom protista
by
Thanyamon Chat.
10แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 1)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
Lec การแบ่งเซลล์
by
bio2014-5
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kittiya GenEnjoy
แบบทดสอบระบบประสาท
by
Wichai Likitponrak
อาณาจักรฟังไจ
by
พัน พัน
ใบงานการย่อยอาหาร Version นักเรียนค่ะ
by
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้ชั้นบรรยากาศ
by
Khwankamon Changwiriya
What's hot
PDF
บทที่ 4 ระบบย่อยอาหาร 2559
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
PDF
เอกสารประกอบการสรุปเข้ม O
by
Wichai Likitponrak
PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและการจำแนกสาร ชุดที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
PDF
Kingdom monera
by
Thanyamon Chat.
PDF
ระบบย่อยอาหาร
by
aucharapon theemcle
PDF
โครงงานฉบับสมบูรณ์
by
paifahnutya
PDF
ระบบสืบพันธุ์
by
กอล์ฟ เมืองโอ่ง
PDF
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
PDF
อาณาจักรสัตว์ (1)
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
เล่มที่ 1 ระบบสุริยะ
by
mayureesongnoo
PDF
กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
by
Jariya Jaiyot
PDF
เสียงกับการได้ยิน
by
krubenjamat
PDF
นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
by
somdetpittayakom school
DOCX
ลักษณะเฉพะของข้อสอบวัดทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
by
สมพงษ์ หาคำ
PDF
ใบงานที่ 6 ส่วนประกอบของโลก
by
website22556
PDF
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
PDF
เก็บคะแนนจำนวนตรรกยะอตรรกยะ
by
Lumyai Pirum
PDF
แผนBioม.6 1
by
Wichai Likitponrak
PDF
13แบบทดสอบโครโมโซมและการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม
by
สำเร็จ นางสีคุณ
บทที่ 4 ระบบย่อยอาหาร 2559
by
Pinutchaya Nakchumroon
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1
by
Sumarin Sanguanwong
เอกสารประกอบการสรุปเข้ม O
by
Wichai Likitponrak
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและการจำแนกสาร ชุดที่ 1 สสารและสาร
by
Ketsarin Prommajun
Kingdom monera
by
Thanyamon Chat.
ระบบย่อยอาหาร
by
aucharapon theemcle
โครงงานฉบับสมบูรณ์
by
paifahnutya
ระบบสืบพันธุ์
by
กอล์ฟ เมืองโอ่ง
5.ชุดที่ 2 โครงสร้างของเซลล์
by
เอเดียน คุณาสิทธิ์
อาณาจักรสัตว์ (1)
by
Pinutchaya Nakchumroon
เล่มที่ 1 ระบบสุริยะ
by
mayureesongnoo
กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
by
Jariya Jaiyot
เสียงกับการได้ยิน
by
krubenjamat
นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
by
somdetpittayakom school
ลักษณะเฉพะของข้อสอบวัดทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์
by
สมพงษ์ หาคำ
ใบงานที่ 6 ส่วนประกอบของโลก
by
website22556
ทรงกลมฟ้า
by
Faris Singhasena
เก็บคะแนนจำนวนตรรกยะอตรรกยะ
by
Lumyai Pirum
แผนBioม.6 1
by
Wichai Likitponrak
13แบบทดสอบโครโมโซมและการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม
by
สำเร็จ นางสีคุณ
Similar to ระบบภูมิคุุ้มกัน
PDF
Immune2551
by
Issara Mo
DOCX
บทที่ 1
by
Jurarud Porkhum
PDF
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์.pdf
by
Tanachai Junsuk
PPT
Ppt immunity ชีววิทยา ม.5
by
สำเร็จ นางสีคุณ
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
PDF
Lesson 1 homeostasis
by
Namthip Theangtrong
PPTX
ระบบภูมิคุ้มกันppt.
by
Jurarud Porkhum
PPTX
ระบบภูมิคุ้มกันPpt.
