Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Kruthai Kidsdee
DOCX, PDF
1,234 views
30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 85
2
/ 85
3
/ 85
4
/ 85
5
/ 85
6
/ 85
7
/ 85
8
/ 85
9
/ 85
10
/ 85
11
/ 85
12
/ 85
13
/ 85
14
/ 85
15
/ 85
16
/ 85
17
/ 85
18
/ 85
19
/ 85
20
/ 85
21
/ 85
22
/ 85
23
/ 85
24
/ 85
25
/ 85
26
/ 85
27
/ 85
28
/ 85
29
/ 85
30
/ 85
31
/ 85
32
/ 85
33
/ 85
34
/ 85
35
/ 85
36
/ 85
37
/ 85
38
/ 85
39
/ 85
40
/ 85
41
/ 85
42
/ 85
43
/ 85
44
/ 85
45
/ 85
46
/ 85
47
/ 85
48
/ 85
49
/ 85
50
/ 85
51
/ 85
52
/ 85
53
/ 85
54
/ 85
55
/ 85
56
/ 85
57
/ 85
58
/ 85
59
/ 85
60
/ 85
61
/ 85
62
/ 85
63
/ 85
64
/ 85
65
/ 85
66
/ 85
67
/ 85
68
/ 85
69
/ 85
70
/ 85
71
/ 85
72
/ 85
73
/ 85
74
/ 85
75
/ 85
76
/ 85
77
/ 85
78
/ 85
79
/ 85
80
/ 85
81
/ 85
82
/ 85
83
/ 85
84
/ 85
85
/ 85
More Related Content
PDF
ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์
by
Jirathorn Buenglee
PDF
2 ข้อสอบการตั้งและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
by
Jirathorn Buenglee
PDF
บทที่ 3 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกและการวาดภาพ
by
rubtumproject.com
DOC
สรุปแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผล ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั...
by
TupPee Zhouyongfang
PPT
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้
by
aumkpru45
PPTX
Curriculum to learn
by
XForeverx Panuwat
PDF
บทที่8
by
josodaza
PPT
การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรฯ 51
by
oieseau1
ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์
by
Jirathorn Buenglee
2 ข้อสอบการตั้งและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
by
Jirathorn Buenglee
บทที่ 3 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิกและการวาดภาพ
by
rubtumproject.com
สรุปแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผล ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั...
by
TupPee Zhouyongfang
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้
by
aumkpru45
Curriculum to learn
by
XForeverx Panuwat
บทที่8
by
josodaza
การวัดและประเมินผลตามหลักสูตรฯ 51
by
oieseau1
What's hot
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ปรับปรุง
by
kruteerapol
PDF
เทคโนโลยีแม่พิมพ์
by
Totsaporn Inthanin
PPTX
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้1
by
yuapawan
PPTX
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
yuapawan
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
kruteerapol
PDF
การประเมินผลแบบย่อยและแบบรวม
by
TupPee Zhouyongfang
PDF
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
mickyindbsk
PPT
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Charming Love
PDF
นาว1
by
521120941
PPT
Pptแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น...
by
AmAm543080
PPT
Ppt
by
ขอ พรดาว
PPT
teaching 8
by
sangkom
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ปรับปรุง
by
kruteerapol
เทคโนโลยีแม่พิมพ์
by
Totsaporn Inthanin
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้1
by
yuapawan
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
yuapawan
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
kruteerapol
การประเมินผลแบบย่อยและแบบรวม
by
TupPee Zhouyongfang
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
mickyindbsk
การประเมินผลตามสภาพจริง
by
Charming Love
นาว1
by
521120941
Pptแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น...
by
AmAm543080
Ppt
by
ขอ พรดาว
teaching 8
by
sangkom
Viewers also liked
PDF
การอ่าน PISA
by
Patcha Linsay
DOCX
30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
by
ฺBadBoy 20151963
PDF
แบบทดสอบโครงงาน
by
Rattana Wongphu-nga
DOCX
สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ
by
Annop Phetchakhong
PPT
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้
by
คนไม่สำคัญสำหรับเทอ คนมาทีหลั
PDF
รูปแบบการเขียนรายงานโครงงาน 5 บท
by
Aekapoj Poosathan
PDF
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
PDF
แบบสอบถาม “แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส
by
สำเร็จ นางสีคุณ
การอ่าน PISA
by
Patcha Linsay
30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
by
ฺBadBoy 20151963
แบบทดสอบโครงงาน
by
Rattana Wongphu-nga
สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ
by
Annop Phetchakhong
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้
by
คนไม่สำคัญสำหรับเทอ คนมาทีหลั
รูปแบบการเขียนรายงานโครงงาน 5 บท
by
Aekapoj Poosathan
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง สมุนไพรกำจัดปลวก
by
พัน พัน
แบบสอบถาม “แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส
by
สำเร็จ นางสีคุณ
Similar to 30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
PPT
สรุปการวัดประเมินผล
by
TupPee Zhouyongfang
PPT
บทที่8
by
honeylamon
PPT
การเขียนข้อสอบ
by
Nona Khet
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
vizaza
PPT
วัดประเมินผลระดับชั้นเรียน
by
piromnsw2
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
PPS
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
PPS
ซิกถถถ
by
ซิกส์ zaza
PPS
ซิกถถถ
by
ซิกส์ zaza
PDF
บทที่ 8 การวัดผลและประเมินการเรียนรู้
by
onnichabee
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
PPT
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
poms0077
PPT
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
poms0077
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
tuphung
สรุปการวัดประเมินผล
by
TupPee Zhouyongfang
บทที่8
by
honeylamon
การเขียนข้อสอบ
by
Nona Khet
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
by
vizaza
วัดประเมินผลระดับชั้นเรียน
by
piromnsw2
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้555
by
yuapawan
ซิกถถถ
by
ซิกส์ zaza
ซิกถถถ
by
ซิกส์ zaza
บทที่ 8 การวัดผลและประเมินการเรียนรู้
by
onnichabee
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ บทที่๘Zzz
by
jaacllassic
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
poms0077
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
by
poms0077
More from Kruthai Kidsdee
PPTX
Google apps content_1
by
Kruthai Kidsdee
PPTX
Google drive
by
Kruthai Kidsdee
PPTX
Google docs 11
by
Kruthai Kidsdee
PPTX
Google form 11
by
Kruthai Kidsdee
PDF
คู่มืออบรม Google sites
by
Kruthai Kidsdee
PDF
คู่มือการทำแบบสอบถามออนไลน์โดย Google doc
by
Kruthai Kidsdee
PDF
คู่มือการใช้งาน Google plus
by
Kruthai Kidsdee
PDF
คู่มือการใช้งาน Google drive
by
Kruthai Kidsdee
PDF
คู่มือการใช้งาน Google
by
Kruthai Kidsdee
PDF
การสร้างเว็บไซต์ด้วย Google sites
by
Kruthai Kidsdee
PDF
การใช้งาน Google docs
by
Kruthai Kidsdee
PDF
Google appsall
by
Kruthai Kidsdee
PPT
Final traininggoogleapps presentation2
by
Kruthai Kidsdee
PDF
แนวทางการกรอกข้อมูลโรงเรียนในฝัน
by
Kruthai Kidsdee
DOCX
หา3ภพจนเจอ2016 กูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
DOCX
หา3ภพจนเจอ2016 68 หน้ากูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
DOCX
แผ่นพับแบบสมบูรณ์ กันตวัฒน์ ทำไวนิล091
by
Kruthai Kidsdee
PDF
น้องหญิงผักลอยฟ้า
by
Kruthai Kidsdee
DOCX
น้องหญิงผักลอยฟ้า
by
Kruthai Kidsdee
PDF
กูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
Google apps content_1
by
Kruthai Kidsdee
Google drive
by
Kruthai Kidsdee
Google docs 11
by
Kruthai Kidsdee
Google form 11
by
Kruthai Kidsdee
คู่มืออบรม Google sites
by
Kruthai Kidsdee
คู่มือการทำแบบสอบถามออนไลน์โดย Google doc
by
Kruthai Kidsdee
คู่มือการใช้งาน Google plus
by
Kruthai Kidsdee
คู่มือการใช้งาน Google drive
by
Kruthai Kidsdee
คู่มือการใช้งาน Google
by
Kruthai Kidsdee
การสร้างเว็บไซต์ด้วย Google sites
by
Kruthai Kidsdee
การใช้งาน Google docs
by
Kruthai Kidsdee
Google appsall
by
Kruthai Kidsdee
Final traininggoogleapps presentation2
by
Kruthai Kidsdee
แนวทางการกรอกข้อมูลโรงเรียนในฝัน
by
Kruthai Kidsdee
หา3ภพจนเจอ2016 กูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
หา3ภพจนเจอ2016 68 หน้ากูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
แผ่นพับแบบสมบูรณ์ กันตวัฒน์ ทำไวนิล091
by
Kruthai Kidsdee
น้องหญิงผักลอยฟ้า
by
Kruthai Kidsdee
น้องหญิงผักลอยฟ้า
by
Kruthai Kidsdee
กูตั้งใจทำดีสุดยอดการ์ตูน48ข้อ2015
by
Kruthai Kidsdee
30 พ.ค.เอกสารยกระดับพัฒนา pisa สพม.32
1.
ใบความรู้ 1 ความหมายและความสาคัญของเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรีย นแบบอัตนัย การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 การวัดและประเมินผลกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ถือเป็นสิ่งสาคัญที่ต้องปฏิบัติควบคู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งการวัดและประเมินผลที่ดีต้องอยู่บนหลักการพื้นฐาน
2 ประการ คือ 1. การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน 2. การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูผู้สอนควรเก็บรวบรวม วิเคราะห์ ตีความ บันทึก ข้อมูลทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการโดยดาเนินการอย่างต่อเนื่องตลอ ดระยะเวลาของการจัดการเรียนการสอน นับตั้งแต่ก่อนการจัดการเรียนรู้ ระหว่างการจัดการเรียนรู้ และหลังการจัดการเรียนรู้ ด้วยวิธีการและเครื่องมือที่หลากหลาย เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับพฤติกรรมที่ต้องการวัด ซึ่งผลที่ได้เมื่อนาตีค่าเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กาหนดในตัวชี้วัดของมาตรฐา นสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแล้ว ครูต้องนาไปใช้ในการให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับความก้าวหน้า จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงให้แก่ผู้เรียน รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลสะท้อนให้ทราบถึงผลการจัดการเรียนการสอนของตน และพัฒนาการของผู้เรียน ดังแผนภาพ ประเมินระหว่างเรียน - ตรวจสอบผลการพัฒนา/ความก้าวหน้าทางการเรียนของผู้เรียน - เน้นการประเมินตามสภาพจริง - ใช้เทคนิคการประเมินที่หลากหลาย : การสังเกต สัมภาษณ์ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงานและแบบทดสอบ
2.
2 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สัมพันธ์กับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หมายถึง
สิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติ มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนเมื่อจบการศึก ษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการเรียนรู้ยังสะท้อนให้ทราบว่า ต้องการอะไร ประเมินก่อนเรียน - ตรวจสอบความพร้อม/ควา มรู้พื้นฐาน - เครื่องมือ : ข้อสอบวินิจฉัย แบบสารวจ รายการ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ - นาผลการประเมินไปวางแ ผนแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนาศักยภา พ รายบุคคล/รายกลุ่ม ประเมินหลังเรียน - ตรวจสอบผลสาเร็จการเรี ยนรู้ของ ผู้เรียนหลังแผนการจัดกา รเรียนรู้ - ใช้วิธีการ/เครื่องมือ ที่เป็นมาตรฐาน - นาผลการประเมินไปวางแ ผนแก้ไข และพัฒนานาไปสู่การวิจัย ในชั้นเรียน และวิจัยทางการศึกษา คุณภาพผู้เรียน - มาตรฐานการเรียน รู้/ตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระการเรียน รู้ - สมรรถนะสาคัญข องผู้เรียน - คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - การอ่านคิด วิเคราะห์ และเขียน - กิจกรรมพัฒนาผู้เรี ยน มาตรฐานการเ รียนรู้
3.
3 คุณภาพผู้เรี ยน ต้องสอนอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง
สิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ นาไปใช้ในการกาหนดเนื้อหา จัดทาหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ และเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับการวัดและประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เ รียน ประกอบด้วย ตัวชี้วัดชั้นปี : เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในแต่ละชั้นปี ในระดับการศึกษาภาคบังคับ ตัวชี้วัดช่วงชั้น : เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตัวชี้วัด เป็นสิ่งที่คาดหวังให้เกิดการเรียนรู้ที่ค่อนข้างเจาะจง เป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้และสร้างภาระงานการประเมิน ครูผู้สอนจะกาหนดกิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการประเมินได้เพราะจะได้ภาพที่บ่งชี้ชัดเจนว่าผู้เรียนควรรู้อะไร และทาอะไรได้ องค์ประกอบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน มาตรฐานการเรีย นรู้ 8 กลุ่มสาระการเรีย นรู้
4.
4 จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามจุดเน้นการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่สอง เพื่อการขับเคลื่อนหลักสูตร การจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผล จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนเพื่อการขับเคลื่อนหลักสูตรแกนกลางการศึก ษาขั้นพื้นฐาน 2551
และการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561) ให้ประสบผลสาเร็จตามจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันดาเนินการ กระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนด้านทักษะความสา มารถ และคุณลักษณะ ดังนี้ ทักษะ ความสามารถ คุณลักษณะ กิจกรรมพัฒนาผู้เ รียนคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ จุดเน้นการพัฒนาคุณภ าพผู้เรียน
5.
5 จุดเน้นตามช่ วงวัย คุณลักษณะตาม หลักสูตร รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพี ยง มุ่งมั่นในการ ทางาน รักความเป็นไท ย มีจิตสาธารณะ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรีย นรู้ มีทักษะการคิดขั้นสูงทักษะ ชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้า งสรรค์ตามช่วงวัย อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง มีทักษะการคิดข้นพื้นฐาน ทักษะชีวิตทักษะการสื่อส ารอย่างสร้างสรรค์ตามช่ วงวัย อ่านออก
เขียนได้ คิดเลขเป็น มีทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน ทักษะชีวิตทักษะการสื่อสา รอย่างสร้างสรรค์ตามช่วง วัย ม.1- 3 ม.4- 6 ป.4- 6 ป.1- 3 แสวงหาความรู้ เพื่อแก้ปัญหาใช้เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้ใช้ภาษาต่าง ประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มีทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิตทักษะ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ตามช่วงวัย มุ่งมั่นก ารศึกษาแ ละการทา งาน อยู่อย่า งพอเพียง ใฝ่รู้ใฝ่เ รียน ใฝ่ดี
6.
6 ความหมายของแบบทดสอบแบบอัตนัย แ บ บ
ท ด ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย ห ม า ย ถึ ง แบบทดสอบแบบเขียนตอบที่ผู้สอบจะต้องเรียบเรียงความคิดและความรู้ให้ส อดคล้องกับคาถาม แล้วเขียนบรรยายหรือแสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิ จ า ร ณ์ เ รื่ อ ง ร า ว พ ฤ ติ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ ตามความรู้และประสบการณ์ที่มีลักษณะของแบบทดสอบอัตนัยอาจจะเป็นโ จท ย์ห รือค าถ ามที่ ก าห น ด สถ าน ก าร ณ์ ห รือปัญ ห าอย่างก ว้าง ๆ ห รื อ เ ฉ พ า ะ เ จ า ะ จ ง โดยทั่วไปจะไม่จากัดเสรีภาพของผู้ตอบในการเรียบเรียงความรู้ ความคิด และข้อเท็จจริงต่าง ๆ อันเป็นข้อมูลของคาตอบ จุดมุ่งหมายของการใช้แบบทดสอบแบบอัตนัย มีดังนี้ 1.ต้องการให้ผู้เข้าสอบแสดงความสามารถด้านความคิดสร้างสรร ค์ ( Creativity) และบรรยายความคิดออกมาได้อย่างเป็นอิสระและต้องคานึงถึงความสามาร ถทักษะการเขียนของนักเรียนด้วย 2.ต้ อ ง ก า ร เ น้ น ค ว า ม รู้ ขั้ น ลึ ก ซึ้ ง เ ช่ น ความสามารถในการสังเคราะห์หรือต้องการวัดความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน มาทั้งหมด ประเภทของแบบทดสอบอัตนัย 1. แบบทดสอบอัตนัยโดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.1 แบบทดสอบแบบไม่จากัดคาตอบหรือตอบอย่างอิสระ (Unrestricted Response) เป็ น แ บ บ ท ด ส อ บ ที่ ไ ม่จ า กั ด ค าต อ บ แต่ผู้สอบจะต้องจากัดคาตอบให้เหมาะสมกับคาถามและเวลาโดยจะต้องเรีย บ เ รี ย ง ค ว า ม รู้ ค ว า ม คิ ด แ ล ะ จั ด ล า ดั บ ค ว า ม ส า คั ญ แล้วเรียบ เรียงออก มาเป็น คาต อบ ตามค วามคิด และเหตุผลข องต น โด ยให้มีค วามยาวที่เหมาะสมกับห ลักและเห ตุผลที่คาถามต้องก าร ข้ อ ดี ข อ ง แ บ บ ท ด ส อ บ ป ร ะ เ ภ ท นี้ คื อ ส า ม า ร ถ ใ ช้ วั ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ร ะ ดั บ ก า ร วิ เค ร า ะ ห์ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ไ ด้ เ ป็ น อ ย่ า ง ดี จึงมักใช้กับผู้เรียนในระดับชั้นสูง ลักษณะคาถามมักมีคาว่า “จงอธิบาย
7.
