More Related Content
PPTX
PDF
วัคซีนป้องกันโรคชนิดต่างๆ PDF
PDF
PDF
วัคซีนที่ควรให้ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ PPT
PDF
PDF
What's hot
PDF
PDF
Exanthematous fever in children PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009 PDF
PPTX
PPT
PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
แนวทางเวชปฏิบัติโรคพิษสุนัขบ้า DOCX
แนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา PDF
คู่มือการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย PPT
PPT
PDF
PDF
Ppe for yasothon hospital personnel PDF
Viewers also liked
PDF
เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตและพัฒนาการ PPTX
PDF
ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน (Web) PPT
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน Immune system DOC
PPTX
PPTX
PPTX
Similar to กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
PPTX
PDF
[J cms] 429-leaflet pidst PPTX
Pediatric Vaccine program PDF
Adult vaccine recommendation 2014 PDF
การให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อในผู้สูงอายุ PPTX
PDF
PPTX
PDF
แนวเวชปฏิบัติโรคพิษสุนัขบ้า PDF
คำแนะนำ Dengvaxia สำหรับแพทย์ 9 ธค 17 PDF
PDF
คี้้้้้ัทัทััท้ทัััท้ทท้ทัััทัทัทัททัทััท.pdf PDF
PDF
PDF
Hdc epi coverage yr 62 on 20181218 PDF
PDF
PDF
คู่มือฝึกอบรมอบรมอาสาโรคพิษสุนัขบ้า.pdf PDF
แนวทางการฉีดวัคซีนป้องกัน PPTX
More from Pawat Logessathien
DOC
กำหนดการประมวลความรู้ก่อนสอบมาตรฐานวิชาชีพปี2555 DOC
กำหนดการประมวลความรู้ก่อนสอบมาตรฐานวิชาชีพปี2555 DOC
ตารางควบคุมและป้องกันโรค ปวส ปัี54 XLS
ร่างตารางสอบปลายภาคนะจ๊ะ เด็กๆ ทั้งหลาย DOCX
รายชื่อ นศ ปวส รุ่น 33 และ อ.ที่ปรึกษา DOCX
รายชื่อ นศ สบ รุ่น 2 และ อ. ที่ปรึกษา DOC
รายชื่อ นศ สบ รุ่น 2 และ อ. ที่ปรึกษา DOC
รายชื่อ นศ สบ รุ่น 2 และ อ. ที่ปรึกษา DOC
รายชื่อ นศ ปวส รุ่น 33 และ อ.ที่ปรึกษา DOC
รายชื่อ นศ ปวส รุ่น 32 และ อ.ที่ปรึกษา PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
XLS
ตารางสอบปลายภาค เทอม 3 ปีการศึกษา 53 DOC
DOC
XLS
ตารางสอบ ปลายภาค เทอม 2 ฉบับ จริง XLS
ตารางสอบปลายภาค เทอม 2 ปีการศึกษา 2553 กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
- 1.
- 2.
ความหมาย วัคซีน สารที่สามารถกระตุ้นร่างกายให้สร้างแอนตี้บอดี้ได้ในระดับที่ป้องกันโรค (protective antibody) และมีลิมโฟไซด์จำเพาะ - 3.
วัคซีน (Vaccine)วัคซีนมีหลายชนิดแตกต่างกันตามวิธีการเตรียมและคุณสมบัติดังนี้ Inactivated หรือ Killed whole cells vaccine เตรียมจาก bacteria หรือไวรัสที่ถูกทำลายด้วยความร้อน สารกัมมันตภาพรังสี สารเคมี เช่น ฟอร์มาลิน แต่ยังมีคุณสมบัติของแอนติเจนอยู่ ตัวอย่างเช่น วัคซีนป้องกันโรคไอกรน ตับอักเสบบี ได้สมองอักเสบ และพิษสุนัขบ้า - 4.