by
Jurarud Porkhum
PPT
เล่ม ระบบร่างกาย New
by
savong0
PDF
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
by
Jurarud Porkhum
PDF
บทที่ 1เรื่องภูมิคุ้มกัน
by
Jurarud Porkhum
PDF
3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
by
toshihide07
PPT
Body system
by
pimpa181130
PDF
ระบบภูมิคุ้มกัน (mechanism of body defense)
by
pitsanu duangkartok
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
by
Thitaree Samphao
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web)
by
Thitaree Samphao
PDF
หลักพยาธิบ.7ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
by
pop Jaturong
PPT
Transportation body
by
เข็มชาติ วรนุช
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system
by
kasidid20309
PDF
11แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 2)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
Immune2551
by
Issara Mo
บทที่ 1
by
Jurarud Porkhum
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์.pdf
by
Tanachai Junsuk
Ppt immunity ชีววิทยา ม.5
by
สำเร็จ นางสีคุณ
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (1- 2560)
by
Thitaree Samphao
Lesson 1 homeostasis
by
Namthip Theangtrong
ระบบภูมิคุ้มกันppt.
by
Jurarud Porkhum
ระบบภูมิคุ้มกันPpt.
by
Jurarud Porkhum
เล่ม ระบบร่างกาย New
by
savong0
ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายPpt.
by
Jurarud Porkhum
บทที่ 1เรื่องภูมิคุ้มกัน
by
Jurarud Porkhum
3-4 ระบบภูมิคุ้มกัน ชีววิทยา มัธยมศึกษาตอนปลาย
by
toshihide07
Body system
by
pimpa181130
ระบบภูมิคุ้มกัน (mechanism of body defense)
by
pitsanu duangkartok
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน
by
Thitaree Samphao
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web)
by
Thitaree Samphao
หลักพยาธิบ.7ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
by
pop Jaturong
Transportation body
by
เข็มชาติ วรนุช
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system
by
kasidid20309
11แบบทดสอบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ตอนที่ 2)
by
สำเร็จ นางสีคุณ
More from Kankamol Kunrat
DOCX
ใบความรู้ พลังงานในชีวิตประจำวัน
by
Kankamol Kunrat
DOCX
ใบความรู้ เรื่อง งานและพลังงาน
by
Kankamol Kunrat
PDF
Science.m.6.2
by
Kankamol Kunrat
PDF
Science.m.6.1
by
Kankamol Kunrat
PPT
ดิน
by
Kankamol Kunrat
PPT
การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก
by
Kankamol Kunrat
PPT
การรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
by
Kankamol Kunrat
PPT
การรักษาดุลยภาพของน้ำในสิ่งมีชีวิต
by
Kankamol Kunrat
PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kankamol Kunrat
PPT
การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
by
Kankamol Kunrat
ใบความรู้ พลังงานในชีวิตประจำวัน
by
Kankamol Kunrat
ใบความรู้ เรื่อง งานและพลังงาน
by
Kankamol Kunrat
Science.m.6.2
by
Kankamol Kunrat
Science.m.6.1
by
Kankamol Kunrat
ดิน
by
Kankamol Kunrat
การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก
by
Kankamol Kunrat
การรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
by
Kankamol Kunrat
การรักษาดุลยภาพของน้ำในสิ่งมีชีวิต
by
Kankamol Kunrat
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์
by
Kankamol Kunrat
การลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
by
Kankamol Kunrat
ระบบภูมิคุุ้มกัน
1.
ระบบภูมิคุ้มกันระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายของร่างกาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2555 โรงเรียนสังวาลย์วิทยา นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
2.
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
3.
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
4.
เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ ร่างกายทางบาดแผล นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
5.
ร่างกายของคนมีกลไกการป้องกันตนเอง จากโรค ที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกัน (
immunity ) นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
6.
เราเรียกสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ของมนุษย์ว่า
แอนติเจน (antigen) ซึ่งเป็นสาร หรือสิ่งมีชีวิตที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะส่งผล ทำาให้เกิดการตอบสนองของร่างกายหรือก่อให้ เกิดโรคในมนุษย์ได้ ดังนั้นร่างกายมนุษย์จึง จำาเป็นต้องมีกลไกตอบสนองในการกำาจัดสิ่ง แปลกปลอมเหล่านี้ เพื่อให้การทำางานของระบบ ต่าง ๆ ภายในร่างกายสามารถดำาเนินไปได้ อย่างปกติ โดยเราเรียกระบบภายในร่างกายที่ มีหน้าที่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมและความผิดปกติ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายว่า ระบบภูมิคุ้มกัน (immune system) นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
7.
