คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
หน่วยที่ 3
การออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : การนาหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การจัดการเรียนรู้
ในห้องเรียนอย่างมีคุณภาพนั้น ครูผู้สอนมีบทบาทสาคัญยิ่งในการออกแบบ
การเรียนรู้ที่เป็นระบบ มีองค์ประกอบสาคัญ ครบถ้วน สมบูรณ์ และ
ถูกต้องตามหลักวิชา
 จุดมุ่งหมาย
เพื่อให้ผู้ศึกษามีความรู้ ความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล
 ขอบข่ายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
เรื่องที่ 2 การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
เรื่องที่ 3 การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อกาหนดคาอธิบายรายวิชา
เรื่องที่ 4 การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
เรื่องที่ 5 การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม
เรื่องที่ 6 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้
เรื่องที่ 7 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้
 กิจกรรม
1. ทดสอบก่อนการศึกษา
2 ศึกษาองค์ความรู้
3. ปฏิบัติกิจกรรมตามใบงาน
4. ประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่กาหนด
5. ทดสอบหลังการศึกษา
 การประเมินผล
1. ทดสอบ
2. ประเมินผลงานของตนเอง
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
2
เกณฑ์การประเมิน ได้ 0 คะแนน ถ้าไม่มีการเขียนตอบใดใด
ได้ 1 คะแนน ถ้าไม่ตรงตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้
ได้ 2 คะแนน ถ้าถูกต้องตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้เป็นบางส่วน
ได้ 3 คะแนน ถ้าถูกต้องตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้เป็นส่วนใหญ่
เรื่องที่ 1
ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : การออกแบบการเรียนรู้เป็นหน้าที่สาคัญประการหนึ่ง
ของครูผู้สอน ในการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน
บรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ที่หลักสูตรสถานศึกษากาหนด การออกแบบ
การเรียนรู้เป็นศาสตร์ที่ต้องดาเนินการอย่างเป็นระบบ ตามลาดับขั้นตอน
ที่เหมาะสม จึงจะนาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
การออกแบบการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่
การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ของรายวิชาพื้นฐาน หรือ ผลการเรียนรู้ของรายวิชาเพิ่มเติม
1 รายวิชา จาแนกเป็นความรู้ที่ผู้เรียนจะต้องรู้ พฤติกรรมหรือทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้
รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน นาไป เรียบเรียงเขียนเป็นคาอธิบายรายวิชา
1 รายวิชา แล้วจึงนาคาอธิบายรายวิชานั้นไปกาหนดเป็นโครงสร้างรายวิชาเพื่อให้ได้จานวนหน่วยการเรียนรู้
ที่จะนาไปจัดการเรียนรู้ตลอดปี / ตลอดภาคเรียน จากนั้น จึงนาข้อมูลในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดไว้
ในโครงสร้างรายวิชา ไปกาหนดรายละเอียดเป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานให้ครบจานวนหน่วยการเรียนรู้
ที่ได้กาหนดไว้ สาหรับแผนการจัดการเรียนรู้ควรเขียนต่อจากหน่วยการเรียนรู้เป็นรายหน่วย เพื่อตรวจสอบ
ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของหน่วยการเรียนรู้ที่กาหนด กรณีที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนข้อมูลหรือ
องค์ประกอบใด สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที แล้วจึงเริ่มกาหนดหน่วยการเรียนรู้หน่วยต่อไป ถ้าจัดลาดับ
ขั้นตอนของการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาอย่างเป็นระบบ จะได้ขั้นตอนการดาเนินงานดังต่อไปนี้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
3
1. กาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
2. วิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อนาไปสู่การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
3. เขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
4. กาหนดโครงสร้างรายวิชา
5. ออกแบบหน่วยการเรียนรู้
6. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนารายวิชาที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ
รายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ที่ได้จัดการเรียนรู้ไปแล้วในภาคเรียนนี้
มาทบทวนขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้ว่าเป็นไปตามลาดับขั้นตอน
ที่นาเสนอหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามนั้น ให้ระบุว่ายังขาดขั้นตอนใดบ้าง
ประเด็นคาตอบ : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
4
เรื่องที่ 2
การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้สาหรับการนาไปสู่การออกแบบ
การเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานเท่านั้น ในส่วนของการออกแบบการเรียนรู้รายวิชา
เพิ่มเติม เป็นหน้าที่ของครูผู้สอนที่จะต้องกาหนดผลการเรียนรู้ขึ้นเอง
การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ปรับเปลี่ยนการกาหนดมาตรฐาน
การเรียนรู้ช่วงชั้นให้เป็นตัวชี้วัดชั้นปี / ช่วงชั้น ซึ่งตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางมีไว้เพื่อให้
ครูผู้สอนนาไปใช้สาหรับรายวิชาพื้นฐานเท่านั้น สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมครูผู้สอนต้องกาหนด
“ผลการเรียนรู้” ขึ้นเองแทนการใช้ “ตัวชี้วัด” ที่จัดทาไว้สาหรับรายวิชาพื้นฐาน แนวการกาหนด
“ผลการเรียนรู้” สามารถดาเนินการได้ 2 ลักษณะ ดังนี้
1. พิจารณาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นฐานข้อมูล
ในการกาหนด “ผลการเรียนรู้” เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
2. กาหนด “ผลการเรียนรู้” ขึ้นใหม่ โดยไม่อิงสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ใด
การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมที่มีความเป็นสากล
1. สาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากล 4 เรื่อง สามารถพิจารณาได้จากวัตถุประสงค์และ
ขอบข่ายสาระที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ ซึ่ง คู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงาน
การมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) ได้กาหนดไว้
2. สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และ ภาษาต่างประเทศที่ 2 อาจพิจารณาโดยอิงตัวชี้วัด
และสาระการเรียนรู้แกนกลาง แต่กาหนด “ผลการเรียนรู้” ที่ต่อยอดเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น
หรือ กาหนดผลการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้ว
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
5
การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมสาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในกรณีที่เรียนต่อเนื่องกัน
ทั้งสองภาคเรียนใน 1 ปี ครูผู้สอนอาจกาหนดเป็น ผลการเรียนรู้ชั้นปี ในขั้นแรกก่อนแล้วจึงวิเคราะห์
จาแนกเป็น ผลการเรียนรู้รายภาคเรียน ในขั้นต่อไป สาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้กาหนดเป็น
ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ก่อน แล้วจึงนาไปวิเคราะห์จาแนกเป็น ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น รายภาคเรียน
ในลาดับต่อไป ในกรณีที่เป็นรายวิชาอิสระไม่ต่อเนื่องกัน สามารถกาหนดผลการเรียนรู้ในแต่ละภาคเรียน
ได้เลย แต่ต้องพิจารณาความยากง่าย หรือ ลาดับเนื้อหาที่ต้องเรียนก่อนหลังในแต่ละภาคเรียนด้วย
เมื่อกาหนดผลการเรียนรู้ได้แล้ว จากนั้นต้องกาหนดสาระการเรียนรู้ให้สัมพันธ์กับผลการเรียนรู้ด้วย
องค์ประกอบของผลการเรียนรู้
องค์ประกอบของ “ผลการเรียนรู้” มีลักษณะเช่นเดียวกับ องค์ประกอบของตัวชี้วัดซึ่งประกอบ
ด้วยข้อมูล 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นพฤติกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ และ ส่วนที่สองหรือส่วนที่ตามมา
คือ ความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ การเขียนผลการเรียนรู้แต่ละข้อ จึงมีลักษณะดังแผนภูมิ ต่อไปนี้
+
ลักษณะของผลการเรียนรู้
การกาหนดผลการเรียนรู้ สามารถดาเนินการโดยอิงแนวทางการจาแนกประเภทจุดประสงค์
ทางการศึกษาของบลูม ( Benjamin S. Bloom ) และคณะ ที่ได้จาแนกพฤติกรรมการเรียนรู้เป็นจุดประสงค์
ทางการศึกษา ( Taxonomy of Educational Objectives) ออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้
1. ด้านพุทธิพิสัย ( Cognitive Domain ) หรือ พฤติกรรมทางสมอง ที่แบ่งระดับเป็นพฤติกรรม
ด้านสติปัญญา หรือ ด้านความรู้และการคิด ประกอบด้วย ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆและการทา
ความเข้าใจในสิ่งที่เป็นความรู้ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าในสิ่งที่รู้
2. ด้านจิตพิสัย ( Affective Domain ) หรือพฤติกรรมด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วยการรับรู้
การตอบสนองและการสร้างคุณค่าในเรื่องที่ได้รับรู้ แล้วนาสิ่งที่มีคุณค่านั้นมาจัดระบบ สร้างเสริมพัฒนา
เป็นลักษณะนิสัยประจาตัว
3. ด้านทักษะพิสัย ( Psychomotor Domain ) หรือ พฤติกรรมด้านทักษะทางกาย หรือ พฤติกรรม
ด้านการปฏิบัติ ประกอบด้วยทักษะในการเคลื่อนไหว และการใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
พฤติกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ ความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
6
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มุ่งพัฒนาพฤติกรรมในทั้ง 3 ด้าน แต่ละด้านจะมี
พฤติกรรมที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กาหนด
พฤติกรรมที่พึงประสงค์ไว้ในลักษณะของมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด เพื่อนาไปจัดการเรียนรู้เป็นรายวิชา
พื้นฐานของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมที่ต้องกาหนดผลการเรียนรู้ขึ้นเอง ยึดหลักการ
เดียวกันกับการกาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด คือ ต้องกาหนดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่นเดียวกัน
พฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน มีดังนี้
พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย แบ่งเป็น 6 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นของกระบวนการทางปัญญา
ได้ดังนี้
ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม
1. ขั้นความรู้ ความจา บอก / ระบุ / ชี้ / จับคู่ / ฯลฯ
2. ขั้นเข้าใจ อธิบาย / แปลความ / นาเสนอ / ตีความ / ฯลฯ
3. ขั้นนาไปใช้ ใช้ / สร้าง / สาธิต / แก้ปัญหา / ดัดแปลง / ฯลฯ
4. ขั้นวิเคราะห์ จาแนก / เปรียบเทียบ / ให้เหตุผล /จัดประเภท / ฯลฯ
5. ขั้นสังเคราะห์ เขียน / ออกแบบ / วางแผน / แสดงเหตุผล / ฯลฯ
6. ขั้นประเมินค่า ประเมิน / วิพากษ์/ วิจารณ์ / ตัดสิน / โต้แย้ง / ฯลฯ
พฤติกรรมด้านจิตพิสัย แบ่งเป็น 5 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นต่าสุดไปหาสูงสุด ดังนี้
ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม
1. ขั้นรับรู้ สังเกต / รับฟัง/ ฯลฯ
2. ขั้นตอบสนอง ยอมรับ / ตระหนัก/ เห็นประโยชน์ / เห็นคุณค่า /
พึงพอใจ / ปฏิบัติตาม /ชักชวน/ แนะนา/ ฝึกหัด/
โต้แย้ง/ ปฏิเสธ / สนับสนุน / ฯลฯ
3. ขั้นสร้างคุณค่า แสดงความคิดเห็น / ให้เหตุผล/ เปรียบเทียบ
ความสัมพันธ์ / เปรียบเทียบความแตกต่าง /ยอมรับ /
เลือก / ฯลฯ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
7
ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม
4. ขั้นจัดระบบ สรุปขั้นตอน/ เรียบเรียง / จัดลาดับขั้นตอน /จัดระบบ
กาหนดแนวทาง /สร้างแนวปฏิบัติ / ฯลฯ
5. ขั้นสร้างลักษณะนิสัย นาไปปฏิบัติ / จัดทาใหม่ / เรียงเรียงใหม่ /
เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / แก้ไขปรับปรุง / พัฒนา
สร้างลักษณะนิสัย / สร้างบุคลิก / ฯลฯ
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย แบ่งเป็น 5 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นได้ดังนี้
ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม
1. ขั้นรับรู้ แสดงความสนใจ / สังเกต / ฯลฯ
2. ขั้นเตรียมพร้อม อธิบายขั้นตอน / ชี้แจงวิธีการ / เรียงลาดับขั้นตอน
/ ฯลฯ
3. ขั้นปฏิบัติตามแบบ ปฏิบัติตามขั้นตอน / ปฏิบัติตามตัวอย่าง/ ปฏิบัติตาม
คาแนะนา/ พูดตามแบบ / อ่านตามแบบ / เขียนตาม
แบบ / ฯลฯ
4. ขั้นทักษะ ปฏิบัติ ( โดยไม่มีแบบ) / สาธิตขั้นตอน / แสดง /
พูดสนทนา / เขียนสื่อสาร / ฯลฯ
5. ขั้นปฏิบัติอย่างชานาญ ปฏิบัติอย่างคล่องแคล่ว / สนทนาโต้ตอบ /
พูดอภิปราย / แสดงความคิดเห็น / นาเสนอเรื่องราว /
ฯลฯ
ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาภาษาฝรั่งเศส
กาหนดโดยอิงสาระการเรียนรู้ 4 สาระ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
1. ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา คู่มือการใช้งานต่างๆ คาบรรยาย และคาชี้แจง
2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา และบทร้อยกรองถูกต้อง
ตามหลักการอ่าน
3. ระบุ อธิบาย จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจากการฟังและ
อ่านจากสื่อที่เป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ตามความสนใจ
สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
8
4. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูล ข่าว เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่าง
ต่อเนื่องและเหมาะสม
5. ขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และอ่าน
ประเด็นข่าว เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม
6. แสดงความรู้สึกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ใน ท้องถิ่น
สังคมและโลก พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบ
7. เลือกใช้ภาษา น้าเสียงและกริยาท่าทาง เหมาะกับระดับบุคคล โอกาสและสถานที่
ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
8. ใช้ภาษาในการสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา
ชุมชนและสังคม
9. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก รวบรวม วิเคราะห์ สรุปความรู้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
10.อธิบาย วิเคราะห์ อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ
ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศสกับประเทศไทย และนาไปใช้
อย่างมีเหตุผล
11.เข้าร่วม นาเสนอ และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาสและความสนใจ
12. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ ประเทศชาติเป็นภาษาฝรั่งเศส
ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาทฤษฎีความรู้
กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง ทฤษฎีความรู้
จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 )
1. เข้าใจสถานการณ์ / บริบทในท้องถิ่น ชุมชน และสังคมใกล้ตัว
2. วิเคราะห์สภาพการณ์ / สถานการณ์ / บริบทในท้องถิ่น ชุมชน และสังคมใกล้ตัว
3. จาแนกระหว่างการให้เหตุผลดี เหมาะสม และเหตุผลที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม
4. วิเคราะห์และให้เหตุผล ความอคติ / ความลาเอียง / เกี่ยวกับอุบัติการณ์ของสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
5. ระบุความไม่สมเหตุสมผลของสถานการณ์ / สภาพการณ์ต่างๆ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
9
ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาการเขียนความเรียงขั้นสูง
กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนความเรียงขั้นสูง
จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 )
1. เข้าใจรูปแบบการเขียนความเรียงขั้นสูง ประกอบด้วย วิธีการเขียนชื่อเรื่อง ( Title) และการกาหนด
ประเด็นปัญหา (Research Question) การเขียนคานา ( Introduction) การเขียนเนื้อเรื่อง
( Body of Knowledge)
2. สร้างวิธีการ หรือกระบวนการนาเสนอข้อมูลความคิดตามลาดับขั้นตอนโดยใช้กระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์
3. เขียนสื่อความให้ผู้อ่านเข้าใจความเป็นมาของชื่อเรื่อง ความน่าสนใจของเรื่องที่เขียน คุณค่าของ
การศึกษาเรื่องที่เขียน ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา บริบทของเรื่องที่เกี่ยวข้อง
การกาหนดประเด็นปัญหาของเรื่องที่ศึกษา และการใช้ภาษาที่สื่อความหมาย
4. เขียนและเรียบเรียงความคิด ข้อคิดเห็น การใช้ข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง
ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาการสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์
กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์
จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 )
1. สร้างโครงงานโดยใช้ความรู้จากสาระการเรียนรู้พื้นฐาน (Creativity)
2. ปฏิบัติตามโครงงานที่สร้างขึ้น (Actions)
3. จัด หรือ เข้าร่วมกิจกรรมบริการสังคม (Service)
ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาโลกศึกษา
กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์
จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 )
สาระที่ 1 การเป็นพลโลก ( Global Citizenship)
1. เข้าใจแนวคิดและความจาเป็นของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีความรับผิดชอบ
2. วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร และแนวคิดที่แตกต่างซึ่งส่งผ่านสื่อและแหล่งข้อมูลต่างๆ
3 ศึกษาเรียนรู้บทบาทของสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของโลก
4. พัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและจุดที่ประเด็นสาคัญได้รับการตัดสินใจ
5. ตระหนักและแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสิ่งต่างๆ ของโลก
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
10
6. ตระหนักถึงความสาคัญของบริบทโลก ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และการตัดสินใจทั้งใน
ระดับ บุคคลและระดับสังคม
7. เข้าใจบทบาทของภาษา ขนบธรรมเนียม สถานที่ ศิลปะ ศาสนา ของตนเองและผู้อื่นในโลก
สาระที่ 2 การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ( Conflict Resolution)
1. เข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง ผลกระทบของการพัฒนาและเหตุผลความจาเป็นของ
การแก้ปัญหา และการส่งเสริมความกลมเกลียว
2. มีความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างความขัดแย้งต่างๆ ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ และ
วิธีการแก้ปัญหาหลากหลายวิธี
3. เข้าใจทางเลือกและผลที่ตามมาต่อผู้อื่นในสภาวะความขัดแย้ง
4. เข้าใจความสาคัญของการสนทนา การโต้ตอบ การเสวนา การให้อภัย การเคารพ และ
ความเอื้ออาทร
5. พัฒนาทักษะการสื่อสาร การแก้ต่างการเจรจา การประนีประนอม และการให้ความร่วมมือ
6. เห็นคุณค่าของความขัดแย้ง สามารถแสดงความคิดเห็นและดาเนินการให้เป็นกระบวนการ
สร้างสรรค์ศักยภาพ
7. เข้าใจรูปแบบลัทธิเผ่าพันธุ์
8. เข้าใจถึงความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อประชาชน รู้จักประเทศ พื้นที่ สิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น
และระดับโลก
สาระที่ 3 ความเป็นธรรมทางสังคม (Social Justice)
1. เรียนรู้และเข้าใจความสาคัญของความถูกต้องทางสังคมซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
และการส่งเสริมความผาสุกของประชาชนทั้งมวล
2. เห็นคุณค่าความถูกต้องทางสังคมและเข้าใจความสาคัญเพื่อมั่นใจในความเสมอภาค ความถูกต้อง
ความโปร่งใส สาหรับทุกคนในสังคมเดียวกันระหว่างสังคม
3. รู้จักผลกระทบของอานาจที่ไม่เสมอภาค เข้าใจและเห็นคุณค่าของการมีโอกาสที่เท่าเทียม
สาระที่ 4 ค่านิยมและการตระหนักรับรู้สภาพการณ์ ( Value and Perception )
1. รู้จักประเมินวิกฤติในระดับกระแสโลก และ
2. การซาบซึ้งถึงผลกระทบที่มีต่อประชาชนด้านเจตคติและการเห็นคุณค่า
3. เข้าใจและเห็นคุณค่า มีเจตคติต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน
4. เข้าใจและเห็นคุณค่าสิทธิมนุษยชน
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
11
สาระที่ 5 การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)
1. มีความรู้และเข้าใจความจาเป็นในการรักษาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยไม่ทาลายโลก
2. รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรเพื่อคนรุ่นหลัง
3. ตระหนักในประโยชน์และคุณค่าของแหล่งธรรมชาติที่มีจากัด
4. มีความรู้ และรับผิดชอบในความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กันระหว่างสังคม เศรษฐกิจ และ
สภาพแวดล้อม
5. ชื่นชมและเห็นความสาคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคิดใหม่ ประหยัด
ลดการใช้ นากลับมาใช้ใหม่ ใช้หมุนเวียน ซ่อมแซม และการใช้วัสดุที่มีกระบวนการจัดการ
ทรัพยากรอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ
สาระที่ 6 สิทธิมนุษยชน ( Human Rights)
1. มีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน
2. เห็นความสาคัญและให้คุณค่าของสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ
3. เข้าใจในสิทธิและความรับผิดชอบ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับโลก และความสัมพันธ์
ระหว่างโลกกับชุมชน
4. ตระหนักและเข้าใจในการปฏิบัติที่แตกต่างกันด้านสิทธิมนุษยชน
5. เข้าใจสิทธิมนุษยชนที่ใช้เป็นกรอบหลักสาหรับการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน
6. เข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน
คาประกาศด้านสิทธิมนุษยชนของยุโรป และกฎหมายสิทธิมนุษยชนของบางสิ่งบางอย่าง
ที่ไม่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม
สาระที่ 7 การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependence)
1. ได้เรียนรู้การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระดับชุมชนโลก
2. เข้าใจผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์และทางเลือกที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ ทั้งระดับบุคคล
จนถึงระดับโลก
3. ตระหนักและซาบซึ้งในความเชื่อมโยงของชีวิตของผู้คนทุกระดับในสังคม
4. ตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
ศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
5. รู้จักเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน มีความรู้ ความเข้าใจสังคมโลกและหน้าที่
ของพลเมืองในสังคมโลก
6. เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและลบที่เกิดขึ้นจากมติขององค์การสหประชาชาติที่มีผลต่อคุณภาพ
ชีวิตของคนทั่วโลก
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
12
สาระที่ 8 ความหลากหลาย (Diversity)
1. เรียนรู้ เข้าใจและยอมรับความแตกต่างและความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ
2. ตระหนักในธรรมชาติ ปรากฏการณ์รอบตัวในบริบทของสิทธิมนุษยชน
3. เข้าใจความสาคัญของการยอมรับความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี
กระบวนการและวิธีการจัดการของแต่ละสังคม
4. พัฒนาและตระหนักถึงความแตกต่างหรือความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
บนพื้นโลก
5. เห็นคุณค่าของความแตกต่างด้านชีวภาพ ตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่มีต่อ
วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม
6. ตระหนักถึงแนวคิดต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าใจความหลากหลาย และความแตกต่าง และยอมรับ
ผลกระทบของสิ่งเหล่านั้น
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูกาหนด “ผลการเรียนรู้” ในรายวิชาเพิ่มเติม
ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ 1 รายวิชา 1 ภาคเรียน
โดยวิเคราะห์จาก ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ให้เป็นผลการเรียนรู้ชั้นปี
หรือผลการเรียนรู้รายภาค ให้เหมาะสมกับระดับชั้น และจานวนเวลา
ที่โรงเรียนกาหนดให้
ประเด็นคาตอบ : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
13
เรื่องที่ 3
การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อจัดทาคาอธิบายรายวิชา
กรอบแนวคิด : ผลการเรียนรู้ คือ สิ่งที่ผู้เรียนต้องรู้ และต้องปฏิบัติได้
ในรายวิชาเพิ่มเติม เช่นเดียวกับตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ผลการเรียนรู้มีไว้
เพื่อนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในรายวิชาเพิ่มเติมที่โรงเรียนกาหนดขึ้น
ตามบริบท จุดเน้นของโรงเรียน หรือตามความต้องการของผู้เรียน
การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้
การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ เป็นการวิเคราะห์เพื่อค้นหา จาแนก สิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และ
ต้องปฏิบัติได้ ดังนั้น เมื่อครูผู้สอนได้กาหนด ผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมในภาคเรียนที่รับผิดชอบแล้ว
ต่อจากนั้น จะต้องนาผลการเรียนรู้แต่ละข้อ ไปวิเคราะห์ จาแนกเป็นความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ พฤติกรรม
หรือ ทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ ไปสู่สมรรถนะสาคัญที่คาดว่าผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน
ไปจนถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ในลักษณะ
เดียวกันกับการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ในรายวิชาพื้นฐาน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลประกอบ
การเขียนคาอธิบายรายวิชา ในขั้นต่อไป การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้สามารถทาได้หลายวิธี วิธีที่โรงเรียน
ส่วนใหญ่นิยมใช้ คือ การนาผลการเรียนรู้มาวิเคราะห์องค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ ที่นาไปสู่สมรรถนะ
สาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน โดยใช้ตาราง ดังนี้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
14
(ตัวอย่าง ) การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม (ภาษาฝรั่งเศส)
ข้อที่ ผลการเรียนรู้
ผู้เรียนรู้อะไร/
ทาอะไรได้
นาไปสู่
สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน
คุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
1 ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ
ง่ายๆ
 สิ่งที่ต้องรู้
คาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ
 พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้
ปฏิบัติตาม
ความสามารถใน
การสื่อสาร
ใฝ่เรียนรู้
2 ระบุตัวอักษรและเสียง  สิ่งที่ต้องรู้
ตัวอักษรและเสียง
 พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้
ระบุ
ความสามารถใน
การสื่อสาร/
ความสามารถใน
การคิด
ใฝ่เรียนรู้
3 เลือกภาพตรงกับ
ความหมายของคา
และกลุ่มคาที่ฟัง
 สิ่งที่ต้องรู้
ความหมายของคาและกลุ่มคา
 พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้
เลือกภาพตรงกับความหมาย
ความสามารถใน
การสื่อสาร/
ความสามารถใน
การคิด
ใฝ่เรียนรู้
4 อ่านออกเสียงคา
กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ
และสะกดคาง่ายๆ
ถูกต้องตามหลักการ
อ่าน
 สิ่งที่ต้องรู้
คา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ
คาง่ายๆ
 พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้
อ่านออกเสียง / สะกดคา
ความสามารถใน
การสื่อสาร
ใฝ่เรียนรู้
5 เขียนคา กลุ่มคา
ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้
สัมพันธ์กับสื่อที่เป็น
ความเรียงและไม่ใช่
ความเรียง
 สิ่งที่ต้องรู้
คา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ที่
สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียง
และไม่ใช่ความเรียง
 พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้
เขียน
ความสามารถใน
การสื่อสาร
ใฝ่เรียนรู้
ฯลฯ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
15
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนาผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมที่ได้กาหนด
ไว้ในชั้นปี หรือ 1 ภาคเรียน มาวิเคราะห์ว่าผู้เรียนควรรู้เรื่องใด
ควรปฏิบัติสิ่งใดได้บ้าง และผลการเรียนรู้แต่ละข้อ นาไปสู่สมรรถนะ
สาคัญข้อใดบ้าง ผู้เรียนควรมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง
จากการเรียนรู้รายวิชานี้
ประเด็นคาตอบ : บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
16
เรื่องที่ 4
การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : คาอธิบายรายวิชา เป็นขอบข่ายขององค์ความรู้ ทักษะ/
กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สาคัญของผู้เรียน
ที่ครูผู้สอนหลอมรวมเขียนเป็นความเรียงในรูปแบบที่กาหนด มีประโยชน์ไว้
เพื่อเป็นข้อกาหนดสาหรับผู้เรียนว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใด ฝึกทักษะ/กระบวนการใด
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใด และเป็นกรอบแนวทางสาหรับครูผู้สอน
ที่จะได้นาไปใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานั้น
การจัดทาคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
คาอธิบายรายวิชา เป็นขอบข่ายขององค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ที่สาคัญของผู้เรียน ในภาพโดยรวมของหนึ่งรายวิชา ที่ผู้สอนเรียบเรียงมาจากการวิเคราะห์จาแนก
ตัวชี้วัดของรายวิชาพื้นฐาน 1 รายวิชา หรือ ผลการเรียนรู้ 1 รายวิชา หลอมรวมเป็นความเรียงในรูปแบบ
ที่กาหนด เพื่อนาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในรายวิชานั้น ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ ที่ได้กาหนดขึ้น
ประโยชน์ของคาอธิบายรายวิชามี 2 ประการ คือ
1. เพื่อเป็นข้อกาหนดว่าในรายวิชานั้น ผู้เรียนจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ ได้ฝึกทักษะ/กระบวนการ
และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สาคัญประการใดบ้าง
2. เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ครูผู้สอนได้นาไปใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้
การเขียนคาอธิบายรายวิชาจะต้องหลอมรวมข้อมูลแล้วเรียบเรียงเป็นความเรียงที่กระชับได้ใจความ
ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามตัวชี้วัดที่หลักสูตร
กาหนดในรายวิชาพื้นฐาน และตามผลการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนกาหนดขึ้นในรายวิชาเพิ่มเติม ดังนั้น คาอธิบาย
รายวิชา ต้องสะท้อนตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ของรายวิชานั้น เป็นรายปีสาหรับระดับประถมศึกษา และ
เป็นรายภาคเรียนสาหรับระดับมัธยมศึกษา
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
17
องค์ประกอบสาคัญของคาอธิบายรายวิชา จาแนกได้ 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่แสดงข้อมูลทั่วไปของรายวิชา ประกอบด้วย
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน หรือ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา............ ชื่อรายวิชา…………..…
กลุ่มสาระการเรียนรู้.................... ชั้น....... ภาคเรียนที่.........จานวน........ ชั่วโมง จานวน.........หน่วยกิต
ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่แสดงขอบข่ายเนื้อหาสาระซึ่งประกอบด้วย องค์ความรู้ ที่ผู้เรียนจะได้
ศึกษาเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนจะต้อง
ประพฤติปฏิบัติ จากการเรียนรู้ในรายวิชานั้น โดยมีหลักการเขียนแสดงข้อมูลตามลาดับ ดังนี้
1. ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งใด
2. ผู้เรียนสามารถปฏิบัติทักษะ / กระบวนการ หรือแสดงพฤติกรรมใด
3. ผู้เรียนจะมีคุณลักษณะอังพึงประสงค์ใด ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ/ หรือ ตามธรรมชาติของวิชาที่กาหนด
ส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่ระบุรหัสตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ทั้งหมดในรายวิชานั้น
แนวการเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม มีขั้นตอนดังนี้
1. พิจารณาข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ชั้นปีในระดับประถมศึกษา หรือ ผลการเรียนรู้
รายภาคสาหรับมัธยมศึกษา จากตารางวิเคราะห์ที่ได้ดาเนินการไว้แล้ว
2. จัดกลุ่มผลการเรียนรู้ ให้ได้3 กลุ่ม ตามลาดับ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่ผู้เรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้ และมีความเชื่อมโยง
สัมพันธ์กันตามความยากง่าย หลอมรวมและเรียบเรียง เขียนเป็นความเรียงตามลาดับก่อนหลังของเนื้อหา
กลุ่มที่ 2 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับทักษะ กระบวนการ ที่ครูผู้สอนกาหนดให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติใน
รายวิชานั้น ควรขึ้นต้น ส่วนที่ 1 นี้ด้วยคาว่า “โดยใช้กระบวนการ ...........” แล้วระบุทักษะ หรือ
กระบวนการใหญ่ ๆ ที่ผู้สอนจะนามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน โดยไม่จาเป็นต้องระบุขั้นตอน
ย่อยๆ ในแต่ละกระบวนการไว้ เพราะไม่มีความจาเป็น
กลุ่มที่ 3 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามธรรมชาติของรายวิชา และ/หรือ
ตามคุณลักษณะ 8 ประการที่หลักสูตรแกนกลาง ฯ ได้กาหนดไว้ ข้อความส่วนนี้ อาจขึ้นต้นด้วยคาว่า
“เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด / เพื่อให้เป็น ................” นอกจากนี้ ครูผู้สอนสามารถระบุ สมรรถนะสาคัญของ
ผู้เรียนที่เกี่ยวข้อง จากการจาแนกผลการเรียนรู้ที่นาไปสู่สมรรถนะนั้นๆ ในตารางการวิเคราะห์ผลการ
เรียนรู้ที่ได้ดาเนินการไว้แล้ว เพื่อเป็นการเน้นย้ากรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
3. เขียนเรียบเรียงข้อมูลทั้ง 3 กลุ่ม ตามรูปแบบของคาอธิบายรายวิชา
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
18
รูปแบบของการเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นาเสนอไว้
มี 2 รูปแบบ สาหรับให้โรงเรียนเลือกได้ตามความเหมาะสม ดังนี้
คาอธิบายรายวิชา รูปแบบที่ 1
รหัสวิชา …….. ชื่อรายวิชา…………..
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้………………
ชั้น……........... ภาคเรียนที่ เวลา …….. ชั่วโมง (จานวนหน่วยกิต)
(เขียนเป็นความเรียงให้ได้ใจความว่าผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร
สามารถทาอะไรได้และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและธรรมชาติของวิชา)
( กลุ่มที่ 1) ....................................................................................................
............................................................................................................... ..........
..........................................................................................................................
(กลุ่มที่ 2 ) โดยใช้กระบวนการ ....................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
(กลุ่มที่ 3) เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด/ เพื่อให้เป็น................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
ผลการเรียนรู้
1...............................
2...............................
3...............................
รวมทั้งหมด................... ผลการเรียนรู้
ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 3
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
19
คาอธิบายรายวิชา รูปแบบที่ 2
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
รหัสวิชา …….. ชื่อรายวิชา………… กลุ่มสาระการเรียนรู้………………
ชั้น……........... ภาคเรียนที่ เวลา …….. ชั่วโมง (จานวนหน่วยกิต)
(เขียนเป็นความเรียงให้ได้ใจความว่าผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร
สามารถทาอะไรได้และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและธรรมชาติของวิชา)
( กลุ่มที่ 1) ....................................................................................................
............................................................................................................... ..........
..........................................................................................................................
(กลุ่มที่ 2 ) โดยใช้กระบวนการ ....................................................................
.......................................................................................................................
.......................................................................................................................
(กลุ่มที่ 3) เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด/ เพื่อให้เป็น................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
ผลการเรียนรู้
1...............................
2...............................
3...............................
รวมทั้งหมด................... ผลการเรียนรู้
ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 3
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
20
( ตัวอย่างคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม)
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ฝ20201 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาฝรั่งเศส)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ ระบุตัวอักษรและเสียง เลือกภาพตรงกับความหมายของคา และ
กลุ่มคาที่ฟัง อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ และสะกดคาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เขียนคา
กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง พูดโต้ตอบด้วยคาและ
ประโยคสั้นๆง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง พูดและทาท่าทาง
ประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่
ของเจ้าของภาษา โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินสนุกสนาน สามารถใช้ภาษาและท่าทางในการสื่อสารได้
เหมาะสมกับระดับบุคคลและกาลเทศะ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน
ผลการเรียนรู้
1. ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ
2. ระบุตัวอักษรและเสียง
3. เลือกภาพตรงกับความหมายของคา และกลุ่มคาที่ฟัง
4. อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ และสะกดคาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
5. เขียนคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง
6. พูดโต้ตอบด้วยคาและประโยคสั้นๆง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง
7. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
8. พูดและทาท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
9. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
21
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูเขียนนาข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ไว้ในตาราง
วิเคราะห์ผลการเรียนรู้มาหลอมรวมเรียบเรียงเขียนเป็นคาอธิบายรายวิชา
เพิ่มเติมที่รับผิดชอบ 1 รายวิชา ใน 1 ภาคเรียน โดยใช้รูปแบบใด
รูปแบบหนึ่งให้สอดคล้องกับรูปแบบที่โรงเรียนเลือกใช้
ประเด็นบันทึก : บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
22
เรื่องที่ 5
การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมเป็นการกาหนดกรอบขอบข่ายของ
รายวิชาเพิ่มเติมที่จะจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชา
ประกอบด้วยจานวนหน่วยการเรียนรู้ หัวข้อเรื่อง ผลการเรียนรู้ และสาระสาคัญ
ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เวลาที่ใช้จัดการเรียนรู้ และสัดส่วนการเก็บคะแนน
ของรายวิชา การจัดทาโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมจะช่วยให้ครูผู้สอนเห็นความ
สอดคล้องเชื่อมโยงของลาดับการเรียนรู้ และภาพรวมของรายวิชานั้นอย่างชัดเจน
การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม
เมื่อได้คาอธิบายรายวิชา 1 รายวิชา เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนต้องนาคาอธิบายรายวิชา
มากาหนดเป็นโครงสร้างรายวิชา เพื่อกาหนดจานวนหน่วยการเรียนรู้ จานวนเวลาเรียน ก่อนที่จะนาไป
จัดการเรียนรู้ตลอดปีสาหรับชั้นประถมศึกษา และตลอดภาคเรียนสาหรับชั้นมัธยมศึกษา รวมไปถึง
การกาหนดเวลาการสอบกลางปี / กลางภาค ปลายปี / ปลายภาค และน้าหนักคะแนน อีกด้วย
การกาหนดโครงสร้างรายวิชา จึงเป็นการกาหนดขอบข่ายของรายวิชาที่จะจัดสอนเพื่อช่วยให้
ผู้สอนและผู้เกี่ยวข้อง เห็นภาพรวมของแต่ละรายวิชาว่า ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ จานวนเท่าใด
เรื่องใดบ้าง แต่ละหน่วยพัฒนาให้ผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัดใด เวลาที่ใช้จัดการเรียนการสอน และสัดส่วนการเก็บ
คะแนนของรายวิชานั้นเป็นอย่างไร การจัดทาโครงสร้างรายวิชาจะช่วยให้ครูผู้สอนเห็นความสอดคล้อง
เชื่อมโยงของลาดับการเรียนรู้ของรายวิชาหนึ่ง ๆ ว่าครูจะสอนอะไร ใช้เวลาสอนเรื่องนั้นเท่าไร และ
จัดเรียงลาดับสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างไร ทาให้มองเห็นภาพรวมของรายวิชาอย่างชัดเจน
องค์ประกอบโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม
โครงสร้างรายวิชา มีองค์ประกอบหลักที่สาคัญ ดังนี้
- ลาดับที่ ของหน่วยการเรียนรู้
- ผลการเรียนรู้ ที่เป็นเป้ าหมายในการพัฒนาผู้เรียนสาหรับหน่วยนั้นๆ
- ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จะต้องสะท้อนให้เห็นสาระสาคัญของหน่วยการเรียนรู้ น่าสนใจ
เหมาะสมกับวัย มีความหมายและสอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
23
- สาระสาคัญ เป็นความรู้ ความคิด ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง หรือความรู้ที่เป็นแก่น
เป็นหลักการของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกิดจากการหลอมรวมของผลการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น
- เวลา การกาหนดเวลาเรียนควรมีความเหมาะสมและเพียงพอกับการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถตามที่ระบุไว้ในผลการเรียนรู้ และควรพิจารณาในภาพรวม
ของทุกหน่วยการเรียนรู้ในรายวิชานั้น ๆ ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม
- น้าหนักคะแนน การกาหนดน้าหนักคะแนนเป็นส่วนช่วยให้เห็นทิศทาง การจัดเวลา
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผล ให้สอดคล้องกับความสาคัญของผลการเรียนรู้ในหน่วย
การเรียนรู้นั้นว่าเป็นผลการเรียนรู้ที่เป็นองค์ความรู้ / ประสบการณ์พื้นฐานในการต่อยอดความรู้หรือ
พัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ หรือพิจารณาจากศักยภาพผู้เรียน ธรรมชาติวิชา ฯลฯ
ตัวอย่างโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม
โครงสร้างรายวิชา
รหัสวิชา .................... ชั้น ...................... ( ภาคเรียนที่ ...............) เวลา ............. ชั่วโมง
อัตราส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับปลายภาค ...... : ……...
ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา
(ชั่วโมง)
น้าหนัก
คะแนน
( .........
)
1
2
3
สรุปทบทวนภาพรวม (สอบกลางภาค)
4
5
6
สรุปทบทวนภาพรวม (สอบปลายภาค)
รวม
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
24
ภาระงาน: ขอให้เพื่อนครูนาคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมมากาหนดเป็น
โครงสร้างรายวิชาตลอดภาคเรียน ตามรูปแบบที่กาหนดให้
ประเด็นบันทึก : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
25
เรื่องที่ 6
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้
กรอบแนวคิด : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กาหนดให้ครูผู้สอนดาเนินการออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
(Standard – based Unit) โดยใช้รูปแบบ Backward Design
ซึ่งเป็นการดาเนินงานที่มีขั้นตอน 3 ประการ คือ การกาหนดเป้ าหมาย
การเรียนรู้ การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ และการออกแบบกิจกรรม
ซึ่งทุกขั้นตอนต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน อย่างเป็นเหตุเป็นผล
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้
เมื่อได้กาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว จากนั้นครูผู้สอนจะต้องนาข้อมูลแต่ละ
หน่วยการเรียนรู้ ไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ตามหลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ที่กาหนดให้ครูผู้สอนดาเนินการออกแบบ หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
(Standard – based Unit) โดยใช้รูปแบบ Backward Design ซึ่งเป็นการออกแบบที่มีขั้นตอน 3 ประการ
คือ การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
โดยเริ่มต้นจากการกาหนดเป้ าหมายปลายทางซึ่งเป็นคุณภาพผู้เรียนที่คาดหวังเป็นจุดเริ่มต้น แล้วจึงคิด
ออกแบบองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อนาไปสู่จุดหมายปลายทางที่กาหนด และทุกขั้นตอนของ
กระบวนการออกแบบต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
26
ขั้นตอนสาคัญของการออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
โดยใช้รูปแบบ Backward Design
การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานโดยใช้หลักการของ Backward Design
มีขั้นตอนที่สาคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด หรือ
ผลการเรียนรู้ ซึ่งบอกให้ทราบว่าผู้เรียนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใด และสามารถทาอะไรได้ เมื่อสิ้นสุด
การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้น
ขั้นตอนที่ 2 กาหนดหลักฐานการเรียนรู้ หรือ การประเมินผลรวบยอดที่ชัดเจน และ
สอดคล้องกับมาตรฐานเรียนรู้/ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่าได้ว่าผู้เรียนเกิดผล
การเรียนรู้ตามเป้ าหมายการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สาคัญซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
ตามเป้ าหมายการเรียนรู้ตามที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1
แผนภาพแสดงขั้นตอนการออกแบบอิงมาตรฐานโดยใช้รูปแบบ Backward Design
1. การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้
การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ ( Learning Goal) หมายถึง การระบุข้อกาหนดว่า
ผู้เรียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง และปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมใดได้บ้าง มีปริมาณและคุณภาพ
ในระดับใด จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินที่กาหนด ดังนั้น ในการกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ที่พึงประสงค์
ให้แก่ผู้เรียน ผู้สอนควรพิจารณาให้ลึกซึ้งว่า ผู้เรียนควรมี ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องใด ควรปฏิบัติอะไร
ได้บ้าง สิ่งใดควรค่าแก่การเรียนรู้ เรื่องใด หรือสิ่งใดควรเป็นความรู้ความเข้าใจที่ติดตัวผู้เรียนไปอย่างยั่งยืน
๑. 1. กาหนด
เป้ าหมาย
การเรียนรู้
๒. กาหนด
หลักฐาน
การเรียนรู้
๓. ออกแบบกิจกรรม
การเรียนรู้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
27
ดังนั้น การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้สาหรับรายวิชาเพิ่มเติม จึงหมายถึง การกาหนด
ผลการเรียนรู้ ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งอาจมีได้มากกว่าหนึ่งผลการเรียนรู้ แต่ไม่ควรมีมากจนเกินไป
และควรมีผลการเรียนรู้ที่หลากหลายลักษณะ เช่น ผลการเรียนรู้ที่เน้นเนื้อหา ผลการเรียนรู้ที่เน้น
กระบวนการ เพื่อช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความหมายต่อผู้เรียน สามารถสร้างเป็นแก่นความรู้
ได้ชัดเจนขึ้น และนาไปปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติการเรียนรู้ของแต่ละ
กลุ่มสาระการเรียนรู้
นอกจากนี้ ครูผู้สอนยังต้องพิจารณาต่อไปอีกด้วยว่า ผลการเรียนรู้ข้อนั้นสามารถนาให้
ผู้เรียนบังเกิดสมรรถนะสาคัญใดได้บ้าง ทั้งนี้ เพื่อตระหนักอยู่เสมอว่า การจัดการเรียนรู้มิได้จบสิ้นเพียง
การบรรลุผลการเรียนรู้ที่กาหนดไว้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสาคัญ
ที่หลักสูตรคาดหวังได้อีกด้วย
เมื่อเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้หนึ่ง อาจมีผลการเรียนรู้ 1 ข้อ หรือมากกว่า 1 ข้อ
ครูผู้สอนจึงต้องหลอมรวมผลการเรียนรู้ทุกข้อที่ระบุไว้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น เขียนเป็นสาระสาคัญของ
หน่วยการเรียนรู้นั้น เพื่อเป็นกรอบความคิด หรือขอบข่ายที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพการเรียนรู้เป็น
องค์รวม และกาหนดเป็นสาระการเรียนรู้ที่ควรวิเคราะห์และจาแนกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ความรู้ 2. ทักษะ /
กระบวนการ และ 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทั้งนี้ ผลการเรียนรู้ บางตัว อาจมีไม่ครบทั้ง 3 ส่วน
ครูผู้สอนสามารถนาเนื้อหาจากแหล่งอื่น เช่น สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่
กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเพิ่มเติมได้
ดังนั้น การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ ของหน่วยการเรียนรู้หนึ่ง จึงประกอบด้วยประเด็น
สาคัญ ดังต่อไปนี้
1.1 ผลการเรียนรู้
1.2 สาระสาคัญ
1.3 สาระการเรียนรู้ จาแนกเป็น
3.1 ความรู้
3.2 ทักษะ / กระบวนการ
1.4 สมรรถนะสาคัญ เป็นความสามารถ 5 ประการ ที่หลักสูตรคาดหวังให้เกิดขึ้นใน
ตัวของผู้เรียน ซึ่งได้สอดแทรกไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ
1.4.1 ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมใน
การใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
28
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ
ถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม
1.4.2 ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
1.4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง
ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ใน
การป้ องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง
สังคมและสิ่งแวดล้อม
1.4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไป
ใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกัน
ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ
อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
1.4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยี
ด้านต่างๆและมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้
การสื่อสารการทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
1.5 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคุณลักษณะในภาพรวมของผู้เรียนที่หลักสูตรกาหนดให้มี
หรือให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน รวมถึง จิตพิสัย หรือ เจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม เฉพาะกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ 8 ประการ ดังนี้
1. รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต
3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทางาน
7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
29
2. การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ หรือ การประเมินผลรวบยอด
การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ ซึ่งในแบบบันทึกหน่วยการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ
กาหนดไว้จะใช้นิยามว่า “การประเมินผลรวบยอด” คือ การระบุหลักฐาน ผลงาน หรือผลการเรียนรู้
ในลักษณะของชิ้นงานหรือภาระงาน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ครูกาหนดให้ หรือครูและนักเรียนร่วมกันกาหนด
เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ชิ้นงานหรือภาระงานจะต้องแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการเรียนรู้ของ
ผู้เรียน และเป็นร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้เรียนมีความรู้ และทักษะบรรลุถึงเป้ าหมาย หรือ
ผลการเรียนรู้ที่กาหนด การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ควรมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ
2. 1. การประเมินผลรวบยอด ซึ่งหมายถึง การกาหนดชิ้นงาน หรือ ภาระงาน
อันเป็นหลักฐาน / ร่องรอย ว่านักเรียนบรรลุผลการเรียนรู้ในองค์รวมของหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ อาจเกิด
จากผู้สอนกาหนดให้ หรืออาจให้ผู้เรียนร่วมกันกาหนดขึ้นจากการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้
ดังตัวอย่างต่อไปนี้
 ชิ้นงาน ได้แก่
1. งานเขียน เช่น การเขียนบันทึก การเขียนเรียงความ การเขียนจดหมาย การแต่งคาประพันธ์
การเขียนบทความ การเขียนรายงาน การเขียนผังความคิด การเขียนแผนภูมิ ฯลฯ
2. ภาพ / แผนภูมิ เช่น แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง ฯลฯ
3. สิ่งประดิษฐ์ เช่น งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจาลอง ฯลฯ
 ภาระงาน ได้แก่ การพูดเล่าเรื่อง การพูดนาเสนองาน การพูดอธิบายขั้นตอน
การปฏิบัติงาน การรายงานปากเปล่า การอ่าน การกล่าวรายงาน การโต้วาที การตอบคาถาม
การสัมภาษณ์ ร้องเพลง บทบาทสมมติ เล่นดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ
 งานที่มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างชิ้นงาน / ภาระงาน ได้แก่ การทดลอง การสาธิต
การแสดงละคร การแสดงบทบาทสมมติ ฯลฯ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
30
หลักการกาหนดชิ้นหรือภาระงาน มีดังนี้
1. พิจารณาจากผลการเรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ ว่าระบุไว้ชัดเจนหรือไม่
2. ภาระงานหรือชิ้นงานครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่ระบุไว้หรือไม่ อาจระดมความคิดจาก
เพื่อนครู หรือผู้เรียน หรืออาจปรับเพิ่มกิจกรรมให้เกิดชิ้นงานหรือภาระงานที่ครอบคลุม
3. ชิ้นงานชิ้นหนึ่ง หรือภาระงาน 1 อย่าง อาจเชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้เดียวกัน และ / หรือ
ผลการเรียนรู้ต่างกันได้
4. ควรเลือกผลการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดงานที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาสติปัญญาหลายด้าน
พร้อมกัน เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมติ เคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี เป็นต้น
5. เลือกงานที่ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้และทางานที่ชอบใช้วิธีทาที่หลากหลาย
6. เป็นงานที่ให้ทางเลือกในการประเมินผลที่หลากหลาย โดยบุคคลต่าง ๆ เช่น ผู้ปกครอง
ครูผู้สอน ตนเอง เป็นต้น
2. 2 กาหนดเกณฑ์การประเมิน
การประเมินหลักฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นชิ้นงาน/ภาระงาน ที่กาหนดให้ผู้เรียนปฏิบัติ
เป็นการประเมินโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (Rubric) ซึ่งเป็นการประเมินที่เน้นคุณภาพของ
ชิ้นงานหรือภาระงานที่ชี้ให้เห็นระดับความรู้ ความสามารถของผู้เรียน ผู้สอนจะต้องกาหนดคาอธิบายเป็น
แนวทางการให้คะแนน ( Scoring rubrics ) เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้เรื่องใดและปฏิบัติสิ่งใดได้บ้าง
ตามผลการเรียนรู้ ที่ได้กาหนดไว้เป็นเป้ าหมายการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้น เกณฑ์การประเมิน
ชิ้นงาน/ ภาระงาน หรือการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนที่ครูผู้สอนสร้างขึ้นต้องเป็นที่ยอมรับได้และต้อง
สัมพันธ์เชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้ที่ได้กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
การประเมินที่ใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค เป็นรูปแบบการประเมิน
ที่สามารถจาแนกระดับของความสาเร็จในการสร้าง ชิ้นงาน/ภาระงาน หรือ การปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน
ได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม ตั้งแต่ระดับดีมากไปจนถึงระดับปรับปรุง หรือระดับสูงสุดไปจน ถึงระดับ
ต่าสุด เป็นต้น การประเมินโดยใช้รูบริค (Rubric) จะช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเป้ าหมายของการสร้าง
ชิ้นงานหรือภาระงาน หรือการปฏิบัติกิจกรรมของตนเอง และได้รับความยุติธรรมในการให้คะแนนจาก
ผู้สอนตามคุณภาพของงานที่ปรากฏ อย่างไรก็ตาม การประเมินชิ้นงานหรือภาระงานอาจใช้วิธีการอื่นได้
บ้าง เช่น การใช้แบบตรวจสอบรายการ ( Check list) การใช้แบบสังเกต แบบบันทึกข้อมูล ฯลฯ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติของชิ้นงานหรือภาระงานนั้น
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
31
เกณฑ์การประเมินอิงมาตรฐานที่นิยมใช้กันมาก เป็นรูปแบบการประเมินโดยใช้
Rubric ซึ่งหมายถึง “กฎ” หรือ “กติกา” ส่วนคาว่า Rubric Assessment หมายถึง แนวทางในการให้
คะแนน ( Scoring Guide ) ที่สามารถจาแนกระดับของความสาเร็จในการสร้างภาระงาน ชิ้นงาน หรือ
การปฏิบัติของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน จากระดับดีมาก ไปจนถึงระดับปรับปรุง หรือ ระดับสูงสุด ไปจนถึง
ระดับต่าสุด เป็นต้น โดยทั่วไปรูปแบบการประเมิน กาหนดเกณฑ์ไว้ ๒ ประเภท คือ
๑. เกณฑ์การประเมินแบบองค์รวม ( Holistic Rubric)
คือ แนวทางการให้คะแนน โดยพิจารณาจากภาพรวมของชิ้นงาน หรือ ภาระงาน ซึ่งจะ
มีคาอธิบายลักษณะของงานในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน เกณฑ์การประเมินในภาพรวมนี้ เหมาะสาหรับ
การประเมินผลงานด้านการเขียน ซึ่งต้องใช้การตรวจสอบการเรียบเรียงความคิด ความสละสลวยของ
การใช้ภาษาในการเขียน หรือ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น
ตัวอย่างของเกณฑ์การประเมิน ( งานเขียน ) แบบองค์รวม
ระดับคะแนน ลักษณะของงาน
๓ ( ระดับดี) - เขียนได้ตรงประเด็นตามที่กาหนด
- มีการเขียนที่เป็นระบบ ( มีคานา เนื้อหา บทสรุป )
- การใช้คาศัพท์ หลักภาษาถูกต้อง สมบูรณ์ สละสลวย
ทาให้ผู้อ่านเข้าใจชัดเจน
- มีแนวคิดน่าสนใจ
๒ ( ระดับพอใช้) - เขียนได้ค่อนข้างตรงประเด็นตามที่กาหนด
- มีการเขียนที่เป็นระบบ ( มีคานา เนื้อหา บทสรุป )
- การใช้คาศัพท์ หลักภาษาค่อนข้างเหมาะสม
- การนาเสนอความคิดวกวน สื่อสารไม่ครบถ้วน
๑ (ระดับปรับปรุง) - เขียนไม่ตรงตามประเด็นตามที่กาหนด
- ระบบการเขียนไม่สมบูรณ์ ( ขาดคานา หรือขาดบทสรุป )
- การใช้คาศัพท์ หลักภาษายังไม่เหมาะสม
- ไม่ปรากฏการนาเสนอแนวความคิด
0 ไม่ส่ง / ไม่มีผลงาน
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
32
๒. เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน ( Analytic Rubric)
คือ แนวทางการให้คะแนน โดยพิจารณาจากแต่ละส่วนย่อยของชิ้นงาน หรือ
ภาระงาน ซึ่งแต่ละส่วนจะกาหนดแนวทางการให้คะแนนไว้โดยเฉพาะ มีคานิยาม หรือ คาอธิบาย
ลักษณะของงานแต่ละส่วน ไว้เป็นแต่ละระดับอย่างชัดเจน ซึ่งมีเทคนิคการเขียนรายละเอียดการให้
คะแนน หรือ ระดับคะแนนแบบแยกส่วน ๓ ลักษณะ ดังนี้
แบบที่ ๑ กาหนดรายละเอียดขั้นต่าไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มลักษณะที่สาคัญสูงขึ้นทีละระดับ
ตัวอย่างเช่น การประเมินผลงานการเขียนเรียงความ มีประเด็นการประเมิน ๒ รายการ คือ เนื้อหา และ
การใช้ภาษา มีแนวทางการกาหนดระดับคะแนนของแต่ละประเด็น เช่น
 เนื้อหา ระดับ ๑ สอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด
ระดับ ๒ ลาดับเนื้อเรื่องชัดเจน
ระดับ ๓ การนาเสนอเรื่องราวน่าสนใจ
ระดับ ๔ มีจินตนาการสร้างสรรค์
 การใช้ภาษา ระดับ ๑ ผิดพลาดมาก สื่อความหมายได้เล็กน้อย
ระดับ ๒ ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ สื่อความหมายได้มากขึ้น
ระดับ ๓ ผิดพลาดน้อย การใช้ภาษาสื่อความหมายได้ดี
ระดับ ๔ ถูกต้องสมบูรณ์ การใช้ภาษาสละสลวย
เมื่อกาหนดรายละเอียดแต่ละระดับของแต่ละประเด็นไว้แล้ว จากนั้น จึงนารายละเอียดแต่ละรายการ
มาเขียนเรียบเรียงเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จากความสาคัญต่าสุดไปจนถึงสูงสุด เช่น
 เนื้อหา ระดับ ๑ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด
ระดับ ๒ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง
ได้ชัดเจน
ระดับ ๓ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง
ได้ชัดเจน การนาเสนอเรื่องราวน่าสนใจ
ระดับ ๔ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง
ได้ชัดเจน มีจินตนาการสร้างสรรค์
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
33
แบบที่ ๒ กาหนดจุดอ่อนระดับต่าสุดไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มความถูกต้องสูงขึ้นทีละระดับ
จากตัวอย่างในแบบที่ ๑ สามารถนาเทคนิคแบบที่ ๒ มาใช้ในประเด็น การใช้ภาษา โดยการกาหนด
ลักษณะต่าสุดไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มความถูกต้องของลักษณะย่อยขึ้นไปทีละระดับ เช่น
 การใช้ภาษา ระดับ ๑ ผิดพลาดมาก สื่อความหมายได้เล็กน้อย
ระดับ ๒ ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ สื่อความหมายได้มากขึ้น
ระดับ ๓ ผิดพลาดน้อย การใช้ภาษาสื่อความหมายได้ดี
ระดับ ๔ ถูกต้องสมบูรณ์ การใช้ภาษาสละสลวย
ตัวอย่างข้างต้น เขียนรายละเอียดแสดงไว้ในเชิงคุณภาพ แต่แบบที่ ๒ อาจเขียนในเชิงปริมาณได้ เช่น
