เนื้อหา
5.1 การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล
5.2 ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล
5.3 ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน
> ได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งพันธุศาสตร์
> ผู้ค้นพบ “ลักษณะที่ปรากฏในลูก เป็นผลมาจากการ
ถ่ายทอดหน่วยควบคุมลักษณะต่างๆ ที่ได้จากพ่อแม่ ผ่าน
ทางเซลล์สืบพันธุ์”
> จากการทดลองผสมพันธุ์และศึกษาข้อมูลต้นถั่วลันเตา
(Pisum sativum)
: เป็นชาวออสเตรีย ศึกษาและบวชที่โบสถ์แห่ง
หนึ่งในกรุงบรึนน์ ปัจจุบันคือ เมืองเบรอน (Brno) ใน
สาธารณรัฐเช็ก ต่อมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเวียนนาซึ่งได้
เรียนรู้ทั้งทางด้านพฤกษศาสตร์ คณิตศาสตร์ เคมี และฟิสิกส์
ภายหลังเมนเดลกลับมาเป็นครูได้ดัดแปลงที่ดินในโบสถ์ให้
เป็นแปลงเพื่อทดลองด้านพฤกษศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ในปี
พ.ศ. 2408 เมนเดลได้เสนองานวิจัย และตีพิมพ์ในปีถัดมา
แต่ผลงานของเขาเริ่มได้รับการยอมรับในกลุ่มวิทยาศาสตร์
ในช่วงปี พ.ศ. 2443 หลังจากที่เมนเดลเสียชีวิตแล้ว
▪ วัฏจักรชีวิตสั้น ปลูกง่าย ให้ลูกหลานจานวนมาก
▪ เติบโตเร็ว มีหลายพันธุ์ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
▪ เป็นดอกสมบูรณ์เพศมีกลีบดอกที่ปกปิดมิดชิดไม่ให้ละอองเรณู
จากดอกอื่นมาผสมกับเซลล์ไข่ ดังนั้นในธรรมชาติจึงมีการผสมในดอก
เดียวกัน (self-fertillzation) ได้ลูกที่เป็นพันธุ์แท้
เมนเดลคัดเลือกลักษณะของถั่วลันเตา 7 ลักษณะที่แตกต่างกันอย่าง
ชัดเจน คือ สีของดอก ตาแหน่งของดอก สีของเมล็ด รูปร่างของเมล็ด
รูปร่างของฝัก สีของฝัก และความสูงของลาต้น
พ่อ แม่
P
F1
X
X
F2
เขียว
เหลือง
> เมนเดลได้สรุปว่าลักษณะต่างๆ ของถั่วลันเตาจะต้องมีหน่วยควบคุม เรียกว่า
แฟกเตอร์ (factor) ซึ่งอยู่เป็นคู่และจะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก
> ต่อภายหลังเรียก แฟกเตอร์ ว่า ยีน (gene) โดยยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่งมี
รูปแบบที่แตกต่างกันได้หลายรูปแบบ เรียกรูปแบบที่แตกต่างกันว่า แอลลีล (allele)
> เช่น ยีนควบคุมสีดอก มีแอลลีลควบคุมลักษณะกลีบสีม่วง และ แอลลีลควบคุม
ลักษณะกลีบสีขาว
▪ ลักษณะที่แสดงออกในรุ่น F1 จะเป็นลักษณะเด่น (dominant trait)
เช่น ลักษณะกลีบสีม่วง
▪ และลักษณะที่ไม่แสดงออกในรุ่น F1 แต่แสดงออกในรุ่น F2 เป็น
ลักษณะด้อย (recessive trait) เช่น ลักษณะกลีบสีขาว
> ลักษณะที่ปรากฏของสิ่งมีชีวิต เช่น ความสูงของต้นถั่ว สีตา หมู่เลือด เรียกว่า
ฟีโนไทป์ (phenotype) ซึ่งถูกกาหนดโดยองค์ประกอบทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
> รูปแบบต่างๆ ของคู่ของแอลลีล เรียกว่า จีโนไทป์ (genotype) เช่น AA Aa aa
> ในสิ่งมีชีวิตที่เป็น diploid หรือมีโครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมแต่ละแท่งจะมีคู่ของ
ตัวเอง โครโมโซมที่เป็นคู่กันจะมีลักษณะเหมือนกัน เรียก โครโมโซมนี้ว่า ฮอโมโลกัส
โครโมโซม (homologous chromosome)
> ในสิ่งมีชีวิตที่เป็น diploid หรือมีโครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมแต่ละแท่งจะมีคู่ของ
ตัวเอง โครโมโซมที่เป็นคู่กันจะมีลักษณะเหมือนกัน เรียก โครโมโซมนี้ว่า ฮอโมโลกัส
โครโมโซม (homologous chromosome)
> ยีนที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมแต่ละลักษณะจะมีคู่ของแอลลีลที่ตาแหน่งหรือ
โลคัส (locus) เดียวกันบนฮอโมโลกัสโครโมโซม แต่ละแอลลีลของยีนบนโลคัสเดียวกัน