ลักษณะการทำางานของระบบลักษณะการทำางานของระบบ ภูมิคุ้มกันภูมิคุ้มกัน สามารถจำาแนกลักษณะการทำางานของ ระบบภูมิคุ้มกัน ตามความจำาเพาะเจาะจงใน การป้องกันสิ่งแปลกปลอมได้เป็น 2 ลักษณะ
คือ ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่ จำาเพาะเจาะจง และระบบภูมิคุ้มกันแบบ จำาเพาะเจาะจง ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
8.
1.1. ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่ จำาเพาะเจาะจง จำาเพาะเจาะจง ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำาเพาะ เจาะจง (nondpecific defense mechanism)
เป็นกลไกการกำาจัดสิ่ง แปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายแบบไม่ จำาเพาะเจาะจง มีความสามารถในการ ป้องกันหรือทำาลายเชื้อจุลินทรีย์หรือสิ่ง แปลกปลอมไม่สูงนัก อาจกำาจัดเชื้อ จุลินทรีย์ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ระบบ ภูมิคุ้มกันนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ พันธุกรรม ฮอร์โมน และภาวะโภชนาการ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
9.
สามารถแบ่งลักษณะของกลไกการทำางานได้ เป็น 3 แบบ
คือ การป้องกันทางกายวิภาค การ ป้องกันโดยสารเคมีในร่างกายและการป้องกัน โดยการสะกดกลืนกิน ดังนี้ 1) การป้องกันทางกายวิภาค (anatamical barrier) คือ กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเกิดจากการกีดขวางตาม ธรรมชาติ ได้แก่ ผิวหนัง (skin) เยื่อเมือก (mucous) ที่บุตามผิวของอวัยวะต่าง ๆ และขน อ่อน (cilia) ตามอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงกลไกการ บีบตัวของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
10.
ผิวหนัง เป็นด่านป้องกันที่อยู่ด้านนอกของ ร่างกาย มีบทบาทในการป้องกันเชื้อ จุลินทรีย์
ฝุ่นละอองรวมทั้งสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย โดยที่ผิวหนังจะมีความชุ่ม ชื้นตำ่า ทำาให้เชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่มาเกาะตาม ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นและตายได้ในที่สุด นอกจากนี้ที่ผิวหนังยังมีสารกลุ่มเคอราติน (keratin) ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อ และ ผิวหนังยังสามารถขจัดเชื้อจุลินทรีย์ออกไปได้ ด้วยการหลุดลอกของผิวหนังชั้นนอก นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
11.
เยื่อบุผิว เป็นส่วนที่มีเยื่อเมือกช่วยดักจับเชื้อ จุลินทรีย์ด้วยการหุ้มเคลือบ โดยประกอบกับการ ทำางานของขนที่มีขนาดเล็ก
(cilia) ซึ่งสามารถ พบได้ตามระบบทางเดินหายใจ เช่น โพรงจมูก ช่วยกวาดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อจุลินทรีย์ให้ เคลื่อนที่ไปทางหลอดลมหรือโพรงจมูก และขับ ออกจากร่างกายโดยการไอ จาม หรือขับออก ในรูปเสมหะ ที่อาจคายออกหรือกลืนลงสู่ กระเพาะอาหารแล้วถูกขับออกทางอุจจาระได้ นอกจากโพรงจมูกแล้ว กลไกการป้องกันสิ่ง แปลกปลอมเช่นนี้ อาจพบได้ตามช่องเปิดของ ร่างกายส่วนต่าง ๆ อีกด้วย นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
12.
การปัสสาวะ ในท่อปัสสาวะจะมีสภาพที่เป็นก รดอ่อน ๆ
ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ที่ บุกรุกเข้าสู่ร่างกายบางชนิดได้ โดยเมื่อมีการ ปนเปื้อนของเชื้อในระบบ เชื้อจุลินทรีย์หรือสิ่ง แปลกปลอมจะถูกกล้ามเนื้อของกระเพาะ ปัสสาวะบีบตัวและผลักดันออกจากร่างกายด้วย แรงดันของการปัสสาวะ การอั้นปัสสาวะเป็น ประจำาจะก่อให้เกิดการสะสมและการอักเสบ เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
13.
2) 2) การป้องกันโดยสารเคมีการป้องกันโดยสารเคมี ในร่างกายในร่างกาย การป้องกันโดยสารเคมีในร่างกาย (chemical factor) คือ กลไกการป้องกันสิ่ง แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายที่เกิดขึ้นจากสารเคมี ต่าง ๆ
ที่ร่างกายหลั่งออกมา ทำาให้เกิดสภาพที่ ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ เช่น เอนไซม์บางชนิดที่สามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ สารคัดหลั่ง บางชนิดที่ทำาให้ร่างกายมีสภาพความเป็นกรด- เบสสูงจนไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ เป็นต้น การป้องกันโดยสารเคมีใน ร่างกาย ได้แก่อวัยวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
14.
