ั      ่
            รู้กนดีอยูแล้วว่า โรคถุงลมโป่ งพอง เกิดขึ้นเพราะมีสาเหตุสาคัญมาจากการ
สู บบุหรี่ แล้วคุณรู ้จก โรคถุงลมโป่ งพอง ดีแล้วหรื อยัง วันนี้ กระปุกดอทคอม มีขอมูล
                         ั                                                      ้
เรื่ อง โรคถุงลมโป่ งพอง มาฝากกัน
            โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นสาเหตุการเสี ยชีวิตลาดับที่ 6 ของประชากรทัวโลก
                                                                              ่
ในปี ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) และเป็ นลาดับที่ 5 ในปี ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544) ซึ่ งองค์การ
อนามัยโลก ประมาณการว่า ทัวโลกมีผป่วยเสี ยชีวตจาก โรคถุงลมโป่ งพอง ประมาณปี
                                 ่        ู้        ิ
                                     ่
ละ 3 ล้านคน และมีการคาดการณ์วา ในปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) โรคถุงลมโป่ งพอง จะ
ขยับขึ้นมาเป็ นสาเหตุการเสี ยชีวิตของประชากรโลกในลาดับที่ 4
            สาหรับในประเทศไทย โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นปัญหาสาธารณสุ ขที่เป็ น
สาเหตุการเสี ยชีวตในลาดับต้น ๆ ของคนไทย ประมาณการว่ามีผป่วยเสี ยชีวิตด้วย โรค
                    ิ                                               ู้
ถุงลมโป่ งพอง ประมาณปี ละ 15,000 คน และในจานวนผูสูบบุหรี่ 10 ล้านคน จะมี
                                                            ้
ผูป่วยด้วย โรคถุงลมโป่ งพอง 1 ล้านคน ในจานวนนี้ 3 แสนคน มีอาการชัดเจนที่
   ้
ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
สาหรับสาเหตุการเกิด โรคถุงลมโป่ งพอง ร้อยละ 90 มาจาก
การสูบบุหรี่ มีเพียงส่ วนน้อยที่เป็ นความผิดปกติแต่กาเนิดจากการขาด
                                           ู้ ่
เอนไซม์ โดย โรคถุงลมโป่ งพอง นี้ผที่อยูในกลุ่มเสี่ ยงส่ วนใหญ่จะ
เป็ นผูติดบุหรี่ ผูที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็ น โรคถุงลมโป่ งพอง ได้ทุกคน
       ้           ้
                                ่ ั
ต่างกันที่ชาหรื อเร็ ว ขึ้นอยูกบระยะเวลาในการสูบบุหรี่ และปริ มาณ
            ้
การตอบสนองของร่ างกายต่อควันบุหรี่ และพันธุกรรม เช่น โรคหอบ
                                                ่
หื ด โรคภูมิแพ้ หรื อบิดามารดาเป็ นโรคนี้อยูแล้ว ฯลฯ
่
ผูที่เป็ น โรคถุงลมโป่ งพอง ในขั้นต้นจะไม่คอยปรากฎอาการมากนั้น โดยมีอาการ
  ้
ทัวไปคือ ไอเรื้ อรัง มีเสมหะ เป็ นหวัดง่าย เหนื่อย คออักเสบ หลอดลมอักเสบบ่อย ๆ
    ่
และหายยาก ต่อมาจะหอบเหนื่อย เพราะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หายใจมีเสี ยง
หายใจลาบาก เพราะหลอดลมตีบขึ้น อาการจะมากขึ้นตามการเสื่ อมของถุงลมในปอด
               ในรายที่เป็ นมากจะมีอาการหอบเหนื่อยมาก จนไม่สามารถทางาน เดิน หรื อ
ใช้ชีวตประจาวันตามปกติได้ ต้องนอนพักให้ออกซิเจนตลอดเวลา เพราะมีภาวะ
         ิ
ออกซิเจนในเลือดต่า สร้างความทุกข์ทรมานให้ผป่วยเป็ นอย่างยิง รวมทั้งญาติพนอง
                                                   ู้         ่            ่ี ้
                                                          ่