7 อภิปราย เปรียบเทียบ วิเคราะห์
สรุปประเด็นสาคัญ แสดงความคิดเห็น ข้ อ เส น อ แ น ะ ป ร ะ เมิ น ผ ล แ น ว ท า ง แ ก้ ปั ญ ห า ” เป็ น ต้ น แต่มักมีปัญหาในการควบคุมทิศทางการตอบและการตรวจให้คะแนน 1 .2 แบ บ ท ด สอบ แบ บ จ ากัด ค าต อบ ห รือ ต อบ แบ บ สั้น ( Restricted Response or Shot Essay Item) เป็นแบบทดสอบที่จากัดกรอบของเนื้อหาหรือรูปแบบของแนวทางคาตอบ และกาหนดขอบเขตของประเด็นให้ตอบในเนื้อหาที่แคบลงและสั้นกว่าแบบ ท ดสอบ ที่ไ ม่จ ากัด ความยาว ข้อดีข องแบบ ท ด สอบ ป ระเภท นี้ คือ ใช้วัดความรู้ความสามารถที่เฉพาะเจาะจงได้ดีกว่าแบบทดสอบแบบไม่จากั ด ค ว า ม ย า ว ซึ่ ง เ ห ม า ะ ที่ จ ะ วั ด ผ ล ก า ร เรี ย น ที่ ส า คั ญ โด ยที่ ผู้ ส อบ จ ะ ต้ อ งเลื อ ก ค วาม รู้ที่ ดี ที่ สุ ด ส าห รั บ ค าถ าม นั้ น ๆ ลัก ษณ ะ ค าต อบ มัก อยู่ใ น รูป “จ งอธิบ ายสั้น ๆ จ งบ อก ป ระ โยช น์ จ ง อ ธิ บ า ย ส า เ ห ตุ ห รื อ จ ง บ อ ก ขั้ น ต อ น ” แต่ แบ บ ท ด สอ บ นี้ ไ ม่ ไ ด้ เปิ ด โอ ก าส ใ ห้ ผู้ ต อบ ไ ด้ แ ส ด ง ค วา ม รู้ ความสามารถอย่างเต็มที่ 2. แบบทดสอบอัตนัยตามแนวทางการทดสอบระดับนานาชาติ (PISA) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 2 . 1 แ บ บ ส ร้ า ง ค า ต อ บ แ บ บ ปิ ด มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถามแล้วให้ผู้เข้าสอบเขียนคาตอบที่เป็นคาต อบถูกต้องที่มีลักษณะเฉพาะและชัดเจน 2.2 แบบเขียนตอบสั้นๆ มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถาม และให้ผู้เข้าสอบเขียนคาตอบสั้น ๆ ในที่ว่างที่เตรียมไว้ในแบบทดสอบ ซึ่งอาจเขียนคาตอบเป็นตัวหนังสือ วาดภาพ และ/หรือเขียนตัวเลข 2 . 3 แ บ บ ส ร้ า ง ค า ต อ บ แ บ บ อิ ส ร ะ มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถามแล้วให้ผู้เข้าสอบอธิบายคาตอบหรือให้เห ตุ ผ ล ป ร ะ ก อ บ ค า ต อ บ ที่ แ ส ด ง ค ว า ม เข้ า ใ จ ที่ มี ต่ อ ค า ถ า ม ผู้ เข้ าส อ บ ค ว ร เขี ย น ค าต อ บ ใ น เส้ น บ ร ร ทั ด ที่ ก า ห น ด ไ ว้ ใ ห้ จานวนเส้นบรรทัดจะเป็นตัวบอกความยาวอย่างคร่าว ๆ ที่ควรเขียนตอบ ดั ง นั้ น เมื่อพิจารณาลักษณะของข้อสอบที่ใช้ทดสอบในการทดสอบทั่วไปและการท
8.
8 ดสอบในระดับนานาชาติมีความคล้ายคลึงซึ่งสามารถสรุปได้ดังตารางต่อไป นี้ ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบโดย ทั่วไป ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบในระดับน านาชาติ (PISA) 1. แบบจากัดคาตอบ
1. แบบสร้างคาตอบแบบปิด 2. แบบเขียนตอบสั้นๆ 2 . แบบไม่จากัดคาตอบหรือตอบ อย่างอิสระ 3. แบบสร้างคาตอบแบบอิสระ ข้อดีและข้อจากัดของแบบทดสอบแบบอัตนัย ข้อดี ข้อจากัด 1.สามารถ วัด พ ฤ ติก รร มต่าง ๆ ได้ทุกด้านโดยเฉพาะกระบวนกา รคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์จะวั ดได้ดี 2.ผู้ตอบมีโอกาสใช้ความรู้แสดงคว ามคิดเห็นและความสามารถในก ารใช้ภาษา 3.โอกาสในการเดาโดยไม่มีความรู้ ใ น เรื่องนั้ น แล้วไ ด้ ค ะแ น น มีน้อยมาก 4.สร้างได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ าย 1.คาถามไม่สามารถครอบคลุมเนื้อ ห า ที่ เ รี ย น เนื่ องจ าก จ าน วน ข้ อ มีจ ากั ด เป็นการยากที่จะสุ่มเนื้อหาให้ครอ บคลุมความรู้ที่ต้องการจะวัดได้ค รบถ้วน 2.การตรวจให้คะแนนไม่คงที่แน่นอ น มักมีความคลาดเคลื่อน มาก และควบคุมให้เกิดความยุติธรรมไ ด้ยาก 3.ไม่เหมาะที่จะใช้กับผู้สอบจานวน มาก ๆ เพราะใช้เวลาในการตรวจ 4.ลายมือของผู้ตอบและความสามา รถในการเขียนบรรยายอาจจะมีผ ลต่อคะแนน 5.มีความเชื่อมั่นต่าและมักขาดควา มเที่ยงธรรม
9.
9 ใบกิจกรรม 1 การตรวจสอบมโนทัศน์เกี่ยวกับเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรีย นแบบอัตนัย ชื่อ-สกุล โรงเรียน เลขที่
สพม.32 คาชี้แจง โปรดทาเครื่องหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน ประเด็นคาถาม ความคิดเ ห็น ใช่ ไม่ใ ช่ 1.แบบทดสอบอัตนัยมีคุณสมบัติที่สาคัญ คือ ผู้ตอบต้องเขียนบรรยายและมีสิทธิการตอบอย่างเสรี 2.แบบทดสอบอัตนัยอาจจะมีคาตอบที่ถูกต้องหลายแนวทางมีความ แตกต่างทั้งด้านคุณภาพ และความถูกต้อง 3.ข้อสอบแบบอัตนัยเน้นเฉพาะแบบเติมคาให้สมบูรณ์และแบบตอบ สั้น 4.แบบทดสอบแบบอัตนัยเปิดโอกาสให้ผู้ตอบได้แสดงความคิดเห็น เหมาะสาหรับวัดความรู้ขั้นสูงกว่าความจาและความเข้าใจ 5.ข้อสอบแบบอัตนัย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือแบบไม่จากัดคาตอบและแบบจากัดคาตอบ 6.ข้อสอบแบบอัตนัยเหมาะสาหรับวัดความรู้ระดับความจาและการ ประยุกต์ใช้ 7.ข้อสอบอัตนัยแบบไม่จากัดคาตอบเน้นให้นักเรียนอาศัยการสังเค ราะห์และการประเมินผล 8.ข้อสอบแบบจากัดคาตอบส่วนใหญ่มักจะไม่กาหนดขอบเขตแบบ ฟอร์มและเนื้อหาที่เฉพาะให้นักเรียนได้ตอบ 9.จุดมุ่งหมายของการใช้แบบทดสอบอัตนัยเน้นคาตอบที่เป็นการบ รรยาย
10.
10 10. จุดมุ่งหมายของการใช้แบบทดสอบอัตนัยเน้นความรู้ขั้นลึกซึ้ ง เช่น ความสามารถด้านการสังเคราะห์หรือต้องการวัดความเข้าใจในเ นื้อหาที่เรียนมาทั้งหมด 11.
เกณฑ์การประเมิน (Rubrics) เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประเมินผลงานของผู้เรียน 12. องค์ประกอบที่สาคัญในการเขียน Rubrics ได้แก่ เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคุณภาพและคาอธิบายระดับคุณภาพ 13. เกณฑ์การประเมินแบบภาพรวม ( Holistic Rubrics) เหมาะกับการปฏิบัติที่ต้องการให้นักเรียนสร้างสรรค์ ไม่มีคาตอบที่ถูกต้องชัดเจน 14. เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน เหมาะสาหรับการประเมินเพื่อพัฒนาเพราะให้ข้อมูลย้อนกลับได้ ดี 15. กระบวนการให้คะแนนเร็ว ครูต้องอ่าน พิจารณาโดยตลอด นักเรียนได้รับผลสะท้อนกลับน้อยมาก เป็นเกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubrics) 16. การเขียนคาอธิบายในแต่ละระดับคุณภาพ ต้องเขียนให้แตกต่างกันเฉพาะคุณภาพของงาน 17. ในการเขียนเกณฑ์การประเมินผลงาน การกาหนดจานวนระดับคุณภาพขึ้นอยู่กับผู้สอน 18. จานวนเกณฑ์หรือประเด็นการประเมิน ขึ้นอยู่กับตัวชี้วัดที่ต้องการประเมิน 19.เกณฑ์หรือประเด็นที่จะประเมิน (Criteria) เป็นการพิจารณาว่าภาระงานหรือชิ้นงานนั้น ๆ ประกอบด้วยคุณภาพกี่ด้าน อะไรบ้าง 20.ตัวชี้วัดทุกตัวในทุกมาตรฐานของหลักสูตร สามารถวัดโดยใช้เกณฑ์การประเมิน (Rubric)
11.
11 ใบความรู้ 2 แนวคิดทฤษฎีความรู้ของบลูม (Bloom
Taxonomy’s Revised) แนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม Bloom Taxonomy’s Revised ใ น ปี 1956, Benjamin Bloom นากลุ่มนักจิตวิทยาการศึกษากลุ่มหนึ่งพัฒนาการจัดกลุ่มพฤติกรรมทางสมอ งที่สาคัญต่อการเรียนรู้ ระหว่าง ปี 1990 มีนักจิตวิทยากลุ่มใหม่ นาโดย Anderson and Krathwohl (2001) ซึ่ งเป็ น ลู ก ศิ ษ ย์ เก่ าข อ ง Bloom ได้ปรับปรุงกลุ่มพฤติกรรมขึ้นมาใหม่ และสะท้อนผลงานในศตวรรษที่ 21 เป็นรูปภาพที่เป็นตัวแทนของคากริยาใหม่ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ Bloom’s Taxonomy ที่ เ ร า คุ้ น เ ค ย ม า น า น บันทึกนี้เปลี่ยนจากนามเป็นกริยาเพื่ออธิบายระดับที่แตกต่างกันของกลุ่มพฤ ติ ก ร ร ร ม ดังภาพประกอบ
12.
12 ภาพประกอบ: พฤติกรรมทางสมองที่สาคัญต่อการเรียนรู้ตามแนวคิด ทฤษฎี ความรู้ของบลูม
ตามแนวคิดเดิม และที่ปรับปรุงใหม่ กระบวนการทางปัญญา ด้านพุทธิพิสัยของบลูม มีลาดับขั้น 6 ขั้น ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ 1.จา (Remembering) หมายถึง ความสามารถในการระลึกได้ แสดงรายการได้ บอกได้ ระบุชื่อได้ การบอกชื่อ การบอกตาแหน่ง การให้สัญลักษณ์ ยกตัวอย่าง บอกความสัมพันธ์ การจัดกลุ่ม คัดเลือกได้ อธิบายใต้รูปภาพ เรียงลาดับ จับคู่ บันทึกข้อมูล ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับจามีดังนี้ พฤติกรรม ตัวอย่างคาถาม รู้จัก จาได้ พยัญชนะไทยแบ่งได้เป็นกี่หมู่ อะไรบ้าง จัดทารายการ นักเรียนเขียนรายการอาหารที่มีประโยชน์มา 3 มื้อ/1 วัน อธิบาย นักเรียนอธิบายความหมายของสามเหลี่ยมด้านเท่า การระบุ นักเรียนระบุประเภทของใบเลี้ยงเดี่ยวและใบเลี้ยงคู่มาทั้ งหมด บอกความแตกต่ าง สัตว์น้าแตกต่างกับสัตว์บกอย่างไรบ้าง 2.เ ข้ า ใ จ ( Understanding) ห ม า ย ถึ ง ค วามสามาร ถ ใ น ก าร แป ลค วาม ห ม าย ย ก ตั วอย่าง สรุป อ้ างอิ ง
13.
13 การเรียบเรียงให ม่ ก
ารจาแนก ห มวด ห มู่ สังเกต ท าเค้าโค รงเรื่อง ให้คาจากัดความ แปลความหมาย ประมาณค่า ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับเข้าใจมีดังนี้ พฤติกรรม ตัวอย่างคาถาม การสรุปความ จากข้อความที่นักเรียนได้สรุปสาระสาคัญได้อย่างไร การแปลความหม าย บทร้อยกรองข้างต้นตรงกับสุภาษิตไทยคืออะไร การเปรียบเทียบ จงเปรียบเทียบสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือกับภาคใ ต้ อธิบาย จงอธิบายสภาพท้องถิ่นของนักเรียน บรรยาย จากภาพวงจรชีวิตของผีเสื้อให้นักเรียนบรรยายรายละ เอียด 3.ประยุกต์ใช้(Applying) หมายถึง ความสามารถในการนาไปใช้ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ลงมือทา แป ลค วามหมาย ใช้ภาพประกอบ การคานวณ เรียงลาดับ การแก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ คาดคะเน ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับประยุกต์ใช้มีดังนี้ พฤติกรรม ตัวอย่างคาถาม การนาไปป ฏิบัติ นักเรียนสามารถใช้ความรู้ในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร การลงมือ ทา ถ้าเราจะขึงลวดให้ตึงเพื่อทาราวตากผ้าจะต้องทาอย่างไร การใช้ จงยกอาหารที่มีคุณค่าและราคาถูกในชีวิตประจาวันและอธิบ ายด้วยว่ามีคุณค่าต่อร่างกายอย่างไร การจัดการ ถ้านักเรียนมีเงินรายรับเป็นรายเดือน นักเรียนจัดระบบการใช้จ่ายเงินอย่างไรถึงจะมีเงินใช้ทั้งเดือ น การแปลคว ามหมาย “โคมสวรรค์พราวพราย” โคมสวรรค์หมายถึงสิ่งใด
14.
14 4.วิ เ ค
ร า ะ ห์ ( Analyzing) ห ม า ย ถึ ง ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร เ ป รี ย บ เ ที ย บ อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ การจัดการทดลอง แยกกลุ่ม คานวณ วิพากษ์วิจารณ์ ลาดับเรื่อง ทาแผนผัง หาความสัมพันธ์ ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับ วิเคราะห์ มีดังนี้ พฤติกรรม ตัวอย่างคาถาม การจัดระบบ เลขโดด 1-9 นามาสร้างจานวนเต็ม 4 หลักแล้วหารด้วย 5 ลงตัวมีกี่จานวน การสืบเสาะ สืบสวน ข้อใดบ้างกล่าวถึงวิธีการโครงสร้างภูมิคุ้มกันไข้หวัดนก การให้เหตุผล การอ้างเหตุผล ลูกที่ดีของพ่อแม่ควรมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างเพราะเหตุใด จาแนกความแ ตกต่าง นักเรียนบอกความแตกต่างระหว่างกบกับกระต่ายมาตามเ กณฑ์ที่นักเรียนกาหนด การตีค่า “วิชัยทาการบ้านส่งครูทุกวัน” นักเรียนคิดว่าวิชัยเป็นคนอย่างไรเพราะเหตุใด 5.ป ร ะ เ มิ น ค่ า ( Evaluating) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถในการตรวจสอบ วิจารณ์ ตัดสิน ให้คะแนน ประมาณค่า เปรียบเทียบผล ตีค่า สรุป แนะนา สืบค้น ตัดสินใจ คัดเลือก วัด ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับประเมินค่า มีดังนี้ พฤติกรรม ตัวอย่างคาถาม การตรวจสอ บ “รองเท้ากีฬาที่ดีควรมีคุณสมบัติครบทั้ง 4 ประการ” คุณสมบัติเหล่านั้นควรมีอะไรบ้าง ตั้งสมมติฐาน ถ้าท้องฟ้ามืดครึ้มแล้วฝนจะตก นักเรียนคิดว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่เพราะเหตุใด วิพากษ์วิจาร ณ์ ทาไมในสินค้าที่นักเรียนเลือกซื้อต้องมี”วันที่ควรบริโภค”กา กับมาด้วย ทดลอง นักเรียนคนหนึ่งทาการทดลอง
15.
15 ใส่หินอ่านชิ้นเล็กๆในน้าบริสุทธ์และน้าอัดลมอย่างละเท่าๆกั น เพื่อทดลองเรื่องอะไร ตัดสิน นักเรียนสามารถตัดสินคุณค่าของน้าอัดลมและน้าบริสุทธิ์ได้ อย่างไร 6.คิ
ด ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ( Creating) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถในการออกแบบ (Design) วางแผน ผลิต ประดิษฐ์ พยากรณ์ ออกแบบ ทานาย สร้างสูตร วางแผน จินตนาการ ติดตั้ง ตัวอย่างของคาถามที่แสดงถึงพฤติกรรมระดับคิดสร้างสรรค์ มีดังนี้ พฤติกรร ม ตัวอย่างคาถาม ออกแบบ ให้นักเรียนออกแบบห้องนอนที่นักเรียนคิดว่าเหมาะสมและถูกสุ ขลักษณะ สร้าง ให้นักเรียนนาเสนอวิธีการสร้างหุ่นยนต์ใหม่ที่แตกต่างไปจากหุ่ นยนต์เดิม วางแผน นักเรียนช่วยเขียนขั้นตอนการทารายงาน”ท้องถิ่นในฝันของข้า พเจ้า” ปรับปรุง จงบอกวิธีปรับปรุงดินให้เหมาะกับการปลูกข้าว พยากร ณ์ จากข้อมูลของกราฟเส้นตรง นักเรียนคิดว่าในปี พ.ศ. 2557 จะเป็นอย่างไร ใบกิจกรรม 2 “วิเคราะห์ข้อคาถาม” คาชี้แจง อ่านสถานการณ์และคาถามที่กาหนดให้แล้วพิจารณาว่าข้อคาถามแต่ละข้อ สอดคล้องกับทฤษฎี ความรู้ของบลูมในระดับใด
16.
16 การแปรงฟันของคุณ ฟันของเราสะอาดมากขึ้นและมากขึ้นเมื่อเราแปรงนานขึ้นและแรงขึ้นใช่หรื อไม่? นักวิจัยชาวอังกฤษบอกว่าไม่ใช่ เขาได้ทดสอบหลาย ๆ
ทางเลือก และท้ายที่สุดก็พบวิธีที่สมบูรณ์แบบในการแปรงฟัน การแปรงฟัน 2 นาที โด ยไม่แปรงฟัน แรงจนเกินไปให้ผลที่ดีที่สุด ถ้าคุณ แป รงฟันแรง คุณกาลังทาร้ายเคลือบฟันและเหงือกโดยไม่ได้ขจัดเศษอาหารหรือคราบหิ นปูน เบ น ท์ ฮั น เซน ผู้เชี่ยวช าญ เรื่องก ารแ ป ร งฟั น ก ล่าวว่า วิ ธี จั บ แ ป ร ง สี ฟั น ที่ ดี ก็ คื อ จั บ ใ ห้ เ ห มื อ น จับปากกา “เริ่มจากมุมหนึ่ง และแปรงไปตามฟันจนหมดแถว” เธอบอกว่า “อย่าลืมลิ้นของคุณ ด้วย มันสามารถสะสมแบค ทีเรียได้มากทีเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก 1. จากบทความดังกล่าวมีผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะวิธีการจับแปรงสีฟันที่ดีอย่างไ ร วัดพฤติกรรม ระดับ.......................................................................................... เพราะ.................................................................................................. ............................................................. 2. จากบทความดังกล่าวมีสาระสาคัญว่าอย่างไร สอดคล้องกับทฤษฎีความรู้ของบลูม ระดับ................................................................................................... .. เพราะ.................................................................................................. ............................................................. 3. นักเรียนจะนาความรู้เรื่องนี้ไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันได้อย่างไรบ้าง
17.
17 สอดคล้องกับทฤษฎีความรู้ของบลูม ระดับ................................................................................................... .. เพราะ.................................................................................................. ............................................................. 4. เพราะเหตุใดการแปรงฟันตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนาจึงสามารถทาให้สุขภา พปากและฟันดีขึ้น สอดคล้องกับทฤษฎีความรู้ของบลูม ระดับ................................................................................................... .. เพราะ.................................................................................................. ............................................................. 5. ถ้าเราจะออกแบบวิธีการทดลองตามที่นักวิจัยกล่าวตามบทความ นักเรียนจะออกแบบอย่างไร สอดคล้องกับทฤษฎีความรู้ของบลูม ระดับ................................................................................................... .. เพราะ.................................................................................................. ............................................................. 6. พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติในการแปรงฟันทุกวันนี้ดีหรือไม่ เพราะเหตุใด
และจะปรับปรุงอย่างไรให้สุขภาพ ช่องปากดีขึ้น สอดคล้องกับทฤษฎีความรู้ของบลูม ระดับ................................................................................................... ..
