จัดทาโดย
นางสาวเนตรนภา นครแสน เลขที่ 9 ชั้น ม. 4/1
นางสาวธวรรณพร สามารถ เลขที่ 15 ชั้น ม. 4/1
               เสนอ
      อาจารย์ฉวีวรรณ นาคบุตร

     โรงเรียนบ้านสวน(จั่นอนุสรณ์)
ทุ ก ปี จ ะมี ผู้ เ สี ย ชี วิ ต จากบุ ห รี่ ปี ล ะ
400,000 คนหรืออาจจะมากว่านั้นแต่ละปี
รัฐบาลต้องเสียงบประมาณเป็นค่ารักษาโรค
ที่เกิดจากบุหรี่มากมาย ผู้ที่อยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่ก็
ได้รั บผลเช่น เดีย วกัน เราเรี ย กกลุ่ มนี้ว่ า สู บ
บุ ห รี่ มื อ สอง ควั น ที่ อ อกจากผู้ สู บ บุ ห รี่ จ ะมี
สารที่ มี ข นาดเล็ ก สามารถเข้ า ปอดของผู้ สู บ
บุหรี่มือสอง
ท าให้ เ ม็ ด เลื อ ดแดงไม่ ส ามารถจั บ ออกซิ เ จนได้ เ ท่ า กั บ
เวลาปกติ หากได้ รั บ จะเกิ ด การขาดออกซิ เ จน ท าให้ มึ น งง
ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสาคัญของโรคหัวใจ
การสูบบุหรี่จะทาให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ผู้ที่สูบบุหรี่จะเพิ่มอัตราการเกิดโรหัวใจ 5 เท่าเมื่อเทียบ
กั บ ผู้ ที่ ไ ม่ สู บ บุ ห รี่ ผู้ ที่ สู บ บุ ห รี่ จ ะมี ร ะดั บ ไขมั น HDL-
Cholesterol (ไขมันซึ่งป้องกันหลอกเลือดแดงตีบ)ต่า และ
ยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทาให้หัวใจและหลอด
เลือดเกิดโรค ยิ่งสูบมากยิ่งมีโอกาสเกิดโรคมาก
ผู้ ที่ สู บุ ห รี่ ที่ มี ไ ส้ ก รองจะ มี
อุ บั ติ ก า ร ณ์ ข อ ง ม ะ เ ร็ ง ป อ ด ช นิ ด
adenocarcinoma สูงเนื่องจากผู้ป่วยจะสูด
เข้ า แรงมากท าให้ ส ารก่ อ มะเร็ ง เข้ า สู่
ปอด ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ใส่ menthol ก็มีโอกาส
เป็นมะเร็งปอดสูง นอกจากมะเร็งปอด
แล้ ว บุหรี่ ยังก่ อให้ เ กิ ด มะเร็งที่ คอ ปาก
หลอดอาหาร ไตกระเพาะปัสสาวะ มดลูก
ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองจะมีโ อกาสเสี่ยงต่อ
โรคอัมพาต2เท่าครึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และยัง
พบว่า ปัจ จัย เสี่ ยงยัง คงมี อยู่ หลั งหยุด สูบ บุห รี่ 14 ปี
นอกจากนั้นยังพบโรคสมองเสื่อมเพิ่มในผู้ที่สูบบุหรี่
โรคถุงลมโป่งพอง (Pulmonary Emphysema)
เป็ น โรคที่ มี ภ าวะของการอุ ด ตั้ น อย่ า งเรื้ อ รั ง ของ
หลอดลมทั่วปอดทั้ง 2 ข้าง โดยสาเหตุสาคัญของ โรคถุง
ลมโป่ ง พอง มาจากการสู บ บุ ห รี่ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งเป็ น
เวลานาน โดยสารมลพิษในควันบุหรี่หลายชนิดจะก่อ
การระคายเคืองต่อหลอดลมและทาลายผนังถุงลม ทาให้
เนื้อเยื่อซึ่งโยงยึดหลอดลมและถุงลมเสื่อมลง
ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองโดยเฉพาะที่เริ่มสูบตั้งแต่
อายุ 18 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เป็นหมัน ครรภ์
นอกมดลูกและการแท้งและยังเพิ่มอัตราการตายในทารก
การสูบบุหรี่จะไปลดกรดโฟลิ ก กรดโฟลิก จะมีส่วนช่ วย
ป้องกันความพิการแต่กาเนิด ลูกที่เกิดจากแม่ที่สูบบุหรี่
มักจะมีน้าหนักตัวน้อยกว่าปกติ
การสูบบุหรี่สามารถทาให้โ รคมะเร็ง
ในช่ อ งปากและโรคเหงื อ ก โดยควั น บุ ห รี่ จ ะ
ทาลายเนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างเหงือกและฟันทา
ให้ เ หงื อ กร่ น ท าให้ ดื่ ม น้ าร้ อ นหรื อ น้ าเย็ น จะ
เสียว เกิดฟันผุ ทาให้แผลหายช้า มีกลิ่นปาก มี
คราบบุหรี่ติดที่เหงือกและฟัน
โรคกระดู ก พรุ น การสู บ บุ ห รี่ จ ะลดเลื อ ดที่ ไ ป
เลี้ยงกระดูก นิโ คตินที่อยู่ใ นบุหรี่ยังลดการสร้าง
กระดูกและลดการดูดซึมแคลเซียมทาให้ผู้ที่สูบมี
โรคกระดูกพรุน กระดูกหัก ง่าย การสูบบุหรี่ทาให้
กระดูกที่หักต่อติดกันได้ยากและทาให้แผลหายช้า
การติดทางกาย
             การติดทางร่างกาย คือการที่
   ร่างกายติดสารนิโคติน เกิดจากการสูบบุหรี่
   อยู่เป็นประจาจนร่างกายติดสารนิโคติน
   ซึ่งเป็นสารเสพติด ที่อยู่ในบุหรี่ เมื่อหยุด
   สูบบุหรี่สารนิโคตินในร่างกายจะลดลงทา
   ให้เกิดอาการขาดนิโคตินได้แก่ อาการ
   หงุดหงิด กระวนกระวาย คิดอะไรไม่ออก
   ต้องหาบุหรี่มาสูบเพื่อเติมนิโคตินให้
   เพียงพอดังเดิม
การติดทางจิตใจ
              การติดทางจิตใจ คือการ
       สูบบุหรี่จนติดเป็นนิสัย เกิดจาก
       การเรียนรู้ว่าการสูบบุหรี่ทาให้
       หายเครียด เพลิดเพลิน หายเบื่อ
       สมองแล่น ทาให้เกิดการติดอก
       ติดใจอยากสูบเรื่อยๆจนติดเป็น
       นิสัยหรือเป็นความเคยชินอย่าง
       หนึ่ง เมื่อไรที่รู้สึกเครียดหรือ
       เบื่อๆก็จะคิดถึงบุหรี่
1. หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ หรือกิจกรรมที่อาจทาให้
เกิดความอยากสูบบุหรี่
       ไม่พกบุหรี่ติดตัว
ทิ้งอุปกรณ์สูบบุหรี่ทั้งหมด
        ไม่เข้าใกล้คนที่กาลังสูบบุหรี่
เลือกที่นั่งในบริเวณที่ห้ามสูบบุหรี่
2. เบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อเกิดความอยาก
สู บ บุ ห รี่ ขึ้ น มา เช่ น อาบน้ า เล่ น กี ฬ า อ่ า น
หนังสือ โทรศัพท์ เล่นคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
3. เสริ ม สร้ า งก าลั ง ใจ ในการเลิ ก สู บ
บุหรี่ เช่น คิดทบทวนผลเสี ยของการ
สูบบุหรี่และผลดีของการหยุดสูบบุหรี่
บอกคนรอบข้ า งว่ า คุ ณ ก าลั ง พยายาม
หยุดสูบบุหรี่ เพื่อให้พวกเขาจะได้ช่วย
เชียร์และไม่มายั่วยุหรือส่งบุหรี่ให้ หรือ
เวลาคุณหงุดหงิด เขาจะได้เข้าใจ
4. . กาหนดวันที่จะหยุดสูบอย่างเด็ดขาด
ให้ ก าหนดวั น ที่ จ ะหยุ ด สู บ บุ ห รี่ ไ ว้ ล่ ว งหน้ า
เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและ " ทาใจ " อาจจะ
ก าหนดโดยใช้ วั น ที่ ห รื อ อาจก าหนดเป็ น
ระยะเวลา เช่ น อี ก 3 วั น 7 วั น หรื อ 10 วั น
หรืออีก 2 สัปดาห์ก็ได้ หลังจากนั้นให้ใช้เวลา
ช่วงนี้ค่อยๆพยายามลดการสูบบุหรี่ลง
การใช้ยาช่วยอด
            การใช้ยาช่วยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่
 จะช่วยให้การอดบุหรี่ง่ายขึ้น การใช้ยา
 สามารถช่วยลดความทรมานจากการติด
 ทางร่างกายได้ ทาให้เราสามารถทุ่มเท
 กาลังใจในการต่อสู้กับการติดทางจิตใจได้
 เต็มที่ ยาที่มีการศึกษาว่าช่วยให้การเลิกสูบ
 บุหรี่ประสบความสาเร็จมากขึ้น
THANK YOU

รณรงค์งดสูบบุหรี่

  • 2.
