น.ส. อารีย ์   บุญแสง เลขที46 ่
 น.ส. สุภาพร     บูชาพันธ ์ เลขที37   ่
 น.ส. ณัฏฐรุจา
            ์       เพิมพร เลขที40
                       ่            ่
น.ส. วัชรมณี     ทองพันชัง เลขที38
                              ่         ่
        ชันมัธยมศึ กษาปี ท4/4
          ้                ี่
   โรงเรียนบานสวน(จันอนุ สรณ)
               ้         ่        ์
อาจารย์ฉวีวรรณ นาคบุตร
กลุ่มสาระการเรียนรูวชา วิทยาศาสตร์
                   ้ิ
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ (pleurisy) มีลกษณะเป็ นเยื่อบุสองชัน ชันในบุเนื้ อปอด ส่วน
                                      ั                 ้ ้
ชันนอกบุผนังทรวงอก ระหว่างเยื่อหุ้มปอดทังสองชันเป็ นสารน้าหล่อลื่นปริมาณ 10-
  ้                                       ้     ้
20 มิลลิลิตร โดยปกติสารน้าในเยื่อหุ้มปอด จะมีการดูดซึมและทดแทนตลอดเวลา
โดยเซลล์บเยื่อหุ้มปอดชันนอกเป็ นหลัก...
            ุ          ้
เวลาที่เกิดการอักเสบ จะพบว่ามีการสะสมของสารน้ าในโพรงเยือหุมปอดทีผดปกติ พบการ
                                                        ่ ้        ่ ิ
เปลียนแปลงชนิดปฏิกรยาการอักเสบซึงอาจมีเซลล์ต่างๆ เข้ามาเกียวข้องด้วยเป็ นจานวน
    ่              ิิ             ่                       ่
มาก เกิดการกระตุนประสาทรับความรูสกซึงมีอยูทวทังเยือหุมปอด ทาให้เกิดอาการเจ็บ
                 ้               ้ ึ ่    ่ ั่ ้ ่ ้
หน้าอกโดยเฉพาะอย่างยิงเวลาหายใจเข้า นอกจากนี้ยงเกิดการเปลียนแปลงความดันภายใน
                      ่                         ั           ่
เยือหุมปอดอีกด้วย
  ่ ้
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
สาเหตุ
 1.เกิดจากการติดเชือ ไม่วาจะเป็ นเชือ
                         ้   ่             ้
แบคทีเรีย เชือไวรัส เชือรา หรือเชือปรสิต
                  ้        ้         ้
ต่างๆ ในกรณีทเี่ กิดจากการติดเชือไวรัส
                                 ้
เช่น กลุ่มเชือไวรัสทีทาให้เกิดโรคติดเชือ
              ้        ่                     ้
ของทางเดินหายใจ มักพบในคนหนุ่มสาวที่
สุขภาพทัวไปแข็งแรงดี อาการมักไม่
            ่
รุนแรงและหายได้เองภายใน 3-5 วัน ส่วน
การติดเชือค็อกแซกกีไวรัสชนิดบี ผูป่วยจะ
          ้                            ้
มีอาการไข้สง เจ็บหน้าอกนานครังละ 15-
                ู                  ้
30 นาที อาจมีอาการหายใจเร็ว มักเป็ นอยู่
นาน 2-4 วัน ในประเทศไทยพบว่าเชือวัณ      ้
โรคเป็ นสาเหตุทสาคัญอีกชนิดหนึ่ง
                    ่ี
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
2.เกิดจากการสูดดมสารเคมีทเี่ ป็ นพิษ เช่น แอมโมเนีย
                                      ั
3.โรคของเนื้อเยือเกียวพัน เช่น โรคลูปส โรครูมาตอยด์
                ่ ่
4.มะเร็งปอด หรือมะเร็งเต้านม แพร่กระจายไปทีเยื่อหุมปอด
                                              ่ ้
5.เกิดจากเนื้องอกของเยื่อหุมปอด
                             ้
6.เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว
7.โรคก้อนเลือดอุดตันเส้นเลือดไปปอด มักเกิดในผูสงอายุ คนอ้วน หญิงตังครรภ์ หรือหลังคลอดบุตร หญิง
                                                ู้                ้