และผูพบเห็นต้องทุกข์ใจเช่นกัน อาการหอบเหนื่อยที่มีอยูตลอดเวลาจะสร้างความ
           ้
ทุกข์ทรมานให้ผป่วยจนกว่าจะเสี ยชีวต และผูป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง เหล่านี้จะ
                    ู้                  ิ      ้
เสี ยชีวตจากโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ภาวะการหายใจวายและภาวะหัวใจวาย
             ิ
ขั้นที่ 1 เป็ นขั้นที่มีปัจจัยเสี่ ยงและเริ่ มมีการอุดกั้นของหลอดลมเล็ก ๆ ซึ่งเป็ นระยะ
ที่ผป่วยยังไม่มีอาการ และพยาธิ สภาพที่เกิดขึ้นในหลอดลมเล็ก ๆ เหล่านั้น สามารถ
    ู้
                       กลับคืนสู่ ปกติได้เมื่อหยุดบุหรี่ สาเร็ จ


 ขั้นที่ 2 มีการอุดกั้นของหลอดลมและความเสื่ อมของถุงลมชัดเจน โดยทราบได้
  จากการตรวจสมรรถภาพปอด ในขั้นนี้ผป่วยจะมีอาการไอและเหนื่อยไม่มาก
                                  ู้
ขั้นที่ 3 ผูป่วยจะมีอาการไอและเหนื่อยมากขึ้น ผลการตรวจสมรรถภาพ
             ้
                          ปอดเสื่ อมลงอีก


ขั้นที่ 4 ผูป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง จะมีการเสื่ อมของหลอดลมและถุงลมมาก
            ้
มีภาวะการหายใจวายและหัวใจวายเกิดขึ้น ระยะนี้ผป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง
                                             ู้
                    จาเป็ นต้องพึ่งออกซิ เจน
ปั จจุบนยังไม่มีการรักษาใดที่สามารถทาให้ โรคถุงลมโป่ งพอง หายได้ แต่
                ั
การใช้ยาจะช่วยให้ผป่วยมีอาการดีข้ ึนและปอดถูกทาลายช้าลง โดยยาที่รักษา โรคถุง
                    ู้
                                 ลมโป่ งพอง คือ

                              ยาขยายหลอดลม
       มีท้ งชนิดกิน ฉี ด และพ่น ปั จจุบนนิยมใช้ยาพ่นที่ออกฤทธิ์ นาน ส่ วนยาพ่น
            ั                           ั
                 ชนิ ดออกฤทธิ์ เร็ วมักใช้ในกรณี ที่ผป่วยเริ่ มหอบ
                                                     ู้
ยาสเตียรอยด์
        มักใช้ในกรณี ที่ผป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง มีอาการรุ นแรง หรื อมีอาการหลอดลม
                         ู้
 อักเสบร่ วมด้วย เพราะยาสเตียรอยด์ออกฤทธิ์ ตานการอักเสบได้ดี แต่ไม่นิยมใช้ต่อเนื่อง
                                             ้
เป็ นเวลานาน เพราะมีผลข้างเคียงมาก ปั จจุบนนิ ยมใช้ยาสเตียรอยด์ชนิ ดพ่นมากกว่าชนิด
                                           ั
                                 รับประทานหรื อฉี ด


                                   ยาปฏิชีวนะ
       จะใช้กรณี พบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ พบการอักเสบ
   ของหลอดลม โดยผูป่วยจะไอมีเสมหะมากขึ้น และเสมหะเปลี่ยนจากสี ขาวเป็ นสี
                    ้
                       เหลือง หรื อสี เขียว หรื อเป็ นหนอง
ยาละลายเสมหะ
      ใช้เมื่อมีเสมหะเหนียว และมีเสมหะมาก ผูป่วยควรทานน้ าให้มากขึ้น เพราะ
                                               ้
                  น้ าเป็ นตัวละลายความเหนียวของเสมหะได้ดีที่สุด




           โรคถุงลมโป่ งพอง สามารถป้ องกันได้ดวยการงดสู บบุหรี่ รวมทั้ง
                                                ้
                                    ่
