หนานอก            บอกความสดใส
                 หนาใน             บอกความดี
                 หนาที่บอก         ความสามารถ
อายุสั้น อายุยืน มีสาเหตุมาจากกรรมที่ทํามากอนและสภาพแวดลอมในปจจุบัน
                          อาหาร ๓ มื้อที่พระพุทธเจาตรัสไว
มื้อเชาบํารุงรางกาย มื้อกลางวันบํารุงสมอง         มื้อค่ําบํารุงกาม
                             
คําวา “ดา” กับ “ชี้ขุมทรัพย” เปนคําๆ เดียวกัน แตใชไมเหมือนกัน
ถามีความปรารถนาดี เปนการชี้ขุมทรัพย ถามีความปรารถนาราย เปนการดา
                             
     ไดเงาอยาลืมรม ไดพรมอยาลืมเสือ ไดเสื้ออยาลืมใส
                                      ่
           ไดกําไรจากการคาขาย ก็อยาลืมทําบุญ
                             
จะทําบุญทุกครั้งใหอธิษฐานจิต จะทําบุญทุกชนิดใหตั้งจิตอธิษฐาน
                             
ทําดีเอาไวใหลูก ทําถูกเอาไวใหหลาน    ไมทําชั่วสามานยใหลูกหลานเห็น
                             
     ขอใหโชคดีมีชัยทั้งไปและกลับ        โชคดีมีทรัพยทั้งกลับและไป
                             
           ใจจริงเขาถึงพระพุทธ ใจบริสุทธิ์เขาถึงพระธรรม
           ใจงามเขาถึงพระสงฆ ใจไมหลงเขาถึงนิพพาน
                             
     เราทําดีความดีไมหนีหาง ลิขิตทางเดินเองอยาเกรงกริง
                                                        ่
     ชีวิตนีมีคาหากทําจริง หากหยุดนิงก็คลายตายทั้งเปน
            ้                           ่
                             
     วันไหนไหน               ไมสําคัญ        เทาวันนี้
     เปนวันที่              ที่สําคัญ        กวาวันไหน
     วันพรุงนี้             มะรืนนี้         ดีอยางไร
     ก็ยังไม                สําคัญ           เทาวันนี้
                             
อยูอยางต่ํา ทําอยางสูง เปนลักษณะอยางหนึ่งของบัณฑิต
ของดีจะมีอยูกับผูมบุญเทานัน เพราะของดียอมควรแกคนดี
                    ี        ้
                      หาควรแกคนชั่วไม
                             
ความรักของผูหญิง     ความสงสารมากอน           ตามดวยความเห็นอก
เห็นใจ
                      และความรักเปนที่สุด
สวนความรักของผูชาย ความใครมากอน ตามดวยความเห็นใจ
                
               และความสงสาร        อันเปนความรักที่สมบูรณ
      ชีวิตคูเสมือนหนึ่ง หนึ่งชีวิต แตสองหัวใจ หัวใจเดียวเรื่อง
มากพอแลว ถาสองหัวใจมารวมกัน เทากับเพิ่มปญหาชีวิตขึ้นเปนสอง
เทา จึงตองมีน้ํายามาประสานใจ นั่นคือ ทั้งสองฝายตองยึดหลัก
๔ อ. ในการครองเรือน คือ
๑. อดทน ๒. อภัย                 ๓. เอาใจ         ๔.อดออม
(๓ อ, แรกเปนเรื่องของคนคูที่จะตองปฏิบัติตอกัน สวน อ, ที่สี่
เปนเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจภายใจครอบครัว)
                              

      คอยนึกถึงความผิด                           จะไดคิดแกไข
      คอยนึกถึงความดี                            จะไดมีกําลังใจ
                              
ถาอยากรวย              อยูอยางรวย             ไมมีวันรวย
ถากลัวจน               อยูอยางจน              ไมมีวันจน
                              
* การทําความดี ใหความอิ่มใจในเบื้องหลัง ใหความสมหวังในเบื้องหนา
* รักลูกใหถูกวิธี คือการทําดีใหลูกดู
* การใหคือการไดมา เหมือนการออกกําลัง คือการไดกําลัง