บนฮอโมโลกัสโครโมโซม จะมีรูปแบบเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้
ยีนควบคุมสีกลีบดอกถั่วลันเตา
> แอลลีลเด่น (dominant allele)
ควบคุมกลีบสีม่วง
> แอลลีลด้อย (recessive allele)
ควบคุมกลีบสีขาว
> แอลลีลเด่น (dominant allele) นิยมแทนด้วยภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่
เช่น A B C D
> แอลลีลด้อย (recessive allele) นิยมแทนด้วยภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก
เช่น a b c d
ยีนควบคุมสีกลีบดอกถั่ว
ลันเตา
> B แทนแอลลีลเด่นควบคุม
กลีบสีม่วง
> b แทนแอลลีลด้อยควบคุม
กลีบสีขาว
> จีโนไทป์ที่มีแอลลีลรูปแบบเดียวกัน เรียกว่า ฮอมอไซกัส (homozygous)
- แอลลีลเด่นทั้งหมด (AA) เรียกว่า ฮอโมไซกัสโดมิเนนท์ (homozygous dominant)
- แอลลีลด้อยทั้งหมด (aa) เรียกว่า ฮอมอไซกัสรีเซสสีพ (homozygous recessive)
> จีโนไทป์ที่มีแอลลีลรูปแบบแตกต่างกัน (Aa) เรียกว่า เฮเทอโรไซกัส (heterozygous)
 จีโนไทป์ (genotype)
 ฟีโนไทป์ (phenotype)
 ฮอมอไซกัสจีโนไทป์ (homozygous genotype)
 ฮอโมไซกัสโดมิเนนท์ (homozygous dominant)
 ฮอมอไซกัสรีเซสสีพ (homozygous recessive)
 เฮเทอโรไซกัสจีโนไทป์ (heterozygous genotype)
 ฮอโมโลกัสโครโมโซม (homologous chromosome)
 โลคัส (locus)
 แอลลีล (allele)
 ยีน (gene)
 ลักษณะเด่น (dominant)
 ลักษณะด้อย (recessive)
ในการทดลองของเมลเดลศึกษาลักษณะต่างๆ ของถั่วลันเตา โดยการผสม
ลักษณะเดียว (monohybrid cross) ทีละลักษณะจนครบทั้ง 7 ลักษณะ แล้วจึงค่อย
ศึกษา 2 ลักษณะ (ผสม 2 ลักษณะพร้อมกัน) จนค้นพบกฎการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรมขึ้น 2 กฎ คือ
1. กฎการแยก (Law of segregation)
2. กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of independent assortment)
1. กฎการแยก (Law of segregation)
มีใจความสาคัญว่า
“ลักษณะของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุมโดยยีน และยีนจะปรากฏเป็นคู่ ๆ เสมอ ซึ่งยีนจะแยก
จากกันเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยเซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์จะได้รับเพียงแอลลีล
ใดแอลลีลหนึ่ง”
การผสมพันธุ์ถั่วลันเตาดอกสีม่วงกับดอกสีขาว
ตามกฎการแยกของเมนเดล
การผสมพิจารณาเพียง
ลักษณะเดียว
(Monohybrid cross)
โจทย์
ผสมถั่วลันเตาพันธุ์แท้ต้นสูง (เด่น) กับต้นเตี้ย (ด้อย) ผลที่เกิด
ในรุ่น F1 และ F2 จะเป็นอย่างไร มีอัตราส่วนเท่าไร
กาหนดให้ T คือ ลักษณะเด่น (สูง) และ t คือ ลักษณะด้อย(เตี้ย)
P พ่อ สูง x แม่ เตี้ย
TT tt
เซลล์สืบพันธุ์ T t
Tt
F1
ลักษณะที่ปรากฏในรุ่นลูก เป็นลักษณะเด่นทั้งหมด
Tt
สูง
F1 Tt
สูง
x
เซลล์สืบพันธุ์ T t T t
F2 TT Tt Tt tt
ต้นสูง ต้นสูง ต้นสูง ต้นเตี้ย
สัดส่วน genotype 1:2:1 = TT : Tt : tt
phenotype 3:1 = สูง : เตี้ย
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล
1 ยีน (Tt x Tt)
รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์
TT : Tt : tt = 1:2:1
และอัตราส่วนฟีโนไทป์
เด่น:ด้อย = 3:1
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล
1 ยีน (Tt x Tt)
รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์
TT : Tt : tt = 1:2:1
และอัตราส่วนฟีโนไทป์
เด่น:ด้อย = 3:1
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล
1 ยีน (Tt x Tt)
รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์
TT : Tt : tt = 1:2:1
และอัตราส่วนฟีโนไทป์
เด่น:ด้อย = 3:1
Genotype
phenotype
GG : Gg : gg
1 : 2 : 1
ฝักสีเขียว : ฝักสีเหลือง
3 : 1
Ex.