18.
18 เพราะ.................................................................................................. ............................................................. ใบความรู้ 3 รูปแบบของเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบอัตนัย การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบอัตนัยเป็นการสร้างข้อสอบให้ ผู้เข้าสอบเขียนตอบโดยมีความเชื่อว่าถ้าผู้เข้าสอบมีความรู้ในเรื่องนั้นดี ก็ จ
ะ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น อ ธิ บ า ย ไ ด้ อ ย่ า ง ชั ด เ จ น โดยรูปแบบของข้อสอบอัตนัยสามารถจาแนกตามบริบทของการทดสอบได้ ดังต่อไปนี้ 1 . ข้ อ ส อ บ อั ต นั ย ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ท ด ส อ บ โ ด ย ทั่ ว ไ ป กาหนดให้ผู้เข้าสอบนาเสนอคาตอบใน 2 รูปแบบ คือ 1 .1 แ บ บ จ า กั ด ค า ต อ บ ( Restriced-answer essay) เป็ น ข้ อ ส อ บ ที่ ผู้ ต อ บ ต้ อ ง ต อ บ ใ ห้ ต ร ง ป ร ะ เด็ น ที่ ต้ อ ง ก า ร ถ้าตอบเป็นอย่างอื่นจะไม่ได้คะแนน แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1 ) แ บ บ เ ติ ม ค า ใ ห้ ส ม บู ร ณ์ ( Completion Item) มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ข้ อ ค า ถ า ม ที่ เ ว้ น ค า ห รื อ ว ลี ไ ว้ แ ล้ ว ให้ผู้เข้าสอบเติมคาหรือวลีที่เป็นคาตอบที่ถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว ทั้งนี้ Cocks แ ล ะ Bormuth ( 1 9 7 5 ) ได้เสนอแนะว่าบางครั้งอาจจาเป็นต้องให้คะแนนสาหรับคาตอบที่คล้ายกันห รือข้อความที่ใช้แทนกันด้วยความเหมาะสม 2) แบบตอบสั้น (short-answer essay) ข้อสอบแบบตอบสั้น มีเจต นาให้ผู้เข้าสอบเสนอคาตอบออก มา ซึ่งข้อสอบ แบบตอบสั้น นี้ ถูกเลือกใช้ในการเขียนข้อสอบแบบอัตนัยบ่อยครั้งมากเพราะสามารถถามไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม แ ล ะ ลึ ก ก ว่ า ข้ อ ส อ บ แ บ บ เติ ม ค า ใ ห้ ส ม บู ร ณ์
19.
19 แต่มีข้อจากัดเรื่องการตรวจให้คะแนนโดยต้องให้ความสาคัญกับเกณฑ์การ ให้คะแนนที่ชัดเจนเพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการให้คะแนน 1.2 แบบไม่จากัดคาตอบ (Unrestriced-answer
essay หรือ Extended-answer essay) เป็นข้อสอบที่มีวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบความเข้าใจทั้งหมดในเรื่องที่เรี ยนรู้ โดยผู้เข้าสอบ จะต้องเขียนค าต อบได้อย่างรวบรัดและชัดเจ น ผู้ออกข้อสอบต้องกาหนดรูปแบบคาตอบ/ขอบเขตของการตอบเป็นเกณฑ์ใ นการให้คะแนนอย่างชัดเจน จึงสามารถตรวจ ให้คะแนนได้ตรงกัน 2. ข้อสอบอัตนัยที่ใช้ในการทดสอบในระดับนานาชาติ (PISA) จะมีสถานการณ์ที่ใช้เป็นข้อมูลในการตอบคาถามให้และมีคาถามให้ผู้เข้าส อบพิจารณา และนาเสนอคาตอบใน 3 แบบ ได้แก่ 2 . 1 แ บ บ ส ร้ า ง ค า ต อ บ แ บ บ ปิ ด มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถามแล้วให้ผู้เข้าสอบเขียนคาตอบที่เป็นคาต อบถูกต้องที่มีลักษณะเฉพาะและชัดเจน เช่น คาถาม บริษัทที่ทาขนมปังกรอบชื่อบริษัทอะไร ................................................................................................. ......................................................... 2.2 แบบเขียนตอบสั้นๆ มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถาม และให้ผู้เข้าสอบเขียนคาตอบสั้น ๆ ในที่ว่างที่เตรียมไว้ในแบบทดสอบ ซึ่งอาจเขียนคาตอบเป็นตัวหนังสือ วาดภาพ และ/หรือเขียนตัวเลข เช่น คาถาม ลักษณะอย่างใดของภาพยนตร์ ที่ทาให้คนในเมืองมาซอนโดโกรธแค้น ................................................................................................. ......................................... 2 . 3 แ บ บ ส ร้ า ง ค า ต อ บ แ บ บ อิ ส ร ะ มีลักษณะเป็นข้อสอบที่มีข้อคาถามแล้วให้ผู้เข้าสอบอธิบายคาตอบหรือให้เห ตุ ผ ล ป ร ะ ก อ บ ค า ต อ บ ที่ แ ส ด ง ค ว า ม เข้ า ใ จ ที่ มี ต่ อ ค า ถ า ม
20.
20 ผู้ เข้ าส
อ บ ค ว ร เขี ย น ค าต อ บ ใ น เส้ น บ ร ร ทั ด ที่ ก า ห น ด ไ ว้ ใ ห้ จานวนเส้นบรรทัดจะเป็นตัวบอกความยาวอย่างคร่าว ๆ ที่ควรเขียนตอบ คาถาม คาพูดของนักข่าวคนนี้ เป็นการแปลความหมายกราฟอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ พร้อมเขียนคาอธิบายสนับสนุนคาตอบ ................................................................................................. ......................................... ................................................................................................. ......................................... ดั ง นั้ น เมื่อพิจารณาลักษณะของข้อสอบที่ใช้ทดสอบในการทดสอบทั่วไปและการท ดสอบในระดับนานาชาติมีความคล้ายคลึงซึ่งสามารถสรุปได้ดังตารางต่อไป นี้ ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบโดยทั่ วไป ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบในระดับนา นาชาติ (PISA) 1. แบบจากัดคาตอบ 1. แบบสร้างคาตอบแบบปิด 2. แบบเขียนตอบสั้นๆ 2 . แบบไม่จากัดคาตอบหรือตอบอ ย่างอิสระ 3. แบบสร้างคาตอบแบบอิสระ นอกจากนี้การข้อสอบอัตนัยที่ในการทดสอบระดับนานาชาติ ยังมี ลัก ษณ ะพิ เศษ เกี่ย วกับ ก าร ก าห น ด เก ณ ฑ์ ก าร ป ร ะ เมิ น คื อ มี ก า ร ก า ห น ด เ ก ณ ฑ์ ก า ร ใ ห้ ค ะ แ น น ที่ ชั ด เ จ น โดยเกณฑ์ให้คะแนนแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1.แบบให้คะแนนเป็น 2 ค่า กล่าวคือ ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน ซึ่งจะกาหนดขอบเขตในการตอบของผู้เข้าสอบ กรณีได้คะแนนและไม่ได้คะแนน เช่น คาถาม
21.
21 บ ริ ษั
ท ที่ ท า ข น ม ปั ง ก ร อ บ ชื่ อ บ ริ ษั ท อ ะ ไ ร .............................................................................. การให้คะแนน คะแนนเต็ม รหัส 1 : ระบุชื่อผู้ผลิตได้อย่างถูกต้อง ไฟน์ฟู้ดส์ หรือบริษัท ไฟน์ฟู้ดส์ จากัด ไม่ได้คะแนน รหัส 0: ให้คาตอบที่ไม่เพียงพอหรือกว้างเกิน ผู้ผลิต ใครก็ได้บางคน บริษัท แสดงความเข้าใจเนื้อเรื่องที่คลาดเคลื่อนหรือให้คาตอบทีเป็นไปไม่ไ ด้หรือไม่เกี่ยวข้อง ครีมมะนาว ซุปเปอร์มาเก็ต คนทาขนมปัง รหัส 9: ไม่ตอบ 2.ใ ห้ ค ะ แ น น ม า ก ก ว่ า 2 ค่ า ซึ่งจะกาหนดขอบเขตในการตอบของผู้เข้าสอบที่ได้คะแนนใน แต่ละระดับ เช่น คาถาม ลักษณะอย่างใดของภาพยนตร์ ที่ทาให้คนในเมืองมาซอนโดโกรธแค้น ................................................................................................... .......................................
22.
22 การให้คะแนน คะแนนเต็ม รหัส 2: อ้างถึง
ความเป็นนิยายของภาพยนตร์ หรือ โดยเฉพาะตัวนักแสดงที่ตายแล้วจะปรากฎตัวขึ้นมาใหม่อีก อาจคัดลอกประโยคที่สามจากเนื้อเรื่องมาโดยตรง (“...เพราะว่าตัวละครที่ตายและถูกฝังแล้วในเรื่องหนึ่ง ซึ่งพวกเขาได้เศร้าโศกและเสียน้าตาไปอย่างมาก กลับมีชีวิตขึ้นมาและกลายเป็นชาวอาหรับในเรื่องใหม่...”) หรือในข้อความสุดท้าย (“สิ่งที่มีเป็นเพียงภาพในจินตนาการเท่านั้น”) คนที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีก พวกเขาคิดว่าภาพยนตร์เป็นเรื่องจริงแต่กลับไม่ใช่ พวกเขาคิดว่าคนในภาพยนตร์แกล้งตาย และพวกเขาถูกหลอกเหมือนคนโง่ ตัวละครที่ตายและถูกฝังแล้วในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกในภาพยนตร์เรื่องต่อมา ได้คะแนนบางส่วน รหัส 1: อ้างถึง ความหลอกลวงหรือเล่ห์เหลี่ยมหรือความคาดหวังของผู้ดูที่ถูกทาลายลง อาจอ้างคาว่า “สิ่งหลอกลวง” หรือ “เหยื่อของธุรกิจหนังเร่” โดยตรง ไม่ได้คะแนน รหัส 0: ให้คาตอบที่ไม่เพียงพอหรือไม่ตรงประเด็น พวกเขาโกรธ บรูโน เครสปี พวกเขาไม่ชอบภาพยนตร์ที่นามาฉาย พวกเขาต้องการเงินคืน พวกเขาคิดว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อ พวกเขาเป็นคนรุนแรง พวกเขาโง่ พวกเขาแสดงความรู้สึกของตนเอง เพราะพวกเขาจ่ายเงินสองเซ็นตาโวแต่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการ (คาว่า “สิ่งที่ต้องการ” กว้างเกินไป)
23.
23 หรือ แสดงถึง ความไม่เข้าใจ
ในเนื้อหาที่อ่าน หรือให้คาตอบที่ไม่มีเหตุผลหรือที่ไม่เกี่ยวข้อง พวกเขารู้สึกว่าไม่ควรยุ่งกับปัญหาผู้อื่น (ผิด คนเราต้องกายุ่งกับปัญหาจริง ๆ ของคนอื่น) เป็นวิธีที่พวกเขาประท้วงการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ พวกเขาโกรธที่ต้องมาดูคนตายและถูกฝัง (อ้างประโยคที่ทาให้คิดว่า “พวกเขาไม่ชอบเห็นคนตายในภาพยนตร์”...เป็นการแปลความที่ไม่ถูก) รหัส 9: ไม่ตอบ ดั ง นั้ น ก า ร เ ขี ย น ข้ อ ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย อ าจ ส ร้ าง ไ ด้ ง่า ย ก ว่ าข้ อ ส อ บ แ บ บ เลื อ ก ต อ บ ( Multiple-choice) เพ ร า ะ มี เพี ย ง ข้ อ ค า ถ า ม ไ ม่ ต้ อ ง มี ตั ว เลื อ ก ใ ห้ กั บ ผู้ เข้ า ส อ บ ผู้ เ ข้ า ส อ บ เ ป็ น ผู้ เ ขี ย น ต อ บ เ อ ง แต่ ข้ อ สอ บ ลัก ษ ณ ะ นี้ ห าก ไ ม่ มี เก ณ ฑ์ ก าร ใ ห้ ค ะ แ น น ที่ ชั ด เจ น จะทาให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการให้คะแนน ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ออก ข้ อสอบ ต้องต รวจ สอบ คุณ ภาพ ข องเก ณ ฑ์ ก าร ใ ห้ค ะแน น โดยเกณฑ์การให้คะแนนที่มีประสิทธิภาพจะทาให้ผู้ตรวจข้อสอบให้คะแนน จากการตรวจผลงานของผู้เข้าสอบได้ตรงกัน ใบกิจกรรม 3 รูปแบบของเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบอัตนัย ตัวอย่างข้อสอบ PISA ข้อ 1 มาซอนโด
24.
24 มาซอนโด ด้ ว ย
ค ว า ม ล ะ ล า น ต า ข อ งสิ่ ง ป ร ะ ดิ ษ ฐ์ที่ น่ า พิ ศ ว ง ช าว เมื อ งม า ความมหัศจ รรย์นั้นเริ่มต้นจ าก ตรงไหน พวก เขายอมอด หลับ อดนอนทั้งคืน ที่มี ก ร ะ แส ไ ฟ ป้อ น มาจ าก เค รื่องปั่น ไ ฟ ที่ ออ ร์เร เลีย โน ท ริสเต บ ร ร ทุก แ ล ะ พ ย า ย า ม ท น เ พื่ อ ใ ห้ คุ้ น กั บ เ สี ย ง ตู ม ตู ม ข อ ง เ ค ร ต่อมาพ วกเข าก็เริ่มไม่พ อใ จกับก ารชมภาพ ยน ต ร์ ที่เค ลื่อน ไห วเห มือน มีช พ่อค้าผู้ร่ารวยนามาฉายในโรงฉายที่มีช่องขายตั๋วทาเป็นหัวสิงโตเพราะว่าตัวละครที่ตา ซึ่งพวกเขาได้เศร้าโศกและเสียน้าตาไปอย่างมาก กลับมีชีวิตขึ้นมาและกลายเป ผู้ช มต้องจ่าย เงิน สอ งเซ็น ต าโวเป็น ค่าตั๋ วเข้าช ม เพื่ อร่วมเสียใ จ กั บ ค วา พวกเขาไม่ยอมถูกหลอกให้ดูของไม่จริงอีกต่อไป จึงแสดงความโกรธด้วยการทุบทา ได้ข อร้องให้นายกเทศมนตรีช่วยประกาศว่าภาพ ยนตร์เป็นเพียงภาพลวงต า แ ล ะ ไ ม่ มี ค่ า ค ว ร แ ก่ ก า ร ที่ ผู้ ช ม จ ะ ร ะ เ บิ ด ค จากคาชี้แจงที่เตือนสตินี้เองทาให้หลายคนรู้สึกว่าตนตกเป็นเหยื่อของธุรกิจหนังเร่จึง เพราะคิดว่าตัวเองก็มีความทุกข์ยากมากเกินกว่าที่จะไปร้องไห้กับสิ่งที่เป็นเพียงภาพลวง คาถาม: มาซอนโด นัก เรียนเห็น ด้วยห รือไ ม่กับ ก ารตัด สิน ใจข องชาวเมืองมาซอน โด เกี่ยวกับคุณค่าของภาพยนตร์ จงอธิบายคาตอบโดยเปรียบเทียบความรู้สึกของนักเรียนกับของชาวเมืองมา ซอนโดที่มีต่อภาพยนตร์ .......................................................................................................... .................................................................. .......................................................................................................... .................................................................. ข้อ 2 ป้ายประกาศในซุปเปอร์มาร์เก็ต การแจ้งเตือนการแพ้ถั่วลิสง ขนมปังกรอบไส้ครีมมะนาว วันที่แจ้งเตือน: 4 กุมภาพันธ์ ชื่อผู้ผลิต: บริษัท ไฟน์ฟู้ดส์ จากัด ข้อมูลผลิตภัณฑ์: ขนมปังกรองไส้ครีมมะนาว 125 กรัม
25.
25 (ควรบริโภคก่อน 18 มิถุนายน
และ ควรบริโภคก่อน 1 กรกฎาคม) รายละเอียด:ขนมปังกรอบบางอย่างในรุ่นการผลิตเหล่านี้ อาจมีชิ้นส่วนของถั่วลิสงผสมอยู่ แต่ไม่แจ้งไว้ในรายการส่วนผสม คนที่แพ้ถั่วไม่ควรรับประทานขนมปังกรอบนี้ การปฏิบัติของผู้บริโภค: ถ้าท่านซื้อขนมปังกรองนี้ไป ท่านสามารถนามาคืน ณ ที่ที่ท่านซื้อ เพื่อรับเงินคืนได้เต็มจานวนหรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ มได้ที่ 1800 034 241 คาถาม: ป้ายประกาศในซุปเปอร์มาร์เก็ต บริษัทที่ทาขนมปังกรองชื่อบริษัทอะไร.................................................... ..........................................................
26.
26 ข้อ 3 รถไฟใต้ดิน คาถาม:
รถไฟใต้ดิน นักเรียนจะหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบรถไฟใต้ดินเพิ่มเติมจากที่แสดงไว้ในหน้า รถไฟใต้ดินได้อย่างไร …………………………………………………………………………… …………………………................................................ …………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..
27.
27 …………………………………………………………………………… …………………………................................................ …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………….. ข้อ 4 ปลายทางที่บัวโนส
ไอเรส ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส และแล้วเครื่องบินขนส่งไปรษณียภัณฑ์สามลาจากปาตาโกเนีย1 ชิลี และปารากวัย ไ ด้ เ ดิ น ท า ง ก ลั บ ม า จ า ก ท า ง ใ ต้ ต ะ วั น ต ก แ ล ะ เ ห นื อ สู่ บั ว โ น ส ไ อ เ ร ส ซึ่ ง ที่ นั่ น ก า ลั ง ร อ ค อ ย สิ น ค้ า จ า ก เ ค รื่ อ ง บิ น เ ห ล่ า นั้ น เพื่อเครื่องบินที่จะเดินทางไปยุโรปสามารถออกเดินทางประมาณเที่ยงคืนได้ นักบินสามคนที่อยู่เบื้องหลังแผงควบคุมที่ใหญ่ราวกับเรือบรรทุกสินค้าตกอยู่ในความมื ด แ ล ะ จ ด จ่ อ อ ยู่ กั บ เ ที่ ย ว บิ น ข อ ง เ ข า ที่ ก า ลั ง เค ลื่ อ น ตั ว เข้ า สู่ เ มื อ ง ใ ห ญ่ ซึ่ งจ ะต้ อง ล ดค วาม สูง ล งอ ย่ างช้ า ๆ เพื่ อ อ อ กจ ากท้ อ งฟ้ าที่ มี พ ายุ หรือ เงียบ ส ง บ ราวกับคนประหลาดกาลังลงมาจากภูเขา รีวิแอร์ ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการทั้งหมด เดินไปมาในที่ลงจอดของบัวโนส ไอเรส เขายังคงเงียบจนกว่าเครื่องบินทั้งสามลาจะมาถึง ตลอดทั้งวันเขารู้ สึกเหมือนมีลางร้าย เ ว ล า ผ่ า น ไ ป น า ที แ ล้ ว น า ที เ ล่ า จ น ก ร ะ ทั่ ง มี โ ท ร เ ล ข ม า ถึ ง รีวิแอร์รู้สึกว่าเขาได้ช่วงชิงบางสิ่งจากโชคชะตาซึ่งค่อย ๆ ลดสิ่งที่เขาไม่รู้ลงทีละน้อย และดึงลูกเรือของเขาให้พ้นจากความมืดมาสู่ฝั่ง ลูกเรือคนหนึ่งติดต่อกับรีวิแอร์ด้วยข้อความทางวิทยุ ไปรษณี ยภัณฑ์จากชิลีรายงานว่าเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างจากบัวโนส ไอเรสแล้วเยี่ยมมาก ไม่นานนัก รีวิแอร์ก็ได้ยินเสียงเครื่องบิน ความมือได้ยอมปล่อยหนึ่งในนั้นออกมาแล้ว ดั่ ง ท ะ เ ล ที่ มี ค ลื่ น ขึ้ น ๆ ล ง ๆ แล ะ สิ่ง ลี้ ลั บ ต้ อ งยอ ม คื นส ม บั ติ ที่ มั นโยนเล่ นไ ป ม าเป็ นเว ล านานให้ กั บ ช ายหาด
28.
