Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
Adisorn Tanprasert
306 views
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 9
2
/ 9
3
/ 9
4
/ 9
5
/ 9
6
/ 9
7
/ 9
8
/ 9
9
/ 9
More Related Content
PDF
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Vis ipv
by
Aimmary
PDF
PC02 :Assessment in PC
by
CAPD AngThong
PDF
Vis varicella-zoster
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Vis hib
by
Loveis1able Khumpuangdee
DOC
Allergic rhinitis
by
Mint Yasmine
PPTX
อีสุก อีใส
by
Dbeat Dong
PDF
มารู้จักโรคไข้เลือดออก กันครับ
by
Panda Jing
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยหวัด 2009
by
Adisorn Tanprasert
Vis ipv
by
Aimmary
PC02 :Assessment in PC
by
CAPD AngThong
Vis varicella-zoster
by
Loveis1able Khumpuangdee
Vis hib
by
Loveis1able Khumpuangdee
Allergic rhinitis
by
Mint Yasmine
อีสุก อีใส
by
Dbeat Dong
มารู้จักโรคไข้เลือดออก กันครับ
by
Panda Jing
What's hot
PDF
Common cold
by
Aimmary
PDF
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสำหรับครอบครัว
by
Utai Sukviwatsirikul
PDF
วัคซีนป้องกันโรคชนิดต่างๆ
by
Utai Sukviwatsirikul
PPTX
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
PPTX
การให้วัคซีน VZV และ dT
by
Chananart Yuakyen
PDF
Vis hpv
by
Aimmary
PDF
Vaccineคู่มือประชาชน
by
Witsalut Saetae
PDF
การเตรียมการรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน
by
Adisorn Tanprasert
PDF
โรคภูมิแพ้ 15.5.2555
by
4LIFEYES
PDF
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
PDF
แนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียในประเทศไทย พ.ศ.2557
by
Utai Sukviwatsirikul
DOC
แผ่นพับการติดเชื้อ
by
dentyomaraj
PDF
มะเร็งหลังโพรงจมูก
by
Wan Ngamwongwan
PPT
กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
by
Pawat Logessathien
PDF
วัณโรค (Tuberculosis)
by
Wan Ngamwongwan
PPT
Dangue fever pp
by
นายสามารถ เฮียงสุข
PDF
Vis meningo-poly
by
Loveis1able Khumpuangdee
Common cold
by
Aimmary
แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสำหรับครอบครัว
by
Utai Sukviwatsirikul
วัคซีนป้องกันโรคชนิดต่างๆ
by
Utai Sukviwatsirikul
Ppt. influenza (25.8.57)
by
Prachaya Sriswang
การให้วัคซีน VZV และ dT
by
Chananart Yuakyen
Vis hpv
by
Aimmary
Vaccineคู่มือประชาชน
by
Witsalut Saetae
การเตรียมการรับมือหวัด 2009 ในโรงเรียน
by
Adisorn Tanprasert
โรคภูมิแพ้ 15.5.2555
by
4LIFEYES
โรคไข้หวัด
by
Wan Ngamwongwan
แนวทางเวชปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียในประเทศไทย พ.ศ.2557
by
Utai Sukviwatsirikul
แผ่นพับการติดเชื้อ
by
dentyomaraj
มะเร็งหลังโพรงจมูก
by
Wan Ngamwongwan
กลุ่มโรคติดต่อที่ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน
by
Pawat Logessathien
วัณโรค (Tuberculosis)
by
Wan Ngamwongwan
Dangue fever pp
by
นายสามารถ เฮียงสุข
Vis meningo-poly
by
Loveis1able Khumpuangdee
Viewers also liked
PDF
Presentacion Goodies II
by
Rodrigo Sepúlveda
PDF
Sarasota Market stats for March
by
Sarasota Real Estate
PPTX
Sept. 16 20
by
tpoole
PDF
56 nelson mandela
by
Little Bay
PDF
Audio Visual Media Days 2013
by
Dennis Wilsmann
DOC
Together! 2012
by
ecdp
PDF
Programa electoral sac1
by
sindicatasac2013
PDF
Leadership as a Process | presented at the Funders Network on Population Repr...