* ชายอกหัก เพราะรักสาวสวย หญิงอกหักเพราะรักหนุมรวย
* วัน เวลา ทุกคนมีเทากัน แตคนขยันตื่นเชา ยอมไดเวลายาว
กวา
* การไมเอานั่นแหละ คือการใหอยูในตัว
* ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นก็ยังมี
ความหวัง
* คนอัจฉริยะเรียนไดจากธรรมชาติ สวนคนฉลาดเรียนไดจากหนังสือ
* จงเก็บเล็กผสมนอย ไมวาความรูหรือทรัพย
* ที่ที่สงบ ยอมไมมีแกบุคคลผูมีจิตฟุงซาน มีจิตสงไปแลวในอารมณตาง ๆ
                               

* บานไมมีบุตรสืบสกุล บอไมมีน้ํา ตนไมไมมียอด ปากไมมีสัจจะ ยอมเสื่อม
* วัยหนึ่งไมเรียนรูวิชา วัยสองไมหาทรัพย วัยสามไมรักษาศีล
  วัยสี่จะทําอะไรได
* คนที่พูดปดยอมไมมีใครเชื่อถือ                เมื่อเขาพูดจริง

* จงเปดใจใหกวาง ในการที่จะรับฟงคนอื่น ยอมไมเปน เปนใหญยาก
* เงินเปนของมีคาสําหรับคนที่ใชเปน แต..จักไมมีคาสําหรับคนไมรูจักใช
* จะดูหญิง ใหดูทความละอาย
                 ี่                       จะดูชาย        ใหดูทความกลา
                                                               ี่
หาญ




                           
อยานอนตื่นสาย อยาอายทํากิน
อยาหมิ่นเงินนอย อยาคอยวาสนา
อยาเสวนาคนชั่ว อยามั่วอบายมุข
อยาสุกกอนหาม อยาพลามกอนทํา
อยารํากอนเพลง อยาขมเหงผูนอย
อยาคอยแตประจบ อยาคบแตเศรษฐี
อยาดีแตตัว       อยาชั่วแตคนอืน
                                  ่
อยาฝาฝนกฎระเบียบ อยาเอาเปรียบสังคม
อยาชืนชมคนผิด อยาคิดเอาแตได
      ่
อยาใสรายคนดี อยากลาววจีมุสา
อยานินทาพระเจา อยาขลาดเขลาเมื่อทุกข
อยาสุขจนลืมตัว อยาเกรงกลัวงานหนัก
อยาพิทักษพาลชน อยาลืมตนเมือมั่งมี ฯ
                             ่



              มงคลธรรม

   ถาทานทําตัวแขงกับสังคม
       ทางแหงความลมจมกําลังจะตามมา
   ถาทานทํางานเห็นแกหนา
       ทานจะพบกับปญหาเรือยไป
                             ่
   ถาทานทําตัวเห็นแกได
       ทานอยาหวังน้ําใจจากเพือนฝูง
                               ่
   ถาทานกลัวจนเกินไป
       ทานจะทําอะไรไมไดความ
   ถาทานกลาจนเกินงาม
       ทานจะพบกับความเดือดรอน
ถาทานขาดความพอดี
       ทานจะเปนหนี้เขาตลอดกาล
   ถาทานหวังแตความสนุก
       ทานจะทุกขมหาศาล
   ถาทานขาดความยั้งคิด
       ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย
   ถาทานทําใจใหสงบ
       ทานจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น ฯ


    คนจะดีนี้ตองฝกและศึกษา
       กายวาจาตองอบรมบมนิสัย
       ตองฝกกันใหแนนหนักเปนหลักชัย
       ชนะภัยสาระพัดสวัสดี ฯ
    คนจะดีบางทีตองมีเพือน
                          ่
       ชวยตักเตือนเงื่อนงําตามวิสัย
       แตบางทีเพื่อนนี้ก็เปนภัย
       เปนปจจัยใหเราตองเผาเรือน ฯ
มีศีลธรรมนําเราใหเรืองรุง
มีศีลธรรมสิ่งที่มุงยอมไดสม
มีศีลธรรมนําใหสลายอารมณ
มีศีลธรรมคนนิยมทั่วแผนดิน ฯ
    คนจะดี ก็เพราะมี ดีอยูดวย 
ดีไมชวย คนจะดี ไดที่ไหน
     ดีในคน จําตองปน กับคนไป
     ดีแตตน คนไมใช     ก็ชวดดี ฯ
ชีวิตเรา เราลิขิต     มิตรชายหญิง
ทุกๆ สิ่ง เราทํากรรม กรรมสนอง
จะชั่วดี มีหรือจน ตนครอบครอง
ทุกคนตอง รับผลกรรม ที่ทําเอง ฯ

