More Related Content
PDF
PDF
ใบงานที่ 3 การจัดเรียงอิเล็กตรอน PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
What's hot
PDF
16แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ PDF
ลักษณะของข้อมูลที่ดีและการจัดเก็บข้อมูล PDF
PDF
ความหมายและความสำคัญของโครงงาน PDF
PDF
สารอินทรีย์ และหมู่ฟังก์ชัน : Organic Compounds and Functional Groups PDF
3 กฎของชาร์ล กฎของเกย์ลูสแซก PDF
PPT
PDF
PPTX
PDF
PDF
PDF
ข้อสอบวิทยาศาสตร์ O-net ปี53 PDF
PDF
PDF
7 การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติของแก๊ส PDF
PDF
แอลกอฮอล์และฟีนอล (Alcohols and Phenols) PDF
Viewers also liked
PDF
ใบความรู้+สายใยอาหาร+ป.6+293+dltvscip6+54sc p06 f27-4page PPT
PDF
ใบความรู้+โซ่อาหารใครกินใคร+ป.6+293+dltvscip6+54sc p06 f36-1page PDF
ใบความรู้+สายใยอาหาร+ป.6+293+dltvscip6+54sc p06 f27-1page PDF
ใบความรู้+ตามรอยเท้าสัตว์ป่า+ป.6+293+dltvscip6+54sc p06 f09-1page PDF
ใบความรู้+สัตว์ป่าสงวน+ป.3+240+dltvscip3+54sc p03 f34-4page DOC
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม PDF
PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ PPT
PDF
PDF
DOCX
สถิติ ม.6 เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 4 ระบบนิเวศ Similar to Pw ecosystem
PPT
DOC
สิ่งแวดล้อม(ใช้โปรแกรมCaptivate) DOC
สิ่งแวดล้อม(ใช้โปรแกรมCaptivate) DOC
สิ่งแวดล้อม(ใช้โปรแกรมCaptivate) PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ติวสอบเตรียมนิเวศสิ่งแวดล้อม PDF
Random 100704050224-phpapp01 2 PDF
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ PPT
PDF
PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
More from Oui Nuchanart
PDF
การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาชีววิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง ... PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
Pw ecosystem
- 1.
- 2.
ระบบนิเวศ (ecosystem ) หมายถึง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดที่หนึ่ง ความสัมพันธ์มี 2 ลักษณะ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตและระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตด้วยกันเองโดยมีการถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารในบริเวณนั้นๆสู่สิ่งแวดล้อม - 3.
ประชากร (Population) หมายถึง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เป็นชนิดเดียวกัน อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง กลุ่มสิ่งมีชีวิต ( Community) หมายถึง สิ่งมีชีวิตต่างๆ หลายชนิด มาอาศัยอยู่รวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยสิ่งมีชีวิตนั้นๆ มีความสัมพันธ์กัน โดยตรงหรือโดยทางอ้อม โลกของสิ่งมีชีวิต ( Biosphere) หมายถึง ระบบนิเวศหลายๆ ระบบนิเวศมารวมกัน - 4.
แหล่งที่อยู่ (Habitat) หมายถึง บริเวณ เป็นแหล่งของสิ่งมีชีวิต เช่น บ้าน สระน้ำ ลำไส้เล็ก ดิน น้ำ ต้นไม้ สิ่งแวดล้อม ( Environment) หมายถึง 1. สิ่งที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ทำให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตหรือ ดำรงชีวิตได้ดีหรือไม่ 2. สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต - 5.
1. ส่วนประกอบที่ไม่มีชีวิต ( abiotic component ) - อนินทรียสาร ได้แก่ ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ - อินทรียสาร ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน - สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ อุณหภูมิ แสง pH ความเค็มความชื้น โครงสร้างของระบบนิเวศ - 6.