by
Leadership Learning Community
Presentacion Goodies II
by
Rodrigo Sepúlveda
Sarasota Market stats for March
by
Sarasota Real Estate
Sept. 16 20
by
tpoole
56 nelson mandela
by
Little Bay
Audio Visual Media Days 2013
by
Dennis Wilsmann
Together! 2012
by
ecdp
Programa electoral sac1
by
sindicatasac2013
Leadership as a Process | presented at the Funders Network on Population Repr...
by
Leadership Learning Community
Similar to คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
PPT
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
DOCX
ไข้หวัดใหญ่
by
Lilrat Witsawachatkun
PPTX
Ppt influenza
by
Prachaya Sriswang
PDF
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
PDF
Knowledge
by
Loveis1able Khumpuangdee
DOC
โรคมือเท้าปาก
by
sivapong klongpanich
PDF
แนวทางการดาเน ํ นงานป ิ องก ้ นควบค ั มการระบาดของโรคม ุ ือ เท้า ปาก สําหรบแพ...
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Publichealth
by
Loveis1able Khumpuangdee
PPT
2การจัดลำดับความสำคัญโรคติดต่อนำโดยแมลง
by
นายสามารถ เฮียงสุข
PDF
Flood disease
by
Smith Boonchutima
PPT
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
DOC
Sars
by
Vichapol Phamanee
PPT
แนะนำโรคต่างๆ ศิรินวล สันติรักษ์โยธิน
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
PDF
Factsheet hfm
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Factsheet hfm
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
โรค มือ ปาก เท้าเปื่อย
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
Respiratory1 2
by
Theeraput Naulpradit
PPTX
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
PDF
Cpg ped
by
Loveis1able Khumpuangdee
PDF
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
H1n1 For Safe 040852
by
viroonya vindubrahmanakul
ไข้หวัดใหญ่
by
Lilrat Witsawachatkun
Ppt influenza
by
Prachaya Sriswang
Poster h1n1 03
by
sivapong klongpanich
Knowledge
by
Loveis1able Khumpuangdee
โรคมือเท้าปาก
by
sivapong klongpanich
แนวทางการดาเน ํ นงานป ิ องก ้ นควบค ั มการระบาดของโรคม ุ ือ เท้า ปาก สําหรบแพ...
by
Loveis1able Khumpuangdee
Publichealth
by
Loveis1able Khumpuangdee
2การจัดลำดับความสำคัญโรคติดต่อนำโดยแมลง
by
นายสามารถ เฮียงสุข
Flood disease
by
Smith Boonchutima
แนะนำโรคต่างๆ หรือ โรคติดต่อ
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
Sars
by
Vichapol Phamanee
แนะนำโรคต่างๆ ศิรินวล สันติรักษ์โยธิน
by
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ
Factsheet hfm
by
Loveis1able Khumpuangdee
Factsheet hfm
by
Loveis1able Khumpuangdee
โรค มือ ปาก เท้าเปื่อย
by
Loveis1able Khumpuangdee
Respiratory1 2
by
Theeraput Naulpradit
โครงงานคอม2.2
by
Yam Moo
Cpg ped
by
Loveis1able Khumpuangdee
4 การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่1.pdf
by
buaphan32203
More from Adisorn Tanprasert
PDF
Daily tensilon mc checksheet
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Pramo Thai Movie
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Performance Network Analysis of Nylon Filaments Process
by
Adisorn Tanprasert
DOC
แบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัย
by
Adisorn Tanprasert
DOC
รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Quize 01
by
Adisorn Tanprasert
PDF
The Sulotion Focus
by
Adisorn Tanprasert
PPT
Solution Focus
by
Adisorn Tanprasert
PDF
Chemical management procedure [th]
by
Adisorn Tanprasert
PPT
Intro to TS-16949
by
Adisorn Tanprasert
Daily tensilon mc checksheet
by
Adisorn Tanprasert
Pramo Thai Movie
by
Adisorn Tanprasert
Performance Network Analysis of Nylon Filaments Process
by
Adisorn Tanprasert
แบบทดสอบทัศนคติด้านความปลอดภัย
by
Adisorn Tanprasert
รวมพระอรหันต์ที่อยู่ในประเทศไทยเวลานี้
by
Adisorn Tanprasert
Quize 01
by
Adisorn Tanprasert
The Sulotion Focus
by
Adisorn Tanprasert
Solution Focus
by
Adisorn Tanprasert
Chemical management procedure [th]
by
Adisorn Tanprasert
Intro to TS-16949
by
Adisorn Tanprasert
คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยหวัด 2009
1.
