อาณาจักรมอเนอรา
(kingdom monera)
สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)
หรือที่เรียกสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้ว่า แบคทีเรีย แบคทีเรียที่รู้จักและสามารถ
จาแนกสปีชีส์ได้มีประมาณ 5000 สปีชีส์ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ประมาณ
ว่าน่าจะมีจา แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวจัด
ร้อนจัด ในทะเลที่มีความเค็มมากๆ และสภาพที่มีความเป็นกรดสูง
หรือเรียกว่า อาณาจักรแบคทีเรีย(Kingdom Bacteria)
ลักษณะรูปร่างและการดารงชีวิตของแบคทีเรีย
แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีขนาดเล็ก
ประมาณ 1-5 ไมโครเมตร ผนังเซลล์เป็น
สารประกอบเพปทิโดไกลแคน ภายในเซลล์ไม่มีเยื่อ
หุ้มสารพันธุกรรมและไม่มีโครงสร้างอื่นอีกหลายชนิด
เช่น กอลจิบอดี ไมโทคอนเดรีย เป็นต้น แบคทีเรียที่
พบส่วนใหญ่มีเซลล์เดียวหรืออาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
หรือเป็นสายมีหลายรูปแบบ เช่น แบคทีเรียทรงกลม
หรือค็อกคัส (coccus) แบคทีเรียทรงแท่ง
หรือบาซิลลัส (baciilus) และแบคทีเรียทรง
เกลียวหรือสไปริลลัม (spirillum)
แบคทีเรียรูปทรงต่างๆ
Staphylococcus
แบคทีเรียที่มีลักษณะเซลล์กลม
E. coli แบคทีเรียที่มี
ลักษณะเซลล์เป็นรูปแท่ง
Streptococcus
แบคทีเรียที่มีลักษณะเซลล์กลม
ต่อกันเป็นสายSpirillum แบคทีเรียที่มี
ลักษณะเป็นท่อนยาวและเป็นเกลียว
การแบ่งกลุ่มลักษณะของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตออกเป็น 3 Domains
แสดงรายชื่อสมาชิกในแต่ละ Domain
สายวิวัฒนาการของแบคทีเรีย
ความหลากหลายของแบคทีเรีย
จากการศึกษาสายวิวัฒนาการของแบคทีเรีย โดยการศึกษาเปรียบเทียบลาดับเบสของ
DNA RNA รวมทั้งองค์ประกอบของผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์
ทาให้สามารถแยกแบคทีเรียออกได้เป็น 2 อาณาจักรย่อย หรือซับคิงดอม คือ
ซับคิงดอมอาร์เคียแบคทีเรีย (Subkingdom Archaebacteria)
ซับคิงดอมยูแบคทีเรีย (Subkingdom Eubacteria)
โดยในแต่ละซับคิงดอมจะมีหมวดหมู่ย่อยในระดับไฟลัม แต่เนื่องจากการจัดหมวดหมู่ของ
แบคทีเรียในระดับไฟลัมต้องศึกษาความรู้ด้านอื่นๆ ประกอบอีกมาก
อาร์เคียแบคทีเรีย เป็นแบคทีเรียที่ผนังเซลล์ไม่มีสารเพปทิโดไกลแคน สามารถดารงชีวิตในสภาพ
สิ่งแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นไม่สามารถดารงชีวิตอยู่ได้ ในแหล่งที่มีอุณหภูมิสูงมาก เช่น บ่อน้าพุที่ร้อนจัด
ในทะเลที่มีน้าเค็มจัด ในบริเวณที่มีความเป็นกรดสูง และในบริเวณทะเลลึก เป็นต้น
ก. อาร์เคียแบคทีเรียที่อาศัยในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง กรดจัด
ข. อาร์เคียแบคทีเรียที่อาศัยในทะเลที่มีความเค็มมาก
ค. อาร์เคียแบคทีเรียที่สร้างแก๊สมีเทน (CH4)
อาณาจักรย่อยอาร์เคียแบคทีเรีย (Subkingdom
Archaebacteria)
อาร์เคียรูปแบบต่างๆ
สภาพแวดล้อมที่ Archaea ดํารงชีวิต
(1) Halophiles ใน salty lakes
(2) Thermoproteus ใน deep-
sea hydrothermal vents,
(3) Sulfolobus ใน hot sulfur
springs
(4) Methanococcus ใน
swamps และ marshes
(5) Acidianus ใน acidic
ponds
Archaea ชนิดต่างๆ
Crenarchaeota สามารถพบสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ได้ในพื้นที่ที่ร้อนจัด (80-100
องศาเซลเซียส) เช่นในภูเขาไฟ ซึ่ง อาจเรียกสิ่งมีชวิตเหล่านี้ว่าพวกThermophiles
อย่างไรก็ตามสามารถพบบางชนิดได้ในพื้นที่เย็นจัดอย่าง Antarctic และ Arctic
ได้ด้วย ส่วนใหญ่อาศัยในที่ออกซิเจนต่า และสามารถพบได้ในบางพื้นที่ที่มความเป็น กรดสูง
ด้วยความสามารถในการดารงชีวิตในสภาพ extreme เช่นนี้จึงอาจเรียกว่าเป็นพวก
extremophiles
Euryarchaeota เป็นกลมสิ่งมีชีวิตที่พบได้ในพื้นที่ที่มีเกลือสูง ซึ่งอาจเรียก
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ว่าพวก Halophilesส่วนใหญ่เป็นพวกที่สร้างแก๊สมีเทนได้
(Methanogen) บางชนิดพบในลาไส้ของสัตว์
อาณาจักรย่อยยูแบคทีเรีย
(Subkingdom Eubacteria)
แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ 5 กลุ่มคือ
1. กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria)
2. แบคทีเรียแกรมบวก
3. กลุ่มคลาไมเดีย (Chlamydias)
4. กลุ่มสไปโรคีท(Spirochetes)
5. ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)
1. กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria)
เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบที่พบมากที่สุดและมีกระบวนการเมแทบอลิซึมที่หลากหลาย
บางกลุ่มสามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้คล้ายพืช บางกลุ่มสามารถดารงชีวืตโดยใช้
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และให้ซัลเฟอร์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เช่น เพอเพิลซัลเฟอร์
แบคทีเรีย (purple sulfur bacteria) บางกลุ่มมีบทบาทช่วยตรึงแก๊ส
ไนโตรเจนในอากาศมาสร้างเป็นสารประกอบไนโตรเจนในดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการ
เจริญเติบโตของพืช เช่น Rhizobium sp. ในปมรากของพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น
แบคทีเรีย พวกนี้มีทั้งพวกที่ใช้ออกซิเจน (aerobic) และ
ไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic)
2.กลุ่มคลาไมเดีย (Chlamydias)
เป็นพวกปาราสิตที่อาศัยอยู่ได้เฉพาะในเซลล์ของสัตว์
โดยอาศัยเซลล์ของ host เป็นแหล่งของ ATP
ผนังเซลล์ทเป็นแกรมลบของ Chlamydias
จะต่างจากพวกอื่นคือไม่มี peptidoglycan
ตัวอย่างที่สาคัญที่รู้จักกันดี คือ Chlamydias trachomatis
เป็นเชื้อโรคที่ก่อใหเกิดตาบอด และเป็นสาเหตุของโรคหนองในเทียม
(nongonococcal uretritis) ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์
3.กลุ่มสไปโรคีท(Spirochetes)
เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบที่มีรูปทรงเกลียว มีความยาวประมาณ 0.25
มิลลิเมตร ยูแบคทีเรียในกลุ่มนี้มีทั้งดารงชีวิตแบบอิสระและบางสปีชีส์เป็นสาเหตุ
ของโรคซิฟิลิส โรคฉี่หนู เป็นต้น
4.แบคทีเรียแกรมบวก
เป็นแบคทีเรียที่พบแพร่กระจายทั่วไปในดิน อากาศ ย้อมติดสีม่วงของ
crystal violet เช่น Lactobacillus (ผลิต lactic
acid ไว้ทานมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนยแข็ง ผักดอง) ,Streptomyces
(เป็นแบคทีเรียที่เป็นสายคล้ายเชื่อรา ผลิตยาปฎิชีวนะ streptomycin)
Bacillus (บางชนิดสร้าง endospore ที่ก่อให้เกิดโรคแอนแทรกซ์)
, Mycoplasma (เป็นเซลล์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ไม่มีผนังเซลล์บางชนิด
ทาให้เกิดโรคปอดบวม)
5.ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)
เป็นยูแบคทีเรียที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ เนื่องจากมีสารสี เช่น
คลอโรฟิลล์เอ แคโรทีนอยด์ และไฟโคบิลินอยู่ภายในถุงแบนๆ ที่เยื่อหุ้มเซลล์ พบ
แพร่กระจายในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทั้งในแหล่งน้าจืด น้าเค็ม บางสปีชีส์พบ
ในบ่อน้าพุร้อนและภายใต้น้าแข็งมหาสมุทร จากหลักฐานซากดึกดาบรรพ์ ทาให้
นักวิทยาศาสตร์คาดคะเนได้ว่าไซยาโนแบคทีเรีย ทําให้ออกซิเจนในบรรยากาศ
เพิ่มมากขึ้น ในโลกยุคนั้นและก่อให้เกดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่หายใจโดยใช้
ออกซิเจนในปัจจุบัน
Cyanobacteria บางชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราก่อให้เกิดรูปแบบการ ดารงชีวิต
ที่พิเศษออกไป โดยเรียกสิ่งมีชีวิตที่อาศัย ร่วมกันนี้ว่า “ไลเคนส (Lichens)”
แบบจาลองโครงสร้างของ
Cyanobacteria
แสดงเซลล์ชนิดต่าง ๆ
แบบจาลองโครงสร้างของ Akinete และภาพ
ขยายใต้กล้องจุลทรรศนอิเล็กตรอน
ไซยาโนแบคทีเรียเป็นผู้ผลิตที่สาคัญในระบบนิเวศและบางชนิด
สามารถตรึงแก๊สไนโตรเจนในอากาศให้เป็นสารประกอบไนเตรตได้
เช่น แอนาบีนา (Anabaena sp.) นอสตอก
(Nostoc sp.) และออสซิลลาทอเรีย (Oscillatoria
sp.) เป็นต้น ดังภาพ
Nostoc
Oscillatoria
ยูแบคทีเรียมีบทบาทสาคัญยิ่งในระบบนิเวศ เนื่องจากมีการดารงชีวิตแบบภาวะย่อย
สลาย ทาให้เกิดการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ จึงนิยมนาแบคทีเรียมาใช้กาจัดขยะ ใช้
ในการกาจัดสารเคมีตกค้างตากการเกษตรอีกด้วย นอกจากนี้พบว่ามรการใช้ยู
แบคทีเรียในการแปรรูปอาหารหลายชนิด เช่น น้าส้มสายชู ปลาร้า ผักดอง ปลาส้ม นม
เปรี้ยว และเนยแข็ง เป็นต้น
ยูแบคทีเรียพบว่าเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิดทั้งที่พบในคน เช่น โรคปอดบวม วัณ
โรค อหิวาตกโรค และโรคฉี่หนู เป็นต้น และที่พบในสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น โรคแอกแทรกซ์
เป็นต้น

อาณาจักรมอเนอรา