 การใช้ภาษา ระดับ ๑ ภาษาผิดพลาดไม่เกินร้อยละ ๕๐ ( หรือ ๕๐ จุด)
แต่ยังสื่อความหมายได้
ระดับ ๒ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๕๐ – ๗๐ และสื่อความหมายได้มากขึ้น
ระดับ ๓ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๗๐- ๙๐ เชื่อมโยงภาษาได้ดี
ระดับ ๔ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๙๐-๑๐๐ การใช้ภาษาสละสลวยงดงาม
แบบที่ ๓ กาหนดระดับน้าหนักเท่ากันทุกรายการ ในการประเมินชิ้นงาน หรือภาระงาน
ให้พิจารณาว่าไม่มีรายการจานวนกี่รายการ ระดับคะแนนจะหายไปเท่ากับจานวนรายการนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น การประเมินผลงานการจัดทารายงานของผู้เรียน กาหนดประเด็นการประเมินเป็น
รูปแบบการจัดทารายงาน มีรายการประเมิน ๕ รายการ คือ ปก คานา สารบัญ เนื้อหา การอ้างอิง
และบรรณานุกรม กาหนดระดับคะแนน ดังนี้
รูปแบบการจัดทารายงาน ระดับ ๔ มีครบทั้ง ๕ รายการ คือ ปก คานา สารบัญ
เนื้อหา การอ้างอิง และบรรณานุกรม
ระดับ ๓ ขาด ๑ ลักษณะ
ระดับ ๒ ขาด ๒ ลักษณะ
ระดับ ๑ ขาด ๓ ลักษณะ
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
34
2. 3 กาหนดเกณฑ์การตัดสิน เป็นการกาหนดช่วงคะแนนให้ผู้ประเมินและ
ผู้รับการประเมินได้รู้ว่า คะแนนที่ผู้เรียนได้รับจากการประเมินอยู่ในช่วงคะแนนเท่าใด และมีคุณภาพ
การปฏิบัติงานอยู่ในระดับใด เช่น คะแนนเต็ม 12 คะแนน อาจแบ่งเป็นช่วงคะแนน ได้ดังนี้
10 - 12 คะแนน เท่ากับ ดีมาก
7 - 9 คะแนน เท่ากับ ดี
4 - 6 คะแนน เท่ากับ พอใช้
1- 3 คะแนน เท่ากับ ควรปรับปรุง
2. 4 กาหนดเกณฑ์การผ่าน เป็นการกาหนดเกณฑ์ขั้นต่าว่า ผู้เรียนควรได้คะแนนเท่าใด
จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินในครั้งนั้น เช่น คะแนนเต็ม 12 คะแนน ผู้สอนอาจกาหนดไว้ว่า
ผู้เรียนต้องได้คะแนนระดับดี คือ 7 คะแนนขึ้นไป จึงจะผ่านการประเมินในครั้งนั้น
3. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การวางแผนกาหนดทิศทาง หรือแนวปฏิบัติ
ในการจัดการเรียนรู้เป็นภาพรวมอย่างกว้าง ๆ ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ โดยการกาหนดเป็นกิจกรรม/
กระบวนการเรียนรู้สาคัญที่จะนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งใช้เป็นข้อมูลสาหรับการนาไปวางแผน
การจัดการเรียนรู้โดยละเอียดในขั้นต่อไป ขั้นตอนนี้จึงมีความหมาย และสาคัญยิ่งในการพัฒนาผู้เรียนให้
เกิดการเรียนรู้บรรลุสู่ผลการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้นั้น รวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผู้สอนจึงต้องใช้ความรู้ ความสามารถหลายด้าน ในการออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ หลักการจัดการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ กระบวนการ
เรียนรู้ สื่อ /แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การให้ข้อมูลป้ อนกลับ ( Feedback) และ
การเสริมแรง ( Reinforcement) นอกจากนี้ ผู้สอนควรมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการออกแบบกิจกรรม
การเรียนรู้ว่าควรเป็นกิจกรรมในลักษณะดังต่อไปนี้
1. เป็นกิจกรรมที่พัฒนานักเรียนไปสู่ผลการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้
2. เป็นกิจกรรมที่นาไปสู่การเกิดหลักฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรือภาระงานที่แสดงถึง
การบรรลุผลการเรียนรู้ของนักเรียน
3. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้
4. เป็นกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
5. เป็นกิจกรรมที่มีความหลากหลาย เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ และวัยของผู้เรียน
6. เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
7. เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าสู่แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลาย
8. เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
35
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี มีประสิทธิภาพ ในหนึ่งหน่วยการเรียนรู้จะต้อง
มีการออกแบบกิจกรรมให้ครบถ้วน ทั้ง 3 ลักษณะ คือ
1. กิจกรรมนาสู่การเรียนรู้ เป็นกิจกรรมการเตรียมความพร้อม การทบทวนความรู้หรือ
ประสบการณ์เดิม การสร้างเสริมความสนใจของผู้เรียน ฯลฯ เพื่อให้พร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ที่ครูผู้สอน
จะจัดให้ในลาดับต่อไป
2. กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ครูผู้สอนดาเนินการจัดการเรียนรู้ตามสาระ
การเรียนรู้ที่ประกอบด้วยความรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อย่างเป็นลาดับขั้นตอนที่เหมาะสม และ
เป็นกระบวนการตามทักษะ/กระบวนที่ได้กาหนดไว้ เพื่อนาไปสู่กิจกรรมรวบยอดในขั้นตอนสุดท้าย
3. กิจกรรมรวบยอด เป็นกิจกรรมสรุปรวมการเรียนรู้ที่ได้พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
มาแล้วข้างต้น กิจกรรมรวบยอดนี้ จะเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้เรียนบรรลุสู่ ผลการเรียนรู้ และ
เกิดการเรียนรู้ครบถ้วนตาม สาระสาคัญ ที่ได้กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น หรือไม่ เพียงใด
ทุกองค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้ จะต้องเชื่อมโยงไปสู่ผลการเรียนรู้ ที่เป็นเป้าหมาย
ของหน่วยการเรียนรู้นั้นอย่างแท้จริง หน่วยการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ ควรมีลักษณะดังนี้
1. มีการกาหนดประเด็น หรือหัวข้อเรื่องหน่วยการเรียนรู้ ( Theme) ที่จูงใจผู้เรียน
มีขอบข่ายสาระการเรียนรู้กว้างขวางเพียงพอ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดหลักจนเกิดเป็น
ความเข้าใจที่คงทน การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ ควรสะท้อนให้เห็นสาระสาคัญของหน่วยการเรียนรู้
หัวข้อเรื่องมีความน่าสนใจ เหมาะสมกับวัย มีความหมายและสอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน
๒. มีการกาหนดผลการเรียนรู้
๓. มีการกาหนดหลักฐานร่อยรอยการเรียนรู้ของผู้เรียน
๔. มีการออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ปฏิบัติจริง สรุปองค์ความรู้ และ
นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนาหน่วยการเรียนรู้ที่ได้กาหนดไว้ใน
โครงสร้างรายวิชามาออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ตามแบบบันทึก
หน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดให้ครบทุกหน่วย
ประเด็นบันทึก : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
36
เรื่องที่ 7
การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
กรอบแนวคิด : แผนการจัดการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสาคัญของครูผู้สอน
ในการนาหลักสูตรเข้าสู้ชั้นเรียน แผนการจัดการเรียนรู้เป็นส่วนที่ครูผู้สอน
นากรอบกิจกรรมในขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของหน่วย
การเรียนรู้มาขยายเป็นรายละเอียดอย่างชัดเจนเพื่อนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
การวางแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ครูผู้สอนจะต้องดาเนินการ
ก่อนที่จะนาหลักสูตรไปสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน โดยนาข้อมูลที่ได้กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3
ของการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ คือ ขั้นออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ไปเขียนรายละเอียดเป็น
แผนการจัดการเรียนรู้รายแผน เพื่อนาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในขั้นต่อไป สาหรับรูปแบบ
การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขึ้นอยู่กับการกาหนดของสถานศึกษาที่อาจมีรูปแบบแตกต่างกันไป
ในรายละเอียด แต่องค์ประกอบซึ่งเป็นประเด็นสาคัญ ควรมีหัวข้อรายการดังนี้
หัวข้อหรือประเด็นสาคัญ
ของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
 ผลการเรียนรู้
 จุดประสงค์การเรียนรู้ / ปลายทาง / นาทาง
 สาระสาคัญ
 สาระการเรียนรู้
 สมรรถนะสาคัญ
 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
 สื่อการเรียนรู้
 กิจกรรม / กระบวนการเรียนรู้
 การวัดและผลประเมินผลการเรียนรู้
 บันทึกผลการจัดการเรียนรู้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
37
จากองค์ประกอบที่เป็นประเด็นสาคัญดังกล่าวข้างต้น นาไปอธิบายขยายความได้ ดังนี้
1. ผลการเรียนรู้
คือ ข้อกาหนดสิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ ต้องปฏิบัติได้ นามาจากข้อที่กาหนดไว้ในหน่วย
การเรียนรู้ แล้วนามากาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อเป็นข้อพิจารณาในการวัดและประเมินชิ้นงาน / ภาระงาน
2. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกาหนดจุดประสงค์ (การเรียนรู้) ปลายทาง / นาทาง
ของแผนการจัดการเรียนรู้แผนนี้
2. จุดประสงค์ การเรียนรู้ ( Learning objective)
ตามหลักการจัดการศึกษา ครูผู้สอนจะต้องจัดทาแผนการสอน ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า
แผนการจัดการเรียนรู้ โดยในแผนการจัดการเรียนรู้จะต้องมีจุดมุ่งหมายปลายทางของแผนแต่ละแผน
ที่เรียกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning objective) ในขณะที่ ตัวชี้วัด หรือ ผลการเรียนรู้ มีไว้
เพื่อการวัดและประเมินผล ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับการวัดและ
ประเมินผลอย่างแท้จริง จึงขอเสนอ แนวทางเชื่อมโยง จุดประสงค์การเรียนรู้ กับ ผลการเรียนรู้
ไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ครูผู้สอนยังคงจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน
ตามกิจกรรมที่ได้กาหนดไว้หน่วยการเรียนรู้ ในขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และ
จุดประสงค์การเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ก็ได้มาจากผลการเรียนรู้ ที่ระบุไว้ในส่วนที่
อยู่เหนือจุดประสงค์การเรียนรู้ นั่นเอง
จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ดีและสมบูรณ์ถูกต้อง ควรประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
 พฤติกรรมที่คาดหวัง ซึ่งหมายถึง พฤติกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนปฏิบัติได้
 สถานการณ์ หรือ องค์ความรู้ ซึ่งหมายถึง ครูผู้สอนต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
โดยผ่านสถานการณ์ หรือ ใช้องค์ความรู้นั้นเป็นสื่อในการเรียนรู้
 เกณฑ์ ซึ่งหมายถึง ระดับคุณภาพเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเกิดการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้นิยมจาแนกย่อยออกไปเป็นจุดประสงค์ปลายทาง และจุดประสงค์
นาทาง เนื่องจากจุดประสงค์การเรียนรู้มักเป็นพฤติกรรมใหญ่ และอาจมีหลายพฤติกรรมใน 1 จุดประสงค์
การเรียนรู้นั้น ซึ่งผู้เรียนไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้นั้นได้ใน 1 แผนการจัดการเรียนรู้
ครูผู้สอนจึงนิยมวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ออกเป็นหลายจุดประสงค์ปลายทาง โดยจุดประสงค์
ปลายทางหนึ่งจุดประสงค์เหมาะสาหรับใช้กับแผนการจัดการเรียนรู้เพียง 1 แผนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
จุดประสงค์การเรียนรู้บางจุดประสงค์ อาจมีพฤติกรรมกาหนดไว้เพียง 1 พฤติกรรม และเป็นพฤติกรรม
ที่สามารถจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุได้ภายในเวลาอันสั้น หรือภายใน 1 แผนการจัดการเรียนรู้
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
38
ครูผู้สอนสามารถนาจุดประสงค์การเรียนรู้นั้นไปใช้เป็นจุดประสงค์ปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้
นั้นได้เช่นเดียวกัน
2.1 จุดประสงค์ปลายทาง
จุดประสงค์ปลายทางมี 3 องค์ประกอบเช่นเดียวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นจุดประสงค์
ที่มีพฤติกรรมสาคัญเพียง 1 พฤติกรรม ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้บรรลุได้ในช่วงเวลาตามที่กาหนดไว้
ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เป็นจุดประสงค์สุดท้าย หรือ จุดประสงค์รวบยอดของ
แผนการจัดการเรียนรู้นั้น จึงเรียกว่า จุดประสงค์ปลายทาง ซึ่งหมายความว่าเป็นจุดประสงค์ที่กาหนดไว้
เป็นจุดหมายปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้แผนนี้เท่านั้น
2.2 จุดประสงค์นาทาง
จุดประสงค์นาทาง คือ พฤติกรรมย่อยที่วิเคราะห์จาแนกมาจากจุดประสงค์ปลายทาง
ของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ มีลักษณะหรือองค์ประกอบ 3 ประการ เช่นเดียวกับจุดประสงค์ปลายทาง
มีประโยชน์สาคัญยิ่งในการนาไปใช้จัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ตามลาดับก่อนหลังของขั้นตอนการเรียนรู้
หรือ ตามลาดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ หรือตามลาดับขั้นจากง่ายไปหายาก ซึ่งจะสามารถนาทาง
ให้ผู้เรียนได้บรรลุสู่เป้ าหมายของการเรียนรู้ คือ จุดประสงค์ปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้นั้น
3. สาระสาคัญ
คือ ข้อความที่แสดงความรู้ ความคิดรวบยอด ความเข้าใจที่คงทนลึกซึ้ง หรือความรู้
ที่เป็นแก่น เป็นหลักการของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ได้มาจากการหลอมรวมองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผลการเรียนรู้ ที่นามากาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น
4. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ หมายถึง สิ่งที่ผู้เรียนต้องรู้ ต้องทาได้ อันเกิดจากการเรียนรู้ตามแผนการจัด
การเรียนรู้แผนนั้น ได้มาจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแผนการจัด
การเรียนรู้แผนนั้น จาแนกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. ส่วนที่เป็นความรู้ 2. ส่วนที่เป็นทักษะ/กระบวนการ
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คือ ความสามารถอันเกิดจากการเรียนรู้ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 คาดหวังให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน 5 ประการ และผู้สอนคาดหวังให้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตาม
แผนการจัดการเรียนรู้นั้น
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
คือ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
คาดหวังให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็น
พลเมืองไทยและพลโลก 8 ประการ ซึ่งครูผู้สอนคาดหวังให้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตามแผนการจัด
การเรียนรู้นั้น
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
39
7. สื่อการเรียนรู้ /แหล่งเรียนรู้
คือ สื่อ อุปกรณ์ วิธีการ ฯลฯ ที่จะนามาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อนาให้
ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ ได้ปฏิบัติกิจกรรม หรือได้เรียนรู้ บรรลุสู่พฤติกรรมที่คาดหวังในจุดประสงค์
นาทาง / ปลายทาง ที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น
8. กิจกรรม / กระบวนการ
คือ การจัดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงและได้ปฏิบัติกิจกรรมจริง โดยเน้นให้
ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และผู้สอนแสดงบทบาทเป็นเพียงผู้สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเป็น
ที่ปรึกษา ชี้แนะตามความจาเป็น การจัดกิจกรรมที่สามารถสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างดี
มีประสิทธิภาพ คือ การจัดกิจกรรมที่เป็นไปตามลาดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ หรือตามลาดับ
ก่อนหลังของจุดประสงค์นาทางแต่ละข้อที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น สิ่งสาคัญที่ไม่ควรละเลย
คือ การจัดกิจกรรมให้ครบถ้วนทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมนาสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
ตามลาดับจุดประสงค์นาทาง และกิจกรรมรวบยอดสู่จุดประสงค์ปลายทางไปจนถึงสาระสาคัญที่กาหนดไว้
ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น
9. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
คือ กระบวนการตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ละกิจกรรมว่าบรรลุจุดประสงค์
การเรียนรู้ที่คาดหวังไว้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ หรือไม่ เพียงใด การตรวจสอบ อาจทาได้ใน
ระดับ จุดประสงค์นาทาง หรือ จุดประสงค์ปลายทาง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน แต่สิ่งสาคัญที่ต้องระบุ
อย่างชัดเจนในการวัดผล ประเมินผลต้องแสดงให้เห็นถึง ชิ้นงาน / ภาระงาน เกณฑ์การประเมินผลงาน
และเกณฑ์การตัดสินผลงาน และเกณฑ์การผ่าน อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
10. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้
คือ การจดบันทึกข้อมูล หรือผลอันเกิดจากการจัดการเรียนรู้
ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัด
การเรียนรู้นั้น การบันทึกข้อมูลควรจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นทั้งเชิงบวกและ
เชิงลบ ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทั้งข้อมูลที่เป็นความสาเร็จ /ปัญหา
อุปสรรค หรือประโยชน์ต่อตัวครูผู้สอนในด้านการวางแผนการจัดการเรียนรู้
และข้อมูลที่ที่เป็นความสาเร็จ /ปัญหาอุปสรรค หรือเป็นประโยชน์ต่อ
ตัวผู้เรียนในด้านการเรียนรู้ อาจนาเสนอแนวทางแก้ไข /พัฒนาไว้ด้วย
นอกจากนี้ สิ่งสาคัญที่ผู้สอนพึงตระหนักและระลึกไว้เสมอคือ
ขั้นตอนการบันทึกผลการจัดการเรียนรู้นี้ เป็นส่วนสาคัญที่นาไปสู่
การวิจัยในชั้นเรียนได้อย่างเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์
ครูพร้อมที่จะเข้า
ห้องสอนแล้วค่ะ
.... นักเรียน
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
40
ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนากิจกรรมที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละครั้งของหน่วยการเรียนรู้
มาเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามจานวนครั้งที่ได้
กาหนดไว้โดยใช้แบบบันทึกแผนการจัดการเรียนรู้ที่กาหนดให้
ประเด็นบันทึก : บันทึกคาคอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
เหนื่อยนัก .... พักก่อน ... ผ่อนคลายซักนิด....
แล้วไปทดสอบความรู้ที่เพิ่มขึ้น ...