2. ส่วนประกอบที่มีชีวิต ( biotic component) - ผู้ผลิต ( producer) - ผู้บริโภค ( consumer) กินพืช ( herbivore) เช่น วัว ควาย กินสัตว์ ( carnivore) เช่น เสือ สุนัข กินซากพืชซากสัตว์ ( Scavenger) เช่น นกแร้ง ไส้เดือนดิน กินทั้งพืช และสัตว์ ( omnivore) เช่น มนุษย์ - ผู้ย่อยสลาย ( decompser) - 7.
ระบบนิเวศแบ่งออกเป็น 4 ชนิด 1. ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด ( Fresh water ecosystem ) 2. ระบบนิเวศทางทะเล (Marine ecosystem) 3. ระบบนิเวศป่าชายเลน (Mangrove forest ecosystem) 4. ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest ecosystem) - 8.
1. ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดความสำคัญ - เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำ - เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ - เป็นแหล่งที่ให้น้ำในการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร - 9.
1.2 ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำจืด- พืช เช่น จอก สาหร่าย แหน - สัตว์ เช่น หอย ปลาต่างๆ กุ้ง ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด มี 2 ระบบ คือ ก . ชุมชนในแหล่งน้ำนิ่ง เช่น หนอง สระน้ำ ข . ชุมชนในแหล่งน้ำไหล เช่น แม่น้ำ กว๊าน คลอง - 10.
2. ระบบนิเวศทางทะเลความสำคัญ - เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด สิ่งมีชีวิตในทะเล - แพลงก์ตอน สาหร่าย ปลาต่างๆ เต่า หมึก ปลาวาฬ ปลาโลมาฟองน้ำ ปะการัง ฯลฯ - 11.
- 12.
3. ระบบนิเวศป่าชายเลนความสำคัญ - เป็นแหล่งอาศัยและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ - เป็นแหล่งพันธุ์ไม้ต่างๆ - เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ - เป็นฉากกำบังลม ป้องกันการชะล้างที่รุนแรงที่เกิดจากลมมรสุม - 13.
- 14.
ความสำคัญ - แหล่งรวมพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าต่างๆ - ช่วยกำบังลมพายุ - แหล่งต้นน้ำลำธาร ทำให้ฝนตกตามฤดูกาล - ช่วยควบคุมอุณหภูมิบนโลก - ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวดิน 4. ระบบนิเวศป่าไม้ - 15.
1. ป่าไม่ผลัดใบป่าพรุ ( Freshwater swamp forest) พบตามที่ลุ่มในภาคใต้ เป็นป่าที่มีน้ำจืดขังอยู่ตลอดปี และน้ำมีความเป็นกรดสูง ลักษณะของป่าแน่นทึบ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ขนาดเล็ก เช่น หวาย หมากแดง ป่าพรุที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดคือ พรุโต๊ะแดง จ . นราธิวาส - 16.
ป่าสนเขา ( Coniferous Forest Biomes) พบในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นป่าเขียวตลอดปี ประกอบด้วยพืชพรรณพวกที่มีใบเรียวเล็ก เรียวยาว ไม่มีการผลัดใบ เช่น สนสองใบ สนสามใบ - 17.
ป่าดิบชื้น ( Tropical Rain Forest Biomes) พบมากทางภาคใต้เป็นป่าที่มีฝนตกตลอดปี มีอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ยาง ไม้ตะเคียน บริเวณพื้นดินเป็นพวกเฟิร์น หวาย ไม้ไผ่และเถาวัลย์ - 18.
ป่าดิบแล้ง (dry evergreen forest) พบในบริเวณที่ราบและหุบเขาทั่วไป อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-500 เมตร ฝนตกน้อยกว่าป่าดิบชื้น มีพรรณไม้หลัก เช่น ยางนา พะยอม สัตตบรรณ มะค่า พลอง ผิวดิน พวกปาล์ม หวาย ขิง ข่า - 19.
