แผนการจัดการเรียนการสอน
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง
กาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
โดย
นางกฤตยา ศรีริ
ครูวิทยฐานะชานาญการพิเศษ
โรงเรียนภัทรบพิตร จังหวัดบุรีรัมย์
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์เขต 32
2
รหัสวิชา อ32201
วิชาภาษาอังกฤษ (เพิ่มเติม)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
1. จานวน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต
2. หนังสือที่ใช้ในการเรียน
- Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster
- The White Stones โดย Lester Vangan
- Survival โดย
3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเรียน
- เว็บไซต์ครูปูดอทคอม http://www.krupu.com
เว็บไซต์ครูไทยคิดดี http://www.krupu.com/smedu
เครือข่ายสังคมออนไลน์ http://www.facebook.com/kitayaguru1
ลงชื่อ ............................................................
(นางกฤตยา ศรีริ)
ผู้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้
ลงชื่อ ............................................................
(.....................................................)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ลงชื่อ ............................................................
(.....................................................)
รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
ลงชื่อ ............................................................
(.....................................................)
ผู้อานวยการโรงเรียนภัทรบพิตร
3
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
ตัวชี้วัด
1. ปฏิบัติตามคาแนะนาในคู่มือการใช้งานต่างๆ คาชี้แจง คาอธิบาย และคาบรรยายที่ฟังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้องตามหลักการอ่าน
3. อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุ
และเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน
4. จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่องที่เป็น
สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น
อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด
1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/
เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
2. เลือกและใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง คาอธิบาย อย่างคล่องแคล่ว
3. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลอง
หรือสถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม
4. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/
ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม
5. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม
ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน
ตัวชี้วัด
1. พูดและเขียนนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ตามความ
สนใจของสังคม
2. พูดและเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และ
สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
4
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสม
กับกาลเทศะ
ตัวชี้วัด
1. เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
2. อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา
3. เข้าร่วม แนะนา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ
วัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ตัวชี้วัด
1. อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน คาพังเพย สุภาษิต และบท
กลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
2. วิเคราะห์/อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับของไทยและนาไปใช้อย่างมีเหตุผล
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการ
พัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
ตัวชี้วัด
1. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ตัวชี้วัด
1. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับสังคมโลก
ตัวชี้วัด
1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ
แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ เป็นภาษาต่าง
ประเทศ
5
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง
หน่วย
ที่
ชื่อหน่วย
การเรียนรู้
มาตรฐานการ
เรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระสาคัญ/
ความคิดรวบยอด
เวลา
(ชั่วโมง)
น้าหนัก
คะแนน
1 If I were you ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3,
ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5
ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1,
ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1,
ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2
ม.5/1
อ่านเรื่องสั้นและเข้าใจเนื้อ
เรื่อง บทสนทนาในเรื่องสั้น
ที่อ่าน พูดเล่าความคิด
คิดเห็นที่มีต่อบทความที่
อ่านจากหนังสือได้
4 5
2 What Did They
Say?
ต 1.1 ม.5/1, ม.5/4 ต 1.2
ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ม.5/4,
ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3
ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3
ต 2.2 ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต
4.2 ม.5/1
สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อ
เรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้
อย่างถูกต้อง และสารมารถ
เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอก
เล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับ
เพื่อนๆได้รับทราบได้
5 10
3 Feeling ต 1.1 ม.5/1, ม.5/3, ม.5/4
ต 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/4,
ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3
ต 2.1 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.2
ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.1
ม.5/1
บอกความหมายของ
คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึก
ต่างๆได้รวมทั้งสรุป
ใจความสาคัญของเรื่องที่
ฟัง/อ่านได้
5 10
4 The Seeding of
Goodness
ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3,
ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5
ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1,
ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1,
ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2
ม.5/1
เข้าใจคาศัพท์สานวน และ
ประโยคที่ใช้ในการสนทนา
สามารถเขียน เรียบเรียง
ข้อความเกี่ยวกับคนดีใน
ชุมชนได้
3 5
6
หน่วย
ที่
ชื่อหน่วย
การเรียนรู้
มาตรฐานการ
เรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา
(ชั่วโมง)
น้าหนัก
คะแนน
5 Famous People ต 1.1 ม.5-6/3, ต
1.1 ม.5-6/4, ต 1.2
ม.5-6/1, ต 1.2 ม.5-
6/4, ต 1.2 ม.5-6/5,
ต 1.3 ม.5-6/1 ต
2.1 ม.5-6/1 ต 3.1
ม.5-6/1 ต 4.1 ม.5-
6/1, ต 4.2 ม.5-6/1
หน่วยการเรียนรู้นี้ให้ข้อมูลความรู้
เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคล 2 คน
การอ่านประวัติของชีวิตบุคคลทั้ง
2 นี้ทาให้นักเรียนวิเคราะห์ได้ว่า
ในการเขียนชีวประวัติ สิ่งที่ผู้เขียน
มักกล่าวถึงคือชีวิตในวัยเด็ก
การศึกษา ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ชีวิต
ครอบครัว และความสาเร็จ/
ล้มเหลวในชีวิต ข้อเท็จจริงที่
น่าสนใจ จนถึงการจบชีวิต
ประเด็นเหล่านี้ทาให้นักเรียนได้
แนวคิดในการเขียนชีวประวัติ
บุคคล นอกจากนี้การอภิปรายที่
เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่อ่านทาให้
นักเรียนได้รู้จักบุคคลที่มีชื่อเสียง
อื่นๆ นอกเหนือจากการมีโอกาส
ได้พัฒนาทักษะการพูด
2 5
สอบกลางภาค 1 20
6 Don’t Judge a
Book by its
Cover
ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2
ม.5/3, ม.5/4 ต 1.3
ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1,
ต 4.2 ม.5/1
ในการอ่านเพื่อจับใจความหลัก
นักเรียนต้องมีวัตถุประสงค์ในการ
อ่าน และต้องรู้วิธีการเดา
ความหมายของคาศัพท์จากบริบท
และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน
จึงจะทาให้จับใจความได้ดี
3 -
7 What’s in a
Slogan?
ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2
ม.5/3 ม.5/4 ต 2.2
ม.5/1
การอ่านเพื่อเดาความหมายของ
คาศัพท์จากข้อความข้างเคียง เป็น
ทักษะที่นักเรียนจาเป็นต้องฝึกฝน
เพราะสามารถนาไปใช้ได้ในการ
อ่านทั้งในชีวิตประจาวันและการ
อ่านเพื่อการศึกษา
4 5
7
8 4 5
9 4 5
10 4 -
สอบปลายภาค 1 20
คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - 10
รวมทั้งสิ้น 40 100
8
ผังมโนทัศน์ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง
UNIT 1
If I were you
GRAMMAR
- Modal auxiliaries
- Verb avoid + gerund
- If clause
FUNCTIONS
- To compare something
- To give your advice/opinion for someone
LANGUAGE
- If I were you, I will …
- I think that …
- I don’t think so.
9
ผังมโนทัศน์ 2
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง
UNIT 2
What Did They Say?
GRAMMAR
- Reported speech
- Direct speech
- Adverbs of time
FUNCTIONS
- To talk about story you reading
- To write scripts about conversation in the book
LANGUAGE
- She/he said,
- He/she talks about….
10
ผังมโนทัศน์ 3
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง
UNIT 3
Feeling
GRAMMAR
- Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings
- Expressions: Asking and telling about feelings
- Vocabulary: adjectives concerning feelings
FUNCTIONS
- To talk about your feeling to someone
- To describe and asking about feeling with someone
LANGUAGE
- I feel ….
- I’m feeling ….
11
ผังมโนทัศน์ 4
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 3 ชั่วโมง
UNIT 4
The Seeding of Goodness
GRAMMAR
- When and If clauses (to express future time)
- Conjunctions of time: before, after, as soon as, until
FUNCTIONS
- To give personal information about good person
- To describe something that you interested
- To present biology of good person with
grammatically sentences/expressions
LANGUAGE
- I would like to talk about…
- He/she is…..
- I choose him because,
12
ผังมโนทัศน์ 5
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 2 ชั่วโมง
UNIT 5
Famous People
GRAMMAR
- Paragraph unity
- Giving example
FUNCTIONS
- To pre-writing
- To develop an outline
- To write a rough draft
- To revise your rough draft
- To edit your paragraph
- To write your final draft
13
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) อ่านเรื่องสั้นที่กาหนดได้อย่างเข้าใจ
2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องบทสนทนาในเรื่องสั้นที่อ่าน
3) เข้าใจข้อเสนอแนะให้ทาหรือไม่ให้ทาสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ฟัง
4) บอกรายละเอียดจากบทความที่อ่านเกี่ยวกับข้อแนะนาในการปฏิบัติสิ่งต่างๆเพื่อความปลอดภัย
5) พูดเล่าความคิดคิดเห็นที่มีต่อบทความที่อ่านจากหนังสือ
6) เขียนบรรยายความคิดเห็นและตอบคาถามท้ายเรื่องสั้นที่อ่านได้
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Modal auxiliaries: must, have to, had better, should, can, be allowed
- Verb avoid + gerund
- If clause
คาศัพท์และสานวนภาษา
take care (v.): to be careful (ดูแล, ระวัง)
regulation (n.): an official rule or order
(กฎระเบียบหรือคาสั่งซึ่งเป็นทางการ มักใช้คู่กับ คาว่า rule)
prohibition (n.): 1. the act of officially stopping something by low (กฎข้อห้ามอย่างเป็น
ทางการ) 2. an order stopping something (คาสั่งห้าม)
to be up (v.): to get up (ตื่นนอน)
speed limit (n.): the highest speed at which you can legally drive on a particular road (การ
จากัดความเร็ว)
fine (n.): a sum of money that must be paid as punishment for breaking a law or rule
(ค่าปรับ)
tip (n.): a helpful piece of advice and/or information (ข้อแนะนาที่มีประโยชน์)
14
ข้อมูลด้านวัฒนธรรม
- ข้อปฏิบัติของคนในสังคมโดยทั่วไปจะมีอยู่สองลักษณะ คือ
1. ลักษณะที่เป็นจิตสานึก ซึ่งขั้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าสิ่งใดควรทาหรือไม่ควรทา และเป็นสิ่งที
เกี่ยวกับความถูกต้อง ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม หรือศีลธรรม เช่น
He should not accept bribes. เขาไม่ควรรับสินบน
You should learn to be more polite. เธอควรที่จะเรียนรู้ทาตัวให้สุภาพมากกว่านี้
2. เป็นกฎหมาย (law) เป็นระเบียบข้อบังคับ (regulation/rule) ซึ่งเป็นหน้าที่ (duty/obligation) ที่
ต้องปฏิบัติตามหากละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามอาจจะเกิดความเสียหายเกิดอันตรายต่อตนเองหรือ
ผู้อื่น และอาจได้รับผลจากระเบียบข้อบังคับที่กาหนดไว้เช่น ต้องโทษ ถูกปรับหรือจาคุก เช่น
All passengers must wear seat belts. You have to obey the law.
ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดนิรภัย คุณต้องเชื่อฟังกฎหมาย
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
บทเรียนย่อยที่ 1
- ครูพูดคุยกับนักเรียน เกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมควบคู่ไปกับหนังสืออ่านเสริม
ดังต่อไปนี้
1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster
2) The White Stones โดย Lester Vangan
3) Survive! โดย
- นักเรียนเลือกหนังสืออ่านเสริมตามความสนใจ โดยถามครูถามความสมัครใจของผู้เรียน โดย
ผู้เรียนเลือกบทเรียนด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากในการตัดสินเลือก
หนังสืออ่านเสริม
- ครูแนะนาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนโดยการพูดนาเสนอเนื้อเรื่องย่อเพียงบางส่วนของ
หนังสือ แล้วตั้งคาถามนาเพื่อให้นักเรียนตอบในห้อง โดยจาลองสถานการณ์ตามหนังสือ เช่น
หากว่าเครื่องบินที่คุณโดยสารมานั้น เกิดตกกลางหุบเขา คุณจะทาสิ่งใดเป็นสิ่งแรก ? นักเรียน
ระดมความคิด และตอบคาถาม
- ครูสอนเนื้อหาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ Modal auxiliaries: must, have to, had better, should,
can, be allowed ที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออ่านเสริม เพื่อให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจถึง
สิ่งที่สามารถกระทาได้และสิ่งใดที่ไม่ควรกระทา
- นักเรียนยกตัวอย่างในห้อง เกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ โดยจาลอง
สถานการณ์ตัวอย่าง เช่น “สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการเดินทาง” โดยแสดงความคิดเห็นเป็น
ภาษาอังกฤษ
15
บทเรียนย่อยที่ 2
- ครูสอนหลักไวยากรณ์เพิ่มเติมเรื่อง Verb avoid + gerund และ If-clause โดยยกตัวอย่าง
ประกอบในห้อง รวมทั้งให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา และทาแบบฝีกหัดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ครูปู
ดอทคอม (www.krupu.com)
- นักเรียนเขียนบรรยายสรุปเรื่องที่อ่าน บทแรก ของหนังสืออ่านเสริม แล้วร่วมกันค้นหาประโยค
ที่ยากต่อความเข้าใจ และครูผู้สอนอธิบายให้นักเรียนฟังในห้องอย่างเข้าใจ
- ครูกาหนดหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์จาลอง โดยให้นักเรียนนาคาศัพท์ หรือสานวนจากหนังสือ
อ่านเสริมมาใช้ในการพูดตอบคาถาม และนาเสนอหน้าชั้นเรียนได้
- นักเรียนแสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคลหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่านว่า “ถ้าหากเหตุการณ์
เหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผู้เรียนจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร เพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง”
- ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายการเรียนการสอน และตอบคาถามท้ายเรื่องจากการอ่านหนังสือ
เสริม
- นักเรียนปฏิบัติภาระงาน ใบงานที่ 1 เพื่อวัดผลความรู้และความเข้าใจในการอ่านหนังสือเสริม
และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านได้ทั้งหน้าชั้นเรียนและนอกห้องเรียน
4. การวัดและการประเมินผล
1. การอ่านออกเสียงบทความจากเรื่องที่อ่าน
2. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับข้อแนะนาที่ฟัง
3. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับเรื่องสั้นที่อ่าน
4. บันทึกผลการนาเสนองานหน้าชั้นเรียน โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมิน
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้
1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster
2) The White Stones โดย Lester Vangan
3) Survival โดย
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
16
SHEET 1 Read the story and write the correct answer in each questions
Book’s name: ………………………………………………………………………………………………
What is the main idea of this story?
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
1. What’s wrong in the story?
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
2. How to solve the problem in the story?
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
3. If this situation happens to you, how do you solve the problem?
1. …………………………………………………………………………………………………
2. …………………………………………………………………………………………………
3. …………………………………………………………………………………………………
4. …………………………………………………………………………………………………
5. …………………………………………………………………………………………………
4. The purpose of the story is to
1) …………………………………………………………………………………………………
2) …………………………………………………………………………………………………
3) …………………………………………………………………………………………………
กิจกรรมภาคปฏิบัติ
ให้นักเรียนเลือกคาตอบจากข้อ 3 มาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยให้เหตุผลประกอบในแต่ละ
ความคิดเห็น โดยใช้กระบวนการพูด ตามหลักการพูดนาเสนอด้วยภาษาอังกฤษ ถูกต้องตาม
หลักไวยากรณ์ทางภาษา
17
เกณฑ์การประเมินผลใบงานที่ 1 (5 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you.
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก
ความ
สาคัญ
คะแนน
รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง)
เนื้อหา
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
อย่างสมบูรณ์
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
เป็นส่วนใหญ่
เขียนผิดบ้าง และ
ไม่ครอบคลุม
เนื้อหา
เขียนผิดมาก และ
ให้ข้อมูลน้อย
2 4
คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้าง
ภาษา
ใช้คาศัพท์ สานวน
และโครงสร้างภาษา
ถูกต้อง เหมาะสม
และหลากหลาย
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
ถูกต้องเหมาะสม
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดบ้าง
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดมาก
2 4
องค์ประกอบ
ของงานเขียน
องค์ประกอบของ
งานเขียนแสดงให้
เห็นความริเริ่ม
สร้างสรรค์มี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนมี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนน่าสนใจ
ขาดความสัมพันธ์
ต่อเนื่อง
องค์ประกอบของ
งานเขียน
ไม่น่าสนใจ
1 4
รวม 5 20
คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 5
เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์
วิธีคิดคะแนน:
1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม
2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน
(เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
18
TEST 1 Orange in the Snow
19
20
21
22
23
24
25
TEST 2 The White Stones
26
27
28
TEST 3 Survive!
29
ANSWER KEY
30
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say?
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) บอกข้อมูลที่อ่านจากหนังสืออ่านเสริมได้ระหว่างปัญหากับวิธีการแก้ไขปัญหา
2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน
3) สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อเรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง สละสลวย
4) เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับเพื่อนๆได้รับทราบได้
5) ทากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการส่งงานทางอีเมล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Reported speech
- Direct speech
- Adverbs of time
คาศัพท์และสานวนภาษา
direct speech (n.): what someone said in their exact words (คาพูดที่เหมือนกับที่ผู้พูดพูด
ไว้ทุกคาโดยไม่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด)
Reported speech (n.): the style on speech or writing used to report what someone says
without repeating their actual words (รูปแบบหรือวิธีการพูดหรือ
เขียนที่ใช้เพื่อรายงานในสิ่งที่ผู้อื่นพูด โดยไม่พูดซ้าทุกคาพูดที่บุคคล
ผู้นั้นได้พูด)
speech bubble (n.): a circle around the words said by someone in a cartoon (วงกลมรอบ
คาพูดในการ์ตูน)
disaster (n.): 1. a sudden event that causes great damage or suffering (หายนภัย,
ภัยพิบัติ) 2. a complete failure (ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง)
reimburse (v.): to pay money back to someone who has had to spend the money
because of their work (ใช้คืน, จ่ายคืนให้ตามที่จ่ายไป)
31
sneakers (n.): a type of light soft shoes with rubber bottom used for sports
(รองเท้าผ้าใบพื้นยาง)
beep (n.): a short, high-pitched sound, typically produced by electronic
apparatus (เสียงกริ่งหรือออดหรือแตร จากการกดหรือบีบเครื่องมือ
ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้เกิดเสียงดังถี่ๆ เป็นเสียงแหลมสูง)
bridge (n.): a card game for four players who play in pairs
(ไพ่บริดจ์สาหรับ การเล่น)
shrink (n.): psychiatrist (จิตแพทย์)
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
บทเรียนย่อยที่ 1
- ครูแนะนาเกี่ยวกับ Direct speech โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดานดาและวาดวงกลมรูป
ฟองสบู่ล้อมรอบคาพูดเหมือนในหนังสือการ์ตูน
- ครูเขียนประโยคเดิมอีกครั้งให้อยู่ในเครื่องหมายคาพูด (Quotation marks) “I met a wonderful
girl.”