1. ต่อมเหงื่อ เป็นต่อมที่สามารถขับนำ้าเหงื่อ ซึ่ง เป็นสารคัดหลั่งที่มี
pH ระหว่าง 3-5 ประกอบ ด้วยกรดต่าง ๆ เช่น กรดไขมัน (fatty acid) กรดแลคติก (lactic acid) กรดคาร์โปอิก (carproic acid) และกรดคาร์ไพลิก (caprylic acid) เป็นต้น เหงื่อจึงเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อ แบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดถูกทำาลายและขับ ออกจากรูขุมขนได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
15.
2. ต่อมนำ้าตา สามารถหลั่งนำ้าตา ซึ่งประกอบ ด้วยเอนไซม์ไลโซไซม์
(lysozyme) ที่สามารถ ทำาลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียได้ นำ้าตาจึงเป็น สารละลายที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อจุลินทรีย์ใน ดวงตา นอกจากนี้หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ ดวงตา ต่อมนำ้าตาจะมีการหลั่งนำ้าตาออกมามาก เพื่อช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ออกไป จากดวงตาได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
16.
3. ช่องปาก ในช่องปากประกอบด้วยต่อม นำ้าลาย ซึ่งสามารถหลั่งนำ้าลายที่มีความเป็นด่าง จึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ บางชนิดได้
นอกจากนี้ในนำ้าลายยังประกอบ ด้วยเอนไซม์ไลโซไซม์ ซึ่งช่วยทำาลายเชื้อ จุลินทรีย์บางชนิดได้ด้วย นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
17.
4. อวัยวะเพศ ภายในช่องคลอดของเพศหญิง จะมีสภาพเป็นกรด ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค หลายชนิด
ส่วนในอวัยวะเพศชายจะมี สารประกอบโพลีเอมีน (polyamine) อยู่ในนำ้า อสุจิ เรียกว่า สเปอร์ไมน์ (spermine) สามารถ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบคทีเรียแกรมบวกจึงช่วยลดการติดเชื้อใน อวัยวะเพศชายได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
18.
5. ระบบย่อยอาหาร ในระบบย่อยอาหารจะมี กรดเกลือ (hydrochloric
acid; HCI) ซึ่งเป็นนำ้า ย่อยที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร มีสมบัติ ความเป็นกรดสูง สามารถทำาลายแบคทีเรียต่าง ๆ ได้หลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่เป็น สาเหตุของโรคอุจจาระร่วง และไวรัสที่ไม่มีผนัง หุ้มต่าง ๆ และยังสามารถย่อยสลายสารกลุ่ม ไลโพโปรตีน (lipoprotein) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำาคัญของ เชื้อจุลินทรีย์ได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
19.
3) 3) การสะกดกลืนกินการสะกดกลืนกิน การสะกดกลืนกิน (phagocytosis) เป็น กลไกการป้องกันสิ่งแปลกปลอมในร่างกายที่มี ความสำาคัญมากเกิดขึ้นเนื่องจากการทำางานของ เม็ดเลือดขาวต่าง
ๆ ในร่างกาย โดยเมื่อเชื้อ จุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย จะ ทำาให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการอักเสบขึ้น (inflammatory) จากนั้นเซลล์เม็ดเลือดขาวต่าง ๆ จะเข้าจับกินเชื้อจุลินทรีย์และทำาลายสิ่งแปลก ปลอมที่เข้าสู่เซลล์ แล้วจึงเกิดการย่อยสลายตัว เองพร้อมกับเชื้อจุลินทรีย์ให้ตายพร้อมกันกลาย เป็นหนอง โดยขั้นตอนในการทำาลายเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาว จะประกอบนางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
20.
1. การเคลื่อนตัวเพื่อเข้าไปหาสิ่งแปลกปลอมนั้น (chemotaxis) 2. กระบวนการเปลี่ยนแปลงสมบัติของจุลินทรีย์ หรือสิ่งแปลกปลอม
(opsonization) 3. การกลืนหรือล้อมเข้าเซลล์ (ingestion) 4. กระบวนการย่อยทำาลายในเซลล์ (intracellular digestion) หรือการฆ่าทำาลาย จุลินทรีย์ (killing) 5. การปล่อยสิ่งแปลกปลอมที่ถูกทำาลายออกสู่ ภายนอกเซลล์ (elimination) นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
21.