ฝักสีเขียว ฝักสีเขียว
2. กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of independent assortment)
มีใจความสาคัญว่า
“แอลลีลของยีนที่เป็นคู่กัน เมื่อแยกออกจากกันจะจัดกลุ่มกันอย่างอิสระกับแอลลีลของ
ยีนอื่นๆ ซึ่งแยกออกจากคู่เช่นกัน เพื่อเข้าไปยังเซลล์สืบพันธุ์”
การผสมพิจารณาเพียงสองลักษณะ
(Dihybrid cross)
การผสมพิจารณาเพียงสองลักษณะ
(Dihybrid cross)
กาหนดให้ R แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดกลม
r แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ
Y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเหลือง
y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเขียว
กาหนดให้ R แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดกลม
r แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ
Y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเหลือง
y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเขียว
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน
(RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์
เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย
= 9:3:3:1
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน
(RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์
เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย
= 9:3:3:1
สาหรับจีโนไทป์ heterozygous
เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน
(RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์
เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย
= 9:3:3:1
วิธีการหาสัดส่วน Phenotype และ Genetype
1. วิธีเขียนแผนภาพ (Diagram)
2. วิธีใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett-square)
คิดค้นโดย เรจินัลด์ พันเนตต์ (Reginald Punnett) สามารถใช้ตารางพันเนตต์หา
ผลลัพธ์ของโอกาสการเข้าคู่กันของแอลลีลในขณะเกิดการปฏิสนธิ
3. วิธีการแตกกิ่ง (Branching หรือ Forked-line method)
ลองทาดู!! ผสม Aa x Aa
Monohybrid cross – สนใจยีนยีนเดียว
Ex. Aa × Aa
แต่ละตัวสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 2 แบบ คือ A, a
โอกาสสร้าง A = 1/2 และโอกาสสร้าง a = 1/2
อัตราส่วนจีโนไทป์ AA : Aa : aa = 1 : 2 : 1
อัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น : ด้อย = 3 : 1
Ex. Aa × aa
Aa สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้สองแบบ คือ A, a
aa สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้แบบเดียว คือ a
อัตราส่วนจีโนไทป์ Aa : aa = 1:1
อัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น : ด้อย = 1:1
ตัวอย่าง พิจารณาสิ่งมีชีวิตที่มีจีโนไทป์ AaBb
กฎแห่งการแยก จะแยก Aa เป็น A, a และแยก Bb เป็น B, b
กฎแห่งการรวมกลุ่มกันอย่างอิสระ จะได้เซลล์สืบพันธุ์ 4 แบบ
Dihybrid cross – สนใจยีน 2 ยีนพร้อมๆ กัน
Ex. AaBb × AaBb
ลองทาดู!! ผสม AaBb x AaBb
Dihybrid cross – สนใจยีน 2 ยีนพร้อมๆ กัน
Ex. AaBb × AaBb