วัคซีน (Vaccine)Live attenuated vaccine เตรียมจากจุลชีพที่ยังมีชีวิตแต่ไม่สามารถก่อให้เกิดโรคได้โดยปรับสภาวะการเพาะเลี้ยงเซลล์ในหลอดทดลองหรือคัดเลือกสายพันธุ์ผ่าเหล่า เช่น วัคซีนป้องกันโรควัณโรค โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน และคางทูม ข้อดีคือ เป็นจุลชีพที่ยังมีชีวิตและไม่ออกฤทธิ์ ทำให้เพิ่มจำนวนในร่างกายได้คล้ายคลึงกับธรรมชาติทำให้ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานไม่ต้องกระตุ้นด้วยวัคซีนบ่อยนัก และให้วัคซีนน้อยกว่าชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตามวัคซีนชนิดนี้อาจกลับให้เป็นโรคได้ - 5.
วัคซีน (Vaccine)Toxoid vaccine เตรียมจากพิษของ bacteria ที่บริสุทธิ์และหมดฤทธิ์โดยการใช้สารเคมีแต่ยังมีความเป็น antigen อยู่ เช่นวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก Sub unit หรือ cell free vaccine เตรียมจากส่วนประกอบจากตัวเชื้อ หรือพิษของเชื้อ - 6.
วัคซีน (Vaccine)Recombinant vaccine ผลิตโดย gene cloning technology ตัดต่อยีนที่กำหนดและสร้างแอนติเจนให้เข้ากับพาหะ Synthetic peptide vaccine วัคซีนที่สังเคราะห์จากเปปไทด์ที่เป็นส่วนประกอบของแอนติเจนของเชื้อ มีขนาดเล็ก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี Anti-idiotype vaccine - 7.
การสร้างภูมิคุ้มกันโรค (Immunization)หมายถึง การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันหรือความต้านทานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรือทำให้ความรุนแรงน้อยลงซึ่งทำได้ 2 แบบ คือ Active Immunization Passive Immunization - 8.
Active Immunization การให้วัคซีนที่เตรียมมาจากเชื้อที่ทำให้เกิดโรคทั้งหมดหรือบางส่วนอาจเป็นเชื้อที่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ แต่ทำให้ฤทธิ์อ่อนลง ซึ่งทำหน้าที่เป็น antigen เข้าไปกระตุ้นร่างกายให้สร้าง antibody ซึ่งจะเกิดเป็นลักษณะ active ส่วนใหญ่อยู่ได้นานเป็นปีๆ หรืออาจอยู่ได้ตลอดไป - 9.
Active Immunization การสร้างภูมิคุ้มกันเป็นหน้าที่ของเม็ดเลือดขาว 2 ชนิดคือ B-lymphocytes และ T-lymphocytes โดย B จะสร้าง antibody ซึ่งอยู่ในกระแสเลือด มีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคครั้งต่อไป ส่วน T จะกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาวที่จะมีคุณสมบัติในการทำลายเชื้อที่ทำให้เกิดโรคโดยตรง จึงทำให้ผู้ป่วยหายจากโรค - 10.
Active Immunization ลักษณะสำคัญของการตอบสนองของ lymphocytes ในการสร้างภูมิคุ้มกันคือ มีความจำเพาะ (specificity) หมายความว่าภูมิคุ้มกันทีเกิดขึ้นจะป้องกันหรือต้านทานได้เฉพาะเชื้อในส่วนของวัคซีนที่ทำหน้าที่เป็น antigen มากระตุ้น B และ T lymphocyte ให้สร้าง antibody และการต่อต้านของเม็ดเลือดขาวนั้น - 11.
Active Immunization ลักษณะสำคัญของการตอบสนองของ lymphocytes ในการสร้างภูมิคุ้มกันคือ มีความทรงจำ (memory) หากเคยพบกับเชื้อในวัคซีนชนิดใดครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นครั้งที่ 2 จะมีการตอบสนองได้เร็วกว่าครั้งแรก ถึงแม้ว่าห่างจากการกระตุ้นครั้งแรกเป็นเดือนๆ - 12.