หลีกเลี่ยงการทางาน และการเข้าไปอยูในบริ เวณที่มีควันพิษ หรื อในที่ที่มีผสูบบุหรี่
                                                                         ู้
         ่
และแม้วา โรคถุงลมโป่ งพอง นี้ จะทาให้เกิดโรคเมื่อมีอายุมากก็ตาม แต่ผที่เสี่ ยงต่อ
                                                                      ู้
การเกิดโรคควรรับการตรวจสมรรถภาพปอด เพราะหากตรวจพบ โรคถุงลมโป่ ง
พอง ในระยะเริ่ มแรกก็อาจหลีกเลี่ยง หรื อป้ องกันได้
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) และองค์การโรคถุงลมโป่ งพองแห่งโลก
(Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease-GOLD) ได้ กาหนดให้ มี วัน
รณรงค์ ถุงลมโป่ งพองโลก หรือ World COPD Day ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 2 ของเดือน
พฤศจิกายนของทุกปี โดยวันถุงลมโป่ งพองโลก เริ่ มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.2002 (พ.ศ.2545)
โดยมีจุดประสงค์ในการกาหนด วันรณรงค์ถุงลมโป่ งพองโลก เพื่อกระตุนเตือนให้บุคลากร
                                                                     ้
ทางการแพทย์ และการสาธารณสุ ขที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่า โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นปั ญหา
ทางสาธารณสุ ขของประเทศที่สาคัญโรคหนึ่ง อันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ ผูป่วยด้วย โรคถุง
                                                                       ้
ลมโป่ งพอง นี้ตองทุกข์ทรมานจากอาการไอเรื้ อรัง เหนื่อย และหายใจลาบาก เนื่องจากความ
                 ้
เสื่ อมของถุงลมและปอด ซึ่ งควรจะได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้มีคุณภาพ
        นอกจากนี้เป็ นการกระตุนให้ประชาชนตระหนัก และรับรู ้พิษภัยของการสู บบุหรี่ ซึ่ ง
                               ้
เป็ นสาเหตุสาคัญที่ก่อให้เกิด โรคถุงลมโป่ งพอง
โรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง

  • 2.
    ่ รู้กนดีอยูแล้วว่า โรคถุงลมโป่ งพอง เกิดขึ้นเพราะมีสาเหตุสาคัญมาจากการ สู บบุหรี่ แล้วคุณรู ้จก โรคถุงลมโป่ งพอง ดีแล้วหรื อยัง วันนี้ กระปุกดอทคอม มีขอมูล ั ้ เรื่ อง โรคถุงลมโป่ งพอง มาฝากกัน โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นสาเหตุการเสี ยชีวิตลาดับที่ 6 ของประชากรทัวโลก ่ ในปี ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) และเป็ นลาดับที่ 5 ในปี ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544) ซึ่ งองค์การ อนามัยโลก ประมาณการว่า ทัวโลกมีผป่วยเสี ยชีวตจาก โรคถุงลมโป่ งพอง ประมาณปี ่ ู้ ิ ่ ละ 3 ล้านคน และมีการคาดการณ์วา ในปี ค.ศ.2030 (พ.ศ.2573) โรคถุงลมโป่ งพอง จะ ขยับขึ้นมาเป็ นสาเหตุการเสี ยชีวิตของประชากรโลกในลาดับที่ 4 สาหรับในประเทศไทย โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นปัญหาสาธารณสุ ขที่เป็ น สาเหตุการเสี ยชีวตในลาดับต้น ๆ ของคนไทย ประมาณการว่ามีผป่วยเสี ยชีวิตด้วย โรค ิ ู้ ถุงลมโป่ งพอง ประมาณปี ละ 15,000 คน และในจานวนผูสูบบุหรี่ 10 ล้านคน จะมี ้ ผูป่วยด้วย โรคถุงลมโป่ งพอง 1 ล้านคน ในจานวนนี้ 3 แสนคน มีอาการชัดเจนที่ ้ ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
  • 3.