อัตราส่วนฟีโนไทป์ (AB) : (Ab) : (aB) : (ab) = 9 : 3 : 3 : 1
Ex. จงหาโอกาสในการเกิดลูกจีโนไทป์ AABb จาก AaBb × AaBB
ขั้นที่ 1 พิจารณาเฉพาะยีน A
ขั้นที่ 2 พิจารณาเฉพาะยีน B
ขั้นที่ 3 ใช้กฎการคูณ
Quiz
1.พืชที่มีจีโนไทป์ AaBBCc สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้กี่แบบ อะไรบ้าง
2.สิ่งมีชีวิต มีจีโนไทป์ YySs x YYSS
จงหาอัตราส่วนของจีโนไทป์และฟีโนไทป์
ความน่าจะเป็นกับหลักพันธุศาสตร์
1. กฎการคูณ
> ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 เหตุการณ์ขึ้นไปที่มีความอิสระต่อกัน
Ex. ความน่าจะเป็นในการทอยลูกเต่า 2 ครั้งให้หงายหน้าเป็นหมายเลข 4 ทั้งสองครั้ง
คิดได้จาก ในการทอยลูกเต่าแต่ละครั้งจะมีความน่าจะเป็นในการหงายหน้าเป็น
หมายเลข 4 เท่ากับ 1/6 ทั้งสองครั้ง
ดังนั้น ความน่าจะเป็นรวมทั้งหมด 1/6x1/6 = 1/36
2. กฎการบวก
> ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน
Ex. ในการทอยลูกเต่า 1 ครั้ง จงหาความน่าจะเป็นที่หงายหน้าเป็นหมายเลข 4 หรือ
หมายเลข 5 คิดได้จาก ในการทอยลูกเต่าหนึ่งครั้งจะมีความน่าจะเป็นในการหงายหน้า
เป็นหมายเลข 4 เท่ากับ 1/6 และความน่าจะเป็นที่จะหงายหน้าหมายเลข 5 เท่ากับ 1/6
ดังนั้น ความน่าจะเป็นรวมทั้งหมด 1/6+1/6 = 2/6 =1/3
Tt
สูง
P Tt
สูง
x
เซลล์สืบพันธุ์ T t T t
F1 TT Tt Tt tt
ต้นสูง ต้นสูง ต้นสูง ต้นเตี้ย
ความน่าจะเป็น genotype TT : Tt : tt
phenotype สูง : เตี้ย
จงหาโอกาสที่รุ่น F1 จะมีจีโนไทป์ Tt
จงหาโอกาสที่รุ่น F2 มีจีโนไทป์เป็น homozygous
Ex. ถ้ารุ่นพ่อแม่ AABbccDdEeff มาผสมกัน
n = 3 เพราะมียีน heterozygous 3 คู่ คือ Bb Dd Ee
แต่ละตัวจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 23 = 8 แบบ
ให้ลูกที่มีจีโนไทป์ต่างกัน 33 = 27 แบบ
และลูกมีฟีโนไทป์ต่างกัน 23 = 8 แบบ
ถ้ารุ่นพ่อแม่มีจีโนไทป์เหมือนกัน โดยเป็นยีน heterozygous n คู่ และมีการ
ถ่ายทอดลักษณะตามแบบเมนเดลแล้ว
พ่อแม่แต่ละตัวจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 2n แบบ
ให้ลูกที่มีจีโนไทป์ต่างกัน 3n แบบ
และลูกมีฟีโนไทป์ต่างกัน 2n แบบ
คือ การผสมพันธุ์โดยนาลูกผสม
ย้อนไปผสมกับพ่อหรือแม่พันธุ์
เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ดีตามพ่อแม่มากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ดีตามพ่อแม่มากขึ้นเรื่อยๆ
x
พ่อ (สูง) แม่ (เตี้ย)
P
F1
ถ้าเป็น Aa ผสมตัวเอง ลูกที่ได้จะ
เป็นอัตราส่วนลักษณะเด่น : ด้อย = 3 : 1 แต่ถ้าเป็น AA เมื่อ
ผสมตัวเองจะได้ลักษณะเด่นล้วน
2. ถ้าเรามีฟีโนไทป์เด่น (A_) แล้วอยากรู้ว่ามีจีโนไทป์เป็นแบบ AA
หรือ Aa สามารถทาได้ 2 วิธี คือ……
A_
?
A
a
x
ลักษณะเด่น : ด้อย
= 3 : 1
AA Aa Aa aa
Aa
Aa x AA
AA
ลักษณะเด่น
AA
คือ การผสมกับ homozygous
recessive (aa) เรียกว่า ตัวทดสอบ
ถ้าเกิดเป็น Aa ผสมกับ aa จะได้เด่น : ด้อย = 1 : 1
แต่ถ้าเป็น AA ผสมกับ aa จะได้เด่นล้วน และ backcross อาจเป็น
test cross อย่างหนึ่งด้วย ถ้าเกิดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เอาไปผสม มีจีโนไทป์
aa
AA
Aa
?