โดยทาแบบทดสอบแนบท้ายหน่วยที่ 3
ในแบบฝึกปฏิบัติการจัดทาภาระงาน ฯ
ดูซิว่า เพื่อนครูมีความรู้เพิ่มขึ้น มากน้อย
เพียงใด
คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม
สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
41
บรรณานุกรม

การออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม

  • 1.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 หน่วยที่ 3 การออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : การนาหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การจัดการเรียนรู้ ในห้องเรียนอย่างมีคุณภาพนั้น ครูผู้สอนมีบทบาทสาคัญยิ่งในการออกแบบ การเรียนรู้ที่เป็นระบบ มีองค์ประกอบสาคัญ ครบถ้วน สมบูรณ์ และ ถูกต้องตามหลักวิชา  จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ผู้ศึกษามีความรู้ ความสามารถในการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล  ขอบข่ายเนื้อหา เรื่องที่ 1 ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม เรื่องที่ 2 การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม เรื่องที่ 3 การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อกาหนดคาอธิบายรายวิชา เรื่องที่ 4 การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม เรื่องที่ 5 การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม เรื่องที่ 6 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เรื่องที่ 7 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้  กิจกรรม 1. ทดสอบก่อนการศึกษา 2 ศึกษาองค์ความรู้ 3. ปฏิบัติกิจกรรมตามใบงาน 4. ประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่กาหนด 5. ทดสอบหลังการศึกษา  การประเมินผล 1. ทดสอบ 2. ประเมินผลงานของตนเอง
  • 2.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 2 เกณฑ์การประเมิน ได้ 0 คะแนน ถ้าไม่มีการเขียนตอบใดใด ได้ 1 คะแนน ถ้าไม่ตรงตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้ ได้ 2 คะแนน ถ้าถูกต้องตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้เป็นบางส่วน ได้ 3 คะแนน ถ้าถูกต้องตามองค์ความรู้ของเรื่องที่นาเสนอไว้เป็นส่วนใหญ่ เรื่องที่ 1 ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : การออกแบบการเรียนรู้เป็นหน้าที่สาคัญประการหนึ่ง ของครูผู้สอน ในการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน บรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ที่หลักสูตรสถานศึกษากาหนด การออกแบบ การเรียนรู้เป็นศาสตร์ที่ต้องดาเนินการอย่างเป็นระบบ ตามลาดับขั้นตอน ที่เหมาะสม จึงจะนาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม การออกแบบการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ของรายวิชาพื้นฐาน หรือ ผลการเรียนรู้ของรายวิชาเพิ่มเติม 1 รายวิชา จาแนกเป็นความรู้ที่ผู้เรียนจะต้องรู้ พฤติกรรมหรือทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้ รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน นาไป เรียบเรียงเขียนเป็นคาอธิบายรายวิชา 1 รายวิชา แล้วจึงนาคาอธิบายรายวิชานั้นไปกาหนดเป็นโครงสร้างรายวิชาเพื่อให้ได้จานวนหน่วยการเรียนรู้ ที่จะนาไปจัดการเรียนรู้ตลอดปี / ตลอดภาคเรียน จากนั้น จึงนาข้อมูลในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ ในโครงสร้างรายวิชา ไปกาหนดรายละเอียดเป็นหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานให้ครบจานวนหน่วยการเรียนรู้ ที่ได้กาหนดไว้ สาหรับแผนการจัดการเรียนรู้ควรเขียนต่อจากหน่วยการเรียนรู้เป็นรายหน่วย เพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของหน่วยการเรียนรู้ที่กาหนด กรณีที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนข้อมูลหรือ องค์ประกอบใด สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที แล้วจึงเริ่มกาหนดหน่วยการเรียนรู้หน่วยต่อไป ถ้าจัดลาดับ ขั้นตอนของการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาอย่างเป็นระบบ จะได้ขั้นตอนการดาเนินงานดังต่อไปนี้
  • 3.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 3 1. กาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม 2. วิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อนาไปสู่การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม 3. เขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม 4. กาหนดโครงสร้างรายวิชา 5. ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ 6. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนารายวิชาที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ รายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ที่ได้จัดการเรียนรู้ไปแล้วในภาคเรียนนี้ มาทบทวนขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้ว่าเป็นไปตามลาดับขั้นตอน ที่นาเสนอหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามนั้น ให้ระบุว่ายังขาดขั้นตอนใดบ้าง ประเด็นคาตอบ : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 4.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 4 เรื่องที่ 2 การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไว้สาหรับการนาไปสู่การออกแบบ การเรียนรู้รายวิชาพื้นฐานเท่านั้น ในส่วนของการออกแบบการเรียนรู้รายวิชา เพิ่มเติม เป็นหน้าที่ของครูผู้สอนที่จะต้องกาหนดผลการเรียนรู้ขึ้นเอง การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ปรับเปลี่ยนการกาหนดมาตรฐาน การเรียนรู้ช่วงชั้นให้เป็นตัวชี้วัดชั้นปี / ช่วงชั้น ซึ่งตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางมีไว้เพื่อให้ ครูผู้สอนนาไปใช้สาหรับรายวิชาพื้นฐานเท่านั้น สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมครูผู้สอนต้องกาหนด “ผลการเรียนรู้” ขึ้นเองแทนการใช้ “ตัวชี้วัด” ที่จัดทาไว้สาหรับรายวิชาพื้นฐาน แนวการกาหนด “ผลการเรียนรู้” สามารถดาเนินการได้ 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. พิจารณาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นฐานข้อมูล ในการกาหนด “ผลการเรียนรู้” เพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ 2. กาหนด “ผลการเรียนรู้” ขึ้นใหม่ โดยไม่อิงสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ใด การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมที่มีความเป็นสากล 1. สาระการเรียนรู้ที่มีความเป็นสากล 4 เรื่อง สามารถพิจารณาได้จากวัตถุประสงค์และ ขอบข่ายสาระที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ ซึ่ง คู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงาน การมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) ได้กาหนดไว้ 2. สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และ ภาษาต่างประเทศที่ 2 อาจพิจารณาโดยอิงตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้แกนกลาง แต่กาหนด “ผลการเรียนรู้” ที่ต่อยอดเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น หรือ กาหนดผลการเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้ว
  • 5.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 5 การกาหนดผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมสาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในกรณีที่เรียนต่อเนื่องกัน ทั้งสองภาคเรียนใน 1 ปี ครูผู้สอนอาจกาหนดเป็น ผลการเรียนรู้ชั้นปี ในขั้นแรกก่อนแล้วจึงวิเคราะห์ จาแนกเป็น ผลการเรียนรู้รายภาคเรียน ในขั้นต่อไป สาหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้กาหนดเป็น ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ก่อน แล้วจึงนาไปวิเคราะห์จาแนกเป็น ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น รายภาคเรียน ในลาดับต่อไป ในกรณีที่เป็นรายวิชาอิสระไม่ต่อเนื่องกัน สามารถกาหนดผลการเรียนรู้ในแต่ละภาคเรียน ได้เลย แต่ต้องพิจารณาความยากง่าย หรือ ลาดับเนื้อหาที่ต้องเรียนก่อนหลังในแต่ละภาคเรียนด้วย เมื่อกาหนดผลการเรียนรู้ได้แล้ว จากนั้นต้องกาหนดสาระการเรียนรู้ให้สัมพันธ์กับผลการเรียนรู้ด้วย องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ องค์ประกอบของ “ผลการเรียนรู้” มีลักษณะเช่นเดียวกับ องค์ประกอบของตัวชี้วัดซึ่งประกอบ ด้วยข้อมูล 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นพฤติกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ และ ส่วนที่สองหรือส่วนที่ตามมา คือ ความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ การเขียนผลการเรียนรู้แต่ละข้อ จึงมีลักษณะดังแผนภูมิ ต่อไปนี้ + ลักษณะของผลการเรียนรู้ การกาหนดผลการเรียนรู้ สามารถดาเนินการโดยอิงแนวทางการจาแนกประเภทจุดประสงค์ ทางการศึกษาของบลูม ( Benjamin S. Bloom ) และคณะ ที่ได้จาแนกพฤติกรรมการเรียนรู้เป็นจุดประสงค์ ทางการศึกษา ( Taxonomy of Educational Objectives) ออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านพุทธิพิสัย ( Cognitive Domain ) หรือ พฤติกรรมทางสมอง ที่แบ่งระดับเป็นพฤติกรรม ด้านสติปัญญา หรือ ด้านความรู้และการคิด ประกอบด้วย ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆและการทา ความเข้าใจในสิ่งที่เป็นความรู้ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าในสิ่งที่รู้ 2. ด้านจิตพิสัย ( Affective Domain ) หรือพฤติกรรมด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วยการรับรู้ การตอบสนองและการสร้างคุณค่าในเรื่องที่ได้รับรู้ แล้วนาสิ่งที่มีคุณค่านั้นมาจัดระบบ สร้างเสริมพัฒนา เป็นลักษณะนิสัยประจาตัว 3. ด้านทักษะพิสัย ( Psychomotor Domain ) หรือ พฤติกรรมด้านทักษะทางกาย หรือ พฤติกรรม ด้านการปฏิบัติ ประกอบด้วยทักษะในการเคลื่อนไหว และการใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย พฤติกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ ความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้
  • 6.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 6 การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มุ่งพัฒนาพฤติกรรมในทั้ง 3 ด้าน แต่ละด้านจะมี พฤติกรรมที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กาหนด พฤติกรรมที่พึงประสงค์ไว้ในลักษณะของมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด เพื่อนาไปจัดการเรียนรู้เป็นรายวิชา พื้นฐานของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ สาหรับรายวิชาเพิ่มเติมที่ต้องกาหนดผลการเรียนรู้ขึ้นเอง ยึดหลักการ เดียวกันกับการกาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด คือ ต้องกาหนดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เช่นเดียวกัน พฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน มีดังนี้ พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย แบ่งเป็น 6 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นของกระบวนการทางปัญญา ได้ดังนี้ ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม 1. ขั้นความรู้ ความจา บอก / ระบุ / ชี้ / จับคู่ / ฯลฯ 2. ขั้นเข้าใจ อธิบาย / แปลความ / นาเสนอ / ตีความ / ฯลฯ 3. ขั้นนาไปใช้ ใช้ / สร้าง / สาธิต / แก้ปัญหา / ดัดแปลง / ฯลฯ 4. ขั้นวิเคราะห์ จาแนก / เปรียบเทียบ / ให้เหตุผล /จัดประเภท / ฯลฯ 5. ขั้นสังเคราะห์ เขียน / ออกแบบ / วางแผน / แสดงเหตุผล / ฯลฯ 6. ขั้นประเมินค่า ประเมิน / วิพากษ์/ วิจารณ์ / ตัดสิน / โต้แย้ง / ฯลฯ พฤติกรรมด้านจิตพิสัย แบ่งเป็น 5 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นต่าสุดไปหาสูงสุด ดังนี้ ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม 1. ขั้นรับรู้ สังเกต / รับฟัง/ ฯลฯ 2. ขั้นตอบสนอง ยอมรับ / ตระหนัก/ เห็นประโยชน์ / เห็นคุณค่า / พึงพอใจ / ปฏิบัติตาม /ชักชวน/ แนะนา/ ฝึกหัด/ โต้แย้ง/ ปฏิเสธ / สนับสนุน / ฯลฯ 3. ขั้นสร้างคุณค่า แสดงความคิดเห็น / ให้เหตุผล/ เปรียบเทียบ ความสัมพันธ์ / เปรียบเทียบความแตกต่าง /ยอมรับ / เลือก / ฯลฯ
  • 7.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 7 ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม 4. ขั้นจัดระบบ สรุปขั้นตอน/ เรียบเรียง / จัดลาดับขั้นตอน /จัดระบบ กาหนดแนวทาง /สร้างแนวปฏิบัติ / ฯลฯ 5. ขั้นสร้างลักษณะนิสัย นาไปปฏิบัติ / จัดทาใหม่ / เรียงเรียงใหม่ / เปลี่ยนแปลง / ต่อเติม / แก้ไขปรับปรุง / พัฒนา สร้างลักษณะนิสัย / สร้างบุคลิก / ฯลฯ พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย แบ่งเป็น 5 ประเภท จาแนกตามลาดับขั้นได้ดังนี้ ลาดับขั้นของพฤติกรรม คาที่บ่งบอกพฤติกรรม 1. ขั้นรับรู้ แสดงความสนใจ / สังเกต / ฯลฯ 2. ขั้นเตรียมพร้อม อธิบายขั้นตอน / ชี้แจงวิธีการ / เรียงลาดับขั้นตอน / ฯลฯ 3. ขั้นปฏิบัติตามแบบ ปฏิบัติตามขั้นตอน / ปฏิบัติตามตัวอย่าง/ ปฏิบัติตาม คาแนะนา/ พูดตามแบบ / อ่านตามแบบ / เขียนตาม แบบ / ฯลฯ 4. ขั้นทักษะ ปฏิบัติ ( โดยไม่มีแบบ) / สาธิตขั้นตอน / แสดง / พูดสนทนา / เขียนสื่อสาร / ฯลฯ 5. ขั้นปฏิบัติอย่างชานาญ ปฏิบัติอย่างคล่องแคล่ว / สนทนาโต้ตอบ / พูดอภิปราย / แสดงความคิดเห็น / นาเสนอเรื่องราว / ฯลฯ ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาภาษาฝรั่งเศส กาหนดโดยอิงสาระการเรียนรู้ 4 สาระ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา คู่มือการใช้งานต่างๆ คาบรรยาย และคาชี้แจง 2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว บทความ ประกาศ โฆษณา และบทร้อยกรองถูกต้อง ตามหลักการอ่าน 3. ระบุ อธิบาย จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความและแสดงความคิดเห็นจากการฟังและ อ่านจากสื่อที่เป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ สถานการณ์ ตามความสนใจ สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ
  • 8.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 8 4. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูล ข่าว เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่าง ต่อเนื่องและเหมาะสม 5. ขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และอ่าน ประเด็นข่าว เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม 6. แสดงความรู้สึกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ใน ท้องถิ่น สังคมและโลก พร้อมทั้งให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบ 7. เลือกใช้ภาษา น้าเสียงและกริยาท่าทาง เหมาะกับระดับบุคคล โอกาสและสถานที่ ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 8. ใช้ภาษาในการสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคม 9. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก รวบรวม วิเคราะห์ สรุปความรู้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 10.อธิบาย วิเคราะห์ อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศสกับประเทศไทย และนาไปใช้ อย่างมีเหตุผล 11.เข้าร่วม นาเสนอ และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาสและความสนใจ 12. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ ประเทศชาติเป็นภาษาฝรั่งเศส ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาทฤษฎีความรู้ กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง ทฤษฎีความรู้ จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) 1. เข้าใจสถานการณ์ / บริบทในท้องถิ่น ชุมชน และสังคมใกล้ตัว 2. วิเคราะห์สภาพการณ์ / สถานการณ์ / บริบทในท้องถิ่น ชุมชน และสังคมใกล้ตัว 3. จาแนกระหว่างการให้เหตุผลดี เหมาะสม และเหตุผลที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม 4. วิเคราะห์และให้เหตุผล ความอคติ / ความลาเอียง / เกี่ยวกับอุบัติการณ์ของสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น 5. ระบุความไม่สมเหตุสมผลของสถานการณ์ / สภาพการณ์ต่างๆ
  • 9.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 9 ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาการเขียนความเรียงขั้นสูง กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนความเรียงขั้นสูง จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) 1. เข้าใจรูปแบบการเขียนความเรียงขั้นสูง ประกอบด้วย วิธีการเขียนชื่อเรื่อง ( Title) และการกาหนด ประเด็นปัญหา (Research Question) การเขียนคานา ( Introduction) การเขียนเนื้อเรื่อง ( Body of Knowledge) 2. สร้างวิธีการ หรือกระบวนการนาเสนอข้อมูลความคิดตามลาดับขั้นตอนโดยใช้กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ 3. เขียนสื่อความให้ผู้อ่านเข้าใจความเป็นมาของชื่อเรื่อง ความน่าสนใจของเรื่องที่เขียน คุณค่าของ การศึกษาเรื่องที่เขียน ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา บริบทของเรื่องที่เกี่ยวข้อง การกาหนดประเด็นปัญหาของเรื่องที่ศึกษา และการใช้ภาษาที่สื่อความหมาย 4. เขียนและเรียบเรียงความคิด ข้อคิดเห็น การใช้ข้อเสนอเชิงวิชาการ โดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาการสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์ กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์ จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) 1. สร้างโครงงานโดยใช้ความรู้จากสาระการเรียนรู้พื้นฐาน (Creativity) 2. ปฏิบัติตามโครงงานที่สร้างขึ้น (Actions) 3. จัด หรือ เข้าร่วมกิจกรรมบริการสังคม (Service) ตัวอย่างผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ( ม. 4 – ม. 6 ) รายวิชาโลกศึกษา กาหนดตามวัตถุประสงค์ของสาระการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างโครงงานสาธารณะประโยชน์ จากคู่มือการพัฒนาหลักสูตรและการสอน (สานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย : 2553 ) สาระที่ 1 การเป็นพลโลก ( Global Citizenship) 1. เข้าใจแนวคิดและความจาเป็นของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีความรับผิดชอบ 2. วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร และแนวคิดที่แตกต่างซึ่งส่งผ่านสื่อและแหล่งข้อมูลต่างๆ 3 ศึกษาเรียนรู้บทบาทของสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของโลก 4. พัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและจุดที่ประเด็นสาคัญได้รับการตัดสินใจ 5. ตระหนักและแสดงออกถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสิ่งต่างๆ ของโลก
  • 10.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 10 6. ตระหนักถึงความสาคัญของบริบทโลก ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และการตัดสินใจทั้งใน ระดับ บุคคลและระดับสังคม 7. เข้าใจบทบาทของภาษา ขนบธรรมเนียม สถานที่ ศิลปะ ศาสนา ของตนเองและผู้อื่นในโลก สาระที่ 2 การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ( Conflict Resolution) 1. เข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง ผลกระทบของการพัฒนาและเหตุผลความจาเป็นของ การแก้ปัญหา และการส่งเสริมความกลมเกลียว 2. มีความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างความขัดแย้งต่างๆ ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับนานาชาติ และ วิธีการแก้ปัญหาหลากหลายวิธี 3. เข้าใจทางเลือกและผลที่ตามมาต่อผู้อื่นในสภาวะความขัดแย้ง 4. เข้าใจความสาคัญของการสนทนา การโต้ตอบ การเสวนา การให้อภัย การเคารพ และ ความเอื้ออาทร 5. พัฒนาทักษะการสื่อสาร การแก้ต่างการเจรจา การประนีประนอม และการให้ความร่วมมือ 6. เห็นคุณค่าของความขัดแย้ง สามารถแสดงความคิดเห็นและดาเนินการให้เป็นกระบวนการ สร้างสรรค์ศักยภาพ 7. เข้าใจรูปแบบลัทธิเผ่าพันธุ์ 8. เข้าใจถึงความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อประชาชน รู้จักประเทศ พื้นที่ สิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น และระดับโลก สาระที่ 3 ความเป็นธรรมทางสังคม (Social Justice) 1. เรียนรู้และเข้าใจความสาคัญของความถูกต้องทางสังคมซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการส่งเสริมความผาสุกของประชาชนทั้งมวล 2. เห็นคุณค่าความถูกต้องทางสังคมและเข้าใจความสาคัญเพื่อมั่นใจในความเสมอภาค ความถูกต้อง ความโปร่งใส สาหรับทุกคนในสังคมเดียวกันระหว่างสังคม 3. รู้จักผลกระทบของอานาจที่ไม่เสมอภาค เข้าใจและเห็นคุณค่าของการมีโอกาสที่เท่าเทียม สาระที่ 4 ค่านิยมและการตระหนักรับรู้สภาพการณ์ ( Value and Perception ) 1. รู้จักประเมินวิกฤติในระดับกระแสโลก และ 2. การซาบซึ้งถึงผลกระทบที่มีต่อประชาชนด้านเจตคติและการเห็นคุณค่า 3. เข้าใจและเห็นคุณค่า มีเจตคติต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน 4. เข้าใจและเห็นคุณค่าสิทธิมนุษยชน