Active Immunization การให้วัคซีนส่วนใหญ่ต้องให้หลายครั้ง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้นและอยู่ได้นานพอที่จะป้องกันได้ในระยะยาวมีความทรงจำ (memory) หากเคยพบกับเชื้อในวัคซีนชนิดใดครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นครั้งที่ 2 จะมีการตอบสนองได้เร็วกว่าครั้งแรก ถึงแม้ว่าห่างจากการกระตุ้นครั้งแรกเป็นเดือนๆ - 13.
Active Immunization การตอบสนองของ B-lymphocytes ต่อวัคซีนครั้งแรกหรือ Primary response จะใช้เวลาในการสร้าง antibody ประมาณ 5-7 วัน หลังจากนั้น ระดับ antibody จะค่อยๆสูงขึ้นและขึ้นถึงระยะสูงสุดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์หลังการให้วัคซีน และคงอยู่ในระดับสูงในช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งต่ำจนไม่สามารถตรวจพบในเวลา 2 สัปดาห์ต่อมา - 14.
Active Immunization Secondary response คือการตอบสนองของ B-lymphocytes ต่อจากวัคซีนเดิมเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 4 5 เนื่องจาก B lymphocytes เคยพบเชื้อมาก่อนจะตอบสนองไวกว่าครั้งแรก ระดับ antibody จะสูงขึ้นภายใน 2-3 วัน ระดับจะสูงกว่าครั้งแรก และจะคงระดับได้นานกว่า - 15.
Active Immunization ความสำคัญของการตอบสนองครั้งที่ 2 ที่ดีจะเป็นแบบ booster response ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างการให้ช่วงที่ 1 และ 2 จะต้องห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ antibody ช่วงที่ 1 ต่ำลงจนไม่สามารถตรวจพบ และไม่รบกวนการสร้าง antibody เพราะ ถ้าหาก antibody ช่วงแรกยังสูงอยู่ antibody ที่เหลือ นั้น จะไปจับกับ antigen ที่ให้เข้าไป ทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นระหว่าง B lymphocytes กับ antigen ของวัคซีนที่ให้ไป - 16.
Passive Immunization หมายถึงการให้ antibody ซึ่งมีผลป้องกันทันทีที่เข้าไปในร่างกาย ซึ่งจะทำในกรณีที่ต้องการความเร่งด่วนของการรักษา antibody นี้จะอยู่ในร่างกายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่ใช้กันบ่อยคือ gamma globulin ในการป้องกันผู้สัมผัสโรคเช่น หัด ตับอักเสบ เอ บี และโรคพิษสุนัขบ้าเป็นต้น - 17.
- 18.
- 19.
- 20.
บาดทะยัก การฉีดแผลบาดทะยักในกรณีที่บาดแผล * ได้แก่แผลฉีกขาดและปนเปื้อนเศษดิน ทราย หรือสิ่งสกปรก โดเฉพาะแผลลึกปากแผลเล็ก ** Tetanus Immunoglobulin (TIG) ฉีดเข้าไป 250 unit จำนวน dose ที่เคยรับมาก่อน แผลสะอาด แผลที่อาจปนเปื้อนเชื้อบาดทะยัก * dT TIG** dT TIG** น้อยกว่า 3 ครั้ง / - / / มากกว่า 3 ครั้ง ต้องฉีดกระตุ้นถ้าเข็มสุดท้ายได้เกิน 10 ปี ฉีดกระตุ้นหากเข็มสุดท้ายเกิน 5 ปี - 21.