A_ A
a
เมล็ดสีเหลือง
aa
เมล็ดสีเขียว
x
Aa
aa
Aa
aa
aa
เมล็ดสีเหลือง
เมล็ดสีเขียว
x
Aa
Aa
Aa
Aa
A_ A_

บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1

  • 2.
  • 4.
    > ได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งพันธุศาสตร์ > ผู้ค้นพบ“ลักษณะที่ปรากฏในลูก เป็นผลมาจากการ ถ่ายทอดหน่วยควบคุมลักษณะต่างๆ ที่ได้จากพ่อแม่ ผ่าน ทางเซลล์สืบพันธุ์” > จากการทดลองผสมพันธุ์และศึกษาข้อมูลต้นถั่วลันเตา (Pisum sativum)
  • 5.
    : เป็นชาวออสเตรีย ศึกษาและบวชที่โบสถ์แห่ง หนึ่งในกรุงบรึนน์ปัจจุบันคือ เมืองเบรอน (Brno) ใน สาธารณรัฐเช็ก ต่อมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเวียนนาซึ่งได้ เรียนรู้ทั้งทางด้านพฤกษศาสตร์ คณิตศาสตร์ เคมี และฟิสิกส์ ภายหลังเมนเดลกลับมาเป็นครูได้ดัดแปลงที่ดินในโบสถ์ให้ เป็นแปลงเพื่อทดลองด้านพฤกษศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ในปี พ.ศ. 2408 เมนเดลได้เสนองานวิจัย และตีพิมพ์ในปีถัดมา แต่ผลงานของเขาเริ่มได้รับการยอมรับในกลุ่มวิทยาศาสตร์ ในช่วงปี พ.ศ. 2443 หลังจากที่เมนเดลเสียชีวิตแล้ว
  • 6.
    ▪ วัฏจักรชีวิตสั้น ปลูกง่ายให้ลูกหลานจานวนมาก ▪ เติบโตเร็ว มีหลายพันธุ์ มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ▪ เป็นดอกสมบูรณ์เพศมีกลีบดอกที่ปกปิดมิดชิดไม่ให้ละอองเรณู จากดอกอื่นมาผสมกับเซลล์ไข่ ดังนั้นในธรรมชาติจึงมีการผสมในดอก เดียวกัน (self-fertillzation) ได้ลูกที่เป็นพันธุ์แท้
  • 7.
    เมนเดลคัดเลือกลักษณะของถั่วลันเตา 7 ลักษณะที่แตกต่างกันอย่าง ชัดเจนคือ สีของดอก ตาแหน่งของดอก สีของเมล็ด รูปร่างของเมล็ด รูปร่างของฝัก สีของฝัก และความสูงของลาต้น
  • 11.
  • 12.
    > เมนเดลได้สรุปว่าลักษณะต่างๆ ของถั่วลันเตาจะต้องมีหน่วยควบคุมเรียกว่า แฟกเตอร์ (factor) ซึ่งอยู่เป็นคู่และจะถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก > ต่อภายหลังเรียก แฟกเตอร์ ว่า ยีน (gene) โดยยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่งมี รูปแบบที่แตกต่างกันได้หลายรูปแบบ เรียกรูปแบบที่แตกต่างกันว่า แอลลีล (allele) > เช่น ยีนควบคุมสีดอก มีแอลลีลควบคุมลักษณะกลีบสีม่วง และ แอลลีลควบคุม ลักษณะกลีบสีขาว ▪ ลักษณะที่แสดงออกในรุ่น F1 จะเป็นลักษณะเด่น (dominant trait) เช่น ลักษณะกลีบสีม่วง ▪ และลักษณะที่ไม่แสดงออกในรุ่น F1 แต่แสดงออกในรุ่น F2 เป็น ลักษณะด้อย (recessive trait) เช่น ลักษณะกลีบสีขาว
  • 13.
    > ลักษณะที่ปรากฏของสิ่งมีชีวิต เช่นความสูงของต้นถั่ว สีตา หมู่เลือด เรียกว่า ฟีโนไทป์ (phenotype) ซึ่งถูกกาหนดโดยองค์ประกอบทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม > รูปแบบต่างๆ ของคู่ของแอลลีล เรียกว่า จีโนไทป์ (genotype) เช่น AA Aa aa > ในสิ่งมีชีวิตที่เป็น diploid หรือมีโครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมแต่ละแท่งจะมีคู่ของ ตัวเอง โครโมโซมที่เป็นคู่กันจะมีลักษณะเหมือนกัน เรียก โครโมโซมนี้ว่า ฮอโมโลกัส โครโมโซม (homologous chromosome)
  • 14.