28 ในไม่ช้ามันคงจะคืนอีกสองคนที่เหลือกลับมา ใ น วั
น นี้ ก า ร ท า ง า น ก็ จ บ สิ้ น ล ง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เหนื่อยล้าคงจะกลับไปนอนและมีเจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่สดชื่นมาทาหน้าที่แทน มี เ พี ย ง แ ต่ รี วิ แ อ ร์ เ ท่ า นั้ น ที่ ไ ม่ ไ ด้ พั ก จากนั้นก็มาถึงคราวของไปรษณีย์ภัณ ฑ์จากยุโรปที่จะเข้ามาเพิ่มความวิตกให้เขาอีก และมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด และตลอดไป คาถาม: ปลายทางที่บัวโนส ไอเรส “ป ล า ย ท า งที่ บั ว โ น ส ไ อ เร ส ” ถู ก เขี ย น ขึ้ น ใ น ปี ค .ศ . 1 9 3 1 นักเรียนคิดว่าปัจจุบันนี้ ความกังวลของรีวิแอร์ ยังเป็นเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ให้เหตุผลอธิบายคาตอบของนักเรียน .......................................................................................................... .......................................................................................................... .......................................................................................................... ................................................ คาชี้แจง ให้ผู้เข้ารับการอบรมวิเคราะห์รูปแบบของข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบ ระดับนานาชาติ (PISA) ข้อที่ 1–4 ว่าเป็นรูปแบบใด พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลประกอบการเลือกรูปแบบของข้อสอบดังกล่าว รูปแบบของข้อสอบ เหตุผล ข้อ 1 สร้างคาตอบแบบปิด เขียนตอบสั้น ๆ สร้างคาตอบแบบอิสระ ข้อ 2 สร้างคาตอบแบบปิด เขียนตอบสั้นๆ สร้างคาตอบแบบอิสระ
29.
29 ข้อ 3 สร้างคาตอบแบบปิด
เขียนตอบสั้นๆ สร้างคาตอบแบบอิสระ ข้อ 4 สร้างคาตอบแบบปิด เขียนตอบสั้นๆ สร้างคาตอบแบบอิสระ ใบความรู้ที่ 4 การวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดในการสร้างเครื่องมือวัดผลสัมฤ ทธิ์ทางการเรียนแบบอัตนัย เพื่ อ ที่ จ ะ ป ร ะ เมิ น ก า ร เรี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เรี ย น ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง สามารถสะท้อนผลสัมฤท ธิ์ของผู้เรียน ตามผลก ารเรียน รู้ที่ต้องก าร จาเป็นต้องเลือกใช้ข้อคาถามใหม่ให้เหมาะสมสาหรับทดสอบโดยทั่วไป ข้ อ ค า ถ า ม แ บ บ อั ต นั ย ( เ ขี ย น ต อ บ ) จะ เห มาะกับ ก ารป ร ะเมิน เพื่อดูค วามเข้ าใจ ใ น เนื้อห าข องผู้เรียน และประเมินความสามารถในการให้เหตุผลโดยใช้ความรู้ที่มีในวิชานั้น ๆ ซึ่งมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดจะประกอบด้วยคากริยาที่จะให้ทิศทาง สาหรับการเลือกใช้วิธีการประเมิน บอกทิศทางการตอบสนองของผู้เรียน เช่น สร้างสรรค์ อธิบาย จะบ่งบอกว่าผู้เรียนต้อง “สร้างคาตอบ” มากกว่า “ก า ร เลื อ ก ต อ บ ” ข ณ ะ ที่ “ก า ร ร ะ บุ ” บ่ ง ชี้ ใ ห้ ก า ร เลื อ ก ต อ บ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม มี ค า ก ริ ย า บ า ง ค า เ ช่ น “ตี ค ว า ม ” ที่ อ าจ ใ ช้ ก าร ป ร ะ เมิ น แ บ บ เขี ย น ต อ บ ห รือ เลื อ ก ค าต อ บ ก็ ไ ด้ เ นื่ อ ง จ า ก ไ ม่ บ่ ง บ อ ก ว่ า จ ะ ใ ช้ รู ป แ บ บ ใ ด กรณีนี้ผู้ออกแบบเครื่องมือที่จะใช้ในการประเมินจาเป็นต้องตัดสินใจว่า จ ะ เ ลื อ ก ใ ช้ ข้ อ ค า ถ า ม รู ป แ บ บ ใ ด จึ ง จ ะ เ ห ม า ะ ส ม อาจต้องพิจารณาว่ามีทักษะในการเขียนข้อคาถามชนิดเลือกตอบเพียงใด มีเวลา/ทรัพยากรในการตรวจให้คะแนนเพียงใด
30.
30 กร ณี มีทัก
ษะใ น ก ารเขียน ข้อค าถามแบ บ เลือก ต อบ น้อย แ ล ะ มี เว ล า /ท รั พ ย า ก ร ใ น ก า ร ต ร ว จ ใ ห้ ค ะ แ น น เพี ย ง พ อ ควรเลือกข้อคาถามแบบอัตนัย (เขียนตอบ) ก รณี มีทัก ษะใ น ก าร เขี ยน ข้อค าถ ามแบ บ เลือก ต อบ มาก แ ล ะ มี เว ล า /ท รั พ ย า ก ร ใ น ก า ร ต ร ว จ ใ ห้ ค ะ แ น น จ า กั ด ควรเลือกข้อคาถามแบบปรนัย (เลือกตอบ) ทั้ ง นี้ ในก ารวิเคราะห์ค าสาคัญข องแต่ละมาต รฐาน ก ารเรียนรู้/ตัวชี้วัด ให้พิจารณาระดับพฤติกรรมการวัดของคานั้น ๆ จากบริบทที่เกี่ยวข้องด้วย ความรู้เกี่ยวกับลักษณะพฤติกรรมของตัวชี้วัด (K-A-P) ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น ได้กาหนดกรอบการวิเคราะห์เป็นแนวทางเชื่อมโยงและความสอดคล้อง จากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางกา ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2551 เพื่อระบุสัดส่วนพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เป็นเป้าหมายการจัดการเรียนรู้แบบอิ ง ม า ต ร ฐ า น ( Standard based learning) โดยบูรณาการทฤษฎีการเรียนรู้ตามทฤษฎีของบลูม (Bloom’s Taxonomy, 1956) แ ล ะ Bloom’s Revised Taxonomy, 2001 แอนเดออสันและแครธโวล (Anderson & Krathwolh, 2001) พฤติกรรมการเรียนรู้ที่ปรากฏในมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ (Knowledge: K) ด้านคุณลักษณ ะ (Attribute: A) และด้านกระบวนการและทักษะ (Process and Skill: P) ดังนี้ 1.ด้านความรู้(Knowledge: K) เป็นพฤติกรรมทางด้านความรู้และสติปัญญาของมนุษย์โดยผ่านกระบวนกา รทางสมอง ซึ่งความรู้ดังกล่าวประกอบด้วย ความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง ความรู้ที่เป็นความคิดรวบยอด ความรู้เกี่ยวกับวิธีและกระบวนการการ และความรู้ที่เกี่ยวกับทักษะหรือกระบวนการความคิดของตนเอง
31.
31 (อภิปัญญา) โดยด้านความรู้ส่วนใหญ่จะยึดตามทฤษฎีทางความรู้ของบลูม (Bloom Taxonomy)
ซึ่งมีลาดับขั้น 6 ขั้น ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ 1 ) จ า ( Remembering) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถในก ารระลึกได้ แสดงรายการได้ บอกได้ ระบุชื่อได้ ก าร บ อก ชื่ อ ก าร บ อก ต าแห น่ ง ก าร ใ ห้ สัญ ลัก ษณ์ ยก ตัวอ ย่าง บอกความสัมพันธ์ การจัดกลุ่ม คัดเลือกได้ อธิบายใต้รูปภาพ เรียงลาดับ จับคู่ บันทึกข้อมูล 2 ) เ ข้ า ใ จ ( Understanding) ห ม า ย ถึ ง ค วามสามาร ถ ใ น ก าร แป ลค วาม ห ม าย ย ก ตั วอย่าง สรุป อ้ างอิ ง การเรียบเรียงให ม่ ก ารจาแนก ห มวด ห มู่ สังเกต ท าเค้าโค รงเรื่อง ให้คาจากัดความ แปลความหมาย ประมาณค่า 3 ) ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ( Applying) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถ ในก ารน าไปใช้ ประยุก ต์ใช้ แก้ไขปัญหา ลงมือท า แปลความหมาย ใช้ภาพประกอบ การคานวณ เรียงลาดับ การแก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ คาดคะเน 4 ) วิ เ ค ร า ะ ห์ ( Analyzing) ห ม า ย ถึ ง ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร เ ป รี ย บ เ ที ย บ อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ การจัดการทดลอง แยกกลุ่ม คานวณ วิพากษ์วิจารณ์ ลาดับเรื่อง ทาแผนผัง หาความสัมพันธ์ 5 ) ป ร ะ เ มิ น ค่ า ( Evaluating) ห ม า ย ถึ ง ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ วิ จ า ร ณ์ ตั ด สิ น ให้คะแนน ประมาณค่า เปรียบเทียบผล ตีค่า สรุป แนะนา สืบค้น ตัดสินใจ คัดเลือก วัด 6 ) คิ ด ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ( Creating) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถในการออกแบบ (Design) วางแผน ผลิต ประดิษฐ์ พยากรณ์ ออกแบบ ทานาย สร้างสูตร วางแผน จินตนาการ ติดตั้ง 2.ด้านคุณลักษณะ (Attribute: A) หมายถึง ลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนอันเป็นคุณลักษณะที่สังคมต้องการในด้า
32.
32 นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
จิตสานึก สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งคุณลักษณะที่ดีคือให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข ค น ดี คือ คนที่ดาเนินชีวิตอย่างมีคุณ ภาพ มีจิตใจที่ดีงาม มี คุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม มี คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ที่ พึงป ร ะสงค์ทั้งด้าน จิต ใ จ และพ ฤ ติก รร มที่ แสด งออก เช่ น มีวินั ย มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเหตุผล รู้หน้าที่ ซื่อสัตย์ พากเพียร ขยัน ประหยัด มีจิตใ จเป็น ป ร ะชาธิป ไต ย เค ารพ ความคิด เห็น และ สิท ธิข องผู้อื่น มีความเสียสละ รักษาสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติสุข ค น เก่ ง คื อ ค น ที่ มีส มร ร ถ ภาพ สู งใ น ก าร ด าเนิ น ชีวิ ต โดยมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งหรือรอบด้านหรือมีความสามารถพิเศษร อบด้าน เช่น ความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ มีความคิดสร้างสรรค์ มีค วามสามาร ถ ด้ าน ภาษา ด น ต รี กีฬ า มีภาวะผู้น า รู้จัก ต น เอ ง ควบคุมตนเองได้ เป็นคนทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันโลก ทันเทคโนโลยี มีค ว ามเป็ น ไ ท ย ส ามา ร ถ พั ฒ น าต น เองไ ด้ อย่ างเต็ ม ศั ก ยภ า พ และทาประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติได้ ค น มีค วา มสุข คือ ค น ที่มีสุข ภาพ ก ายและสุข ภาพ จิต ดี เป็นคนร่าเริงแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มี ค ว า ม รั ก ต่ อ ทุ ก ส ร ร พ สิ่ ง มี ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย จ า ก อ บ า ย มุ ข และสามารถดารงชีวิตได้อย่างพอเพียงตามอัตภาพ 3.ด้านกระบวนการและทักษะ (Process and Skill: P) ได้จาแนกดังนี้ 3.1 ทักษะการสื่อสาร ได้แก่ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน 3.2 ทักษะและกระบวนการทางาน - ทั ก ษ ะ แ ล ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ไ ด้ แ ก่ ค วาม ส ม าร ถ ใ น ก าร แ ก้ ปั ญ ห า ค วา มส าร ถ ใ น ก าร ใ ห้ เห ตุ ผ ล ความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และนาเสนอ ความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ และการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นต้น - ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ไ ด้ แ ก่ ทั ก ษ ะ ก า ร ก า ห น ด แ ล ะ ค ว บ คุ ม ตั ว แ ป ร ทั ก ษ ะ
33.
33 ก า ร
ค า น ว ณ ทั ก ษ ะ ก า ร จั ด ท า แ ล ะ สื่ อ ค ว า ม ห ม า ย ข้ อ มู ล ทั ก ษ ะ ก าร จ า แ น ก ป ร ะ เภ ท ทั ก ษ ะ ก า ร ตั้ งส ม ม ติ ฐ า น ทั ก ษ ะ ก า ร ตี ค ว า ม ห ม า ย ข้ อ มู ล ทั ก ษ ะ ก า ร ท ด ล อ ง ทั ก ษ ะ ก าร ก าห น ด นิ ย าม เชิ งป ฏิ บั ติ ก าร ทั ก ษ ะ ก าร พ ย าก ร ณ์ ทัก ษ ะ ก าร ล งค วามเห็ น ข้ อมู ล ทั ก ษ ะ ก าร วัด ทั ก ษ ะก าร สังเก ต ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับมิติและมิติกับเวลา เป็นต้น - ก ร ะ บ วน ก าร วิ ธี ก า ร ท า งป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ไ ด้ แ ก่ ก า ร ตั้ ง ป ร ะ เด็ น ที่ จ ะ ศึ ก ษ า สื บ ค้ น แ ล ะ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ ตี ค ว า ม ข้ อ มู ล ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ก า ร คั ด เ ลื อ ก แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ข้ อ มู ล การเรียบเรียงรายงานข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น - กระบวนการคิดแก้ปัญหา ได้แก่ ทาความเข้าใจปัญหา ว า ง แ ผ น อ อ ก แ บ บ แ ก้ ปั ญ ห า ด า เ นิ น ก า ร ต า ม แ ผ น สรุปและตรวจสอบการแก้ปัญหา เป็นต้น - ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี ไ ด้ แ ก่ เ ข้ า ใ จ แ ล ะ ใ ช้ ร ะ บ บ เ ท ค โ น โ ล ยี เลือกและใช้โปรแกรมประยุกต์อย่างเหมาะสม เรียนรู้โปรแกรมใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เป็นต้น - ทั ก ษ ะ ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ไ ด้ แ ก่ วิ เค ร า ะ ห์ ง า น ว า ง แ ผ น ก า ร ท า ง า น ล ง มื อ ท า ง า น ป ร ะ เ มิ น ผ ล การทางาน การทางานเป็นทีม เป็นต้น ตัวอย่างการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 สาระที่1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดารงชีวิต ม า ต ร ฐ า น ว 1.1: เข้ า ใ จ ห น่ ว ย พื้ น ฐ า น ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ข อ ง สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ ท า ง า น สั ม พั น ธ์ กั น มีก ร ะ บ วน ก าร สืบ เสาะห าค วาม รู้ สื่อสาร สิ่งที่ เรียน รู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิ ต
34.
34 ตัวชี้วัด ลักษณะของพฤติกรร ม ความ รู้ (K) คุณลักษ ณะ (A) ทักษ ะ (P) 1. ทดลองและอธิบายการรักษาดุลยภาพของเซลล์ ของสิ่งมีชีวิต -
2. ทดลองและอธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้าในพืช - 3. สืบค้นข้อมูลและอธิบายกลไกการควบคุมดุลยภาพของน้า แร่ธาตุ และอุณหภูมิของมนุษย์และสัตว์อื่นๆ และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ - 4. อธิบายเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและนาความรู้ไปใช้ ในการดูแล รักษาสุขภาพ - กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 สาระที่1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.1: เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชีวิตจ ริง ตัวชี้วัด คาสาคัญ ความรู้ (K) คุณลักษณ ะ (A) ทักษะ (P) 1. เขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมและเขียนทศนิยมซ้า ในรูปเศษส่วน - - 2. จาแนกจานวนจริงที่กาหนดให้และยกตัวอย่าง จานวนตรรกยะและ จานวนอตรรกยะ - - 3. - -
35.
35 อธิบายและระบุรากที่สองและรากที่สามของจาน วนจริง 4. ใช้ความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละในการแก้โจทย์ปัญหา -
- สาระที่5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มาตรฐาน ค 5.1: เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวชี้วัด คาสาคัญ ความรู้ (K) คุณลักษณะ (A) ทักษะ (P) 1. อ่านและนาเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปวงกลม - - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 สาระที่1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1: เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด คาสาคัญ ความ รู้ (K) คุณลักษณ ะ (A) ทักษ ะ (P) 1. ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้องและคาแนะนาที่ฟังและอ่าน - - 2. อ่านออกเสียงข้อความ นิทานและบทกลอน และบทร้อยกรอง (pome) สั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน - - 3. เลือก/ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่คว ามเรียง (non – text information) ที่อ่าน - - 4. ระบุหัวข้อเรื่อง (topic)ใจความสาคัญ (main idea) และตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนานิทาน และเรื่องสั้น - -
36.
36 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระที่ 1 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดาเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1: เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธารงรักาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ตัวชี้วัด คาสาคัญ ความรู้ (K) คุณลักษณะ (A) ทักษะ (P) 1. ปฏิบัติตามกฏหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุค คล - - 2. ระบุความสามารถของตนเองในการทาประโยช น์ต่อสังคมและประเทศชาติ - 3. อภิปรายเกี่ยวกับคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นปัจ จัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรืออาจนาไปสู่ ความเข้าใจผิดต่อกัน - 4. แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเ องและผู้อื่น - -
37.
37 ใบกิจกรรม 4 การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้.............................................................................. ..... ระดับชั้น.......................................... มาตรฐานที่.......................................................................................... ......................................................................... .......................................................................................................... ........................................................................... ตัวชี้วัด คาสาคัญ ความรู้ (K) คุณลักษณะ (A) ทักษะ (P)
38.
38
39.