คําแนะนําสําหรับผูดูแลผูปวยไขหวัดใหญฯ 2009
โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไขหวัดใหญ ซึ่งเปนเชื้อที่ เกิดขึ้นใหม และสามารถแพรจากคนสูคนไดอยางรวดเร็ว เนื่องจากคนสวนใหญไมมีภูมิตานทานโรค ไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ติดตอจากคนสูคน โดยการ 1) หายใจเอาละออง น้ําลาย หรือน้ํามูกที่ผูปวยไอหรือจามออกมาโดยตรงเขาไป หรือ 2) โดยการไปสัมผัส แตะ หรือจับพื้นผิวที่บน เปอนละอองน้ําลาย หรือน้ํามูกที่ผูปวยไอจามทิ้งไว แลวมาสัมผัสบริเวณตา จมูก หรือปากของตัวเอง ระยะฟก ตัว (ระยะเวลาตั้งแตตดเชื้อจนถึงแสดงอาการ) สั้น ประมาณ 1-4 วัน ิ ผูปวยสวนใหญมีอาการไมรุนแรง ผูปวยรอยละ 90 - 95 สามารถหายไดเองโดยไมจําเปนตอง ได รับยาตานไวรัส กรณี ที่อ าการไมรุ นแรง ผูป วยจะมีอาการ ไข เจ็บ คอ ไอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อ ยเนื้อ ตั ว ออนเพลีย คัดจมูก น้ํามูกไหล เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาการอาเจียนและทองเสียรวมดวย หลังจากนั้น อาการจะทุเลาขึ้นตามลําดับ คือ ไขลดลง ไอนอยลง รับประทานอาหารไดมากขึ้น และหายปวยภายใน 5-7 วัน ผูปวยบางราย (รอยละ 5 – 10) อาจมีอาการปวยรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซอนทําใหเกิดปอด บวม ซึ่งจะทําใหมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลําบาก และเสียชีวิตได ภาวะแทรกซอน (ปอดบวม) นี้มักจะเกิดขึ้นในผูสูงอายุ (อายุมากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูมีภูมิตานทานต่ํา ผูที่มีปญหาโรคอวน หญิงมีครรภ และผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคเลือด โรคตับเรื้อรัง เปนตน) จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
2.
เมื่อปวยแลว ผูปวยจะมีโอกาสเสียชีวิต (อัตราปวยตาย)
ประมาณรอยละ 0.1 – 0.5 ผูเสียชีวิต สวนใหญมีโรคประจําตัว หรือเปนผูที่มีความเสี่ยง (ผูสูงอายุ (อายุมากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูมีภูมิ ตานทานต่ํา ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคเลือด โรค ตับเรื้อรัง เปนตน) ผูที่มีปญหาโรคอวน และหญิงมีครรภ) ปจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขแนะนําใหผูปวยที่มีอาการไมรุนแรง และผูปวยที่ไมใชผูปวยในกลุม เสี่ยงดูแลรักษาอาการ และพักฟนอยูที่บาน ดังนั้น การดูแลผูปวยที่บานจึงมีความสําคัญเปนอยางยิ่ง ทั้งจะตอง ดูแลผูปวยไดอยางถูกตองเพื่อใหผูปวยกลับมามีสุขภาพดีโดยเร็ว และเพื่อปองกันไมใหบุคคลอื่นในบานติดเชื้อ ตามมา อนึ่ง คําแนะนําตางๆ อาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณการระบาดที่เปลี่ยนไป ดังนั้น ทานจึง ควรติดตามขาวสารจากกระทรวงสาธารณสุขเปนระยะๆ หลักการในการดูแลผูปวยที่บาน 1. ผูปวยควรพักฟนที่บาน ไมควรออกไปพบปะผูอื่น หรือเดินทางไปในที่ท่ีมีการชุมนุม หรือที่ที่มีผูคนแออัด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับบุคคลอื่นภายในบาน เปนเวลาอยางนอย 7 วัน หากครบ 7 วันแลวยังคง มีอาการบางอยางหลงเหลืออยูบาง ก็ใหพักฟนอยูกับบาน และหลีกเลี่ยงการพบปะ คลุกคลีกับผูอื่นตอไป อีก จนกวาอาการจะหายสนิทแลว 1 วัน 2. สําหรับบุคคลอื่นที่ตองการมาเยี่ยมผูปวยใหแนะนําใหโทรศัพทมาเยี่ยมจะดีกวา 