                       ้ ่              ้ ่                         ้ ่ ่
    ทีกนยาคุมกาเนิด ผูปวยหลังผ่าตัด ผูปวยกระดูกสะโพกหรือต้นขาหัก ผูปวยทีนอนบนเตียงนานๆ และ
      ่ ิ
    ไม่คอยได้เคลือนไหว บางรายอาจเกิดจากน้ าคร่า ไขกระดูก หรือฟองอากาศ
          ่      ่
8.เกิดจากต่อมน้ าเหลืองอุดตัน ภาวะมีน้ าหรือหนองในโพรงเยือหุมปอด
                                                         ่ ้
9.เกิดจากการกระแทก อุบตเหตุททรวงอก กระดูกซีโครงหักตาถูกเยือหุมปอด
                           ั ิ   ่ี              ่            ่ ้
10.สาเหตุจากยาบางชนิด เช่น hydralazine, procan และ dilantin
11.เกิดจากโรคในช่องท้อง เช่น ตับแข็ง ฝีในตับ ตับอ่อนอักเสบ
12.โรคเนื้อปอดขาดเลือดไปเลียงบางส่วน
                               ้
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
อาการ
ผูป่วยจะมีลกษณะอาการที่เด่นชัดคือเจ็บแปลบที่
  ้            ั
บริเวณหน้าอก ตรงตาแหน่งทีเยือหุมปอดอักเสบ
                              ่ ่ ้
คล้ายเข็มแทง เฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ ไอหรือ
จาม ทังนี้เนื่องจากมีการยืดตัวของเยื่อหุมปอดทีกาลัง
       ้                                ้     ่
อักเสบ เราเรียกว่าอาการเจ็บหน้าอกในลักษณะนี้
เรียกว่า อาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุมปอด ซึงมักมี
                                    ้      ่
อาการเจ็บแปลบเพียงชัวไม่กวนาทีตรงหน้าอกซีกใด
                        ่ ่ี ิ
ซีกหนึ่ง เป็ นบางครังบางคราวเฉพาะเวลาหายใจเข้า
                    ้
ลึกๆ เวลาไอหรือจาม ถ้ากลันลมหายใจหรือหายใจ
                            ้
ค่อยๆ จะไม่มอาการแต่อย่างใด
                 ี
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
การวินิจฉัย
ลักษณะอาการเจ็บหน้ าอกจากเยือหุมปอดค่อนข้างจาเพาะเจาะจง การตรวจ
                                    ่ ้
ร่างกายระบบทางเดินหายใจ และการตรวจร่างกายทัวไปโดยละเอียดจะช่วยในการ
                                                   ่
วิเคราะห์หาสาเหตุของเยื่อหุมปอดอักเสบได้หลายกรณี
                           ้
1.การถ่ายภาพรังสีทรวงอกในท่ายืนตรง และท่านอนตะแคง ช่วยในการวินิจฉัยสาร
น้ าในเยือหุมปอด และประเมินปริมาณของสารน้ าในเยื่อหุมปอดได้จากภาพเอ็กซเรย์
         ่ ้                                           ้
2.การตรวจอัลตราซาวด์เป็ นวิธทมความไวสูงในการตรวจสารน้ าใน
                             ี ่ี ี
เยือหุมปอด
    ่ ้
3.การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ นอกจากช่วยวินิจฉัยสารน้ าใน
เยือหุมปอดแล้ว ยังช่วยให้เห็นความผิดปกติของเนื้อเยือทีอยูรอบๆ อีกด้วย
     ่ ้                                             ่ ่ ่
4.การเจาะเอาสารน้ าในเยือหุมปอดออกมาตรวจ ถือว่ามีความสาคัญอย่างยิงในการ
                         ่ ้                                            ่
วินิจฉัยหาสาเหตุ สารน้ าอาจเป็ นชนิดทีมโปรตีนสูง น้ าตาลต่า เอ็นไซม์สง ตรวจพบ
                                        ่ ี                          ู
เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือสารน้ าอาจเป็ นชนิดทีมระดับของสารเคมีในเกณฑ์ปกติกได้
                                            ่ ี                            ็