ใบความรู้ 5 การสร้างเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบอัตนัย แ บ
บ ท ด ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย ห รื อ เ ขี ย น ต อ บ เป็นแบบทดสอบที่มีเฉพาะคาถาม ผู้สอบจะต้องสร้างคาตอบด้วยตนเอง โดยการเขียนบรรยายหรือแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์เรื่องราว พ ฤ ติ ก ร ร ม ต่ า ง ๆ จ า ก ค ว า ม รู้ แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ที่ ไ ด้ รั บ ม า ผู้ ต อ บ มี อิ ส ร ะ ใ น ก า ร ส ร้ า ง ค า ต อ บ ด้ ว ย ต น เ อ ง โ ด ย ใ ช้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ ค ว า ม ผู้ ต อ บ จึ ง ไ ม่ ใ ช้ แ ต่ ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ เ ท่ า นั้ น เข า จ ะ ต้ อ ง มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร จั ด ร ะ เบี ย บ ค ว า ม รู้ และนาความรู้เหล่านั้นมาใช้อย่างเหมาะสม สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ลักษณะของแบบทดสอบอัตนัยอาจจะเป็นโจทย์หรือคาถามที่กาหนดสถานกา ร ณ์ ห รื อ ปั ญ ห า อ ย่ า ง ก ว้ า ง ๆ ห รื อ เ ฉ พ า ะ เ จ า ะ จ ง ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่จากัดเสรีภาพของผู้ตอบในการเรียบเรียงความคิด ห รื อ ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ค า ต อ บ ก า ร ส ร้ า ง แ บ บ แ บ บ ท ด ส อ บ อั ต นั ย ที่ มี คุ ณ ภ า พ จะช่วยวัความสามารถของผู้เรียนในด้านการจัดระเบียบความคิดและการสังเ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม รู้ ต่ า ง ๆ ไ ด้ เ ป็ น อ ย่ า ง ดี จึงเหมาะสาหรับการวัดทักษะการคิดขั้นสูง (Higher–order thinking) รูปแบบของแบบทดสอบอัตนัย รูปแบบของข้อสอบอัตนัยสามารถจาแนกตามบริบทของการทดสอบ ใน 2 บริบท คือ รูปแบบของข้อสอบอัตนัยที่ใช้ในการทดสอบโดยทั่วไป และรูปแบบของข้อสอบอัตนัยที่ใช้ในการทดสอบในระดับนานาชาติ ซึ่งในละบริบทสามารถจาแนกรูปแบบได้ดังตารางต่อไปนี้ ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบโดยทั่ว ไป ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบในระดับนาน าชาติ (PISA) 1. แบบจากัดคาตอบ 2 . แบบไม่จากัดคาตอบหรือตอบอย่ 1. แบบสร้างคาตอบแบบปิด 2. แบบเขียนตอบสั้นๆ 3. แบบสร้างคาตอบแบบอิสระ
40.
40 างอิสระ หลักในการสร้างข้อสอบอัตนัย 1.เขียนคาชี้แจงเกี่ยวกับวิธีการตอบให้ชัดเจน ระบุจานวนข้อคาถาม เ ว
ล า ที่ ใ ช้ ส อ บ แ ล ะ ค ะ แ น น เ ต็ ม ข อ ง แ ต่ ล ะ ข้ อ เพื่อให้ผู้ตอบสามารถวางแผนการตอบได้ถูกต้อง 2.ข้อคาถามต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับพื้นความรู้ของผู้ตอบ 3.ควรถามเฉพาะเรื่องที่สาคัญและเป็นเรื่องที่แบบทดสอบปรนัยวัดไ ด้ ไ ม่ ดี เท่ า เนื่ อ ง จ า ก ไ ม่ ส า ม า ร ถ ถ า ม ไ ด้ ทุ ก เนื้ อ ห า ที่ เรี ย น ค วร ถ า ม เกี่ ย ว กั บ ก าร น า ไ ป ใ ช้ ก า ร วิ เค ร าะ ห์ ก าร สั งเค ร าะ ห์ ความคิดสร้างสรรค์ การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ เป็นต้น 4.ก า ห น ด ข อ บ เ ข ต ข อ ง ค า ถ า ม เพื่อให้ผู้ตอบทราบถึงจุดมุ่งหมายในการวัด สามารถตอบได้ตรงประเด็น 5.ก า ร ก า ห น ด เ ว ล า ใ น ก า ร ส อ บ จ ะ ต้ อ งส อ ด ค ล้ อ งกั บ ค วา มย าว แล ะ ลั ก ษ ณ ะ ค าต อ บ ที่ ต้ อ งก า ร ระดับความยากง่ายและจานวนข้อสอบ 6.ไ ม่ ค ว ร มี ข้ อ ส อ บ ไ ว้ ใ ห้ เลื อ ก ต อ บ เป็ น บ า ง ข้ อ เ พ ร า ะ อ า จ มี ก า ร ไ ด้ เ ป รี ย บ เ สี ย เ ป รี ย บ กั น เนื่องจากแต่ละข้อคาถามจะมีความยากง่ายไม่เท่ากันและวัดเนื้อหาแตกต่างกั น ร ว ม ทั้ ง จ ะ ไ ม่ ยุ ติ ธ ร ร ม กั บ ผู้ ที่ ส า ม า ร ถ ต อ บ ไ ด้ ทุ ก ข้ อ ซึ่งมีโอกาสได้คะแนนเท่ากับผู้ที่ตอบได้เพียงบางข้อ 7.หลีกเลี่ยงคาถามที่วัดความรู้ความจา หรือถามเรื่องที่ผู้เรียนเคยทา ห รือ เค ย อ ภิ ป ร าย มา ก่ อ น ห รื อ ถ าม เรื่อ งที่ มีค า ต อ บ ใ น ห นั งสื อ เ พ ร า ะ จ ะ เ ป็ น ก า ร วั ด ค ว า ม จ า ควรถามในเรื่องที่ผู้เรียนต้องนาความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ 8.พยายามเขียนคาถามให้มีจานวนมากข้อ โดยจากัดให้ตอบสั้น ๆ เพื่อจะได้วัดได้ครอบคลุมเนื้อหา ซึ่งจะทาให้แบบทดสอบมีความเชื่อมั่นสูง 9.ควรเตรียมเฉลยคาตอบและกาหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามขั้นต อนและน้าหนักที่ต้องการเน้นไว้ด้วย
41.
41 10. ถ้ า
แ บ บ ท ด ส อ บ มี ห ล า ย ข้ อ ควรเรียงลาดับจากข้อง่ายไปหายาก ลักษณะคาถามของแบบทดสอบอัตนัย ข้อสอบอัตนัยอาจเขียนคาถามได้หลากหลายแตกต่างกันดังนี้ 1.ถามให้นิยามหรืออธิบายความหมาย 2.ถามให้จัดลาดับเรื่องราวหรือลาดับเหตุการณ์ 3.ถามให้จัดหรือแยกประเภทสิ่งของหรือเรื่องราวต่าง ๆ 4.ถามให้อธิบายเหตุการณ์หรือกระบวนการ 5.ถามให้เปรียบเทียบเหตุการณ์ ความคล้ายคลึงและความแตกต่าง 6.ถามให้ออกแบบ เขียนเค้าโครงหรือวางแผนการดาเนินงานต่าง ๆ 7.ถามให้อธิบายเหตุผลย่อ ๆ ในการสนับสนุนหรือคัดค้าน 8.ถามให้วิเคราะห์เรื่องราวหรือวิเคราะห์ความสัมพันธ์ 9.ถามให้ชี้แจงหลักการหรือจุดประสงค์ 10. ถามให้อภิปรายแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง 11. ถามให้นาหลักการไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่า ง ๆ หลักการตรวจให้คะแนน 1.เขียนแนวเฉลยไว้ก่อน และระบุคะแนนว่า ประเด็นใด ตอนใด ควรได้กี่คะแนน 2.ไม่ควรดูชื่อผู้สอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอคติในการให้คะแนน 3.ก า ร ต ร ว จ ใ ห้ ค ะ แ น น ค ว ร ต ร ว จ ที ล ะ ข้ อ ข อ ง ทุ ก ๆ ค น จ น ค ร บ ห ม ด ทุ ก ข้ อ แ ล้ ว จึ ง ต ร ว จ ข้ อ ใ ห ม่ เพื่อจะได้เปรียบเทียบระหว่างคาตอบของแต่ละคน เช่น ตรวจข้อที่ 1 ของทุกคน แล้วจึงค่อยตรวจข้อต่อไป เป็นต้น 4.ก า ร ต ร ว จ ใ ห้ ค ะ แ น น ควรยึดในส่วนที่เป็นความรู้ที่ต้องการวัดมาเป็นส่วนสาคัญในการพิจารณาให้ คะแนน ไม่ควรให้คะแนนความถูกต้องในการสะกดคาหรือการใช้ไวยากรณ์
42.
42 5.เกณฑ์ในการตรวจให้คะแนน ควรใช้ทั้งเกณ ฑ์ด้านเนื้อหา เ
ก ณ ฑ์ ด้ า น ก า ร จั ด ล า ดั บ ค ว า ม คิ ด – ก า ร เรี ย บ เรี ย งเรื่ อ ง แ ล ะ เก ณ ฑ์ ด้ า น ก ร ะ บ ว น ก าร ท าง ส ม อ ง นอกจากนี้ต้องพิจารณาในเรื่อง - ความถูกต้องตรงประเด็นที่ถาม - ความสมบูรณ์ครบถ้วนของประเด็นที่ถาม - ความสมเหตุสมผลของคาตอบ ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือแบบอัตนัย 1.วิเคราะห์ตัวชี้วัด เพื่อหาคาสาคัญที่เป็นเป้าหมายในการเรียนรู้ 2.กาหนดพฤติกรรมที่ต้องการวัดให้ชัดเจน ควรวัดพฤติกรรมตั้งแต่ระดับนาไปใช้ขึ้นไป 3.เลือกรูปแบบของข้อสอบ คือ แบบจากัดคาตอบหรือแบบไม่จากัดคาตอบ 4.เขียนคาถามให้ชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ตอบทาอะไร อย่างไร เช่น อธิบาย วิเคราะห์ ฯลฯ โดยใช้สถานการณ์ใหม่ให้ต่างจากที่เคยเรียนหรือที่อยู่ในตารา 5.ถามเฉพาะสิ่งที่เป็นประเด็นสาคัญของเรื่อง 6.กาหนดความซับซ้อนและความยากให้เหมาะกับวัยของผู้ตอบ 7.ควรเฉลยคาตอบไปพร้อมๆ กับการเขียนข้อสอบและไม่ควรให้มีการเลือกตอบบางข้อ จะสร้างข้อสอบแบบอัตนัยที่ดีได้อย่างไร เร า มั ก ไ ด้ ยิ น ค า ก ล่ า ว เกี่ ย ว กั บ ข้ อ ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย ว่ า มีข้อดีตรงที่เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการประเมินผลการเรียนรู้ที่มีความ ซั บ ซ้ อ น ไ ด้ แ ก่ ทั ก ษ ะ ก าร คิ ด แ ล ะ ก า ร ใ ห้ เห ตุ ผ ล น อ ก จ าก นี้ ยั ง ส ร้ า ง ง่ า ย ก ว่ า ข้ อ ค า ถ า ม ช นิ ด เ ลื อ ก ต อ บ เ นื่ อ ง จ า ก ไ ม่ ต้ อ ง ส ร้ า ง ตั ว เ ลื อ ก ที่ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ค า ก ล่ า ว นี้ อ า จ เ ป็ น ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ที่ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง นั ก เพ ราะการสร้างขั้อสอบ แบบอัตนัยที่ดีมีประสิทธิภาพ ต้องมีห ลักการ เงื่อนไขในการสร้างเช่นกัน จึงขอให้พิจารณาจากกรณีต่อไปนี้
43.
43 ข้ อ ค
า ถ า ม แ บ บ อั ต นั ย ไ ม่ ส า ม า ร ถ ป ร ะ เมิ น ทั ก ษ ะ ก า ร คิ ด ร ะ ดั บ สู ง ไ ด้ โ ด ย อั ต โ น มั ติ โดยทั่วไปข้อคาถามแบบอัตนัยจะวัดเพียงระดับการระลึกได้ (Recall) ที่ไ ม่ใ ช่ ก าร คิด ร ะ ดับ สูง แล ะมี ก าร ต ร วจ ใ ห้ ค ะ แ น น โด ยส รุป ว่ า คะ แน น นั้น สะท้ อน ค วามคิด ร ะดับ สูง ซึ่งเป็น ก ารสรุป ที่ ไม่ถูก ต้อง ดังตัวอย่างข้อคาถามตามกรณีต่อไปนี้ ตัวอย่าง ก อะไรเป็นข้อดี และข้อจากัดที่สาคัญของข้อคาถามแบบอัตนัย? ตัวอย่าง ข ให้แสดงข้อดี และข้อจากัดของข้อคาถามแบบอัตนัยในการประเมินความสามารถในการสร้ างทางเลือกในการแก้ปัญหา โดยคาตอบจะต้องอธิบายข้อดีและข้อจากัดของข้อคาถามแบบอัตนัยอย่างย่อ พร้อมแสดงเหตุผล อธิบายเหตุผล สนับสนุน หรือโต้แย้งด้วย ตัวอย่าง ก ประเมินเพียงความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริง ขณะที่ตัวอย่าง ข ไ ม่ เ พี ย ง ใ ห้ ผู้ ต อ บ แ ส ด ง ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง เ ท่ า นั้ น แต่ให้ประเมินตัดสินด้วยการอธิบายเหตุผลในการพิจารณาประกอบ ตัวอย่าง ข จึงเป็นข้อคาถามที่ต้องการให้ผู้ตอบได้แสดงความคิดที่ซับซ้อนมากกว่าตัวอ ย่าง ก ฉ ะ นั้ น ข อ ใ ห้ ร ะ ลึ ก ไ ว้ เ ส ม อ ว่ า ก า ร ส ร้ า ง ข้ อ ค า ถ า ม แ บ บ อั ต นั ย ที่ ดี มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ จ าเป็ น ต้อ งมีห ลัก ก าร ใ น ก าร สร้างโด ย “ต้ องชี้ ใ ห้ ผู้ต อบ เห็ น ว่ า จะต้องใช้การคิดชนิดใด เนื้อหาที่จะต้องในการตอบคาถามคืออะไร” นั่นก็คือ ต้องมีการกาหนดภาระงานที่ชัดเจน เพื่อคาตอบที่ได้มีความเที่ยงตรง ท า ใ ห้ ไ ด้ ข้ อ มู ล ห ลั ก ฐ า น สะท้อนค วามรู้ความสามารถ ของผู้ตอบได้อย่างถูก ต้อง นอก จาก นี้ การเขียนข้อคาถามที่มีกรอบโครงสร้างภาระงานที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันปัญ ห า ก า ร ต บ ต า แ ล ะ ค ว า ม ยุ่ ง ย า ก ใ น ก า ร ต ร ว จ ใ ห้ ค ะ แ น น ซึ่งเป็นปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับข้อสอบแบบอัตนัย
44.
44 ตัวอย่างการสร้างข้อสอบอัตนัย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่6 สาระที่5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น มาตรฐาน
ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวชี้วัด 1. อ่านข้อมูลจากกราฟเส้นและแผนภูมิรูปวงกลม 2. เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบและกราฟเส้น การวิเคราะห์ตัวชี้วัด กาหนดพฤติกรรม และเลือกรูปแบบของข้อสอบ ตัวชี้วัด คาสาคั ญ ระดับพฤติกรรมที่ต้อ งการวัด รูปแบบของข้ อสอบ 1. อ่านข้อมูลจากกราฟเส้นและแผน ภูมิรูปวงกลม อ่านข้อมู ล วิเคราะห์ แบบจากัดคาตอ บ 2. เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบแ ละกราฟเส้น เขียนแผ นภูมิ วิเคราะห์ แบบไม่จากัดคา ตอบ เขียนคาถามโดยใช้สถานการณ์ใหม่ให้ต่างจากที่เคยเรียน ตัวชี้วัดที่ 1 อ่านข้อมูลจากกราฟเส้นและแผนภูมิรูปวงกลม ข้อ 1) ผลการสารวจชนิดน้าผลไม้ที่นักเรียนชอบดื่ม จากนักเรียน 200 คน แสดงเป็นแผนภูมิได้ดังนี้ จานวน (คน) ชนิ ด 0 10 20 30 40 50 60 70 80 น้ำส ้ม น้ำฝรั่ง น้ำแอปเปิ้ล น้ำองุ่น น้ำสับปะรด
45.
45 คาถาม: จานวนนักเรียนที่ชอบดื่มน้าผลไม้ชนิดใดรวมกัน เท่ากับจานวนนักเรียนที่ชอบดื่มน้าส้ม แนวคาตอบ: น้าแอปเปิ้ลรวมกับน้าองุ่น ข้อ
2) สถิติการขายหนังสือของร้านค้าแห่งหนึ่ง แสดงได้ดังนี้ คาถาม: ถ้าร้านนี้ขายหนังสือไปทั้งหมด 300 เล่ม อยากทราบว่าขายหนังสือนิยายไปจานวนเท่าไร แนวคาตอบ: ขายหนังสือนิยาย 36 เล่ม ตัวชี้วัดที่ 2 เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบและกราฟเส้น คะแนนเฉลี่ยผลการสอบของนักเรียน 2 ห้อง ดังนี้ ห้องเรียน วิชา / คะแนน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ห้อง 1 65 73 68 70 82 กำร์ตูน 40% นิทำน 20% นิยำย 12% เรื่องสั้น 28%
46.
46 ห้อง 2 69
78 66 59 79 คาถาม: ข้อ 1) จงเขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบผลการสอบของนักเรียน ข้อ 2) จงเขียนกราฟเส้นแสดงผลการสอบของนักเรียน แนวคาตอบ: 1. เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบให้มีองค์ประกอบครบถ้วนถูกต้อง 2. เขียนกราฟเส้นให้มีองค์ประกอบครบถ้วนถูกต้อง ใบกิจกรรม 5.1 การเขียนข้อสอบอัตนัย คาชี้แจง 1.ให้ ผู้ เข้ าอ บ ร มน าตั วชี้ วัด ที่ วิเค ร าะ ห์ค าส าคั ญ ไ ว้แล้ วใ มาสร้างข้อสอบอัตนัยโดยพิจารณาเนื้อหา/สาระแกนกลางที่กาหนดไว้ในหลั กสูตรตามระดับชั้น 2.เลือกรูปแบบข้อสอบ ระบุพฤติกรรมที่ต้องการวัด 3.เขียนโจทย์หรือคาถามให้เหมาะสม/สอดคล้องกับรูปแบบข้อสอบ และพฤติกรรมที่เลือก 4.กาหนดแนวคาตอบและเกณฑ์การให้คะแนน มาตรฐานที่ ตัวชี้วัด รูปแบบข้อสอบ จากัดคาตอบ (Restricted Response) ไม่จากัดคาตอบ (Unrestricted Response) ระดับพฤติกรรมที่วัด ความจา ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การประเมินค่า การสร้างสรรค์ สถานการณ์และข้อคาถาม สถานการณ์………………………………………………………………… ………….………………………………………………………….........
47.
47 ……….…………………………………………………………………… ………………………………………….…………………………………... ... …………….……………………………………………………………… ……………………………………….……………………………………... ... …………….……………………………………………………………… ……………………………………….……………………………………... ... ………………….………………………………………………………… ……………………………………………………………………….……... .. ข้อคาถาม…………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……....... …………….……………………………………………………………… ……………………………………….……………………………………... ... ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……… …. ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……….…… …. ............................................................................................................ ......................................................................... แนวคาตอบ (เฉลย)
48.
48 ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………..….……..……...... .. ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………..….………..…...... .. ……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………….………… ….. ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……….…… … ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………..….………..…...... . ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……… ….. ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……….…… …. เกณฑ์การให้คะแนน ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………..….……..……...... .
49.