- ครูอธิบายว่าลักษณะของคาพูดในทั้งสองแบบนั้นใช้เพื่อแสดงคาพูดจริงของผู้พูดทุกคา
- นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสถานการณ์ที่จาเป็นต้องรู้ และจดบันทึกคาพูดทุกคาที่บุคคลพูด เช่น
การสอบสวนอาชญากรรม (a criminal investigation) รายงานเกี่ยวกับสุนทรพจน์ของ
นักการเมือง (a politician’s speech) แต่บางครั้งการรายงานเพียงแค่ประเด็นหลักที่บุคคลพูดโดย
ไม่ต้องระบุคาพูดคาต่อคาก็เพียงพอ
- นักเรียนอ่านออกเสียงชื่อของหน่วยการเรียน “What Did They Say?” แล้วอภิปรายว่าควรจะ
ถามคาถามนี้เมื่อใด
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การพูดรายงานคาพูดของผู้อื่นนั้นจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากเวลานั้นผ่าน
ไปแล้ว การรายงานคาพูดจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเปลี่ยนจากรูปปัจจุบันเป็นรูปอดีต
บทเรียนย่อยที่ 2
- ครูหยิบประเด็นเรื่องที่นักเรียนได้อ่านไปจากหนังสือเสริม แล้วถามนักเรียนด้วยคาถาม “What
Did They Say?”
- นักเรียนค้นหาคาพูดของตัวละครในเนื้อเรื่อง ตอนใดก็ได้ ว่าพูดคุยอะไรกันบ้าง
- ครูผู้สอนแนะนาวิธีการนาคาพูดขอตัวละครจากในหนังสือมาพูดอีกที ด้วยการเปลี่ยนรูปกริยา
ให้อยู่ในรูปอดีตกาล
- นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตัวละครสื่อสารกันในเรื่อง โดยพูดแสดงความคิดเห็นด้วย
ประโยค In my opinion, I think he/she should be ….
32
- ครูมอบหมายกิจกรรมให้นักเรียนในห้องทาเป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิก 7-10 คน ให้เขียน
เนื้อเรื่องย่อของเรื่องที่อ่าน ข้อคิดที่ได้และข้อเสนอแนะถ้าหากว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับ
ตัวเรา เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาอย่างไร
- ครูผู้สอนแนะนาวิธีการส่งชิ้นงานทางอีเมล์ และชี้แจงรายละเอียดคะแนนการส่งงาน
- นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ได้รับมอบหมาย และทางานส่งให้ตรงตาม
กาหนดเวลา
4. การวัดและการประเมินผล
1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงานที่ 1
2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้
1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster
2) The White Stones โดย Lester Vangan
3) Survival โดย
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
2) ภาษาไทย
33
Activity 1 Read the story and write the correct answer in each questions
Main idea:
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
Summary (English):
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
Summary (Translate to Thai):
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
What did they say? Or what do you do if you were they/them?
Please write your opinion 3-4 sentences.
1) ……………………………………………………………………………………………………………..
2) ……………………………………………………………………………………………………………..
3) ……………………………………………………………………………………………………………..
4) ……………………………………………………………………………………………………………..
34
เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (10 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say?
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก
ความ
สาคัญ
คะแนน
รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง)
เนื้อหา
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
อย่างสมบูรณ์
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
เป็นส่วนใหญ่
เขียนผิดบ้าง และ
ไม่ครอบคลุม
เนื้อหา
เขียนผิดมาก และ
ให้ข้อมูลน้อย
2 4
คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้าง
ภาษา
ใช้คาศัพท์ สานวน
และโครงสร้างภาษา
ถูกต้อง เหมาะสม
และหลากหลาย
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
ถูกต้องเหมาะสม
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดบ้าง
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดมาก
2 4
องค์ประกอบ
ของงานเขียน
องค์ประกอบของ
งานเขียนแสดงให้
เห็นความริเริ่ม
สร้างสรรค์มี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนมี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนน่าสนใจ
ขาดความสัมพันธ์
ต่อเนื่อง
องค์ประกอบของ
งานเขียน
ไม่น่าสนใจ
1 4
รวม 5 20
คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 2) 10
เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 6 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์
วิธีคิดคะแนน:
3) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม
4) นาคะแนนรวมหาร 2 จะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน
(เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
35
แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say?
กลุ่ม
ที่
ชื่อกลุ่ม
การมีส่วน
ร่วม
สร้างสรรค์
งานกลุ่ม
ความมีน้าใจ
เอื้อเฟื้อ
ช่วยเหลือผู้อื่น
การเป็นผู้นา
และผู้ตามใน
โอกาสอันควร
การ
ปฏิบัติงาน
ด้วยความเต็ม
ใจ
รวม
คะแนน
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
36
คาชี้แจง
ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับคะแนน
ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า
ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง
ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง
ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก
เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน
ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน
ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน
ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน
37
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) บอกความหมายของคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆได้
2) สอบถามและบอกเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆได้
3) บอกความแตกต่างของคาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย - ed (เช่น excited) และ คาคุณศัพท์ที่ลง
ท้ายด้วย - ing (เช่น exciting) ได้
4) สรุปใจความสาคัญของเรื่องที่ฟัง/อ่านได้
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- คาศัพท์: คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆ
(Vocabulary: adjectives concerning feelings)
- คาคุณศัพท์(adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย –ed และ –ing
(Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings)
- สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกความรู้สึก
(Expressions: Asking and telling about feelings)
คาศัพท์และสานวนภาษา
happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ,
ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ,
angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ
embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ,
scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย,
worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น,
disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ
38
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
- ศึกษาใบความรู้: คาศัพท์ สานวน โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับการบรรยายลักษณะบุคคล
- ปฏิบัติตามใบงาน
ใบงานที่ 1: Vocabulary ศึกษาคาศัพท์ที่ใช้บอกความรู้สึกโดย
1.1 เลือกภาพที่สัมพันธ์กับคาศัพท์
1.2 เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคา
1.3 จัดกลุ่มคาคุณศัพท์แสดงความรู้สึก
ใบงานที่ 2: Pronunciation and Speaking
2.1. ฟังและฝึกออกเสียงคาศัพท์ตามเทป/ซีดี
2.2. ฝึกพูดถามตอบเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆ
ใบงานที่ 3: Speaking and Writing
3.1 แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการใช้คุณศัพท์แสดงความรู้สึกที่ ลงท้ายด้วย -ed และ –ing
3.2 จับคู่ความรู้สึกกับสถานการณ์
3.3 การเขียนบอกความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆเป็นประโยดสั้นๆโดยใช้
โครงสร้าง If-clause
ใบงานที่ 4: Reading อ่านบทความสั้นๆจากwebsite และ
4.1 เติม headings ให้แต่ละ paragraph
4.2. ตอบคาถามแบบถูก – ผิด
4.3. บอกความหมายของสานวนที่พบในเรื่องที่อ่าน
4. การวัดและการประเมินผล
1. ทาแบบทดสอบ
2. บันทึกการปฏิบัติกิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมที่ 1
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ใบความรู้ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา คาศัพท์สานวน โครงสร้างภาษา
2. ใบงาน สาหรับฝึกปฏิบัติ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน
3. พจนานุกรม (ทั้งประเภทอังกฤษ –อังกฤษ และประเภทอังกฤษ – ไทย)
3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ http://www.krupu.com, http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
39
ใบความรู้ที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
1. คาคุณศัพท์บอกความรู้สึกต่างๆ
happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ,
ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ,
angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ
embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ,
scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย,
worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น,
disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ
2. สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกถึงความรู้สึก
2.1. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต
What did you think of………..?
What did you think of Brad Pitt’s new DVD?
(คุณคิด/รู้สึกอย่างไร เกี่ยวกับดีวีดีเรื่องใหม่ของ Brad Pitt ที่คุณได้ดูไปแล้ว)
2.2. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน
What do you think of…………..?
What do you think of rock music?
(คุณคิด/รู้สึกอย่างไรกับดนตรีร็อค)
2.3 การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน
How do you feel about…………?
How do you feel about Thai movies? (คุณรู้สึกอย่างไรกับภาพยนตร์ไทย)
40
2.4. การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต
How did you feel about………?
How did you feel about the coffee? (คุณรู้สึกอย่างไรกับกาแฟที่คุณได้ดื่มไปแล้ว)
2.5 การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน / ในปัจจุบัน
He/ She feels…….
I/ They feel………
He feels lonely every evening.
They feel homesick because they are away from home.
ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต ใช้ He/She/I/They felt
He felt lonely when his wife was not at home last summer.
2.6. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในปัจจุบัน เช่น
He/ She is feeling………
I am feeling………
They are feeling……….
She is feeling sad.
I’m feeling happy.
2.7. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน
He/ She is……. I am……… They are………
She is excited when she sees excited films.
I am disgusting whenever I see snails.
ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตใช้
He/ She/ I was………
They were……….
She was sad when her dog died.
41
2.8. การบอกความรู้สึกหลายอย่างที่ผสมผสานกัน
He/She has
They/ I have
mixed
feelings.
3. คาคุณศัพท์ (adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย --ed และ --- ing
Adjectives --ed Adjectives --- ing
bored boring
excited exciting
disgusted disgusting
disappointed disappointing
ข้อควรจา มีความหมายที่ต่างกันและใช้ต่างกัน กล่าวคือ คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –edบอกถึง
ความรู้สึกของประธานของประโยค ในขณะที่คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –ing บอกลักษณะของคน/สิ่งของ/
เหตุการณ์ที่ทาให้ ประธานเกิดความรู้สึกเช่นนั้น เช่น
- I am bored because the lesson is boring. (ฉันรู้สึกเบื่อเพราะบทเรียนน่าเบื่อ)
- She was disappointed at the result of the test. (เธอรู้สึกผิดหวังจากผลการสอบ)
- The result of the test was disappointing. (ผลการสอบน่าผิดหวัง)
- Mosquitoes are annoying. (ยุงเป็นสัตว์ที่น่าราคาญ)
- They were annoyed with mosquitoes. (พวกเขารู้สึกราคาญกับยุง)
ตัวอย่างบทสนทนาสอบถามและบอกเล่าถึงความรู้สึก
Man: Let’s go to a concert after dinner.
Woman: I don’t feel like a concert. How about watching a DVD?
Man: Sounds good. Have you watched Brad Pitt’s new DVD yet?
Woman: Yeah, I watched it last weekend.
Man: What did you think of it?
Woman: I really liked it. The story was great. How about you?
Man: I thought the special effects were fantastic, but the story was just so-so.
Woman: Why did you say the story was so-so?
42
Man: I was bored at the beginning because that part was really boring.
Woman: I thought the movie was exciting and I was excited when I saw it.
Man: I liked the fighting scenes. I thought they were greater than those in many movies.
Woman: So you were not disappointed to see it, were you?
Man: Oh, no. I was happy about it.
Woman: Me, too.
43
ใบงานที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
VOCABULARY
1. Match the pictures with the words given in the box. Put numbers 1-12 in the parentheses.
จับคู่ภาพกับคาที่ให้มาในกรอบ โดยใส่หมายเลข 1-12 ในวงเล็บ
1. sleepy 2. worried 3. surprised 4. frightened 5. happy
6. disgusted 7. sad 8. angry 9. confused 10. curious
11. depressed 12. grieving
2. Complete the word under each picture with missing letters to form an adjective telling the feeling of the
person in each picture.
ให้เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคาใต้ภาพที่ให้มาเพื่อสร้างคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกของคนในภาพนั้นๆ
44
3. Study the words in 1 and 2 again. Can you tell which words describe positive, negative and neutral
feelings? Put them in groups.
ให้ศึกษาคาในกิจกรรมข้อ 1 และ 2 อีกครั้งและให้จัดกลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ดี (positive feelings)
กลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ไม่ดี (negative feelings) และความรู้สึกที่เป็นกลาง (neutral feelings)
45
Positive Feelings Negative Feelings Neutral Feelings
46
ใบงานที่ 2
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
SPEAKING
Match the sentences in Column A with those in Column B.
Column A Column B
1. I’m really sad.
2. I’m really excited.
3. I’m very pleased.
4. I feel very lonely.
5. I’m bored.
6. I’m really sleepy.
7. I’m fed up with this weather.
8. I don’t feel very well.
9. I’m very curious.
10. I feel really depressed at the moment.
-No one is at home.
-It rains cats and dogs all day.
-My mother is going into hospital for tests.
-My dog died last night.
-I think I’m getting a bad cold.
-Mary has been in the boss’s room for an hour and the
door is locked.
-I’m going to the USA tomorrow.
-I went to bed late last night.
-I have got a scholarship to Japan.
-I have nothing to do.
Speaking
Practice conversations, using the information in 2. The first one is done for you as an example.
ฝึกสนทนาโดยใช้ข้อมูลในข้อ 2 ดูข้อแรกเป็นตัวอย่าง
47
ใบงานที่ 3
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
WRITING
1. Write the –ed or –ing form of the word.
1. We were …………………..(tire) after our hike. We walked for two hours.
2. That teacher is a………………………(bore) speaker. I want to sleep in her class.
3. What…………………….(excite) news! You must be very happy.
4. I am………………………(disappoint) that you can’t come with us to the beach.
5. This movie is…………………………(disgust). There’s too much violence. Let’s go home.
6. What an…………………………(embarrass) mistake! I forgot her name!
7. Don’t be …………………………(discourage). Your English is improving all the time.
8. I have to take my driving test tomorrow. I’m a little……………………….(worry).
9. He was……………………………(confuse) when he told me about you.
10. The engine sound is very……………………………..(annoy).
2. Imagine that these things happen. How would you feel? Use this pattern:
I would feel…………………..if…………………
1. You see a ghost.
I would feel frightened if I see a ghost.
2. You win a holiday for two in Phuket.
……………………………………………………………………………………………………....
3. Someone writes you a letter which begins ‘You don’t know me, but actually I’m your sister…….’
……………………………………………………………………………………………………….
4. You are in your bed when someone throws a large stone through your bedroom window.
………………………………………………………………………………………………………
5. Your favorite film star dies.
…………………………………………………………………………………………….................
6. You meet the Prime Minister of Thailand.
………………………………………………………………………………………………………
48
กิจกรรมที่ 1 “I’m feel...” (10 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
Date……/……../……..
คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ
เพิ่มเติม โดยวิธีการแสดงความคิดเห็นที่ Facebook ของครูกฤตยา ศรีริ
แบบร่างความคิดเห็น (ภาษาไทย)
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ความคิดเห็น (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
โพสต์ข้อความแล้วเมื่อวันที่ ……………………………………….. เวลา ………………………………..
Score: You get:
10
Signature ………………………… Teacher
Date……/………/……..
http://www.facebook.com/kitayaguru1
49
เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (“I’m feel...”) 10 คะแนน
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling
คะแนน เกณฑ์
4
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
3
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง
2
เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้
ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง
1
เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง
ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง
0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา
ตรงต่อเวลา = 2 คะแนน
ไม่ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน
ค่าน้าหนัก = 2 คิดเป็น 5 x 2 = 10 คะแนน
รวมทั้งสิ้น 10 คะแนน
50
รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการอ่าน
การประเมินความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ ได้กาหนดทั้ง ความสาเร็จและข้อผิดพลาด ในการอ่าน
ระดับความสามารถแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งแสดงถึงระดับความสามารถความเข้าใจในการอ่านดังนี้
ระดับ
ความสามารถ
เกณฑ์การ
ประเมิน
ความสามารถในการอ่าน
1 ควร
ปรับปรุง
ความถูกต้อง
น้อยกว่า50 %
การอ่านยังไม่ประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด มีความเข้าใจ
ในเรื่องที่อ่านน้อย สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่อง
ที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 50% ของจานวนข้อทั้งหมด
2 พอใช้ ความถูกต้อง
น้อยกว่า70 %
การอ่านเกือบประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่าน
จับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 70 %
ของจานวนข้อทั้งหมด
3 ดี ความถูกต้อง
70-80%
การอ่านประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่านจับ
ใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้อง 70-80 % ของ
จานวนข้อทั้งหมด
4 ดีมาก ความถูกต้อง
มากกว่า 80%
ประสบความสาเร็จในการอ่านตามแบบฝึกหัดที่กาหนดอย่างดีมาก
สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง
มากกว่า 80% ของจานวนข้อทั้งหมด
ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3
ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการอ่านให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่ โดย
ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
51
รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการเขียน
การประเมินความสามารถทักษะการเขียนจะประเมินตามลักษณะกิจกรรมที่แสดงถึงความสามารถในการ
เขียนแบบภาพรวมก่อน แล้วจึงจะประเมินแบบวิเคราะห์ส่วนย่อยของการใช้ภาษา
ระดับ 1 หมายถึง ควรปรับปรุง ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก
แบบการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับความสามารถ น้าหนักที่ให้
แบบภาพรวม ความสามารถในภาพรวม 1 - 2 - 3 - 4 30%
แบบวิเคราะห์ส่วนย่อย • ความถูกต้องด้านไวยากรณ์
• การใช้คาศัพท์ สานวน
• การสะกดคา
• เครื่องหมายวรรคตอน
• ความต่อเนื่องของเนื้อความ
1 - 2 - 3 - 4 70%
ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3
ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการเขียนให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่โดย
ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
52
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) เข้าใจคาศัพท์สานวน และประโยคที่ใช้ในการสนทนา
2) สามารถเขียนสถานการณ์จาลองการสนทนาระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไปได้
3) สามารถเขียน เรียบเรียง ข้อความเกี่ยวกับคนดีในชุมชนได้
4) อ่านเนื้อหา หรือข้อความจากแหล่งข้อมูล แล้วสามารถตีความเพื่อทาความเข้าใจได้
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- When and If clauses (to express future time)
- Conjunctions of time: before, after, as soon as, until
คาศัพท์และสานวนภาษา
once upon a time: a long time ago - used in children’s stories (กาลครั้งหนึ่ง)
fairy tale (n.): a children’s story in which magical things happen or a story that
someone has invented and is difficult to believe (เทพนิยาย)
fable (n.): a traditional story that teaches a moral lesson, especially a story about
animals (นิทานสั้นๆ ที่ให้คติธรรมโดยใช้สัตว์ต่างๆ เป็นตัวละคร)
a while ago (adv.): a little or a short time ago (เมื่อสักครู่ที่แล้ว)
scolding (n.): angry words of blame or complaint for someone for what he or she has
done (คาพูดที่แสดงความโกรธเพื่อตาหนิหรือบ่นในสิ่งซึ่งใครบางคนได้
กระทา)
outnumber (v.): to be more in number than another group (มีจานวนมากกว่า)
splendid (adj.): wonderful, great (วิเศษ, ยอดเยี่ยม)
petty thieves (n.): thieves who steal small and unimportant things or things that
53
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
บทเรียนย่อยที่ 1
- ครูพูดแนะนาบทเรียนเกี่ยวกับการบูรณาการกับวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การ
สืบค้นคนดีในสังคม และถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปแบบงานเขียน สื่อวิดีโอ หรือการ
นาเสนอปากเปล่า
- นักเรียนช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ดีของบุคคลที่เป็นตัวอย่างของคนทั่วไป
เช่น อาสาสมัคร คุณครู ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น
- ครูสอนให้นักเรียนรู้จักการใช้คาพูดเพื่อการสนทนา ตั้งแต่การทักทาย การชวนพูดคุยเรื่อง
ทั่วไป จนถึงการปิดการสนทนาอย่างสุภาพ
- นักเรียนในห้องจับคู่ แลกเปลี่ยนบทสนทนาซึ่งกันและกัน ด้วยการถามชื่อ นามสกุล และข้อมูล
ทั่วไปของกันและกัน แล้วส่งตัวแทนออกมาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียนว่า ใช้คาถามอะไรบ้างใน
การถามเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบ
- ครูสอนวิธีการพูดสนทนา และไวยากรณ์ทางภาษาที่จาเป็นสาหรับการพูดเล่าเรื่องราวในการ
สนทนาต่างๆ โดยใช้ Conjunctions of time: before, after, as soon as, until เป็นตัวช่วย
- ครูมอบหมายให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยการเขียนบทสนทนาโต้ตอบของ 2 คน โดยขึ้นต้น
คาถามด้วย Wh- และ How- โดยยกตัวอย่างมาอย่างน้อง 5-10 บรรทัด
-
บทเรียนย่อยที่ 2
- ครูสอนเรื่อง When and If clauses (to express future time) เพื่อให้ผู้เรียนนาไปประยุกต์ใช้ใน
การพูด การเขียน เพื่อเล่าเรื่องราว หรือถ่ายทอดเรื่องราวให้อีกฝ่ายเข้าใจ โดยใช้เงื่อนไขที่เป็น
เหตุเป็นผลกัน
- ครูมอบหมายงานให้นักเรียนปฏิบัติภาระงาน (งานกลุ่ม) ในการสืบค้นคนดีในท้องถิ่น ชุมชน
หรือในโรงเรียน แล้วเก็บประวัติข้อมูล กิจวัตรประจาวันมาพอสังเขป แล้วเขียนถ่ายทอด
ออกมาโดยใช้ไวยากรณ์ทางภาษาอังกฤษที่ได้เรียนไปนั้นมาประกอบการเขียน
- นักเรียนจัดทากิจกรรมเสริมทักษะด้วยการทาสื่อหนังสั้น 3-5 นาที ประกอบการปฏิบัติภาระ
งาน และส่งบทอ่าน สคริปต์ ให้ครูผู้สอนทางอีเมล์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
- ครูอภิปรายสรุปผลของการทากิจกรรม และสิ่งที่นักเรียนได้รับหลังการปฏิบัติภาระงาน
4. การวัดและการประเมินผล
1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงาน
2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
54
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. พจนานุกรมฉบับไทยเป็นอังกฤษ และอังกฤษเป็นไทย
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
2) ภาษาไทย
55
กิจกรรมที่ 1 เขียนตัวอย่างบทสนทนาในสถานการณ์จาลองที่กาหนดขึ้นเอง อย่างน้อย 5-10 บรรทัด
Example:
Kitaya Hello, What’s your name?