ลักษณะของสารน้ าในเยือหุมปอดช่วยบ่งบอกสาเหตุได้ตามสมควร
                       ่ ้
นอกจากนี้ การตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย ตรวจหาเชือวัณโรค หรือตรวจพบ
                                                 ้
เซลล์มะเร็ง
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
การรักษา
1.เยื่อหุมปอดอักเสบมีสาเหตุ และความรุนแรงต่างๆ กัน จึงควร
         ้
ซักถามอาการและตรวจร่างกายอย่างถีถวน ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็ นภาวะ
                                           ่ ้
ทีไม่รุนแรง และให้การรักษาตามอาการ ทีสาคัญต้องติดตามอาการของ
   ่                                           ่
  ้ ่
ผูปวยอย่างใกล้ชด ถ้าไม่ดขน หรือสงสัยมีความผิดปกติ ก็ควรจะส่ง
                 ิ           ี ้ึ
ตรวจพิเศษเพิมเติม
              ่
2.ถ้าเจ็บแปลบเพียงไม่กวนาทีเป็ นครังคราวไม่มอาการไข้ และหายใจ
                        ่ี ิ ่          ้        ี
เป็ นปกติ ให้ยาต้านอักเสบทีไม่ใช่   ่
สเตอรอยด์, ถ้าไอมากและทาให้เจ็บหน้าอก ให้กนยาระงับการไอ-โคเด
                                                   ิ
อิน 30 มิลลิกรัม ทุก 8 ชัวโมง, ถ้าไม่ดขนภายใน 7 วัน ควรส่ง
                           ่              ี ้ึ
เอกซเรย์ และตรวจพิเศษเพิมเติมอืนๆ ่   ่
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
                                 ้ ่
3.ถ้าอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง ผูปวยอยูในภาวะช็อก หรือมีไข้สง ไอเป็ นเลือด หายใจหอบเหนื่อยมาก ควร
                                       ่                       ู
    ตรวจหาสาเหตุให้แน่ชด และให้การรักษาไปตามสาเหตุทพบ
                           ั                              ่ี
4.การใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการได้เป็ นอย่างดี โดยพิจารณาความรุนแรงของอาการปวดเป็ นหลัก ไม่
    ควรใช้ยาหลายขนานพร้อมๆ กัน
5.ในกรณีทมสารน้ าในเยือหุมปอดจานวนมาก อาจพิจารณาเจาะดูดออกตามสมควร แต่ตองพิจารณาเป็ น
              ่ี ี      ่ ้                                                          ้
    รายๆ ไป และต้องทาการตรวจสารน้ าในเยือหุมปอดเพื่อหาสาเหตุดวยเสมอ
                                             ่ ้                     ้
6.ในกรณีทเี่ กิดจากการติดเชือ พิจารณาให้ยาต้านจุลชีพทีเหมาะสม โดยทัวไปยาต้านจุลชีพจะถูกดูดซึม
                              ้                        ่                ่
    เข้าสูเยือหุมปอดได้เป็ นอย่างดี รวมทังยาต้านวัณโรคด้วยเช่นกัน
          ่ ่ ้                            ้
7.ถ้าพบว่ามีหนองในโพรงเยือหุมปอด แพทย์อาจพิจารณาใส่ทอระบายหนอง หรือทาการผ่าตัดรักษา
                             ่ ้                             ่
8.ในรายทีเกิดจากการกระจายของเซลล์มะเร็ง อาจพิจารณาฉีดยาบางชนิดเข้าไปในโพรงเยือหุมปอด
            ่                                                                          ่ ้
    เพือให้เกิดการระคายเคืองและกระตุนให้เกิดเนื้อเยือพังผืด จึงเป็ นการปิดโพรงเยือหุมปอดไปโดย
       ่                                 ้          ่                           ่ ้
    ปริยาย

เยื่อหุ้มปอดอักเสบ

  • 2.