  • 11.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 11 สาระที่ 5 การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) 1. มีความรู้และเข้าใจความจาเป็นในการรักษาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยไม่ทาลายโลก 2. รู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรเพื่อคนรุ่นหลัง 3. ตระหนักในประโยชน์และคุณค่าของแหล่งธรรมชาติที่มีจากัด 4. มีความรู้ และรับผิดชอบในความต่อเนื่อง และสัมพันธ์กันระหว่างสังคม เศรษฐกิจ และ สภาพแวดล้อม 5. ชื่นชมและเห็นความสาคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคิดใหม่ ประหยัด ลดการใช้ นากลับมาใช้ใหม่ ใช้หมุนเวียน ซ่อมแซม และการใช้วัสดุที่มีกระบวนการจัดการ ทรัพยากรอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ สาระที่ 6 สิทธิมนุษยชน ( Human Rights) 1. มีความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน 2. เห็นความสาคัญและให้คุณค่าของสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ 3. เข้าใจในสิทธิและความรับผิดชอบ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับโลก และความสัมพันธ์ ระหว่างโลกกับชุมชน 4. ตระหนักและเข้าใจในการปฏิบัติที่แตกต่างกันด้านสิทธิมนุษยชน 5. เข้าใจสิทธิมนุษยชนที่ใช้เป็นกรอบหลักสาหรับการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน 6. เข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน คาประกาศด้านสิทธิมนุษยชนของยุโรป และกฎหมายสิทธิมนุษยชนของบางสิ่งบางอย่าง ที่ไม่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม สาระที่ 7 การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependence) 1. ได้เรียนรู้การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระดับชุมชนโลก 2. เข้าใจผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์และทางเลือกที่แตกต่างกันในแต่ละระดับ ทั้งระดับบุคคล จนถึงระดับโลก 3. ตระหนักและซาบซึ้งในความเชื่อมโยงของชีวิตของผู้คนทุกระดับในสังคม 4. ตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน 5. รู้จักเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน มีความรู้ ความเข้าใจสังคมโลกและหน้าที่ ของพลเมืองในสังคมโลก 6. เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและลบที่เกิดขึ้นจากมติขององค์การสหประชาชาติที่มีผลต่อคุณภาพ ชีวิตของคนทั่วโลก
  • 12.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 12 สาระที่ 8 ความหลากหลาย (Diversity) 1. เรียนรู้ เข้าใจและยอมรับความแตกต่างและความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ 2. ตระหนักในธรรมชาติ ปรากฏการณ์รอบตัวในบริบทของสิทธิมนุษยชน 3. เข้าใจความสาคัญของการยอมรับความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี กระบวนการและวิธีการจัดการของแต่ละสังคม 4. พัฒนาและตระหนักถึงความแตกต่างหรือความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม บนพื้นโลก 5. เห็นคุณค่าของความแตกต่างด้านชีวภาพ ตระหนักและเข้าใจถึงผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่มีต่อ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม 6. ตระหนักถึงแนวคิดต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าใจความหลากหลาย และความแตกต่าง และยอมรับ ผลกระทบของสิ่งเหล่านั้น ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูกาหนด “ผลการเรียนรู้” ในรายวิชาเพิ่มเติม ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ 1 รายวิชา 1 ภาคเรียน โดยวิเคราะห์จาก ผลการเรียนรู้ช่วงชั้น ให้เป็นผลการเรียนรู้ชั้นปี หรือผลการเรียนรู้รายภาค ให้เหมาะสมกับระดับชั้น และจานวนเวลา ที่โรงเรียนกาหนดให้ ประเด็นคาตอบ : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 13.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 13 เรื่องที่ 3 การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพื่อจัดทาคาอธิบายรายวิชา กรอบแนวคิด : ผลการเรียนรู้ คือ สิ่งที่ผู้เรียนต้องรู้ และต้องปฏิบัติได้ ในรายวิชาเพิ่มเติม เช่นเดียวกับตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ผลการเรียนรู้มีไว้ เพื่อนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในรายวิชาเพิ่มเติมที่โรงเรียนกาหนดขึ้น ตามบริบท จุดเน้นของโรงเรียน หรือตามความต้องการของผู้เรียน การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ เป็นการวิเคราะห์เพื่อค้นหา จาแนก สิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และ ต้องปฏิบัติได้ ดังนั้น เมื่อครูผู้สอนได้กาหนด ผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมในภาคเรียนที่รับผิดชอบแล้ว ต่อจากนั้น จะต้องนาผลการเรียนรู้แต่ละข้อ ไปวิเคราะห์ จาแนกเป็นความรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ พฤติกรรม หรือ ทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติได้ ไปสู่สมรรถนะสาคัญที่คาดว่าผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน ไปจนถึงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ในลักษณะ เดียวกันกับการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ในรายวิชาพื้นฐาน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลประกอบ การเขียนคาอธิบายรายวิชา ในขั้นต่อไป การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้สามารถทาได้หลายวิธี วิธีที่โรงเรียน ส่วนใหญ่นิยมใช้ คือ การนาผลการเรียนรู้มาวิเคราะห์องค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ ที่นาไปสู่สมรรถนะ สาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน โดยใช้ตาราง ดังนี้
  • 14.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 14 (ตัวอย่าง ) การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม (ภาษาฝรั่งเศส) ข้อที่ ผลการเรียนรู้ ผู้เรียนรู้อะไร/ ทาอะไรได้ นาไปสู่ สมรรถนะสาคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ 1 ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ  สิ่งที่ต้องรู้ คาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ  พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้ ปฏิบัติตาม ความสามารถใน การสื่อสาร ใฝ่เรียนรู้ 2 ระบุตัวอักษรและเสียง  สิ่งที่ต้องรู้ ตัวอักษรและเสียง  พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้ ระบุ ความสามารถใน การสื่อสาร/ ความสามารถใน การคิด ใฝ่เรียนรู้ 3 เลือกภาพตรงกับ ความหมายของคา และกลุ่มคาที่ฟัง  สิ่งที่ต้องรู้ ความหมายของคาและกลุ่มคา  พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้ เลือกภาพตรงกับความหมาย ความสามารถใน การสื่อสาร/ ความสามารถใน การคิด ใฝ่เรียนรู้ 4 อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ และสะกดคาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการ อ่าน  สิ่งที่ต้องรู้ คา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ คาง่ายๆ  พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้ อ่านออกเสียง / สะกดคา ความสามารถใน การสื่อสาร ใฝ่เรียนรู้ 5 เขียนคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้ สัมพันธ์กับสื่อที่เป็น ความเรียงและไม่ใช่ ความเรียง  สิ่งที่ต้องรู้ คา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ที่ สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง  พฤติกรรมที่ต้องปฏิบัติได้ เขียน ความสามารถใน การสื่อสาร ใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ
  • 15.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 15 ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนาผลการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมที่ได้กาหนด ไว้ในชั้นปี หรือ 1 ภาคเรียน มาวิเคราะห์ว่าผู้เรียนควรรู้เรื่องใด ควรปฏิบัติสิ่งใดได้บ้าง และผลการเรียนรู้แต่ละข้อ นาไปสู่สมรรถนะ สาคัญข้อใดบ้าง ผู้เรียนควรมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง จากการเรียนรู้รายวิชานี้ ประเด็นคาตอบ : บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 16.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 16 เรื่องที่ 4 การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : คาอธิบายรายวิชา เป็นขอบข่ายขององค์ความรู้ ทักษะ/ กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สาคัญของผู้เรียน ที่ครูผู้สอนหลอมรวมเขียนเป็นความเรียงในรูปแบบที่กาหนด มีประโยชน์ไว้ เพื่อเป็นข้อกาหนดสาหรับผู้เรียนว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใด ฝึกทักษะ/กระบวนการใด และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใด และเป็นกรอบแนวทางสาหรับครูผู้สอน ที่จะได้นาไปใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานั้น การจัดทาคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม คาอธิบายรายวิชา เป็นขอบข่ายขององค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ที่สาคัญของผู้เรียน ในภาพโดยรวมของหนึ่งรายวิชา ที่ผู้สอนเรียบเรียงมาจากการวิเคราะห์จาแนก ตัวชี้วัดของรายวิชาพื้นฐาน 1 รายวิชา หรือ ผลการเรียนรู้ 1 รายวิชา หลอมรวมเป็นความเรียงในรูปแบบ ที่กาหนด เพื่อนาไปสู่การจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในรายวิชานั้น ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ ที่ได้กาหนดขึ้น ประโยชน์ของคาอธิบายรายวิชามี 2 ประการ คือ 1. เพื่อเป็นข้อกาหนดว่าในรายวิชานั้น ผู้เรียนจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ ได้ฝึกทักษะ/กระบวนการ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สาคัญประการใดบ้าง 2. เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ครูผู้สอนได้นาไปใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การเขียนคาอธิบายรายวิชาจะต้องหลอมรวมข้อมูลแล้วเรียบเรียงเป็นความเรียงที่กระชับได้ใจความ ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามตัวชี้วัดที่หลักสูตร กาหนดในรายวิชาพื้นฐาน และตามผลการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนกาหนดขึ้นในรายวิชาเพิ่มเติม ดังนั้น คาอธิบาย รายวิชา ต้องสะท้อนตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ของรายวิชานั้น เป็นรายปีสาหรับระดับประถมศึกษา และ เป็นรายภาคเรียนสาหรับระดับมัธยมศึกษา
  • 17.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 17 องค์ประกอบสาคัญของคาอธิบายรายวิชา จาแนกได้ 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่แสดงข้อมูลทั่วไปของรายวิชา ประกอบด้วย คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน หรือ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา............ ชื่อรายวิชา…………..… กลุ่มสาระการเรียนรู้.................... ชั้น....... ภาคเรียนที่.........จานวน........ ชั่วโมง จานวน.........หน่วยกิต ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่แสดงขอบข่ายเนื้อหาสาระซึ่งประกอบด้วย องค์ความรู้ ที่ผู้เรียนจะได้ ศึกษาเรียนรู้ ทักษะ/กระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ผู้เรียนจะต้อง ประพฤติปฏิบัติ จากการเรียนรู้ในรายวิชานั้น โดยมีหลักการเขียนแสดงข้อมูลตามลาดับ ดังนี้ 1. ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งใด 2. ผู้เรียนสามารถปฏิบัติทักษะ / กระบวนการ หรือแสดงพฤติกรรมใด 3. ผู้เรียนจะมีคุณลักษณะอังพึงประสงค์ใด ตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ/ หรือ ตามธรรมชาติของวิชาที่กาหนด ส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่ระบุรหัสตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ทั้งหมดในรายวิชานั้น แนวการเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม มีขั้นตอนดังนี้ 1. พิจารณาข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ชั้นปีในระดับประถมศึกษา หรือ ผลการเรียนรู้ รายภาคสาหรับมัธยมศึกษา จากตารางวิเคราะห์ที่ได้ดาเนินการไว้แล้ว 2. จัดกลุ่มผลการเรียนรู้ ให้ได้3 กลุ่ม ตามลาดับ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับองค์ความรู้ที่ผู้เรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้ และมีความเชื่อมโยง สัมพันธ์กันตามความยากง่าย หลอมรวมและเรียบเรียง เขียนเป็นความเรียงตามลาดับก่อนหลังของเนื้อหา กลุ่มที่ 2 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับทักษะ กระบวนการ ที่ครูผู้สอนกาหนดให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติใน รายวิชานั้น ควรขึ้นต้น ส่วนที่ 1 นี้ด้วยคาว่า “โดยใช้กระบวนการ ...........” แล้วระบุทักษะ หรือ กระบวนการใหญ่ ๆ ที่ผู้สอนจะนามาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน โดยไม่จาเป็นต้องระบุขั้นตอน ย่อยๆ ในแต่ละกระบวนการไว้ เพราะไม่มีความจาเป็น กลุ่มที่ 3 เป็นส่วนที่เกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามธรรมชาติของรายวิชา และ/หรือ ตามคุณลักษณะ 8 ประการที่หลักสูตรแกนกลาง ฯ ได้กาหนดไว้ ข้อความส่วนนี้ อาจขึ้นต้นด้วยคาว่า “เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด / เพื่อให้เป็น ................” นอกจากนี้ ครูผู้สอนสามารถระบุ สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียนที่เกี่ยวข้อง จากการจาแนกผลการเรียนรู้ที่นาไปสู่สมรรถนะนั้นๆ ในตารางการวิเคราะห์ผลการ เรียนรู้ที่ได้ดาเนินการไว้แล้ว เพื่อเป็นการเน้นย้ากรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน 3. เขียนเรียบเรียงข้อมูลทั้ง 3 กลุ่ม ตามรูปแบบของคาอธิบายรายวิชา
  • 18.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 18 รูปแบบของการเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม การเขียนคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นาเสนอไว้ มี 2 รูปแบบ สาหรับให้โรงเรียนเลือกได้ตามความเหมาะสม ดังนี้ คาอธิบายรายวิชา รูปแบบที่ 1 รหัสวิชา …….. ชื่อรายวิชา………….. รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้……………… ชั้น……........... ภาคเรียนที่ เวลา …….. ชั่วโมง (จานวนหน่วยกิต) (เขียนเป็นความเรียงให้ได้ใจความว่าผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร สามารถทาอะไรได้และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและธรรมชาติของวิชา) ( กลุ่มที่ 1) .................................................................................................... ............................................................................................................... .......... .......................................................................................................................... (กลุ่มที่ 2 ) โดยใช้กระบวนการ .................................................................... ....................................................................................................................... ....................................................................................................................... (กลุ่มที่ 3) เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด/ เพื่อให้เป็น................................................ ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ผลการเรียนรู้ 1............................... 2............................... 3............................... รวมทั้งหมด................... ผลการเรียนรู้ ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3
  • 19.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 19 คาอธิบายรายวิชา รูปแบบที่ 2 คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหัสวิชา …….. ชื่อรายวิชา………… กลุ่มสาระการเรียนรู้……………… ชั้น……........... ภาคเรียนที่ เวลา …….. ชั่วโมง (จานวนหน่วยกิต) (เขียนเป็นความเรียงให้ได้ใจความว่าผู้เรียนได้เรียนรู้อะไร สามารถทาอะไรได้และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใดบ้าง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและธรรมชาติของวิชา) ( กลุ่มที่ 1) .................................................................................................... ............................................................................................................... .......... .......................................................................................................................... (กลุ่มที่ 2 ) โดยใช้กระบวนการ .................................................................... ....................................................................................................................... ....................................................................................................................... (กลุ่มที่ 3) เพื่อให้มี / เพื่อให้เกิด/ เพื่อให้เป็น................................................ ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... ผลการเรียนรู้ 1............................... 2............................... 3............................... รวมทั้งหมด................... ผลการเรียนรู้ ส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ส่วนที่ 3
  • 20.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 20 ( ตัวอย่างคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม) คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ฝ20201 ภาษาฝรั่งเศสเบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาฝรั่งเศส) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ ระบุตัวอักษรและเสียง เลือกภาพตรงกับความหมายของคา และ กลุ่มคาที่ฟัง อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ และสะกดคาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เขียนคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง พูดโต้ตอบด้วยคาและ ประโยคสั้นๆง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง พูดและทาท่าทาง ประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และความเพลิดเพลินสนุกสนาน สามารถใช้ภาษาและท่าทางในการสื่อสารได้ เหมาะสมกับระดับบุคคลและกาลเทศะ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคาสั่งสั้นๆ ง่ายๆ 2. ระบุตัวอักษรและเสียง 3. เลือกภาพตรงกับความหมายของคา และกลุ่มคาที่ฟัง 4. อ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆ และสะกดคาง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน 5. เขียนคา กลุ่มคา ประโยคสั้นๆง่ายๆ ให้สัมพันธ์กับสื่อที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียง 6. พูดโต้ตอบด้วยคาและประโยคสั้นๆง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง 7. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง 8. พูดและทาท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 9. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้