Polla Hello, My name is Polla and you can call me short for Pole.
Kitaya Great, I love you short name. What are you doing?
Polla Oh! I’m try to fix something about this.
Kitaya It’s about?
Polla It’s about the C-Programming. I can’t find a syntax-error. It’ s over 270 lines.
Kitaya Oh! My god, Big problem yet.
Polla Can you help me, please?
Kitaya Ahhh! I don’t like programming and I don’t know anything else, Sorry sir.
Polla OK, Bloody hell.
Kitaya I’ll ask my friend at Thammasat University yet, just 2-3 days I hope you can wait for me.
Polla Thanks, I can. If you get the solution please email to me, Pollabb2@hotmail.com
Kitaya Ya!!! OK, Bye.
Polla Bye, See you!
Situation: ____________________________
56
กิจกรรมที่ 2 สืบค้นคนดีในโรงเรียน ชุมชน สังคม แล้วเขียนรายละเอียดให้ครบถ้วนตามที่กาหนด
Who? : _________________________________________
We’re interesting in his/her life event because, _______________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
_______________________________________________________________
Outline for workshop!!
Storyboard Activities Time Scripts
Score: Get:
5
Signature ………………………… Teacher
Date……/………/……..
57
เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (5 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก
ความ
สาคัญ
คะแนน
รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง)
เนื้อหา
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
อย่างสมบูรณ์
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
เป็นส่วนใหญ่
เขียนผิดบ้าง และ
ไม่ครอบคลุม
เนื้อหา
เขียนผิดมาก และ
ให้ข้อมูลน้อย
2 4
คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้าง
ภาษา
ใช้คาศัพท์ สานวน
และโครงสร้างภาษา
ถูกต้อง เหมาะสม
และหลากหลาย
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
ถูกต้องเหมาะสม
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดบ้าง
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดมาก
2 4
องค์ประกอบ
ของงานเขียน
องค์ประกอบของ
งานเขียนแสดงให้
เห็นความริเริ่ม
สร้างสรรค์มี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนมี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนน่าสนใจ
ขาดความสัมพันธ์
ต่อเนื่อง
องค์ประกอบของ
งานเขียน
ไม่น่าสนใจ
1 4
รวม 5 20
คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 10
เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์
วิธีคิดคะแนน:
1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม
2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน
(เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
58
เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 2 (5 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก
ความ
สาคัญ
คะแนน
รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง)
เนื้อหา
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
อย่างสมบูรณ์
เขียนถูกต้อง
ครอบคลุมเนื้อหา
เป็นส่วนใหญ่
เขียนผิดบ้าง และ
ไม่ครอบคลุม
เนื้อหา
เขียนผิดมาก และ
ให้ข้อมูลน้อย
2 4
คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้าง
ภาษา
ใช้คาศัพท์ สานวน
และโครงสร้างภาษา
ถูกต้อง เหมาะสม
และหลากหลาย
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
ถูกต้องเหมาะสม
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดบ้าง
ใช้คาศัพท์
สานวน และ
โครงสร้างภาษา
แบบง่ายๆ และมี
ข้อผิดมาก
2 4
องค์ประกอบ
ของงานเขียน
องค์ประกอบของ
งานเขียนแสดงให้
เห็นความริเริ่ม
สร้างสรรค์มี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนมี
ความสัมพันธ์
ต่อเนื่องน่าสนใจ
องค์ประกอบของ
งานเขียนน่าสนใจ
ขาดความสัมพันธ์
ต่อเนื่อง
องค์ประกอบของ
งานเขียน
ไม่น่าสนใจ
1 4
รวม 5 20
คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 10
เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์
วิธีคิดคะแนน:
1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม
2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน
(เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
59
แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness
กลุ่ม
ที่
ชื่อกลุ่ม
การมีส่วน
ร่วม
สร้างสรรค์
งานกลุ่ม
ความมีน้าใจ
เอื้อเฟื้อ
ช่วยเหลือผู้อื่น
การเป็นผู้นา
และผู้ตามใน
โอกาสอันควร
การ
ปฏิบัติงาน
ด้วยความเต็ม
ใจ
รวม
คะแนน
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
60
คาชี้แจง
ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับคะแนน
ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า
ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง
ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง
ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก
เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน
ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน
ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน
ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน
61
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) อ่านชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียง ในอดีตและปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ
2) เขียนอธิบาย เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลหรือสถานที่ที่มีชื่อเสียงได้
3) นักเรียนรู้จักประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น และมีโอกาสได้พัฒนาทักษะการพูด
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Paragraph unity
- Giving example
คาศัพท์และสานวนภาษา
infection (n.): a disease or illness received by someone or something
(การติดเชื้อ)
tool (n.): a device for doing a particular kind of work (เครื่องมือ)
look forward to (v. phr.): to be eager for something enjoyable in the future
(รออย่างใจจดใจจ่อ)
invent (v.): to create something new (ประดิษฐ์คิดค้น)
control (n.): a device used to guide a vehicle
(เครื่อง แผง สวิตซ์ หรือหน่วยควบคุมกลไก)
stingy (adj.): not giving or spending much (ขี้เหนียว)
refuse (v.): to say no (ปฏิเสธ)
waste (v.): to use carelessly or ineffectively (เสียไปเปล่าๆ โดยไร้ประโยชน์)
refund (n.): an amount of money returned to the person who bought something
(คืนเงินให้)
relative (n.): a member of the same family (ญาติ)
divorce (v.): to legally end a marriage to somebody (หย่า)
62
medical treatment (n. phr.): medical attention; cured by doctors (ได้รับการรักษาจากแพทย์)
amputate (v.): to cut off surgically (ผ่าตัดอวัยวะออก)
laundry (n.): a place where clothes and linen are washed, dried, and pressed
(ร้านซักรีด)
space (n.): an empty area (ที่ว่าง)
raw (adj.): not cooked (ดิบ)
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. สารวจภูมิหลังและสร้างประสบการณ์พื้นฐาน
2. ตั้งจุดประสงค์ในการอ่าน
3. อ่านเพื่อตอบคาถามที่เป็นจุดประสงค์ในการอ่าน
4. อ่านเพื่อศึกษาประวัติชีวิตและผลงานของ Louis Braille
5. ทากิจกรรมพัฒนาความเข้าใจ
6. ทากิจกรรมพัฒนาศัพท์
7. ทากิจกรรม discussion
8. เรียนรู้วิธีเขียนชีวประวัติ
9. ตรวจแก้ไขงานเขียน
10. Pre-writing
11. Develop an outline
12. Write a rough draft
13. Revise your rough draft
14. Edit your paragraph
15. Write your final draft
4. การวัดและการประเมินผล
1. ผลงานจากการทากิจกรรม และแบบฝึกหัด
2. งานเขียนบรรยาย (บุคคลโชคดี/โชคร้ายหรือคุณสมบัติที่ดี/ไม่ดีของบุคคลอื่น) และงานเขียน
บรรยายบุคคล (คนขี้เหนียว คนนิสัยไม่ดี หรือคนที่ไม่ธรรมดา)
3. งานเขียนบรรยายสถานที่ที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์
4. การตอบคาถาม
5. แบบประเมินการเขียน
63
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. Worksheet 1, 2, 3
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ภาษาไทย
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
64
ใบความรู้ที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
The World’s Most Unusual Millionaire
บุคคลที่รวยที่สุดในโลกปี 2010
ทุกปีนิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับผู้ที่ร่ารวยที่สุดในโลก ต่อไปนี้คือรายชื่อ 10 บุคคลตามลาดับของ
ความร่ารวยที่สุดในโลกจากผลสารวจเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010
1. Carlos Slim Helu (รายได้ 53.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Helu เป็นชาวเม็กซิกัน ความมั่งคั่งของเขามาจากหลายบริษัท แต่รายได้หลักมาจากบรรดา
บริษัทเทเลคอมจากรายได้สุทธิประมาณ 53.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ Carlos ได้ส่วนมากจาก
บริษัท Telemax และ America Movil Carlos มีรายได้นาหน้าบุคคลที่ร่ารวยอันดับสองคือ Bill
Gates ราวๆ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ
2. William Henry Gates III หรือ Bill Gates
Gates ครองตาแหน่งบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในโลกเป็นเวลา 15 ปี สูญเสียตาแหน่งแค่ปี 2008 แต่
ในปี 2010 นี้ เขาตกลงมาเป็นอันดับสอง ทั้งๆ ที่รายได้ของเขาเพิ่มขึ้นจากปี 2009 เกือบ 13
พันล้านเหรียญสหรัฐ
3. Warren Edward Buffet (รายได้47 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
รายได้ของ Warren เกือบทั้งหมดมาจากหุ้น Berkshire Hathaway ปัจจุบันนี้เขาเป็นซีอีโอหรือ
ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทนี้ เขาสัญญาว่าจะบริจาคร้อยละ 85 ของทรัพย์สินของเขาให้แก่
มูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) ซึ่งดาเนินกิจการโดย Bill Gates
4. Mukesh Ambani (รายได้ 29 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Ambani เกิดและอยู่ที่ประเทศอินเดีย เขาเป็นชาวอินเดียที่ขยันหมั่นเพียรในการทาให้ทรัพย์
มรดกของตน เพิ่มพูนขึ้นด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นเกือบ 10 พันล้าน
เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เขายกระดับจากอันดับ 7 มาเป็นอันดับ 4 ของบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในโลก
5. Lakshmi Mittal (รายได้ 28.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Mittal เกิดที่อินเดีย แต่มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษทรัพย์สินของเขาได้มาจาก Arcelor Mittal ซึ่งเป็น
บริษัทเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนงาน 280,000 คนทางานอยู่ในประเทศต่างๆ 60 ประเทศ
Mittal ดารงตาแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทนี้
65
6. Lawrence Ellison (รายได้28 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Ellison เป็นชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Oracle แม้ว่าเขาจะมีรายได้เพิ่มจากปีก่อน 5.5 พันล้าน
เหรียญสหรัฐ เขาก็ยังตกจากอันดับ 4 มาเป็นอันดับ 6 ของผู้ที่ร่ารวยที่สุดในโลก
7. Bernard Arnault (รายได้27.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Arnault เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสผู้ครอบครองอาณาจักรสินค้าฟุ่มเฟือย ตัวอย่างเช่น Louis
Vuitton และ Christian Dior
8. Eike Batista (รายได้ 27 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Batista เป็นบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในประเทศบราซิล เมื่อปีที่แล้วชื่อของเขาอยู่อันดับที่ 61 ด้วย
รายได้สุทธิ 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ บุคคลที่ออกจากการเรียนมหาวิทยาลัยกลางคันผู้นี้สร้าง
ความมั่งคั่งให้ตนเองจากการทาเหมืองแร่เหล็ก
9. Amancio Ortega (รายได้ 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Ortega เป็นนักออกแบบแฟชั่นชาวสเปน ปีที่แล้วชื่อของเขาอยู่ที่อันดับที่ 10 เขาร่วมก่อตั้งกลุ่ม
Inditex (Inditex group)
10. Karl Albrecht (รายได้23.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
Albrecht เป็นนักลงทุนชาวเยอรมัน เป็นผู้ก่อตั้งสาขาของซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของถูก ชื่อ Aldi
ร่วมกับน้องชายของเขา แม้ว่าเขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 เขาก็ยัง
ตกจากอันดับที่ 6 ของเขาเมื่อปีที่แล้ว
66
ใบงานที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
Worksheet 1
Directions: Complete the diagram below with the information about someone you interested.
Famous
Person:
………………
………
Childhood Education
Childhood Accomplishments
Family Interesting Facts
Death (if applicable)
67
ใบงานที่ 2
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
Worksheet 2
Topic
sentence
Supporting
sentence
My brother is very selfish.
He does not want to
share things with other
people
For example, when he
buys a chocolate bar, he
puts it in a secret place.
Then he eats it all by
himself.
Detail or
example of
supporting
sentence
In conclusion, I think my brother is
selfish and will always be selfish.
68
เฉลยใบงานที่ 2
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
คาตอบที่เสนอแนะ
Worksheet 2
Topic
sentence
Supporting
sentence
My brother is very selfish.
He does not want to
share things with other
people
He does not care if
something he does
bothers other people.
He never helps anyone.
He says he is busy.
For example, when he
buys a chocolate bar, he
puts it in a secret place.
Then he eats it all by
himself.
For instance, last night
he played loud rock ‘n’
roll music until four
o’clock in the morning.
For example, a game of
Nintendo makes him
very busy.
Detail or
example of
supporting
sentence
In conclusion, I think my brother is
selfish and will always be selfish.
69
ใบงานที่ 3
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
Worksheet 3
Directions: Please describe about famous place “Khao Kra Dong”.
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
Score: Get:
5
Signature ………………………… Teacher
Date……/………/……..
70
เกณฑ์การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People
ประเด็น
การประเมิน
ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก
ความ
สาคัญ
คะแนน
รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง)
ความคิด
สร้างสรรค์
เป็นชิ้นงานที่แปลกใหม่
ไม่เหมือนตัวอย่าง ตกแต่ง
สวยงามประณีตมี
รายละเอียดมาก
เป็นชิ้นงานที่ไม่
แปลกใหม่ คล้าย
ตัวอย่าง ตกแต่ง
สวยงาม
รายละเอียด
ค่อนข้างสมบูรณ์
เป็นชิ้นงาน
ที่ปรับปรุง
ดัดแปลงเล็กน้อย
จากตัวอย่าง
เป็นชิ้นงานที่
เหมือนตัวอย่าง
รายละเอียด
ไม่ครบ
1 4
การ
นาเสนอ
เนื้อหา
เขียนได้ตรงประเด็น
ตามที่กาหนดและ
สามารถเรียบเรียงเนื้อหา
ตามลาดับเหมาะสม
เขียนได้ค่อนข้าง
ตรงประเด็น
ตามที่กาหนด
และสามารถ
เรียบเรียงเนื้อหา
ได้ค่อนข้าง
เหมาะสม
เขียนไม่ค่อย
ตรงประเด็น
ตามที่กาหนด
และเรียบเรียง
เนื้อหาไม่ค่อย
เหมาะสม
เท่าที่ควร
เขียนไม่ตรง
ประเด็นตาม
ที่กาหนดและ
ไม่เรียบเรียง
เนื้อหาตามลาดับ
1 4
ความ
สมบูรณ์
ของงาน
ชิ้นงานมีรายละเอียด
ครอบคลุมวงคาศัพท์
สานวนโวหารครบถ้วน
ชิ้นงานมี
รายละเอียด
ครอบคลุม
วงคาศัพท์
สานวนที่เรียน
เป็นส่วนใหญ่
ชิ้นงานมี
รายละเอียด
ครอบคลุม
วงคาศัพท์
สานวนที่เรียน
พอสมควร
ชิ้นงานมี
รายละเอียด
ครอบคลุมวง
คาศัพท์สานวนที่
เรียนน้อย
1.5 4
ความ
รับผิดชอบ
มีความรับผิดชอบในการ
สร้างสรรค์ผลงานทางาน
ได้ตามเวลาที่กาหนด
มีความรับผิดชอบ
ในการสร้าง
สรรค์ผลงาน
ทางานเกินเวลา
เล็กน้อย
มีความรับผิดชอบ
ในการสร้าง
สรรค์ผลงาน
ปานกลางทางานเกิน
เวลามาก
ไม่มีความ
รับผิดชอบใน
การสร้างสรรค์
ผลงาน ไม่มี
ผลงาน
1.5 4
รวม 5 20
คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 5
71
ผังมโนทัศน์ 6
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 3 ชั่วโมง
UNIT 6
Don’t Judge a Book by its Cover
GRAMMAR
- Present simple, Present perfect, Past simple
- Adverbs/expressions of frequency
FUNCTIONS
- Talking about daily life
LANGUAGE
- ‘Don’t judge a book by its cover’
- When people have two jobs, we describe the second
job as “moonlighting”, because they are generally
done at night. Common jobs that people moonlight
as include waiter, cabdriver and security guard.