    น.ส. อารีย ์ บุญแสง เลขที46 ่ น.ส. สุภาพร บูชาพันธ ์ เลขที37 ่ น.ส. ณัฏฐรุจา ์ เพิมพร เลขที40 ่ ่ น.ส. วัชรมณี ทองพันชัง เลขที38 ่ ่ ชันมัธยมศึ กษาปี ท4/4 ้ ี่ โรงเรียนบานสวน(จันอนุ สรณ) ้ ่ ์
  • 3.
  • 4.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ (pleurisy) มีลกษณะเป็นเยื่อบุสองชัน ชันในบุเนื้ อปอด ส่วน ั ้ ้ ชันนอกบุผนังทรวงอก ระหว่างเยื่อหุ้มปอดทังสองชันเป็ นสารน้าหล่อลื่นปริมาณ 10- ้ ้ ้ 20 มิลลิลิตร โดยปกติสารน้าในเยื่อหุ้มปอด จะมีการดูดซึมและทดแทนตลอดเวลา โดยเซลล์บเยื่อหุ้มปอดชันนอกเป็ นหลัก... ุ ้
  • 5.
    เวลาที่เกิดการอักเสบ จะพบว่ามีการสะสมของสารน้ าในโพรงเยือหุมปอดทีผดปกติพบการ ่ ้ ่ ิ เปลียนแปลงชนิดปฏิกรยาการอักเสบซึงอาจมีเซลล์ต่างๆ เข้ามาเกียวข้องด้วยเป็ นจานวน ่ ิิ ่ ่ มาก เกิดการกระตุนประสาทรับความรูสกซึงมีอยูทวทังเยือหุมปอด ทาให้เกิดอาการเจ็บ ้ ้ ึ ่ ่ ั่ ้ ่ ้ หน้าอกโดยเฉพาะอย่างยิงเวลาหายใจเข้า นอกจากนี้ยงเกิดการเปลียนแปลงความดันภายใน ่ ั ่ เยือหุมปอดอีกด้วย ่ ้
  • 6.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ สาเหตุ 1.เกิดจากการติดเชือ ไม่วาจะเป็นเชือ ้ ่ ้ แบคทีเรีย เชือไวรัส เชือรา หรือเชือปรสิต ้ ้ ้ ต่างๆ ในกรณีทเี่ กิดจากการติดเชือไวรัส ้ เช่น กลุ่มเชือไวรัสทีทาให้เกิดโรคติดเชือ ้ ่ ้ ของทางเดินหายใจ มักพบในคนหนุ่มสาวที่ สุขภาพทัวไปแข็งแรงดี อาการมักไม่ ่ รุนแรงและหายได้เองภายใน 3-5 วัน ส่วน การติดเชือค็อกแซกกีไวรัสชนิดบี ผูป่วยจะ ้ ้ มีอาการไข้สง เจ็บหน้าอกนานครังละ 15- ู ้ 30 นาที อาจมีอาการหายใจเร็ว มักเป็ นอยู่ นาน 2-4 วัน ในประเทศไทยพบว่าเชือวัณ ้ โรคเป็ นสาเหตุทสาคัญอีกชนิดหนึ่ง ่ี
  • 7.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ 2.เกิดจากการสูดดมสารเคมีทเี่ ป็ นพิษเช่น แอมโมเนีย ั 3.โรคของเนื้อเยือเกียวพัน เช่น โรคลูปส โรครูมาตอยด์ ่ ่ 4.มะเร็งปอด หรือมะเร็งเต้านม แพร่กระจายไปทีเยื่อหุมปอด ่ ้ 5.เกิดจากเนื้องอกของเยื่อหุมปอด ้ 6.เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว 7.