2. 2. ระบบภูมิคุ้มกันแบบจำาเพาะระบบภูมิคุ้มกันแบบจำาเพาะ เจาะจงเจาะจง ((specific specific defense mechanism)defense mechanism) เป็นกลไกการกำาจัดสิ่งแปลกปลอมหรือ แอนติเจนต่าง ๆ
ในร่างกาย ที่มีความ จำาเพาะต่อแอนติเจนแต่ละชนิด ซึ่งได้แก่ จุลินทรีย์ สารพิษ และโมเลกุลของสารต่าง ๆ ภายนอกร่างกาย รวมถึงเซลล์หรือสิ่งที่ เกิดขึ้นจากความผิดปกติในร่างกาย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระบบ ดังนี้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
22.
http://www.bloggang.com/data/rb515/picture/1249823077.jpgนางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
23.
ลิมโฟไซต์ (lymphocyte) เป็นเซลล์เม็ด เลือดขาวที่มีนิวเคลียสใหญ่เกือบเต็มเซลล์ มีประมาณร้อยละ
20-25 ของเม็ดเลือดขาว ทั้งหมด ลิมโฟไซต์แบ่งออกเป็น ลืมโฟไซต์ ชนิดบี (B-lymphocyte) หรือ เซลล์บี (B-cell) และาลิมโฟไซต์ชนิดที (T- lymphocyte) หรือ เซลล์ที (T-cell) http://www.student.chula.ac.th/~53370130/wbc.html http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTnF_w3wnMfR- HAmDxqzrA0BoH3y_-IclYY7BABuo1_uW4y-GDq นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
24.
1.1.ระบบภูมิคุ้มกันจากเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันจากเซลล์ ระบบภูมิคุ้มกันจากเซลล์ คือ ระบบภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของเซลล์ ซึ่งเซลล์ที่ทำาหน้าที่รับผิดชอบ
คือ ลิมโฟไซต์ ชนิดที (T lymphocyte) ซึ่งมีการพัฒนาผ่าน ทางต่อมไทมัส จนได้เป็นเซลล์ที่สมบูรณ์ 3 ชนิด ซึ่งเซลล์ทีต่าง ๆ เหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตาม อวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ต่อมนำ้าเหลือง ต่อมทอนซิล และม้าม รวมถึงกระแสเลือดทั่วร่างกาย http://img2.tfd.com/mk/I/X2604-I-05.png นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
25.
1. เซลล์ทีทำำลำยสิ่งแปลกปลอม หรือเซลล์ที ไซโททอกซิก (cytotoxic T cell; Tc)
ทำำ หน้ำที่ทำำลำยแอนติเจนที่เข้ำสู่ร่ำงกำย ซึ่งได้แก่ เซลล์จุลินทรีย์ เซลล์ร่ำงกำยที่ติดเชื้อ หรือเซลล์ มะเร็ง ด้วยกำรหลั่งโปรตีนออกมำทำำลำยเซลล์ ติดเชื้อให้แตกสลำยและตำยในที่สุด http://www.anselm.edu/homepage/jpitocch/genbio/helperTkill.JPG นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
26.
http://www.learner.org/courses/biology /images/archive/textbook/1923_tb.jpg http://library.thinkquest.org/03oct/01254/images/cytotoxic_t.jpg นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
27.
2. เซลล์ทีผู้ช่วย หรือเซลล์ทีเฮลเปอร์ (helper T cell;TH) ทำำหน้ำที่กระตุ้นลิมโฟ ไซต์ชนิดบี
ให้สร้ำงแอนติบอดีที่จำำเพำะต่อ ชนิดแอนติเจน ทั้งยังทำำหน้ำที่กระตุ้นกำร ทำำงำนของเซลล์ทีชนิดอื่น ๆ ด้วย http://img.dictionary.com/helper_t_cell-229034-400-290.jpg นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
28.
