บทที่ 6
ดาวฤกษ์ (STAR)
ดาวฤกษ์ (STAR)
 ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์
 ดาวฤกษ์ที่เราเห็นแสงสว่างด้วยตาเปล่า มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์
 ในกาแล็กซีทางช้างเผือก ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่
ลักษณะดาวฤกษ์
 ดาวฤกษ์มีลักษณะเป็นทรงกลมใหญ่ของแก๊สร้อน
 ส่วนใหญ่เป็น ธาตุไฮโดรเจน ผลิตพลังงานด้วยปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชัน
วิวัฒนาการของดาวฤกษ์
ดาวฤกษ์ เกิดจากการยุบรวมตัวของ เนบิวลา
จุดจบของดาวฤกษ์จะต่างกันขึ้นอยู่กับมวลของดาว
ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อย
เช่น ดวงอาทิตย์ มีแสงสว่างไม่มากจะใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่น้อย
มีช่วงชีวิตยาว และจบชีวิตลงด้วยการไม่ระเบิด กลายเป็นดาวแคระขาว
ดาวกฤษ์ที่มีขนาดใหญ่
มีมวลมาก สว่างมาก ใช้เชื้อเพลิงในอัตราที่สูงมาก
มีช่วงชีวิตที่สั้นกว่า และจบชีวิตด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง (Supernova)
แรงโน้มถ่วงจะทาให้ดาวยุบตัวลงกลายเป็นดาวนิวตรอน หรือ หลุมดา
ดาวกฤษ์ที่มีขนาดใหญ่
ทาให้เกิดธาตุหนักต่างๆเช่น ยูเรเนียม ทองคา
ซึ่งถูกสาดกระจายออกสู่อวกาศกลายเป็นส่วนประกอบของเนบิวลารุ่นใหม่
และเป็นต้นกาเนิดของดาวฤกษ์รุ่นต่อไป
สิ่งที่เหมือนกันของดาวฤกษ์
 มีพลังงานและแสง ในตัวเองและมีวิวัฒนาการ
 เป็นแหล่งกาเนิดของธาตุต่าง ๆ เช่น ธาตุฮีเลียม ลิเทียม เบริเลียม
กาเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์
ดาวฤกษ์ (STAR)
กาเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยถึงปานกลางและอยู่ใกล้โลกที่สุด
ดวงอาทิตย์เกิดจากยุบรวมตัวของเนบิวลา เมื่อประมาณ 5,000 ล้านปีมาแล้ว
และจะฉายแสงสว่างต่อไปอีกประมาณ 5,000 ล้านปี
กาเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์
พลังงานของดวงอาทิตย์เกิดที่แก่นกลาง เป็นจุดที่มีอุณหภูมิและความดันสูงมาก
ทาให้เกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ (thermonuclear reaction)
นิวเคลียสของ Hหลอมไปเป็นนิวเคลียสของ He พร้อมกับเกิดพลังงานจานวนมหาศาล
กาเนิดและวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์
ทุกวินาทีดวงอาทิตย์จะหลอมมวลของไฮโดรเจนประมาณ 600 ล้านตัน
ไปเป็นฮีเลียม 596 ล้านตัน ประมาณ 4 ล้านตันถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน
ทาให้ดวงอาทิตย์ผลิตพลังงานได้ 3.85 x 1026 วัตต์
ความส่องสว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์
ดาวฤกษ์ (STAR)
ความส่องสว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์
 เมื่อเราดูดาวจากโลกจะเห็นดาวแต่ละดวงมีความสว่างต่างๆ กัน
 ความสว่างที่เห็นนั้นไม่ใช่ความสว่างที่แท้จริง เช่นสว่างแต่อยู่ไกลจะปรากฏแสงริบหรี่ได้
 ความสว่างของดาวที่สังเกตจากโลกของเราเรียกว่า ความสว่างปรากฏ
ความส่องสว่าง (brightness)
เป็นพลังงานจากดาวฤกษ์ที่ปลดปล่อยออกมาในเวลา 1 วินาทีต่อหน่วยพื้นที่
จะบอกในรูปของอันดับความสว่าง (magnitude) ซึ่งไม่มีหน่วย
เป็นตัวเลขที่กาหนดขึ้น จากผู้สังเกตดาวฤกษ์ด้วยตาเปล่า
อันดับความสว่าง