49 ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………..….………..…… … ……………………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……… …. ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………….……….…… …. ใบกิจกรรม 5.2 วิพากษ์ข้อสอบอัตนัย ชื่อ-สกุล โรงเรียน เลขที่
สพม.32 คาชี้แจง 1.ใ ห้ ผู้ เ ข้ า อ บ ร ม น า ข้ อ ส อ บ ที่ ส ร้ า ง เ ส ร็ จ แ ล้ ว มาร่วมกันพิจารณา/วิพากษ์ตามประเด็นที่กาหนด 2.บันทึกผลการพิจารณา/วิพากษ์แต่ละประเด็นลงในใบงาน ผลการพิจารณาข้อสอบ ข้อที่ ..................... 1. สถานการณ์มีข้อมูลเพียงพอและจาเป็นต่อการตอบคาถามหรือไม่ เพียงพอ/จาเป็น ไม่เพียงพอ/ไม่จาเป็น เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 2. สถานการณ์มีความชัดเจนหรือไม่ ชัดเจน ไม่ชัดเจน
50.
50 เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 3. สถานการณ์เหมาะสมกับระดับผู้เรียนหรือไม่ เหมาะสม
ไม่เหมาะสม เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 4. คาถามสอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ สอดคล้อง ไม่สอดคล้อง เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 5. คาถามชัดเจนหรือไม่ ชัดเจน ไม่ชัดเจน เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 6. คาถามสอดคล้องกับตัวชี้วัดหรือไม่ สอดคล้อง ไม่สอดคล้อง เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 7. เฉลยหรือคาตอบถูกต้องหรือไม่ ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... 8. เฉลยหรือคาตอบครอบคลุมหรือไม่
51.
51 ครอบคลุม
ไม่ครอบคลุม เหตุผล/ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................ ............................... ลงชื่อ ....................................................... ผู้วิพากษ์
52.
52 ใบความรู้ 6 เกณฑ์การประเมิน (Rubric) เกณฑ์การประเมิน
(Rubric) คืออะไร เกณฑ์การประเมิน (Rubric) คือ แนวการให้คะแนนเพื่อประเมินผลงานหรือประเมิน การปฏิบัติงานของผู้เรียน หรืออาจกล่าวได้ว่า Rubric เป็นเครื่องมือให้คะแนนชนิดหนึ่ง ใช้ในการประเมิน การปฏิบัติงานหรือผลงานของผู้เรียน องค์ประกอบของเกณฑ์การประเมิน (Rubric) เกณฑ์การประเมิน (Rubric) มีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ 1.เ ก ณ ฑ์ ห รื อ ป ร ะ เ ด็ น ที่ จ ะ ป ร ะ เ มิ น (criteria) เป็นการพิจารณาว่าการปฏิบัติงานหรือผลงานนั้นประกอบด้วยคุณภาพอะไร บ้าง 2.ระดับความสามารถหรือระดับคุณภาพ (Performance Level) เป็นการกาหนดจานวนระดับของเกณฑ์ (criteria) ว่าจะกาหนดกี่ระดับ ส่วนมากจะกาหนดขึ้น 3-6 ระดับ 3.การบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับความสามารถ (Quality Description) เป็นการเขียนคาอธิบายความสามารถให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนใ นแต่ละระดับ ซึ่งจะทาให้ง่ายต่อการตรวจให้คะแนน ชนิดของเกณฑ์การประเมิน (Rubric) เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น (Rubric) มี 2 ช นิ ด คื อ เก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ ภ า พ ร ว ม (Holistic Rubric) แ ล ะ เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric)
53.
53 เก ณ ฑ์
ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ ภ า พ ร ว ม (Holistic Rubric) เป็ น ก า ร ป ร ะ เมิ น ภ า พ ร ว ม ข อ ง ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ห รื อ ผ ล ง า น โ ด ย ดู คุ ณ ภ า พ โ ด ย ร ว ม ม า ก ก ว่ า ดู ข้ อ บ ก พ ร่ อ ง ส่ ว น ย่ อ ย การประเมินแบบนี้เหมาะกับการปฏิบัติที่ต้องการให้นักเรียนสร้างสรรค์งานที่ ไม่มีคาตอบที่ถูกต้องชัดเจนแน่นอน ผู้ประเมินต้องอ่านหรือพิจารณ า ผลงานให้ละเอียด ส่วนใหญ่ มักกาหนดระดับคุณภาพอยู่ที่ 3-6 ระดับ เก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ แ ย ก ส่ ว น (Analytic Rubric) เป็น ก าร ป ร ะเมิน ที่ต้องก าร เน้น ก าร ต อบ สน องที่มีลัก ษณ ะ เฉ พ าะ ไม่ เน้ น ค วามคิ ด สร้างส รร ค์ ผ ลลัพ ธ์ขั้น ต้ น จ ะ มีค ะ แน น ห ลายตั ว ต ามด้ วยค ะ แน น ร วม ใ ช้ เป็ น ตัวแ ท น ข อ งก าร ป ร ะ เมิ น ห ลายมิ ติ เก ณ ฑ์ ก าร ป ร ะเมิน แ บ บ นี้ จ ะไ ด้ผ ลสะท้ อน ก ลับ ค่อน ข้างสมบู ร ณ์ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ ส า ห รั บ ผู้ เ รี ย น แ ล ะ ผู้ ส อ น ม า ก ผู้สอนที่ใช้เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วนนี้ จะสามารถสร้างเส้นภาพ (Profile) จุดเด่น-จุดด้อย ของผู้เรียนแต่ละคนได้ ประโยชน์ของเกณฑ์การประเมิน (Rubric) 1.ช่วยให้ ค วามค าด ห วังข องค รูที่มีต่ อผ ลงาน ข องผู้เรียน บรรลุความสาเร็จได้ 2.ช่ ว ย ใ ห้ ค รู เ กิ ด ค ว า ม ก ร ะ จ่ า ง ชั ด ยิ่ ง ขึ้ น ว่าต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือมีพัฒนาการอะไรบ้าง 3.ผู้เรียนจะเกิดความเข้าใจและสามารถใช้เกณฑ์การประเมินตัดสิน คุณภาพผลงานของตนเองและของคนอื่นอย่างมีเหตุผล 4.ช่วยให้ผู้เรียนระบุคุณลักษณะจากงานที่เป็นตัวอย่างได้โดยใช้เก ณฑ์การประเมินตรวจสอบ 5.ช่วยให้ผู้เรียนสามารถควบคุมตนเองในการปฏิบัติงานเพื่อไปสู่คว ามสาเร็จได้ 6.เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมการป ฏิบัติงานต่าง ๆ ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี 7.ช่วยลดเวลาของครูผู้สอนในการประเมินงานของผู้เรียน 8.ช่วยเพิ่มคุณภาพผลงานของผู้เรียน
54.
54 9.สามารถยืดหยุ่นตามสภาพของผู้เรียน 10. ทาให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น
ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ ห รื อ อื่ น ๆ เข้าใจในเกณฑ์การตัดสินผลงานของผู้เรียนที่ครูใช้ช่วยในการให้เหตุผลปร ะกอบการให้ระดับคุณภาพได้ ขั้นตอนการสร้างเกณฑ์การประเมิน (Rubric) ปั จ จุ บั น มี ก า ร จั ด พิ ม พ์ รู บ ริ ค ใ น ห นั ง สื อ ต่ า ง ๆ ครูอาจนามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับหลักสูตรและการสอนของตนเองได้ เพื่อช่วยยกระดับการเรียนโดยเพิ่มอิทธิพลของรูบริคก็สามารถทาได้ กระบวนการสร้างรูบริค มีหน่วยงานทางการศึกษาและนักวิชาการหลายท่าน ไ ด้ เ ส น อ แ น ว ท า ง ก า ร ส ร้ า ง ไ ว้ ห ล า ก ห ล า ย มีทั้งให้นักเรียนมีส่วนร่วมและผู้สอนสร้างเอง ในที่นี้ขอเสนอ 3 แนวทาง ดังนี้ ส า นั ก วิ ช า ก า ร แ ล ะ ม า ต ร ฐ า น ก า ร ศึ ก ษ า ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น เสนอแนวทางการสร้างเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ขั้ น ที่ 1 วิเคราะห์และระบุตัวชี้วัดที่ใช้เกณฑ์การประเมินเป็นเครื่องมือในการวัดและป ระเมินผล ขั้ น ที่ 2 อ ธิ บ า ย คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ทั ก ษ ะ ห รือพ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ ผู้ สอ น ต้อ งก าร เห็ น ร ว มทั้ งข้ อผิ ด พ ล าด ทั่ ว ๆ ไปที่ไม่ต้องการให้เกิด ขั้น ที่ 3 อธิบ ายลัก ษ ณ ะ ก าร ป ฏิบัติที่ สูงก ว่าร ะดั บ ค่าเฉ ลี่ย ร ะ ดั บ ค่ า เ ฉ ลี่ ย แ ล ะ ต่ า ก ว่ า ร ะ ดั บ ค่ า เ ฉ ลี่ ย สาหรับแต่ละคุณลักษณะที่สังเกตจากขั้นที่ 2 ขั้ น ที่ 4 ส า ห รั บ เก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เมิ น แ บ บ ภ า พ ร ว ม เ ขี ย น ค า บ ร ร ย า ย ลั ก ษ ณ ะ ง า น ที่ ดี แ ล ะ ง า น ที่ ไ ม่ ดี โดยรวมทุกเกณ ฑ์หรือทุก คุณ ลักษณ ะเข้าด้วยกันเป็น ข้อความเดียว ส า ห รั บ เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ แ ย ก ส่ ว น เ ขี ย น ค า บ ร ร ย า ย ลั ก ษ ณ ะ ง า น ที่ ดี แ ล ะ ง า น ที่ ไ ม่ ดี โดยแยกแต่ละเกณฑ์หรือแต่ละคุณลักษณะ
55.
55 ขั้ น ที่
5 ส า ห รั บ เก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เมิ น แ บ บ ภ า พ ร ว ม เขียนรายละเอียดการปฏิบัติที่อยู่ระหว่างกลางของระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย ระดับค่าเฉลี่ย และระดับต่ากว่าค่าเฉลี่ย เพื่อให้เกณฑ์การประเมินสมบูรณ์ ส า ห รั บ เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น แ บ บ แ ย ก ส่ ว น เขียนรายละเอียดสาหรับการปฏิบัติที่อยู่ระหว่างกลางของทุกเกณฑ์หรือทุกคุ ณลักษณะ ขั้ น ที่ 6 รวบร วมตัวอย่างผลงาน ข องผู้เรียนซึ่งเป็น ตัวแท นข องแต่ละระดับ ซึ่งจะช่วยการให้คะแนนในอนาคตของครู ขั้นที่ 7 ทบทวนเกณฑ์การประเมินที่ทาแล้ว ก า ร ส ร้ า ง เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น จะต้องศึกษาและพิจารณ าจาก ตัวอย่างงานห รือผลการปฏิบัติห ลาย ๆตัวอย่างที่มีระดับความแตกต่างกันตั้งแต่ดีที่สุดถึงแย่ที่สุด 1.เขียนอธิบายคุณภาพของงานโดยใช้ถ้อยคาที่บอกถึงคุณภาพที่สู ง ก ว่ า หรือสิ่งที่ขาดหายไปจากงานนั้นเพื่อให้สามารถแยกแยะความเหมือนหรือคว า ม แ ต ก ต่ า ง ข อ ง แ ต่ ล ะ ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ โดยพยายามหลีกเลี่ยงคาขยายเชิงเปรียบเทียบที่เป็นนามธรรม 2.กาหนดระดับของการประเมินให้พอเหมาะกับความสามารถที่จะ กาหนดความแตกต่างตามระดับคุณภาพได้อย่างพอเพียง ไม่มากเกินไป โดยทั่วไปจะอยู่ ใน 6 ระดับ ห รือ 12 ระดับ ค าอธิบายระดับคุณ ภาพ กาหนดให้เหมะสมกับวัยของผู้เรียนเพื่อที่เขาจะสามารถประเมินตนเองได้ แ ล ะ ป รั บ ป รุ ง ตั ว เ อ ง ไ ด้ ต า ม ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ นั้ น ในกรณีนี้มีข้อแนะนาคือในแต่ละระดับควรมีตัวอย่างงานที่ได้รับการประเมิน ในระดับนั้น ๆ ให้เห็นชัดเจน สามารถเปรียบเทียบได้และเป็นรูปธรรม 3.เกณฑ์การประเมินต้องเน้นให้เห็นถึงผลกระทบอันเนื่องมาจากกา ร ป ฏิ บั ติ ง า น นั้ น ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้เรียนได้สร้างผลงานนั้นโดยเน้นกระบวนกา รและความพยายามในการปฏิบัติงานนั้น
56.
56 เทคนิควิธีการกาหนดเกณฑ์การประเมิน สิ่งที่จาเป็นจะต้องกาหนดหรือระบุไว้ในการพิจารณาคุณสมบัติของเ กณฑ์การประเมินมีดังนี้ 1.ความต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างระดับคุณภาพในมาตรวัดจะต้องต่อเนื่อง แล ะ มี
ข น าด เท่ ากั น เช่ น ค วาม แต ก ต่ างร ะ ห ว่ างร ะ ดั บ 5 กั บ 4 จ ะ ต้ อ ง มี ข น า ด เท่ า กั บ ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ร ะ ห ว่ า ง 2 กั บ 1 ซึ่งเป็นคุณสมบัติของตัวเลขในมาตราอันตรภาค (interval scale) ทั้งนี้ คุณภาพของสิ่งที่ประเมินจะมีคุณสมบัติต่อเนื่อง (continuous variable) 2.ความคู่ขนาน คาอธิบายในแต่ละระดับคุณภาพจะต้องใช้คาหรือภาษาที่คู่ขนาน กันตลอดทุกช่วงของมาตรวัด 3.ยึดสมรรถภาพที่ต้องการประเมิน เกณฑ์การประเมินจะต้องเน้นที่ตัวสมรรถภาพที่ต้องการประเมินส ม ร ร ถ ภ า พ เ ดี ย ว กั น คาอธิบายในแต่ละระดับจะแตกต่างกันเฉพาะในคุณภาพของงานหรือการปฏิ บั ติ นั้ น ของสมรรถภาพที่ใช้เป็นหลักเฉพาะในเกณฑ์การประเมินที่พิจารณานั้น 4.กาหนดน้าหนักของเกณฑ์การประเมิน เ มื่ อ มี ห ล า ย เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น การกาหนดน้าหนักความสาคัญของเกณฑ์จึงมีความจาเป็นตามจุดเน้น หนักเบาของผลงาน หรือสมรรถภาพที่ได้รับของการประเมินนั้น ๆ 5.ความเที่ยงตรง เกณฑ์การประเมินจะต้องมีหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความเที่ยงตร งของการพิจารณาผลงานออกมาในรูปของระดับคะแนนที่เป็นตัวแทนของพ ฤ ติก รร มใ ห้เป็น รูป ธรร มที่ป ก ติไม่สามาร ถ มองเห็น ได้ง่าย ดังนั้ น การให้ระดับคุณภาพที่ต่างกันจะต้อง 5.1 สะท้อนให้เห็นถึงการวิเคราะห์ผลงานตามตัวอย่างในระดับ ความสามารถต่าง ๆ กัน 5.2 อธิบายคุณภาพของการปฏิบัติงานไม่ใช่ปริมาณงาน
57.
57 5.3 เกณฑ์การประเมินจะต้องไม่พิจารณาเกี่ยวข้องอื่นๆแต่จะเน้ นเกณฑ์การแสดงออกตามสภาพจริง ดังตัวอย่าง
ในการพูด ผู้เสนอหลายคน ใช้บันทึกย่อในการพูด แต่เกณฑ์การประเมินไม่พิจารณาการใช้หรือไม่ใช้บันทึกย่อ แต่จะพิจารณาประสิทธิภาพของการพูด ดังนั้นเกณฑ์การประเมินจะพิจารณาพฤติกรรมการนาเสนอและการเรียบเรีย งข้อสนเทศที่นาเสนอ 6.ความเชื่อมั่น เกณฑ์การประเมินจะต้องมีความคงเส้นคงวาในการตัดสินใจให้ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ไ ม่ ว่ า ใ ค ร จ ะ เ ป็ น ผู้ ป ร ะ เ มิ น ห รื อ ไ ม่ ว่ า จ ะ ป ร ะ เ มิ น เ ว ล า ใ ด เกณฑ์การประเมินที่ใช้คาประเภทการลงความเห็นเชิงสรุป (เช่น ดีมาก ใช้ ไ ม่ไ ด้ ) และ ค าป ร ะ เภท เป รียบ เที ยบ (เช่ น ดี ก ว่า แ ย่ก ว่า) นั้ น ค ว ร ใ ช้ ค า ที่ เป็ น ก า ร อ ธิ บ า ย ห รื อ บ ร ร ย า ย ลั ก ษ ณ ะ ง า น หรือการกระทาจะช่วยให้เกณฑ์การประเมินมีความเชื่อมั่นมากขึ้น กิ่งกาญจน์สิรสุคนธ์ เสนอแนวทางการสร้างเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ 1.ดู รู ป แ บ บ ห รื อ ดู ตั ว อ ย่ า ง ใ ห้ นั ก เ รี ย น ดู ตั ว อ ย่ า ง ง า น ที่ ดี แ ล ะ ง า น ที่ ไ ม่ ดี แล้วให้บอกลักษณะที่ทาให้งานดีหรือไม่ดี 2.ท า ร า ย ก า ร เ ก ณ ฑ์ ให้อภิปรายตัวอย่างงานเพื่อเริ่มทารายการเกณฑ์ที่จะใช้พิจารณาคุณภาพข องงาน 3.ท า ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ใ ห้ ชั ด เ จ น อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ คุ ณ ภ า พ ดี ที่ สุ ด แ ล ะ แ ย่ ที่ สุ ด แ ล้ ว จึ ง อ ธิ บ า ย คุ ณ ภ า พ ข อ ง ง า น ร ะ ดั บ ก ล า ง โดยใช้พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับปัญหาทั่วไปและการอภิปรายเกี่ยวกับงานที่คุ ณภาพไม่ค่อยดี 4.ฝึ ก ใ ห้ นั ก เรี ย น ใ ช้ รู บ ริ ค ที่ ส ร้า งขึ้ น กั บ งา น ตั วอ ย่ า ง โดยให้ประเมินงานตัวอย่างที่ให้ดูในขั้นที่ 1
58.