*ลูกลืมพอแม กระแตลืมปา หมาลืมเจาของ อยาเขาใกล*

         บทสวดมนตไหวพระกอนนอน
            คําบูชาพระรัตนตรัย
               (กราบ ๓ ครั้ง แลวกลาววา)
๑. อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อภิปูชยามิ
       อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อภิปูชยามิ
       อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อภิปูชยามิ
       อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
       พุทธัง ภะคะวันตัง        อภิวาเทมิ, (กราบ)
       สวากขาโต ภะคะวะโต ธัมโม
       ธัมมัง นมัสสามิ,                    (กราบ)
       สุปฏิปนโน     ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
       สังฆัง นะมามิ                       (กราบ)
มัยหัง มาตาปตูนังวะ ปาเท วันทามิ สาทะรัง (กราบ)
ปญญาวุฑฒิกะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง (กราบ)
๒. นะโม ตัสสะ……….(๓ จบ)
๓. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ…...ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
๔. อิติป โส ภะคะวา……....สวากขาโต……....สุปฏิปนโน
๕. กรวดน้ํา อิมินา……….
๖. นั่งสมาธิ ๑๐ นาที หรือมากกวานั้น ตามสมควร
๗. แผสวนกุศล แผเมตตา
๘. กราบ ๓ ครั้ง ตั้งใจนอนหลับดวยความมีสติ
                     ประโยชนของการสวดมนต
๑.   ทําใหอานหนังสือคลอง ออกเสียงไดถูกตอง
     สมองไดรับการพัฒนา
๒.   ขับไลความเกียจคราน จิตใจแชมชื่นเบิกบาน
๓.   ตัดความเห็นแกตัวได เพราะโลภะ โทสะ โมหะ ไมเกิด
      ขณะสวดมนต
๔.   จิตเยือกเย็นเปนสมาธิ ไมฟุงซาน
๕.   ไดปญญารูหลักคําสอนของพระพุทธเจา
๖.   ถึงพรอมดวยศีล สมาธิ ปญญา และไดเขาเฝาพระพุทธเจา

      ตนไมใหความชุมชื่นแกชีวต
                                 ิ
          นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา
ดอกไมหอมใหความงามผานสายตา
           แมตนหญาก็ยงใหออกซิเจน
                             ั
      แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้
           ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น
           กินนอนเลนเทานั้นหรือทีจําเปน
                                         ่
           ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเอย…
                      ใหรูไว เวลาวาง สรางประโยชน
                      รูคุณโทษ รูสังเกต รูเหตุผล
                      รูสังคม รูชีวิต รูคิดคน
                      รูจักตน ใหรรัก สามัคคีฯ
                                      ู
      เปนอนาคต ของชาติ ที่อาจหาญ
      เปนแรงตาน อธรรม ความกดขี่
      เปนผูทรง คุณคา ประเพณี
      ไมเปนที่      หนักใจ คนใกลชด ฯ    ิ
หมูนกจอง            มองเทาไร              ไมเห็นฟา
ถึงฝูงปลา             ก็ไมเห็น              น้ําเย็นใส
ไสเดือนมอง           ไมเห็นดิน             ที่กินไป
หนอนก็ไม             มองเห็นคูถ             ที่ดูดกิน
คนทั่วไป              ก็ไม                  มองเห็นโลก
ตองทุกขโศก          เศราจิต               เปนนิจสิน
สวนชาวพุทธ           ประพฤติธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น           ทุกสิ่ง                ตามจริงเอย…
                          พุทธภาษิต
 
   
    

   

 



                

 

                

 

 
   

   พึงผู้อืน            พึงได้      แต่ ภายนอน
   ท่ านเพียงบอก        ชี บอก      หรื อพรําสอน
   ต้ องเพียรเอง        ทําเอง      ทุกขันตอน
   นีจึ งถอน            ตัวได้      ไม่ อับจน ฯ
งามผิวพรรณนอกนั้น                ผานวัย
งามอยูไมไมเทาไร              เปลี่ยนได
งามในเพราะ มีใจ                  ยึดสัตย ศีลแฮ
งามอยูดวยธรรมไซร                 แกแลว ยังงาม…
     
     
                     
อันทรัพยสินถิ่นฐานทั้งบานชอง    อีกเงินทองไรนามหาศาล
เปนสมบัติของตัวไดชั่วกาล         จะตองผานจากกันเมื่อวันตาย
สวนความดีมีความสัตยสมบัติแท    ถึงตัวแกกายดับไมลับหาย
จะสถิตติดแนนแทนรางกาย           ชนทังหลายสรรเสริญเจริญพร..
                                       ้

