เยื่อหุ้มปอดอักเสบ (                           )

                   ผู้จัดทา
นางสาว   กุลธิดา     ทาระ          เลขที่ 21 ม.4/3
นางสาว   กันติชา     เชื้อชาวนา    เลขที่ 30 ม.4/3
นางสาว   สายธาร      สุรสิทธิ์     เลขที่ 34 ม.4/3
นางสาว   อนุสรา      ศรีภมู        เลขที่ 39 ม.4/3

         โรงเรียนบ้านสวนจั่น(อนุสรณ์)
                                  เสนอ อ.ฉวีวรรณ นาคบุตร
เป็นปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นกับ
เยื่อหุ้มปอด ซึ่งมีลกษณะเป็นเยื่อบุสอง
                    ั
ชั้น ชั้นในบุเนื้อปอด ส่วนชั้นนอกบุผนัง
ทรวงอก ระหว่าง เยื่อหุ้มปอดทั้งสองชั้น
เป็นสารน้าหล่อลื่นปริมาณ 10-20
มิลลิลิตร โดยปกติสารน้าในเยื่อหุม ้
ปอดซึ่งถือว่ามีน้อยมาก จะมีการดูดซึม
และทดแทนตลอดเวลาโดยเซลล์บุเยื่อ
หุ้มปอดชั้นนอกเป็นหลัก
สาเหตุของโรค
                  เกิดจากการติดเชื้อไวรัสใน
ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งการติดเชื้อไวรัสนี้
สามารถพบได้ในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่
อาการไม่รุนแรง และในผูป่วยบางรายอาการจะ
                      ้
หายไปเองภายใน 3-5 วัน
การให้อาหาร

ผูป่วยจะมีลักษณะอาการที่เด่นชัดคือเจ็บ
   ้
แปลบที่บริเวณหน้าอก ตรงตาแหน่งที่
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ คล้ายเข็มแทง
เฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ ไอหรือ
จาม ทั้งนี้เนื่องจากมีการยืดตัวของเยื่อ
หุ้มปอดที่กาลังอักเสบ เราเรียกว่าอาการ
เจ็บหน้าอกในลักษณะนี้เรียกว่า อาการ
เจ็บหน้าอกจากเยื่อหุ้มปอด ซึ่งมักมี
อาการเจ็บแปลบเพียงชั่วไม่กี่วินาที
ตรงหน้าอกซีกใดซีกหนึ่ง เป็นบางครั้ง
บางคราวเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ
เวลาไอหรือจาม ถ้ากลั้นลมหายใจหรือ
หายใจค่อยๆ จะไม่มีอาการ
การวินิจฉัย
การตรวจวินิจฉัยของโรค
เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุมปอด้
อักเสบนั้นมีลกษณะเฉพาะ ดังนั้นแพทย์จะตรวจ
              ั
วินิจฉัย โดย
              การถ่ายภาพรังสีทรวงอก ซึ่งแพทย์
สามารถวินิจฉัยปริมาณสารน้าในเยื่อหุ้มปอดว่า
มีมากเกินไปหรือไม่
              การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
เพื่อตรวจวินิจฉัยสารน้าในเยื่อหุ้มปอดอีกทั้ง
แพทย์สามารถเห็นความผิดปกติ ของเนื้อเยื่อที่
อยู่รอบๆ ด้วย
              การเจาะสารน้าจากเยื่อหุมปอด
                                        ้
เพื่อนาไปตรวจโปรตีน น้าตาล และเอ็นไซม์ ว่ามี
ระดับที่สูงหรือต่า อีกทั้งยังตรวจวินิจฉัย เพื่อหา
เชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค และเซลล์มะเร็ง
การรักษา
เยื้อหุ้มปอดอักเสบมีสาเหตุ และความรุนแรงที่ต่างๆกันใน
แต่ผู้ป่วย ดังนั้นแพทย์ จะซักถามอาการและตรวจร่างกาย
อย่างละเอียด เพื่อที่จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะรุนแรง
หรือไม่
            หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บแปลบแต่ ไม่บ่อยครั้ง
และมีระยะเวลาที่สั้น ไม่มีไข้ หายใจเป็นปกติ แพทย์จะสั่ง
ยาเพื่อต้านอักเสบให้ผู้ป่วย
            ถ้าผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก ที่รนแรง หรือ
                                               ุ
อยู่ในภาวะช็อก มีไข้สูง ไอเป็นเลือด หายใจหอบเหนื่อย
แพทย์จะตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชด และให้การ
                                          ั
รักษาการตรวจวินิจฉัย
            ในกรณีท่ผู้ป่วยมีสารน้้าในเยื่อหุ้มปอดเกิน
                      ี
ปริมาณ แพทย์จะท้าการเจาะสารน้้าเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย
เชื้อวัณโรค และเซลล์มะเร็ง ในกรณีท่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อ
                                        ี
แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ และยาต้านวัณ
โรค
ข้อน่ารู้