72
ผังมโนทัศน์ 7
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง
UNIT 7
What’s in a Slogan?
GRAMMAR
- Comparative and superlative structure
- Phrasal verb
- Comparing and contrasting sentence
FUNCTIONS
- Comparing and contrasting
LANGUAGE
- Makes it Easy (DTAC)
- More than Magazine on TV (I-Zine จาก ITV)
- Above All a Warm Welcome (Gulf Air)
- Smooth As Silk (Thai Airways)
- Making Others Followers (Toyota Camry)
73
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Don’t Judge a Book by its Cover
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) เข้าใจความหมายของคาศัพท์ที่ปรากฏในบทอ่าน
2) เดาความหมายของคาศัพท์จากบริบท
3) พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อในเรื่องที่อ่าน
4) สร้างประโยคที่ใช้ Tense ต่างๆ ได้ถูกต้อง
5) พูดเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียได้
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Present simple, Present perfect และ Past simple
- Adverbs/expressions of frequency
คาศัพท์และสานวนภาษา
have a big ego - think that you are very clever or important
etymology n. - the study of the origin, history, and changing the meanings of words
serial killer n. - killing or murders that are done in the same way one after the other
to be very big - (informal) successful or popular, especially in businees or entertainment.
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
(1) ครูพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจาวันของแต่ละคนในแต่ละสัปดาห์ โดยครูเล่า
กิจกรรมของตัวเองเป็นตัวอย่าง เช่น
I usually arrive at school half an hour before it starts so that I can get everything prepared; I
always try and do some exercise in the evening; I go to the cinema once a month with my friends. I have
different lifestyle on weekends.
ครูให้นักเรียนถามคาถามเกี่ยวกับกิจกรรมในวันหยุดของครูและให้เดาว่าเป็นกิจกรรมอะไรบ้างเช่น
- Do you do it at home or outside?
- Do you do it alone or with others?
74
(2) นักเรียนทางานเป็นคู่ ซักถามหรือเล่ากิจกรรมที่ทาเป็นประจาในวันธรรมดาและวันหยุด
สุดสัปดาห์ซึ่งกันและกัน
(3) นักเรียนทางานเป็นคู่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ the most interesting/exciting thing you’ve done
โดยครูสุ่มให้นักเรียนบางคนนาเสนอ หรือให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเล่าหน้าชั้น
(4) ครูซักถามความหมายของชื่อเรื่อง ‘Don’t Judge a Book by its Cover’ ซึ่งมีความหมายว่า
You should not judge a person or thing merely by appearances because the reality often lines deeper
ครูอาจให้นักเรียนเปรียบเทียบกับสุภาษิตไทย
กิจกรรมก่อนอ่าน
ครูให้นักเรียนศึกษาคาศัพท์ใหม่ ซึ่งครูเขียนคาจากัดความไว้บนกระดาน
กิจกรรมระหว่างอ่าน
(1) นักเรียนอ่านบทอ่าน และทาแบบฝึกหัดท้ายเล่มหนังสืออ่านเสริมที่นักเรียนได้อ่าน
(2) นักเรียนเปรียบเทียบคาตอบกับเพื่อน แล้วตรวจคาตอบกับครู
4. การวัดและการประเมินผล
1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้
1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster
2) The White Stones โดย Lester Vangan
3) Survival โดย
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1) ภาษาไทย
2) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
75
REVIEW TESTS Unit 6: Don’t Judge a Book by its Cover (Grammar)
A
Read each question in Column 1 and match it with the correct response in Column 2. Write the letter of
the response in the blank. (3 points for each correct answer-36 points)
1 2
_______ 1. When did they first meet? a. About once every two weeks.
_______ 2. What was Mr. Smith doing at the b. He was talking to his daughter on his
time of the accident? cell phone.
_______ 3. What did you use to do in c. I’d refuse to pay.
_______ summer when you were a child? d. I’m working on a novel in my spare time.
_______ 4. How often do you see your e. We used to ride our bikes in the forest.
father? f. They got to know each other at a
_______ 5. What are you doing tonight? conference in 1998.
_______ 6. Has Tom worked there a long time? g. No, I’d never seen him before.
_______ 7. Where’s Mike? h. To have made a million dollars by the
_______ 8. What are you doing these days? time I’m twenty-five.
_______ 9. What’s your ambition? i. Yes, he’s been at the company for
_______ 10. What were you doing there at that seventeen years.
time of night? j. He’s gone to the store for some soda.
_______ 11. Did you know the person who attacked k. I was waiting for a friend to pick me up
you? and take me to a party.
_______ 12. What would you do if you were me? I. I am going to the movies with some
friends. Do you want to come?
76
B
Complete each sentence using a modal verb and the verbs in brackets.
(3 points for each correct answer-18 points)
1. What do you do/are you doing? I’m an engineer.
2. I walked/was walking the dog when I heard the explosion.
3. We.ve been watching/watched seven movies so far today-I love vacations.
4. John had never taken/never took the subway before he visited New York.
5. My father bought/used to buy a new car every year when we were younger.
6. Sam has had/has been having his dog since childhood.
C
Complete the text with an appropriate form of the verbs in parentheses.
(3 points for each correct answer-36 points)
Wendy Darling 1.___________________(be) married for two years now, and 2.________________ just
________________________ (have) her first child, Molly, but her fans will be pleased to hear that she 3.
_______________________ already _______________________ (plan) her comeback.
Wendy says, ‘Of course, I absolutely 4. ___________________ (love) marriage and just adore Molly, but
there’s a big part of me that 5. ________________________ (want) to get back in the studio and record
some new music. You know, I 6. _________________ (start) playing guitar when I was five years old, so
that means I 7. _________________ (play) for twenty-one years, so it’s really like a habit and I get very
frustrated if I can’t play on a regular basis. Added to that, a lot of things 8. _____________ (change) in
my life in the past few years: my songs 9. ____________ (be) about feeling unhappy and not having a
boyfriend, but now I’m very happy and I 10. ____________ (feel) like I ought to tell my fans about how
great it is.. Well, I don’t know about you, but I 11. ______________________
certainly_______________________ (look forward to) hearing Wendy’s new songs. But we’ll have to
wait a little longer because Wendy 12. ___________ only just ____________ (start) writing again.
77
D
Complete each sentence with the correct word from the box. (1 point for each correct answer-10 points)
box office classifieds critic headlines jackpot reviews
paparazzi peace talks plot premiere
1. The movie got very bad ___________ in all sections of the media.
2. My aunt’s a movie ____________. All she does all day is watching movies and writing about them.
3. The new Spielberg movie has a very complicated ________________.
4. Terry bought a bike he saw in the _______________.
5. Many people still blame the ____________ for Princess Diana’s death.
6. I couldn’t believe it when we got tickets to the movie _______________.
7. Unfortunately, the ___________ failed to solve the crisis.
8. One lucky winner received a _____________ of seventy-two million dollars.
9. The new movie broke _____________ records for the first weekend.
10. Have you seen the ______________ ? The president’s resigned!
78
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง What’s in a Slogan?
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 2.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) จับใจความสาคัญ และเดาความหมายของคาศัพท์ในบทความที่อ่านได้
2) บอกความหมายของคาศัพท์ในบทอ่านได้
3) พูดแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการโฆษณา
4) ใช้ประโยคแสดงการเปรียบเทียบได้
5) ใช้ประโยคแสดงเหตุและผลได้
6) ใช้ภาษาอังกฤษในการทากิจกรรมกลุ่มได้
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Comparative and superlative structure
- Phrasal verb
- Comparing and contrasting sentence
คาศัพท์และสานวนภาษา
integral adj. - forming a necessary part of something
come up with phr. v. - to think of an idea, plan, reply, etc.
tactic n. - a method that you use to achieve something
rival n. - a person, group or organization that you compete with in sport,
business, a fight, etc.
simultaneous adj. - happening or done at exactly the same time
aggression n. - angry or threatening behavior or feelings that often result in
fighting
79
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
กิจกรรมก่อนอ่าน
(1) ให้นักเรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหัดที่ 8 Reading ข้อ A ในหนังสือเรียน หน้า 44 ทั้ง 3 ข้อโดยเฉพาะ
Slogan ที่นักเรียนเขียนควรเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งนักเรียนอาจจะหาได้จากวารสารภาษาอังกฤษ โทรทัศน์
หนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการฝึกให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้จากสื่อที่เป็นภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง Slogans
- Makes it Easy (DTAC)
- More than Magazine on TV (I-Zine จาก ITV)
- Above All a Warm Welcome (Gulf Air)
- Smooth As Silk (Thai Airways)
- Making Others Followers (Toyota Camry)
(2) ครูสุ่มให้นักเรียนแสดงความ
(3) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง Phrasal verbs
(4) ให้นักเรียนศึกษาคาถามพร้อมตัวเลือกในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน (After reading) ในบทอ่านวนอุทยาน
เขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park)
กิจกรรมระหว่างอ่าน
(1) นักเรียนอ่านบทอ่านวนอุทยานเขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park)
เพื่อตอบคาถามในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน (After reading)
(2) นักเรียนเปรียบเทียบคาตอบกับคู่ และตรวจคาตอบกับครู
(3) นักเรียนอ่านบทอ่านครั้งที่ 2 แล้วทางานเป็นคู่ เขียนคาจากัดความของคาศัพท์ในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน
(After reading)
กิจกรรมหลังอ่าน
ให้นักเรียนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษ หรือเกี่ยวกับงานที่ได้รับ
มอบหมาย โดยใช้ทักษะทางภาษา และไวยากรณ์ทางภาษาที่ได้เรียนไปแล้วมาใช้ในการสร้างประโยคที่
ถูกต้องสมบูรณ์
4. การวัดและการประเมินผล
1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้
2. แบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน วนอุทยานเขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park)
80
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้
1) บทอ่าน Khao Kra Dong Forest Park
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1) ภาษาไทย
2) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
81
Khao Kradong Forest Park
Khao Kradong Forest Park located in Samet Sub-district, Isaan Sub-district and Sawai Geek Sub-district,
Muang District, Buri Ram Province, covered the area of 1,450 rais. Most of the area is the government
own public property. The Royal Forest Department declared this forest park on October 1, 1993.
Topography
Khao Kradong Forest characterizes two small Khao Kradong Mountain and Khao Yai Mountain situated
next to each other. In the khao Kradong area is consisting of plain and highland which is sloping down
from Khao Kradong and Khao Yai eastward. There are shallow valleys and 2 reservoirs within. In
southeastern Khao Kradong, there are Charake Mak Reservoir and Huay Talad Resevior.
Climate
Climate pattern here can be divided into 3 seasons: rainy season started from June to November, winter
started from December to February, and summer started from March to May.
Flora and Fauna
Generally, its forest classification is Dry Deciduous Dipterocarp. Flora found are Dipterocarpus
turbinartus, Shorea siamemsis, hog plum, lac tree, cassod tree, beleric myrobalan, wild cotton tree, jute,
etc. Lower trees found are Siam weed and various grass species. Besides, trees planted found are rain tree,
plumeria, pine, pipal, mango tree, tamarind and eucalyptus. Fauna found are squirrels, jungle rabbits and
various bird species.
82
ใบงานที่ 1 เขียนรายละเอียดที่ขาดหายไปให้ครบถ้วนสมบูรณ์
_________________________________________________
Khao Kradong Forest Park _______ in Samet Sub-district, Isaan
Sub-district and Sawai Geek Sub-district, Muang District,
________ Province, covered the area of 1,450 rais. Most of the
area is the government own public property. The Royal Forest
Department _______ this forest park on October 1, 1993.
Topography
Khao Kradong Forest characterizes two small ________
Mountain and Khao Yai Mountain situated next to each other. In
the khao Kradong area is consisting of plain and highland which is _______ down from Khao Kradong
and Khao Yai eastward. There are shallow _______and 2 reservoirs within. In southeastern Khao
Kradong, there are Charake Mak Reservoir and __________ Resevior.
Climate
Climate pattern here can be divided into 3 seasons: rainy season started from _______ to ________,
winter started from _________to __________, and summer started from March to May.
Flora and Fauna
Generally, its forest classification is Dry Deciduous Dipterocarp. Flora found are Dipterocarpus
turbinartus, Shorea siamemsis, hog plum, lac tree, cassod tree, beleric myrobalan, wild cotton tree, jute,
etc. Lower trees found are Siam weed and various grass species. Besides, trees planted found are rain tree,
plumeria, pine, pipal, mango tree, tamarind and eucalyptus. Fauna found are squirrels, jungle rabbits and
various bird species.
83
ใบงานที่ 2 จงเขียนอธิบายสโลแกน และตีความหมายสัญลักษณ์ตามความเข้าใจของนักเรียน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
84
ใบกิจกรรมที่ 1 จงเขียนบันทึกการเรียน การทาแบบทดสอบ และการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์
Learning’s Log on Facebook
Date……/……../……..
What do you doing on the site?
Answer:
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
What do you think about this work? Please comment on Facebook and rewrite it on this paper.
Opinion:
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
Score: You get:
5
Signature ………………………… Teacher
Date……/………/……..
85
เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (Learning’s Log) 5 คะแนน
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง What’s in a Slogan?
คะแนน เกณฑ์
4
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
3
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง
2
เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้
ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง
1
เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง
ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง
0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา
ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน
ไม่ตรงต่อเวลา = 0 คะแนน
รวมทั้งสิ้น 5 คะแนน
86
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 2.2
1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1) ฟังข้อความเข้าใจ และบอกรายละเอียดของเรื่องที่ฟังได้
2) เข้าใจความหมายของคาศัพท์และสานวน
3) เข้าใจน้าเสียงและความรู้สึกของผู้พูด
4) พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันได้
5) ใช้คาศัพท์และไวยากรณ์ในการสื่อความที่ต้องการได้ถูกต้องและเหมาะสม
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Modal verbs of obligation : have to / must, don’t have to / mustn’t, should / shouldn’t, need
คาศัพท์และสานวนภาษา
MBA n. - Master of Business Administration; a university degree in the
skills needed to be in charge of a business
decent adj. - Acceptable and good enough
liberal adj. - willing to understand and respect other people’s ideas, opinions,
and feelings
a mind-numbing job n. - A job that does not require much thinking
3. กระบวนการจัดการเรียนรู้
1) ครูผู้สอนกล่าวนาถึงความสาคัญของการศึกษาไทย กับการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน
พร้อมทั้งชี้แนะให้เห็นความสาคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
2) นักเรียนแสดงความคิดเห็นต่อความสาคัญของการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
3) ครูสอนพื้นฐานไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เรื่องการอนุญาตให้ปฏิบัติ และการไม่อนุญาตให้
ปฏิบัติ โดยใช้ Modal verbs of obligation : have to / must, don’t have to / mustn’t, should / shouldn’t, need
4) ผู้เรียนยกตัวอย่างสานวนภาษาอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วย No, Don’t เป็นต้น แล้วครูผู้สอนนาไป
เปรียบเทียบกับการใช้ don’t have to กับ mustn’t
87
5) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน ทากิจกรรมกลุ่มละ 7-10 คน เพื่อพิจารณาตอบคาถาม แต่ละกลุ่มจะต้องมี
เลขาคอยจดบันทึกคาตอบที่กลุ่มได้เห็นพ้องต้องกัน เพื่อให้ตัวแทนกลุ่มนาเสนอ
Suggested ideas
(1) It is very important to get a good education at school because it is the way to further
the higher education both inside institutes or outside institutes.
(2) People do not care much about grades and qualifications these days because the
most important thing is being intelligent and not being afraid to express your ideas.
(3) สาหรับในประเทศไทย นักเรียนอาจจะค้นคว้าจากหนังสือบุคคลสาคัญหรือรายการ TV
เช่น สู้แล้วรวย เป็นต้น สาหรับต่างประเทศ เช่น John Lennon, Ronal Reagan, Bill
Gates : ผู้ไม่จบปริญญาแต่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท Microsoft เป็นต้น
ให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มนาเสนอคาตอบ
การพัฒนาคาศัพท์
(1) ให้นักเรียนแข่งขันกันหาคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ education แล้วเขียนบนกระดาน ตัวอย่างเช่น book, desk,
teacher, students, etc.
(2) ครูตรวจคาตอบโดยการซักถามจากนักเรียน
4. การวัดและการประเมินผล
1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้
5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้
1) บทอ่าน The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN)
2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- http://www.krupu.com
- http://www.krupu.com/smedu
- http://www.krupu.com/asean
6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น
1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
88
Context of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN)
ESTABLISHMENT
The Association of Southeast Asian Nations, or ASEAN, was established on 8 August 1967 in
Bangkok, Thailand, with the signing of the ASEAN Declaration (Bangkok Declaration) by the Founding
Fathers of ASEAN, namely Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore and Thailand.
Brunei Darussalam then joined on 7 January 1984, Viet Nam on 28 July 1995, Lao PDR and
Myanmar on 23 July 1997, and Cambodia on 30 April 1999, making up what is today the ten Member
States of ASEAN.
AIMS AND PURPOSES
As set out in the ASEAN Declaration, the aims and purposes of ASEAN are:
1) To accelerate the economic growth, social progress and cultural development in the region through
joint endeavors in the spirit of equality and partnership in order to strengthen the foundation for a
prosperous and peaceful community of Southeast Asian Nations;
2) To promote regional peace and stability through abiding respect for justice and the rule of law in the
relationship among countries of the region and adherence to the principles of the United Nations
Charter;
3) To promote active collaboration and mutual assistance on matters of common interest in the
economic, social, cultural, technical, scientific and administrative fields;
89
4) To provide assistance to each other in the form of training and research facilities in the educational,
professional, technical and administrative spheres;
5) To collaborate more effectively for the greater utilisation of their agriculture and industries, the
expansion of their trade, including the study of the problems of international commodity trade, the
improvement of their transportation and communications facilities and the raising of the living
standards of their peoples;
6) To promote Southeast Asian studies; and
7) To maintain close and beneficial cooperation with existing international and regional organisations
with similar aims and purposes, and explore all avenues for even closer cooperation among
themselves.