โรคก้อนเลือดอุดตันเส้นเลือดไปปอด มักเกิดในผูสงอายุ คนอ้วน หญิงตังครรภ์ หรือหลังคลอดบุตร หญิง ู้ ้ ้ ่ ้ ่ ้ ่ ่ ทีกนยาคุมกาเนิด ผูปวยหลังผ่าตัด ผูปวยกระดูกสะโพกหรือต้นขาหัก ผูปวยทีนอนบนเตียงนานๆ และ ่ ิ ไม่คอยได้เคลือนไหว บางรายอาจเกิดจากน้ าคร่า ไขกระดูก หรือฟองอากาศ ่ ่ 8.เกิดจากต่อมน้ าเหลืองอุดตัน ภาวะมีน้ าหรือหนองในโพรงเยือหุมปอด ่ ้ 9.เกิดจากการกระแทก อุบตเหตุททรวงอก กระดูกซีโครงหักตาถูกเยือหุมปอด ั ิ ่ี ่ ่ ้ 10.สาเหตุจากยาบางชนิด เช่น hydralazine, procan และ dilantin 11.เกิดจากโรคในช่องท้อง เช่น ตับแข็ง ฝีในตับ ตับอ่อนอักเสบ 12.โรคเนื้อปอดขาดเลือดไปเลียงบางส่วน ้
  • 8.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ อาการ ผูป่วยจะมีลกษณะอาการที่เด่นชัดคือเจ็บแปลบที่ ้ ั บริเวณหน้าอก ตรงตาแหน่งทีเยือหุมปอดอักเสบ ่ ่ ้ คล้ายเข็มแทง เฉพาะเวลาหายใจเข้าลึกๆ ไอหรือ จาม ทังนี้เนื่องจากมีการยืดตัวของเยื่อหุมปอดทีกาลัง ้ ้ ่ อักเสบ เราเรียกว่าอาการเจ็บหน้าอกในลักษณะนี้ เรียกว่า อาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุมปอด ซึงมักมี ้ ่ อาการเจ็บแปลบเพียงชัวไม่กวนาทีตรงหน้าอกซีกใด ่ ่ี ิ ซีกหนึ่ง เป็ นบางครังบางคราวเฉพาะเวลาหายใจเข้า ้ ลึกๆ เวลาไอหรือจาม ถ้ากลันลมหายใจหรือหายใจ ้ ค่อยๆ จะไม่มอาการแต่อย่างใด ี
  • 9.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ การวินิจฉัย ลักษณะอาการเจ็บหน้ าอกจากเยือหุมปอดค่อนข้างจาเพาะเจาะจง การตรวจ ่ ้ ร่างกายระบบทางเดินหายใจ และการตรวจร่างกายทัวไปโดยละเอียดจะช่วยในการ ่ วิเคราะห์หาสาเหตุของเยื่อหุมปอดอักเสบได้หลายกรณี ้ 1.การถ่ายภาพรังสีทรวงอกในท่ายืนตรง และท่านอนตะแคง ช่วยในการวินิจฉัยสาร น้ าในเยือหุมปอด และประเมินปริมาณของสารน้ าในเยื่อหุมปอดได้จากภาพเอ็กซเรย์ ่ ้ ้ 2.การตรวจอัลตราซาวด์เป็ นวิธทมความไวสูงในการตรวจสารน้ าใน ี ่ี ี เยือหุมปอด ่ ้ 3.การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ นอกจากช่วยวินิจฉัยสารน้ าใน เยือหุมปอดแล้ว ยังช่วยให้เห็นความผิดปกติของเนื้อเยือทีอยูรอบๆ อีกด้วย ่ ้ ่ ่ ่ 4.การเจาะเอาสารน้ าในเยือหุมปอดออกมาตรวจ ถือว่ามีความสาคัญอย่างยิงในการ ่ ้ ่ วินิจฉัยหาสาเหตุ สารน้ าอาจเป็ นชนิดทีมโปรตีนสูง น้ าตาลต่า เอ็นไซม์สง ตรวจพบ ่ ี ู เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือสารน้ าอาจเป็ นชนิดทีมระดับของสารเคมีในเกณฑ์ปกติกได้ ่ ี ็ ลักษณะของสารน้ าในเยือหุมปอดช่วยบ่งบอกสาเหตุได้ตามสมควร ่ ้ นอกจากนี้ การตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย ตรวจหาเชือวัณโรค หรือตรวจพบ ้ เซลล์มะเร็ง
