More Related Content
PDF
3 กฎของชาร์ล กฎของเกย์ลูสแซก PDF
1 บทนำ แก๊สและสมบัติของแก๊ส PDF
PDF
PDF
การใช้ยาในเด็ก (Drugs in Pediatrics) PDF
SฺBAR เอสบา การสื่อสารอย่างปลอดภัย DOC
PPTX
What's hot
PPT
PDF
PDF
DOCX
ส่วนที่ 3 โครงการ (ตัวอย่างจากปี 53) PDF
ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน PDF
PDF
PPT
DOC
DOC
PDF
Casestudy การศึกษารายกรณี PDF
ความสัมพันธ์ระหว่าง ความต่างศักย์ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และ ความต้านทานไฟฟ้า PPT
PPTX
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น วิชา camping PDF
PPTX
หน่วยที่ 1 ลักษณะและการจัดระเบียบทางสังคม ความหมายทางสังคม PDF
บทที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต PPTX
PDF
PDF
การรักษาดุลยภาพของร่างกาย Similar to ภูมิแพ้
PDF
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๕๔) PDF
แนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย 2554 PDF
Cpg Allergic Rhinitis 2011 PDF
PDF
Allergy โรคภูมิแพ้ หรือ โรคแพ้อากาศ แก้ได้.pdf PDF
PDF
PDF
เอกสารนำเสนอผลิตภัณฑ์NutriliteClearComplexInfo.pdf PDF
Current practice and guidance in allergic rhinitis management DOC
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Current Practice and Guidance in Allergic Rhinitis Management PPTX
PDF
More from Prachaya Sriswang
PDF
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
การเตรียมพร้อมก่อนวัยเกษียณอย่างมีความสุข.1 PPTX
PPTX
PDF
PPTX
PPT
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PDF
ภูมิแพ้
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
- 7.
- 8.
- 9.
- 10.
- 11.
- 12.
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
- 17.
1. การเกิดอาการชนิดครั้งคราว คือมีอาการ
น้อยกว่า 4 วันใน 1 สัปดาห์
2. การเกิดอาการชนิดเรื้อรัง คือ มีอาการ
มากกว่าหรือเท่ากับ 4 วันใน 1 สัปดาห์
ชนิดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
21-Jul-14 17
- 18.
- 19.
- 20.
- 21.
หลักการรักษา มีอยู่ 3ขั้นตอน
1.การหลีกเลี่ยง หรือกาจัดสิ่งที่แพ้
2.การใช้ยาบรรเทาอาการ
3.การฉีดวัคซีน
21-Jul-14 21
- 22.
- 23.
Editor's Notes
- #7 มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย คันในจมูก และมีเสมหะไหลลงคอ โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นตลอดปี หรือเพียงบางฤดูกาลก็ได้ โดยเฉพาะฤดูฝนหรือฤดูหนาว
บางรายอาจมีอาการทางตาร่วมด้วย เช่น คันตา เคืองตา ตาบวม น้ำตาไหล อันเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุภายในตา ส่วนใหญ่มักมีอาการเฉพาะบางเวลา เช่น ตอนเช้าหรือกลางคืน ประมาณวันละ1-2 ชั่วโมง
- #18 การเกิดอาการชนิดครั้งคราว คือ มีอาการน้อยกว่า 4 วันใน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการเป็นๆหายๆติดต่อกันน้อยกว่า 4 สัปดาห์ใน 1 ปี
การเกิดอาการชนิดเรื้อรัง คือ มีอาการมากกว่าหรือเท่ากับ 4 วันใน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการเป็นบ่อยเรื้อรังติดต่อกันมากกว่าหรือเท่ากับ 4 สัปดาห์ใน 1 ปี
- #22 1. การหลีกเลี่ยง หรือกำจัดสิ่งที่แพ้
เป็น การรักษาที่สำคัญที่สุด โดยหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ หรือกำจัด หรือลดปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เหลือน้อยที่ สุด โดยเฉพาะในห้องนอนซึ่งผู้ป่วยต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนี้ 6–8 ชั่วโมง ต่อวัน แนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตว่า สารหรือภาวะแวดล้อมอะไร ที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตาม บางครั้งการหลีกเลี่ยง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยากในชีวิตประจำวัน
2. การใช้ยาบรรเทาอาการ เช่น