58 5.กาหนดงานให้นักเรียนทาและให้ประเมินโดยตนเองและโดยกลุ่ม ในขณะที่นักเรียนทางานก็ให้มีการประเมินตนเองและประเมินโดยกลุ่มเป็นระ ยะ ๆ 6.ท บ
ท ว น ใ ห้ เ ว ล า นั ก เ รี ย น ท บ ท ว น ง า น โดยใช้ข้อติชมโดยขั้นตอนที่ 5 7.ให้ครูประเมินของนักเรียนโดยใช้รูบริคเดียวกับที่นักเรียนใช้ขั้น ต อ น ที่ 1 อ า จ จ า เป็ น ต้ อ ง ท า ห า ก ง า น ที่ ใ ห้ นั ก เรี ย น ท า นั้ น เป็ น งา น ที่ นั ก เรี ย น ไ ม่ คุ้ น เค ย ขั้ น ต อ น ที่ 3 แ ล ะ ขั้ น ต อ น ที่ 4 มี ป ร ะ โ ย ช น์ แ ต่ ต้ อ ง เ สี ย เ ว ล า ค รู ส า ม า ร ถ ท า เ อ ง ไ ด้ โ ด ย เ ฉ พ า ะ เ มื่ อ ใ ช้ รู บ ริ ค นั้ น ร ะ ย ะ ห นึ่ ง ก า ร ใ ห้ นั ก เรี ย น มี ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ก า ร ป ร ะ เมิ น โ ด ย ใ ช้ รู บ ริ ค อาจเริ่มตั้งแต่การที่ค รูก าหน ดระดับ คุณ ภาพ กาหนดรายการเกณ ฑ์ ตรวจสอบกับนักเรียน ทบทวนและใช้รูบริคนั้นประเมินตนเองประเมินกับกลุ่ม และครูประเมิน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 5-7 ดร.ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เสนอแนวการสร้างเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ก า ร ส ร้ า ง รู บ ริ ค ต้ อ ง ใ ห้ ผู้ เ รี ย น มี ส่ ว น ร่ ว ม เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการใช้รูบริคในการประเมินและช่วยพัฒนา ป รั บ ป รุ ง เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง รู บ ริ ค ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม ยิ่ ง ขึ้ น ซึ่งขั้นตอนการสร้างรูบริคมีดังนี้ ขั้ น ที่ 1 ศึ ก ษ า ตั ว อ ย่ า ง ชิ้ น ง า น โ ด ย ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ เ ห็ น ตั ว อ ย่ า ง ชิ้ น ง า น ที่ ดี แ ล ะ ไ ม่ ดี ระบุคุณ ลักษณ ะที่ท าให้ชิ้น งาน ดีและลัก ษณ ะที่ท าให้ชิ้น งาน ไม่ดี ซึ่งขั้นนี้มีความจาเป็นในกรณีที่ครูให้ผู้เรียนทางานที่ผู้เรียนยังไม่คุ้นเคยหรือ เป็นงานใหม่ ขั้ น ที่ 2 ร ะ บุ ร า ย ก า ร ที่ เ ป็ น เ ก ณ ฑ์ โ ด ย ก า ร ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ อ ภิ ป ร า ย ชิ้ น ง า น แล้วนาความเห็นมาลงสรุปเป็นเกณฑ์ที่บอกว่าชิ้นงานที่ดีเป็นอย่างไร
59.
59 ขั้ น ที่
3 ร ะ บุ ร ะ ดั บ ข อ ง คุ ณ ภ า พ โดยการบรรยายลักษณะของชิ้นงานที่ถือว่ามีคุณภาพที่ดีที่สุดและบรรยายลั กษณะชิ้นงานที่มีคุณภาพต่าสุด จากนั้นบรรยายลักษณะ ที่อยู่ระหว่างกลาง ขั้ น ที่ 4 ฝึ ก ใ ช้ เ ก ณ ฑ์ โดยให้ผู้เรียนฝึกใช้รูบริคที่สร้างขึ้นในการประเมินชิ้นงานที่นาเสนอเป็นตัวอ ย่างในขั้นที่ 1 ขั้น ที่ 5 ปร ะเมินต น เองและเพื่อน โดยให้ผู้เรียนผลิตชิ้นงาน ขณะทางานให้หยุดบางช่วงเพื่อให้ผู้เรียนใช้รูบริคประเมินชิ้นงานของตนเอง และของเพื่อน ขั้น ที่ 6 แก้ไ ข ป รับ ป รุง โดยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแก้ไข ปรับปรุงชิ้นงานของตนเองจากข้อเสนอแนะที่ได้จากขั้นที่ 5 ขั้ น ที่ 7 ป ร ะ เ มิ น ผ ล ง า น โ ด ย ผู้ ส อ น ใ ช้ รู บ ริ ค ที่ ผู้ เรี ย น พั ฒ น า ขึ้ น ใ น ก า ร ป ร ะ เมิ น โดยนารูบริคที่ผู้เรียนพัฒนาขึ้นและเคยใช้แล้วประเมินชิ้นงานของผู้เรียน
60.
60 ตัวอย่าง เกณฑ์การให้คะแนน จากกิจกรรมในหน่วยที่ 4
วิชาคณิตศาสตร์ ชั้น ป.6 ตัวชี้วัดที่ 2 เ ขี ย น แ ผ น ภู มิ แ ท่ ง เ ป รี ย บ เ ที ย บ แ ล ะ ก ร า ฟ เ ส้ น ได้นาเสน อตัวอย่างก ารออก ข้อสอบ และแน วท างก ารต อบ มาแล้ว ดังนั้นในหน่วยนี้จึงได้เสนอแนวทางการสร้างเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ เกณฑ์การประเมินแบบภาพรวม (Holistic Rubric) สาระที่5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวชี้วัด ค 5.1 ป.6/2 เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบและกราฟเส้น ปรับปรุง (1 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ดี (3 คะแนน) แผนภูมิมีข้อผิดพลาด มากกว่า 1 รายการ แผนภูมิมีข้อผิด พลาด 1 รายการ แผนภูมิมีความถูกต้องครบทุกรายก าร ได้แก่ 1. องค์ประกอบสาคัญของแผนภูมิครบ ถ้วน 2. การเปรียบเทียบความแตกต่างของ ข้อมูลชัดเจน 3. แท่งแผนภูมิที่นาเสนอถูกต้องทุกรา ยการ 4. ขนาดของแท่งแผนภูมิและระยะห่าง เท่ากันทั้งหมด เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubrics) สาระที่5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
61.
61 มาตรฐาน ค 5.1
เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวชี้วัด ค 5.1 ป.6/1 เขียนแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบและกราฟเส้น คะแนน ประเด็น ปรับปรุง (1 คะแนน) พอใช้ (2 คะแนน) ดี (3 คะแนน) น้าหนัก 1. องค์ประกอบขอ งแผนภูมิ ขาดองค์ประกอ บสาคัญของแผ นภูมิ มากกว่า 1 รายการ ขาดองค์ประกอ บสาคัญของแผ นภูมิ จานวน 1 รายการ มีองค์ประกอบ สาคัญของแผน ภูมิครบถ้วน ได้แก่ ชื่อแผนภูมิ มาตราส่วน ชื่อแกนนอน ชื่อแกนตั้ง 2 2. การเปรียบเทียบ ความแตกต่างข องแท่งแผนภูมิ แท่งแผนภูมิแสด งความแตกต่างไ ม่ชัดเจน และกาหนดสัญ ลักษณ์แทนข้อมู ลแต่ละชุดไม่ตร งกับแท่งแผนภูมิ แท่งแผนภูมิแสด งให้เห็นความแ ตกต่างชัดเจน แต่การกาหนดสั ญลักษณ์แทนข้ อมูลแต่ละชุดไม่ ตรงกับแท่งแผน ภูมิ - แท่งแผนภูมิแสด งให้เห็นความแ ตกต่างชัดเจน - มีการกาหนดสั ญลักษณ์แทนข้ อมูลแต่ละชุดตร งกับแท่งแผนภูมิ 3. ความครบถ้วนแ ละถูกต้องของข้ อมูล แผนภูมิที่นาเสน อไม่ครบถ้วนหรื อผิดพลาดทั้ง 2 รายการ แผนภูมิที่นาเสน อครบถ้วน แต่ผิดพลาด 1 รายการ แผนภูมิที่นาเสน อครบถ้วนและถู กต้องทุกรายกา ร 4 4. ขนาดและระยะ ห่างของแท่งแผ นภูมิ ขนาดและระยะ ห่างของแท่งแผ นภูมิไม่เท่ากัน มากกว่า 1 แห่ง ขนาดและระยะ ห่างของแท่งแผ นภูมิไม่เท่ากัน 1 แห่ง ขนาดและระยะ ห่างของแท่งแผ นภูมิเท่ากันทั้งห มด 2 ตัวอย่าง เกณฑ์การให้คะแนนการเขียนเรียงความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (LAS) ของสานักทดสอบทางการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คะแนน ประเด็น 5 4
62.
62 คะแนน ประเด็น 5 4 จุดเน้นของเรื่องที่ นาเสนอ -
กาหนดจุดมุ่งหมายในบทนาด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การใช้เกร็ดความรู้อ้างคาพูดของคนอื่น - เขียนเรื่องได้สอดคล้องกับประเด็นที่โจทย์กาหนดตล อดเรื่อง - ย่อหน้าสุดท้ายเสนอภาพสรุปรวมที่สาคัญของเรื่อง - เขียนประเด็นที่ต้องการนาเสนอได้ชัดเจน - เขียนภาพรวมของเรื่องครบต นบทนา - นาเสนอประโยคที่เป็นใจควา ทนาของเรื่อง - เขียนเรื่องส่วนใหญ่ได้สอดค กาหนด - ย่อหน้าสุดท้ายสอดคล้องกับ รายละเอียดเนื้อหา สาระที่นาเสนอ - การเขียนรายละเอียดเพื่อขยายความทุกประเด็นของ เรื่องด้วย ข้อมูลที่ถูกต้องและมีความสมดุล - มีการใช้คาหรือวลีที่น่าสนใจในการเขียนขยายควา มประเด็นสาคัญของเรื่อง - สานวนการเขียนมีความเหมาะสมกับชื่อเรื่อง จุดมุ่งหมาย และผู้อ่าน - มีการเขียนรายละเอียดเพื่อข ส่วนใหญ่ของเรื่องด้วยข้อมูล - ปริมาณข้อมูลที่ใช้ขยายแต - มีการใช้คาหรือวลีที่ดึงดูดค - สานวนการเขียนน่าสนใจ แต่ขาดความคงเส้นคงวา การจัดองค์ประกอ บ ของเรื่องที่นาเสนอ - การเรียบเรียงสาระที่นาเสนอเหมาะสม และประเด็นที่นาเสนอมีความสมเหตุสมผล - เรื่องที่เขียนนา เสนอบทนา เนื้อหา และบทสรุปอย่างชัดเจนและเสนอความคิดเป็นลาดับ - ข้อความในทุกย่อหน้ามีประโยคที่เป็นใจความสาคั ญและมีการสรุปในตอนท้ายของย่อหน้า - นาเสนอโครงสร้างของประโยคและสานวนที่หลากห ลาย - - การจัดเรียงเนื้อหาสาระแต่ล มีความเหมาะสม ทั้งในส่วนข เนื้อหาและบทสรุป - สาระที่นาเสนอส่วนใหญ่มีค - สาระที่นาเสนอส่วนใหญ่มีคว ะเด็น - ข้อความในแต่ละย่อหน้าส่วน จความสาคัญ - การเรียบเรียงประโยคและข
63.
63 คะแนน ประเด็น 5 4 การเรียบเรียงเรื่องราวในแต่ละย่อหน้ามีการร้อยรัด กันดี ความในแต่ละย่อหน้ามีความ แต่ยัง
ใช้ซ้า ๆ กันหลายจุด ความสอดคล้อง และเชื่อมโยง ของเรื่อง - มีการวางโครงสร้างรูปแบบการเขียนชัดเจนและใช้รู ปแบบการเขียนเรียงความเพื่อเชิญชวน - เรื่องที่เขียนมีความยากเหมาะสมกับระดับชั้นที่เรียน - งานเขียนมีการระบุรายละเอียดสาคัญมากและสมดุล ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวอย่างชัดเจน - การเรียบเรียงประโยคและเรื่องราวมีความกลมกลืน - มีการวางโครงสร้างรูปแบบก รูปแบบการเขียนเรียงความเพ - เรื่องที่เขียนมีความยากเหมาะ - เรื่องที่เขียนใช้โครงสร้างที่ง - งานที่เขียนมีการระบุรายละเอ ใจเรื่องราวได้ เกณฑ์การตัดสินให้คะแนน ได้คะแนนระหว่าง 0-3 คิดเป็น 1 คะแนน ได้คะแนนระหว่าง 4-8 คิดเป็น 2 คะแนน ได้คะแนนระหว่าง 9-13 คิดเป็น 3 คะแนน ได้คะแนนระหว่าง 14-18 คิดเป็น 4 คะแนน ได้คะแนนระหว่าง 19-23 คิดเป็น 5 คะแนน
64.
64 ใบกิจกรรมที่ 6 การเขียนเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) คาชี้แจง ให้ผู้เข้าอบรมนาข้อสอบที่ออกไว้
มาสร้างเกณ ฑ์การให้คะแนน (Rubric) โด ยให้ผู้เข้ารับการอบรมเขียน ในเกณ ฑ์ในการให้คะแน น ทั้งในลักษณะแบบองค์รวม (Holistic Rubric) และ แบบแยกส่วน (Analytic Rubric) ในตารางต่อไปนี้ เกณฑ์การตรวจให้คะแนน แบบ Holistic Rubric ดี ( คะแนน) พอใช้ ( คะแนน) ปรับปรุง ( คะแนน) เกณฑ์การตรวจให้คะแนน แบบ Analytic Rubric ประเด็น ดี ( คะแนน) พอใช้ ( คะแนน) ปรับปรุง ( คะแนน)
65.
65
66.
66 ใบความรู้ 7 การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบ อัตนัย แ บ
บ ท ด ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย (Essay) เป็ น ข้ อ ส อ บ ที่ ใ ห้ ผู้ ส อ บ เขี ย น ต อ บ ต า ม ค ว า ม คิ ด ข อ ง ต น เอ ง แม้ว่าโดยทั่วไปจะมีการนาไปใช้น้อย แต่ก็เป็นเครื่องมือที่จาเป็นในการวัดผล โ ด ย เฉ พ า ะ ใ น ก า ร วั ด เกี่ ย ว กั บ ก า ร สั ง เค ร า ะ ห์ (Synthesis) ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร อ ธิ บ า ย ใ ห้ ค น อื่ น เ ข้ า ใ จ แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร บู ร ณ า ก า ร ค ว า ม รู้ ก า ร วั ด ใ น ลั ก ษ ณ ะ เห ล่ า นี้ ข้ อ ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย จ ะ วั ด ไ ด้ ดี ม า ก เนื่องจากการที่จะตอบข้อสอบชนิดนี้ได้ต้องอาศัยความรอบรู้ ประสบการณ์ และความสามารถใน การบูรณาการความรู้ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ คุ ณ ภ า พ ข อ ง แ บ บ ท ด ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย มีลักษณะเช่นเดียวกับแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดอื่น ๆ เช่น แบบเลือกตอบ ถูกผิด เติมคา จับคู่ เป็นต้น ซึ่งมีคุณลักษณะสาคัญที่ต้องตรวจสอบ ประก อบด้วย ควา ม เที่ ย งตรง (Validity) ควา ม ย าก ง่าย (Difficulty) อา น า จ จา แ น ก (Discrimination power) แล ะคว า ม เชื่ อ มั่น ( Reliability) ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1.ความเที่ยงตรง (Validity) ค ว า ม เ ที่ ย ง ต ร ง เป็นคุณลักษณะของเครื่องมือที่แสดงถึงความสามารถในการวัดในสิ่งที่ต้องการวัด ไ ด้ อ ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง แ ม่ น ย า วั ด ไ ด้ ต ร ง ต า ม สิ่ ง ที่ ต้ อ ง ก า ร วั ด คุณ สมบัติด้านความ เที่ย งตรงถือเป็นหัวใจข องก ารวัดและประเมินผ ล เครื่องมือที่มีความเที่ยงตรงสูงนั้นทาให้ผลการวัดมีความหมาย ถูกต้องแน่นอน ค ว า ม เที่ ย ง ต ร ง ข อ ง เค รื่ อ ง มื อ วั ด ผ ล มี ห ล า ย ป ร ะ เภ ท แต่ความเที่ยงตรงที่ต้องตรวจสอบเป็นอับดับแรก คือความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ซึ่งก ารหา ค่า ความ เที่ย งตรงเชิงเนื้อห าข องแบบท ด สอบตา ม วิธีข อง โ ร วิ แ น ล ลี่ ( Rovinelli) แ ล ะ แ ฮ ม เบิ ล ตั น ( Hambleton) เ รี ย ก ว่ า
67.
67 ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (IOC: Index
of item Objective Congruence) (พวงรัตน์ ทวีรัตน์. 2543: 137) การหาค่า IOC ดาเนินการโดยให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยจานวน 3 คน ประเมินความ สอดคล้องข องข้อสอบแต่ละข้อกับจุดประสงค์หรือตัวชี้วัด และพิจารณาให้คะแนนแต่ละข้อ ดังนี้ ให้+1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความสอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้วัดที่ต้องการวัด ให้0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความสอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้วัดที่ต้องการ วัด ให้-1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความไม่สอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้วัดที่ต้องการ วัดทั้งนี้ อาจเตรียมแบบตรวจสอบความสอดคล้องของข้อสอบกับจุดประสงค์ จากนั้นนาคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทุกคนที่ประเมินมาคานวณหาค่า IOC ต า ม สู ต ร แ ป ล ค ว า ม ห ม า ย ค่ า IOC ที่ ค า น ว ณ ไ ด้ และกรอกลงในแบบสรุปผลการตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคาถามกับจุ ดประสงค์ ดังนี้ ตัวอย่าง แบบตรวจสอบความสอดคล้องของข้อสอบกับจุดประสงค์ (รายบุคคล) คาชี้แจง โปรดพิจารณาข้อสอบแต่ละข้อที่แนบมาให้ว่า วัดได้ตรงกับจุดประสงค์/ตัวชี้วัดหรือไม่ พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยทาเครื่องหมาย ลงในช่องความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีความหมายดังนี้ +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความสอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้วัดที่ต้องก ารวัด 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความสอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้ วัดที่ต้องการวัด -1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคาถามหรือข้อความไม่สอดคล้องกับจุดระสงค์หรือตัวชี้วัดที่ต้ องการวัด จุดประสงค์/ตัว ชี้วัด ข้อสอบข้อที่ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ ความคิดเห็น/ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1
68.
68 สูตรคานวณค่า IOC IOC = N R เมื่อ
IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ (Index of item Objective Congruence) R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จานวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด เกณฑ์การแปลความหมายค่า IOC IOC ≥ 0.5 แสดงว่า ข้อคาถามวัดได้ตรงตามเนื้อหาและสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ต้องกา รวัด IOC < 0.5 แสดงว่า ข้อคาถามวัดไม่ตรงตามเนื้อหาและไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ต้อง การวัด 2.ค่าความยากง่าย (Difficulty) และค่าอานาจจาแนก (Discrimination Power) การตรวจสอบคุณภาพข้อสอบด้านความยากง่ายและอานาจจาแนก ข อ ง ข้ อ ส อ บ แ บ บ อั ต นั ย สามารถทาได้โดยการประยุกต์หลักการวิเคราะห์ข้อสอบแบบเลือกตอบมาใช้ ตัวอย่างแบบสรุปผลการตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคาถาม กับจุดประสงค์ จุดประ สงค์ ข้อสอ บข้อ ที่ คะแนนความคิดเห็นขอ งผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC แปลผล 1 2 3 4 5 1 1.1 1.2 1.3 +1 0 +1 +1 +1 +1 +1 +1 -1 0 0 +1 +1 +1 +1 4 3 3 .80 .60 .60 ใช้ได้ ใช้ได้ ใช้ได้ 2 2.1 2.2 0 +1 -1 -1 -1 0 -1 +1 +1 -1 -2 0 -.40 0 ใช้ไม่ได้ ใช้ไม่ได้
69.