         เงินกับงานการศึกษาตองมากอน
             อยารีบรอนหารักมักจะเสีย
                            กมั
          ถาขาดเงินขาดงานพาลขาดเมีย
             งานไมเสียเมียก็มาเงินก็มี

* วิชาเปนอํานาจ มารยาทเปนเสนห
* โลกพินาศก็เพราะขาดเมตตา โลกโศกาก็เพราะมีเมตตาค้ําจุน
* นกไมมีขน คนไมมีความรู       จะขึ้นสูที่สูงไมได
* อยากเปนคนดังในอนาคต ตองเปนคนทรหดในปจจุบัน
* อดีตไมขยัน ปจจุบันไมขวนขวาย       ไมตองถามถึงอนาคต

                              

ผีที่หนึ่ง ชอบสุราเปนอาจินต ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร
ผีที่สอง ชอบเที่ยวยามวิกาล ไมรักบานรักลูกรักเมียตน
ผีที่สาม   ชอบดูการละเลน       ไมละเวนบารคลับละครโขน
ผีที่สี่   คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไมพนอาญาตราแผนดิน
ผีที่หา   ชอบเลนมากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น
ผีที่หก    ชอบเกียจครานการทํากิน มีทั้งสิ้น ๖ ผีอัปรียเอย

                  

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

    คนที่ไมเรียน        คือคนพาล
    คนไมทํางาน          คือคนรกโลก
    คนถือแตโชค          คือคนประมาท
                           อคนประมาท
    คนที่ฉลาด            คือคนรูจักสรางตนเอง

    อยากเห็นตองดู       อยากรูตองถาม
    อยากงามตองแตง      อยากแข็งแรงตองออกกําลังกาย
    อยากดังตองสงบ       อยากพบของจริงอยาทิ้งพระ

คนดีชอบแกไข       คนจัญไรชอบแกตัว
   คนชั่วชอบทําลาย    คนมักงายชอบทิ้ง
      คนจริงชอบทํา    คนระยําชอบติ


การจากไป     เปนนิยาม   ของความรัก
การอกหัก     เปนนิยาม   ของความหลง
การภักดี     เปนนิยาม   ของความมั่นคง
การซื่อตรง   เปนนิยาม   ของความศรัทธา
การรองไห   เปนนิยาม   ของความพายแพ
การปรวนแปร เปนนิยาม       ของความใฝหา
การปราชัย เปนนิยาม        ของน้ําตา
การจากลา เปนนิยาม         ของความจริง…




                       


                                   
                        
 
                            
 
                        
                 
          
                 
          
                        
                                 
                  
                         
                  
                       
                 
          
                 
         
                                                                        

                                 
 

        

        
  
 
 
       ชี วิตอนิจจัง
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
    
    

    
    
     
    
    
     
    
    
     
    
    
      
     
     
        
เปลี่ยนความราย         เปน   ความดี
เปลี่ยนความตระหนี่      เปน   เสียสละ
เปลี่ยนโลภะ             เปน   รูจักพอ
เปลี่ยนความหลง          เปน   ความรู (แจง)
เปลี่ยนความเห็นแกตัว   เปน   เห็นแกสวนรวม
เปลี่ยนความโกรธ         เปน   เมตตา
เปลี่ยนความริษยา        เปน   ยินดี
เปลี่ยนรังเกียจ          เปน   ใหเกียรติ
เปลี่ยนพยาบาท            เปน   อภัย
เปลี่ยนเหลวไหล           เปน   จริงจัง
เปลี่ยนอยากดัง           เปน   อยากดี
เปลี่ยนลําเอียง          เปน   เที่ยงธรรม
เปลี่ยนพูดมากกวาทํา เปน       ทํามากกวาพูด
เปลี่ยนแกแคน           เปน   แกไข
เปลี่ยนระเบียบวินัยไมมี เปน   มีระเบียบวินัย
เปลี่ยนทําลาย            เปน   สรางสรรค
เปลี่ยนกระดาง           เปน   ออนโยน
เปลี่ยนแตกแยก            เปน   รูรัก-สามัคคี
เปลี่ยนฟุงเฟอ          เปน   ประหยัด
เปลี่ยนประมาท            เปน   ระวัง
เปลี่ยนหวาดระแวง เปน           ไววางใจ
เปลี่ยนมักงาย           เปน   รอบคอบ
เปลี่ยนออนแอ            เปน   เขมแข็ง
เปลี่ยนขัดคอ             เปน   ขัดสี
เปลี่ยนขัดใจ             เปน   เขาใจ
เปลี่ยนเปราะบาง          เปน   หนักแนน
เปลี่ยนเกียจคราน
                าน       เปน   หนักเอาเบาสู
เปลี่ยนศัตรู             เปน   มิตร
เปลี่ยนนินทา             เปน   สรรเสริญ
เปลี่ยนนิ่งดูดาย         เปน   ขวนขวายชวยกัน
เปลี่ยนมองโลกแงราย เปน       มองโลกแงดี
                         ฯลฯ
กลอน
กลอน