FUNDAMENTAL PRINCIPLES
In their relations with one another, the ASEAN Member States have adopted the following fundamental
principles, as contained in the Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia (TAC) of 1976:
1) Mutual respect for the independence, sovereignty, equality, territorial integrity, and national identity
of all nations;
2) The right of every State to lead its national existence free from external interference, subversion or
coercion;
3) Non-interference in the internal affairs of one another;
4) Settlement of differences or disputes by peaceful manner;
5) Renunciation of the threat or use of force; and
6) Effective cooperation among themselves.
90
ใบงานที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
จงเขียนคาศัพท์เกี่ยวกับ Education มาอย่างน้อย 20 คา พร้อมความหมายแปลเป็นภาษาไทย
คาศัพท์ ความหมาย
91
กิจกรรมที่ 1
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
แบ่งกลุ่ม 7-10 คน สัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในแวดวงการศึกษา แล้วเขียนรายละเอียดลงในแผนผังทางปัญญาให้
ครอบคลุมประเด็นสาคัญมากที่สุด
…………………………………………………….
92
กิจกรรมที่ 2 “Giving Opinions” (5 คะแนน)
รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1
รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง The importance of their education
Date……/……../……..
คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ
เพิ่มเติม โดยวิธีการแสดงความคิดเห็นที่ Facebook ของครูกฤตยา ศรีริ
แบบร่างความคิดเห็น (ภาษาไทย)
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ความคิดเห็น (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
โพสต์ข้อความแล้วเมื่อวันที่ ……………………………………….. เวลา ………………………………..
Score: You get:
5
Signature ………………………… Teacher
Date……/………/……..
http://www.facebook.com/kitayaguru1
93
เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (Mind mapping) 5 คะแนน
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
คะแนน เกณฑ์
4
เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียนและ
มีประเด็นครบถ้วนทุกประเด็น
3
เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน มี
ประเด็นครบถ้วนทุกประเด็น แต่มีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง
2
เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน แต่
ขาดประเด็นสาคัญ 1-2 ประเด็นและมี ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่มาก
1
เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน แต่
ขาดประเด็นสาคัญ 3-4 ประเด็นและมี ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่มาก
0
เขียนข้อมูลลงในแผนผังไม่ถูกต้อง เนื้อหาไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน
มีประเด็นไม่ครบถ้วน และข้อมูลไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
คะแนนความตรงต่อเวลาในการส่งงาน 1 คะแนน
รวมคะแนนการประเมินกิจกรรมที่ 1 คิดเป็น คะแนนเต็ม 5 คะแนน
นักเรียนต้องได้คะแนน 2-3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1
94
เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 2 (“Giving Opinions”) 5 คะแนน
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
คะแนน เกณฑ์
4
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
3
เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่
ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง
2
เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้
ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง
1
เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง
ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง
0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา
ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน
ไม่ตรงต่อเวลา = 0 คะแนน
คิดเป็น = 5 คะแนน
รวมทั้งสิ้น 5 คะแนน
95
แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education
กลุ่ม
ที่
ชื่อกลุ่ม
การมีส่วน
ร่วม
สร้างสรรค์
งานกลุ่ม
ความมีน้าใจ
เอื้อเฟื้อ
ช่วยเหลือผู้อื่น
การเป็นผู้นา
และผู้ตามใน
โอกาสอันควร
การ
ปฏิบัติงาน
ด้วยความเต็ม
ใจ
รวม
คะแนน
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
96
คาชี้แจง
ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับคะแนน
ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า
ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง
ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง
ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก
เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน
ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน
ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน
ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน

แผนการสอน (เพิ่มเติม)

  • 1.
    แผนการจัดการเรียนการสอน รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง กาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดย นางกฤตยา ศรีริ ครูวิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนภัทรบพิตร จังหวัดบุรีรัมย์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์เขต 32
  • 2.
    2 รหัสวิชา อ32201 วิชาภาษาอังกฤษ (เพิ่มเติม) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ภาคเรียนที่ 1 1. จานวน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต 2. หนังสือที่ใช้ในการเรียน - Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster - The White Stones โดย Lester Vangan - Survival โดย 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเรียน - เว็บไซต์ครูปูดอทคอม http://www.krupu.com เว็บไซต์ครูไทยคิดดี http://www.krupu.com/smedu เครือข่ายสังคมออนไลน์ http://www.facebook.com/kitayaguru1 ลงชื่อ ............................................................ (นางกฤตยา ศรีริ) ผู้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) ผู้อานวยการโรงเรียนภัทรบพิตร
  • 3.
    3 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 1. ปฏิบัติตามคาแนะนาในคู่มือการใช้งานต่างๆ คาชี้แจง คาอธิบาย และคาบรรยายที่ฟังและอ่าน 2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้องตามหลักการอ่าน 3. อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุ และเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน 4. จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่องที่เป็น สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม 2. เลือกและใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง คาอธิบาย อย่างคล่องแคล่ว 3. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลอง หรือสถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม 4. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม 5. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัด 1. พูดและเขียนนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ตามความ สนใจของสังคม 2. พูดและเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และ สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
  • 4.
    4 สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐานต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสม กับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 1. เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 2. อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา 3. เข้าร่วม แนะนา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ วัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด 1. อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน คาพังเพย สุภาษิต และบท กลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. วิเคราะห์/อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับของไทยและนาไปใช้อย่างมีเหตุผล สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการ พัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด 1. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ เป็นภาษาต่าง ประเทศ
  • 5.
    5 โครงสร้างรายวิชา รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 1 If I were you ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 อ่านเรื่องสั้นและเข้าใจเนื้อ เรื่อง บทสนทนาในเรื่องสั้น ที่อ่าน พูดเล่าความคิด คิดเห็นที่มีต่อบทความที่ อ่านจากหนังสือได้ 4 5 2 What Did They Say? ต 1.1 ม.5/1, ม.5/4 ต 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ม.5/4, ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อ เรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้ อย่างถูกต้อง และสารมารถ เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอก เล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับ เพื่อนๆได้รับทราบได้ 5 10 3 Feeling ต 1.1 ม.5/1, ม.5/3, ม.5/4 ต 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.1 ม.5/1 บอกความหมายของ คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึก ต่างๆได้รวมทั้งสรุป ใจความสาคัญของเรื่องที่ ฟัง/อ่านได้ 5 10 4 The Seeding of Goodness ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 เข้าใจคาศัพท์สานวน และ ประโยคที่ใช้ในการสนทนา สามารถเขียน เรียบเรียง ข้อความเกี่ยวกับคนดีใน ชุมชนได้ 3 5
  • 6.
    6 หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 5 FamousPeople ต 1.1 ม.5-6/3, ต 1.1 ม.5-6/4, ต 1.2 ม.5-6/1, ต 1.2 ม.5- 6/4, ต 1.2 ม.5-6/5, ต 1.3 ม.5-6/1 ต 2.1 ม.5-6/1 ต 3.1 ม.5-6/1 ต 4.1 ม.5- 6/1, ต 4.2 ม.5-6/1 หน่วยการเรียนรู้นี้ให้ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคล 2 คน การอ่านประวัติของชีวิตบุคคลทั้ง 2 นี้ทาให้นักเรียนวิเคราะห์ได้ว่า ในการเขียนชีวประวัติ สิ่งที่ผู้เขียน มักกล่าวถึงคือชีวิตในวัยเด็ก การศึกษา ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ชีวิต ครอบครัว และความสาเร็จ/ ล้มเหลวในชีวิต ข้อเท็จจริงที่ น่าสนใจ จนถึงการจบชีวิต ประเด็นเหล่านี้ทาให้นักเรียนได้ แนวคิดในการเขียนชีวประวัติ บุคคล นอกจากนี้การอภิปรายที่ เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่อ่านทาให้ นักเรียนได้รู้จักบุคคลที่มีชื่อเสียง อื่นๆ นอกเหนือจากการมีโอกาส ได้พัฒนาทักษะการพูด 2 5 สอบกลางภาค 1 20 6 Don’t Judge a Book by its Cover ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2 ม.5/3, ม.5/4 ต 1.3 ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ต 4.2 ม.5/1 ในการอ่านเพื่อจับใจความหลัก นักเรียนต้องมีวัตถุประสงค์ในการ อ่าน และต้องรู้วิธีการเดา ความหมายของคาศัพท์จากบริบท และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน จึงจะทาให้จับใจความได้ดี 3 - 7 What’s in a Slogan? ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2 ม.5/3 ม.5/4 ต 2.2 ม.5/1 การอ่านเพื่อเดาความหมายของ คาศัพท์จากข้อความข้างเคียง เป็น ทักษะที่นักเรียนจาเป็นต้องฝึกฝน เพราะสามารถนาไปใช้ได้ในการ อ่านทั้งในชีวิตประจาวันและการ อ่านเพื่อการศึกษา 4 5
  • 7.
    7 8 4 5 94 5 10 4 - สอบปลายภาค 1 20 คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - 10 รวมทั้งสิ้น 40 100
  • 8.
    8 ผังมโนทัศน์ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง UNIT 1 If I were you GRAMMAR - Modal auxiliaries - Verb avoid + gerund - If clause FUNCTIONS - To compare something - To give your advice/opinion for someone LANGUAGE - If I were you, I will … - I think that … - I don’t think so.
  • 9.
    9 ผังมโนทัศน์ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง UNIT 2 What Did They Say? GRAMMAR - Reported speech - Direct speech - Adverbs of time FUNCTIONS - To talk about story you reading - To write scripts about conversation in the book LANGUAGE - She/he said, - He/she talks about….
  • 10.
    10 ผังมโนทัศน์ 3 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง UNIT 3 Feeling GRAMMAR - Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings - Expressions: Asking and telling about feelings - Vocabulary: adjectives concerning feelings FUNCTIONS - To talk about your feeling to someone - To describe and asking about feeling with someone LANGUAGE - I feel …. - I’m feeling ….
  • 11.
    11 ผังมโนทัศน์ 4 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 3 ชั่วโมง UNIT 4 The Seeding of Goodness GRAMMAR - When and If clauses (to express future time) - Conjunctions of time: before, after, as soon as, until FUNCTIONS - To give personal information about good person - To describe something that you interested - To present biology of good person with grammatically sentences/expressions LANGUAGE - I would like to talk about… - He/she is….. - I choose him because,
  • 12.
    12 ผังมโนทัศน์ 5 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 2 ชั่วโมง UNIT 5 Famous People GRAMMAR - Paragraph unity - Giving example FUNCTIONS - To pre-writing - To develop an outline - To write a rough draft - To revise your rough draft - To edit your paragraph - To write your final draft
  • 13.
    13 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) อ่านเรื่องสั้นที่กาหนดได้อย่างเข้าใจ 2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องบทสนทนาในเรื่องสั้นที่อ่าน 3) เข้าใจข้อเสนอแนะให้ทาหรือไม่ให้ทาสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ฟัง 4) บอกรายละเอียดจากบทความที่อ่านเกี่ยวกับข้อแนะนาในการปฏิบัติสิ่งต่างๆเพื่อความปลอดภัย 5) พูดเล่าความคิดคิดเห็นที่มีต่อบทความที่อ่านจากหนังสือ 6) เขียนบรรยายความคิดเห็นและตอบคาถามท้ายเรื่องสั้นที่อ่านได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Modal auxiliaries: must, have to, had better, should, can, be allowed - Verb avoid + gerund - If clause คาศัพท์และสานวนภาษา take care (v.): to be careful (ดูแล, ระวัง) regulation (n.): an official rule or order (กฎระเบียบหรือคาสั่งซึ่งเป็นทางการ มักใช้คู่กับ คาว่า rule) prohibition (n.): 1. the act of officially stopping something by low (กฎข้อห้ามอย่างเป็น ทางการ) 2. an order stopping something (คาสั่งห้าม) to be up (v.): to get up (ตื่นนอน) speed limit (n.): the highest speed at which you can legally drive on a particular road (การ จากัดความเร็ว) fine (n.): a sum of money that must be paid as punishment for breaking a law or rule (ค่าปรับ) tip (n.): a helpful piece of advice and/or information (ข้อแนะนาที่มีประโยชน์)
  • 14.
    14 ข้อมูลด้านวัฒนธรรม - ข้อปฏิบัติของคนในสังคมโดยทั่วไปจะมีอยู่สองลักษณะ คือ 1.ลักษณะที่เป็นจิตสานึก ซึ่งขั้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าสิ่งใดควรทาหรือไม่ควรทา และเป็นสิ่งที เกี่ยวกับความถูกต้อง ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม หรือศีลธรรม เช่น He should not accept bribes. เขาไม่ควรรับสินบน You should learn to be more polite. เธอควรที่จะเรียนรู้ทาตัวให้สุภาพมากกว่านี้ 2. เป็นกฎหมาย (law) เป็นระเบียบข้อบังคับ (regulation/rule) ซึ่งเป็นหน้าที่ (duty/obligation) ที่ ต้องปฏิบัติตามหากละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามอาจจะเกิดความเสียหายเกิดอันตรายต่อตนเองหรือ ผู้อื่น และอาจได้รับผลจากระเบียบข้อบังคับที่กาหนดไว้เช่น ต้องโทษ ถูกปรับหรือจาคุก เช่น All passengers must wear seat belts. You have to obey the law. ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดนิรภัย คุณต้องเชื่อฟังกฎหมาย 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 - ครูพูดคุยกับนักเรียน เกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมควบคู่ไปกับหนังสืออ่านเสริม ดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survive! โดย - นักเรียนเลือกหนังสืออ่านเสริมตามความสนใจ โดยถามครูถามความสมัครใจของผู้เรียน โดย ผู้เรียนเลือกบทเรียนด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากในการตัดสินเลือก หนังสืออ่านเสริม - ครูแนะนาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนโดยการพูดนาเสนอเนื้อเรื่องย่อเพียงบางส่วนของ หนังสือ แล้วตั้งคาถามนาเพื่อให้นักเรียนตอบในห้อง โดยจาลองสถานการณ์ตามหนังสือ เช่น หากว่าเครื่องบินที่คุณโดยสารมานั้น เกิดตกกลางหุบเขา คุณจะทาสิ่งใดเป็นสิ่งแรก ? นักเรียน ระดมความคิด และตอบคาถาม - ครูสอนเนื้อหาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ Modal auxiliaries: must, have to, had better, should, can, be allowed ที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออ่านเสริม เพื่อให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจถึง สิ่งที่สามารถกระทาได้และสิ่งใดที่ไม่ควรกระทา - นักเรียนยกตัวอย่างในห้อง เกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ โดยจาลอง สถานการณ์ตัวอย่าง เช่น “สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการเดินทาง” โดยแสดงความคิดเห็นเป็น ภาษาอังกฤษ
  • 15.
    15 บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูสอนหลักไวยากรณ์เพิ่มเติมเรื่องVerb avoid + gerund และ If-clause โดยยกตัวอย่าง ประกอบในห้อง รวมทั้งให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา และทาแบบฝีกหัดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ครูปู ดอทคอม (www.krupu.com) - นักเรียนเขียนบรรยายสรุปเรื่องที่อ่าน บทแรก ของหนังสืออ่านเสริม แล้วร่วมกันค้นหาประโยค ที่ยากต่อความเข้าใจ และครูผู้สอนอธิบายให้นักเรียนฟังในห้องอย่างเข้าใจ - ครูกาหนดหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์จาลอง โดยให้นักเรียนนาคาศัพท์ หรือสานวนจากหนังสือ อ่านเสริมมาใช้ในการพูดตอบคาถาม และนาเสนอหน้าชั้นเรียนได้ - นักเรียนแสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคลหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่านว่า “ถ้าหากเหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผู้เรียนจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร เพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง” - ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายการเรียนการสอน และตอบคาถามท้ายเรื่องจากการอ่านหนังสือ เสริม - นักเรียนปฏิบัติภาระงาน ใบงานที่ 1 เพื่อวัดผลความรู้และความเข้าใจในการอ่านหนังสือเสริม และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านได้ทั้งหน้าชั้นเรียนและนอกห้องเรียน 4. การวัดและการประเมินผล 1. การอ่านออกเสียงบทความจากเรื่องที่อ่าน 2. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับข้อแนะนาที่ฟัง 3. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับเรื่องสั้นที่อ่าน 4. บันทึกผลการนาเสนองานหน้าชั้นเรียน โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมิน 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survival โดย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 16.
    16 SHEET 1 Readthe story and write the correct answer in each questions Book’s name: ……………………………………………………………………………………………… What is the main idea of this story? ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 1. What’s wrong in the story? ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. How to solve the problem in the story? ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3. If this situation happens to you, how do you solve the problem? 1. ………………………………………………………………………………………………… 2. ………………………………………………………………………………………………… 3. ………………………………………………………………………………………………… 4. ………………………………………………………………………………………………… 5. ………………………………………………………………………………………………… 4. The purpose of the story is to 1) ………………………………………………………………………………………………… 2) ………………………………………………………………………………………………… 3) ………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมภาคปฏิบัติ ให้นักเรียนเลือกคาตอบจากข้อ 3 มาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยให้เหตุผลประกอบในแต่ละ ความคิดเห็น โดยใช้กระบวนการพูด ตามหลักการพูดนาเสนอด้วยภาษาอังกฤษ ถูกต้องตาม หลักไวยากรณ์ทางภาษา
  • 17.
    17 เกณฑ์การประเมินผลใบงานที่ 1 (5คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you. ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 5 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  • 18.
    18 TEST 1 Orangein the Snow
  • 19.
  • 20.
  • 21.
  • 22.
  • 23.
  • 24.
  • 25.
    25 TEST 2 TheWhite Stones
  • 26.
  • 27.
  • 28.
  • 29.
  • 30.
    30 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) บอกข้อมูลที่อ่านจากหนังสืออ่านเสริมได้ระหว่างปัญหากับวิธีการแก้ไขปัญหา 2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน 3) สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อเรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง สละสลวย 4) เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับเพื่อนๆได้รับทราบได้ 5) ทากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการส่งงานทางอีเมล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Reported speech - Direct speech - Adverbs of time คาศัพท์และสานวนภาษา direct speech (n.): what someone said in their exact words (คาพูดที่เหมือนกับที่ผู้พูดพูด ไว้ทุกคาโดยไม่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด) Reported speech (n.): the style on speech or writing used to report what someone says without repeating their actual words (รูปแบบหรือวิธีการพูดหรือ เขียนที่ใช้เพื่อรายงานในสิ่งที่ผู้อื่นพูด โดยไม่พูดซ้าทุกคาพูดที่บุคคล ผู้นั้นได้พูด) speech bubble (n.): a circle around the words said by someone in a cartoon (วงกลมรอบ คาพูดในการ์ตูน) disaster (n.): 1. a sudden event that causes great damage or suffering (หายนภัย, ภัยพิบัติ) 2. a complete failure (ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง) reimburse (v.): to pay money back to someone who has had to spend the money because of their work (ใช้คืน, จ่ายคืนให้ตามที่จ่ายไป)
  • 31.