พิษสุนัขบ้า การพิจารณาความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากลักษณะการสัมผัสกับสัตว์ ระดับความเสี่ยงของการสัมผัสโรคลักษณะการสัมผัส ระดับที่ 1 การสัมผัสที่ไม่ติดโรค ถูกต้องตัวสัตว์ ป้อนน้ำ ป้อนอาหาร ผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก ถูกเลีย สัมผัสน้ำลายหรือเลือดสัตว์ผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก ระดับที่ 2 การสัมผัสที่มีโอกาสติดโรค ถูกงับเป็นรอยช้ำที่ผิวหนัง ไม่มีเลือดออกหรือเลือดออกซิบๆ ถูกข่วนที่ผิวหนังเป็นรอยถลอก (abrasion) มีเลือดออกซิบๆ ถูกเลีย โดยน้ำลายถูกผิวหนังที่มีแผลหรือรอยถลอกหรือรอยขีดข่วน ระดับที่ 3 การสัมผัสที่มีโอกาสติดโรคสูง ถูกกัดโดยฟันสัตว์แทงทะลุผ่านผิวหนังแผลเดียวหรือหลายแผลและมีเลือดออก ถูกข่วน จนผิวหนังขาดและมีเลือดออก ถูกเลีย หรือน้ำลายสิ่งคัดหลั่ง ถูกเยื่อบุของตาปาก จมูก หรือแผลลึก แผลที่มีเลือดออก มีแผลที่ผิวหนัง และสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายสัตว์ กินอาหารปรุงสุกดิบจากสัตว์ที่เป็นโรค - 22.
- 23.
ไม่เคยฉีดวัคซีน หรือฉีดน้อยกว่า 3 ครั้ง พิจารณาความเสี่ยง ระดับ 3 ระดับ 2 ไม้ต้องให้ RIG ให้ ERIG 40IU/kg ฉีดรอบแผลให้มากที่สุด ที่เหลือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดวัคซีน 1 มล . หรือ 0.5 มล . ( แล้วแต่ชนิดของวัคซีน๗ เข้ากล้ามเนื้อต้นแขน วันที่ 0,3,7,14 และ 30 - 24.
- 25.
หลักการทั่วไปในการให้วัคซีน สามารถให้วัคซีนหลายชนิดในวันเดียวกันได้ แต่ต้องทำต่างตำแหน่งเช่นฉีดแขนคนละข้าง หากฉีดข้างเดียวกัน ห่างอย่างน้อย 1 นิ้ว ห้ามนำวัคซีนต่างชนิดกันมาผสมรวมกัน วัคซีนที่ชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์สามารถให้พร้อมกันได้หลายชนิดในวันเดียวกัน หากไม่ได้ให้พร้อมกันในวันเดียวกันควรห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน สำหรับวัคซีนที่ต้องให้หลายครั้ง ให้วัคซีนห่างกว่ากำหนดไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันเกิดน้อยลง แต่ในทางตรงกันข้ามหากฉีดเร็วกว่ากำหนดทำให้ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นน้อยลง ผู้ที่เจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับวัคซีนได้ แต่ผู้ที่มีไข้สูงควรเลื่อนไปก่อน - 26.
หลักการทั่วไปในการให้วัคซีน ควรให้วัคซีนตามขนาดที่แนะนำไว้เท่านั้น ให้วัคซีนตามอายุที่แนะนำไว้ ผู้ที่ได้รับ Immuglobulin plasma หรือเลือดมาแล้วไม่เกิน 3 เดือน ไม่ควรรับวัคซีนไวรัสเชื้ออ่อนฤทธิ์ เพราะว่า antibody ชนิดใหม่ จะต้านเชื้อในวัคซีนไม่สร้างภูมิคุ้มกัน การแพ้วัคซีน อาจเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ เช่นการบวม หรือ เป็นปฏิกิริยาทั่วร่างกาย เช่นลมพิษขึ้น หายใจลำบาก วัคซีนไอกรนที่รวมกับ คอตีบ บาดทะยัก แบบ DTwp จะมีผลข้างเคียงมากกว่า DTap แต่ออกฤทธิ์เหมือนกัน