3. ถาเปนไปให แนะนําใหมีผูใหญเพียงคนเดียวในบานเทานั้นที่เปนผูดูแลผูปวย ผูที่จัดอยูในกลุมเสี่ยง (ผูสงอายุ (อายุมากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูมีภูมิตานทานต่ํา ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน ู โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคเลือด โรคตับเรื้อรัง เปนตน) ผูที่มีปญหาโรค อวน และหญิงมีครรภ) ไมควรเปนดูแลผูปวย 4. ผูท่จัดอยูในกลุมเสี่ยงไมควรสัมผัส หรืออยูใกลชิดผูปวยไขหวัดใหญ ี 5. หากผูปวยในครอบครัวเปนผูดูแลผูที่จัดอยูในกลุมเสี่ยง ผูปวยควรหลีกเลี่ยงการดูแลผูที่จัดอยูในกลุมเสี่ยง และใหผูอื่นดูแลแทน เชน ถาแมเปนผูรับผิดชอบในการดูแลลูกที่ยังอายุนอยกวา 5 ป เกิดปวยขึ้นมา ควรมอบความรับผิดชอบในการดูแลลูกใหกับพอหรือบุคคลอื่นภายในบานเปนการชั่วคราว ถาทําได 6. ทุกคนในบานตองลางมือบอยๆ ดวยน้ําและสบู หรือแอลกอฮอลเจล โดยเฉพาะหลังการสัมผัสกับผูปวย 7. ควรจัดใหมีผาเช็ดมือแยกสําหรับแตละบุคคล ไมควรใชผาเช็ดมือรวมกัน หรืออาจพิจารณาใชกระดาษเช็ด มือถาทําได 8. หากเปนไปได ใหจัดหองใหผปวยแยกจากสมาชิกคนอื่นๆ ในบาน และควรปดประตูหองของผูปวยไว ู จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
3.
9. สวมหนากากอนามัยเมื่อจําเปนตองอยูกับผูอื่น
หรือใชกระดาษทิชชู ผาเช็ดหนา ปดปากและจมูกทุกครั้ง ที่ไอ จาม 10. หากเปนไปได ควรใหผูปวยใชหองน้ําแยกจากสมาชิกคนอื่นภายในบาน 11. หากเปนไปได ควรเปดหนาตางบานใหอากาศถายเทไดสะดวก ถาคุณเปนผูดูแลผูปวยที่บาน 1. หลีกเลี่ยงการเผชิญหนาตรงๆ กับผูปวย ผูปวยอาจไอหรือจามใสหนาทานได 2. หากผูปวยเปนเด็กเล็ก ควรอุมผูปวยพาดบา โดยใหคางผูปวยอยูบริเวณหัวไหลของทาน หากเด็กไอ หรือ จาม จะไดไอ จามลงบนหัวไหล 3. ลางมือบอยๆ ดวยน้ําและสบู หรือแอลกอฮอลเจล โดยเฉพาะหลังการสัมผัสกับผูปวย และหลังการสัมผัส กับเสื้อผา หรือสิ่งของที่อาจจะปนเปอนเชื้อ 4. หากทานเปนผูที่จัดอยูในกลุมเสี่ยง ทานไมควรเปนผูดูแลผูปวย ถาเปนไปได 5. ติดตามเฝาระวังอาการของตัวเองและบุคคลอื่นในครอบครัว เพื่อใหสามารถตรวจพบอาการปวยไดแต เนิ่นๆ เพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกตอง และเพื่อปองกันการแพรระบาดของเชื้อสูบุคคลอื่นในบาน การทําความสะอาดบาน การซักลาง และการจัดการขยะ 1. ใหผูปวยทิ้งกระดาษทิชชูที่ใชแลวลงในถังขยะที่มีฝาปด หากผูใดเปนผูนําถังขยะไปทิ้งตองลางมือทุกครั้ง หลังนําขยะของผูปวยไปทิ้ง 2. เช็ดลางผิวสัมผัส (โดยเฉพาะอยางยิ่ง โตะขางเตียง ผนังหองน้ํา และของเลนเด็ก) ดวยน้ําละลาย ผงซักฟอก หรือน้ํายาทําความสะอาดพื้นผิวที่ทานใชเปนประจํา 3. ไมจําเปนตองแยกซักผาปูที่นอน ปลอกหมอน หรือเสื้อผาของผูปวย ในการนําเสื้อผาผูปวยไปซัก ควร ระมัดระวังการปนเปอนของเชื้อสูเสื้อผาผูซัก (ไมควรหอบ (อุม) ผาปูที่นอนหรือเสื้อผาผูปวย เนื่องจาก เชื้ออาจติดตามเสื้อผาของผูซักได) และควรลางมือทุกครั้ง หลังการหยิบจับผาปูที่นอน ปลอกหมอน หรือ เสื้อผาของผูปวย 4. ไมควรใชจานชามรวมกับผูปวย แตไมจําเปนตองแยกลางจานชามของผูปวย และไมจําเปนตองแยกของใช ผูปวยออกมาโดยเฉพาะ หลังการลางจานชาม จานชามเหลานี้จะสะอาด ผูปวยสามารถใชได จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
4.