1.ปกติผวปอดทัง 2 ข้างของคนเราจะมีเยื่อหุมอยู่
           ิ           ้                                ้             2.การอักเสบของเยื่อหุมปอดอาจเกิดจาก
                                                                                                  ้
2 ชัน ซึ่งมีความยืดหยุ่นเพื่อให้ปอดสามารถหด
     ้                                                                สาเหตุได้หลายประการที่พบบ่อยก็คือ การ
และขยายตามจังหวะการหายใจออก-เข้า และ                                  ติดเชือไวรัสหรือแบคทีเรีย บางครังเชืออาจ
                                                                            ้                                ้ ้
ระหว่างเยื่อหุมปอด 2 ชันนัน จะมีชองว่างอยู่
                  ้             ้ ้             ่                     ลุกลามมาจากโรคที่เกิดในเนือปอดก็ได้ เช่น
                                                                                                        ้
เรียกว่า “ช่องเยื่อหมปอด”    ุ้                                       วัณโรคปอด ปอดอักเสบ (ปอดบวม) เป็ นต้น
เยื่อหุมปอดที่อยูชนนอกจะมีประสาทรับสัมผัส
       ้              ่ ั้                                            ในภาวะทีมีนาหรือหนอง หรือลมรัวออกมา
                                                                                ่ ้                           ่
กระจายอยู่ทวไป เมื่อมีการอักเสบเกิดขึนที่เยื่อหุม
             ั่                                   ้         ้         ขังอยู่ในช่องเยื่อหุมปอดก็อาจทาให้เกิดการ
                                                                                              ้
ปอด ก็ทาให้เกิดอาการเจ็บปวดขึนได้หากมีการ     ้                       อักเสบของเยื่อหุมปอด เกิดอาการเจ็บแปลบ
                                                                                          ้
อักเสบรุนแรงเกิดขึน ก็อาจมีนาหรือหนองซึม
                           ้                ้                         หน้าอกได้เช่นกัน
ออกมาขังอยูใน “ช่องเยื่อหมปอด” ถ้ามีปริมาณ
                ่                   ุ้                                สาเหตุที่พบได้นอย แต่รายแรงก็คือ การ
                                                                                        ้           ้
มากก็จะดันให้เนือปอดแฟบลง สูญเสียเนือที่ที่ใช้ใน
                    ้                               ้                 แพร่กระจายของเซลล์มะเร็งมาที่เยื่อหุมปอด   ้
การหายใจ ทาให้เกิดอาการหายใจหอบเหนือยได้              ่               ซึ่งมะเร็งต้นเหตุอาจอยู่ที่เนือปอด เต้านม
                                                                                                      ้
บางครังก็อาจมีการแตกของถุงลมปอด ทาให้มีลม
         ้                                                            หรือรังไข่ก็ได้ เยื่อหุมปอดอักเสบจึงมีความ
                                                                                                ้
รัวเข้าไปขังอยู่ใน “ช่องเยื่อหมปอด” ดันให้เนือ
  ่                                    ุ้                 ้           รุนแรงมากน้อยขึนกับสาเหตุทพบ
                                                                                            ้             ี่
ปอดแฟบ เกิดอาการหอบเหนือยได้เช่นกัน       ่

เยื่อหุ้มปอดอักเสบ

  • 1.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ( ) ผู้จัดทา นางสาว กุลธิดา ทาระ เลขที่ 21 ม.4/3 นางสาว กันติชา เชื้อชาวนา เลขที่ 30 ม.4/3 นางสาว สายธาร สุรสิทธิ์ เลขที่ 34 ม.4/3 นางสาว อนุสรา ศรีภมู เลขที่ 39 ม.4/3 โรงเรียนบ้านสวนจั่น(อนุสรณ์) เสนอ อ.ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • 2.