    31 sneakers (n.): atype of light soft shoes with rubber bottom used for sports (รองเท้าผ้าใบพื้นยาง) beep (n.): a short, high-pitched sound, typically produced by electronic apparatus (เสียงกริ่งหรือออดหรือแตร จากการกดหรือบีบเครื่องมือ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้เกิดเสียงดังถี่ๆ เป็นเสียงแหลมสูง) bridge (n.): a card game for four players who play in pairs (ไพ่บริดจ์สาหรับ การเล่น) shrink (n.): psychiatrist (จิตแพทย์) 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 - ครูแนะนาเกี่ยวกับ Direct speech โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดานดาและวาดวงกลมรูป ฟองสบู่ล้อมรอบคาพูดเหมือนในหนังสือการ์ตูน - ครูเขียนประโยคเดิมอีกครั้งให้อยู่ในเครื่องหมายคาพูด (Quotation marks) “I met a wonderful girl.” - ครูอธิบายว่าลักษณะของคาพูดในทั้งสองแบบนั้นใช้เพื่อแสดงคาพูดจริงของผู้พูดทุกคา - นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสถานการณ์ที่จาเป็นต้องรู้ และจดบันทึกคาพูดทุกคาที่บุคคลพูด เช่น การสอบสวนอาชญากรรม (a criminal investigation) รายงานเกี่ยวกับสุนทรพจน์ของ นักการเมือง (a politician’s speech) แต่บางครั้งการรายงานเพียงแค่ประเด็นหลักที่บุคคลพูดโดย ไม่ต้องระบุคาพูดคาต่อคาก็เพียงพอ - นักเรียนอ่านออกเสียงชื่อของหน่วยการเรียน “What Did They Say?” แล้วอภิปรายว่าควรจะ ถามคาถามนี้เมื่อใด - ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การพูดรายงานคาพูดของผู้อื่นนั้นจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากเวลานั้นผ่าน ไปแล้ว การรายงานคาพูดจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเปลี่ยนจากรูปปัจจุบันเป็นรูปอดีต บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูหยิบประเด็นเรื่องที่นักเรียนได้อ่านไปจากหนังสือเสริม แล้วถามนักเรียนด้วยคาถาม “What Did They Say?” - นักเรียนค้นหาคาพูดของตัวละครในเนื้อเรื่อง ตอนใดก็ได้ ว่าพูดคุยอะไรกันบ้าง - ครูผู้สอนแนะนาวิธีการนาคาพูดขอตัวละครจากในหนังสือมาพูดอีกที ด้วยการเปลี่ยนรูปกริยา ให้อยู่ในรูปอดีตกาล - นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตัวละครสื่อสารกันในเรื่อง โดยพูดแสดงความคิดเห็นด้วย ประโยค In my opinion, I think he/she should be ….
  • 32.
    32 - ครูมอบหมายกิจกรรมให้นักเรียนในห้องทาเป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิก7-10 คน ให้เขียน เนื้อเรื่องย่อของเรื่องที่อ่าน ข้อคิดที่ได้และข้อเสนอแนะถ้าหากว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับ ตัวเรา เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาอย่างไร - ครูผู้สอนแนะนาวิธีการส่งชิ้นงานทางอีเมล์ และชี้แจงรายละเอียดคะแนนการส่งงาน - นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ได้รับมอบหมาย และทางานส่งให้ตรงตาม กาหนดเวลา 4. การวัดและการประเมินผล 1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงานที่ 1 2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survival โดย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) ภาษาไทย
  • 33.
    33 Activity 1 Readthe story and write the correct answer in each questions Main idea: ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Summary (English): ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Summary (Translate to Thai): ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… What did they say? Or what do you do if you were they/them? Please write your opinion 3-4 sentences. 1) …………………………………………………………………………………………………………….. 2) …………………………………………………………………………………………………………….. 3) …………………………………………………………………………………………………………….. 4) ……………………………………………………………………………………………………………..
  • 34.
    34 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (10คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 2) 10 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 6 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 3) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 4) นาคะแนนรวมหาร 2 จะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  • 35.
    35 แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชาอ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? กลุ่ม ที่ ชื่อกลุ่ม การมีส่วน ร่วม สร้างสรรค์ งานกลุ่ม ความมีน้าใจ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือผู้อื่น การเป็นผู้นา และผู้ตามใน โอกาสอันควร การ ปฏิบัติงาน ด้วยความเต็ม ใจ รวม คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
  • 36.
    36 คาชี้แจง ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน
  • 37.
    37 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) บอกความหมายของคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆได้ 2) สอบถามและบอกเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆได้ 3) บอกความแตกต่างของคาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย - ed (เช่น excited) และ คาคุณศัพท์ที่ลง ท้ายด้วย - ing (เช่น exciting) ได้ 4) สรุปใจความสาคัญของเรื่องที่ฟัง/อ่านได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - คาศัพท์: คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆ (Vocabulary: adjectives concerning feelings) - คาคุณศัพท์(adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย –ed และ –ing (Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings) - สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกความรู้สึก (Expressions: Asking and telling about feelings) คาศัพท์และสานวนภาษา happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ, ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ, angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ, scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย, worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น, disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ
  • 38.
    38 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ - ศึกษาใบความรู้:คาศัพท์ สานวน โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับการบรรยายลักษณะบุคคล - ปฏิบัติตามใบงาน ใบงานที่ 1: Vocabulary ศึกษาคาศัพท์ที่ใช้บอกความรู้สึกโดย 1.1 เลือกภาพที่สัมพันธ์กับคาศัพท์ 1.2 เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคา 1.3 จัดกลุ่มคาคุณศัพท์แสดงความรู้สึก ใบงานที่ 2: Pronunciation and Speaking 2.1. ฟังและฝึกออกเสียงคาศัพท์ตามเทป/ซีดี 2.2. ฝึกพูดถามตอบเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆ ใบงานที่ 3: Speaking and Writing 3.1 แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการใช้คุณศัพท์แสดงความรู้สึกที่ ลงท้ายด้วย -ed และ –ing 3.2 จับคู่ความรู้สึกกับสถานการณ์ 3.3 การเขียนบอกความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆเป็นประโยดสั้นๆโดยใช้ โครงสร้าง If-clause ใบงานที่ 4: Reading อ่านบทความสั้นๆจากwebsite และ 4.1 เติม headings ให้แต่ละ paragraph 4.2. ตอบคาถามแบบถูก – ผิด 4.3. บอกความหมายของสานวนที่พบในเรื่องที่อ่าน 4. การวัดและการประเมินผล 1. ทาแบบทดสอบ 2. บันทึกการปฏิบัติกิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมที่ 1 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา คาศัพท์สานวน โครงสร้างภาษา 2. ใบงาน สาหรับฝึกปฏิบัติ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน 3. พจนานุกรม (ทั้งประเภทอังกฤษ –อังกฤษ และประเภทอังกฤษ – ไทย) 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ http://www.krupu.com, http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 39.
    39 ใบความรู้ที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling 1. คาคุณศัพท์บอกความรู้สึกต่างๆ happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ, ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ, angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ, scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย, worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น, disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ 2. สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกถึงความรู้สึก 2.1. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต What did you think of………..? What did you think of Brad Pitt’s new DVD? (คุณคิด/รู้สึกอย่างไร เกี่ยวกับดีวีดีเรื่องใหม่ของ Brad Pitt ที่คุณได้ดูไปแล้ว) 2.2. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน What do you think of…………..? What do you think of rock music? (คุณคิด/รู้สึกอย่างไรกับดนตรีร็อค) 2.3 การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน How do you feel about…………? How do you feel about Thai movies? (คุณรู้สึกอย่างไรกับภาพยนตร์ไทย)
  • 40.
    40 2.4. การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต How didyou feel about………? How did you feel about the coffee? (คุณรู้สึกอย่างไรกับกาแฟที่คุณได้ดื่มไปแล้ว) 2.5 การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน / ในปัจจุบัน He/ She feels……. I/ They feel……… He feels lonely every evening. They feel homesick because they are away from home. ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต ใช้ He/She/I/They felt He felt lonely when his wife was not at home last summer. 2.6. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในปัจจุบัน เช่น He/ She is feeling……… I am feeling……… They are feeling………. She is feeling sad. I’m feeling happy. 2.7. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน He/ She is……. I am……… They are……… She is excited when she sees excited films. I am disgusting whenever I see snails. ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตใช้ He/ She/ I was……… They were………. She was sad when her dog died.
  • 41.
    41 2.8. การบอกความรู้สึกหลายอย่างที่ผสมผสานกัน He/She has They/I have mixed feelings. 3. คาคุณศัพท์ (adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย --ed และ --- ing Adjectives --ed Adjectives --- ing bored boring excited exciting disgusted disgusting disappointed disappointing ข้อควรจา มีความหมายที่ต่างกันและใช้ต่างกัน กล่าวคือ คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –edบอกถึง ความรู้สึกของประธานของประโยค ในขณะที่คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –ing บอกลักษณะของคน/สิ่งของ/ เหตุการณ์ที่ทาให้ ประธานเกิดความรู้สึกเช่นนั้น เช่น - I am bored because the lesson is boring. (ฉันรู้สึกเบื่อเพราะบทเรียนน่าเบื่อ) - She was disappointed at the result of the test. (เธอรู้สึกผิดหวังจากผลการสอบ) - The result of the test was disappointing. (ผลการสอบน่าผิดหวัง) - Mosquitoes are annoying. (ยุงเป็นสัตว์ที่น่าราคาญ) - They were annoyed with mosquitoes. (พวกเขารู้สึกราคาญกับยุง) ตัวอย่างบทสนทนาสอบถามและบอกเล่าถึงความรู้สึก Man: Let’s go to a concert after dinner. Woman: I don’t feel like a concert. How about watching a DVD? Man: Sounds good. Have you watched Brad Pitt’s new DVD yet? Woman: Yeah, I watched it last weekend. Man: What did you think of it? Woman: I really liked it. The story was great. How about you? Man: I thought the special effects were fantastic, but the story was just so-so. Woman: Why did you say the story was so-so?
  • 42.
    42 Man: I wasbored at the beginning because that part was really boring. Woman: I thought the movie was exciting and I was excited when I saw it. Man: I liked the fighting scenes. I thought they were greater than those in many movies. Woman: So you were not disappointed to see it, were you? Man: Oh, no. I was happy about it. Woman: Me, too.
  • 43.
    43 ใบงานที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling VOCABULARY 1. Match the pictures with the words given in the box. Put numbers 1-12 in the parentheses. จับคู่ภาพกับคาที่ให้มาในกรอบ โดยใส่หมายเลข 1-12 ในวงเล็บ 1. sleepy 2. worried 3. surprised 4. frightened 5. happy 6. disgusted 7. sad 8. angry 9. confused 10. curious 11. depressed 12. grieving 2. Complete the word under each picture with missing letters to form an adjective telling the feeling of the person in each picture. ให้เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคาใต้ภาพที่ให้มาเพื่อสร้างคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกของคนในภาพนั้นๆ
  • 44.
    44 3. Study thewords in 1 and 2 again. Can you tell which words describe positive, negative and neutral feelings? Put them in groups. ให้ศึกษาคาในกิจกรรมข้อ 1 และ 2 อีกครั้งและให้จัดกลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ดี (positive feelings) กลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ไม่ดี (negative feelings) และความรู้สึกที่เป็นกลาง (neutral feelings)
  • 45.
    45 Positive Feelings NegativeFeelings Neutral Feelings
  • 46.
    46 ใบงานที่ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling SPEAKING Match the sentences in Column A with those in Column B. Column A Column B 1. I’m really sad. 2. I’m really excited. 3. I’m very pleased. 4. I feel very lonely. 5. I’m bored. 6. I’m really sleepy. 7. I’m fed up with this weather. 8. I don’t feel very well. 9. I’m very curious. 10. I feel really depressed at the moment. -No one is at home. -It rains cats and dogs all day. -My mother is going into hospital for tests. -My dog died last night. -I think I’m getting a bad cold. -Mary has been in the boss’s room for an hour and the door is locked. -I’m going to the USA tomorrow. -I went to bed late last night. -I have got a scholarship to Japan. -I have nothing to do. Speaking Practice conversations, using the information in 2. The first one is done for you as an example. ฝึกสนทนาโดยใช้ข้อมูลในข้อ 2 ดูข้อแรกเป็นตัวอย่าง
  • 47.
    47 ใบงานที่ 3 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling WRITING 1. Write the –ed or –ing form of the word. 1. We were …………………..(tire) after our hike. We walked for two hours. 2. That teacher is a………………………(bore) speaker. I want to sleep in her class. 3. What…………………….(excite) news! You must be very happy. 4. I am………………………(disappoint) that you can’t come with us to the beach. 5. This movie is…………………………(disgust). There’s too much violence. Let’s go home. 6. What an…………………………(embarrass) mistake! I forgot her name! 7. Don’t be …………………………(discourage). Your English is improving all the time. 8. I have to take my driving test tomorrow. I’m a little……………………….(worry). 9. He was……………………………(confuse) when he told me about you. 10. The engine sound is very……………………………..(annoy). 2. Imagine that these things happen. How would you feel? Use this pattern: I would feel…………………..if………………… 1. You see a ghost. I would feel frightened if I see a ghost. 2. You win a holiday for two in Phuket. …………………………………………………………………………………………………….... 3. Someone writes you a letter which begins ‘You don’t know me, but actually I’m your sister…….’ ………………………………………………………………………………………………………. 4. You are in your bed when someone throws a large stone through your bedroom window. ……………………………………………………………………………………………………… 5. Your favorite film star dies. ……………………………………………………………………………………………................. 6. You meet the Prime Minister of Thailand. ………………………………………………………………………………………………………
  • 48.
    48 กิจกรรมที่ 1 “I’mfeel...” (10 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling Date……/……../…….. คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ เพิ่มเติม โดยวิธีการแสดงความคิดเห็นที่ Facebook ของครูกฤตยา ศรีริ แบบร่างความคิดเห็น (ภาษาไทย) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ความคิดเห็น (แปลเป็นภาษาอังกฤษ) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… โพสต์ข้อความแล้วเมื่อวันที่ ……………………………………….. เวลา ……………………………….. Score: You get: 10 Signature ………………………… Teacher Date……/………/…….. http://www.facebook.com/kitayaguru1
  • 49.
    49 เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (“I’mfeel...”) 10 คะแนน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling คะแนน เกณฑ์ 4 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง 2 เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง 1 เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง 0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา ตรงต่อเวลา = 2 คะแนน ไม่ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน ค่าน้าหนัก = 2 คิดเป็น 5 x 2 = 10 คะแนน รวมทั้งสิ้น 10 คะแนน
  • 50.
    50 รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการอ่าน การประเมินความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ ได้กาหนดทั้ง ความสาเร็จและข้อผิดพลาดในการอ่าน ระดับความสามารถแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งแสดงถึงระดับความสามารถความเข้าใจในการอ่านดังนี้ ระดับ ความสามารถ เกณฑ์การ ประเมิน ความสามารถในการอ่าน 1 ควร ปรับปรุง ความถูกต้อง น้อยกว่า50 % การอ่านยังไม่ประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด มีความเข้าใจ ในเรื่องที่อ่านน้อย สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่อง ที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 50% ของจานวนข้อทั้งหมด 2 พอใช้ ความถูกต้อง น้อยกว่า70 % การอ่านเกือบประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่าน จับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 70 % ของจานวนข้อทั้งหมด 3 ดี ความถูกต้อง 70-80% การอ่านประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่านจับ ใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้อง 70-80 % ของ จานวนข้อทั้งหมด 4 ดีมาก ความถูกต้อง มากกว่า 80% ประสบความสาเร็จในการอ่านตามแบบฝึกหัดที่กาหนดอย่างดีมาก สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง มากกว่า 80% ของจานวนข้อทั้งหมด ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3 ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการอ่านให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่ โดย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
  • 51.
    51 รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการเขียน การประเมินความสามารถทักษะการเขียนจะประเมินตามลักษณะกิจกรรมที่แสดงถึงความสามารถในการ เขียนแบบภาพรวมก่อน แล้วจึงจะประเมินแบบวิเคราะห์ส่วนย่อยของการใช้ภาษา ระดับ 1หมายถึง ควรปรับปรุง ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก แบบการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับความสามารถ น้าหนักที่ให้ แบบภาพรวม ความสามารถในภาพรวม 1 - 2 - 3 - 4 30% แบบวิเคราะห์ส่วนย่อย • ความถูกต้องด้านไวยากรณ์ • การใช้คาศัพท์ สานวน • การสะกดคา • เครื่องหมายวรรคตอน • ความต่อเนื่องของเนื้อความ 1 - 2 - 3 - 4 70% ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3 ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการเขียนให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่โดย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
  • 52.
    52 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) เข้าใจคาศัพท์สานวน และประโยคที่ใช้ในการสนทนา 2) สามารถเขียนสถานการณ์จาลองการสนทนาระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไปได้ 3) สามารถเขียน เรียบเรียง ข้อความเกี่ยวกับคนดีในชุมชนได้ 4) อ่านเนื้อหา หรือข้อความจากแหล่งข้อมูล แล้วสามารถตีความเพื่อทาความเข้าใจได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - When and If clauses (to express future time) - Conjunctions of time: before, after, as soon as, until คาศัพท์และสานวนภาษา once upon a time: a long time ago - used in children’s stories (กาลครั้งหนึ่ง) fairy tale (n.): a children’s story in which magical things happen or a story that someone has invented and is difficult to believe (เทพนิยาย) fable (n.): a traditional story that teaches a moral lesson, especially a story about animals (นิทานสั้นๆ ที่ให้คติธรรมโดยใช้สัตว์ต่างๆ เป็นตัวละคร) a while ago (adv.): a little or a short time ago (เมื่อสักครู่ที่แล้ว) scolding (n.): angry words of blame or complaint for someone for what he or she has done (คาพูดที่แสดงความโกรธเพื่อตาหนิหรือบ่นในสิ่งซึ่งใครบางคนได้ กระทา) outnumber (v.): to be more in number than another group (มีจานวนมากกว่า) splendid (adj.): wonderful, great (วิเศษ, ยอดเยี่ยม) petty thieves (n.): thieves who steal small and unimportant things or things that
  • 53.