คําแนะนําสําหรับผูปวย
ในการดูแลรักษาอาการปวย 1. หากมีอาการปวยดวยอาการไขหวัด เชน มีอาการไข ไอ เจ็บคอ หรือมีนํ้ามูก ซึ่งเปนอาการที่พบไดทั้งใน ไขหวัดธรรมดา และไขหวัดใหญ ควรปฏิบัติตัวดังนี้ 1.1 หากอาการปวยไมรุนแรง เชน ไขไมสูง ไมซึม และรับประทานอาหารได ผูปวยสามารถรักษาตาม อาการดวยตนเองที่บานได ไมจําเปนตองไปโรงพยาบาล ควรใชพาราเซตามอลเพื่อลดไข (หามใช ยาแอสไพริน) นอนหลับพักผอนใหเพียงพอ และดื่มน้ํามากๆ 1.2 ผูปวยที่จัดอยูในกลุมเสี่ยง 6 กลุม (ไดแก ผูสูงอายุ (อายุมากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผู มีภูมิตานทานต่ํา ผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง (เชน โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคเลือด โรคตับเรื้อรัง เปนตน) ควรรีบไปพบแพทย 1.3 หากมีไข ควรเช็ดตัวลดไข ดวยน้ําสะอาดที่ไมเย็น 1.4 ผูปวยควรเฝาระวังอาการปวยของตัวเอง หากเริ่มมีอาการที่บงวาโรคจะรุนแรง เชน หายใจลําบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม หรืออาการปวยไมดีขึ้นใน 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย 1.5 ผูปวยที่มีอาการไมรุนแรง หรือผูปวยเพิ่งจะเริ่มปวย 1-2 วัน ไมมีความจําเปนที่จะตองไดรับการ ตรวจยืนยันวาติดเชื้อไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 หรือไม เนื่องจากแนวทาง (วิธ)ี การดูแลรักษาผูปวยไมแตกตางกัน 2. ผูปวยไขหวัดใหญท่อาจจําเปนตองไดรับยาตานไวรัส ี 2.1 ผูปวยไขหวัดใหญที่อยูในกลุมเสี่ยง (ไดแก ผูสูงอายุ (มากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูมีภูมิ ตานทานต่ํา โรคอวน หญิงมีครรภ และผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง เชน โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ และหลอดเลือด เบาหวาน เปนตน) 2.2 ผูปวยที่มีอาการรุนแรง (เชน หายใจลําบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม) 2.3 ผูปวยที่อาการไขหรืออาการปวยไมดีขึ้นใน 3 วัน 3. ติดตามขาวสารและคําแนะนําตางๆ จากกระทรวงสาธารณสุขเปนระยะๆ จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
5.