  • 21.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 21 ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูเขียนนาข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ไว้ในตาราง วิเคราะห์ผลการเรียนรู้มาหลอมรวมเรียบเรียงเขียนเป็นคาอธิบายรายวิชา เพิ่มเติมที่รับผิดชอบ 1 รายวิชา ใน 1 ภาคเรียน โดยใช้รูปแบบใด รูปแบบหนึ่งให้สอดคล้องกับรูปแบบที่โรงเรียนเลือกใช้ ประเด็นบันทึก : บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 22.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 22 เรื่องที่ 5 การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมเป็นการกาหนดกรอบขอบข่ายของ รายวิชาเพิ่มเติมที่จะจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของรายวิชา ประกอบด้วยจานวนหน่วยการเรียนรู้ หัวข้อเรื่อง ผลการเรียนรู้ และสาระสาคัญ ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เวลาที่ใช้จัดการเรียนรู้ และสัดส่วนการเก็บคะแนน ของรายวิชา การจัดทาโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมจะช่วยให้ครูผู้สอนเห็นความ สอดคล้องเชื่อมโยงของลาดับการเรียนรู้ และภาพรวมของรายวิชานั้นอย่างชัดเจน การกาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม เมื่อได้คาอธิบายรายวิชา 1 รายวิชา เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนต้องนาคาอธิบายรายวิชา มากาหนดเป็นโครงสร้างรายวิชา เพื่อกาหนดจานวนหน่วยการเรียนรู้ จานวนเวลาเรียน ก่อนที่จะนาไป จัดการเรียนรู้ตลอดปีสาหรับชั้นประถมศึกษา และตลอดภาคเรียนสาหรับชั้นมัธยมศึกษา รวมไปถึง การกาหนดเวลาการสอบกลางปี / กลางภาค ปลายปี / ปลายภาค และน้าหนักคะแนน อีกด้วย การกาหนดโครงสร้างรายวิชา จึงเป็นการกาหนดขอบข่ายของรายวิชาที่จะจัดสอนเพื่อช่วยให้ ผู้สอนและผู้เกี่ยวข้อง เห็นภาพรวมของแต่ละรายวิชาว่า ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ จานวนเท่าใด เรื่องใดบ้าง แต่ละหน่วยพัฒนาให้ผู้เรียนบรรลุตัวชี้วัดใด เวลาที่ใช้จัดการเรียนการสอน และสัดส่วนการเก็บ คะแนนของรายวิชานั้นเป็นอย่างไร การจัดทาโครงสร้างรายวิชาจะช่วยให้ครูผู้สอนเห็นความสอดคล้อง เชื่อมโยงของลาดับการเรียนรู้ของรายวิชาหนึ่ง ๆ ว่าครูจะสอนอะไร ใช้เวลาสอนเรื่องนั้นเท่าไร และ จัดเรียงลาดับสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างไร ทาให้มองเห็นภาพรวมของรายวิชาอย่างชัดเจน องค์ประกอบโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม โครงสร้างรายวิชา มีองค์ประกอบหลักที่สาคัญ ดังนี้ - ลาดับที่ ของหน่วยการเรียนรู้ - ผลการเรียนรู้ ที่เป็นเป้ าหมายในการพัฒนาผู้เรียนสาหรับหน่วยนั้นๆ - ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จะต้องสะท้อนให้เห็นสาระสาคัญของหน่วยการเรียนรู้ น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย มีความหมายและสอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน
  • 23.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 23 - สาระสาคัญ เป็นความรู้ ความคิด ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง หรือความรู้ที่เป็นแก่น เป็นหลักการของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เกิดจากการหลอมรวมของผลการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น - เวลา การกาหนดเวลาเรียนควรมีความเหมาะสมและเพียงพอกับการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความสามารถตามที่ระบุไว้ในผลการเรียนรู้ และควรพิจารณาในภาพรวม ของทุกหน่วยการเรียนรู้ในรายวิชานั้น ๆ ให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม - น้าหนักคะแนน การกาหนดน้าหนักคะแนนเป็นส่วนช่วยให้เห็นทิศทาง การจัดเวลา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผล ให้สอดคล้องกับความสาคัญของผลการเรียนรู้ในหน่วย การเรียนรู้นั้นว่าเป็นผลการเรียนรู้ที่เป็นองค์ความรู้ / ประสบการณ์พื้นฐานในการต่อยอดความรู้หรือ พัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ หรือพิจารณาจากศักยภาพผู้เรียน ธรรมชาติวิชา ฯลฯ ตัวอย่างโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา .................... ชั้น ...................... ( ภาคเรียนที่ ...............) เวลา ............. ชั่วโมง อัตราส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับปลายภาค ...... : ……... ลาดับที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน ( ......... ) 1 2 3 สรุปทบทวนภาพรวม (สอบกลางภาค) 4 5 6 สรุปทบทวนภาพรวม (สอบปลายภาค) รวม
  • 24.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 24 ภาระงาน: ขอให้เพื่อนครูนาคาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมมากาหนดเป็น โครงสร้างรายวิชาตลอดภาคเรียน ตามรูปแบบที่กาหนดให้ ประเด็นบันทึก : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 25.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 25 เรื่องที่ 6 การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ กรอบแนวคิด : หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดให้ครูผู้สอนดาเนินการออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน (Standard – based Unit) โดยใช้รูปแบบ Backward Design ซึ่งเป็นการดาเนินงานที่มีขั้นตอน 3 ประการ คือ การกาหนดเป้ าหมาย การเรียนรู้ การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ และการออกแบบกิจกรรม ซึ่งทุกขั้นตอนต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน อย่างเป็นเหตุเป็นผล การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เมื่อได้กาหนดโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว จากนั้นครูผู้สอนจะต้องนาข้อมูลแต่ละ หน่วยการเรียนรู้ ไปออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ตามหลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่กาหนดให้ครูผู้สอนดาเนินการออกแบบ หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน (Standard – based Unit) โดยใช้รูปแบบ Backward Design ซึ่งเป็นการออกแบบที่มีขั้นตอน 3 ประการ คือ การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเริ่มต้นจากการกาหนดเป้ าหมายปลายทางซึ่งเป็นคุณภาพผู้เรียนที่คาดหวังเป็นจุดเริ่มต้น แล้วจึงคิด ออกแบบองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อนาไปสู่จุดหมายปลายทางที่กาหนด และทุกขั้นตอนของ กระบวนการออกแบบต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน
  • 26.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 26 ขั้นตอนสาคัญของการออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน โดยใช้รูปแบบ Backward Design การออกแบบหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานโดยใช้หลักการของ Backward Design มีขั้นตอนที่สาคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 กาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ที่สะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด หรือ ผลการเรียนรู้ ซึ่งบอกให้ทราบว่าผู้เรียนต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องใด และสามารถทาอะไรได้ เมื่อสิ้นสุด การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้น ขั้นตอนที่ 2 กาหนดหลักฐานการเรียนรู้ หรือ การประเมินผลรวบยอดที่ชัดเจน และ สอดคล้องกับมาตรฐานเรียนรู้/ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นว่าได้ว่าผู้เรียนเกิดผล การเรียนรู้ตามเป้ าหมายการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 3 ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สาคัญซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามเป้ าหมายการเรียนรู้ตามที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 แผนภาพแสดงขั้นตอนการออกแบบอิงมาตรฐานโดยใช้รูปแบบ Backward Design 1. การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ ( Learning Goal) หมายถึง การระบุข้อกาหนดว่า ผู้เรียนควรมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง และปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมใดได้บ้าง มีปริมาณและคุณภาพ ในระดับใด จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินที่กาหนด ดังนั้น ในการกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ ให้แก่ผู้เรียน ผู้สอนควรพิจารณาให้ลึกซึ้งว่า ผู้เรียนควรมี ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องใด ควรปฏิบัติอะไร ได้บ้าง สิ่งใดควรค่าแก่การเรียนรู้ เรื่องใด หรือสิ่งใดควรเป็นความรู้ความเข้าใจที่ติดตัวผู้เรียนไปอย่างยั่งยืน ๑. 1. กาหนด เป้ าหมาย การเรียนรู้ ๒. กาหนด หลักฐาน การเรียนรู้ ๓. ออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้
  • 27.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 27 ดังนั้น การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้สาหรับรายวิชาเพิ่มเติม จึงหมายถึง การกาหนด ผลการเรียนรู้ ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งอาจมีได้มากกว่าหนึ่งผลการเรียนรู้ แต่ไม่ควรมีมากจนเกินไป และควรมีผลการเรียนรู้ที่หลากหลายลักษณะ เช่น ผลการเรียนรู้ที่เน้นเนื้อหา ผลการเรียนรู้ที่เน้น กระบวนการ เพื่อช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความหมายต่อผู้เรียน สามารถสร้างเป็นแก่นความรู้ ได้ชัดเจนขึ้น และนาไปปรับใช้กับสถานการณ์จริงได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติการเรียนรู้ของแต่ละ กลุ่มสาระการเรียนรู้ นอกจากนี้ ครูผู้สอนยังต้องพิจารณาต่อไปอีกด้วยว่า ผลการเรียนรู้ข้อนั้นสามารถนาให้ ผู้เรียนบังเกิดสมรรถนะสาคัญใดได้บ้าง ทั้งนี้ เพื่อตระหนักอยู่เสมอว่า การจัดการเรียนรู้มิได้จบสิ้นเพียง การบรรลุผลการเรียนรู้ที่กาหนดไว้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสาคัญ ที่หลักสูตรคาดหวังได้อีกด้วย เมื่อเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้หนึ่ง อาจมีผลการเรียนรู้ 1 ข้อ หรือมากกว่า 1 ข้อ ครูผู้สอนจึงต้องหลอมรวมผลการเรียนรู้ทุกข้อที่ระบุไว้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น เขียนเป็นสาระสาคัญของ หน่วยการเรียนรู้นั้น เพื่อเป็นกรอบความคิด หรือขอบข่ายที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพการเรียนรู้เป็น องค์รวม และกาหนดเป็นสาระการเรียนรู้ที่ควรวิเคราะห์และจาแนกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ความรู้ 2. ทักษะ / กระบวนการ และ 3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทั้งนี้ ผลการเรียนรู้ บางตัว อาจมีไม่ครบทั้ง 3 ส่วน ครูผู้สอนสามารถนาเนื้อหาจากแหล่งอื่น เช่น สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การกาหนดเป้ าหมายการเรียนรู้ ของหน่วยการเรียนรู้หนึ่ง จึงประกอบด้วยประเด็น สาคัญ ดังต่อไปนี้ 1.1 ผลการเรียนรู้ 1.2 สาระสาคัญ 1.3 สาระการเรียนรู้ จาแนกเป็น 3.1 ความรู้ 3.2 ทักษะ / กระบวนการ 1.4 สมรรถนะสาคัญ เป็นความสามารถ 5 ประการ ที่หลักสูตรคาดหวังให้เกิดขึ้นใน ตัวของผู้เรียน ซึ่งได้สอดแทรกไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ 1.4.1 ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมใน การใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง
  • 28.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 28 เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ ถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 1.4.2 ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 1.4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ใน การป้ องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 1.4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไป ใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกัน ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 1.4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยี ด้านต่างๆและมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม 1.5 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคุณลักษณะในภาพรวมของผู้เรียนที่หลักสูตรกาหนดให้มี หรือให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน รวมถึง จิตพิสัย หรือ เจตคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม เฉพาะกลุ่ม สาระการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ 8 ประการ ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทางาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ
  • 29.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 29 2. การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ หรือ การประเมินผลรวบยอด การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ ซึ่งในแบบบันทึกหน่วยการเรียนรู้ตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กาหนดไว้จะใช้นิยามว่า “การประเมินผลรวบยอด” คือ การระบุหลักฐาน ผลงาน หรือผลการเรียนรู้ ในลักษณะของชิ้นงานหรือภาระงาน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ครูกาหนดให้ หรือครูและนักเรียนร่วมกันกาหนด เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ชิ้นงานหรือภาระงานจะต้องแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในการเรียนรู้ของ ผู้เรียน และเป็นร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้เรียนมีความรู้ และทักษะบรรลุถึงเป้ าหมาย หรือ ผลการเรียนรู้ที่กาหนด การกาหนดหลักฐานการเรียนรู้ควรมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ 2. 1. การประเมินผลรวบยอด ซึ่งหมายถึง การกาหนดชิ้นงาน หรือ ภาระงาน อันเป็นหลักฐาน / ร่องรอย ว่านักเรียนบรรลุผลการเรียนรู้ในองค์รวมของหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ อาจเกิด จากผู้สอนกาหนดให้ หรืออาจให้ผู้เรียนร่วมกันกาหนดขึ้นจากการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้  ชิ้นงาน ได้แก่ 1. งานเขียน เช่น การเขียนบันทึก การเขียนเรียงความ การเขียนจดหมาย การแต่งคาประพันธ์ การเขียนบทความ การเขียนรายงาน การเขียนผังความคิด การเขียนแผนภูมิ ฯลฯ 2. ภาพ / แผนภูมิ เช่น แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง ฯลฯ 3. สิ่งประดิษฐ์ เช่น งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจาลอง ฯลฯ  ภาระงาน ได้แก่ การพูดเล่าเรื่อง การพูดนาเสนองาน การพูดอธิบายขั้นตอน การปฏิบัติงาน การรายงานปากเปล่า การอ่าน การกล่าวรายงาน การโต้วาที การตอบคาถาม การสัมภาษณ์ ร้องเพลง บทบาทสมมติ เล่นดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ  งานที่มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างชิ้นงาน / ภาระงาน ได้แก่ การทดลอง การสาธิต การแสดงละคร การแสดงบทบาทสมมติ ฯลฯ
  • 30.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 30 หลักการกาหนดชิ้นหรือภาระงาน มีดังนี้ 1. พิจารณาจากผลการเรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ ว่าระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ 2. ภาระงานหรือชิ้นงานครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่ระบุไว้หรือไม่ อาจระดมความคิดจาก เพื่อนครู หรือผู้เรียน หรืออาจปรับเพิ่มกิจกรรมให้เกิดชิ้นงานหรือภาระงานที่ครอบคลุม 3. ชิ้นงานชิ้นหนึ่ง หรือภาระงาน 1 อย่าง อาจเชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้เดียวกัน และ / หรือ ผลการเรียนรู้ต่างกันได้ 4. ควรเลือกผลการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดงานที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาสติปัญญาหลายด้าน พร้อมกัน เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมติ เคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี เป็นต้น 5. เลือกงานที่ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้และทางานที่ชอบใช้วิธีทาที่หลากหลาย 6. เป็นงานที่ให้ทางเลือกในการประเมินผลที่หลากหลาย โดยบุคคลต่าง ๆ เช่น ผู้ปกครอง ครูผู้สอน ตนเอง เป็นต้น 2. 2 กาหนดเกณฑ์การประเมิน การประเมินหลักฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นชิ้นงาน/ภาระงาน ที่กาหนดให้ผู้เรียนปฏิบัติ เป็นการประเมินโดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค (Rubric) ซึ่งเป็นการประเมินที่เน้นคุณภาพของ ชิ้นงานหรือภาระงานที่ชี้ให้เห็นระดับความรู้ ความสามารถของผู้เรียน ผู้สอนจะต้องกาหนดคาอธิบายเป็น แนวทางการให้คะแนน ( Scoring rubrics ) เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้เรื่องใดและปฏิบัติสิ่งใดได้บ้าง ตามผลการเรียนรู้ ที่ได้กาหนดไว้เป็นเป้ าหมายการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้น เกณฑ์การประเมิน ชิ้นงาน/ ภาระงาน หรือการปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียนที่ครูผู้สอนสร้างขึ้นต้องเป็นที่ยอมรับได้และต้อง สัมพันธ์เชื่อมโยงกับผลการเรียนรู้ที่ได้กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ การประเมินที่ใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบริค เป็นรูปแบบการประเมิน ที่สามารถจาแนกระดับของความสาเร็จในการสร้าง ชิ้นงาน/ภาระงาน หรือ การปฏิบัติกิจกรรมของผู้เรียน ได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม ตั้งแต่ระดับดีมากไปจนถึงระดับปรับปรุง หรือระดับสูงสุดไปจน ถึงระดับ ต่าสุด เป็นต้น การประเมินโดยใช้รูบริค (Rubric) จะช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเป้ าหมายของการสร้าง ชิ้นงานหรือภาระงาน หรือการปฏิบัติกิจกรรมของตนเอง และได้รับความยุติธรรมในการให้คะแนนจาก ผู้สอนตามคุณภาพของงานที่ปรากฏ อย่างไรก็ตาม การประเมินชิ้นงานหรือภาระงานอาจใช้วิธีการอื่นได้ บ้าง เช่น การใช้แบบตรวจสอบรายการ ( Check list) การใช้แบบสังเกต แบบบันทึกข้อมูล ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติของชิ้นงานหรือภาระงานนั้น
  • 31.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 31 เกณฑ์การประเมินอิงมาตรฐานที่นิยมใช้กันมาก เป็นรูปแบบการประเมินโดยใช้ Rubric ซึ่งหมายถึง “กฎ” หรือ “กติกา” ส่วนคาว่า Rubric Assessment หมายถึง แนวทางในการให้ คะแนน ( Scoring Guide ) ที่สามารถจาแนกระดับของความสาเร็จในการสร้างภาระงาน ชิ้นงาน หรือ การปฏิบัติของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน จากระดับดีมาก ไปจนถึงระดับปรับปรุง หรือ ระดับสูงสุด ไปจนถึง ระดับต่าสุด เป็นต้น โดยทั่วไปรูปแบบการประเมิน กาหนดเกณฑ์ไว้ ๒ ประเภท คือ ๑. เกณฑ์การประเมินแบบองค์รวม ( Holistic Rubric) คือ แนวทางการให้คะแนน โดยพิจารณาจากภาพรวมของชิ้นงาน หรือ ภาระงาน ซึ่งจะ มีคาอธิบายลักษณะของงานในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน เกณฑ์การประเมินในภาพรวมนี้ เหมาะสาหรับ การประเมินผลงานด้านการเขียน ซึ่งต้องใช้การตรวจสอบการเรียบเรียงความคิด ความสละสลวยของ การใช้ภาษาในการเขียน หรือ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น ตัวอย่างของเกณฑ์การประเมิน ( งานเขียน ) แบบองค์รวม ระดับคะแนน ลักษณะของงาน ๓ ( ระดับดี) - เขียนได้ตรงประเด็นตามที่กาหนด - มีการเขียนที่เป็นระบบ ( มีคานา เนื้อหา บทสรุป ) - การใช้คาศัพท์ หลักภาษาถูกต้อง สมบูรณ์ สละสลวย ทาให้ผู้อ่านเข้าใจชัดเจน - มีแนวคิดน่าสนใจ ๒ ( ระดับพอใช้) - เขียนได้ค่อนข้างตรงประเด็นตามที่กาหนด - มีการเขียนที่เป็นระบบ ( มีคานา เนื้อหา บทสรุป ) - การใช้คาศัพท์ หลักภาษาค่อนข้างเหมาะสม - การนาเสนอความคิดวกวน สื่อสารไม่ครบถ้วน ๑ (ระดับปรับปรุง) - เขียนไม่ตรงตามประเด็นตามที่กาหนด - ระบบการเขียนไม่สมบูรณ์ ( ขาดคานา หรือขาดบทสรุป ) - การใช้คาศัพท์ หลักภาษายังไม่เหมาะสม - ไม่ปรากฏการนาเสนอแนวความคิด 0 ไม่ส่ง / ไม่มีผลงาน
  • 32.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 32 ๒. เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน ( Analytic Rubric) คือ แนวทางการให้คะแนน โดยพิจารณาจากแต่ละส่วนย่อยของชิ้นงาน หรือ ภาระงาน ซึ่งแต่ละส่วนจะกาหนดแนวทางการให้คะแนนไว้โดยเฉพาะ มีคานิยาม หรือ คาอธิบาย ลักษณะของงานแต่ละส่วน ไว้เป็นแต่ละระดับอย่างชัดเจน ซึ่งมีเทคนิคการเขียนรายละเอียดการให้ คะแนน หรือ ระดับคะแนนแบบแยกส่วน ๓ ลักษณะ ดังนี้ แบบที่ ๑ กาหนดรายละเอียดขั้นต่าไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มลักษณะที่สาคัญสูงขึ้นทีละระดับ ตัวอย่างเช่น การประเมินผลงานการเขียนเรียงความ มีประเด็นการประเมิน ๒ รายการ คือ เนื้อหา และ การใช้ภาษา มีแนวทางการกาหนดระดับคะแนนของแต่ละประเด็น เช่น  เนื้อหา ระดับ ๑ สอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด ระดับ ๒ ลาดับเนื้อเรื่องชัดเจน ระดับ ๓ การนาเสนอเรื่องราวน่าสนใจ ระดับ ๔ มีจินตนาการสร้างสรรค์  การใช้ภาษา ระดับ ๑ ผิดพลาดมาก สื่อความหมายได้เล็กน้อย ระดับ ๒ ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ สื่อความหมายได้มากขึ้น ระดับ ๓ ผิดพลาดน้อย การใช้ภาษาสื่อความหมายได้ดี ระดับ ๔ ถูกต้องสมบูรณ์ การใช้ภาษาสละสลวย เมื่อกาหนดรายละเอียดแต่ละระดับของแต่ละประเด็นไว้แล้ว จากนั้น จึงนารายละเอียดแต่ละรายการ มาเขียนเรียบเรียงเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จากความสาคัญต่าสุดไปจนถึงสูงสุด เช่น  เนื้อหา ระดับ ๑ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด ระดับ ๒ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง ได้ชัดเจน ระดับ ๓ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง ได้ชัดเจน การนาเสนอเรื่องราวน่าสนใจ ระดับ ๔ เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับหัวเรื่องที่กาหนด และลาดับเนื้อเรื่อง ได้ชัดเจน มีจินตนาการสร้างสรรค์
  • 33.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 33 แบบที่ ๒ กาหนดจุดอ่อนระดับต่าสุดไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มความถูกต้องสูงขึ้นทีละระดับ จากตัวอย่างในแบบที่ ๑ สามารถนาเทคนิคแบบที่ ๒ มาใช้ในประเด็น การใช้ภาษา โดยการกาหนด ลักษณะต่าสุดไว้ที่ระดับ ๑ แล้วเพิ่มความถูกต้องของลักษณะย่อยขึ้นไปทีละระดับ เช่น  การใช้ภาษา ระดับ ๑ ผิดพลาดมาก สื่อความหมายได้เล็กน้อย ระดับ ๒ ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ สื่อความหมายได้มากขึ้น ระดับ ๓ ผิดพลาดน้อย การใช้ภาษาสื่อความหมายได้ดี ระดับ ๔ ถูกต้องสมบูรณ์ การใช้ภาษาสละสลวย ตัวอย่างข้างต้น เขียนรายละเอียดแสดงไว้ในเชิงคุณภาพ แต่แบบที่ ๒ อาจเขียนในเชิงปริมาณได้ เช่น  การใช้ภาษา ระดับ ๑ ภาษาผิดพลาดไม่เกินร้อยละ ๕๐ ( หรือ ๕๐ จุด) แต่ยังสื่อความหมายได้ ระดับ ๒ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๕๐ – ๗๐ และสื่อความหมายได้มากขึ้น ระดับ ๓ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๗๐- ๙๐ เชื่อมโยงภาษาได้ดี ระดับ ๔ ภาษาถูกต้องร้อยละ ๙๐-๑๐๐ การใช้ภาษาสละสลวยงดงาม แบบที่ ๓ กาหนดระดับน้าหนักเท่ากันทุกรายการ ในการประเมินชิ้นงาน หรือภาระงาน ให้พิจารณาว่าไม่มีรายการจานวนกี่รายการ ระดับคะแนนจะหายไปเท่ากับจานวนรายการนั้นๆ ตัวอย่างเช่น การประเมินผลงานการจัดทารายงานของผู้เรียน กาหนดประเด็นการประเมินเป็น รูปแบบการจัดทารายงาน มีรายการประเมิน ๕ รายการ คือ ปก คานา สารบัญ เนื้อหา การอ้างอิง และบรรณานุกรม กาหนดระดับคะแนน ดังนี้ รูปแบบการจัดทารายงาน ระดับ ๔ มีครบทั้ง ๕ รายการ คือ ปก คานา สารบัญ เนื้อหา การอ้างอิง และบรรณานุกรม ระดับ ๓ ขาด ๑ ลักษณะ ระดับ ๒ ขาด ๒ ลักษณะ ระดับ ๑ ขาด ๓ ลักษณะ
  • 34.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 34 2. 3 กาหนดเกณฑ์การตัดสิน เป็นการกาหนดช่วงคะแนนให้ผู้ประเมินและ ผู้รับการประเมินได้รู้ว่า คะแนนที่ผู้เรียนได้รับจากการประเมินอยู่ในช่วงคะแนนเท่าใด และมีคุณภาพ การปฏิบัติงานอยู่ในระดับใด เช่น คะแนนเต็ม 12 คะแนน อาจแบ่งเป็นช่วงคะแนน ได้ดังนี้ 10 - 12 คะแนน เท่ากับ ดีมาก 7 - 9 คะแนน เท่ากับ ดี 4 - 6 คะแนน เท่ากับ พอใช้ 1- 3 คะแนน เท่ากับ ควรปรับปรุง 2. 4 กาหนดเกณฑ์การผ่าน เป็นการกาหนดเกณฑ์ขั้นต่าว่า ผู้เรียนควรได้คะแนนเท่าใด จึงจะผ่านเกณฑ์การประเมินในครั้งนั้น เช่น คะแนนเต็ม 12 คะแนน ผู้สอนอาจกาหนดไว้ว่า ผู้เรียนต้องได้คะแนนระดับดี คือ 7 คะแนนขึ้นไป จึงจะผ่านการประเมินในครั้งนั้น 3. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การวางแผนกาหนดทิศทาง หรือแนวปฏิบัติ ในการจัดการเรียนรู้เป็นภาพรวมอย่างกว้าง ๆ ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ โดยการกาหนดเป็นกิจกรรม/ กระบวนการเรียนรู้สาคัญที่จะนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งใช้เป็นข้อมูลสาหรับการนาไปวางแผน การจัดการเรียนรู้โดยละเอียดในขั้นต่อไป ขั้นตอนนี้จึงมีความหมาย และสาคัญยิ่งในการพัฒนาผู้เรียนให้ เกิดการเรียนรู้บรรลุสู่ผลการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้นั้น รวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผู้สอนจึงต้องใช้ความรู้ ความสามารถหลายด้าน ในการออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ หลักการจัดการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ กระบวนการ เรียนรู้ สื่อ /แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การให้ข้อมูลป้ อนกลับ ( Feedback) และ การเสริมแรง ( Reinforcement) นอกจากนี้ ผู้สอนควรมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้ว่าควรเป็นกิจกรรมในลักษณะดังต่อไปนี้ 1. เป็นกิจกรรมที่พัฒนานักเรียนไปสู่ผลการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ 2. เป็นกิจกรรมที่นาไปสู่การเกิดหลักฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรือภาระงานที่แสดงถึง การบรรลุผลการเรียนรู้ของนักเรียน 3. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4. เป็นกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ 5. เป็นกิจกรรมที่มีความหลากหลาย เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ และวัยของผู้เรียน 6. เป็นกิจกรรมที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ 7. เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าสู่แหล่งการเรียนรู้และเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลาย 8. เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง
  • 35.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 35 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี มีประสิทธิภาพ ในหนึ่งหน่วยการเรียนรู้จะต้อง มีการออกแบบกิจกรรมให้ครบถ้วน ทั้ง 3 ลักษณะ คือ 1. กิจกรรมนาสู่การเรียนรู้ เป็นกิจกรรมการเตรียมความพร้อม การทบทวนความรู้หรือ ประสบการณ์เดิม การสร้างเสริมความสนใจของผู้เรียน ฯลฯ เพื่อให้พร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ที่ครูผู้สอน จะจัดให้ในลาดับต่อไป 2. กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ครูผู้สอนดาเนินการจัดการเรียนรู้ตามสาระ การเรียนรู้ที่ประกอบด้วยความรู้ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อย่างเป็นลาดับขั้นตอนที่เหมาะสม และ เป็นกระบวนการตามทักษะ/กระบวนที่ได้กาหนดไว้ เพื่อนาไปสู่กิจกรรมรวบยอดในขั้นตอนสุดท้าย 3. กิจกรรมรวบยอด เป็นกิจกรรมสรุปรวมการเรียนรู้ที่ได้พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน มาแล้วข้างต้น กิจกรรมรวบยอดนี้ จะเป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้เรียนบรรลุสู่ ผลการเรียนรู้ และ เกิดการเรียนรู้ครบถ้วนตาม สาระสาคัญ ที่ได้กาหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้นั้น หรือไม่ เพียงใด ทุกองค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้ จะต้องเชื่อมโยงไปสู่ผลการเรียนรู้ ที่เป็นเป้าหมาย ของหน่วยการเรียนรู้นั้นอย่างแท้จริง หน่วยการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ ควรมีลักษณะดังนี้ 1. มีการกาหนดประเด็น หรือหัวข้อเรื่องหน่วยการเรียนรู้ ( Theme) ที่จูงใจผู้เรียน มีขอบข่ายสาระการเรียนรู้กว้างขวางเพียงพอ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดหลักจนเกิดเป็น ความเข้าใจที่คงทน การตั้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ ควรสะท้อนให้เห็นสาระสาคัญของหน่วยการเรียนรู้ หัวข้อเรื่องมีความน่าสนใจ เหมาะสมกับวัย มีความหมายและสอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียน ๒. มีการกาหนดผลการเรียนรู้ ๓. มีการกาหนดหลักฐานร่อยรอยการเรียนรู้ของผู้เรียน ๔. มีการออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ปฏิบัติจริง สรุปองค์ความรู้ และ นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนาหน่วยการเรียนรู้ที่ได้กาหนดไว้ใน โครงสร้างรายวิชามาออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ตามแบบบันทึก หน่วยการเรียนรู้ที่กาหนดให้ครบทุกหน่วย ประเด็นบันทึก : ให้บันทึกคาตอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้
  • 36.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 36 เรื่องที่ 7 การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม กรอบแนวคิด : แผนการจัดการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสาคัญของครูผู้สอน ในการนาหลักสูตรเข้าสู้ชั้นเรียน แผนการจัดการเรียนรู้เป็นส่วนที่ครูผู้สอน นากรอบกิจกรรมในขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของหน่วย การเรียนรู้มาขยายเป็นรายละเอียดอย่างชัดเจนเพื่อนาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน การวางแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ครูผู้สอนจะต้องดาเนินการ ก่อนที่จะนาหลักสูตรไปสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน โดยนาข้อมูลที่ได้กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3 ของการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ คือ ขั้นออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ไปเขียนรายละเอียดเป็น แผนการจัดการเรียนรู้รายแผน เพื่อนาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในขั้นต่อไป สาหรับรูปแบบ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขึ้นอยู่กับการกาหนดของสถานศึกษาที่อาจมีรูปแบบแตกต่างกันไป ในรายละเอียด แต่องค์ประกอบซึ่งเป็นประเด็นสาคัญ ควรมีหัวข้อรายการดังนี้ หัวข้อหรือประเด็นสาคัญ ของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม  ผลการเรียนรู้  จุดประสงค์การเรียนรู้ / ปลายทาง / นาทาง  สาระสาคัญ  สาระการเรียนรู้  สมรรถนะสาคัญ  คุณลักษณะอันพึงประสงค์  สื่อการเรียนรู้  กิจกรรม / กระบวนการเรียนรู้  การวัดและผลประเมินผลการเรียนรู้  บันทึกผลการจัดการเรียนรู้
  • 37.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 37 จากองค์ประกอบที่เป็นประเด็นสาคัญดังกล่าวข้างต้น นาไปอธิบายขยายความได้ ดังนี้ 1. ผลการเรียนรู้ คือ ข้อกาหนดสิ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ ต้องปฏิบัติได้ นามาจากข้อที่กาหนดไว้ในหน่วย การเรียนรู้ แล้วนามากาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ 2 ประการ คือ 1. เพื่อเป็นข้อพิจารณาในการวัดและประเมินชิ้นงาน / ภาระงาน 2. เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกาหนดจุดประสงค์ (การเรียนรู้) ปลายทาง / นาทาง ของแผนการจัดการเรียนรู้แผนนี้ 2. จุดประสงค์ การเรียนรู้ ( Learning objective) ตามหลักการจัดการศึกษา ครูผู้สอนจะต้องจัดทาแผนการสอน ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า แผนการจัดการเรียนรู้ โดยในแผนการจัดการเรียนรู้จะต้องมีจุดมุ่งหมายปลายทางของแผนแต่ละแผน ที่เรียกว่า จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning objective) ในขณะที่ ตัวชี้วัด หรือ ผลการเรียนรู้ มีไว้ เพื่อการวัดและประเมินผล ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนรู้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับการวัดและ ประเมินผลอย่างแท้จริง จึงขอเสนอ แนวทางเชื่อมโยง จุดประสงค์การเรียนรู้ กับ ผลการเรียนรู้ ไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ครูผู้สอนยังคงจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ตามกิจกรรมที่ได้กาหนดไว้หน่วยการเรียนรู้ ในขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ก็ได้มาจากผลการเรียนรู้ ที่ระบุไว้ในส่วนที่ อยู่เหนือจุดประสงค์การเรียนรู้ นั่นเอง จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ดีและสมบูรณ์ถูกต้อง ควรประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คือ  พฤติกรรมที่คาดหวัง ซึ่งหมายถึง พฤติกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนปฏิบัติได้  สถานการณ์ หรือ องค์ความรู้ ซึ่งหมายถึง ครูผู้สอนต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยผ่านสถานการณ์ หรือ ใช้องค์ความรู้นั้นเป็นสื่อในการเรียนรู้  เกณฑ์ ซึ่งหมายถึง ระดับคุณภาพเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเกิดการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้นิยมจาแนกย่อยออกไปเป็นจุดประสงค์ปลายทาง และจุดประสงค์ นาทาง เนื่องจากจุดประสงค์การเรียนรู้มักเป็นพฤติกรรมใหญ่ และอาจมีหลายพฤติกรรมใน 1 จุดประสงค์ การเรียนรู้นั้น ซึ่งผู้เรียนไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้นั้นได้ใน 1 แผนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจึงนิยมวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ออกเป็นหลายจุดประสงค์ปลายทาง โดยจุดประสงค์ ปลายทางหนึ่งจุดประสงค์เหมาะสาหรับใช้กับแผนการจัดการเรียนรู้เพียง 1 แผนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์การเรียนรู้บางจุดประสงค์ อาจมีพฤติกรรมกาหนดไว้เพียง 1 พฤติกรรม และเป็นพฤติกรรม ที่สามารถจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุได้ภายในเวลาอันสั้น หรือภายใน 1 แผนการจัดการเรียนรู้
  • 38.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 38 ครูผู้สอนสามารถนาจุดประสงค์การเรียนรู้นั้นไปใช้เป็นจุดประสงค์ปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้ นั้นได้เช่นเดียวกัน 2.1 จุดประสงค์ปลายทาง จุดประสงค์ปลายทางมี 3 องค์ประกอบเช่นเดียวกับจุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นจุดประสงค์ ที่มีพฤติกรรมสาคัญเพียง 1 พฤติกรรม ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้บรรลุได้ในช่วงเวลาตามที่กาหนดไว้ ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เป็นจุดประสงค์สุดท้าย หรือ จุดประสงค์รวบยอดของ แผนการจัดการเรียนรู้นั้น จึงเรียกว่า จุดประสงค์ปลายทาง ซึ่งหมายความว่าเป็นจุดประสงค์ที่กาหนดไว้ เป็นจุดหมายปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้แผนนี้เท่านั้น 2.2 จุดประสงค์นาทาง จุดประสงค์นาทาง คือ พฤติกรรมย่อยที่วิเคราะห์จาแนกมาจากจุดประสงค์ปลายทาง ของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ มีลักษณะหรือองค์ประกอบ 3 ประการ เช่นเดียวกับจุดประสงค์ปลายทาง มีประโยชน์สาคัญยิ่งในการนาไปใช้จัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ตามลาดับก่อนหลังของขั้นตอนการเรียนรู้ หรือ ตามลาดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ หรือตามลาดับขั้นจากง่ายไปหายาก ซึ่งจะสามารถนาทาง ให้ผู้เรียนได้บรรลุสู่เป้ าหมายของการเรียนรู้ คือ จุดประสงค์ปลายทางของแผนการจัดการเรียนรู้นั้น 3. สาระสาคัญ คือ ข้อความที่แสดงความรู้ ความคิดรวบยอด ความเข้าใจที่คงทนลึกซึ้ง หรือความรู้ ที่เป็นแก่น เป็นหลักการของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ได้มาจากการหลอมรวมองค์ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผลการเรียนรู้ ที่นามากาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ หมายถึง สิ่งที่ผู้เรียนต้องรู้ ต้องทาได้ อันเกิดจากการเรียนรู้ตามแผนการจัด การเรียนรู้แผนนั้น ได้มาจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของผลการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ในแผนการจัด การเรียนรู้แผนนั้น จาแนกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. ส่วนที่เป็นความรู้ 2. ส่วนที่เป็นทักษะ/กระบวนการ 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คือ ความสามารถอันเกิดจากการเรียนรู้ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 คาดหวังให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน 5 ประการ และผู้สอนคาดหวังให้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้นั้น 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คือ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 คาดหวังให้เกิดขึ้นในตัวของผู้เรียน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็น พลเมืองไทยและพลโลก 8 ประการ ซึ่งครูผู้สอนคาดหวังให้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ตามแผนการจัด การเรียนรู้นั้น
  • 39.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 39 7. สื่อการเรียนรู้ /แหล่งเรียนรู้ คือ สื่อ อุปกรณ์ วิธีการ ฯลฯ ที่จะนามาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อนาให้ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ ได้ปฏิบัติกิจกรรม หรือได้เรียนรู้ บรรลุสู่พฤติกรรมที่คาดหวังในจุดประสงค์ นาทาง / ปลายทาง ที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น 8. กิจกรรม / กระบวนการ คือ การจัดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงและได้ปฏิบัติกิจกรรมจริง โดยเน้นให้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และผู้สอนแสดงบทบาทเป็นเพียงผู้สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเป็น ที่ปรึกษา ชี้แนะตามความจาเป็น การจัดกิจกรรมที่สามารถสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างดี มีประสิทธิภาพ คือ การจัดกิจกรรมที่เป็นไปตามลาดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ หรือตามลาดับ ก่อนหลังของจุดประสงค์นาทางแต่ละข้อที่กาหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น สิ่งสาคัญที่ไม่ควรละเลย คือ การจัดกิจกรรมให้ครบถ้วนทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมนาสู่การเรียน กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ตามลาดับจุดประสงค์นาทาง และกิจกรรมรวบยอดสู่จุดประสงค์ปลายทางไปจนถึงสาระสาคัญที่กาหนดไว้ ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น 9. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คือ กระบวนการตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ละกิจกรรมว่าบรรลุจุดประสงค์ การเรียนรู้ที่คาดหวังไว้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ หรือไม่ เพียงใด การตรวจสอบ อาจทาได้ใน ระดับ จุดประสงค์นาทาง หรือ จุดประสงค์ปลายทาง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน แต่สิ่งสาคัญที่ต้องระบุ อย่างชัดเจนในการวัดผล ประเมินผลต้องแสดงให้เห็นถึง ชิ้นงาน / ภาระงาน เกณฑ์การประเมินผลงาน และเกณฑ์การตัดสินผลงาน และเกณฑ์การผ่าน อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม 10. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ คือ การจดบันทึกข้อมูล หรือผลอันเกิดจากการจัดการเรียนรู้ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัด การเรียนรู้นั้น การบันทึกข้อมูลควรจดบันทึกผลที่เกิดขึ้นทั้งเชิงบวกและ เชิงลบ ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทั้งข้อมูลที่เป็นความสาเร็จ /ปัญหา อุปสรรค หรือประโยชน์ต่อตัวครูผู้สอนในด้านการวางแผนการจัดการเรียนรู้ และข้อมูลที่ที่เป็นความสาเร็จ /ปัญหาอุปสรรค หรือเป็นประโยชน์ต่อ ตัวผู้เรียนในด้านการเรียนรู้ อาจนาเสนอแนวทางแก้ไข /พัฒนาไว้ด้วย นอกจากนี้ สิ่งสาคัญที่ผู้สอนพึงตระหนักและระลึกไว้เสมอคือ ขั้นตอนการบันทึกผลการจัดการเรียนรู้นี้ เป็นส่วนสาคัญที่นาไปสู่ การวิจัยในชั้นเรียนได้อย่างเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ครูพร้อมที่จะเข้า ห้องสอนแล้วค่ะ .... นักเรียน
  • 40.
    คู่มือนิเทศการออกแบบการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม สาหรับโรงเรียนมาตรฐานสากล สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต2 40 ภาระงาน : ขอให้เพื่อนครูนากิจกรรมที่กาหนดไว้ในขั้นตอนที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละครั้งของหน่วยการเรียนรู้ มาเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามจานวนครั้งที่ได้ กาหนดไว้โดยใช้แบบบันทึกแผนการจัดการเรียนรู้ที่กาหนดให้ ประเด็นบันทึก : บันทึกคาคอบลงในแบบฝึกที่กาหนดให้ เหนื่อยนัก .... พักก่อน ... ผ่อนคลายซักนิด.... แล้วไปทดสอบความรู้ที่เพิ่มขึ้น ... โดยทาแบบทดสอบแนบท้ายหน่วยที่ 3 ในแบบฝึกปฏิบัติการจัดทาภาระงาน ฯ ดูซิว่า เพื่อนครูมีความรู้เพิ่มขึ้น มากน้อย เพียงใด
  • 41.