ป่าดิบเขา (hill evergreen ) พบทางภาคเหนือเป็นป่าที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ฝนตกมากใกล้เคียงกับป่าดิบแล้ง มีพรรณไม้หลักเฉพาะที่ เช่น นางพญาเสือโคร่ง สนสามพันปี สนแผง กุหลาบป่า มีไลเคน มอส และตะไคร่น้ำเกาะอยู่ พืชชั้นล่างเป็นกูด เฟิร์น และไผ่ - 20.
ป่าชายเลน (mangrove forest) เป็นป่าตามชายฝั่งที่น้ำทะเลท่วมถึง มีพืชพรรณน้อยชนิด พรรณไม้หลัก คือ โกงกางใบเล็ก และโกงกางใบใหญ่ แสม ฝาด ลำพู - 21.
2. ป่าผลัดใบป่าเบญจพรรณ ( mixed deciduous forest) พบทั่วประเทศตามที่ราบและเนินเขา ฝนตกไม่มากนัก มีฤดูแล้งยาวนาน พรรณไม้ที่พบมีวงปีเด่นชัด ที่พบมาก ได้แก่ สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง พยุง ชิงชัน พี้จั่น ฯลฯ พืชชั้นล่าง คือ ไผ่หลายชนิด - 22.
ป่าเต็ง - รัง ( dry deciduous dipterocarp forest) พบทั่วไปเช่นเดียวกับป่าเบญจพรรณ แต่แห้งแล้งกว่าเนื่องจากดินอุ้มน้ำน้อย พรรณไม้มักทนแล้ง และทนไฟ เช่น เต็ง รัง เหียง พลวง กราด มะขามป้อม มะกอก ผักหวาน พืชชั้นล่างเป็นหญ้า ไผ่เพ็ก ปรง กระเจียว เปราะ - 23.
- 24.
ปัจจัยทางชีวภาพ 1. ผู้ผลิต ( Producer) 2. ผู้บริโภค ( Cunsumer) 3. ผู้ย่อยสลาย ( decompser) - 25.
- 26.
- 27.
- 28.
- 29.
- 30.
- 31.
1. แบบพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiosis) 1.1 ภาวะพึ่งพา ( Mutualism : +,+) - โพรโทซัวในลำไส้ปลวก - แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ แบคทีเรียในปมรากพืชตระกูลถั่ว ไฮดรากับสาหร่ายสีเขียว - 32.
- 33.
1.2 ภาวะใด้ประโยชน์ร่วมกัน ( Protocooperation : + ,+ ) - แมลงกับดอกไม้ - ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล - นกเอี้ยงกับควาย ม้าลายกับนกกระจอกเทศ มดดำกับเพลี้ย นกกับจระเข้ ตัวกะปิกับมดแดง - 34.
- 35.
- 36.
กล้วยไม้ เถาวัลย์อาศัยบนต้นไม้ใหญ่ พวกมันไม่ได้ดูดอาหารจากต้นไม้ แต่อาศัยความสูงของต้นไม้เพื่อให้ได้รับแสงแดดเท่านั้น ภาพจาก http :// www . thungyai . org / thai / resources / orchid . htm - 37.
- 38.
ชายผ้าสีดา อาศัยบนต้นไม้ใหญ่ พวกมันไม่ได้ดูดอาหารจากต้นไม้ แต่อาศัยความสูงของต้นไม้เพื่อให้ได้รับแสงแดดเท่านั้น ภาพจาก http :// lannaworld.com - 39.
แมลง และงูเขียวปากจิ้งจก อาศัยต้นไม้ในการหลบภัย ภาพจาก www.hamanan.com/ macro/index2.html - 40.
- 41.
นก อาศัยต้นไม้ทำรัง นกได้รับประโยชน์ ต้นไม้ ไม่ได้ไม่เสียประโยชน์ ภาพจาก http :// www . trekkingthai . com / cgibin / webboard / generate http :// www . thai.to / bird / mages / 48 - 42.
- 43.
สัตว์ขนาดเล็กหลบซ่อน เช่น ปลา กุ้ง ใช้ดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบภัย ภาพจาก http :// www . botany . uwc . ac . za / sci_ed / grade10 / ecology / symbiosis / commen . htm http :// www . nearctica . com / ecology / pops / commens . htm - 44.