คําแนะนําสําหรับผูปวยในการปองกัน
การแพรกระจายของเชื้อสูผูอื่น 1. การแพรระบาดของโรคจะดําเนินไปรวดเร็วเพียงใดขึ้นอยูกับการปฏิบัติตัวของผูปวยในการปองกันการ แพรกระจายของเชื้อ หากผูปวยปฏิบัติตัวไดอยางถูกตอง จะมีจํานวนผูสัมผัสเชื้อนอยและจะมีผูปวยไม มากนัก แตหากผูปวยไมใหความรวมมือ ผูปวยจะสามารถแพรเชื้อไปสูผูอื่นได ซึ่งสวนใหญก็จะเปนการ แพรเชื้อไปสูบุคคลที่ผูปวยใกลชิดและคลุกคลีดวย นั่นคือ หากผูปวยปองกันการแพรกระจายเชื้อไดไมดี จะ มีบคคลอื่นในครอบครัวหรือบุคคลอื่นในที่ทํางานปวยตามมาไดน่นเอง ุ ั 2. ผูปวยควรหยุดเรียน หรือหยุดงาน และพักอยูกับบานหรือหอพัก หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผูอื่น หรือใช สิ่งของรวมกับผูอื่น เปนเวลาอยางนอย 7 วันหลังวันเริ่มปวย เพื่อใหพนระยะการแพรเชื้อ และกลับเขา เรียนหรือทํางานได เมื่อหายปวยแลวอยางนอย 24 ชั่วโมง 3. สวมหนากากอนามัยเมื่อจําเปนตองอยูกับผูอื่น หรือใชกระดาษทิชชู ผาเช็ดหนา ปดปากและจมูกทุกครั้ง ที่ไอ จาม 4. ลางมือบอยๆ ดวยน้ําและสบู หรือใชแอลกอฮอลเจลทําความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
6.
คําถามที่พบบอย
1. หากเรามีอาการปวยสงสัยจะเปนไขหวัดใหญ เราควรรีบไปพบแพทยทันทีหรือไม? ตอบ หากเรามีอาการปวยสงสัยจะเปนไขหวัดใหญใหตรวจสอบวาเราจัดอยูในกลุมเสี่ยงหรือไม นั่นคือ เราเปน ผูสูงอายุ (อายุมากกวา 65 ป) เปนเด็กอายุนอยกวา 5 ป เปนหญิงตั้งครรภ เปนผูที่มีปญหาโรคอวน เปนผูที่มี ภูมิคุมกันต่ํา หรือเปนผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรังหรือไม (โรคประจําตัวเรื้อรัง เชน หอบหืด โรคปอด โรคตับตับ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ เปนตน) หากเราเปนผูที่อยูในกลุมเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง เราควรรีบไปพบแพทย หากเราไมจัดอยูในกลุมเสี่ยง เรายังไมจําเปนตองไปพบแพทยในทันที เราสามารถพักรักษาตัวอยูที่บานได รับประทานยาตามอาการ เชน ถามีไข ก็ใหรับประทานยาพาราเซตตามอล และเช็ดตัวดวยน้ําอุน หรือถามี อาการไอมาก ก็ใหดื่มน้ํามาก เปนตน หากไขไมลด อาการไมดีขึ้นภายใน 3 วัน หรือเริ่มมีอาการที่บงวาจะมี อาการรุนแรง (เชน หายใจลําบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม) จึงควรไปพบแพทย หากเราไมใชกลุมเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงจากการปวยดวยไขหวัดใหญ การไปพบแพทยจะทําใหเราเพิ่ม ความเสี่ยงในการรับเชื้อจากผูปวยอื่นที่โรงพยาบาล และยังไมไดรับประโยชนใดๆ เพิ่มเติม เนื่องจากแพทยก็จะ แนะนําใหเรากลับมาพักฟนที่บาน ใหยารักษาตามอาการ และแนะนําใหเราคอยเฝาระวังการเปลี่ยนแปลงของ อาการของโรคอยูดี 2. เราจําเปนตองไดรับยาตานไวรัสหรือไม? ตอบ เนื่องจากผูที่ปวยดวยโรคนี้สวนใหญจะหายไดเอง โดยไมจําเปนตองไดรับยาตานไวรัส กระทรวง สาธารณสุขจึงไมไดแนะนําใหยาตานไวรัสในผูปวยที่สงสัยจะปวยดวยไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น 1 การใหยาอยางกวางขวางในผูที่ไมจําเปนตองไดรับยา นอกจากจะเปนการสิ้นเปลืองแลว ยังอาจจะชวย สงเสริมใหเชื้อดื้อยาไดเร็วขึ้นอีกดวย กลุมผูปวยที่จําเปนตองไดรับยา ไดแก 1. ผูปวยไขหวัดใหญที่อยูในกลุมเสี่ยง (ไดแก ผูสูงอายุ (มากกวา 65 ป) เด็กอายุต่ํากวา 5 ป ผูมีภูมิ ตานทานต่ํา โรคอวน หญิงมีครรภ และผูที่มีโรคประจําตัวเรื้อรัง เชน โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจและหลอด เลือด เบาหวาน เปนตน) 2. ผูปวยที่มีอาการรุนแรง (เชน หายใจลําบาก หอบเหนื่อย อาเจียนมาก ซึม) 3. ผูปวยที่อาการไขหรืออาการปวยไมดีขึ้นใน 3 วัน จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
7.