ยา ต้านฮิสตะมีน ซึ่งจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อให้ยา ก่อนที่จะสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ การใช้ยากลุ่มนี้ แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก และมีอาการเพียงครั้งคราว
- ยาหดหลอดเลือด มีทั้งในรูปรับประทาน และใช้เฉพาะที่ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และเนื้อเยื่อในจมูกยุบบวม ทำให้อาการคัดจมูกน้อยลง
ยาสตีรอยด์ สามารถให้ได้ในรูปรับประทาน และใช้เฉพาะที่ โดยชนิดรับประทานมีข้อบ่งชี้ในการใช้รักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คือ
• ในรายที่มีอาการคัดจมูกมาก ซึ่งทำให้การใช้ ยาสตีรอยด์พ่นจมูกได้ผลไม่ดี เนื่องจากยาไม่สามารถเข้าไปในจมูกได้ทั่วถึง
• ในรายที่มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ร่วมด้วย
• ในรายที่มีริดสีดวงจมูกเล็กๆ ร่วมด้วย เพื่อทำให้ริดสีดวงจมูกยุบ
• ในรายที่มีเยื่อบุจมูกเสียเนื่องจากการใช้ ยาหดหลอดเลือดชนิดใช้เฉพาะที่นานเกินไป
ยา สตีรอยด์ชนิดรับประทานมีข้อดีเหนือยาสตีรอยด์เฉพาะที่คือ มีผลต่อทุกส่วนของจมูกและโพรงอากาศข้างจมูก แต่อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้มาก จึงไม่ควรใช้ นานเกิน 14 วัน ส่วนยาสตีรอยด์เฉพาะที่ที่ใช้ในจมูกถือเป็นการรักษามาตรฐานของโรคนี้ โดยเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มากที่สุด ดังนั้นจึงใช้ยานี้ในการรักษาและป้องกันอาการ การใช้ยาสตีรอยด์เฉพาะที่ควรใช้ต่อเนื่องกันจึงจะได้ผลดี ในการคุมอาการของผู้ป่วย องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้ใช้ยานี้เป็นยาชนิดแรกในการรักษาผู้ป่วยที่มี อาการของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แบบอาการปานกลางถึงมาก หรือ รายที่มีอาการตลอดเวลา หรือในรายที่มีอาการคัดจมูกเป็นอาการเด่น
3. การฉีดวัคซีน (allergen immunotherapy)
เป็น การฉีดสารก่อภูมิแพ้ ที่คิดว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการ เข้าไปในร่างกายทีละน้อย โดยฉีดเข้าในผิวหนัง (intradermal) หรือใต้ผิวหนัง (subcutaneous) แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนจนได้ขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยรับได้
ข้อบ่งชี้ในการพิจารณาให้การรักษาโดยวิธีนี้คือ
ผู้ป่วยแพ้สารก่อภูมิแพ้ ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
ผู้ป่วยมีอาการมาก โดยมีอาการตลอดปี และเป็นมานานไม่ต่ำกว่า 1 – 2 ปี หรือมีอาการของโรคหืดร่วมด้วย
ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา หรือไม่สามารถทนอาการข้างเคียงของยาเหล่านั้นได้
การ ฉีดวัคซีนนี้เป็นวิธีเดียว ที่มีแนวโน้มว่าจะรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ให้หายได้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์ระดับภูมิคุ้มกัน องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีน ในระยะแรกของโรค เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อลดผลข้างเคียงจากการใช้ยา และป้องกันไม่ให้อาการของโรคที่เป็นอยู่รุนแรง และป้องกันไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนจากโรคตามมา
นอกจากการให้วัคซีนโดยวิธีฉีดแล้ว มีรายงานว่าการให้วัคซีน ทางจมูก หรือหยดใต้ลิ้น ก็ได้ผลดีเช่นกัน
- #23 1. การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการคัดจมูก ในรายที่เยื่อบุจมูกมีการหนาตัวขึ้นอย่างมาก อาจทำให้มีอาการคัดจมูกตลอดเวลา ซึ่งอาจรักษาโดยการ ทำลายเยื่อบุจมูก เพื่อให้เกิดพังผืด หดดึงรั้ง ทำให้เยื่อบุจมูกยุบตัว จมูกโล่งขึ้น อาจทำโดยใช้จี้ไฟฟ้า , เลเซอร์ หรือใช้คลื่นวิทยุ หรือใช้เครื่องปั่น ตัด ดูด (microdebrider) ตัดเนื้อเยื่อจมูกใต้เยื่อบุจมูกออกบางส่วน
การ ตัดกระดูกด้านข้างโพรงจมูกออก โดยอาจตัดเอาเยื่อบุที่หนาตัว หรือกระดูกด้านข้างโพรงจมูก ออกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเอาออกทั้ง 2 อย่าง จะทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้น