    จัดทาโดย นางสาวเนตรนภา นครแสน เลขที่9 ชั้น ม. 4/1 นางสาวธวรรณพร สามารถ เลขที่ 15 ชั้น ม. 4/1 เสนอ อาจารย์ฉวีวรรณ นาคบุตร โรงเรียนบ้านสวน(จั่นอนุสรณ์)
  • 3.
    ทุ ก ปีจ ะมี ผู้ เ สี ย ชี วิ ต จากบุ ห รี่ ปี ล ะ 400,000 คนหรืออาจจะมากว่านั้นแต่ละปี รัฐบาลต้องเสียงบประมาณเป็นค่ารักษาโรค ที่เกิดจากบุหรี่มากมาย ผู้ที่อยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่ก็ ได้รั บผลเช่น เดีย วกัน เราเรี ย กกลุ่ มนี้ว่ า สู บ บุ ห รี่ มื อ สอง ควั น ที่ อ อกจากผู้ สู บ บุ ห รี่ จ ะมี สารที่ มี ข นาดเล็ ก สามารถเข้ า ปอดของผู้ สู บ บุหรี่มือสอง
  • 4.
    ท าให้ เม็ ด เลื อ ดแดงไม่ ส ามารถจั บ ออกซิ เ จนได้ เ ท่ า กั บ เวลาปกติ หากได้ รั บ จะเกิ ด การขาดออกซิ เ จน ท าให้ มึ น งง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสาคัญของโรคหัวใจ
  • 8.
    การสูบบุหรี่จะทาให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ที่สูบบุหรี่จะเพิ่มอัตราการเกิดโรหัวใจ 5 เท่าเมื่อเทียบ กับ ผู้ ที่ ไ ม่ สู บ บุ ห รี่ ผู้ ที่ สู บ บุ ห รี่ จ ะมี ร ะดั บ ไขมั น HDL- Cholesterol (ไขมันซึ่งป้องกันหลอกเลือดแดงตีบ)ต่า และ ยังกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติทาให้หัวใจและหลอด เลือดเกิดโรค ยิ่งสูบมากยิ่งมีโอกาสเกิดโรคมาก
  • 9.
    ผู้ ที่ สูบุ ห รี่ ที่ มี ไ ส้ ก รองจะ มี อุ บั ติ ก า ร ณ์ ข อ ง ม ะ เ ร็ ง ป อ ด ช นิ ด adenocarcinoma สูงเนื่องจากผู้ป่วยจะสูด เข้ า แรงมากท าให้ ส ารก่ อ มะเร็ ง เข้ า สู่ ปอด ผู้ที่สูบบุหรี่ที่ใส่ menthol ก็มีโอกาส เป็นมะเร็งปอดสูง นอกจากมะเร็งปอด แล้ ว บุหรี่ ยังก่ อให้ เ กิ ด มะเร็งที่ คอ ปาก หลอดอาหาร ไตกระเพาะปัสสาวะ มดลูก
  • 10.
    ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองจะมีโ อกาสเสี่ยงต่อ โรคอัมพาต2เท่าครึ่งเมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบ และยัง พบว่าปัจ จัย เสี่ ยงยัง คงมี อยู่ หลั งหยุด สูบ บุห รี่ 14 ปี นอกจากนั้นยังพบโรคสมองเสื่อมเพิ่มในผู้ที่สูบบุหรี่
  • 11.
    โรคถุงลมโป่งพอง (Pulmonary Emphysema) เป็น โรคที่ มี ภ าวะของการอุ ด ตั้ น อย่ า งเรื้ อ รั ง ของ หลอดลมทั่วปอดทั้ง 2 ข้าง โดยสาเหตุสาคัญของ โรคถุง ลมโป่ ง พอง มาจากการสู บ บุ ห รี่ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งเป็ น เวลานาน โดยสารมลพิษในควันบุหรี่หลายชนิดจะก่อ การระคายเคืองต่อหลอดลมและทาลายผนังถุงลม ทาให้ เนื้อเยื่อซึ่งโยงยึดหลอดลมและถุงลมเสื่อมลง
  • 12.
    ผู้ที่สูบบุหรี่วันละซองโดยเฉพาะที่เริ่มสูบตั้งแต่ อายุ 18 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นหมัน ครรภ์ นอกมดลูกและการแท้งและยังเพิ่มอัตราการตายในทารก การสูบบุหรี่จะไปลดกรดโฟลิ ก กรดโฟลิก จะมีส่วนช่ วย ป้องกันความพิการแต่กาเนิด ลูกที่เกิดจากแม่ที่สูบบุหรี่ มักจะมีน้าหนักตัวน้อยกว่าปกติ
  • 13.