    53 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 -ครูพูดแนะนาบทเรียนเกี่ยวกับการบูรณาการกับวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การ สืบค้นคนดีในสังคม และถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปแบบงานเขียน สื่อวิดีโอ หรือการ นาเสนอปากเปล่า - นักเรียนช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ดีของบุคคลที่เป็นตัวอย่างของคนทั่วไป เช่น อาสาสมัคร คุณครู ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น - ครูสอนให้นักเรียนรู้จักการใช้คาพูดเพื่อการสนทนา ตั้งแต่การทักทาย การชวนพูดคุยเรื่อง ทั่วไป จนถึงการปิดการสนทนาอย่างสุภาพ - นักเรียนในห้องจับคู่ แลกเปลี่ยนบทสนทนาซึ่งกันและกัน ด้วยการถามชื่อ นามสกุล และข้อมูล ทั่วไปของกันและกัน แล้วส่งตัวแทนออกมาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียนว่า ใช้คาถามอะไรบ้างใน การถามเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบ - ครูสอนวิธีการพูดสนทนา และไวยากรณ์ทางภาษาที่จาเป็นสาหรับการพูดเล่าเรื่องราวในการ สนทนาต่างๆ โดยใช้ Conjunctions of time: before, after, as soon as, until เป็นตัวช่วย - ครูมอบหมายให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยการเขียนบทสนทนาโต้ตอบของ 2 คน โดยขึ้นต้น คาถามด้วย Wh- และ How- โดยยกตัวอย่างมาอย่างน้อง 5-10 บรรทัด - บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูสอนเรื่อง When and If clauses (to express future time) เพื่อให้ผู้เรียนนาไปประยุกต์ใช้ใน การพูด การเขียน เพื่อเล่าเรื่องราว หรือถ่ายทอดเรื่องราวให้อีกฝ่ายเข้าใจ โดยใช้เงื่อนไขที่เป็น เหตุเป็นผลกัน - ครูมอบหมายงานให้นักเรียนปฏิบัติภาระงาน (งานกลุ่ม) ในการสืบค้นคนดีในท้องถิ่น ชุมชน หรือในโรงเรียน แล้วเก็บประวัติข้อมูล กิจวัตรประจาวันมาพอสังเขป แล้วเขียนถ่ายทอด ออกมาโดยใช้ไวยากรณ์ทางภาษาอังกฤษที่ได้เรียนไปนั้นมาประกอบการเขียน - นักเรียนจัดทากิจกรรมเสริมทักษะด้วยการทาสื่อหนังสั้น 3-5 นาที ประกอบการปฏิบัติภาระ งาน และส่งบทอ่าน สคริปต์ ให้ครูผู้สอนทางอีเมล์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง - ครูอภิปรายสรุปผลของการทากิจกรรม และสิ่งที่นักเรียนได้รับหลังการปฏิบัติภาระงาน 4. การวัดและการประเมินผล 1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงาน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
  • 54.
    54 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. พจนานุกรมฉบับไทยเป็นอังกฤษและอังกฤษเป็นไทย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) ภาษาไทย
  • 55.
    55 กิจกรรมที่ 1 เขียนตัวอย่างบทสนทนาในสถานการณ์จาลองที่กาหนดขึ้นเองอย่างน้อย 5-10 บรรทัด Example: Kitaya Hello, What’s your name? Polla Hello, My name is Polla and you can call me short for Pole. Kitaya Great, I love you short name. What are you doing? Polla Oh! I’m try to fix something about this. Kitaya It’s about? Polla It’s about the C-Programming. I can’t find a syntax-error. It’ s over 270 lines. Kitaya Oh! My god, Big problem yet. Polla Can you help me, please? Kitaya Ahhh! I don’t like programming and I don’t know anything else, Sorry sir. Polla OK, Bloody hell. Kitaya I’ll ask my friend at Thammasat University yet, just 2-3 days I hope you can wait for me. Polla Thanks, I can. If you get the solution please email to me, Pollabb2@hotmail.com Kitaya Ya!!! OK, Bye. Polla Bye, See you! Situation: ____________________________
  • 56.
    56 กิจกรรมที่ 2 สืบค้นคนดีในโรงเรียนชุมชน สังคม แล้วเขียนรายละเอียดให้ครบถ้วนตามที่กาหนด Who? : _________________________________________ We’re interesting in his/her life event because, _______________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ Outline for workshop!! Storyboard Activities Time Scripts Score: Get: 5 Signature ………………………… Teacher Date……/………/……..
  • 57.
    57 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (5คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 10 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  • 58.
    58 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 2 (5คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 10 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  • 59.
    59 แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชาอ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness กลุ่ม ที่ ชื่อกลุ่ม การมีส่วน ร่วม สร้างสรรค์ งานกลุ่ม ความมีน้าใจ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือผู้อื่น การเป็นผู้นา และผู้ตามใน โอกาสอันควร การ ปฏิบัติงาน ด้วยความเต็ม ใจ รวม คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
  • 60.
    60 คาชี้แจง ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน
  • 61.
    61 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) อ่านชีวประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียง ในอดีตและปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ 2) เขียนอธิบาย เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลหรือสถานที่ที่มีชื่อเสียงได้ 3) นักเรียนรู้จักประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น และมีโอกาสได้พัฒนาทักษะการพูด 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Paragraph unity - Giving example คาศัพท์และสานวนภาษา infection (n.): a disease or illness received by someone or something (การติดเชื้อ) tool (n.): a device for doing a particular kind of work (เครื่องมือ) look forward to (v. phr.): to be eager for something enjoyable in the future (รออย่างใจจดใจจ่อ) invent (v.): to create something new (ประดิษฐ์คิดค้น) control (n.): a device used to guide a vehicle (เครื่อง แผง สวิตซ์ หรือหน่วยควบคุมกลไก) stingy (adj.): not giving or spending much (ขี้เหนียว) refuse (v.): to say no (ปฏิเสธ) waste (v.): to use carelessly or ineffectively (เสียไปเปล่าๆ โดยไร้ประโยชน์) refund (n.): an amount of money returned to the person who bought something (คืนเงินให้) relative (n.): a member of the same family (ญาติ) divorce (v.): to legally end a marriage to somebody (หย่า)
  • 62.
    62 medical treatment (n.phr.): medical attention; cured by doctors (ได้รับการรักษาจากแพทย์) amputate (v.): to cut off surgically (ผ่าตัดอวัยวะออก) laundry (n.): a place where clothes and linen are washed, dried, and pressed (ร้านซักรีด) space (n.): an empty area (ที่ว่าง) raw (adj.): not cooked (ดิบ) 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. สารวจภูมิหลังและสร้างประสบการณ์พื้นฐาน 2. ตั้งจุดประสงค์ในการอ่าน 3. อ่านเพื่อตอบคาถามที่เป็นจุดประสงค์ในการอ่าน 4. อ่านเพื่อศึกษาประวัติชีวิตและผลงานของ Louis Braille 5. ทากิจกรรมพัฒนาความเข้าใจ 6. ทากิจกรรมพัฒนาศัพท์ 7. ทากิจกรรม discussion 8. เรียนรู้วิธีเขียนชีวประวัติ 9. ตรวจแก้ไขงานเขียน 10. Pre-writing 11. Develop an outline 12. Write a rough draft 13. Revise your rough draft 14. Edit your paragraph 15. Write your final draft 4. การวัดและการประเมินผล 1. ผลงานจากการทากิจกรรม และแบบฝึกหัด 2. งานเขียนบรรยาย (บุคคลโชคดี/โชคร้ายหรือคุณสมบัติที่ดี/ไม่ดีของบุคคลอื่น) และงานเขียน บรรยายบุคคล (คนขี้เหนียว คนนิสัยไม่ดี หรือคนที่ไม่ธรรมดา) 3. งานเขียนบรรยายสถานที่ที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ 4. การตอบคาถาม 5. แบบประเมินการเขียน
  • 63.
    63 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. Worksheet1, 2, 3 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 64.
    64 ใบความรู้ที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษรหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People The World’s Most Unusual Millionaire บุคคลที่รวยที่สุดในโลกปี 2010 ทุกปีนิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับผู้ที่ร่ารวยที่สุดในโลก ต่อไปนี้คือรายชื่อ 10 บุคคลตามลาดับของ ความร่ารวยที่สุดในโลกจากผลสารวจเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 1. Carlos Slim Helu (รายได้ 53.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Helu เป็นชาวเม็กซิกัน ความมั่งคั่งของเขามาจากหลายบริษัท แต่รายได้หลักมาจากบรรดา บริษัทเทเลคอมจากรายได้สุทธิประมาณ 53.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ Carlos ได้ส่วนมากจาก บริษัท Telemax และ America Movil Carlos มีรายได้นาหน้าบุคคลที่ร่ารวยอันดับสองคือ Bill Gates ราวๆ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ 2. William Henry Gates III หรือ Bill Gates Gates ครองตาแหน่งบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในโลกเป็นเวลา 15 ปี สูญเสียตาแหน่งแค่ปี 2008 แต่ ในปี 2010 นี้ เขาตกลงมาเป็นอันดับสอง ทั้งๆ ที่รายได้ของเขาเพิ่มขึ้นจากปี 2009 เกือบ 13 พันล้านเหรียญสหรัฐ 3. Warren Edward Buffet (รายได้47 พันล้านเหรียญสหรัฐ) รายได้ของ Warren เกือบทั้งหมดมาจากหุ้น Berkshire Hathaway ปัจจุบันนี้เขาเป็นซีอีโอหรือ ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทนี้ เขาสัญญาว่าจะบริจาคร้อยละ 85 ของทรัพย์สินของเขาให้แก่ มูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) ซึ่งดาเนินกิจการโดย Bill Gates 4. Mukesh Ambani (รายได้ 29 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Ambani เกิดและอยู่ที่ประเทศอินเดีย เขาเป็นชาวอินเดียที่ขยันหมั่นเพียรในการทาให้ทรัพย์ มรดกของตน เพิ่มพูนขึ้นด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นเกือบ 10 พันล้าน เหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เขายกระดับจากอันดับ 7 มาเป็นอันดับ 4 ของบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในโลก 5. Lakshmi Mittal (รายได้ 28.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Mittal เกิดที่อินเดีย แต่มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษทรัพย์สินของเขาได้มาจาก Arcelor Mittal ซึ่งเป็น บริษัทเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนงาน 280,000 คนทางานอยู่ในประเทศต่างๆ 60 ประเทศ Mittal ดารงตาแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทนี้
  • 65.
    65 6. Lawrence Ellison(รายได้28 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Ellison เป็นชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Oracle แม้ว่าเขาจะมีรายได้เพิ่มจากปีก่อน 5.5 พันล้าน เหรียญสหรัฐ เขาก็ยังตกจากอันดับ 4 มาเป็นอันดับ 6 ของผู้ที่ร่ารวยที่สุดในโลก 7. Bernard Arnault (รายได้27.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Arnault เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสผู้ครอบครองอาณาจักรสินค้าฟุ่มเฟือย ตัวอย่างเช่น Louis Vuitton และ Christian Dior 8. Eike Batista (รายได้ 27 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Batista เป็นบุคคลที่ร่ารวยที่สุดในประเทศบราซิล เมื่อปีที่แล้วชื่อของเขาอยู่อันดับที่ 61 ด้วย รายได้สุทธิ 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ บุคคลที่ออกจากการเรียนมหาวิทยาลัยกลางคันผู้นี้สร้าง ความมั่งคั่งให้ตนเองจากการทาเหมืองแร่เหล็ก 9. Amancio Ortega (รายได้ 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Ortega เป็นนักออกแบบแฟชั่นชาวสเปน ปีที่แล้วชื่อของเขาอยู่ที่อันดับที่ 10 เขาร่วมก่อตั้งกลุ่ม Inditex (Inditex group) 10. Karl Albrecht (รายได้23.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ) Albrecht เป็นนักลงทุนชาวเยอรมัน เป็นผู้ก่อตั้งสาขาของซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของถูก ชื่อ Aldi ร่วมกับน้องชายของเขา แม้ว่าเขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 เขาก็ยัง ตกจากอันดับที่ 6 ของเขาเมื่อปีที่แล้ว
  • 66.
    66 ใบงานที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษรหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People Worksheet 1 Directions: Complete the diagram below with the information about someone you interested. Famous Person: ……………… ……… Childhood Education Childhood Accomplishments Family Interesting Facts Death (if applicable)
  • 67.
    67 ใบงานที่ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษรหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People Worksheet 2 Topic sentence Supporting sentence My brother is very selfish. He does not want to share things with other people For example, when he buys a chocolate bar, he puts it in a secret place. Then he eats it all by himself. Detail or example of supporting sentence In conclusion, I think my brother is selfish and will always be selfish.
  • 68.
    68 เฉลยใบงานที่ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษรหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People คาตอบที่เสนอแนะ Worksheet 2 Topic sentence Supporting sentence My brother is very selfish. He does not want to share things with other people He does not care if something he does bothers other people. He never helps anyone. He says he is busy. For example, when he buys a chocolate bar, he puts it in a secret place. Then he eats it all by himself. For instance, last night he played loud rock ‘n’ roll music until four o’clock in the morning. For example, a game of Nintendo makes him very busy. Detail or example of supporting sentence In conclusion, I think my brother is selfish and will always be selfish.
  • 69.
    69 ใบงานที่ 3 รายวิชา ภาษาอังกฤษรหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People Worksheet 3 Directions: Please describe about famous place “Khao Kra Dong”. ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Score: Get: 5 Signature ………………………… Teacher Date……/………/……..
  • 70.
    70 เกณฑ์การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชาอ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง Famous People ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) ความคิด สร้างสรรค์ เป็นชิ้นงานที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนตัวอย่าง ตกแต่ง สวยงามประณีตมี รายละเอียดมาก เป็นชิ้นงานที่ไม่ แปลกใหม่ คล้าย ตัวอย่าง ตกแต่ง สวยงาม รายละเอียด ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นชิ้นงาน ที่ปรับปรุง ดัดแปลงเล็กน้อย จากตัวอย่าง เป็นชิ้นงานที่ เหมือนตัวอย่าง รายละเอียด ไม่ครบ 1 4 การ นาเสนอ เนื้อหา เขียนได้ตรงประเด็น ตามที่กาหนดและ สามารถเรียบเรียงเนื้อหา ตามลาดับเหมาะสม เขียนได้ค่อนข้าง ตรงประเด็น ตามที่กาหนด และสามารถ เรียบเรียงเนื้อหา ได้ค่อนข้าง เหมาะสม เขียนไม่ค่อย ตรงประเด็น ตามที่กาหนด และเรียบเรียง เนื้อหาไม่ค่อย เหมาะสม เท่าที่ควร เขียนไม่ตรง ประเด็นตาม ที่กาหนดและ ไม่เรียบเรียง เนื้อหาตามลาดับ 1 4 ความ สมบูรณ์ ของงาน ชิ้นงานมีรายละเอียด ครอบคลุมวงคาศัพท์ สานวนโวหารครบถ้วน ชิ้นงานมี รายละเอียด ครอบคลุม วงคาศัพท์ สานวนที่เรียน เป็นส่วนใหญ่ ชิ้นงานมี รายละเอียด ครอบคลุม วงคาศัพท์ สานวนที่เรียน พอสมควร ชิ้นงานมี รายละเอียด ครอบคลุมวง คาศัพท์สานวนที่ เรียนน้อย 1.5 4 ความ รับผิดชอบ มีความรับผิดชอบในการ สร้างสรรค์ผลงานทางาน ได้ตามเวลาที่กาหนด มีความรับผิดชอบ ในการสร้าง สรรค์ผลงาน ทางานเกินเวลา เล็กน้อย มีความรับผิดชอบ ในการสร้าง สรรค์ผลงาน ปานกลางทางานเกิน เวลามาก ไม่มีความ รับผิดชอบใน การสร้างสรรค์ ผลงาน ไม่มี ผลงาน 1.5 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 5
  • 71.
    71 ผังมโนทัศน์ 6 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 3 ชั่วโมง UNIT 6 Don’t Judge a Book by its Cover GRAMMAR - Present simple, Present perfect, Past simple - Adverbs/expressions of frequency FUNCTIONS - Talking about daily life LANGUAGE - ‘Don’t judge a book by its cover’ - When people have two jobs, we describe the second job as “moonlighting”, because they are generally done at night. Common jobs that people moonlight as include waiter, cabdriver and security guard.
  • 72.
    72 ผังมโนทัศน์ 7 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง UNIT 7 What’s in a Slogan? GRAMMAR - Comparative and superlative structure - Phrasal verb - Comparing and contrasting sentence FUNCTIONS - Comparing and contrasting LANGUAGE - Makes it Easy (DTAC) - More than Magazine on TV (I-Zine จาก ITV) - Above All a Warm Welcome (Gulf Air) - Smooth As Silk (Thai Airways) - Making Others Followers (Toyota Camry)
  • 73.
    73 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Don’t Judge a Book by its Cover มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) เข้าใจความหมายของคาศัพท์ที่ปรากฏในบทอ่าน 2) เดาความหมายของคาศัพท์จากบริบท 3) พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อในเรื่องที่อ่าน 4) สร้างประโยคที่ใช้ Tense ต่างๆ ได้ถูกต้อง 5) พูดเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Present simple, Present perfect และ Past simple - Adverbs/expressions of frequency คาศัพท์และสานวนภาษา have a big ego - think that you are very clever or important etymology n. - the study of the origin, history, and changing the meanings of words serial killer n. - killing or murders that are done in the same way one after the other to be very big - (informal) successful or popular, especially in businees or entertainment. 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ (1) ครูพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจาวันของแต่ละคนในแต่ละสัปดาห์ โดยครูเล่า กิจกรรมของตัวเองเป็นตัวอย่าง เช่น I usually arrive at school half an hour before it starts so that I can get everything prepared; I always try and do some exercise in the evening; I go to the cinema once a month with my friends. I have different lifestyle on weekends. ครูให้นักเรียนถามคาถามเกี่ยวกับกิจกรรมในวันหยุดของครูและให้เดาว่าเป็นกิจกรรมอะไรบ้างเช่น - Do you do it at home or outside? - Do you do it alone or with others?
  • 74.
    74 (2) นักเรียนทางานเป็นคู่ ซักถามหรือเล่ากิจกรรมที่ทาเป็นประจาในวันธรรมดาและวันหยุด สุดสัปดาห์ซึ่งกันและกัน (3)นักเรียนทางานเป็นคู่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ the most interesting/exciting thing you’ve done โดยครูสุ่มให้นักเรียนบางคนนาเสนอ หรือให้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเล่าหน้าชั้น (4) ครูซักถามความหมายของชื่อเรื่อง ‘Don’t Judge a Book by its Cover’ ซึ่งมีความหมายว่า You should not judge a person or thing merely by appearances because the reality often lines deeper ครูอาจให้นักเรียนเปรียบเทียบกับสุภาษิตไทย กิจกรรมก่อนอ่าน ครูให้นักเรียนศึกษาคาศัพท์ใหม่ ซึ่งครูเขียนคาจากัดความไว้บนกระดาน กิจกรรมระหว่างอ่าน (1) นักเรียนอ่านบทอ่าน และทาแบบฝึกหัดท้ายเล่มหนังสืออ่านเสริมที่นักเรียนได้อ่าน (2) นักเรียนเปรียบเทียบคาตอบกับเพื่อน แล้วตรวจคาตอบกับครู 4. การวัดและการประเมินผล 1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้ 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survival โดย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) ภาษาไทย 2) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 75.