3. หากเราปวยดวยอาการที่คลายไขหวัดใหญ เราจําเปนตองไดรับการตรวจเพื่อยืนยันเชื้อ
หรือไม? ตอบ ในปจจุบันที่เชื้อไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ไดระบาดขยายวงกวางออกไปเรื่อยๆ การ ตรวจวาเราติดเชื้อไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 หรือไมมีความจําเปนนอยลงมาก การตรวจ หรือไมตรวจไมไดเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลรักษาผูปวย ดังนั้น ในปจจุบันในพื้นที่ที่มีการยืนยันการแพร ระบาดของโรคชัดเจนแลวจึงไมจําเปนตองมีการตรวจยืนยันการติดเชื้อกอนใหการรักษาแตอยางใด 4. ในปจจุบัน ไดมีโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนหลายแหงไดแนะนําใหผูปวย ตรวจคัดกรองการติดเชื้อดวยชุดการตรวจสอบการติดเชื้อที่ใหผลเร็ว หากเราปวยดวยอาการ ที่คลายไขหวัดใหญ เราควรตรวจดวยชุดทดสอบใหผลเร็วเหลานี้หรือไม ตอบ ไมจําเปน การตรวจหรือไมตรวจไมไดเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลรักษาผูปวย นั่นคือ ไมวาผลจะออกมา เชนไร แนวทางการรักษาก็ยังคงเปนเชนเดิม (เหมือนขอ 1) นอกจากจะเปนการสิ้นเปลืองโดยไมจําเปนแลว การตรวจดังกลาวยังไมถือเปนวิธีที่มาตรฐาน กลาวคือ การตรวจยังมีความผิดพลาดคอนขางสูง นั่นคือ หากมีผูปวยที่ปวยดวยไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 จริง 100 คน การตรวจดวยชุดทดสอบใหผลเร็วจะใหผลบวกถูกตองนอยกวา 50 คน นั่นคือ ชุดทดสอบ จะบอกวาผูปวยไมติดเชื้อสูงถึงกวา 50 คนทั้งที่ผูปวยติดเชื้อ การใหผลผิดพลาดที่สูงมากขนาดนี้อาจทําใหผูปวย ที่ปวยจริงเมื่อทราบผลวาตัวเองไมติดเชื้อวางใจ ไมดูแลรักษาตัวเองหรือไมติดตามเฝาระวังอาการของตัวเองให เหมาะสมจนอาจเกิดอาการุนแรงตามมาได 5. เราควรพักฟนอยูที่บานนานเทาไหร? ตอบ ผูปวยควรหยุดงานและพักฟนอยูกับบาน หลีกเลี่ยงการพบปะ คลุกคลีกับผูอื่นเปนเวลาอยางนอย 7 วัน หากครบ 7 วันแลวยังคงมีอาการบางอยางหลงเหลืออยูบาง ก็ใหพักฟนอยูกับบาน และหลีกเลี่ยงการพบปะ คลุกคลีกับผูอื่นตอไปอีก จนกวาอาการจะหายสนิทแลว 1 วัน 6. ผูที่เปนโรคอวนเปนกลุมเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือไม? ตอบ ผูที่เปนโรคอวนมีโอกาสจะเกิดอาการรุนแรงไดสูงกวาคนปกติทั่วไปที่แข็งแรงดี ดังนั้น หากผูที่เปนโรค อวนปวยดวยอาการที่สงสัยจะเปนไขหวัดใหญ ก็ควรไปพบแพทยทันที จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
8.
7. หากเราเปนกลุมเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง และยังไมติดเชื้อ
เราควรตองปองกัน อะไรเปนพิเศษ (เชน การสวมใสหนาการอนามัย) หรือไม? ตอบ ไมจําเปนตองปองกันอะไรเพิ่มเติมเปนพิเศษ และไมจําเปนตองสวมใสหนากากอนามัยในที่ชุมชน เนื่องจากหนากากอนามัยไมสามารถปองกันการติดเชื้อได หนากากอนามัยเปนเพียงเครื่องมือที่ปองกันการ แพรกระจายของเชื้อ (นั่นคือ ผูท่ควรสวมใสคือผูปวย) ี การลางมือบอยๆ และการหลีกเลี่ยงการขยี้ตา แคะจมูก หรือนํานิ้วเขาปาก เพื่อลดโอกาสการนําเชื้อจาก มือเขาสูรางกายเปนมาตรการในการปองกันโรคที่สําคัญในกลุมผูที่ยังไมปวย นอกจากนี้ กลุมประชากรกลุมเสี่ยง โดยเฉพาะผูที่มีภูมิตานทานต่ํามากๆ ควร 1. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือสถาานที่ที่อากาศถายเทไมสะดวก 2. หลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมผูปวยที่สงสัยวาจะปวยดวยไขหวัดใหญ 8. หากเราไมใชกลุมเสี่ยง แปลวาเราจะไมมีโอกาสเสียชีวิตใชหรือไม ตอบ ไมใช ผูปวยที่ไมไดจัดอยูในกลุมเสี่ยงก็มีโอกาสเสียชีวิตเชนกัน แตโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต ในกลุมที่ไมไดมีความเสี่ยงจะต่ํากวากลุมเสี่ยง ขอมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงวารอยละ 30 ของผูที่ เสียชีวิตทั้งหมดเปนผูที่ไมไดจัดอยูในกลุมเสี่ยง และมีสุขภาพแข็งแรงกอนที่จะปวยดวยไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 9. ยาตานไวรัสโอเซลทามิเวียรในไทย ขณะนี้มีพอเพียงหรือไม ตอบ ในปจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรคไดสํารองยาตานไวรัสโอโซลทามิเวียรไวจํานวนหนึ่ง (ประมาณ 400,000 เม็ด) และมีแผนจะจัดซื้อเพิ่มตามความจําเปน ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขไดสํารองยาไว เพียงพอสําหรับการใชกับผูปวยที่จําเปนตองไดรับยา ตามแนวทางการใชยาตานไวรัสที่ไดกลาวถึงแลวขางตน (ขอ 2) 10. สมาชิกในครอบครัวที่สบายดี ไมปวย ควรใสหนากากอนามัยหรือไม ตอบ ผูที่ควรสวมใสหนากากอนามัยคือผูปวย เนื่องจากการใสหนากากอนามัยสามารถปองกันการกระจาย ของน้ํามูกและน้ําลายเวลาที่ผูปวยไอหรือจามไดดี กระทรวงสาธารณสุขไมแนะนําใหสวมใสหนากากอนามัยในผูที่ ยังไมมีอาการปวย จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
9.
11. หากมีสมาชิกในครอบครัวปวยเปนไขหวัดใหญสายพันธุใหม ควรนําสมาชิกคนอื่นๆ
ที่ ยังไมปวยไปฉีดวัคซีนหรือไม ตอบ ในปจจุบัน ยังไมมีวัคซีนที่สามารถปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได วัคซีน ปองกันโรคไขหวัดใหญตามฤดูกาลไมสามารปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได ซึ่งคาดวา ประเทศไทยนาจะมีวัคซีนปองกันไขหวัดใหญสายพันธุใหม ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อยางเร็วที่สุดในชวงปลายป พ.ศ. 2552 อยางไรก็ดี การฉีดวัคซีนไขหวัดใหญประจําฤดูกาลก็ยังเปนสิ่งที่จําเปนสําหรับกลุมเสี่ยง แตตองเขาใจวา การฉีดวัคซีนที่แนะนํานี้ เปนการฉีดเพื่อปองกันไขหวัดใหญประจําฤดูกาล ไมใชเพื่อปองกันไขหวัดใหญสายพันธุ ใหม จัดทําโดย สํานักจัดการความรู กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ www.kmddc.go.th
Download