    > ในสิ่งมีชีวิตที่เป็น diploidหรือมีโครโมโซม 2 ชุด โครโมโซมแต่ละแท่งจะมีคู่ของ ตัวเอง โครโมโซมที่เป็นคู่กันจะมีลักษณะเหมือนกัน เรียก โครโมโซมนี้ว่า ฮอโมโลกัส โครโมโซม (homologous chromosome) > ยีนที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมแต่ละลักษณะจะมีคู่ของแอลลีลที่ตาแหน่งหรือ โลคัส (locus) เดียวกันบนฮอโมโลกัสโครโมโซม แต่ละแอลลีลของยีนบนโลคัสเดียวกัน บนฮอโมโลกัสโครโมโซม จะมีรูปแบบเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ ยีนควบคุมสีกลีบดอกถั่วลันเตา > แอลลีลเด่น (dominant allele) ควบคุมกลีบสีม่วง > แอลลีลด้อย (recessive allele) ควบคุมกลีบสีขาว
  • 15.
    > แอลลีลเด่น (dominantallele) นิยมแทนด้วยภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น A B C D > แอลลีลด้อย (recessive allele) นิยมแทนด้วยภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก เช่น a b c d ยีนควบคุมสีกลีบดอกถั่ว ลันเตา > B แทนแอลลีลเด่นควบคุม กลีบสีม่วง > b แทนแอลลีลด้อยควบคุม กลีบสีขาว
  • 16.
    > จีโนไทป์ที่มีแอลลีลรูปแบบเดียวกัน เรียกว่าฮอมอไซกัส (homozygous) - แอลลีลเด่นทั้งหมด (AA) เรียกว่า ฮอโมไซกัสโดมิเนนท์ (homozygous dominant) - แอลลีลด้อยทั้งหมด (aa) เรียกว่า ฮอมอไซกัสรีเซสสีพ (homozygous recessive) > จีโนไทป์ที่มีแอลลีลรูปแบบแตกต่างกัน (Aa) เรียกว่า เฮเทอโรไซกัส (heterozygous)
  • 18.
     จีโนไทป์ (genotype) ฟีโนไทป์ (phenotype)  ฮอมอไซกัสจีโนไทป์ (homozygous genotype)  ฮอโมไซกัสโดมิเนนท์ (homozygous dominant)  ฮอมอไซกัสรีเซสสีพ (homozygous recessive)  เฮเทอโรไซกัสจีโนไทป์ (heterozygous genotype)  ฮอโมโลกัสโครโมโซม (homologous chromosome)  โลคัส (locus)  แอลลีล (allele)  ยีน (gene)  ลักษณะเด่น (dominant)  ลักษณะด้อย (recessive)
  • 19.
    ในการทดลองของเมลเดลศึกษาลักษณะต่างๆ ของถั่วลันเตา โดยการผสม ลักษณะเดียว(monohybrid cross) ทีละลักษณะจนครบทั้ง 7 ลักษณะ แล้วจึงค่อย ศึกษา 2 ลักษณะ (ผสม 2 ลักษณะพร้อมกัน) จนค้นพบกฎการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมขึ้น 2 กฎ คือ 1. กฎการแยก (Law of segregation) 2. กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Law of independent assortment)
  • 20.
    1. กฎการแยก (Lawof segregation) มีใจความสาคัญว่า “ลักษณะของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุมโดยยีน และยีนจะปรากฏเป็นคู่ ๆ เสมอ ซึ่งยีนจะแยก จากกันเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยเซลล์สืบพันธุ์แต่ละเซลล์จะได้รับเพียงแอลลีล ใดแอลลีลหนึ่ง”
  • 22.
  • 23.
    โจทย์ ผสมถั่วลันเตาพันธุ์แท้ต้นสูง (เด่น) กับต้นเตี้ย(ด้อย) ผลที่เกิด ในรุ่น F1 และ F2 จะเป็นอย่างไร มีอัตราส่วนเท่าไร กาหนดให้ T คือ ลักษณะเด่น (สูง) และ t คือ ลักษณะด้อย(เตี้ย) P พ่อ สูง x แม่ เตี้ย TT tt เซลล์สืบพันธุ์ T t Tt F1 ลักษณะที่ปรากฏในรุ่นลูก เป็นลักษณะเด่นทั้งหมด
  • 24.