    สาหรับสาเหตุการเกิด โรคถุงลมโป่ งพองร้อยละ 90 มาจาก การสูบบุหรี่ มีเพียงส่ วนน้อยที่เป็ นความผิดปกติแต่กาเนิดจากการขาด ู้ ่ เอนไซม์ โดย โรคถุงลมโป่ งพอง นี้ผที่อยูในกลุ่มเสี่ ยงส่ วนใหญ่จะ เป็ นผูติดบุหรี่ ผูที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็ น โรคถุงลมโป่ งพอง ได้ทุกคน ้ ้ ่ ั ต่างกันที่ชาหรื อเร็ ว ขึ้นอยูกบระยะเวลาในการสูบบุหรี่ และปริ มาณ ้ การตอบสนองของร่ างกายต่อควันบุหรี่ และพันธุกรรม เช่น โรคหอบ ่ หื ด โรคภูมิแพ้ หรื อบิดามารดาเป็ นโรคนี้อยูแล้ว ฯลฯ
  • 4.
    ่ ผูที่เป็ น โรคถุงลมโป่งพอง ในขั้นต้นจะไม่คอยปรากฎอาการมากนั้น โดยมีอาการ ้ ทัวไปคือ ไอเรื้ อรัง มีเสมหะ เป็ นหวัดง่าย เหนื่อย คออักเสบ หลอดลมอักเสบบ่อย ๆ ่ และหายยาก ต่อมาจะหอบเหนื่อย เพราะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หายใจมีเสี ยง หายใจลาบาก เพราะหลอดลมตีบขึ้น อาการจะมากขึ้นตามการเสื่ อมของถุงลมในปอด ในรายที่เป็ นมากจะมีอาการหอบเหนื่อยมาก จนไม่สามารถทางาน เดิน หรื อ ใช้ชีวตประจาวันตามปกติได้ ต้องนอนพักให้ออกซิเจนตลอดเวลา เพราะมีภาวะ ิ ออกซิเจนในเลือดต่า สร้างความทุกข์ทรมานให้ผป่วยเป็ นอย่างยิง รวมทั้งญาติพนอง ู้ ่ ่ี ้ ่ และผูพบเห็นต้องทุกข์ใจเช่นกัน อาการหอบเหนื่อยที่มีอยูตลอดเวลาจะสร้างความ ้ ทุกข์ทรมานให้ผป่วยจนกว่าจะเสี ยชีวต และผูป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง เหล่านี้จะ ู้ ิ ้ เสี ยชีวตจากโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ภาวะการหายใจวายและภาวะหัวใจวาย ิ
  • 5.
    ขั้นที่ 1 เป็นขั้นที่มีปัจจัยเสี่ ยงและเริ่ มมีการอุดกั้นของหลอดลมเล็ก ๆ ซึ่งเป็ นระยะ ที่ผป่วยยังไม่มีอาการ และพยาธิ สภาพที่เกิดขึ้นในหลอดลมเล็ก ๆ เหล่านั้น สามารถ ู้ กลับคืนสู่ ปกติได้เมื่อหยุดบุหรี่ สาเร็ จ ขั้นที่ 2 มีการอุดกั้นของหลอดลมและความเสื่ อมของถุงลมชัดเจน โดยทราบได้ จากการตรวจสมรรถภาพปอด ในขั้นนี้ผป่วยจะมีอาการไอและเหนื่อยไม่มาก ู้
  • 6.
    ขั้นที่ 3 ผูป่วยจะมีอาการไอและเหนื่อยมากขึ้นผลการตรวจสมรรถภาพ ้ ปอดเสื่ อมลงอีก ขั้นที่ 4 ผูป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง จะมีการเสื่ อมของหลอดลมและถุงลมมาก ้ มีภาวะการหายใจวายและหัวใจวายเกิดขึ้น ระยะนี้ผป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง ู้ จาเป็ นต้องพึ่งออกซิ เจน
  • 7.
