ปอดบวม (Pneumonia) คื อ อาการอัก เสบของเนื้ อ ปอด อากาศที่ เ รา
หายใจเข้าไปผ่านจมูกเข้าสู่ กล่องเสี ยง เข้าสู่ หลอดลมใหญ่ แล้วไหล
เรื่ อยไปยังหลอดลมเล็ก เข้าสู่ ถุงลมปอด ที่ถุงลมนี้ เองที่เราอาจจะเรี ยก
รวม ๆ ว่าเนื้อปอด อาการอักเสบที่เกิดขึ้นมีสาเหตุได้หลายประการ ส่ วน
ที่เราเรี ยกกันว่าปอดบวมนั้น เป็ นอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉี ยบพลัน




                     ปอดบวม จัดเป็ นโรคระบาดร้ายแรงที่สุดชนิ ดหนึ่ ง
                     สามารถคร่ าชีวตผูติดเชื้อได้ภายใน 24 ชัวโมง
                                   ิ ้                      ่
สาเหตุของปอดบวม มีสาเหตุมากมายแต่แบ่งสาเหตุได้ดงนี้
                                               ั
 แบคทีเรี ย  ไวรัส         ไมโครพลาสม่า
 เชื้อชนิดอื่น เช่นเชื้อรา  สารเคมี

                                                    ่
เหตุชักนาสาคัญทีทาให้ เกิดปอดบวม ปกติเชื้อโรคอยูในคอ เมื่อร่ างกายมี
                  ่
ภาวะที่ภูมิคุมกันอ่อนแอก็จะเกิดโรค ภาวะต่างๆดังกล่าวได้แก่
             ้
        1. ร่ างกายมีภูมิตานทานต่อการอักเสบติดเชื้อลดลง
                          ้
        2. การอักเสบติดเชื้อไวรัสของระบบการหายใจ
        3. การอุดกั้น และการอักเสบเรื้ อรังในหลอดลม
        4. การสาลัก น้ าลาย เศษอาหาร หรื อสิ่ งติดเชื้อในปอด
ไอ ไข้สูง เจ็บหน้าอก
หายใจหอบ เสมหะใสเหนียว
เสมหะข้นหรื ออาจจะมีเลือดปนก็พบได้ อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นโดย
รวดเร็ ว
         ในเด็กเล็กๆ อาจจะมีอาการไอเพียงเล็กน้อย ส่ วนมากเด็กมักจะ
มีอาการตัวร้อนจัด หายใจหอบจนซี่โครงบุ๋ม และมักจะมีประวัติเป็ น
หวัดหรื อไข้หวัดมาก่อน ถ้าเด็กมีอาการตัวเขียวและอ่อนเปลี้ยมาก ควรที่
จะพาเด็กไปหาหมอโดยเร็ ว
หากเป็ นปอดบวมที่เกิดจากเชื้อไวรัส ก็อาจจะไม่ตองใช้ยา
                                                       ้
               ็
ปฏิชีวนะ แต่กมีหมอหลายคนนิยมให้ยาปฏิชีวนะควบไปเลย เพื่อ
ป้ องกันการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรี ย ทั้งนี้อาจจะต้องแล้วแต่อาการ
ของคนไข้ดวย หากเป็ นโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรี ย
            ้
ก็ตองใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อที่เป็ นต้นเหตุ
    ้
เช่น เพนิซิลลิน ใช้ทาลายเชื้อนิวโมคอคคัสได้ดี
แต่จะใช้ไม่ได้ผลกับเอช.อินฟลูเอนซ่า เป็ นต้น
เมื่อสงสัยว่าเป็ นโรคปอดบวม
ควรไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
 พักผ่อนให้ดี เพื่อที่จะฟื้ นไข้ได้รวดเร็ ว
 ดื่มน้ าให้มาก
         โรคปอดบวมเป็ นโรคติ ด เชื้ อ ชนิ ด หนึ่ งที่ ส ามารถรั ก ษาให้
หายขาดได้ ปั จจุบนเรามียาปฏิชีวนะที่สามารถเลือกใช้ได้หลายชนิ ด จึง
                  ั
ท าให้อ ัต ราการตายของโรคนี้ เกื อ บจะเป็ นศู น ย์ห ากได้รั บ การรั ก ษา
ทันท่วงที ผิดกับสมัยก่อนที่โรคปอดบวมเป็ นสาเหตุของการตายที่สาคัญ
โรคหนึ่ง

