Respiratory distress Dr.Rapeeporn Rojsaengroeng Emergency Department  Ramathibodi Hospital
การหายใจ (respiration) การแลกเปลี่ยนแกส โดยรับออกซิเจนจากอากาศภายนอกและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียที่เกิดจาก metabolism ออกไปจากร่างกาย
สาเหตุ ระดับปอด  ระดับเส้นเลือดฝอย  การแลกเปลี่ยนระดับเซล
 
Respiratory failure
การรักษา การดูแลระดับปอด การดูแลแลกเปลี่ยนแกสในถุงลม การดูแลระดับเซล
การดูแลระดับปอด
การดูแลแลกเปลี่ยนแกสในถุงลม
การดูแลระดับเซล
Case  ชายอายุ 60 ปีมาด้วยหอบเหนื่อย  RR=36/min Lung- wheeze ,O2sat(RA) =80%
Hypoxic-Hypercapnic respiratory failure ABG- pH=7.2, PaO2=45,PaCO2=90 Hypoxic RF -  open airway, O2, ventilator Hypercapnic RF - ventilator
COPD
เป็น   irreversible airflow obstruction ที่มี ปฎิกิริยาอักเสบในปอดอย่างต่อเนื่อง
 
 
 
 
 
Drug  Beta2 agonist Anticholinergic drug Steroid Tiotropium
 
 
 
 
 
 
การรักษาที่ลดอัตราตาย การหยุดสูบบุหรี่และให้ long term oxygen therapy   Indications of LTOT -PaO2 <  55 /O2 SAT < 88% PaO2 = 56-59 /O2 SAT= 89%   +  Cor Pulmonale
 
ภาวะแทรกซ้อน   Pneumothorax cor pulmonale ซึ่งจะมีภาวะเลือดข้น มีความดันในหลอดเลือดดำสูง   pulm.embolism
Asthma
Asthma   สัมผัสกับสารภูมิแพ้อันจะกระตุ้นให้มีการอักเสบของหลอดลมจนกระทั่งเกิดภาวะหลอดลมตีบขึ้น
 
 
 
 
 
Airway remodeling พบใน chronic asthma
 
 
 
 
การรักษา Controller - steroid -Long acting ß2 agonist -theophylline - leukotriene modifier   reliever medication ß2 agonist Long acting ß2 agonist
Acute treatment
Maintenance treatment
 
 
 
 
 
 
Community- acquired pneumonia
ปอดอักเสบอันเนื่องจากการติดเชื้อจุลินทรีย์นอกโรงพยาบาล   เกณฑ์การวินิจฉัยปอดอักเสบชุมชนนี้จะไม่รวมถึงปอดอักเสบในผู้ป่วยที่เพิ่งจำหน่ายจากโรงพยาบาล ภายในเวลาไม่เกิน   3  สัปดาห์ และยังไม่ครอบคลุมผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง (immuno-compromised host)
การพิจารณารับผู้ป่วยเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาล  มีดังนี้ 1. ปอดอักเสบที่มีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย เช่น มีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด หรือ มีโพรงฝีในปอด เป็นต้น 2. พบว่าอาการของโรคประจำตัวเดิมกำเริบมากขึ้น   3. ไม่สามารถรับประทานยาได้สม่ำเสมอ  4. มีข้อบ่งชี้หลายข้อตามเกณฑ์การประเมินของ  PSI  หรือ  CURB-   65
PSI   score (pneumonia severity index score)
 
CURB-   65   confusion( สับสน ) BUN >20  มก / ดล respiratory rate >30  ครั้ง / นาที low blood pressure  (systolic<90  มม . ปรอท   /  diastolic<60  มม . ปรอท ) age >65  ปี
เกณฑ์ - 0-1  ข้อ สามารถให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลได้ 2  ข้อ รับตัวไว้ในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล 3   ข้อ รับตัวไว้ในหอผู้ป่วยไอซียู
การพิจารณารับผู้ป่วยเพื่อรักษาตัวในหอผู้ป่วยไอซียู
 
การรักษา แพทย์ควรให้ยาต้านเชื้อแก่ผู้ป่วยปอดอักเสบโดยไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อเพราะมักเพาะเชื้อไม่ขึ้นและใช้เวลานานกว่าจะทราบผล
 
 
 
ระยะเวลาการให้ยา ควรเริ่มให้ยาต้านเชื้อภายใน 4-8 ชั่วโมงแรกในห้องฉุกเฉิน พบว่าการรีบให้ยาจะช่วยลดระยะเวลาการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่ไม่ลดความรุนแรงของโรค  ดังนั้นทางสมาคมจึงระบุว่าควรให้ยาเร็วที่สุดเท่าที่วินิจฉัยโรคได้และควรตัดสินใจเริ่มให้ยาต้านเชื้อที่ห้องฉุกเฉิน โดยทั่วไปมักให้ยานาน 7–10 วันหรือจนกว่าไข้ลดลงมากกว่า  2-3 วัน
Hemoptysis Massive hemoptysis  หมายถึง อาการไอมีเลือดออก >600 มล ./ วัน หรือ  200 มล ./ ครั้ง
 