    เป็นปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นกับ เยื่อหุ้มปอด ซึ่งมีลกษณะเป็นเยื่อบุสอง ั ชั้น ชั้นในบุเนื้อปอด ส่วนชั้นนอกบุผนัง ทรวงอก ระหว่าง เยื่อหุ้มปอดทั้งสองชั้น เป็นสารน้าหล่อลื่นปริมาณ 10-20 มิลลิลิตร โดยปกติสารน้าในเยื่อหุม ้ ปอดซึ่งถือว่ามีน้อยมาก จะมีการดูดซึม และทดแทนตลอดเวลาโดยเซลล์บุเยื่อ หุ้มปอดชั้นนอกเป็นหลัก
  • 3.
    สาเหตุของโรค เกิดจากการติดเชื้อไวรัสใน ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งการติดเชื้อไวรัสนี้ สามารถพบได้ในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่ อาการไม่รุนแรง และในผูป่วยบางรายอาการจะ ้ หายไปเองภายใน 3-5 วัน
  • 4.
    การให้อาหาร ผูป่วยจะมีลักษณะอาการที่เด่นชัดคือเจ็บ ้ แปลบที่บริเวณหน้าอก ตรงตาแหน่งที่ เยื่อหุ้มปอดอักเสบ คล้ายเข็มแทง เฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ ไอหรือ จาม ทั้งนี้เนื่องจากมีการยืดตัวของเยื่อ หุ้มปอดที่กาลังอักเสบ เราเรียกว่าอาการ เจ็บหน้าอกในลักษณะนี้เรียกว่า อาการ เจ็บหน้าอกจากเยื่อหุ้มปอด ซึ่งมักมี อาการเจ็บแปลบเพียงชั่วไม่กี่วินาที ตรงหน้าอกซีกใดซีกหนึ่ง เป็นบางครั้ง บางคราวเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ เวลาไอหรือจาม ถ้ากลั้นลมหายใจหรือ หายใจค่อยๆ จะไม่มีอาการ
  • 5.
    การวินิจฉัย การตรวจวินิจฉัยของโรค เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุมปอด้ อักเสบนั้นมีลกษณะเฉพาะ ดังนั้นแพทย์จะตรวจ ั วินิจฉัย โดย การถ่ายภาพรังสีทรวงอก ซึ่งแพทย์ สามารถวินิจฉัยปริมาณสารน้าในเยื่อหุ้มปอดว่า มีมากเกินไปหรือไม่ การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจวินิจฉัยสารน้าในเยื่อหุ้มปอดอีกทั้ง แพทย์สามารถเห็นความผิดปกติ ของเนื้อเยื่อที่ อยู่รอบๆ ด้วย การเจาะสารน้าจากเยื่อหุมปอด ้ เพื่อนาไปตรวจโปรตีน น้าตาล และเอ็นไซม์ ว่ามี ระดับที่สูงหรือต่า อีกทั้งยังตรวจวินิจฉัย เพื่อหา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค และเซลล์มะเร็ง
  • 6.