เรื่องปอดบวม

  • 2.
    ปอดบวม (Pneumonia) คือ อาการอัก เสบของเนื้ อ ปอด อากาศที่ เ รา หายใจเข้าไปผ่านจมูกเข้าสู่ กล่องเสี ยง เข้าสู่ หลอดลมใหญ่ แล้วไหล เรื่ อยไปยังหลอดลมเล็ก เข้าสู่ ถุงลมปอด ที่ถุงลมนี้ เองที่เราอาจจะเรี ยก รวม ๆ ว่าเนื้อปอด อาการอักเสบที่เกิดขึ้นมีสาเหตุได้หลายประการ ส่ วน ที่เราเรี ยกกันว่าปอดบวมนั้น เป็ นอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉี ยบพลัน ปอดบวม จัดเป็ นโรคระบาดร้ายแรงที่สุดชนิ ดหนึ่ ง สามารถคร่ าชีวตผูติดเชื้อได้ภายใน 24 ชัวโมง ิ ้ ่
  • 3.
    สาเหตุของปอดบวม มีสาเหตุมากมายแต่แบ่งสาเหตุได้ดงนี้ ั  แบคทีเรี ย  ไวรัส  ไมโครพลาสม่า  เชื้อชนิดอื่น เช่นเชื้อรา  สารเคมี ่ เหตุชักนาสาคัญทีทาให้ เกิดปอดบวม ปกติเชื้อโรคอยูในคอ เมื่อร่ างกายมี ่ ภาวะที่ภูมิคุมกันอ่อนแอก็จะเกิดโรค ภาวะต่างๆดังกล่าวได้แก่ ้ 1. ร่ างกายมีภูมิตานทานต่อการอักเสบติดเชื้อลดลง ้ 2. การอักเสบติดเชื้อไวรัสของระบบการหายใจ 3. การอุดกั้น และการอักเสบเรื้ อรังในหลอดลม 4. การสาลัก น้ าลาย เศษอาหาร หรื อสิ่ งติดเชื้อในปอด
  • 4.
    ไอ ไข้สูง เจ็บหน้าอก หายใจหอบเสมหะใสเหนียว เสมหะข้นหรื ออาจจะมีเลือดปนก็พบได้ อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นโดย รวดเร็ ว ในเด็กเล็กๆ อาจจะมีอาการไอเพียงเล็กน้อย ส่ วนมากเด็กมักจะ มีอาการตัวร้อนจัด หายใจหอบจนซี่โครงบุ๋ม และมักจะมีประวัติเป็ น หวัดหรื อไข้หวัดมาก่อน ถ้าเด็กมีอาการตัวเขียวและอ่อนเปลี้ยมาก ควรที่ จะพาเด็กไปหาหมอโดยเร็ ว
  • 5.
    หากเป็ นปอดบวมที่เกิดจากเชื้อไวรัส ก็อาจจะไม่ตองใช้ยา ้ ็ ปฏิชีวนะ แต่กมีหมอหลายคนนิยมให้ยาปฏิชีวนะควบไปเลย เพื่อ ป้ องกันการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรี ย ทั้งนี้อาจจะต้องแล้วแต่อาการ ของคนไข้ดวย หากเป็ นโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรี ย ้ ก็ตองใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อที่เป็ นต้นเหตุ ้ เช่น เพนิซิลลิน ใช้ทาลายเชื้อนิวโมคอคคัสได้ดี แต่จะใช้ไม่ได้ผลกับเอช.อินฟลูเอนซ่า เป็ นต้น
  • 6.
    เมื่อสงสัยว่าเป็ นโรคปอดบวม ควรไปหาหมอเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง  พักผ่อนให้ดีเพื่อที่จะฟื้ นไข้ได้รวดเร็ ว  ดื่มน้ าให้มาก โรคปอดบวมเป็ นโรคติ ด เชื้ อ ชนิ ด หนึ่ งที่ ส ามารถรั ก ษาให้ หายขาดได้ ปั จจุบนเรามียาปฏิชีวนะที่สามารถเลือกใช้ได้หลายชนิ ด จึง ั ท าให้อ ัต ราการตายของโรคนี้ เกื อ บจะเป็ นศู น ย์ห ากได้รั บ การรั ก ษา ทันท่วงที ผิดกับสมัยก่อนที่โรคปอดบวมเป็ นสาเหตุของการตายที่สาคัญ โรคหนึ่ง