3. เซลล์ทีกดระงับ หรือเซลล์ทีซัพเพรส เซอร์ (suppressor T cell; Ts)
ทำำ หน้ำที่ควบคุมกำรทำำงำนของลิม โฟไซต์ ชนิดบีและชนิด Tc หรือ TH ให้อยู่ในสภำวะ สมดุล อ้ำงอิง : http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php? mul_content_id=2879 http://bio.m2osw.com/gcartable/images%202001/immunologie/immres8.gif นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
29.
2.2.ระบบภูมิคุ้มกันจำกกระแสเลือดระบบภูมิคุ้มกันจำกกระแสเลือด และสำรคัดหลั่งและสำรคัดหลั่ง ((Humoral ImmuneHumoral
Immune Response; HIR)Response; HIR) คือ ระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดจำกเซลล์ลิมโฟ ไซต์ชนิดบี (B-cell) ซึ่งเจริญพัฒนำที่ ไขกระดูก หรือที่เนื้อเยื่อนำ้ำเหลืองบริเวณ ลำำไส้ ตอบสนองต่อแอนติเจนแต่ละชนิด อย่ำงจำำเพำะเจำะจง ทำำให้มีกำรสร้ำง แอนติบอดีขึ้น เพื่อกำำจัดแอนติเจนต่ำง ๆ ที่ เข้ำมำในร่ำงกำย เรียกว่ำแอนติบอดีที่สร้ำง ขึ้นอย่ำงจำำเพำะนี้ว่ำ อิมมิวโนโกลบูลิน (immunoglobulin) นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
30.
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/d8/Original_a ntigenic_sin.svg/250px-Original_antigenic_sin.svg.png http://www.daviddarling.info/images/immunoglobulin.jpg นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
31.
แอนติบอดี (antibody) เป็นสำรประเภท โปรตีนช่วยในกำรต่อต้ำนสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคที่เข้ำสู่ร่ำงกำย
ลิมโฟไซต์ สร้ำงแอนติบอดีได้หลำยแบบ โดยแต่ละ แบบมีควำมจำำเพำะเจำะจงกับแอนติเจน (antigen) http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2d/A ntibody.svg/255px-Antibody.svg.png นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
32.
ทำำลำยเซลล์ โดยกำรตรวจับแอนติเจนที่ อยู่บนผิวเซลล์ต่ำงๆ เช่น
เซลล์มะร็ง และ เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส และสำมำรถทำำลำย เซลล์นั้นโดยตรงโดยกำรปล่อยสำรมำเจำะ ผิวเซลล์ทำำให้เซลล์เหล่ำนั้นสลำยไป นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
33.
กำรจำำแนกหมู่โลหิตในระบบกำรจำำแนกหมู่โลหิตในระบบ ABOABO จะใช้สำรชีวเคมี (Antigen) เป็นตัวจำำแนก หมู่โลหิต
คือ แอนติเจน A (Antigen-A) และแอนติเจน-บี (Antibody-B) นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
34.
http://vcharkarn.com/varticle/wp- content/uploads/sites/6/2013/06/71.jpgนำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
35.
วัคซีน (Vaccine)
หมำยถึง สำรที่ได้ จำกกำรทำำให้เชื้อโรคตำยหรือหมดฤทธิ์ เมื่อฉีดเข้ำร่ำงกำยจะไม่ทำำให้เกิดโรค แต่ สำมำรถกระตุ้นให้ร่ำงกำยสร้ำงภูมิคุ้มกัน โรคได้ กำรใช้วัคซีนนี้ เรียกว่ำ กำร สร้ำงภูมิคุ้มกันโรค โดยตรง (ภูมิคุ้มกันก่อเอง) http://www.conservapedia.com/images/thumb/f/fd/Vaccine .jpg/350px-Vaccine.jpg นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
36.
วัคซีนทำำหน้ำที่กระตุ้นให้ร่ำงกำย สร้ำงภูมิคุ้มกันขึ้นใหม่ ไม่สำมำรถ ป้องกันโรคได้ทันที ต้องใช้เวลำ4-7 วัน
ร่ำงกำยจึงจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรค http://medicalimages.allrefer.com/large/hepatitis-a- immunization-vaccine.jpg นำงสำวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวำลย์วิทยำ
37.
เซรุ่ม (Serum) คือ
ของเหลวใสที่สกัด ออกมาจากเลือดสัตว์ บางชนิด ซึ่งเป็น ภูมิคุ้มกันโรคที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ แล้ว ร่างกายสามารถนำาไปใช้รักษาโรค หรือทำาลายเชื้อโรคได้ทันที http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/2549-003655/ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
38.