    Tt สูง F1 Tt สูง x เซลล์สืบพันธุ์ Tt T t F2 TT Tt Tt tt ต้นสูง ต้นสูง ต้นสูง ต้นเตี้ย สัดส่วน genotype 1:2:1 = TT : Tt : tt phenotype 3:1 = สูง : เตี้ย สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 1 ยีน (Tt x Tt) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์ TT : Tt : tt = 1:2:1 และอัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น:ด้อย = 3:1 สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 1 ยีน (Tt x Tt) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์ TT : Tt : tt = 1:2:1 และอัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น:ด้อย = 3:1 สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 1 ยีน (Tt x Tt) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนจีโนไทป์ TT : Tt : tt = 1:2:1 และอัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น:ด้อย = 3:1
  • 25.
    Genotype phenotype GG : Gg: gg 1 : 2 : 1 ฝักสีเขียว : ฝักสีเหลือง 3 : 1 Ex. ฝักสีเขียว ฝักสีเขียว
  • 27.
    2. กฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ (Lawof independent assortment) มีใจความสาคัญว่า “แอลลีลของยีนที่เป็นคู่กัน เมื่อแยกออกจากกันจะจัดกลุ่มกันอย่างอิสระกับแอลลีลของ ยีนอื่นๆ ซึ่งแยกออกจากคู่เช่นกัน เพื่อเข้าไปยังเซลล์สืบพันธุ์”
  • 29.
    การผสมพิจารณาเพียงสองลักษณะ (Dihybrid cross) การผสมพิจารณาเพียงสองลักษณะ (Dihybrid cross) กาหนดให้R แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดกลม r แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ Y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเหลือง y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเขียว
  • 30.
    กาหนดให้ R แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดกลม rแทนแอลลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ Y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเหลือง y แทนแอลลีลควบคุมเมล็ดสีเขียว สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน (RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์ เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย = 9:3:3:1 สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน (RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์ เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย = 9:3:3:1 สาหรับจีโนไทป์ heterozygous เมื่อผสมกันตามแบบเมนเดล 2 ยีน (RrYy x RrYy) รุ่นลูกจะได้อัตราส่วนฟีโนไทป์ เป็นเด่นเด่น:เด่นด้อย:ด้อยเด่น:ด้อยด้อย = 9:3:3:1
  • 31.
    วิธีการหาสัดส่วน Phenotype และGenetype 1. วิธีเขียนแผนภาพ (Diagram)
  • 32.
    2. วิธีใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett-square) คิดค้นโดยเรจินัลด์ พันเนตต์ (Reginald Punnett) สามารถใช้ตารางพันเนตต์หา ผลลัพธ์ของโอกาสการเข้าคู่กันของแอลลีลในขณะเกิดการปฏิสนธิ
  • 36.
  • 37.
  • 38.
    Monohybrid cross –สนใจยีนยีนเดียว Ex. Aa × Aa แต่ละตัวสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 2 แบบ คือ A, a โอกาสสร้าง A = 1/2 และโอกาสสร้าง a = 1/2 อัตราส่วนจีโนไทป์ AA : Aa : aa = 1 : 2 : 1 อัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น : ด้อย = 3 : 1
  • 39.
    Ex. Aa ×aa Aa สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้สองแบบ คือ A, a aa สร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้แบบเดียว คือ a อัตราส่วนจีโนไทป์ Aa : aa = 1:1 อัตราส่วนฟีโนไทป์ เด่น : ด้อย = 1:1
  • 40.
    ตัวอย่าง พิจารณาสิ่งมีชีวิตที่มีจีโนไทป์ AaBb กฎแห่งการแยกจะแยก Aa เป็น A, a และแยก Bb เป็น B, b กฎแห่งการรวมกลุ่มกันอย่างอิสระ จะได้เซลล์สืบพันธุ์ 4 แบบ
  • 41.
    Dihybrid cross –สนใจยีน 2 ยีนพร้อมๆ กัน Ex. AaBb × AaBb
  • 42.
  • 43.
    Dihybrid cross –สนใจยีน 2 ยีนพร้อมๆ กัน Ex. AaBb × AaBb อัตราส่วนฟีโนไทป์ (AB) : (Ab) : (aB) : (ab) = 9 : 3 : 3 : 1
  • 44.