 
การรักษา ในภาวะ massive hemoptysis ควรรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลโดยให้อยู่ในหอ ICU   ถ้ามี active massive hemoptysis และอาการทางคลินิคไม่คงที่ให้ใส่ท่อ ET tube ขนาดตั้งแต่เบอร์ 8 ขึ้นไปหรือใส่ double lumen endotracheal tube
 
 
pneumothorax   Spontaneous pneumothorax - primary  และ secondary   traumatic  pneumothorax
primary spontaneous pneumothorax   มักพบในผู้ชายอายุน้อยและรูปร่างสูง  อาจมีปัจจัยเสี่ยงคือ สูบบุหรี่  ,marfan’s syndrome หรือ   mitral valve prolapse เกิดจาก  subpleural bulla ที่ lung apex จนมีลมรั่วเข้าสู่โพรงเยื่อหุ้มปอด
secondary spontaneous pneumothorax   เกิดในผู้ป่วยที่มีโรคปอดอยู่เดิมเช่น  COPD   , อาจเกิดในมะเร็งที่มีการกระจายมาสู่ปอด   เป็นต้น
อาการ   เจ็บหน้าอกแปล๊บโดยเฉพาะขณะหายใจเข้า ขณะพัก  เหนื่อยง่าย
ถ้าสงสัย pneumothorax แต่  CXR   - AP ไม่พบความผิดปกติให้ทำ -expiratory CXR   -lateral decubitus  ( เอาข้างที่ลมรั่วขึ้นข้างบน )
การคำนวณปริมาณลมในโพรงเยื่อหุ้มปอดมี  2 แบบ ดังนี้
 
 
 
การรักษา primary   spontaneous pneumothorax   <20% ของ hemithorax ให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างเดียว  - อัตราการดูดซึมลมหายไปวันละ 1-2% แต่ถ้าใช้ O2100% จะทำให้อัตราการดูดซึมเพิ่มเป็น 4 เท่า  ควรเฝ้าดูอาการนาน 6 ชั่วโมงและ CXR ก่อนกลับ   >  20%  ให้ใช้เข็มเจาะออก แล้วดูอาการ 6 ชั่วโมงจากนั้น  CXR ก่อนกลับ
ICD ดูดลมได้มากกว่า  2.5 ลิตร / ปอดไม่ขยายตัวหลังเจาะปอดก็ควรใส่ ICD ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็ก   ( ขนาด  7F-14F)  Primary spont pneumothorax มีโอกาสเกิดซ้ำ 1/3(16-50%)   ดังนั้นอาจรอแตกครั้งที่ 2 ค่อยพิจารณาใส่ ICD
Secondary spont pneumothorax   มีโอกาสเกิดซ้ำ 39-47%  ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต จึงแนะนำให้ใส่ ICD( ขนาด  20-28F) ทุกราย ตั้งแต่แตกครั้งแรกและทำ pleurodesis   ถ้าลมรั่วจาก ICD นานมากกว่า 4-7 วันแสดงว่า ต้องได้รับการผ่าตัดต่อไป
 
Pleural fluid   Transudate และ Exudates  Transudative pleural effusion เกิดจากเพิ่ม hydrostatic pressure หรือลด oncotic pressure ของหลอดเลือดที่เยื่อหุ้มปอด   Exudative effusion มีโปรตีนมากในน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอดซึ่งเกิดจากเยื่อหุ้มปอดอักเสบจึงเกิดการรั่วของสารน้ำเข้าโพรงเยื่อหุ้มปอด
 
Light’s criteria มีความไวในการวินิจฉัย  98%  โดยถ้ามีข้อบ่งชี้ดังนี้ >  1  ข้อแสดงว่าเป็น exudate คือ  Protein-pl/ protein-se >0.5 LDH-pl/ LDH-se >0.6 LDH-pl > 2/3 upper limit of normal LDH-se
Amylase  สูงใน pleural effusion แสดงว่ามี esophageal rupture หรือ ตับอ่อนอักเสบ หรือพบในมะเร็งปอด ( พบได้  10%) เป็นต้น  ถ้าพบ adenosine deaminase  สูง >45 IU/L- TB pleura สำหรับ cytology ใน pleural effusion พบเซลมะเร็งได้ถึง 40- 87% ถ้ามี Hct   ของ pleural fluid >50% ของในเลือดแสดงว่าเป็น hemothorax
 
การรักษา ถ้ามีการเจาะเอาน้ำออก >1500 มลก็มีโอกาสเกิด Postexpansion pulm. Edema ได้  ถ้าเป็น loculated effusion ก็ควรใช้ streptokinase  หรือ urokinase ฉีดเข้าโพรงเยื่อหุ้มปอด Pleural fluid ที่มี   pH<7.0,LDH สูง และน้ำตาล < 50 มก / ดล .  แสดงว่าเป็น parapneumonic effusion ที่จำเป็นต้องให้การรักษาด้วยการใส่ ICD
Before  Valentine’s day
Pulm. embolism
อาการ ไอเป็นเลือด หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอกซึ่งมักเป็นอาการของโรคอื่นได้ด้วย DVT +hypoxia + wide A-a gradient
การตรวจสืบค้น 1.D-dimer เพื่อ rule out  2.CXR   มักพบว่าปกติ 3.V/Q scan   4.pulmonary angiography  ถือเป็น gold standard ในการวินิจฉัยโรค 5.  spiral CT angiogram 6. ECG มักพบหัวใจเต้นเร็ว และ   nonspecific ST-T wave abnormalities   การพบ   S1-Q3-T3 ไม่จำเพาะต่อโรค
การรักษา Thrombolytic therapy   ใช้เมื่อมี massive PE   ที่มาด้วยความดันโลหิตต่ำหรือ   right ventricular dysfunction   สามารถลดอัตราตายลงได้ 50%  LMW-heparin Heparin IV drip

TAEM10:Respiratory distress