เซรุ่มจะสกัดมาจากเลือดของสัตว์ เช่น เลือดม้า หรือเลือดกระต่าย
โดยการฉีดเชื้อ โรคที่ทำาให้มีฤทธิ์อ่อนลงแล้ว ให้กับม้าหรือ กระต่าย เพื่อให้ม้า หรือกระต่ายสร้าง ภูมิคุ้มกันโรคขึ้นแล้วจึง ดูดเลือดม้า กระต่าย มาสกัดส่วนที่เป็นนำ้าใสซึ่งเป็น ภูมิคุ้มกันอยู่มาฉีดให้กับผู้ป่วย http://www.fda.gov/ucm/groups/fdagov- public/documents/image/ucm096193.jpg http://www.aurorapethospital.com/images/rabbitshot.jpg นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
39.
เช่น เซรุ่มป้องกันโรคคอตีบ
เซรุ่มป้องกัน โรคบาดทะยัก เซรุ่มป้องกันโรคไอ กรน เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัทบ้า เซรุ่มแก้ พิษงู เป็นต้น http://www.saovabha.com/images/product_snakevaccine05.jpg นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
40.
ข้อดีของวัคซีน คือ ไม่เกิดอาการแพ้รุนแรง และทำาให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคอยู่ได้นาน ข้อเสียของวัคซีน คือ
ร่างกายไม่สามารถ นำาไปใช้ได้ทัน ข้อดีของเซรุ่ม คือ ร่างกายสามารถนำาเซรุ่ม ไปใช้ต้านทานโรคได้ทันที ข้อเสียของเซรุ่ม คือ ผู้ที่ได้รับเซรุ่มอาจ เกิดอาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้นได้ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
41.
กิจกรรมกิจกรรม ให้นักเรียนสืบ ค้นตารางการรับวัคซีนของเด็ก อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน คนละ 1 โรค
(ระบุสาเหตุ อาการและวิธีรักษา) นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
42.
นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู
คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
43.
ระบบนำ้าเหลืองระบบนำ้าเหลือง ระบบนำ้าเหลือง ประกอบด้วยท่อนำ้าเหลือง และอวัยวะนำ้าเหลือง นำ้าเหลืองเป็น ของเหลว ที่ซึมผ่านผนังเส้นเส้นเลือดฝอยออกมาอยู่ ระหว่างเซลล์
นำ้าเหลืองไหลเวียนผ่านท่อ นำ้าเหลืองซึ่งติดต่อกันทั่วร่างกาย •อวัยวะนำ้าเหลืองเป็นแหล่ง ผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
44.
ต่อมนำ้าเหลืองต่อมนำ้าเหลือง ต่อมนำ้าเหลืองพบอยู่ระหว่างทางเดิน ของท่อนำ้าเหลืองทั่วไปในร่างกาย เช่นที่คอ รักแร้ โคนขา
ต่อมนำ้าเหลือง บริเวณคอ เรียกว่า ทอนซิน นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
45.
ม้ามม้าม ม้ามเป็นอวัยวะนำ้าเหลืองที่มีขนาดใหญ่ ที่สุดอยู่ใต้กะบังลมด้านซ้ายติดกับด้าน หลังของกระเพราะอาหาร ในระยะ เอ็มบริโอม้ามเป็นแหล่งผลิตเซลล์เม็ด เลือด หลังคลอดม้ามจะเป็นที่อยู่ของเซลล์ เม็ดเลือดขาวบางชนิดและเป็นแหล่ง ทำาลายเซลล์เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด ที่หมดอายุ นางสาวกันต์กมล
คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
46.
ต่อมไทมัสต่อมไทมัส เป็นเนื้อเยื่อนำ้าเหลืองที่เป็นต่อมไร้ท่อ มีตำาแหน่งอยู่บริเวณ ทรวงอกรอบหลอดเลือดใหญ่ของ หัวใจ เนื้อเยื่อบางส่วนของต่อมไทมัส ทำาหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม ลิมโฟไซด์ นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์
ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
47.
กิจกรรมกิจกรรม ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกับโรคที่ เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน คนละ 1 โรค
(ห้ามซำ้ากัน) ระบุสาเหตุ อาการ วิธีรักษา นางสาวกันต์กมล คุณรัตน์ ครู คศ.1 โรง เรียนสังวาลย์วิทยา
Download