    การสูบบุหรี่สามารถทาให้โ รคมะเร็ง ในช่ องปากและโรคเหงื อ ก โดยควั น บุ ห รี่ จ ะ ทาลายเนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างเหงือกและฟันทา ให้ เ หงื อ กร่ น ท าให้ ดื่ ม น้ าร้ อ นหรื อ น้ าเย็ น จะ เสียว เกิดฟันผุ ทาให้แผลหายช้า มีกลิ่นปาก มี คราบบุหรี่ติดที่เหงือกและฟัน
  • 14.
    โรคกระดู ก พรุน การสู บ บุ ห รี่ จ ะลดเลื อ ดที่ ไ ป เลี้ยงกระดูก นิโ คตินที่อยู่ใ นบุหรี่ยังลดการสร้าง กระดูกและลดการดูดซึมแคลเซียมทาให้ผู้ที่สูบมี โรคกระดูกพรุน กระดูกหัก ง่าย การสูบบุหรี่ทาให้ กระดูกที่หักต่อติดกันได้ยากและทาให้แผลหายช้า
  • 16.
    การติดทางกาย การติดทางร่างกาย คือการที่ ร่างกายติดสารนิโคติน เกิดจากการสูบบุหรี่ อยู่เป็นประจาจนร่างกายติดสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติด ที่อยู่ในบุหรี่ เมื่อหยุด สูบบุหรี่สารนิโคตินในร่างกายจะลดลงทา ให้เกิดอาการขาดนิโคตินได้แก่ อาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย คิดอะไรไม่ออก ต้องหาบุหรี่มาสูบเพื่อเติมนิโคตินให้ เพียงพอดังเดิม
  • 17.
    การติดทางจิตใจ การติดทางจิตใจ คือการ สูบบุหรี่จนติดเป็นนิสัย เกิดจาก การเรียนรู้ว่าการสูบบุหรี่ทาให้ หายเครียด เพลิดเพลิน หายเบื่อ สมองแล่น ทาให้เกิดการติดอก ติดใจอยากสูบเรื่อยๆจนติดเป็น นิสัยหรือเป็นความเคยชินอย่าง หนึ่ง เมื่อไรที่รู้สึกเครียดหรือ เบื่อๆก็จะคิดถึงบุหรี่
  • 19.
    1. หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ หรือกิจกรรมที่อาจทาให้ เกิดความอยากสูบบุหรี่ ไม่พกบุหรี่ติดตัว ทิ้งอุปกรณ์สูบบุหรี่ทั้งหมด ไม่เข้าใกล้คนที่กาลังสูบบุหรี่ เลือกที่นั่งในบริเวณที่ห้ามสูบบุหรี่
  • 20.
    2. เบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อเกิดความอยาก สูบ บุ ห รี่ ขึ้ น มา เช่ น อาบน้ า เล่ น กี ฬ า อ่ า น หนังสือ โทรศัพท์ เล่นคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • 21.
    3. เสริ มสร้ า งก าลั ง ใจ ในการเลิ ก สู บ บุหรี่ เช่น คิดทบทวนผลเสี ยของการ สูบบุหรี่และผลดีของการหยุดสูบบุหรี่ บอกคนรอบข้ า งว่ า คุ ณ ก าลั ง พยายาม หยุดสูบบุหรี่ เพื่อให้พวกเขาจะได้ช่วย เชียร์และไม่มายั่วยุหรือส่งบุหรี่ให้ หรือ เวลาคุณหงุดหงิด เขาจะได้เข้าใจ
  • 22.
    4. . กาหนดวันที่จะหยุดสูบอย่างเด็ดขาด ให้ก าหนดวั น ที่ จ ะหยุ ด สู บ บุ ห รี่ ไ ว้ ล่ ว งหน้ า เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวและ " ทาใจ " อาจจะ ก าหนดโดยใช้ วั น ที่ ห รื อ อาจก าหนดเป็ น ระยะเวลา เช่ น อี ก 3 วั น 7 วั น หรื อ 10 วั น หรืออีก 2 สัปดาห์ก็ได้ หลังจากนั้นให้ใช้เวลา ช่วงนี้ค่อยๆพยายามลดการสูบบุหรี่ลง
  • 24.
    การใช้ยาช่วยอด การใช้ยาช่วยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ จะช่วยให้การอดบุหรี่ง่ายขึ้น การใช้ยา สามารถช่วยลดความทรมานจากการติด ทางร่างกายได้ ทาให้เราสามารถทุ่มเท กาลังใจในการต่อสู้กับการติดทางจิตใจได้ เต็มที่ ยาที่มีการศึกษาว่าช่วยให้การเลิกสูบ บุหรี่ประสบความสาเร็จมากขึ้น
  • 25.