- 45.
- 46.
2. แบบปฏิปักษ์ต่อกัน ( Antagonism : +, - , - , -) 2.1 ภาวะปรสิต ( Parasitism : + , -) ผู้ถูกอาศัย ( host) - แบ่งเป็นปรสิตภายใน (endoparasite) พยาธิ และปรสิตภายนอก ( ectoparasite) เห็บ เหา ไร หมัด - 47.
- 48.
- 49.
- 50.
2. ปรสิตภายนอกคือ ปรสิตที่อาศัยและเกาะกินอยู่ภายนอกร่างกายของผู้ถูกอาศัย เช่น เหา หมัด ไรไก่ ซึ่งเป็นปรสิตของสัตว์ หมัด เห็บ เหา - 51.
- 52.
กาฝาก เป็นพืชปรสิตที่มีใบสีเขียวได้รับสารอาหารและน้ำจากพืชผู้ถูกอาศัยและสังเคราะห์แสงได้ - 53.
ต้นฝอยทอง เป็นพืชปรสิตที่มีลักษณะเป็นเส้นสีเหลืองคล้ายฝอยทองไม่มีส่วนสีเขียว จึงสังเคราะห์แสงไม่ได้ ฝอยทองจะใช้อวัยวะสำหรับดูดซึมอาหาร แทงทะลุเข้าไปในเนื้อเยื่อพืชอื่นที่เป็นผู้ถูกอาศัย - 54.
2.2 ภาวะล่าเหยื่อ ( Predation : + , -) ผู้ล่า (predator) ฝ่ายที่ถูกล่า เรียกว่า เหยื่อ ( prey) เช่น สิงโตกับกระต่าย - 55.
2.3 ภาวะแข่งขัน ( Competition : - ,-) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่มีการแย่งปัจจัยในการดำรงชีพเหมือนกันจึงทำให้เสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เช่น เสือ , สิงโต - 56.
2.4 ภาวะหลั่งสารยับยั้งการเจริญ ( Antibiosis : 0 , -) หมายถึง การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลั่งสารมายับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน บางชนิดหลั่งสารพิษ เรียกว่า hydroxylamine ทำให้สัตว์น้ำในบริเวณนั้นได้รับอันตราย เช่น ต้นไม้ใหญ่บังแสงต้นไม้เล็ก ทำให้ต้นไม้เล็กไม่เจริญ ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้รับ และไม่เสียประโยชน์ - 57.
3) แบบเป็นกลางต่อกัน ( Neutralism : 0 , 0) - แมงมุมกับกระต่ายอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า - กบกับไส้เดือนดินอาศัยอยู่ในทุ่งนา - 58.
- 59.
- 60.
- 61.
- 62.
- 63.
- 64.
- 65.
- 66.
2. การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ ( secondary succession ) เป็นการเกิดแทนที่ที่เกิดจากกลุ่มสิ่งมีชีวิตเดิมถูกทำลายไป มีสิ่งมีชีวิตบางชนิดและสารอินทรีย์ที่สิ่งมีชีวิตต้องการเหลืออยู่ เช่น การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในบริเวณที่ถูกไฟไหม้ บริเวณที่เคยหักร้างถางพงหรือทำไร่แล้วปล่อยให้รกร้างภายหลัง ป่าที่ถูกโค่น - 67.
- 68.
แบบฝึกหัด 1 . แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเกิดขึ้นจากกระบวนการใดบ้าง จงยกตัวอย่าง 2. แก๊สที่พบมากที่สุดในบรรยากาศของโลก 3. เพราะเหตุใดฟอสฟอรัสจึงเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับเซลล์ทุกชนิด 4. ธาตุกำมะถันที่เป็นองค์ประกอบของกรดอะมิโนใดบ้าง 5. ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตมีกี่ลักษณะอะไรบ้าง 6. หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้จะเกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นได้อีกหรือไม่และการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะใด 7. จงยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ มา 2 ตัวอย่าง - 69.