กลอน

  • 1.
    หนานอก  บอกความสดใส หนาใน  บอกความดี หนาที่บอก  ความสามารถ อายุสั้น อายุยืน มีสาเหตุมาจากกรรมที่ทํามากอนและสภาพแวดลอมในปจจุบัน อาหาร ๓ มื้อที่พระพุทธเจาตรัสไว มื้อเชาบํารุงรางกาย มื้อกลางวันบํารุงสมอง มื้อค่ําบํารุงกาม  คําวา “ดา” กับ “ชี้ขุมทรัพย” เปนคําๆ เดียวกัน แตใชไมเหมือนกัน ถามีความปรารถนาดี เปนการชี้ขุมทรัพย ถามีความปรารถนาราย เปนการดา  ไดเงาอยาลืมรม ไดพรมอยาลืมเสือ ไดเสื้ออยาลืมใส ่ ไดกําไรจากการคาขาย ก็อยาลืมทําบุญ  จะทําบุญทุกครั้งใหอธิษฐานจิต จะทําบุญทุกชนิดใหตั้งจิตอธิษฐาน  ทําดีเอาไวใหลูก ทําถูกเอาไวใหหลาน ไมทําชั่วสามานยใหลูกหลานเห็น  ขอใหโชคดีมีชัยทั้งไปและกลับ โชคดีมีทรัพยทั้งกลับและไป  ใจจริงเขาถึงพระพุทธ ใจบริสุทธิ์เขาถึงพระธรรม ใจงามเขาถึงพระสงฆ ใจไมหลงเขาถึงนิพพาน  เราทําดีความดีไมหนีหาง ลิขิตทางเดินเองอยาเกรงกริง ่ ชีวิตนีมีคาหากทําจริง หากหยุดนิงก็คลายตายทั้งเปน ้ ่  วันไหนไหน ไมสําคัญ เทาวันนี้ เปนวันที่ ที่สําคัญ กวาวันไหน วันพรุงนี้ มะรืนนี้ ดีอยางไร ก็ยังไม สําคัญ เทาวันนี้  อยูอยางต่ํา ทําอยางสูง เปนลักษณะอยางหนึ่งของบัณฑิต ของดีจะมีอยูกับผูมบุญเทานัน เพราะของดียอมควรแกคนดี ี ้ หาควรแกคนชั่วไม  ความรักของผูหญิง ความสงสารมากอน ตามดวยความเห็นอก เห็นใจ และความรักเปนที่สุด
  • 2.
    สวนความรักของผูชาย ความใครมากอน ตามดวยความเห็นใจ  และความสงสาร อันเปนความรักที่สมบูรณ ชีวิตคูเสมือนหนึ่ง หนึ่งชีวิต แตสองหัวใจ หัวใจเดียวเรื่อง มากพอแลว ถาสองหัวใจมารวมกัน เทากับเพิ่มปญหาชีวิตขึ้นเปนสอง เทา จึงตองมีน้ํายามาประสานใจ นั่นคือ ทั้งสองฝายตองยึดหลัก ๔ อ. ในการครองเรือน คือ ๑. อดทน ๒. อภัย ๓. เอาใจ ๔.อดออม (๓ อ, แรกเปนเรื่องของคนคูที่จะตองปฏิบัติตอกัน สวน อ, ที่สี่ เปนเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจภายใจครอบครัว)  คอยนึกถึงความผิด จะไดคิดแกไข คอยนึกถึงความดี จะไดมีกําลังใจ  ถาอยากรวย อยูอยางรวย ไมมีวันรวย ถากลัวจน อยูอยางจน ไมมีวันจน  * การทําความดี ใหความอิ่มใจในเบื้องหลัง ใหความสมหวังในเบื้องหนา * รักลูกใหถูกวิธี คือการทําดีใหลูกดู * การใหคือการไดมา เหมือนการออกกําลัง คือการไดกําลัง * ชายอกหัก เพราะรักสาวสวย หญิงอกหักเพราะรักหนุมรวย * วัน เวลา ทุกคนมีเทากัน แตคนขยันตื่นเชา ยอมไดเวลายาว กวา * การไมเอานั่นแหละ คือการใหอยูในตัว * ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นก็ยังมี ความหวัง * คนอัจฉริยะเรียนไดจากธรรมชาติ สวนคนฉลาดเรียนไดจากหนังสือ * จงเก็บเล็กผสมนอย ไมวาความรูหรือทรัพย * ที่ที่สงบ ยอมไมมีแกบุคคลผูมีจิตฟุงซาน มีจิตสงไปแลวในอารมณตาง ๆ  * บานไมมีบุตรสืบสกุล บอไมมีน้ํา ตนไมไมมียอด ปากไมมีสัจจะ ยอมเสื่อม
  • 3.
    * วัยหนึ่งไมเรียนรูวิชา วัยสองไมหาทรัพยวัยสามไมรักษาศีล วัยสี่จะทําอะไรได * คนที่พูดปดยอมไมมีใครเชื่อถือ เมื่อเขาพูดจริง * จงเปดใจใหกวาง ในการที่จะรับฟงคนอื่น ยอมไมเปน เปนใหญยาก * เงินเปนของมีคาสําหรับคนที่ใชเปน แต..จักไมมีคาสําหรับคนไมรูจักใช * จะดูหญิง ใหดูทความละอาย ี่ จะดูชาย ใหดูทความกลา ี่ หาญ  อยานอนตื่นสาย อยาอายทํากิน อยาหมิ่นเงินนอย อยาคอยวาสนา อยาเสวนาคนชั่ว อยามั่วอบายมุข อยาสุกกอนหาม อยาพลามกอนทํา อยารํากอนเพลง อยาขมเหงผูนอย อยาคอยแตประจบ อยาคบแตเศรษฐี อยาดีแตตัว อยาชั่วแตคนอืน ่ อยาฝาฝนกฎระเบียบ อยาเอาเปรียบสังคม