    ปั จจุบนยังไม่มีการรักษาใดที่สามารถทาให้ โรคถุงลมโป่งพอง หายได้ แต่ ั การใช้ยาจะช่วยให้ผป่วยมีอาการดีข้ ึนและปอดถูกทาลายช้าลง โดยยาที่รักษา โรคถุง ู้ ลมโป่ งพอง คือ ยาขยายหลอดลม มีท้ งชนิดกิน ฉี ด และพ่น ปั จจุบนนิยมใช้ยาพ่นที่ออกฤทธิ์ นาน ส่ วนยาพ่น ั ั ชนิ ดออกฤทธิ์ เร็ วมักใช้ในกรณี ที่ผป่วยเริ่ มหอบ ู้
  • 8.
    ยาสเตียรอยด์ มักใช้ในกรณี ที่ผป่วย โรคถุงลมโป่ งพอง มีอาการรุ นแรง หรื อมีอาการหลอดลม ู้ อักเสบร่ วมด้วย เพราะยาสเตียรอยด์ออกฤทธิ์ ตานการอักเสบได้ดี แต่ไม่นิยมใช้ต่อเนื่อง ้ เป็ นเวลานาน เพราะมีผลข้างเคียงมาก ปั จจุบนนิ ยมใช้ยาสเตียรอยด์ชนิ ดพ่นมากกว่าชนิด ั รับประทานหรื อฉี ด ยาปฏิชีวนะ จะใช้กรณี พบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ พบการอักเสบ ของหลอดลม โดยผูป่วยจะไอมีเสมหะมากขึ้น และเสมหะเปลี่ยนจากสี ขาวเป็ นสี ้ เหลือง หรื อสี เขียว หรื อเป็ นหนอง
  • 9.
    ยาละลายเสมหะ ใช้เมื่อมีเสมหะเหนียว และมีเสมหะมาก ผูป่วยควรทานน้ าให้มากขึ้น เพราะ ้ น้ าเป็ นตัวละลายความเหนียวของเสมหะได้ดีที่สุด โรคถุงลมโป่ งพอง สามารถป้ องกันได้ดวยการงดสู บบุหรี่ รวมทั้ง ้ ่ หลีกเลี่ยงการทางาน และการเข้าไปอยูในบริ เวณที่มีควันพิษ หรื อในที่ที่มีผสูบบุหรี่ ู้ ่ และแม้วา โรคถุงลมโป่ งพอง นี้ จะทาให้เกิดโรคเมื่อมีอายุมากก็ตาม แต่ผที่เสี่ ยงต่อ ู้ การเกิดโรคควรรับการตรวจสมรรถภาพปอด เพราะหากตรวจพบ โรคถุงลมโป่ ง พอง ในระยะเริ่ มแรกก็อาจหลีกเลี่ยง หรื อป้ องกันได้
  • 10.
    องค์การอนามัยโลก (World HealthOrganization) และองค์การโรคถุงลมโป่ งพองแห่งโลก (Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease-GOLD) ได้ กาหนดให้ มี วัน รณรงค์ ถุงลมโป่ งพองโลก หรือ World COPD Day ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 2 ของเดือน พฤศจิกายนของทุกปี โดยวันถุงลมโป่ งพองโลก เริ่ มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.2002 (พ.ศ.2545) โดยมีจุดประสงค์ในการกาหนด วันรณรงค์ถุงลมโป่ งพองโลก เพื่อกระตุนเตือนให้บุคลากร ้ ทางการแพทย์ และการสาธารณสุ ขที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่า โรคถุงลมโป่ งพอง เป็ นปั ญหา ทางสาธารณสุ ขของประเทศที่สาคัญโรคหนึ่ง อันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ ผูป่วยด้วย โรคถุง ้ ลมโป่ งพอง นี้ตองทุกข์ทรมานจากอาการไอเรื้ อรัง เหนื่อย และหายใจลาบาก เนื่องจากความ ้ เสื่ อมของถุงลมและปอด ซึ่ งควรจะได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้มีคุณภาพ นอกจากนี้เป็ นการกระตุนให้ประชาชนตระหนัก และรับรู ้พิษภัยของการสู บบุหรี่ ซึ่ ง ้ เป็ นสาเหตุสาคัญที่ก่อให้เกิด โรคถุงลมโป่ งพอง