Kingdom Monera
ครูนุชนารถ ด้วงสงค์
1. อาณาจักรมอเนอราหรืออาณาจักรแบคทีเรีย
(Kingdom Monera)
- แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กประมาณ 1-5
ไมโครเมตร
- มีผนังเซลล์เป็นสารประกอบเพปทิโดไกลแคน
- ภายในเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มสารพันธุกรรมและไม่มีโครงสร้างอื่นอีกหลาย- -
ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส
- มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นพบทุกบริเวณ
- บางชนิดมีคลอโรฟิลล์ มีรูปร่างหลายแบบ
1. แบบแท่งหรือท่อนทรงประบอก ได้แก่ พวกบาซิลลัส (Bacillus)
2. แบบกลมหรือรี ได้แก่ พวกคอกคัส (Coccus)
3. แบบกลมรูปเกลียว (Spirillum)
ความหลากหลายของแบคทีเรีย
อาณาจักรย่อยอาร์เคียแบคทีเรีย
- ผนังเซลล์ไม่มีเพปทิโดไกลแคน
- สามารถด้ารงชีวิตในแหล่งน้าพุร้อนทะเลที่มีน้าเค็มจัด ในบริเวณที่มีความเป็น
กรดสูงและบริเวณทะเลลึกเป็นต้น
- อาร์เคียแบคทีเรียแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มยูริอาร์เคียโอตา (Euryarchaeota) ซึ่งสร้างมีเทนและชอบความเค็มจัด
2. กลุ่มครีนาร์เคียโอตา(Crenarchaeota) ซึ่งชอบอุณหภูมิลูงและกรดจัด
อาณาจักรย่อยยูแบคทีเรีย
- พบได้ทังในดิน น้า อากาศ อาหาร นมและในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น
- สามารถพบได้ทังในน้าเค็ม น้าจืด น้ากร่อย ในธารน้าแข็ง น้าพุร้อน เป็นต้น
- ยูแบคทีเรียสามารถแยกชนิดได้ด้วยการย้อมสี (gram strain) ผนังเซลล์
-ถ้าติดสีม่วงของคริสตัลไวโอเลตจะเป็น แบคทีเรียแกรมบวก
(Gram-Positive Bacteria)
ถ้าติดสีแดงของซาฟรานีนเป็นแบคทีเรียแกรมลบ
(Gram-Negative Bacteria)
1. กลุ่มโพรทีโอแบคทีเรีย (Proteobacteria)
- เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบที่พบมากที่สุด
- พวกสังเคราะห์แสงได้ เช่น เพอเพิลซัลเฟอร์แบคทีเรีย (purple sulfur bacteria)
- พวกช่วยตรึงแก๊สไนโตรเจนในอากาศมาสร้างเป็นสารประกอบไนโตรเจนในดิน
- ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น Rhizobium sp.ในปมรากของ
พืชตระกูลถั่ว
Rhizobium sp.
2. กลุ่มคลาไมเดีย (Chlamydias)
- เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบที่เป็นปรสิตในเซลล์สัตว์ท้าให้เกิดโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคโกโนเรียหรือหนองใน เป็นต้น
3. กลุ่มสไปโรคีท (Spirochetes)
- เป็นยูแบคทีเรียแกรมลบมีรูปทรงเกลียว
- มีความยาวประมาณ 0.25 มิลลิเมตร
- ด้ารงชีวิตแบบอิสระ แต่บางสปีชีส์เป็นสาเหตุของโรคซิฟิลิส โรคฉี่หนู
โรคฉี่หนู หรือ ไข้ฉี่หนู หรือโรคเล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นโรคระบาดในคน
พบได้บ่อยในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูฝน
การติดต่อของโรคฉี่หนู
ปกติแล้ว โรคฉี่หนู จะติดต่อกันโดยการสัมผัส เช่น ปัสสาวะ เลือด เนือเยื่อของ
สัตว์ที่มีการติดเชือโดยตรง หรือสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนเชือโรค
อาการ
มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ รู้สึกหนาวสั่น ปวดศีรษะ บริเวณหน้าผาก หรือปวด
หลังเบ้าตา ปวดเมื่อยกล้ามเนืออย่างรุนแรง ปวดบริเวณน่อง โคนขา หลัง และหน้าท้อง
ด้วย นอกจากนีอาจมีอาการเจ็บคอ ไอ เจ็บหน้าอก ผื่น สับสน ไอเป็นเลือด มีไข้
4. กลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-Positive Bacteria)
- เป็นยูแบคทีเรียที่พบทั่วไปในดิน อากาศ
- บางสปีชีส์สามารถผลิตกรดแลกติกได้ เช่น Lactobacillus sp. จึงนามาใช้
ในอุตสาหกรรมอาหารหลายชนิด เช่น การทาเนย ผักดอง และโยเกิร์ต
- Steptomyces sp.ใช้ท้ายาปฏิชีวนะ เช่น ยาสเตร็บโตมัยซิน ยาเตตรา
- Bacillus sp. สามารถสร้างเอนโดสปอร์ (endospore) ท้าให้ทนทานต่อ
สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี
- บางชนิดเป็นสาเหตุท้าให้เกิดโรคแอนแทรกซ์
- ไมโคพลาสมา (mycoplasma) เป็นเซลล์ที่ไม่มีผนังเซลล์มีเพียง เยื่อหุ้ม
เซลล์ที่ประกอบด้วยชันของไขมัน ส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อ
สิ่งมีชีวิตอื่น แต่มีบางพวกท้าให้เกิดโรคปอดบวมในคนและวัว
อาการ
- สัตว์เป็นโรคนีแบบเฉียบพลันจะตายอย่างรวดเร็วภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง มีอาการซึม
หายใจเร็ว ลึก หัวใจเต้นเร็ว ไข้สูง มีเลือดคั่ง
- ในคนจะพบแผลหลุมตามนิวมือ แขน หรือช่องปาก และมีอาการเจ็บปวดในช่องท้อง และ
จะท้าให้คนตายได้
5. กลุ่มไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)
- สังเคราะห์แสงได้ มี คลอโรฟิลล์ เอ แคโรทีนอยด์ และไฟโคบิลิน
- นักวิทยาศาสตร์คาดว่า เป็นพวกท้าให้ออกซิเจนในบรรยากาศเพิ่มมากขึน
ก่อให้เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่หายใจโดยใช้ออกซิเจนในปัจจุบัน
- สามารถตรึงแก๊สไนโตเจนในอากาศ ให้เป็นสารประกอบไนเตรต เช่น
แอนาบีนา (Anabaena) นอสตอก (Nostoc) และออสิลลาทอเรีย
(Oscillatoria
นอสตอก ออสซิลลาทอเรีย

Monera oui