  • 4.
    อยาชืนชมคนผิด อยาคิดเอาแตได ่ อยาใสรายคนดี อยากลาววจีมุสา อยานินทาพระเจา อยาขลาดเขลาเมื่อทุกข อยาสุขจนลืมตัว อยาเกรงกลัวงานหนัก อยาพิทักษพาลชน อยาลืมตนเมือมั่งมี ฯ ่ มงคลธรรม ถาทานทําตัวแขงกับสังคม ทางแหงความลมจมกําลังจะตามมา ถาทานทํางานเห็นแกหนา ทานจะพบกับปญหาเรือยไป ่ ถาทานทําตัวเห็นแกได ทานอยาหวังน้ําใจจากเพือนฝูง ่ ถาทานกลัวจนเกินไป ทานจะทําอะไรไมไดความ ถาทานกลาจนเกินงาม ทานจะพบกับความเดือดรอน
  • 5.
    ถาทานขาดความพอดี ทานจะเปนหนี้เขาตลอดกาล ถาทานหวังแตความสนุก ทานจะทุกขมหาศาล ถาทานขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย ถาทานทําใจใหสงบ ทานจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น ฯ คนจะดีนี้ตองฝกและศึกษา กายวาจาตองอบรมบมนิสัย ตองฝกกันใหแนนหนักเปนหลักชัย ชนะภัยสาระพัดสวัสดี ฯ คนจะดีบางทีตองมีเพือน  ่ ชวยตักเตือนเงื่อนงําตามวิสัย แตบางทีเพื่อนนี้ก็เปนภัย เปนปจจัยใหเราตองเผาเรือน ฯ มีศีลธรรมนําเราใหเรืองรุง มีศีลธรรมสิ่งที่มุงยอมไดสม มีศีลธรรมนําใหสลายอารมณ มีศีลธรรมคนนิยมทั่วแผนดิน ฯ คนจะดี ก็เพราะมี ดีอยูดวย 
  • 6.
    ดีไมชวย คนจะดี ไดที่ไหน ดีในคน จําตองปน กับคนไป ดีแตตน คนไมใช ก็ชวดดี ฯ ชีวิตเรา เราลิขิต มิตรชายหญิง ทุกๆ สิ่ง เราทํากรรม กรรมสนอง จะชั่วดี มีหรือจน ตนครอบครอง ทุกคนตอง รับผลกรรม ที่ทําเอง ฯ *ลูกลืมพอแม กระแตลืมปา หมาลืมเจาของ อยาเขาใกล* บทสวดมนตไหวพระกอนนอน คําบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง แลวกลาววา)
  • 7.
    ๑. อิมินา สักกาเรนะตัง พุทธัง อภิปูชยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อภิปูชยามิ อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อภิปูชยามิ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ, (กราบ) สวากขาโต ภะคะวะโต ธัมโม ธัมมัง นมัสสามิ, (กราบ) สุปฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ) มัยหัง มาตาปตูนังวะ ปาเท วันทามิ สาทะรัง (กราบ) ปญญาวุฑฒิกะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง (กราบ) ๒. นะโม ตัสสะ……….(๓ จบ) ๓. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ…...ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ๔. อิติป โส ภะคะวา……....สวากขาโต……....สุปฏิปนโน ๕. กรวดน้ํา อิมินา………. ๖. นั่งสมาธิ ๑๐ นาที หรือมากกวานั้น ตามสมควร ๗. แผสวนกุศล แผเมตตา ๘. กราบ ๓ ครั้ง ตั้งใจนอนหลับดวยความมีสติ ประโยชนของการสวดมนต ๑. ทําใหอานหนังสือคลอง ออกเสียงไดถูกตอง สมองไดรับการพัฒนา ๒. ขับไลความเกียจคราน จิตใจแชมชื่นเบิกบาน ๓. ตัดความเห็นแกตัวได เพราะโลภะ โทสะ โมหะ ไมเกิด ขณะสวดมนต ๔. จิตเยือกเย็นเปนสมาธิ ไมฟุงซาน ๕. ไดปญญารูหลักคําสอนของพระพุทธเจา ๖. ถึงพรอมดวยศีล สมาธิ ปญญา และไดเขาเฝาพระพุทธเจา ตนไมใหความชุมชื่นแกชีวต ิ นกตัวนิดใหเสียงเพลงแกโลกหลา