ดาวที่มีความสว่างมาก อันดับความสว่างยิ่งน้อย
อันดับความสว่างสามารถนาไปใช้กับดวงจันทร์และดาวเคราะห์ได้
ถ้าอันดับความสว่างต่างกัน n แสดงว่าดาวทั้งสองดวงจะสว่างต่างกัน (2.512) n เท่า
ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้
ดาว ก.มีอันดับความสว่าง -1 ดาว ข.มีอันดับความสว่าง 2 สามารถสรุปได้ว่า
ดาว ไก่ มีอันดับความสว่าง 5 ดาว ไข่มีอันดับความสว่าง 1 สามารถสรุปได้ว่า
ตารางแสดงอันดับความสว่างของดาวดาวบนท้องฟ้า
อันดับความสว่าง ตัวอย่าง
-26.7 ดวงอาทิตย์
-4.5 ดาวศุกร์เมื่อสว่างที่สุด
-3.5 ดาวศุกร์เมื่อริบหรี่ที่สุด
-2.7 ดาวอังคารเมื่อสว่างที่สุด
-2.5 ดาวพฤหัสบดีเมื่อสว่างที่สุด
-1.5 ดาวพุธเมื่อสว่างที่สุด
-12.6 ดวงจันทร์วันเพ็ญ
ตารางแสดงอันดับความสว่างของดาวดาวบนท้องฟ้า
อันดับความสว่าง ตัวอย่าง
-1.5 ดาวซีรีอัส
-1.4 ดาวพฤหัสบดีเมื่อริบหรี่ที่สุด
-0.5 ดาวเสาร์เมื่อสว่างที่สุด
-1 ดาวฤกษ์ประมาณ 20 ดวง
0 ดาวฤกษ์ประมาณ 20 ดวง
1 ดาวฤกษ์ประมาณ 20 ดวง
1.2 ดาวเสาร์เมื่อริบหรี่ที่สุด
ตารางแสดงอันดับความสว่างของดาวดาวบนท้องฟ้า
อันดับความสว่าง ตัวอย่าง
1.6 ดาวอังคารเมื่อริบหรี่ที่สุด
2.6 ดาวพุธเมื่อริบหรี่ที่สุด
3 ดาวฤกษ์ริบหรี่ที่สุดอาจมองเห็นได้ในเมืองใหญ่
6 ดาวฤกษ์ริบหรี่ที่สุดอาจมองเห็นได้ในชนบท
ระยะห่างของดาฦฤกวย
( Distance of the Stars)
ดาฦฤกวย(STAR)
หภ่ฦยดาราศาสตรย(AU)
1 หภ่ฦยดาราศาสตรย =ระยะทางจากโลกถษงดฦงอาทิตยย= 150ล้าภกม.
เช่ภดาฦก.ห่างจากโลก2 หภ่ฦยดาราศาสตรย
ก็จะคิดเป็ภระยะทาง300ล้าภกิโลเมตร
ปีแสง
คือระยะทางที่แสงเดิภทางได้ใภ1 ปี
1ปีแสงมีค่าประมาม9.5ล้าภล้าภกิโลเมตร
โดยแสงมีคฦามเร็ฦ300,000กิโลเมตร/ฦิภาที
ค่าฟารยเซก
1ฟารยเซก= ระยะทางของดาฦที่มีมุมแฟรศลแลกซย1 ฟิลิปดา
โดยใช้หลศกการที่ตาแหภ่งของฦศตถุจะเปลี่ยภไปหามองจากจุด2 จุด
หรือประมาม 3.261ปีแสง
ค่าพาร์เซก
ค่าพาร์เซก
ค่าพาร์เซก
แบบฝึกหศด
ดาฦไก่ห่างจากโลก10 ดาราศาสตรยคิดเป็ภระยะทางเท่าไร
ดาฦงูห่างจากโลก2 ปีแสงคิดเป็ภระยะทางเท่าไร
ดาฦฦศฦห่างจากโลก 3 ฟารยเซกคิดเป็ภระยะทางเท่าไร
สีและอุมหภูมิของดาฦฤกวย
ดาฦฤกวย(STAR)
สีและอุมหภูมิของดาฦฤกวย
 สีของดาฦฤกวยจะขษ้ภอยู่กศบอุมหภูมิฟื้ภผิฦของดาฦฤกวย
 กล่าฦคือดาฦที่มีอุมหภูมิฟื้ภผิฦต่าจะมีสีค่อภข้างแดง
 ฟฦกที่มีอุมหภูมิสูงจะมีสีไปทางขาฦหรือขาฦแกมภ้าเงิภ
สีและอุมหภูมิของดาฦฤกวย
 ภศกดาราศาสตรยแบ่งชภิดของดาฦฤกวยตามสีและอุมหภูมิผิฦได้7 ชภิด
คือ OB A F G K และ M
สรุปสาระสาคศร
 ดาฦฤกวยสร้างฟลศงงาภได้เองและมีฦิฦศพภาการเหมือภกศภ
 ดาฦฤกวยมีคฦามแตกต่างกศภใภเรื่องคฦามส่องสฦ่างระยะห่าง สีอุมหภูมิมฦล
 โชติมาตรปรากฏเป็ภตศฦเลขที่กาหภดขษ้ภเฟื่อเปรียบเทียบคฦามส่องสฦ่าง
 โชติมาตรปรากฏต่างกศภ1 อศภดศบต่างกศภประมาม2.5n เท่า
สรุปสาระสาคศร
 หภ่ฦยฦศดระยะทางที่ภิยมใช้ได้แก่หภ่ฦยดาราศาสตรยปีแสงและฟารยเซก
 สีและสเปกตรศมของดาฦฤกวยมีคฦามสศมฟศภธยกศบอุมหภูมิผิฦของดาฦฤกวย
 เภบิฦลาเป็ภต้ภกาเภิดของดาฦฤกวย
 ดาฦฤกวยมฦลภ้อยจะอายุยืภมีจุดจบที่ดาฦแคระขาฦ
 ดาฦฤกวยมฦลมากจะอายุสศ้ภมีจุดจบที่การระเบิดซุปเปอรยโภฦากลายเป็ภ
ดาฦภิฦตรอภหรือหลุมดา

บทที่ 6 ดาวฤกษ์ (star)