More Related Content
PDF
PPT
PPTX
PPT
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการพูด 5 PPT
PDF
PPT
PDF
What's hot
PDF
1 ธรรมชาติและพลังของภาษาไทย(5-34) PDF
ใบงานที่ 1.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง เครื่องมือเกษตร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 XLS
ปพ5 ปีการศึกษา2553 รายปี ชั้น ม3 วิชาคณิตศาสตร์ PDF
PDF
PDF
PDF
แบบฝึกหัดคำภาษาต่างประเทศ ม.๒ นักเรียน PPSX
DOC
PDF
แบบประเมินงานนำเสนอในรูปแบบออนไลน์ PDF
PDF
การอ่านแปลความ ตีความและขยายความ PDF
PDF
DOCX
แผนผังความสัมพันธ์ของตัวละครเรื่อง ขุนช้างขุนแผน PDF
ชุดกิจกรรม เรื่อง รายงานการศึกษาค้นคว้า ชุด รูปแบบและจุดมุ่งหมายของรายงาน PPTX
บทวิเคราะห์ร่ายยาวเวสสันดรมหาชาดก กัณฑ์มัทรี PDF
แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาไทย PDF
PDF
แบบฝึกทักษะเรื่อง การแต่งโคลงสี่สุภาพ ชุดที่ ๑๐ เรื่อง กลวิธีในการแต่งโคลง... Viewers also liked
PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(วรรณคดี) ม.6 PDF
แบบทดสอบ ภาษาไทย(หลักภาษา) ม.6 PDF
ข้อสอบพร้อมเฉลยอย่างละเอียด O net - ภาษาไทย PDF
PDF
บทที่12 เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ PDF
PDF
การเขียนที่บรรลุวัตถุประสงค์ PDF
การสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ PPT
PDF
PPTX
PDF
ข้อสอบโควตา มช วิชาภาษาไทย ปี 2551 PDF
PDF
PDF
PDF
Similar to การโน้มน้าวใจ
PDF
งานนำเสนอแรงจูงใจ กลุ่ม 2 PPTX
PDF
PPTX
การจูงใจผู้เรียนการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน PDF
สื่อประกอบการสอน_เรื่อง_การพูดโน้มน้าวใจ-05031228.pdf PDF
PPT
PPT
PPT
PDF
ครูมิใช่ช่างปั้นอันวิจิตร PPT
PPT
PPT
DOC
PDF
PDF
Presentation Preparation Tips-Nukool Style PDF
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00 PDF
เรื่องที่ 8 การดำเนินกิจกรรมวิธีเกี่ยวกับ00 PDF
More from kingkarn somchit
การโน้มน้าวใจ
- 1.
- 2.
- 3.
- 4.
- 5.
- 6.
- 7.
หลักจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจ
ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์ (Maslow’sTheoryof
Human Motivation)
ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์ หรือที่เรียกกันว่าทฤษฎีลาดับ
ความต้องการ (Hierarchy of NeedsTheory)
เป็ นทฤษฎีการจูงใจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
มาสโลว์ ได้สรุปลักษณะการจูงใจไว้ว่า การจูงใจจะเป็ นไป
ตามลาดับของความต้องการอย่างมีระเบียบ ซึ่งลาดับขั้น
ของความต้องการนี้แบ่งออกเป็ น 5 ขั้น ดังนี้
- 8.
- 9.
- 10.
- 11.
- 12.
ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์
5. ความต้องการความสาเร็จในชีวิต(The Need for Self -
Actualization)
เป็ นความต้องการขั้นสูงสุด มนุษย์ต้องการพัฒนาตนเองให้มีการ
เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเรื่อยไป ทาให้ตัวเองดีเด่นที่สุด เป็ นคนที่มี
ความคิดสร้างสรรค์เก่งที่สุด เป็ นต้น มนุษย์จะแสวงหาความต้องการ
ในขั้นนี้ก็เมื่อความต้องการทั้ง4ประการข้างต้นได้รับการตอบสนอง
แล้ว
- 13.
- 14.
กลวิธีในการโน้มน้าวใจ
3. การแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกและอารมณ์ร่วม บุคคลที่มี
อารมณ์ร่วมกันคล้อยตามกัน ได้ง่ายกว่าบุคคล ที่มีความรู้สึก
อคติต่อกัน เมื่อใดที่ผู้โน้มน้าวใจ ค้นพบ และแสดงอารมณ์ร่วม
ออกมา การโน้มน้าวใจก็จะประสบความสาเร็จ
4. การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและด้านเสีย ผู้โน้มน้าว
ใจต้องโน้มน้าวผู้รับสารให้เชื่อถือ หรือปฏิบัติเฉพาะทางที่ตน
ต้องการ โดยชี้ให้เห็นว่าสิ่งนั้น มีด้านที่เป็ นโทษ อย่างไร ด้านที่
เป็ นคุณอย่างไร
- 15.
กลวิธีในการโน้มน้าวใจ
5. การสร้างความสุขให้แก่ผู้รับสารการเปลี่ยนบรรยากาศ ให้
ผ่อนคลายด้วยอารมณ์ขัน จะทาให้ผู้รับสารเปลี่ยนสภาพจากการ
ต่อต้านมาเป็ นความรู้สึกกลาง ๆ พร้อมที่จะคล้อยตามได้
6. การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า เมื่อมนุษย์เกิดอารมณ์
ขึ้นอย่างแรงกล้า ไม่ว่าดีใจ เสียใจ โกรธแค้น อารมณ์เหล่านี้
มักจะทาให้มนุษย์ไม่ใช้เหตุผลอย่างถี่ถ้วน พิจารณาถึงความ
ถูกต้องเหมาะควร เมื่อมีการตัดสินใจ ก็อาจจะคล้อยไปตามที่ผู้
โน้มน้าวใจเสนอแนะได้ง่าย
- 16.
ศิลปะการโน้มน้าวจิตใจ
1. จงให้ความสนใจแก่ผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นอย่างจริงใจ ท่านจะ
ได้รับการต้อนรับและสนใจ จากทุกคนทุกหนแห่ง นักบริการที่ดี
ไม่ควรพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง แต่จงให้ความสนใจแก่เขา
และเรื่องที่ เกี่ยวกับเขา แสดงออกไปทั้งทางกิริยา วาจา และใจ
- 17.
- 18.
- 19.
- 20.
- 21.
- 22.
- 23.
ลักษณะของสารโน้มน้าวใจ
1. คาเชิญชวนเป็ นการแนะนาให้ช่วยกันกระทาการ อย่างใด อย่างหนึ่ง
เพื่อให้เกิด ประโยชน์ส่วนรวม มักจะพบในการเขียนคาขวัญ แถลงการณ์
เพลงปลุกใจ บทความปลุกใจ หรือการพูดในโอกาสต่าง ๆ ใบประกาศ
แผ่นปลิว โปสเตอร์ หรือเป็ นการบอกกล่าว ทางวิทยุ โทรทัศน์ ผู้ส่งสาร
จะบอกจุดประสงค์ อย่างชัดเจนและชี้ให้เห็นประโยชน์รวมทั้งบอกวิธี
ปฏิบัติด้วย โดยโน้มน้าวให้เกิดความภาคภูมิใจว่าถ้าปฏิบัติตามคาเชิญ
ชวนจะเป็ นผู้ทาประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น การพูดปลุกใจให้ประชาชนรัก
ชาติ พูดจูงใจให้ประชาชนออกไป ลงคะแนนเสียง เลือกตั้งสมาชิก
ผู้แทนราษฎร พูดโน้มน้าวใจให้คนบริจาคโลหิต พูดโน้มน้าวใจ ให้คนซื้อ
สินค้า ที่ตนเองจาหน่าย พูดโน้มน้าวในใจให้ประชาชนช่วยกันรักษา
สิ่งแวดล้อม เป็ นต้น
- 24.
ลักษณะของสารโน้มน้าวใจ
2. โฆษณาสินค้าหรือ โฆษณาบริการ มีลักษณะดังนี้
2.1 ใช้ถ้อยคาที่แปลกใหม่ สะดุดหู สะดุดตา ผู้รับสาร
2.2 ใช้ประโยค หรือวลีสั้น ๆ ที่ทาให้ผู้อื่นรับรู้ได้อย่างฉับพลัน
2.3 เนื้อหาจะแสดงให้เห็นถึงคุณภาพอันดีเลิศของสินค้า หรือ
บริการ
2.4 ใช้กลวิธีโน้มน้าวใจโดยชี้ให้เห็นประโยชน์ของสินค้า
2.5 เนื้อหาของสารโฆษณามักขาดเหตุผลที่หนักแน่นรัดกุม
2.6 การนาเสนอสารใช้วิธีโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ซ้า ๆ หลายวัน
- 25.
- 26.
หลักในการเขียนโน้มน้าวใจ
1. การวิเคราะห์ผู้อ่านผู้เขียนจะต้องวิเคราะห์ผู้อ่านว่า มี
ลักษณะอย่างไร เช่น เพศ วัย การศึกษา อาชีพ ฐานะทาง
เศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม และค่านิยม เป็ นต้น การวิเคราะห์
ผู้อ่านจะช่วย ให้ผู้เขียนสามารถกาหนด เนื้อหาและกลวิธีการ
นาเสนอได้อย่างเหมาะสม
- 27.
หลักในการเขียนโน้มน้าวใจ
2. การใช้หลักจิตวิทยาผู้เขียนจะต้องอาศัยหลักจิตวิทยาในการ
เขียนโน้มน้าวใจเป็ นอย่างมาก เนื่องจากผู้เขียนต้องทาความ
เข้าใจธรรมชาติ ความสนใจ และความต้องการของผู้อ่าน ว่า
น่าจะเป็ น ไปในทิศทางใด แล้วจึงนามาเป็ นประโยชน์ในการ
เขียนโน้มน้าวใจต่อไป
- 28.
หลักในการเขียนโน้มน้าวใจ
3. การให้เหตุผลผู้เขียนต้องพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุน
ความคิดเห็นของตน เหตุผลที่นามาอ้างนั้นควรน่าเชื่อถือ มี
น้าหนักเพียงพอ และเป็ นไปได้ในทางปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้อ่าน
เชื่อถือ และยอมรับ ตลอดจนมีปฏิกิริยาตอบสนองความต้องการ
ของผู้เขียน
- 29.
หลักในการเขียนโน้มน้าวใจ
4. การใช้ภาษาภาษาทีใช้ในการเขียนโน้มน้าวใจควรเป็ นภาษาที่
เร้าอารมณ์และความรู้สึกของผู้อ่าน ดังนั้นผู้เขียนจึงต้องมีศิลปะ
ในการใช้ภาษา คือ รู้จักเลือกสรรถ้อยคาที่สื่อความหมายได้
ชัดเจน ก่อให้เกิดภาพ และกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่าน
- 30.
การพูดโน้มน้าวใจ
การพูดโน้มน้าวใจเป็ นพฤติกรรมการสื่อสารอย่างหนึ่งคือ การใช้
ความพยายามเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และการกระทา
ของบุคคลอื่น โดยใช้กลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบใจบุคคล ทั้ง
โดยใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษา จนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยน
ตามที่ผู้โน้มน้าวใจประสงค์ หลักการสาคัญของการพูดโน้มน้าวใจ
ได้แก่ การทาให้มนุษย์ประจักษ์ว่า ถ้าเชื่อและเห็นคุณค่า หรือทา
ตามที่ ผู้โน้มน้าวใจชี้แจงหรือชักนาแล้ว ก็จะได้รับผลที่ตอบสนอง
ความต้องการขั้นพื้นฐานของตนนั่นเอง แต่ตราบใดที่ความประจักษ์
ชัดยังไม่เกิดขึ้น ก็ยังถือว่าการโน้มน้าวใจยังไม่สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นผู้
โน้มน้าวใจควรได้ตระหนักถึงประเด็นของการนาเสนอเหตุผลเพื่อให้
ผู้รับสารเข้าใจ เห็นความสาคัญและยอมรับการโน้มน้าวใจ
- 31.
การเขียนคาขวัญโน้มน้าวใจ
คาขวัญ คือคาพูดที่กล่าวให้เป็ นข้อคิดหรือแนวทางปฏิบัติเนื่อง
ในกรณีใดกรณีหนึ่ง หรือโอกาสใดโอกาสหนึ่ง เป็ นข้อความเตือน
ให้ระลึกถึงหน้าที่การงาน และความประพฤติต่าง ๆ หรือ
การปลูกฝังหรือเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อสถาบัน หรือเพื่อผนึก
ความคิดรวบยอดของสินค้า
- 32.
ลักษณะคาขวัญที่ดี
คาขวัญที่ดีคือ คาขวัญที่กระทบใจผู้รับสารทาให้ผู้รับสารสนใจ
และจดจาคาขวัญได้ทันที
และ/หรือ เป็ นการอ้างเตือนผู้รับสารไม่ให้ลืมข้อเด่นในคาขวัญ
นั้น เช่น ชื่อสินค้า บุคลิกของสินค้า และข้อมูลที่ต้องการเสนอ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสื่อที่ใช้ ตาแหน่งคาขวัญในสื่อ อวัจนภาษาด้าน
ตัวอักษร สี และที่สาคัญ ได้แก่ วัตถุประสงค์ในการสร้างคาขวัญ
นั้น ๆ
- 33.
การเขียนคาขวัญโน้มน้าวใจมีหลักดังนี้
1. เขียนให้ตรงจุดมุ่งหมายตรงตามประเด็นที่ต้องการก่อน
เขียนคาขวัญโน้มน้าวใจในเรื่องใด ๆ ผู้เขียนต้องทาความเข้าใจ
จุดมุ่งหมายให้ถ่องแท้เสียก่อน เช่น “ไม่มีครู ก็ไม่รู้วิชา” “ชาว
ตรังใจกว้าง สร้างแต่ความดี” “ตารวจอยู่ที่ไหน ประชาอุ่นใจ
ที่นั่น” “อากาศเป็ นพิษ ชีวิตเป็ นภัย” “ปตท. พลังไทย เพื่อ
ไทย” “ขับรถระวังคน ข้ามถนนระวังรถ” เป็ นต้น
- 34.
การเขียนคาขวัญโน้มน้าวใจมีหลักดังนี้
2. เป็นถ้อยคาที่สั้น กะทัดรัด อาจมีจานวนคาตั้งแต่ 2 คาขึ้นไป
อาจเป็ นประโยค เดียวหรือสองประโยคที่สัมพันธ์กัน หรืออาจมีเพียง
1 วรรค ถึง 4 วรรค เช่น
“ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน”
“ช่วยราษฎร์ เสริมรัฐ ยืนหยัดยุติธรรม”
“การบินไทยรักคุณเท่าฟ้ า”
“ยามศึกเรารบ ยามสงบเราพัฒนา”
“อากาศเป็ นพิษ ชีวิตจะสั้น ต้นไม้เท่านั้น
ทั้งกันทั้งแก้” เป็ นต้น
- 35.
การเขียนคาขวัญโน้มน้าวใจมีหลักดังนี้
3. มีใจสมบูรณ์ชัดเจน ไม่คลุมเครือ มีใจความสาคัญหรือ
เป้ าหมายในคาขวัญเพียงประการเดียว เพื่อให้ผู้รับสารจาได้ง่าย
ไม่สับสน เช่น “คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่องสาม” “วันพระ ชาว
พุทธ หยุดเหล้า” “ไทยสมุทรยึดมั่นคาสัญญา” “บ้านเมือง
สวย ด้วยมือเรา” “ขับเร็วชิดขวา ขับช้าชิดซ้าย” เป็ นต้น
- 36.
การเขียนคาขวัญโน้มน้าวใจมีหลักดังนี้
4. เขียนด้วยถ้อยคาภาษาง่ายๆ มีการเล่นคา เล่นสัมผัส และมี
ช่วงจังหวะที่เหมาะสม เพื่อความไพเราะและจดจาได้ง่าย เช่น
“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข”
“ยุงแขยง แมลงขยาด เมื่ออาทขยับ”
“ครองตน ครองคน ครองงาน”
“ยิ้มเดียว เคี้ยวเพลิน”
“หลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคต”
“คาดเข็มขัดนิรภัย ปลอดภัยตลอดเส้นทาง” เป็ นต้น
- 37.
- 38.
- 39.
กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
1. ตราชื่อ
เป็ นกลวิธีที่เบนความสนใจของผู้รับสารไปจากเหตุผลและ
ข้อเท็จจริงเพื่อให้หมดความเชื่อถือในตัวบุคคลหรือสถาบันฝ่ าย
ตรงข้าม โดยหาคาพูดมาใช้เรียกฝ่ ายตรงกันข้ามเพื่อเร้าอารมณ์
ของผู้รับสาร เช่น คาว่า
ผู้คลั่งลัทธิ
ฝ่ ายซ้าย ฝ่ ายขวา
พวกหัวรุนแรง
คนแก่ พวกไดโนเสาร์
- 40.
กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
2. ใช้ถ้อยคาหรูหรา
มักใช้ถ้อยคาหรือเรียบเรียงข้อความขึ้นให้ผูกพันกับความคิด
หลักการ บุคคล สถาบัน หรืออุดมการณ์ และด้วยอานาจของ
ถ้อยคาและข้อความนั้น ทาให้ผู้อื่นเกิดความเชื่อถือเลื่อมใสใน
ความคิดของบุคคล สถาบันหรืออุดมการณ์นั้นๆ โดยไม่ใช้
ความคิดหรือเหตุผลตรวจสอบความถูกต้องที่แท้จริง หรือความ
สมเหตุสมผลของเนื้อหานั้นๆอีกเช่นกัน
- 41.
กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
3. อ้างบุคคลหรือสถาบัน
ใช้วิธีอ้างถึงสถาบันหรือบุคคลที่ทรงคุณวุฒิ ทรงเกียรติ หรือเป็ น
ที่เคารพนับถือ ผู้โฆษณาชวนเชื่อเลือกนามาอ้างเพื่อทาให้ผู้ได้
ฟังเกิดทัศนคติที่ดี หรือเกิดความนิยมชมชอบนโยบาย หลักการ
หรืออุดมการณ์ของตน ผู้รับสารเมื่อได้ยินได้ฟังชื่อเหล่านั้นด้วย
ความเลื่อมใสที่มีอยู่แล้วก็พลอยเชื่อถือโดยไม่หยุดยั้งคิด
พิจารณา จึงตกหลุมพรางของนักโฆษณา
- 42.
- 43.
- 44.
กลวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ
6. อ้างคนส่วนใหญ่
ผู้โฆษณาชวนเชื่อพยายามชักจูงให้ผู้รับสารเกิดความตระหนักว่า
บุคคลอื่นๆจานวนมากมายพากันเชื่อ ประพฤติปฏิบัติอยู่ใน
แนวทางใดทางหนึ่ง ดังนั้นผู้รับสารก็ควรเชื่อหรือประพฤติปฏิบัติ
ด้วย ถ้าใครยังลังเลสงสัยไม่ยอมรับหลักการก็จะกลายเป็ นผิด
แปลกจากคนอื่นๆ