  • 8.
    ดอกไมหอมใหความงามผานสายตา แมตนหญาก็ยงใหออกซิเจน ั แลวตัวเราเกิดมาในโลกนี้ ทําสิ่งดีอะไรใหโลกเห็น กินนอนเลนเทานั้นหรือทีจําเปน ่ ไมดีเดนกวาบรรดาตนหญาเอย… ใหรูไว เวลาวาง สรางประโยชน รูคุณโทษ รูสังเกต รูเหตุผล รูสังคม รูชีวิต รูคิดคน รูจักตน ใหรรัก สามัคคีฯ ู เปนอนาคต ของชาติ ที่อาจหาญ เปนแรงตาน อธรรม ความกดขี่ เปนผูทรง คุณคา ประเพณี ไมเปนที่ หนักใจ คนใกลชด ฯ ิ หมูนกจอง มองเทาไร ไมเห็นฟา ถึงฝูงปลา ก็ไมเห็น น้ําเย็นใส ไสเดือนมอง ไมเห็นดิน ที่กินไป หนอนก็ไม มองเห็นคูถ ที่ดูดกิน คนทั่วไป ก็ไม มองเห็นโลก ตองทุกขโศก เศราจิต เปนนิจสิน สวนชาวพุทธ ประพฤติธรรม ตามระบิล เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย… พุทธภาษิต
  • 9.
                                พึงผู้อืน พึงได้ แต่ ภายนอน ท่ านเพียงบอก ชี บอก หรื อพรําสอน ต้ องเพียรเอง ทําเอง ทุกขันตอน นีจึ งถอน ตัวได้ ไม่ อับจน ฯ งามผิวพรรณนอกนั้น ผานวัย งามอยูไมไมเทาไร เปลี่ยนได งามในเพราะ มีใจ ยึดสัตย ศีลแฮ
  • 10.
    งามอยูดวยธรรมไซร แกแลว ยังงาม…    อันทรัพยสินถิ่นฐานทั้งบานชอง อีกเงินทองไรนามหาศาล เปนสมบัติของตัวไดชั่วกาล จะตองผานจากกันเมื่อวันตาย สวนความดีมีความสัตยสมบัติแท ถึงตัวแกกายดับไมลับหาย จะสถิตติดแนนแทนรางกาย ชนทังหลายสรรเสริญเจริญพร.. ้ เงินกับงานการศึกษาตองมากอน อยารีบรอนหารักมักจะเสีย กมั ถาขาดเงินขาดงานพาลขาดเมีย งานไมเสียเมียก็มาเงินก็มี * วิชาเปนอํานาจ มารยาทเปนเสนห * โลกพินาศก็เพราะขาดเมตตา โลกโศกาก็เพราะมีเมตตาค้ําจุน * นกไมมีขน คนไมมีความรู จะขึ้นสูที่สูงไมได * อยากเปนคนดังในอนาคต ตองเปนคนทรหดในปจจุบัน * อดีตไมขยัน ปจจุบันไมขวนขวาย ไมตองถามถึงอนาคต  ผีที่หนึ่ง ชอบสุราเปนอาจินต ไมชอบกินขาวปลาเปนอาหาร ผีที่สอง ชอบเที่ยวยามวิกาล ไมรักบานรักลูกรักเมียตน
  • 11.
    ผีที่สาม ชอบดูการละเลน ไมละเวนบารคลับละครโขน ผีที่สี่ คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไมพนอาญาตราแผนดิน ผีที่หา ชอบเลนมากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น ผีที่หก ชอบเกียจครานการทํากิน มีทั้งสิ้น ๖ ผีอัปรียเอย                      
  • 12.
          คนที่ไมเรียน คือคนพาล คนไมทํางาน คือคนรกโลก คนถือแตโชค คือคนประมาท อคนประมาท คนที่ฉลาด คือคนรูจักสรางตนเอง อยากเห็นตองดู อยากรูตองถาม อยากงามตองแตง อยากแข็งแรงตองออกกําลังกาย อยากดังตองสงบ อยากพบของจริงอยาทิ้งพระ คนดีชอบแกไข คนจัญไรชอบแกตัว คนชั่วชอบทําลาย คนมักงายชอบทิ้ง คนจริงชอบทํา คนระยําชอบติ การจากไป เปนนิยาม ของความรัก การอกหัก เปนนิยาม ของความหลง การภักดี เปนนิยาม ของความมั่นคง การซื่อตรง เปนนิยาม ของความศรัทธา การรองไห เปนนิยาม ของความพายแพ
  • 13.
    การปรวนแปร เปนนิยาม ของความใฝหา การปราชัย เปนนิยาม ของน้ําตา การจากลา เปนนิยาม ของความจริง… 
  • 14.
                                                
  • 15.
                   ชี วิตอนิจจัง               
  • 16.
                    เปลี่ยนความราย เปน ความดี เปลี่ยนความตระหนี่ เปน เสียสละ เปลี่ยนโลภะ เปน รูจักพอ เปลี่ยนความหลง เปน ความรู (แจง) เปลี่ยนความเห็นแกตัว เปน เห็นแกสวนรวม เปลี่ยนความโกรธ เปน เมตตา เปลี่ยนความริษยา เปน ยินดี
  • 17.
    เปลี่ยนรังเกียจ เปน ใหเกียรติ เปลี่ยนพยาบาท เปน อภัย เปลี่ยนเหลวไหล เปน จริงจัง เปลี่ยนอยากดัง เปน อยากดี เปลี่ยนลําเอียง เปน เที่ยงธรรม เปลี่ยนพูดมากกวาทํา เปน ทํามากกวาพูด เปลี่ยนแกแคน เปน แกไข เปลี่ยนระเบียบวินัยไมมี เปน มีระเบียบวินัย เปลี่ยนทําลาย เปน สรางสรรค เปลี่ยนกระดาง เปน ออนโยน เปลี่ยนแตกแยก เปน รูรัก-สามัคคี เปลี่ยนฟุงเฟอ เปน ประหยัด เปลี่ยนประมาท เปน ระวัง เปลี่ยนหวาดระแวง เปน ไววางใจ เปลี่ยนมักงาย เปน รอบคอบ เปลี่ยนออนแอ เปน เขมแข็ง เปลี่ยนขัดคอ เปน ขัดสี เปลี่ยนขัดใจ เปน เขาใจ เปลี่ยนเปราะบาง เปน หนักแนน เปลี่ยนเกียจคราน าน เปน หนักเอาเบาสู เปลี่ยนศัตรู เปน มิตร เปลี่ยนนินทา เปน สรรเสริญ เปลี่ยนนิ่งดูดาย เปน ขวนขวายชวยกัน เปลี่ยนมองโลกแงราย เปน มองโลกแงดี ฯลฯ