    การรักษา เยื้อหุ้มปอดอักเสบมีสาเหตุ และความรุนแรงที่ต่างๆกันใน แต่ผู้ป่วย ดังนั้นแพทย์จะซักถามอาการและตรวจร่างกาย อย่างละเอียด เพื่อที่จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะรุนแรง หรือไม่ หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บแปลบแต่ ไม่บ่อยครั้ง และมีระยะเวลาที่สั้น ไม่มีไข้ หายใจเป็นปกติ แพทย์จะสั่ง ยาเพื่อต้านอักเสบให้ผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก ที่รนแรง หรือ ุ อยู่ในภาวะช็อก มีไข้สูง ไอเป็นเลือด หายใจหอบเหนื่อย แพทย์จะตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชด และให้การ ั รักษาการตรวจวินิจฉัย ในกรณีท่ผู้ป่วยมีสารน้้าในเยื่อหุ้มปอดเกิน ี ปริมาณ แพทย์จะท้าการเจาะสารน้้าเพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค และเซลล์มะเร็ง ในกรณีท่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อ ี แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ และยาต้านวัณ โรค
  • 7.
    ข้อน่ารู้ 1.ปกติผวปอดทัง 2 ข้างของคนเราจะมีเยื่อหุมอยู่ ิ ้ ้ 2.การอักเสบของเยื่อหุมปอดอาจเกิดจาก ้ 2 ชัน ซึ่งมีความยืดหยุ่นเพื่อให้ปอดสามารถหด ้ สาเหตุได้หลายประการที่พบบ่อยก็คือ การ และขยายตามจังหวะการหายใจออก-เข้า และ ติดเชือไวรัสหรือแบคทีเรีย บางครังเชืออาจ ้ ้ ้ ระหว่างเยื่อหุมปอด 2 ชันนัน จะมีชองว่างอยู่ ้ ้ ้ ่ ลุกลามมาจากโรคที่เกิดในเนือปอดก็ได้ เช่น ้ เรียกว่า “ช่องเยื่อหมปอด” ุ้ วัณโรคปอด ปอดอักเสบ (ปอดบวม) เป็ นต้น เยื่อหุมปอดที่อยูชนนอกจะมีประสาทรับสัมผัส ้ ่ ั้ ในภาวะทีมีนาหรือหนอง หรือลมรัวออกมา ่ ้ ่ กระจายอยู่ทวไป เมื่อมีการอักเสบเกิดขึนที่เยื่อหุม ั่ ้ ้ ขังอยู่ในช่องเยื่อหุมปอดก็อาจทาให้เกิดการ ้ ปอด ก็ทาให้เกิดอาการเจ็บปวดขึนได้หากมีการ ้ อักเสบของเยื่อหุมปอด เกิดอาการเจ็บแปลบ ้ อักเสบรุนแรงเกิดขึน ก็อาจมีนาหรือหนองซึม ้ ้ หน้าอกได้เช่นกัน ออกมาขังอยูใน “ช่องเยื่อหมปอด” ถ้ามีปริมาณ ่ ุ้ สาเหตุที่พบได้นอย แต่รายแรงก็คือ การ ้ ้ มากก็จะดันให้เนือปอดแฟบลง สูญเสียเนือที่ที่ใช้ใน ้ ้ แพร่กระจายของเซลล์มะเร็งมาที่เยื่อหุมปอด ้ การหายใจ ทาให้เกิดอาการหายใจหอบเหนือยได้ ่ ซึ่งมะเร็งต้นเหตุอาจอยู่ที่เนือปอด เต้านม ้ บางครังก็อาจมีการแตกของถุงลมปอด ทาให้มีลม ้ หรือรังไข่ก็ได้ เยื่อหุมปอดอักเสบจึงมีความ ้ รัวเข้าไปขังอยู่ใน “ช่องเยื่อหมปอด” ดันให้เนือ ่ ุ้ ้ รุนแรงมากน้อยขึนกับสาเหตุทพบ ้ ี่ ปอดแฟบ เกิดอาการหอบเหนือยได้เช่นกัน ่