    75 REVIEW TESTS Unit6: Don’t Judge a Book by its Cover (Grammar) A Read each question in Column 1 and match it with the correct response in Column 2. Write the letter of the response in the blank. (3 points for each correct answer-36 points) 1 2 _______ 1. When did they first meet? a. About once every two weeks. _______ 2. What was Mr. Smith doing at the b. He was talking to his daughter on his time of the accident? cell phone. _______ 3. What did you use to do in c. I’d refuse to pay. _______ summer when you were a child? d. I’m working on a novel in my spare time. _______ 4. How often do you see your e. We used to ride our bikes in the forest. father? f. They got to know each other at a _______ 5. What are you doing tonight? conference in 1998. _______ 6. Has Tom worked there a long time? g. No, I’d never seen him before. _______ 7. Where’s Mike? h. To have made a million dollars by the _______ 8. What are you doing these days? time I’m twenty-five. _______ 9. What’s your ambition? i. Yes, he’s been at the company for _______ 10. What were you doing there at that seventeen years. time of night? j. He’s gone to the store for some soda. _______ 11. Did you know the person who attacked k. I was waiting for a friend to pick me up you? and take me to a party. _______ 12. What would you do if you were me? I. I am going to the movies with some friends. Do you want to come?
  • 76.
    76 B Complete each sentenceusing a modal verb and the verbs in brackets. (3 points for each correct answer-18 points) 1. What do you do/are you doing? I’m an engineer. 2. I walked/was walking the dog when I heard the explosion. 3. We.ve been watching/watched seven movies so far today-I love vacations. 4. John had never taken/never took the subway before he visited New York. 5. My father bought/used to buy a new car every year when we were younger. 6. Sam has had/has been having his dog since childhood. C Complete the text with an appropriate form of the verbs in parentheses. (3 points for each correct answer-36 points) Wendy Darling 1.___________________(be) married for two years now, and 2.________________ just ________________________ (have) her first child, Molly, but her fans will be pleased to hear that she 3. _______________________ already _______________________ (plan) her comeback. Wendy says, ‘Of course, I absolutely 4. ___________________ (love) marriage and just adore Molly, but there’s a big part of me that 5. ________________________ (want) to get back in the studio and record some new music. You know, I 6. _________________ (start) playing guitar when I was five years old, so that means I 7. _________________ (play) for twenty-one years, so it’s really like a habit and I get very frustrated if I can’t play on a regular basis. Added to that, a lot of things 8. _____________ (change) in my life in the past few years: my songs 9. ____________ (be) about feeling unhappy and not having a boyfriend, but now I’m very happy and I 10. ____________ (feel) like I ought to tell my fans about how great it is.. Well, I don’t know about you, but I 11. ______________________ certainly_______________________ (look forward to) hearing Wendy’s new songs. But we’ll have to wait a little longer because Wendy 12. ___________ only just ____________ (start) writing again.
  • 77.
    77 D Complete each sentencewith the correct word from the box. (1 point for each correct answer-10 points) box office classifieds critic headlines jackpot reviews paparazzi peace talks plot premiere 1. The movie got very bad ___________ in all sections of the media. 2. My aunt’s a movie ____________. All she does all day is watching movies and writing about them. 3. The new Spielberg movie has a very complicated ________________. 4. Terry bought a bike he saw in the _______________. 5. Many people still blame the ____________ for Princess Diana’s death. 6. I couldn’t believe it when we got tickets to the movie _______________. 7. Unfortunately, the ___________ failed to solve the crisis. 8. One lucky winner received a _____________ of seventy-two million dollars. 9. The new movie broke _____________ records for the first weekend. 10. Have you seen the ______________ ? The president’s resigned!
  • 78.
    78 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง What’s in a Slogan? มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 2.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) จับใจความสาคัญ และเดาความหมายของคาศัพท์ในบทความที่อ่านได้ 2) บอกความหมายของคาศัพท์ในบทอ่านได้ 3) พูดแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการโฆษณา 4) ใช้ประโยคแสดงการเปรียบเทียบได้ 5) ใช้ประโยคแสดงเหตุและผลได้ 6) ใช้ภาษาอังกฤษในการทากิจกรรมกลุ่มได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Comparative and superlative structure - Phrasal verb - Comparing and contrasting sentence คาศัพท์และสานวนภาษา integral adj. - forming a necessary part of something come up with phr. v. - to think of an idea, plan, reply, etc. tactic n. - a method that you use to achieve something rival n. - a person, group or organization that you compete with in sport, business, a fight, etc. simultaneous adj. - happening or done at exactly the same time aggression n. - angry or threatening behavior or feelings that often result in fighting
  • 79.
    79 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมก่อนอ่าน (1) ให้นักเรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหัดที่8 Reading ข้อ A ในหนังสือเรียน หน้า 44 ทั้ง 3 ข้อโดยเฉพาะ Slogan ที่นักเรียนเขียนควรเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งนักเรียนอาจจะหาได้จากวารสารภาษาอังกฤษ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการฝึกให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้จากสื่อที่เป็นภาษาอังกฤษ ตัวอย่าง Slogans - Makes it Easy (DTAC) - More than Magazine on TV (I-Zine จาก ITV) - Above All a Warm Welcome (Gulf Air) - Smooth As Silk (Thai Airways) - Making Others Followers (Toyota Camry) (2) ครูสุ่มให้นักเรียนแสดงความ (3) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง Phrasal verbs (4) ให้นักเรียนศึกษาคาถามพร้อมตัวเลือกในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน (After reading) ในบทอ่านวนอุทยาน เขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park) กิจกรรมระหว่างอ่าน (1) นักเรียนอ่านบทอ่านวนอุทยานเขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park) เพื่อตอบคาถามในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน (After reading) (2) นักเรียนเปรียบเทียบคาตอบกับคู่ และตรวจคาตอบกับครู (3) นักเรียนอ่านบทอ่านครั้งที่ 2 แล้วทางานเป็นคู่ เขียนคาจากัดความของคาศัพท์ในแบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน (After reading) กิจกรรมหลังอ่าน ให้นักเรียนเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาอังกฤษ หรือเกี่ยวกับงานที่ได้รับ มอบหมาย โดยใช้ทักษะทางภาษา และไวยากรณ์ทางภาษาที่ได้เรียนไปแล้วมาใช้ในการสร้างประโยคที่ ถูกต้องสมบูรณ์ 4. การวัดและการประเมินผล 1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้ 2. แบบฝึกหัดท้ายบทอ่าน วนอุทยานเขากระโดง (Khao Kra Dong Forest Park)
  • 80.
    80 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1)บทอ่าน Khao Kra Dong Forest Park 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) ภาษาไทย 2) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 81.
    81 Khao Kradong ForestPark Khao Kradong Forest Park located in Samet Sub-district, Isaan Sub-district and Sawai Geek Sub-district, Muang District, Buri Ram Province, covered the area of 1,450 rais. Most of the area is the government own public property. The Royal Forest Department declared this forest park on October 1, 1993. Topography Khao Kradong Forest characterizes two small Khao Kradong Mountain and Khao Yai Mountain situated next to each other. In the khao Kradong area is consisting of plain and highland which is sloping down from Khao Kradong and Khao Yai eastward. There are shallow valleys and 2 reservoirs within. In southeastern Khao Kradong, there are Charake Mak Reservoir and Huay Talad Resevior. Climate Climate pattern here can be divided into 3 seasons: rainy season started from June to November, winter started from December to February, and summer started from March to May. Flora and Fauna Generally, its forest classification is Dry Deciduous Dipterocarp. Flora found are Dipterocarpus turbinartus, Shorea siamemsis, hog plum, lac tree, cassod tree, beleric myrobalan, wild cotton tree, jute, etc. Lower trees found are Siam weed and various grass species. Besides, trees planted found are rain tree, plumeria, pine, pipal, mango tree, tamarind and eucalyptus. Fauna found are squirrels, jungle rabbits and various bird species.
  • 82.
    82 ใบงานที่ 1 เขียนรายละเอียดที่ขาดหายไปให้ครบถ้วนสมบูรณ์ _________________________________________________ KhaoKradong Forest Park _______ in Samet Sub-district, Isaan Sub-district and Sawai Geek Sub-district, Muang District, ________ Province, covered the area of 1,450 rais. Most of the area is the government own public property. The Royal Forest Department _______ this forest park on October 1, 1993. Topography Khao Kradong Forest characterizes two small ________ Mountain and Khao Yai Mountain situated next to each other. In the khao Kradong area is consisting of plain and highland which is _______ down from Khao Kradong and Khao Yai eastward. There are shallow _______and 2 reservoirs within. In southeastern Khao Kradong, there are Charake Mak Reservoir and __________ Resevior. Climate Climate pattern here can be divided into 3 seasons: rainy season started from _______ to ________, winter started from _________to __________, and summer started from March to May. Flora and Fauna Generally, its forest classification is Dry Deciduous Dipterocarp. Flora found are Dipterocarpus turbinartus, Shorea siamemsis, hog plum, lac tree, cassod tree, beleric myrobalan, wild cotton tree, jute, etc. Lower trees found are Siam weed and various grass species. Besides, trees planted found are rain tree, plumeria, pine, pipal, mango tree, tamarind and eucalyptus. Fauna found are squirrels, jungle rabbits and various bird species.
  • 83.
    83 ใบงานที่ 2 จงเขียนอธิบายสโลแกนและตีความหมายสัญลักษณ์ตามความเข้าใจของนักเรียน ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………
  • 84.
    84 ใบกิจกรรมที่ 1 จงเขียนบันทึกการเรียนการทาแบบทดสอบ และการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์ Learning’s Log on Facebook Date……/……../…….. What do you doing on the site? Answer: ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… What do you think about this work? Please comment on Facebook and rewrite it on this paper. Opinion: ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Score: You get: 5 Signature ………………………… Teacher Date……/………/……..
  • 85.
    85 เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (Learning’sLog) 5 คะแนน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง What’s in a Slogan? คะแนน เกณฑ์ 4 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง 2 เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง 1 เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง 0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน ไม่ตรงต่อเวลา = 0 คะแนน รวมทั้งสิ้น 5 คะแนน
  • 86.
    86 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 2.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) ฟังข้อความเข้าใจ และบอกรายละเอียดของเรื่องที่ฟังได้ 2) เข้าใจความหมายของคาศัพท์และสานวน 3) เข้าใจน้าเสียงและความรู้สึกของผู้พูด 4) พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันได้ 5) ใช้คาศัพท์และไวยากรณ์ในการสื่อความที่ต้องการได้ถูกต้องและเหมาะสม 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Modal verbs of obligation : have to / must, don’t have to / mustn’t, should / shouldn’t, need คาศัพท์และสานวนภาษา MBA n. - Master of Business Administration; a university degree in the skills needed to be in charge of a business decent adj. - Acceptable and good enough liberal adj. - willing to understand and respect other people’s ideas, opinions, and feelings a mind-numbing job n. - A job that does not require much thinking 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1) ครูผู้สอนกล่าวนาถึงความสาคัญของการศึกษาไทย กับการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน พร้อมทั้งชี้แนะให้เห็นความสาคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2) นักเรียนแสดงความคิดเห็นต่อความสาคัญของการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3) ครูสอนพื้นฐานไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เรื่องการอนุญาตให้ปฏิบัติ และการไม่อนุญาตให้ ปฏิบัติ โดยใช้ Modal verbs of obligation : have to / must, don’t have to / mustn’t, should / shouldn’t, need 4) ผู้เรียนยกตัวอย่างสานวนภาษาอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วย No, Don’t เป็นต้น แล้วครูผู้สอนนาไป เปรียบเทียบกับการใช้ don’t have to กับ mustn’t
  • 87.
    87 5) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน ทากิจกรรมกลุ่มละ7-10 คน เพื่อพิจารณาตอบคาถาม แต่ละกลุ่มจะต้องมี เลขาคอยจดบันทึกคาตอบที่กลุ่มได้เห็นพ้องต้องกัน เพื่อให้ตัวแทนกลุ่มนาเสนอ Suggested ideas (1) It is very important to get a good education at school because it is the way to further the higher education both inside institutes or outside institutes. (2) People do not care much about grades and qualifications these days because the most important thing is being intelligent and not being afraid to express your ideas. (3) สาหรับในประเทศไทย นักเรียนอาจจะค้นคว้าจากหนังสือบุคคลสาคัญหรือรายการ TV เช่น สู้แล้วรวย เป็นต้น สาหรับต่างประเทศ เช่น John Lennon, Ronal Reagan, Bill Gates : ผู้ไม่จบปริญญาแต่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท Microsoft เป็นต้น ให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มนาเสนอคาตอบ การพัฒนาคาศัพท์ (1) ให้นักเรียนแข่งขันกันหาคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ education แล้วเขียนบนกระดาน ตัวอย่างเช่น book, desk, teacher, students, etc. (2) ครูตรวจคาตอบโดยการซักถามจากนักเรียน 4. การวัดและการประเมินผล 1. แบบฝึกทักษะท้ายหน่วยการเรียนรู้ 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) บทอ่าน The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu - http://www.krupu.com/asean 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  • 88.
    88 Context of theAssociation of Southeast Asian Nations (ASEAN) ESTABLISHMENT The Association of Southeast Asian Nations, or ASEAN, was established on 8 August 1967 in Bangkok, Thailand, with the signing of the ASEAN Declaration (Bangkok Declaration) by the Founding Fathers of ASEAN, namely Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore and Thailand. Brunei Darussalam then joined on 7 January 1984, Viet Nam on 28 July 1995, Lao PDR and Myanmar on 23 July 1997, and Cambodia on 30 April 1999, making up what is today the ten Member States of ASEAN. AIMS AND PURPOSES As set out in the ASEAN Declaration, the aims and purposes of ASEAN are: 1) To accelerate the economic growth, social progress and cultural development in the region through joint endeavors in the spirit of equality and partnership in order to strengthen the foundation for a prosperous and peaceful community of Southeast Asian Nations; 2) To promote regional peace and stability through abiding respect for justice and the rule of law in the relationship among countries of the region and adherence to the principles of the United Nations Charter; 3) To promote active collaboration and mutual assistance on matters of common interest in the economic, social, cultural, technical, scientific and administrative fields;
  • 89.
    89 4) To provideassistance to each other in the form of training and research facilities in the educational, professional, technical and administrative spheres; 5) To collaborate more effectively for the greater utilisation of their agriculture and industries, the expansion of their trade, including the study of the problems of international commodity trade, the improvement of their transportation and communications facilities and the raising of the living standards of their peoples; 6) To promote Southeast Asian studies; and 7) To maintain close and beneficial cooperation with existing international and regional organisations with similar aims and purposes, and explore all avenues for even closer cooperation among themselves. FUNDAMENTAL PRINCIPLES In their relations with one another, the ASEAN Member States have adopted the following fundamental principles, as contained in the Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia (TAC) of 1976: 1) Mutual respect for the independence, sovereignty, equality, territorial integrity, and national identity of all nations; 2) The right of every State to lead its national existence free from external interference, subversion or coercion; 3) Non-interference in the internal affairs of one another; 4) Settlement of differences or disputes by peaceful manner; 5) Renunciation of the threat or use of force; and 6) Effective cooperation among themselves.
  • 90.
    90 ใบงานที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education จงเขียนคาศัพท์เกี่ยวกับ Education มาอย่างน้อย 20 คา พร้อมความหมายแปลเป็นภาษาไทย คาศัพท์ ความหมาย
  • 91.
    91 กิจกรรมที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education แบ่งกลุ่ม 7-10 คน สัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในแวดวงการศึกษา แล้วเขียนรายละเอียดลงในแผนผังทางปัญญาให้ ครอบคลุมประเด็นสาคัญมากที่สุด …………………………………………………….
  • 92.
    92 กิจกรรมที่ 2 “GivingOpinions” (5 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง The importance of their education Date……/……../…….. คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ เพิ่มเติม โดยวิธีการแสดงความคิดเห็นที่ Facebook ของครูกฤตยา ศรีริ แบบร่างความคิดเห็น (ภาษาไทย) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ความคิดเห็น (แปลเป็นภาษาอังกฤษ) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… โพสต์ข้อความแล้วเมื่อวันที่ ……………………………………….. เวลา ……………………………….. Score: You get: 5 Signature ………………………… Teacher Date……/………/…….. http://www.facebook.com/kitayaguru1
  • 93.
    93 เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (Mindmapping) 5 คะแนน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education คะแนน เกณฑ์ 4 เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียนและ มีประเด็นครบถ้วนทุกประเด็น 3 เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน มี ประเด็นครบถ้วนทุกประเด็น แต่มีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง 2 เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน แต่ ขาดประเด็นสาคัญ 1-2 ประเด็นและมี ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่มาก 1 เขียนข้อมูลลงในแผนผังได้ถูกต้อง เนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน แต่ ขาดประเด็นสาคัญ 3-4 ประเด็นและมี ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่มาก 0 เขียนข้อมูลลงในแผนผังไม่ถูกต้อง เนื้อหาไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์งานเขียน มีประเด็นไม่ครบถ้วน และข้อมูลไม่มีความเกี่ยวข้องกัน คะแนนความตรงต่อเวลาในการส่งงาน 1 คะแนน รวมคะแนนการประเมินกิจกรรมที่ 1 คิดเป็น คะแนนเต็ม 5 คะแนน นักเรียนต้องได้คะแนน 2-3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1
  • 94.
    94 เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 2 (“GivingOpinions”) 5 คะแนน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education คะแนน เกณฑ์ 4 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง 2 เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง 1 เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง 0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน ไม่ตรงต่อเวลา = 0 คะแนน คิดเป็น = 5 คะแนน รวมทั้งสิ้น 5 คะแนน
  • 95.
    95 แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชาอ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง The importance of their education กลุ่ม ที่ ชื่อกลุ่ม การมีส่วน ร่วม สร้างสรรค์ งานกลุ่ม ความมีน้าใจ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือผู้อื่น การเป็นผู้นา และผู้ตามใน โอกาสอันควร การ ปฏิบัติงาน ด้วยความเต็ม ใจ รวม คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
  • 96.
    96 คาชี้แจง ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนน ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน