ความหลากหลายทางชีวภาพ
โดย...ครูปินัชยา นาคจารูญ
อาณาจักรมอเนอรา
(KingdomMonera)
โดย...ครูปินัชยา นาคจารูญ
แบ่งเป็น2 ไฟลัมใหญ่คือ
ไฟลัมชิโซไฟตา(PhylumSchizophyta) คือพวกแบคทีเรีย
ไฟลัมไซยาโนไฟตา(PhylumCyanophyta)คือพวกไซยาโนแบคทีเรีย
อาณาจักรมอเนอรา(KingdomMonera)
ได้แก่ พวกแบคทีเรียมีผนังเซลล์เป็นสารพวกเพปทิโดไกลแคน
ที่รู้จักมีประมาณ5,000สปีชีส์ แต่คาดว่าน่าจะถึง4 ล้านสปีชีส์
เป็นพวกโปรคาริโอตเซลล์ (ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส)
เพปทิโดไกลแคน
1.1 ผนังเซลล์ (Cell Wall)
 เป็นส่วนที่อยู่นอกของเยื่อหุ้มเซลล์
 พบในเซลล์พืช สาหร่าย เห็ด รา แบคทีเรียแต่ไม่พบในสัตว์
 มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้แก่พืช ประกอบด้วยเซลลูโลส
 อาจพบสารอื่นๆ เช่น เพคทิน ซูเบอริน ลิกนิน และคิวติน
ลักษณะรูปร่างและการดารงชีวิต
เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดประมาณ1 – 5 ไมโครเมตร
มีรูปร่างหลายแบบเช่นทรงกลมเรียกค็อกคัส ทรงแท่งเรียกบาซิลลัสและทรง
เกลียวเรียกสไปริลลัม
มีทั้งสร้างอาหารเองได้และสร้างเองไม่ได้
ลักษณะรูปร่างและการดารงชีวิต
ลักษณะรูปร่างและการดารงชีวิต
ลักษณะรูปร่างและการดารงชีวิต
การจาแนกกลุ่มของแบคทีเรีย
2.1 ซับคิงดอมอาร์เคียแบคทีเรีย
ได้แก่ อาร์เคียแบคทีเรีย เป็นพวกที่ผนังเซลล์ไม่มีเพปทิโดไกลแคน
ทนสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ เช่นเค็มจัด (ยูริอาร์เคียโอตา)
ร้อนจัดเป็นกรดสูง (ครีนาร์เคียโอตา)
ซับคิงดอมอาร์เคียแบคทีเรีย
2.2 ซับคิงดอมยูแบคทีเรีย
1) กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย(Proteobacteria)
เป็นแบคทีเรียแกรมลบที่พบมากที่สุดเช่นE.coli ที่พบในลาไส้
มีความหลากหลายเช่นสามารถสังเคราะห์แสงได้
หรือตรึงแก๊สไนโตรเจนได้เช่นไรโซเบียมในปมรากถั่ว
ที่ก่อโรคเช่นซาโมเนลลา และ วิบริโอซึ่งทาให้อาหารเป็นพิษท้องร่วง
2.2 ซับคิงดอมยูแบคทีเรีย
2.2 ซับคิงดอมยูแบคทีเรีย
2) กลุ่มคลาไมเดีย(Chlamydias)
เป็นแบคทีเรียแกรมลบที่เป็นปรสิตในสัตว์
ทาให้เกิดโรคทางพันธุกรรมเช่นโรคหนองใน
3) กลุ่มสไปโรคีท(Spirochetes)
เป็นแบคทีเรียแกรมลบที่มีรูปร่างทรงเกลียว ยาวประมาณ0.25มม.
บางชนิดดารงชีวิตอิสระ บางชนิดเป็นปรสิตก่อโรคซิฟิลิส ฉี่หนูเป็นต้น
3) กลุ่มสไปโรคีท(Spirochetes)
3) กลุ่มสไปโรคีท(Spirochetes)
4) กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก
เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไป บางชนิดสามารถสร้างกรดแลกติกได้เช่น
แลคโตบาซิลลัสซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
บางชนิดใช้ทายาปฏิชีวนะเช่น Streptomycessp.
บางชนิดก็ก่อโรคเช่นโรคแอนแทรกซ์ โรควัณโรคและเรื้อน
บางกลุ่มไม่มีผนังเซลล์เช่นไมโคพลาสมาก่อโรคปอดบวมในคนและวัว
4) กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก
4) กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก
4) กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก
5) ไซยาโนแบคทีเรีย(Cyanobacteria)
เป็นแบคทีเรียสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้เพราะมีสารสีพวกคลอโรฟิลล์
แคโรทีนอยด์ และไฟโคบิลินที่เยื่อหุ้มเซลล์
เชื่อกันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทาให้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดโลกในปจจจุบัน
เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่สาคัญบางชนิดสามารถตรึงแก๊สไนโตรเจนได้เช่นแอนาบีนา
นอสตอคเป็นต้น
ความสาคัญของยูแบคทีเรีย
มีความสาคัญต่อระบบนิเวศเนื่องจากดารงชีวิตแบบผู้ย่อยสลาย
จึงนิยมนามาใช้ในการกาจัดขยะสลายคราบน้ามัน
และใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเช่นผักดองปลาส้มนมเปรี้ยวเนยแข็ง
5) ไซยาโนแบคทีเรีย(Cyanobacteria)
อาณาจักรมอเนอรา(KingdomMonera)
1. ซับคิงดอมอาร์เคียแบคทีเรีย- อาร์เคียแบคทีเรีย=ชอบร้อนชอบเค็ม
2. ซับคิงดอมยูแบคทีเรีย
2.1โพรีโอ– แกรมลบไรโซเบียม
2.2คลาไมเดีย– แกรมลบ หนองใน
2.3สไปโรคีท– แกรมลบ ซิฟิลิส ฉี่หนู
2.4แกรมบวก - แลคโตบาซิลลัส,ยาปฏิชีวนะ(สเตรปโตมายซิส),แอน
แทรกซ์, วัณโรค, ปอดบวม(ไมโคพลาสมา)
2.5ไซยาโนแบคทีเรีย– สังเคราะห์ด้วยแสงได้,ตรึงไนโตรเจนได้

อาณาจักรมอเนอรา