  • 10.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ การรักษา 1.เยื่อหุมปอดอักเสบมีสาเหตุ และความรุนแรงต่างๆ กันจึงควร ้ ซักถามอาการและตรวจร่างกายอย่างถีถวน ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็ นภาวะ ่ ้ ทีไม่รุนแรง และให้การรักษาตามอาการ ทีสาคัญต้องติดตามอาการของ ่ ่ ้ ่ ผูปวยอย่างใกล้ชด ถ้าไม่ดขน หรือสงสัยมีความผิดปกติ ก็ควรจะส่ง ิ ี ้ึ ตรวจพิเศษเพิมเติม ่ 2.ถ้าเจ็บแปลบเพียงไม่กวนาทีเป็ นครังคราวไม่มอาการไข้ และหายใจ ่ี ิ ่ ้ ี เป็ นปกติ ให้ยาต้านอักเสบทีไม่ใช่ ่ สเตอรอยด์, ถ้าไอมากและทาให้เจ็บหน้าอก ให้กนยาระงับการไอ-โคเด ิ อิน 30 มิลลิกรัม ทุก 8 ชัวโมง, ถ้าไม่ดขนภายใน 7 วัน ควรส่ง ่ ี ้ึ เอกซเรย์ และตรวจพิเศษเพิมเติมอืนๆ ่ ่
  • 11.
    เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ้ ่ 3.ถ้าอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง ผูปวยอยูในภาวะช็อก หรือมีไข้สง ไอเป็ นเลือด หายใจหอบเหนื่อยมาก ควร ่ ู ตรวจหาสาเหตุให้แน่ชด และให้การรักษาไปตามสาเหตุทพบ ั ่ี 4.การใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการได้เป็ นอย่างดี โดยพิจารณาความรุนแรงของอาการปวดเป็ นหลัก ไม่ ควรใช้ยาหลายขนานพร้อมๆ กัน 5.ในกรณีทมสารน้ าในเยือหุมปอดจานวนมาก อาจพิจารณาเจาะดูดออกตามสมควร แต่ตองพิจารณาเป็ น ่ี ี ่ ้ ้ รายๆ ไป และต้องทาการตรวจสารน้ าในเยือหุมปอดเพื่อหาสาเหตุดวยเสมอ ่ ้ ้ 6.ในกรณีทเี่ กิดจากการติดเชือ พิจารณาให้ยาต้านจุลชีพทีเหมาะสม โดยทัวไปยาต้านจุลชีพจะถูกดูดซึม ้ ่ ่ เข้าสูเยือหุมปอดได้เป็ นอย่างดี รวมทังยาต้านวัณโรคด้วยเช่นกัน ่ ่ ้ ้ 7.ถ้าพบว่ามีหนองในโพรงเยือหุมปอด แพทย์อาจพิจารณาใส่ทอระบายหนอง หรือทาการผ่าตัดรักษา ่ ้ ่ 8.ในรายทีเกิดจากการกระจายของเซลล์มะเร็ง อาจพิจารณาฉีดยาบางชนิดเข้าไปในโพรงเยือหุมปอด ่ ่ ้ เพือให้เกิดการระคายเคืองและกระตุนให้เกิดเนื้อเยือพังผืด จึงเป็ นการปิดโพรงเยือหุมปอดไปโดย ่ ้ ่ ่ ้ ปริยาย