69 โดยก ารห าค่าสัดส่วน
ของคะแนนที่สอบได้ในกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อน แล้วคานวณค่าความยากง่ายและอานาจจาแนกตามหลักการวิเคราะห์ข้อสอ บแบบเลือกตอบ (ศิริชัย กาญจนวาสี, 2552:244) ค ว า ม ย า ก ง่ า ย ข อ ง ข้ อ ส อ บ (p) หมายถึงสัดส่วนของจานวนคนที่ตอบข้อสอบข้อนั้นถูก ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0–1 ถ้ า ข้ อ ส อ บ ข้ อ ใ ด มี ค น ต อ บ ถู ก ม าก p จ ะ มี ค่ า สู ง (เข้ าใ ก ล้ 1) แสดงว่าข้อนั้นง่าย ในทางตรงกันข้ามถ้าข้อสอบข้อใดมีคนตอบถูกน้อย p จ ะ มี ค่ า ต่ า ( เ ข้ า ใ ก ล้ 0) แ ส ด ง ว่ า ข้ อ นั้ น ย า ก โดยทั่วไปข้อสอบที่มีความยากง่ายพอเหมาะจะมีค่า p ตั้งแต่ 0.2–0.8 อ า น า จ จ า แ น ก (r) ห ม า ย ถึ ง ความสามารถของข้อสอบในการจาแนกความแตกต่างระหว่างผู้สอบที่มีผลสั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น ต่ า ง กั น อ อ ก จ า ก กั น ไ ด้ หรือผลต่างระหว่างสัดส่วนจานวนตอบถูกในกลุ่มสูงกับสัดส่วนจานวนตอบถู ก ใ น ก ลุ่ ม ต่ า อาน าจ จ าแ น ก ข อ งข้ อส อ บ จ ะ มี ค่ าตั้ งแ ต่ -1 ถึ ง 1 แต่ข้อสอบที่มีอานาจจาแนกเหมาะสมควรมีค่าเป็นบวก และมีค่าตั้งแต่ 0.2 เป็นต้นไป การวิเคราะห์ค่าความยากง่ายและอานาจจาแนกของข้อสอบตามหลั ก ก า ร ดั ง ก ล่ า ว ข้ า ง ต้ น สามารถกระทาได้โดยการวิเคราะห์ผลการตอบของผู้สอบทุกคน (เทคนิค 50% ) แ ต่ ใ น ก ร ณี มี ผู้ ส อ บ จ า น ว น ม า ก เพื่อความสะดวกในการวิเคราะห์สามารถใช้ผลการตอบของผู่สอบเพียงบางส่ วนได้ เช่น ใช้กลุ่มสูงและกลุ่มต่าเพียงกลุ่มละ 25%, 27% และ 30% การวิเคราะห์ค่าความยากง่ายและอานาจจาแนกของข้อสอบแบบอัต นัย ดาเนินการได้ดังนี้ 1.ตรวจให้คะแนนข้อสอบแต่ละข้อ แล้วรวมคะแนนทุกข้อ 2.เรียงก ร ะ ด าษ ค าต อบ จ าก ค ะแ น น สู งสุ ด ล งม าห าต่าสุ ด ถ้ าใ ช้ เท ค นิ ค 25% ใ ห้ คั ด เอ าเฉ พ าะ ผู้ ที่ ไ ด้ ค ะ แ น น สู งสุ ด 25% ของทั้งหมดเป็นกลุ่มสูง และผู้ที่ได้คะแนนต่าสุด 25% ของทั้งหมดเป็นกลุ่มต่า
70.
70 ก ลุ่ ม
ที่ เห ลื อ เป็ น ก ลุ่ ม ก ล า ง มี จ า น ว น 50% ข อ ง ทั้ ง ห ม ด ไม่นามาใช้ในการวิเคราะห์ 3.บัน ทึ ก ค ะ แน น ข องแต่ ล ะ ค น ใ น แต่ ล ะข้ อล งใ น ต าร าง โด ยแยก ตามก ลุ่ม จ าก นั้น ให้ รวมค ะแน น แต่ละ ข้อข องแต่ละก ลุ่ม ทั้งนี้อาจใช้แบบฟอร์มดังตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อสอบแบบอัตนัยวิชาคณิตศ าสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ดังนี้ จากตารางจะเห็นว่าข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์มีจานวนทั้งหมด 5 ข้อ คะแนนเต็ม ข้อละ 10 คะแนน นักเรียนที่สอบมีจานวนทั้งหมด 16 คน จึงมีกลุ่มสูงและกลุ่มต่ากลุ่มละ 4 คน ซึ่งเท่ากับ 25% ของ 16 คน ผู้ที่ไ ด้ค ะแน น สูงสุด ท าไ ด้ 42 ค ะแน น ต อบ ข้ อ 1 ถึง ข้อ 5 ไ ด้ ค ะ แ น น ต า ม ล า ดั บ ดั ง นี้ 9, 8, 7, 8, 10 ผู้ ที่ ไ ด้ ค ะ แ น น ต่ า สุ ด ท า ไ ด้ 16 ค ะ แ น น ต อ บ ข้ อ 1 ถึ ง ข้ อ 5 ไ ด้ ค ะ แ น น ต า ม ล า ดั บ ดั ง นี้ 2, 3, 2, 7, 2 ข้ อ 1 มีกลุ่มสูงทาได้คะแนนรวมทั้งหมด 33 คะแนน กลุ่มต่าทาได้ 16 คะแนน ตัวอย่าง ตารางการเคราะห์ข้อสอบแบบอัตนัยวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่ม ผู้สอบ ข้อสอบข้อที่ รวม1 2 3 4 5 กลุ่มสูง 1 2 3 4 9 8 8 8 8 8 7 7 7 6 6 6 8 7 7 6 10 10 9 9 42 38 37 36 รวม 33 30 25 28 38 กลุ่มต่า 1 2 3 4 5 5 4 2 5 5 6 3 5 3 3 2 7 8 6 7 5 4 3 2 27 25 22 16 รวม 16 19 13 28 14 ผลการวิเคราะห์รวม p .61 .61 .47 .70 .65 r .42 .27 .30 .00 .60 สรุป ใช้ไ ด้ ใช้ไ ด้ ใช้ไ ด้ ใช้ไ ม่ได้ ใช้ไ ด้
71.
71 4.คานวณค่าความยากง่ายและอานาจจาแนก โดยใช้สูตรดังนี้ ค่าความยากง่ายหาจากสูตร p = 2NM LH
ค่าอานาจจาแนกหาจากสูตร r = NM LH เมื่อ p แทน ค่าความยาก r แทน ค่าอานาจจาแนก H แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มสูง L แทน ผลรวมของคะแนนกลุ่มต่า N แทน จานวนคนในแต่ละกลุ่ม M แทน คะแนนเต็มของข้อสอบข้อนั้น หรืออาจเขียนสูตรในรูปข้อความได้ดังนี้ ค่าความยาก= ค่าอานาจจาแนก = ตัวอย่าง การหาค่าความยากของข้อ 1 p = .61 80 49 10x8 1633 ตัวอย่าง การหาค่าอานาจจาแนกของข้อ 1 r = .42 40 17 10x4 1633 5. นาค่าความยากและค่าอานาจจาแนกที่คานวณได้บันทึกลงในตาราง แ ล ะ ส รุ ป คุ ณ ภ า พ ข้ อ ส อ บ ข้ อ นั้ น ว่ า ใ ช้ ไ ด้ ห รื อ ไ ม่ โดยข้ อ ส อ บ ที่ ใช้ ไ ด้ ต้ อง มี ค่ าที่ เหม าะ สม ทั้ งค่ าค วามยากง่ายแ ล ะอ านาจ จากตัวอย่างวิเคราะห์ข้อสอบแบบอัตนัยดังกล่าวข้างต้น แสดงว่าข้อ 1, 2, 3, และ 5 มีคุณภาพเหมาะสม ส่วนข้อ 4 ถึงแม้ว่าค่าความยากจะใช้ได้ แต่ไม่มีอานาจจาแนก จึงเป็นข้อที่ใช้ไม่ได้ ผลรวมของคะแนนกลุ่มสูง + ผลรวมของคะแนนกลุ่มต่าจานวนคนทั้งสองกลุ่ม × คะแนนเต็มของข้อสอบข้อนั้น ผลรวมของคะแนนกลุ่มสูง - ผลรวมของคะแนนกลุ่มต่าจานวนคนในแต่ละกลุ่ม × คะแนนเต็มของข้อสอบข้อนั้น
72.
72 3.ความเชื่อมั่น (Reliability) ความเชื่อมั่นเป็นคุณลักษณะของเครื่องมือที่แสดงว่าเครื่องมือนั้นวัดสิ่งที่ต้องก ารวัดไม่ว่าจะวัดกี่ครั้ง หรือวัดในสภาพการณ์ที่แตกต่างกัน
ก็ยังคงได้ผลการวัดคงเดิม ก า ร ต ร ว จ ส อ บ คุ ณ ภ า พ เ ค รื่ อ ง มื อ ด้ า น ค ว า ม เ ชื่ อ มั่ น กระทาโดยการคานวณสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ความเชื่อมั่นค่าที่คานวณได้จะมีค่าตั้งแต่ -1 ถึ ง +1 ค่ าค ว าม เชื่ อ มั่ น ที่ เ ห ม า ะ ส ม ค ว ร มี ค่ าเป็ น บ ว ก แ ล ะ มี ค่ าสู ง โดยแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้นเพื่อใช้ในชั้นเรียนนั้นควรมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นตั้ง แต่ 0.60 ขึ้นไป (เยาวดี วิบูลย์ศรี, 2539:102) วิ ธี ก า ร ค า น ว ณ ค่ า สั ม ป ร ะ สิ ท ธิ์ ค ว า ม เ ชื่ อ มั่ น มี ห ล า ย วิ ธี สาหรับวิธีที่เหมาะสมสาหรับแบบทดสอบแบบอัตนัย คือ วิธีหาค่าแอลฟาของครอนบัค (Cronbach’ s alpha) ซึ่งมีสูตรคานวณในการประมาณค่า จากกลุ่มตัวอย่างดังนี้ (ศิริชัย กาญจนวาสี, 2552: 71) = 2 2 1 1 x i s s k k เมื่อ แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ k แทน จานวนข้อคาถาม 2 is แทน ความแปรปรวนของคะแนนข้อที่ i 2 xs แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม x โดย n xx si 2 2 เมื่อ n คือ จานวนผู้สอบ ตัวอย่าง แสดงคะแนนจากการคานวณค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ผู้สอบ ข้อคาถาม คะแนนรวม 1 2 3 4 5 1 6 8 9 1 7 31 2 8 8 8 2 4 30 3 0 3 6 1 3 13 4 2 1 1 0 2 6 รวม 16 20 24 4 16 80 ค่าเฉลี่ย 4 5 6 1 4 20 ขั้นตอนการคานวณ
73.
73 1) k =
5 2) 2 xs = n xx 2 = 4 )206()2013()2030()2031( 2222 = 116.5 3) 2 1s = n xx 2 = 4 4)(24)(04)(84)(6 2222 = 10 2 2 s = 9.5 2 3 s = 9.5 2 4 s = 0.5 2 5 s = 3.5 4) 2 i s = 10 + 9.5 + 9.5 + 0.5 + 3.5 = 33.0 5) แทนค่าในสูตร 6) = 5.116 0.33 1 15 5 = 0.90
74.
74 ใบกิจกรรม 7.1 การตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด คาชี้แจง 1.แบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม กลุ่มละ
3-5 คน 2.ให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนในกลุ่มนาแบบทดสอบที่พัฒนาไว้แล้ว ม า จั ด ใ ส่ ล ง ใ น ใบกิจกรรม แบบตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด 3.ผู้ เ ข้ า รั บ ก า ร อ บ ร ม ทุ ก ค น ใ น ก ลุ่ ม ผลัดกันเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ประเมินความเหมาะสมของข้อสอบ 4.น า ผ ล ก า ร ป ร ะ เมิ น ข อ ง ผู้ เ ชี่ ย ว ช า ญ ทุ ก ค น บันทึกลงในใบกิจกรรม ตารางที่ 2 5.คานวณหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด แล้วแปลผล 6.สรุปผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัว ชี้วัดใต้ตารางที่ 2 ชื่ อ - สกุล...................................................................................... ส พม. 32 ตารางที่1 แบบตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด ตัวชี้วัด ข้อสอบ คะแนนพิจาร ณา ข้อเสนอแนะ +1 0 -1
75.
75 ตารางที่2 แบบสรุปผลการพิจารณาความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญ ตัวชี้วัด/ข้อสอบ ผลการพิจารณาของผู้เชี่ยว ชาญ ค่า IOC แปลผล คน ที่
1 คน ที่ 2 คน ที่ 3 คน ที่ 4 คน ที่ 5 ตัวชี้วัด ข้อสอบ สรุปผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับตัวชี้วัด ข้อสอบที่ใช้ได้ ……………………………………………………………......................... ....................................................................
76.
76 ใบกิจกรรม 7.2 การวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย และอานาจจาแนก ชื่อ-สกุล
สพม. 32 คาชี้แจง 1.ใ ห้ ผู้ เข้ ารั บ ก า ร อ บ ร ม พิ จ า ร ณ า ข้ อ มู ล ที่ ก าห น ด ใ ห้ แล้วคานวณ ค่าความยากง่าย ค่าอานาจจาแนก และแปลความหมาย ลงในใบงาน 2.ให้ผู้เข้ารับการอบรมระบุตาแหน่งของข้อสอบแต่ละข้อลงในกรา ฟ จ า ก ค่ า ค ว า ม ย า ก ง่ า ย แ ล ะ ค่ า อ า น า จ จ า แ น ก ที่ ไ ด้ จ า ก ก า ร ค า น ว ณ ไ ด้ ใ น ใ บ ง า น และคัดเลือกข้อสอบที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ ข้อมูลจากผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์มีจานวนทั้งหมด 5 ข้อ คะแนนเต็ม ข้อละ 10 คะแนน นักเรียนที่สอบมีจานวนทั้งหมด 40 คน จึงมีกลุ่มสูงและกลุ่มต่ากลุ่มละ 10 คน ซึ่งเท่ากับ 25% ของ 40 ข้อ ผู้สอบ 1 2 3 4 5 กลุ่มสูง 1 9 10 10 7 8 2 10 9 9 8 8 3 9 10 9 7 8 4 8 9 8 9 9 5 8 9 9 8 8 6 9 10 7 8 7 7 7 10 7 8 8 8 7 10 8 8 7 9 8 8 8 7 8 10 7 8 8 7 8 กลุ่มต่า 1 7 5 7 7 4 2 6 4 7 7 5 3 5 6 6 7 2 4 6 4 5 5 6 5 5 4 7 6 4 6 3 4 6 7 5
77.
77 7 4 4
6 6 4 8 2 4 5 7 5 9 4 3 6 7 2 10 2 5 5 8 2
78.
78 ตารางที่ 1 แสดงผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่ายและค่าอานาจจาแนก ข้อ ผู้สอบ 1
2 3 4 5 รวม กลุ่มสูง 1 9 10 10 7 8 44 2 10 9 9 8 8 44 3 9 10 9 7 8 43 4 8 9 8 9 9 43 5 8 9 9 8 8 42 6 9 10 7 8 7 41 7 7 10 7 8 8 40 8 7 10 8 8 7 40 9 8 8 8 7 8 39 10 7 8 8 7 8 38 รวม 82 93 83 77 79 กลุ่มต่า 1 7 5 7 7 4 30 2 6 4 7 7 5 29 3 5 6 6 7 2 26 4 6 4 5 5 6 26 5 5 4 7 6 4 26 6 3 4 6 7 5 25 7 4 4 6 6 4 24 8 2 4 5 7 5 23 9 4 3 6 7 2 22 10 2 5 5 8 2 22 รวม 44 43 60 67 39 p 0.63 0.68 0.72 0.72 0.59 r 0.38 0.50 0.23 0.10 0.40 สรุป
79.
79 แผนภูมิที่1 กราฟแสดงตาแหน่งของข้อสอบแต่ละข้อตามค่าความยากง่ายและค่า อานาจจาแนกที่ได้จากการคานวณ หมายเหตุ บริเวณพื้นที่ของข้อสอบที่มีคุณภาพ สรุป 1)
ข้อสอบที่มีคุณภาพ คือ ..................................................................................................... 2) ข้อสอบที่ต้องปรับปรุงในเรื่องของความยากง่าย คือ ........................................................ 3) ข้อสอบที่ต้องปรับปรุงในเรื่องของอานาจจาแนก คือ ....................................................... 4) ข้อสอบที่ไม่มีคุณภาพ คือ ............................................................................................... ค่าความยากง่า ย (p) ค่าอานาจจาแน ก (r) 0 0.1 0.2 0.3 0.4 0.5 0.6 0.7 0.8 0.9 1.0-1.0 -0.9 -0.8 -0.7 -0.6 -0.5 -0.4 -0.3 -0.2 -0.1 0.1 0.2 0.3 0.4 0.5 0.6 0.7 0.8 0.9 1.0
80.
80 ---------------------------------------------------------
81.
บรรณานุกรม เตือนใจ เกตุษา. การสร้างแบบทดสอบ
1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยรามคาแหง, 2532 ชาญชัย ยมดิษฐ์. เทคนิคและวิธีสอนร่วมสมัย. กรุงเทพ : หลักพิมพ์, 2548. นิค มานนท์. การประเมินผลและการสร้างแบบทดสอบ. กรุงเทพ : ทิพย์วิสุทธิ์, 2534. ทิวัตถ์ มณีโชติ. การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐ าน. กรุงเทพ : เกรท เอ็ดดูเคชั่น, 2549. พิมพา สุวรรณฤทธิ์. การสร้างเครื่องมือวัดผลการเรียน. กาญจนบุรี : สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี, 2542. เยาวดี วิบูลย์ศรี. การวัดและการสร้างแบบสอบสัมฤทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2545. สมบูรณ์ ตันยะ. การประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพ : สุวีริยาสาส์น, 2545. กิ่งกาญจน์ สิรสุคนธ์. วารสารวิชาการ ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2549. สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด, 2553. ดร.ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ดร. ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์. การสร้างเกณฑ์การประเมิน Rubric Sampler ของ Relearning by Design, Inc. สานักทดสอบทางการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ http://www.seal2thai.org/sara/207.htm
83.
คณะทางาน ที่ปรึกษา นายกิตติ บุญเชิด ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธ ยมศึกษาเขต 32 นายโสธร
บุญเลิศ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษ ามัธยมศึกษาเขต 32 นายนพรัตน์ ประสีระเตสัง รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึ กษามัธยมศึกษาเขต 32 นางปติมา กาญจนากาศ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึ กษามัธยมศึกษาเขต 32 ดร.ชนาธิป ทุ้ยแป ผู้อานวยการกลุ่มประเมินคุณภาพการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐา น คณะทางาน นางวันพร นาคแก้ว ผู้อานวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา นางมนัชยา หงษ์แก้ว ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นายปิยวัฒน์ เพชรศรี ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32
84.
76 นายพีรวัฒน์ เศวตรพัชร์ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต
32 นายศรัทธา เหมือนถนอม ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นายทองคูณ หนองพร้าว ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นายสถิต การเพียร ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นายยศพัทธ์ แตงทองกุล ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นางคัทลียา วงศ์วัฒน์ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นางดาวดี คีรี ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นางกรุณา บุษบง ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นางสุภะรัตน์ ทรัพย์เวชการกิจ ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32
85.
77 นางสาวอภิณญาณ บุญอุไร ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต
32 นางสาวอมรรัตน์ เฮ่ประโคน นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นางสาวอติพร สังกะเพศ พนักงานราชการสานักงานเขตพื้นที่การศึ กษามัธยมศึกษา เขต 32 สังเคราะห์รวบรวมและจัดทาเอกสาร นางสาวอภิณญาณ บุญอุไร ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 ออกแบบปก นายปิยวัฒน์ เพชรศรี ศึกษานิเทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32
Download