    Ex. จงหาโอกาสในการเกิดลูกจีโนไทป์ AABbจาก AaBb × AaBB ขั้นที่ 1 พิจารณาเฉพาะยีน A ขั้นที่ 2 พิจารณาเฉพาะยีน B ขั้นที่ 3 ใช้กฎการคูณ
  • 45.
  • 46.
    2.สิ่งมีชีวิต มีจีโนไทป์ YySsx YYSS จงหาอัตราส่วนของจีโนไทป์และฟีโนไทป์
  • 47.
    ความน่าจะเป็นกับหลักพันธุศาสตร์ 1. กฎการคูณ > ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่2 เหตุการณ์ขึ้นไปที่มีความอิสระต่อกัน Ex. ความน่าจะเป็นในการทอยลูกเต่า 2 ครั้งให้หงายหน้าเป็นหมายเลข 4 ทั้งสองครั้ง คิดได้จาก ในการทอยลูกเต่าแต่ละครั้งจะมีความน่าจะเป็นในการหงายหน้าเป็น หมายเลข 4 เท่ากับ 1/6 ทั้งสองครั้ง ดังนั้น ความน่าจะเป็นรวมทั้งหมด 1/6x1/6 = 1/36 2. กฎการบวก > ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน Ex. ในการทอยลูกเต่า 1 ครั้ง จงหาความน่าจะเป็นที่หงายหน้าเป็นหมายเลข 4 หรือ หมายเลข 5 คิดได้จาก ในการทอยลูกเต่าหนึ่งครั้งจะมีความน่าจะเป็นในการหงายหน้า เป็นหมายเลข 4 เท่ากับ 1/6 และความน่าจะเป็นที่จะหงายหน้าหมายเลข 5 เท่ากับ 1/6 ดังนั้น ความน่าจะเป็นรวมทั้งหมด 1/6+1/6 = 2/6 =1/3
  • 48.
    Tt สูง P Tt สูง x เซลล์สืบพันธุ์ Tt T t F1 TT Tt Tt tt ต้นสูง ต้นสูง ต้นสูง ต้นเตี้ย ความน่าจะเป็น genotype TT : Tt : tt phenotype สูง : เตี้ย จงหาโอกาสที่รุ่น F1 จะมีจีโนไทป์ Tt
  • 49.
  • 50.
    Ex. ถ้ารุ่นพ่อแม่ AABbccDdEeffมาผสมกัน n = 3 เพราะมียีน heterozygous 3 คู่ คือ Bb Dd Ee แต่ละตัวจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 23 = 8 แบบ ให้ลูกที่มีจีโนไทป์ต่างกัน 33 = 27 แบบ และลูกมีฟีโนไทป์ต่างกัน 23 = 8 แบบ ถ้ารุ่นพ่อแม่มีจีโนไทป์เหมือนกัน โดยเป็นยีน heterozygous n คู่ และมีการ ถ่ายทอดลักษณะตามแบบเมนเดลแล้ว พ่อแม่แต่ละตัวจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ 2n แบบ ให้ลูกที่มีจีโนไทป์ต่างกัน 3n แบบ และลูกมีฟีโนไทป์ต่างกัน 2n แบบ
  • 51.
  • 52.
    ถ้าเป็น Aa ผสมตัวเองลูกที่ได้จะ เป็นอัตราส่วนลักษณะเด่น : ด้อย = 3 : 1 แต่ถ้าเป็น AA เมื่อ ผสมตัวเองจะได้ลักษณะเด่นล้วน 2. ถ้าเรามีฟีโนไทป์เด่น (A_) แล้วอยากรู้ว่ามีจีโนไทป์เป็นแบบ AA หรือ Aa สามารถทาได้ 2 วิธี คือ…… A_ ? A a x ลักษณะเด่น : ด้อย = 3 : 1 AA Aa Aa aa Aa Aa x AA AA ลักษณะเด่น AA
  • 53.
    คือ การผสมกับ homozygous recessive(aa) เรียกว่า ตัวทดสอบ ถ้าเกิดเป็น Aa ผสมกับ aa จะได้เด่น : ด้อย = 1 : 1 แต่ถ้าเป็น AA ผสมกับ aa จะได้เด่นล้วน และ backcross อาจเป็น test cross อย่างหนึ่งด้วย ถ้าเกิดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่เอาไปผสม มีจีโนไทป์ aa AA Aa ? A_ A a เมล็ดสีเหลือง aa เมล็ดสีเขียว x Aa aa Aa aa aa เมล็ดสีเหลือง เมล็ดสีเขียว x Aa Aa Aa Aa A_ A_